สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กรุงเทพฯ – คึกคัก!! งาน “BCIFW 2026” เปิดรันเวย์เดือด! ดันไทยสู่เวทีแฟชั่นระดับโลก

กรุงเทพฯ กลับมาคึกคักอีกครั้งกับงาน BCIFW BANGKOK CITY INTERNATIONAL FASHION WEEK 2026 งานแฟชั่นโชว์ระดับนานาชาติที่จัดขึ้นเพื่อต้อนรับซีซั่น Spring/Summer โดยปีนี้ถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของวงการแฟชั่นไทย ที่รวบรวมดีไซเนอร์ แบรนด์ และนางแบบนายแบบจากหลากหลาย

ประเทศเข้าร่วมอย่างคับคั่ง ไฮไลต์สำคัญของงานในครั้งนี้ คือการปรากฏตัวของ อาจารย์กรณ์รักษ์ จิรัชภาบริรักษ์ อาจารย์มูเตลูเพื่อธุรกิจจากมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ผู้ได้รับการยอมรับว่าเป็นอาจารย์มูเตลูคนแรกของประเทศไทยและของโลกในรูปแบบหลักสูตรที่มีหน่วยกิต ได้ร่วมเดินแบบบนรันเวย์ให้กับแบรนด์ HilltribeHouse และ ALICIO สร้างความฮือฮาและสีสันให้กับงานเป็นอย่างมาก

นอกจากนี้ ยังได้รับเกียรติจาก ฟ้าใส ปวีณสุดา ดรูอิ้น Miss Thailand Universe 2019 และ TOP 5 Miss Universe 2019 มาร่วมเฉิดฉายบนรันเวย์ เพิ่มความโดดเด่นให้กับโชว์ในครั้งนี้
ภายในงานยังเต็มไปด้วยเหล่าคนดังและเซเลบริตี้ที่ตบเท้าเข้าร่วมเดินแบบ อาทิ ดร.สุนิล พล (Dr. Sunil Phol) ทันตแพทย์ชื่อ

ดังระดับอินเตอร์ พร้อมด้วยลูกสาว “น้องเคธี่” ที่ร่วมสร้างสีสันบนเวที รวมถึงเหล่าหนุ่ม ๆ จากเวที Mister Landscapes 2026 ไม่ว่าจะเป็นเควิน Mister Landscapes เลย 2026ก้อง Mister Landscapes สมุทรปราการ 2026เก่ง Mister Landscapes นครปฐม 2026เฟม Mister Landscapes 2026ทั้งหมดร่วมถ่ายทอดเสน่ห์และเอกลักษณ์ของแฟชั่นผ่านรันเวย์ได้อย่างน่าประทับใจ

งาน BCIFW 2026 ไม่เพียงเป็นเวทีแฟชั่น แต่ยังเป็นแพลตฟอร์มสำคัญที่ผลักดันอุตสาหกรรมแฟชั่นไทยสู่ระดับสากล สะท้อนพลังสร้างสรรค์และศักยภาพของดีไซเนอร์ไทยสู่สายตานานาชาติอย่างแท้จริงBCIFW2026 SpringSummer ALICIO CDC มาดามเฮ้าส์ MaDamHouse #Runway FashionWeek2026 BangkokCityInternationalFashionWeek #HilltribeHouse

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สิงห์บุรีเปิดยิ่งใหญ่! งาน “ตำนานเตาเผาแม่น้ำน้อย” ชูอารยธรรมดินเผา 700 ปี ปลุกท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมกลุ่มจังหวัดภาคกลาง

วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 เวลา19.00 น.นายวราดิศร อ่อนนุช ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี เป็นประธานในพิธี เปิดฉากอย่างอลังการกับงาน “ตำนานเตาเผาแม่น้ำน้อย ดินเผาเล่าเรื่องเมืองสิงห์” ประจำปี พ.ศ. 2569 ณ แหล่งโบราณสถานพิพิธภัณฑ์เตาเผา

แม่น้ำน้อย และวัดพระปรางค์ อำเภอบางระจัน เพื่อประกาศศักดาความเป็นเมืองอู่ข้าวอู่น้ำและแหล่งผลิตเครื่องปั้นดินเผาที่ใหญ่ที่สุดในอดีต หวังดึงนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติเข้าสู่เส้นทางท่องเที่ยวสายศรัทธาและประวัติศาสตร์​ยกระดับโบราณสถาน สู่หมุดหมายท่องเที่ยวคุณภาพสูง

โดยมี นายปฏิญา สันติชาติงาม ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสิงห์บุรี เป็นผู้กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงาน ซึ่งมุ่งเน้นการพลิกฟื้นการท่องเที่ยวไทยสู่รูปแบบคุณค่าสูง (High Value) โดยใช้ทุนทางวัฒนธรรมที่มีมาอย่างยาวนานกว่า 700 ปี ของเตาเผาแม่น้ำน้อยเป็นฐานสำคัญในการเชื่อมโยงกิจกรรมท่องเที่ยวในกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบน

ไฮไลต์สุดตระการตา “แสง สี เสียง” เล่าขานตำนานเมืองสิงห์
​บรรยากาศในวันแรกเต็มไปด้วยความคึกคัก กับการแสดง แสง สี เสียง (Light & Sound) สื่อผสมที่ถ่ายทอดเรื่องราวความรุ่งเรืองของภูมิปัญญาช่างปั้นในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้นได้อย่างสมจริง นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมเด่นที่น่าสนใจ อาทิ:
​การแสดงศิลปวัฒนธรรม: การแสดงโขน, ลิเก, หนังใหญ่ และนาฏมวยไทยที่หาชมได้ยาก

​โซนวิชาการ: การเสวนาความรู้ทางประวัติศาสตร์และการแข่งขันตอบปัญหาชิงรางวัลช้อป ชิม ชิลล์: การออกร้านจำหน่ายสินค้า OTOP เกรดพรีเมียม และอาหารพื้นถิ่นรสชาติดั้งเดิมของชาวสิงห์บุรีความบันเทิง: คอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง อาทิ หนู มิเตอร์, ไข่มุก The Voice, ณัฎฐ์ กิตติสาร และกานดา อาร์สยาม ที่จะสลับสับเปลี่ยนมาสร้างรอยยิ้มตลอด

การจัดงานเชื่อมโยง “เส้นทางสายศรัทธา” กระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนนายวราดิศร อ่อนนุช ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี กล่าวว่า “งานนี้ไม่ได้เป็นเพียงการเฉลิมฉลองอดีต แต่เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการเชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยว ‘ตามรอยพระพุทธบาทกราบศรัทธา’ และวิถีชุมชนลุ่มน้ำเจ้าพระยา-ป่าสัก ซึ่งจะช่วย

สร้างรายได้หมุนเวียนให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน”
​จังหวัดสิงห์บุรีขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวร่วมย้อนรอยอารยธรรมและสัมผัสมนต์เสน่ห์ของดินเผาเมืองสิงห์ในงาน “ตำนานเตาเผาแม่น้ำน้อย ดินเผาเล่าเรื่องเมืองสิงห์” จัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 – 3 พฤษภาคม 2569 ณ พิพิธภัณฑ์เตาเผาแม่น้ำน้อย และวัดพระปรางค์ อำเภอบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี (เข้าชมฟรีตลอดงาน!)

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / พิธีมอบกระเป๋าคัดกรองโครงการสนับสนุน สถานีสุขภาพชุมชน (Health Station)

วันที่ 1 พฤษภาคม 2569นายแพทย์สุรชัย โชคครรชิตไชย
ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครปฐม เป็นประธานในพิธีมอบกระเป๋าอุปกรณ์คัดกรอง โครงการสนับสนุนสถานีสุขภาพชุมชน (Health Station) พร้อมด้วย นายสุภัทร กตัญญูทิตา รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครปฐม แพทย์หญิงบุษยมาศ บุศยารัศมี ผู้ช่วยผู้อำนวยการ

คณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข มอบกระเป๋าอุปกรณ์คัดกรอง (Health Station) ให้แก่เจ้าหน้าที่ รพ.สต.อำเภอเมือง จำนวน 34 แห่ง เพื่อเพิ่มการเข้าถึง บริการคัดกรองสุขภาพเบื้องต้นให้กับประชาชน โดยมีอุปกรณ์ ได้แก่ เครื่องวัดความดันโลหิตแบบดิจิทัล เครื่องเจาะน้ำตาลปลายนิ้ว สายวัดรอบเอว และชุดอุปกรณ์มาตรฐาน ณ ห้องประชุมจตุภัทร ชั้น 4 โรงพยาบาลนครปฐม
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าวนครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / โครงการคนละลูก เดินหน้าสร้างฝันเยาวชนไทย มอบลูกฟุตบอลมิกาซ่าให้โรงเรียนท่างิ้ว(ต.ช.ด.อุปถัมภ์)อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง

พร้อมเปิดคลินิกฟุตบอล ​[ตรัง]– โครงการคนละลูกสานต่อภารกิจสร้างโอกาสทางกีฬาให้เยาวชนไทย จัดกิจกรรม ผู้นำเยาวชนกีฬา ร่วมทำความดี พี่ให้น้อง ปีที่ 8 ประจำปี 2569 มอบลูกฟุตบอลคุณภาพมาตรฐานสากลจาก “มิกาซ่า” (Mikasa) ให้กับโรงเรียนที่ขาดแคลนทั่วประเทศไทย พร้อมเปิดตัวกิจกรรมคลินิกฟุตบอลเพื่อฝึกสอนทักษะพื้นฐานและเทคนิคการเล่นฟุตบอลอย่างถูกวิธีให้กับเด็กๆ

นายวิโรจน์ นิตย์ใหม่ หัวหน้าสำนักงานโครงการคนละลูกจังหวัดตรัง (คนที่ 3 ขวามือ) มอบลูกฟุตบอลมิกาซ่า ให้นายเกรียงไกร ตันเจี่ย ผู้อำนวยการโรงเรียนท่างิ้ว(ต.ช.ด.อุปถัมภ์) จังหวัดตรัง
​โครงการคนละลูก ในฐานะผู้นำเยาวชนด้านกีฬา ได้เล็งเห็นถึง

ความสำคัญของการออกกำลังกายและการสร้างระเบียบวินัยผ่านการเล่นกีฬา โดยเฉพาะฟุตบอลซึ่งเป็นกีฬายอดนิยม แต่ในหลายพื้นที่ยังคงขาดแคลนอุปกรณ์ที่ได้มาตรฐาน ในปีนี้ทางโครงการคนละลูก จึงได้จัดหาลูกฟุตบอลมิกาซ่าเพื่อส่งมอบให้แก่โรงเรียนต่างๆ เพื่อใช้เป็นอุปกรณ์การเรียนการสอนและฝึกซ้อม

นอกจากการมอบอุปกรณ์แล้ว ไฮไลท์สำคัญของกิจกรรมในปีนี้คือการจัด “คลินิกฟุตบอล” โดยได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญ มุ่งหวังที่จะเป็นสะพานส่งต่อโอกาสเหล่านี้ให้กับเด็กไทยทุกคน ไม่ว่าเขาจะอยู่ที่ไหนก็ตาม การสนับสนุนลูกฟุตบอลมิกาซ่าพร้อมกับการให้ความรู้ผ่านคลินิกฟุตบอล จะช่วยให้เยาวชนมีพัฒนาการที่ก้าวหน้าอย่างยั่งยืน

นายศุภชัย ตัณฑสมบูรณ์ ประธานโครงการคนละลูก กล่าว โครงการคนละลูก ผู้นำเยาวชนกีฬา ร่วมทำความดี พี่ให้น้อง ปีนี้เป็นปีที่ 8 ผมต้องขอขอบคุณผู้สนับสนุน บริษัท มิกาซ่า อินดัสตรี้ส์(ไทยแลนด์)จำกัด บริษัท พี.เค.พี.เท็กซ์ไทล์ โปรดักส์ จำกัด บริษัท ซี.อาร์ ทเวลฟ์ กรุ๊ป จำกัด บริษัท ซันสวีท จำกัด(มหาชน) บริษัท กีล่า สปอร์ต จำกัด ที่สนับสนุนโครงการคนละลูกมาโดยตลอดและสำนักสื่อมวลชนทุกสำนักที่ประชาสัมพันธ์ข่าวมาโดยตลอด

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผบช.ภ.5 แถลงข่าวจับกุมชายก่อเหตุฆาตกรรมชายเร่ร่อน 3 ราย ในพื้นที่ สภ.ช้างเผือก สภ.แม่ปิง จ.เชียงใหม่ และ สภ.เมืองเชียงราย

1 พฤษภาคม 2569 เวลา 11.00 น.พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 เป็นประธานการแถลงข่าวจับกุมชายก่อเหตุฆาตกรรมชายเร่ร่อน 3 ราย ในพื้นที่ สภ.ช้างเผือก ต่อเนื่องพื้นที่ สภ.แม่ปิง จ.เชียงใหม่ และพื้นที่ สภ.เมืองเชียงรายโดยมี พล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่, พ.ต.อ.เสวก ชูศิริ ผกก.สภ.ช้างเผือก จ.เชียงใหม่, พ.ต.อ.ญาณพล พัฒนชัย ผกก.สภ.แม่ปิง จ.เชียงใหม่ ร่วมแถลงผลการจับกุม ณ ห้องประชุม ศปก.สภ.ช้างเผือก จ.เชียงใหม่

กรณีเมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 สภ.ช้างเผือก จ.เชียงใหม่ พบศพนายบุญเรือง ชายเร่ร่อน อายุ 51 ปี ถูกแทงคอและเผาอำพรางใต้สะพานรัตนโกสินทร์ และต่อมาวันที่ 30 เมษายน 2569 สภ.แม่ปิง จ.เชียงใหม่ พบศพนายโจ้ ชายเร่ร่อน อายุ 46 ปี ใต้สะพานขัวสลีเวียงพิงค์ต่อมา สามารถติดตามจับกุมนายปะแนะ อายุ 31 ปี ที่อยู่ ต.แม่ยาว อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย ผู้ก่อเหตุ ได้ที่บริเวณหน้าตลาดช้างเผือก จ.เชียงใหม่ และให้การรับสารภาพก่อเหตุฆ่าชายเร่ร่อน 2 ราย ของทั้ง สภ.ช้างเผือก และ สภ.แม่ปิง จ.เชียงใหม่

ตามวันเวลาดังกล่าว และได้ซักถามขยายผล จนนายปะแนะฯ ให้การรับสารภาพว่า ได้ก่อเหตุฆาตกรรมชายเร่ร่อนอีก 1 ราย เหตุเกิด ริมถนนสาธารณะสิงหไคล ต.เวียง อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย เมื่อวันที่ 5 ม.ค.69 ที่ผ่านมา จึงได้แจ้งข้อกล่าวหา นายปะแนะฯ ได้กระทำผิดฐาน “ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและทำลายศพหรือส่วนของศพเพื่อปิดบังการเกิด การตายหรือเหตุแห่งการตาย” นำตัวพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป…

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เทศบาลบ้านกรูด จัดกิจกรรมการถ่ายทอดภูมิปัญญาจากผู้รู้เพื่อพัฒนารักษาและสืบสานที่ยั่งยืน การทำดอกไม้จันทน์และจัดพวงหรีด

วันพุธที่ 29 เมษายน 2569 เวลา 09:00 น.ที่ศูนย์พัฒนาและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เทศบาลตำบลบ้านกรูด อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายอิศรา กาญจนรัตน์ นายกเทศมนตรีตำบลบ้านกรูด

เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการยกระดับคุณภาพชีวิตทุกช่วงวัย กิจกรรมที่ 2 การถ่ายทอดภูมิปัญญาจากผู้รู้เพื่อพัฒนารักษาและสืบสานที่ยั่งยืน (กิจกรรมการทำดอกไม้จันทน์และจัดพวงหรีด)

โดยมี นางสาวพนิดา ชูแข นักพัฒนาสังคมชำนาญการพิเศษ กล่าวรายงานการจัดโครงการ พร้อมด้วย คณะบริหาร ประธานสภาและสมาชิกสภาเทศบาล รองปลัดเทศบาล ผู้อำนวยการทุก

ส่วนกอง หัวหน้าสำนักปลัดเทศบาล หัวหน้าฝ่ายอำนวยการ พนักงานเทศบาล และผู้ร่วมกิจกรรม เข้าร่วมพิธีเปิด และได้รับเกียรติจาก นางสาวจีรวรรณ สุขผล ครูโรงเรียนบางสะพานวิทยา และนางสาววิไล ปักษี ปราชญ์ชุมชน เป็นวิทยากรบรรยาย

โครงการยกระดับคุณภาพชีวิตทุกช่วงวัย กิจกรรมที่ 2 การถ่ายทอดภูมิปัญญาจากผู้รู้เพื่อพัฒนารักษาและสืบสานที่ยั่งยืน (กิจกรรมการทำดอกไม้จันทน์และจัดพวงหรีด) ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กำหนดจัดกิจกรรมระหว่างวันที่ 29 – 30 เมษายน 2569

โดยมีกลุ่มเป้าหมาย ประกอบด้วย ผู้สูงอายุ สมาชิกในครอบครัวผู้สูงอายุ จำนวน 40 คน มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างโอกาสให้ผู้สูงอายุมีอาชีพ สร้างรายได้ สามารถพึ่งพาตนเอง และเป็นการสนับสนุนส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่น

ซึ่งถือเป็นกิจกรรมที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุในพื้นที่เทศบาลตำบลบ้านกรูด อีกทั้งผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้รับความรู้ ประสบการณ์ในการฝึกประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ เพื่อนำไปต่อยอดในการเพิ่มอาชีพและรายได้แก่ผู้ร่วมกิจกรรม

//////////////////////
ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / แม่ทัพภาค 2 เป็นประธานเปิดงานครบรอบ 42 ปี ทหารพรานที่ 21 สานต่อภารกิจความมั่นคงและช่วยเหลือประชาชน

วันที่ 30 เมษายน 2569 ที่กองบังคับการกรมทหารพรานที่ 21 ค่ายศรีสองรัก อำเภอเมือง จังหวัดเลย พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 เป็นประธานในพิธีวันสถาปนากรมทหารพรานที่ 21 ครบรอบ 42 ปี โดยมี พลตรี ประเสริฐ สิงขรเขียว ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 28

นายชัยพจน์ จรูญพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย ให้การต้อนรับ พร้อมด้วย พลตรี มงคล หอทอง ผู้บัญชาการกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี พลตำรวจตรี วีระเดช เลขะวรกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธร

จังหวัดเลย พันเอก ศรณณัฐ นวลมณี ผู้บังคับการกรมทหารพรานที่ 21 ผู้บังคับบัญชาหน่วยทหาร หัวหน้าส่วนราชการ ภาครัฐและเอกชน ตลอดจนกำลังพล อาสาสมัครทหารพราน และครอบครัวเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

ภายในพิธีมีการทำบุญตักบาตรและประกอบพิธีบำเพ็ญกุศล เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่หน่วย และอุทิศส่วนกุศลให้กับข้าราชการทหารผู้เสียสละและพลีชีพเพื่อชาติ นอกจากนี้ยังมีการถวายผ้าป่าสมทบทุนสร้างพิพิธภัณฑ์ปฏิปทาพระธุดงคกรรมฐาน สายหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต พร้อมทั้งมอบทุนการศึกษาแก่บุตรหลานของกำลังพล

สำหรับกรมทหารพรานที่ 21 จัดตั้งขึ้นเพื่อสนับสนุนภารกิจด้านความมั่นคงภายในประเทศ โดยเฉพาะการปราบปรามการก่อความไม่สงบ ควบคู่กับการช่วยเหลือประชาชนและการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ ซึ่งที่ผ่านมาได้ปฏิบัติภารกิจตามมาตรการต่าง ๆ อย่างมีประสิทธิภาพ จนสถานการณ์ความไม่สงบ

ลดระดับลงปัจจุบันบทบาทของทหารพรานได้ปรับเปลี่ยนไปสู่การสนับสนุนภารกิจป้องกันประเทศมากยิ่งขึ้น โดยเน้นการเฝ้าระวังพื้นที่ชายแดน และรองรับภัยคุกคามในระดับต่ำ เพื่อออมกำลังของหน่วยรบหลัก ทั้งนี้ โครงสร้างของหน่วยยังคงมีความยืดหยุ่น คล่องตัว สามารถปรับเพิ่มหรือลดกำลังได้ตามสถานการณ์ ในอนาคต เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ท่าหลวง จ.ลพบุรี ชูสินค้า OTOP “จัดกิจกรรมการจำหน่ายสินค้าไทยช่วยไทย” ลดค่าครองชีพประชาชนฯ

วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 เวลา 08.00 น. ณ หอประชุมอำเภอท่าหลวง ที่ว่าการอำเภอท่าหลวง โดย นางสาวนงลักษณ์ อยู่พุ่ม นายอำเภอท่าหลวง ประธานเปิดงานกิจกรรม การจำหน่ายสินค้า “ไทยช่วยไทย” ลดภาระ ลดค่าครองชีพประชาชนอำเภอท่าหลวง พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน

ผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชน และผู้ผลิต ผลิตภัณฑ์สินค้า OTOP และผู้เข้าร่วมงานกิจกรรม พร้อมกันบริเวณจัดงาน. โดยนางสาวนงลักษณ์ อยู่พุ่ม นายอำเภอท่าหลวง ได้กล่าวว่า อำเภอท่าหลวง ร่วมกับ ผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชน และผู้ผลิตผลิตภัณฑ์สินค้า OTOP ได้จัดกิจกรรม การจำหน่ายสินค้า “ไทยช่วยไทย” ณ ที่ว่าการอำเภอท่าหลวง

โดยนำสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีคุณภาพได้มาตรฐานในราคาพิเศษ มาจัดจำหน่ายให้ทุกท่านได้เลือกชมเลือกซื้อ และยังได้มีการนำผลิตภัณฑ์ชุมชน สินค้า OTOP ผู้ประกอบการายย่อย (SMEs)มาร่วมจัดจำหน่ายสินค้าด้วย เพื่อเป็นการส่งเสริมและพัฒนาให้ผู้ประกอบการรายย่อยมีความสามารถในการแข่งขันมากขึ้น และจะได้ขึ้นทะเบียนกับกระทรวงพาณิชย์เพิ่มเติมต่อไป

ทั้งนี้อำเภอท่าหลวง จะจัดกิจกรรมการจำหน่ายสินค้าฯ ในทุกวันศุกร์ และเริ่มครั้งแรก ในวันนี้ วันศุกร์ที่ 1 พฤษภาคม นี้เป็นต้นไป จะมีสินค้ามาเพิ่มใหม่และสดอยู่ตลอดเวลา โดยในวันนี้จะมีสินค้าเพื่อมาออกร้านค้า ร่วมลดราคาให้ประชาชนดังนี้

  1. ปลาส้ม บ้านท่ากรวด ตำบลแก่งผักกูด
  2. กลุ่มหัตถกรรม บ้านกาญจนา ตำบลแก่งผักกูด
  3. ปลาแปรรูป ผู้ใหญ่ลำดวน
  4. ผักทองดี
  5. ปลาส้ม ผู้ช่วยจำปี พรพรหม
  6. จิ้งหรีดทอด ผู้ใหญ่นุชนารถ
  7. ขนมบ้าบิ่น น้องนุช
  1. สลัดผักไร่ธรรมนาธาร (โคก หนอง นา)
  2. กลุ่มกระเป้า บ้านท่ากรวด ตำบลแก่งผักกูด
  3. ต้นอ่อนทานตะวันพิมลพรรณ
  4. ก๋วยเตี๋ยวลุยสวน ตำบลชับจำปา
  5. กลุ่มสตรี บ้านทุ่งดินแดง
  6. ข้าวโพดทอดกรอบ ตำบลหัวลำ
  7. ผลิตภัณฑ์น้ำตาลทราย ราคาประหยัด จากโรงงานน้ำตาตาล T.N.
  1. กระดาษทิชชู ราคาย่อมเยา จากโรงงานกระดาษวังเปเปอร์
  2. ข้าวสาร ราคาประหยัด จาก ธกส. สาขาท่าหลวง
  3. หอยทอด/ ผัดไท
  4. ขนมจีบ/ ชาลาเปา/ เขียงไม้มะขาม
    และสินค้าอื่นๆอีกมากมาย

สนอง แท่นสูงเนิน
ผอ.ศูนย์ข่าวฯ ประจำจังหวัดลพบุรี ภาพ/ข่าว

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นายก อบจ.นครปฐม มอบเงิน ตร.ภูธรจ.นครปฐม เพื่อจัดทำโครงการติดตั้งระบบกล้องวงจรปิด CCTV (AI) จ.นครปฐม

วันพฤหัสบดีที่ 30 เมษายน 2569 อบจ.นครปฐม โดยการนำของ นายจิรวัฒน์ สะสมทรัพย์ นายก อบจ.นครปฐม มอบเงินอุดหนุนตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม เพื่อจัดทำโครงการติดตั้งระบบกล้องวงจรปิด CCTV (AI) ในเขตความรับผิดชอบของสถานีตำรวจภูธรนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการให้ความช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ตำรวจในการเพิ่มความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ช่วยป้องปรามอาชญากรรม บันทึกภาพเหตุการณ์ไว้เป็นหลักฐานเพื่อแจ้งความหรือดำเนินคดีต่างๆ
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /สมาคมสื่อมวลชน จ.น่าน สืบสานฮีดฮอย ป๋าเพณีปี๋ใหม๋เมืองน่าน การวะขอพร ผู้บริหารบริษท ส.เต็งไตรรัตน์ (น่าน)จำกัด

เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2569 ณ ห้องรับรองผู้บริหารหาร บริษัท ส.เต็งไตรรัตน์(น่าน)จำกัด บ.เจดีย์ ต.ดู่ไต้ อ.เมืองน่าน จ.น่าน นายบุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน พร้อมด้วย นายวิสุทธิ์ ศรีเมือง เลขานุการสมาคมฯ

ร.ต.อ.สถิตย์ ศรีประสม นายปรันต์ เหล่าสุริยงค์ คณะกรรมการสมาคมฯนายกฤษณ์ ธรรมศักดิ์ สมาชิกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่านได้สืบสานฮีดฮอย ป๋าเวณีปี๋ใหม่เมืองน่าน การวะขอพร นายดุสิต(เสี่ยน้อง) นางกนกวรรณ(เก๋)เต็งไตรรัตน์ ผู้บริหารบริษัทส.เต็งไตรรัตน์(น่าน)จำกัด

ต่อมา เสี่ยน้องและคุณเก๋ได้สูมาการะและอวยพรให้ทีมข่าวสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่านให้ประสพความสำเร็จในหน้าที่การงาน มีความสุขความเจริญ และมีสุขภาพที่แข็งแรง ต่อจากนั้นนายบุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่านได้

อวยพรให้คุณดุสิตและคุณนกวรรณ มีสุขภาพที่แข็งแรง กิจการเจริญรุ่งเรืองยิ่งๆขึ้นไปประเพณีรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่วันสงกรานต์ ความเคารพ นอบน้อมต่อบิดามารดาและผู้มีพระคุณมีความกตัญญูกตเวทีของผู้น้อยมาขอขมาลาโทษ

ซึ่งกัน ประเพณีรดน้ำดำหัวเป็นพิธีต่อเนื่องจากวันสงกรานต์หรือวันขึ้นปีใหม่ของไทยเป็นประเพณีที่แสดงถึงความเคารพ นอบน้อมต่อบิดามารดาผู้ใหญ่หรือผู้มีพระคุณเป็นการแสดงออกถึงความกตัญญูกตเวที

ของผู้น้อยและขอขมาลาโทษที่ผู้น้อยอาจจะเคยล่วงเกินผู้ใหญ่อีกทั้งเป็นการขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองตลอดไปตั้งแต่วันแรกของการเริ่มประเพณีสงกรานต์จนถึงวันสุดท้ายของสงกรานต์ คำว่ารดน้ำดำหัวเป็นคำพูดของชาวเหนือที่จะไปรดน้ำขอขมาขอโทษผู้ใหญ่และขอพร

จากผู้ใหญ่ที่ตนเคารพนับถือซึ่งจะมีการอาบน้ำ จริงๆ ฮือฮาทั้งตัวและดำหัวคือสระผมด้วยสิ่งที่ใช้สระผมก็จะเป็นน้ำส้มป่อยหรือน้ำมะกรูด การดำหัว ในความหมายทั่วไปของชาวล้านนาไทยนั้นหมายถึงการสระผม

แต่ในพิธีกรรมโดยเฉพาะเทศกาลสงกรานต์ของทุกๆปีหมายถึงการชำระสะสางสิ่งอันเป็นอัปมงคลในชีวิต ให้วิ ลาดพร้าวไปด้วยการใช้น้ำส้มป่อยเป็นเครื่องชำระจึงใช้คำว่าดำหัวมาต่อท้ายคำว่าลดน้ำซึ่งมีความหมายคล้ายกันกลายเป็นคำซ้อนคำว่ารดน้ำดำหัวประเพณีรดน้ำดำหัวถือว่าเป็น

ประเพณีที่ดีงามอีกประเภทหนึ่งที่ประชาชนชาวไทยถือปฏิบัติ เวลาที่ยาวนานซึ่งการรดน้ำดำหัวผู้สูงอายุหรือญาติผู้ใหญ่บุคคลผู้ที่ตนให้ความเคารพนับถือการรดน้ำดำหัวนั้นจะเป็นการ

ขอโทษขออภัยซึ่งกันและกันที่เคยล่วงเกินกันหลายปีที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นการล่วงเกินทางกายล่วงเกินทางวาจาหรือว่าการล่วงเกินทางใจทั้งที่ตั้งใจและไม่ตั้งใจ ดอลลาร์หรือว่าลับหลังก็ตามประเพณีรดน้ำดำหัว

หรือบางครั้งก็เรียกว่าประเพณีปีใหม่เมืองจะมีในระหว่างวันที่ 13 -15 เดือน เมษายนของทุกปีหรือวันสงกรานต์นั่นเองประเพณีรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ส่วนใหญ่จะกระทำกันในวันสุดท้ายของ

เทศกาลสงกรานต์เพียงวันเดียวหรือวันเถลิงศกนั่นเอง ประเพณีรดน้ำดำหัวเป็นสิ่งที่ทำต่อเนื่องกันมายาวนานในปีใหม่ของไทยเป็นการแสดงความเคารพและกตัญญูต่อบิดามารดาผู้ใหญ่และผู้

มีพระคุณ ด้วยความเชื่อที่ว่าการขอขมาลาโทษพร้อมทั้งรับคำอวยพรเพื่อเสริมสิริมงคลของชีวิตและประเพณีนี้ยังทรงคุณค่ามาจนทุกวันนี้ และเมษายนของทุกปีหรือวันสงกรานต์นั่นเองสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน สงกรานต์น่าน ปี2569การวะผู้บริหารบริษัท ส.เต็งไตรรัตน์น่าน สืบสานประเพณีไทย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รพ.กรุงเทพพัทยา จัดประชุม “Comprehensive Neuroscience 2026” ยกระดับบุคลากรการแพทย์ทั่วภาคตะวันออก

วันที่ 30 เมษายน 2569 ที่ห้องประชุม D1 อาคาร D ชั้น 10 โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา จ.ชลบุรี ศูนย์สมองและระบบประสาท โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา ได้จัดงานประชุมวิชาการครั้งสำคัญ “Comprehensive Neuroscience 2026: Advancing Trends into Practice” โดยมี พญ.พีรพรรณ เจรจาปรีดี รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา กล่าวต้อนรับและกล่าวเปิดการประชุมวิชาการท่ามกลางบุคลากรทางการแพทย์เข้าร่วมทั้งในรูปแบบออนไลน์ (Online) และออนไซต์ (On-site) กันอย่างพร้อมเพรียง

การประชุมวิชาการครั้งนี้ ถือเป็นการรวบรวมทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญระดับแนวหน้า ทั้งจากโรงพยาบาลกรุงเทพพัทยาและโรงพยาบาลเครือข่าย มาร่วมถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์เจาะลึก อัปเดตเทรนด์ เทคโนโลยี และแนวทางการรักษาโรคทางสมองและระบบประสาท นำไปสู่การปฏิบัติจริง (Advancing Trends into Practice) เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยให้ดียิ่งขึ้นในหลากหลายหัวข้อที่กำลังเป็นที่จับตามองในแวดวงประสาทวิทยา อาทิเจาะลึกโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke): ตั้งแต่การอัปเดต Guideline แนวทางการรักษา, การเชื่อมโยงเครือข่ายระบบส่งต่อผู้ป่วย (Integrated Stroke Network) ไปจนถึงทางเลือกใหม่ในการรักษาและการฟื้นฟู (Advance Neuro rehabilitation)อัปเดตโรคความเสื่อมของระบบประสาท: เกณฑ์การวินิจฉัยและระยะของโรคอัลไซเมอร์ (Alzheimer’s Disease) รวมถึงแนวทางการรับมือกับโรคพาร์กินสัน

นวัตกรรมเพื่อความปลอดภัย เทคโนโลยีที่ช่วยให้มองเห็นสิ่งที่มองไม่เห็น เพื่อความปลอดภัยสูงสุดในการผ่าตัดสมอง (Technologies for safer brain surgery)
ครอบคลุมโรคทางประสาทวิทยาอื่นๆ แนวทางการรับมือกับอาการปวดศีรษะที่พบบ่อย (Common Headache for Non Neurologist) และกลุ่มโรคเส้นประสาทร่วมกล้ามเนื้อจากพันธุกรรม (Genetic Neuromuscular)ในยุคที่องค์ความรู้ทางการแพทย์ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว งานประชุมนี้ถือเป็นเวทีสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถของบุคลากร เพื่อให้ศูนย์สมองและระบบประสาท โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา สามารถก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ด้านประสาทวิทยาในภาคตะวันออกได้อย่างแท้จริง

นอกจากความก้าวหน้าทางวิชาการแล้ว ภายใต้นโยบายด้านการพัฒนาของ รพ.กรุงเทพพัทยา ที่ให้ความสำคัญและใส่ใจกับความต้องการและเป้าหมายของผู้ป่วยเป็นสิ่งที่โรงพยาบาลคำนึงถึงเป็นอันดับแรก จึงมุ่งเน้นการดูแลรักษาโดยให้ความสำคัญกับผู้รับการรักษาเป็นเป้าหมายสูงสุด โดยเริ่มพัฒนาด้วยการใช้ข้อมูลที่ได้จากประสบการณ์ของผู้ป่วย ซึ่งผลลัพธ์ดังกล่าวยังเป็นประโยชน์นำไปสู่การพัฒนาการจัดบริการที่เน้นผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง ตลอดจนกระบวนการในการดูแลรักษาระหว่างผู้ป่วยและทีมผู้ให้การรักษาให้ได้ผลลัพท์ที่ดี และผู้ป่วยสามารถกลับไปดำรงชีวิตอย่างปกติสุขได้ในที่สุด

ศูนย์สมองและระบบประสาท โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา หนึ่งในศูนย์แห่งความเป็นเลิศทางการแพทย์ (Center of Excellence) ที่เป็นศูนย์การแพทย์ชั้นนำพร้อมด้วยแพทย์มีประสบการณ์ทุกสาขา รวมถึงเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ครบครัน พร้อมพัฒนายกระดับมาตรฐานการรักษา และยืนยันความมุ่งมั่นในการเป็นผู้นำด้านการดูแลผู้ป่วยโรคทางสมองและระบบประสาท เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนในภาคตะวันออกต่อไป

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “ ครอบครัวตำรวจ เราไม่ทิ้งกัน” รอง ผบช.ภ.7 พร้อม ผบก.ภ.จว.นครปฐม นำคณะเยี่ยมตำรวจทุพพลภาพ สภ.ดอนตูม มอบเงิน-สิ่งของ สร้างขวัญกำลังใจ

“ ครอบครัวตำรวจ เราไม่ทิ้งกัน” รอง ผบช.ภ.7 พร้อม ผบก.ภ.จว.นครปฐม นำคณะเยี่ยมตำรวจทุพพลภาพ สภ.ดอนตูม มอบเงิน-สิ่งของ สร้างขวัญกำลังใจพล.ต.ต.อนันต์ นานาสมบัติ
รอง ผบช.ภ.7พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ผบก.ภ.จว.นครปฐม

คุณปุญภา อุปพงษ์ประธานแม่บ้านตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐมพร้อมด้วยพ.ต.อ.ยงลิต ศุภผลผกก.สภ.ดอนตูมพ.ต.ท.สมยศ ทรัพย์จรัสแสงรอง ผกก ป.สภ.ดอนตูมพ.ต.ท.ทักษิณ ทองดี

สว.อก.สภ.ดอนตูมว่าที่ พ.ต.ต.สมองค์ ใจสำรวมสวป.สภ.ดอนตูม
คุณสุธาสินี ตุมรสุนทรคุณกิ่งแก้ว ศุภผลคุณนิยม ฆ้องรัตนพรชัย
สมาชิกแม่บ้าน ภ.จว.นครปฐมและข้าราชการตำรวจในสังกัด ภ.จว.นครปฐม

ร่วมตรวจเยี่ยม ด.ต.วรรณลภย์ บุญพันธ์ ผบ.หมู่ (ป.) สภ.ดอนตูม ข้าราชการฯตำรวจสังกัด ภ.จว.นครปฐม ที่ทุพพลภาพจากการปฏิบัติหน้าที่ ตามโครงการ “ครอบครัวตำรวจ เราไม่ทิ้งกัน เพื่อตำรวจที่ทุพพลภาพจากการปฏิบัติหน้าที่”

ในการนี้ พล.ต.ต.อนันต์ นานาสมบัติ รอง ผบช.ภ.7 ได้มอบเงินสวัสดิการข้าราชการตำรวจ จำนวน 5,000 บาท และคุณปุญภา อุปพงษ์ ประธานแม่บ้านตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม ได้มอบเงินช่วยเหลือจากสมาคมแม่บ้านตำรวจ จำนวน 5,000 บาท เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ

ทั้งนี้ พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ ผบก.ภ.จว.นครปฐม ได้นำเครื่องอุปโภคบริโภคและสิ่งของจำเป็นมามอบให้แก่ข้าราชการตำรวจและครอบครัว
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นรข.ไล่ล่าลอบขน “กระเทียมเถื่อน” ข้ามโขง ยึดของกลางกว่า 1.3 ตัน คนร้ายหนีทัน ทิ้งของกลางริมฝั่งโขง

เมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 28 เมษายน 2569 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ร.ต.ณรงค์ เอมดี ผู้บัญชาการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (นรข.) และ น.อ.แมนรัตน์ บุญสวัสดิ์ ผู้บังคับการ นรข.เขตนครพนม

ได้สั่งการให้ น.ท.โอรส พุทธโค หัวหน้าสถานีเรือมุกดาหาร นำกำลังชุดลาดตระเวนทางเรือออกตรวจเข้มบริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง บ้านบางทรายใหญ่ ตำบลบางทรายใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร หลังได้รับแจ้งเบาะแสว่าจะมีการลักลอบนำเข้าสินค้าผิดกฎหมายจากประเทศเพื่อนบ้าน

กระทั่งเวลาประมาณ 00.30 น. วันที่ 29 เมษายน เจ้าหน้าที่ตรวจพบเรือต้องสงสัยแล่นมาจากฝั่งแขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว มุ่งหน้าสู่ฝั่งไทย บริเวณร้านหมูกระทะ ใกล้ถนนคนเดินริมโขง ใต้สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 2 โดยพบกลุ่มบุคคลประมาณ 8-10 คน ยืนรอรับของอยู่ริมฝั่ง

เมื่อเรือเข้าจอดเทียบฝั่ง กลุ่มบุคคลดังกล่าวได้ช่วยกันลำเลียงวัตถุคล้ายกระสอบขึ้นจากเรือ เจ้าหน้าที่จึงเร่งเข้าปิดล้อมและแสดงตัวเข้าตรวจสอบ แต่กลุ่มผู้กระทำผิดไหวตัวทัน ทิ้งของกลางและเรือ อาศัยความมืดหลบหนีไปได้

จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุ พบเป็นกระเทียมบรรจุอยู่ในกระสอบจำนวนมาก เจ้าหน้าที่จึงเฝ้าตรวจพื้นที่จนถึงเวลา 02.30 น. แต่ไม่มีผู้ใดมาแสดงตัวเป็นเจ้าของ จึงทำการตรวจยึดของกลางทั้งหมดกลับไปยังสถานีเรือมุกดาหาร

ผลการตรวจสอบโดยละเอียด พบกระเทียมจำนวน 73 กระสอบ น้ำหนักรวมประมาณ 1,387 กิโลกรัม หรือเฉลี่ยกระสอบละประมาณ 19 กิโลกรัม ซึ่งเข้าข่ายเป็นสินค้าลักลอบนำเข้าผิดกฎหมาย เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการตามขั้นตอน และนำส่งด่านศุลกากรมุกดาหารเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ภาพ/ข่าว เดวิท-ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงานกระเทียมเถื่อน #ลักลอบนำเข้า #แม่น้ำโขง #นรข #มุกดาหาร #ข่าวอาชญากรรม #ชายแดนไทยลาว #ของเถื่อน #หนีภาษี #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้ #สำนักข่าวCIAประเทศไทย #CIAThailand

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ตรวจฯสำนักนายกฯ และคณะกรรมการธรรมมาธิบาล จ. ก.ธ.จ. ลงพื้นที่ จ.ประจวบฯ ตรวจโครงการสะพานข้ามทางรถไฟ หลังชาวบ้านร้องเรียน

วันอังคารที่ 28 เมษายน 2569 ที่ห้องประชุม ชั้น 2 ที่ว่าการอำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นางสาววรพรรณ เลิศไกร ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เขตตรวจราชการที่ 4 ในฐานะประธานกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ (ก.ธ.จ.) ครั้งที่ 1/2569

โดยมี นายทนงศักดิ์ รุ่งรัศมี ปลัดอาวุโสอำเภอทับสะแก น.ส.ปารีณา ซักเซ็ค นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลทับสะแก นายสุวัฒน์ สมะตะ โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ คณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ (ก.ธ.จ.) หัวหน้าแขวงทางหลวงชนบท ตัวแทนการรถไฟแห่งประเทศไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง

สำหรับวาระเพื่อพิจารณา ที่ประชุมได้ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาสะพานเกือกม้าข้ามทางรถไฟทางคู่ในพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในการสัญจรของประชาชน โดยได้หารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ การรถไฟแห่งประเทศไทย แขวงทางหลวงชนบทประจวบคีรีขันธ์ สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัด นายอำเภอทับสะแก และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อกำหนดแนวทางปรับปรุงแก้ไขให้มีความปลอดภัยและเหมาะสมกับสภาพพื้นที่

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้พิจารณาการสอดส่องโครงการพัฒนาพื้นที่ตามแนวพระราชดำริและหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยมีมติให้บรรจุโครงการดังกล่าวไว้ในแผนการสอดส่องของ ก.ธ.จ. เพิ่มเติม พร้อมกำหนดแผนลงพื้นที่ในระยะต่อไป รวมถึงการนำเสนอผลการสอดส่องโครงการตามแผนปฏิบัติงาน จำนวน 7 โครงการ และการพิจารณาเรื่องร้องเรียนของประชาชน กรณีการก่อสร้างถนนสายเพชรเกษมช่วงหัวหิน–ปราณบุรี และเรื่องอื่น ๆ โดยเฉพาะโครงการพัฒนาน้ำบาดาลเพื่อความมั่นคงระดับชุมชนที่มีลักษณะทิ้งร้าง ซึ่งที่ประชุมมีมติรับไว้พิจารณาและเร่งรัดหาแนวทางแก้ไข

ในช่วงบ่าย คณะกรรมการฯ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงบริเวณจุดเสี่ยงสะพานเกือกม้าข้ามทางรถไฟทางคู่ จำนวน 4 จุด ในพื้นที่อำเภอทับสะแก ได้แก่ บริเวณหน้าเทศบาลตำบลทับสะแก จุดกลับรถหมู่ที่ 1 ตำบลนาหูกวาง จุดกลับรถหน้าโรงเรียนบ้านดอนทราย และจุดกลับรถบ้านโคกตาหอม หมู่ที่ 9 ตำบลอ่างทอง เพื่อตรวจสอบสภาพปัญหาและรับฟังข้อคิดเห็นจากหน่วยงานในพื้นที่

พร้อมกันนี้ ได้ลงพื้นที่ติดตามโครงการพัฒนาน้ำบาดาลเพื่อความมั่นคงระดับชุมชน หมู่ที่ 9 ตำบลอ่างทอง เพื่อตรวจสอบสภาพการดำเนินงานจริง และนำข้อมูลมาประกอบการพิจารณาแนวทางฟื้นฟูหรือปรับปรุงโครงการให้สามารถกลับมาใช้ประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อันจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืนต่อไป

ข่าว. ณัฐธภพ พันสาย. / จ.ประจวบคีรีขันธ์. 0623644468

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / คณะผู้เข้าอบรมหลักสูตรผู้นำการพยาบาลจากวิทยาลัยนักบริหารสาธารณสุข เข้าศึกษาดูงาน Smart Health Care โรงพยาบาลนครปฐม

วันที่ 29 เมษายน 2569 เวลา 09.00 น. นายแพทย์ สุรชัย โชคครรชิตไชย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครปฐม กล่าวต้อนรับ นายแพทย์ ชายตา สุจิตนพรัหม ผู้อำนวยการวิทยาลัยนักบริหารสาธารณสุข พร้อมด้วย ดร.ราศรี ลีนะกุล อดีตเลขาธิการสภาการพยาบาล และผู้เข้าอบรมหลักสูตรฝึกอบรมผู้นำการพยาบาล รุ่นที่ 10 ประจำปี 2569

เข้าศึกษาดูงานหัวข้อ ”Smart Health Care โรงพยาบาลนครปฐม” วัตถุประสงค์ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพผู้นำการพยาบาล รุ่นที่ 10 ให้ได้เรียนรู้ระบบบริหารจัดการบริการทางการแพทย์
ที่ทันสมัย

และมาตรฐานการดูแลผู้ป่วยที่มีประสิทธิภาพ เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาองค์กรพยาบาลและยกระดับการบริหารจัดการสาธารณสุข ณ ห้องประชุมจตุภัทร ชั้น 4 โรงพยาบาลนครปฐม
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เปิดเส้นทาง “แม่น้ำน้อย” ชูตำนานเตาเผา 700 ปี ดึงสื่อร่วม PRESS TOUR ปลุกกระแสเที่ยวงานดินเผาเมืองสิงห์

เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสิงห์บุรี นำโดย นายปฏิญญา สันติชาติงาม ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสิงห์บุรี จัดกิจกรรม PRESS TOUR เส้นทาง “แม่น้ำน้อย” พาคณะสื่อมวลชนจาก 6 จังหวัดภาคกลางตอนบน

ได้แก่ สิงห์บุรี ลพบุรี สระบุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา และชัยนาท ลงพื้นที่อำเภอบางระจัน เพื่อประชาสัมพันธ์และสร้างการรับรู้ก่อนถึงงานใหญ่ “ตำนานเตาเผาแม่น้ำน้อย ดินเผาเล่าเรื่องเมืองสิงห์” ที่กำลังจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1–3 พฤษภาคม 2569 ณ พิพิธภัณฑ์เตาเผาแม่น้ำน้อย

การลงพื้นที่ครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดสิงห์บุรีสมาพันธ์ SME ไทยจังหวัดสิงห์บุรี และ บริษัทประชารัฐรักสามัคคีสิงห์บุรีวิสาหกิจเพื่อสังคมจำกัด ทำหน้าที่นำคณะสื่อมวลชนเปิดประสบการณ์ท่องเที่ยวเชิง

วัฒนธรรมและศรัทธา เริ่มต้นที่ “เตาเผาแม่น้ำน้อย” แหล่งโบราณคดีสำคัญอายุราว 700 ปี ซึ่งเคยเป็นศูนย์กลางการผลิตเครื่องปั้นดินเผาที่มีชื่อเสียงในระดับโลก สะท้อนถึงภูมิปัญญาและความรุ่งเรืองของชุมชนในอดีต

จากนั้นเดินทางสู่ “วัดม่วงชุม” กราบสักการะหลวงพ่อขาว ศูนย์รวมจิตใจของชาวบ้านและสายศรัทธา ก่อนแวะชมความงดงามของ “วัดจุกคลี” ที่โดดเด่นด้วยพระพุทธรูปองค์ใหญ่และจิตรกรรมบนโอ่งจำนวนมาก ซึ่งสะท้อนอัตลักษณ์ท้องถิ่นได้

อย่างน่าสนใจต่อเนื่องด้วย “วัดสะเดา” ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวจากโบสถ์ประดับเครื่องลายครามสังคโลก พร้อมกิจกรรมลอดเบี้ยแก้เสริมสิริมงคล ก่อนปิดท้ายเส้นทางที่ “วัดพระปรางค์ชันสูตร” ชมพระปรางค์โบราณสมัยอยุธยา และพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงเครื่องปั้นดินเผาทรงคุณค่าอย่างใกล้ชิด

นอกจากนี้ คณะสื่อมวลชนยังได้สัมผัสเสน่ห์อาหารพื้นถิ่นรสจัดจ้านที่ “ร้านลาบมะลิวัลย์” ซึ่งสะท้อนวิถีชีวิตและรสชาติแบบบ้าน ๆ ของชาวสิงห์บุรีได้อย่างลงตัวนายปฏิญญา สันติชาติงาม กล่าวว่า การจัดกิจกรรม PRESS TOUR ในครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อสร้างการรับรู้และกระตุ้นการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของจังหวัดสิงห์บุรี ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง พร้อมเชิญ

ชวนนักท่องเที่ยวร่วมสัมผัสเสน่ห์ของงาน “ดินเผาเล่าเรื่องเมืองสิงห์” ที่จะถ่ายทอดเรื่องราวผ่านภูมิปัญญาท้องถิ่นอย่างมีชีวิตชีวาทั้งนี้ งาน “ตำนานเตาเผาแม่น้ำน้อย ดินเผาเล่าเรื่องเมืองสิงห์” จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1–3 พฤษภาคม 2569

ณ พิพิธภัณฑ์เตาเผาแม่น้ำน้อย อำเภอบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี คาดว่าจะเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญที่ช่วยสร้างสีสันและกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของพื้นที่ได้อย่างคึกคักในช่วงต้นฤดูท่องเที่ยวนี้.

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / คืบหน้าคดี สูติบัตรทิพย์ โคราช สอบพยานแล้ว 4-5 ปาก พบผู้เกี่ยวข้อง 27 ราย คาดส่งสำนวน ป.ป.ช. ต้นเดือนหน้า

นครราชสีมา ความคืบหน้ากรณี ดร.กิติพงศ์ พงศ์สุรเวท นายกเทศมนตรีตำบลโพธิ์กลาง เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่งานทะเบียนของเทศบาลตำบลโพธิ์กลาง ที่ สภ.เมืองนครราชสีมา หลังตรวจพบทุจริตในงานทะเบียนราษฎร มีพฤติการณ์ปลอมเอกสารแจ้งเกิดให้บุคคลต่างชาติเป็นขบวนการ และเรียกรับผลประโยชน์รายละหลักหมื่นบาทนั้น

ล่าสุด วันพุธที่ 29 เมษายน 2569 พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ พรหมทา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างเร่งรัดดำเนินการสอบสวนอย่างต่อเนื่อง โดยฝ่ายสืบสวนได้ลงพื้นที่หาข้อมูลเชิงลึก พร้อมรวบรวมเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับคดีเพิ่มเติมจากผู้เกี่ยวข้อง เพื่อนำมาประกอบในสำนวนคดี

เบื้องต้นพบผู้ที่เกี่ยวข้องในขบวนการดังกล่าวจำนวน 27 ราย และได้มีการสอบปากคำพยานไปแล้วประมาณ 4-5 ปาก ซึ่งทุกปากคำล้วนเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี ขณะเดียวกันยังอยู่ระหว่างเรียกพยานเพิ่มเติม รวมถึงรวบรวมเอกสารหลักฐานสำคัญ เพื่อให้คดีมีความรัดกุมมากที่สุดผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา กล่าวเพิ่มเติมว่า แม้มีกระแสข่าวว่าลักษณะการกระทำผิดอาจเกิดขึ้นในพื้นที่เทศบาลอื่น แต่หากหน่วยงานใดตรวจพบความผิดปกติ ขอให้นำข้อมูลมาแจ้งต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อเข้าตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายทันที

สำหรับความยากง่ายของคดีดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันว่าเป็นคดีที่สามารถดำเนินการได้ตามกระบวนการปกติ เพียงแต่เป็นคดีที่อยู่ในความสนใจของประชาชน จึงต้องดำเนินการด้วยความรอบคอบและโปร่งใสทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจยังฝากถึงประชาชน หากพบเบาะแสหรือสิ่งผิดปกติ ไม่ว่าจะเกี่ยวข้องกับคดีอาญา หรือบุคคลต่างชาติที่มีพฤติการณ์น่าสงสัย

สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ใกล้เคียง หรือโทรแจ้งสายด่วน 191 ได้ตลอด 24 ชั่วโมงอย่างไรก็ตาม คาดว่าการรวบรวมพยานหลักฐานและจัดทำสำนวนคดี จะแล้วเสร็จและส่งให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาได้ ไม่เกินช่วงต้นเดือนหน้า เพื่อตรวจสอบและดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

ภาพ ประสิทธิ์ วนะชกิจ/ข่าว กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผบช.ภ.5 แถลงข่าวจับกุมชาวจีนหัวหน้าแก๊งฉ้อโกงออนไลน์และหญิงไทย ทำหน้าที่จัดหาบัญชีม้า รวมทั้งหมด 3 ราย

วันพุธที่ 29 เมษายน 2569 เวลา 11.00 น. พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 เป็นประธานการแถลงข่าวผลการปฏิบัติคดีอาชญากรรมออนไลน์ ของ ชุด PCT ภ.จว.เชียงใหม่ ร่วมกับ สภ.เมืองเชียงใหม่ จับกุมชาวจีนหัวหน้าแก๊งฉ้อโกงออนไลน์และหญิงไทยทำหน้าที่จัดหาบัญชีม้า รวมทั้งหมด 3 ราย ร่วมกันหลอกลวงผู้เสียหาย ในพื้นที่ อ.เมืองเชียงใหม่ ข่มขู่ กักขัง หน่วงเหนี่ยว และบังคับให้ผู้เสียหาย ทำธุรกรรมรับโอนเงินจากบัญชีม้าหลายครั้ง

โดยมี พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ และ พ.ต.อ.ปรัชญา ทิศลา ผกก.สภ.เมืองเชียงใหม่ ร่วมแถลงผลการจับกุมณ ห้องประชุม สภ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่โดยผู้ต้องหาทั้งหมดได้ร่วมกันกระทำความผิดเป็นขบวนการ โดยแบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจน ใช้วิธีโพสต์ประกาศรับสมัครงานผ่านสื่อสังคมออนไลน์ หลอกลวงผู้เสียหาย

ให้ติดต่อและนัดพบในพื้นที่ อ.เมืองเชียงใหม่ ก่อนพาไปกักขัง ข่มขู่ และบังคับให้มอบโทรศัพท์มือถือพร้อมแอปพลิเคชันธนาคาร เพื่อใช้บัญชีเป็นบัญชีม้ารับโอนเงินจากการกระทำความผิดจากนั้นนำเงินไปซื้อสินค้า เช่น โทรศัพท์มือถือ หรือแปลงเป็นเงินสดและทรัพย์สินอื่น เพื่อกระจายต่อในเครือข่าย เมื่อบัญชีถูกอายัดจะปล่อยตัวผู้เสียหายพร้อมให้ค่าตอบแทน โดยมีการติดต่อสื่อสารและวางแผนผ่านแอปพลิเคชัน Telegram เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่..

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผบก.ภ.จว.นครปฐม เร่งติดตามคดีเสียชีวิตจากศัลยกรรม สั่งรวบรวมพยานครบถ้วน ให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย

วันที่ 28 เม.ย.69เวลา 14.00 น.พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์บก.ภ.จว.นครปฐมพร้อมด้วยพ.ต.อ.พงษ์สวัสดิ์ คำปาเชื้อรอง ผบก.ภ.จว.นครปฐมพ.ต.อ.พัฒพงศ์ คนแรงรอง ผบก.กค.ภ.7 ปฏิบัติราชการรอง ผบก.ภ.จว.นครปฐม

พ.ต.อ.อุดมชาติ ทองไซร้ผกก.(สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวนฯ
พ.ต.อ.ปิโยรส กัณหะสิริผกก.สืบสวน ภ.จว.นครปฐมพ.ต.อ.อชิรวัตติ์ ถาวรเจิรญวัติผกก.สภ.เมืองนครปฐมว่าที่ พ.ต.อ.วันนิวัติ ปัญญาวานิชกุลผกก.(สอบสวน) กตค.บก.กค.ภ.7

ช่วยราชการ สภ.ในสังกัด ภ.จว.นครปฐมพ.ต.ท.ภัฎ อินเถลิงศักดิ์รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.เมืองนครปฐมพ.ต.ท.ฤทธิชัยปกรณ์ ดำรงค์อิทธิสกุลรอง ผกก.สส.สภ.เมืองนครปฐมและเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนประชุมติดตามความคืบหน้าในคดีเหตุเสียชีวิต

จากการทำศัลยกรรมในคลินิกแห่งหนึ่งในพื้นที่จังหวัดนครปฐม ซึ่งเป็นคดีที่อยู่ในความสนใจของประชาชนและปรากฏข้อมูลผ่านสื่อสังคมออนไลน์ในวงกว้างนั้น เพื่อให้การดำเนินคดีเป็นไปด้วยความรวดเร็ว รอบคอบ และเกิดความเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย ได้กำชับและเร่งรัดพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบคดี

ให้ดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องทุกประการอย่างครบถ้วน อาทิ พยานบุคคล พยานเอกสาร เวชระเบียน และพยานหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ รวมถึงประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมอย่างใกล้ชิด โดยพนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกผู้ต้องหาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

พร้อมกันนี้ พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ ผบก.ภ.จว.นครปฐม ได้พบกันบิดาและน้องชายของผู้เสียชีวิต ที่มาพบพนักงานสอบสวนเพื่อสอบถามความคืบหน้าทางคดี จึงได้ชี้แจงข้อเท็จจริง ขั้นตอนการสืบสวนสอบสวนและความคืบหน้าทางคดี เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง ซึ่งญาติของผู้เสียชีวิตมีความพอใจพึงพอใจและขอบคุณในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เป็นไปอย่างรวดเร็ว และเป็นธรรม

ทั้งนี้ ได้สั่งการให้พนักงานสอบสวนมีการแจ้งความคืบหน้าทางคดีอย่างต่อเนื่อง และรายงานผลการดำเนินการให้ผู้บังคับบัญชารวมถึงผู้เสียหายทราบเป็นระยะ เพื่อพิจารณาสั่งการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไปณ ห้องประชุม ชั้น 3 สภ.เมืองนครปฐม
ต.พระปฐมเจดีย์ อ.เมือง จว.นครปฐม
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

วัดสะพานศรี จ.สกลนคร งานนมัสการพระธาตุฯสักการะหลวงพ่อทันใจ ของหลวงปู่อนันต์ 31 มีนาคม 2569

รายการ.วิธีธรรม วิธีไทย ทางช่อง 5 เทปนี้ ออกอากาศ เมื่อวันอาทิตย์ ที่ 5 มีนาคม 2569 เวลา 06.00 – 06.30 น. ในงานนมัสการพระธาตุฯสักการะหลวงพ่อทันใจ ของหลวงปู่อนันต์ 31 มีนาคม 2569 .วัดสะพานศรี จ.สกลนคร โดยมี ดร.ฉวีวรรณ คำพา มาเป็นประธาน

เหรียญหลวงปู่บุญผัน รุ่นเสาร์5 วัดสิริสาลวัน เมืองหนองบัวลำภู มีนักมวยคนดัง ร่วมงาน 11 เมษายน 2569


วัดสิริสาลวัน เมืองหนองบัวลำภู จัดทำ เหรียญหลวงปู่บุญผัน รุ่นเสาร์5 วัดสิริสาลวัน เมืองหนองบัวลำภู มีนักมวยคนดัง ร่วมงาน 11 เมษายน 2569

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตร.สภ.โชคชัยสอบสวน ผู้ก่อเหตุชาวจีนปล้นร้านทอง ใน ต.ด่านเกวียน อ.โชคชัย

เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2569 เวลา 09.00 น. ณ สภ.โชคชัย อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา บรรยากาสภายในห้องสอบสวน เต็มไปด้วยความตึงเครียด ผู้ก่อเหตุปล้นร้านทอง ถูกแยกสอบ พร้อมด้วยล่ามแปลภาษา

ซึ่งเป็นหญิงนั่งทางด้านซ้ายของผู้ก่อเหตุ สีหน้าของผู้ก่อเหตุดูค่อนข้างเครียด เบื้องต้นผู้ก่อเหตุได้ให้การกับ ตร.ฝ่ายสอบสวนว่า ได้ถูกหลอกให้มาซ่อมโดรน ในเมืองไทยค่าจ้าง ลำละ1,300,000 บ.แต่ยังไมได้ทำงาน เงินที่มีอยู่ก็ใช้ไปจนเกือบหมด จากการท่องเที่ยว

ทั้งสองจึงขับรถไปเรื่อย จึงก่อเหตุปล้นร้านทองดังกล่าว โดย ใช้ ของแข็งคล้ายค้อน ทุบกะจก แล้ว กวาดแหวนทอง จำนวน 44 วง ต่างหู 24 วง รวมมูลค่า ประมาณ 800,000 บ. แล้วขับรถเก๋งสีขาว หลบหนีเข้า กทม. จึงถูก ตร.สน.ประเวทจับได้

ในเวลาต่อมาวันเดียวกัน เวลา 15.00 น. พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ พรหมทา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โชคชัยจังหวัดนครราชสีมา ควบคุมตัว 2 ผู้ต้องหาชาวจีน คือนาย ซู จิน เทา อายุ27ปี และนายซอง ฮาวหลง อายุ 19 ปี ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ภายในร้านทองที่เกิดเหตุ ต.ด่านเกวียน อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา

บรรยากาสการทำแผน ค่อนข้างตรึงเครียด โดยผู้ต้องหาทั้งสองมีสีหน้าเคร่งเครียด ขณะเจ้าหน้าที่นำตัวพาชี้จุดเกิดเหตุสำคัญภายในร้าน ทั้งจุดที่ใช้ของแข็งทุบตู้กระจก และจุดที่กวาดทรัพย์สิน โดยมีประชาชนจำนวนมากมามุงดู อย่างใกล้ชิด

กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา/รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / โครงการจ้างวิศวกรที่ปรึกษาสำรวจออกแบบทางหลวง 4 ช่องจราจร บนทางหลวงหมายเลข 228 สายชุมแพ-หนองบัวลำภู ตอน อ.ชุมแพ-อ.สีชมพูและสรุปผลการศึกษาการประชุมสัมนาครั้งที่ 3 ระยะทาง30กิโลเมตรเศษๆ

เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2569 เวลาประมาณ 13.45 น.นายนคร สุพรรรณ์ ปลัดอำเภอ(ชำนาญการพิเศษ) ปลัดอาวุโสอำเภอชุมแพ ให้เกียรติเป็นประธานโครงการจ้างวิศวกรที่ปรึกษาสำรวจออกแบบทางหลวง 4 ช่องจราจร บนทางหลวงหมายเลข 228 สายชุมแพ-หนองบัวลำภู ตอน อ.ชุมแพ-อ.สีชมพู โดยมีนายวีรชัย ตั้งวัฒนากร วิศวกรโยธาชำนาญการพิเศษ ตัวแทนกรมทางหลวงกล่าวรายงานและวัตถุประสงค์ของการประชุมสัมนาศึกษาโครงการ

รวมถึงผลการดำเนินงานด้านมีส่วนร่วมของประชาชนและรับฟังความคิดเห็นข้อเสนอแนะเพื่อนำมาปรับปรุงประกอบพิจารณาให้มีความเหมาะสม ทางหลวงหมายเลข 228 เป็นเส้นทางสายสำคัญอีกเส้นหนึ่งที่เชื่อมต่อระหว่างจังหวัดขอนแก่นกับจังหวัดหนองบัวลำภูเพื่อการสัญจรไปมาเกิดการคล่องตัวการขนส่งแสินค้าสะดวกรวดเร็วและลดอุบัติเหตุบนท้องถนน

และแก้ไขปัญหาการจราจรหนาแน่นจึงมีการศึกษาจ้างวิศวกรที่ปรึกษาสำรวจออกแบบปรับปรุงแก้ไขให้ได้มาตรฐานตามหลักเกณฑ์ที่ทางหลวงกำหนดเพื่อให้สอดคล้องกับสภาเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อมและความต้องการของประชาชน ได้เวลาสมควรจึงได้ปิดการประชุมสัมนา ณ.โรงเรียนชุมแพศึกษา อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น

ภาพ/ข่าว จ่ากบ ชุมแพ รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สวยครบสูตร!!!  “แหม่มซ่าส์-มาลินี” ผู้บริหารสาวคนเก่งแห่ง Sol เจ้าของตำแหน่ง มิสแกรนดอำนาจเจริญ 2026 ปีล่าสุด

สวยครบสูตร!!!  “แหม่มซ่าส์-มาลินี” ผู้บริหารสาวคนเก่งแห่ง Solถือเป็นสาวสวยที่ต้องยกคำว่า “สวยครบสูตร” ให้กับเธอ แหม่มซ่าส์-มาลินี ส่วนมี เจ้าของตำแหน่ง มิสแกรนด์อำนาจเจริญ2026 ปีล่าสุด รองอันดับ 1 มิสแกรนด์สตูล2025, และ มิสแกรนด์ขวัญใจพังงา2025 และผู้จัดการกองประกวด Miss Universe สกลนดร2025 และได้เข้ารอบติดตำแหน่งแกรนด์วอยซ์ใน 14 คน

นอกจากความสวยที่เธอมีมาตั้งแต่กำเนิดแล้ว ความสามารถของเธอก็ไม่เป็นรองใคร  เพราะเธอรั้งตำแหน่ง MDบริษัท พรีเชียส บล็อกเชน จำกัด และ บริษัท พรีเชียส เอเชีย จำกัด ควบตำแหน่งพรีเซ็นเตอร์ และแบรนด์แอมบาสเดอร์ให้กับบริษัท พรีเชียส บล็อกเชน จำกัด และ บริษัท พรีเชียส เอเชีย จำกัด และ บริษัท โซล คอร์ปอร์เรชั่น อินเตอร์เนชั่นแนล https://precious.asia

แหม่ม จบการศึกษา คณะ รัฐศาสตร์ สาขารัฐประศาสนศาสตร์ เกียรตินิยม อันดับ 1 มหาวิทยาลัยกรุงเทพสุวรรณภูมิ และรับปริญญาดุษฎีบัณฑิ กิตติมศักดิ์
(Honoray Doctor) โดยสถาบันThe Universal
Institute of Professioal Mamagement:UIPM)
รวมทั้งกำลังศึกษาในระดับปริญญาโท MBA Stamford

รวมทั้งตำแหน่ง เน็ตไอดอลเอเชีย2024 รางวัลแต่งตั้งเป็น ทูตวัฒนธรรมอาเซียน และตำแหน่งประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สาขา นักแสดง ว้าววว….ไม่ธรรมดาจริงๆก่อนหน้านี้ แหม่มซ่าส์ ก็ทำงานในวงการบันเทิงหลายอย่าง ทั้งภาพยนตร์, ละคร, นางเอก MV ล่าสุดเธอก็เป็นเจ้าของตำแหน่งนางงามระดับประเทศ รวมถึงเธอได้ กำลังจะมีผลงานทางช่องone 31 ละครเรื่อง “เวร-คืน” นักแสดงหลัก ปะทะ คุณทรายล่าสุด สาวแหม่ม มีโอกาสได้ร่วมโปรเจ็กต์ในฐานะ “ผู้สนับสนุน” ให้กับสถาบันบียอนด์สกาย ผลิตละครเรื่อง “เพราะมีเธอ” และ “ คนหล่อคนนี้เป็นของคุณ“

“ก็รู้สึกดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของละครทั้งสองเรื่องค่ะ ตัวแหม่มเองก็เคยผ่านงานแสดงมาบ้าง ชอบการแสดงด้วยค่ะ คาแร็กเตอร์ในเรื่อง เพราะมีรัก กับ คนหล่อคนนี้เป็นของคุณ ก็เป็นบทเรียบๆ ง่ายๆ เป็น แม่ค้าขายน้ำ ซึ่งก็จะเข้าไปผูกพันกับน้องๆ ในสถาบันบียอนด์สกาย ก็อยากจะให้ติดตามกันนะคะ
ในส่วนของผลิตภัณฑ์ Sol ของบริษัท พรีเชียส บล็อกเชน, พรีเซียส เอเชีย ก็จะมีผลิตภัณฑ์ ในเครือหลายตัวค่ะ แล้วก็แบรนด์ใหม่ Beauty Star เกี่ยวกับ เครื่องประดับซิลเวอร์ & จิวเวลรี่ ซึ่งก็จะเป็นสปอนเซอร์ใหญ่เวทีประกวดนางงามระดับโลกด้วย

สำหรับผลิตภัณฑ์จะนำมา Tie In ในละครก็มี ตัวไฮโดร เป็นสเปรย์น้ำแร่ ที่มีอานุภาพเล็กสุดๆ ระดับนาโน มีทองคำ อัญมณี ช่วยยกกระชับ ตัวนี้ใช้ดีมากๆ แล้วก็ มัสเซล อานุภาพเล็กเหมือนกัน ก็คือ ช่วยเรื่องบรรเทาปวดเมื่อย หนูเคยเป็นตะคริว ตอนประกวดนางงาม ก็ใช้ดีมากๆ อยากให้ทุกคนได้ใช้กันนะคะ”

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “ครูปุ้ย-อ้อย” นั่งแท่นผู้จัดฯ ป้ายแดงเปิดตัว สถาบัน Beyond Sky Academy จับ “น้องเจ้าคุณ-พันธ์ชนกชนม์” รับบทนำในละคร “เพราะมีเธอ”

ถือฤกษ์ดีจัดงานแถลงข่าวเปิดตัว สถาบัน Beyond Sky Academy สถาบันสอนการแสดงที่ปลุกปั้นนักแสดงหน้าใหม่ ทั้งรุ่นใหญ่ รุ่นเล็กเข้าสู่วงการบันเทิง นำทีมโดยสองผู้จัดฯ ป้ายแดง ครูปุ้ย-อรัญญา ประทุมทอง และ อ้อย-ณิรัศชญาณ์ พันธนธิรวงค์

พร้อมเปิดตัวนักแสดงจากละคร 2 เรื่อง 2 รส “เพราะมีเธอ” ได้นักแสดงเด็กฝีมือดีอย่าง น้องเจ้าคุณ-พันธุ์ชนกชนม์ นำแสดง และละคร “คนหล่อคนนี้เป็นของคุณ” ร่วมด้วยเหล่านักแสดง อาทิ โก้-ธีรศักดิ์ พันธุจริยา, แหม่มซ่า-มาลินี ส่วนมี, น้องพรีเมียร์-ปฤณ

ภพ พาหวล, ศุภัทชกุล กิจบวร (น้ำเพชร ไหทองคำ), ฬุรา-วชฬดา จันทร์ศรี, ลาเต้-กฤษดา ธนากร, น้องมันนี่-กรองขวัญ สาดแก้ว, น้องเหนือฟ้า-ณัฐนันธภัทร พันธนธิรวงค์, น้องเอวา-ฐิติรัตน์ สุขขำ, น้องทอฝัน-ปิ่นปินัทธ์ ลิ้มวิไลรัตนา, ข้าวหอม-ภคพร ยะโสวงษ์, เก้า-ธนบดินทร์ หนูเมฆ, น้องบุ๊ค-ฐากร บุญสมพักตร์, ชมพู่-

อรุโณทัย ชาวดอน, ปุณ-ปุณยวีร์ ชินพีระเสถียร, น้องสไปร์ท-อิษยา สมพงษ์, สโนว์-ธัญภสร แก้วกียูร, น้องโบนัส-ณัฏฐ์ชญา ขุนการินทร์, น้องโฟกัส-จิรัชญา ขุนการินทร์, น้องเมด้า-อภิชญา ทวีโชคธนกุล, น้องเกรซซี่-พจท์จานัน สุทธเสนา, น้องวาคิม-ทัศน์พล วงศ์อัศวโสทร,

น้องเอลลี่ โรจนสุวรรณ, น้องใบบัว-ไอยวริน อินทราคา, น้องเจได-กชนนท์ วงษ์พินิจ, น้องบิวตี้-ณัฏฐกานต์ โสมเกตรินทร์, น้องนิค-เมธวิน พลเยี่ยม, น้องเอ็มมี่-เอมวิภา เหม็งศรี, น้องปราย-ธนภรณ์ ย้อยสร้อยสุด และ กระต่าย-ธนวรรณ ปรียานนท์ เข้าร่วมแถลงข่าว ณ สถาบันBeyond Sky ชั้น 3 ศูนย์การค้าแฮปปี้แลนด์

ละครทั้งสองเรื่อง ได้นักแสดงมากฝีมืออย่าง ปุ้ย-อรัญญา ประทุมทอง นั่งแท่น “กำกับการแสดง” รวมทั้งผู้สนับสนุนใจดี ได้แก่ EMMY Professional, สมุนไพร ลาชัญญ่า, ต้มตุ๋น สูตรคุณยาย, น้ำปลาร้า PAKO,

“เพราะมีเธอ” จะเดินเครื่องถ่ายทำอย่างรวดเร็ว เพราะมีคิวออกอากาศในวันเสาร์ที่ 30 พฤษภาคม 2569 เวลา 17.00 น. ทางททบ.5HD1 และละคร “คนหล่อคนนี้เป็นของคุณ” จะมีคิวออกอากาศในช่วงเดือนมิถุนายน ทางททบ.5HD1 เช่นกัน แฟนๆ รอติดตามกันได้เลย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นบ.ยส.24 ปฏิบัติการเคลื่อนที่เร็ว สกัดขบวนการค้ายา 2 คน ขนแบบ “กองทัพมด” ลักลอบนำเข้าประเทศ พร้อมยาบ้า 18,000 เม็ด

เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2569 กกล.สุรศักดิ์มนตรี/สกัดกั้น ฯ ตอนบน/ บก.ควบคุมที่ 1 (ร.3) โดย พ.อ.ศรณณัฐ นวลมณี ผบ.กรม ทพ.21/ผบ.ฉก.ทพ.21 ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวภาคประชาชน ว่าจะมีการขนย้ายยาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้าน เข้ามาในพื้นที่ อ.บ้านแพง จ.นครพนม

จึงสั่งการให้ ร.ท.วันชาติ เหมือนปืน ผบ.ร้อย.ฉก.ทพ.2101 ฉก.ทพ.21 จัดกำลังชุดปฏิบัติการเคลื่อนที่เร็วทำการ ลาดตระเวนตรวจสอบจุดเสี่ยง/ จุดเพ่งเล็ง ในพื้นที่ ด้วยรถจักรยานยนต์ บริเวณทางโค้งข้างกำแพงวัดอรัญญิกาวาส บ.ม่วงชี ม.4 ต.โพนทอง อ.บ้านแพงฯ ครั้นเมื่อเวลา 17.30น ตรวจพบกระสอบอยู่บริเวณข้างวัดติดกับถนนทางหลวงหมายเลข 212 จึงทำการตรวจสอบพบว่าเป็นยาเสพติดประเภท 1 (ยาบ้า) หน่วยฯ

จึงวางกำลังซุ่มบริเวณพื้นที่ข้างเคียง เพื่อสังเกตุรอบุคคลที่จะมาขนย้ายกระสอบดังกล่าว ครั้นเมื่อเวลา 18.00น ตรวจพบรถจักรยานยนต์ขับวนเวียน 2 – 3 รอบ แล้วต่อมามีวัยรุ่น จำนวน 2 คน ขับรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง (ชาเล็ง) จากนั้นมีชายเสื้อขาวเดินลงมาหยิบกระสอบวัตถุดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าแสดงตัวเพื่อขอตรวจค้นบุคคลดั่งกล่าว ทราบชื่อ นาย วุฒิชัย เศษเพ็ง ภูมิลำเนา ต.นางัว อ.บ้านแพง จ.นครพนม (ทราบชื่อภายหลัง)

หลังจากนั้นบุคคลที่อยู่รถจักรยานยนต์พ่วงข้างดังกล่าวพบว่าเป็นเจ้าหน้าที่ จึงได้ขับรถหลบหนีไป หน่วยฯ ได้สอบถาม นาย วุฒิชัยฯ ว่าบุคคลที่หลบหนีเป็นใคร ชื่ออะไร อยู่ที่ไหน ครั่นหน่วยฯ ได้ทราบข้อมูลแล้ว จึงจัดชุดติดตามควบคุมตัวได้ในเวลาต่อมา คือ นาย วีรวุฒิ ชาศรี (ทราบชื่อภายหลัง) ภูมิลำเนา ต.โพนทอง อ.บ้านแพง จ.นครพนม จึงทำการสอบสวนเบื้องต้น บุคคลทั้ง 2 ยอมรับว่า

พวกตนได้ขับรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง เพื่อที่จะมาหยิบกระสอบยาเสพติดดังกล่าวจริง โดยรับการว่าจ้างจาก นาย ศรีไพรฯ ในราคา 1,000 บาท ขั้นต้นหน่วยจึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาเพื่อทำการสอบสวนขยายผลเพิ่มเติม พร้อมตรวจยึดรถยนต์ของกลางที่ใช้ในการกระทำความผิด จำนวน 3 รายการ คือ ยาเสพติดประเภท 1 (ยาบ้า) ประมาณ 18,000 เม็ด ( 9 มัด ), รถ จยย.พ่วง

ข้าง ยี่ห้อ Wava 110 I ทะเบียน 1 กณ 5433 ระยอง จำนวน 1 คัน และ โทรศัพท์มือถือ จำนวน 2 เครื่อง เพื่อดำเนินการขนย้ายมายัง บก.ร้อย.ฉก.ทพ.2101 ฉก.ทพ.21 เพื่อทำการตรวจสอบ และตรวจนับอย่างละเอียดอีกครั้ง พร้อมประสานหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ร่วมบูรณาการตรวจยึดบันทึกภาพ และนำของกลางดำเนินการส่ง พงส.สอบสวน สภ.บ้านแพงฯ เพื่อนำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /ไม่ทน! โครงการเขื่อนห้วยมุกถูกจับโป๊ะ ร้อง ป.ป.ช.ลุยสอบ ปมวัสดุไม่ตรงแบบ-คุณภาพไม่ได้มาตรฐาน

เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2569 ร.ต.ต.สุเทียน ทองโสม ประธานชมรมรักษ์มุกดาหาร เปิดเผยว่า ได้ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดมุกดาหาร เพื่อขอให้ตรวจสอบผู้รับจ้างโครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมห้วยมุก บริเวณสะพานข้ามห้วยมุก ตำบลมุกดาหาร อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร

ทั้งนี้ การร้องเรียนดังกล่าว สืบเนื่องจากการได้รับเรื่องร้องทุกข์จากประชาชนในพื้นที่ ก่อนลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง และพบข้อสังเกตหลายประเด็นเกี่ยวกับการดำเนินโครงการ

โดยระบุว่า ผู้รับจ้างอาจมีการนำ “หิน” ซึ่งเป็นวัสดุหลักในการก่อสร้าง มาจากแหล่ง “ภูเต่า” ตำบลบางทรายใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีข้อพิพาทและถูกประชาชนร้องเรียนอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากผลกระทบจากการระเบิดหินที่สร้างความเดือดร้อนและกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้ ยังพบข้อกังวลเกี่ยวกับมาตรฐานการก่อสร้าง เช่น การใช้วัสดุรองพื้นไม่เป็นไปตามแบบ การเรียงหินในโครงสร้างตาข่ายไม่แน่นหนาและคุณภาพงานบางจุดอาจไม่ได้มาตรฐานตามที่กำหนดไว้ในสัญญา (TOR)

ร.ต.ต.สุเทียน ระบุว่า การนำวัสดุจากแหล่งที่มีข้อพิพาทมาใช้ในโครงการของรัฐ อาจเข้าข่ายไม่เหมาะสม และอาจไม่เป็นไปตามกฎหมาย รวมถึงตั้งข้อสังเกตว่า การดำเนินงานของผู้รับจ้างอาจไม่เป็นไปตามเงื่อนไขในสัญญาและระเบียบที่เกี่ยวข้อง

จึงได้ขอให้สำนักงาน ป.ป.ช. ตรวจสอบข้อเท็จจริงใน 3 ประเด็นสำคัญ คือ ตรวจสอบแหล่งที่มาของวัสดุ (หิน) ว่าผู้รับจ้างได้จัดหามาจากแหล่งที่ได้รับอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย เสนอขออนุมัติใช้วัสดุถูกต้องตามขั้นตอน และเป็นไปตามมาตรฐานที่ระบุไว้ในขอบเขตของงาน (TOR) หรือไม่ ,

ตรวจสอบว่าผู้รับจ้างได้ดำเนินงานตามเงื่อนไขในสัญญาอย่างครบถ้วนหรือไม่ หากพบว่าฝ่าฝืน ขอให้มีคำสั่งระงับการใช้วัสดุจากแหล่งที่มีข้อพิพาทดังกล่าวทันที เพื่อมิให้หน่วยงานของรัฐเข้าไปมีส่วนสนับสนุนการกระทำที่สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน หากพบว่าผู้รับจ้างมีเจตนาหลีกเลี่ยงหรือปฏิบัติผิดเงื่อนไขใน TOR ขอให้ดำเนินการตามระเบียบพัสดุฯ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด

พร้อมกันนี้ ได้ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ควบคุมงาน กรรมการตรวจการจ้างโครงการดังกล่าวด้วย เพื่อสร้างความโปร่งใสและความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในพื้นที่
ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

เขื่อนห้วยมุก จังหวัดมุกดาหาร ร้องปปช #ตรวจสอบโครงการรัฐ ข่าวสืบสวน งานก่อสร้าง #สิ่งแวดล้อม #ภาษีประชาชน #ปปช #สตง #สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดมุกดาหาร #อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง #ปลัดกระทรวงมหาดไทย #รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้ #สำนักข่าวCIAประเทศไทย #CIAThailand

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ทะเบียนอ.นครชัยศรี ภาค 7บริการจัดทำบัตรประจำตัวประชาชนเคลื่อนที่ให้กับผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ป่วยติดเตียง

สำนักทะเบียนอำเภอนครชัยศรีร่วมกับ ศูนย์บริหารการทะเบียนภาค 7 ออกหน่วยบริการจัดทำบัตรประจำตัวประชาชนเคลื่อนที่ให้กับผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ป่วยติดเตียง

ภายใต้การอำนวยการของนางสาวอโรชา นันทมนตรีผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐมโดยนายนรวีร์ ขันธหิรัญนายอำเภอนครชัยศรี พร้อมด้วยนายปราโมทย์ มลคล้ำ สาธารณสุขอำเภอนครชัยศร

นางนฤมล โพธิ์ทองนาค ปลัดอำเภอนครชัยศรี ,นายเกรียงศักดิ์ รื่นนุสาร ปลัดอำเภอนครชัยศรีนายสุทธินัย จังหวัดสุข นายกอบต.ไทยาวาส ,กำนันตำบลไทยาวาส , ผู้ใหญ่บ้าน , เจ้าหน้าที่บริหารการทะเบียนภาค 7 และเจ้าหน้าที่ปกครอง อส.

สำนักทะเบียนอำเภอนครชัยศรีร่วมกับ ศูนย์บริหารการทะเบียนภาค 7 ออกหน่วยบริการจัดทำบัตรประจำตัวประชาชนเคลื่อนที่ให้กับผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ป่วยติดเตียง จำนวน 9 ราย ได้แก่ ตำบลไทยาวาส ตำบลวัดละมุด ตำบลบางพระ ตำบลแหลมบัว ตำบลพะเนียด ตำบลบางระกำ ตำบลท่าตำหนัก

เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุด จากการให้บริการที่มีมาตรฐาน สะดวก รวดเร็ว และทั่วถึงทุกพื้นที่ ทุกหลังคาเรือน
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รมต.กระทรวงสาธารณสุข เป็นประธาน เปิดอ.ศูนย์การแพทย์แผนไทยทางเลือก เขต 6 ที่วัดสมาน จ.ฉะเชิงเทรา

นายมติชน ชูทับทิมรองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัฉะเชิงเทราได้รับมอบหมายจากนายกลยุทธ ฉายแสงนายกองค์กาบริหารส่วนจังหวัดฉะเชิงเทรา

ให้การต้อนรับนายพัฒนา พร้อมพัฒน์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขซึ่งให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดอาคารศูนย์การแพทย์แผนไทยและการแพทย์
ทางเลือก เขตสุขภาพที่ 6 จังหวัดฉะเชิงเทรา

พร้อมกันนี้นายมติชน ชูทับทิมได้ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU)เพื่อขับเคลื่อนจังหวัดฉะเชิงเทราสู่การเป็นเมืองสมุนไพร 🌿(Herbal City)และเมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness City)

ภายใต้ยุทธศาสตร์“Chachoengsao Aroma City” ✨ณ อาคารศูนย์การแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกเขตสุขภาพที่ 6 ตำบลบางแก้วอำเภอเมืองฉะเชิงเทราจังหวัดฉะเชิงเทรา

ศูนย์การแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกแห่งนี้ เกิดจากความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคศาสนาโดยได้รับความเมตตาจากพระราชวชิรประชานาถเจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทรา (ธรรมยุต)เจ้าอาวาสวัดสมานรัตนารามในการสนับสนุนพื้นที่กว่า 5 ไร่

อาคารก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อปี 2568เป็นอาคาร 4 ชั้น รองรับบริการด้านการแพทย์แผนไทยครบวงจรทั้งตรวจรักษา จ่ายยาสมุนไพรและคลินิกเฉพาะทาง 🌿เพื่อเพิ่มโอกาสให้ประชาชน
ในจังหวัดฉะเชิงเทราและพื้นที่ใกล้เคียง
เข้าถึงบริการสาธารณสุขได้สะดวกยิ่งขึ้น

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / บึงกาฬเดือด! ยึดยาไอซ์ล็อตใหญ่ 170 กิโล ริมโขง มูลค่ากว่า 5.1 ล้าน ซุก 7 กระสอบรอขนเข้าประเทศ

วันที่ 28 เมษายน 2569 เวลา 13.30 น. ที่หน้าอาคารกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 244 จังหวัดบึงกาฬ นายสุรพล เจริญภูมิ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ พ.อ.ศิวดล ยาคล้าย รองผอ.รมน.บึงกาฬ พ.ต.อ.ดำรงค์ศักด์ แก้วสมนึก รองผบก.บึงกาฬ พ.ต.อ.พิชิต คงพิทักษ์ ผกก.สภ.เมืองบึฃกาฬ

พ.ต.ท.เทอดศักดิ์ โคตรศรีวงษ์ ผบ.ร้อยตชด.244 พร้อมหน่วยงานด้านความมั่นคง และเจ้าหน้าที่ ร่วมแถลงผลการตรวจยึดยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) น้ำหนักรวมประมาณ 170 กิโลกรัม บรรจุใน กระสอบสีเหลืองจำนวน 7 กระสอบ หลังเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนตรวจพบวางทิ้งไว้บริเวณริมแม่น้ำโขง พื้นที่ บ้านห้วยดอกไม้ ตำบลโคกก่อง อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ

จากการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ ระบุว่า เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2569 ชุดปฏิบัติการข่าว ร้อย ตชด.244 ร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ ได้จัดกำลังออกลาดตระเวนเฝ้าตรวจตามจุดเพ่งเล็งตลอดแนวชายแดนริมแม่น้ำโขง ในพื้นที่ ตำบลโคกก่อง อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัด บึงกาฬ

กระทั่งเวลาประมาณ 22.00 น. เจ้าหน้าที่ตรวจพบ กระสอบต้องสงสัยสีเหลืองจำนวน 7 กระสอบ วางอยู่บริเวณริมฝั่ง แม่น้ำโขง จึงเข้าตรวจสอบ พบว่าภายในบรรจุยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) จำนวนมาก เจ้าหน้าที่จึงวางกำลังซุ่มเฝ้าตรวจบริเวณโดยรอบ เพื่อรอดูผู้มาแสดงตัวรับของกลาง

ต่อมาเวลาประมาณ 02.30 น. ไม่ปรากฏผู้ใดมาแสดงตัวเป็นเจ้าของ เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดของกลางทั้งหมด พร้อมบันทึกภาพในที่เกิดเหตุ ก่อนนำของกลางไปตรวจสอบและตรวจนับอย่างละเอียดที่ กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 244

ผลการตรวจสอบพบว่า เป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) น้ำหนักรวมประมาณ 170 กิโลกรัม คิดเป็นมูลค่าประมาณ 5,100,000 บาท ก่อนนำของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองบึงกาฬ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่เชื่อว่ายาเสพติดดังกล่าวถูกลักลอบลำเลียงมาพักไว้บริเวณชายแดนริมแม่น้ำโขง เพื่อรอการขนย้ายเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ แต่ถูกเจ้าหน้าที่ตรวจพบและตรวจยึดได้ก่อน
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รองผู้ว่าฯ จ.นครปฐม ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานโครงการสร้างเสริมสุขภาพเชิงรุกเพื่อลดภาวะคลอดก่อนกำหนด

การประชุม ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานโครงการสร้างเสริมสุขภาพเชิงรุก เพื่อลดภาวะคลอดก่อนกำหนด จังหวัดนครปฐม
นายอรรถวุฒิ พึ่งเนียม รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เป็นประธานการประชุมลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานโครงการสร้างเสริมสุขภาพเชิงรุกเพื่อลดภาวะคลอดก่อนกำหนด จังหวัดนครปฐม

โดย นายแพทย์สุรชัย โชคครรชิตไชย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครปฐม กล่าวต้อนรับ พร้อมด้วย คณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ ร่วมให้การต้อนรับ ศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณ นายแพทย์ธราธิป โคละทัต ผู้จัดการโครงการเครือข่ายสุขภาพมารดาและทารกเพื่อครอบครัวไทยฯ

พร้อมด้วยศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณ แพทย์หญิงวิบูลพรรณ ฐิตะดิลก และคณะ ในการให้ข้อเสนอแนะแนวทางขับเคลื่อนระบบคัดกรอง ดูแล รักษาหญิงตั้งครรภ์ เพื่อลดภาวะคลอดก่อนกำหนดในจังหวัดนครปฐม ณ ห้องประชุมจตุภัทร ชั้น 4 โรงพยาบาลนครปฐม
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าวนครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จึ้งนะออเจ้า! ศาลากลางบึงกาฬคึกคัก ผู้ว่าฯ นำข้าราชการแต่งชุดไทย ถวายบังคมก่อนประชุมกรมการจังหวัด

27 เม.ย. 2569 บรรยากาศที่ศาลากลางจังหวัดบึงกาฬเต็มไปด้วยสีสัน เมื่อผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ นำคณะรองผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ

และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่งกายด้วยชุดไทยสไตล์ “ออเจ้า” เข้าร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียง สร้างความคึกคักให้กับพื้นที่ศาลากลางจังหวัด

ก่อนเริ่มการประชุม คณะผู้บริหารและหัวหน้าส่วนราชการได้ร่วมกันถวายบังคมพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระ

จุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เพื่อแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ที่ทรงมีต่อประเทศชาติและพสกนิกรชาวไทย

จากนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬได้มอบรางวัลให้แก่ผู้โชคดีจากการจับสลากกาชาดจังหวัดบึงกาฬ โดย รางวัลที่ 2 เป็น

ทองคำมูลค่า 10 บาท พร้อมทั้งมอบรางวัลอื่น ๆ ให้แก่ผู้ที่ได้รับรางวัล ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความยินดีของผู้เข้าร่วมกิจกรรม

ภายหลังจึงเข้าสู่การประชุมกรมการจังหวัดบึงกาฬตามระเบียบวาระ เพื่อติดตามผลการดำเนินงานของส่วนราชการ การขับเคลื่อนน

โยบายสำคัญของรัฐบาล และการบูรณาการความร่วมมือของทุกภาคส่วน เพื่อให้การบริหารราชการในพื้นที่เกิดประสิทธิภาพสูงสุดต่อประชาชน

ทั้งนี้ การแต่งกายชุดไทยในการประชุมครั้งดังกล่าว ยังเป็นการส่งเสริมและอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย สร้างความภาคภูมิใจในเอกลักษณ์ความเป็นไทย

และสร้างสีสันให้กับบรรยากาศการปฏิบัติราชการของจังหวัดบึงกาฬอีกด้วย
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ชาวบ้านแห่!! ร่วมพิธีเททองหล่อหัวใจ “สมเด็จทวดโต พรหมรังสี” องค์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

วันนี้ (26 เม.ย.69) เวลา 09.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน นายวิวัฒน์ นิติกาญจนา นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดราชบุรี ประธานในพิธี และภรรยา ร่วมพิธีเททองหล่อหัวใจสมเด็จทวดโต พรหมรังสีเนื้อโลหะ

องค์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย หน้าตัก 12 เมตร สูง 18 เมตร ท่ามกลางพุทธศาสนิกชนและสายบุญที่เดินทางมาร่วมพิธีอย่างเนืองแน่น ได้แก่ “ปู่หนู เดือนชัย” และ น.ส.ชณาญ์กานญ์ อรจุล ผู้อำนวยการข่าว MBB TV NEWS พร้อมทีมงานร่วมกันถ่ายทำเผยแพร่สื่อในงานครั้งนี้

สถานที่จัดงาน ณ สวนน้ำโดโนเสาร์ หมู่ที่ 2 ติดวัดไพรสะดา ตำบลดอนทราย อำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี ซึ่งตลอดทั้งวันมีประชาชนหลั่งไหลเข้าร่วมพิธีอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมสร้างบุญใหญ่และความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต

พิธีดังกล่าวจัดขึ้นภายใต้การดำเนินงานของ “อาจารย์ใหญ่ ชินบัญชร” เพื่อสืบสานพระพุทธศาสนา และสร้างวัตถุมงคลอันเป็นศูนย์รวมจิตใจของประชาชน โดยมีการประกอบพิธีกรรมตามแบบแผนโบราณ ทั้งการบวงสรวงและการเททองหล่อโลหะ ท่ามกลางบรรยากาศอันศักดิ์สิทธิ์

ทั้งนี้ พิธีเททองหล่อ “หัวใจสมเด็จทวดโต พรหมรังสี” ถือเป็นอีกหนึ่งงานบุญสำคัญที่สะท้อนถึงพลังศรัทธาของประชาชน และยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงศาสนาในพื้นที่จังหวัดราชบุรีให้คึกคักยิ่งขึ้น.

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / อลงกรณ์-FKII.ลุยส่งออกโมเดลใหม่ สร้างรายได้ประเทศ ผนึกพันธมิตรอีคอมเมิร์ซไทยทั่วโลก ตลาดจีน ส่งออกทุเรียน-สินค้าเกษตรไทย 2.5 หมื่นล้าน พร้อมหนุน SME. บุกตลาดโลก

“อดีตรองนายกฯจุรินทร์”มั่นใจอีคอมเมิร์ซข้ามแดน(CBEC)คือทางรอดของประเทศ“ชยดิฐ”ชี้ความร่วมมือ (Collaboration)ในระดับสากลคือ “ความไว้วางใจ” (Trust)ที่ไทยต้องสร้างให้ได้ในงานเอฟเคไอไอ.บิสสิเนสฟอรั่ม “มิติใหม่การส่งออกสินค้าไทยสู่ตลาดโลกและตลาดจีนบนแพลตฟอร์มดิจิทัล” ที่สวนเสียงไผ่ สถาบันทิวา(TVA)นายอลงกรณ์ พลบุตร ประธานสถาบัน เอฟเคไอไอ.(FKI Thailand)ชี้ถึงสถานการณ์เศรษฐกิจไทยที่กำลังเผชิญปัญหาเศรษฐกิจโตต่ำที่สุดในอาเซียน และการส่งออกแบบดั้งเดิมที่กำลังสูญเสียขีดความสามารถในการแข่งขัน คาดว่าจะเติบโต0ปีนี้จะเติบโต0-2% ด้วยมูลค่าส่งออกต่ำกว่า12ล้านล้านบาท

เอฟเคไอไอ.และสถาบันทิวาจึงริเริ่มจัดตั้งเครือข่ายพันธมิตรอีคอมเมิร์ซ(FKII-TVA E-Commerce Alliance)ภายใต้
โมเดลใหม่คือการค้าอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดน(CBEC:Cross-Border E-Commerce)ซึ่งมีมูลค่าตลาดโลกสูงถึง 250 ล้านล้านบาทโดยจะเป็นเครื่องยนต์สร้างรายได้ใหม่ให้ประเทศ และทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกันกอบกู้วิกฤตเศรษฐกิจของประเทศ
ทั้งนี้ เอฟเคไอไอ.ได้ลงนามความร่วมมือกับบริษัทหางโจว หวั่งเฉา เทคโนโลยี เป็นพันธมิตรรายแรกในวาระปีที่51ของความสัมพันธ์ไทย-จีน (The 1st Thai-China E-commerce Alliance) ซึ่งใช้เทคโนโลยี AI และโมเดลสตรีมมิ่งก์ผ่าน KOLs เจาะตลาดผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตในจีนกว่า 1,000 ล้านคน นอกจากนี้ ยังมีแผนเปิดสตูดิโอไลฟ์สดที่จังหวัดจันทบุรี เพื่อผลักดันการส่งออกทุเรียนและสินค้าไทยเป็นปฐมฤกษ์ในวันที่ 27 เมษายนนี้

“เป็นก้าวเล็กๆที่จะเปิดตลาดที่กว้างกว่าและใหญ่กว่าด้วยโมเดลการส่งออกอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดน (CBEC:Cross-Border E-Commerce)ซึ่งจะเป็น “เครื่องยนต์ใหม่” ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยและเปิดโอกาสให้สินค้าไทยเช่นทุเรียน ผลไม้ไทย สินค้าเกษตร-อาหาร สินค้าเอสเอ็มอี.สามารถเข้าถึงผู้บริโภคทั่วโลกแบบB2C”นอกจากนี้เอฟเคไอไอ.ยังมีแผนขยายพันธมิตรอีคอมเมิร์ซเพื่อเพิ่มการส่งออกสู่ตลาดโลกโดยร่วมมือกับแพลตฟอร์มต่างๆ เช่น Tmall Global, JD Worldwide, Douyin (TikTok China), Amazon (USA), Allegro (Poland/East EU), Zalando (Fashion-EU), Flipkart (India), JioMart (India), Wildberries (Russia), Ozon (Russia&CIS) เป็นต้น

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรีและอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานเปิดการสัมมนาได้กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “กลยุทธ์แพลตฟอร์มดิจิทัลส่งต่อสินค้าไทยสู่ตลาดจีนและตลาดโลก” โดยระบุว่าในปีที่ผ่านมา ไทยขาดดุลการค้ากับจีนสูงถึง 2.27 ล้านล้านบาท การพึ่งพาการส่งออกแบบดั้งเดิม (Offline Trade) จึงไม่เพียงพออีกต่อไป การทำธุรกิจการค้าออนไลน์ข้ามพรมแดน (CBEC) จึงเส้นทางหลักในการขยายตลาด

นายจุรินทร์ ยังได้ยกตัวอย่างความสำเร็จจากการนำร่องไลฟ์สดขายผลไม้ไทยผ่านแพลตฟอร์ม Tmall ซึ่งสามารถดึงดูดผู้ชมได้ถึง 16 ล้านคนภายในเวลาเพียง 15 นาที
“สินค้าไทยในยุคดิจิทัลจะประสบความสำเร็จได้ ต้องอาศัย 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ 1) การสร้างคอนเทนต์และการเล่าเรื่อง (Storytelling) 2) การนำระบบ AI มาวิเคราะห์ข้อมูลการตลาด และ 3) ระบบโลจิสติกส์ที่รวดเร็วและตรวจสอบย้อนกลับได้ (Traceability)ในช่วงบรรยายพิเศษ “โอกาสในวิกฤตของไทย” นายชยดิฐ หุตานุวัชร์ ประธานสถาบันทิวา และผู้อำนวยการสถาบัน FKI Thailand

ได้ฉายภาพให้เห็นว่า ท่ามกลางวิกฤตโลก (Perfect Storm) ที่เต็มไปด้วยการแข่งขัน ประเทศไทยไม่ใช่พญามังกร หรือพญาอินทรี แต่คือ”กวางน้อย” ที่ต้องรู้จักปรับตัวให้อยู่รอดนายชยดิฐ เน้นย้ำว่า หัวใจสำคัญที่สุดของการสร้างเครือข่ายความร่วมมือ (Collaboration) ในระดับสากลคือ “ความไว้วางใจ” (Trust) เพราะหากปราศจากสิ่งนี้ก็เหมือนรถยนต์ที่ไม่มีน้ำมัน พร้อมกันนี้ได้นำเสนอแนวคิด “สังคมสุขพอดี” ซึ่งสนับสนุนให้ผู้ประกอบการทำธุรกิจแบบพอดี คือมีกำไรหล่อเลี้ยงธุรกิจได้ ในขณะเดียวกันก็ช่วยทำให้สังคมและสิ่งแวดล้อมดีขึ้น แทนการแข่งขันขับเคี่ยวเพื่อให้ได้กำไรสูงสุดเพียงอย่างเดียว

ภายใต้การลงนาม MOU ครั้งนี้ บริษัท หางโจว หวั่งเฉา เทคโนโลยี ได้นำเสนอโมเดลธุรกิจรูปแบบ S2B2C ผ่านแบรนด์ “หลิวหว่านเต้า” (Liuwangdao) โดยมุ่งเน้นการยกระดับซัพพลายเชนทุเรียนไทย ด้วยระบบตรวจสอบย้อนกลับที่ให้ผู้บริโภคชาวจีนรู้ลึกถึงแหล่งเพาะปลูก ผสานกับการจัดส่งระบบ Cold Chain ควบคุมอุณหภูมิ 15-18 องศาเซลเซียส ร่วมกับพันธมิตรอย่าง SF Express ที่การันตีการจัดส่งถึงหน้าบ้านผู้บริโภคภายใน 72 ชั่วโมง ตลอดจนการสร้างศูนย์ไลฟ์สด 8 แห่ง และใช้ KOLs มืออาชีพกว่า 100 คน ในการผลักดันยอดขายเป้าหมายการเติบโตในปี 2026-2028 พันธมิตรทั้งสองฝ่ายได้วางแผนกลยุทธ์ 3 ปี โดยตั้งเป้ายอดขาย (GMV) ทุเรียนไทยในปี 2026 ที่ 500 ล้านหยวน ก่อนที่จะขยายเครือข่ายช่องทางการขายเข้าถึงผู้ใช้งานกว่า 100 ล้านราย และผลักดันยอดขายรวมให้ถึง 5,000 ล้านหยวน ภายในปี 2028

งานสัมมนาในครั้งนี้ได้รับความสนใจจากหน่วยงานพันธมิตรจำนวนมาก ทั้งภาครัฐและเอกชน ได้แก่ นายพงศ์ไท ไทโยธิน ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายดวงอาทิตย์ นิธิอุทัย รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ นายวิโรจน์ จงกลวานิชสุข รองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ นายชัยศักดิ์ รินเกลื่อน ผู้อำนวยการสำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นางสาวชฎาภา ชวนานนท์ เป็นนักวิชาการพาณิชย์ชำนาญการ สำนักตลาดพาณิชย์ดิจิทัล กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) นายปองพล อดิเรกสาร อดีตคณะที่ปรึกษารัฐมนตรีเกษตรฯ. ดร.วิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และประธานคณะกรรมการอาหารแปรรูปและอาหารแห่งอนาคต นาย

สรโชติ อำพันธ์วงษ์ รองประธานอาวุโสสภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย (สภาเอสเอ็มอี) ผู้แทนสมาคมการค้าผลไม้ยุคใหม่ (MAFTA) และผู้แทนสมาคมผู้ประกอบการส่งออกทุเรียน มังคุด (DMA) นายโฆสิต สุวินิจจิต อดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข รศ.ดร.อาณัฐชัย รัตตกุล รองประธานสถาบันเอฟเคไอไอ. พลเอก ดร.กิตติศักดิ์ รัฐประเสริฐ นายกสมาคมภาคีเครือข่ายธรรมาภิบาลแห่งชาติ นายพรพล เอกอรรถพร อดีตผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ นายกฤชฐา โภคาสถิตย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการอุตสาหกรรม โลจิสติกส์ และ e-Commerce และผู้ประกอบการไทยหลายรายตอกย้ำให้เห็นถึงก้าวสำคัญของประเทศไทย ในการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และแพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อเปลี่ยนผ่านวิถีการส่งออกสินค้าไทยสู่การค้ารูปแบบใหม่.

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สว.​ลงพื้นที่รับฟังปัญหา ขับเคลื่อนการค้าชายแดนไทย​ – มาเลเซีย ณ ด่านศุลกากรสะเดา จ.สงขลา

​เมื่อวันที่ 25 เม.ย.69ได้รับการเปิดเผยจาก นายชวพล​ วัฒนพรมงคล​ สมาชิกวุฒิสภา ได้ลงพื้นที่ศึกษาดูงาน ณ สำนักงานด่านศุลกากรสะเดา เพื่อติดตามสถานการณ์การนำเข้า-ส่งออกสินค้า และรับฟังข้อมูลเชิงประจักษ์เกี่ยวกับการบริหารจัดการโลจิสติกส์ในพื้นที่ กับคณะกรรมาธิการการเศรษฐกิจ การเงิน และการคลัง วุฒิสภา

​จากการร่วมรับฟังบรรยายสรุปและหารืออย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำโดยท่านรองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ทำให้เราได้เห็นภาพชัดเจนว่า ด่านสะเดาซึ่งเป็นจุดผ่านแดนสำคัญที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ

ยังคงเผชิญกับข้อจำกัดหลายมิติ ทั้งความแออัดของพื้นที่ด่าน ปัญหาการจัดการจราจรของรถบรรทุกสินค้า การบูรณาการระหว่างหน่วยงาน ตลอดจนอุปสรรคด้านกฎระเบียบและขั้นตอนปฏิบัติที่ยังไม่เอื้ออำนวยต่อการทำงานในปัจจุบัน

​ในฐานะกรรมาธิการฯ สมาชิกวุฒิสภาทุกคนให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการยกระดับ “การอำนวยความสะดวกทางการค้า (Trade Facilitation)” เพราะเป็นกุญแจสำคัญในการเชื่อมโยงเศรษฐกิจระดับภูมิภาค​ ​ผมจะนำข้อมูลและเสียงสะท้อนที่ได้รับจากคนทำงานในพื้นที่จริงครั้งนี้

ไปร่วมศึกษาและผลักดันเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายและนิติบัญญัติ นำเสนอต่อวุฒิสภาและรัฐบาลต่อไป เพื่อร่วมกันปลดล็อกข้อจำกัดต่างๆ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และยกระดับระบบการค้าชายแดนของเราให้เติบโตได้อย่างเข้มแข็งและยั่งยืนต่อไป
ทีมข่าวเฉพาะกิจ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ฮือฮา ขุดพบ “กู่ปราสาทหินทราย” กลางหมู่บ้านจัดสรรโคราช นักโบราณคดีชี้อายุกว่า 800-1,000 ปี คาดเป็นศาสนสถานฮินดู

จากกรณีโลกออนไลน์ได้มีการแชร์รูปภาพและข้อความเกี่ยวกับการค้นพบ “กู่ปราสาทหินทราย” ซึ่งตั้งอยู่ภายในหมู่บ้านจัดสรรปรางค์ทองนิเวศน์ หมู่ 2 ตำบลบ้านใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา จนสร้างความฮือฮาและได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นจำนวนมากนั้น

เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2569 เวลา 10.00 น. ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่าจุดที่มีการค้นพบเป็นที่ดินส่วนบุคคลซึ่งมีเอกสารสิทธิถูกต้อง โดยมีเจ้าหน้าที่จากสำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา เข้าดำเนินการสำรวจทางโบราณคดี นำโดยนายวรรณพงษ์ ปาละกะวงษ์ ณ อยุธยา นักโบราณคดีชำนาญการ ซึ่งได้รับมอบหมายจากนายสมเดช ลีลามโนธรรม นักโบราณคดีชำนาญการพิเศษ รักษาการผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา

นายสุชาติ ศรีนวลแก้ว อายุ 68 ปี ที่ปรึกษาเจ้าของที่ดิน เปิดเผยว่า ที่ดินของตนมีหน้าที่ทั้งหมด 130 ไร่ ภายหลังมีการขุดพบโบราณสถานภายในพื้นที่ ได้กันพื้นที่จำนวน 29 ตารางวา ซึ่งเป็นจุดที่พบหลักฐานสำคัญไว้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกรมศิลปากร เข้าดำเนินการศึกษาและตรวจสอบ พร้อมแสดงความยินดีที่จะมอบพื้นที่ดังกล่าวด้วยความสมัครใจ

นายสุชาติกล่าวว่า เดิมพื้นที่ดังกล่าวมีสภาพเป็นป่ารกร้าง เต็มไปด้วยหนามและวัชพืช จึงได้นำเครื่องจักรเข้าปรับพื้นที่ กระทั่งพบก้อนหินจำนวนมากกระจายอยู่ใต้ดิน จึงนำขึ้นมาวางรวมไว้ด้านบน โดยยืนยันว่าไม่มีการเคลื่อนย้ายหินออกนอกพื้นที่แต่อย่างใด

ทั้งนี้ ก่อนการค้นพบ เจ้าของที่ดินมีแผนพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่ต่อเนื่องไปจนถึงแนวทางรถไฟ แต่เมื่อพบหลักฐานดังกล่าว จึงได้ระงับการดำเนินการทันที และทำหนังสือถึงกรมศิลปากรเพื่อขอให้เข้ามาตรวจสอบ โดยเจ้าหน้าที่ได้ขอให้หยุดดำเนินการชั่วคราว

นายสุชาติกล่าวเพิ่มเติมว่า ก่อนการขุดพบ ไม่เคยมีเหตุการณ์หรือความเชื่อผิดปกติใด ๆ เกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้จะปล่อยให้กรมศิลปากรดำเนินการสำรวจให้แล้วเสร็จ ซึ่งคาดว่าจะสิ้นสุดภายในวันจันทร์ที่ 27 เมษายน 2569 ก่อนจะมีการหารือร่วมกันอีกครั้งเกี่ยวกับแนวทางการใช้ประโยชน์พื้นที่ในอนาคต

ด้านนายวรรณพงษ์ ปาละกะวงษ์ ณ อยุธยา นักโบราณคดีชำนาญการ สำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา เปิดเผยว่า ข้อมูลเกี่ยวกับโบราณสถานแห่งนี้มีการบันทึกไว้ตั้งแต่ปี พ.ศ.2539 แต่ยังไม่เคยมีการสำรวจอย่างเป็นทางการ จนกระทั่งช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา มีการปรับหน้าดินและพบชิ้นส่วนหินทราย จึงนำไปสู่การขุดตรวจทางโบราณคดีในครั้งนี้

โดยวัตถุประสงค์สำคัญของการขุดตรวจ คือการกำหนดขอบเขตโบราณสถานที่ถูกต้อง เพื่อให้สามารถอนุรักษ์ได้อย่างครอบคลุม ขณะนี้การดำเนินงานเข้าสู่วันที่ 6 ซึ่งจากการขุดตรวจพบฐานของปราสาทหินในวัฒนธรรมขอม สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในช่วงพุทธศตวรรษที่ 16-18 หรือประมาณ 800-1,000 ปีมาแล้ว

โดยเฉพาะด้านทิศใต้ของโบราณสถานมีสภาพค่อนข้างสมบูรณ์ พบชุดฐานบัวและฐานเขียง ซึ่งเป็นลักษณะทางสถาปัตยกรรมที่พบได้ทั่วไปในศิลปะขอม นอกจากนี้ ในหลุมขุดตรวจที่ 4 ยังพบฐานรองรับรูปเคารพ ซึ่งถือเป็นหลักฐานสำคัญที่บ่งชี้ว่าโบราณสถานแห่งนี้น่าจะเป็นศาสนสถาน หรือวัดในศาสนาฮินดู

อย่างไรก็ตาม การขุดตรวจจะดำเนินการรวม 8 วัน และมีกำหนดสิ้นสุดในวันที่ 27 เมษายน 2569 ก่อนจะเข้าสู่ขั้นตอนการจัดทำผังแสดงตำแหน่งโบราณสถานโดยละเอียด ซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถระบุขนาดพื้นที่โบราณสถานที่แน่ชัดได้ เนื่องจากยังอยู่ระหว่างกระบวนการขุดตรวจ และต้องรอผลการหารือร่วมกับเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดิน

นายวรรณพงษ์กล่าวอีกว่า หลังเสร็จสิ้นการขุดตรวจ จะมีการกลบหลุม โดยก่อนดำเนินการ สำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา จะจัดทำแผนผังโบราณสถานอย่างละเอียด เพื่อบันทึกตำแหน่งและลักษณะโครงสร้างไว้เป็นหลักฐาน จากหลักฐานที่ปรากฏในปัจจุบัน สามารถสันนิษฐานได้ว่าโบราณสถานแห่งนี้เป็นศาสนสถานในศาสนาฮินดู อีกทั้งบริเวณด้านตะวันออกห่างออกไปประมาณ 100 เมตร

ยังพบสระน้ำโบราณขนาดใหญ่ หรือบาราย ซึ่งชาวบ้านเรียกว่า “หนองบัว” ใกล้โรงเรียนอุบลรัตน์ สะท้อนให้เห็นว่าโบราณสถานแห่งนี้น่าจะเคยเป็นศูนย์กลางชุมชนขนาดใหญ่ในอดีต เนื่องจากต้องมีแหล่งน้ำรองรับประชากรจำนวนมาก

ภาพ ประสิทธิ์ วนะชกิจ/ข่าว กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / พิธีบวงสรวง วันสวรรคตพระนเรศวรมหาราช คล้ายวันสวรรคตขององค์สมเด็จพระนเรศวรมหาราชผู้ทรงกอบกู้ประเทศชาติ

วันเสาร์ที่ 25เมษายน 2569 เวลา 09.00 น. ณ วัดใหม่สุปดิษฐาราม อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐมพิธีบวงสรวง วันสวรรคต

พระนเรศวรมหาราช ตรงกับวันที่ 25 เมษายนของทุกปี เป็นวันคล้ายวันสวรรคตขององค์สมเด็จพระนเรศวรมหาราชผู้ทรงกอบกู้ประเทศชาติ ให้พวกเราได้อยู่อาศัยอย่างร่มเย็นเป็นสุข

จนถึงทุกวันนี้ จึงได้จัดให้มีการบวงสรวงและวางพวงมาลา เพื่อน้อมรำลึกถึงบุญคุณของพระมหากษัตริย์นักรบผู้ยิ่งใหญ่และ

กล้าหาญที่พระองค์ ได้กอบกู้อิสรภาพของประเทศไทย ให้เป็นปึกแผ่นจนทำให้ประเทศชาติไทยมีความมั่นคงจนถึงทุกวันนี้

“พิธีเปิดงานประจำปี ประเพณีสงกรานต์” พระสีวลีองค์ใหญ่ วัดใหม่สุปดิษฐาราม ประจำปี 2569พระครูปฐมชยาภิวัฒน์ เจ้าคณะตำบลบางกระเบา เจ้าอาวาสวัดใหม่สุปดิษฐาราม

นายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี ประธานในพิธีเปิดงานประจำปี ประเพณีสงกรานต์” พระสีวลีองค์ใหญ่ วัดใหม่สุปดิษฐาราม ประจำปี 2569

พร้อมด้วย พ.ต.อ.เลอศักดิ์ ตุมรสุนทร ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรนครชัยศรี , นายปราโมทย์ มลคล้ำ สาธารณสุขอำเภอนครชัยศรี , นางนฤมล โพธิ์ทองนาค ปลัดอำเภอนครชัยศรี ,

นายวินัย วงษ์สวรรค์ นายกอบต.นครชัยศรี , นายสมศักดิ์ เอี่ยมพิมพันธุ์ นายกเทศมนตรีตำบลขุนแก้ว และกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ฝ่ายปกครอง เข้าร่วมพิธี
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รพ.กรุงเทพพัทยา จับมือราชวิทยาลัยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ฯ จัดงาน “สัปดาห์ความรู้สู่ประชาชน” ยกระดับสุขภาพกระดูกและข้อคนไทยตะวันออก

วันที่ 25 เมษายน 2569 โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา ร่วมกับราชวิทยาลัยแพทย์ออร์โธปิดิกส์แห่งประเทศไทย และศูนย์การค้าเซ็นทรัล พัทยา ผนึกกำลังจัดโครงการ “สัปดาห์ความรู้สู่ประชาชน” ในวาระเฉลิมฉลองครบรอบ 30 ปี การสถาปนา และครบรอบ 60 ปี ราชวิทยาลัยแพทย์ออร์โธปิดิกส์แห่งประเทศไทย มุ่งเน้นสร้างสังคมสุขภาพดีอย่างยั่งยืน ระหว่างวันที่ 24-26 เมษายน 2569 นี้ ที่ศูนย์การค้า เซ็นทรัล พัทยา จ.ชลบุรี

โครงการดังกล่าวได้รับเกียรติจากนายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา และพญ.ชนิศา อินณชิต ผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา เป็นประธานในพิธีเปิดและกล่าวต้อนรับ โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเผยแพร่ความรู้ด้านออร์โธปิดิกส์ (กระดูกและข้อ) เชิงรุกแก่ประชาชน ส่งเสริมแนวทางการป้องกันโรคก่อนเกิดภาวะทุพพลภาพ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและร่วมขับเคลื่อนงานด้านสาธารณสุขของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม

ภายในงานพบกับกิจกรรมไฮไลต์เพื่อคนรักสุขภาพมากมาย อาทิ บูธตรวจคัดกรองสุขภาพเบื้องต้น: บริการวิเคราะห์องค์ประกอบร่างกาย (Body Composition) และทดสอบความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ โดยมีพยาบาลผู้เชี่ยวชาญให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด, เวทีเสวนาสุขภาพ (Health Talk): เจาะลึกเรื่องกระดูกและข้อ โดยแพทย์ผู้มีประสบการณ์ ของศูนย์กระดูกและข้อ และศูนย์เบาหวานและต่อมไร้ท่อ โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา ให้ความรู้ที่น่าสนใจในหลายหัวข้อ ได้แก่ “รู้ทัน ดูแลไว ข้อไม่ไปก่อนอายุ” โดย นายแพทย์สุรเดช ลอยเดือนฉาย,

“Back Pain No Gain” เจาะลึกเรื่องอาการปวดหลัง โดย นพ.พัชระ พรโสภนากร, “60 ยังแจ๋ว กระดูกยังเจ๋ง เปลี่ยนวัยทองให้เป็นเก๋า” โดย นายแพทย์บวรคุณ ตันติวุฒิกุล และ “หยุดปวดหลัง คืนพลังให้ชีวิตวัยเกษียณ” โดย นพ.พัชระ พรโสภนากร

การจัดงานในครั้งนี้เป็นรูปแบบ On Site ที่มุ่งเน้นเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย ทั้งผู้สูงอายุ วัยทำงาน และประชาชนทั่วไปที่สนใจดูแลสุขภาพ เพื่อให้ได้รับข้อมูลที่ถูกต้องจากแพทย์โดยตรง พร้อมสร้างตระหนักในการดูแลระบบโครงสร้างร่างกายให้แข็งแรงเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว

โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา ขอเชิญชวนประชาชนและผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมได้ ระหว่างวันที่ 24-26 เมษายน 2569 เวลา 11.00 – 19.00 น. ที่บริเวณชั้น 4 หน้าธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พัทยา สามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จัดใหญ่!! รองผู้ว่าฯสระแก้ว เปิดงาน “น้อมรำลึกวันสมเด็จพระนเรศวรมหาราช” ประจำปี พ.ศ.2569

วันนี้ (25 เม.ย.69) ณ พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 17.00 น. ได้มีการแสดงรำถวายจากคณะนางรำจิตอาสาทั่วทุกอำเภอ ข้าราชการและครูนาฏศิลป์ ในจังหวัดสระแก้ว จำนวน 409 คน เพื่อเทิดพระเกียรติและน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช

ต่อมาเวลา 18.30 น. นางพัชรี ศาลาศิลป์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นางสาวชลชา บุญโต ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสระแก้ว หัวหน้าส่วนราชการ ภาคเอกชน และประชาชน เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียงเปิดโครงการส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงอารยธรรม กิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม

“งานน้อมรำลึกวันสมเด็จพระนเรศวรมหาราช” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 เพื่อเทิดพระเกียรติและน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ตลอดจนส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของ

จังหวัดสระแก้ว การจัดงานในครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยว สร้างการรับรู้ และดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เดินทางมายังจังหวัดสระแก้ว อันจะนำไปสู่การพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนต่อไป

จังหวัดสระแก้ว ขอเชิญร่วมสัมผัสประวัติศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่แห่งแผ่นดินน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ผ่านการแสดงแสง สี เสียง สุดอลังการย้อนรอยพระปรีชาสามารถของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชร่วมชมฉากสำคัญในประวัติศาสตร์ สงครามยุทธหัตถี

พร้อมเกร็ดความรู้ทางประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจตลอดการแสดงอลังการด้วยเทคนิคแสง สี เสียง ตระการตาด้วยเอฟเฟกต์สุดพิเศษจำลองบรรยากาศสมัยอยุธยาได้อย่างสมจริงนักแสดงกว่า 100 ชีวิต ถ่ายทอดอารมณ์อย่างทรงพลัง ฟรีคอนเสิร์ตศิลปินชื่อดัง 3 คืนติด!

วันที่ 25 เมษายน 2569 : กานต์ ทศน
วันที่ 26 เมษายน 2569 : ดอกแคร์ ท็อปไลน์
วันที่ 27 เมษายน 2569 : พบกับ หมอลำคณะประถมบันเทิงศิลป์ เต็มวง!! และ กิจกรรมหลากหลายอาทิเช่น มวยไทย ,ประกวดไก่ชนสวยงาม ,ตลาดย้อนยุค บรรยากาศโบราณ ณ พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช อำเภอวัฒนานคร จังหวัดสระแก้ว ระหว่างวันที่ 25 – 27 เมษายน 2569 เริ่มตั้งแต่เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป ขอเชิญชวนทุกท่านร่วมแต่งกายย้อนยุค แสดงพลังความรักในแผ่นดินของ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ร่วมสร้างความประทับใจ พร้อมเรียนรู้ประวัติศาสตร์ไทยไปด้วยกัน.

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /อ.กำแพงแสน ขับเคลื่อนนโยบาย อำเภอ…พึ่งได้”แก้จน คนกำแพงแสน”

นายเกียรติศักดิ์ ธนาวรรณโอภาส นายอำเภอกำแพงแสน พร้อมด้วย ปลัดอำเภอกำแพงแสน พัฒนาการอำเภอกำแพงแสน สาธารณสุขอำเภอกำแพงแสน เกษตรอำเภอกำแพงแสน ปศุสัตว์อำเภอ ประมงอำเภอ

กำนัน ผู้ใหญ่บ้านฯ และ คณะผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตำบลกระตีบ องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยม่วง และองค์การบริหาร

ส่วนตำบลสระพัฒนา พร้อมด้วยกำนัน สาทิศ สระทองหน กำนันตำบลสระพัฒนา และ ผู้ใหญ่พงษ์ศักดิ์ ศรีทันดร ผู้ใหญ่บ้าน ลงพื้นที่เยี่ยมกลุ่มเปราะบาง

ในพื้นที่ตำบลกระตีบ ตำบลห้วยม่วง ตำบลสระพัฒนา และตำบลสระสี่มุม จำนวน 42 ราย ตามนโยบายกรมการปกครอง อำเภอพึ่งได้ ตามโครงการ “ แก้จน คนกำแพงแสน”

นายอำเภอไปหาถึงที่ เติมสุขถึงบ้าน ทั้งนี้ ได้มอบสิ่งของอุปโภคบริโภคที่จำเป็นที่ได้รับการสนับสนุนจาก วโรงงานไทยฟู้ดส์ จำกัด

ไพรัตน์ฟาร์ม สมจิตรฟาร์ม ภาคีเครือข่าย ภาคเอกชน ผู้ประกอบการห้างร้านพื้นที่อำเภอกำแพงแสน และคหบดี พ่อค้าชาวกำแพงแสน ทั้งนี้อำเภอกำแพงแสนมีแผนในการลงพื้นที่เยี่ยม

กลุ่มเปราะบางเป็นประจำทุกเดือนอย่างต่อเนื่องเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและแก้ปัญหาความยากจนให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สือรัฐ ทีวี บก.เอกสิทธ์ หมวดทอง