สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ความสำเร็จ “นราธิวาสโมเดล” ด้านการควบคุมยาสูบและบังคับใช้กฎหมายสุดเข้มแข็ง ศ.เกียรติคุณ นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ เผยความประทับใจ

คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิระดับประเทศลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมความสำเร็จ “นราธิวาสโมเดล” ด้านการควบคุมยาสูบและบังคับใช้กฎหมายสุดเข้มแข็ง ศ.เกียรติคุณ นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ เผยความประทับใจ เห็นโครงสร้างจังหวัดแข็งแกร่งที่สุดเท่าที่เคยเจอมา ทำความฝัน 20 ปีที่อยากเห็นการขับเคลื่อนระดับจังหวัดเป็นจริง พร้อมชูเป็นต้นแบบให้ทั่วประเทศเดินตาม

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 20 มกราคม 2569 ณ ห้องประชุมภักดีบดินทร์ โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ นำโดย ศ.เกียรติคุณ นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ คณะกรรมการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบแห่งชาติ (คผยช.) พร้อมคณะผู้บริหารและผู้แทนหน่วยงานระดับประเทศ อาทิ กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสำนักงานป้องกันควบคุมโรค ลงพื้นที่ประเมินผลการดำเนินงานของจังหวัดนราธิวาสอย่างเข้มข้นโดยมี นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส พร้อมด้วยรองผู้ว่าราชการจังหวัด นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด และหน่วยงานภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ให้การต้อนรับและร่วมแลกเปลี่ยนผลการดำเนินงาน

จากข้อมูลพบว่า จ.นราธิวาส มีประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไปกว่า 5 แสนคน ผลการคัดกรองพบผู้สูบบุหรี่ร้อยละ 12.76 ซึ่งปัญหาใหญ่ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้คือ “ค่านิยมที่ผิด” ที่มองว่าบุหรี่ช่วยคลายเครียดและไม่อันตราย ทั้งที่เป็นบันไดขั้นแรกสู่ยาเสพติดชนิดอื่น ด้วยเหตุนี้ จังหวัดนราธิวาสจึงประกาศเป็นนโยบายสำคัญ บูรณาการทุกภาคส่วนตั้งแต่ระดับจังหวัดถึงชุมชน ภายใต้แผนยุทธศาสตร์ 5 มาตรการ จนสามารถคว้ารางวัลต่อเนื่อง 3 ปีซ้อน และในปีนี้ได้ยกระดับความเข้มข้นในด้าน “การบังคับใช้กฎหมายและสร้างสิ่งแวดล้อมปลอดบุหรี่” อย่างเต็มรูปแบบ

ด้าน ศ.เกียรติคุณ นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ คผยช. กล่าวเปิดใจในที่ประชุมว่า ตนมีส่วนร่วมในการผลักดันงานควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบของประเทศมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ. 2532 โดยประเทศไทยได้มีกฎหมายควบคุมยาสูบและคุ้มครองสุขภาพผู้ไม่สูบบุหรี่ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2535 และต่อมาได้พัฒนากฎหมายควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. 2560 ซึ่งกำหนดให้มีคณะกรรมการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบในระดับจังหวัดอย่างชัดเจน จังหวัดนราธิวาสถือเป็นจังหวัดที่สามารถขับเคลื่อนงานควบคุมยาสูบได้อย่างเข้มแข็งและเป็นรูปธรรม ทั้งด้านโครงสร้างการทำงาน การบูรณาการทุกภาคส่วน และการ

ดำเนินงานครบทุกมิติ ได้แก่ การป้องกันนักสูบหน้าใหม่ การช่วยเลิกบุหรี่ การคุ้มครองผู้ไม่สูบ และการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง สิ่งที่ผมใฝ่ฝันมา 20 ปี คือการเห็นการปฏิบัติงานที่จริงจังในระดับจังหวัดแบบนี้ นราธิวาสมีโครงสร้างคณะกรรมการที่เข้มแข็งมาก มีการมอบหมายงานที่ชัดเจนจากท่านผู้ว่าฯ ไปจนถึงระดับปฏิบัติการ ผมลงพื้นที่มาหลายจังหวัด แต่ไม่เคยเจอที่ไหนพร้อมเท่าวันนี้ ขอบคุณทุกคนที่ทำให้ฝันของผมเป็นจริง
นอกจากนี้ นพ.ประกิต ยังเน้นย้ำว่า นราธิวาสคือตัวแทนภาคใต้ที่จะเป็นต้นแบบการแก้ปัญหาบุหรี่ไฟฟ้าในเด็ก ซึ่งปัจจุบันเริ่มพบผู้สูบอายุน้อยเพียง 10 ขวบ โดยผลสำเร็จของนราธิวาสจะถูกนำไปขยายผลเป็นโมเดลระดับประเทศต่อไป

สำหรับกิจกรรมไฮไลท์ในการลงพื้นที่คณะกรรมการได้เยี่ยมชมบูธนิทรรศการ 10 จุดที่แสดงถึงความสำเร็จในทุกมิติ อาทินิทรรศการ Gen Z: พลังคนรุ่นใหม่ขับเคลื่อนสังคมปลอดบุหรี่ การบังคับใช้กฎหมาย: การประสานงานระหว่างตำรวจ อัยการ และฝ่ายปกครองต้นแบบสถานบริการปลอดบุหรี่: จาก รพ.สต.เจ๊ะเก ถึงโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ระบบ T-cep ออนไลน์: การใช้เทคโนโลยีติดตามและลงข้อมูลการตรวจร้านค้าในพื้นที่ 100%ทั้งนี้การลงพื้นที่ครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการประเมินเพื่อรับรางวัลเกียรติยศ แต่ยังเป็นการตอกย้ำว่า “นราธิวาส” พร้อมแล้วที่จะเป็นหัวขบวนในการสร้างสุขภาวะที่ดีและปกป้องเยาวชนไทยจากภัยเงียบของยาสูบอย่างยั่งยืน
/////////////////////////////////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ชาวแม่สายต้อนรับ นายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรี​ว่าการ​กระทรวง​การพัฒนา​สังคม​และความมั่นคง​ของ​มนุษย์ ประธานในพิธี

วันจันทร์ที่ 19 มกราคม 2569 เวลา 11.00 น.
นายวรายุทธ ค่อมบุญ นายอำเภอ​แม่สาย​ ร่วมพิธีเปิดโครงการ “สานพลังเครือข่าย ​พัฒนา​คุณภาพ​ชีวิต​คนทุกช่วงวัย” โดยมีนายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรี​ว่าการ​กระทรวง​การพัฒนา​สังคม​และความมั่นคง​ของ​มนุษย์​เป็นประธานใน พิธีเปิดโครงการฯ และมีนายรุจติศักดิ์ รังษี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย หัวหน้าส่วนราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และชาวแม่สาย อำเภอแม่สาย จังหวัดเียงราย ร่วมให้การต้อนรับ ณ ศูนย์เรียนรู้อย่างยั่งยืนตามศาสตร์พระราชา (สมาคมคนพิการอำเภอแม่สาย) วัดหิรัญญาวาส ตำบลเกาะช้าง อำเภอแม่สาย จังหวัด​เชียงราย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผบช.ภาค 7 แถลงรวบแก๊งขนยาบ้าคาด่าน เกือบ 4 แสนเม็ดจะไปส่งภาคใต้ พบผู้ต้องหาถูกจับมาหลายครั้ง

เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 19 มกราคม 2569 ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ ผบก.ภ.จว.นครปฐม พ.ต.อ.พงษ์สวัสดิ์ คำปาเชื้อ รอง ผบก.ภ.จว.นครปฐม พ.ต.อ.กฤษณัฐ วงษ์กล้าหาญ รอง ผบก.ภ.จว.นครปฐม พ.ต.อ.อชิรวัตติ์ ถาวรเจริญวัฒน์ ผกก.สภ.เมืองนครปฐม พ.ต.ท.ตะวัน วัฒนรังสรรค์ รอง ผกก.ป.สภ.เมืองนครปฐม พ.ต.ท.ฤทธิชัยปกรณ์ ดำรงค์อิทธิสกุล รอง ผกก.สส.สภ.เมืองนครปฐม

ร่วมกันแถลงผลการจับกุมคดียาเสพติด ผู้ต้องหา คือ นายรีดูวัน เจ๊ะเลาะ (ผู้ต้องหาที่ 1) อายุ 41 ปี และ นางสาวนูรอัยนี การียา อายุ 20 ปี โดยแจ้งข้อกล่าวหาผู้ต้องหาทั้งสอง ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษ ประเภท 1 (ยาบ้า)

โดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย โดยกระทำเพื่อการค้า โดยก่อให้เกิดการแพร่กระจาย ในกลุ่มประชาชน โดยทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป ส่วนผู้ต้องหาที่ 1 ตั้งข้อหาเพิ่มเติม เป็นผู้ขับขี่เสพยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย และเสพ

พร้อมของกลางในคดี ได้แก่ 1.ยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาบ้า) ทั้งหมด จำนวน 399,600 เม็ด โทรศัพท์มือถือ จำนวน 2 เครื่อง และ รถยนต์เก๋งโตโยต้า วีออส สีขาว หมายเลขทะเบียน 2 กญ 4601 กรุงเทพมหานคร ซึ่งจับกุมได้ที่บริเวณหน้าศาลเด็กและเยาวชนจังหวัดนครปฐม ถนนเพชรเกษม ต.หนองดินแดง อ.เมืองนครปฐม เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2569 เวลา 04.00 น.

พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผบช.ภ.7 เผยถึง พฤติการณ์ในการจับกุมครั้งนี้ว่า วันที่ 18 มกราคม 2569 เวลาประมาณ 04.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งจุดสกัดบริเวณหน้าศาลเด็กและเยาวชนจังหวัดนครปฐม พบรถยนต์ต้องสงสัย TOYOTA VIOS สีขาว เมื่อเข้าตรวจค้นโดยชอบด้วยกฎหมาย เมื่อเห็นด่านตรวจพยายามเลี่ยงหลบหนี จึงเรียกให้หยุด พบภายในรถมี ผู้ต้องหา 2 ราย จึงขอทำการตรวจค้น ปรากฏว่าพบยาบ้า รวม 399,600 เม็ด โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง

โดยนายรีดูวันผู้ต้องหาที่ 1 ให้การรับสารภาพว่ายาเสพติดเป็นของตน รับจ้างลำเลียงจากพื้นที่ อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม เพื่อส่งปลายทาง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยได้รับค่าจ้าง 150,000 บาท และมีการโอนเงินมัดจำแล้ว ผลตรวจปัสสาวะพบสารเมทแอมเฟตามีน

ส่วนผู้ต้องหาที่ 2 ให้การปฏิเสธ เมื่อตรวจสารเสพติด ไม่พบสารเสพติดในปัสสาวะ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแจ้งข้อกล่าวหา แจ้งสิทธิ และนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

จากการตรวจประวัติอาชญากรรมผู้ต้องหาที่ 1 เคยก่อเหตุในคดีในข้อหา ลักทรัพย์ในเคหะสถาน ของ สภ.มูโน๊ะ จ.นราธิวาส พ.ศ.2559 ข้อหา ร่วมกันมีไว้ในครอบครองยาเสพติดประเภทที่ 5 ของ สภ.มูโน๊ะ จ.นราธิวาส พ.ศ.2561 และถูกจับกุมในข้อหาเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 สภ.มูโน๊ะ จ.นราธิวาส พ.ศ.2565 ส่วนนางสาวนูรอัยนี ผู้ต้องหาที่ 2 ตรวจไม่พบประวัติการกระทำความผิด ……………………….

จำรัส ตุ้มท่าไม้ ผู้สื่อข่าว จ.นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เกษตร อ.ท่าวังผา จัดอบรมเตรียมความพร้อมให้แก่เกษตรกร เพื่อขอรับรองมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (Good Agricultural Practices : GAP) ชนิดพืช พริกและกาแฟ

สำนักงานเกษตรอำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน นำโดย นางเฉลิมพร ลำน้อย นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการพิเศษ รักษาราชการแทน เกษตรอำเภอท่าวังผา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอท่าวังผา จัดอบรมให้ความรู้และเตรียมความพร้อมแก่เกษตรกร

เพื่อขอรับรองมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (Good Agricultural Practices : GAP) ชนิดพืช พริกและกาแฟ ตามโครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ กิจกรรมอบรมเกษตรกรเข้าสู่มาตรฐาน GAP ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

ซึ่งจัดขึ้นระหว่างช่วงวันที่ 29 ธันวาคม 2568 – 16 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา โดยมีเกษตรกรผู้ปลูกพริกและกาแฟในพื้นที่อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน เข้ารับการฝึกอบรมจำนวนทั้งสิ้น 255 ราย

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาองค์ความรู้และเสริมสร้างความเข้าใจให้แก่เกษตรกรเกี่ยวกับหลักเกณฑ์และแนวทางการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (GAP) ครอบคลุมตั้งแต่กระบวนการผลิต การจัดการแปลงปลูก การใช้ปัจจัยการผลิตอย่างถูกต้องและปลอดภัย การดูแลรักษาคุณภาพผลผลิต ตลอดจนการจัดเตรียมเอกสารและความพร้อมก่อนเข้ารับการตรวจรับรองมาตรฐาน

อันเนื่องด้วยจากสถานการณ์ในช่วงฤดูกาลผลิตที่ผ่านมา พบว่าผลผลิตพริกและกาแฟมีราคาตกต่ำ การส่งเสริมให้เกษตรกรได้รับการรับรองมาตรฐาน GAP จะช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นด้านคุณภาพและความปลอดภัยของผลผลิต

ส่งผลให้สามารถจำหน่ายผลผลิตได้ในราคาที่เหมาะสม มีช่องทางการตลาดที่กว้างขึ้น ช่วยยกระดับรายได้และสร้างความเข้มแข็งให้แก่เกษตรกรได้อย่างยั่งยืน/ทีมข่าวสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ปค.นิคมคำสร้อย – สภ.นาอุดม บุกจับหนุ่มซุกยาบ้ากลางกระท่อมนา รับสารภาพทั้งจำหน่าย–เสพ ส่งดำเนินคดีทันที

เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2569 ภายใต้การอำนวยการของ นายวีระเชษฐ์ อรุณอิสรา นายอำเภอนิคมคำสร้อย และ พ.ต.ท.อังกูร วรสาร สารวัตรสถานีตำรวจภูธรนาอุดม ได้มอบหมายให้ นายธีรวัฌน์ หมีคำ ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง นำกำลังสมาชิกกองร้อย

อาสารักษาดินแดนอำเภอนิคมคำสร้อย ร่วมกับชุดสืบสวน สภ.นาอุดม ลงพื้นที่ตรวจสอบกรณีได้รับแจ้งจากสายลับว่ามีการมั่วสุมและพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับยาเสพติด บริเวณกระท่อมนาไม่มีเลขที่ ทางทิศตะวันตก บ้านคำเชียงสา หมู่ที่ 7 ตำบลนาอุดม อำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร

เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ พบนายเทพประทาน นามแก้ว มีท่าทีพิรุธคล้ายมีสิ่งของผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวขอตรวจค้น โดยได้แสดงความบริสุทธิ์จนเป็นที่พอใจ และผู้ต้องสงสัยยินยอมให้ตรวจค้นด้วยความสมัครใจ

ผลการตรวจค้นพบยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) หรือยาบ้า จำนวนรวมทั้งสิ้น 226 เม็ด แบ่งเป็น ยาบ้าสีส้มแดงและสีเขียว บรรจุอยู่ในถุงพลาสติก 2 ถุง และบางส่วนตกอยู่ใกล้ตัวผู้ต้องหา เจ้าหน้าที่จึงสอบถาม นายเทพประทานรับว่ายาบ้าทั้งหมดเป็นของตนแต่เพียงผู้เดียว

เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหา “จำหน่ายซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย โดยไม่ได้รับอนุญาต” พร้อมแจ้งสิทธิทางกฎหมาย ซึ่งนายเทพประทานให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา จากนั้นได้นำตัวพร้อมของกลางส่ง สภ.นาอุดม

ต่อมา ระหว่างดำเนินการที่ สภ.นาอุดม นายเทพประทานยอมรับว่าได้เสพยาบ้าในช่วงเช้าวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่จึงขอตรวจปัสสาวะ ซึ่งผู้ต้องหายินยอม ผลการตรวจเบื้องต้นและผลยืนยันจากโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเลิงนกทา พบสารเสพติดในร่างกาย

เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม “เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย” นายเทพประทานรับสารภาพทั้งข้อหาจำหน่ายและเสพยาเสพติด ก่อนถูกส่งตัวพร้อมของกลางให้พนักงานสอบสวน สภ.นาอุดม ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ภาพ/ข่าว เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / น่าน.แถลงข่าวเตรียมจัดงาน “ประเพณีหกเป็งนมัสการพระมหาธาตุเจ้าภูเพียงแช่แห้ง” ประจำปี 2569 ส่งเสริมอัตลักษณ์ล้านนาและการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

วันที่ 19 มกราคม 2569 เวลา 17.00 น. ณ วัดพระธาตุแช่แห้ง พระอารามหลวง อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน พระราชนันทวัชรบัณฑิต รองเจ้าคณะจังหวัดน่าน เจ้าอาวาสวัดพระธาตุแช่แห้ง พระอารามหลวง เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วยนายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน

นางสาวณัฐยาน์ ทวีวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน นางภัทรภร ชัยวัฒนกุล วัฒนธรรมจังหวัดน่าน นายสุเมธ สายสูง ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดน่าน หัวหน้าส่วนราชการ และประชาชน ร่วมการแถลงข่าวการจัดงานประเพณีหกเป็งนมัสการพระมหาธาตุเจ้าภูเพียงแช่แห้ง ประจำปี 2569

พระราชนันทวัชรบัณฑิต กล่าวว่า งานประเพณีหกเป็งนมัสการพระมหาธาตุเจ้าภูเพียงแช่แห้ง ได้รับการยกระดับจากกระทรวงวัฒนธรรมให้เป็นงานประเพณีระดับชาติและนานาชาติ ที่มีความโดดเด่นด้านศิลปวัฒนธรรมและเป็นอัตลักษณ์ของจังหวัดน่าน ที่สามารถถ่ายทอดคุณค่าทางประเพณีไปสู่เด็ก เยาวชน และประชาชน เพื่อสร้างความตระหนักในการอนุรักษ์และสืบสานให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน

สำหรับการจัดงานในปี 2569 นี้ ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากจังหวัดน่าน วัดพระธาตุแช่แห้ง พระอารามหลวง และมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตนครน่านเฉลิมพระเกียรติฯ โดยกำหนดจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 25 กุมภาพันธ์ ถึง 3 มีนาคม 2569

ภายในงานมีกิจกรรมหลากหลาย อาทิ ขบวนแห่คั่วตานจากทั้ง 15 อำเภอ การแสดงแสงสีเสียง “ล่องน่านย้อนตำนานเวียงภูเพียงแช่แห้ง” การประกวดศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นกว่า 22 รายการ การแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน การสาธิตภูมิปัญญาท้องถิ่นและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรมกว่า 15 บูธ กิจกรรมกาดมั่วคัวฮอมถนนคนเดิน และกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา

นอกจากนี้ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน เขตอำเภอภูเพียง ได้ร่วมสนับสนุนจัดกิจกรรมเพิ่มเติม อาทิ ศูนย์วิถีชีวิตและภูมิปัญญาท้องถิ่น บูธผลิตภัณฑ์ไบโอเวช คาราวานสินค้า การแสดงมหรสพ สวนสนุก และเครื่องเล่นต่าง ๆ โดยปีนี้มีความพิเศษคือ การนำช้างจำนวน 2 เชือกจากจังหวัดสุรินทร์เข้าร่วมขบวนแห่ เพื่อสร้างสีสันและความยิ่งใหญ่

สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดน่านยังได้บูรณาการจัดกิจกรรม “1 อำเภอ 1 ลานสร้างสรรค์” เปิดพื้นที่ให้ชุมชน เด็กและเยาวชน ได้แสดงผลงานศิลปวัฒนธรรม ถ่ายทอดภูมิปัญญาท้องถิ่น จัดกิจกรรมเวิร์กช็อป และจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชน เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในระดับพื้นที่อีกด้วย

พระมหาธาตุเจ้าภูเพียงแช่แห้งนับเป็นปูชนียสถานที่สำคัญและเก่าแก่ที่สุดของจังหวัดน่าน โดยในปี พ.ศ. 2569 จะมีอายุกาลครบ 673 ปี และมีการจัดงานประเพณีหกเป็งในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 เหนือ สืบทอดต่อเนื่องมาแต่โบราณ เพื่ออนุรักษ์วัฒนธรรมล้านนาและส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

ด้าน นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน กล่าวว่า จังหวัดน่านมุ่งผลักดันงานประเพณีหกเป็งฯ ให้เป็น Soft Power สำคัญ เชื่อมโยงการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่ สอดรับกับนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล และการพัฒนาจังหวัดน่านสู่เมืองท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และเมืองมรดกโลกในอนาคต โดยเชื่อมโยงกับเมืองหลวงพระบาง แขวงไชยะบุรี สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

ทั้งนี้ จังหวัดน่านยังได้รับการประกาศจากองค์การยูเนสโกให้เป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน (Crafts & Folk Art) ในปี 2568 ซึ่งจะช่วยยกระดับเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม การสร้างงาน สร้างรายได้ และธำรงรักษาเอกลักษณ์วัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

ภายหลังการแถลงข่าว ผู้ว่าราชการจังหวัดน่านได้เชิญชวนประชาชน นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ เข้าร่วมงานประเพณีหกเป็งนมัสการพระมหาธาตุเจ้าภูเพียงแช่แห้ง และชมการแสดงแสงสีเสียง “ล่องน่านย้อนตำนานเวียงภูเพียงแช่แห้ง” ประจำปี 2569 เพื่อร่วมสัมผัสเสน่ห์วัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของจังหวัดน่านอย่างใกล้ชิด/ทีมข่าวสมาคมสิ่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สี่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “ประชาชนเดือดร้อน ต้องมาก่อน” ว่าที่นายกอบต.ห้วยยาง เร่งประสาน กรมทางหลวง นำหินคลุกมาทำจุดกลับรถใต้สะพาน หลังชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนจากจุดกลับรถที่ไกล

วันที่ 19 มกราคม 2569 ที่บริเวณจุดกลับรถใต้สะพานข้ามคลองห้วยยาง หลัก กม.ที่ 335+687 หมู่ที่ 1 ตำบลห้วยยาง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก นายธวัชชัย แดงฉ่ำ ว่าที่นายกอบต.ห้วยยาง หลังชนะการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 11 มกราคม ที่ผ่านมา โดยรอ (กกต.) ประกาศรับรองผลเลือกตั้ง

พบว่าชาวบ้านในตำบลห้วยยาง และนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวในตำบลห้วยยาง ซึ่งมีทั้งน้ำตกชื่อดัง ( น้ำตกห้วยยาง ) และ ชายหาดห้วยยาง รวมทั้งนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ที่มาพักอาศัยอยู่ในตำบลห้วยยางเป็นจำนวนมาก ได้ประสบปัญหาด้านการจราจรเมื่อช่วงวันหยุดยาวปีใหม่ที่ผ่านมา จุดกลับรถที่ไกล และช่วงตำบลห้วยยางได้กำลังดำเนินการก่อสร้างสะพานข้าม

นายธวัชชัย ว่าที่นายกอบต.ห้วยยาง เปิดเผยว่า เนื่องจากช่วงวันหยุดยาวช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมา ทางกรมทางหลวงได้ปิดการจราจร จุดกลับรถยูเทิร์นสาย 2 ทำให้ชาวบ้าน รวมถึงนักท่องเที่ยวที่ใช้เส้นทางหรือเข้ามาท่องเที่ยวในพื้นที่ตำบลห้วยยาง ประสบปัญหาจุดกลับรถที่ไกลร่วม 10 กิโล โดยมีจุดกลับรถที่ใต้สะพานคลองห้วยยาง ซึ่งสภาพทรุดโทรมเป็นหลุมเป็นบ่อชาวบ้านลำบากในการเดินทางเส้นทางดังกล่าว

ตนเองจึงได้ประสานไปทาง กรมทางหลวง และทาง อบต.ห้วยยาง โดยให้ พ.อ.อ.ฉัตรชัย สวียานนท์ หัวหน้างานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อบต.ห้วยยาง ประสานรถบรรทุก 6 ล้อ และรถไถดำเนินการขนหินคลุกจำนวนกว่า 25 คิว มาใส่เป็นทางและรถไถดันเกลี่ยเพื่อใช้ชาวบ้านใช้สัญจรได้ตามปกติ ซึ่งจุดกลับรถดังกล่าวเมื่อซ่อมเสร็จ รถบรรทุก 6 ล้อเล็ก รถรั้ว รถกระบะ รถเก๋ง และ จยย. สามารถใช้ได้หมด และยังช่วยลดอุบัติเหตุจุดกลับรถยูเทิร์นสาย 2 ได้อีกด้วย

////////////////////
ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

สี่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “อนุทิน”ช่วยผู้สมัคร สส.เขต 1 ประจวบฯ “สังคม แดงโชติ” อดีต สส. หาเสียงบริเวณถนนคนเดินชายทะเล เจอพ่อค้าแม่ค้า นักท่องเที่ยวขอถ่ายรูปอย่างอบอุ่น

เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 17 ม.ค.2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วย นายนภินทร ศรีสรรพางค์ อดีต รมช.พาณิชย์ และ นางมนัญญา ไทยเศรษฐ์ อดีต รมช.เกษตรและสหกรณ์ (น้องสาวนายชาดา ไทยเศรษฐ์) 2 แกนนำพรรค ร่วมลงพื้นที่บริเวณถนนคนเดินชายทะเลหน้าอ่าวประจวบฯ

ในเขตเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ เพื่อช่วยหาเสียงให้กับผู้สมัคร สส. จังหวัดประจวบฯ เขต 1 พรรคภูมิใจไทย นายสังคม (ลูกหิน) แดงโชติ อดีต สส.ประจวบฯในเขตนี้ ภายหลังเดินทางกลับจากไปช่วยผู้สมัคร สส. จ.ชุมพร หาเสียงตั้งแต่ช่วงเช้า และเดินทางด้วยรถยนต์ต่อมายังถนนคนเดินประจวบฯ ท่ามกลางบรรยากาศกองเชียร์ที่มาต้อนรับอย่างอบอุ่น

โดยมีผู้สมัคร สส.ประจวบฯพรรคภูมิใจไทย ทั้ง 3 คน ประกอบด้วย นายสังคม แดงโชติ ผู้สมัครเขต 1 เบอร์ 3 นายอำนวย (ผู้ใหญ่เปี๊ยก) สุดกระแสร์ ผู้สมัครเขต 2 เบอร์ 4 และ นายพงษ์พันธ์ (เดียร์) เผ่าประทาน อดีตนายกเทศมนตรีตำบลทับสะแก ลูกเขยนางมนัญญา ไทยเศรษฐ์ ผู้สมัครเขต 3 เบอร์ 7 นายสวาป (กำนันสวาป) เผ่าประทาน อดีต สส.พรรคภูมิใจไทย / ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อลำดับที่ 36 บิดานายพงษ์พันธ์ และ นายสมหมาย แดงโชติ ส.อบจ.ประจวบฯ บิดานายสังคม พร้อมชาวบ้านและกองเชียร์มารอให้การต้อนรับ

นอกจากนี้ ยังมีพี่น้องประชาชน นักท่องเที่ยว พ่อค้าแม่ค้า ตลอดจนชาวต่างชาติ กลุ่มวัยรุ่น และเด็กๆที่มาเดินตลาดกับผู้ปกครอง เมื่อทราบว่าเป็นนายกฯอนุทิน มาเดินตลาดและแวะทักทายอย่างเป็นกันเอง ต่างก็ส่งเสียงเชียร์พร้อมเข้ามาสวมกอดและขอถ่ายรูป ขอเซลฟี่พร้อมกับมอบดอกไม้ให้กับ นายกฯอนุทิน ซึ่งนายอนุทิน ก็ฝากให้เลือกเบอร์ 37 และ ฝากเบอร์ผู้สมัคร สส.ประจวบฯทั้ง 3 เบอร์ด้วย

ทั้งนี้ นายอนุทิน ได้เดินแวะทักทายพ่อค้าแม่ค้า โดยบรรดาพ่อค้าแม่ค้าได้ชื่นชมโครงการคนละครึ่งพลัสของนายอนุทิน และขอให้นายอนุทินนำโครงการคนละครึ่งนี้กลับมาอีก ซึ่งนายอนุทินก็รับปาก แต่ขอให้เลือกภูมิใจไทยกลับมาเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลอีก

จากนั้น นายอนุทินได้ช่วยอุดหนุนซื้ออาหารสดแบบทานเล่นประเภทแนวปิ้ง-ย่าง ทั้งข้าวโพดย่าง ลูกชิ้นปิ้ง จับไม้(จับหลัก) ขนมไข่นกกระทา มาเดินทานเล่นแบบชิลๆมากกว่า 10 ร้าน จนเมื่อเดินมาจนสุดท้ายตลาดหน้าสะพานสราญวิถี ซึ่งยังมีร้านค้าอีกหลายร้าน ผู้สื่อข่าวจึงแซวไปว่า ยังทานไหวอีกมั้ย ซึ่ง นายอนุทิน ตอบกลับมาว่า ยัดใส่ท้องไม่ไหวแล้ว

ทั้งนี้ ที่ท้ายตลาดถนนคนเดินชายทะเล ได้มีกลุ่มประชาชนจิตอาสาที่มาร้องเพลงหาเงินช่วยสนับสนุนกองทุนอาหารกลางวันให้กับเด็กนักเรียน เมื่อเห็นนายอนุทินเดินมาทักทาย จึงร้องเพลงปลุกใจเป็นกำลังใจให้นายกฯอนุทิน เช่น เพลงเราสู้ จึงทำให้นายอนุทิน ต้องสวมบทคอนดักเตอร์นำวงดนตรี และร่วมขับร้องเพลงปลุกใจดังกล่าว

นาย อนุทิน กล่าวว่า ที่เดินทางลงมาวันนี้ทั้งพื้นที่ จ.ประจวบฯและ จ.ชุมพร รู้สึกดีใจมากที่ได้รับการตอบรับจากพี่น้องอย่างอบอุ่นมาก อย่างที่นึกไม่ถึง เกินคาด มากๆ ก็ถือโอกาสนี้กราบขอบพระคุณพี่น้องประชาชนชาว จ.ประจวบฯ ด้วยความซาบซึ้งจริงๆ ซึ่งตนเองมั่นใจว่าจะกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง จากนั้น นายอนุทิน ได้ขึ้นรถตู้เดินทางกลับ กทม.ทันที

/////////////////

ข่าว. ณัฐธภพ พันสาย. จ.ปะจวบคีรีขันธ์. 0649646443

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ชาวสวนทุเรียนและมังคุด ชุมพร เตรียมรับมือภัยแล้งที่อาจเกิดขึ้นในช่วงเดือนมีนาคม–พฤษภาคมนี้

เกษตรและสหกรณ์ชุมพรเตือนรับมือภัยแล้ง – งดเผาในพื้นที่เกษตร เกษตรและสหกรณ์จังหวัดชุมพร แจ้งเตือนชาวสวนทุเรียนและมังคุด เตรียมรับมือภัยแล้งที่อาจเกิดขึ้นในช่วงเดือนมีนาคม–พฤษภาคมนี้ หลังกรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่าปริมาณฝนจะลดลง แม้ปัจจุบันสถานการณ์น้ำยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ แต่หน่วยงานได้วางแผนป้องกันและช่วยเหลือเกษตรกรไว้ล่วงหน้า

เมื่อวันที่ 16 ม.ค.69 นายธราพงษ์ มีมุสิทธิ์ เกษตรและสหกรณ์จังหวัดชุมพร เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้หน่วยงานในสังกัด โดยเฉพาะกรมส่งเสริมการเกษตร และอาสาสมัครฝนหลวง ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมให้ความช่วยเหลือทันทีหากเกิดภัยแล้ง โดยที่ผ่านมา สวนทุเรียนและมังคุดได้รับผลกระทบจากภัยแล้งมากที่สุด

ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา จังหวัดได้ดำเนินมาตรการแก้ปัญหาทั้งการทำฝนหลวง การจัดหาแหล่งน้ำ แนะเกษตรกรการขุดเจาะบ่อบาดาล และการสร้างฝายชะลอน้ำ โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากผู้ว่าราชการจังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้เกษตรกรมีน้ำใช้อย่างเพียงพอตามบริบทของแต่ละพื้นที่

ทั้งนี้ ขอให้เกษตรกรตรวจสอบระบบส่งน้ำและเครื่องสูบน้ำให้พร้อมใช้งาน คาดว่าภัยแล้งปีนี้จะไม่รุนแรงเท่าปี 2566–2567 และยืนยันว่าหน่วยงานรัฐจะไม่ทอดทิ้งเกษตรกร

นอกจากนี้ ยังขอความร่วมมือเกษตรกรงดการเผาในพื้นที่เกษตร เนื่องจากก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศ หากตรวจพบจะถูกงดการสนับสนุนและเข้าร่วมโครงการช่วยเหลือด้านการเกษตรจนถึงปี 2577 แนะนำให้ใช้วิธีจัดการเศษวัสดุทางการเกษตรด้วยการย่อยสลายหรือทำปุ๋ยอินทรีย์แทน

หากเกษตรกรได้รับความเดือดร้อน สามารถขอความช่วยเหลือได้ที่สำนักงานเกษตร ประมง ปศุสัตว์ หรือสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดชุมพร ซึ่งพร้อมให้การดูแลอย่างต่อเนื่อง
…………………………………………………..
/////เอกชนะ นวนละมัย ข่าวภูมิภาคจ.ชุมพร098-9515199

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ที่ทำการปกครอง อ.ท่าหลวงจ.ลพบุรี ร่วมต้อนรับ นางสาวนงลักษณ์ อยู่พุ่ม นายอำเภอคนใหม่

วันจันทร์ที่ 19 มกราคม 2569 เวลา 11.00 น. นางสาวประคอง สุระเทศ ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครองอำเภอท่าหลวงได้นำหัวหน้าส่วนราชการอำเภอท่าหลวง เจ้าหน้าที่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน

นายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ฯลฯ ร่วมให้การต้อนรับและแสดงความยินดีแด่ นางสาวนงลักษณ์ อยู่พุ่ม นายอำเภอท่าหลวง ที่ย้ายมาดำรงค์ตำแหน่งท่านใหม่เนื่องในโอกาสเดินทางมารับตำแหน่ง “นายอำเภอท่าหลวง” จังหวัดลพบุรี

ทั้งนี้มี นายเจตน์พงษ์ โชคสวัสดิ์วรกุล นายอำเภอบ้านหมี่ พร้อมด้วย นายณัฏฐพงษ์ อารยางค์กูร ประธานกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจสถานีตำรวจภูธรโคกสำโรง นำคณะ (กต.ตร.สภ.โคกสำโรง) และที่ปรึกษา กต.ตร. สภ.โคกสำรง ที่ปรึกษาพิสูจน์หลักฐานจังหวัดลพบุรี และข้าราชการตำรวจ สภ.โคกสำโรง ร่วมเดินทางส่งนายเภอท่าหลวง ท่านใหม่ และร่วมแสดงความยินดีในโอกาสเดินทางมารับตำแหน่งนายอำเภอท่าหลวง

โดยนางสาวนงลักษณ์ อยู่พุ่ม นายอำเภอท่าหลวง ได้กล่าวขอบคุณทุกหน่วยงานที่เดินทางมาส่ง และมาต้อนรับในโอกาสเดินทางมารับตำแหน่งนายเภอท่าหลวง จังหวัดลพบุรี และยังกล่าวด้วยว่าจะตั้งใจทำงานทุ่มเทให้กับอำเภอท่าหลวง จะใช้ความรู้ความสามารถของตนเองที่มีอยู่รวมถึงประสบการณ์การ การทำงานได้มาพัฒนาเสริมสร้าง อำเภอท่าหลวง ให้ดียิ่งๆขึ้น

หากแม้ว่าหน่วยงานข้าราชการ ประชาชนอำเภอท่าหลวง มีความเดือดร้อน และต้องการความช่วยเหลือในเรื่องใด ขอคำแนะนำปรึกษาได้ทันที โดยจะทำงานเชิงรุก และหวังว่าคงได้รับความร่วมมือจากข้าราชการทุกท่าน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน นายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตลอดทั้งประชาชนอำเภอท่าหลวง ได้ให้ความร่วมมือในการทำงาน ในโอกาสข้างหน้านี้ให้สำเร็จสมความตั้งใจของพี่น้องอำเภอท่าหลวงต่อไป

โดยคำขวัญ อำเภอท่าหลวงนามกระเดื่อง แหล่งท่องเที่ยวน้ำตกวังก้านเหลือง ลือเลื่องป่าจำปีสินธร นครโบราณซับจำปา
ข้อมูลทั่วไป 1.ประวัติความเป็นมา เมื่อหลายสิบปีก่อน บริเวณฝั่งตะวันออกของแม่น้ำป่าสัก ซึ่งเป็นป่าสงวนแห่งชาติ ป่าไม้หนาทึบ มีสัตว์ป่าอาศัยอย่เป็นจำนวนมาก ผู้คนจากฝั่งตะวันตกของ

แม่น้ำป่าสักจะข้ามมาล่าสัตว์และตัดฟืนเป็นประจำ และโดยที่บริเวณป่าทึบเป็นเขตป่าสงวน ชาวบ้านจึงมักเรียกว่า “ป่าหลวง” หมายถึงเป็นป่าของหลวงที่สงวนไว้ ประกอบกับชาวบ้านที่ข้ามมาจากฝั่งตะวันตกของแม่น้ำป่าสักต้องอาศัยเรือแพข้ามมา บริเวณที่ชาวบ้านใช้เรือแพข้ามมาเป็นประจำจึงกลายเป็นท่าข้ามเรือของชาวบ้านไปในที่สุด ซึ่งเป็นที่ตั้งของหมู่บ้านในปัจจุบัน จึงเรียกสถานที่นี้ว่า “ท่าหลวง”

ต่อมาเมื่อเดือนเมษายน 2520 ได้ตั้งเป็นกิ่งอำเภอขึ้นที่บ้านท่าหลวง หมู่ที่ 4 ตำบลท่าหลวง และได้มีพระราชกฤษฎีกายกฐานะกิ่งอำเภอท่าหลวงขึ้นเป็นอำเภอท่าหลวง ตั้งแต่วันที่ 26 พฤษภาคม 2532 2.เนื้อที่/พื้นที่ 375 ตร.กม. 3.สภาพภูมิอากาศโดยทั่วไป ในฤดูร้อนอากาศจะร้อนจัด ฤดูหนาวมีลมแรง ส่วนฤดูฝนจะมีพายุลมแรงอยู่เสมอ ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ย 1,119 มม. ต่อปี หมายเลขโทรศัพท์ 036-497087
หมายเลขโทรสาร 036-497087

สนอง แท่นสูงเนิน
ภาพ/ข่าว จังหวัดลพบุรี

สือรัฐ ทีวี บก.เอกสิทธ์ หมวดทอง