สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / น่านจัดโครงการ “รวมพลังสตรีน่าน เนื่องในวันสตรีสากล ประจำปี 2569” แสดงพลังสตรี ส่งเสริมบทบาทสตรีพัฒนาชุมชน

วันที่ 10 มีนาคม 2569 ที่หอประชุมนันทพัฒน์ ศาลากลางจังหวัดน่าน นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานเปิดโครงการ “รวมพลังสตรีน่าน เนื่องในวันสตรีสากล ประจำปี พ.ศ. 2569”

โดยมี นางพวงแก้ว พรมมิ ประธานคณะกรรมการพัฒนาสตรีจังหวัดน่าน หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำสตรี และคณะกรรมการพัฒนาสตรีจากทั้ง 15 อำเภอ เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 300 คน

การจัดกิจกรรมครั้งนี้ คณะกรรมการพัฒนาสตรีจังหวัดน่าน ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดขึ้นเพื่อรำลึกถึงความสำคัญของวันสตรีสากล ซึ่งตรงกับวันที่ 8 มีนาคมของทุกปี อันมีจุดเริ่มต้นจาก

การต่อสู้เรียกร้องสิทธิของแรงงานหญิงในอดีต และเป็นโอกาสสำคัญในการส่งเสริมบทบาทสตรีให้มีความเสมอภาคและมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคมและประเทศชาติ

ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน กล่าวว่า ปัจจุบันสตรีมีบทบาทสำคัญในทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน มีความสามารถทัดเทียมบุรุษ และเป็นพลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ รวมถึงการดูแลครอบครัวและสังคมให้เข้มแข็ง จึงจำเป็นต้องพัฒนาศักยภาพให้สตรีมีความรู้ ความสามารถ และก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกและเทคโนโลยี

สำหรับกิจกรรมภายในงานประกอบด้วย การแสดงพลังสตรีน่านจากกลุ่มสตรีทั้ง 15 อำเภอ การมอบใบประกาศเกียรติคุณแก่สตรีดีเด่นด้านการพัฒนาชุมชนระดับจังหวัด ประจำปี 2569 จำนวน 5 ราย การแสดงแบบ “8 ชุดไทยพระราชนิยม” และกิจกรรม “ผ้าไทยใส่ให้สนุก”

เพื่อรณรงค์การสวมใส่ผ้าไทยและผ้าพื้นเมืองน่าน การสาธิตการทำบายศรี การจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของกลุ่มอาชีพสตรีและสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี รวมถึงนิทรรศการรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และบุคคลในครอบครัว ตลอดจนการส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ

นอกจากนี้ ยังมีการจัดกิจกรรม “พลังชุมชน เติมสุขทั่วไทย Give and Share Happiness” โดยองค์กรสตรีร่วมมอบของขวัญปีใหม่ให้กับครัวเรือนที่มีรายได้น้อยและผู้ด้อยโอกาส จำนวน 15 ราย เพื่อสร้างขวัญกำลังใจและความเข้มแข็งให้กับชุมชน

ภายหลังพิธีเปิด ผู้ว่าราชการจังหวัดน่านได้เยี่ยมชมบูธนิทรรศการและร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของกลุ่มอาชีพสตรีและสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ซึ่งสะท้อนถึงศักยภาพและพลังของสตรีจังหวัดน่านในการร่วมกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากและพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน/บุญยงค์ สดสอาด/ร.ต.อ.สถิตย์ ศรีประสม รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / อีสเทิร์น เอเนอร์จี้ พลัส ร่วมเวทีนานาชาติ The 3RINCs แลกเปลี่ยนแนวคิดการจัดการขยะอย่างยั่งยืน และลดการปล่อยคาร์บอน

บริษัท อีสเทิร์น เอเนอร์จี้ พลัส จำกัด (Eastern Energy Plus) นำโดย นายอบีนาช มาจี้ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เข้าร่วมการประชุมวิชาการนานาชาติ The 12th3R International Scientific Conference on Material Cycles and Waste Management – Innovation Beyond Net Zero (The 3RINCs) ซึ่งเป็นเวทีสำคัญระดับนานาชาติสำหรับการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เทคโนโลยี และแนวปฏิบัติด้านการจัดการขยะอย่างยั่งยืน พร้อมทั้งส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาควิชาการ ภาครัฐ และภาคเอกชนจากหลายประเทศ

ภายในงาน นายอบีนาช มาจี้ ได้ร่วมถ่ายทอดแนวทางการจัดการขยะที่มุ่งเน้นการลดการปล่อย คาร์บอนฟุตพริ้นท์ (Carbon Footprint) จากระบบฝังกลบแบบวิศวกรรม ซึ่งเป็นหนึ่งในแหล่งกำเนิดก๊าซเรือนกระจกที่มีผลต่อภาวะโลกร้อน โดยบริษัทให้ความสำคัญกับการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการขยะและการแปรรูปขยะให้เป็นพลังงาน (Waste-to-Energy) เพื่อลดปริมาณก๊าซเรือนกระจก และสนับสนุนการพัฒนาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
อีสเทิร์น เอเนอร์จี้ พลัส ยังให้ความสำคัญกับการยกระดับการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง ผ่านการนำเทคโนโลยีด้านสิ่งแวดล้อมขั้นสูงมาใช้ควบคู่กับการฟื้นฟูพื้นที่โดยรอบสถานที่ฝังกลบขยะมากกว่า 159 ไร่ โดยเฉพาะในด้านการบริหารจัดการคุณภาพอากาศ บริษัทได้ดำเนินมาตรการควบคุมฝุ่น ควัน และกลิ่นอย่างต่อเนื่อง พร้อมติดตามค่าฝุ่นละออง PM2.5 อย่างใกล้ชิดให้อยู่ภายในเกณฑ์มาตรฐานที่กฎหมายกำหนด

รวมถึงมีระบบตรวจวัดสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่องตลอดกระบวนการดำเนินงาน เพื่อลดผลกระทบต่อชุมชนโดยรอบ
นายอบีนาช มาจี้ กล่าวว่า “กระบวนการวิศวกรรมแบบบูรณาการในการจัดการขยะของบริษัท สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิได้สูงสุดถึง 0.1 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (tCO₂e) ต่อเมกะวัตต์ชั่วโมงของไฟฟ้าที่ผลิตได้ ซึ่งสะท้อนถึงศักยภาพในการดำเนินงานที่ก้าวข้ามระดับความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ซึ่งมีส่วนสำคัญต่อการบรรเทาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

และสนับสนุนเป้าหมายด้านความยั่งยืนและการลดการปล่อยคาร์บอนในระดับสากล” การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 9–11 มีนาคม 2569 ณ โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เพรสทีจ กรุงเทพฯ โดยการเข้าร่วมประชุมของ Eastern Energy Plus สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการสนับสนุนแนวทางการจัดการขยะที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การพัฒนานวัตกรรมด้านพลังงานจากขยะ และการมีส่วนร่วมในการดูแลทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อลดผลกระทบจากภาวะโลกร้อนและสร้างความยั่งยืนให้กับสังคมในระยะยาว


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

ผงะทั้งวัด! พระล้างจานหลังกุฏิ เห็น “จระเข้” โผล่คลอง รีบแจ้งเจ้าอาวาส–เตรียมเรียกกู้ภัย สุดท้ายที่แท้เป็นจระเข้ยาง ผงะทั้งวัด! พระกำลังล้างจานหลังกุฏิ เหลือบเห็นคล้าย “ลูกจระเข้” โผล่คลองรีบแจ้งเจ้าอาวาสเตรียมเรียกกู้ภัย แต่สุดท้ายตรวจสอบใกล้ ๆ ถึงกับโล่งอก ที่แท้เป็นจระเข้ยางของเล่นลอยน้ำ

เมื่อเวลา 18.30 น. วันที่ 9 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากพระใบฎีกาสิรวิชญ์ ปิยสาโร (พระมอส) อายุ 32 ปี เลขานุการวัดบางหญ้าแพรก ต.บางหญ้าแพรก อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ ว่าได้เจอจระเข้นอนอยู่ในน้ำคลองวัดบางหญ้าแพรกด้านหลังกุฏิวัดที่ พระมอส อยู่ จากนั้นผู้สื่อข่าวได้รีบเดินไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบว่าเห็นลักษณะเป็นลูกจระเข้ พระได้เอาไม้ไผ่ยาวไปเขี่ยแต่ตัวไม่ขยับนิ่งอยู่กับที่ ถึงได้รู้ว่าเป็นจระเข้ยางของเล่นที่จมอยู่ในน้ำ จากนั้นพระจึงได้เอาขึ้นมาจากน้ำ

พระใบฎีกาสิรวิชญ์ ปิยสาโร (พระมอส) อายุ 32 ปี เลขานุการวัดบางหญ้าแพรก ได้เผยว่าขณะเกิดเหตุอาตมากำลังล้างถ้วยชามอยู่บริเวณหลังวัดที่ริมคลองได้เหลือบไปเห็นวัตถุลักษณะคล้ายจระเข้ตัวน้อย ซึ่งหางก็สะบัดตามน้ำ ด้วยความตกใจจึงไปตามท่านเจ้าอาวาส และชวนพระลูกวัดมาดูที่เกิดเหตุ พร้อมกับไปคว้าโทรศัพท์มาเพื่อถ่ายรูปเป็นหลักฐาน เตรียมส่งให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยและเจ้าหน้าที่เทศบาลใกล้เคียง

จากนั้นท่านเจ้าอาวาสจึงเดินทางมาดู และถามกับตนเองว่าจระเข้ตัวน้อยตัวดังกล่าวไปหรือยัง อาตมาจึงตอบไปว่ายัง และคิดว่าจระเข้ตัวดังกล่าว น่าจะมีครอบครัวซึ่งมีพ่อและแม่ของจระเข้อยู่บริเวณนี้ด้วย ซึ่งอาตมาจึงได้นำไม้ไผ่มาเขี่ยจระเข้ตัวน้อยก็พบว่า ไม่มีการตอบสนอง และจระเข้ตัวดังกล่าว ได้หงายท้องและไม่มีแขน ไม่มีขา อาตมาอยากจะฝากถึงญาติโยมที่คิดจะกระทำว่า อย่านำไปหลอกใครอีกนะ อาตมากลัว


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เมืองโบราณจัด TikTok Challenge แจก 2 แสนบาท กิจกรรม “THAI STREET – ANCIENT CITY CHALLENGE” เปิดพื้นที่ให้ผู้ร่วมกิจกรรมสร้างสรรค์คลิป

สายครีเอทีฟห้ามพลาด! เมืองโบราณจัด TikTok Challenge แจกกว่า 2 แสนบาท เมืองโบราณ สมุทรปราการ ชวนสายครีเอทีฟและผู้ใช้งาน TikTok

ร่วมปล่อยของในกิจกรรม “THAI STREET – ANCIENT CITY CHALLENGE” เปิดพื้นที่ให้ผู้ร่วมกิจกรรมสร้างสรรค์คลิปวิดีโอ

ท่ามกลางบรรยากาศสถาปัตยกรรมและวัฒนธรรมไทยภายในเมืองโบราณ พร้อมลุ้นชิงเงินรางวัลรวมมูลค่ากว่า 200,000 บาท

กิจกรรมดังกล่าวเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมถ่ายทำคอนเทนต์ในมุมมองสร้างสรรค์ ไม่ว่าจะเป็นการเต้น การเล่าเรื่อง หรือการนำ

เสนอวัฒนธรรมไทยในสไตล์ของตนเอง ก่อนเผยแพร่ลงบนแพลตฟอร์ม TikTok เพื่อร่วมลุ้นรับรางวัลจากกิจกรรม

นอกจากนี้ เมืองโบราณยังจัด กิจกรรมพิเศษสำหรับผู้ที่แต่งกายสไตล์ไทยร่วมสมัย โดยผู้ที่ ห่มสไบ ใส่ยีนส์ หรือแต่งชุดไทยใน

แบบของตัวเอง มาถ่ายภาพเช็กอินบริเวณหน้าเมืองโบราณ และแสดงภาพต่อเจ้าหน้าที่จำหน่ายบัตร จะได้รับ สิทธิ์เข้าชมเมืองโบราณฟรี

เพื่อเข้าไปสร้างคอนเทนต์และเก็บภาพบรรยากาศสถานที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมภายในพื้นที่อย่างเต็มที่กิจกรรมครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

และเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ได้ถ่ายทอดเสน่ห์ความเป็นไทยผ่านสื่อโซเชียลในรูปแบบที่สร้างสรรค์และเข้าถึงผู้ชมได้อย่างกว้างขวาง


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / คนไทยในอิหร่าน 23 คน กลุ่มแรก เซ็ต 2 ถึงไทยแล้ว เตรียมรับกลุ่ม 2 กลับอีก 69 คน และยังมีคนไทยที่ยังไม่กลับ

เมื่อเวลา 09.09 น.วันที่ 10 มี.ค.2569 ที่ อาคารผู้โดยสารขาเข้าชั้น 2 โซน ซี คนไทย 23 คนที่พำนักอยู่ที่ประเทศอิหร่าน กลุ่มแรก เซ็ต 2 ที่ได้อพยพออกจากประเทศอิหร่าน ตั้งแต่เย็นวันที่ 7 มี.ค.69 ไปยังประเทศตุรกี ได้เดินทางกลับถึงประเทศไทย ด้วยสายการบินตุรกีแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ TK 64 โดยเดินทางจากท่าอากาศยานอิสตันบูล ประเทศตุรกี มาถึงที่ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ ในเวลา 08.20 น. ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักศึกษา ที่ไปศึกษาอยู่ที่ประเทศอิหร่าน หลังจากเมื่อวานนี้ได้เดินกลับมาถึงไทยแล้วส่วนหนึ่ง 29 คน โดยมี นายวิชาวัฒน์ อิศรภักดี ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศ เป็นตัวแทนรัฐบาลไทยให้การต้อนรับ

นายวิชาวัฒน์ เปิดเผยว่า คนไทยที่อพยพออกจากประเทศอิหร่านเดินทางกลับถึงประเทศไทยแล้วเป็นกลุ่มแรก รวม 52 คน โดยทยอยเดินทางกลับ 2 เที่ยวบิน ซึ่งเมื่อวานนี้มีคนไทยเดินทางถึงก่อน 29 คน และวันนี้เดินทางถึงเพิ่มเติมอีก 23 คน โดยส่วนใหญ่มีสภาพจิตใจที่ดี แม้จะมีอาการอ่อนล้าจากการเดินทาง เนื่องจากต้องเดินทางด้วยรถยนต์เป็นระยะทางไกล แต่ทุกคนได้รับการดูแลอย่างดี ทั้งนี้ ตลอดการเดินทางกลับ ทางเราก็มีการประสานงานอย่างใกล้ชิดจากกระทรวงการต่างประเทศ ทั้งกรมการกงสุล กรมภูมิภาค รวมถึงสถานเอกอัครราชทูตไทยในประเทศตะวันออกกลางและที่กรุงเตหะราน เพื่อให้การเดินทางเป็นไปอย่างปลอดภัย

นายวิชาวัฒน์ กล่าวว่า ขณะนี้ยังมีคนไทยอีกประมาณ 69 คน ที่เตรียมเดินทางออกจากอิหร่านในลักษณะเดียวกัน โดยจะเดินทางด้วยรถยนต์จากกรุงเตหะรานไปยังเมืองวาน ประเทศตุรกี ก่อนต่อเครื่องบินกลับประเทศไทย โดยกระทรวงการต่างประเทศได้ประสานงานกับรัฐบาลอิหร่าน อิสราเอล และสหรัฐอเมริกา เพื่อแจ้งเส้นทางการเดินทางของคณะคนไทย และขอความร่วมมือให้การเดินทางมีความปลอดภัย ขณะที่ยังมีคนไทยในอิหร่านอีกอย่างน้อย 130 คน ซึ่งสถานทูตไทยยังคงติดต่อดูแล และชักชวนให้ออกจากพื้นที่เพื่อความปลอดภัย อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

นอกจากนี้ ในประเทศอื่นของภูมิภาคตะวันออกกลาง เช่น สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และบาห์เรน ก็มีคนไทยบางส่วนแสดงความประสงค์เดินทางกลับเช่นกัน โดยบางประเทศยังมีเที่ยวบินพาณิชย์ให้บริการตามปกติ ขณะที่สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ของไทยในภูมิภาคได้ทำงานตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งนี้ยอมรับว่าสถานการณ์ในอิหร่านยังคงมีการโจมตีเกิดขึ้นต่อเนื่อง แม้จะไม่รุนแรงเท่าระลอกแรก แต่ยังคงมีการโจมตีเกิดขึ้นทุกวัน ทำให้สถานการณ์ยังน่ากังวล และคาดว่ายังไม่ยุติลงในเร็ว ๆ นี้

นาย อาดิล สุขศาสน์กวิน อายุ 28 ปี นักศึกษาไทยในอิหร่าน กล่าวว่า นักศึกษาไทยรู้สึกขอบคุณรัฐบาล ที่ประสานงานตั้งแต่เริ่มมีการโจมตี และรู้สึกอุ่นใจที่คนไทยได้ช่วยเหลือกัน สำหรับการเดินทางจากกรุงเตหะรานไปตุรกีก็มีความลำบากอยู่บ้าง เนื่องจากระยะเวลาในการเดินทางค่อนข้างไกล โดยที่ตัดสินใจเดินทางกลับนั้น

ก็เป็นเรื่องความปลอดภัย เพราะก่อนหน้านี้ได้รับคำแนะนำจากสถานทูต ให้ลงไปอยู่ชั้นใต้ดินเพราะสถานการณ์รุ่นแรงมากยิ่งขึ้น รวมถึงนักศึกษาประเทศอื่นๆ ก็ได้เดินทางกลับประเทศตัวเอง นอกจากนี้ขณะที่มีการโจมตีกันนั้น ทางมหาวิทยาลัยก็ได้มีการปิดการเรียนชั่วคราว แต่สถานการณ์ในพื้นที่จริงไม่ได้น่ากลัวตามที่ปรากฏในข่าว เพราะมีการโจมตีกันแค่บางจุดเท่านั้น โดยเฉพาะสถานที่ราชการ

เบื้องต้น ตนยังไม่มีข้อมูลว่ามีคนไทยที่อยู่ในอิหร่านไม่ประสงค์เดินทางกลับ แต่จากการสอบถาม ส่วนมากก็ประสงค์จะเดินทางกลับไทย รวมถึงเพื่อนของตนที่จะเดินทางกลับในกลุ่มถัดไป (69คน) อย่างไรก็ตามนายอาดิล กล่าวทิ้งท้ายว่า “การปกป้อง ประชาธิปไตยเป็นสิ่งที่สำคัญ แต่การปกป้องอธิปไตยก็เป็นสิ่งที่สำคัญกว่า ซึ่งชาวอิหร่านตอนนี้ก็ทำหน้าที่ปกป้องอธิปไตยอยู่”
ด้าน น.ส.ญาเซมัญ สินารา อายุ 28 ปี คนไทยในอิหร่าน กล่าวว่า ตนอาศัยอยู่ประเทศไทยเป็นหลัก แต่ว่า มีครอบครัวอยู่ที่อิหร่าน ซึ่งตั้งใจจะไปเยี่ยมญาติ

โดยได้ไปอยู่ที่อิหร่านได้ประมาณ 10 วัน ก็เกิดเหตุการณ์ขึ้น ซึ่งตนเองมีแผนที่จะบินกลับไทยอยู่แล้ว แต่เกิดเหตุการณ์ขึ้นก่อน ยอมรับว่า รู้สึกกลัวมาก และรู้สึกกลัวตาย เพราะในชีวิตไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ และไม่คิดว่าจะใกล้ตัวมาก เพราะบางที ระเบิดลงใกล้บ้าน จนทำให้ตัวบ้านสะเทือน เพราะไม่รู้ว่า ระเบิดจะมาลงที่บ้านเราหรือไม่ แม้ว่า ส่วนใหญ่ระเบิดจะลงตามสถานที่ราชการ โดยคนในครอบครัวที่อยู่อิหร่าน แม้เคยเจอเหตุการณ์ลักษณะดังกล่าวมาหลายครั้ง ก็มีความกังวลอยู่บ้าง เพราะในประเทศอิหร่านจะไม่มีหลุมหลบภายใต้ไต้ดิน แต่การใช้ชีวิต

ส่วนใหญ่คนอิหร่านจะใช้ชีวิตแบบปกติทั่วไป น.ส.ญาเซมัญ กล่าวอีกว่า ก่อนเกิดเหตุการณ์ ตนไม่ได้รับสัญญาณเตือนอะไร จากประเทศอิหร่านมีการตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ต โทรออกก็ไม่ได้ แต่สามารถโทรออกภายในประเทศได้ จึงทำให้ตนสามารถโทรติดต่อสถานทูตไทยได้ แต่โทรออกนอกประเทศไม่ได้ ด้าน นายอะเดล ทาบิอิ พ่อชาวอิหร่าน ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยนานกว่า 35 ปี จนได้สัญชาติไทย กล่าวว่า ตอนเกิดเหตุการณ์ตนอยู่ที่ต่างจังหวัด ซึ่งลูกสาวได้โทรหาตนเองตอนประมาณ 01.30 น.

ซึ่งเวลานั้นมีระเบิดลงห่างจากบ้านเพียง 500 เมตร แต่ว่า บ้านไม่ได้รับความเสียหายน.ส.ญาเซมัญ กล่าวต่อว่า เหตุการณ์วันนั้นคาดว่า จะเกิดเมื่อวันที่ 2 มีนาคมที่ผ่านมา เพราะตอนอยู่บ้านคนเดียว และจำได้ว่า วันนั้นระเบิดลงทั้งวันในช่วงเวลากลางคืน จนบ้านสั่น ซึ่งเวลานั้นเราไม่รู้เลยว่า จะมีความปลอดภัยจริงไหม ตามที่คนพูดให้มีความสบายใจ โดยคนอิหร่านส่วนใหญ่ไม่มีใครรู้เลยว่าจะเกิดเหตุการณ์ขึ้น มารู้พร้อมกันตอนประเทศอิสราเอลยิงแล้ว


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สิงห์บุรี ประกาศความสำเร็จ “ถังขยะเปียกลดโลกร้อน” ครบ 100% พร้อมเคาะแผน “จังหวัดสะอาด” ปี 69 มุ่งเป้าเมืองน่าอยู่ยั่งยืน

วันที่ 10 มีนาคม 2569 เวลา 13.30 น. ณ ห้องประชุมนายทองแสงใหญ่ ศาลากลางจังหวัดสิงห์บุรี นายวราดิศร อ่อนนุช ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการจัดการสิ่งปฏิกูลและมูลฝอยจังหวัดสิงห์บุรี ครั้งที่ 1/2569 เพื่อรับรองผลการดำเนินงานที่ผ่านมาและพิจารณาแผนยุทธศาสตร์การจัดการขยะในอนาคต โดยมี นางสาววีรวรรณ จันทนเสวี รองผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี และคณะกรรมการจากทุกภาคส่วนเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

ที่ประชุมได้มีมติรับรองข้อมูลการจัดทำ “ถังขยะเปียก ลดโลกร้อน” ของครัวเรือนในพื้นที่จังหวัดสิงห์บุรี ซึ่งถือเป็นความสำเร็จที่โดดเด่นอย่างมาก โดยผลการดำเนินงาน ณ เดือนธันวาคม 2568 มีรายละเอียดดังนี้:จำนวนครัวเรือนเป้าหมายที่สามารถจัดทำถังขยะเปียกได้: 43,780 ครัวเรือนผลการดำเนินงานจริง:

ดำเนินการได้ครบ 100% ทั้ง 43,780 ครัวเรือนครอบคลุมพื้นที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้ง 41 แห่ง และรายงานรับรองข้อมูลครบถ้วนทั้ง 6 อำเภอ ซึ่งสะท้อนถึงความร่วมมืออันเข้มแข็งของภาคประชาชนในการลดก๊าซเรือนกระจกจากต้นทางทั้งนี้ เพื่อให้การขับเคลื่อนต่อเนื่อง นายวราดิศร อ่อนนุช ได้ร่วมกับคณะกรรมการพิจารณาและเห็นชอบร่าง แผนปฏิบัติการจัดการขยะมูลฝอยชุมชน “จังหวัดสะอาด” ประจำปี พ.ศ. 2569 ซึ่งประกอบด้วย 4 กรอบการดำเนินงานหลัก รวม 19 ตัวชี้วัด ดังนี้

  1. ด้านการจัดการขยะต้นทาง (6 ตัวชี้วัด): เน้นการคัดแยกขยะในครัวเรือน การส่งเสริมกลุ่ม “บวร” (บ้าน วัด โรงเรียน) และการลดใช้พลาสติก Single-use
  2. ด้านการจัดการขยะกลางทาง (5 ตัวชี้วัด): เพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บขยะแบบแยกประเภทในพื้นที่สาธารณะและแหล่งท่องเที่ยว
  3. ด้านการจัดการขยะปลายทาง (5 ตัวชี้วัด): ตั้งเป้าขยะมูลฝอยต้องได้รับการจัดการอย่างถูกต้องร้อยละ 80 และเร่งปิด/ปรับปรุงสถานที่กำจัดขยะที่ไม่ถูกต้อง
  4. ด้านกลไกส่งเสริมการบริหารจัดการ (3 ตัวชี้วัด): มุ่งเน้นการใช้ระบบสารสนเทศติดตามผล และการซื้อขายคาร์บอนเครดิตจากโครงการถังขยะเปียก
    นอกจากแผนการจัดการขยะแล้ว จังหวัดสิงห์บุรียังเตรียมพร้อมขับเคลื่อนโครงการ “บ้านสวย เมืองงาม ตามระเบียบ เรียบเย็น ยั่งยืน” เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีและเป็นระเบียบเรียบร้อย โดยจะมีพิธีลงนาม MOU ในวันที่ 12 มีนาคมนี้ พร้อมทั้งเตรียมหลักเกณฑ์การประกวดการจัดการขยะมูลฝอยชุมชน “จังหวัดสะอาด” ประจำปี 2569 เพื่อสร้างแรงจูงใจให้แต่ละพื้นที่ทำผลงานให้ดียิ่งขึ้น

นายวราดิศร อ่อนนุช ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี กล่าวปิดท้ายว่า “ความสำเร็จในการทำถังขยะเปียกครบ 100% เป็นเพียงจุดเริ่มต้น วันนี้เราเห็นแล้วว่าชาวสิงห์บุรีพร้อมใจกันเปลี่ยนเพื่อสิ่งแวดล้อม แผนปี 69 นี้จะเป็นแผนที่ทำให้เราจัดการขยะได้อย่างยั่งยืนและสร้างรายได้กลับคืนสู่ชุมชนผ่านคาร์บอนเครดิตอีกด้วย”

By. กองบรรณาธิการ (ส่วนกลาง )/รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /ศิษย์เก่า วปอ.57 – ซินโครตรอนเดินหน้าเสริมสมรรถนะแพทย์ทหาร ส่งมอบสายรัดห้ามเลือด ให้ รพ.ค่ายสุรนารี ปกป้องกำลังพลชายแดน

คณะศิษย์เก่าวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร รุ่นที่ 57 และสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมเสริมสมรรถนะแพทย์ทหารอย่างต่อเนื่อง ส่งมอบสายรัดห้ามเลือดให้แก่โรงพยาบาลค่ายสุรนารีจำนวน 1,000 ชิ้น หลังประสบความสำเร็จในการพัฒนาและทดสอบอุปกรณ์ทางการแพทย์เพื่อใช้ในราชการภาคสนามสำหรับปฐมพยาบาลและช่วยเหลือกำลังพลชายแดนที่ปฏิบัติภารกิจในพื้นที่

นครราชสีมา – คณะศิษย์เก่าวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร รุ่นที่ 57 และสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน ผลิตและส่งมอบรายรัดห้ามเลือดแบบก้านหมุนหรือทูนิเก้ (Combat Application Tourniquet: CAT) จำนวน 1,000 ชิ้น ให้แก่ โรงพยาบาลค่ายสุรนารี เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2569 ณ โรงพยาบาลค่ายสุรนารี โดยมี นายศศิศ มนต์เสรีนุสรณ์ ประธานรุ่น วปอ.57 เป็นประธานในพิธีมอบ

นายศศิศ มนต์เสรีนุสรณ์ ประธานรุ่น วปอ.57 กล่าวว่า “คณะศิษย์เก่า วปอ. 57 ได้บริจาคเงินในการผลิตห้ามเลือดแบบก้านหมุนนี้ ซึ่งเป็นผลงานที่เกิดขึ้นจากหลายภาคส่วน โดยสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอนได้พัฒนาให้สามารถผลิตสายรัดห้ามเลือดได้ในราคาที่ประหยัดลง แต่มีคุณภาพดีเทียบเท่าสินค้าที่ผลิตจากต่างประเทศ ผลิตได้ในเมืองไทย

ทำให้ผลิตได้มากขึ้น สามารถรักษาชีวิตกำลังพลได้มากขึ้น ส่วนโรงพยาบาลค่ายสุรนารีได้ให้การรักษาพยาบาลทางการแพทย์ในภาวะเสี่ยงอันตรายด้วยความเสียสละและกล้าหาญ และขอขอบคุณ พล.อ.สุรศักดิ์ ถนัดศีลธรรม อดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาลค่ายสุรนารี และศิษย์เก่า วปอ.รุ่น 57 ที่จุดประกายให้เกิดโครงการสนับสนุนการผลิตสายรัดห้ามเลือดนี้”

“ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ไม่สงบคณะศิย์เก่า วปอ.57 ได้หารือกัน และตระหนักถึงความเสียสละของน้องๆ ทหารแนวหน้าที่ปกป้องอธิปไตยให้แนวหลังอยู่อย่างสงบปลอดภัย โครงการสนับสนุนการผลิตสายรัดห้ามเลือดนี้จะเป็นสิ่งที่แนวหลังได้ตอบแทนการเสียสละของแนวหน้า เรายึดหลักการว่าจะทำอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ เราหวังว่าสายรัดห้ามเลือดที่มอบให้แก่น้องๆ ทหารจะไม่ถูกหยิบออกมาใช้ เพราะนั่นหมายความว่าท่านปลอดภัย แต่ถ้าถูกหยิบออกมาใช้ก็ขอให้ท่านได้กลับไปหาครอบครัวอันเป็นที่รักอย่างปลอดภัย” ประธานรุ่น วปอ.57 กล่าว

พันเอก รัฐสรรค์ ภูวนาถวรกิตติ์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลค่ายสุรนารี กล่าวว่า “สายรัดห้ามเลือดแบบก้านหมุนที่ได้รับมาในครั้งนี้ หน่วยสายการแพทย์กองทัพภาคที่ 2 จะนำไปใช้ประโยชน์การสนับสนุนกองกำลังสุรนารีในภารกิจป้องกันประเทศตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา โดยโรงพยาบาลค่ายสุรนารีจะเป็นแม่ข่ายในการแจกจ่ายให้แก่กำลังพลเพื่อรักษาความมั่นคงตามแนวชายแดน”

นายสำเริง ด้วงนิล รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน กล่าวว่า “สายรัดห้ามเลือดแบบก้านหมุนที่มอบให้แก่โรงพยาบาลค่ายในครั้งนี้ เป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่สถาบันฯ และโรงพยาบาลค่ายสุรนารี ร่วมกันพัฒนาและทดสอบจนประสบความสำเร็จในการนำไปใช้ในราชการภาคสนามของกองทัพภาคที่ 2 แต่สถานการณ์ด้านความมั่นคงและการปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ยังมีความจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ทางการแพทย์นี้ให้เพียงพอและต่อเนื่อง คณะศิษย์เก่า วปอ.57 จึงสนับสนุนงบประมาณ โดยสถาบันฯ รับผิดชอบในการจัดทำสายรัดห้ามเลือดแบบก้านหมุนนี้”

สำหรับสายรัดห้ามเลือดแบบก้านหมุนนี้เป็นอุปกรณ์สำคัญทางเวชศาสตร์ฉุกเฉิน ที่ใช้เพื่อควบคุมภาวะเลือดออกรุนแรงจากบาดแผลที่แขนหรือขา ซึ่งไม่สามารถหยุดเลือดได้ด้วยวิธีกดแผลโดยตรง ซึ่งแถบที่กว้างของสายรัดจะกระจายแรงกดและลด

ความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อเฉพาะจุด จึงมีประสิทธิภาพและปลอดภัยกว่าวัสดุชั่วคราว อาทิ เชือก หรือผ้าแคบ ซึ่งการพัฒนาสายรัดห้ามเลือดนี้เป็นตัวอย่างหนึ่งของการประยุกต์ใช้ความเชี่ยวชาญของสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอนเพื่อความมั่นคงของประเทศ

กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา/รายงาน

อาชีวะจับมือภาคอุตสาหกรรม เปิดเวที PPP ที่โคราช ดันแนวคิด “หนึ่งนิคมฯ หนึ่งอาชีวะจังหวัด” ผลิตกำลังคนตรงตลาดแรงงาน

เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2569 เวลา 09.30 น. ที่โรงแรมเซ็นทารา โคราช จังหวัดนครราชสีมา นายวิทวัต ปัญจมะวัต รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เป็นประธานเปิดโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการการขับเคลื่อนความร่วมมือภาครัฐและเอกชน (Public–Private Partnership : PPP)

เพื่อผลิตและพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษา และการใช้ระบบ DVE–PPP Management System ระดับภูมิภาค ครั้งที่ 2 โดยมี นางสาวจิตโสมนัส ชัยวงษ์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยอาชีวศึกษานครราชสีมา พร้อมด้วยผู้บริหารสถานศึกษา และผู้แทนหน่วยงานภาครัฐและเอกชนจากหลายสถาบันเข้าร่วมประชุม

การประชุมดังกล่าวจัดขึ้นตามนโยบายของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ประจำปีงบประมาณ 2568–2569 เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาคุณภาพการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี ยกระดับการผลิตกำลังคนสมรรถนะสูงให้สอดคล้องกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมและตลาดแรงงาน โดยเปิดโอกาสให้สถานประกอบการมีส่วนร่วมในการวางแผนหลักสูตร การจัดการเรียนการสอน และการฝึกอาชีพจริง เพื่อให้ผู้เรียนมีทักษะตรงตามความต้องการของตลาดแรงงาน

นายวิทวัต เปิดเผยภายหลังการหารือความร่วมมือระหว่างสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กับการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ว่า ได้กำหนดแนวคิด “หนึ่งนิคมอุตสาหกรรม หนึ่งอาชีวศึกษาจังหวัด” เพื่อเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างสถานศึกษาอาชีวศึกษากับนิคมอุตสาหกรรมทั่วประเทศ ซึ่งปัจจุบันมีนิคมอุตสาหกรรมประมาณ 70 แห่ง และสถานศึกษาอาชีวศึกษาอยู่ใน 77 จังหวัด

แนวคิดดังกล่าวจะช่วยเพิ่มโอกาสให้นักเรียน นักศึกษาอาชีวศึกษาได้เข้าฝึกงานในสถานประกอบการมากขึ้น พร้อมเปิดโอกาสให้สถานประกอบการได้คัดเลือกบุคลากรตั้งแต่ยังศึกษาอยู่ หากผู้เรียนมีศักยภาพก็สามารถรับเข้าทำงานได้ทันทีหลังสำเร็จการศึกษา

รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ยังกล่าวว่า อาชีวศึกษาถือเป็นกำลังสำคัญในการผลิตแรงงานระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) และประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ซึ่งเป็นกำลังคนที่ตลาดแรงงานยังต้องการอีกจำนวนมาก ความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรมจึงมีความสำคัญต่อการพัฒนาศักยภาพผู้เรียนให้ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงาน

ทั้งนี้ ในภาวะเศรษฐกิจที่มีความผันผวน การเปิดโอกาสให้นักเรียน นักศึกษาได้ฝึกงานระหว่างเรียน ยังช่วยสร้างรายได้เสริมและแบ่งเบาภาระครอบครัว ทำให้ผู้เรียนสามารถศึกษาต่อจนจบโดยไม่ต้องออกจากระบบการศึกษากลางคัน

ภาพ นายประสิทธิ์ วนะชกิจ/ข่าว กันตินันท์ เรืองประโคน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จัดโครงการท่าหลวง ท่าบุญ เจือจุนผู้ยากไร้ ประจำปีงบประประมาณ พ.ศ. 2569

วันอังคารที่ 10 มีนาคม 2569 เวลา 06.30 น. ณ โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตำบลซับจำปา อำเภอท่าหลวง จังหวัดลพบุรี นายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ หัวหน้าหน่วยงาน รัฐวิสาหกิจ ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้านฯ ผู้ประกอบการ องค์กรภาคเอกชน และประชาชนอำเภอท่าหลวง เดินทางถึงบริเวณจัดงาน ท่าหลวง ท่าบุญ เจือจุนผู้ยากไร้ ประจำปีงประประมาณ พ.ศ. 2569

นางสาวนงลักษณ์ อยู่พุ่ม นายอำเภอท่าหลวง กล่าวต้อนรับและกล่าวรายงานสรุปความเป็นมาถึงวัตถุประสงค์ในการดำเนินโครงการในครั้งนี้ ตามที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถ บพิตร ได้พระราชทานพระราชดำริหลักการ “บวร” ให้นำบ้าน วัด โรงเรียน ราชการ ซึ่งเป็นสถาบันหลักของสังคมไทยที่เป็นสายใยยึดเหนี่ยวชุมชนมาแต่อดีตที่ก่อให้เกิดการเกื้อกูลสนับสนุน

ซึ่งกันและกัน ช่วยให้สังคมไทยดำรงอยู่อย่างสันติสุขมาช้านาน มาใช้ในการพัฒนาและแก้ปัญหาในระดับชุมชน ในลักษณะ 3 ประสาน เพื่อร่วมมือบำเพ็ญประโยชน์แก่ชุมชนอย่างเกื้อกูลกัน
ประกอบกับพื้นที่อำเภอท่าหลวง

ยังคงพบกลุ่มบุคคลที่ประสบปับปัญหาความเดือดรัอน มีรายได้ไม่เพียงพอต้อการดำรงชีวิตขั้นพื้นฐาน หรือได้รับผลกระทบจากข้อจำกัดทางเศรษฐกิจ สังคม ทำให้เข้าไม่ถึงทรัพยากรและบริการเท่าที่ควร โดยเฉพาะผู้ยากไร้ ผู้ด้อยโอกาส ผู้พิการ และกลุ่ม

เปราะบาง อำเภอท่าหลวงได้ตระหนักถึงความสำคัญของกลุ่มคนดังกล่าว จึงได้จัดทำโครงการ”ท่าหลวง ท่าบุญ เจือจุนผู้ยากไร้” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้

  1. เพื่อให้ผู้ยากไร้ ผู้ด้อยโอกาส ผู้พิการ ผู้ป่วยติดเตียง กลุ่มเปราะบาง ได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง
  2. เพื่อสร้างความรักความสามัคดีในชุมชนและสืบทอดประเพณีอันดีงามของท้องถิ่น
  3. เพื่อส่งเสริมพระพุทธศาสนาให้ธำรงไว้สืบต่อไป

ซึ่งไมการจัดกิจกรรม “ท่าหลวง ท่าบุญ เจือจุนผู้ยากไร้”ของอำเภอทำหลวงในวันนี้ได้รับความเมตตาจากเจ้าคณะอำเภอท่าหลวง และคณะสงฆ์อำเภอท่าหลวง

ท่านได้รับบิณฑบาตและได้นำสิ่งของเครื่องยังชีพไปมอบแก่ผู้ยากไร้ในพื้นที่ 6 ตำบลของอำเภอท่าหลวงนอกจากนี้ อำเภอยังได้รับความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายในเขตพื้นที่อำเภอท่าหลวง อาทิ หัวหน้าส่วนราชการ

หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านฯลฯ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถานศึกษา องค์กรภาคเอกชน ผู้ประกอบการ และภาคประชาชน

จนทำให้กิจกรรมในวันนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยทุกภาคส่วนได้นำเครื่องของอุปโภคบริโภค มาร่วมกิจกรรมทำบุญตักบาตรอันจะนำไปสู่หมู่บ้านศีลรรรรม

อีกทั้งเป็นการสงเคราะห์ผู้ยากไร้ ผู้ด้อยโอกาส ผู้พิการผู้ป่วยติดเตียง และพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในอำเภอท่าหลวง ให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ตลอดจนเป็นการส่งเสริมวัฒนธรรม

ประเพณีอันดึงามของชาวอำเภอท่าหลวง ให้คงอยู่อย่างยั่งยืนตลอดไปจากนั้นผูว่าราชการจังหวัดลพบุรี พร้อมหัวหน้าส่วนราชการประชาชนร่วมกันปลูกต้นจำปีสิรินธร และถ่ายภาพหมู่ร่วมกันเสร็จพิธี สนอง แท่นสูงเนิน ภาพ/ข่าว

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / หมูกระทะเติมใจชายแดน! รองแม่ทัพณัฏฐ์ นำเพื่อนรุ่น พสบ.ทภ.2 เลี้ยงหมูกระทะ 300 ชุดทหารแนวหน้า พร้อมมอบถังเก็บน้ำ–ผ้ายางกันฝน ปรับปรุงฐานปฏิบัติการ

เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2569 พล.ต.ณัฏฐ์ ศรีอินทร์ รองแม่ทัพภาคที่ 2 และประธานนักศึกษาหลักสูตรพัฒนาสัมพันธ์ระดับผู้บริหารกองทัพภาคที่ 2 รุ่นที่ 2 (พสบ.ภท.2 รุ่นที่ 2) พร้อมด้วย พล.ต.กิตติพงษ์ พุทธิมณี เลขาธิการ กอ.รมน.ภาค 2 น.ส.ธนชนก

สุริยเดชสกุล ประธานฝ่าย CSR และนายอรรครัตน์ รัตนจันทร์ นายกสมาคมสื่อสารมวลชนไทยอินโดจีน เดินทางลงพื้นที่ฐานปฏิบัติการห้วยจันทร์แดง อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อเยี่ยมบำรุงขวัญและให้กำลังใจกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา

ในการนี้ คณะได้มอบถังเก็บน้ำดื่มขนาด 1,000 ลิตร จำนวน 10 ถัง พร้อมผ้ายางกันฝนสำหรับใช้ปรับปรุงฐานปฏิบัติการ เพื่อสนับสนุนการดำรงชีพและเพิ่มความพร้อมในการปฏิบัติภารกิจของกำลังพลที่ประจำการตามแนวชายแดน

นอกจากนี้ คณะยังได้จัดเลี้ยงหมูกระทะให้กับกำลังพล โดยได้รับการสนับสนุนจาก หลวงตาสินทรัพย์ จรณธัมโม หรือ “พระสิ้นคิด” ที่มอบเงินให้คณะ พสบ.ทภ.2

จัดซื้อหมูกระทะจำนวน 300 ชุด เพื่อจัดเลี้ยงให้กับกำลังพล โดยเฉพาะกำลังพลชุดที่มีกำหนดเดินทางกลับภูมิลำเนาในพื้นที่ภาคเหนือในวันที่ 9 มีนาคม เพื่อสับเปลี่ยนกำลังกับกำลังพลชุดใหม่

บรรยากาศเป็นไปอย่างอบอุ่นและเป็นกันเอง ท่ามกลางรอยยิ้มของเหล่าทหารที่ปฏิบัติหน้าที่รักษาอธิปไตยของชาติด้าน พลทหารอรรถพร โนนเสนา จาก ร.17 พัน 4 เปิดเผยว่า ตนปฏิบัติหน้าที่อยู่บริเวณช่องอานม้ามาระยะหนึ่งและเคยร่วมภารกิจสู้รบมาแล้ว 2 ครั้ง

รู้สึกดีใจที่ได้ร่วมรับประทานหมูกระทะกับเพื่อนทหารก่อนเดินทางกลับบ้านในวันรุ่งขึ้น พร้อมกล่าวด้วยความภูมิใจว่า การได้เป็นทหารถือเป็นเกียรติของชีวิต แม้ปีนี้จะสอบเข้าเป็นนักเรียนนายสิบกองทัพบกไม่ผ่าน แต่ตั้งใจว่าจะพยายามสอบอีกครั้งในปีหน้า

ภาพ/ข่าว เดวิท-ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เตรียมระเบิดความมันส์ เทศกาลสาดสี โฮลี พัทยา 2026

วันที่ 9 มีนาคม 2569 ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพัทยา จ.ชลบุรี ได้จัดให้มีการแถลงข่าวการจัดงานเทศกาลสีสุดยิ่งใหญ่ โฮลีพัทยา Amazing Thailand Grand Holi Festival Pattaya 2026 (เทศกาลสาดสี ครั้งที่ 4) โดยมี นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา นายสุขราช กาลรา นายหสมาคมนักธุรกิจไทย-อินเดีย พัทยา (TIPPA) นายลักษมัน ซิงห์ นายกสมาคมอินเดียพัทยา และผู้เกี่ยวข้องร่วมแถลงข่าว

ทั้งนี้ พบว่ามีแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมงานจำนวนมาก อาทิ นายมานะ ยาประคำ ประธานสภาวัฒนธรรมเมืองพัทยา นางอำพร แก้วแสง ประธาน กต.ตร.สภ.เมืองพัทยา นายศุภฤกษ์ ชมภูนุช สมาชิกสภาเมืองพัทยา นางสาวภคินี สุทธิธำรงสวัสดิ์ สมาชิกสภาเมืองพัทยา ท่ามกลางสื่อมวลชนแขนงต่างๆ ร่วมแถลงข่าวอย่างพร้อมเพรียง

สำหรับเทศกาล Amazing Thailand Grand Holi Festival Pattaya 2026 (เทศกาลสาดสี ครั้งที่ 4) กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 13 – 15 มีนาคม 2569 นี้ ที่บริเวณชายหาดพัทยากลาง เพื่อสร้างสีสันแห่งวัฒนธรรมอินเดียกับเทศกาลสาดสีสุดคึกคักริมทะเลพร้อมเสียงดนตรีขับกล่อง เรียกรอยยิ้มจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก และที่สำคัญเป็นอีเว้นต์การท่องเที่ยวประจำปีที่ได้รับความสนใจอย่างมาก

ภายในงานพบกับกิจกรรมสาดสีตามประเพณีโฮลี คอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดังของอินเดีย อินฟลูเอนเซอร์ และกิจกรรมสร้างสีสัอานืพร้อมมีการบริการอาหารและเครื่องดื่มหลากหลายริมทะเล ซึ่งคาดว่าปีนี้จะได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ และช่วยสร้างเม็ดเงินให้เมืองพัทยาได้เฉกเช่นปีที่ผ่านมา

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กขป. เขต 4 จับมือภาคีสื่อและเอกชน! กาง Roadmap ปี 69 รุกภารกิจ “พลังงานสะอาดและสิ่งแวดล้อม”

วันที่ 9 มีนาคม 2569 คณะทำงานประเด็นสิ่งแวดล้อมและพลังงานสะอาด ภายใต้คณะกรรมการเขตสุขภาพเพื่อประชาชน (กขป.) เขตพื้นที่ 4 จัดประชุมนัดสำคัญเพื่อวางรากฐานการทำงานเชิงรุกปี 2569 มุ่งสร้างสุขภาวะยั่งยืนในพื้นที่ภาคกลาง ณ ร้านแมกไม้สายลม จ.สระบุรี. โดยมีนายนเรศ สุดประเสริฐ​รองประธาน กขป.เขต​พื้นที่​4 เป็นประธาน การประชุม ทั้งนี้คณะทำงานมีนายประพนธ์​เป้าทอง กขป.4 เป็นประธานคณะทำงาน นางกชพรรณ บุญ​งามสม รองศึกษา​ธิการภาค1 นายบรรหาญ เนาวรัตน์​ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลโก่งธนู เป็นรองประธาน

ผนึกกำลังภาคีเครือข่ายระดับภูมิภาค โดยการประชุมครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก นายประพนธ์ เป้าทอง ประธานคณะทำงานฯ เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยคณะกรรมการจากภาครัฐและเอกชนเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง รวมถึงคนสำคัญในกลไกขับเคลื่อน อาทิ:บุญเลิศ ผลอุดม เลขาธิการสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดสิงห์บุรี ร่วมหนุนเสริมด้านการสื่อสารนโยบายสู่ภาคประชาชนนายชวดล กรุ่นทอง คณะทำงาน กขป. เขต 4 ร่วมผลักดันแผนงานเชิงพื้นที่ไฮไลท์ Roadmap ปี 2569: มุ่งเป้า Net Zero และพลังงานทางเลือกที่ประชุมได้ร่วมกันหารือแผนปฏิบัติการ (Action Plan) เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนทั้ง 8 จังหวัด (สระบุรี ลพบุรี สิงห์บุรี นนทบุรี ปทุมธานี นครนายก อยุธยา และอ่างทอง)​ในเขตสุขภาพเขตพื้นที่4 ดังนี้:

Green Hospital: เร่งติดตั้ง Solar Rooftop ในสถานบริการสาธารณสุข ลดค่าไฟ ลดมลพิษSmart Community: ปั้น “ชุมชนต้นแบบพลังงานสะอาด” สนับสนุน Solar Cell ในภาคครัวเรือนและเกษตรกรรมClean Air Task Force: เฝ้าระวังคุณภาพอากาศ (PM 2.5) และจัดการขยะอุตสาหกรรม/สารเคมีอันตรายอย่างเป็นระบบการเข้าร่วมของ สมาคมสื่อมวลชนจังหวัดสิงห์บุรี ในครั้งนี้ ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการนำข้อมูลข่าวสารด้านสิ่งแวดล้อมและพลังงานสะอาดไปสู่พี่น้องประชาชนอย่างทั่วถึง เพื่อสร้างความเข้าใจและการมีส่วนร่วมในระดับฐานราก”เรามุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดอย่างเป็นธรรม เพื่อให้มั่นใจว่าอากาศที่บริสุทธิ์และสิ่งแวดล้อมที่ดีจะเป็นมรดกที่ส่งต่อถึงลูกหลานเราได้จริง” นายประพนธ์ เป้าทอง ประธานคณะทำงานฯ

กขปเขต4 #พลังงานสะอาด #NetZero #สระบุรี #ลพบุรี #สิงห์บุรี #สมัชชาสุขภาพ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ปิดตำนาน แก๊ง จี5 วัยรุ่นโคราชยิงปืนกลางเมือง ยึดปืน 5 กระบอก มีด 3 เล่ม หลังไล่ล่ายิงกันเจ็บ 1

เมื่อเวลา 14.00 น.วันจันทร์ที่ 9 มีนาคม 2569 ที่หน้ากองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ พรหมทา ผบก.ภ.จว.นม ,พ.ต.อ. อโณทัย จินดามณี รอง.ผบก.ภ.จว.นม ,

พ.ต.อ.ศิริชัย ศรีชัยปัญญา ผกก สภ.เมืองนครราชสีมา , พ.ต.ท.วิชานนท์ บ่อพิมาย รอง.ผกก.สส.ภ.จว.นม ร่วมกันแถลงข่าว จับกุมแก๊ง g5 วัยรุ่นใช้อาวุธปืนยิงกันกลางเมืองโคราช พร้อมของกลาง ปืน ไทยประดิษฐ์ 5 กระบอก มีดยาว 3 เล่ม มอเตอร์ไซค์ 5 คัน

ตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา เปิดปฏิบัติการกวาดล้างแก๊งวัยรุ่นใช้อาวุธปืนยิงกันในเขตตัวเมือง หลังเกิดเหตุทะเลาะวิวาทและใช้อาวุธปืนยิงกันบริเวณซอยลำปรุ 2 ตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครราชสีมา เมื่อช่วงเย็นวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย และทรัพย์สินของประชาชนได้รับความเสียหาย ก่อนกลุ่มผู้ก่อเหตุจะขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป

ต่อมาชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา ร่วมกับชุดสืบสวน บก.สส.ภ.3 และ สภ.เมืองนครราชสีมา เร่งติดตามผู้ก่อเหตุจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางก่อนและหลังเกิดเหตุ จนทราบว่าผู้ก่อเหตุเป็นกลุ่มวัยรุ่น 2 กลุ่ม ซึ่งมีทั้งนักเรียนมัธยมปลายและนักเรียนอาชีวะ เคยมีปัญหากันมาก่อน ก่อนจะมาพบกันบนถนนและเกิดการไล่ยิงกัน

เจ้าหน้าที่จึงขอศาลอนุมัติหมายค้นเข้าตรวจค้นบ้านผู้ต้องสงสัย 5 จุด พร้อมตรวจยึดอาวุธปืนรวม 5 กระบอก ประกอบด้วย อาวุธปืนปากกา ขนาด .39 จำนวน 4 กระบอก และอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ ขนาด .38 อีก 1 กระบอก พร้อมควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย

มาดำเนินคดีตามกฎหมาย ตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา ขอความร่วมมือผู้ปกครองช่วยดูแลบุตรหลานอย่างใกล้ชิด และหากประชาชนพบเบาะแสหรือข้อมูลเกี่ยวกับการกระทำความผิด สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตลอดเวลา

ภาพ นายประสิทธิ์ วนะชกิจ/ข่าว กันตินันท์ เรืองประโคน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ลอบขนยานรกกลางโขง! สน.เรือบ้านแพง ไล่สกัดระทึก คนร้ายทิ้งของกลางหนี ยึดยาบ้า 150,000 เม็ด ริมฝั่งบึงกาฬ

เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2569 เจ้าหน้าที่สถานีเรือบ้านแพง หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (นรข.) เขตนครพนม สนธิกำลังร่วมกับ ร้อย ทพ.2108, ร้อย ตชด.2441, สภ.เหล่าหลวง และฝ่ายปกครองอำเภอบึงโขงหลง

เข้าตรวจสอบพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำโขง บริเวณบ้านหนองฮู หมู่ 8 ตำบลท่าดอกคำ อำเภอบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ หลังได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีการลักลอบลำเลียงยาเสพติดจาก สปป.ลาว เข้ามายังฝั่งประเทศไทย

ปฏิบัติการครั้งนี้อยู่ภายใต้การอำนวยการของ พล.ร.ต.ณรงค์ เอมดี ผู้บัญชาการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง และ น.อ.แมนรัตน์ บุญสวัสดิ์ ผู้บังคับการ นรข.เขตนครพนม โดยมี ว่าที่ ร.อ.เพชรนคร ผิวขำ หัวหน้าสถานีเรือบ้านแพง และเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. เป็นผู้ควบคุมการปฏิบัติ

ต่อมาเวลาประมาณ 19.40 น. ชุดซุ่มเฝ้าตรวจใช้กล้องตรวจการณ์กลางคืน ตรวจพบเรือกีบติดเครื่องยนต์แบบเพลายาวจำนวน 1 ลำ แล่นมาจากฝั่ง สปป.ลาว มุ่งหน้าสู่ฝั่งไทยบริเวณริมแม่น้ำโขงบ้านหนองฮู ห่างจากจุดซุ่มประมาณ 1 กิโลเมตร เจ้าหน้าที่จึงร่นระยะเข้าไปตรวจสอบ

กระทั่งเวลาประมาณ 20.00 น. พบชายต้องสงสัย 1 คน แบกวัตถุต้องสงสัยขึ้นมาจากริมแม่น้ำโขง เมื่อเจ้าหน้าที่แสดงตัวเข้าตรวจสอบ ชายดังกล่าวเกิดอาการตกใจ รีบทิ้งกระสอบและอาศัยความมืดหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจสอบกระสอบที่ถูกทิ้งไว้บริเวณข้างถนนริมฝั่งแม่น้ำโขง

จากการตรวจสอบพบว่า ภายในกระสอบบรรจุยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวนมาก จึงประสานหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ร่วมตรวจสอบ ก่อนนำของกลางทั้งหมดกลับไปยังสถานีเรือบ้านแพงเพื่อตรวจนับอย่างละเอียด

ผลการตรวจสอบพบว่า ภายในกระสอบมียาบ้าจำนวน 75 มัด แต่ละมัดบรรจุถุงพลาสติกแบบกดปิดดึงเปิด 10 ถุง ภายในถุงบรรจุยาบ้าถุงละ 200 เม็ด โดยมียาบ้าเม็ดสีแดงประทับตรา WY และเม็ดสีเขียวตรา A รวมทั้งสิ้นจำนวน 150,000 เม็ด

เจ้าหน้าที่จึงทำบันทึกการตรวจยึดไว้เป็นหลักฐาน ก่อนนำของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.เหล่าหลวง อำเภอบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย พร้อมเร่งติดตามตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีต่อไป
เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

ยาบ้า150000เม็ด แม่น้ำโขง #บึงกาฬ #นรข #CIAThailand

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ต้อนรับ คนไทยชุดแรก 29 คน อพยพ จากอิหร่าน ถึงสุวรรณภูมิ ปลอดภัยดี เผยความรู้สึก หลังได้กลับบ้าน

เมื่อเวลา 16.00 น. วันนี้ 9 มีนาคม 2569 ที่ ประตู 10 สนามบินสุวรรณภูมิ กระทรวงการต่างประเทศ ให้การต้อนรับคนไทยชุดแรกจำนวน 29 คน ที่อพยพออกจากประเทศอิหร่าน และเดินทางกลับถึงประเทศไทย โดยสายการบิน Turkish Airlines เที่ยวบินที่ TK 68 ซึ่งมีกำหนดเดินทางถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิในเวลา 15.02 น. โดยประมาณโดย นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้เดินทางมาต้อนรับ พร้อมให้กำลังใจคนไทยที่เดินทางกลับถึงประเทศอย่างปลอดภัย

ซึ่งเที่ยวบินดังกล่าวเป็นเที่ยวบินที่นำคนไทยชุดแรกจากอิหร่านเดินทางกลับประเทศ ท่ามกลางการติดตามสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิดของรัฐบาลไทย เพื่อดูแลความปลอดภัยของคนไทยในต่างแดนอย่างต่อเนื่อง
โดยคนไทยกลุ่มแรกจากกรุงเตหะราน รวม 62 คน ในจำนวนนี้มีเจ้าหน้าที่ 10 คนที่ไม่ได้เดินทางกลับมาด้วย ซึ่งในวันนี้มีคนไทยเดินทางกลับมา 29 คน ส่วนใหญ่เป็นแม่บ้านและนักศึกษา ขณะที่ในวันพรุ่งนี้ (10 มีนาคม 2569)

จะมีคนไทยเดินทางกลับมาอีก 23 คน และในวันที่ 10 มีนาคม จะมีคนไทยอีกหนึ่งกลุ่มประมาณ 75 คน เดินทางออกจากกรุงเตหะราน เพื่อไปยังชายแดนตุรกี ก่อนต่อเครื่องบินกลับประเทศไทยนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่คนไทยกลุ่มแรกจำนวน 29 คน สามารถอพยพออกจากประเทศอิหร่านผ่านทางประเทศตุรกี และเดินทางกลับถึงประเทศไทยได้อย่างปลอดภัย พร้อมระบุว่าในวันพรุ่งนี้จะมีคนไทยอีก 23 คน เดินทางกลับตามมา ซึ่งมีทั้งผู้ใหญ่และเด็ก

นายสีหศักดิ์ ยังกล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตไทยในอิหร่าน ที่ช่วยดูแลและอำนวยความสะดวกในการเดินทาง ซึ่งถือเป็นภารกิจที่ค่อนข้างยากลำบาก เนื่องจากคนไทยต้องเดินทางด้วยรถยนต์นานกว่า 10 ชั่วโมง จากกรุงเตหะรานไปยังชายแดนประเทศตุรกี

จากนั้นพักค้างคืนที่ตุรกี 1 คืน ก่อนเดินทางต่อด้วยเครื่องบินจากนครอิสตันบูลกลับประเทศไทย
นอกจากนี้ ในวันที่ 10 มีนาคม จะมีการนำคนไทยอีกกลุ่มหนึ่งประมาณ 75 คน เดินทางออกจากกรุงเตหะรานด้วยรถยนต์ไปยังชายแดนตุรกี และต่อเครื่องบินกลับประเทศไทยเช่นเดียวกัน

โดยได้รับความร่วมมือจากทางการตุรกีและเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางเป็นอย่างดี
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ยังระบุว่า การอพยพคนไทยครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี ที่มีความห่วงใยคนไทยในต่างประเทศ และต้องการให้คนไทยที่ประสงค์

จะเดินทางกลับประเทศสามารถเดินทางกลับมาได้อย่างปลอดภัย อย่างไรก็ตาม ยังมีคนไทยบางส่วนที่ประสงค์จะพำนักอยู่ในอิหร่านต่อไป เช่น กลุ่มนักศึกษาที่ต้องการศึกษาต่อ พร้อมกันนี้ ยังได้ขอบคุณรัฐบาลอิหร่านที่ให้ความร่วมมือในการดูแลความปลอดภัยของคนไทย และอำนวยความสะดวกในการเดินทางออกจากประเทศอย่างราบรื่น

ขณะที่นางสงกรานต์ ฟาโรคิห์ และนางศิริมา ดาแหม่ง ตัวแทนคนไทยที่เดินทางกลับถึงประเทศไทย เปิดเผยว่า รู้สึกซาบซึ้งและขอบคุณรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ สถานเอกอัครราชทูตไทย รวมถึงสมาคมคนไทยในอิหร่าน ที่ให้การช่วยเหลือและประสานงานการอพยพ

ในครั้งนี้อย่างเต็มที่ แม้ว่าการเดินทางจะค่อนข้างเหน็ดเหนื่อย เพราะต้องใช้เวลารวมกว่า 2 วันกว่าจะเดินทางถึงกรุงเทพมหานคร แต่ทุกคนก็รู้สึกดีใจที่ได้กลับถึงประเทศไทยอย่างปลอดภัย โดยระบุว่าที่อิหร่านยังคงมีสถานการณ์ความตึงเครียดและมีการโจมตีทางอากาศเป็นระยะ แต่ประชาชนบางส่วนยังสามารถใช้ชีวิตและจับจ่ายใช้สอยได้ตามปกติ

ตัวแทนคนไทย ยังกล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมา คนไทยในอิหร่านได้รวมตัวกันเป็นเครือข่ายช่วยเหลือกัน โดยมีการติดต่อประสานงานกันอย่างต่อเนื่องผ่านสถานทูตและสมาคมคนไทย เพื่อดูแลกันและกันและไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง พร้อมขอบคุณคนไทยใน

ประเทศที่ส่งกำลังใจมาให้ ทำให้รู้สึกซาบซึ้งใจเป็นอย่างยิ่ง
สำหรับคนไทยที่ยังพำนักอยู่ในอิหร่าน ส่วนใหญ่ทำงานเป็นแม่บ้านและทำงานในร้านสปา โดยหลายคนพักอาศัยอยู่กับครอบครัวหรือญาติพี่น้อง ในบางพื้นที่มีชั้นใต้ดินสำหรับหลบภัย ขณะที่บางส่วนได้ย้ายไปอยู่รวมกับครอบครัวใหญ่ในพื้นที่ชนบทเพื่อความปลอดภัย

ทั้งนี้ การอพยพครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่สองของคนไทยในพื้นที่ หลังจากก่อนหน้านี้เคยมีการอพยพในช่วงสถานการณ์ความตึงเครียดเมื่อครั้งสงคราม 12 วันที่ผ่านมา ซึ่งทำให้หลายคนมีประสบการณ์และสามารถเตรียมตัวรับมือกับสถานการณ์ได้ดียิ่งขึ้น โดยในการอพยพครั้งก่อนต้องใช้เวลาเดินทางด้วยรถยนต์กว่า 14 ชั่วโมง และใช้เวลารวมเกือบ 24 ชั่วโมงกว่าจะถึงจุดหมายปลายทาง


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ชาวบ้านชมเปาะ! เมืองพัทยาดึง 42 ชุมชน ร่วมงานกีฬาสัมพันธ์ต้านภัยยาเสพติดเพื่อสุขภาพ ช่วยลดภาระลูกหลาน

วันที่8 มี.ค.69 คณะทำงานป้องกันปัญหายาเสพติดเมืองพัทยา โดยฝ่ายป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ส่วนปกครอง สำนักปลัดเมืองพัทยา ได้จัดกิจกรรมพัทยาสานสัมพันธ์ต้านภัยยาเสพติด (กีฬาต้านยาเสพติด) โดยได้รับเกียรติจากนายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา เป็นประธานเปิดงานที่โรงเรียนเมืองพัทยา 7 (บ้านหนองพังแค) จ.ชลบุรี

ด้วยคณะผู้บริหารเมืองพัทยาได้วางกรอบนโยบายพัฒนาท้องถิ่นภายใต้สโลแกน BETTER PATTAYA โดนปัญหายาเสพติดเป็นนโยบายสำคัญหลัก ที่จะต้องดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหา และให้การส่งเสริม สนับสนุน ตลอดจนการปฏิบัติการในการวางแผน การดำเนินกิจกรรมต่างๆ อย่างจริงจัง โดยความร่วมมือ ร่วมใจของทุกส่วนในสังคมเมืองพัทยา

จึงได้จัดกิจกรรมพัทยาสานสัมพันธ์ต้านภัยยาเสพติด (กีฬาต้านยาเสพติด) ขึ้น เพื่อแสดงออกถึงความร่วมมือของทุกภาคส่วน ในการร่วมกันเป็นพลังในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยมีเครือข่ายด้านยาเสพติด ชุมชนเมืองพัทยา และอสม.เมืองพัทยา เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ร่วม 900 คน แบ่งออกเป็น 4 สี ได้แก่ สีชมพู, สีน้ำเงิน, สีแดง และสีเขียว มีการแข่งขันกีฬาเปตอง โบว์ลิ่ง และกีฬามหาสนุก รวมทั้งมีขบวนพาเหรด และการสร้างสีสันของกองเชียร์ และเชียร์ลีดเดอร์จาก 42 ชุมชนทั่วเมืองพัทยา

นางเตือนใจ ดีรบรัมย์ ประธานชุมชนวัดธรรมสามัคคี ในฐานะหัวหน้าสีชมพู โดยมีสมาชิกจาก 10 ชุมชนเมืองพัทยา ประกอบด้วย 1.ชุมชนบงกช 2.ชุมชนอรุโณทัย 3.ชุมชนหนองใหญ่บ้านบน 4.ชุมชนหนองใหญ่บ้านล่าง 5.ชุมชนวัดธรรมสามัคคี 6.ชุมชนบ้านเนินรถไฟ 7.ชุมชนเพนียดช้าง 8.ชุมชนต้นกระบก 9.ชุมชนวอล์กกิ้งสตรีท และ 10.ชุมชนเขาน้อย

สำหรับกิจกรรมกีฬาต้านยาเสพติดในครั้งนี้ต้องขอบคุณที่เมืองพัทยาได้จัดขึ้นเพื่อให้ประชาชน 42 ชุมชน ได้มีโอกาสที่จะออกกำลังกายเพื่อสุขภาพที่ดีไม่เป็นภาระของลูกหลาน ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมประจำปีที่เมืองพัทยาดำเนินการจัดขึ้นมานาน นับเป็นการเปิดพื้นที่ให้คนในชุมชนต่างๆ ในเมืองพัทยามาเจอกันและสนุกสนานร่วมกัน

ลูกศิษย์ลูกหาทั่วประเทศแห่ร่วมงานไหว้ครูบูรพาจารย์ ปี 69 ปู่ฤาษีนารอท ผู้ประกอบการพัทยาร่วมออกโรงทานเลี้ยงอาหารฟรี

วันที่ 8 มี.ค.69 ที่โดมอเนกประสงค์ โรงเรียนบ้านบึง วัดเทพบุตร จ.ชลบุรี สำนักสักยันต์ อ.ใหม่ บ้านงามประเสิรฐ (สักยันต์ไทยรามัญ) ได้จัดงานไหว้ครูบูรพาจารย์ ประจำปี 2569 (ปีที่ 9) ปู่ฤาษีนารอท มหาจักรฤทธิมุณี โดยมีบรรดาลูกศิษย์ลูกหาจากทั่วประเทศเข้าร่วมพิธีกันอย่างคับคั่ง

ทั้งนี้ พบว่ามีผู้ประกอบการเมืองพัทยา น.ส.ศิรณัฐ พงษ์พิระ ผู้บริหารร้าน Tree Time Cafe ซึ่งเป็นลูกศิษย์ ได้ร่วมออกโรงทานเลี้ยงอาหารเป็นก๋วยเตี๋ยวน้ำ-แห้งรวมกว่า 200 ชาม มาแจกจ่ายให้ผู้เข้าร่วมงานได้รับประทานฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย ถือเป็นการร่วมทำบุญในการจัดงานไหว้ครูในปีนี้

ในพิธี อ.นก บ้านงามประเสริฐ อาจารย์ใหญ่ได้เบิกฤกษ์ด้วยการครอบครูเศียรฤาษีให้กับ อ.ใหม่ บ้านงามประเสริฐ เป็นประธานในการครอบครูให้กับบรรดาลูกศิษย์ลูกที่มาลงทะเบียนไว้ตามลำดับจำนวนหลายร้อยคน นอกจากนี้ในพิธียังได้มีพิธีการสักยันต์ เจิมมือ เปิดบูชาเครื่องราง เพื่อความเป็นสิริมงคลต่อผู้ศรัทธาอีกด้วย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เปิดประมูลหมายเลขทะเบียนรถยนต์ เลขสวย ประจำปี 2569 หมวดอักษร ขก ของขวัญล้ำค่า ก้าวหน้ามั่งมี ป้ายดีเลขมงคล

ที่ห้องสายนที โรงแรมริเวอร์ อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก พร้อมด้วย นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม ร่วมเปิดประมูลหมายเลขทะเบียนรถยนต์เลขสวย ประจำปี 2569

หมวดอักษร ขก ของขวัญล้ำค่า ก้าวหน้ามั่งมี ป้ายดีเลขมงคล โดยมีผู้อำนวยการสำนัก ขนส่งจังหวัดนครปฐม และจังหวัดต่างๆ หัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม และประชาชน ร่วมกิจกรรมในครั้งนี้เป็นจำนวนมาก

นายไตรสิทธิ์ ธันยาพรสมบัติ ขนส่งจังหวัดนครปฐม กล่าวว่า สำนักงานขนส่งจังจังหวัดนครปฐม ได้นำแผ่นป้ายทะเบียนรถเลขสวย ซึ่งมีภาพสีสันสวยงาม มีสัญลักษณ์ที่สื่อถึงความเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดนครปฐม จำนวน 301 หมายเลข ซึ่งที่ผ่านมาได้จัดให้มีการประมูลป้ายทะเบียนรถยนต์นั่งส่วนบุคคคลไม่เกิน 7 คน มาแล้ว จำนวน 14 ครั้ง

มีรายให้จากการจัดประมูลรวมทั้งสิ้น 291,548,427 บาท (สองร้อยเก้าสิบเอ็ดล้านห้าแสนสี่หมื่นแปดพันสี่ร้อยยี่สิบเจ็ดบาทถ้วน) โดยนำเงินที่ได้จากการประมูลเข้ากองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ไปใช้ในการรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน และมอบอุปกรณ์เพื่อช่วยเหลือผู้พิการ

สำหรับการประมูลในครั้งนี้ ได้รับความสนใจจากประชาชนชาวจังหวัดนครปฐมและจังหวัดใกล้เคียง ที่มีความประสงค์เข้าร่วมการประมูลด้วยการลงทะเบียนล่วงหน้า ครบทั้งหมด 301 หมายเลข เป็นเงินทั้งสิ้น 2,161,000 บาท

(สองล้านหนึ่งแสนหกหมื่นหนึ่งพันบาทถ้วน) กระทำโดยวิธีเสนอราคาด้วยวาจาโดยการเคาะไม้และประมูลทางอินเทอร์เน็ต เพื่อความเสมอภาค โปร่งใส และเป็นธรรม นอกจากนี้ผู้สนใจยังสามารถมาลงทะเบียนเพิ่มเติมได้อีก ณ บริเวณจัดการประมูลแห่งนี้ต่อเนื่องได้อีกด้วย

ทั้งนี้ ในเบื้องต้น มีผู้ประมูลหมายเลขทะเบียน ขก 9999 ในราคา 885,000 บาท, หมายเลขทะเบียน ขก 8888 ในราคา 610,000 บาท, หมายเลขทะเบียน ขก 7777 ในราคา 290,000 บาท, หมายเลขทะเบียน ขก 6666 ในราคา 240,000 บาท, หมายเลขทะเบียน ขก 5555 ในราคา 340,000 บาท,

หมายเลขทะเบียน ขก 4444 ในราคา 215,000 บาท, หมายเลขทะเบียน ขก 3333 ในราคา 225,000 บาท, หมายเลขทะเบียน ขก 2222 ในราคา 200,000 บาท และหมายเลขทะเบียน ขก 1111 ในราคา 305,000 บาทสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครปฐม –

ภาพ/ข่าว
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “มทภ.2 ลงพื้นที่เยี่ยมให้กำลังใจครอบครัว ร.ต. วสันต์ ขานหัวโทน วีรบุรุษทหารกล้า ผู้สละชีวิตเพื่อผืนแผ่นดินไทย”

วันที่ 7 มีนาคม 2569 เวลา 11.00 น. พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 ลงพื้นที่เยี่ยมให้กำลังใจและแสดงความห่วงใยต่อครอบครัวของ

ร้อยตรี วสันต์ ขานหัวโทน วีรบุรุษทหารกล้า ผู้สละชีวิตเพื่อผืนแผ่นดินไทย โดยมี พลตรี ประเสริฐ ข่าทิพย์พาที ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 24 และ

พันเอก ชิตวรรธน์ ฐิตสวัสดิ์ รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 24 พร้อมด้วยคณะผู้บังคับบัญชา และหัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่ ร่วมเยี่ยมให้กำลังใจ

และตรวจเยี่ยมการดำเนินการสร้างบ้านพักอาศัยใหม่ ให้แก่ครอบครัวของทหารกล้า ณ บ้านเลขที่ 131 หมู่ 13 บ้านเทื่อม ตำบลเขือน้ำ อำเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี

ในการนี้ แม่ทัพภาคที่ 2 ได้สอบถามถึงความเป็นอยู่ พร้อมเน้นย้ำว่ากองทัพบกและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะไม่ทอดทิ้งกำลังพล

และครอบครัว อีกทั้งยังได้กล่าวแสดงความเสียใจและชื่นชมในความเสียสละของร้อยตรี วสันต์ ขานหัวโทน

ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ด้วยความกล้าหาญและจิตวิญญาณของทหารอาชีพ โดยยืนยันว่าความเสียสละของกำลังพลทุกนาย

จะได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม และจะเป็นกำลังใจให้ครอบครัวสามารถก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากไปได้

ในการลงพื้นที่ในครั้งนี้สะท้อนถึงความห่วงใยของผู้บังคับบัญชาระดับนโยบายที่มีต่อกำลังพลและครอบครัว พร้อมตอกย้ำบทบาทของกองทัพบกในการดูแลสวัสดิการกำลังพลอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง

เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /ฮือฮา! ไดโนเสาร์โลกล้านปีโผล่ริมทะเลพัทยา รับงานเทศกาลดนตรี PMF 2026

มีรายงานว่า สวนไดโนเสาร์พัทยา แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังจังหวัดชลบุรี ได้จัดส่งหุ่นยนต์ไดโนเสาร์ขยับได้เสมือนจริงมาสร้างสีสันในงานเทศกาลดนตรีเมืองพัทยา ประจำปี 2569 เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่น่าประทับใจให้แก่นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวชมงานตลอดเดือนมีนาคมนี้

โดยจะเป็นไดโนเสาร์สายพันธุ์บราคิโอซอรัส ขนาดความยาว 18 เมตร ความสูง 12 เมตร จํานวน 1 ตัว และไดโนเสาร์สายพันธุ์เควทซาโคทลัส ขนาดความสูง 3-5 เมตร จํานวน 3 ตัว โดยได้นำไปจัดแสดงไว้ริมชายหาดพัทยา พบว่าสร้างความตื่นเต้นให้ผู้พบเห็นได้เป็นอย่างมาก

ทั้งนี้ สำหรับงานเทศกาลดนตรีเมืองพัทยาในปีนี้กำหนดจัดขึ้นทุกวันศุกร์-เสาร์ ตลอดเดือนมีนาคม 2569 โดยสัปดาห์แรกจัดที่ชายหาดพัทยา สัปดาห์ที่สองจัดที่หาดจอมเทียน สัปดาห์ที่ 3 จัดที่เกาะล้าน และสัปดาห์สุดท้ายจัดที่นาเกลือ โดยจะมีศิลปินเพลงชื่อดังเข้าร่วมกันเป็นจำนวนมาก

ฉลองครบ 22 ปี พัทยามิวสิคเฟสติวัล 2026 เปิดเป็นทางการ!

ค่ำวันที่ 6 มีนาคม 2569 นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานเปิดงานเทศกาลดนตรีเมืองพัทยา Pattaya Music Festival 2026 ที่ปะรำพิธีชายหาดเมืองพัทยา จ.ชลบุรี โดยมี นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา คณะสมาชิกสภาเมืองพัทยา นายพันธ์ศักดิ์ เกตุวัตถา รองนายก อบจ.ชลบุรี คณะสมาชิก อบจ.ชลบุรี และผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมพิธีอย่างเป็นทางการ

เทศกาลดนตรีเมืองพัทยา Pattaya Music Festival เป็นกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวผ่านเสียงดนตรีที่เมืองพัทยาร่วมกับ อบจ.ชลบุรี ททท. และหน่วยงานในพื้นที่ทุกภาคส่วนร่วมกันผลักดันให้เป็นเป็นเทศกาลดนตรีที่สมบูรณ์แบบที่สุดมาอย่างยาวนานติดต่อกันอย่างยาวนาน 22 ปี จนได้รับชื่อเสียงระดับโลก สร้างเม็ดเงินรายได้เข้าท้องถิ่นเป็นจำนวนมาก

สำหรับปีนี้กำหนดจัดขึ้นทุกวันศุกร์-เสาร์ ทุกสัปดาห์ตลอดเดือนมีนาคม 2569 โดยสัปดาห์แรกจัดขึ้นที่ชายหาดเมืองพัทยา สัปดาห์ที่สอจะไปจัดที่ริมชายหาดจอมเทียน สัปดาห์ที่ 3 จัดที่เกาะล้าน และสัปดาห์ที่ 4 ที่ลานโพธิ์นาเกลือ โดยมีศิลปินจำนวนมากมาร่วมสร้างสีสันความสนุกสนาน

นอกจากนี้ในงานเทศกาลดนตรีเมืองพัทยา Pattaya Music Festival 2026 ยังเปิดพื้นที่ริมชายหาดให้พ่อค้าแม่ค้า ผู้ประกอบการในท้องถิ่นได้มาจำหน่ายสินค้า อาหาร เพื่อสร้างรายได้ในช่วงเทศกาลงานดนตรี โดยเปิดพื้นที่ให้จำหน่ายสินค้านานาชนิดฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

ชื่นชม นศ.สู้ชีวิต บ้านล้มละลายแต่ไม่ท้อ เปิดหมวกหารายได้กลางงานเทศกาลดนตรีเมืองพัทยา

ค่ำวันที่ 6 มีนาคม 2569 มีรายงานว่า ในงานเทศกาลดนตรีเมืองพัทยา ประจำปี 2569 Pattaya Music Festival 2026 งานดนตรีสุดยิ่งใหญ่ อึเว้นต์ส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองพัทยาตลอดเดือนมีนาคม 2569

ท่ามกลางผู้คนมากมายที่เข้าร่วมงาน ผู้สื่อข่าวได้พบภาพประทับใจ เป็นนักศึกษามาทำการแสดงเปิดหมวกเต้นประกอบเพลงอย่างสนุกสนานเพื่อหารายได้ โดยพบว่ามีประชาชนและนักท่องเที่ยวจำนวนมากร่วมชื่นชมและสนับสนุนปัจจัยเงินบริจาคกันไม่ขาดสาย

สอบถามทราบชื่อ น.ส.ธัญญลักษณ์ พูไม้ อายุ 18 ปี หรือน้องชมพู่ นักศึกษาการตลาดชั้น ปวส.1 วิทยาลัยเมืองชลบริหารธุรกิจ หรือ M BAC ก่อนจะเปิดเผยว่า มักจะฝะหางานหรือเทศกาลต่างๆ เพื่อเปิดหมวกแสดงการเต้นประกอบเพลงในแบบฉบับของตนเองที่เน้นความมันส์สนุกสนานและเรียกเสียงหัวเราะ หารายได้หลังเลิกเรียนมาจุนเจือครอบครัว

น้องชมพู่ เล่าด้วยว่า ที่ต้องออกมาหารายได้เพราะต้องหาเงินส่งตัวเองเรียน หบังจากครอบครัวต้องประสบภาวะล้มละลาย และด้วยพ่อแม่ที่มีอายุมากแล้วทำให้ไม่สามารถทำงานได้เหมือนเดิม จึงต้องออกมาหาเงินเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในครอบครัว โดยจะตระเวนไปตามงานต่างๆ ทั่วจังหวัดชลบุรี

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน จัดกิจกรรมวันสื่อสารมวลชนแห่งชาติ “วันนักข่าว” ประจำปี 2569

วันที่ 5 มีนาคม 2569 สมาคมสื่อมวลชนจังหวัด น่าน จัดกิจกรรมเนื่องใน วันนักข่าว หรือวันสื่อสารมวลชนอหางชาติ ประจำปี 2569 โดย นายบุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน นำทีมสมาชิกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่านร่วมทำ

กิจกรรมทำความดีและทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่นักข่าวที่ล่วงลับช่วงเช้า คณะสื่อมวลชนได้ร่วมถวายสังฆทาน เนื่องในวันนักข่าว ณ วัดมิ่งเมือง อำเภอเมือง จังหวัดน่าน เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่นักข่าวผู้ล่วงลับจากวงการสื่อมวลชน

โอกาสนี้ ได้รับเกียรติจาก นางวิไลวรรณ บุดาสา รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานในพิธีจุดเทียนธูปบูชาพระรัตนตรัย โดยมี พระสุนทรมุณี รองเจ้าคณะจังหวัดน่าน เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความสามัคคีของคณะสื่อมวลชนในจังหวัดน่าน

หลังจากนั้น คณะสมาคมสื่อมวลชนได้ร่วมกิจกรรมเพื่อสังคม โดยจัดเลี้ยงอาหารกลางวันแก่นักเรียน ศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดน่าน สังกัดสำนักงานบริหารงานการศึกษาพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ เพื่อแบ่งปันกำลังใจและสร้างรอยยิ้มให้กับเด็กนักเรียน

ต่อมา สมาชิกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่านได้ลงทะเบียนคงสภาพสมาชิกประจำปี และเข้าร่วมประชุมสามัญประจำปี 2569 ณ ห้องประชุมร้าน ฮั้วเลิศรส อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน โดยที่ประชุมได้ดำเนินการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารชุดใหม่ เนื่องจากคณะกรรมการชุดเดิมครบวาระ 2 ปี

ผลการประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์ เสนอชื่อและเลือก นายบุญยงค์ สดสอาด ดำรงตำแหน่งประธานสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่านอีกวาระหนึ่ง ในช่วงปี พ.ศ. 2569 – 2570 พร้อมทั้งได้พิจารณาเรื่องสวัสดิการของสมาชิกสมาคมฯ เพื่อพัฒนาการดำเนินงานขององค์กรต่อไป

ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม สมาชิกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่านร่วมรับประทานอาหารและพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอย่างอบอุ่น ก่อนเสร็จสิ้นกิจกรรมในวันนักข่าวประจำปี 2569

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /เกิดอุบัติเหตุเครื่องเล่นปลาหมึกหลุด ด.ญ. 14 บาดเจ็บ 2 รายในงานย่าโมครบุรีโคราช

นครราชสีมา – วันที่ 5 มี.ค.69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากที่มีการโพสต์แชร์ผ่านโลกโซเชียลกรณีที่เกิดอุบัติเหตุจากเครื่องเล่นปลาหมึก ภายในงานฉลองชัยชนะของท่านท้าวสุรนารี ประจำปี พ.ศ.2569 ซึ่งจัดขึ้นที่บริเวณสนามหน้าที่ว่าการอำเภอครบุรี จ.นครราชสีมา

เมื่อคืนที่ผ่านมา ทางผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ตรวจสอบกับทางนายปริวาส ชัยเลิศ นายอำเภอครบุรี ซึ่งระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นจริงเมื่อเวลาประมาณ 20.00 น. ของวันที่ 4 มีนาคมที่ผ่านมา โดยเป็นเครื่องเล่นประเภทปลาหมึก (เนื่องจากมีลักษณะคล้ายตัวปลาหมึก มีที่นั่งอยู่บริเวณขาลักษณะคล้ายหนวดปลาหมึก ) เกิดหลุดจากแท่นยึด เบื้องต้น

พบว่า มีน๊อต 1 ตัว ของที่นั่งเครื่องเล่นหลวมคลายตัว หลุดออกจากแท่นยึด ทำให้ที่นั่งเอียงลงมาเตะกับพื้น ทำให้ผู้เล่นเครื่องเล่น ได้รับบาดเจ็บ เป็นเด็กหญิง 2 ราย อายุประมาณ 14 ปี ได้รับบาดเจ็บ เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ซึ่งอยู่ในที่เกิดเหตุได้นำตัวส่งโรงพยาบาลครบุรี เพื่อตรวจร่างกายอย่างละเอียด ไม่พบว่ามีการแตกหักของกระดูกแต่อย่างใด มีเพียงอาการฟกซ้ำและแผลถลอกบริเวณแขนและขาเล็กน้อย ซึ่งทางแพทย์ได้อนุญาตให้เด็กทั้ง 2 ไปพักดูอาการที่บ้าน

แต่เนื่องจากครอบครัวของเด็กทั้งสอง เห็นว่ามีการกระแทกจากแรงเหวี่ยงของเครื่องเล่น จึงมีความกังวลว่าอาจจะมีการบาดเจ็บภายใน จึงอยากให้ส่งตัวไปตรวจอย่างละเอียดอีกครั้งในโรงพยาบาลประจำจังหวัด ทุกหน่วยงานรวมถึงเจ้าของเครื่องเล่นและผู้จัดงาน ก็เห็นตรงกันว่าควรที่ส่งตัวน้องทั้ง 2 ไปให้แพทย์คอยดูแลและตรวจสอบอย่างใกล้ชิดอีกครั้ง ที่โรงพยาบาลมหาราชเพื่อความแน่ใจ ซึ่งค่าใช้จ่ายทั้งหมดทางเจ้าของเครื่องเล่นและผู้จัดงานพร้อมเป็นผู้ดูแล

ส่วนเครื่องเล่นที่เกิดเหตุหลังจากที่เกิดเหตุการณ์ขึ้นทางนายอำเภอครบุรี ได้มีการสั่งระงับไม่ให้ใช้เครื่องเล่นทั้งหมด จากนั้นในช่วงสายที่ผ่านมา( 5 มี.ค.69 ) ทางผู้อำนวยการกองช่างจากเทศบาลตำบลแชะ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ฝ่ายปกครอง ท้องที่ท้องถิ่น ร่วมกันเข้าทำการตรวจสอบ เบื้องต้นพบว่าเครื่องเล่นที่เป็นปัญหา มีอุปกรณ์บางส่วนเกิดการชำรุดและต้องทำการเปลี่ยนใหม่

โดยจะมีช่างผู้เชี่ยวชาญเดินทางเข้ามาทำการซ่อมแซมแก้ไขเปลี่ยนอุปกรณ์ที่เกิดการชำรุดและสงสัยทั้งหมด และเมื่อทำการซ่อมแซมเสร็จแล้วทางคณะกรรมการตรวจสอบของท้องที่ก็จะเข้าทำการตรวจสอบซ้ำโดยละเอียดอีกครั้ง ก่อนจะพิจารณาว่าควรที่จะเปิดให้บริการต่อหรือไม่ ส่วนเครื่องเล่นชนิดอื่นอาทิม้าหมุน และชิงช้าสวรรค์ ไม่พบปัญหาแต่อย่างใด

ภาพ นายประสิทธิ์ วนะชกิจ/ข่าว กันตินันท์ เรืองประโคน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / พระวชิรคณาทร ดร. เจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่กลาง เจ้าคุณแจ้ ช่วยผู้ประสบภัยไฟไหม้ชุมชนวัดโยธินฯ มอบเงิน–สิ่งของเยียวยา 7 ครัวเรือน

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 5 มีนาคม 2569 เวลา 13.00 น. เจ้าคุณแจ้ หรือ พระวชิรคณาทร ดร. เจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่กลาง ลงพื้นที่มอบเงินช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากกรณีเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือน ภายในซอยชุมชนวัดโยธินประดิษฐ์ ถนนปู่เจ้าสมิงพราย ตำบลสำโรง อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 3 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา

รวมจำนวน 7 หลังคาเรือน แบ่งเป็นเสียหายทั้งหลัง 4 หลังคาเรือน และเสียหายบางส่วนอีก 3 หลังคาเรือน ส่งผลให้มีประชาชนได้รับความเดือดร้อนรวม 31 คน โดย”เจ้าคุณแจ้” ได้มอบเงินช่วยเหลือเบื้องต้น พร้อมพัดลม ข้าวสาร อาหารแห้ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และน้ำดื่ม ให้กับผู้ได้รับผลกระทบจากกรณีเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือน ทั้ง 7 ครอบครัว

เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้น และสร้างขวัญกำลังใจให้สามารถกลับมาตั้งหลักและดำรงชีวิตต่อไปได้ นอกจากนี้ ยังมอบเงินให้พี่ๆ ทหารจากกองทัพเรือ ที่มาช่วยดูแลและอำนวยความสะดวกให้กับผู้ประสบภัยในครั้งนี้ด้วย


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รพ.นครปฐม รับการตรวจประเมินมาตรฐานสถานพยาบาล จากสำนักงานประกันสังคม

พลตรีสุรพล ชัชวาลวานิช ที่ปรึกษาทางการแพทย์  คุณกฤษณา กลิ่นสมิทธิ์ ที่ปรึกษาทางการพยาบาล เข้าตรวจประเมินมาตรฐานสถานพยาบาล โดย นายแพทย์สุรชัย โชคครรชิตไชย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครปฐม พร้อมด้วย นายแพทย์ณัฐพงศ์ กาญจนะโกมล ร่วมต้อนรับ วัตถุประสงค์ เพื่อตรวจประเมินมาตรฐานการรักษาพยาบาล  ศูนย์ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านตามมาตรฐานประกันสังคม ณ ห้องประชุมเบญจรัตน์ ชั้น 5 อาคารอำนวยการ โรงพยาบาลนครปฐม

สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผกก.สภ.สามพราน เข้าช่วยเหลือลุงขี่จยย.เกิดวูบ ชนท้าย รถกระบะ เจ็บสาหัส

ผู้กำกับ สภ.สามพรานขับรถมาทำงาน พบอุบัติเหตุรีบจอดรถเข้าช่วยเหลือ ลุงวัย 58 ขี่รถจยยย.เกิดอาการวูบเสียหลักชนท้ายรถกระบะบาดเจ็บ วิทยุเรียกรถพยาบาล เจ้าหน้าที่มาช่วยนำส่งโรงพยาบาล เมื่อเวลา 08.00 น.วันที่ 5 มีนาคม 2569 พ.ต.อ.ทรงวุฒิ เจริญวิชยเดช ผกก.สภ.สามพราน จ.นครปฐม ขณะขับรถยนต์มาที่ทำงาน พบเหตุมีรถจักรยานยนต์ ชนท้ายรถยนต์ที่จอดอยู่ข้างถนน ที่ถนนข้างเข้าอำเภอสามพราน หน้าโรงเรียนนายร้อย ตำรวจสามพราน หมู่ 7 ต.สามพราน อ.สามพรานจ.นครปฐม

มีผู้ได้รับบาดเจ็บชาย 1 ราย จึงรีบจอดรถเข้าช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ พร้อมประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจอำนวยความสะดวกและกู้ภัยนำคนเจ็บส่งโรงพยาบาล จากนั้น พ.ต.ต.เจริญทรัพย์ โพพระ สารวัตร สอบสวน สภ.สามพราน เดินทางไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุพร้อมด้วย เจ้าหน้าที่มูลนิธิสุขศาลานุเคราะห์นครปฐม และรถพยาบาลฉุกเฉินรพ.สามพราน

ที่เกิดเหตุ พบรถกระบะซูซูกิ สีขาว ทะเบียน ถณ 6668 กทม จอดอยู่ช่องทางด้านซ้าย ท้ายรถ ด้านขวามีรอยเฉียวชน และ พบรถจักรยานยนต์ honda PCX สีเทาทะเบียน 2 กก 4056 นครปฐม สภาพ พังยับเยิน ทั้งคันที่ถนน พบนายกิตติศักดิ์ สงวนทรัพย์ อายุ 58 ปีชาวบ้าน ต.คลองจินดาอ.สามพราน จ.นครปฐม ได้รับบาดเจ็บนอนคว่ำหน้า มีบาดแลที่ศรีษะ แขนซ้ายหัก ฟกช้ำตาม ลำตัวอาการสาหัส เจ้าหน้าที่จึงช่วยกัน ปฐมพยาบาลทำตัว ส่งโรงพยาบาลสามพราน

ทางด้าน พ.ตอ.ทรงวุฒิ เจริญวิชยเดช ผกก.สภ.สามพราน เผยว่า ตนขับรถยนต์ส่วนตัวจะเข้ามาทำงานที่สภ.สามพราน มาถึงที่เกิดเหตุพบว่ามีอุบัติเหตุมีผู้บาดเจ็บนอนหมดสติจึงรีบจอดรถ ลงไปดูอาการ และรีบ วิทยุประสาน หน่วยกู้ภัย และจราจรมาช่วยเหลือ
เบื้องต้น ทราบว่า ผู้บาดเจ็บ ขี่รถจยย. มาจาก บ้าน ต.คลองจินดา

เพื่อจะไปอบรมชุดรักษาความสงบหมู่บ้าน (ชรบ.) ที่ว่าการอำเภอสามพราน ห่างจากที่เกิดเหตุ 200 เมตร มาถึงที่เกิดเหตุ น่าจะเกิดอาการวูบ ทำให้รถเสียหลัก ไปชนท้ายรถกระบะ ที่จอดอยู่ข้างทางทำให้ได้ รับบาดเจ็บสาหัส เจ้าหน้าที่ตำรวจได้บันทึกภาพและเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุ และ ตรวจดูกล้องวงจรปิด เพื่อดำเนินการตามขันตอนกฎหมายต่อไป

จำรัส ตุ้มท่าไม้ ผู้สื่อข่าว จ.นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผบก.ภ.จว.นครปฐม นำกำลังบูรณาการฝึกซ้อมแผนรับมือเหตุกราดยิง Active Shooter ในสถานศึกษา เสริมความปลอดภัยนักเรียน

วันที่ 5 มี.ค.69 เวลา 09.30 น.พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์
ผบก.ภ.จว.นครปฐม พ.ต.อ.กฤษณัฐ วงษ์กล้าหาญ รอง ผบก.ภ.จว.นครปฐม นางณิชาภา ศกุนะสิงห์ ผอ.โรงเรียนเทศบาล 5 วัดพระปฐมเจดีย์

พร้อมด้วย พ.ต.อ.ปิโยรส กัณหะสิริผกก.สืบสวน ภ.จว.นครปฐม พ.ต.อ.อชิรวัตติ์ ถาวรเจริญวัฒน์ผกก.สภ.เมืองนครปฐม พ.ต.ท.ตะวัน วัฒนรังสรรค์ รอง ผกก.ป.สภ.เมืองนครปฐม พ.ต.ท.อภิชัช อาระหัง สวป.สภ.เมืองนครปฐม

พ.ต.ท.นิวัติ อินโอสถ สวป.(ชส) สภ.เมืองนครปฐม
เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสายตรวจ ชุดปฏิบัติการ นปพ.ร่วมกับคณะครูอาจารย์และนักเรียนโรงเรียนเทศบาล 5 วัดพระปฐมเจดีย์
ได้ดำเนินการฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุ ตามโครงการปลอดภัยไว้ก่อนประจำปีการศึกษา 2568

การซักซ้อมแผนเผชิญเหตุกราดยิง(Active Shooter)
ภายในพื้นที่โรงเรียนเทศบาล 5 โดยบูรณาการกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ หน่วยสายตรวจ ชุดปฏิบัติการพิเศษ ฝ่ายสืบสวน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมความพร้อมในการดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชน

การฝึกซ้อมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อทบทวนขั้นตอนการปฏิบัติ การสั่งการ การเข้าควบคุมสถานการณ์ การช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ การอพยพประชาชนให้เป็นไปอย่างรวดเร็ว ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพ

ตลอดจนเพื่อให้บุคลากรในโรงเรียนและนักเรียนเข้าใจบทบาทหน้าที่ของตนเองหากประสบเหตุการณ์จริง
ผลการฝึกซ้อมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย สามารถปฏิบัติได้ตามแผนที่กำหนด บรรลุวัตถุประสงค์ของโครงการ พร้อมนำข้อเสนอแนะมาปรับปรุงพัฒนาแผนเผชิญเหตุในครั้งต่อไป

ณ โรงเรียนเทศบาล 5 วัดพระปฐมเจดีย์ ต.ห้วยจรเข้
อ.เมือง จว.นครปฐม
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รองผู้ว่าฯ น่าน เปิดงานใหญ่ “OTOP น่าน สู่สากล ๒๕๖๙” ชู Soft Power ภูมิปัญญาไทย มุ่งไกลสู่เวทีโลก

วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 15.00 น. นางวิไลวรรณ บุดาสา รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมจัดแสดงและจำหน่ายสินค้า “OTOP น่าน สู่สากล 2569” ภายใต้โครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ OTOP น่าน สู่สากล ณ ลานโปรโมชั่น ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พิษณุโลก

เพื่อยกระดับสินค้าชุมชนและขยายโอกาสทางการค้าสู่ตลาดระดับสากล พร้อมดึงเอกลักษณ์ท้องถิ่นสร้างพลัง Soft Power ของจังหวัดน่าน ภายในงาน โดยมีนายสุทธิรักษ์ ศรีสุเลิศ พัฒนาการจังหวัดน่าน นางศศิธร สุดเจริญ ประชาสัมพันธ์จังหวัดพิษณุโลก หัวหน้าส่วนราชการ พัฒนาการอำเภอ ผู้แทนภาคเอก สื่อมวลชน และกลุ่มผู้ประกอบการ OTOP

เข้าร่วมอย่างคับคั่ง พิธีเปิดเริ่มต้นด้วยการแสดงชุด “ฟ้อนล่องน่าน” ศิลปะการแสดงที่สะท้อนเอกลักษณ์และวัฒนธรรมอันงดงามของจังหวัดน่าน สร้างบรรยากาศแห่งความภาคภูมิใจในรากเหง้าท้องถิ่น สำหรับผลิตภัณฑ์ชุมชนของจังหวัดน่านที่นำมาจัดแสดงและจำหน่ายในครั้งนี้ ล้วนมีต้นทุนทางวัฒนธรรมและทรัพยากรที่ทรงคุณค่า อาทิ ผ้าทอพื้นเมือง ที่มีลวดลายเป็นเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น

เครื่องเงินและเครื่องประดับ งานหัตถศิลป์ประณีตที่มีชื่อเสียงระดับประเทศงานหัตถกรรมพื้นบ้าน สินค้าทำมือที่สะท้อนภูมิปัญญาท้องถิ่นกาแฟและสินค้าเกษตรคุณภาพ ที่มีรสชาติโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์การจัดงานครั้งนี้ยังมุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการและกลุ่มคลัสเตอร์ OTOP ให้สามารถปรับตัวทันต่อการเปลี่ยนแปลงของตลาดโลก โดยเน้นการส่งเสริมด้าน การตลาดดิจิทัล เพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่ายให้เข้าถึงผู้บริโภคยุคใหม่ ควบคู่กับการรักษาอัตลักษณ์ดั้งเดิมของชุมชนไว้อย่างยั่งยืน

จังหวัดน่านเชื่อมั่นว่าการยกระดับสินค้าและบริการในครั้งนี้ จะช่วยสร้างงาน สร้างรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ตามแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากให้มีความมั่นคงและยั่งยืนภายหลังพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ คณะผู้บริหารได้เดินเยี่ยมชมบูธสินค้าของผู้ประกอบการ

พร้อมร่วมกิจกรรมถ่ายภาพหมู่ และรับชมการแสดงพิเศษจากศิลปินภายในงาน เพื่อให้กำลังใจผู้ประกอบการและส่งเสริมการจำหน่ายสินค้า OTOP น่านให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางทั้งในระดับภูมิภาคและระดับสากล ทั้งนี้ ขอเชิญประชาชนร่วม “ชิม ช้อป สินค้า OTOP น่าน” ได้ภายในงาน ระหว่างวันที่ 5 – 9 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ลานโปรโมชั่น ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พิษณุโลก.

ภาพข่าว /ทีมงานส่วนกลาง รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตร.โคราช จับยาเสพติดรวม 5 คดี พร้อมของกลางยาบ้า 3 แสนเม็ด มูลค่าทรัพย์สินกว่า 1.5 ล้านบาท

วันที่ 5 มีนาคม 2569 พล.ต.ต.ณรงศักดิ์ พรหมทา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติดและร่วมแถลงการจับกุมและกวาดล้าง ขบวนการภายในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา

ที่บริเวณหน้ากองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา โดยมุ่งเป้าไปยังผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่และรายย่อย รวมทั้งการติดตามจับกุม ผู้ต้องหาที่ยังหลบหนี และดำเนินมาตรการยึดทรัพย์จากผู้ให้การสนับสนุน
หรือเกี่ยวข้องในทุกระดับ

โดยปฏิบัติการ ชุดปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติดฯ ได้บูรณาการ สนธิกำลังตรวจยึด/จับกุมตัว ผู้ต้องหา 2 คน พร้อมยาบ้า 6,000 เม็ด สภ.ห้วยแถลง เมื่อ 27 ม.ค.69 จึงขยายผลไปจับ ผู้ต้องหา 3 คนพร้อมยาบ้า 10,000 เม็ด สภ.บัวใหญ่ เมื่อ 28 ม.ค.69 และขยายผลยึดยาบ้า 20,000 เม็ด สภ.กระสัง

เมื่อ 30 ม.ค.69 นั้น ได้ขยายผลต่อเนื่อง เพื่อทำลายเครือข่ายพ่อค้ายาเสพติดชาวลาวเพิ่มอีก 5 คดี ซึ่งการจับกุมได้ตรวจพบของกลางเป็นยาบ้าจำนวน รวมประมาณ 326,222 เม็ด ยึดทรัพย์สินเป็นประเภทรถที่ใช้ก่อเหตุและผู้ต้องหาอีก 6 ราย มูลค่าทรัพย์สินรวมทั้งหมดเราราว 1.5 ล้านบาท

แจ้งดำเนินคดี ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน)หรือยาบ้า โดยมีไว้เพื่อจำหน่าย โดยกระทำเพื่อการค้าก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน โดยไม่ได้รับอนุญาตฯพล.ต.ต.ณรงศักดิ์ พรหมทา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า สำหรับ 5 คดีนี้มีการจับกุมยาเสพติด มีการขยายผลจากคดีเก่า ซึ่งนำไปสู่การจับกุม ทั้งนี้ จึงขอความร่วมมือมายังพี่น้อง

ประชาชน และสถานประกอบการทุกแห่ง ในการแจ้งเบาะแส ข้อมูลผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ทั้งผู้เสพ
ผู้ค้า ในสถานประกอบการและอาศัยสถานประกอบการในการกระทำความผิด โดยแจ้งข้อมูลผ่านสายด่วนยาเสพติด 1599 , สายด่วน 191, Application Police I lert U และ ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด

นครราชสีมา สายด่วน 1567 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อปราบปรามจับกุม ดำเนินคดีผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด และลดปัญหายาเสพติดในภาพรวมอย่างต่อเนื่อง และเข้มข้นเพื่อให้สังคมปลอดภัยจากยาเสพติด และลดปัญหาอาชญากรรมที่เกี่ยวเนื่องกับยาเสพติดต่อไป

ภาพ ประสิทธิ์ วนะชกิจ/ข่าว กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ชื่นชม รปภ. หมวกแดงเข้าชาร์จนักท่องเที่ยวชาวรัสเซียแสดงพฤติกรรมเสี่ยงยืนนอกทางยกระดับ อาคารผู้โดยสาร ชั้นที่ 2

ชื่นชม รปภ. หมวกแดงเข้าชาร์จนักท่องเที่ยวชาวรัสเซียแสดงพฤติกรรมเสี่ยงยืนนอกทางยกระดับอาคารผู้โดยสาร
ภายในอาคารผู้โดยสารขาเข้าชั้นที่ 2 ริมถนนยกระดับด้านนอก จับภาพนาทีที่ นายภัคพล ปานยงค์ ตำแหน่ง จทบ.7 สจร.ฝรภ.ทสภ ซึ่งเข้าเวรเป็นหัวหน้าฝ่ายรักษาความปลอดภัย (เสื้อขาว) ตัดสินใจเข้าคว้าตัว

นักท่องเที่ยวชายชาวรัสเซียรายหนึ่ง ที่อกมายืนอยู่ขอบด้านนอกของทางยกระดับและขู่ว่าจะทิ้งตัวลงสู่พื้นราบ โดยเหตุการณ์ในครั้งนี้ สืบเนื่องจากช่วงค่ำของวันที่ 1 มีนาคม 69 ที่ผ่านมา ศูนย์รักษาความปลอดภัยของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้รับแจ้งเหตุว่ามีคนไปพบเห็นชายชาวต่างชาติรายหนึ่ง

ออกมายืนโวยวายและมีท่าทีจะก่อเหตุไม่คาดคิดขึ้น ฝ่ายรักษาความปลอดภัยของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จึงประสานชุดเคลื่อนที่เร็วของเจ้าหน้าที่ รปภ.การท่า พร้อมด้วย ทีมแพทย์ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงและกู้ภัยการท่า และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ นำกำลังเข้าพื้นที่ทีนที

จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุพบชายชาวต่างชาติรายหนึ่งออกมายืนด้านนอกและมีท่าทีจะทิ้งตัวลงด้านล่าง เจ้าหน้าที่จึงวางแผนร่วมกันในการเข้าช่วยเหลือ โดยจัดทีม รปภ. และกู้ภัยการท่า เข้าเกลี้ยกล่อมและเบี่ยงเบนความสนใจของผู้ก่อเหตุ พอสมโอกาส นายภัคพล ปานยงค์ หัวหน้าเวรฝ่ายรักษาความปลอดภัย จึงตัดสินใจเข้าล็อกตัวผู้ก่อเหตุทันที

ก่อนที่ทีม รปภ. ที่สังเกตการณ์รอบข้างจะพร้อมใจเข้าช่วยเหลือและดึงตึวกลับเข้ามายังพื้นที่ด้านในได้อย่างปลอดภัย โดยไม่เกิดความสูญเสียแต่อย่างใด จากนั้นจึงนำตัวชายคนดังกล่าวมาสงบสติอารมณ์ที่ สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และสอบสวนหาสาเหตุของการก่อเหตุในครั้งนี้

ซึ่งจากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ไม่พบเอกสารใดๆติดตัวและให้การวกวนไปมา ทราบเพียงว่าเป็นนักท่องเทียวชาวรัสเซีย ตำรวจจึงประสานสถานทูตเข้าตรวจสอบและให้ความช่วยเหลือนักท่องเที่ยวรายนี้แล้ว

ล่าสุด ทางด้าน ทสภ. ได้ออกมาชื่นชมและขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความทุ่มเท รอบคอบ และมีจิตสำนึกในการดูแลความปลอดภัยของผู้โดยสาร เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนถึงมาตรฐานการบริหารจัดการด้านความปลอดภัย
ในระดับสากลของ ทสภ. ซึ่งให้ความสำคัญสูงสุดต่อความปลอดภัยของผู้โดยสารและผู้ใช้บริการตลอด 24 ชั่วโมง


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / 5 มีนา สดุดีครูข่าวปฐมกาล ตำนาน ‘สุทัศน์ บุญช่วยเหลือ‘ 39 ปี แห่งการบุกเบิก จากโลกน้ำหมึกสู่โลก AI

5 มีนาคมของทุกปีจะถือเป็นวันสื่อสารมวลชน หรือ วันนักข่าว อีกหนึ่งสัมมาอาชีพที่มีบทบาทสะท้อนความจริงและปัญหาต่างๆ ของสังคม เพื่อหาแนวทางแก้ไขไม่มากก็น้อยตามวิถี หนึ่งสัมมาอาชีพที่อยู่คู่สังคมประเทศไทยนี้มาอย่างยาวนาน และเป็นหนึ่งสัมมาอาชีพที่หล่อเลี้ยงใครบางคน ได้ทั้งปากท้องและจิตวิญญาณ

หากจะพูดถึงสื่อมวลชนที่ถือเป็นระดับครูวงการน้ำหมึกของพัทยา คุณสุทัศน์ บุญช่วยเหลือ อดีตประธานกลุ่มวิหคสายฟ้า ไทยรัฐภาคตะวันออก นานที่สุดถึง 21 ปี และเป็นผู้บุกเบิกก่อตั้งชมรมสื่อมวลชนเมืองพัทยาในครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.2530 หรือ 39 ปีมาแล้ว ที่ปัจจุบันยังคงทำงานสื่อสารมวลชนแบบมืออาชีพที่ก้าวทันโลก AI

ป๋าสุทัศน์ บุญช่วยเหลือ ผ่านการทำงานนักข่าวหรือสื่อมวลชนมาอย่างโชกโชน ได้สูญเสียพี่น้องคนข่าวไปมากมาย ด้วยประสบการณ์การทำงานด้วยตัวเองมาทุกรูปแบบเพื่อผลิตข้อมูลและเสนอข่าวสารออกสู่สาธารณชนตามแบบอย่างที่ได้สั่งสอนไปยังนักข่าวในเมืองพัทยาอีกหลายคนจนขยายสังคมมาจนปัจจุบัน

และด้วยผลของงานที่ตลกผลึกในความเป็นนักข่าวผู้คร่ำหวอดในสังคมพัทยามาอย่างยาว ทำให้ ป๋าสุทัศน์ บุญช่วยเหลือ เป็นอีกหนึ่งบุคลากรด้านการข่าวระดับครูที่ยังคงทำงานผ่านสื่อและเทคโนโลยีจากโลกน้ำหนึกสู่โลก AI เป็นตำนานแห่งวงการนักข่าวที่คนรุ่นใหม่ควรถือเป็นแบบอย่างของผู้ใฝ่รู้ที่ไม่มีสิ้นสุด

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รองผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 7 เป็นเจ้าภาพพิธีสวดพระอภิธรรมถวายแด่ พระราชมงคลวชิราคม (หลวงปู่แผ้ว ปวโร) อดีตเจ้าอาวาสวัดประชาราษฎร์บำรุง (วัดรางหมัน)

รองผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 7 เป็นเจ้าภาพ พิธีสวดพระอภิธรรมถวายแด่ พระราชมงคลวชิราคม (หลวงปู่แผ้ว ปวโร) อดีตเจ้าอาวาสวัดประชาราษฎร์บำรุง (วัดรางหมัน) วันพุธ ที่ 4 มีนาคม พุทธศักราช 2569 ณ ศาลาร่มเย็น วัดรางหมัน พลตำรวจตรี ชมชวิณ ปุระธนานนท์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 7

ร่วมพิธีสวดพระอภิธรรมถวายแด่ พระราชมงคลวชิราคม (หลวงปู่แผ้ว ปวโร) อดีตเจ้าอาวาสวัดประชาราษฎร์บำรุง (วัดรางหมัน)
พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าร่วม สวดพระอภิธรรมถวายแด่ พระราชมงคลวชิราคม (หลวงปู่แผ้ว ปวโร) อดีตเจ้าอาวาสวัดประชาราษฎร์บำรุง (วัดรางหมัน)

โดยการเข้าร่วมพิธีในครั้งนี้ เป็นการบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรม เพื่อแสดงความกตัญญูกตเวทีและน้อมรำลึกในพระคุณของหลวงปู่แผ้ว ปวโร พระเกจิอาจารย์ผู้เป็นที่เคารพศรัทธาของพุทธศาสนิกชนและชาวอำเภอกำแพงแสน ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาท่านได้เมตตาอุปถัมภ์และสร้างคุณประโยชน์ต่อสาธารณกุศลอย่างมากมาย

ณ ศาลาร่มเย็น วัดรางหมัน อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม โดยมีศิษยานุศิษย์และประชาชนเข้าร่วมพิธีด้วยความสงบนิ่งเพื่อไว้อาลัยเป็นจำนวนมาก
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / การฝึกคอบร้าโกลด์ 2026 ผนึกกำลังไทย-สหรัฐฯ-สิงคโปร์ ผนึกกำลังส่งมอบอาคารอเนกประสงค์ มุ่งยกระดับการศึกษาแก่เยาวชนในพื้นที่นครราชสีมา

วันพฤหัสบดีที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2569 เวลา 08.00 น. พลเอก ชิดชนก นุชฉายา เสนาธิการทหาร พร้อมด้วย พลตรี วิลเลี่ยม เจ. เพรนเดอร์แกสด์ที่ 4 (MG William J. Prendergast IV) ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 4 สหรัฐอเมริกา กองกำลังรักษาดินแดน รัฐแคลิฟอร์เนีย และพลจัตวา หว่อง ปุย ชวน (BG Wong

Pui Chuan) ผู้แทนกองทัพสาธารณรัฐสิงคโปร์ เป็นประธานร่วม ในพิธีส่งมอบอาคารอเนกประสงค์ โครงการช่วยเหลือประชาชน (Humanitarian/Civic Assistance : HCA) ภายใต้การฝึกร่วม/ผสม คอบร้าโกลด์ 2026 ณ โรงเรียนรักเมืองไทย 1 (มูลนิธิเตชะไพบูลย์) ตำบลบ่อปลาทอง อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา โดยอาคารดังกล่าวเริ่มก่อสร้างตั้งแต่วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569

โดยพิธีมอบ อาคารอเนกประสงค์ได้เริ่มขึ้นเวลา 08.30 น. นำโดยเสนาธิการทหาร พร้อมด้วยผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 4 สหรัฐอเมริกา กองกำลังรักษาดินแดน รัฐแคลิฟอร์เนีย และผู้แทนกองทัพสาธารณรัฐสิงคโปร์ ซึ่งส่งมอบอาคารอเนกประสงค์ให้แก่นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา

นครราชสีมา เขต 3 และผู้อำนวยการโรงเรียนรักเมืองไทย 1 (มูลนิธิเตชะไพบูลย์) และได้ร่วมปลูกต้นรวงผึ้งบริเวณหน้าอาคารอเนกประสงค์กับมิตรประเทศ และส่วนราชการพลเรือน พร้อมทั้งเยี่ยมชมภายในอาคารอเนกประสงค์ นับเป็นความร่วมมือระหว่างกองทัพไทย กองทัพสหรัฐอเมริกา และกองทัพมิตรประเทศ ในการร่วมกันพัฒนาคุณภาพการศึกษาของเยาวชนในพื้นที่

โครงการช่วยเหลือประชาชน (Humanitarian Civic Assistance: HCA) เป็นส่วนหนึ่งของการฝึกร่วม/ผสม คอบร้าโกลด์ 2026 โดยเป็นความร่วมมือในการก่อสร้างระหว่างกองทัพไทย กองทัพสหรัฐอเมริกา และกองทัพมิตรประเทศ ประกอบด้วย กองทัพสาธารณรัฐสิงคโปร์ กองทัพญี่ปุ่น กองทัพสาธารณรัฐเกาหลีใต้ กองทัพมาเลเซีย และกองทัพอินเดีย
ซึ่งในปีนี้ มีจำนวน 5 โครงการ

  • โครงการที่ 1 โรงเรียนรักเมืองไทย 1 อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา
  • โครงการที่ 2 โรงเรียนบ้านหัวทะเล อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา
  • โครงการที่ 3 โรงเรียนบ้านหนองโสมง อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา
  • โครงการที่ 4 โรงเรียนบ้านบึงตะกาด อำเภอวังจันทร์ จังหวัดระยอง
  • โครงการที่ 5 โรงเรียนบ้านแก่งน้อย อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี เพื่อเสริมสร้างโอกาสทางการศึกษาแก่เยาวชน นักเรียนและประชาชนในพื้นที่ได้ใช้ประโยชน์ นอกจากนี้จะนำไปสู่ความร่วมมือระหว่างประเทศต่อไปในอนาคต

กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา/รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ปฏิบัติการฟ้าผ่ากลางชุมชน! “สิงห์เมืองมุก” บุกบ้านเป่งเป้า รวบ 2 ผู้ต้องหา ยึดยาบ้า–ปืนเถื่อน พร้อมเงินล่อซื้อ

เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2569 ภายใต้การอำนวยการของ นายนที พรมภักดี นายอำเภอเมืองมุกดาหาร และการสั่งการของนายหมวดเอกดนุภพ รองไชย ปลัดอำเภอ (หัวหน้ากลุ่มงานความมั่นคง) ได้ระดมกำลังชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครอง “สิงห์เมืองมุก” นำโดย มว.ท.ธัญญารัตน์ เหล่าบุตรศรี ปลัดอำเภอกลุ่มงานความมั่นคง พร้อมสมาชิก อส.ร้อย อส.อ.เมืองมุกดาหาร 2

บูรณาการร่วมกับ ร้อย ตชด.234, ฝ่ายปกครองจังหวัดมุกดาหาร, ตม.จว.มุกดาหาร และตำรวจน้ำมุกดาหาร ลงพื้นที่บ้านป่งเป้า หมู่ 2 ต.โพนทราย อ.เมืองมุกดาหาร หลังได้รับร้องเรียนว่ามีการมั่วสุมและเกี่ยวข้องกับยาเสพติดในพื้นที่

ผลการปฏิบัติสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 ราย ได้แก่ นายอนุชาฯ หรือ “ฮอต” พร้อมของกลางยาบ้า 100 เม็ด และเงินสดล่อซื้อ 400 บาท และนายวีระชาติฯ พร้อมอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต

เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหามียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย และเสพยาเสพติด, มีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1

ภายหลังการจับกุม ได้นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนที่ สถานีตำรวจภูธรเมืองมุกดาหาร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมเร่งขยายผลถึงแหล่งที่มาและเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง

การปฏิบัติการครั้งนี้สะท้อนถึงความเข้มข้นในการกวาดล้างยาเสพติดและอาวุธผิดกฎหมายในพื้นที่ เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชนในจังหวัดมุกดาหารอย่างต่อเนื่อง
ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

เมืองมุกดาหาร #สิงห์เมืองมุก #ปราบปรามยาเสพติดยาบ้า #ปืนเถื่อน #ฝ่ายปกครอง #บูรณาการความมั่นคง #ข่าวด่วนข่าววันนี้ #CIAThailand สำนักข่าวCIAประเทศไทย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “นายกเจี๊ยบ” สื่อไทยอินโดจีนผงาดเวทีเชฟมืออาชีพ รับวุฒิบัตร Master Thai Chef – ชูพลัง “สื่อ–ธุรกิจ–กฎหมาย” ดันซอฟต์พาวเวอร์อาหารไทยสู่เวทีโลก

“นายกเจี๊ยบ” นายอรรครัตน์ รัตนจันทร์ นายกสมาคมสื่อสารมวลชนไทยอินโดจีน ก้าวสู่บทบาทใหม่ในวงการอาหาร หลังเข้ารับ วุฒิบัตรเชฟอาหารไทยมืออาชีพ (Master Thai Chef Program) จากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมประกาศจุดยืนว่า สื่อมวลชนคือหนึ่งในพลังสำคัญในการผลักดันซอฟต์พาวเวอร์อาหารไทยสู่ระดับโลก

พิธีปัจฉิมนิเทศและมอบวุฒิบัตรจัดขึ้นเมื่อวันที่ 4 มีนาคม ณ ห้องแกรนด์ไดมอนด์ บอลรูม ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยมี ธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานในพิธี พร้อมมอบวุฒิบัตรแก่ผู้แทนผู้ผ่านการฝึกอบรมหลักสูตร “เชฟอาหารไทยมืออาชีพ (Master Thai Chef Program)” ภายใต้โครงการ ส่งเสริมซอฟต์พาวเวอร์สาขาอาหาร

ภายในงานมีผู้บริหารระดับสูงและบุคคลสำคัญในวงการอาหารร่วมเป็นเกียรติ อาทิ ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หม่อมหลวง ภาสันต์ สวัสดิวัตน์ ประธานคณะกรรมการเชลล์ชวนชิม เชฟชุมพล นายชุมพล แจ้งไพร เชฟกระทะเหล็กอาหารไทย

โครงการดังกล่าวดำเนินการโดย กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม มุ่งพัฒนาเชฟทักษะสูงกว่า 20,000 คนทั่วประเทศ เพื่อยกระดับอาหารไทยสู่สินค้าและบริการระดับพรีเมียมในตลาดโลก พร้อมสร้างเครือข่ายธุรกิจตั้งแต่ วัตถุดิบชุมชนต้นน้ำสู่ร้านอาหารปลายน้ำ คาดว่าจะสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในเศรษฐกิจฐานรากกว่า 3,300 ล้านบาท

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมระบุว่า อุตสาหกรรมอาหารยังคงเป็นหนึ่งใน เสาหลักของเศรษฐกิจไทย โดยประเทศไทยยังคงติดอันดับผู้ส่งออกอาหารสำคัญของโลก แม้จะต้องเผชิญความท้าทายจากเศรษฐกิจโลกและมาตรการกีดกันทางการค้า กระทรวงจึงเร่งยกระดับผู้ประกอบการไทยให้มีมาตรฐานสูงขึ้น พร้อมเพิ่มมูลค่าและพัฒนาแนวทางการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

หนึ่งในผู้เข้าร่วมโครงการที่ได้รับความสนใจคือ นายอรรครัตน์ รัตนจันทร์ หรือ “นายกเจี๊ยบ” ผู้แทนจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ผ่านการอบรมจากมหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยมีพื้นฐานทั้งในแวดวงกฎหมาย สื่อสารมวลชน และธุรกิจ

ปัจจุบันนายอรรครัตน์ต่อยอดองค์ความรู้สู่ ธุรกิจค้าส่งวัตถุดิบเนื้อสัตว์ (ไก่และเนื้อ) โดยเน้นการแปรรูปและพัฒนาเมนูร่วมกับเชฟและร้านอาหาร เพื่อยกระดับมาตรฐานวัตถุดิบไทย พร้อมสร้างเครือข่ายเชฟรุ่นใหม่ และเตรียมขยายตลาดสู่แพลตฟอร์มออนไลน์

นายอรรครัตน์กล่าวว่า หลักสูตรดังกล่าวไม่ได้สอนเพียงทักษะการทำอาหาร แต่ครอบคลุมถึง การบริหารต้นทุน มาตรฐานความปลอดภัย และการสร้างแบรนด์อาหารไทย

“อาหารไทยจะก้าวไกลในระดับโลกได้ ต้องมีทั้งคุณภาพ มาตรฐาน และการสื่อสารที่ดี สื่อมวลชนจึงเป็นพลังสำคัญในการถ่ายทอดเรื่องราวและอัตลักษณ์ของอาหารไทยให้ไปไกลกว่าจานอาหาร” นายอรรครัตน์กล่าว

ภายในงานยังมีการจัดบูธเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจอาหาร และเวทีเสวนาเพื่อสร้างความร่วมมือระหว่างเชฟ ผู้ประกอบการ และภาคการศึกษา เพื่อกำหนดทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารไทยให้แข่งขันได้ในตลาดโลก

โครงการนี้สะท้อนความตั้งใจของกระทรวงอุตสาหกรรมในการ พัฒนาคน สร้างเครือข่าย และผลักดันอาหารไทยให้เป็นซอฟต์พาวเวอร์สำคัญของประเทศ สู่เป้าหมาย “ครัวไทยสู่ครัวโลก” อย่างยั่งยืน ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

นายกเจี๊ยบ #สมาคมสื่อสารมวลชนไทยอินโดจีน #MasterThaiChef #ซอฟต์พาวเวอร์อาหารไทย #MadeByThai #DIPROM

ครัวไทยสู่ครัวโลก #กระทรวงอุตสาหกรรม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าประจวบฯ ตรวจปั๊มยืนยันมีน้ำมันเชื้อเพลิงเพียงพอไม่ต้องซื้อกักตุน สั่งคุมเข้มห้ามฉวยโอกาสขึ้นราคา

เมื่อวันที่ 4 มี.ค.69 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการ จ.ประจวบฯ พร้อมด้วย นายสรศักดิ์ ท่าใหญ่ พลังงานจังหวัดฯ และเจ้าหน้าที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดฯ ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานีบริการน้ำมันในพื้นที่ที่ปั๊มน้ำมัน ปตท.คลองวาฬ อ.เมืองประจวบฯ ในช่วงที่เกิดสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง

จากการลงพื้นที่ในวันนี้พบว่า สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงยังคงเปิดให้บริการตามปกติ มีประชาชนมาใช้บริการอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผู้ประกอบการแจ้งว่าเมื่อวันก่อนมีลูกค้าพากันนำรถมาเติมน้ำมันจำนวนมากเพราะกังวลว่าน้ำมันเชื้อเพลิงจะปรับราคาสูงขึ้นจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ทำให้น้ำมันทุกชนิดหมด จำเป็นต้องปิดให้บริการ จากปกติที่จะเปิดตลอด 24 ชม. จึงทำให้มีประชาชนบางส่วนเข้าใจผิดว่ามีการกักตุน แต่ในวันนี้สถานการณ์กลับมาเป็นปกติแล้ว

นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ตรวจสอบการจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงในวันนี้ ได้ประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนผู้ประกอบการให้ทราบเกี่ยวกับการห้ามกักตุนหรือปฏิเสธการจำหน่าย หรือการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาโดยไม่มีเหตุผลอันสมควรหากฝ่าฝืน มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี ปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ พร้อมยืนยันว่าขณะนี้ปริมาณน้ำมันสำรองในประเทศมีเพียงพอ ไม่จำเป็นต้องซื้อกักตุน แต่ขอให้ช่วยกัน

ใช้อย่างประหยัดแม้จะไม่ขาดแคลน เพราะไม่สามารถคาดเดาได้ว่าการสู้รบในตะวันออกกลางจะยืดเยื้อหรือไม่ พร้อมฝากเตือนประชาชนที่ซื้อน้ำมันใส่แกลลอนอาจสุ่มเสี่ยงทำให้เกิดอันตรายได้โดยเฉพาะในช่วงนี้ที่สภาพอากาศร้อน พร้อมกันนี้ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควบคุมดูแลป้องกันการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาสินค้าในช่วงนี้ หากประชาชนพบเห็นการกระทำผิดขอให้แจ้งสำนักงานพาณิชย์จังหวัดฯ หรือศูนย์ดำรงธรรมอำเภอ ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด หรือสายด่วน 1569

นอกจากนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ ยังกล่าวถึงประเด็นเรื่องการเฝ้าระวังการก่อเหตุด้านความมั่นคงในพื้นที่ว่า ขณะนี้ทางจังหวัดมีข้อมูลชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในพื้นที่อยู่แล้ว และได้กำชับทุกอำเภอ ฝ่ายปกครอง ตำรวจท้องที่ ช่วยกันสอดส่องเฝ้าระวัง และเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจตราโดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 0909944781

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / โครงการคนละลูก ปีที่ 8 มอบลูกฟุตบอลมิกาซ่า เปิดคลินิกทักษะกีฬาฟุตบอล สานฝันเยาวชนไทยทั่วไทย

​[นครพนม] – โครงการ “คนละลูก ผู้นำเยาวชนกีฬา” เดินหน้าสร้างรอยยิ้มและโอกาสทางกีฬาให้เด็กไทยอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดจัดกิจกรรม “โครงการคนละลูก ผู้นำเยาวชนกีฬา ร่วมทำความดี พี่ให้น้อง ปีที่ 8 ประจำปี 2569” ยกขบวนมอบลูกฟุตบอลคุณภาพจาก Mikasa ให้แก่โรงเรียนโพนสวางหนองแหน อำเภอวังยางนายธนธรณ์ พรหมอารักษ์ (เสื้อสีแดงที่ 4ซ้ายมือ)หัวหน้าสำนักงานโครงการคนละลูกจังหวัดนครพนม มอบลูกฟุตบอลมิกาซ่า ให้นายธีระพงศ์ แสนคำ ผู้อำนวยการโรงเรียนโพนสวางหนองแหน พร้อมเปิดคลินิกฟุตบอลติวเข้มทักษะลูกหนังให้เยาวชน

​กิจกรรมในครั้งนี้เป็นการร่วมมือกันของพันธมิตรผู้ใจดี ผลิตภัณฑ์มิกาซ่า ผลิตภัณฑ์เคซี ผลิตภัณฑ์ factive และบริษัท ซี.อาร์ ทเวลฟ์ กรุ๊ป จำกัด บริษัท กีล่าสปอร์ต จำกัด ที่เล็งเห็นความสำคัญของการสร้างรากฐานกีฬาจากระดับเยาวชน โดยภายในงานมีการส่งมอบลูกฟุตบอลมิกาซ่า มาตรฐานสากลเพื่อใช้ในการเรียนการสอนและการฝึกซ้อม พร้อมทั้งการจัดกิจกรรม “ฟุตบอลคลินิก” ที่เน้นการสอนทักษะพื้นฐานที่ถูกต้องจากพี่ๆ สู่น้อง เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและปลูกฝังการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ห่างไกลจากยาเสพติด

​นายธนธรณ์ พรหมอารักษ์ หัวหน้าสำนักงานโครงการคนละลูก จังหวัดนครพนม เปิดเผยว่า โครงการนี้ก้าวเข้าสู่ ปีที่ 8 ด้วยความตั้งใจที่จะเป็นสะพานบุญด้านกีฬา เราเชื่อว่าลูกฟุตบอลเพียงลูกเดียวอาจเปลี่ยนชีวิตเด็กคนหนึ่งได้ การมอบอุปกรณ์กีฬาที่มีคุณภาพอย่าง Mikasa พร้อมกับการให้ความรู้ผ่านคลินิกฟุตบอล คือการมอบโอกาสที่ยั่งยืนให้แก่เยาวชนในพื้นที่ต่างๆ ทั่วไทย

​สำหรับโครงการคนละลูก ผู้นำเยาวชนกีฬา ร่วมทำความดี พี่ให้น้อง จะยังคงเดินหน้าจัดกิจกรรมดีๆ แบบนี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อกระจายโอกาสทางการกีฬาให้ครอบคลุมทุกภูมิภาค ตามปณิธานการทำความดี “พี่ให้น้อง” ที่ยึดถือมาโดยตลอด

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ไดอาน่าการ์เด้น รีสอร์ท พัทยา ฉลอง 23 ปี พร้อยอวยพรวันเกิด 82 ปี “ป้าน้อย” แม่พระเมืองพัทยา

วันที่ 4 มีนาคม 2569 ที่ศาลาไทย โรงแรม ไดอาน่าการ์เด้น รีสอร์ท พัทยา จ.ชลบุรี ได้จัดพิธีทำบุญเนื่องในโอกาสครบรอบ 23 ปีของการก่อตั้งโรงแรม พร้อมฉลองวันคล้ายวันเกิดครบ 82 ปี ของ นางโสภิญ เทพจักร หรือ “ป้าน้อย” กรรมการผู้จัดการไดอาน่า กรุ๊ป โดยมีคณะผู้บริหาร พนักงาน กลุ่มเพื่อนสนิท มิตรสหาย และลูกค้าทั้งชาวไทย–ต่างชาติ เข้าร่วมแสดงความยินดีอย่างพร้อมเพรียง

ในพิธีได้อาราธนาพระครูสุภัทรวราทร (สุรศักดิ์ ปุณฺณวุฑฺโฒ) วัดสิรินธรเทพรัตนาราม ในพระราชูปถัมภ์ อ.สามพราน จ.นครปฐม เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วยคณะสงฆ์จากวัดสุทธาวาส จำนวน 8 รูป รวม 9 รูป รับเจริญพระพุทธมนต์ ฉันภัตตาหารเพล ประพรมน้ำพระพุทธมนต์ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ผู้บริหาร พนักงาน และกิจการของโรงแรม

นอกจากนี้ทางโรงแรมยังได้จัดเตรียมข้าวสารอาหารแห้งและสิ่งของจำเป็น มอบให้แก่เด็ก ๆ ที่ศูนย์ ATTC (บ้านครูจา) เพื่อแบ่งปันน้ำใจสู่สังคม ขณะเดียวกัน สมาคมนักข่าวพัทยา ยังได้ร่วมมอบเงินสนับสนุนจำนวนหนึ่งให้แก่ศูนย์ดังกล่าว เพื่อร่วมส่งเสริมโอกาสและคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับเด็ก ๆ อีกด้วย รวมมูลค่ารวมกว่า 50,000 บาท

สำหรับประวัติความเป็นมา ไดอาน่า กรุ๊ป เริ่มต้นจากธุรกิจขนาดเล็กเพียง 1 คูหา บริเวณซอยไปรษณีย์ เมืองพัทยา ก่อตั้งขึ้นครั้งแรกในปี 1982 ภายใต้ชื่อ “ภควดีเกสท์เฮาส์” ด้วยความมุ่งมั่น ซื่อสัตย์ต่อลูกค้า และพัฒนาการบริหารอย่างเป็นระบบ โดยตลอดระยะเวลากว่า 4 ทศวรรษ ไดอาน่า กรุ๊ป ได้ขยายธุรกิจครอบคลุมหลากหลายบริการด้านการท่องเที่ยวและการบริการ กลายเป็นหนึ่งในธุรกิจท้องถิ่นที่เติบโตอย่างมั่นคง และมีส่วนสำคัญในการสร้างชื่อเสียงให้เมืองพัทยาอย่างยั่งยืนจนถึงปัจจุ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตรวจสถานประกอบ น้ำมัน เชื้อเพลิง สร้างความมั่นใจประชาชน ไม่ขาดแคลน/ ปภ.สิงห์บุรี จัดโครงการฝึกอบรมเยาวชนขับขี่ปลอดภัย ป้องกันอุบัติเหตุในโรงเรียน ปี 2569

วันที่ 4 มีนาคม 2569 เวลา 10.00 น.นายวราดิศร อ่อนนุช ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี พร้อมด้วยนายอุกฤษฎ์ ขันติวงค์ พลังงานจังหวัดสิงห์บุรี และนางอัจนา

ปาลบุตร พาณิชย์จังหวัดสิงห์บุรี นำคณะข้าราชการในสังกัดลงพื้นที่ตรวจสอบสถานประกอบกิจการน้ำมันเชื้อเพลิงในพื้นที่จังหวัดสิงห์บุรี

เพื่อติดตาม เฝ้าระวัง และเตรียมความพร้อมรองรับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางการลงพื้นที่ครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญในการ

ป้องกันการฉกฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาโดยไม่เป็นธรรม การกักตุนสินค้าพลังงาน รวมทั้งกำกับดูแลราคาพลังงานให้เป็นไปตามกลไกที่เหมาะสม พร้อมสร้างการรับรู้ที่ถูกต้องแก่ประชาชนในพื้นที่ ไม่ให้เกิดความตื่นตระหนก

ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรีได้ย้ำว่า ขอให้พี่น้องชาวสิงห์บุรีมั่นใจได้ว่า ประเทศไทยยังมีปริมาณน้ำมันสำรองเพียงพอ ไม่เกิดภาวะขาดแคลน และระดับราคาจะอยู่ในกรอบที่เหมาะสม ไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชนมากนัก

ทั้งนี้ ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งขับเคลื่อนภารกิจสำคัญอย่างใกล้ชิด โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือ “ประโยชน์ของประชาชนชาวสิงห์บุรี” เป็นสำคัญ

ปภ.สิงห์บุรี จัดโครงการฝึกอบรมเยาวชนขับขี่ปลอดภัย เสริมสร้างวินัยจราจรและการป้องกันอุบัติเหตุในโรงเรียน ปี 2569

วันที่ 4 มีนาคม 2569 เวลา 9.30 น.นายวราดิศร อ่อนนุช ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรีเป็นประธานเปิดโครงการฝึกอบรมเยาวชนขับขี่ปลอดภัย เสริมสร้างวินัยจราจร และการป้องกันอุบัติเหตุในโรงเรียน ณ โรงเรียนค่ายบางระจันวิทยาคม อำเภอค่ายบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี

ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนจังหวัดสิงห์บุรี โดยมี นายณรงค์พันธ์ แจ่มจันทร์ รักษาการณ์หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสิงห์บุรี นางคงศักดิ์ สายวงศ์ ประชาสัมพันธ์จังหวัดสิงห์บุรี หัวหน้าส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมพิธีฯ

สำหรับการจัดโครงการครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างจิตสำนึกด้านความปลอดภัยทางถนน เสริมสร้างวินัยจราจร และให้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันอุบัติเหตุ โดยมุ่งเน้นกลุ่มเด็กและเยาวชน ซึ่งเป็นกลุ่มอายุที่มีสถิติการเกิดอุบัติเหตุทางถนนสูง

โดยเฉพาะการใช้รถจักรยานยนต์และการไม่สวมหมวกนิรภัย
ภายในกิจกรรมมีการบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายจราจร การขับขี่อย่างปลอดภัย เทคนิคการเอาตัวรอดบนท้องถนน และการใช้อุปกรณ์นิรภัยอย่างถูกต้อง เพื่อปลูกฝังพฤติกรรมการใช้รถใช้ถนนอย่างมีความรับผิดชอบ

กลุ่มเป้าหมายเป็นนักเรียนโรงเรียนค่ายบางระจันวิทยาคม จำนวน 70 คน โดยได้รับความร่วมมือจากสถานีตำรวจภูธรค่ายบางระจัน และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสิงห์บุรี ร่วมเป็น

วิทยากรและสนับสนุนการดำเนินงาน จังหวัดสิงห์บุรีมุ่งหวังว่าโครงการดังกล่าวจะช่วยลดอุบัติเหตุทางถนนในกลุ่มเยาวชน และสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยทางถนนให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืนต่อไป

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สรรพสามิตโคราชทำลายบุหรี่เถื่อน 17,540 ซอง ลุย 226 คดี มูลค่าปรับทะลุ 16 ล้านบาท สกัดของผิดกฎหมายคืนตลาด

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 4 มีนาคม 2569 นายณธัชพงศ์ เผ่าถาง ผู้อำนวยการสำนักงานสรรพสามิตภาคที่ 3 พร้อมด้วย นายธนากร โพธิโต สรรพสามิตพื้นที่นครราชสีมา นายไชยรัตน์ ชื่นใจฉ่ำ ผู้อำนวยการส่วนตรวจสอบป้องกันและปราบปราม

สำนักงานสรรพสามิตภาคที่ 3 และนายพงศธร ประจิตร หัวหน้าฝ่ายปราบปราม สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่นครราชสีมา นำคณะเจ้าหน้าที่ร่วมดำเนินการทำลายของกลางคดีที่สิ้นสุดแล้วในช่วงเดือนกรกฎาคม–ธันวาคม 2568

การดำเนินการครั้งนี้เป็นไปตามมาตรการป้องกันไม่ให้สินค้าผิดกฎหมายกลับเข้าสู่ท้องตลาด ป้องกันการนำมาจำหน่ายซ้ำ คุ้มครองผู้บริโภค และสร้างความเป็นธรรมด้านภาษีแก่ผู้ประกอบการที่เสียภาษีถูกต้องตามกฎหมาย

พร้อมแสดงถึงความโปร่งใสและความเด็ดขาดในการบังคับใช้กฎหมายผลการปราบปรามพบผู้กระทำผิดรวม 226 คดี ของกลางเป็นบุหรี่ซิกาแรตจำนวน 17,540 ซอง คิดเป็นมูลค่าภาษีที่รัฐสูญเสียกว่า 1,101,680 บาท และมีประมาณการค่าปรับรวม 16,522,680 บาท

ทั้งนี้ บุหรี่ของกลางที่ผ่านการทำลายแล้ว จะส่งมอบให้หน่วยงานที่ประสงค์ขอใช้ประโยชน์ ตามนโยบาย CSR (Corporate Social Responsibility) ของกรมสรรพสามิต เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมต่อไป

ภาพ นายประสิทธิ์ วนะชกิจ/ข่าว กันตินันท์ เรืองประโคน ทีมข่าว จ.นครราชสีมา/รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ไม่ปล่อยลอยนวล! ชุดสิงห์เมืองมุก บุกจู่โจมจับ “ยายหนั่น” เอเย่นต์รายย่อยบ้านโคกสูง ยาบ้า เงินล่อซื้อ

มุกดาหาร – เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2569 ภายใต้การอำนวยการของ นายนที พรมภักดี นายอำเภอเมืองมุกดาหาร ได้สั่งการให้ชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองเมืองมุกดาหาร (ชุดสิงห์เมืองมุก)

นำโดย มว.อ.ดนุภพ รองไชย ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานความมั่นคง และ มว.ท.ธัญญารัตน์ เหล่าบุตรศรี สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหารพราน ร้อย.ฉก.ทพ.2105 เข้าตรวจสอบบ้านพักในพื้นที่บ้านโคกสูง หมู่ 8 ต.คำอาฮวน หลังได้รับร้องเรียนจากพลเมืองดีว่ามีการมั่วสุมและลักลอบจำหน่ายยาเสพติด

จากการลงพื้นที่ตรวจสอบ เจ้าหน้าที่ได้เข้าทำการจับกุม นางสนั่น (หรือยายหนั่น) พร้อมของกลางยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) เม็ดสีแดง มีอักษร WY จำนวน 10 เม็ด และเงินสดที่ใช้ในการล่อซื้ออีกจำนวน 360 บาท

สืบเนื่องจากนโยบายกวาดล้างยาเสพติดในชุมชน เจ้าหน้าที่จึงได้วางแผนล่อซื้อจนสามารถจับกุมตัวได้พร้อมหลักฐานคาหนังคาเขา เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหา “จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 โดยไม่ได้รับอนุญาต” ก่อนนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

จับยาเสพติด #ฝ่ายปกครองมุกดาหาร #สิงห์เมืองมุก #มุกดาหาร #กวาดล้างยาเสพติด #บ้านโคกสูง #ฉกทพ2105 #ข่าวด่วน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รองนายกรัฐมนตรี ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลและเวียนเทียนประทักษิณรอบองค์พระปฐมเจดีย์ เนื่องในวันมาฆบูชา ประจำปี 2569

วันที่ 3 มีนาคม 2569 ที่พระวิหารหลวง องค์พระปฐมเจดีย์ อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิธีบำเพ็ญกุศล เนื่องในวันมาฆบูชา ประจำปี 2569

โดยมีนางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม นายยงยุทธ สวนทอง นายอรรถวุฒิ พึ่งเนียม นายสมาวิษฎ์

สุพรรณไพ นายณรงค์วิทย์ พบพาน รองผู้ว่าราชการจังหวัด รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัด พร้อมด้วย พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์

ผบก.ภ.จว.นครปฐมและ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารสถานศึกษา ข้าราชการ ครู อาจารย์ นักเรียน นักศึกษา ประชาชน

และนักท่องเที่ยว ร่วมพิธีเป็นจำนวนมาซึ่งวันมาฆบูชานับเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา

ตรงกับวันเพ็ญ ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 ถือเป็นวันที่พระพุทธเจ้าทรงแสดง “โอวาทปาติโมกข์” หลักคำสอน “ทำความดี ละเว้นความ

ชั่ว ทำจิตใจให้บริสุทธิ์” ท่ามกลางพระอรหันต์สาวก 1,250 รูป ที่มาประชุมพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย

สำหรับการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ พระธรรมวชิรเจติยาจารย์ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 14 รักษาการเจ้าอาวาสวัดพระปฐมเจดีย์

ราชวรมหาวิหาร กล่าวนำแสดงตนเป็นพุทธมามกะ จากนั้นได้แสดงพระธรรมเทศนา

เพื่อน้อมนำคำสั่งสอนของพระพุทธศาสนาอันพึงปฏิบัติมาประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวัน อีกทั้งส่งเสริมให้พุทธศาสนิกชนละเว้นความชั่ว

ทำความดี ทำจิตใจให้บริสุทธิ์ หลังจากนั้นได้ร่วมกันเจริญพระพุทธมนต์ และเวียนเทียนประทักษิณรอบองค์พระปฐมเจดีย์ จำนวน 3 รอบ เพื่อน้อมถวายเป็นพุทธบูชาเพื่อน้อมถวายเป็นพุทธบูชา

………………
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครปฐม ภาพ/ข่าว
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

การประชุมขับเคลื่อนระบบ e-Living Willการจัดทำหนังสือแสดงเจตจำนง แบบอิเล็กทรอนิกส์

วันที่ 2 มีนาคม 2569 เวลา 09.00 น. สำนักงานสุขภาพแห่งชาติ (สช.) จัดการประชุม การจัดทำหนังสือแสดงเจตนาตามสิทธิ ด้านสุขภาพแบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Living will ) โดยเชิญ นพ.สุรชัย โชคครรชิตไชย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครปฐม เข้าร่วมบรรยายและเสวนาในประเด็น “รู้สิทธิ์ คืนศักดิ์ศรี เลือกวาระสุดท้ายด้วยตนเอง” ณ ห้องประชุมศรีสง่า โรงแรมริเวอร์ จังหวัดนครปฐม
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

2 นักแสดงหนุ่มดาวรุ่งขวัญใจ FC “อวี๋ซื่อ” และ “ฉื่อซา” ร่วมทัพนักแสดงใน “Blades of The Guardians – ยอดยุทธ์ดาบพิทักษ์”

2 นักแสดงหนุ่มดาวรุ่งขวัญใจ FC “อวี๋ซื่อ” และ “ฉื่อซา” ร่วมทัพนักแสดงในภาพยนตร์แอ็คชั่น-กำลังภายในฟอร์มยักษ์ “Blades of The Guardians – ยอดยุทธ์ดาบพิทักษ์” ใน “Blades of The Guardians – ยอดยุทธ์ดาบพิทักษ์“ นอกจากจะเป็นการรวมตัวของยอดฝีมือรุ่นใหญ่อย่าง อู๋จิง, เซียะถิงฟง และ หลี่เหลียนเจี๋ย (หรือ เจ๊ท ลี) แล้ว หนังยังจับเอา 2 นักแสดงหนุ่มที่มี FC อยู่มากมายมาร่วมทัพนักแสดงในเรื่องอีกด้วยนั่นก็คือ ”อวี๋ซื่อ (Yu Shi / 于适) ดาราหนุ่มดาวรุ่งที่มีชื่อเสียงจากบทของ “จีฟา” ในภาพยนตร์แฟนตาซีฟอร์มยักษ์ “Creation of the Gods I –

กำเนิดเทพเจ้า 1 : อาณาจักรแห่งพายุ“ และ “Born to Fly – ปฏิบัติการจ้าวเวหา” ซึ่งมีความโดดเด่นในด้านของรูปร่างหน้าตาที่คมเข้มทรงแบดบอย และมีทักษะในการขี่ม้า-ยิงธนูที่ยอดเยี่ยมหาตัวจับยาก ส่วนอีกคนหนึ่งที่มี FC มากพอๆ กันก็คือ “ฉื่อซา (Ci Sha – 此沙)” นักแสดงหนุ่มหล่อที่มีจุดเด่นในด้านของบุคลิก

ที่มีความเป็นนักรบ, มีทักษะด้านกีฬาขี่ม้า, ยิงธนู และศิลปะการต่อสู้ โดยมีผลงานด้านการแสดงเด่นๆ อาทิ ”มังกรหยก 2024 (The Legend of Heroes)“ ในบทของ ก๊วยเจ๋ง, Creation of the Gods (封神三部曲) ในบท หยางเจี้ยน และ The Shadow’s Edge (捕风追影) ภาพยนตร์แอ็คชั่นฟอร์มยักษ์ที่อำนวยการสร้างโดย เฉินหลง

เตรียมอ้าแขนต้อนรับผลงานล่าสุดของ 2 นักแสดงหนุ่ม ”อวี๋ซื่อ“ และ ”ฉื่อซา” ใน “Blades of The Guardians – ยอดยุทธ์ดาบพิทักษ์” โดย Movie Copyright (Thailand) เริ่ม 19 มีนาคมนี้ในโรงภาพยนตร์เท่านั้น!!

BladesOfTheGuardiansCast

ขอได้รับความขอบพระคุณจาก
ฝ่ายประชาสัมพันธ์พิเศษ
Movie Copyright (Thailand)
สมปอง วิวัฒน์วรศิลป์ โทร 095-4925241

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตำรวจพิสูจน์หลักฐานจังหวัดลพบุรี ลงพื้นที่อำเภอโคกสำโรง

เมื่อวันอังคารที่ 3 มีนาคม 2569 เวลา 11.00 น. ตามที่ (มว.ต.) นายหมวดตรีกรวี กิจรัตนกาญจน์ สมาชิกกองอาสารักษาดินแดนฯได้เดินทางมาพบพนักงานสอบสวนที่ สภ.โคกสำโรง ภ.จว.ลพบุรี เพื่อพบพนักงานสอบสวนแจ้งความหาผู้กระทำความผิด และได้พบพนักงานสอบสวน พ.ต.ท.ภูษิต ม่วงหมู่ ตำแหน่งสารวัตสอบสวน (หัวหน้างานคดี) สภ.โคกสำโรง ภ.จว.ลพบุรี
โดยได้แจ้งว่า ได้มีเศษขวดตกหล่นอยู่ภายในบ้านและหลังคาบ้าน ผู้แจ้ง

จึงได้ตรวจสอบตามกล้องวงจรปิด ที่ติดตั้งไว้ในบ้าน แต่ก็ไม่เห็นผู้กระทำความผิด ได้ยินแต่เสียงดังล่วงลงมายังพื้นหลังคาบ้าน โดยที่พบขวดเป็นขวดจำพวก แบรนด์รังนกอื่นๆ โดยพบและถ่ายไว้เป็นหลักฐานในวันที่ 20 ม.ค. 2569 และวันที่ 30 ม.ค. 2569 และในวันที่ 14 ก.พ. 2569 ล่าสุดเมื่อคืนวันที่2 มีนาคม 2569 จึงแจ้งให้ตำรวจได้ทำการสืบสวนติดตามผู้ก่อเหตุมาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป และพนักงานสอบสวน จะให้ชุดสืบสวนหาข่าวและให้ทาง (พฐ.) พิสูจน์หลักฐานจังหวัดลพบุรี ได้ลงมาทำการเก็บพยานหลักฐานที่เกิดเหตุ โดยการกระทำครั้งนี้นั้น ไม่ได้เป็นการกระทำครั้งแรก ผู้เสียหายได้รับผลกระทบมาตลอดถึงกับต้องลื้อหลังคาบ้านเพื่อซ่อมแซมความเสียหายมาแล้วก็มี

เวลาต่อมา พ.ต.ท.หญิงสุภสดา ทองกร นวท.(สบ2)พฐ.จว.ลพบุรี
ร.ต.ท.สัณหกร ห้องหนองซำ นวท.(สบ1)พฐ.จว.ลพบุรี
ด.ต.หญิงอมรรัตน์ ศิริสลุง ผบ.หมู่ พฐ.ลพบุรี ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุบ้านเลขที่ 85-87 ถนน ถนนศรีสำโรง ตำบล/แขวง โคกสำโรง อำเภอ/เขต โคกสำโรง จังหวัด ลพบุรี ได้พบกับนายปรีชา กิจรัตนกาญจน์ (ผู้เป็นบิดาของนายหมวดตรีกรวี กิจรัตนกาญจน์) และตรวจหาหลักฐานที่เกิดเหตุและเก็บชิ้นส่วนดังกล่าวเพื่อตรวจพิสูจน์ลายมือชื่อผู้ก่อเหตุ เรียกผู้ต้องสงสัยมาตรวจพิสูทน์ลายมือ และมาดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไปเช่นไรทางทีมข่าวจะติดตามความคืบหน้ามารายงานให้ทราบต่อไป

สนอง แท่นสูงเนิน ทีมข่าว ภาพ/ข่าว

สือรัฐ ทีวี บก.เอกสิทธ์ หมวดทอง