สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผู้การฯนครปฐมแถลงตมารวบแก๊งนักเลงขาสั้น ก่อเหตุปาระเบิดปิงปอง ไล่ฟันกัน

วันที่ 27 ม.ค.2569 เวลา 13.30 น. ที่ห้องประชุม สภ.สามพราน ต.สามพราน อ.สามพราน จ.นครปฐม พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ ผบก.ภ.จว.นครปฐม พร้อมด้วย พ.ต.อ.ทรงวุฒิ เจริญวิชยเดช ผกก.สภ.สามพราน พ.ต.ท.สิทธิพร ไชยสิทธิ์ รอง ผกก.ป.สภ.สามพราน พ.ต.ท.ธนบดี รัชญ์พัฒน์ รอง ผกก. (สอบสวน) สภ.สามพราน พ.ต.ท.ชานนท์ ยางนอก รอง ผกก. (สอบสวน) สภ.สามพราน แถลงผลปฏิบัติการยุทธการพิทักษ์นครปฐม “สยบราชาย่านสามพราน ปราบอันธพาลนักเลงขาสั้น”
สืบเนื่องจากกรณี มีผู้ใช้แอพพลิเคชัน TIKTOK

โดยใช้ชื่อ “ราชาย่านสามพราน”มีการโพสต์คลิปโดยมีลักษณะกลุ่มวัยรุ่นก่อเหตุทะเลาะวิวาท โดยใช้อาวุธมีดและวัตถุระเบิด ไล่ทำร้ายกันบริเวณถนนสาธารณะ (ถนนนายอำเภอ) หมู่ที่ 8 ต.คลองใหม่ อ.สามพราน จ.นครปฐม นั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สามพราน ได้ทำการสืบสวนพิสูจน์ทราบตัวตนของบุคคลในคลิปดังกล่าว จนสามารถสืบสวนติดตามตัวกลุ่มบุคคลดังกล่าวมาดำเนินคดีได้โดยผู้ต้องหาทั้งหมดเป็นเด็กและเยาวชนกลุ่มนักเรียนระดับมัธยมต้นและอดีตนักเรียนมัธยมต้นที่ถูกออกจากการเรียน ระหว่างแก๊ง “ราชาย่านสามพราน” กับ “แก๊งนักเลงขาสั้น”

พนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหาดำเนินคดีกับผู้ต้องหาทั้งสองกลุ่มรวม 19 ราย ดังนี้ แก๊งราชาย่านสามพราน จำนวน 8 ราย กระทำผิดฐาน “ ร่วมกันกระทำให้เกิดระเบิดจนน่าจะเป็นอันตรายแก่บุคคลอื่น หรือทรัพย์ของผู้อื่น ,ร่วมกันพาอาวุธมีดไปในเมืองหมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันสมควร” พร้อมตรวจยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำผิด ดังนี้ 1.วัตถุระเบิดแบบประกอบขึ้นเองจำนวน 1 ลูก 2.อาวุธมีดพร้ายาวและอาวุธดาบยาวจำนวน 9 เล่ม 3.ด้ามอาวุธปืนยิงปลา จำนวน 1 อัน 4.รถจักรยานยนต์ จำนวน 2 คัน

พร้อมแจ้งข้อกล่าวหา แก๊งนักเลงขาสั้น จำนวน 11 ราย กระทำผิดฐาน ร่วมกันมีวัตถุระเบิดไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต,ร่วมกันกระทำให้เกิดระเบิดจนน่าจะเป็นอันตรายแก่บุคคลอื่น หรือทรัพย์ของผู้อื่น ,ร่วมกันพาอาวุธมีดไปในเมืองหมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันสมควร” และนำส่งไปยังศาลเยาวชนและครอบครัวตามกฎหมายต่อไป โดยได้พบปะพูดคุยสังเกตการณ์สอบสวน สอบถามกลุ่มผู้ต้องหาและผู้ปกครองถึงสาเหตุปัญหาการทะเลาะวิวาท รวมถึงอบรมแนะนำผู้ต้องหา
จากนั้นประชุมกำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สามพราน ให้ดำเนินคดีในทุกมิติเป็นไปด้วยความถูกต้อง โปร่งใส และเป็นธรรมต่อคู่กรณีทั้งสองฝ่าย ตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด
จำรัส ตุ้มท่าไม้ ผู้สื่อข่าว จ.นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ประชาสัมพันธ์อุตรดิตถ์ จัดโครงการบริหารเครือข่ายการประชาสัมพันธ์ระดับจังหวัด เสริมศักยภาพเครือข่าย รับการเลือกตั้งและประชามติ ปี 2569

เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2569ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ห้องประชุมสวนอาหารแลบัว ตำบลป่าเซ่า อำเภอเมืองอุตรดิตถ์ จังหวัดอุตรดิตถ์

นายสรพงษ์ มานะสุขอนันต์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นประธานในพิธีเปิด โครงการบริหารเครือข่ายในระดับจังหวัด กิจกรรมการสร้างและพัฒนาเครือข่ายการประชาสัมพันธ์จังหวัด

ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ซึ่งสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุตรดิตถ์จัดขึ้น เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานด้านการประชาสัมพันธ์ให้แก่เครือข่ายในพื้นที่ โดยมี นางสาวนันทนีย์ ติบใจ ประชาสัมพันธ์จังหวัดอุตรดิตถ์ และ นายฉลองฤทธิ์ ศรีสูงเนิน ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดอุตรดิตถ์ และหัวหน้าส่วนราชการร่วมด้วย

โครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาเครือข่ายการประชาสัมพันธ์จังหวัดให้มีความเข้มแข็ง สามารถผลิตและเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารได้อย่างถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยเฉพาะการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และการออกเสียงประชามติ พ.ศ. 2569 ให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง ชัดเจน และสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องต่อกระบวนการประชาธิปไตย

กลุ่มเป้าหมายของโครงการประกอบด้วย ผู้แทนหน่วยงานราชการที่ปฏิบัติหน้าที่ด้านการประชาสัมพันธ์ ผู้แทนสื่อมวลชน และผู้แทนอาสาสมัครประชาสัมพันธ์ประจำหมู่บ้านและชุมชน รวมจำนวนทั้งสิ้น 41 คน ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญในการถ่ายทอดข้อมูลข่าวสารของภาครัฐไปสู่ประชาชนในระดับพื้นที่อย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ

รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ กล่าวว่า การสื่อสารเป็นเรื่องสำคัญเพื่อสร้างความตระหนักรู้และความเข้าใจให้กับประชาชน จังหวัดอุตรดิตถ์มุ่งหวังให้เครือข่ายการประชาสัมพันธ์ในพื้นที่สามารถทำงานเชิงรุก สร้างการรับรู้ที่ถูกต้อง และมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนภารกิจของรัฐ ตลอดจนสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในช่วงการเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติที่จะเกิดขึ้นต่อไป”

นาคา คะเลิศรัมย์/อุตรดิตถ์

พยานเข้าพบพนักงานสืบสวน กดต.ภายหลังจาการร้องเรื่องพบการทุจริตการเลือกตั้งท้องถิ่นที่ผ่านมา

วันที่ 27 มกราคม 2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)ประจำจังหวัดอุตรดิตถ์ นายนิกร กล่ำทอง ผู้สมัครนายกองค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.)แสนตอ อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ นำเอกสาร หลักฐาน และพยาน 3 คน เข้าพบพนักงานสืบสวนสอบสวน กกต.จังหวัดอุตรดิตถ์ หลังจากเมื่อวันที่ 23 มกราคม ที่ผ่านมา นายนิกร ได้เข้ายื่นเอกสาร หลักฐานการกรทำผิดกฎหมายเลือกตั้งท้องถิ่น กรณี การเลือกตั้ง นายก อบต.แสนตอ ที่จัดการเลือกตั้งไป

วันที่ 11 มกราคม 2569 นายนิกร กล่าวว่า จากที่ตนในฐานะผู้สมัคร นายกองค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.)แสนตอ ได้รวบรวมหลักฐานการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งผู้บริหารท้องถิ่นรายหนึ่ง ในพื้นที่ ต.แสนตอ ในการซื้อสิทธิ์ขายเสียงช่วงการเลือกตั้ง นายกฯและ สมาชิก อบต.วันที่ 11 ม.ค.ที่ผ่านมา ต่อ กกต.จังหวัดอุตรดิตถ์ เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง ตามกระบวนของกฎหมายเลือกตั้ง ล่าสุดได้รับการประสานจาก กกต.จังหวัดอุตรดิตถ์ ให้ตนในฐานะผู้ร้อง นำพยาน 3 ปาก เข้าสู่กระบวนการดำเนินการไต่สวน ให้ปากคำต่อเจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวน กกต.จงหวัดอุตรดิตถ์ เรื่องการซื้อสิทธิ์ขายเสียง

หนึ่งในพยาน กล่าวว่า วันที่ 9 มกราคม 2569 เวลาประมาณ 18.00-19.00 น.ขณะที่ตนและมารดาอยู่ที่บ้าน ได้มี หัวคะแนน(ผู้หญิง)ของผู้สมัคร นายก อบต.แสนตอรายหนึ่ง มาหาที่บ้านพร้อมยื่นซองกระดาษสีขาว 3 ซองที่ข้างในมีเงินจำนวน 347 บาท พร้อมบอกให้เลือกผู้สมัครนายก อบต.รายหนึ่ง โดยที่บ้านมีผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง 3 คน เมื่อมีการร้องการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง ตนจึงมาเป็นพยาน

นายฉลองฤทธิ์ ศรีสูงเนิน ผอ.สนง.คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดอุตรดิตถ์ (กกต.) กล่าวว่า การเลือกตั้ง อบต.ของจังหวัดอุตรดิตถ์ ที่ผ่านมาพี่น้องประชาชนให้ความสนใจมาก มาใช้สิทธิ์กว่าร้อยละ 70 ส่วนการร้องเรียนกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง ยอมรับว่ามี ซึ่งเป็นเรื่องปกติ และยังอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวน ทั้งนี้สามารถมาร้องเรียนได้ที่ สนง.กกต.จังหวัด เพื่อเข้าสู่กระบวนการต่อไป

อย่างไรก็ตามสำหรับการเลือกตั้ง นายก อบต.และ สมาชิก อบต.ของจังหวัดอุตรดิตถ์ เมื่อวันที่ 11 มค.ที่ผ่านมา มีทั้งหมด ทั้ง 50 แห่ง โดย อบต.บ่อเบี้ย,อบต.ท่าแฝก,อบต.สองห้อง,อบต.พญาแมน,อบต.ท่ามะเฟื่อง,อบต.น้ำหมัน,อบต.ผาเลือด และ อบต.หาดงิ้ว จัดการเลือกตั้งเฉพาะ สมาชิก อบต. ส่วนอีก 42 อบต.จัดการเลือกตั้งทั้ง นายก อบต.และ สมาชิก อบต. ผลการเลือกตั้งรอ กกต.ประกาศรับรอง

นาคา คะเลิศรัมย์/อุตรดิตถ์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รวบคาสี่แยก! ศุลกากรสนธิกำลังสกัดจับ “ข้าวเหนียวดำเถื่อน” กว่า 17 ตัน คาสี่แยกนิคมคำสร้อย มูลค่าทะลุ 1 ล้านบาท

มุกดาหาร – เมื่อเวลาประมาณ 20.10 น. ของวันที่ 26 มกราคม 2569 ภายใต้นโยบายคุมเข้มของ นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร นางสาวกัญญณัฐ พิพัฒน์กิจไพศาล ผู้เชี่ยวชาญด้านการ สืบสวนและปราบปราม ร.ต.อ.ธนวิน ทัตธนนันท์ หัวหน้าฝ่ายสืบสวนปราบปรามที่ 2

เจ้าหน้าที่ศุลกากร หน่วยสืบสวนปราบปรามประจำพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ฝ่ายสืบสวนปราบปรามที่ 2 ส่วนสืบสวนและปราบปราม 1 กองสืบสวนและปราบปราม นำโดยนายสมชาย โชคเฉลิมวงศ์ นักวิชาการศุลกากรชำนาญการ ร่วมกับ
ด่านศุลกากรมุกดาหาร, กอ.รมน., ทหารพราน และตำรวจตรวจคนเข้าเมือง โชว์ผลงานชิ้นโบแดงสกัดกั้นขบวนการลักลอบขนสินค้าเกษตรหนีภาษี

ปฏิบัติการครั้งนี้เกิดขึ้นที่บริเวณสี่แยกไฟแดงนิคมคำสร้อย ถ.ชยางกูร จ.มุกดาหาร โดยเจ้าหน้าที่เข้าทำการตรวจค้นรถบรรทุก 12 ล้อ ยี่ห้อ HINO สีเขียว หมายเลขทะเบียน 70-3211 เลย ตกแต่งคอกซิ่ง พบของกลางเป็น “ข้าวเหนียวดำ” บรรจุกระสอบจำนวนมาก มีแหล่งกำเนิดจากต่างประเทศ น้ำหนักรวมกว่า 17,500 กิโลกรัม คิดเป็นมูลค่ากว่า 1 ล้านบาท

จากการตรวจสอบเบื้องต้น ไม่พบเอกสารผ่านพิธีการศุลกากรอย่างถูกต้อง เจ้าหน้าที่จึงดำเนินการตรวจยึดของกลางพร้อมรถบรรทุกส่งด่านศุลกากรมุกดาหาร เพื่อขยายผลหาตัวเจ้าของและดำเนินคดีตาม พ.ร.บ. ศุลกากร พ.ศ. 2560 ต่อไป ถือเป็นการตัดวงจรสินค้าเถื่อนที่เข้ามาทำลายกลไกราคาข้าวในประเทศอย่างจริงจัง

ศุลกากร #จับข้าวเถื่อน #มุกดาหาร #ปราบปรามของเถื่อน #ข้าวเหนียวดำ #กรมศุลกากร #นิคมคำสร้อย #ข่าวอาชญากรรม #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้

ภาพ/ข่าว เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “รังสิมันต์ โรม” บุกมุกดาหาร! ขึ้นรถแห่-ลุยตลาดแตก ชู “ชายสิทธิ์” เบอร์ 2 พรรคประชาชน แก้ปัญหารื้อระบบการเมืองเก่า

มุกดาหาร – เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2569 นายรังสิมันต์ โรม แกนนำคนสำคัญของพรรคประชาชน ลงพื้นที่เขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร เพื่อช่วยหาเสียงให้กับ นายชายสิทธิ์ สุวรรณโชติ ผู้สมัคร ส.ส. เขต 1 หมายเลข 2 ของพรรคประชาชน บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีพี่น้องประชาชนให้ความสนใจตลอดสองข้างทาง

ในช่วงเช้า นายรังสิมันต์ โรม ได้ขึ้นรถแห่ปราศรัยเคลื่อนที่ไปรอบเขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร โดยเน้นย้ำถึงนโยบายหลักของพรรคในการแก้ไขปัญหาที่ต้นตอ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาที่ดิน ปัญหาเศรษฐกิจ การทุจริตคอร์รัปชัน และปัญหายาเสพติด

โดยนายรังสิมันต์ได้กล่าวปราศรัยอย่างดุเดือดตอนหนึ่งว่า “ปัญหาเกือบทุกอย่างมีทางออก แต่ที่ผ่านมานักการเมืองในระบบเดิมไม่เคยคิดจะแก้ไขอย่างจริงจัง กลับเอาปัญหาเหล่านั้นไปแสวงหาประโยชน์ ถึงเวลาแล้วที่เราต้องเปลี่ยนการเมืองให้ไม่เหมือนเดิม”

จากนั้น ขบวนหาเสียงได้เคลื่อนเข้าสู่ ตลาดวัฒนธรรมพรเพชร ซึ่งถือเป็นจุดยุทธศาสตร์เศรษฐกิจของเมืองมุกดาหาร ทันทีที่นายรังสิมันต์และนายชายสิทธิ์ปรากฏตัว ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนที่มาจับจ่ายใช้สอย โดยมีการมอบพวงมาลัยดอกดาวเรือง และขอถ่ายภาพเซลฟี่เป็นจำนวนมาก

นายรังสิมันต์ได้เดินทักทายพูดคุยกับแม่ค้าแผงไข่และร้านขายของชำ สอบถามถึงสภาวะเศรษฐกิจในพื้นที่ พร้อมฝากความหวังไว้กับนายชายสิทธิ์ สุวรรณโชติ หมายเลข 2 โดยย้ำว่าพรรคประชาชนพร้อมที่จะเข้ามาทำงานเพื่อเปลี่ยนอนาคตให้คนมุกดาหาร

พรรคประชาชน #รังสิมันต์โรม #ชายสิทธิ์สุวรรณโชติ #เลือกตั้งมุกดาหาร #มุกดาหารเขต1 #เบอร์2 #การเมืองใหม่ #ตลาดพรเพชร #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้_////ภาพ/ข่าว เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / มุกดาหารแตก! “ธรรมนัส” ขนทัพกล้าธรรมปราศรัยใหญ่คนทะลักหน้าศาลากลาง พร้อมฟาดเดือดพวกพรรคการเมืองสร้างภาพ “ผ้าขาว” แต่ใจ “ดำปิ๊ดปี๋” ลั่นเลิกขายฝันนโยบายหลอกลวงประชาชน!

เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2569 ที่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ประธานยุทธศาสตร์พรรค เดินทางเปิดปราศรัยใหญ่ ท่ามกลางประชาชนที่แห่มาร่วมฟังจนมืดฟ้ามัวดิน เพื่อช่วยหาเสียงให้กับ นายพนมชัย พันธุ์พุทธ (เขต 1) และ นายเลขาดำไตรสรณคมน์ หนองเรือง (เขต 2)

ร.อ.ธรรมนัส ได้เน้นย้ำถึงความสำเร็จในอดีตเรื่องการผลักดันที่ดิน สปก. 4-01 ให้เป็นโฉนดเพื่อเกษตรกร พร้อมประกาศเดินหน้ายกระดับให้เป็นโฉนดที่ดิน (ครุฑแดง) ทั่วประเทศหากได้รับความไว้วางใจ “นโยบายพรรคกล้าธรรมไม่เน้นความสวยหรูที่ทำไม่ได้จริง แต่เราเน้นสิ่งที่ผ่านการกลั่นกรองและทำได้ทันทีเพื่อพี่น้องเกษตรกรและกลุ่มเปราะบาง” ร.อ.ธรรมนัส กล่าว

ในช่วงหนึ่งของการปราศรัย ร.อ.ธรรมนัส ได้กล่าวถึงประเด็นความมั่นคงและการค้าชายแดน โดยเฉพาะปัญหาการลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรและยาเสพติด โดยระบุว่าต้องมีการ “ซีลชายแดน” ให้เข้มงวด และต้องทบทวน MOU 43 (ทางบก) และ MOU 44 (ทางน้ำ) กับกัมพูชา หากไทยเสียเปรียบต้องกล้าปรับปรุงหรือยกเลิก

นอกจากนี้ยังสร้างความฮือฮาด้วยการประกาศว่า ในการจัดตั้งรัฐบาลครั้งหน้า ตนเล็งตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ไว้เพื่อแก้ปัญหาความมั่นคงด้วยตัวเอง “แค่มีชื่อผม ฝ่ายตรงข้ามก็เกรงแล้ว เพราะผมเป็นคนชัดเจน เรื่องอธิปไตยต้องมาที่หนึ่ง หากเจรจาไม่ได้ผลก็ต้องเด็ดขาดเพื่อให้จบปัญหา”

นอกจากนี้ยังได้กล่าวถึงบรรยากาศการเมืองในปัจจุบัน โดยเปรียบเปรยพรรคคู่แข่งบางพรรคที่พยายามสร้างภาพลักษณ์เป็นคนดีบริสุทธิ์เหมือน “ผ้าขาว” แต่เบื้องหลังกลับล้มเหลวและมีมลทิน

“พรรคการเมืองบางพรรคทำตัวสะอาดเหมือนผ้าขาว แต่ความจริงแล้วเบื้องหลัง ‘ดำปิ๊ดปี๋’ เหมือนนํ้าพริกตาแดงบ้านผม สิ่งที่พวกคุณพูดมันย้อนกลับเข้าตัวหมด ผมขอเตือนพี่น้องอย่าไปเชื่อพวกนโยบายขายฝันที่ทำไม่ได้จริง เพราะคนไทยวันนี้ไม่โง่และดูออกว่าใครคือของจริง” ร.อ.ธรรมนัส กล่าวเสียงกร้าว

นอกจากประเด็นปากท้อง ร.อ.ธรรมนัส ยังได้ตอบโต้กลุ่มการเมืองที่ตั้งคำถามว่า “มีทหารไว้ทำไม?” โดยระบุว่ากองทัพคือรากฐานสำคัญที่ปกป้องบ้านเมืองมาทุกยุคสมัย การคิดจะปฏิรูปประเทศหรือเลียนแบบตะวันตกโดยไม่ดูบริบทของคนไทยคือความผิดพลาด พร้อมย้ำว่าตนเองเป็นคนพูดภาษาชาวบ้าน ตรงไปตรงมา รักคือรัก เกลียดคือเกลียด ไม่ต้องใช้พจนานุกรมแปล

ด้าน น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ประธานยุทธศาสตร์พรรค ได้ย้ำถึงความพร้อมของพรรคกล้าธรรมในการสู้ศึกเลือกตั้งครั้งนี้ โดยชูความพร้อมของตัวผู้สมัครทั้งเขต 1 และ เขต 2 จังหวัดมุกดาหาร ว่าเป็นคนพื้นที่ที่เข้าใจปัญหาและพร้อมรับใช้พี่น้องประชาชนทันที

ธรรมนัสพรหมเผ่า #อนุดิษฐ์นาครทรรพ #พรรคกล้าธรรม #มุกดาหาร #เลือกตั้ง2569 #พนมชัยพันธุ์พุทธ #เลขาดำไตรสรณคมน์ #ดำปิ๊ดปี๋ #สปกเป็นโฉนด #การเมืองไทย #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้_/////ภาพ/ข่าว เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / งานประเพณีบุญข้าวจี่ ประเพณีเดือน 3 “สืบสานบุญคุ้ม ตุ้มโฮม วัฒนธรรม” สานต่อภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมและส่งเสริมการท่องเที่ยว

วันที่ 24 มกราคม 2569 เวลา 17.00 น. นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานในพิธีเปิดงานบุญข้าวจี่ ประเพณีเดือน 3 “สืบสานบุญคุ้ม ตุ้มโฮมวัฒนธรรม”

ณ วัดชัยภูมิบ้านค้อ ตำบลบ้านค้อ อำเภอคำชะอี จังหวัดมุกดาหาร พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอคำชะอีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงาน สถานศึกษา ผู้นำชุมชน ชาวตำบลบ้านค้อ และประชาชนเข้าร่วมงาน

เพื่อสืบสานประเพณีที่ดีงามของท้องถิ่น ทั้งนี้ ยังช่วยความสามัคคีในชุมชน ในการสืบสาน อนุรักษ์ภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม อาหารท้องถิ่น และศิลปวัฒนธรรม ซึ่งเป็นการสานต่อมรดกทางวัฒนธรรมที่มีคุณค่า

นอกจากนี้ ยังเป็นการนำวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่นมาส่งเสริมการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่เป็นอัตลักษณ์ของชุมชน และของจังหวัดมุกดาหารให้เป็นที่รู้จัก ดึงดูดนักท่องเที่ยว ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างคุณค่าทางสังคม สร้างรายได้แก่ประชาชน และเกิดประโยชน์โดยรวมร่วมกันต่อไป

ในการจัดงานครั้งนี้ เป็นการบูรณาการจัดงานโดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดมุกดาหาร องค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหาร อำเภอคำชะอี องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านค้อ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สภาวัฒนธรรมตำบลบ้านค้อ

ผู้นำชุมชน และชาวตำบลบ้านค้อ ระหว่างวันที่ 23-25 มกราคม 2569 มีกิจกรรมประกอบด้วย พิธีทำบุญตักบาตรข้าวจี่ การประกวดขบวนแห่ข้าวจี่ประยุกต์ 15 คุ้ม บูธแสดงวิถีชีวิต และการสาธิตทำข้าวจี่

ภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมแต่ละคุ้ม การประกวดร้องเพลง การประกวดพาแลง การแสดงแสงสีเสียงตำนานบุญข้าวจี่ “นางปุณณาทาสี” การแสดงศิลปวัฒนธรรม รำวงชาวบ้าน และเปิดตลาดวัฒนธรรม ถนนข้าวจี่ จำหน่ายสินค้า ผลิตภัณฑ์ชุมชน

📌รายงานโดย : สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดมุกดาหาร

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ดร.เอ้ หัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ ลุยบางพลี ช่วยผู้สมัคร ส.ส. หาเสียง ชูนโยบาย เรียนฟรี / ลดค่าไฟ / แก้หนี้ / แก้น้ำท่วมจบในครั้งเดียว

“ดร.เอ้” หัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ ลงพื้นที่บางพลี ช่วยผู้สมัคร ส.ส.สมุทรปราการ เขต 4 และ เขต 5 หาเสียง พบปะประชาชนตามตลาด ชูนโยบายการศึกษา หนี้สิน ปากท้อง และพลังงาน ย้ำแก้ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากแบบเบ็ดเสร็จ

เมื่อช่วงเย็น วันที่ 26 มกราคม 2569 ดร.เอ้ หรือ ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ และเป็นหนึ่งในแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เดินทางลงพื้นที่อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อช่วยผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หาเสียงในพื้นที่โดยมี นายฐาพล(หรือพีท) ณ น่าน ผู้สมัคร ส.ส.สมุทรปราการ เขตเลือกตั้งที่ 4 หมายเลข 3 และ นายชวกร(หรือซี) อุบลรัตน์ ผู้สมัคร ส.ส.สมุทรปราการ เขตเลือกตั้งที่ 5 หมายเลข 7 ร่วมลงพื้นที่พร้อมทีมงาน

โดยได้นัดรวมตัวกันที่ตลาดทิพนิมิต ก่อนจะขึ้นรถแห่ เดินทางไปที่ตลาดนัดเรือบิน จากนั้นลงเดินหาเสียง พบปะพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนอย่างใกล้ชิด ท่ามกลางบรรยากาศเป็นกันเอง
สำหรับการลงพื้นที่ครั้งนี้ พรรคไทยก้าวใหม่ ได้ชูนโยบายสำคัญที่มุ่งแก้ปัญหาปากท้องและคุณภาพชีวิตของประชาชน อาทิ เรียนฟรีถึงปริญญาตรี / ครูมีไว้สอนเลิกงานฝาก / เพิ่มอาหารเช้าให้เด็กประถม / 60 ปี ปิดหนี้เสียไม่เกิด 2 แสนบาท / SME ได้เงินก่อนไม่ต้องรอตกเบิก / 20,000 .- เข้าถึงได้ทุกอาชีพอิสระ / ปลดหนี้ กยศ. ชีวิตดีไม่ติดลบ / แก้ครั้งเดียวจบ หยุดท่วมซ้ำซาก / ค่าไฟ 3 บาท ติดโซลาร์เซลล์ฟรี

ดร.เอ้ หรือ ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ และเป็นหนึ่งในแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า วันนี้ได้มาหาเสียงที่บางพลี โดยมาที่ตลาดนัดเรือบิน ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ในโซนบางพลี วันนี้ได้มาขอคะแนน เพราะตนก็เป็นคนสมุทรปราการ อยู่ในโซนบางพลีอยู่แล้ว ซึ่งปัญหาที่เจอจะเป็นปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก จนทำมาหากินไม่ได้ พรรคไทยก้าวใหม่ขออาสาหยุดปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากด้วยการแก้ครั้งเดียวจบ ดร.เอ้ สุชัชวีร์ ขอทำเรื่องนี้ แต่ต้นจะทำไม่ได้เลยถ้าไม่มีใครช่วยทีมสส.สมุทรปราการของตน

นโยบายของพรรค คือการสร้างคนด้วยการศึกษา เพราะการศึกษาคือยาแก้จน ไม่ใช่ยิ่งเรียนยิ่งจนยิ่งเรียนยิ่งเป็นหนี้ เรียนฟรีไม่มีจริง พรรคไทยก้าวใหม่ขอประกาศจะบรรจุไว้ในรัฐธรรมนูญกฎหมาย ว่าทุกคนต้องได้เรียนฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายทั้งทางตรงและทางอ้อม และปลดหนี้กยศ.

เพราะเป็นหนี้ที่ไม่ควรจะเสียแต่วันแรกอยู่แล้ว นอกจากนั้นแล้วการปลดหนี้ และกองทุนไทยก้าวใหม่ 20,000 บาท ทุกอาชีพอิสระด้วยบัตรประชาชนใบเดียว เพราะพ่อค้าแม่ค้า หรืออาชีพอิสระไม่สามารถไปกู้เงินได้ นอกจากไปกู้เงินนอกระบบ ด้านผู้สูงอายุก็มีสวัสดิการผู้สูงอายุ โดยการปลดหนี้เสียให้ผู้สูงอายุ 60 ปี ไม่เกิน 200,000 บาท

รวมถึงsme ขายของไม่เคยได้เงิน พรรคไทยก้าวใหม่มี นโยบายแคชฟอร์เอสเอ็มอี คือขายของได้ออกให้ก่อนแล้วค่อยตกเบิกทีหลัง และขอย้ำเรื่องการหยุดปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากของสมุทรปราการ วันที่ 8 ก.พ. หรือเลือกตั้งล่วงหน้าที่กำลังจะถึง อยากเชิญชวนให้ออกมาเลือกตั้ง และอยากขอฝากถ้ายังเลือกคนเดิมเหมือนเดิม

ก็เหมือนเครนที่ถล่ม เพราะมันผุแล้วเอามาทาสีใหม่ สุดท้ายรอวันถล่ม อยากให้เปิดใจเลือกคนใหม่ๆ ที่มีมีความรู้ความสามารถ คนมืออาชีพอย่างพรรคไทยก้าวใหม่ ถ้าอยากจะใช้ดร.เอ้ ต้องเลือกเบอร์ 49 และเลือก สส.ของพรรคไทยก้าวใหม่ และขอแนะนำผู้สมัคร พีท ฐาพล ณ น่าน สมุทรปราการ เขต4 เบอร์3 ทำเพื่อประชาชนและเป็นนักนโยบาย และ ซี ชวกร อุบลรัตน์ สมุทรปราการ เขต5 เบอร์ 7

นายฐาพล(หรือพีท) ณ น่าน ผู้สมัคร ส.ส.สมุทรปราการ เขตเลือกตั้งที่ 4 หมายเลข 3 บอกว่า อยากฝากถึงพ่อแม่พี่น้องชาวบางพลี วันนี้พรรคไทยก้าวใหม่ ที่นำโดย ดร.เอ้ สุชัชวีร์ มีความตั้งใจจริง ที่อยากจะเข้ามาแก้ปัญหาที่สะสมมานาน สำหรับชาวสมุทรปราการ ขอโอกาสให้คนที่ทำงานเป็น รู้ปัญหาและแก้ได้ตรงจุด อยากขอให้สนับสนุนพรรคไทยก้าวใหม่บัดสีชมพูกาเบอร์ 49 บัตรสีเขียวหมายเลข 3 พีท ฐาพล ณ น่าน สมุทรปราการ เขต 4

นายชวกร(หรือซี) อุบลรัตน์ ผู้สมัคร ส.ส.สมุทรปราการ เขตเลือกตั้งที่ 5 หมายเลข 7 บอกว่า อยากให้พี่น้องคนไทยทุกคน ออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง การเลือกตั้งที่จะถึงนี้เพราะตนมองว่าสำคัญ เพราะเป็นการกำหนดอนาคตของประเทศ และอย่างที่ ดร.เอ้ พูดถ้าเลือกคนเดิมก็ได้แบบเดิม อยากให้ลองเปิดใจให้พรรคไทยก้าวใหม่ บัตรสีชมพูเบอร์ 49 บัตรสีเขียว ซี ชวกร อุบลรัตน์ สมุทรปราการ เขต 5 เบอร์ 7


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / บขส. เปิดเดินรถสายที่ 16 “บึงกาฬ – บอลิคำไซ” เชื่อมไทย–ลาวอย่างเป็นทางการ หนุนเศรษฐกิจ–ท่องเที่ยวสองฝั่งโขง

วันที่ 27 มกราคม 2568 เวลา 09.30 น. ณ สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดบึงกาฬ นายสุรพล เจริญภูมิ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานในพิธีเปิดการเดินรถโดยสารประจำทางระหว่างประเทศไทย – สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เส้นทางสายที่ 16 (จังหวัดบึงกาฬ – แขวงบอลิคำไซ) เพื่อยกระดับการคมนาคมขนส่งระหว่างประเทศ และส่งเสริมการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจในพื้นที่ชายแดนลุ่มแม่น้ำโขง

ในพิธีมีนายอรรถวิท รักจำรูญ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) นายสมหวัง อารีย์เอื้อ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ ท่านคำเพ็ด สิปะเสิด ผู้อำนวยการบริษัท SPS ท่องเที่ยวและขนส่งโดยสารภายใน–ต่างประเทศ จำกัด (สปป.ลาว) พร้อมด้วยผู้บริหารจากภาครัฐและเอกชนเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

นายอรรถวิท รักจำรูญ เปิดเผยว่า การเปิดเดินรถเส้นทางสายที่ 16 เป็นความร่วมมือระหว่างประเทศไทยและ สปป.ลาว ตามนโยบายของกระทรวงคมนาคม ที่มุ่งพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะให้สามารถเชื่อมต่อระหว่างประเทศได้อย่างไร้รอยต่อ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว ให้ได้รับบริการที่สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย โดยเริ่มเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

สำหรับเส้นทางบึงกาฬ – บอลิคำไซ มีระยะทางรวมประมาณ 27 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางราว 3 ชั่วโมง ให้บริการด้วยรถโดยสารปรับอากาศมาตรฐาน 42 ที่นั่ง อัตราค่าโดยสาร 100 บาทตลอดสาย โดยมีตารางเดินรถวันละ 4 เที่ยว ทั้งเที่ยวไปและเที่ยวกลับ คือ เวลา 08.00 น. 10.30 น. 13.00 น. และ 15.30 น.

นอกจากนี้ บขส. ยังเปิดให้บริการรถ Shuttle Bus รับ–ส่งผู้โดยสารข้ามสะพานมิตรภาพไทย–ลาว แห่งที่ 5 (บึงกาฬ – บอลิคำไซ) ระยะทาง 1.4 กิโลเมตร ตั้งแต่เวลา 08.00–17.00 น. ค่าโดยสาร 20 บาท เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางข้ามแดน

การเปิดเส้นทางเดินรถในครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการเชื่อมโยงโครงข่ายคมนาคมระดับภูมิภาค ช่วยลดต้นทุนการเดินทาง เพิ่มโอกาสทางการค้า การท่องเที่ยว และการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างจังหวัดบึงกาฬและแขวงบอลิคำไซ อันจะส่งผลดีต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศอย่างยั่งยืน

ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ซูเปอร์สตาร์ กู่เทียนเล่อ กับการคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ของการทำงานใน “Back To The Past – เจาะเวลาหาจิ๋นซี เดอะ มูฟวี่”

ซูเปอร์สตาร์ กู่เทียนเล่อ กับการคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ของการทำงานใน “Back To The Past – เจาะเวลาหาจิ๋นซี เดอะ มูฟวี่”“Back To The Past – เจาะเวลาหาจิ๋นซี เดอะ มูฟวี่” ถูกสร้างขึ้นโดยการดัดแปลงมาจากนวนิยายยอดนิยมของ “หวงอี้” ที่ดำเนินเรื่องหลังจาก 19 ปีในตอนจบของฉบับทีวีซีรีส์ โดยยังคงรักษาความเป็นเอกลักษณ์เอาไว้อย่างครบถ้วน โดยเฉพาะการว่าด้วยการเดินทางข้ามกาลเวลา

“หัวใจของหนังบ่งบอกให้เห็นว่า ความผิดพลาดร้ายแรงอาจเกิดขึ้นได้หากประวัติศาสตร์ของมนุษย์ถูกเปลี่ยนแปลงไป” ซูเปอร์สตาร์ กู่เทียนเล่อ ผู้เป็นทั้งนักแสดงและโปรดิวเซอร์ของเรื่องกล่าว “นอกจากนี้ Back To The Past ยังมอบความบันเทิงให้กับผู้ชมในทุกกลุ่มด้วยการผสมผสานฉากแอ็คชั่นที่ได้รับการออกแบบท่าทางการต่อสู้อย่างเชี่ยวชาญเข้ากับองค์ประกอบทาง

ประวัติศาสตร์ที่เข้มข้นและนิยายวิทยาศาสตร์อันล้ำสมัย ทำให้กลายมาเป็นภาพยนตร์ไซไฟ-แอ็คชั่นที่เต็มไปด้วยความน่าตื่นเต้นตามแบบฉบับที่แฟนๆ คิดถึงมากกว่า 2 ทศวรรษ“ เตรียมพบกับความยิ่งใหญ่เหนือความยิ่งใหญ่ของ ”Back To The Past – เจาะเวลาหาจิ๋นซี เดอะ มูฟวี่“ โดย Right Beyond และ Onpa Cine ในระบบเสียง 2 ภาษา

(จีนกวางตุ้ง/บรรยายไทย และพากย์ไทย) รอบพิเศษดูก่อนใคร 18 กุมภาพันธ์ และรอบปกติเริ่มตั้งแต่ 19 กุมภาพันธ์เป็นต้นไปในโรงภาพยนตร์เท่านั้น

เจาะเวลาหาจิ๋นซีเดอะมูฟวี่

ขอได้รับความขอบพระคุณจาก
ฝ่ายประชาสัมพันธ์ ไร้ท์ บิยอนด์
สมปอง วิวัฒน์วรศิลป์ โทร 095-4925241

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “อาจารย์เชน” ปลุกโคราช ขอเพื่อไทย 16 เขต เปิดเพลงใหม่รณรงค์เลือกตั้ง

นครราชสีมา – เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2569 ที่ตลาดเซฟวัน อำเภอเมืองนครราชสีมา พรรคเพื่อไทยจัดเวทีปราศรัยท่ามกลางบรรยากาศคึกคัก มีประชาชนแห่จับจองที่นั่งแน่นเต็มพื้นที่

นำโดย นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย นายเทวัญ ลิปตพัลลภ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ลงพื้นที่ช่วยผู้สมัครในจังหวัดนครราชสีมา ได้แก่ นายประเสริฐ บุญชัยสุข เขต 1, นายวัชรพล โตมรศักดิ์ เขต 2 และ นายสมบัติ กาญจนวัฒนา เขต 3

ภายในงานมีการมอบพวงมาลัยของดีเมืองโคราช ทั้งหมี่โคราช พวงมาลัยแคบหมู น้ำพริกปลาร้า กุนเชียง ข้าวตัง และหมูแท่ง สร้างสีสันให้เวทีอย่างคึกคัก พร้อมเปิดตัวเพลงหาเสียงใหม่ชื่อ “อาจารย์เชน” เป็นครั้งแรก โดยเตรียมนำไปใช้เป็นเพลงรณรงค์หาเสียงตลอดช่วงเลือกตั้ง

นายยศชนันขึ้นปราศรัยประกาศความพร้อมว่า “ลูกหลานคนโคราชมาหาแล้ว” พร้อมเดินหน้าเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 33 โดยยืนยันว่าการเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ จะเป็นวันทำความฝันของประชาชนให้เป็นจริง พร้อมขอแรงสนับสนุนให้พรรคเพื่อไทยคว้า 16 เขตของโคราช

นายยศชนันยังชูวิสัยทัศน์ยกระดับจังหวัดเป็น “โคราชมหานคร” ครอบคลุมทั้งด้านเกษตร อุตสาหกรรม บริการ ท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมผลักดันการพัฒนาเมืองสร้างสรรค์อย่างยั่งยืน ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนทุกกลุ่ม

ด้านนโยบายเศรษฐกิจ นายยศชนันย้ำว่าเกษตรกรคือกระดูกสันหลังของชาติ พร้อมเปิด “สงครามกับความยากจน” เดินหน้าล้างหนี้ทั้งระบบ ทั้งหนี้เกษตรกร หนี้ กยศ. และหนี้ครู รวมถึงการฟื้นฟูเศรษฐกิจท่องเที่ยวให้กลับมาคึกคัก พร้อมดึงนักท่องเที่ยวกลับเข้ามาปักหมุดโคราชให้เป็นเมืองเป้าหมายระดับโลก

ส่วนโครงสร้างพื้นฐาน นายยศชนันเสนอแนวคิดระบบขนส่งแบบมหานคร อาทิ รถรางโคราช 10 บาทตลอดสาย ควบคู่การแก้ปัญหาน้ำท่วมในเมือง และปัญหาการจราจรติดขัด เพื่อให้โคราชเดินหน้าได้อย่างเป็นระบบ

นอกจากนี้ นายยศชนันยังประกาศไทม์ไลน์นโยบาย “เพื่อไทยทำได้ พร้อมทำทันที” โดยนำเสนอผ่านสไลด์ แบ่งเป็นช่วงทำทันทีจนถึงภายใน 1 ปี เน้นแก้ปัญหาปากท้อง ฟื้นฟูเศรษฐกิจ และยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างเป็นรูปธรรม

โดยนโยบายทำทันทีประกอบด้วย การปราบยาเสพติด ยึดทรัพย์ผู้ค้ายาให้แล้วเสร็จใน 6 เดือน กำจัดแหล่งผลิตภายใน 1 ปี ปราบสแกมเมอร์ ยึด–อายัดทรัพย์ผู้กระทำผิด และผลักดันรัฐเป็นลูกค้าให้ SME ไทยเพื่อกระจายรายได้สู่รายย่อย

ขณะที่ช่วง 3 เดือนแรกมีมาตรการเพิ่มรายได้ ลดภาระหนี้ และแยกผู้เสพเข้าสู่ระบบบำบัด ส่วน 6 เดือนแรกครอบคลุมนโยบายประกันกำไรสินค้าเกษตร ลดค่าไฟ

การศึกษาและสาธารณสุข รวมถึง Smart City และเมืองปลอดอาชญากรรม ก่อนเดินหน้าภายใน 1 ปีด้วยโครงการบ้านเพื่อคนไทย เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงที่อยู่อาศัยราคาย่อมเยาอย่างทั่วถึง

พรรคเพื่อไทยย้ำว่า นโยบายทั้งหมดออกแบบเพื่อ “ทำได้จริง เห็นผลจริง” พร้อมผลักดันสู่รัฐบาลดิจิทัล เพื่อให้การแก้ปัญหาเดินหน้าได้รวดเร็วและไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

ภาพ นายประสิทธิ์ วนะชกิจ /ข่าว กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา

สือรัฐ ทีวี บก.เอกสิทธ์ หมวดทอง