เลย​ -​ฉก.ทพ.2102 ตรวจยึดรถจักรยานยนต์ กลางแม่น้ำเหือง ขณะเตรียมส่งสปป.ลาว เพื่อตรวจสอบ ที่ บ้านหนองปกติ

เมื่อ​วันที่​ 16 กันยายน 2567 เวลา 18.00น​ โดย ร.ท.อาคม คำจุลฬา ผบ.ร้อย.ฉก.ทพ.2102 ฉก.ทพ.21 ได้รับเเจ้งจากเเหล่งข่าว ทราบว่าจะมีการลักลอบนำรถจักรยานยนต์ข้ามไปยัง สปป.ลาว ที่บริเวณกลางแม่น้ำเหือง​ บ้านหนองปกติ หมู่ที่ 5 ต.อาฮี อ.ท่าลี่ จว.เลย พิกัด 47Q QV 452 515 โดยมีนายทุนฝั่ง สปป.ลาว ได้สั่งซื้อรถจากนายทุนฝั่งไทย

พื้นที่ บ.หนองปกติฯ จึงได้สั่งการให้ ชป.2 ทำการ ซุ่มจุดเสี่ยง/จุดเพ่งเล็ง ครั้นเมื่อเวลา 2345 มีเรือจากฝั่ง สปป.ลาว ข้ามมาจอดริมตลิ่งฝั่งไทย จากนั้นตรวจพบแสงไฟ ขึ้นมาจากริมน้ำ มีชายไม่ทราบสัญชาติ เดินขึ้นมาเข็นรถจักรยานยนต์ ลงไปริมตลิ่ง ชุดซุ่ม จึงได้แสดงตัว เมื่อชายดังกล่าว เห็นว่าเป็น จนท. ตกใจ จึงได้ทิ้งรถจักรยานยนต์ กระโดดลงแม่น้ำ ว่ายน้ำหลบหนีข้ามไปยังฝั่ง สปป.ลาว หน่วยฯ จึงได้ทำการตรวจยึดรถจักรยานยนต์ จำนวน 1 คัน ยี่ห้อ Honda wave110 i สีขาว-แดง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน​ และ เรือกีบ จำนวน 1 ลำ

หน่วยฯได้บันทึกภาพถ่ายพร้อมวีดีโอไว้เป็นหลักฐานและนำรถจักรยานยนต์มาไว้ที่ บก.ร้อย.ฉก.ทพ.2102 เพื่อตรวจสอบ และรอดำเนินการตามกฏหมายต่อไป

ศูนย์ข่าวมุกดาหาร #กองทัพบกroyalthaiarmy #กองทัพภาคที่2 #กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี

เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รา

เปิดแล้ว..! งานท่องเที่ยวประจวบคีรีขันธ์ มหัศจรรย์เมืองสามอ่าว และงานกาชาดปี 67 สปสช. เขต 5 เพิ่มประสิทธิภาพด้านการสื่อสารประชาสัมพันธ์เชิงรุก

เมื่อเวลาประมาณ 19.30 น.วันที่ 13 กันยายน 2567 ที่บริเวณเวทีกลางการจัดงาน บนสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติรัชกาลที่ 9 หน้าศาลากลางจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายสมคิด จันทมฤก ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานในพิธีเปิดงานท่องเที่ยวประจวบคีรีขันธ์ มหัศจรรย์เมืองสามอ่าว และงานกาชาดประจำปี พ.ศ.2567 ซึ่งจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้ร่วมกับ สำนักงานการท่องเที่ยว สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดขึ้น ในระหว่างวันที่ 13 – 22 กันยายน พ.ศ.2567 ณ บริเวณสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ ร.9 หน้าศาลากลางจังหวัด และถนนเลียบชายทะเลอ่าวประจวบฯ เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจ และสร้างรายได้ให้กับชุมชน โดยมี นายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล นายคมกริช เจริญพัฒนสมบัติ และนายองครักษ์ ทองนิรมล นายสินาทร โอ่เอี่ยม รองผู้ว่าราชการจังหวัด นายปรีดา สุขใจ ปลัดจังหวัด นายสราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์ นายกอบจ.ประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ เข้าร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิดงาน

เมื่อช่วงเวลาประมาณ 16.00 น.ก่อนเริ่มพิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการได้มีการจัดขบวนแห่เฉลิมพระเกียรติ จากทั้ง 8 อำเภอ ที่นำเสนอเกี่ยวกับอัตลักษณ์ความเป็นไทยของแต่ละพื้นที่ในแต่อำเภอ โดยผู้เข้าร่วมขบวนทุกคนเน้นแต่งกายสวมใส่ด้วยชุดผ้าไทย ตามโครงการ”ผ้าไทยใส่ให้สนุก” เข้าร่วมเดินขบวน มีการแสดงการละเล่นท้องถิ่นของไทยในอดีต เช่น งูกินหาง มอญซ่อนผ้า ม้าก้านกล้วย เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีการแสดงโขน รามเกียรติ์ การตีกลองสะบัดชัย และการรำเทิดพระเกียรติ และการแสดงของน้องๆเยาวชนจากโรงเรียนต่างๆ อีกด้วย
ในส่วนของเวทีกลางการจัดงาน ยังมีการแสดง Opening Show ชุดการแสดง”ปลานวลจันทร์ มหัศจรรย์ปลาแห่งพระราชา การแสดง Amazing ธิดาผ้าไทย 2024 จากกรรมการและสมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัดประจวบฯ ร่วมกับจิตอาสากาชาดและชมรมนาฏศิลป์สร้างสรรค์ประจวบคีรีขันธ์ การแสดงชุดเปรตสัมภเวสี จากโรงเรียนเทศบาลบ้านหนองบัว การแสดงบทเพลงพระราชนิพนธ์ใกล้รุ่ง การแสดงต้อนรับมหัศจรรย์เมืองสามอ่าว จากโรงเรียนเทศบาลวัดธรรมิการาม เป็นต้น

โดยภายในงานตลอด 10 วัน มีกิจกรรมต่างๆมากมาย ประกอบด้วย ชมการตกแต่งไฟสวยงาม การจัดแสดง แสง สี เสียง และนิทรรศการต่างๆ ภายใต้แนวคิดเมือง 3 อ่าว การแสดงวัฒนธรรมศิลปะพื้นบ้าน และการแสดงดนตรีจากศิลปินท้องถิ่น ศิลปินดัง การแสดงชิงช้าสวรรค์ ทูบีนัมเบอร์วัน ประจวบคีรีขันธ์ การประกวดสาวงามเมืองสามอ่าว การประกวด Miss Queen การแข่งขันตะกร้อลอดห่วง การแข่งขันกีฬามวยไทยนานาชาติ กิจกรรมตามรอยพ่อหลวงพิชิตยอดเขาช่องกระจก นอกจากนี้ที่บริเวณสะพานสราญวิถี ยังมีลานวัฒนธรรมสนุกสนานกับการเรียนรู้ ลงมือทำ ในบูธกิจกรรมสาธิตภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม และ workshop ศิลปะ และกิจกรรมเที่ยวชิม ช้อปปิ้ง กินเพลิน ในโซน OTOP Cafe และ OTOP Super market ตลาดแห่งความสุข(แฮปปี้เน็ตมาร์เก็ต ) บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัด กิจกรรมล้วงไหของการออกร้านกาชาดการกุศล ร่วมทำบุญกับกาชาด การแสดงแฟชั่นโชว์ผ้าไทย อีกด้วย ซึ่งในส่วนของความบันเทิงภายในงานได้มีการเปิดให้ชมฟรี มินิคอนเสิร์ตจากศิลปินดัง อาทิ แบงค์ ปรีติ (Clash) เอ ไมค์ทองคำ แพรวา พัชรี รำวงไพรอาร์ท รำวงประยุกต์สอนสุพรรณโชว์ และอื่นๆอีกมากมาย

นายสมคิด จันทมฤก ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า การจัดงานในครั้งนี้ เพื่อมุ่งหวังที่จะสามารถดึงดูดประชาชน -นักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และจังหวัดโดยรอบให้เดินทางมาท่องเที่ยวในพื้นที่ เพื่อให้เกิดการสร้างรายได้เข้าสู่ชุมชน และผู้ประกอบการธุรกิจการท่องเที่ยว ธุรกิจร้านค้าร้านอาหารในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ อีกทั้ง ยังเป็นการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวผ่านสื่อออนไลน์ที่สามารถเข้าถึงกลุ่มคนได้ทุกเพศทุกวัย ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ สร้างการรับรู้และความสนใจในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ให้เพิ่มมากขึ้น วัตถุประสงค์เพื่อประชาสัมพันธ์ Soft Power ด้านวิถีชีวิต ประเพณีวัฒนธรรมของชาวประจวบคีรีขันธ์ ที่สามารถนำมาประยุกต์เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว เพิ่มการกระจายสินค้าท้องถิ่น และเพื่อให้เห็นถึงความสวยงามของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งมีสถานที่ท่องเที่ยวต่างฯ อีกมากมาย

สปสช. เขต 5 เพิ่มประสิทธิภาพด้านการสื่อสารประชาสัมพันธ์เชิงรุกในระดับเขต เพื่อให้ประชาชนรับรู้ข้อมูลข่าวสารที่รวดเร็ว ฉับไว เข้าถึงการให้บริการที่ถูกต้อง

วันที่ 12 กันยายน 2567 ที่ห้องประชุมโรงแรมไมด้า แกรนต์ ทวารวดี อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม นายแพทย์พีระมน นิงสานนท์ ผู้อำนวยการเขตสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ( สปสช. ) เขต 5 ราชบุรี เป็นประธานเปิดการประชุม เพิ่มประสิทธิภาพด้านการสื่อสารประชาสัมพันธ์เชิงรุก ในระดับเขตพื้นที่ สปสช. เขต 5 ราชบุรี โดยมีสื่อมวลชนแขนงต่าง ๆ ในเขตพื้นที่ 8 จังหวัด ประกอบด้วย จ.กาญจนบุรี เพชรบุรี ราชบุรี นครปฐม สมุทรสงคราม สมุทรสาคร สุพรรณบุรี ประจวบคีรีขันธ์ โดยมีสื่อประชาสัมพันธ์จังหวัด สื่อสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย สื่อเครือข่ายวิทยุชุมชน สื่อเครือข่ายออนไลน์ และสื่อหนังพิมพ์ รวมไปถึงสื่อทีวีส่วนกลาง และท้องถิ่น เข้าร่วมประชุม

โดยมี นางจันทนา พิณทิพย์ นักวิชาการหลักประกันสุขภาพ ปฏิบัติหน้าที่รองผู้อำนวยการกลุ่มฯ นางสุกัญญา วงศ์ศิริ นักวิชาการหลักประกันสุขภาพ มาบรรยาย ให้ความรู้ รับทราบถึงสิทธิประโยชน์ ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ การคุ้มครองสิทธิ และนโยบายต่าง ๆ นำไปเผยแพร่ให้แก่ประชาชนผู้รับบริการ ผู้ให้บริการ และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องในเขตพื้นที่ของตนเอง อีกทั้งมีนางสาวโสภาพันธุ์ รักษาธรรม และนางสาวศศิมณี นันตาวรรณ์ นักวิชาการหลักประกันสุขภาพ ได้ บรรยายถึง การวางแผ่นขับเคลื่อนงานสื่อสารประชาสัมพันธุ์สิทธิประโยชน์หลักประกันสุขภาพในพื้นที่ปี 2568


นายแพทย์พีระมน นิงสานนท์ ผู้อำนวยการเขตสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ( สปสช. ) เขต 5 ราชบุรี ได้กล่าวในที่ประชุมถึง สิทธิบัตรทอง 30 บาท คุ้มครองค่าใช่จ่าย ซึ่งมีปัจจัยในการให้บริการสร้างเสริมสุขภาพ การตรวจโรค การตรวจ และรับฝากครรถ์ ตลอดถึงการบำบัดและการให้บริการทางการแพทย์ บริการด้านสาธารณสุขด้านการแพทย์แผนไทย และการแพทย์ทางเลือก การสาธารณสุขที่เกี่ยวกับอุบัติเหตุการประสบภัยจากรถ เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อให้สื่อมวลชนได้นำข่าวสารประชาสัมพันธ์ขององค์กร นำไปเสนอให้ประชาชนทั่วไปได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารที่รวดเร็ว เข้าถึงการให้บริการที่ถูกต้อง ฉับไว ซึ่งเป็นการปฎิบัติงานในเชิงรุกของสำนักงานหลักประกันสุขภาพ ( สปสช. ) เขต 5 ราชบุรี ต่อไป

////////////////////////////////////////////////////////
ณัฐธภพ พันสาย / ทีมข่าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

บางละมุง-พัทยา ส่งธารน้ำใจช่วยน้ำท่วมเมืองหนองคาย – สมาคมชาวอีสานเมืองพัทยาร่วมกับสำนักสงฆ์หนองอ้อ จัดงานบุญข้าวสาก อีสานพัทยา ประจำปี 2567

ตามที่เกิดปัญหาภัยธรรมชาติอุทกภัยทางภาคเหนือ ส่งผลให้ปริมาณน้ำในแม่โขงสูงขึ้นจนเข้าท่วมย่านเศรษฐกิจในจังหวัดหนองคาย สร้างผลกระทบความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์ของพ่อแม่พี่น้องประชาชนเป็นจำนวนมาก โดยหลายหน่วยงานทั่วประเทศต่างระดมกำลังกันช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องอยู่นั้นวันที่ 17 ก.ย.67 มีรายงานว่า ที่มูลนิธิสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยา จ.ชลบุรี นายวีกิจ มานะโรจน์กิจ นายอำเภอบางละมุง นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา นายประสิทธิ์ ทองทิตย์เจริญ ประธานมูลนิธิฯ พร้อมผู้เกี่ยวข้อง ร่วมกระทำพิธีปล่อยขบวนรถช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมจังหวัดหนองคาย

นายวีกิจ มานะโรจน์กิจ นายอำเภอบางละมุง กล่าวว่า ที่ผ่านมาอำเภอบางละมุงได้ร่วมกับเมืองพัทยา มูลนิธิสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยา และหน่วนงานอื่นบูรณาการความช่วยเหลือเปิดรับบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 5 แล้ว และได้กระจายความช่วยเหลือไปแล้วหลายจังหวัด เป็นธารน้ำใจของพี่น้องชาวบ้านละมุง และเมืองพัทยาที่ร่วมกันส่งกำลังใจให้ผู้ประสบภัย

ด้าน นายประสิทธิ์ ทองทิตย์เจริญ ประธานมูลนิธิฯสว่างบริบูรณ์เมืองพัทยา กล่าวด้วยว่า.ฝนครั้งนี้ได้จัดเตรียมสิ่งของรับบริจาคจากพ่อแม่พี่น้องประชาชนเป็นสิ่งของจำเป็น ข้าวสาร อาหารแห้ง น้ำดื่ม และอื่นๆ อีกเป็นจำนวนมาก รวมน้ำหนักกว่า 30 ตัน ซึ่งจะได้ขนส่งโดยรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ ที่สนับสนุนโดยนายบรรลือ กุลละวณิชย์ ประธานสภาเมืองพัทยา ซึ่งต้องขอบคุณมา ณ โอกาสนี้ด้วย โดยจะออกเดินทางจากมูลนิธิฯเย็นวันนี้และจะไปถึงวันพรุ่งนี้เวลา 07.00 น.

ขณะที่ นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณชาวอำเภอบางละมุง ชาวเมืองพัทยา รวมทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ ที่ร่วมากันบริจาคสิ่งของช่วยเหลือพี่น้องผู้ประสบภัยพิบัติน้ำท่วมจนได้สิ่งของจำนวนมาก และขอส่งกำลังใจให้กับพี่น้องชาวไทยที่ประสบปัญหาอุทกภัยอยู่ในขณะนี้ด้วยเช่นกัน

สมาคมชาวอีสานเมืองพัทยาร่วมกับสำนักสงฆ์หนองอ้อ จัดงานบุญข้าวสาก อีสานพัทยา ประจำปี 2567

วันที่ 17 ก.ย.67 ที่สำนักสงฆ์หนองอ้อ พัทยากลาง จ.ชลบุรี สมาคมชาวอีสานเมืองพัทยา โดย นายสุครีพ กระจาย นายกสมาคมฯ ได้ร่วมกับสำนักสงฆ์หนองอ้อ จัดงานบุญข้าวสาก อีสานพัทยา ประจำปี 2567 โดยพบว่ามีประชาชนชาวอีสานทึ่อาศัยในเมืองพัทยาเข้าร่วมงานอย่างคึกคัก

สำหรับงานบุญข้าวสาก ถือเป็นประเพณีในวันขึ้น 15 ค่ำ ซึ่งชาวบ้านจะจัดเตรียมสํารับอาหารบรรจุข้าวเหนียว อาหารแห้ง เช่น ปลาย่าง เนื้อย่าง แจ่วบองหรือน้ำพริกปลาร้า และห่อข้าวเล็กๆ สําหรับนําไปถวายพระทําบุญที่วัด เพื่ออุทิศส่วนบุญส่วนกุศลไปให้แก่ญาติพี่น้องหรือผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว

ทั้งนี้ ภายในงานได้รับเกียรติจากแขกเข้าร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก อาทิ นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา นายภูมิพิพัฒน์ กมลนาถ เลขานุการนายกเมืองพัทยา นายนคร ผลลูกอินทร์ นายนคร ผลลูกอินทร์ ส.อบจ.ชลบุรี นายมานะ ยาประคำ ประธานสภาวัฒนธรรมเมืองพัทยา และนายรัฐกิจ เฮงตระกูล ผู้ช่วยที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สลากกินแบ่งรัฐบาล สภาสังคมสงเคราะห์ฯ – มูลนิธิมิราเคิล ออฟไลฟ์ มอบทุนการศึกษาและอุปกรณ์การเรียน/สภาสังคมสงเคราะห์ฯ ให้กำลังใจเชฟจิตอาสา โครงการน้ำพระทัยพระราชทาน สนามหลวง”

สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ร่วมกับ สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และมูลนิธิ มิราเคิล ออฟไลฟ์ ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมมอบทุนการศึกษา อุปกรณ์การเรียนการสอน และเครื่องกีฬา ให้แก่โรงเรียนเพียงหลวง ๘ จังหวัดสุรินทร์ เพื่อสนับสนุนการศึกษาและพัฒนาศักยภาพเยาวชนในพื้นที่ห่างไกล

ในโอกาสนี้ ร้อยตำรวจโท ดร.มนัส โนนุช ประธานสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ กรรมการสำนักงานสลากกินแบ่ง และประธานมูลนิธิมิราเคิลฯ พร้อมคณะผู้บริหารและผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมมอบทุนการศึกษาและสิ่งของสนับสนุนทางการศึกษา เพื่อสร้างโอกาสทางการเรียนรู้ เสริมสร้างทักษะด้านวิชาการ กีฬา และกิจกรรมพัฒนาศักยภาพนักเรียน

การสนับสนุนในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษา ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนได้มีโอกาสเข้าถึงทรัพยากรการเรียนรู้ที่จำเป็น อันจะนำไปสู่การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และสังคมไทยอย่างยั่งยืน

“ท่านประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ ลงพื้นที่ให้กำลังใจเชฟจิตอาสา โครงการน้ำพระทัยพระราชทาน สนามหลวง”

วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดโครงการ “น้ำพระทัยพระราชทาน” โดยสมาคมครัวเชฟจิตอาสา สภาสังคมสงเคราะห์ฯ ประกอบอาหารปรุงสุก ข้าวไข่เจียวทรงเครื่อง จำนวน 200 กล่อง เพื่อมอบแก่ประชาชนผู้เดินทางมากราบถวายบังคมพระบรมศพ ณ บริเวณเต็นท์อาหารพระราชทาน สนามหลวง

ในการนี้ ร้อยตำรวจโท ดร.มนัส โนนุช ประธานสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยฯ ได้ลงพื้นที่เยี่ยมและให้กำลังใจเชฟจิตอาสาและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจในการทำงานเพื่อสังคมและประชาชนขอขอบคุณ คุณเยาวมาลย์ วัชระเรืองศรี กรรมการอำนวยการ และประธานดำเนินงานวันสำคัญและกิจกรรมพิเศษ ที่ร่วมสนับสนุน ส้มสายน้ำผึ้ง จำนวน 200 ลูก เพื่อแจกจ่ายแก่ประชาชน พร้อมทั้งเจ้าหน้าที่สำนักหารายได้ที่ร่วมมอบอาหารและดูแลการแจกจ่ายอย่างเรียบร้อย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จากปลายด้ามขวานสู่แดนซากุระ ! รร.นราธิวาส ปั้นฝันเด็กใต้ ลัดฟ้าลุยห้อง Lab วิศวะฯ ระดับโลก ณ ประเทศญี่ปุ่น

เปิดประตูสู่โลกกว้างโรงเรียนนราธิวาส รุกหนักด้านการศึกษาเชิงประสบการณ์ ส่งตัวแทนนักเรียนจำนวน 20 คน บินตรงสู่ประเทศญี่ปุ่น ร่วมทำปฏิบัติการในห้อง Lab จริงกับนักเรียนญี่ปุ่น มุ่งสร้างแรงบันดาลใจและยกระดับศักยภาพเยาวชนชายแดนใต้สู่สายตานานาชาติ เพื่อเปิดโอกาสที่ “ยากจะเข้าถึง” สู่ประสบการณ์ที่ “ล้ำค่า”

นายจตุภูมิ มังคลัง อาจารย์ผู้ดูแลโครงการจากโรงเรียนนราธิวาส เปิดเผยถึงหัวใจสำคัญของการทัศนศึกษาในครั้งนี้ว่า วัตถุประสงค์หลักคือการ “มอบโอกาส” ให้แก่เยาวชนในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งปกติแล้วโอกาสในการทำกิจกรรมระดับนานาชาติเช่นนี้เป็นไปได้ยากมาก

“เราอยากให้เด็กๆ ได้เห็นโลกที่กว้างขึ้น ประสบการณ์ที่พวกเขาได้รับจะถูกนำกลับมาส่งต่อให้เพื่อนๆ ที่อาจจะยังขาดทุนทรัพย์หรือโอกาส เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนในพื้นที่เกิดความทะเยอทะยานที่จะพัฒนาตนเอง และกลับมาเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาบ้านเกิดของเราให้ดียิ่งขึ้น” นายจตุภูมิกล่าว

ซึ่งความพิเศษของการศึกษาดูงานครั้งนี้ คือการที่นักเรียนจะได้เข้าไปสัมผัสการทำงานใน คณะวิศวกรรมศาสตร์ และลงมือปฏิบัติงานในห้อง Lab ร่วมกับนักเรียนและผู้เชี่ยวชาญชาวญี่ปุ่น ซึ่งถือเป็นสถานการณ์จำลองการทำงานจริงที่หาไม่ได้จากในตำรา

นายวราเมธ จันทรโคบุตร นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ตัวแทนผู้เข้าร่วมโครงการฯ เผยความรู้สึกด้วยความตื่นเต้นว่า นี่คือครั้งแรกในชีวิตที่จะได้เดินทางไปประเทศญี่ปุ่น และเทคโนโลยีของที่นั่นคือสิ่งที่เขาหลงใหลมาโดยตลอด “ผมตื่นเต้นมากครับ

เพราะญี่ปุ่นขึ้นชื่อเรื่องเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์อาชีพวิศวกรที่ผมฝันไว้ในอนาคต ตอนนี้ผมเตรียมตัวอย่างหนัก ทั้งเรื่องพื้นฐานภาษาญี่ปุ่น การปรับตัวเรื่องอาหาร และสภาพอากาศ เพื่อให้เก็บเกี่ยวความรู้กลับมาให้ได้มากที่สุดครับ”
ก้าวสำคัญสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

สำหรับการเดินทางครั้งนี้ไม่ใช่เพียงแค่การไปดูงาน แต่คือการสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของโรงเรียนนราธิวาสในการทลายกำแพงทางโอกาส และพิสูจน์ให้เห็นว่า “เด็กใต้” มีศักยภาพเพียงพอที่จะยืนหยัดบนเวทีเทคโนโลยีระดับสากล หากได้รับแรงสนับสนุนและโอกาสที่เหมาะสม
/////////////
ข่าว/กรียา เต๊ะตานี/นราธิวาส

จัดหางานประจวบฯ รุกหนัก! นายอรัญญา รักษายนต์ นำทีมกวาดล้างแรงงานต่างด้าวแย่งอาชีพคนไทย หน้าโรงงานดังสามร้อยยอด

เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 นายอรัญญา รักษายนต์ จัดหางานจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ สนธิกำลังร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ ลงพื้นที่ตรวจสอบและเข้มงวดกวดดันการทำงานของคนต่างด้าว บริเวณแหล่งชุมชนและหน้าสถานประกอบการในเขตอำเภอสามร้อยยอด

จากการลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณหน้าโรงงานอุตสาหกรรมแปรรูปผลไม้ชื่อดัง พบว่ามีกลุ่มแรงงานต่างด้าวลักลอบตั้งแผงจำหน่ายสินค้าอย่างประเจิดประเจ้อ เพื่อขายให้กับพนักงานและประชาชนทั่วไป โดยสินค้าประกอบด้วย: อาหารปรุงสำเร็จและของขบเคี้ยว: เช่น ปลากรอบ อาหารบรรจุถุง และของใช้จำเป็น

ซึ่งมีการวางโต๊ะจำหน่ายสินค้าบนทางเท้าและหน้าตลาด ซึ่งเข้าข่าย “งานขายของหน้าร้าน” อันเป็นอาชีพที่สงวนไว้สำหรับคนไทยเท่านั้น เจ้าหน้าที่ได้เข้าควบคุมตัวแรงงานต่างด้าวที่กระทำความผิด พร้อมรวบรวมพยานหลักฐานจากแผงค้า นำตัวไปที่

สถานีตำรวจภูธรสามร้อยยอด เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยระบุว่ามีความผิดฐานทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน หรือทำงานนอกเหนือจากสิทธิที่จะทำได้
นายนิพล ทองเก่า ผู้สื่อข่าวทั่วไทย

กกต.ประจวบคีรีขันธ์ ติวเข้มวิทยากรเขตเลือกตั้ง เตรียมความพร้อมรับมือเลือกตั้ง ส.ส. และการออกเสียงประชามติ
วันอังคารที่ 27 มกราคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จัดโครงการอบรมวิทยากรเขตเลือกตั้ง เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) และการออกเสียงประชามติที่กำลังจะมาถึง ณ ห้องสิงขร โรงแรมประจวบแกรนด์ อำเภอเมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์การอบรมในครั้งนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 26 – 27 มกราคม 2569 โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับระเบียบ ข้อกฎหมาย และขั้นตอนการปฏิบัติงานให้แก่ตัวแทนวิทยากรเขตเลือกตั้ง เพื่อนำไปถ่ายทอดต่อให้แก่เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ภายในงานมีการสาธิตและจำลองสถานการณ์การจัดเตรียมคูหาเลือกตั้ง การคัดแยกบัตร และการจัดการหีบบัตรเลือกตั้งให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด
ทั้งนี้ วิทยากรยังได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับขั้นตอนการออกเสียงประชามติ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่เจ้าหน้าที่ต้องมีความแม่นยำเพื่อลดข้อผิดพลาดในการปฏิบัติงานจริง

ภายในกิจกรรมมีผู้เข้าร่วมอบรมจากหลากหลายภาคส่วน ทั้งเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมรับฟังการบรรยายและฝึกปฏิบัติอย่างพร้อมเพรียง
บรรยากาศการอบรมเป็นไปอย่างเข้มข้น มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และซักถามข้อสงสัย เพื่อให้มั่นใจว่าการจัดการเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์จะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โปร่งใส และยุติธรรม
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / คึกคัก! ผู้ว่าฯ นำทัพ Big Day เดินรณรงค์ทั่วเมือง ปลุกพลังชาวมุกฯ ออกไปเลือกตั้ง-ลงประชามติ 8 ก.พ. นี้

เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ที่สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติกาญจนาภิเษก เทศบาลเมืองมุกดาหาร นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานเปิดกิจกรรมรณรงค์ครั้งยิ่ง

ใหญ่ “Big Day” เพื่อกระตุ้นให้พี่น้องประชาชนตื่นตัว เตรียมพร้อมออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) และออกเสียงประชามติ ในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์นี้

ภายในงานมี นายจักรินทร์ ชาลีพุทธาพงศ์ ผอ.กกต.จังหวัดมุกดาหาร พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ กลุ่มพลังมวลชน อสม. และเครือข่ายนักเรียนนักศึกษา เข้าร่วมขบวนอย่าง

พร้อมเพรียง โดยบรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคัก มีขบวนเดินรณรงค์ถือป้ายประชาสัมพันธ์ไปตามท้องถนนในเขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร เพื่อสร้างการรับรู้และชี้แจงขั้นตอนการลงคะแนนที่ถูกต้อง

นายวรญาณ บุญณราช เผยว่า การเลือกตั้งครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นการเลือกตั้งทั่วไปควบคู่ไปกับการออกเสียงประชามติ จึงขอเชิญชวนชาวมุกดาหารผู้มีสิทธิเลือกตั้งทุก

คน ออกไปทำหน้าที่พลเมืองอย่างสุจริต โปร่งใส พิจารณาเลือกคนและพรรคที่ชอบโดยคำนึงถึงประโยชน์ของชาติเป็นหลัก ตั้งแต่เวลา 08.00 – 17.00 น. ณ หน่วยเลือกตั้งที่ตนมีชื่อ

เลือกตั้ง69 #มุกดาหาร #BigDayมุกดาหาร #ออกไปใช้สิทธิ #ประชามติ69 #ประชาธิปไตยในมือคุณ #กกตมุกดาหาร///ภาพ/ข่าว เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จัดงาน “ตั้งใจให้มัสยิดฮีดาย่าตุสซาลีกีน ปี 69” ฉลอง 85 ปี มัสยิดเก่าแก่คู่บ้านนาเกลือ “พจนารถ“ ปชป. เขตแปด เบอร์ 2 ชลบุรี ลุยขอเสียงครู-ผู้ปกครอง

วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 ที่มัสยิดฮีดาย่าตุสซาลีกีน จ.ชลบุรี อิหม่าม อับดุลเลาะห์ โซ๊ะเฮง ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดชลบุรี เป็นประธานพิธีงาน น “ตั้งใจให้มัสยิดฮีดาย่าตุสซาลีกีน ปี 69”

โดยมี นายวิทยา คุณปลื้ม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี และนายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา นายวินัย อินทร์พิทักษ์ นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองหนองปรือ พร้อมคณะ ส.อบจ.ชลบุรี สมาชิกสภาเมืองพัทยา สมาชิกสภาเทศบาลเมืองหนองปรือ เข้าร่วมงาน

สำหรับงาน “ตั้งใจให้มัสยิดฮีดาย่าตุสซาลีกีน ปี 69″ เป็นการฉลอง 85 ปี จากอดีตสู่ปัจจุบัน ฮีดาย่าตุสซาลีกีน เพื่อหารายได้ใช้ในกิจการของมัสยิด เพื่อการศึกษา และอื่นๆ ในงานของมัสยิดฮีดาย่าตุสซาลีกีน

หรือมัสยิดต้นกระบก ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี โดยมีการออกร้านของพี่น้องมุสลิมในพื้นที่ร่วมออกร้านหารายได้เข้ามัสยิด ด้วยบรรยากาศที่เป็นกันเองเป็นอย่างมาก

อนึ่ง มัสยิดฮีดาย่าตุสซาลีกีน หรือมัสยิดต้นกระบก เป็นศาสนสถานเก่าแก่อายุกว่า 85 ปี โดยมัสยิดหลังแรกมุงด้วยจาก ก่อนปรับปรุงครั้งที่ 2 เป็นมัสยิดแบบครึ่งปูนครึ่งไม้จากกลายเป็นมัสยิดแบบปูนในปัจจุบัน

โดยมัสยิดฮีดาย่าตุสซาลีกีนได้จดทะเบียนเป็นมัสยิดหลังที่ 4 ชลบุรี ที่ผ่านมามีอิหม่าม 8 ท่าน ในอดีตอยู่ฝั่งตรงข้ามได้ 15 ปี ก่อนย้ายมาที่ปัจจุบัน 70 ปี ถือเป็นแห่งแรกๆ ในตำบลนาเกลือ ปัจจุบันมีคณะกรรมการมัสยิด 12 ท่าน สัปบุรุษ 2,000 ท่าน มี รร. 4 แห่ง และมีอิหม่ามอับอุลการีม หมัดรอ เป็นอิหม่ามคนปัจจุบัน

“พจนารถ“ ปชป. เขตแปด เบอร์ 2 ชลบุรี ลุยขอเสียงครู-ผู้ปกครอง เผยเคยดึงงบพัฒนาสถานศึกษาท้องถิ่นนับสิบล้าน พร้อมลุยต่อเพื่อยกระดับการศึกษา

เย็นวันที่ 6 ก.พ.69 นางพจนารถ แก้วผลึก ผู้สมัคร ส.ส. ชลบุรี เขตแปด เบอร์ 2 สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมคณะได้ลงพื้นที่พบปะชาวบ้าน บุคคลากรครู ผู้ปกครองตลอดตนพ่อค้าแม่ค้าบริเวณโรงเรียนอนุบาลบางละมุง เพื่อแนะนำตัวและขอคะแนนเสียงในการเลือกตั้งที่มีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 8 ก.พ.69 นี้

โดยนางพจนารถ แก้วผลึก ผู้สมัคร ส.ส. ชลบุรี เขตแปด เบอร์ 2 สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ ได้รับการตอบรับอย่างดีจากชาวบ้าน คณะครู พ่อค้าแม่ค้า และผู้ปกครองที่มารับบุตรหลานหลังเลิกเรียน พร้อมบอกว่าเป็นคนดีมาผลงาน พูดจริงทำจริง และเคยนำงบมาพัฒนาโรงเรียนอนุบาลบางละมุงแล้วจนผลงานเป็นที่ประจักษ์

นางพจนารถ แก้วผลึก ผู้สมัคร ส.ส. ชลบุรี เขตแปด เบอร์ 2 สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ สมัยเคยเป็น ส.ส.ชลบุรี ได้ดึงงบประมาณจำนวนนับสิบล้านบาทมาพัฒนาสถานศึกษาในพื้นที่ เนื่องด้วยนางพจนารถเคยรับราชการครูจึงให้ความสำคัญในเรื่องการต่อยอดพัฒนาการศึกษาไทยเป็นอย่างมาก

ทั้งนี้ เคยดึงงบมาพัฒนาสถานศึกษาแล้วรวม 17 หลัง เป็นการพัฒนาภายในสถานศึกษา ตลอดจนอาคารเรียนให้ได้มาตรฐานสูงสุด ทั้งนี้หากมีโอกาสเข้าไปทำงานในสภาอีกครั้ง ก็จะให้ความสำคัญในเรื่องนี้

จะทำให้การศึกษาบ้านเรามีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่ออนาคตของชาติ โดยมุ่งเน้นเยาวชนคนพื้นที่ให้ได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียม

มัสยิดต้นกระบกจัดงาน “ตั้งใจให้มัสยิดฮีดาย่าตุสซาลีกีน ปี 69” ฉลอง 85 ปี มัสยิดเก่าแก่คู่บ้านนาเกลือ

วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 ที่มัสยิดฮีดาย่าตุสซาลีกีน จ.ชลบุรี อิหม่าม อับดุลเลาะห์ โซ๊ะเฮง ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดชลบุรี เป็นประธานพิธีงาน น “ตั้งใจให้มัสยิดฮีดาย่าตุสซาลีกีน ปี 69”

โดยมี นายวิทยา คุณปลื้ม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี และนายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา นายวินัย อินทร์พิทักษ์ นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองหนองปรือ พร้อมคณะ ส.อบจ.ชลบุรี สมาชิกสภาเมืองพัทยา สมาชิกสภาเทศบาลเมืองหนองปรือ เข้าร่วมงาน

สำหรับงาน “ตั้งใจให้มัสยิดฮีดาย่าตุสซาลีกีน ปี 69″ เป็นการฉลอง 85 ปี จากอดีตสู่ปัจจุบัน ฮีดาย่าตุสซาลีกีน เพื่อหารายได้ใช้ในกิจการของมัสยิด เพื่อการศึกษา และอื่นๆ ในงานของมัสยิดฮีดาย่าตุสซาลีกีน หรือมัสยิดต้นกระบก ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี โดยมีการออกร้านของพี่น้องมุสลิมในพื้นที่ร่วมออกร้านหารายได้เข้ามัสยิด ด้วยบรรยากาศที่เป็นกันเองเป็นอย่างมาก

อนึ่ง มัสยิดฮีดาย่าตุสซาลีกีน หรือมัสยิดต้นกระบก เป็นศาสนสถานเก่าแก่อายุกว่า 85 ปี โดยมัสยิดหลังแรกมุงด้วยจาก ก่อนปรับปรุงครั้งที่ 2 เป็นมัสยิดแบบครึ่งปูนครึ่งไม้จากกลายเป็นมัสยิดแบบปูนในปัจจุบัน โดยมัสยิดฮีดาย่าตุสซาลีกีนได้จดทะเบียนเป็นมัสยิดหลังที่ 4 ชลบุรี

ที่ผ่านมามีอิหม่าม 8 ท่าน ในอดีตอยู่ฝั่งตรงข้ามได้ 15 ปี ก่อนย้ายมาที่ปัจจุบัน 70 ปี ถือเป็นแห่งแรกๆ ในตำบลนาเกลือ ปัจจุบันมีคณะกรรมการมัสยิด 12 ท่าน สัปบุรุษ 2,000 ท่าน มี รร. 4 แห่ง และมีอิหม่ามอับอุลการีม หมัดรอ เป็นอิหม่ามคนปัจจุบัน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กรมศุลกากรจับกุมผู้โดยสารลักลอบขนเฮโรอีน 4.815 กิโลกรัม มูลค่า 1.44 ล้านบาท

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ สำนักงานฝ่ายสืบสวนปราบปรามที่ 1 อาคารคอนคอร์ด เอ สนามบินสุวรรณภูมิ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ นายเอกวุฒิ นาเอก ผู้อำนวยการกองสืบสวนและปราบปราม นางสันธนิ ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกาการตรวจของผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พ.ต.อ.ทองรชฎ เหรียญสุวงษ์ ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรทำอากาศยานสุวรรณภูมิ

น.อ.ชนันนัทธ์ รอดกุล ผู้อำนวยการฝ่ายรักษาความปลอดภัย ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยปฏิบัติการ Airport Interdiction Task Force (AITF) ประกอบด้วย สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (สำนักงาน ป.ป.ป.ส.) กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ร่วมกันตั้งโต๊ะแถลงข่าว จับกุมขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ โดยจับกุมผู้ต้องหา ชาวแทนชาเนีย อายุ 46 ปี พร้อมด้วยเฮโรอีน (Heroine) 4.815 กิโลกรัม มูลค่า 1.44 ล้านบาท

โดย นายเอกวุฒิ นาเอก ผู้อำนวยการกองสืบสืบสวนและปราบปราม เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา กรมศุลกากร และหน่วย AITF ร่วมกันตรวจสอบผู้โดยสารชาย ชาวแทนซาเนีย อายุ 46 ปี ซึ่งมีความเสี่ยงในการลักลอบนำยาเสพติดให้โทษผ่านราชอาณาจักร โดยเดินทางออกจากท่าอากาศยานนานาชาติหลวงพระบาง

สาธารณ์รัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เพื่อมาเปลี่ยนเที่ยวบินที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ประเทศไทย และมุ่งหน้าสู่ท่าอากาศยานนานาชาติฮาชรัทชาห์จาลาล สาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้ร่วมกันตรวจสอบกระเป้าสัมภาระโหลดใต้ท้องเครื่อง ด้วยเครื่องเอกซเรย์ ณ อาคารปฏิบัติการกระเป้าสัมภาระเปลี่ยนเที่ยวบิน (Transfer Baggage Terninal)

โดยพบเหตุต้องสงสัยภายในกระเป้าสัมภาระ ต่อมาเจ้าหน้าที่ฯ สังเกตการณ์บริเวณเคาน์เตอร์เรียกผู้โดยสารขึ้นเครื่อง พบชายชาวแทนซาเนียดังกล่าวมาทำการรอเรียกขึ้นเครื่อง เจ้าหน้าที่ฯ จึงได้แสดงตัวและขอให้แสดงหนังสือเดินทางพร้อมทั้งให้ผู้โดยสารเปิดกระเป้าสัมภาระ ผลการตรวจสอบพบวัตถุต้องสงสัยเป็นผงสีขาว ซุกซ่อนอยู่ภายในถุงกาแฟและผงเกลือแร่ เจ้าหน้าที่ฯ จึงตรวจสอบผงสีขาวด้วยน้ำยาทดสอบ ONCBOSI MARQUIS REAGENT

พบว่าวัตถุดังกล่าว คือยาเสพติดให้โทษประเภท 1 เฮโรอีน น้ำหนักรวมสิ่งห่อหุ้มประมาณ 4,815 กรัม มูลค่าประมาณ 4,444,500 บาท ซึ่งหากผู้โดยสารสามารถนำไปถึงประเทศปลายทางได้ จะมีมูลค่าประมาณ 6,490,000 บาท เจ้าหน้าที่ฯ จึงได้จับกุมผู้โดยสารพร้อมทั้งตรวจยึดยาเสพติดดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหากรณีนี้ เป็นการนำเข้าและพยายามนำออกซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1 เฮโรอีน โดยไม่ได้รับอนุญาต และมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 เฮโรอีน ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต คุมตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย

ด้าน นายเอกวุฒิ ยืนยันว่าการจับกุมพ่อค้ายาเสพติดข้ามชาติรายนี้ ไม่ใช่การใช้ประเทศไทยเป็นแหล่งพักยาเสพติดแต่อย่างใด แต่เป็นในลักษณะการมาเพื่อเปลี่ยนเครื่องไปต่อยังประเทศปลายทางเท่านั้น ซึ่งจากการจับกุมได้ จะเห็นได้ว่าในส่วนของประเทศไทย โดยเฉพาะมาตรการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดและสิ่งของผิดกฎหมาย โดยเฉพาะผ่านทางท่าอากาศยานมีความเข้มงวดเป็นอย่างมาก

ขณะที่ น.อ.ชนันนัทธ์ รอดกุล ผู้อำนวยการฝ่ายรักษาความปลอดภัย ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บอกว่า สำหรับท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดย นาย กิตติพงศ์ กิตติขจร ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูม ได้ให้ความสำคัญมาตรการป้องกันการกระทำความผิดกฎหมายทุกรูปแบบ โดยเฉพาะเรื่องของการลักลอบขนยาเสพติดผ่านทางสายการบินหรือผ่านทางท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จึงมีการสั่งคุมเข้ม

ทั้งการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยตรวจจับและตรวจสอบ รวมถึงการฝึกฝนและพัฒนาเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของการท่าในการเพิ่มทักษะที่จะคอยเฝ้าระวังให้มีความเชี่ยวชาญทันรูปแบบของกลุ่มผู้กระทำความผิดที่ปรับเปลี่ยนรูปแบบใหม่ต่อ จึงฝากเตือนผู้ที่จะกระทำความผิดทุกรูปแบบรวมถึงนักค้ายาที่จะใช้ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเป็นทางผ่านนั้นทางท่าอากาศยานสุวรรณภูมิมีมาตรการป้องกันอย่างเข้มงวดจึงเป็นการยากที่จะรอดพ้นสายตาของเจ้าหน้าที่


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรับนิวส์ / พรรคปวงชนไทย เร่งเครื่องโค้งสุดท้าย จัดปราศรัยใหญ่บางปู ชูนโยบายปากท้อง–บัตรทองหมาแมว ประกาศพร้อมเข้าสภา

เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 พรรคปวงชนไทย จัดเวทีปราศรัยใหญ่ ณ เคซิตี้ บางปู อำเภอเมืองสมุทรปราการ ซึ่งเป็นแลนด์มาร์กแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัดสมุทรปราการ โดยมี พรรคปวงชนไทย ระดมแกนนำพรรคและผู้สมัคร ส.ส. ลงพื้นที่พบประชาชนอย่างพร้อมเพรียง
การปราศรัยครั้งนี้

นำโดย เอกสิทธิ์ คุณานันกุล หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้ง 8 เขตของจังหวัดสมุทรปราการ รวมถึงผู้สมัครจากกรุงเทพมหานครและจังหวัดใกล้เคียง ร่วมขึ้นเวทีแสดงวิสัยทัศน์และนโยบายต่อประชาชนจำนวนมากที่เข้าร่วมรับฟัง

นายเอกสิทธิ์ กล่าวปราศรัยเน้นย้ำแนวนโยบายหลักของพรรค อาทิ นโยบาย “บัตรทองหมาแมว” เพื่อยกระดับสวัสดิภาพสัตว์และลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน นโยบาย “สมุทรปราการมหานคร” เพื่อผลักดันการพัฒนาพื้นที่เชิงโครงสร้าง รวมถึงนโยบายด้านเศรษฐกิจ ภายใต้แคมเปญ “สร้างคน สร้างงาน สร้างอาชีพ” โดยชูนโยบายปากท้องของประชาชน
พร้อมกันนี้

หัวหน้าพรรคปวงชนไทยได้ประกาศความพร้อมในการเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร เพื่อผลักดันการแก้ไขปัญหาเชิงระบบให้กับประชาชน โดยใช้สโลแกน “หัวใจคู่ สู้ต้องรวย” สะท้อนความเชื่อมั่นว่าเป็น “ตัวจริง ทำเป็น” และพร้อมทำงานเพื่อผลประโยชน์ของประเทศอย่างเต็มศักยภาพ

บรรยากาศการปราศรัยเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนในพื้นที่บางปูและพื้นที่ใกล้เคียงให้ความสนใจเข้าร่วมรับฟังนโยบายอย่างต่อเนื่อง สะท้อนการเคลื่อนไหวทางการเมืองของพรรคปวงชนไทยในช่วงโค้งสำคัญของการลงพื้นที่หาเสียงระดับภูมิภาค


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นายกพุทธสมาคมจ.น่านพร้อมคณะเข้าพบรองผู้ว่าฯ จ.น่าน 4 กพ.2569 ศาลากลาง น่าน/ เกษตรอำเภอท่าวังผา จัดเวทียืนยันสิทธิ์โครงการพัฒนาสวนลำไย ฟื้นฟูสวนลำไย

นายประดิษฐ์ เพชรแสนอนันต์ นายกพุทธสมาคมจังหวัดน่าน พร้อมด้วยนายบุญยงค์ สดสอาดนายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่านคุณชนะภัย อุตมาคุณภคภรณ์ ธีรทัพเทวัญคุณพรพรรณ ณ ลำพูนคณะกรรมการพุทธสมาคมพุทธสมาคมจังหวัดน่าน เข้าปรึกษาหารือและขอคำแนะนำแนวทางการทำงานสร้างตำบลเข้มแข็งด้วย หน่วยอบรมประชาชนประจำตำบล(อปต.)
ก่อนหน้านั้น ภาคเช้า คณะได้เดินทางไปที่ว่าการอำเภอสันติสุข เข้าหารรือกับนายเทิดบุญ ศิลารมณ์ นายอำเภอสันติสุข มีกำนัน สารวัตรกำนัน ผญบ.ผช.ผญบ.แพทย์ประจำตำบล เข้าร่วมหารือ

ภาคบ่าย คณะได้เดินทางไปที่อำเภอบ้านหลวง เพื่อเข้าปรึกษาหารือกับ นายอธิวัฒน์ อารัญ นายอำเภอบ้านหลวง และคณะ
ในการสร้างตำบลเข้มแข็งด้วย หน่วย อ.ป.ต.กล่าวคือ
โลกเจริญ สังคมจะวุ่นวายขึ้น คนจะไม่เชื่อในศิลธรรม ลูกจะใม่เชื่อฟังพ่อแม่ และพ่อแม่ก็ไม่เข้าใจลูก จะมีปริมาณคนฉลาดแกมโกง สังคมถดถอย ดังนั้น จำเป็นต้องต้องร่วมมือกับ
พระสงฆ์ตามระเบียบหน่วยอบรมประชาชนประะจำตำบล (อปต.)ปี พ.ศ.2546

หน่วยอบรมประชาชนประจำตำตำบลเป็นกลไก มีลักษณะด่น คือ เป็นหน่วยอบรมที่เป็นคณะบุคคล มีเจ้าคณะตำบลหรือ เจ้าอาวาสที่ตั้งหน่วยเป็นประธาน กำนันเป็นรองประธานฝ่าย
คฤหัสถ์ มีเจ้าอาวาสทุกวัด ผู้นำท้องถิ่นท้องที่เป็นกรรมการโดยตำแหน่ง และมีกรรมการแต่งตั้งจำนวนไม่น้อยกว่า 5 คน ไม่เกิน 9 คน ในความหมายกรรมการโดยแต่งตั้ง

จะเป็นคณะบุคคลที่เป็นทีมงานที่วางแผน และจัดกิจกรรม อุปสรรคที่ผ่านมาฝ่ายคารวาสไม่ได้ช่วยพระอย่างจริงจัง จึงทำให้ไม่มีความก้าวหน้า วัตถุประสงค์หน่วยอบรมประชาชนประจำตำบลศีลธรรมและวัฒนธรรม ( 2 ) สุขภาพอนามัย ( 3 )สัมมาชีพ ( 4) สันติสุข ( 5 ) ศึกษาสงเคราะห์ (6 ) สาธารณสงเคราะห์ ( 7 ) กตัญญูกตเวทิตาธรรม ( 8 ) สามัคคีธรรม หน่วยอบรมประชาชนประจำตำตำบลในปัจจุบันจะดำเนินได้ง่ายขึ้นจะต้องประกอบด้วยเหตุ ดังต่อไปนี้

1.การแต่งตั้งกรรมการ โดยแต่งตั้งที่มาจากคฤหัสถ์ที่ไม่น้อยกว่า 5 คน ไม่เกิน 9ต้องมาจากครูโรงเรียน ผู้ทรงคุณวุฒิ ในตำบลนั้น เสนอเจ้าคณะอำเภอแต่งตั้ง
2 กรรมการต้องประชุมในรายละเอียค ในการวางตัวบุคคล ปฏิทินอบรม อบรมไหน จะมีวิธีการอบรมอย่างไร จะเชิญผู้รู้นอกตำบลมาเสริมเป็นบางเรื่องไหม

เนื้อหาสาระการอบรมแต่ละตำบลอาจมีจุดเน้นไม่หมือนกัน เป็นหน้าที่ของกรรมการต้องมาวิเคราะห์ปัญหาของตำบล
ในส่วนจังหวัดน่าน เจ้าคณะจังหวัดน่าน ได้แจ้งที่ประชุม สงฆ์จังหวัด เมื่อ เดือนมกราคม 2568 มีกำหนดการสร้างการรับรู้ และเชิญหน่วยอบรมประชาชนประจำตำบลประชุมในระดับจังจังหวัดทัพต่อไป

ในส่วนพุทสมาคสมาคมจังหวัดน่านจะทำหน้าที่สนองงานคณะสงฆ์ในการขับเคลื่อนให้เกิดเป็นยุทธศาสตร์จังหวัดเพื่อการสนับสนุนด้านต่างๆ เช่นความร่วมร่วมมือด้านคลังสมองหรืองบประมาณสนับสนุนกิจกรรมหน่วยอบรมประประจำตำบลเป็นต้นจึงเป็นที่มาของการเข้าพบผู้มีส่วนที่เกี่ยวข้องให้ประสานขอความร่วมมือไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่จังหวัดน่านในทุกอำเภอ ตำบล ต่อไป

เกษตรอำเภอท่าวังผา จัดเวทียืนยันสิทธิ์โครงการพัฒนาสวนลำไยคุณภาพตัดแต่งทรงพุ่ม/ช่อผล ฟื้นฟูสวนลำไยเพื่อเพิ่มรายได้ ระดับตำบล ครั้งที่ 2/2569

วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 นางเฉลิมพร ลำน้อย นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการพิเศษ รักษาราชการแทน เกษตรอำเภอท่าวังผา มอบหมายให้เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอท่าวังผา ร่วมกับคณะกรรมการตรวจสอบสิทธิ์การเข้าร่วมโครงการพัฒนาสวนลำไยคุณภาพตัดแต่งทรงพุ่ม/ช่อผล ฟื้นฟูสวนลำไยเพื่อเพิ่มรายได้ ระดับตำบล จัดเวทียืนยันสิทธิ์และรับรองรายชื่อ

เกษตรกรผู้ได้รับสิทธิ์เข้าร่วมโครงการพัฒนาสวนลำไยคุณภาพตัดแต่งทรงพุ่ม/ช่อผล ฟื้นฟูสวนลำไยเพื่อเพิ่มรายได้ ระดับตำบล ครั้งที่ 2/2569 ตามที่ตั้งแปลงในพื้นที่ตำบลตาลชุม ตำบลศรีภูมิ ตำบลผาทอง ตำบลจอมพระ ตำบลท่าวังผา และตำบลผาตอ โดยมี นายมหรรณพ ไชยสลี ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง เป็นประธาน มีเกษตรกรเข้าร่วมเวทียืนยันสิทธิ์ฯ รวมทั้งสิ้น 120 ราย ณ หอประชุมบ้านอาฮาม หมู่ที่ 3 ตำบลท่าวังผา อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน


การจัดเวทียืนยันสิทธิ์ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกษตรกรตรวจสอบความถูกต้องและรับรองข้อมูลการเพาะปลูกลำไยของตนเองให้ครบถ้วน เป็นไปตามข้อกำหนดและเงื่อนไขของโครงการฯ พร้อมทั้งเป็นการสร้างความเข้าใจให้แก่เกษตรกรในแนวทางการดำเนินโครงการ และเตรียมความพร้อมในการพัฒนาสวนลำไยให้มีคุณภาพ ด้วยการตัดแต่งทรงพุ่มและช่อ

ผลอย่างถูกวิธี เหมาะสมกับสภาพพื้นที่และช่วงอายุของต้นลำไย ผ่านสื่อการสอนชุดวิชา “เทคโนโลยีการผลิตลำไยคุณภาพ” เพื่อช่วยฟื้นฟูสวนลำไยให้มีความสมบูรณ์ แข็งแรง ลดต้นทุนการผลิต เพิ่มประสิทธิภาพผลผลิต ยกระดับคุณภาพลำไยให้เป็นไปตามความต้องการของตลาด และเสริมสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรในพื้นที่/ทีมข่าวสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / อ.กำแพงแสนจัดกิจกรรม “Big Day” รณรงค์โค้งสุดท้ายการเลือกตั้ง / คณะครูโรงเรียนหนองปลาไหล จัดกิจกรรมส่งเสริมประชาธิปไตย

    นายเกียรติศักดิ์ ธนาวรรณโอภาส นายอำเภอกำแพงแสน พร้อมปลัดอำเภอกำแพงแสน กำนัน ผู้ใหญ่บ้านฯลฯ หัวหน้าส่วนราชการ พ.ต.อ.ปราโมทย์ โพธิ์พันธุ์ ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรกำแพงแสน และ

    พ.ต.อ.นริสสร์ สังข์กระแสร์ ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรกระตีบ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น คณะครูและนักเรียนโรงเรียนกำแพงแสนวิทยา ในพื้นที่อำเภอกำแพงแสน ร่วมปล่อยแถวกิจกรรมรณรงค์เชิญชวนไปใช้สิทธิเลือกตั้ง (Big day) ณ บริเวณอนุเสาวรีย์อินทรศักดิศจี อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม

    เพื่อให้ประชาชนมีความตื่นตัวและความเข้าใจเกี่ยวกับการเลือกตั้ง และออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการเลือกตั้งทั่วไป และออกเสียงประชามติ ประจำปี 2569 ทั้งนี้มีการเดินรณรงค์บริเวณตลาดกำแพงแสนตามร้านค้า บ้านเรือนประชาชน พร้อมแจกเอกสารแผ่นพับ

    และรถกระจายเสียงเคลื่อนที่เพื่อประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ภายใต้แนวคิด “สร้างสรรค์ประเทศไทย พร้อมใจไปเลือกตั้ง”
    สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

    คณะครูโรงเรียนหนองปลาไหลและบุคคลากร ร่วมจัดกิจกรรมส่งเสริมประชาธิปโดยได้นำนักเรียน ระดับอนุบาล 2 – ป.6 โดยการเดินรณรงค์เชิญชวนให้ผู้ปกครองไปใช้สิทธิ์ลงคะแนน

    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 โรงเรียนวัดหนองปลาไหล(ปานพลอุปถัมภ์) นำโดย ผอ.ชุติสรา หาดแมน คณะครูและบุคคลากร ร่วมจัดกิจกรรมส่งเสริมประชาธิปไตยระดับอนุบาล 2 – ป.6 โดยการเดินรณรงค์และใช้รถสามล้อประชาสัมพันธ์ภายในชุมชน ร่วมเชิญชวนให้ผู้ปกครองไปใช้สิทธิ์ลงคะแนนเลือกตั้ง

    เริ่มเดิน ณ บริเวณภายชุมชนโดยรอบของ ตำบล ทุ่งกระพังโหม อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม เพื่อให้ประชาชนมีความตื่นตัวและความเข้าใจเกี่ยวกับการเลือกตั้ง และออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการเลือกตั้งทั่วไป และออกเสียงประชามติ ประจำปี 2569

    ทั้งนี้มีการเดินรณรงค์บริเวณตลาดตามร้านค้า บ้านเรือนประชาชน พร้อมแจกเอกสารแผ่นพับ และรถสามล้อเคลื่อนที่เพื่อประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ภายใต้แนวคิด “สร้างสรรค์ประเทศไทย พร้อมใจไปเลือกตั้ง”
    สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผบก.ภ.จว.นครปฐมตรวจร้านค้าทองเพื่อป้องกันเหตุประทุษร้ายต่อทรัพย์ภายในห้างสรรพสินค้าโลตัสสาขากำแพงแสน

    วันนี้ 5 ก.พ.69เวลา 17.30 น.พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์
    ผบก.ภ.จว.นครปฐมพร้อมด้วยพ.ต.ท.ยศพงศ์ พันธุรอง ผกก.ป.สภ.กำแพงแสนพ.ต.ท.อุทัย สุมาลัยรองผกก.ป.สภ.บางเลนพ.ต.ท.ไชยวัฒน์ ทองคงหาญสวป.สภ.กำแพงแสนตรวจร้านค้าทองภายในห้างสรรพสินค้าโลตัสสาขากำแพงแสนพบสาย

    ตรวจรถยนต์และรถจักรยานยนต์ เขต 1 อยู่ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ตรวจตราความปลอดภัยในพื้นที่เป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยได้ให้คำแนะนำผู้ประกอบการร้านค้าทองเกี่ยวกับมาตรการป้องกันเหตุประทุษร้ายต่อทรัพย์ โดยเฉพาะในปัจจุบันเป็นห้วงที่ทองคำมีราคาสูงขึ้น

    โดยได้กำชับและสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่เพิ่มความเข้มในการตรวจตรา เฝ้าระวังบุคคลต้องสงสัย และพร้อมเข้าระงับเหตุทันทีหากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน รวมถึงให้ประสานการปฏิบัติกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของห้างสรรพสินค้าและร้านค้าทองอย่างใกล้ชิด

    ทั้งนี้ ได้ดำเนินการตามมาตรการป้องกันเหตุร้านค้าทองของสำนักงานตำรวจแห่งชาติอย่างเคร่งครัด เบื้องต้นไม่พบสิ่งผิดปกติ เหตุการณ์ทั่วไปอยู่ในภาวะปกติ
    สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

    สือรัฐ ทีวี บก.เอกสิทธ์ หมวดทอง