เลย​ -​ฉก.ทพ.2102 ตรวจยึดรถจักรยานยนต์ กลางแม่น้ำเหือง ขณะเตรียมส่งสปป.ลาว เพื่อตรวจสอบ ที่ บ้านหนองปกติ

เมื่อ​วันที่​ 16 กันยายน 2567 เวลา 18.00น​ โดย ร.ท.อาคม คำจุลฬา ผบ.ร้อย.ฉก.ทพ.2102 ฉก.ทพ.21 ได้รับเเจ้งจากเเหล่งข่าว ทราบว่าจะมีการลักลอบนำรถจักรยานยนต์ข้ามไปยัง สปป.ลาว ที่บริเวณกลางแม่น้ำเหือง​ บ้านหนองปกติ หมู่ที่ 5 ต.อาฮี อ.ท่าลี่ จว.เลย พิกัด 47Q QV 452 515 โดยมีนายทุนฝั่ง สปป.ลาว ได้สั่งซื้อรถจากนายทุนฝั่งไทย

พื้นที่ บ.หนองปกติฯ จึงได้สั่งการให้ ชป.2 ทำการ ซุ่มจุดเสี่ยง/จุดเพ่งเล็ง ครั้นเมื่อเวลา 2345 มีเรือจากฝั่ง สปป.ลาว ข้ามมาจอดริมตลิ่งฝั่งไทย จากนั้นตรวจพบแสงไฟ ขึ้นมาจากริมน้ำ มีชายไม่ทราบสัญชาติ เดินขึ้นมาเข็นรถจักรยานยนต์ ลงไปริมตลิ่ง ชุดซุ่ม จึงได้แสดงตัว เมื่อชายดังกล่าว เห็นว่าเป็น จนท. ตกใจ จึงได้ทิ้งรถจักรยานยนต์ กระโดดลงแม่น้ำ ว่ายน้ำหลบหนีข้ามไปยังฝั่ง สปป.ลาว หน่วยฯ จึงได้ทำการตรวจยึดรถจักรยานยนต์ จำนวน 1 คัน ยี่ห้อ Honda wave110 i สีขาว-แดง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน​ และ เรือกีบ จำนวน 1 ลำ

หน่วยฯได้บันทึกภาพถ่ายพร้อมวีดีโอไว้เป็นหลักฐานและนำรถจักรยานยนต์มาไว้ที่ บก.ร้อย.ฉก.ทพ.2102 เพื่อตรวจสอบ และรอดำเนินการตามกฏหมายต่อไป

ศูนย์ข่าวมุกดาหาร #กองทัพบกroyalthaiarmy #กองทัพภาคที่2 #กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี

เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รา

เปิดแล้ว..! งานท่องเที่ยวประจวบคีรีขันธ์ มหัศจรรย์เมืองสามอ่าว และงานกาชาดปี 67 สปสช. เขต 5 เพิ่มประสิทธิภาพด้านการสื่อสารประชาสัมพันธ์เชิงรุก

เมื่อเวลาประมาณ 19.30 น.วันที่ 13 กันยายน 2567 ที่บริเวณเวทีกลางการจัดงาน บนสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติรัชกาลที่ 9 หน้าศาลากลางจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายสมคิด จันทมฤก ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานในพิธีเปิดงานท่องเที่ยวประจวบคีรีขันธ์ มหัศจรรย์เมืองสามอ่าว และงานกาชาดประจำปี พ.ศ.2567 ซึ่งจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้ร่วมกับ สำนักงานการท่องเที่ยว สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดขึ้น ในระหว่างวันที่ 13 – 22 กันยายน พ.ศ.2567 ณ บริเวณสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ ร.9 หน้าศาลากลางจังหวัด และถนนเลียบชายทะเลอ่าวประจวบฯ เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจ และสร้างรายได้ให้กับชุมชน โดยมี นายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล นายคมกริช เจริญพัฒนสมบัติ และนายองครักษ์ ทองนิรมล นายสินาทร โอ่เอี่ยม รองผู้ว่าราชการจังหวัด นายปรีดา สุขใจ ปลัดจังหวัด นายสราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์ นายกอบจ.ประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ เข้าร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิดงาน

เมื่อช่วงเวลาประมาณ 16.00 น.ก่อนเริ่มพิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการได้มีการจัดขบวนแห่เฉลิมพระเกียรติ จากทั้ง 8 อำเภอ ที่นำเสนอเกี่ยวกับอัตลักษณ์ความเป็นไทยของแต่ละพื้นที่ในแต่อำเภอ โดยผู้เข้าร่วมขบวนทุกคนเน้นแต่งกายสวมใส่ด้วยชุดผ้าไทย ตามโครงการ”ผ้าไทยใส่ให้สนุก” เข้าร่วมเดินขบวน มีการแสดงการละเล่นท้องถิ่นของไทยในอดีต เช่น งูกินหาง มอญซ่อนผ้า ม้าก้านกล้วย เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีการแสดงโขน รามเกียรติ์ การตีกลองสะบัดชัย และการรำเทิดพระเกียรติ และการแสดงของน้องๆเยาวชนจากโรงเรียนต่างๆ อีกด้วย
ในส่วนของเวทีกลางการจัดงาน ยังมีการแสดง Opening Show ชุดการแสดง”ปลานวลจันทร์ มหัศจรรย์ปลาแห่งพระราชา การแสดง Amazing ธิดาผ้าไทย 2024 จากกรรมการและสมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัดประจวบฯ ร่วมกับจิตอาสากาชาดและชมรมนาฏศิลป์สร้างสรรค์ประจวบคีรีขันธ์ การแสดงชุดเปรตสัมภเวสี จากโรงเรียนเทศบาลบ้านหนองบัว การแสดงบทเพลงพระราชนิพนธ์ใกล้รุ่ง การแสดงต้อนรับมหัศจรรย์เมืองสามอ่าว จากโรงเรียนเทศบาลวัดธรรมิการาม เป็นต้น

โดยภายในงานตลอด 10 วัน มีกิจกรรมต่างๆมากมาย ประกอบด้วย ชมการตกแต่งไฟสวยงาม การจัดแสดง แสง สี เสียง และนิทรรศการต่างๆ ภายใต้แนวคิดเมือง 3 อ่าว การแสดงวัฒนธรรมศิลปะพื้นบ้าน และการแสดงดนตรีจากศิลปินท้องถิ่น ศิลปินดัง การแสดงชิงช้าสวรรค์ ทูบีนัมเบอร์วัน ประจวบคีรีขันธ์ การประกวดสาวงามเมืองสามอ่าว การประกวด Miss Queen การแข่งขันตะกร้อลอดห่วง การแข่งขันกีฬามวยไทยนานาชาติ กิจกรรมตามรอยพ่อหลวงพิชิตยอดเขาช่องกระจก นอกจากนี้ที่บริเวณสะพานสราญวิถี ยังมีลานวัฒนธรรมสนุกสนานกับการเรียนรู้ ลงมือทำ ในบูธกิจกรรมสาธิตภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม และ workshop ศิลปะ และกิจกรรมเที่ยวชิม ช้อปปิ้ง กินเพลิน ในโซน OTOP Cafe และ OTOP Super market ตลาดแห่งความสุข(แฮปปี้เน็ตมาร์เก็ต ) บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัด กิจกรรมล้วงไหของการออกร้านกาชาดการกุศล ร่วมทำบุญกับกาชาด การแสดงแฟชั่นโชว์ผ้าไทย อีกด้วย ซึ่งในส่วนของความบันเทิงภายในงานได้มีการเปิดให้ชมฟรี มินิคอนเสิร์ตจากศิลปินดัง อาทิ แบงค์ ปรีติ (Clash) เอ ไมค์ทองคำ แพรวา พัชรี รำวงไพรอาร์ท รำวงประยุกต์สอนสุพรรณโชว์ และอื่นๆอีกมากมาย

นายสมคิด จันทมฤก ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า การจัดงานในครั้งนี้ เพื่อมุ่งหวังที่จะสามารถดึงดูดประชาชน -นักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และจังหวัดโดยรอบให้เดินทางมาท่องเที่ยวในพื้นที่ เพื่อให้เกิดการสร้างรายได้เข้าสู่ชุมชน และผู้ประกอบการธุรกิจการท่องเที่ยว ธุรกิจร้านค้าร้านอาหารในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ อีกทั้ง ยังเป็นการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวผ่านสื่อออนไลน์ที่สามารถเข้าถึงกลุ่มคนได้ทุกเพศทุกวัย ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ สร้างการรับรู้และความสนใจในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ให้เพิ่มมากขึ้น วัตถุประสงค์เพื่อประชาสัมพันธ์ Soft Power ด้านวิถีชีวิต ประเพณีวัฒนธรรมของชาวประจวบคีรีขันธ์ ที่สามารถนำมาประยุกต์เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว เพิ่มการกระจายสินค้าท้องถิ่น และเพื่อให้เห็นถึงความสวยงามของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งมีสถานที่ท่องเที่ยวต่างฯ อีกมากมาย

สปสช. เขต 5 เพิ่มประสิทธิภาพด้านการสื่อสารประชาสัมพันธ์เชิงรุกในระดับเขต เพื่อให้ประชาชนรับรู้ข้อมูลข่าวสารที่รวดเร็ว ฉับไว เข้าถึงการให้บริการที่ถูกต้อง

วันที่ 12 กันยายน 2567 ที่ห้องประชุมโรงแรมไมด้า แกรนต์ ทวารวดี อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม นายแพทย์พีระมน นิงสานนท์ ผู้อำนวยการเขตสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ( สปสช. ) เขต 5 ราชบุรี เป็นประธานเปิดการประชุม เพิ่มประสิทธิภาพด้านการสื่อสารประชาสัมพันธ์เชิงรุก ในระดับเขตพื้นที่ สปสช. เขต 5 ราชบุรี โดยมีสื่อมวลชนแขนงต่าง ๆ ในเขตพื้นที่ 8 จังหวัด ประกอบด้วย จ.กาญจนบุรี เพชรบุรี ราชบุรี นครปฐม สมุทรสงคราม สมุทรสาคร สุพรรณบุรี ประจวบคีรีขันธ์ โดยมีสื่อประชาสัมพันธ์จังหวัด สื่อสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย สื่อเครือข่ายวิทยุชุมชน สื่อเครือข่ายออนไลน์ และสื่อหนังพิมพ์ รวมไปถึงสื่อทีวีส่วนกลาง และท้องถิ่น เข้าร่วมประชุม

โดยมี นางจันทนา พิณทิพย์ นักวิชาการหลักประกันสุขภาพ ปฏิบัติหน้าที่รองผู้อำนวยการกลุ่มฯ นางสุกัญญา วงศ์ศิริ นักวิชาการหลักประกันสุขภาพ มาบรรยาย ให้ความรู้ รับทราบถึงสิทธิประโยชน์ ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ การคุ้มครองสิทธิ และนโยบายต่าง ๆ นำไปเผยแพร่ให้แก่ประชาชนผู้รับบริการ ผู้ให้บริการ และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องในเขตพื้นที่ของตนเอง อีกทั้งมีนางสาวโสภาพันธุ์ รักษาธรรม และนางสาวศศิมณี นันตาวรรณ์ นักวิชาการหลักประกันสุขภาพ ได้ บรรยายถึง การวางแผ่นขับเคลื่อนงานสื่อสารประชาสัมพันธุ์สิทธิประโยชน์หลักประกันสุขภาพในพื้นที่ปี 2568


นายแพทย์พีระมน นิงสานนท์ ผู้อำนวยการเขตสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ( สปสช. ) เขต 5 ราชบุรี ได้กล่าวในที่ประชุมถึง สิทธิบัตรทอง 30 บาท คุ้มครองค่าใช่จ่าย ซึ่งมีปัจจัยในการให้บริการสร้างเสริมสุขภาพ การตรวจโรค การตรวจ และรับฝากครรถ์ ตลอดถึงการบำบัดและการให้บริการทางการแพทย์ บริการด้านสาธารณสุขด้านการแพทย์แผนไทย และการแพทย์ทางเลือก การสาธารณสุขที่เกี่ยวกับอุบัติเหตุการประสบภัยจากรถ เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อให้สื่อมวลชนได้นำข่าวสารประชาสัมพันธ์ขององค์กร นำไปเสนอให้ประชาชนทั่วไปได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารที่รวดเร็ว เข้าถึงการให้บริการที่ถูกต้อง ฉับไว ซึ่งเป็นการปฎิบัติงานในเชิงรุกของสำนักงานหลักประกันสุขภาพ ( สปสช. ) เขต 5 ราชบุรี ต่อไป

////////////////////////////////////////////////////////
ณัฐธภพ พันสาย / ทีมข่าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

บางละมุง-พัทยา ส่งธารน้ำใจช่วยน้ำท่วมเมืองหนองคาย – สมาคมชาวอีสานเมืองพัทยาร่วมกับสำนักสงฆ์หนองอ้อ จัดงานบุญข้าวสาก อีสานพัทยา ประจำปี 2567

ตามที่เกิดปัญหาภัยธรรมชาติอุทกภัยทางภาคเหนือ ส่งผลให้ปริมาณน้ำในแม่โขงสูงขึ้นจนเข้าท่วมย่านเศรษฐกิจในจังหวัดหนองคาย สร้างผลกระทบความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์ของพ่อแม่พี่น้องประชาชนเป็นจำนวนมาก โดยหลายหน่วยงานทั่วประเทศต่างระดมกำลังกันช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องอยู่นั้นวันที่ 17 ก.ย.67 มีรายงานว่า ที่มูลนิธิสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยา จ.ชลบุรี นายวีกิจ มานะโรจน์กิจ นายอำเภอบางละมุง นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา นายประสิทธิ์ ทองทิตย์เจริญ ประธานมูลนิธิฯ พร้อมผู้เกี่ยวข้อง ร่วมกระทำพิธีปล่อยขบวนรถช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมจังหวัดหนองคาย

นายวีกิจ มานะโรจน์กิจ นายอำเภอบางละมุง กล่าวว่า ที่ผ่านมาอำเภอบางละมุงได้ร่วมกับเมืองพัทยา มูลนิธิสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยา และหน่วนงานอื่นบูรณาการความช่วยเหลือเปิดรับบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 5 แล้ว และได้กระจายความช่วยเหลือไปแล้วหลายจังหวัด เป็นธารน้ำใจของพี่น้องชาวบ้านละมุง และเมืองพัทยาที่ร่วมกันส่งกำลังใจให้ผู้ประสบภัย

ด้าน นายประสิทธิ์ ทองทิตย์เจริญ ประธานมูลนิธิฯสว่างบริบูรณ์เมืองพัทยา กล่าวด้วยว่า.ฝนครั้งนี้ได้จัดเตรียมสิ่งของรับบริจาคจากพ่อแม่พี่น้องประชาชนเป็นสิ่งของจำเป็น ข้าวสาร อาหารแห้ง น้ำดื่ม และอื่นๆ อีกเป็นจำนวนมาก รวมน้ำหนักกว่า 30 ตัน ซึ่งจะได้ขนส่งโดยรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ ที่สนับสนุนโดยนายบรรลือ กุลละวณิชย์ ประธานสภาเมืองพัทยา ซึ่งต้องขอบคุณมา ณ โอกาสนี้ด้วย โดยจะออกเดินทางจากมูลนิธิฯเย็นวันนี้และจะไปถึงวันพรุ่งนี้เวลา 07.00 น.

ขณะที่ นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณชาวอำเภอบางละมุง ชาวเมืองพัทยา รวมทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ ที่ร่วมากันบริจาคสิ่งของช่วยเหลือพี่น้องผู้ประสบภัยพิบัติน้ำท่วมจนได้สิ่งของจำนวนมาก และขอส่งกำลังใจให้กับพี่น้องชาวไทยที่ประสบปัญหาอุทกภัยอยู่ในขณะนี้ด้วยเช่นกัน

สมาคมชาวอีสานเมืองพัทยาร่วมกับสำนักสงฆ์หนองอ้อ จัดงานบุญข้าวสาก อีสานพัทยา ประจำปี 2567

วันที่ 17 ก.ย.67 ที่สำนักสงฆ์หนองอ้อ พัทยากลาง จ.ชลบุรี สมาคมชาวอีสานเมืองพัทยา โดย นายสุครีพ กระจาย นายกสมาคมฯ ได้ร่วมกับสำนักสงฆ์หนองอ้อ จัดงานบุญข้าวสาก อีสานพัทยา ประจำปี 2567 โดยพบว่ามีประชาชนชาวอีสานทึ่อาศัยในเมืองพัทยาเข้าร่วมงานอย่างคึกคัก

สำหรับงานบุญข้าวสาก ถือเป็นประเพณีในวันขึ้น 15 ค่ำ ซึ่งชาวบ้านจะจัดเตรียมสํารับอาหารบรรจุข้าวเหนียว อาหารแห้ง เช่น ปลาย่าง เนื้อย่าง แจ่วบองหรือน้ำพริกปลาร้า และห่อข้าวเล็กๆ สําหรับนําไปถวายพระทําบุญที่วัด เพื่ออุทิศส่วนบุญส่วนกุศลไปให้แก่ญาติพี่น้องหรือผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว

ทั้งนี้ ภายในงานได้รับเกียรติจากแขกเข้าร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก อาทิ นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา นายภูมิพิพัฒน์ กมลนาถ เลขานุการนายกเมืองพัทยา นายนคร ผลลูกอินทร์ นายนคร ผลลูกอินทร์ ส.อบจ.ชลบุรี นายมานะ ยาประคำ ประธานสภาวัฒนธรรมเมืองพัทยา และนายรัฐกิจ เฮงตระกูล ผู้ช่วยที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นายก อบจ.นครปฐม เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการฝึกอบรมอาชีพดอกไม้ช่อสุดท้ายให้แก่สมาคมผู้สูงอายุ สามพราน นครปฐม

วันพฤหัสบดีที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 นายจิรวัฒน์ สะสมทรัพย์ นายก อบจ.นครปฐม เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการฝึกอบรมอาชีพดอกไม้ช่อสุดท้ายให้แก่สมาคมผู้สูงอายุอำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม พร้อมด้วย ประธานสภา, รองประธานสภา, สมาชิกสภา, หัวหน้าส่วนราชการ และเจ้าหน้าที่ อบจ.นครปฐม ณ สมาคมผู้สูงอายุอำเภอสามพราน จ.นครปฐม โดย อบจ.นครปฐม ได้ให้การสนับสนุนการจัดทำโครงการดังกล่าว เพื่อสร้างทักษะอาชีพ เพิ่มทางเลือกในการประกอบอาชีพให้แก่ผู้สูงอายุ เพื่อให้ได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ เพิ่มรายได้ให้แก่ตนเองและครอบครัวได้อีกทางหนึ่ง
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ฮือฮา!! วัดจุฬามณี จัดพิธีใหญ่บวงสรวงท้าวเวสสุวรรณ ๘ ทิศ พร้อมจุดธูปเสี่ยงทายเลข ขอเลขเด็ดใกล้วันหวยออก

วันนี้ (7 ก.พ.69) ที่ วัดจุฬามณี ต.บางช้าง อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม อาจารย์ฤทธิชัย มุ้ยแก้ว ได้จัดพิธีกรรมบวงสรวงใหญ่ องค์พ่อท่านท้าวเวสสุวรรณ 8 ทิศ วาระที่ 1 เพื่อเปิดทิศเปิดทางเปิดโชคเปิดลาถเปิดเงินเปิดทองไหลมาเทมาเปิดอำนาจบารมี โดยมี อาจารย์ฤทธิชัยโอม เวทย์ เฮง ปัง ดัง รวย เป็นพราหมณ์โหราเจ้าพิธีและ (ผู้จัดพิธี) ในการบวงสรวงองค์ท่านพ่อท้าวเวสสุวรรณ ในบริเวณลานบุญ วัดจุฬามณี มีพิธีกรทั้งหล่อและสวย คุณศิริวรรณ สองนาค และ อ.กรณ์รักษ์ จิรัชภาบริรักษ์

ภายในพิธียังมีคณะโหราอาจารย์มาเกือบ 40 ชีวิต เช่น..อ.แม่ เฮงปังดังรวย ,อ.สุรศักดิ์ เวทไชยยันต์ตรี ,อ.เณรแอร์ จอมขมังเวทย์ ,อ.เอส มหานิยม ,อ.โอม มนต์ขลัง ,อ.ประสิทธิ์ ลิ้นทอง , อ.ชาญชัย อ่านจิตทายชีวิต ,อ.มโหภส ,อ.นัจฑินี พลสินพยัคฆ์ ,อ.ณัฐศมล สุวรรณประภา ,อ.อุบล มงคล ,อ.ธนดล (อ.ไก่) ,อ.ย่าเดือน เฮงปังดังรวย ,อ.เจ บ้านพยากรณ์ศรีราชา ,อ.ธนังกร สุมามาลย์ ,อ.ประสิทธิ์ กุรเวชเวชสุวรรณ ,อ.สมชาย นิลบลย์ ,อ.กนกอร แสงไกร ,อ.พรหมปกรณ์ ไวยจรี ,อ.วัชระพงษ์ ทิพย์สมบัติ ,อ.บุญยิ่ง ผมพันธ์ ,อ.สายชล สุมมาตย์(คุณฝนสักคิ้วเศรษฐี 159)

,อ.วรินทร บำรุงกิจ(อ.อุ๊ ฤกษ์มหาเศรษฐี) ,อ.พิไลวรรณ โรจนะ(อ.เชียร์ฤกษ์มหาเศรษฐี) ,อ.พรวรินทร์ พันธ์สมศรี ,อ.พงษ์สิทธิ์ ปู่เจ้าสมิงพราย ,อ.อิน บ้านยุพราพ ,อ.เบนซ์ จิตสัมผัสญาณ ,อ.กัญญาโหรานาคาพยากรณ์ ,อ.สุวัฒน์ ธวัชชัยวัตร ,อ.นิด จิตรอาสา ,อ.ปู่ฤาษีโยคีเทพรัญจวนมงคลเทวะ ,อ.ปู่ฤาษีพยัคฆ์เมฆาบรมครูแห่งสรรพวิชา ,อ.บรรจง ,อ.นุ่น ,อ.โช๊ค ลูกพ่อแก่ พร้อมด้วย คณะศิษยานุศิษย์จากทั่วสารทิศมาเข้าร่วมในพิธีจำนวนมาก

ภายในงานได้จัดให้มีการบวงสรวงองค์ท่านพ่อท้าวเวสสุวรรณ จากนั้นเป็นเป็นการรำถวาย องค์พ่อท่านท้าวเวสสุวรรณและมีการ แสดงคณะสิงห์โต-มังกรทอง ศิษย์หลวงปู่อ๋อยวัดไทร และโปรยดอกไม้ลงบนสิ่งของที่นำมาบวงสรวงไหว้องค์พ่อท่านท้าวเวสสุวรรณ

จากนั้นเป็นการจุดธูปเสี่ยงเลข เพื่อขอเลขเด็ดองค์ท่านพ่อท้าวเวสสุววณที่ทุกคนรอคอย ได้เลข ( ๓ ๙ ๑ ) เพื่อนำไปเสี่ยงดวงรับโชครับทรัพย์ในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ นี้ วาระที่ 2 จัดขึ้นที่ วัดเขาช่องลม ในวันเสาร์ที่ 28 มีนาคม 2569 เป็นวาระที่ 2 ที่ จ.ชลบุรี อย่าลืมไปมูเตลูกันเพื่อ ความเป็นสิริมงคลต่อไป.

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กปภ. เปิดโครงการ “น้ำดื่มสะอาด Mini Station” ที่โชคชัย โคราช เดินหน้าขยาย 54 สาขาทั่วประเทศ

นครราชสีมา – วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 10.00 น. การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) จัดพิธีเปิดโครงการ “น้ำดื่มสะอาด Mini Station” ณ องค์การบริหารส่วนตำบลโชคชัย อำเภอโชคชัย จังหวัดนครราชสีมา โดยมี นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธี

ในงานมี นายกิติทัศ เรืองดิษฐ ผู้ช่วยผู้ว่าการ (บริหารองค์กร) การประปาส่วนภูมิภาค, นายภาษิต พันลำ ผู้ช่วยผู้อำนวยการการประปาส่วนภูมิภาคเขต 2 (ฝ่ายวิชาการ), นางชฎาพร ดีสวัสดิ์ ผู้จัดการการประปาส่วนภูมิภาคสาขาโชคชัย, นายอำเภอโชคชัย รวมถึงผู้นำท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม

นายกิติทัศ เรืองดิษฐ์ กล่าวว่า โครงการดังกล่าวดำเนินตามนโยบายกระทรวงมหาดไทย เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงน้ำดื่มสะอาด ราคาประหยัด ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายประชาชน โดยในปี 2567 กปภ. เปิดให้บริการแล้ว 10 แห่ง ปี 2568 เพิ่มอีก 4 แห่ง และปี 2569 เปิดเพิ่ม 36 แห่ง รวมทั้งสิ้น 54 แห่งทั่วประเทศ

สำหรับ Mini Station ใช้เทคโนโลยีกรองน้ำระบบ RO และฆ่าเชื้อด้วยแสง UV สามารถผลิตน้ำดื่มได้ถึง 2,000 ลิตรต่อชั่วโมง ได้มาตรฐานสากล ปัจจุบันมียอดให้บริการน้ำดื่มสะอาดสะสมกว่า 1.6 ล้านลิตร หรือเทียบเท่าน้ำดื่มบรรจุขวดขนาด 600 มิลลิลิตร กว่า 2.6 ล้านขวด

นางชฎาพร ดีสวัสดิ์ ผู้จัดการ การประปาส่วนภูมิภาคจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า โครงการน้ำดื่มสะอาดเป็นความร่วมมือของกระทรวงมหาดไทยกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อช่วยลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงน้ำสะอาดของประชาชน โดยเปิดให้บริการน้ำดื่มฟรี วันละ 20 ลิตรต่อคน โดยขณะนี้ยังไม่มีกำหนดระยะเวลาสิ้นสุดโครงการ ประชาชนสามารถมารับน้ำได้อย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ระบบผลิตน้ำมีกำลังการให้บริการประมาณ 2,000 ลิตรต่อชั่วโมง สามารถรองรับความต้องการของประชาชนในพื้นที่ได้อย่างเพียงพอ น้ำที่ให้บริการเป็นระบบกรองแบบอาร์โอ (RO) และผ่านการฆ่าเชื้อด้วยแสงอัลตราไวโอเลต (UV) มั่นใจได้ว่าสะอาดและปลอดภัย สามารถดื่มได้ทันที

ผู้จัดการการประปาส่วนภูมิภาคจังหวัดนครราชสีมา กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการดังกล่าวเป็นโอกาสสำคัญที่ภาครัฐสนับสนุนให้ประชาชนได้เข้าถึงน้ำสะอาดฟรีอย่างทั่วถึง จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนมาใช้บริการได้ตลอดเวลา เพื่อประโยชน์ด้านสุขอนามัยและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงโครงการน้ำดื่มสะอาดว่า ภายหลังได้ทดลองดื่มแล้วพบว่ามีรสชาติดี สะอาด และมีคุณภาพ โดยการประปาส่วนภูมิภาคเป็นเจ้าภาพดำเนินการ ผ่านการตรวจสอบและพิสูจน์คุณภาพเรียบร้อย และมีแผนขยายโครงการครอบคลุมทั่วประเทศภายในปี 2570 เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน โดยเฉพาะครัวเรือนที่ต้องซื้อน้ำดื่มเป็นประจำ ส่วนในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล การประปานครหลวงได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องเช่นกัน ยืนยันว่าประชาชนจะได้รับประโยชน์อย่างแน่นอน

ทั้งนี้ กปภ. ตั้งเป้าขยายสถานีผลิตน้ำดื่มสะอาดให้ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างยั่งยืน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สเทิร์น เอเนอร์จี้ พลัส ฟื้นฟูพื้นที่รอบหลุมฝังกลบกว่า 159 ไร่ พัฒนาเป็นแหล่งน้ำสะอาด ควบคู่ลดคาร์บอน–คุมคุณภาพอากาศ

อีสเทิร์น เอเนอร์จี้ พลัส ยกระดับการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมฟื้นฟูพื้นที่รอบหลุมฝังกว่า 159 ไร่ เป็นแหล่งน้ำสะอาดเพื่อการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและการเกษตรควบคู่การลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และควบคุมฝุ่นละอองและคุณภาพอากาศตามมาตรฐาน จังหวัดสมุทรปราการ — บริษัท อีสเทิร์น เอเนอร์จี้ พลัส จำกัด (“Eastern Energy Plus” “EEP”) เดินหน้าขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

ผ่านการนำเทคโนโลยีด้านสิ่งแวดล้อมขั้นสูงมาใช้ควบคู่กับการฟื้นฟูพื้นที่โดยรอบสถานที่ฝังกลบขยะกว่า 159 ไร่ จนสามารถพัฒนาเป็นแหล่งน้ำสะอาดที่เหมาะสมต่อการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและการใช้ประโยชน์ทางการเกษตร สะท้อนให้เห็นถึงการฟื้นฟูระบบนิเวศอย่างเป็นรูปธรรม และการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม
นับตั้งแต่ปี 2562 ภายหลังการปรับโครงสร้างผู้ถือหุ้นและการแต่งตั้งทีมผู้บริหารชุดใหม่ บริษัทได้ยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานในทุกมิติ เพื่อให้สามารถอยู่ร่วมกับชุมชนโดยรอบได้อย่างสมดุลและยั่งยืน โดยมุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมและลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากการดำเนินกิจการ

หนึ่งในมาตรการสำคัญคือการติดตั้งระบบตรวจวัดกลิ่นอัจฉริยะ E-Nose (Electronic Nose) ซึ่งทำงานอัตโนมัติ ตลอด 24 ชั่วโมง และมีการขยายจุดตรวจวัดให้ครอบคลุมพื้นที่โดยรอบทั้ง 4 ทิศทาง ตามทิศทางลมประจำฤดูกาลของจังหวัดสมุทรปราการ ระบบดังกล่าวช่วยให้บริษัทสามารถติดตาม วิเคราะห์ และคาดการณ์ผลกระทบด้านกลิ่นได้อย่างแม่นยำ รวมถึงนำข้อมูลไปใช้ปรับกระบวนการดำเนินงานและแผนการทำงานในแต่ละช่วงเวลาได้อย่างมีประสิทธิภาพ จนส่งผลให้ความเข้มข้นของกลิ่นลดลง จนอยู่ในระดับที่ดีกว่ามาตรฐาน

ควบคู่กันนี้บริษัท ได้ลงทุนในระบบบำบัดน้ำชะขยะด้วยเทคโนโลยี Ultra Filter Membrane และกระบวนการบำบัดทางชีวภาพ ส่งผลให้น้ำที่ผ่านการบำบัดมีคุณภาพเป็นไปตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด และสามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ภายในพื้นที่ปฏิบัติงานได้ โดยตะกอนจากกระบวนการบำบัดถูกนำไปแปรรูปเป็นวัสดุปรับปรุงดินเพื่อใช้ในการดูแลพื้นที่สีเขียวและภูมิทัศน์ของโครงการ ภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนที่มุ่งลดของเสียและใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด ในด้านการบริหารจัดการคุณภาพอากาศ บริษัทดำเนินมาตรการควบคุมฝุ่น ควัน และกลิ่นอย่างต่อเนื่อง โดยมีการติดตามค่าฝุ่นละออง PM2.5 อย่างใกล้ชิดให้อยู่ภายในเกณฑ์มาตรฐานทางกฎหมาย พร้อมระบบตรวจวัดสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่องตลอดกระบวนการดำเนินงาน เพื่อป้องกันและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตของชุมชนโดยรอบ

นอกจากนี้ การดำเนินโครงการแปรรูปขยะเป็นพลังงานของ อีสเทิร์น เอเนอร์จี้ พลัส ยังมีบทบาทสำคัญในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยสามารถหลีกเลี่ยงการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าได้มากกว่า 49,000 ตันต่อปี และลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์จากระบบฝังกลบแบบวิศวกรรมได้มากกว่า 25% ต่อปี เมื่อเทียบกับการฝังกลบแบบทั่วไป สะท้อนถึงบทบาทของบริษัทในการสนับสนุนเป้าหมายด้านการลดการปล่อยคาร์บอนและการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระยะยาว
อีสเทิร์น เอเนอร์จี้ พลัส ยังคงยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจภายใต้หลักธรรมาภิบาล ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม และการมีส่วนร่วมกับชุมชน โดยให้ความสำคัญกับการสร้างความสัมพันธ์อันดีกับชุมชนโดยรอบศูนย์บริหารจัดการขยะแพรกษาใหม่ เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นและความยั่งยืนร่วมกันในระยะยาว


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กรมศุลกากร ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจยึดสัตว์มีชีวิต จำนวนกว่า 400 ตัว

วันนี้ (13 กุมภาพันธ์ 2569) นางสันธนี ไพรัตนากร ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรตรวจของผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เปิดเผยว่า ตามที่ นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร นางนันท์ฐิตา ศิริคุปต์ ที่ปรึกษาด้านพัฒนา

ระบบควบคุมทางศุลกากร สั่งการให้เพิ่มความเข้มงวดการลักลอบนำเข้า – ส่งออก ซากสัตว์ หรือการลักลอบค้าสัตว์ป่าอย่างจริงจัง สำนักงานศุลกากรตรวจของผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้ดำเนินการ อย่างเคร่งครัดมาโดยตลอด

เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักงานศุลกากรตรวจของผู้โดยสาร ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และกองสืบสวนและปราบปราม กรมศุลกากร บูรณาการความร่วมมือกับด่านตรวจสัตว์ป่าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง จับกุมผู้โดยสารชาย สัญชาติเกาหลี ซึ่งเดินทางจากเมืองมอมบาซา สาธารณรัฐเคนยา

ผ่านกรุงแอดดิสอาบาบา สหพันธ์สาธารณรัฐประชาธิปไตยเอธิโอเปีย ปลายทางท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ประเทศไทยผลการตรวจค้นพบ สัตว์มีชีวิตจำพวก แมงมุมทารันทูล่า แมงป่อง ตะขาบ และจิ้งจกแคระ จำนวนกว่า 400 ตัว มูลค่า

เบื้องต้นประมาณ 75,000 บาท การกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กองทัพบกจับมือกลุ่มทุนปรัชญาฯ ลงพื้นที่บึงกาฬ ขับเคลื่อนหมู่บ้านเข้มแข็งชายแดน มอบทุน 15 ทุน หนุนพัฒนาอย่างยั่งยืน

เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้แทนจาก กองทัพบก ร่วมกับกลุ่มทุนปรัชญาเพื่อความมั่นคง และหน่วยงานภาครัฐ–เอกชนในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ ลงพื้นที่ติดตามและขับเคลื่อนโครงการหมู่บ้านเข้มแข็งคู่ขนานตามแนวชายแดนไทย–ลาว ควบคู่จัดกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) มอบทุนการศึกษาแก่เยาวชนในพื้นที่

ช่วงเช้า คณะได้ประชุมหารือ ณ ห้องประชุม ศปก.ตม.บึงกาฬ โดยมี พ.อ. วาริส ทรวงโพธิ์ หน.สนผ.ฝกร.ศปก.ทบ. เป็นประธานการประชุม มีผู้แทนภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน เข้าร่วม

รวมถึงผู้แทนหอการค้าจากแขวงบอลิคำไซ สปป.ลาว และสื่อมวลชน เพื่อชี้แจงแนวทางการดำเนินโครงการ “People to People Connectivity” มุ่งสร้างความสัมพันธ์ระดับประชาชนต่อประชาชน เสริมความเข้มแข็งของชุมชนชายแดนในมิติเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคง

จากนั้นคณะได้เดินทางไปยัง โรงเรียนบ้านห้วยเชื่อมเหนือ ตำบลไคสี อำเภอเมืองบึงกาฬ จัดกิจกรรม CSR มอบทุนการศึกษา จำนวน 15 ทุน เพื่อสนับสนุนโอกาสทางการเรียนรู้ของนักเรียนในพื้นที่ สร้างขวัญกำลังใจแก่เยาวชนและครอบครัว

ในช่วงบ่าย คณะลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) หลัก ตำบลโคกก่อง ติดตามการดำเนินงานตามแผนหมู่บ้านเข้มแข็งคู่ขนาน โดยส่งเสริมการน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ในการสร้างอาชีพและรายได้อย่างยั่งยืน ก่อนปิดภารกิจด้วยการเยี่ยมชมกิจการชุมชนในพื้นที่ตำบลชัยพร

การดำเนินงานครั้งนี้สะท้อนถึงความร่วมมือบูรณาการของภาครัฐและเอกชน ในการเสริมสร้างความมั่นคงตามแนวชายแดน ควบคู่กับการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน และสานความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทย–ลาว ให้เติบโตไปด้วยกันอย่างมั่นคงและยั่งยืน

ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สี่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “นายกเดียร์” พงษ์พันธ์ ว่าที่ สส.หน้าใหม่ป้ายแดง พรรคภูมิใจไทย เขต 3 ประจวบคีรีขันธ์ เปิดบ้านต้อนรับ แฟนคลับ ร่วมแสดงความยินดี

เมื่อช่วงค่ำวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 หลังทราบผลการนับคะแนนเสร็จ อย่างไม่เป็นทางการ ได้ชัยชนะอันดับ 1 ในการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตเลือกตั้งที่ 3 จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยมี อำเภอทับสะแก อำเภอบางสะพาน อำเภอบางสะพานน้อย และอำเภอเมือง เฉพาะตำบลห้วยทราบ ด้วยคะแนนเสียง 33,839 คะแนน

นายพงษ์พันธ์ ได้กล่าวขอบคุณทุกคะแนนเสียง ทุกกำลังใจ และทุกรอยยิ้มจากพี่น้องประชาชน ตั้งแต่วันแรกของการลงพื้นที่หาเสียง จนถึงวันสุดท้ายของการเลือกตั้ง พร้อมย้ำว่า ความไว้วางใจที่ได้รับถือเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนการทำงานเพื่อพัฒนาพื้นที่ เขต 3 จ.ประจวบคีรีขันธ์

“ผมไม่รู้จะพูดอะไรไปมากกว่าคำว่าขอบคุณจากใจ ยังมีอีกหลายเรื่องที่เราต้องช่วยกันทำ เพื่อให้บ้านของเรา เขต 3 ดีขึ้น ผมขอชวนพี่น้องประชาชนร่วมเดินทางครั้งใหม่ไปด้วยกัน เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงและทำให้เขต 3 ของเราดียิ่งขึ้นกว่าเดิม และยังยืนยันความมั่นใจว่า จะสามารถผลักดันการเปลี่ยนแปลงตามที่ได้ให้คำมั่นไว้ และทำหน้าที่ผู้แทนของประชาชนอย่างเต็มความสามารถ” นายพงษ์พันธ์ กล่าว ขอบคุณผ่านในโลกโซเชียล

นายพงษ์พันธ์ เผ่าประทาน หรือที่ชาวบ้านรู้จัก “นายกเดียร์” อดีต นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลทับสะแก กว่า 13 ปี เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในนามพรรคภูมิใจไทย หมายเลข 7 ว่าที่ สส.คนใหม่ป้ายแดง มีเพื่อนๆ แฟนคลับ เข้ามาแสดงความยินดีจำนวนมาก
/////////////////////////////
ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ขับเคลื่อน ระบบอาหารปลอดภัย เชื่อมเกษตรกร–ตลาดสีเขียว–ผู้บริโภค ลงนาม MOU ภายใต้แนวคิด “บอกรักด้วยผักผลไม้”

จังหวัดเชียงราย โดยโครงการบูรณาการและขับเคลื่อนระบบอาหารเพื่อสุขภาวะตลอดห่วงโซ่ในพื้นที่จังหวัดเชียงรายดำเนินการโดยบริษัท ประชารัฐรักสามัคคีเชียงราย (วิสาหกิจเพื่อสังคม) จำกัดร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน โดยการสนับสนุนจาก สสส จัดกิจกรรม “บอกรักด้วยผักผลไม้”พร้อมพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU)

ว่าด้วยการขับเคลื่อนร ะบบอาหารปลอดภัยของจังหวัดเชียงรายเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569้วลาประมาณ 09.0น.นายรุจติศักดิ์ รังษี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานเปิดโครงบูรณาการและขับเคลื่อนระบบอาหารเพื่อสุขภาพ เพื่อนสุขภาวะตลอดห่วงโซ่ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย โครงการ ณ ตลาดสีเขียว ตลาดเกษตรกรเชียงราย (สามแยกดอยตอง) อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย
การจัดงานในครั้งนี้

มีเป้าหมายสำคัญในการ เชื่อมโยงห่วงโซ่อาหารอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ต้นน้ำ คือ กลุ่มเกษตรกรผู้ผลิตอาหารปลอดภัย ที่ได้มาตรฐาน GAP, PGS และเกษตรอินทรีย์ ผ่านกลางน้ำ คือ ตลาดสีเขียว ผู้ประกอบการร้านอาหาร และโรงแรม ที่ได้มาตรฐาน SAN, SAN Plus และ Q Restaurant ไปสู่ปลายน้ำ คือ ผู้บริโภค
เพื่อให้เกิดการผลิต

การจำหน่าย และการบริโภคอาหารที่ปลอดภัยอย่างแท้จริง ตลาดสีเขียวภายในงาน ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่จำหน่ายสินค้า แต่เป็น กลไกกลางในการสร้างความเชื่อมั่นระหว่างผู้ผลิตและผู้บริโภค ส่งเสริมระบบตรวจสอบย้อนกลับและเป็นพื้นที่เรียนรู้ร่วมกันของทุกภาคส่วนในห่วงโซ่อาหาร

โครงการได้มีการนำ แพลตฟอร์ม “กิ๊ฟแอนด์กีฟ (Gift&Give)”มาใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการทำการตลาดและการขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชน ในรูปแบบสหกรณ์ดิจิทัลผ่านระบบคูปองหรือคะแนนสนับสนุนในลักษณะ “คนละครึ่ง” รวมถึงการจัดเก็บข้อมูลพฤติกรรมผู้บริโภค และการพัฒนาฐานข้อมูลและแผนที่ห่วงโซ่อาหารของจังหวัดเชียงรายเพื่อใช้เป็นข้อมูลเชิงนโยบายในการพัฒนาระบบอาหารอย่างยั่งยืน

ภายในงานยังมีพิธี ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU)ซึ่งเป็นการแสด เจตนารมณ์ร่วมกันของภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ในการทำงานแบบบูรณาการ
เพื่อสร้างกลไกการเฝ้าระวังห่วงโซ่อาหารที่ปลอดภัยตั้งแต่กระบวนการผลิต การแปรรูป การกระจายสินค้าไปจนถึงการบริโภค อันจะนำไปสู่การ ยกระดับคุณภาพชีวิตและสุขภาวะของประชาชนชาวเชียงราย

นอกจากนี้ โครงการยังมุ่งหวังให้เกิด การกระจายรายได้สู่เกษตรกรและชุมชน
เสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจฐานราก และเชื่อมโยงการพัฒนาเศรษฐกิจเข้ากับมิติสุขภาพและสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุล ซึ่งสอดคล้องกับ ยุทธศาสตร์จังหวัดเชียงราย “Chiang Rai Wellness City”
ในการพัฒนาเชียงรายสู่เมืองแห่งสุขภาวะและการเติบโตอย่างยั่งยืน

บอกรักด้วยผักผลไม้อาหารปลอดภัยตลาดสีเขียเชียงรายChiangRaiWellnessCityเกษตรปลอดภัยเศรษฐกิจชุมชน GiftAndGive

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สร้างประวัติศาสตร์! วู้ดบอลชายคู่คว้าเหรียญเงิน “ฅนบุรีรัมย์เกมส์” ครั้งที่ 45

นักเรียนโรงเรียนหนองยองพิทยาคม รัชมังคลาภิเษก สร้างผลงานระดับชาติ คว้าเหรียญเงิน รองชนะเลิศอันดับ 1 การแข่งขันกีฬาวู้ดบอล ประเภทนับจำนวนประตู ชายคู่ ในการแข่งขันกีฬานักเรียนนักศึกษาแห่งชาติ ครั้งที่ 45 “ฅนบุรีรัมย์เกมส์” ณ จังหวัดบุรีรัมย์ นับเป็นเหรียญแรกของกีฬาวู้ดบอลจังหวัดบึงกาฬในมหกรรมระดับประเทศ

การแข่งขันจัดขึ้น ณ สนามกีฬาโรงเรียนภัทรบพิตร โดยเขตการแข่งขันกีฬาที่ 4 ส่งตัวแทนจากจังหวัดบึงกาฬ ได้แก่ นายธนพนธ์ สมสนุก นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนหนองยองพิทยาคม รัชมังคลาภิเษก จับคู่กับ นายอธิวัตร ศรีโย จากจังหวัดขอนแก่น ลงสนามอย่างมุ่งมั่นและทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม

รอบชิงชนะเลิศเป็นไปอย่างเข้มข้น สูสีทุกจังหวะ ก่อนพ่ายให้กับทีมจากเขตการแข่งขันกีฬาที่ 10 กรุงเทพมหานคร ด้วยคะแนน 4 ต่อ 2 คว้าตำแหน่งรองชนะเลิศอันดับ 1 เหรียญเงิน ท่ามกลางความภาคภูมิใจของชาวจังหวัดบึงกาฬ

ความสำเร็จครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของวงการกีฬาวู้ดบอลจังหวัดบึงกาฬ ที่สามารถก้าวขึ้นสู่เวทีระดับประเทศได้อย่างสง่างาม และเป็นแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนรุ่นใหม่ในการพัฒนาศักยภาพสู่ความเป็นเลิศทางกีฬา

ทั้งนี้ มีนายจิรศักดิ์ แก้ววันทา ผู้อำนวยการโรงเรียนหนองยองพิทยาคม รัชมังคลาภิเษก ทำหน้าที่ผู้จัดการทีม พร้อมด้วย นายธีรนันท์ วัฒนะการกุล และ นายศุภัคษร มูลมี เป็นผู้ฝึกสอน ร่วมผลักดันนักกีฬาจนประสบความสำเร็จบนเวทีระดับชาติอย่างภาคภูมิ.
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /เปิดฉากอย่างเป็นทางการ! มุกดาหารเปิดศึกแข้ง “Connection Cup 2026”ิ เชื่อมสัมพันธ์หน่วยงานรัฐ-เอกชน เสริมแกร่งเครือข่ายจังหวัด

มุกดาหาร – เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 ณ สนามฟุตบอลหญ้าเทียม Smile Soccer นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขันฟุตบอลรายการ “Mukdahan Connection Cup 2026”

โดยมีนายชลิต ทิพย์คำ รองผู้ว่าราชการจังหวัด ในนามคณะกรรมการจัดการแข่งขันเป็นผู้กล่าวรายงาน ท่ามกลางบรรยากาศคึกคักของเหล่านักกีฬาและบุคลากรจากหลากหลายหน่วยงาน

การแข่งขันในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อส่งเสริมให้บุคลากรทั้งภาครัฐและเอกชนได้ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพที่แข็งแรง แต่ที่สำคัญยิ่งกว่าคือการใช้กีฬาเป็นสื่อกลางในการ “สร้างเครือข่ายความร่วมมือ” (Connection) เพื่อให้การประสานราชการและการทำงานร่วมกันในอนาคตเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพสูงสุด

สำหรับการแข่งขันจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ถึง 17 มีนาคม 2569 โดยได้รับความร่วมมือจาก 12 หน่วยงาน ส่งทีมเข้าร่วมชิงชัยทั้งประเภทชายและหญิง อาทิ ทีมตำรวจมุกดาหาร, ทีมสา’สุข มุก, ทีมเทศบาลเมืองมุกดาหาร และทีมหอการค้ามุกดาหาร เป็นต้น

นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร กล่าวเน้นย้ำในพิธีเปิดว่า “คำว่า Connection คือหัวใจหลักของการทำงานในยุคปัจจุบัน ความสำเร็จของจังหวัดไม่ได้ขึ้นอยู่กับหน่วยงานใดเพียงลำพัง แต่เกิดจากการประสานสอดคล้องและเครือข่ายที่เข้มแข็ง”

พร้อมฝากให้นักกีฬาทุกคนแข่งขันด้วยน้ำใจนักกีฬา “รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย” และสร้างมิตรภาพที่ดีต่อกัน
ภาพ/ข่าว เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

MukdahanConnectionCup2026 #มุกดาหาร #ฟุตบอลเชื่อมสัมพันธ์ #ออกกำลังกาย #สร้างเครือข่าย #SmileSoccer #กีฬาจังหวัดมุกดาหาร

สือรัฐ ทีวี บก.เอกสิทธ์ หมวดทอง