สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / น่าน.แถลงข่าวเตรียมจัดงาน “ประเพณีหกเป็งนมัสการพระมหาธาตุเจ้าภูเพียงแช่แห้ง” ประจำปี 2569 ส่งเสริมอัตลักษณ์ล้านนาและการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

วันที่ 19 มกราคม 2569 เวลา 17.00 น. ณ วัดพระธาตุแช่แห้ง พระอารามหลวง อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน พระราชนันทวัชรบัณฑิต รองเจ้าคณะจังหวัดน่าน เจ้าอาวาสวัดพระธาตุแช่แห้ง พระอารามหลวง เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วยนายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน

นางสาวณัฐยาน์ ทวีวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน นางภัทรภร ชัยวัฒนกุล วัฒนธรรมจังหวัดน่าน นายสุเมธ สายสูง ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดน่าน หัวหน้าส่วนราชการ และประชาชน ร่วมการแถลงข่าวการจัดงานประเพณีหกเป็งนมัสการพระมหาธาตุเจ้าภูเพียงแช่แห้ง ประจำปี 2569

พระราชนันทวัชรบัณฑิต กล่าวว่า งานประเพณีหกเป็งนมัสการพระมหาธาตุเจ้าภูเพียงแช่แห้ง ได้รับการยกระดับจากกระทรวงวัฒนธรรมให้เป็นงานประเพณีระดับชาติและนานาชาติ ที่มีความโดดเด่นด้านศิลปวัฒนธรรมและเป็นอัตลักษณ์ของจังหวัดน่าน ที่สามารถถ่ายทอดคุณค่าทางประเพณีไปสู่เด็ก เยาวชน และประชาชน เพื่อสร้างความตระหนักในการอนุรักษ์และสืบสานให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน

สำหรับการจัดงานในปี 2569 นี้ ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากจังหวัดน่าน วัดพระธาตุแช่แห้ง พระอารามหลวง และมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตนครน่านเฉลิมพระเกียรติฯ โดยกำหนดจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 25 กุมภาพันธ์ ถึง 3 มีนาคม 2569

ภายในงานมีกิจกรรมหลากหลาย อาทิ ขบวนแห่คั่วตานจากทั้ง 15 อำเภอ การแสดงแสงสีเสียง “ล่องน่านย้อนตำนานเวียงภูเพียงแช่แห้ง” การประกวดศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นกว่า 22 รายการ การแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน การสาธิตภูมิปัญญาท้องถิ่นและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรมกว่า 15 บูธ กิจกรรมกาดมั่วคัวฮอมถนนคนเดิน และกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา

นอกจากนี้ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน เขตอำเภอภูเพียง ได้ร่วมสนับสนุนจัดกิจกรรมเพิ่มเติม อาทิ ศูนย์วิถีชีวิตและภูมิปัญญาท้องถิ่น บูธผลิตภัณฑ์ไบโอเวช คาราวานสินค้า การแสดงมหรสพ สวนสนุก และเครื่องเล่นต่าง ๆ โดยปีนี้มีความพิเศษคือ การนำช้างจำนวน 2 เชือกจากจังหวัดสุรินทร์เข้าร่วมขบวนแห่ เพื่อสร้างสีสันและความยิ่งใหญ่

สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดน่านยังได้บูรณาการจัดกิจกรรม “1 อำเภอ 1 ลานสร้างสรรค์” เปิดพื้นที่ให้ชุมชน เด็กและเยาวชน ได้แสดงผลงานศิลปวัฒนธรรม ถ่ายทอดภูมิปัญญาท้องถิ่น จัดกิจกรรมเวิร์กช็อป และจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชน เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในระดับพื้นที่อีกด้วย

พระมหาธาตุเจ้าภูเพียงแช่แห้งนับเป็นปูชนียสถานที่สำคัญและเก่าแก่ที่สุดของจังหวัดน่าน โดยในปี พ.ศ. 2569 จะมีอายุกาลครบ 673 ปี และมีการจัดงานประเพณีหกเป็งในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 เหนือ สืบทอดต่อเนื่องมาแต่โบราณ เพื่ออนุรักษ์วัฒนธรรมล้านนาและส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

ด้าน นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน กล่าวว่า จังหวัดน่านมุ่งผลักดันงานประเพณีหกเป็งฯ ให้เป็น Soft Power สำคัญ เชื่อมโยงการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่ สอดรับกับนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล และการพัฒนาจังหวัดน่านสู่เมืองท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และเมืองมรดกโลกในอนาคต โดยเชื่อมโยงกับเมืองหลวงพระบาง แขวงไชยะบุรี สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

ทั้งนี้ จังหวัดน่านยังได้รับการประกาศจากองค์การยูเนสโกให้เป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน (Crafts & Folk Art) ในปี 2568 ซึ่งจะช่วยยกระดับเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม การสร้างงาน สร้างรายได้ และธำรงรักษาเอกลักษณ์วัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

ภายหลังการแถลงข่าว ผู้ว่าราชการจังหวัดน่านได้เชิญชวนประชาชน นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ เข้าร่วมงานประเพณีหกเป็งนมัสการพระมหาธาตุเจ้าภูเพียงแช่แห้ง และชมการแสดงแสงสีเสียง “ล่องน่านย้อนตำนานเวียงภูเพียงแช่แห้ง” ประจำปี 2569 เพื่อร่วมสัมผัสเสน่ห์วัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของจังหวัดน่านอย่างใกล้ชิด/ทีมข่าวสมาคมสิ่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สี่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “ประชาชนเดือดร้อน ต้องมาก่อน” ว่าที่นายกอบต.ห้วยยาง เร่งประสาน กรมทางหลวง นำหินคลุกมาทำจุดกลับรถใต้สะพาน หลังชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนจากจุดกลับรถที่ไกล

วันที่ 19 มกราคม 2569 ที่บริเวณจุดกลับรถใต้สะพานข้ามคลองห้วยยาง หลัก กม.ที่ 335+687 หมู่ที่ 1 ตำบลห้วยยาง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก นายธวัชชัย แดงฉ่ำ ว่าที่นายกอบต.ห้วยยาง หลังชนะการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 11 มกราคม ที่ผ่านมา โดยรอ (กกต.) ประกาศรับรองผลเลือกตั้ง

พบว่าชาวบ้านในตำบลห้วยยาง และนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวในตำบลห้วยยาง ซึ่งมีทั้งน้ำตกชื่อดัง ( น้ำตกห้วยยาง ) และ ชายหาดห้วยยาง รวมทั้งนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ที่มาพักอาศัยอยู่ในตำบลห้วยยางเป็นจำนวนมาก ได้ประสบปัญหาด้านการจราจรเมื่อช่วงวันหยุดยาวปีใหม่ที่ผ่านมา จุดกลับรถที่ไกล และช่วงตำบลห้วยยางได้กำลังดำเนินการก่อสร้างสะพานข้าม

นายธวัชชัย ว่าที่นายกอบต.ห้วยยาง เปิดเผยว่า เนื่องจากช่วงวันหยุดยาวช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมา ทางกรมทางหลวงได้ปิดการจราจร จุดกลับรถยูเทิร์นสาย 2 ทำให้ชาวบ้าน รวมถึงนักท่องเที่ยวที่ใช้เส้นทางหรือเข้ามาท่องเที่ยวในพื้นที่ตำบลห้วยยาง ประสบปัญหาจุดกลับรถที่ไกลร่วม 10 กิโล โดยมีจุดกลับรถที่ใต้สะพานคลองห้วยยาง ซึ่งสภาพทรุดโทรมเป็นหลุมเป็นบ่อชาวบ้านลำบากในการเดินทางเส้นทางดังกล่าว

ตนเองจึงได้ประสานไปทาง กรมทางหลวง และทาง อบต.ห้วยยาง โดยให้ พ.อ.อ.ฉัตรชัย สวียานนท์ หัวหน้างานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อบต.ห้วยยาง ประสานรถบรรทุก 6 ล้อ และรถไถดำเนินการขนหินคลุกจำนวนกว่า 25 คิว มาใส่เป็นทางและรถไถดันเกลี่ยเพื่อใช้ชาวบ้านใช้สัญจรได้ตามปกติ ซึ่งจุดกลับรถดังกล่าวเมื่อซ่อมเสร็จ รถบรรทุก 6 ล้อเล็ก รถรั้ว รถกระบะ รถเก๋ง และ จยย. สามารถใช้ได้หมด และยังช่วยลดอุบัติเหตุจุดกลับรถยูเทิร์นสาย 2 ได้อีกด้วย

////////////////////
ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

สี่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “อนุทิน”ช่วยผู้สมัคร สส.เขต 1 ประจวบฯ “สังคม แดงโชติ” อดีต สส. หาเสียงบริเวณถนนคนเดินชายทะเล เจอพ่อค้าแม่ค้า นักท่องเที่ยวขอถ่ายรูปอย่างอบอุ่น

เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 17 ม.ค.2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วย นายนภินทร ศรีสรรพางค์ อดีต รมช.พาณิชย์ และ นางมนัญญา ไทยเศรษฐ์ อดีต รมช.เกษตรและสหกรณ์ (น้องสาวนายชาดา ไทยเศรษฐ์) 2 แกนนำพรรค ร่วมลงพื้นที่บริเวณถนนคนเดินชายทะเลหน้าอ่าวประจวบฯ

ในเขตเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ เพื่อช่วยหาเสียงให้กับผู้สมัคร สส. จังหวัดประจวบฯ เขต 1 พรรคภูมิใจไทย นายสังคม (ลูกหิน) แดงโชติ อดีต สส.ประจวบฯในเขตนี้ ภายหลังเดินทางกลับจากไปช่วยผู้สมัคร สส. จ.ชุมพร หาเสียงตั้งแต่ช่วงเช้า และเดินทางด้วยรถยนต์ต่อมายังถนนคนเดินประจวบฯ ท่ามกลางบรรยากาศกองเชียร์ที่มาต้อนรับอย่างอบอุ่น

โดยมีผู้สมัคร สส.ประจวบฯพรรคภูมิใจไทย ทั้ง 3 คน ประกอบด้วย นายสังคม แดงโชติ ผู้สมัครเขต 1 เบอร์ 3 นายอำนวย (ผู้ใหญ่เปี๊ยก) สุดกระแสร์ ผู้สมัครเขต 2 เบอร์ 4 และ นายพงษ์พันธ์ (เดียร์) เผ่าประทาน อดีตนายกเทศมนตรีตำบลทับสะแก ลูกเขยนางมนัญญา ไทยเศรษฐ์ ผู้สมัครเขต 3 เบอร์ 7 นายสวาป (กำนันสวาป) เผ่าประทาน อดีต สส.พรรคภูมิใจไทย / ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อลำดับที่ 36 บิดานายพงษ์พันธ์ และ นายสมหมาย แดงโชติ ส.อบจ.ประจวบฯ บิดานายสังคม พร้อมชาวบ้านและกองเชียร์มารอให้การต้อนรับ

นอกจากนี้ ยังมีพี่น้องประชาชน นักท่องเที่ยว พ่อค้าแม่ค้า ตลอดจนชาวต่างชาติ กลุ่มวัยรุ่น และเด็กๆที่มาเดินตลาดกับผู้ปกครอง เมื่อทราบว่าเป็นนายกฯอนุทิน มาเดินตลาดและแวะทักทายอย่างเป็นกันเอง ต่างก็ส่งเสียงเชียร์พร้อมเข้ามาสวมกอดและขอถ่ายรูป ขอเซลฟี่พร้อมกับมอบดอกไม้ให้กับ นายกฯอนุทิน ซึ่งนายอนุทิน ก็ฝากให้เลือกเบอร์ 37 และ ฝากเบอร์ผู้สมัคร สส.ประจวบฯทั้ง 3 เบอร์ด้วย

ทั้งนี้ นายอนุทิน ได้เดินแวะทักทายพ่อค้าแม่ค้า โดยบรรดาพ่อค้าแม่ค้าได้ชื่นชมโครงการคนละครึ่งพลัสของนายอนุทิน และขอให้นายอนุทินนำโครงการคนละครึ่งนี้กลับมาอีก ซึ่งนายอนุทินก็รับปาก แต่ขอให้เลือกภูมิใจไทยกลับมาเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลอีก

จากนั้น นายอนุทินได้ช่วยอุดหนุนซื้ออาหารสดแบบทานเล่นประเภทแนวปิ้ง-ย่าง ทั้งข้าวโพดย่าง ลูกชิ้นปิ้ง จับไม้(จับหลัก) ขนมไข่นกกระทา มาเดินทานเล่นแบบชิลๆมากกว่า 10 ร้าน จนเมื่อเดินมาจนสุดท้ายตลาดหน้าสะพานสราญวิถี ซึ่งยังมีร้านค้าอีกหลายร้าน ผู้สื่อข่าวจึงแซวไปว่า ยังทานไหวอีกมั้ย ซึ่ง นายอนุทิน ตอบกลับมาว่า ยัดใส่ท้องไม่ไหวแล้ว

ทั้งนี้ ที่ท้ายตลาดถนนคนเดินชายทะเล ได้มีกลุ่มประชาชนจิตอาสาที่มาร้องเพลงหาเงินช่วยสนับสนุนกองทุนอาหารกลางวันให้กับเด็กนักเรียน เมื่อเห็นนายอนุทินเดินมาทักทาย จึงร้องเพลงปลุกใจเป็นกำลังใจให้นายกฯอนุทิน เช่น เพลงเราสู้ จึงทำให้นายอนุทิน ต้องสวมบทคอนดักเตอร์นำวงดนตรี และร่วมขับร้องเพลงปลุกใจดังกล่าว

นาย อนุทิน กล่าวว่า ที่เดินทางลงมาวันนี้ทั้งพื้นที่ จ.ประจวบฯและ จ.ชุมพร รู้สึกดีใจมากที่ได้รับการตอบรับจากพี่น้องอย่างอบอุ่นมาก อย่างที่นึกไม่ถึง เกินคาด มากๆ ก็ถือโอกาสนี้กราบขอบพระคุณพี่น้องประชาชนชาว จ.ประจวบฯ ด้วยความซาบซึ้งจริงๆ ซึ่งตนเองมั่นใจว่าจะกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง จากนั้น นายอนุทิน ได้ขึ้นรถตู้เดินทางกลับ กทม.ทันที

/////////////////

ข่าว. ณัฐธภพ พันสาย. จ.ปะจวบคีรีขันธ์. 0649646443

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ชาวสวนทุเรียนและมังคุด ชุมพร เตรียมรับมือภัยแล้งที่อาจเกิดขึ้นในช่วงเดือนมีนาคม–พฤษภาคมนี้

เกษตรและสหกรณ์ชุมพรเตือนรับมือภัยแล้ง – งดเผาในพื้นที่เกษตร เกษตรและสหกรณ์จังหวัดชุมพร แจ้งเตือนชาวสวนทุเรียนและมังคุด เตรียมรับมือภัยแล้งที่อาจเกิดขึ้นในช่วงเดือนมีนาคม–พฤษภาคมนี้ หลังกรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่าปริมาณฝนจะลดลง แม้ปัจจุบันสถานการณ์น้ำยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ แต่หน่วยงานได้วางแผนป้องกันและช่วยเหลือเกษตรกรไว้ล่วงหน้า

เมื่อวันที่ 16 ม.ค.69 นายธราพงษ์ มีมุสิทธิ์ เกษตรและสหกรณ์จังหวัดชุมพร เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้หน่วยงานในสังกัด โดยเฉพาะกรมส่งเสริมการเกษตร และอาสาสมัครฝนหลวง ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมให้ความช่วยเหลือทันทีหากเกิดภัยแล้ง โดยที่ผ่านมา สวนทุเรียนและมังคุดได้รับผลกระทบจากภัยแล้งมากที่สุด

ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา จังหวัดได้ดำเนินมาตรการแก้ปัญหาทั้งการทำฝนหลวง การจัดหาแหล่งน้ำ แนะเกษตรกรการขุดเจาะบ่อบาดาล และการสร้างฝายชะลอน้ำ โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากผู้ว่าราชการจังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้เกษตรกรมีน้ำใช้อย่างเพียงพอตามบริบทของแต่ละพื้นที่

ทั้งนี้ ขอให้เกษตรกรตรวจสอบระบบส่งน้ำและเครื่องสูบน้ำให้พร้อมใช้งาน คาดว่าภัยแล้งปีนี้จะไม่รุนแรงเท่าปี 2566–2567 และยืนยันว่าหน่วยงานรัฐจะไม่ทอดทิ้งเกษตรกร

นอกจากนี้ ยังขอความร่วมมือเกษตรกรงดการเผาในพื้นที่เกษตร เนื่องจากก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศ หากตรวจพบจะถูกงดการสนับสนุนและเข้าร่วมโครงการช่วยเหลือด้านการเกษตรจนถึงปี 2577 แนะนำให้ใช้วิธีจัดการเศษวัสดุทางการเกษตรด้วยการย่อยสลายหรือทำปุ๋ยอินทรีย์แทน

หากเกษตรกรได้รับความเดือดร้อน สามารถขอความช่วยเหลือได้ที่สำนักงานเกษตร ประมง ปศุสัตว์ หรือสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดชุมพร ซึ่งพร้อมให้การดูแลอย่างต่อเนื่อง
…………………………………………………..
/////เอกชนะ นวนละมัย ข่าวภูมิภาคจ.ชุมพร098-9515199

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ที่ทำการปกครอง อ.ท่าหลวงจ.ลพบุรี ร่วมต้อนรับ นางสาวนงลักษณ์ อยู่พุ่ม นายอำเภอคนใหม่

วันจันทร์ที่ 19 มกราคม 2569 เวลา 11.00 น. นางสาวประคอง สุระเทศ ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครองอำเภอท่าหลวงได้นำหัวหน้าส่วนราชการอำเภอท่าหลวง เจ้าหน้าที่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน

นายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ฯลฯ ร่วมให้การต้อนรับและแสดงความยินดีแด่ นางสาวนงลักษณ์ อยู่พุ่ม นายอำเภอท่าหลวง ที่ย้ายมาดำรงค์ตำแหน่งท่านใหม่เนื่องในโอกาสเดินทางมารับตำแหน่ง “นายอำเภอท่าหลวง” จังหวัดลพบุรี

ทั้งนี้มี นายเจตน์พงษ์ โชคสวัสดิ์วรกุล นายอำเภอบ้านหมี่ พร้อมด้วย นายณัฏฐพงษ์ อารยางค์กูร ประธานกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจสถานีตำรวจภูธรโคกสำโรง นำคณะ (กต.ตร.สภ.โคกสำโรง) และที่ปรึกษา กต.ตร. สภ.โคกสำรง ที่ปรึกษาพิสูจน์หลักฐานจังหวัดลพบุรี และข้าราชการตำรวจ สภ.โคกสำโรง ร่วมเดินทางส่งนายเภอท่าหลวง ท่านใหม่ และร่วมแสดงความยินดีในโอกาสเดินทางมารับตำแหน่งนายอำเภอท่าหลวง

โดยนางสาวนงลักษณ์ อยู่พุ่ม นายอำเภอท่าหลวง ได้กล่าวขอบคุณทุกหน่วยงานที่เดินทางมาส่ง และมาต้อนรับในโอกาสเดินทางมารับตำแหน่งนายเภอท่าหลวง จังหวัดลพบุรี และยังกล่าวด้วยว่าจะตั้งใจทำงานทุ่มเทให้กับอำเภอท่าหลวง จะใช้ความรู้ความสามารถของตนเองที่มีอยู่รวมถึงประสบการณ์การ การทำงานได้มาพัฒนาเสริมสร้าง อำเภอท่าหลวง ให้ดียิ่งๆขึ้น

หากแม้ว่าหน่วยงานข้าราชการ ประชาชนอำเภอท่าหลวง มีความเดือดร้อน และต้องการความช่วยเหลือในเรื่องใด ขอคำแนะนำปรึกษาได้ทันที โดยจะทำงานเชิงรุก และหวังว่าคงได้รับความร่วมมือจากข้าราชการทุกท่าน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน นายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตลอดทั้งประชาชนอำเภอท่าหลวง ได้ให้ความร่วมมือในการทำงาน ในโอกาสข้างหน้านี้ให้สำเร็จสมความตั้งใจของพี่น้องอำเภอท่าหลวงต่อไป

โดยคำขวัญ อำเภอท่าหลวงนามกระเดื่อง แหล่งท่องเที่ยวน้ำตกวังก้านเหลือง ลือเลื่องป่าจำปีสินธร นครโบราณซับจำปา
ข้อมูลทั่วไป 1.ประวัติความเป็นมา เมื่อหลายสิบปีก่อน บริเวณฝั่งตะวันออกของแม่น้ำป่าสัก ซึ่งเป็นป่าสงวนแห่งชาติ ป่าไม้หนาทึบ มีสัตว์ป่าอาศัยอย่เป็นจำนวนมาก ผู้คนจากฝั่งตะวันตกของ

แม่น้ำป่าสักจะข้ามมาล่าสัตว์และตัดฟืนเป็นประจำ และโดยที่บริเวณป่าทึบเป็นเขตป่าสงวน ชาวบ้านจึงมักเรียกว่า “ป่าหลวง” หมายถึงเป็นป่าของหลวงที่สงวนไว้ ประกอบกับชาวบ้านที่ข้ามมาจากฝั่งตะวันตกของแม่น้ำป่าสักต้องอาศัยเรือแพข้ามมา บริเวณที่ชาวบ้านใช้เรือแพข้ามมาเป็นประจำจึงกลายเป็นท่าข้ามเรือของชาวบ้านไปในที่สุด ซึ่งเป็นที่ตั้งของหมู่บ้านในปัจจุบัน จึงเรียกสถานที่นี้ว่า “ท่าหลวง”

ต่อมาเมื่อเดือนเมษายน 2520 ได้ตั้งเป็นกิ่งอำเภอขึ้นที่บ้านท่าหลวง หมู่ที่ 4 ตำบลท่าหลวง และได้มีพระราชกฤษฎีกายกฐานะกิ่งอำเภอท่าหลวงขึ้นเป็นอำเภอท่าหลวง ตั้งแต่วันที่ 26 พฤษภาคม 2532 2.เนื้อที่/พื้นที่ 375 ตร.กม. 3.สภาพภูมิอากาศโดยทั่วไป ในฤดูร้อนอากาศจะร้อนจัด ฤดูหนาวมีลมแรง ส่วนฤดูฝนจะมีพายุลมแรงอยู่เสมอ ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ย 1,119 มม. ต่อปี หมายเลขโทรศัพท์ 036-497087
หมายเลขโทรสาร 036-497087

สนอง แท่นสูงเนิน
ภาพ/ข่าว จังหวัดลพบุรี

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 3 (ลำปาง) ผนึกกำลังตรวจยึด จับกุม ขบวนการลักลอบขนไม้ผิดกฎหมาย

เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2568 สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 3 (ลำปาง) โดยกรัณย์พล แสงทอง ผู้อำนวยการสำนักฯ มอบหมายให้ นายกมล ร่างมณี ผู้อำนวยการส่วนป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า บูรณาการกำลังร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย

ชุดปฏิบัติการพิเศษป่าไม้ สจป.3 (ลำปาง) 1, เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ลป.17 (แม่มอกตอนขุน), เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปทส.จังหวัดลำปาง,

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เวียงมอก, สภ.เถิน, เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ฯ อ.เถิน จ.ลำปางและเจ้าหน้าที่ศูนย์ป้องกันและปราบปรามที่ 3 (ภาคเหนือ) กรมป่าไม้ ร่วมตรวจยึด จับกุมขบวนการลักลอบขนไม้ผิดกฎหมาย ดังนี้

1.ตรวจยึดและจับกุมผู้ต้องหา จำนวน 1 คน ขนไม้ชิงชันแปรรูป จำนวน 45 แผ่น/เหลี่ยม รวมปริมาตร 3.11 ลบ.ม. มูลค่าความเสียหาย 933,000 บาท พร้อมรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล ( กระบะบรรทุก) จำนวน 1 คัน

  1. ตรวจยึดและจับกุมผู้ต้องหา จำนวน 1 คน ลักลอบขนไม้ชิงชันแปรรูป จำนวน 49 แผ่น/เหลี่ยม รวมปริมาตร 3.22 ลบ.ม. มูลค่าความเสียหาย 966,000 บาท
    พร้อมยึดรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล ( กระบะบรรทุก) จำนวน 1 คัน

รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 1.8 ล้านบาท โดยการผนึกกำลัง การบูรณาการร่วมกันตรวจยึด จับกุมไม้มีค่าในครั้งนี้ เป็นการสกัดกั้นกระบวนการไม้ข้ามขาติ การแก้ไขปัญหาการทำลายป่าไม้และการค้าไม้ผิดกฎหมาย ซึ่งเป็นภัยคุกคามต่อทรัพยากรธรรมชาติของประเทศ

และเป็นการสนองนโยบายของ นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม และ นายนิกร ศิรโรจนานนท์ อธิบดีกรมป่าไม้ อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินการตามกฎหมายและขยายผลต่อไป..

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / มูลนิธิสังคมสุขใจ “งานสังคมสุขใจ ครั้งที่ 10” ชูแนวคิด “รักเธอ รักฉัน ร่วมกันรักษ์โลก” 13 – 15 กพ.2569 ณ สวนสามพราน อ.สามพราน จ.นครปฐม เปิดเข้างานฟรี!!

วันที่ 18 มกราคม 2569 นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม พร้อมด้วย นายอรุษ นวราช เลขานุการมูลนิธิสังคมสุขใจ และนายกสมาคมผู้บริโภคอินทรีย์ไทย หรือ TOCA ผู้แทนจากจังหวัดนครปฐม สสปน. ททท. กลุ่มเซ็นทรัล PTTGC และตัวแทนเกษตรกรอินทรีย์ แถลงข่าวเตรียมจัดงานใหญ่ประจำปี “งานสังคมสุขใจ ครั้งที่ 10 | 10th Annual Sookjai Organic Fest” พร้อมเสวนาในหัวข้อ “รักเธอ รักฉัน ร่วมกันรักษ์โลก” ซึ่งงานจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 13 – 15 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 09.00–17.00 น. ณ สวนสามพราน อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ภายใต้แนวคิด “รักเธอ รักฉัน ร่วมกันรักษ์โลก”

ซึ่งมูลนิธิสังคมสุขใจ ร่วมกับจังหวัดนครปฐม สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ สสปน., การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท., กลุ่มเซ็นทรัล, บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC, Thai Koon , ปฐมออร์แกนิกลีฟวิ่ง, สวนสามพราน, สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม หรือ ส.ป.ก., หน่วยงานภาครัฐ, ภาคเอกชน และเครือข่ายเกษตรกรอินทรีย์ทั่วประเทศ ร่วมกันจัดขึ้น เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและประสบการณ์ เพื่อผลักดันการสร้างเครือข่ายสังคมอินทรีย์ให้เข้มแข็ง ครอบคลุมทั้งด้านการอุปโภคบริโภค การดูแลสุขภาพ การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ตลอดจนการสร้างอาชีพและนวัตกรรมทางสังคม

นายอรุษ นวราช เลขานุการมูลนิธิสังคมสุขใจ และนายกสมาคมผู้บริโภคอินทรีย์ไทย หรือ TOCA กล่าวว่า งานสังคมสุขใจ ครั้งที่ 10 นี้ ร่วมกับจังหวัดนครปฐม เชิญชวนคนทั้งห่วงโซ่อินทรีย์หรือผู้ที่สนใจเข้าร่วมเครือข่ายได้มาพบกันอีกครั้ง วัตถุประสงค์การจัดงานมุ่งเน้นการขับเคลื่อนระบบอาหารอินทรีย์เพื่อยกระดับเกษตรกรในประเทศไทยเป็นผู้ผลิตเกษตรอินทรีย์มากขึ้น การดูแลสุขภาพแบบองค์รวม การดูแลตัวเอง ใส่ใจผู้อื่น การดูแลสิ่งแวดล้อม การท่องเที่ยวยั่งยืน และเศรษฐกิจฐานราก อย่างสมดุลและยั่งยืนด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ตั้งแต่เกษตรกรต้นน้ำ ผู้ประกอบการ กลางน้ำ

ไปจนถึงผู้บริโภคและองค์กรภาคีปลายน้ำ เพื่อร่วมกันสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกในระดับบุคคล ชุมชน และสังคมโดยรวม สอดคล้องกับแนวทาง BCG Economy Model และทิศทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนของประเทศ สิ่งที่น่าสนใจภายในงาน อาทิโซนช้อปสินค้าอินทรีย์ของกินของใช้ จากเครือข่ายเกษตรกรและผู้ประกอบการ งาน Art & Craft ทั่วประเทศกว่า 200 บูธนิทรรศการองค์ความรู้ ด้านเกษตรอินทรีย์, สิ่งแวดล้อม และการดูแลสุขภาพกาย สุขภาพใจ (Mental Health)กิจกรรม Zero Food Waste to Landfill ถ่ายทอดแนวคิดและการจัดการขยะอาหารอย่างเป็นรูปธรรมแนะนำเส้นทางท่องเที่ยวชุมชน ท่องเที่ยววิถีอินทรีย์ และการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน กับ ททท. และ TEATAกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ (Business Matching)

พบกับสินค้าและบริการยั่งยืน เพื่อสร้างโอกาสทางการตลาด การกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น พร้อมเสริมความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจชุมชน โดย สสปน. และสำนักงานพาณิชย์จังหวัดนครปฐมนางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม กล่าวว่า จังหวัดนครปฐม เป็นเมืองเกษตรที่อุดมสมบูรณ์ ครบครันทั้งข้าว ผัก ผลไม้ ปศุสัตว์ และประมง เป็นแหล่งวัตถุดิบแห่งใหญ่ ใกล้กรุงเทพฯ ยุทธศาสตร์ของจังหวัดการเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยี และนวัตกรรมด้านเกษตร และอาหารปลอดภัยเกษตรแปรรูปมูลค่าสูง และมุ่งเน้นการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ทุกช่วงวัยให้สอดคล้องกับการเติบโตของเศรษฐกิจและสังคม ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน แนวทางการพัฒนาระบบการทำเกษตรสู่ระบบเกษตรอินทรีย์จะช่วยเกื้อกูลทั้งระบบอาหาร

ตัวอย่างเช่น ตลาดสุขใจ สวนสามพราน แหล่งจำหน่ายสินค้าและผลผลิตเกษตรอินทรีย์ ที่มีผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพมาเลือกซื้อ เลือกรับประทาน หากสามารถขยายฐานการผลิตเกษตรอินทรีย์มากขึ้นเชื่อมผู้ซื้อกลุ่มโรงแรม ร้านอาหาร และโมเดิร์นเทรด ผู้บริโภคก็มีแหล่งสินค้าเพื่อสุขภาพมากขึ้น จะช่วยสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนเพิ่มขึ้นทางจังหวัด โดยสำนักงานเกษตรจังหวัด ร่วมออกบูธวิชาการให้ความรู้ด้านเกษตรอินทรีย์ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ผู้ที่สนใจสามารถมาเรียนรู้ได้ และสำนักงานพาณิชย์จังหวัดร่วมส่งเสริมกิจกรรมการจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) เชิญชวนผู้ซื้อในจังหวัดและประสานสำนักงานพาณิชย์ในจังหวัดใกล้เคียงที่สนใจ

งานสังคมสุขใจ ครั้งที่ 10 เปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าร่วมงาน โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ระหว่างวันที่ 13-15 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 09.00–17.00 น. ณ สวนสามพราน อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม สามารถจอดรถได้ที่ โลตัส สาขาสามพราน มีบริการรถรับ-ส่งเข้างานฟรี ตลอดทั้ง 3 วัน ข้อมูลการเดินทางสอบถามได้ที่ โทร 034 322 588 หรือติดตามกิจกรรมที่ Facebook : งานสังคมสุขใจ สวนสามพราน
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯ จ.นครปฐม ร่วมชมพิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ณ หอรัษฎากรพิพัฒน์ ภายในบริเวณพระบรมมหาราชวัง

ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม นำคณะผู้บริหาร สมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัด นักเรียนทุนพระราชทาน นักเรียน นักศึกษา และประชาชน ทั้ง 7 อำเภอ ร่วมชมพิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ณ หอรัษฎากรพิพัฒน์ ภายในบริเวณพระบรมมหาราชวัง

วันที่ 17 มกราคม 2569 นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม พร้อมด้วย รองนายกและสมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ นำนักเรียนทุนมูลนิธิทุนการศึกษาพระราชทานสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร (ม.ท.ศ.), ทุนมูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ

เพื่อเยาวชน ในพระบรมราชินูปถัมภ์ และโครงการทุนการศึกษาเฉลิมราชกุมารี ตลอดจนนักศึกษาจากวิทยาลัยสารพัดช่าง วิทยาลัยเทคโนโลยีพัฒนาบริหารธุรกิจ วิทยาลัยอาชีวศึกษา วิทยาลัยเทคนิค ข้าราชการและเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่างๆ ประชาชนจากทั้ง 7 อำเภอ กว่า 750 คน

ร่วมชมพิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ณ หอรัษฎากรพิพัฒน์ ภายในบริเวณพระบรมมหาราชวัง กรุงเทพมหานคร ภายหลังจากการเข้าเฝ้าฯ กราบถวายบังคมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

สำหรับพิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เป็นแหล่งเรียนรู้ที่รวบรวมเรื่องราวอันทรงคุณค่าของผ้าไทยและศิลปหัตถกรรมพื้นถิ่น ถ่ายทอดพระอัจฉริยภาพและพระวิสัยทัศน์อันกว้างไกลของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันหลวง

ที่ทรงอนุรักษ์และสืบสานภูมิปัญญาผ้าไทยให้คงอยู่คู่แผ่นดินไทย ภายในพิพิธภัณฑ์ผ้าฯ มีการจัดแสดงผ้าไทยจากหลากหลายภูมิภาค เครื่องแต่งกายที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ทรงสวมใส่ในโอกาสต่างๆ รวมถึงนิทรรศการเชิงสร้างสรรค์ที่ให้ผู้เข้าชมได้เรียนรู้กระบวนการทอผ้าและศิลปะการออกแบบในรูปแบบ

ร่วมสมัย นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ เช่น เวิร์กช็อปการย้อมผ้าธรรมชาติ การสาธิตการทอผ้า และมุมจำหน่ายของที่ระลึกจากโครงการในพระราชดำริ ที่ผสมผสานความงดงามของผ้าไทยเข้ากับงานออกแบบร่วมสมัย

โดยเปิดโอกาสให้ประชาชน นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ได้เข้ามาสัมผัสความงดงามของผลงานและเรื่องราวเบื้องหลังผืนผ้าไทยด้วยตนเอง โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / มณฑลทหารบกที่ 38 จัดพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพล เนื่องในวันกองทัพไทย ประจำปี 2569

เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2569 เวลา 16.00 น. ที่ค่ายสุริยพงษ์ จังหวัดน่าน พลตรีบุญญฤทธิ์ เกษตรเวทิน ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 38 เป็นประธานในพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพลของหน่วยทหารในพื้นที่จังหวัดน่าน เนื่องในวันกองทัพไทย ประจำปี 2569

โดยมีนายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน พร้อมด้วยหัวหน้าศาล อัยการ ตำรวจ ส่วนราชการพลเรือน ผู้บังคับหน่วยทหารในพื้นที่ และสมาคมแม่บ้านทหารบก เข้าร่วมในพิธี เพื่อ

ร่วมกันน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช องค์วีรกษัตริย์ไทย ตลอดจนบูรพกษัตริย์ไทยทุกพระองค์ และเหล่าบรรพบุรุษผู้เสียสละเลือดเนื้อและชีวิตในการปกป้องรักษาผืนแผ่นดินไทย

ทั้งนี้ พิธีดังกล่าวยังเป็นการปลูกจิตสำนึกให้กำลังพลตระหนักถึงภารกิจหน้าที่อันสำคัญยิ่งในการพิทักษ์รักษาเอกราช อธิปไตย และความมั่นคงของประเทศชาติ เพื่อให้แผ่นดินไทยดำรงอยู่เป็นมรดกแก่ลูกหลานสืบไป

ภายในงานมีกำลังพลเข้าร่วมสวนสนามจำนวน 2 กองพัน พร้อมการแสดงก่อนพิธีจำนวน 2 ชุด ได้แก่ การแสดงจากหมวดดุริยางค์มณฑลทหารบกที่ 38 การแสดงวงโยธวาทิตจากโรงเรียนนาน้อย และกรมทหารพรานที่ 32

โดยมีข้าราชการ ทหาร ครอบครัวกำลังพล นักศึกษาวิชาทหาร และประชาชนจังหวัดน่าน เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง ณ สนามหน้ากองบัญชาการมณฑลทหารบกที่ 38 ค่ายสุริยพงษ์ ตำบลในเวียง อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน/ทีมข่าวสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / HBD บก.นก เนชั่น ครบ 62 ปี มวลมิตรร่วมฉลองข่าวเด็ดออนไลน์ก้าวสู่ปีที่ 29

ค่ำวันที่ 18 ม.ค.69 ซึ่งตรงกับวันคล้ายวันเกิด บก.นก กิตติคม ธีวรางกูล บรรณาธิการบริหารข่าวเด็ดออนไลน์ และผู้สื่อข่าวเนชั่นภาคตะวันออก อายุครบ 62 ปีบริบูรณ์ โดยได้จัดงานเลี้ยงสังสรรค์เพื่อความเป็นสิริมงคล และร่วมฉลองในโอกาสก้าวย่างสู่ปีที่ 29 “ข่าวเด็ดออนไลน์”ที่ร้านอาหารมุมอร่อย นาเกลือ พัทยา จ.ชลบุรี

โดยในพิธีได้รับเกียรติจากนายอนุศักดิ์ พิริยอมร นายอำเภอบางละมุง และนายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา ร่วมเป็นประธานกล่าวอวยพรและแสดงความยินดี ท่ามกลางมวลมิตรแทบทุกสาขาอาชีพในเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี เข้าร่วมงานอย่างคึกคัก ทั้งภาคข้าราชการ ภาคเอกชน กลุ่มการเมือง และสื่อมวลชน อาทิ

นายมีชัย อินทร์พิทักษ์ ประธานคณะทำงานนายกเมืองพัทยา นายศักดิ์สิทธิ์ ธีระพรสถานนท์ หรือ เสี่ยสม ผู้บริหารโครงการเอสพีกรุ๊ป พัทยา นายวินัย อินทร์พิทักษ์ นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองหนองปรือ นายชาญยุทธ เฮงตระกูล อดีต สส.ชลบุรี

พ.ต.อ.เอนก สระทองอยู่ ผกก.สภ.เมืองพัทยา นายบันลือ กุลละวณิชย์ ประธานสภาเมืองพัทยา นายดำรงค์เกียรติ พินิจการ รองนายกเมืองพัทยา นายมานะ ยาประคำ ประธานสภาวัฒนธรรมเมืองพัทยา คณอนา วงศ์สิงห์ ผู้บริหารโครงการ The Bay

คุณลิซ่า แฮมิลตัน นายกสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจกลางคืนเมืองพัทยา ว่าที่ร้อยตรี ชาญยุทธ ยังปรีดา คณะทำงานนายกเมืองพัทยา ป๋าสัก สีชัง สุรศักดิ์ ทุมมานนท์ บก.นสพ.สยาม ป๋าทัศน์ สุทัศน์ บุญช่วยเหลือ ผู้สื่อข่าวอาวุโสไทยรัฐ กลุ่มวิหค

สายฟ้า ป๋าเนี้ยว อนันต์ กิ่งสร นายกสมาคมผู้สื่อข่าวช่อง 3 ภาคตะวันออก นาวบุณรดา เศรษฐา รองนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลเขาชีจรรย์ นายสุครีพ กระจาย นายกสมาคมขาวอีสานพัทยา ดร.ดิโอ้ กูมาร์ ซิงห์ นายกสมาคมภารัต (อินเดีย) ชลบุรี

สือรัฐ ทีวี บก.เอกสิทธ์ หมวดทอง