#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / แข่งขันจานร่อนเยาวชนชิงชนะเลิศ ครั้งที่ 7 สนามแข่งขัน สนามฟุตซอล มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน นครปฐม

10 กันยายน 2569 นักเรียนโรงเรียนวัดหนองปลาไหล(ปานพลอุปถัมภ์) นำโดย ผอ.ชุติสรา หาดแมน ร่วมแสดงความยินดีกับนักเรียนโรงเรียนวัดหนองปลาไหลที่ได้ร่วมการแข่งขันกีฬาจานร่อนเยาวชนชิงชนะเลิศแห่งประเทศระดับภาค ภาค 2 (ภาคกลางและภาคตะวันตก) ประเภททีมผสมและประเภท Open รุ่นอายุไม่เกิน 13 ปี ได้รางวัลรองชนะเลิศอันดับ2 ฝึกซ้อมโดยคุณครูปฏิพัทธ์ กุลจรัสอนันต์ และ คุณครูวาทินี ปรีสำเนียง

ทั้งนี้ ในช่วงการแข่ง โรงเรียนได้รับการสนับสนุนอุปการะคุณจากคุณวีรพงษ์ เพชรอำ และคุณบอย สวนอาหารชลธาร ที่สนับสนุนค่าสมัครการแข่งขันกีฬาจานร่อนให้กับนักกีฬาของโรงเรียน จำนวน 3,000 บาท / ร้านอาหารครัวชลธาร ร้านเตี๋ยวลุงตุ๋ง ร้านBanana sport(บานาน่าสปอร์ต)

และครอบครัวของเด็กหญิงพิมพ์ณิชา เพชรอำ สนับสนุนชุดแข่งขัน /คุณโสภา โพธิ์แจ่ม ผู้ปกครองของเด็กหญิงสุธิพร โพธิ์แจ่ม นักเรียนชั้น ป.5 ที่สนับสนุนน้ำดื่ม /ผู้ปกครองของเด็กชายจิรายุ บุญยะเกตุ สนับสนุนอาหารกลางวัน / ผู้ปกครองของเด็กชายจิรายุ โนนน้อยและเด็กหญิงพิมพ์ณิชา เพชรอำสนับสนุนขนมและน้ำดื่ม

     ทั้งนี้ โรงเรียนขอขอบพระคุณผู้ปกครองทุกท่านที่ให้การสนับสนุนให้นักเรียนได้ฝึกซ้อมและไปแข่งขันกีฬาจานร่อน ขอให้ทุกท่านที่เกี่ยวข้องมีแต่ความสุขความเจริญตลอดปีตลอดไป  
ภาพ/ข่าว โดย.นายสมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /ผู้ว่าราชฯจ.นครปฐม เป็นประธานกิจกรรม “ปั่นเลาะรั้ว ทัวร์รอบฐานบิน” เต้นแอโรบิค จ.นครปฐม

วันพุธที่ 9 กันยายน 2569 เวลา 16.30 น. นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เป็นประธานกิจกรรม ผู้ว่าฯ พาออกกำลังกาย ครั้งที่ 3 “ปั่นเลาะรั้ว ทัวร์รอบฐานบิน” และกิจกรรม เต้นแอโรบิค ณ อาคารแสนเมือง โรงเรียนการบิน กำแพงแสน อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม

โดยมีนายสมาวิษฎ์ สุพรรณไพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม นางศิริรักษ์ สุพรรณไพ รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัด นายพัฒนพงษ์ สร้อยอินทรากุล ปลัดจังหวัดนครปฐม พลอากาศตรี ดิษฐพล ชูวงษ์ ผู้บัญชาการโรงเรียนการบิน เรือ

อากาศเอกหญิง นาตยา ชูวงษ์ ประธานชมรมคู่สมรสทหารอากาศโรงเรียนการบิน นายเกียรติศักดิ์ ธนาวรรณโอภาส นายอำเภอกำแพงแสน ปลัดอำเภอกำแพงแสน ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ร่วมกิจกรรมรวมกว่า 300 คน

โดยสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครปฐม ร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่าย จัดกิจกรรมดังกล่าวขึ้นเพื่อสนับสนุนให้ประชาชน ชุมชน และองค์กรภาคประชาสังคม ทุกภาคส่วนเข้าถึงการจัดกิจกรรมส่งเสริมการออกกำลังกายและเล่นกีฬาอย่างเป็นรูปธรรม ตลอดจนส่งเสริมให้ประชาชนทุกช่วงวัย ตระหนักถึงประโยชน์ของการออกกำลังกายจนเป็นวิถีชีวิต

เพื่อสร้างสุขภาวะที่ดีทั้งทางร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม และสติปัญญา โดยใช้กิจกรรมการออกกำลังกายและเล่นกีฬาเป็นสื่อ ในการปลูกฝังความรัก ความสามัคคี ความมีน้ำใจนักกีฬา รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย รวมถึงพัฒนาเครือข่ายด้านการกีฬา ร่วมกับทุกระดับและทุกภาคส่วนอย่างยั่งยืน
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / ป.ป.ช. ประจวบฯ แถลงผลงานปี 2569! ยอดร้องเรียนทะลุ 207 เรื่อง “กระบวนการยุติธรรม” 80% ทุจริตยังรุนแรง

 ประจวบคีรีขันธ์ — สถานการณ์ปัญหาการทุจริตในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ยังคงอยู่ในระดับที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด หลังสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ประจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จัดงานแถลงผลการดำเนินงานประจำปี 2569 เผยยอดเรื่องร้องเรียนพุ่งสูงถึง 207 เรื่อง สูงกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีย้อนหลังอย่างมีนัยสำคัญ

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 10 กันยายน 2569 ณ ห้องประชุมชั้น 3 สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายอภิชาติ ปุณยธัญพงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดเพชรบุรี ในฐานะรักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานการแถลงผลงานประจำปี โดยมี นายปราโมท ตั้งซุ่ยยัง ประธานชมรมสตรองจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช., คณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กลุ่มชมรม Strong จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และสื่อมวลชนเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง

นายอภิชาติ เปิดเผยสรุปผลการดำเนินงาน 3 ด้านหลัก ได้แก่ ด้านการปราบปรามการทุจริต ด้านการตรวจสอบทรัพย์สิน และด้านการป้องกันการทุจริต โดยด้านการปราบปรามฯ พบว่ายอดเรื่องร้องเรียนรวมสุทธิในปีนี้สูงถึง 207 เรื่อง ในขณะที่ค่าเฉลี่ยภาพรวม 5 ปีย้อนหลังอยู่ที่เพียง 132 เรื่อง และยังคงมีเรื่องที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบรับคำกล่าวหาค้างดำเนินการอีก 100 เรื่อง

เมื่อวิเคราะห์แยกประเภท พบว่า กระบวนการยุติธรรม ครองอันดับหนึ่งอย่างเหนือล้ำด้วยสัดส่วนถึง 81.16% คิดเป็น 168 เรื่อง ทิ้งห่างอันดับถัดไปอย่างมาก ดังนี้ – กระบวนการยุติธรรม 168 เรื่อง (81.16%) สาธารณูปโภคและโครงสร้างพื้นฐาน: 16 เรื่อง (7.73%)การบริหารงานบุคคล: 15 เรื่อง (7.25%)ที่ดิน: 3 เรื่อง (1.45%)การเงินและการธนาคาร: 2 เรื่อง (0.97%)เมื่อเจาะลึกในรายละเอียดลักษณะความผิด พบว่าปัญหาการใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่เป็นประเด็นหลัก

  • การใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต: 12 เรื่อง
  • การจัดซื้อจัดจ้าง: 10 เรื่อง
  • การเรียกรับสินบน: 7 เรื่อง
  • เจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์: 5 เรื่อง
  • ในส่วนของการทำงานเชิงรุก มีการรับเรื่องตรวจสอบเบื้องต้นใหม่ 9 เรื่อง (เสร็จสิ้น 24 เรื่อง) และรับเรื่องไต่สวนใหม่ 7 เรื่อง (ไต่สวนเสร็จสิ้น 9 เรื่อง)
  • รับบัญชีทรัพย์สินกรณีเข้ารับตำแหน่ง: 162 บัญชี
  • รับบัญชีทรัพย์สินกรณีพ้นจากตำแหน่ง: 134 บัญชี
  • บัญชีที่คณะกรรมการมีมติแล้ว: 56 บัญชี
  • อยู่ระหว่างดำเนินการตรวจสอบ: 5 บัญชี
  • สถานะบัญชีปกติ: 79.39%
  • ประกาศเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินแล้ว: 42 บัญชี

สำนักงาน ป.ป.ช. ประจวบคีรีขันธ์ ยังเดินหน้าสร้างระบบป้องกันอย่างเข้มข้น:

  • ลงพื้นที่กำกับติดตามหลักสูตรต้านทุจริตศึกษา รวม 16 ครั้ง
  • คุมเข้มมาตรการป้องกันการเรียกรับผลประโยชน์เพื่อแลกเข้าเรียน 1 โรงเรียน
  • เฝ้าระวังโครงการอาหารกลางวันนักเรียนใน 6 โรงเรียนอย่างใกล้ชิด
  • ตั้งโต๊ะเฝ้าระวังโครงการเมกะโปรเจกต์ งบประมาณ 500 ล้านบาทขึ้นไป จำนวน 3 โครงการ
  • ผลักดันหลักสูตร e-Learning สถาบันอุดมศึกษา จำนวน 2 แห่ง

สรุปภาพรวม ป.ป.ช. ประจวบคีรีขันธ์ ยืนยันสถานการณ์ทุจริตในพื้นที่ยังคงรุนแรง โดยเฉพาะในกระบวนการยุติธรรมที่มีเรื่องร้องเรียนสูงเป็นพิเศษ พร้อมย้ำเดินหน้าตรวจสอบเข้มทุกด้าน และสร้างระบบป้องกันตั้งแต่ระดับรากฐาน เพื่อยกระดับมาตรฐานความโปร่งใสในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์อย่างยั่งยืน

///////////////

ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0623644468

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ “พ่อเมืองนราธิวาส” ดีเดย์ยึดสวน ร.5 ดักจับสายควัน! ชู “NARATHIWAT MODEL” ปรับโหด 5,000 บาท รับงานใหญ่ “ของดีเมืองนรา 2569”

ผู้ว่าฯนราธิวาสผนึกกำลังทุกภาคส่วน ทั้งสาธารณสุข ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และภาคีเครือข่าย ลุยยกระดับจังหวัดสู่ต้นแบบความเป็นเลิศด้านการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบระดับประเทศ ประกาศพื้นที่สวนสาธารณะเมืองนราธิวาสเป็นเขตปลอดบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า 100% พร้อมปูพรมเข้มรับเทศกาลใหญ่ “งานของดีเมืองนรา ประจำปี 2569” งัดมาตรการเด็ดขาด “เจอจริง จับจริง ปรับจริง” ปรับสูงสุด 5,000 บาท หวังคุ้มครองประชาชน เด็ก เยาวชน และกลุ่มเปราะบางจากพิษภัยควันบุหรี่มือสองและมือสามอย่างยั่งยืน

วันที่11ก.ย.69 ณ สวนสาธารณะเมืองนราธิวาส นายแพทย์กู้ศักดิ์ บำรุงเสนา นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนราธิวาส นำทีมเจ้าหน้าที่และภาคีเครือข่ายบูรณาการ ได้แก่ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ฝ่ายปกครองสำนักงานสาธารณสุขอำเภอเมืองนราธิวาสโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนราธิวาส และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่รณรงค์สร้างความตระหนักรู้และเตรียมความพร้อมในการขับเคลื่อน “สวนสาธารณะปลอดบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า”

สำหรับการขับเคลื่อนครั้งนี้เป็นการเตรียมความพร้อมครั้งสำคัญเพื่อรองรับการจัดงาน “ของดีเมืองนรา ประจำปี 2569” ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12–21 กันยายน 2569 ณ สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนมพรรษา (สวน ร.5) จังหวัดนราธิวาส โดยมุ่งหวังให้การคุ้มครองสุขภาพของประชาชนและผู้มาร่วมงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนกำชับให้มีการปฏิบัติตามกฎหมายควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบอย่างเคร่งครัด

ซึ่งทางจังหวัดได้ขอความร่วมมือจากทุกหน่วยงานในการติดป้าย “ห้ามสูบบุหรี่” ให้เห็นอย่างชัดเจนทั่วบริเวณงาน ซึ่งได้รับการออกแบบป้ายเขตปลอดบุหรี่รูปแบบเฉพาะของจังหวัดเพื่อสร้างการรับรู้ไปในทิศทางเดียวกัน ภายใต้แนวคิด “NARATHIWAT MODEL : นราธิวาสโมเดล” ซึ่งมุ่งยกระดับการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบให้เกิดผลสัมฤทธิ์เป็นรูปธรรม และสามารถนำไปเป็นต้นแบบขยายผลสู่พื้นที่อื่นๆ ได้อย่างต่อเนื่อง

สำหรับไฮไลต์และมาตรการสำคัญในการบังคับใช้กฎหมายภายในงานประกอบด้วยการตั้งชุดปฏิบัติการบูรณาการ จัดเจ้าหน้าที่ตำรวจ เทศบาล และเจ้าพนักงานตามกฎหมายจากกระทรวงสาธารณสุข มาประจำ ณ จุดสอดส่องดูแลและจุดหน้างาน เพื่อเฝ้าระวัง ตรวจสอบ และดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดทันทีการบังคับใช้กฎหมายและบทลงโทษ ดำเนินการปรับทางวินัยตามอัตราที่กฎหมายกำหนด โดยมีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 5,000 บาท สำหรับผู้ที่ฝ่าฝืนสูบบุหรี่มวนหรือบุหรี่ไฟฟ้าในเขตปลอดบุหรี่

โดยช่องทางแจ้งเบาะแสประชาชน จัดทำสื่อประชาสัมพันธ์พร้อมสแกน QR Code เพื่อให้ประชาชนผู้ร่วมงานสามารถสแกนแจ้งเบาะแสผู้กระทำผิดตาม พ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ ได้โดยสะดวกและรวดเร็ว ด้านนายแพทย์กู้ศักดิ์ บำรุงเสนา นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนราธิวาส เปิดเผยว่า เนื่องจากพื้นที่สาธารณะและพื้นที่จัดงานศูนย์กลางเป็นจุดที่มีประชาชนมารวมตัวกันจำนวนมาก การบังคับใช้กฎหมายจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยมีวัตถุประสงค์หลัก 2 ประการ คือ ประการแรก

เพื่อปกป้องสุขภาพของผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ไม่ให้ได้รับผลกระทบจากควันบุหรี่มือสองและมือสาม และประการที่สอง คือการจำกัดพื้นที่ของผู้สูบ เพื่อเป็นแรงจูงใจในการลด ละ และเลิกสูบบุหรี่ในที่สุดจังหวัดนราธิวาสจึงขอความร่วมมือจากประชาชนและนักท่องเที่ยวทุกคนที่จะมาร่วมงาน “ของดีเมืองนรา ประจำปี 2569” ให้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด งดเว้นการสูบบุหรี่ทุกประเภทภายในบริเวณงาน เพื่อร่วมกันสร้างสิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัย และส่งเสริมสุขภาพที่ดีภายใต้คำขวัญ “ปลอดบุหรี่ ปลอดบุหรี่ไฟฟ้า เพื่อสุขภาพดีของทุกคน”
///////////////
ข่าว/กรียา เต๊ะตานี/นราธิวาส/0896579170

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / มหามวลมิตรร่วมฉลองบ้านใหม่ “ต๋อง ปายฟ้า” นักช่วยเหลือสังคมแห่งบางละมุง

วันที่ 9 ก.ย.69 ครอบครัวมีบุญมาก โดย นายปายฟ้า มีบุญมาก หรือ ต๋อง นักช่วยเหลือสังคมชื่อดังแห่งอำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ได้ถือฤกษ์ดี 999 วันที่ 9 เดือน 9 ปี 69 จัดงานทำบุญขึ้นบ้านใหม่ บ้านปายฟ้า เลขที่ 467 ม.4 ต.หนองกี่ อ.หนองกี่ จ.บุรีรัมย์ ภายในงานพบว่ามีแขกเหรื่อ เพื่อนฝูง มวลมิตร ผู้ให้การนับถือและบุคคลรู้จักหลากหลายวงการเข้าร่วมแสดงความยินดีเป็นจำนวนมาก

อาทิ นายมีชัย อินทร์พิทักษ์ ประธานคณะทำงานนายกเมืองพัทยาและประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอ็มไอ เอ็นเตอร์เมนท์ จำกัด, พันจ่าเอกไชยยันต์ พาสว่าง นายอำเภอหนองกี่, นางสาวศิริรัตน์ บุญชัยสุข รองประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดบุรี, พ.ต.อ.ชิตเดชา สองห้อง รอง ผบก.สระแก้ว, นายสุพิศ คิดรอบ นายกเทศมนตรีตำบลหนองกี่, นายสังวาลย์ ฉิมจารย์ นายกเทศมนตรีตำบลศาลเจ้าพ่อขุนศรี อำเภอหนองกี่, นางลิซ่า แฮมิลตัน นายกสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจกลางคืนเมืองพัทยา, นายนพปฎล กองวิสัยสุข ประธาน กต.ตร.สภ.หนองปรือ และคณะกต.ตร.สภ.หนองปรือ รวมทั้งผู้มีเกียรติอื่นๆ เข้าร่วมงาน

ภายในงานขึ้นบ้านใหม่ “บ้านปายฟ้า” ในช่วงเช้าได้จัดพิธีการทางสงฆ์ โดยมีพระเถรานุเถระมาเจริญพระพุทธมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคลต่อผู้อาศัย จากนั้นเป็นการร่วมถวายภัตตาหารเลี้ยงเพลพระ ก่อนผู้เข้าร่วมงานจะร่วมรับประทานอาหารกลางวัน พร้อมพูดคุยทักมายแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันด้วยบรรยากาศที่คึกคัก ก่อนในช่วงเย็นจะมีงานเลี้ยงฉลองสังสรรค์พร้อมขึ้นกล่าวอวยพรจากผู้มีเกียรติ

อนึ่ง นายปายฟ้า มีบุญมาก หรือ ต๋อง ปายฟ้า เป็นอีกบุคคลหนึ่งที่มีบทบาทในการช่วยเหลือสังคมในพื้นที่อำเภอบางละมุง เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี และใกล้เคียงในหลากหลายมิติจนเป็นที่รู้จักของคนทั่วไปที่เห็นได้จากการลงพื้นที่ช่วยเหลือชาวบ้านตามเหตุการณ์ต่างๆ อย่างต่อเนื่อง

อีกทั้ง ยังเป็นคนสนิทของเสี่ยเอ้ นายมีชัย อินทร์พิทักษ์ ประธานคณะทำงานนายกเมืองพัทยา ซึ่งเป็นที่นับหน้าถือตาของคนชลบุรี ทำให้ “ต๋อง ปายฟ้า” ได้มีโอกาสทำงานเพื่อสังคมอย่างไม่หยุดหย่อน และด้วยเป็นคนที่มีอัธยาศัยไมตรีที่ดีและเข้าถึงง่าย จึงเป็นที่พึ่งพาของชาวบ้านได้อย่างมากมายเช่นกัน

ฮือฮา! นทท.ซื้อเสื้อ “บ๊อบบี้ อินเดียน“ ครึ่งหมื่น หนุนสินค้างานอินดี้พัทยา

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่โอเชี่ยนมารีน่า ยอร์ชคลับ จอมเทียนจ.ชลบุรี ที่ได้จัดงาน The Art of Ocean Market ริมทะเลที่จอดเรือยอร์ชสามารถสร้างสีสันด้านการท่องเที่ยวช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์นี้ให้จังหวัดชลบุรีได้เป็นอย่างมาก

ด้วยจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งชายไทยและต่างชาติเข้าร่วมชมและจับจ่ายใช้สอยในตลาดชุมชนคนอินดี้ที่มีการออกร้านจำหน่ายสินค้ามือสอง สินค้าวินเทจ งานคราฟต์ และงานศิลปะต่างๆ ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมงานสามารถสร้างรายได้จากการนำสินค้ามาจำหน่ายได้เป็นอย่างดี

โดยที่ร้านของนายพีระพัฒน์ อัครพัฒน์ (บ๊อบบี้ อินเดียน) ผู้ประกอบการจำหน่ายสินค้าวินเทจและเสื้อเพ้นท์ศิลปะที่เป็นรูปลายอิตเดียนแดง โดยใช้ใบหน้าของตนเองเป็นเอกลักษณ์ ได้รับความสนใจจากลูกค้าจนเป็นที่ฮือฮา

โดยมีลูกค้านักท่องเที่ยวที่มาร่วมงานถูกใจเสื้อเพ้นท์ศิลปะที่จำหน่ายในราคาตัวละ 1,000 บาท ได้สนับสนุนงานอาร์ทคนอินดึ้เมืองพัทยาเลือกซื้อไปจำนวน 5 ตัว รวมราคา 5,000 บาท สร้างความพอใจให้ผู้ประกอบเป็นอย่างมาก ยังไม่รวมถึงร้านอื่นๆ ที่คนร่วมงานให้ความสนใจอย่างคึกคักด้วยเช่นกัน

ตร.ทท.พร้อมใช้! ‘ปืนไฟฟ้า’ ดูแลนักท่องเที่ยวพัทยา

วันที่ 8 กันยายน 2569 มีรายงานว่า กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว โดย พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ได้จัดโครงการฝึกอบรมการใช้ปืนช็อตไฟฟ้า Taser gun รุ่นที่ 18 ที่โรงแรม Shambhala hotel pattaya จ.ชลบุรี เพื่อพัฒนาขีดความสามารถของเจ้าหน้าที่ในการดูแลนักท่องเที่ยว สำหรับใช้ปฏิบัติการจริงด้วยการเรียนรู้วิธีการใช้อุปกรณ์ของทางราชการอย่างถูกต้อง

โดยโครงการฝึกอบรมการใช้ปืนช็อตไฟฟ้า Taser gun รุ่นที่ 18 ในครั้งนี้ มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส.ทท.4 กก.2 บก.ทท.1 พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่สืบสวน กก.2 บก.ทท.1 เข้าร่วมรับการฝึกอบรมรวมทั้งสิ้น 56 นาย

ภายในงานได้รับเกียรติจาก ว่าที่ พ.ต.อ.ต่อลาภ ตินะมาตร ผกก.ฝอ.1 บก.อก.บช.ทท. เดินทางมาเป็นวิทยากรในการฝึกอบรมและเรียนรู้การใช้งานปืนช็อตไฟฟ้าTaser gun อุปกรณ์สำหรับช่วยควบคุมสถานการณ์ที่มีความเสี่ยง โดยมุ่งเน้นการใช้งานอย่างถูกต้อง ปลอดภัย และเป็นไปตามหลักการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่

ทั้งนี้ การฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ คือการเตรียมความพร้อมเพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถดูแลและให้ความช่วยเหลือนักท่องเที่ยวและประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ตำรวจท่องเที่ยวมีความพร้อมในการเรียนรู้ พร้อมปฏิบัติ และพร้อมดูแลนักท่องเที่ยวทุกเวลา



#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / ผู้รายนี้ใหญ่มากๆ! รมว.สุชาติ สั่งขยายผลด่วน หลัง ทลายโกดังแปรรูปไม้เชียงราย พบไม้ประดู่ท่อนล็อตใหญ่ 109 ท่อน ลั่นฟันไม่เลี้ยงถึงตัวการใหญ่

วันนี้ (7 กันยายน 2569) นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) เปิดเผยถึงยุทธการปราบปรามอาชญากรรมทางทรัพยากรธรรมชาติอย่างเด็ดขาดและเป็นรูปธรรม เปิดศึกกวาดล้างการกระทำผิดกฎหมายและลุยปราบปรามขบวนการที่เข้ามาแสวงหาผลประโยชน์จากทรัพยากรของประเทศอย่างไม่มีการละเว้น โดยเฉพาะเคสการลักลอบตัดไม้ทำลายป่าและการค้าไม้มีค่าข้ามชาติ ซึ่งสร้างความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อระบบนิเวศและสมบัติของชาติ

ปฏิบัติการในครั้งนี้สืบเนื่องมาจากกรณีเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้ผนึกกำลังร่วมกับ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (CIB), กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และกรมป่าไม้ เข้าทำการสืบสวนขยายผลและนำกำลังเข้าตรวจค้นโกดังแห่งหนึ่งในพื้นที่หมู่บ้านโป่งฮึ้ง ตำบลห้วยสัก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ซึ่งจากการเข้าตรวจค้นในครั้งนั้น

เจ้าหน้าที่พบว่าสถานที่ดังกล่าวมีการจัดตั้งเป็นโรงงานแปรรูปไม้โดยไม่ได้รับอนุญาตและมีไม้ท่อนซุกซ่อนอยู่เป็นจำนวนมาก แต่ในวันดังกล่าว คณะเจ้าหน้าที่ที่เฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวของโกดังกลับพบสิ่งผิดปกติว่า ไม้บางส่วนที่เคยซุกซ่อนอยู่ภายในโกดังได้สูญหายไปก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเข้าตรวจค้น ทำให้ต้องเปิดยุทธการสะกดรอยและติดตามไม้ส่วนที่หายไปอย่างกระชั้นชิด

จนกระทั่งล่าสุด ในระหว่างวันที่ 6 ถึง 7 กันยายน 2569 คณะเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการร่วมที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันสืบสวนสะกดรอยติดตามไม้ประดู่ท่อนที่เคยตรวจพบภายในโกดังพื้นที่หมู่บ้านโป่งฮึ้ง ตำบลห้วยสัก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ที่แอบทยอยเคลื่อนย้ายหลบหนีไปก่อนหน้านี้ จนกระทั่งแกะรอยพบว่า ไม้ดังกล่าวกำลังถูกลำเลียงขนย้ายออกมาจากโกดังอีกแห่งหนึ่งในพื้นที่อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย โดยใช้รถเทรลเลอร์ขนาดใหญ่ของ บริษัท ไทยเครน เชียงราย จำกัด จำนวน 2 คัน โดยมีชายจำนวน 2 คนทำหน้าที่เป็นผู้ขับขี่ คณะเจ้าหน้าที่จึงได้ประสานงานร่วมกับตำรวจทางหลวง วางแผนเข้าทำการสกัดหยุดรถเพื่อขอทำการตรวจสอบอย่างทันท่วงที ขณะที่รถบรรทุกเคลื่อนที่มาถึงบริเวณริมถนนสาย 1020 ตำบลดอยลาน อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย

จากการเข้าตรวจค้นและตรวจสอบบริเวณท้ายพ่วงของรถเทรลเลอร์ทั้งสองคันอย่างละเอียด พบไม้ประดู่ท่อนขนาดใหญ่บรรทุกอยู่เต็มท้ายพ่วง โดยรถคันที่ 1 ท้ายพ่วงหมายเลขทะเบียน เชียงราย บรรทุกไม้ประดู่ท่อนจำนวน 47 ท่อน และรถคันที่ 2 ท้ายพ่วงหมายเลขทะเบียน เชียงราย บรรทุกไม้ประดู่ท่อนจำนวน 62 ท่อน รวมจำนวนไม้ประดู่ท่อนที่ตรวจยึดได้ในครั้งนี้ทั้งหมดมากถึง 109 ท่อน เมื่อเจ้าหน้าที่ได้สอบถามและเรียกตรวจเอกสารจากผู้ขับขี่ทั้งสองราย ปรากฏว่าผู้ขับขี่ไม่สามารถนำเอกสารหลักฐานแสดงแหล่งที่มาของไม้ที่ถูกต้องตามกฎหมายมาแสดงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้แต่อย่างใด และจากการตรวจสอบสภาพเนื้อไม้เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ไม่พบร่องรอยการเคยเป็นสิ่งปลูกสร้าง หรือเครื่องใช้มาก่อนแต่อย่างใด ซึ่งเข้าข่ายเป็นการทำไม้และมีไม้หวงห้ามไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย

คณะเจ้าหน้าที่จึงได้ทำการควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองราย พร้อมอายัดของกลางไม้ประดู่ท่อนและรถเทรลเลอร์ นำส่งมายังหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ชร. 5 (ดอยช้าง) เพื่อทำบันทึกการจับกุม อายัดของกลางไว้ตรวจสอบอย่างละเอียด และดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป…
#สมจิตรแสงบันลังค์รายงาน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / “ผู้ว่าฯนครปฐม พาชมสวนส้มโอนครชัยศรี ของดีมีเรื่องเล่า”

วันพฤหัสบดีที่ 10 กันยายน 2569 ณ กลุ่มแปลงใหญ่ส้มโอดอนแฝก หมู่ที่ 2 ตําบลดอนแฝก อําเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐมนายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี กล่าวต้อนรับประธานในพิธีเปิดกิจกรรม “ผู้ว่าพาชมสวนส้มโอนครชัยศรี ของดีมีเรื่องเล่า” โดยมีนางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม ให้เกียรติมาเป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมฯ พร้อมกันนี้ นางพลัศริญญา อมรพันธุ์ศักดิ์ เกษตรจังหวัดนครปฐม เป็นผู้กล่าวรายงานฯ นายจำลอง ชัยชะนะ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลดอนแฝก เป็นผู้กล่าวข้อมูลพื้นที่ตำบลดอนแฝก พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการระดับจังหวัด ผู้แทนพัฒนาการจังหวัดนครปฐม ผู้แทนพาณิชย์จังหวัดนครปฐม

ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินจังหวัดนครปฐม ผู้แทนศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรนครปฐม ผู้แทนสำนักงานปฏิรูปที่ดินจังหวัดนครปฐม ผู้แทนสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดนครปฐม ผู้แทนสำนักงานประมงจังหวัดนครปฐม ผู้แทนสำงานตรวจบัญชีสหกรณ์นครปฐม ผู้แทนสหกรณ์จังหวัดนครปฐม หัวหน้าส่วนราชการระดับอำเภอ นายชัยยุทธ หุ่นเจริญ ปลัดอาวุโสอำเภอนครชัยศรี นางณัฐทิยา อชิตกุล เกษตรอำเภอนครชัยศรี นายอาทร สูญจันทร์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลวัดละมุด พ.ต.อ.เลอศักดิ์ ตุมรสุนทร ผกก.สภ.นครชัยศรี นายกองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยพลู นายปราโมทย์ มลคล้ำ สาธารณสุขอำเภอนครชัยศรี สรรพากรอำเภอนครชัยศรี ปศุสัตว์อำเภอนครชัยศรี ประมงอำเภอนครชัยศรี ปลัดอำเภอนครชัยศรี ผู้แทนบริษัทผู้ส่งออกส้มโอนครชัยศรี เกษตรกรกลุ่มแปลงใหญ่ส้มโอดอนแฝก กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ฯลฯ อสม. ส่วนราชการ บุคลากร เจ้าหน้าที่ และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมกิจกรรม ตลอดจนสื่อมวลชนเข้าร่วมเพื่อประชาสัมพันธ์การจัดกิจกรรม

ด้วยอําเภอนครชัยศรี ร่วมกับสํานักงานเกษตรอําเภอนครชัยศรี และสํานักงานเกษตรจังหวัดนครปฐม ตลอดจนหน่วยงานภาคีเครือข่าย ได้ ร่วมกันจัดกิจกรรม “ผู้ว่าพาชมสวนส้มโอนครชัยศรี ของดีมีเรื่องเล่า” ขึ้นในวันนี้ ณ กลุ่มแปลงใหญ่ส้มโอดอนแฝก หมู่ที่ 2 ตําบลดอนแฝก อําเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างการรับรู้และประชาสัมพันธ์ส้มโอ นครชัยศรีให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย ตลอดจนส่งเสริมให้ผู้บริโภคสามารถ เข้าถึงแหล่งผลิตส้มโอคุณภาพ และสร้างความเชื่อมั่นในสินค้าเกษตรของจังหวัดนครปฐม ส้มโอนครชัยศรี ถือเป็นสินค้าเกษตรอัตลักษณ์ที่มีชื่อเสียงของ จังหวัดนครปฐม มีความโดดเด่นทั้งด้านพันธุ์ คุณภาพ รสชาติ และภูมิปัญญา การผลิตของเกษตรกร

ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ GI อันเป็นการสะท้อนถึงคุณค่าและเอกลักษณ์ของผลผลิตที่เชื่อมโยงกับพื้นที่และวิถีชีวิตของชุมชนชาวสวน ส้มโอ การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ จึงเป็นอีกหนึ่ง กลไกสําคัญในการนําเสนอเรื่องราวของ ส้มโอนครชัยศรี ตั้งแต่ภูมิปัญญาและ ประวัติสายพันธุ์ การผลิตและการคัดคุณภาพ ตลอดจนการแปรรูปและการ เชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวเชิงเกษตร เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิต และเปิด โอกาสให้เกษตรกรได้พบกับผู้บริโภคและนักท่องเที่ยวโดยตรง อันจะนําไปสู่การ สร้างรายได้และการกระจายรายได้สู่ชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม สําหรับกิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย
การสัมภาษณ์ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เพื่อประชาสัมพันธ์ ส้มโอนครชัยศรี ตลอดจนสร้างการรับรู้ถึงศักยภาพ ของจังหวัดนครปฐมในการผลิตสินค้าเกษตรคุณภาพและการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงเกษตร
การจัดนิทรรศการ จํานวน 3 เรื่อง ได้แก่

  1. ประวัติและสายพันธุ์ส้มโอที่สําคัญของอําเภอนครชัยศรี
  2. การแปรรูปส้มโอ พร้อมกิจกรรมให้ผู้เข้าร่วมงานได้ลิ้มลองยําส้มโอและ หมี่กรอบรสส้มโอ
  3. การแนะนําสวนส้มโอและการเชื่อมโยงสู่การท่องเที่ยวเชิงเกษตร
    🍐การสาธิตการคัดคุณภาพส้มโอเพื่อการส่งออก เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับมาตรฐานและคุณภาพของผลผลิต ซึ่งเป็นปัจจัยสําคัญใน การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของสินค้าเกษตร
    การจัดบูธแสดงสินค้าและผลิตภัณฑ์ของวิสาหกิจชุมชน รวมถึง สินค้า OTOP ของอําเภอนครชัยศรี เพื่อเป็นช่องทางในการประชาสัมพันธ์และเพิ่มโอกาสทางการตลาดให้แก่ผู้ประกอบการและเกษตรกรในพื้นที่
    การนั่งเรือชมสวนและตัดส้มโอ ซึ่งถือเป็นกิจกรรม Highlight ของงาน โดยได้รับเกียรติจากท่านผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม ร่วมตัดส้มโอเพื่อสะท้อนถึง วิถีชีวิตและภูมิปัญญาของเกษตรกรชาวสวนส้มโอ และเชื่อมโยงไปสู่การท่องเที่ยวเชิงเกษตร

อําเภอนครชัยศรี, สํานักงานเกษตรอําเภอนครชัยศรี, สํานักงานเกษตรจังหวัดนครปฐม และทีมผู้จัดกิจกรรม ขอขอบคุณ นายมงคลวิทย์ ธนัตแก่นจันทร์ (ลุงเต่า) ประธานกลุ่มแปลงใหญ่ส้มโอดอนแฝก และครอบครัว ที่เอื้อเฟื้อสถานที่และการดำเนินการในการจัดกิจกรรมฯ ขอขอบคุณ นายอาทร สูญจันทร์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลวัดละมุด นายจำลอง ชัยชะนะ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลดอนแฝก ผู้จัดการร้าน Pomelo Café พร้อมด้วยส่วนราชการ และทีมงานทุกท่าน ตลอดจนสื่อมวลชนจากสื่อสำนักต่างๆ ที่สนับสนุน อำนวยการ ให้กิจกรรมฯ ในครั้งนี้สำเร็จลุล่วงไปดียิ่ง ส่งผลให้ส้มโอนครชัยศรีเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายผู้ว่าพาชมสวนส้มโอนครชัยศรีของดีมีเรื่องเล่าอำเภอนครชัยศรี
กลุ่มแปลงใหญ่ส้มโอดอนแฝก
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / พช.นครปฐม ร่วมพิธีเปิดงาน CD NEXT 2026 พร้อมรับรางวัลเชิดชูเกียรตินักพัฒนาชุมชน

วันนี้ 9 กันยายน 2569 เวลา 13.30 น. ณ ลานอเนกประสงค์ ชั้น 2 อาคารรัฐประศาสนภักดี ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ หลักสี่ กรุงเทพมหานครนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “CD NEXT 2026” ภายใต้โครงการวันพัฒนาชุมชน ประจำปี 2569 ครั้งที่ 15 (15th Community Development DAY 2026) โดยมี นายสยาม ศิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย ผู้บริหารกรมการพัฒนาชุมชน ผู้นำชุมชน ภาคีเครือข่าย บุคลากรกรมการพัฒนาชุมชน สื่อมวลชน และแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง

ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้กล่าวแสดงปาฐกถาและเปิดงานโดยเน้นย้ำว่า ตลอดระยะเวลากว่า 64 ปีที่ผ่านมา กรมการพัฒนาชุมชนได้ทำหน้าที่เคียงข้างและทำงานใกล้ชิดกับประชาชนในพื้นที่ โดยน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นแนวทางสำคัญในการวางรากฐานการพัฒนาชนบท สร้างเศรษฐกิจฐานรากให้มั่นคง และส่งเสริมให้ประชาชนสามารถพึ่งตนเองได้ สำหรับการจัดงานในปีนี้จัดขึ้นภายใต้ธีม “CDD Next 2026 PASSION • INNOVATION • SUSTAINABILITY : มุ่งมั่น • สร้างสรรค์ • ยั่งยืน” ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการผสานพลังภาครัฐ ภาคประชาชน และนวัตกรรม เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง

ภายในงานถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญกับการมอบรางวัลเชิดชูเกียรติและประกาศเกียรติคุณแก่ผู้นำชุมชน กลุ่ม องค์กร เครือข่าย และบุคลากรผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงทั่วประเทศรวมกว่า 227 รางวัล เพื่อยกย่องความทุ่มเทเสียสละในการทำงานเพื่อส่วนรวม อาทิ รางวัลพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี (รางวัลตำบลเข้มแข็งตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ดีเลิศระดับจังหวัด และรางวัลหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง “อยู่เย็น เป็นสุข” ดีเด่นระดับจังหวัด) โล่รางวัลสิงห์ทอง รางวัลเชิดชูเกียรติกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีดีเด่น และรางวัลผู้นำการเปลี่ยนแปลง

ในการนี้ นายสุริยา บุญเรืองยศศิริ พัฒนาการจังหวัดนครปฐม พร้อมด้วย ผู้อำนวยการกลุ่มงาน พัฒนาการอำเภอ เจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดนครปฐมนางสาวณัฏฐ์ชุดา จำเลนายกองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งลูกนก / ประธานคณะกรรมการพัฒนาสตรีอำเภอกำแพงแสน
เข้ารับรางวัลเชิดชูเกียรติประเภทคณะทำงานขับเคลื่อนกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีดีเด่นระดับศูนย์การศึกษาและพัฒนาชุมชนเพชรบุรี ได้แก่ คณะขับเคลื่อนกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ตำบลทุ่งลูกนก อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม ตำบลเข้มแข็งตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงดีเลิศระดับจังหวัด

(หมู่ 5 ต.สวนป่าน อ.เมืองฯ) ผู้รับรางวัล น.ส.จิราภรณ์ แพรอัตถ์ กำนันตำบลสวนป่านหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง “อยู่เย็น เป็นสุข”ดีเด่นระดับจังหวัด (บ้านไผ่ขาด หมู่ 2 ต.วัดละมุด อ.นครชัยศรี)ผู้รับรางวัล นายรัฏฐกรณ์ เขียวลำไย ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 2 ต.วัดละมุดผู้นำอาสาพัฒนาชุมชน (ผู้นำ อช.) ชาย ดีเด่นระดับจังหวัด นายประนอม รัชตจิรสกุลชัยผู้นำอาสาพัฒนาชุมชน (ผู้นำ อช.) หญิง ดีเด่นระดับจังหวัด

นางสาวศุภณิต แหวนอ่อนกลุ่ม/องค์กรชุมชนแกนหลักสำคัญในการพัฒนาหมู่บ้านดีเด่นระดับจังหวัด ศูนย์เรียนรู้การพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา” หมู่ 1 ต.คลองโยง อ.พุทธมณฑลประธานกลุ่ม/องค์กร นายพรภิรมย์ อ่อนสัมพันธุ์เข้ารับรางวัลในครั้งนี้ด้วย

นอกจากนี้ ภายในงานตลอดทั้ง 3 วัน ยังมีการจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ นิทรรศการแสดงผลงานความสำเร็จของกรมการพัฒนาชุมชนในหลากหลายมิติ ทั้งเรื่องผ้าไทยใส่ให้สนุก กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ทุนชุมชน นวัตกรรม และเทคโนโลยีดิจิทัล รวมถึงการจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) และผลิตภัณฑ์จากชุมชนกว่า 300 ร้านค้า พร้อมเชิญชวนพี่น้องประชาชนร่วมใช้สิทธิ์ผ่านโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” เพื่อสนับสนุนสินค้าฝีมือคนไทย เติมรายได้ให้ผู้ประกอบการ และร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตอย่างยั่งยืน

กรมการพัฒนาชุมชนจึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนและผู้สนใจ มาร่วมเรียนรู้ต้นแบบความสำเร็จ ชม ชิม ช้อปสินค้าชุมชน และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ในงาน “CD NEXT 2026” (CD DAY 2026) ระหว่างวันที่ 9–11 กันยายน 2569 ณ ลานอเนกประสงค์ ชั้น 2 อาคารรัฐประศาสนภักดี ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ แจ้งวัฒนะ
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐทีวี #สื่อรัฐนิวส์ / มอเตอร์เวย์ MR5 สุพรรณบุรี–ชัยนาท ตอน 1 เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็น ค่ายบางระจัน จ.สิงห์บุรี / พลังกีฬา “ตชด.ภ.จว.ปทุมฯ”“ชาริตี้ พรีเมียร์ลีก ๖๙”

วันที่ 9 กันยายน 2569 เวลา 14.30 น นายแสน สุรวิญญวร นายอำเภอค่ายบางระจัน เป็นประธานเปิดการประชุม เสนอแนวคิดในการกำหนดรูปแบบทางเลือกการพัฒนาโครงการเบื้องต้นกลุ่มย่อย(ครั้งที่ 1) กลุ่มที่ 4 พื้นที่ตำบลโพทะเลตำบลหนองกระทุ่มอำเภอค่ายบางระจันจังหวัดสิงห์บุรี. พร้อมด้วย นายจินตวัฒน์ เจริญศรีศิริศิริพงษ์ วิศวกรโครงการ นายวินิจ เจียรสถาวงศ์ ผู้จัดการโครงการ นางสาวสุชานาถ เจริญชาติ วิศวกรโครงการ และนายกิตติภณเหล็กเพชร นายช่างโยธาอาวุโส รวมทั้งผู้แทนกรมทางหลวงและคณะที่ปรึกษาโครงการเข้าร่วมกรมทางหลวงจัดประชุมกลุ่มย่อย ครั้งที่ 1 เดินหน้าทบทวนการศึกษาความเหมาะสม สำรวจและออกแบบรายละเอียด พร้อมศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม

โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 5 (MR5) ช่วงสุพรรณบุรี–ชัยนาท ตอน 1 เปิดโอกาสประชาชนและทุกภาคส่วนร่วมแสดงความคิดเห็น เพื่อประกอบการพัฒนาโครงการให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ในปัจจุบัน. กรมทางหลวงจัดการประชุมเสนอแนวคิดในการกำหนดรูปแบบทางเลือกการพัฒนาโครงการเบื้องต้น (กลุ่มย่อย ครั้งที่ 1) โครงการจ้างวิศวกรที่ปรึกษาเพื่อทบทวนการศึกษาความเหมาะสมด้านเศรษฐกิจ สำรวจและออกแบบรายละเอียด และศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 5 (MR5) ช่วงสุพรรณบุรี–ชัยนาท ตอน 1

นายกิติ ชื่นในธรรม วิศวกรโยธาชำนาญการ กรมทางหลวง ในนามตัวแทนกรมทางหลวงและคณะที่ปรึกษาโครงการ กล่าวรายงาน ถึงความเป็นมาและความจำเป็นของการศึกษา โดยปัจจุบันสภาพพื้นที่และปัจจัยด้านการจราจรมีการเปลี่ยนแปลงจากการศึกษาที่ผ่านมา จึงจำเป็นต้องทบทวนรูปแบบโครงการ ศึกษาปริมาณการจราจร ตลอดจนดำเนินการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (EIA) เพื่อให้แนวทางการพัฒนาโครงการสอดคล้องกับสภาพพื้นที่และบริบทในปัจจุบัน

โครงการ MR5 ช่วงสุพรรณบุรี–ชัยนาท ตอน 1 มีเป้าหมายสำคัญในการพัฒนาโครงข่ายทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองให้มีประสิทธิภาพและเชื่อมโยงกับระบบขนส่งรูปแบบอื่น รองรับการเดินทางและการขนส่งระหว่างภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก รวมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพการเดินทางและช่วยบรรเทาปัญหาการจราจรในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรีและจังหวัดใกล้เคียง ซึ่งมีแนวโน้มปริมาณการจราจรเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

สำหรับการดำเนินงาน กรมทางหลวงได้ว่าจ้างกลุ่มบริษัทที่ปรึกษา ประกอบด้วย บริษัท อินเด็กซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสทูอาร์ คอนซัลติ้ง จำกัด และบริษัท กรีน พลาเน็ท คอนซัลแทนท์ จำกัด ให้ดำเนินการศึกษา โดยครอบคลุมการทบทวนรูปแบบทางเลือก การสำรวจและออกแบบรายละเอียด การศึกษาด้านเศรษฐกิจและสังคม ตลอดจนการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม พร้อมจัดทำมาตรการป้องกัน แก้ไข และติดตามตรวจสอบผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากโครงการ

การประชุมกลุ่มย่อยครั้งที่ 1 มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับความเป็นมาและความจำเป็นของโครงการ วัตถุประสงค์ พื้นที่และขอบเขตการศึกษา ขั้นตอนและแนวทางการศึกษา รวมถึงนำเสนอรูปแบบทางเลือกการพัฒนาโครงการเบื้องต้นและหลักเกณฑ์การคัดเลือกรูปแบบ ตลอดจนแนวทางการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้รับทราบข้อมูลอย่างรอบด้าน และเปิดโอกาสให้ร่วมแสดงความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และข้อห่วงกังวล เพื่อนำข้อมูลไปประกอบการศึกษาในขั้นตอนต่อไป

ทั้งนี้ มีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานราชการระดับตำบลและอำเภอ องค์กรด้านการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ องค์กรพัฒนาเอกชน สถาบันการศึกษา นักวิชาการอิสระ ผู้รับผิดชอบจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม ผู้แทนกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ผู้นำชุมชน และประชาชนทั่วไป เข้าร่วมรับฟังข้อมูลและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น

โดยมี นายนพดล นุ่มน้อย วิศวกรโยธาเชี่ยวชาญ กรมทางหลวง กล่าวปิดการประชุม พร้อมย้ำถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมของประชาชนและทุกภาคส่วน ซึ่งกรมทางหลวงจะนำความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และข้อห่วงกังวลที่ได้รับจากเวทีประชุมไปประกอบการพิจารณาอย่างรอบคอบ กรมทางหลวงมุ่งหวังให้การทบทวนและออกแบบโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 5 ช่วงสุพรรณบุรี–ชัยนาท ตอน 1 มีความเหมาะสม สอดคล้องกับสภาพพื้นที่ เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ตลอดจนตอบสนองความต้องการของประชาชน และสนับสนุนการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมของประเทศอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนในระยะยาว

พลังกีฬา “ตชด.ภ.จว.ปทุมฯ”“ชาริตี้ พรีเมียร์ลีก ๖๙” รวมพลังวงการกีฬากรมพลศึกษาและพันธมิตร ส่งต่อโอกาสทางการศึกษาและช่วยเหลือสังคม ณ สนามกีฬาแห่งชาติศุภชลาศัย

วันที่ ๖ กันยายน ๒๕๖๙ เวลา ๑๕.๐๐ น. พลตำรวจโท รุ่งโรจน์ ฐากูลปุณยสิริ ผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน เป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขันฟุตบอลการกุศล “ชาริตี้ พรีเมียร์ลีก ๖๙” ครั้งที่ ๗ พร้อมด้วย ดร. กิตติพงษ์ โพธิ์มู อดีตอธิบดีกรมพลศึกษา ดร.ปัญญา หาญลำยวง อดีตอธิบดีกรมรักษา นายอดุลยชาติ ขันธมะ (กรมพลศึกษา) พลตำรวจตรี มนัส รุ่งนาค พลเอก รัฐพล ธูปประสม ว่าที่ร้อยตรี ยงยุทธ ภูมิประเทศ พันตำรวจเอก ดร.ทศพร ปทุมยา รองผู้บังคับการ ตำรวจตระเวนชายแดนภาค2ช่วยราชการตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี. นายทรงเดช ภรนพดล กรรมการผู้จัดการบริษัทเวอร์ซุส รวมพลังผู้บริหาร ข้าราชการ นักกีฬา และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจากหลากหลายหน่วยงาน ร่วมใช้กีฬาเป็นสื่อกลางสร้างมิตรภาพและความสัมพันธ์อันดี พร้อมระดมทุนช่วยเหลือเด็ก เยาวชน และผู้ด้อยโอกาสทางสังคม.

โดยมี พลตำรวจตรี พีรพล โชติกเสถียร ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานีกล่าวรายงาน วัตถุประสงค์ การจัดกิจกรรมครั้งนี้มีคณะผู้บริหารกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ผู้แทนกรมพลศึกษา ผู้บังคับบัญชาและข้าราชการตำรวจตระเวนชายแดนจากทุกภาคส่วน ตลอดจนผู้บริหารทีมฟุตบอล นักกีฬา เจ้าหน้าที่ และผู้มีเกียรติ เข้าร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียง อาทิ พลตำรวจโท ณัฐ สิงห์อุดม พล.ต.ท.รุ่งโรจน์ ฐากูลปุณยสิริ. ผบช.ตชด. พล.ต.ท.ณัฐ สิงห์อุดม. พล.ต.ต.กัญชล อินทราราม. รอง ผบช.ตชด. พล.ต.ต.วันชนะ ธรรมเสมา. รอง ผบช.ตชด. พล.ต.ต.พงษ์พิพัฒน์ ศิริพรวิวัฒน์. รอง ผบช.ตชด. พล.ต.ต.กิตติศักดิ์ ปลาทอง. รอง ผบช.ตชด. พล.ต.ต.ปกปภพ บดีพิทักษ์. รอง ผบช.ตชด.

พล.ต.ต.กิตติ์ธเนศ ธนนันท์ทวีสิน รอง ผบช.ตชด. พล.ต.ต.เจนณรงค์ สมเสถียร. ผบก.อก. พล.ต.ต.สกนธ์ อนนท์รัตน์ ผบก.สสน. พล.ต.ต.วุฒิพงษ์ เย็นจิตต์ ผบก.ตชด.ภาค 2 พล.ต.ต.วรพัฒน์ บุญมา ผบก.ตชด.ภาค 3พ.ต.อ.อภิชาต พุทธบุญ รอง.ผบก.ตชด.ภาค 1 พ.ต.อ.พงศ์พัชร นิคมภักดี รอง.ผบก.ตชก.ภาค 2 พ.ต.อ.ทศพร ปทุมยา รอง.ผบก.ตชด.ภาค 2 พ.ต.อ.ภูมิชาย พันธ์กล้ารอง.ผบก.ตชด.ภาค 2 พ.ต.อ.รังสิมันต์ สงเคราะห์ธรรม รอง.ผบก.ตชด.ภาค 3. และ รองผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน รวมถึงผู้บังคับการในสังกัดกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง

สำหรับการแข่งขันฟุตบอลการกุศล “ชาริตี้ พรีเมียร์ลีก ๖๙” มีทีมเข้าร่วมการแข่งขัน ๖ ทีม ได้แก่ ทีม WORK (ทหารบก) ทีมชมรมฟุตบอลโรงเรียนนายร้อยตำรวจ ทีมวีไอพีสรรพสามิต ทีมวีไอพีตำรวจตระเวนชายแดน ทีมวีไอพีกรมพลศึกษา และทีมวีไอพีตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี พร้อมจัดการแข่งขันคู่พิเศษระหว่างทีมวีไอพี เวอร์ซุส all star เพื่อสร้างสีสันและเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างเครือข่ายพันธมิตรกิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี โดยครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ ๗ มีเป้าหมายสำคัญในการส่งเสริมสุขภาพและการออกกำลังกาย พัฒนาจิตใจและน้ำใจนักกีฬา ส่งเสริมจิตสาธารณะและการแบ่งปัน บูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน และขยายเครือข่ายกิจกรรมเพื่อสังคมให้มีความเข้มแข็งและยั่งยืน

นอกจากนี้ รายได้จากการแข่งขันจะนำไปใช้เพื่อช่วยเหลือสังคม โดยมอบทุนการศึกษาแก่เด็กและเยาวชนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ระดับประถมศึกษา จำนวน ๙ ทุน ทุนละ ๑,๐๐๐ บาท และระดับมัธยมศึกษา จำนวน ๑๘ ทุน ทุนละ ๒,๐๐๐ บาท รวมทั้งมอบเงินสนับสนุนสถานสงเคราะห์และองค์กรที่ให้การดูแลผู้พิการ ผู้ด้อยโอกาส และเด็กที่ต้องการความช่วยเหลือ จำนวน ๓ แห่ง แห่งละ ๑๐,๐๐๐ บาท ได้แก่ มูลนิธิอนุเคราะห์คนพิการฯ มูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์ และสถานสงเคราะห์เด็กอ่อนปากเกร็ด รวมยอดเงินบริจาคทั้งสิ้น ๑๐๒,๐๐๐ บาท

การจัดการแข่งขันครั้งนี้ยังเป็นการสานต่อความร่วมมือระหว่างกรมพลศึกษาและกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ซึ่งมีความสัมพันธ์และทำกิจกรรมด้านกีฬาร่วมกันมาอย่างยาวนาน โดยเริ่มต้นจากความร่วมมือในการจัดการแข่งขันกีฬานักเรียนโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ก่อนขยายความร่วมมือไปยังทีมพันธมิตรจากหน่วยงานต่าง ๆ และพัฒนาสู่กิจกรรมฟุตบอลการกุศลอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี ๒๕๕๘. กิจกรรมฟุตบอล Charityได้จัดขึ่นอย่างต่อเนื่องปีละครั้งต่อเนื่องกัน (มีเว้นช่วงโควิต) โดยครั้งนี้เป็นครั้งที่ ๗ซึ่งเป็นความร่วมมือในการ เป็นเจ้าภาพรวมกันของทีม ที่เข้าร่วมแข่งขันเพื่อการกุศลโดยริเรื่มจากความร่วมมือกันระหว่างกรมพลศึกษากับกองบัญชาการตำรวจตระเวน

ชายแดนที่มีความสัมพันธ์กันมาอย่างยาวนาน จากการแข่งขันกีฬารร.ตชด.และต่อสานแผ่ขยายไปยังทีมที่เป็นพันธมิตรร่วมกัน ซึ่งเริ่มต้นเมื่อปี ๒๕๖๘ ในยุคท่านดร.กิตติพงษ์โพธิมู อธิบดีกรมพลศึกษา ตามลำดับซึ่งทาง บช.ตชด.มีท่านพล.ต.ท.อรรถชัย เกิดมงคล เป็น ผบช.ตชด.ในตอนนั้นได้ร่วมกิจกรรมด้วยตนเองและทำกิจกรรมต่อเนื่องเรื่อยมา หลายท่านอธิบดีฯ อาทิ ดร.ปัญญา หาญลำยวง ดร.สันติ ป่าหวาย ดร.นิวัฒนลิ้มสุขนิรันด์ และอีกหลายท่าน จนกระทั่งถึงปัจจุบันท่านมงคล วิมลรัตน์ เป็นอธิบดีกรมพลศึกษา

ในโอกาสนี้ พันตำรวจเอกทศพร ปทุมยา รองผู้บังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 2 ผู้ประสานงานการจัดการแข่งขันได้กล่าวขอบคุณกรมพลศึกษาที่สนับสนุนและเอื้อเฟื้อสถานที่จัดการแข่งขันโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย รวมถึงขอบคุณทีมพันธมิตรทุกทีมที่ร่วมเป็นเจ้าภาพและสนับสนุนกิจกรรมการกุศลมาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้การแข่งขันสามารถดำเนินการระดมทุนเพื่อมอบโอกาสทางการศึกษาและช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสได้เป็นรูปธรรม

จากนั้น ประธานในพิธีได้กล่าวเปิดการแข่งขันฟุตบอลการกุศล “ชาริตี้ พรีเมียร์ลีก ๖๙” อย่างเป็นทางการ ท่ามกลางบรรยากาศแห่งมิตรภาพ ความสามัคคี และน้ำใจนักกีฬา สะท้อนให้เห็นถึงพลังของกีฬาในการเชื่อมโยงเครือข่ายความร่วมมือ และร่วมกันสร้างประโยชน์แก่สังคมอย่างต่อเนื่อง“ชาริตี้ พรีเมียร์ลีก ๖๙” จึงไม่ใช่เพียงการแข่งขันฟุตบอล แต่เป็นเวทีแห่งมิตรภาพ การแบ่งปัน และการส่งต่อโอกาส สะท้อนพลังความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการใช้กีฬาเป็นพลังสร้างสรรค์สังคม.

#สื่อรัฐทีวี #สื่อรัฐนิวส์ / ไทย – เมียนมา ยกระดับความร่วมมือด้านการปราบปรามยาเสพติด ผู้ต้องหา 9 ราย หนีหมายจับอยู่ในเมียนมา

วันที่ 10 กันยายน 2569 พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. พร้อมด้วย นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมรับมอบตัวผู้ต้องหาหลบหนีหมายจับจาก พลตำรวจจัตวา ตั๊ด ลวิน หม่อง (Pol.Brig.Gen. Thant Lwin Maung) เลขาธิการร่วมสำนักงานคณะกรรมการกลางเพื่อการควบคุมยาเสพติดแห่งเมียนมา (Central Committee for Drug Abuse Control : CCDAC) และคณะ

เพื่อให้ทางการไทยไปดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ณ บริเวณจุดผ่านแดนถาวรสะพานข้ามแม่น้ำสายแห่งที่ 1 อ.แม่สาย จ.เชียงราสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2569พลเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี พร้อมด้วย �พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พันตำรวจตรี สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส.

พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และคณะ เดินทางเยือนสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา เพื่อกระชับความร่วมมือด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด โดยได้ยกระดับความร่วมมือด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ทั้งการสกัดกั้นยาเสพติดตามแนวชายแดน การเสริมสร้างความร่วมมือในการควบคุมสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ การแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรองระหว่างหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย และการร่วมสืบสวนขยายผลเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติ

ต่อมา วันที่ 6 – 7 สิงหาคม 2569 พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ได้เดินทางเยือนประเทศไทยและเข้าหารือร่วมกับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

โดยได้เห็นพ้องที่จะยกระดับความร่วมมือในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะการหลอกลวงทางออนไลน์และปัญหายาเสพติดรวมถึงการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารเพื่อประสานความร่วมมืออย่างใกล้ชิดในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดและสารตั้งต้น

จากนโยบายดังกล่าว นำมาสู่การประสานงานและยกระดับความร่วมมือระหว่างไทยกับสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาในทุกมิติ จึงสามารถสืบสวนติดตามจับกุมบุคคลชาวไทยที่หลบหนีหมายจับไปอาศัยอยู่ในเมียนมา จำนวน 9 คน โดยเป็นผู้เกี่ยวข้องกับคดียาเสพติด จำนวน 7 คน ในจำนวนนี้มี 3 คน เป็นนักค้ายาเสพติดรายสำคัญตามประกาศสืบจับฯ ของ สำนักงาน ป.ป.ส. จำนวน 3 คน ได้แก่

นางชลณัฐ (สงวนนามสกุล) อายุ 44 ปี เป็นบุคคลตามหมายจับศาลจังหวัดเชียงรายนายบอย (สงวนนามสกุล) อายุ 42 ปี เป็นบุคคลตามหมายจับศาลอาญานางสาวกุลพร (สงวนนามสกุล) อายุ 35 ปี เป็นบุคคลตามหมายจับศาลอาญา

นอกจากนี้ ยังมีผู้ต้องหาทีเกี่ยวข้องกับคดีอื่น ๆ อีก จำนวน 2 คน ซึ่งการส่งมอบตัวผู้ต้องหาหลบหนีหมายจับในครั้งนี้ สะท้อนถึงความร่วมมือระหว่างประเทศและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการแลกเปลี่ยนข้อมูลและประสานการปฏิบัติงานร่วมกันจนนำไปสู่การติดตามจับกุมบุคคลตามหมายจับได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวขอบคุณทางการเมียนมาและหน่วยงานภาคีที่ให้ความร่วมมือในการกวาดล้างเครือข่ายยาเสพติด โดยเฉพาะนักค้ายาเสพติดที่หลบหนีหมายจับไปอาศัยอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งนี้ สำนักงาน ป.ป.ส. จะเดินหน้าบูรณาการปฏิบัติการพิฆาตยาเสพติดทั้งในและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง

เพื่อทำลายเครือข่ายการค้ายาเสพติดที่ส่งผลกระทบต่อภูมิภาคอย่างเต็มที่ โดยประชาชนสามารถมีส่วนร่วมในการแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับยาเสพติดที่ สายด่วน 1386 ที่พึ่งทุกปัญหายาเสพติด ตลอด 24 ชั่วโมง โดยยืนยันว่าข้อมูลของผู้แจ้งจะถูกเก็บเป็นความลับสูงสุด

    #สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / ศุลกากรประจวบฯ ตชด.14 ทหาร ฉก.จงอางศึก ตร.ประจวบฯ จับคาราวานสินค้าเถื่อนล็อตใหญ่ ยึดบุหรี่นอก 7.3 แสนมวน 16.8 ล้านบาท

    ประจวบคีรีขันธ์ นายฐิติพงศ์ คำผุย นายด่านศุลกากรประจวบคีรีขันธ์ พันตำรวจเอกอัคราวัส สีห์ธนบุญอุบล ผู้กำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 14 ค่ายพระมงกุฎฯ และทหารหน่วยเฉพาะกิจจงอางศึก พร้อมด้วยหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ ทั้งฝ่ายปกครอง ตำรวจ สภ.ห้วยยาง ได้ร่วมกันบูรณาการเดินหน้าปฏิบัติการเชิงรุก “พิทักษ์คีรีขันธ์” อย่างต่อเนื่อง

    ตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลและกรมศุลกากรในการปกป้องสังคมและระบบเศรษฐกิจจากสินค้าผิดกฎหมาย (Social Protection) ภายใต้การสั่งการของ นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร, นายสิทธิชัย สวัสดิ์เสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์, นางกิจจาลักษณ์ ศรีนุชศาสตร์ ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบสิทธิประโยชน์ทางศุลกากร และนางนิภาวรรณ ใยบัวเทศ ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรภาคที่ 1การปฏิบัติการดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2569 โดยเจ้าหน้าที่ได้ออกตรวจตราบนถนนเพชรเกษมและตั้งจุดตรวจสกัดบริเวณด่านตรวจห้วยยาง อำเภอทับสะแก

    เพื่อสกัดกั้นขบวนการลักลอบขนสินค้าหนีภาษีจากพื้นที่ภาคใต้สู่เมืองหลวง จนกระทั่งสามารถตรวจค้นยานพาหนะเป้าหมายและพบของกลางล็อตใหญ่ไม่ปรากฏเอกสารผ่านพิธีการศุลกากร ประกอบด้วย บุหรี่ต่างประเทศหนีภาษี จำนวน 3,667 แท่ง หรือคิดเป็น 733,400 มวน มูลค่ารวมภาษีกว่า 8.53 ล้านบาท พร้อมด้วยบุหรี่ไฟฟ้า 180 ชิ้น และน้ำอัดลมหนีภาษี 72 ขวด คิดเป็นมูลค่าของกลางรวมภาษีอากรเฉพาะในวันดังกล่าวสูงถึง 8,634,388 บาท

    จากการเดินหน้าสกัดกั้นและกวาดล้างอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ยอดตรวจยึดของกลางสะสมรวมในปฏิบัติการพิทักษ์คีรีขันธ์พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ โดยประกอบด้วย บุหรี่ต่างประเทศหนีภาษีรวม 7,142 แท่ง หรือกว่า 1.42 ล้านมวน มูลค่ารวมภาษี 16,519,381 บาท, บุหรี่ไฟฟ้าและอุปกรณ์รวม 253 ชิ้น มูลค่ารวมภาษี 131,667 บาท, กระเป๋าแบรนด์เนมรวม 23 ใบ มูลค่ารวมภาษี 132,894 บาท, น้ำหอมต่างประเทศรวม 53 ขวด มูลค่ารวมภาษี 20,380 บาท และน้ำอัดลม

    รวม 816 ขวด มูลค่ารวมภาษี 10,448 บาท ส่งผลให้มูลค่าของกลางและภาษีอากรที่พึงชำระสะสมรวมทั้งสิ้นทะลุ 16,814,770 บาทการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 และพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดของกลางทั้งหมด พร้อมดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด และเร่งสืบสวนขยายผลเพื่อทลายเครือข่ายผู้กระทำผิดต่อไป

    ทั้งนี้ นายฐิติพงศ์ คำผุย นายด่านศุลกากรประจวบคีรีขันธ์ ได้เน้นย้ำว่าจะยังคงเดินหน้าบูรณาการร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงทุกภาคส่วนอย่างเข้มงวด เพื่อเพิ่มความเข้มข้นในการเฝ้าระวังจุดเสี่ยงและเส้นทางลำเลียงต่าง ๆ ทั้งทางบก ทางราง และระบบโลจิสติกส์ขนส่ง เพื่อสกัดกั้นสินค้าผิดกฎหมายไม่ให้เล็ดลอดออกไปส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนและระบบเศรษฐกิจของประเทศอย่างต่อเนื่องต่อไป

    //////////////////////////

    ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0623644468

    #สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / อบจ.น่าน ร่วมเปิดการแข่งขัน “SPARK 3วิ วิถีน่าน สู่มาตรฐานสากล” เวทีแสดงศักยภาพนักเรียนมัธยมศึกษา

    วันที่ 7 กันยายน 2569 ณ อาคารหอประชุม 84 ปี โรงเรียนศรีสวัสดิ์วิทยาคารจังหวัดน่าน มีพิธีเปิด โครงการแข่งขันทักษะวิชาการศิลปหัตถกรรมนักเรียน โรงเรียนมัธยมศึกษาในจังหวัดน่าน “SPARK 3วิ วิถีน่าน สู่มาตรฐานสากล” โดยมี นายนพรัตน์ ถาวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน เป็นประธานในพิธี

    การจัดการแข่งขันมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนได้แสดงออกถึงความรู้ ความสามารถ และความถนัดด้านต่าง ๆ ตลอดจนฝึกฝนและพัฒนาศักยภาพสู่ความเป็นเลิศ สามารถต่อยอดองค์ความรู้ไปสู่การประกอบอาชีพในอนาคต พร้อมทั้งเผยแพร่ผลงานสู่สาธารณชน

    การดำเนินงานขับเคลื่อนภายใต้แนวคิด “SPARK 3 วิ เชิงรุก” ประกอบด้วย วิชาการ วิชาชีพ และวิชาชีวิต มุ่งพัฒนาผู้เรียนอย่างรอบด้านบนฐานพหุปัญญา เชื่อมโยงกับการส่งเสริม Soft Power วิถีน่าน และสอดคล้องกับนโยบายขององค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน “น่านหนึ่งเดียว” สู่ 5 มิติ

    การแข่งขันจัดขึ้นระหว่างวันที่ 6-8 กันยายน 2569 ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน 150,000 บาท และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาน่าน 150,000 บาท รวมทั้งสิ้น 300,000 บาท

    ภายในงานจัดการแข่งขันครอบคลุม 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ และ 1 กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน รวม 173รายการแข่งขัน ใน 5 สนาม ได้แก่ โรงเรียนสตรีศรีน่าน โรงเรียนศรีสวัสดิ์วิทยาคารจังหวัดน่าน โรงเรียนสา โรงเรียนนันทบุรีวิทยา ในพระบรมราชานุเคราะห์ และโรงเรียนนันทบุรีวิทยาพระปริยัติธรรมวัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร

    มีสถานศึกษาเข้าร่วมการแข่งขันรวม 49 โรงเรียน ประกอบด้วย โรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาน่าน 29 โรงเรียน โรงเรียนในเครือข่ายมัธยมศึกษาจังหวัดน่าน 4 โรงเรียน และโรงเรียนพระปริยัติธรรมในสังกัดสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดน่าน 16 โรงเรียน รวมผู้เข้าร่วมกิจกรรมทั้งนักเรียน ครูผู้ฝึกสอน และคณะกรรมการดำเนินงาน 6,264 คน

    การจัดกิจกรรมครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญในการเปิดโอกาสให้เยาวชนจังหวัดน่านได้แสดงศักยภาพ พัฒนาทักษะและความสามารถอย่างเต็มที่ พร้อมสืบสานคุณค่าของงานศิลปหัตถกรรม และร่วมขับเคลื่อนการศึกษาเพื่อพัฒนาคนรุ่นใหม่ของจังหวัดน่านสู่มาตรฐานสากล องค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวนจังหวัดน่าน/ร.ต.อ.สถิตย์ ศรีประสม รายงาน

    น่าน อั้ม อธิชาติ” นำทีมดารา และชาวน่านวิ่งส่งต่อพลังดี ๆ ใน “Atis Run Club @ Nan” ร่วมสร้างอาคารอเนกประสงค์ให้น้อง ๆ โรงเรียนบ้านดอน (ศรีเสริมกสิกร)

    วันที่ 9 กันยายน 2569 เวลา 05.30 น. ที่ข่วงเมืองน่าน โรงเรียนบ้านดอน (ศรีเสริมกสิกร) นำโดย นายสถิตพงษ์ หมื่นโฮ้ง ผู้อำนวยการโรงเรียน พร้อมด้วยคณะครู นักเรียน และแฟนคลับ ร่วมกิจกรรม “Atis Run Club

    Nan” นำโดย “อั้ม” อธิชาติ ชุมนานนท์ พร้อมทีมนักแสดง อาทิ โตส อัครัช, เทป วรชัย, โอ๊ต ภาสกร และโบ๊ท ยงค์ยุทธ ร่วมวิ่งเพื่อประชาสัมพันธ์จังหวัดน่าน ส่งเสริมการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ และร่วมส่งต่อโอกาสดี ๆ ให้กับเด็กและเยาวชนในจังหวัดน่าน

    กิจกรรมครั้งนี้จัดขึ้น เพื่อเชิญชวนประชาชนร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการระดมทุน ก่อสร้างอาคารอเนกประสงค์แบบพิเศษ โรงเรียนบ้านดอน (ศรีเสริมกสิกร) หลังโรงเรียนได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยที่ผ่านมา ส่งผลให้อุปกรณ์และสิ่งของต่าง ๆ ของโรงเรียนได้รับความเสียหายและมีความจำเป็นต้องมีพื้นที่สำหรับจัดเก็บอุปกรณ์ ตลอดจนใช้ประโยชน์ด้านการเรียนรู้และกิจกรรมของนักเรียน

    สำหรับกิจกรรม “Atis Run Club @ Nan” กำหนดจัดการวิ่งในพื้นที่บริเวณ ข่วงเมืองน่าน 2 ระยะ 4 กิโลเมตร และ 7 กิโลเมตร เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชน นักท่องเที่ยว และผู้สนใจได้ร่วมออกกำลังกาย พร้อมสัมผัสบรรยากาศและเสน่ห์ของเมืองน่านไปพร้อมกัน

    นอกจากนี้ โรงเรียนบ้านดอน (ศรีเสริมกสิกร) ขอเชิญชวนประชาชนร่วมกิจกรรม “Sriserm Run for Kids 2026” ในวันที่ 6 ธันวาคม 2569 ณ โรงเรียนบ้านดอน (ศรีเสริมกสิกร) จังหวัดน่าน โดยเปิดรับสมัครระยะทาง 6 กิโลเมตร จำนวน 4 รุ่น

    เปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 30 ตุลาคม 2569 เวลา 23.59 น. ผู้สนใจสามารถสมัครได้ทาง https://apps.sriserm.ac.th/run-for-kids/ และติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เพจ โรงเรียนบ้านดอน (ศรีเสริมกสิกร)

    อั้ม อธิชาติ” นำทีมดารา และชาวน่านวิ่งส่งต่อพลังดี ๆ ใน “Atis Run Club @ Nan” ร่วมสร้างอาคารอเนกประสงค์ให้น้อง ๆ โรงเรียนบ้านดอน (ศรีเสริมกสิกร)บุญยงค์ สดสอาก นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/ทีมข่าวสมาคมฯ รายงาน

    #สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / ทหารพราน 2103 สกัดจับแก๊งลักลอบขนหนังสุกรแช่แข็งหนีภาษี ข้ามแม่น้ำโขงยึดของกลาง 80 กก. ในพื้นที่เมืองมุกดาหาร

    ​มุกดาหาร – เมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 9 ก.ย. 69 กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี โดย กองร้อยทหารพรานเฉพาะกิจที่ 2103 (ร้อย.ฉก.ทพ.2103) หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21

    จัดกำลังบูรณาการร่วมกับ ด่านกักกันสัตว์มุกดาหาร และด่านศุลกากรมุกดาหาร เข้าสกัดกั้นการลักลอบนำเข้าสินค้าผิดกฎหมายตามแนวชายแดนลำน้ำโขง

    ​หลังได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่าจะมีการแอบแฝงขนสินค้าลักลอบหนีภาษีจากฝั่ง สปป.ลาว ข้ามมายังฝั่งไทย บริเวณริมแม่น้ำโขง บ้านส้มป่อย หมู่ 2 ต.นาสีนวน อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร เจ้าหน้าที่

    จึงได้จัดชุดซุ่มเฝ้าตรวจพื้นที่ กระทั่งพบเรือเหล็กต้องสงสัยแล่นเข้าจอดเทียบฝั่ง และมีกลุ่มชายฉกรรจ์ประมาณ 5-10 คน กำลังแบกกระสอบขึ้นฝั่ง เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าขอตรวจค้น แต่กลุ่มบุคคลดังกล่าวได้โยนกระสอบทิ้งและอาศัยความมืดวิ่งหลบหนีไป

    ​จากการเข้าตรวจสอบพื้นที่ พบกระสอบสีเขียวจำนวน 4 กระสอบ ภายในบรรจุหนังสุกรแช่แข็ง น้ำหนักรวมประมาณ 80 กิโลกรัม ซึ่งไม่มีเอกสารการผ่านพิธีการทางศุลกากรและการเคลื่อนย้าย

    สัตว์/ซากสัตว์อย่างถูกต้อง เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดของกลางทั้งหมด นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร เพื่อสืบหาตัวผู้กระทำผิดและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

    ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

    #สื่อรัฐทีวี #สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯ เชียงราย-ท่าขี้เหล็ก ร่วมนำกำลังพลรับมือวิกฤตน้ำสายสถานการณ์แม่น้ำสายชายแดนไทย–เมียนมาเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

    default

    หลังเกิดฝนตกหนักสะสมทางตอนเหนือของประเทศเมียนมา ส่งผลให้มวลน้ำไหลลงสู่แม่น้ำสายอย่างรวดเร็ว ระดับน้ำเพิ่มสูง ขณะที่ฝ่ายไทยและเมียนมาเร่งประสานกำลังรับมือ

    หวั่นกระทบพื้นที่เศรษฐกิจและชุมชนชายแดน เมื่อช่วงเช้าวันที่ 7 กันยายน 2569 มีรายงานฝนตกหนักในพื้นที่ตอนเหนือของเมียนมา

    โดยสถานีวัดน้ำฝนโจตาดา ตรวจวัดปริมาณฝนสะสมได้สูงถึง 88.6 มิลลิเมตร ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำสายเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วบริเวณ สะพานมิตรภาพแห่งที่ 1 ระดับน้ำพุ่งสูงแตะ

    398.36 เมตร และมีระดับสูงกว่าแนวตลิ่งประมาณ 0.77 เมตร สร้างความกังวลให้กับประชาชนในพื้นที่แม่สายและชุมชนโดยรอบท่ามกลางสถานการณ์ที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด

    นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วย นายติ้น เหว่ ต่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เร่งติดตามสถานการณ์บริเวณชายแดน ประสานข้อมูลระดับน้ำและแนวทางการรับมืออย่างใกล้ชิด เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที
    จังหวัดเชียงราย

    ได้ยกระดับการเฝ้าระวัง โดย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ส่งข้อความแจ้งเตือนภัยฉุกเฉินผ่านระบบ Cell Broadcast ไปยังโทรศัพท์มือถือของประชาชนในพื้นที่ เมื่อเวลา 09.04 น. เพื่อให้ประชาชนเตรียมพร้อมรับสถานการณ์และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่

    default

    ขณะเดียวกัน อำเภอแม่สายและเทศบาลตำบลแม่สาย ได้นำรถประชาสัมพันธ์ออกแจ้งเตือนประชาชนตามชุมชนต่าง ๆ พร้อมขอให้ประชาชนเร่งยกสิ่งของและทรัพย์สินขึ้นไว้ในที่สูง เคลื่อนย้ายรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไปยังพื้นที่ปลอดภัย รวมถึงเตรียมความพร้อมในการอพยพประชาชนกลุ่มเปราะบาง หากสถานการณ์มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น

    เจ้าหน้าที่เร่งนำ รถแบคโฮ เข้าดำเนินการบริเวณคอสะพานมิตรภาพแห่งที่ 1 เพื่อกำจัดขยะ สวะ และกิ่งไม้ขนาดใหญ่ที่ไหลมากับกระแสน้ำและติดค้างอยู่บริเวณทางน้ำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำและลดความเสี่ยงที่มวลน้ำจะเอ่อล้นเข้าพื้นที่ชุมชน

    อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ล่าสุดมีแนวโน้มดีขึ้น โดยระดับน้ำเริ่มลดลง ขณะที่น้ำยังอยู่ภายในแนวคันกั้นน้ำ และยังไม่มีรายงานว่าน้ำทะลักเข้าท่วมพื้นที่เศรษฐกิจหรือชุมชนสำคัญของอำเภอแม่สาย แม้สถานการณ์จะเริ่มคลี่คลาย แต่เจ้าหน้าที่ยังคง เฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง

    เนื่องจากพื้นที่ต้นน้ำยังมีฝนตกและสถานการณ์สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา จังหวัดเชียงรายขอให้ประชาชนในพื้นที่แม่สายและพื้นที่เสี่ยง ติดตามประกาศจากทางราชการอย่างใกล้ชิด

    และเตรียมพร้อมรับมือหากมีการแจ้งเตือนเพิ่มเติม จ.เชียงรายและท่าขี้เหล็กยังคงประสานกำลังเต็มที่ เพื่อป้องกันไม่ให้วิกฤตน้ำชายแดนลุกลามเข้าสู่ชุมชน และย่านเศรษฐกิจแม่สาย

    #สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / กิจกรรมเปิดงาน “ตลาดนัดชุมชนวัดทุ่งน้อย” ต.แหลมบัว อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม

    วันอาทิตย์ที่ 6 กันยายน 2569 เวลา 09.00 น. ณ วัดทุ่งน้อย ตำบลแหลมบัว อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐมนายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี พร้อมด้วย นายธนันชัย เอกเผ่าพันธุ์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแหลมบัว นายปราโมทย์ มลคล้ำ สาธารณสุขอำเภอนครชัยศรี กำนัน ผู้ใหญ่บ้านตำบลแหลมบัว นายสมยศ สุขตะโก นายชัชวาล บุญอำไพ

    นายรุณ วิจารณ์ นายบรรทูล สนน้อย สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครปฐม และส่วนราชการ ประชาชนในพื้นที่ ร่วมกิจกรรมเปิดงาน “ตลาดนัดชุมชนวัดทุ่งน้อย” ณ วัดทุ่งน้อย ตำบลแหลมบัว อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐมในการนี้ ได้รับเกียรติจากนายอนุชา สะสมทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครปฐม เขต 5 อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข และนายจิรวัฒน์ สะสมทรัพย์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครปฐม เป็นประธานในพิธีเปิดงานฯ

    วันเดียวเที่ยวแหลมบัว จากโปรเจกต์นักเรียนสู่ตลาดชุมชนของนักเรียนโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ ในโครงการ Community Engagement Program (CEP) รุ่นที่ 2 กลุ่ม M05 ลงพื้นที่ตำบลแหลมบัว อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม เพื่อทำความรู้จักชุมชนทั้ง 8 หมู่บ้านให้มากขึ้น และชวนกันคิดว่าของดีแหลมบัว จะทำอย่างไร

    ให้คนรู้จักมากกว่าเดิมเพราะที่นี่มีทั้งของอร่อย งานฝีมือ ภูมิปัญญาท้องถิ่น และผลิตภัณฑ์น่าสนใจอีกเพียบ ไม่ว่าจะเป็นงานแกะสลักกะลามะพร้าว เครื่องเบญจรงค์ ปลาดุกเค็ม ดอกไม้ประดิษฐ์ ขลุ่ยปลา ปลากัด ทองม้วน ฟาร์มเห็ด ไข่เค็มสมุนไพร งานจักสาน และอีกหลากหลายของดีจากชุมชน โจทย์นี้จึงกลายเป็นโครงการ🌱 “วันเดียวเที่ยวแหลมบัว (Laem Bua One Day Trip)”

    นักเรียนโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ ร่วมกับ องค์การบริหารส่วนตำบลแหลมบัว และวิสาหกิจชุมชนแหลมบัว ช่วยกันลงมือ ตั้งแต่เดินสำรวจพื้นที่ พูดคุยกับผู้ผลิต เก็บข้อมูล ถ่ายภาพ ถ่ายวิดีโอ ไปจนถึงนำเรื่องราวของชุมชนมาพัฒนาเป็น Website Map สื่อบน Facebook และ TikTok ป้ายประชาสัมพันธ์ และป้ายจุดท่องเที่ยว พร้อมอีกหนึ่งไอเดียสำคัญ คือการสนับสนุนให้เกิด แลนด์มาร์กและศูนย์กลาง

    รวบรวมสินค้าชุมชน ณ ตลาดชุมชนวัดทุ่งน้อย ให้เป็นจุดรวมของดีจากทั้ง 8 หมู่บ้าน ที่มาแล้วได้ทั้งเที่ยว ชิม ชอป และรู้จักเรื่องราวของแหลมบัวไปพร้อมกันตลาดชุมชนวัดทุ่งน้อย ตำบลแหลมบัว อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐมทุกวันอาทิตย์ เริ่ม 6 กันยายน 2569 เป็นต้นไป
    เวลา 08.00–16.00 น.วันเดียวเที่ยวแหลมบัว#LaemBuaOneDayTrip
    สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

    #สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / เปิดงานพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาภายใน “ราชาวดีเกมส์” โรงเรียนราชินีบูรณะ ปีการศึกษา 2569

    วันพฤหัสบดีที่ 3 กันยายน 2569 ณ โรงเรียนราชินีบูรณะ นายกองโทเอกพันธ์ คุปตวัช ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน โรงเรียนราชินีบูรณะ เป็นประธานกล่าวเปิดงานพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาภายใน “ราชาวดีเกมส์”

    โรงเรียนราชินีบูรณะประจำปีการศึกษา 2569 และว่าที่ร้อยตรี ดร.มนต์เมืองใต้ รอดอยู่ ผู้อำนวยการโรงเรียนราชินีบูรณะ ประธานเครือข่ายส่งเสริมประสิทธิภาพการจัดการมัธยมศึกษาจังหวัดนครปฐม

    และอ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานครปฐม กล่าวรายงาน วัตถุประสงค์การแข่งขัน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้ได้รับการพัฒนาทางด้านร่างกาย จิตใจ สติปัญญาอารมณ์ และสังคม มีสุขภาพพลามัยแข็งแรงจากการเล่นกีฬา ฝึกการเป็นผู้นำ ผู้ตามที่ดี มีน้ำใจเป็นนักกีฬา

    รู้จักแพ้ รู้จักชนะรู้จักอภัย ฝึกให้นักเรียนรู้จักการวางแผนในการทำงานและสามารถทำงานเป็นหมู่คณะได้ และเพื่อให้นักเรียนรู้จักใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ไม่ยุ่งเกี่ยวกับสารเสพติด การจัดการแข่งขันแบ่งนักเรียนออกเป็น 4 สีแดง ปาริชาติ สีเขียว นิลุบล สีม่วง พวงคราม และสีเหลือง

    ราชพฤกษ์ รายการแข่งขันกีฬาประกอบด้วยบาสเกตบอล เทเบิลเทนนิส กีฬาแชร์บอล กรีฑา ชักเย่อ เกมต่างๆ กิจกรรมเข้าจังหวะประกอบดนตรี ฯลฯ

    นอกจากนี้ยังมีการประกวดกองเชียร์ เพลงเชียร์ดีเด่น ซุ้มกองเชียร์ และขบวนพาเหรด ซึ่งได้รับความอนุเคราะห์จากคณะครูโรงเรียนเทศบาล 4 (เชาวนปรีชาอุทิศ) มาร่วมเป็นกรรมการกลางในการตัดสินให้คะแนนด้วย
    สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

    #สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / อดีตรองอธิบดีกรมการปกครอง แนะเมืองพัทยาจี้กรมที่ดินถามความคืบหน้าคอนโดฯเจ้าปัญหา ดีกว่าปล่อยให้ชาวบ้านรอคำตอบ

    จากกรณีปัญหาการก่อสร้างคอนโดมิเนี่ยมสุดหรูภายใต้ชื่อวอเตอร์ฟร้อนท์ คอนโดมิเนี่ยม ซึ่งตั้งอยู่ริมแหลมบาลีฮาย เมืองพัทยา จ.ชลบุรี จนมีการการวิพากษ์วิจารณ์เรื่องบดบังทัศนียภาพและการสร้างบนพื้นที่สาธารณะจนเป็นปัญหาคาราซังต่อสังคมมาอย่างยาวนานนั้น

    นายศักดิ์ชัย แตงฮ่อ อดีตรองอธิบดีกรมการปกครอง ได้แสดงความคิดเห็นพร้อมแนะแนวทางต่อเมืองพัทยาผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยระบุว่า“วอเตอร์ฟร้อนท์” ค้างคากว่า 10 ปี
    คนพัทยาต้องรอคำตอบอีกนานแค่ไหน?ตึกวอเตอร์ฟร้อนท์บริเวณแหลมบาลีฮาย กลายเป็นภาพที่คนพัทยาและนักท่องเที่ยวเห็นมานานกว่าสิบปี แต่จนถึงวันนี้ปัญหายังไม่มีข้อยุติว่าจะ “รื้อถอน” หรือ “ปรับแก้อาคารให้ถูกกฎหมาย”

    ล่าสุด เมืองพัทยาชี้แจงว่ายังรอกรมที่ดินวินิจฉัยเรื่องความถูกต้องของโฉนด หากออกโดยมิชอบต้องเข้าสู่กระบวนการเพิกถอนโฉนดและรื้อถอนอาคาร แต่หากออกโดยชอบ เจ้าของโครงการต้องปรับแก้อาคารให้เป็นไปตามกฎหมายควบคุมอาคาร รายละเอียดสถานะล่าสุด⁠

    ขณะเดียวกัน ยังพบการนำพื้นที่บริเวณอาคารไปใช้จอดรถและเรียกเก็บเงินจากนักท่องเที่ยว ทั้งที่ตัวอาคารมีคำสั่งห้ามใช้ เมืองพัทยาจึงติดป้ายห้ามและแนะนำให้ประชาชนใช้ “ลานสีฟ้า” ซึ่งจอดรถฟรีผมเห็นว่าเรื่องนี้ไม่ควรปล่อยให้ประชาชนรออย่างไม่มีกรอบเวลา เมืองต้องเป็นเจ้าภาพต้องเร่งดำเนินการและเปิดเผยความคืบหน้าอย่างต่อเนื่องว่า

    กรมที่ดินพิจารณาถึงขั้นตอนไหนแล้ว ต้องถามไปยังกรมที่ดินว่าพิจารณาไปถึงไหนแล้วทำไมจึงพิจารณาไม่แล้วเสร็จเสียทึ ชาวบ้านต้องการคำตอบจะได้ความจริงจากกรมที่ดินเมื่อใดมีหนังสือเร่งรัดไปเป็นระยะครับใครรับผิดชอบดูแลความปลอดภัยระหว่างรอผล

    เหตุใดพื้นที่ที่มีคำสั่งห้ามใช้จึงยังถูกนำไปแสวงหาประโยชน์ได้วอเตอร์ฟร้อนท์ไม่ใช่เพียงตึกร้าง แต่เป็นบททดสอบความจริงจังในการบังคับใช้กฎหมายของเมืองพัทยา ถึงเวลาต้องมีคำตอบที่ชัดเจน โปร่งใส และกำหนดเวลาที่ประชาชนตรวจสอบได้ ซึ่งหลังจากโพสต์ไปแล้วมีชาวเน็ตเข้ามากดถูกใจกันเป็นจำนวนมาก

    #สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / ผู้ว่าฯ ชลบุรีเยี่ยมชม “USS Abraham Lincoln” เรือบรรทุกเครื่องบินพลังงานนิวเคลียร์ระดับโลก กลางท่าเรือแหลมฉบัง

    วันที่ 3 กันยายน 2569 นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี พร้อมด้วย พลตรีประเสริฐ ใจกล้า ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 14 และนายอำเภอในพื้นที่ เดินทางเข้าเยี่ยมชม USS Abraham Lincoln (CVN-72)

    เรือบรรทุกเครื่องบินพลังงานนิวเคลียร์ชั้น Nimitz ของกองทัพเรือสหรัฐอเมริกา ในโอกาสเข้าจอดเทียบท่า ณ ท่าเรือแหลมฉบัง อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี เพื่อคุ้มครองและเสริมสร้างมิตรภาพระหว่างสองประเทศ

    สำหรับ USS Abraham Lincoln (CVN-72) ยักษ์ใหญ่แห่งมหาสมุทร ขับเคลื่อนด้วยเตาปฏิกรณ์ปรมาณู 2 เครื่อง ทำให้สามารถเดินทางต่อเนื่องได้ยาวนานกว่า 20 ปีโดยไม่ต้องแวะเติมเชื้อเพลิง ตัวเรือยาวกว่า 333 เมตร (ยาวกว่าสนามฟุตบอล 3

    สนามต่อกัน) สูงเทียบเท่าตึก 20 ชั้น รองรับลูกเรือและเจ้าหน้าที่ประจำการรวมกันมากกว่า 5,000 นาย
    สามารถบรรทุกอากาศยานได้มากกว่า 80 ลำ ทั้งเครื่องบินขับไล่ยุคใหม่ Helicopters และเครื่องบินแจ้งเตือนภัยทางอากาศ

    การเดินทางมาเยือนของยักษ์ใหญ่แห่งกองทัพเรือสหรัฐฯ ในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นสัญลักษณ์แห่งความร่วมมือทางทหารและความมั่นคงทางทะเลเท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของจังหวัดชลบุรี

    โดยผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี มีมาตรการดูแลความปลอดภัยขั้นสูงสุด โดยประสานกำลังร่วมระหว่างตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง จัดตั้งจุดตรวจและสายตรวจดูแลความเรียบร้อยทั้งทางบกและทางน้ำตลอด 24 ชั่วโมง

    พร้อมการอำนวยความสะดวกด้านการเดินทาง โดยจัดระบบการจราจรและการขนส่งรอบพื้นที่ท่าเรือแหลมฉบังและจุดท่องเที่ยวสำคัญ เพื่อให้ลูกเรือและทหารสหรัฐฯ ทุกนายสามารถเดินทางพักผ่อนได้อย่างราบรื่น

    และจังหวัดชลบุรีพร้อมให้การต้อนรับด้วยมิตรภาพและความประทับใจ ส่งเสริมให้ร้านค้า ผู้ประกอบการ และชาวชลบุรีร่วมเป็นเจ้าบ้านที่ดีในการให้การต้อนรับ สร้างภาพลักษณ์ความอุ่นใจและประทับใจตลอดช่วงเวลาที่ลูกเรือพักผ่อนในพื้นที่จังหวัดชลบุรี

    #สื่อรัฐทีวี #สื่อรัฐนิวส์ / ตร.นครราชสีมาฯ จับยาบ้ากว่า 3 ล้านเม็ด ผู้ต้องหา 7 คน ขยายผลถึงเครือข่ายภาคใต้

    ตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา เดินหน้าสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดตามเส้นทางสายหลัก สนองนโยบายรัฐบาลและแผนยุทธการ 90 วัน พิฆาตยาเสพติด โดย “ผู้การโคราช” สั่งเพิ่มความเข้มจุดตรวจ-จุดสกัด โดยเฉพาะถนนมิตรภาพ สามารถจับกุมผู้ต้องหา 7 คน จาก 4 คดี พร้อมของกลางยาบ้ากว่า 3 ล้านเม็ด ก่อนขยายผลถึงเครือข่ายที่เตรียมส่งต่อพื้นที่ภาคกลางและภาคใต้

    เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 เวลา 10.00 น. ที่ตำรวจภูธรภาค 3 มีการแถลงผลปฏิบัติการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด ตามนโยบายรัฐบาลและแผนยุทธการ 90 วัน พิฆาตยาเสพติด โดยตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา ร่วมกับกองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 3 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ระดมกำลังสกัดกั้นการลักลอบลำเลียงยาเสพติดตามเส้นทางสายหลัก โดยเฉพาะถนนมิตรภาพ ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญในการเข้าสู่จังหวัดนครราชสีมา

    การปฏิบัติอยู่ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ พรหมทา ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา ซึ่งสั่งการให้สถานีตำรวจในสังกัดเพิ่มความเข้มในการตั้งจุดตรวจและจุดสกัด พร้อมบูรณาการกำลังร่วมกับ บก.สส.ภ.3 ฝ่ายปกครองจังหวัดนครราชสีมา มณฑลทหารบกที่ 21 สำนักงาน ป.ป.ส.ภาค 3 และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา เพื่อร่วมกันตรวจยึด จับกุม และขยายผลตัดวงจรเครือข่ายยาเสพติด

    ผลการปฏิบัติช่วงวันที่ 30 สิงหาคม – 3 กันยายน 2569 สามารถจับกุมคดียาเสพติดรายสำคัญ 4 คดี ผู้ต้องหารวม 7 คน โดยคดีแรกเมื่อวันที่ 2 กันยายน ตำรวจ สภ.บัวลายตั้งจุดตรวจบนถนนมิตรภาพ ขาเข้า จ.นครราชสีมา พบรถกระบะมาสด้า ทะเบียน บย 8048 เลย มีนายโกสินทร์ บัวใหญ่ อายุ 44 ปี เป็นผู้ขับขี่ และนางสมถวิล ชมที อายุ 48 ปี เป็นผู้โดยสาร ตรวจค้นพบยาบ้าซุกอยู่ในถุงกระสอบ 8 กระสอบ บริเวณกระบะท้ายรถ รวมประมาณ 2,640,000 เม็ด ทั้งสองรับว่าได้รับการว่าจ้างจากบุคคลชื่อ “ดำเกริง” ให้ขนยาเสพติดจาก อ.หนองหาน จ.อุดรธานี เข้าสู่จังหวัดนครราชสีมา โดยจะได้รับค่าจ้าง 150,000 บาท

    ต่อมาวันที่ 3 กันยายน ตำรวจ สภ.โนนสูงตั้งจุดตรวจบริเวณจุดบริการประชาชนดอนหวาย ถนนมิตรภาพ พบรถ Toyota Ativ สีแดง ทะเบียน กจ 8979 หนองบัวลำภู มีนายจิระวัฒน์ สาขา อายุ 36 ปี เป็นผู้ขับขี่ ตรวจพบสารเมทแอมเฟตามีนในร่างกาย และค้นพบยาบ้า 9 เม็ดในตัว ก่อนตรวจค้นรถพบยาบ้าอีกประมาณ 384,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่บริเวณช่องเก็บของประตูท้ายรถ ภายในกระเป๋าเดินทาง 2 ใบ โดยผู้ต้องหาให้การว่ารับจ้างขนยาเสพติดไปส่งที่ปั๊ม ปตท.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา ได้ค่าจ้าง 10,000 บาท

    ตำรวจจึงขยายผลร่วมกับ บก.สส.ภ.3 สามารถจับกุม “นายบอย” ผู้ติดต่อรับงานได้ที่ปั๊ม ปตท.บ้านใหญ่วังน้อย พร้อมยึดรถ Nissan Teana ก่อนขยายผลจับกุมนายอับดุลลาเตะและนางสาวนูรูลฮูดา พร้อมรถ Toyota Corolla Altis ขณะเดินทางมารับยาบ้า โดยตำรวจพบข้อมูลว่าเครือข่ายดังกล่าวเตรียมนำยาเสพติดส่งต่อผ่านพัสดุไปจำหน่ายในพื้นที่ภาคใต้ และอยู่ระหว่างขยายผลผู้ร่วมขบวนการเพิ่มเติม

    ขณะเดียวกัน วันที่ 30 สิงหาคม ตำรวจ สภ.โพธิ์กลางร่วมกับ สภ.สูงเนิน ขยายผลจากคดียาเสพติดในพื้นที่ เข้าตรวจค้นบ้านเป้าหมายใน อ.สูงเนิน พบชายต้องสงสัยวิ่งหลบหนีออกทางด้านหลังบ้าน ก่อนตรวจค้นพบยาบ้าประมาณ 54,000 เม็ด โดยนางสาวอุทุมพร ปลั่งกลาง อายุ 33 ปี ให้การว่ายาเสพติดเป็นของแฟนชื่อ นายกัมพล แข็งขัน อายุ 31 ปี ซึ่งเป็นชายที่หลบหนี เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างขอศาลออกหมายจับและติดตามตัวมาดำเนินคดี

    ตำรวจภูธรภาค 3 และตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา ยืนยันจะเพิ่มความเข้มในการสกัดกั้นยาเสพติดตามเส้นทางสายหลัก พร้อมเดินหน้าขยายผลจากผู้ลำเลียงไปถึงผู้สั่งการและเครือข่าย เพื่อป้องกันยาเสพติดแพร่เข้าสู่ชุมชน พร้อมขอความร่วมมือประชาชนแจ้งเบาะแสผ่านสายด่วน 191, 1386 หรือศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนครราชสีมา 1567 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

    ภาพ ประสิทธิ์ วนะชกิจ/ข่าว
    กันตินันท์ เรืองประโคน

    อธิบดีสรรพสามิตแถลงตรวจยึดบุหรี่หนีภาษีกว่าแสนซองที่จังหวัดนครราชสีมา เดินหน้ามาตรการเชิงรุกสกัดกั้นตัดวงจรก่อนถึงมือผู้บริโภค

    วันที่ 4 กันยายน 2569 เวลา 17.00 น. ที่สำนักงานสรรพสามิตภาคที่ 3 จังหวัดนครราชสีมา ดร.พรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต เป็นประธานในการแถลงข่าวผลการปราบปรามบุหรี่ผิดกฎหมายสรรพสามิตในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา โดยสามารถตรวจยึดบุหรี่ซิกาแรตที่ไม่ได้เสียภาษีสรรพสามิต จำนวนกว่า 100,000 ซอง

    และบุหรี่ไฟฟ้าจำนวน 1,553 ชิ้น คิดเป็นความเสียหายต่อรายได้ภาษีของรัฐกว่า 6 ล้านบาท และประมาณการค่าปรับมากกว่า 94 ล้านบาท โดยมี พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ พรหมทา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา นายอดิศักดิ์ แพงมาลา ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักงานไปรษณีย์เขต 3 และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมในการแถลงข่าว

    สำหรับบุหรี่ไฟฟ้าที่ตรวจยึดได้นี้ กรมสรรพสามิตได้ประสานเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมตรวจสอบ และดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องตามอำนาจหน้าที่ โดยกรมสรรพสามิตเดินหน้ายกระดับการป้องกันและปราบปรามสินค้าผิดกฎหมาย โดยนำข้อมูลจากการจับกุม

    ข้อมูลพื้นที่ เส้นทางการลำเลียงสินค้า รวมถึงข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาวิเคราะห์รูปแบบ และประเมินความเสี่ยงให้สอดคล้องกับบริบทของแต่ละพื้นที่ ตามแนวทาง “Data Driven Enforcement” มุ่งเปลี่ยนจากการบังคับใช้กฎหมายภายหลังเกิดเหตุ ไปสู่การทำงานเชิงรุก เพื่อสกัดกั้นสินค้าผิดกฎหมายตั้งแต่ต้นทาง ระหว่างเส้นทางลำเลียง และก่อนเข้าสู่พื้นที่ปลายทาง

    ดร.พรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า สำนักงานสรรพสามิตภาคที่ 3 ร่วมกับสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่นครราชสีมา กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา และศูนย์กระจายสินค้าของผู้ให้บริการขนส่งพัสดุในการติดตาม และตรวจสอบการลักลอบขนส่งสินค้ายาสูบผ่านช่องทางการขนส่งพัสดุ ตั้งแต่วันที่ 10–31 สิงหาคม 2569 การดำเนินการดังกล่าวเป็นผลจากการวิเคราะห์รูปแบบความเสี่ยงเชิงลึกในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นเมืองศูนย์กลางสำคัญของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทั้งด้านการค้า การเดินทาง และการขนส่งสินค้าไปยังหลายพื้นที่ หรือที่เรียกว่า

    พื้นที่กลางน้ำ โดยสามารถตรวจยึดบุหรี่ซิกาแรตที่ไม่ได้เสียภาษีสรรพสามิตได้มากกว่า 1 แสนซอง และตรวจยึดบุหรี่ไฟฟ้าได้อีกกว่า 1,500 ชิ้น คิดเป็นความเสียหายต่อรายได้ภาษีของรัฐกว่า 6 ล้านบาท และประมาณการค่าปรับกว่า 94 ล้านบาท ทั้งนี้กรมสรรพสามิตจะติดตามเส้นทางการกระจายสินค้า และเพิ่มความเข้มข้นในการตรวจสอบจุดที่มีความเสี่ยง พร้อมยกระดับการป้องกัน และปราบปราม รวมถึงขยายผลไปยังผู้ส่ง ผู้รับ และผู้เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันสินค้าผิดกฎหมายเข้าสู่ตลาด
    ////////////////

    #สื่อรัฐทีวี #สื่อรัฐนิวส์ / มรภ.วไลยอลงกรณ์ สระแก้ว จัดงานมหกรรมวัฒนธรรมอาหารผสานศิลป์ “Eat & Art Unlimited” ดันเศรษฐกิจสร้างสรรค์

    วันนี้ (4 ก.ย.69) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ จังหวัดสระแก้ว จัดงานมหกรรมวัฒนธรรมอาหารผสานศิลป์ “Eat & Art Unlimited : สระแก้วชายแดนเบื้องบูรพา สู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์” ระหว่างวันที่ 4–6 กันยายน 2569 ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ฯ สระแก้ว เพื่อส่งเสริมทุนทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญา และอัตลักษณ์ท้องถิ่น สู่การสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ สร้างอาชีพ และเพิ่มรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่

    พิธีเปิดงานได้รับเกียรติจาก นายสรวงศ์ เทียนทอง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในพิธี โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ชัยวุฒิ เทโพธิ์ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ฯ กล่าวรายงาน พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการ นักเรียน นักศึกษา และประชาชนเข้าร่วมงาน

    ‎การจัดงานมุ่งนำทุนทางวัฒนธรรม วิถีชีวิต ภูมิปัญญา และอัตลักษณ์ของจังหวัดสระแก้ว มาผสานกับความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรม และองค์ความรู้สมัยใหม่ ภายใต้แนวคิด 5F ได้แก่ Food, Film, Fashion, Fight และ Festival เพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์และกิจกรรมทางวัฒนธรรมให้สามารถสร้างมูลค่าและตอบโจทย์เศรษฐกิจสร้างสรรค์

    ภายในงานมีกิจกรรมหลากหลาย อาทิ การวิ่งการกุศล ,การประกวดไก่พื้นถิ่น ,การประกวดและสาธิตอาหารพื้นถิ่น ,การประกวดศิลปะมวยไทย ,การประกวดหนังสั้นและสารคดี นิทรรศการภาพยนตร์ฟิล์มเก่า และการฉายภาพยนตร์กลางแปลง การประกวดแฟชั่นผ้าขาวม้า การแข่งขันดนตรีสากลนักเรียน การเสวนา “หนังเปลี่ยนเมือง” การแสดงดนตรีและหมอลำชื่อดัง รวมถึงพื้นที่จำหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์จากผู้ประกอบการท้องถิ่น

    งาน “Eat & Art Unlimited” ถือเป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญในการเปิดโอกาสให้ชุมชนและผู้ประกอบการท้องถิ่นได้นำเสนอสินค้า ผลิตภัณฑ์ อาหาร ศิลปวัฒนธรรม และอัตลักษณ์ของจังหวัดสระแก้ว สู่สายตาประชาชนและนักท่องเที่ยว พร้อมสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย ชุมชน ภาครัฐ และภาคเอกชน

    ‎ทั้งนี้ การจัดงานสะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ฯ ในการเป็น “มหาวิทยาลัยเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น” โดยนำองค์ความรู้และนวัตกรรมจากมหาวิทยาลัยมาร่วมขับเคลื่อนชุมชน ส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับประชาชนจังหวัดสระแก้วอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน.

    เปิดตัว! “มหกรรมวัฒนธรรมชาติพันธุ์” ส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวชุมชนและอัตลักษณ์ท้องถิ่น 12–13 กันยายน นี้

    วันที่ 4 กันยายน 2569 เวลา 10.30 น. ณ โรงแรมเดอะ เวโล โฮเทล แอนด์ บีเอ็มเอ็กซ์ ปั๊ม แทร็ค ตำบลอรัญประเทศ อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว นายเชาวเนตร ยิ้มประเสริฐ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว เป็นประธานในพิธีแถลงข่าว

    จังหวัดสระแก้ว โดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสระแก้ว เดินหน้าขับเคลื่อนการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจชายแดน เตรียมจัดงาน “มหกรรมวัฒนธรรมชาติพันธุ์ จังหวัดสระแก้ว” ภายใต้โครงการส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวชุมชนและอัตลักษณ์ท้องถิ่นจังหวัดสระแก้ว ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยงานกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12 – 13 กันยายน 2569 ณ ลานสยามมินทร์ เทศบาลเมืองอรัญญประเทศ อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว

    นายเชาวเนตร ยิ้มประเสริฐ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว เปิดเผยว่า จังหวัดสระแก้วมุ่งเน้นส่งเสริมการท่องเที่ยวที่หลากหลายตามวิสัยทัศน์เมืองชายแดนแห่งความสุข โดยนำทุนทางวัฒนธรรมท้องถิ่นมาเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจเป็นซอฟต์พาวเวอร์ที่มีศักยภาพ ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวไทย ปี 2569 ในการสร้างคุณค่าและการกระจายรายได้สู่เศรษฐกิจรากหญ้าตามนโยบายของจังหวัด

    ด้าน ดร.นภสร โศรกศรี วัฒนธรรมจังหวัดสระแก้ว กล่าวถึงวัตถุประสงค์สำคัญ ได้แก่ เพื่อสืบสานและเผยแพร่วิถีชุมชนชาติพันธุ์ เพื่อส่งเสริมการนำทุนทางวัฒนธรรมมาสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ และเพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ของชุมชนคุณธรรมที่น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
    โดยภายในงานแถลงข่าวเริ่มต้นด้วยการแสดงศิลปวัฒนธรรมชุด “รากชาติพันธุ์ ร่มเดียวกัน”

    หลังจากนั้นผู้ร่วมแถลงข่าวนำเสนอรายละเอียดการจัดงาน โดยมีรองนายกเทศมนตรีเมืองอรัญประเทศ กล่าวถึงความพร้อมของพื้นที่และความโดดเด่นด้านอาหารและแหล่งท่องเที่ยว, นางกัญญา มโนเสงี่ยม รองผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานนครนายก กล่าวถึงบทบาทการสนับสนุนการท่องเที่ยว, และ นายธนโชค เชียรรุ่งโรจน์ นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวและบริการจังหวัดสระแก้ว ร่วมกล่าวเชิญชวนนักท่องเที่ยว

    สำหรับงาน“มหกรรมวัฒนธรรมชาติพันธุ์” จังหวัดสระแก้ว จะมีพิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการในวันที่ 12 กันยายน เวลา 18.30 น. ชมการแสดงแสง สี เสียง สื่อผสม: ชุด “ชาติพันธุ์สระแก้ว งามพราวรังสี ธำรงศรีใต้ร่มบารมี” จัดแสดงเวลา 19.00 – 20.00 น. บอกเล่าเรื่องราวความเป็นมาและการตั้งถิ่นฐานของกลุ่มชาติพันธุ์ลาว ญ้อ จีน และเวียดนาม การแสดงศิลปวัฒนธรรมและดนตรี ชมความสามารถของเด็กและเยาวชนในพื้นที่ เวลา 20.00 – 22.00 น. การเดินแบบชาติพันธุ์ วันที่ 13 กันยายน เวลา 20.00 – 21.00 น. พร้อมตลาดวัฒนธรรมชาติพันธุ์และของดีจังหวัดสระแก้วเพลิดเพลินกับสินค้าและบริการทางวัฒนธรรม สินค้าชุมชน อาหารพื้นถิ่น สินค้า CPOT และ OTOP มากกว่า 50 ร้านค้า เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 16.00 – 22.00 น.

    จังหวัดสระแก้วจึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชน นักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ ร่วมสัมผัสความงดงามของวิถีชีวิต ชาติพันธุ์ และร่วมกระตุ้นเศรษฐกิจในวันที่ 12 และ 13 กันยายน 2569 ณ ลานสยามมินทร์ เทศบาลเมืองอรัญญประเทศ อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว.

    #สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / ศุลกากร ลุยตรวจเส้นทางขนส่งสินค้ายึดบุหรี่เถื่อน 695,000 มวน ของหนีภาษี มูลค่ารวมทะลุ 8.18 ล้านบาท

    ตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลและกรมศุลกากรในการปกป้องสังคมและระบบเศรษฐกิจจากสินค้าผิดกฎหมาย (Social Protection) ภายใต้การสั่งการของ นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร นายสิทธิชัย สวัสดิ์เสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นางกิจจาลักษณ์ ศรีนุชศาสตร์ ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบสิทธิประโยชน์ทางศุลกากร และนางนิภาวรรณ ใยบัวเทศ ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรภาคที่ 1

    นายฐิติพงศ์ คำผุย นายด่านศุลกากรประจวบคีรีขันธ์ จึงได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานความมั่นคง สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ประจวบคีรีขันธ์ หน่วยเฉพาะกิจจงอางศึก (ฉก.จงอางศึก/ร.9) กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 14 (กก.ตชด.14) พนักงานฝ่ายปกครอง ด่านกักกันสัตว์ประจวบคีรีขันธ์ สำนักงานประมงจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ด่านตรวจประมงเขต 6 (ประจวบคีรีขันธ์) ด่านตรวจพืชประจวบคีรีขันธ์, สถานีตำรวจภูธรเมืองประจวบคีรีขันธ์ สถานีตำรวจภูธรห้วยยาง และด่านตรวจสัตว์ป่าประจวบคีรีขันธ์

    เปิด “ปฏิบัติการพิทักษ์คีรีขันธ์” นำกำลังเข้าตรวจค้นขบวนรถไฟโดยสารสายใต้ ณ สถานีรถไฟประจวบคีรีขันธ์ ควบคู่กับการตั้งจุดตรวจสกัดรถยนต์ขนส่งสินค้าบนเส้นทางยุทธศาสตร์ถนนเพชรเกษม และบริษัทขนส่งในเขตพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ หลังสืบทราบข้อมูลเชิงลึกว่าจะมีการลักลอบลำเลียงสินค้าหนีภาษีจากพื้นที่ภาคใต้เข้าสู่กรุงเทพมหานคร

    จากการตรวจค้นเป้าหมายต่อเนื่อง เมื่อวันที่ 2 และ 3 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดสินค้าลักลอบหนีศุลกากรได้เป็นจำนวนมาก โดยไม่มีเอกสารหลักฐานการเสียภาษีหรือผ่านพิธีการศุลกากรอย่างถูกต้อง ดังนี้1 บุหรี่ต่างประเทศหนีภาษี จำนวน 1,622 แท่ง (ประมาณ 16,220 ซอง หรือ 324,400 มวน มูลค่าและภาษี 3,784,571 บาท)2 บุหรี่ไฟฟ้าและอุปกรณ์ จำนวน 18 ชิ้น (มูลค่าและภาษี 10,015 บาท)3 น้ำอัดลม จำนวน 744 ขวด (มูลค่าและภาษี 9,526 บาท)รวมมูลค่าของกลางและภาษีอากรที่พึงชำระทั้งสิ้น 3,804,112 บาท

    ทั้งนี้ ผลการปฏิบัติการ (1-3 ก.ย.2569) ประกอบด้วย บุหรี่ต่างประเทศหนีภาษี จำนวน 3,475 แท่ง (ประมาณ 34,750 ซอง หรือ 695,000 มวน มูลค่าและภาษี 7,986,067 บาท), กระเป๋าแบรนด์เนม จำนวน 23 ใบ (มูลค่าและภาษี 132,894 บาท), บุหรี่ไฟฟ้าและอุปกรณ์ จำนวน 73 ชิ้น (มูลค่าและภาษี 31,515 บาท), น้ำอัดลม จำนวน 744 ขวด (มูลค่าและภาษี 9,526 บาท) และน้ำหอมต่างประเทศ จำนวน 53 ขวด (มูลค่าและภาษี 20,380 บาท) รวมมูลค่าของกลางและภาษีอากรที่พึงชำระทั้งสิ้น 8,180,382 บาท

    การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดฐานนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งของที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร ตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 และพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดของกลางทั้งหมด พร้อมควบคุมตัวผู้เกี่ยวข้องและยานพาหนะส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย และสืบสวนขยายผลหาเครือข่ายขบวนการผู้ร่วมกระทำผิดต่อไป

    โดย นายฐิติพงศ์ คำผุย นายด่านศุลกากรประจวบคีรีขันธ์ เน้นย้ำว่าจะยังคงเดินหน้าบูรณาการร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงทุกภาคส่วน เพื่อเพิ่มความเข้มงวดในการเฝ้าระวังจุดเสี่ยงและเส้นทางลำเลียงต่าง ๆ ทั้งทางบก ทางราง และระบบโลจิสติกส์ขนส่ง เพื่อสกัดกั้นสินค้าผิดกฎหมายที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนและระบบเศรษฐกิจของประเทศอย่างต่อเนื่องต่อไป

    ///////////////////

    ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0623644468

    #สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ “ตลาดน้ำยะกัง” ขนม 100 ปี นราธิวาส คึกคัก! รับนักท่องเที่ยวไทย-มาเลย์ หนุนสืบสานวิถีชุมชน ดันเศรษฐกิจชายแดนใต้

    วันที่6ก.ย.69 ณ ตลาดน้ำยะกัง ขนม 100 ปี ตำบลบางนาค อำเภอเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส นายกฤษณนันท์ กำไร รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ได้เดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวตลาดน้ำยะกัง ภายใต้โครงการพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดนราธิวาส โดยมี นายณรงค์ สังข์ประสิทธิ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนราธิวาส พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนในพื้นที่ร่วมให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น

    สำหรับการจัดงานในครั้งนี้ สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนราธิวาส ได้รับอนุมัติงบประมาณจากทางจังหวัด เพื่อเนรมิตพื้นที่ริมน้ำให้กลายเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวโดยชุมชน (Community Based Tourism) ระหว่างวันที่ 4 – 5 กันยายน 2569 เพื่อมุ่งยกระดับศักยภาพการจัดการท่องเที่ยว รักษาวิถีชีวิต อัตลักษณ์ดั้งเดิม และสร้างเครือข่ายความเข้มแข็งให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน
    จัดเต็มกิจกรรมไฮไลท์ 2 วันเต็ม เสน่ห์แห่งวิถีริมน้ำ

    โดยภายในงานได้รวบรวมกิจกรรมที่สะท้อนถึงวัฒนธรรมท้องถิ่นและความสนุกสนานไว้อย่างครบครัน ได้แก่ กิจกรรมการแข่งขันสุดมันส์ การแข่งขันเรือพายยอกอง และการแข่งขันมวยทะเลที่สร้างรอยยิ้มและเสียงเชียร์ตลอดสายน้ำ การสาธิตมรดกทางวัฒนธรรม สาธิตการทำขนมโบราณและอาหารพื้นบ้านหาทานยากล้ำค่า การสาธิตศิลปะการเขียนลวดลายผ้าบาติกเอกลักษณ์ชายแดนใต้ การเปิดโลกการท่องเที่ยวและบันเทิง บริการล่องเรือนำเที่ยวชมธรรมชาติริมน้ำยะกัง การแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นถิ่นตระการตา พร้อมการออกร้านจำหน่ายอาหารและขนมโบราณกว่าร้อยปีให้ได้ชิมและช้อปกันอย่างจุใจ

    นายกฤษณนันท์ กำไร รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เปิดเผยว่า กิจกรรมนี้เป็นหมุดหมายสำคัญของการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ ที่เปิดโอกาสให้ชุมชนได้รับผลประโยชน์โดยตรง ทั้งในมิติเศรษฐกิจ สังคม ววัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม ชุมชนได้แสดงศักยภาพในการต้อนรับผู้มาเยือนทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยวจากประเทศมาเลเซียที่เดินทางเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งนอกจากจะช่วยสร้างงาน สร้างรายได้ กระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่แล้ว ยังสร้างความประทับใจจนเกิดการเดินทางท่องเที่ยวซ้ำอย่างยั่งยืน

    สำหรับการจัดงานในวันนี้ได้ดำเนินขึ้นภายใต้แนวคิด “มหกรรมวิถีทะเล สืบสานวัฒนธรรม สู่ประสบการณ์ท่องเที่ยว” โดยเปิดฉากความตื่นเต้นเร้าใจตั้งแต่ช่วงเช้าด้วยการแข่งขันต่อยมวยทะเลและการแข่งขันเรือยอกอง รอบคัดเลือก เดินเยี่ยมชมพื้นที่กิจกรรมวิถีชุมชน การแสดงชุดพิเศษที่สะท้อนถึงอัตลักษณ์ วิถีชีวิต และวัฒนธรรมท้องถิ่น ต่อด้วยไฮไลท์สำคัญในการชมศึกมวยทะเลและปล่อยตัวการแข่งขันเรือยอกอง รอบชิงชนะเลิศ รวมถึงการสาธิตเขียนลวดลายผ้าบาติกเอกลักษณ์ชายแดนใต้ ตลอดจนการสาธิตทำขนมโบราณสัมผัสภูมิปัญญาท้องถิ่น

    ต่อด้วยกิจกรรมล่องเรือนำเที่ยวรับประทานอาหารพื้นถิ่น ลิ้มรสชาติความอร่อยพร้อมชมทัศนียภาพวิถีชีวิตริมสายน้ำและชมพระอาทิตย์ตก โดยออกเดินทางจากตลาดน้ำยะกังขนม 100 ปี ล่องไปยังประตูระบายน้ำบางนราตอนบน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ โครงการชลประทานนราธิวาส และล่องเรือกลับมายังตลาดน้ำยะกัง ก่อนจะเข้าสู่ช่วงค่ำที่เปิดพื้นที่ให้นักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไปได้ดื่มด่ำบรรยากาศ รับชมการแสดงดนตรี กิจกรรมความบันเทิง และเลือกซื้ออาหาร สินค้าชุมชน ตลอดจนผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นอย่างคึกคัก
    ////////////////
    ข่าว/กรียา เต๊ะตานี/นราธิวาส/0896579170

    #สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / รวบหนุ่มลาวสุดแสบ! ซิ่ง จยย. แหกด่านสะพานมิตรภาพ 2 สวนเลนฝั่งไทย ก่อนทิ้งรถขโมย จยย. ชาวบ้านหวังหนีไปหาอดีตนายจ้างที่กาฬสินธุ์

    เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 5 กันยายน ชุดสืบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร นำโดย พ.ต.อ.ประยุทธ์ เรือนทองคำ ผกก.สภ.เมืองมุกดาหาร ได้รับการประสานงานด่วนจาก ตม.มุกดาหาร ว่ามีบุคคลต้องสงสัยเป็นชายชาวลาว สวมหมวกแก๊ปลายพรางทหาร เสื้อกันหนาวสีชมพู ก่อเหตุลักลอบขับขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ หมายเลขทะเบียน จล 4602 จำปาสัก

    ผ่านช่องทางขาออกจากฝั่ง สปป.ลาว บริเวณด่านสากลสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 2 (สะหวันนะเขต-มุกดาหาร) เมืองไกสอนพมวิหาน แขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว ก่อนจะเร่งเครื่องขับขี่ย้อนศร (สวนเลน) ข้ามสะพานมิตรภาพฯ เข้ามายังฝั่งประเทศไทยอย่างเร่งรีบ และพุ่งฝ่าไม้กั้นของด่านศุลกากรมุกดาหาร เข้ามาในพื้นที่ด่านพรมแดนมุกดาหาร ประเทศไทย โดยไม่ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร

    หลังรับแจ้ง พ.ต.อ.ประยุทธ์ เรือนทองคำ ผกก.สภ.เมืองมุกดาหาร ได้สั่งการให้ชุดสืบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร เร่งออกสกัดจับตามเส้นทางที่คาดว่าผู้ก่อเหตุจะหลบหนี จนกระทั่งพบชายที่มีลักษณะตรงตามที่ได้รับแจ้ง และสามารถสกัดจับกุมตัวไว้ได้ที่บริเวณตำบลน้ำเที่ยง อำเภอคำชะอี จังหวัดมุกดาหาร
    จากการตรวจสอบทราบชื่อผู้ต้องหาคือ นายแอ วันนะไซ อายุ 26 ปี ที่อยู่บ้านโพนสะหวัน เมืองปะทุมพอน แขวงจำปาสัก สปป.ลาว

    ให้การรับสารภาพว่า ตนได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ ทะเบียน จล 4602 จำปาสัก ลักลอบแหกด่านมาจากเมืองไกสอนพมวิหาน แขวงสะหวันนะเขต จริง โดยเมื่อเข้ามาถึงฝั่งไทย ได้นำรถจักรยานยนต์คันแรกไปจอดทิ้งไว้ที่บริเวณบ้านแก่นเต่า ตำบลโพนทราย อำเภอเมืองมุกดาหาร จากนั้นได้ก่อเหตุลักรถจักรยานยนต์ยี่ห้อ ฮอนด้า เวฟ หมายเลขทะเบียน 6กจ 5637 กรุงเทพมหานคร ที่จอดอยู่บริเวณดังกล่าว แล้วขับขี่ต่อเพื่อมุ่งหน้าไปหาอดีตนายจ้างที่จังหวัดกาฬสินธุ์ ก่อนจะมาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร ติดตามจับกุมได้ในที่สุด

    เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการตรวจยึดรถจักรยานยนต์ไว้เป็นของกลาง พร้อมแจ้งข้อกล่าวหา “ลักทรัพย์” และ “เป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต” ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

    #สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / ผู้ว่าฯเชียงราย ตะลึงกองไม้สักประดู่ มหาศาล อายัดตรวจสอบ อธิบดีกรมอุทยานสั่งขยายผล เฉียบขาด

    เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 เวลา 10.00 น.ที่ผ่านมาจังหวัดเชียงรายบูรณาการกำลังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เดินหน้าปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติ โดยมี นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วย นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย 

    ร่วมกับ นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช, พล.ต.ต.อเนก เตาสุภาพ ผู้บังคับการกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.), นายญาณวุฒิ สุดพิมศรี นายอำเภอเมือง

    เชียงราย, นายองอาจ คณุตม์วงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเชียงราย และ นายเจษฎา เงินทอง ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 (เชียงราย) พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจค้นและดำเนินการจับกุมผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่อำเภอเมืองเชียงราย

    สำหรับการปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการ ขยายผลจากคดีลักลอบตัดไม้หวงห้าม ซึ่งเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2569 หน่วยงานความมั่นคงที่เกี่ยวข้องได้เข้าจับกุมขบวนการลักลอบตัดไม้บริเวณป่าห้วยไม้แดง เขตป่าสงวนแห่งชาติป่าน้ำปาด หมู่ที่ 2 ตำบลม่วงเจ็ดต้น อำเภอบ้านโคก จังหวัดอุตรดิตถ์ สามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาในที่เกิดเหตุได้ 3 ราย พร้อมตรวจยึดของกลาง ประกอบด้วยไม้ประดู่ท่อน เครื่องจักร ยานพาหนะ และอุปกรณ์ที่ใช้ในการกระทำความผิดจำนวนมาก จากข้อมูลการสืบสวนและการขยายผล

     เจ้าหน้าที่จึงนำไปสู่การตรวจสอบพื้นที่เป้าหมายในจังหวัดเชียงราย กระทั่งวันนี้ เวลาประมาณ 10.00 น. เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจค้น โรงงานแปรรูปไม้ภายในบ้านโป่งฮึ้ง ตำบลห้วยสัก อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงรายผลการตรวจค้นพบ ไม้แปรรูปและไม้ท่อนจำนวนมหาศาล เบื้องต้นไม่สามารถนำเอกสารเกี่ยวกับโรงงานแสดงแก่เจ้าหน้าที่ ได้และขณะทำการตรวจค้น ภายในสถานที่ดังกล่าวพบอุปกรณ์การแปรรูปไม้จำนวนหลายรายการ ทั้งนี้ ยังพบบุคคลซึ่งอ้างตัวเป็นเจ้าของจำนวน 1 ราย

    เบื้องต้น เจ้าหน้าที่จึงดำเนินการตามขั้นตอน พร้อมแจ้งข้อกล่าวหา “ตั้งโรงงานแปรรูปไม้โดยไม่ได้รับอนุญาต”ได้ทำการตรวจยึดอายัด อายัดไม้แปรรูปและไม้ท่อนทั้งหมดไว้ตรวจสอบ เพื่อพิสูจน์ทราบแหล่งที่มา เอกสารการครอบครอง และความถูกต้องตามกฎหมาย รวมถึงตรวจสอบความเชื่อมโยงกับขบวนการลักลอบตัดไม้ที่อยู่ระหว่างการขยายผล การเชื่อมโยงและที่สำคัญโรงงานนี้ตั้งขึ้นหลุดรอดสายตาเจ้าหน้าที่ได้อย่างไรตามข้อสังเกตุเจ้าหน้าที่ขณะนำหมายศาลเข้าตรวจค้นครั้งนี้

    สำหรับการนำหมายศาลเข้าตรวจยึดไม้ดังกล่าวเป็นการขยายผลมาจากคดีนายทุนลักลอบตัดไม้ประดู่ ในเขตอุทยานพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์ ซึ่งทางกรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธ์พืช ไ้ด้กำชับให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายเำ้นินการเร่งขยายผลกวาดล้างให้สิ้นซากอย่างต่อเนื่อง  สำหรับในพื้นที่เชียงราย ซึ่งเป็นพื้นที่เป้าหมาย เนื่องจากขบวนการค้าไม้ข้ามชาติ อาศัยช่องโว่ของกฎหมาย ลักลอบค้าไม่ผิดกฎหมาย  โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีอิมธิพล

    ที่มีข้าราชการบางคนหนุนหลัง คอยรับส่วยช่วยเหลือให้หลุดรอดสายตาหน่วยงานเบื้องบน รวมทั้งเรื่องของการขุดดินในพื้นที่ป่าสงวนโดยไม่ได้รับอนุญาต สร้างความเสียหายต่อรัฐ สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยทั้งนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นายชูชีพ พงษ์ไชย จะกำชับเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง เร่งปราบปรามหากมีเจ้าหน้าที่คนใด เข้าไปร่วมสนับสนุนการกระทำผิดจะถูกดำเนินการเอาผิด ทั้งซินัยและอาญา อย่างไม่มีละเว้นจะตำแหน่งใหญ่เพียงใดก็ถือว่าปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ.

    #สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / เตรียมเปิดศึกชิงเจ้าลำน้ำโขง แข่งเรือยาวประเพณี ไทย-ลาว ชิงถ้วยพระราชทานฯ 11-13 ก.ย.นี้

    บึงกาฬ – เทศบาลเมืองบึงกาฬแถลงข่าวเตรียมจัดงาน แข่งขันเรือยาวประเพณีไทย-ลาว ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประจำปี 2569 กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-13 กันยายน 2569 ณ บริเวณริมโขงหน้าเทศบาลเมืองบึงกาฬ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ พร้อมเปิดพื้นที่ออกร้านจำหน่ายสินค้า

    ตั้งแต่วันที่ 1-13 กันยายน 2569 เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2569 เวลา 17.30 น. นายธนาพงศ์ แสนสุภา นายกเทศมนตรีเมืองบึงกาฬ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาล ปลัดเทศบาล รองปลัดเทศบาล ผู้อำนวยการกอง หัวหน้าฝ่าย และเจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองบึงกาฬ ร่วมงานแถลงข่าวการจัดงาน ณ ถนนข้าวเม่าริมโขง อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ

    โดยได้รับเกียรติจาก นายสุรพล เจริญภูมิ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ พร้อมด้วย นางจิรภา เจริญภูมิ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดบึงกาฬ นายสมหวัง อารีย์เอื้อ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ นางนิตยา อารีย์เอื้อ รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดบึงกาฬ และหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดบึงกาฬ เข้าร่วมงานแถลงข่าว

    การจัดงานครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่ออนุรักษ์และสืบสานประเพณีวัฒนธรรมท้องถิ่น ส่งเสริมการท่องเที่ยว และเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างประชาชนไทยและ สปป.ลาว โดยการแข่งขันเรือยาวเป็นกิจกรรมสำคัญที่สะท้อนวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของชุมชนริมแม่น้ำโขง พร้อมสร้างสีสันและความคึกคักให้กับจังหวัดบึงกาฬ

    เปิดไฮไลต์ “มวยดีวิถีไทย” 12 ก.ย. เพิ่มความมันริมโขงนอกจากการแข่งขันเรือยาวแล้ว วันที่ 12 กันยายน 2569 ยังมีอีกหนึ่งกิจกรรมไฮไลต์ คือ “มวยไทย มวยดีวิถีไทย” โดย การกีฬาแห่งประเทศไทย ซึ่งจะมาร่วมสร้างสีสันและความสนุกให้กับงาน เปิดโอกาสให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้ชมการแข่งขันมวยไทยควบคู่กับกิจกรรมประเพณีเรือยาว

    ภายในงานยังมีการเปิดพื้นที่ให้ประชาชนและผู้ประกอบการนำสินค้า อาหาร และผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ มาจำหน่าย โดยมีร้านค้าตั้งแต่วันที่ 1-13 กันยายน 2569 เพื่อส่งเสริมการสร้างรายได้และกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่

    เทศบาลเมืองบึงกาฬขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมชมและเชียร์ การแข่งขันเรือยาวประเพณีไทย-ลาว ชิงถ้วยพระราชทานฯ ระหว่างวันที่ 11-13 กันยายน 2569 พร้อมชมไฮไลต์ “มวยไทย มวยดีวิถีไทย” ในวันที่ 12 กันยายน ณ บริเวณริมโขงหน้าเทศบาลเมืองบึงกาฬ

    ร่วมสัมผัสบรรยากาศแห่งมิตรภาพไทย-ลาว ชมกีฬา สืบสานประเพณี และเที่ยวชมร้านค้าริมโขงในงานเดียวณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

    #สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / พัทยาแต่งไทยรับคณะทหารเรือสหรัฐฯ นายกเบียร์ชูซอฟต์เพาเวอร์มอบมาลัยผ้าไทยต้อนรับ คาดเงินสะพัด 100 ล้านบาท

    วันที่ 2 กันยายน 2569 ที่โรงแรมฮาร์ดร็อค พัทยา จ.ชลบุรี นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา นายอนุศักดิ์ พิริยอมร นายอำเภอบางละมุง พ.ต.อ.เอนก สระทองอยู่ ผกก.สภ.เมืองพัทยา และผู้เกี่ยวข้องร่วมให้การต้อนรับนาวาเอก แดน คีเลอร์ ผู้บังคับการเรือยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น (USS Abraham Lincoln –

    CVN-72) พร้อมกำลังพล โดยมีเจ้าหน้าที่แต่งชุดไทยรอต้อนรับ จากนั้นนายกเมืองพัทยา ได้มอบพวงมาลัยผ้าไทย ให้นาวาเอก แดน คีเลอร์ และกำลังพลบางส่วน ขณะที่นาวาเอก แดน คีเลอร์ ก็ได้มอบแบบจำลองเรือ ซึ่งมีการสลักชื่อนายปรเมศวร์ ให้ไว้เป็นของระลึก

    นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา เปิดเผยว่า การมาต้อนรับในครั้งนี้แทนที่จะให้เป็นพวงมาลัยดอกมะลิใช้แล้วต้องทิ้ง จึงมีการประสานไปทางประธานสภาพัฒนาสตรีเมืองพัทยา ซึ่งมีการทำสินค้าชุมชนผ้าไทยอยู่แล้วให้จัดทำมาลัยผ้าไทย โดยเมื่อแกะออกสามารถใช้ประโยชน์เป็นผ้าพันคอได้ ซึ่งเป็นการสะท้อนซอฟพาวเวอร์ผ้าไทยได้อีกด้วย

    นายกเมืองพัทยา ยังได้กล่าวยินดีต้อนรับ พร้อมขอให้กำลังพลที่มาพักผ่อนท่องเที่ยวมีช่วงเวลาที่ดีที่เมืองพัทยา เมืองพัทยาความผูกพันกับทหารเรือสหรัฐฯ มายาวนาน และมีการมาพักผ่อนเป็นระยะ

    แต่ครั้งนี้มีความพิเศษเพราะเป็นเรือรบเรือบรรทุกเครื่องบินที่ไปปฏิบัติการและใช้เวลายาวนานในทะเล ซึ่งช่วงที่ผ่านมาไม่ได้ใช้จ่ายจึงหวังว่าการมาขึ้นฝั่งในครั้งนี้จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งโรงแรมที่พัก สถานที่ท่องเที่ยว และนวดสปา

    “วันนี้สปอตไลต์ทั้งจากไทยและต่างชาติ มองมาที่เมืองพัทยา ซึ่งจะเกิดการกระจายรายได้ในเมืองพัทยา ทหารหนึ่งคนใช้จ่ายประมาณ 100-150 เหรียญ ต่อวัน คาดว่ามีรายได้กระจายไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาทในทริปนี้“ นายปรเมศวร์ นายกเมืองพัทยา ระบุ

    ด้าน พ.ต.อ.เอนก สระทองอยู่ ผกก.สภ.เมืองพัทยา เผยว่า ช่วงที่ผ่านมาผู้ช่วยทูตทหาร และกองทัพเรือสหรัฐ ได้มีการพูดคุยกับผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 ซึ่งในส่วนตำรวจได้บูรณาการร่วมกับฝ่ายปกครอง และเมืองพัทยา รวมถึงทุกภาค

    ส่วน ในการดูแลความปลอดภัยในพื้นที่ที่คิดว่ากำลังพลจะไปท่องเที่ยว ขอให้เชื่อมั่นว่าทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องจะดูแลกำลังพลที่มาท่องเที่ยวให้ดีที่สุด รวมถึงนักท่องเที่ยวท่านอื่นด้วย เพราะจะมีเจ้าหน้าที่คอยบูรณาการดูแลตลอด 24 ชม.

    ขณะที่ นาวาเอก แดน คีเลอร์ ผู้บังคับการเรือยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น (USS Abraham Lincoln – CVN-72) ได้กล่าวยินดีที่ได้มาเยือนเมืองพัทยาในครั้งนี้ ขอบคุณนายกเมืองพัทยาที่ให้การต้อนรับกำลังพลซึ่งทั้งหมดมีความตั้งใจที่จะมาพักผ่อนที่เมืองพัทยา การต้อนรับสู่เมืองพัทยาที่ยอดเยี่ยม ต้องขอขอบคุณเป็นอย่างยิ่ง

    #สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ ต.บางภาษี คุมเข้มอาวุธปืน ยาเสพติด และป้องกันเหตุรุนแรงแล อาชญากรรมในพื้นที่”

    ตำบลบางภาษี คุมเข้มอาวุธปืน ยาเสพติด และป้องกันเหตุรุนแรงและอาชญากรรมในพื้นที่” เพื่อตอบสนองนโยบายการปฏิบัติการ “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข พิทักษ์สันติราษฎร์ พิฆาตยาเสพติด พิชิตอันธพาล” ในห้วงเดือนสิงหาคม – กันยายน

    ​ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วย แพทย์ สารวัตรกำนัน ตำบลบางภาษี นำโดย กำนัน ดร.อลงกรณ์ เพชรดี กำนันตำบลบางภาษี ได้ร่วมกันปฏิบัติตามนโยบายดังกล่าว โดยดำเนินการจัดตั้งจุดตรวจ/จุดสกัดเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยให้แก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ โดยเน้นย้ำการกวดขัน ๒ มาตรการสำคัญ ได้แก่

    การควบคุมและสกัดกั้นการพกพาอาวุธปืน ทั้งที่ถูกกฎหมายและผิดกฎหมายในที่สาธารณะการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ตลอดจนสิ่งผิดกฎหมายอื่น ๆ ในพื้นที่เสี่ยง

    ​ในการนี้ ได้รับเกียรติและการสนับสนุนการปฏิบัติงานอย่างใกล้ชิดจากฝ่ายปกครองอำเภอบางเลนและเจ้าหน้าที่ตำรวจ นำโดย:นายอำนาจ ทองดอนสังข์ ปลัดอาวุโสอำเภอบางเลนนายนนท์ ศรีวัฒนตระกูล ปลัดอำเภอบางเลน ฝ่ายความมั่นคงร้อยตำรวจตรี เอกชัย เสนาะคำ เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำป้อมตำรวจตำบลบางภาษี

    ที่ได้ลงพื้นที่ร่วมบูรณาการ อำนวยความสะดวก และร่วมตั้งจุดสกัดเพื่อควบคุมความสงบเรียบร้อยในครั้งนี้ชมรมกำนัน ผู้ใหญ่บ้านฯ ตำบลบาง ภาษี ขอขอบคุณผู้บังคับบัญชา ฝ่ายปกครอง

    เจ้าหน้าที่ตำรวจ และผู้ปฏิบัติงานทุกท่าน ที่ได้ร่วมมือร่วมใจเสียสละเวลาปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็ง เพื่อความปลอดภัยและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนในพื้นที่ตำบลบางภาษีอย่างต่อเนื่อง
    สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

    #สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/อบจ.นครปฐม.เปิดงานพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาครู “ราชาวดีเกมส์” รร.ราชินีบูรณะปีการศึกษา 2569

    วันพุธที่ 2 กันยายน 2569 ณ โรงเรียนราชินีบูรณะ นายจิรวัฒน์ สะสมทรัพย์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครปฐม เป็นประธานกล่าวเปิดงานพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาครู “ราชาวดีเกมส์” โรงเรียนราชินีบูรณะประจำปีการศึกษา 2569

    โดยมีว่าที่ร้อยตรี ดร.มนต์เมืองใต้ รอดอยู่ ผู้อำนวยการโรงเรียนราชินีบูรณะ ประธานเครือข่ายส่งเสริมประสิทธิภาพการจัดการมัธยมศึกษาจังหวัดนครปฐม และอ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานครปฐม กล่าวรายงาน

    วัตถุประสงค์การจัดแข่งขัน การจัดการแข่งขันได้แบ่งคณะครู และบุคลากรทางการศึกษา ออกเป็น 4 สี คือ สีม่วง สีแดง สีเขียว และสีเหลือง รายการกีฬาที่แข่งขันประกอบด้วยวอลเล่ย์บอล, แชร์บอล, สนุกเกอร์, วิ่งเปี้ยวฮูลาฮูบ, เดินลูกโป่ง,

    วอลเล่ย์บอลยักษ์, ปาเป้า และชู้ตบาส ทั้งนี้เพื่อเสริมสร้างความสามัคคีให้เกิดขึ้นภายในองค์กร ตลอดจนเสริมสร้างสุขภาพพลานามัยที่ดีให้แก่คณะครูและบุคลากรทางการศึกษาสมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

    #สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ ‘อัศจรรย์วันทอง’ เปิดตัวสุดยิ่งใหญ่อิ้งค์-หมาก-กลัฟ นำขบวนกระหึ่มรอบแรกของโลก

    ศึกตัดสินชะตารักท็อกซิกกำลังจะเริ่มต้นขึ้น เมื่อ “แบล็ค ดรากอน เอ็นเตอร์เทนเม้นท์” เตรียมส่งผลงานภาพยนตร์เรื่องแรก “อัศจรรย์วันทอง” ลงจอให้ได้สัมผัสกับตำนานรัก “วันทองสองใจ” ในรูปแบบใหม่ โดยเบิกฤกษ์โลกวรรณคดีสุดอัศจรรย์กันด้วยงานกาล่าพรีเมียร์ภาพยนตร์ ที่จัดขึ้น ณ โรงภาพยนตร์ พารากอน ซีนีเพล็กซ์ ที่เนรมิตให้เหมือนอยู่ท่ามกลางวรรณคดี พร้อมฟังขับเสภาสุดไพเราะ นำโดย คุณจูเลี่ยน จอง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แบล็ค ดรากอน เตอร์เทนเม้นท์ จำกัด ในฐานะโปรดิวเซอร์ของภาพยนตร์เรื่องนี้ และ ผู้กำกับมากฝีมือ มุก-ปิยะกานต์ บุตรประเสริฐ

    เริ่มต้นเปิดงานกันด้วยพิธีกร โอปอล์ ปาณิสรา อารยะสกุล กล่าวต้อนรับเหล่าดารา เซเลบริตี้ ที่จัดเต็มความหล่อสวยสุดเฉิดฉายมาร่วมเดินพรมแดงกันอย่างคึกคัก ได้แก่ ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์, พอลล่า เทเลอร์, พีค-ภัทรศยา เครือสุวรรณศิริ ที่ควงคู่มากับ ต๊อด-ศิณะ อุ่นทรพันธ์, ฮาย-อาภาพร นครสวรรค์, อานิต้า วิภา, แจ็ค กิตติศักดิ์ ปฐมบูรณ

    ก่อนที่จะเปิดตัว ขุนช้าง-ขุนแผน หมาก-ปริญ สุภารัตน์ รับบท “ขุนแผน” และ กลัฟ-คณาวุฒิ ไตรพิพัฒนพงษ์ รับบท “ขุนช้าง” ที่ความหล่อสูสีตีคู่กันมาแบบมงลง ยืนรอต้อนรับ “วันทอง” อิ้งค์-วรันธร เปานิล นางเอกของงานนี้ซึ่งมาในเวอร์ชั่นใหม่ที่หลายคนรอคอย เสริมทัพด้วย ปริมมี่-วิพาวีร์ พัทธ์ณศิริ รับบทเป็น “สายทอง” และ เฟย-ภัทร เอกแสงกุล รับบทเป็น “จันสอน”

    จากนั้นทีมโปรดิวเซอร์ ผู้กำกับ และนักแสดงขึ้นเวทีพูดคุยถึงการทำงานในภาพยนตร์เรื่อง “อัศจรรย์วันทอง” ในทุกมิติ จนออกมาได้สมบูรณ์แบบ และปิดท้ายด้วยการเชิญผู้บริหาร คุณณรงค์ เจียรวนนท์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์, คุณภัคพล งามลักษณ์ ประธาน

    คณะผู้บริหารด้านปฏิบัติการ เครือเจริญโภคภัณฑ์, คุณจูเลี่ยน จอง ผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์ อัศจรรย์วันทอง และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แบล็ค ดรากอน เตอร์เทนเม้นท์ จำกัด, คุณพรชัย ว่องศรีอุดมพร กรรมการผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท แบล็ค ดรากอน เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด, คุณกัญญาณัฐ

    กรพชระ กรรมการบริษัท แบล็ค ดรากอน เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด, คุณพัทธนิษฐ์ สุวรรณสิงห์ ที่ปรึกษากรรมการบริษัท แบล็ค ดรากอน เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด, คุณปรารถนา สินธุนาวา รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม, คุณปราณิสา เตียวพิพิธพร ผู้เชี่ยวชาญด้านเครือข่ายและชุมชน ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการกองส่งเสริมวัฒนธรรมสร้างสรรค์,

    พร้อมด้วยผู้กำกับ และนักแสดง โดยมี อาจารย์ช้าง-ทศพร ศรีตุลา ร่วมแสดงความยินดีและถ่ายรูปเป็นที่ระลึก พร้อมรับชมภาพยนตร์รอบกาล่าพรีเมียร์ร่วมกันไปร่วมพิสูจน์ความตระการตาของโลกวรรณคดีสุดอัศจรรย์ คู่ขนานไปกับเส้นทางชะตากรรมที่ต้องพลิกผันของวันทองคนใหม่ 3 กันยายนนี้ ในโรงภาพยนตร์ใกล้บ้านคุณ

    #สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /ศุลกากรประจวบฯ ตรวจรถไฟสายใต้-ด่านทางบก ยึดบุหรี่เถื่อน-แบรนด์เนม-บุหรี่ไฟฟ้า รวมภาษีทะลุ 4.37 ล้านบาท

    ประจวบคีรีขันธ์ – กรมศุลกากร โดยด่านศุลกากรประจวบคีรีขันธ์ สำนักงานศุลกากรภาคที่ 1 สนธิกำลังร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ เปิดปฏิบัติการเชิงรุก “พิทักษ์คีรีขันธ์” สกัดกั้นขบวนการลักลอบขนสินค้าหนีภาษี บุกตรวจค้นขบวนรถไฟโดยสารสายใต้และตั้งด่านตรวจค้นรถยนต์ขนส่งทางบก ยึดของกลางหลายรายการ ทั้งบุหรี่ต่างประเทศหนีภาษีกว่า 3.7 แสนมวน กระเป๋าแบรนด์เนม บุหรี่ไฟฟ้า และน้ำหอม รวมมูลค่าของกลางและภาษีอากรที่พึงชำระกว่า 4.37 ล้านบาท

    เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569 ตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลและกรมศุลกากรในการปกป้องสังคมและระบบเศรษฐกิจจากสินค้าผิดกฎหมาย (Social Protection) ภายใต้การสั่งการของ นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร นายสิทธิชัย สวัสดิ์เสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นางกิจจาลักษณ์ ศรีนุชศาสตร์ ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบสิทธิประโยชน์ทางศุลกากร และนางนิภาวรรณ ใยบัวเทศ ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรภาคที่ 1

    นายฐิติพงศ์ คำผุย นายด่านศุลกากรประจวบคีรีขันธ์ จึงได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานความมั่นคง สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ประจวบคีรีขันธ์ หน่วยเฉพาะกิจจงอางศึก (ฉก.จงอางศึก/ร.9) กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 14 (กก.ตชด.14) พนักงานฝ่ายปกครอง ด่านกักกันสัตว์ประจวบคีรีขันธ์ สำนักงานประมงจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ด่านตรวจประมงเขต 6 (ประจวบคีรีขันธ์) ด่านตรวจพืชประจวบคีรีขันธ์, สถานีตำรวจภูธรเมืองประจวบคีรีขันธ์ สถานีตำรวจภูธรห้วยยาง และด่านตรวจสัตว์ป่าประจวบคีรีขันธ์

    เปิด “ปฏิบัติการพิทักษ์คีรีขันธ์” นำกำลังเข้าตรวจค้นขบวนรถไฟโดยสารสายใต้ ณ สถานีรถไฟประจวบคีรีขันธ์ ควบคู่กับการตั้งจุดตรวจสกัดรถยนต์ขนส่งสินค้าบนเส้นทางยุทธศาสตร์ บริเวณด่านตรวจห้วยยาง ถนนเพชรเกษม อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ หลังสืบทราบข้อมูลเชิงลึกว่าจะมีการลักลอบลำเลียงสินค้าหนีภาษีจากพื้นที่ภาคใต้เข้าสู่กรุงเทพมหานคร

    จากการตรวจค้นยานพาหนะขนส่งเป้าหมาย เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดสินค้าลักลอบหนีศุลกากรได้เป็นจำนวนมาก โดยไม่มีเอกสารหลักฐานการเสียภาษีหรือผ่านพิธีการศุลกากรอย่างถูกต้อง ประกอบด้วยบุหรี่ต่างประเทศลักลอบหนีภาษี: จำนวน 1,853 แท่ง (18,530 ซอง หรือประมาณ 370,600 มวน) ราคาของรวมภาษีอากรทั้งสิ้น 4,201,496 บาทกระเป๋าแบรนด์เนม: จำนวน 23 ใบ ราคาของรวมภาษีอากรทั้งสิ้น 132,894 บาท

    บุหรี่ไฟฟ้าชนิดใช้แล้วทิ้งและหัวน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า: รวม 55 ชิ้น ราคาของรวมภาษีทั้งสิ้น 21,500 บาทน้ำหอมต่างประเทศ: จำนวน 53 ขวด ราคาของรวมภาษีอากรทั้งสิ้น 20,380 บาทรวมมูลค่าราคาของและภาษีอากรทั้งสิ้น 4,376,270 บาทการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดฐานนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งของที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร หรือเคลื่อนย้ายของโดยไม่ได้รับอนุญาต

    ตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 และพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดของกลางทั้งหมด พร้อมควบคุมตัวผู้เกี่ยวข้องและยานพาหนะส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย และสืบสวนขยายผลหาเครือข่ายขบวนการผู้ร่วมกระทำผิดต่อไป

      ทั้งนี้ นายฐิติพงศ์ คำผุย นายด่านศุลกากรประจวบคีรีขันธ์ เน้นย้ำว่าจะยังคงเดินหน้าบูรณาการร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงทุกภาคส่วน เพื่อเพิ่มความเข้มงวดในการเฝ้าระวังจุดเสี่ยงและเส้นทางลำเลียงต่าง ๆ ทั้งทางบก ทางราง และระบบโลจิสติกส์ขนส่ง เพื่อสกัดกั้นสินค้าผิดกฎหมายที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนและระบบเศรษฐกิจของประเทศอย่างต่อเนื่องต่อไป
      /////////////////

      ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0623644468

      #สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /ประชุมปัจฉิมโครงการ Final Meeting ศึกษาเส้นทางท่องเที่ยวนาคานคร มุ่งพัฒนาโครงข่ายคมนาคมรองรับการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

      วันที่ 2 กันยายน 2569 ที่ห้องประชุม Grand 1 โรงแรมบีเค เพลส จังหวัดบึงกาฬ มีการประชุมปัจฉิมโครงการ (Final Meeting) โครงการศึกษาเส้นทางท่องเที่ยวนาคานคร จังหวัดบึงกาฬ โดยมี นายสุรพล เจริญภูมิ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานเปิดการประชุม

      โอกาสนี้ นายลิขิต แก้วศิริ ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงชนบทบึงกาฬ กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์ของการจัดประชุม เพื่อเผยแพร่ผลการศึกษาของโครงการ ตลอดจนรับฟังข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อนำไปประกอบการพัฒนาแนวทางการดำเนินงานให้มีความเหมาะสมและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อพื้นที่

      ภายในงานมี นายชานนท์ ศักดิ์บูรณาเพชร วิศวกรโครงการ ร่วมให้ข้อมูลเกี่ยวกับผลการศึกษาในด้านวิศวกรรมและแนวทางการพัฒนาเส้นทาง ขณะที่ คุณจิติมา จิตรวรนันท์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการท่องเที่ยว ร่วมเป็นวิทยากร ถ่ายทอดข้อมูลและข้อเสนอแนะด้านการส่งเสริมและพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว

      การประชุมครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการวางแนวทางพัฒนา “เส้นทางท่องเที่ยวนาคานคร” ให้สามารถเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดบึงกาฬอย่างเป็นระบบ เพิ่มศักยภาพด้านการเดินทางและการท่องเที่ยว ตลอดจนสนับสนุนเศรษฐกิจและการสร้างรายได้ให้กับชุมชนในพื้นที่ในระยะยาว

      ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

      #สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / พลังบุญตบเท้าร่วมบริจาคของใช้ให้คนพิการยากไร้ ผ่านงานวันคล้ายวันเกิด “เสี่ยเอ้-มีชัย” คนดังเมืองพัทยา อายุครบ 54 ปี

      วันที่ 31 ส.ค.69 เนื่องในวันคล้ายวันเกิดครบ 54 ปี บริบูรณ์ ของนายมีชัย อินทร์พิทักษ์ นักธุรกิจชื่อดัง ได้มีการจัดงานวันคล้ายวันเกิดขึ้นที่สำนักงานใหญ่ บ.เอ็มไอ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ จำกัด โดยในครั้งนี้เจ้าภาพได้กำหนดไม่รับของขวัญขอความร่วมมือผู้ร่วมงานนำสิ่งจองและเครื่องใช้จำเป็นสำหรับคนพิการยากไร้เพื่อส่งต่อให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ ภายใต้การดำเนินการของกลุ่มพัฒนาสตรีอำเภอบางละมุง

      ในงานพบว่าบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีบรรดาข้าราชการ นักการเมืองท้องถิ่น มิตรสสาย รวมทั้งบุคคลที่ให้การนับถือเข้าร่วมอวยพรวันคล้ายวันเกิดครบ 54 ปี ในปีนี้ โดยนำสิ่งของมาร่วมบริจาคจำนวนมาก อาทิ รถวีลแชร์ ผ้าอ้อมสำเร็จรูปสำหรับผู้ใหญ่ ตลอดจนสิ่งของเครื่องใช้สำหรับผู้ป่วยพิการจำนวนหลายรายการ พร้อมกันนี้ในงานได้มีบริการอาหารเครื่องดื่มนานาชนิดให้ผู้เข้าร่วมงานที่เดินทางมาตั้งแต่ช่วงเช้าของวัน

      สำหรับ นายมีชัย อินทร์พิทักษ์ หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ “เสี่ยเอ้” เป็นนักธุรกิจระดับแถวหน้าและบุคคลสำคัญที่มีชื่อเสียงในแวดวงสังคมและการเมืองท้องถิ่นของเมืองพัทยาและอำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี บทบาทหน้าที่ทางสังคมและการเมืองนั้น ปัจจุบันเสี่ยเอ้ดำรงตำแหน่งสำคัญในการร่วมพัฒนาท้องถิ่นเมืองพัทยา ดังนี้ 1.ประธานคณะทำงานนายกเมืองพัทยา (ภายใต้การนำของนายปรเมศวร์ นายกเมืองพัทยา) 2.ประธานคณะรักษาความสงบเรียบร้อยเมืองพัทยา และ 3.ประธานที่ปรึกษานายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองหนองปรือ

      ในส่วนธุรกิจและการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวในภาคเอกชน เสี่ยเอ้ถือเป็นนักธุรกิจผู้ประสบความสำเร็จสูงในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและบันเทิงคครบวงจรโดยเป็นประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอ็มไอ เอ็นเตอร์เมนท์ จำกัด และผู้บริหารแลนด์มาร์คและโครงการท่องเที่ยวสำคัญ เช่น Pattaya Water Space แหล่งท่องเที่ยวธีมสายน้ำขนาดใหญ่ และบริการเฮลิคอปเตอร์บินชมวิวเมืองพัทยา 360 องศาภายใต้ชื่อ PATTAYA SKY RIDE (บริษัท เน็กซ์ เจ็น เอวิเอชั่น)

      นอกจากงานบริหารและธุรกิจแล้ว นายมีชัยยังเป็นผู้นำในการจัดกิจกรรมสาธารณประโยชน์ ช่วยเหลือผู้ขาดแคลนในชุมชน และเป็นแกนหลักในการประสานงานเพื่อจัดระเบียบและขับเคลื่อนเศรษฐกิจการท่องเที่ยวในพื้นที่พัทยาอยู่เสมอ จนเป็นที่เคารพศรัทธาและเป็นที่รักใคร่ของคนจำนวนมาก

      #สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ โครงการจัดแข่งขันกีฬาภายในหมู่บ้านระดับตำบล ประจำปี 2569 เพื่อเสริมสร้างสุขภาพให้แข็งแรง เพื่อความสามัคคี ห่างไกลจากยาเสพติด

      วันที่ 30 สิงหาคม 2569 องค์การบริหารส่วนตําบลบ้านหลวง
      นาย บุญนาค พันธ์คง นายกองค์การบริหารส่วนตําบล บ้านหลวง พร้อมพนักงาน ลูกจ้าง ตัวแทนทุกภาคส่วน ชาวบ้านภายในตำบลบ้านหลวง ร่วมปิดโครงการจัดแข่งขันกีฬาภายในหมู่บ้านหรือระดับตำบล ประจำปี 2569 เพื่อเสริมสร้างสุขภาพให้แข็งแรง เพื่อความสามัคคี ห่างไกลจากยาเสพติด

      โดยมี พันเอกสุขชาติ สะสมทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 4 จ.นครปฐม ได้เดินทางมาเป็นประธานในการปิดงาน
      พร้อมด้วยท่าน สจ. เกียรติศักดิ์ ท่าน สจ อำนาจ ท่าน สจ. บรรทูล
      สมาชิกสภาจังหวัดกลุ่มชาวบ้านโดยมี คณะผู้จัดงาน เจ้าหน้าที่ ผู้นำชุมชน ทุกท่าน ให้การต้อนรับ

      ตลอดการแข่งขัน ทุกทีมได้ร่วมกันแสดงพลังแห่งความสามัคคี และที่สำคัญคือการได้ใช้กีฬาเป็นสื่อกลางในการสร้างความสัมพันธ์อันดีของคนในชุมชน บรรยากาศเต็มไปด้วยความสนุกสนาน รอยยิ้ม และมิตรภาพ กับงานการแข่งขันกีฬา
      ณ สนามโรงเรียนบ้านหลวงวิทยา
      สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

      #สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / เป้ากระบะต้องสงสัย! สกัดกลางสะพาน ยึดยาบ้า 2 แสนเม็ด–แฮปปี้วอเตอร์ 100 ซอง ตะลึงพบวัย 14 ร่วมขบวนการ

      มุกดาหารเดินหน้าสกัดขบวนการลำเลียงยาเสพติด เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.ภ.จว.มุกดาหาร วางกำลังตามข้อมูลสายลับ ก่อนพบรถกระบะต้องสงสัยตรงตามตำหนิ ขับผ่านเส้นทางเมืองมุกดาหาร–นิคมคำสร้อย จึงติดตามสกัดจับกลางทาง ตรวจค้นพบยาบ้าประมาณ 200,000 เม็ด พร้อมแฮปปี้วอเตอร์อีก 100 ซอง จับกุมผู้เกี่ยวข้อง 5 ราย ในจำนวนนี้มีเด็กชายอายุ 14 ปีรวมอยู่ด้วย

      เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2569 เจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ต.ทวีศักดิ์ สอนจันทร์ สว.กก.สส.ภ.จว.มุกดาหาร ได้รับแจ้งจากสายลับว่า ช่วงเวลาประมาณ 20.00–22.00 น. จะมีขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติดจำนวนมาก ใช้เส้นทางจากพื้นที่ อ.เมืองมุกดาหาร–บ้านป่งแดง อ.นิคมคำสร้อย–บ้านนาโด่ อ.เมืองมุกดาหาร โดยใช้รถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ รุ่น TFR สีเทา ทะเบียน บท 210 มุกดาหาร เป็นพาหนะ

      หลังรับแจ้ง พ.ต.ต.ทวีศักดิ์ฯ ได้รายงานผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนวางแผนและจัดกำลังเจ้าหน้าที่เฝ้าติดตามตามเส้นทางที่ได้รับแจ้งกระทั่งเวลาประมาณ 20.30 น. เจ้าหน้าที่พบรถยนต์กระบะแคป ยี่ห้ออีซูซุ รุ่น TFR สีเทา ทะเบียนตรงตามข้อมูล ขับเข้าทางบ้านป่งแดง มุ่งหน้าไปทางบ้านนาโด่ โดยมีบุคคลนั่งอยู่บริเวณท้ายกระบะจำนวน 3 คน เจ้าหน้าที่จึงขับรถติดตามอย่างใกล้ชิด

      ต่อมารถคันดังกล่าวถูกติดตามไปจนถึงบริเวณ สะพานห้วยกะหลอง ต.นาโสก อ.เมือง จ.มุกดาหาร เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวและส่งสัญญาณให้หยุดรถ ก่อนเข้าตรวจสอบ พบผู้โดยสารบริเวณด้านหน้ารถ 2 คน และบุคคลที่นั่งบริเวณท้ายกระบะอีก 3 คน รวมทั้งหมด 5 คนประกอบด้วย นายแสงประทีป อายุ 40 ปี นางสาวแซว อายุ 34 ปี นายไพโรจน์ อายุ 21 ปี นายไชยเพชร อายุ 37 ปี และ ด.ช.เอ อายุ 14 ปี

      จากการตรวจค้นบริเวณท้ายกระบะ เจ้าหน้าที่พบ ยาบ้าจำนวน 1 กระสอบ ประมาณ 200,000 เม็ด และภายในกระสอบยังพบ ซองแฮปปี้วอเตอร์สีเหลือง จำนวน 100 ซอง จึงตรวจยึดไว้เป็นของกลาง พร้อมควบคุมตัวบุคคลทั้ง 5 ราย ส่งพนักงานสอบสวน สถ.เมืองมุกดาหาร

      ดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน, แฮปปี้วอเตอร์) โดยการมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า เพื่อก่อให้เกิดการแพร่กระจายในหมู่ประชาชน และเป็นการกระทำที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ หรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป

      ส่วนผู้ต้องหาอายุ 14 ปี เจ้าหน้าที่จะดำเนินการตามกระบวนการและมาตรการกฎหมายเกี่ยวกับเด็กและเยาวชนกำหนดต่อไป
      ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน
      #ข่าววันนี้ #ข่าวด่วน #CIAThailand #สำนักข่าวCIAประเทศไทย #มุกดาหาร #ยาเสพติด #ยาบ้า #ตำรวจมุกดาหาร #ปราบปรามยาเสพติด

      #สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ สโมสรฟุตบอลนครปฐม ยูไนเต็ด จัดงานเปิดตัวสโมสรและทีมฟุตบอลนครปฐม ยูไนเต็ด ฤดูกาลใหม่ “AWAKEN THE TIGER ปลุกพลังเสือป่า”

      วันนี้ (29 สิงหาคม 2569) ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล นครปฐม สโมสรฟุตบอลนครปฐม ยูไนเต็ด โดย ดร.พาณุวัฒณ์ สะสมทรัพย์ ประธานสโมสร และ ดร.ชุตินันศ์ สะสมทรัพย์ รองประธานสโมสร ได้จัดงานเปิดตัวสโมสรและทีมฟุตบอลนครปฐม ยูไนเต็ด ประจำฤดูกาล 2026/27

      โดยมี นายจิรวัฒน์ สะสมทรัพย์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครปฐม ร่วมเป็นเกียรติและกล่าวให้กำลังใจกับทีมขุนพลนักกีฬา พร้อมด้วย คุณวีร์ธิดา วัฒนาผู้จัดการทั่วไปศูนย์การค้า เซ็นทรัลนครปฐม คุณธเนศร์เศียร หิมะทองคำ กรรมการผู้จัดการบริษัทฟุตบอลทองคำ จำกัด (HUMMEL)

      ตลอดจนแขกผู้มีเกียรติร่วมพิธีการจัดงานในครั้งนี้ เพื่อประชาสัมพันธ์ความเคลื่อนไหวและสร้างการมีส่วนร่วมกับแฟนคลับ รวมถึงประชาชนชาวนครปฐม ก่อนเข้าสู่การแข่งขันฟุตบอลอาชีพ “ไทยลีก 2” รายการ BYD SEAL 5 LEAGUE 2 ฤดูกาล 2026/27 ซึ่งมีกำหนดเปิดฤดูกาลในวันที่ 5 กันยายน 2569

      สำหรับการเปิดตัวครั้งนี้ สโมสรนครปฐม ยูไนเต็ด ยังคงเดินหน้าสร้างทีมภายใต้แบรนด์ Hummel พร้อมเปิดตัวชุดแข่งขันและชุดแข่งฤดูกาลใหม่ รวมถึงเปิดตัวนักกีฬาและชุดแข่งขันอย่างเป็นทางการ โดยใช้แนวคิด “AWAKEN THE TIGER – ปลุกพลังเสือป่า” สะท้อนความมุ่งมั่นของทีมในการไล่ล่าทุกแต้ม ทุกชัยชนะ และเป้าหมายความสำเร็จในฤดูกาลใหม่

      ภายในงานแบ่งกิจกรรมออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ กิจกรรมภายในศูนย์การค้า ชั้น G ตั้งแต่เวลา 10.00–22.00 น. เปิดจำหน่ายเสื้อแข่งขันฤดูกาลใหม่และของที่ระลึก พร้อมกิจกรรมร่วมสนุกและรับของรางวัลจากผู้สนับสนุน
      ส่วนกิจกรรมภายนอกศูนย์การค้า เริ่มตั้งแต่เวลา 17.00–24.00 น. เป็นงานเปิดตัวชุดแข่งขัน

      พบกับขวัญกำลังใจจากแฟนบอลและผู้ให้การสนับสนุนอย่างเป็นทางการ พร้อมเติมเต็มความสนุกด้วยมินิคอนเสิร์ตจากศิลปิน “ตู่ ภพธร” และกิจกรรมร่วมสนุกลุ้นรับของรางวัลจากสโมสรการเปิดตัวครั้งนี้ ถือเป็นการส่งสัญญาณความ

      พร้อมของ นครปฐม ยูไนเต็ด ก่อนลงสนามสู้ศึกไทยลีก 2 ฤดูกาล 2026/27 พร้อมเชิญชวนแฟนบอลชาวนครปฐมร่วมส่งกำลังใจและเป็นพลังสำคัญให้ทัพ “เสือป่า” เดินหน้าสู่เป้าหมายแห่งความสำเร็จในฤดูกาลนี้
      สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

      #สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ เปิดแล้ว “ตลาดน้ำชุมชนบ้านยางพัฒนา” ชุมชนท่องเที่ยว นวัตวิถี วิถีชีวิตริมน้ำ” ศาลากลางน้ำ ชุมชนบ้านยางพัฒนา อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม

      โดยมี ดร.พาณุวัฒณ์ สะสมทรัพย์ ส.ส.นครปฐม เขต 3 เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นางสมพิศ ยืนนาน นายกเทศมนตรีตำบลกำแพงแสน คณะผู้บริหาร สมาชิกสภาฯ และภาคส่วนต่าง ๆ ร่วมเปิดตลาดอย่างคึกคักอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวชุมชนแห่งใหม่ ชวนมาสัมผัส วิถีชีวิตริมน้ำ เสน่ห์ท้องถิ่น และการท่องเที่ยวโดยชุมชน ที่กำแพงแสน

      และในครั้งนี้ทางด้านเจ้าหน้าที่ รพ.สต.ทุ่งกระพังโหม ร่วมกับ สำนักงานสาธารณสุขอำเภอกำแพงแสน นำโดยนายอำนาจ ภูศรี สาธารณสุขอำเภอกำแพงแสนเข้าร่วมกิจกรรมเปิดตลาดน้ำชุมชน บ้านยางพัฒนา ชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี วิถีชีวิตริมน้ำ เสน่ห์ท้องถิ่น ม.7 ต.ทุ่งกระพังโหม
      อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม

      และยังได้จัดหน่วยปฐมพยาบาลให้บริการให้ผู้ร่วมงาน และ คัดกรองไวรัสตับอักเสบให้ประชาชนที่เข้าร่วมงานในครั้้งนี้ด้วย
      และวันนี้บรรยากาศวันเปิดตลาดเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ความคึกคัก และความอบอุ่นของคนในชุมชนทั้งอาหารพื้นบ้าน ของดีจากชุมชน และเสน่ห์ของวิถีชีวิตไทยทรงดำ ที่พร้อมต้อนรับทุกคนให้เข้ามาสัมผัส

      ขอเชิญมาเที่ยวทั้งที อย่าลืมแวะชิมของอร่อย ๆ จากชุมชน
      เดินเล่นริมคลอง รับลม ชมบรรยากาศเรียบง่าย
      เลือกซื้อสินค้าชุมชน พร้อมสนับสนุนภูมิปัญญาและฝีมือของคนบ้านยางพัฒนาตลาดน้ำแห่งนี้ไม่ได้มีแค่ของกินของดี

      แต่ยังเป็นพื้นที่ที่รวบรวมเรื่องราว วิถีชีวิต และความภาคภูมิใจของชุมชนเอาไว้ด้วยกัน ตลาดน้ำชุมชนบ้านยางพัฒนาอำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐมเปิดบริการทุกวันเสาร์-อาทิตย์และ วันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 09:00–15:00 น.

      ล่องคลอง จ้องนา กินปลาบ้านยาง
      แล้วมาสัมผัสความสุขเรียบง่ายที่ตลาดน้ำชุมชนบ้านยางพัฒนา
      สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

      #สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /มอบอุปโภคบริโภค ให้ผู้ประสบอุทกภัยบ้านดอนเจริญ บ้านห้วยไฮ และสมาชิกโรงสีข้าวพระราชทานท่าวังผา จ.น่าน

      เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2569 ณ หอประชุมบ้านดอนเจริญ หมู่ที่ 6 ตำลกองควาย อำเภอเมืองน่าน นายบุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลจังหวัดน่าน ร่วมกับคุณศิริพร เสถียรลักนา ผู้จัดการบิ๊กซีซุปเปอร์เซ็นเตอร์ สาขาน่าน พ.อ.พยอม บุญทร ผู้แทน

      บริษัทกรีนบัส เชียงใหม่ ที่ปรึกษาสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน ผู้สื่อข่าวช่อง 5 นายธงชัย สว่างวงษ์ อุปนายกสมาคมฯร.ต.อ.สถิตย์ ศรีประสม คณะกรรมการสมาคมฯ นายกฤษณ์ ธรรมศักดิ์ สมาชิกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน และพนักงานบิ๊กซีฯที่ได้นำของอุปโภคบริโภคไปมอบให้ผู้ประสบอุทกภัยบ้านดอนเจริญ หมูที่ 6 ตำบลกองควาย อำเภอเมืองน่าน

      โดยมี นายธวัช ปันวงศ์ ผญบ.ดอนเจริญ นายทเวทย์ บุญตา ประธานสภา เทศบาลตำบลกองควาย ผช.อุมาพร สมรักษ์ ผช.บุญส่ง ปัญญาสา ภรษ.นิวัฒน์ กุณากิติ และพี่น้องชาวบ้านรับมอบ ต่อจากนั้นเดินทางไปมอบน้ำดื่มและเสื้อผ้า ที่บ้านห้วยไฮ ตำบลฝายแก้ว อำเภอภูเพียง โดยมีตัวแทนคุณนัทยา ปันปันแก้ว ผู้ใหญ่บ้านห้วยไฮ นายถวิล อินภูธร ประธานกลุ่มสหกรณ์การเกษตรเมืองน่าน จำกัด และชาวบ้านร่วมกันรับมอบบ้านห้วยไฮได้รับผลกระทบจากอุทกภัย

      ได้รับความเสียหายจำนวน 52 หลังคาเรือนบ้านห้วยไฮมี 109 หลังคาเรือนประชากร 400 คน ต่อจากนั้นเดินทางไปมอบน้ำดื่มและเสื้อผ้าที่โรงสีพระราชทานบ้านห้วยเดื่อต.ศรีศรีภูมิ อ.ท่าวังผา โดยมีนายจำนงค์ ราชภัณฑ์ ผจก.โรงสีข้าวพระราชทานและคณะกรรมการรับมอบ จากใจสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่านขอขอบพระคุณ #บริษัทกรีนบัส เชียงใหม่ #บิ๊กซีซุปเปร์เซ็นเตอร์ สาขาน่านขอบคุณคุณศิริพร เสถียรลัคนาผจก.บิ๊กซี สาขาน่าน

      พล.เอกชัยนรงค์ แกล้วกล้า ผู้ทรงคุณวุฒิ กองทัพบก และผู้มีส่วนร่วมทุกๆท่านที่ร่วมบริจาค ของอุปโภคบริโภคของใช้ที่จำเป็นในครัวเรือน เพื่อส่งต่อความช่วยเหลือแก่พี่น้องผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดน่านน้ำใจและความห่วงใยของท่าน คือกำลังสำคัญที่ช่วยให้พี่น้องผู้ประสบภัยก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากไปด้วยกันขอขอบพระคุณสำหรับน้ำใจและการแบ่งปันในครั้งนี้สำหรับทุกท่านที่มอบให้ครับ#สมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน#เพื่อคนเมืองน่านน่าน#จิตอาสาดูแลประชาชน#และช่วยเหลือภัยพิบัติ

      #สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ จัดพิธีมอบประกาศนียบัตรและปิดการอบรมรุ่นที่ 1 ยกระดับคนทำหนัง ละคร และซีรีส์ไทย สู่ผู้ประกอบการคอนเทนต์มืออาชีพ

      EXCEL Academy ปิดหลักสูตรรุ่นที่ 1 มุ่งยกระดับคนทำหนัง ละคร และซีรีส์ไทย สู่ผู้ประกอบการคอนเทนต์มืออาชีพโครงการ EXCEL Academy – Excellence in Creative Entertainment Leadership จัดพิธีมอบประกาศนียบัตรและปิดการอบรมรุ่นที่ 1 อย่างเป็นทางการ

      โดยได้รับเกียรติจาก นายสุรพันธ์ เจริญทรัพย์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธีมอบประกาศนียบัตรแก่ผู้ผ่านการอบรม พร้อมด้วย นายจตุรงค์ ภักดิ์ประไพ เลขานุการรองอธิบดี และ นางสาวสาริศา ภู่สว่าง ผู้รับผิดชอบโครงการและผู้ประสานงาน เข้าร่วมงาน เพื่อแสดงความยินดีกับผู้ผ่านการอบรมและสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพบุคลากรในอุตสาหกรรม

      ภาพยนตร์ ละคร และซีรีส์ไทย EXCEL Academy จัดขึ้นภายใต้แนวคิดสำคัญคือ “ปั้นคนทำหนัง ละคร และซีรีส์ ให้คิดเป็นธุรกิจ โตได้ในตลาดโลก” โดยมุ่งพัฒนาผู้สร้างสรรค์คอนเทนต์ให้มีความรู้และทักษะเชิงธุรกิจควบคู่กับความคิดสร้างสรรค์ ครอบคลุมประเด็นสำคัญ อาทิ การสร้างนวัตกรรมจาก

      วัฒนธรรมท้องถิ่น การเข้าใจคุณค่าที่ผู้ชมได้รับ การวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคและ Customer Insights การวางแผนงบประมาณและควบคุมต้นทุน การเจรจาธุรกิจ การนำเสนอแผนธุรกิจต่อผู้ลงทุนและแพลตฟอร์ม กฎหมายลิขสิทธิ์และทรัพย์สินทางปัญญา ตลอดจนการประยุกต์ใช้เครื่องมือ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน

      ภายในงาน ผู้เข้าร่วมอบรมได้นำเสนอผลงานและแนวคิดการพัฒนาโปรเจกต์ภาพยนตร์ ละคร และซีรีส์ เพื่อสะท้อนการเรียนรู้จากหลักสูตร โดยมีการมอบรางวัลแก่ผลงานที่โดดเด่น รวมถึงการมอบประกาศนียบัตรแก่ผู้ผ่านการอบรม เพื่อเป็นกำลังใจในการนำความรู้ไป

      ต่อยอดสู่การพัฒนาโปรเจกต์จริงในอนาคตโครงการนี้สะท้อนความสำคัญของการพัฒนาอุตสาหกรรมคอนเทนต์ไทยในมิติใหม่ ที่ไม่ได้มองภาพยนตร์ ละคร และซีรีส์เป็นเพียงผลงานสร้างสรรค์ แต่เป็น ทรัพย์สินทางธุรกิจ ที่สามารถสร้างรายได้ ขยายตลาด และต่อยอดสู่โอกาสใหม่ทั้งในประเทศและต่างประเทศได้

      หากผู้ผลิตมีความเข้าใจเรื่องผู้ชม การตลาด แพลตฟอร์ม ลิขสิทธิ์ การเงิน และโมเดลธุรกิจอย่างเป็นระบบEXCEL Academy รุ่นที่ 1 จึงนับเป็นก้าวสำคัญในการสร้างบุคลากรรุ่นใหม่ของอุตสาหกรรมบันเทิงไทย ให้สามารถเชื่อมโยงความคิดสร้างสรรค์เข้ากับความสามารถทางธุรกิจ และร่วมผลักดันให้หนัง ละคร ซีรีส์ และคอนเทนต์ไทย เติบโตอย่างมีคุณภาพและแข่งขันได้ในเวทีสากล

      #สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ แฟชั่นโลกสะเทือนกลางกรุง! “THAILAND INTERNATIONAL FASHION WEEK 2026” รวมดีไซเนอร์–นายแบบ–นางแบบนานาชาติ

      แฟชั่นโลกสะเทือนกลางกรุง! “THAILANDINTERNATIONAL FASHION WEEK 2026” รวมดีไซเนอร์–นายแบบ–นางแบบนานาชาติ สร้างปรากฏการณ์แฟชั่นระดับโลก ปักหมุดกรุงเทพฯ สู่เวทีแฟชั่นนานาชาติกรุงเทพมหานคร – 22 สิงหาคม 2569 — เปิดฉากอย่างยิ่งใหญ่สมการรอคอย สำหรับ “THAILAND INTERNATIONAL FASHION WEEK 2026” หรือ TIFW 2026 เวทีแฟชั่นระดับนานาชาติที่รวบรวมเหล่าดีไซเนอร์ แบรนด์แฟชั่น นายแบบ นางแบบ เยาวชนไทย บุคลากรในอุตสาหกรรมแฟชั่น แขกผู้มีเกียรติ ตลอดจนสื่อมวลชนจากประเทศไทยและนานาประเทศ มาร่วมกันสร้างสีสันและปรากฏการณ์ครั้งสำคัญให้กับวงการแฟชั่นใจกลางกรุงเทพมหานคร

      งานจัดขึ้น ณ Baiyoke Sky Hotel กรุงเทพฯ ภายใต้การบริหารและขับเคลื่อนของ Dr. Chirawan Lewis เจ้าของ TIFW Production ผู้มุ่งผลักดันประเทศไทยให้เป็นอีกหนึ่งจุดหมายสำคัญของอุตสาหกรรมแฟชั่นระดับนานาชาติ พร้อมสร้าง “พื้นที่แห่งโอกาส” ให้กับดีไซเนอร์ไทย ดีไซเนอร์ต่างประเทศ นายแบบ นางแบบ เยาวชน และบุคลากรรุ่นใหม่ ได้แสดงศักยภาพ เชื่อมโยงเครือข่าย และก้าวสู่โอกาสใหม่ ๆ ในระดับสากลตั้งแต่ช่วง Guest & Media Arrival บรรยากาศภายในงานก็เต็มไปด้วยความคึกคัก แขกผู้มีเกียรติได้รับการต้อนรับด้วย Welcome Drinks ก่อนเข้าสู่ช่วง Red Carpet TV Interviews & Photography ซึ่งเปิดพื้นที่ให้ดีไซเนอร์ นายแบบ นางแบบ บุคคลสำคัญ และสื่อมวลชนได้ร่วมถ่ายภาพและสัมภาษณ์บนพรมแดง ก่อนเปิดประตูเข้าสู่ค่ำคืนแห่งแฟชั่นอย่างเป็นทางการ

      เปิดม่าน TIFW 2026 ผสานเสน่ห์ไทยสู่สายตาโลก พิธีเปิดของ TIFW 2026 ถ่ายทอดเอกลักษณ์และเสน่ห์ของประเทศไทยผ่าน Opening Ceremony – Thai พร้อมการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย และ Muay Thai Showcase by Govan ที่นำศิลปะแม่ไม้มวยไทยมาผสมผสานเข้ากับเวทีแฟชั่นระดับนานาชาติ สร้างความประทับใจแก่ผู้ชมตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นของงานจากนั้นเพิ่มสีสันด้วย Juli & Nico Performance ที่นำพลังของศิลปะการแสดงและความบันเทิงมาสร้างบรรยากาศให้เวทีมีความหลากหลายและเป็นสากลมากยิ่งขึ้น

      ค่ำคืนดังกล่าวยังได้รับเกียรติจากพิธีกร Fongbeercia Sasithorn Satimai และ Keatbuncha Ketsuwan ร่วมสร้างสีสันและดำเนินช่วงสำคัญของงาน ก่อนเข้าสู่ Opening Remarks by M.L. Panwad โดยได้รับเกียรติจาก ท่านหม่อมหลวงปานวาด ศุขสวัสดิ์ จากประเทศไทย ร่วมเปิดงานอย่างสง่างามนอกจากนี้ TIFW 2026 ยังได้รับเกียรติจากผู้แทนและบุคคลจาก รัฐบาลประเทศอินเดียและดูไบ เข้าร่วมงาน สะท้อนถึงความสนใจและการเชื่อมโยงระหว่างประเทศไทยกับนานาชาติผ่านพลังของแฟชั่น ศิลปะ วัฒนธรรม และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์17 ดีไซเนอร์ แบรนด์ และผู้ร่วมพรีเซนต์ บนรันเวย์แห่งโลกแฟชั่นหัวใจสำคัญของ TIFW 2026 คือรันเวย์ที่เปิดพื้นที่ให้ดีไซเนอร์และผู้สร้างสรรค์ผลงานจากหลากหลายแนวคิดและวัฒนธรรมได้นำเสนอผลงานต่อหน้าผู้ชม แขกผู้มีเกียรติ และสื่อมวลชน โดยมีรายชื่อผู้ร่วมสร้างสีสันบนรันเวย์ ได้แก่

      1. Eanian478
      2. Chantacha Saewang
      3. Dipti Chandra
      4. Chompooh.000
      5. Nguyen Minh Truc
      6. Celeb Kidz
      7. Tran Huynh Ngan Ha
      8. Phan Xuan Giau
      9. Huynh Ly Thien Nhi
      10. Nguyen Ngoc Khanh Linh
      11. Raison d’Être
      12. Méthode Cachée
      13. TIFW Swimwear
      14. TIFW Academy
      15. Lord Marcuss Watts
      16. Rainbow Thailand Designer Pla
      17. Special Fashion Presentation แต่ละคอลเลกชันถ่ายทอดตัวตนและแนวคิดของผู้สร้างสรรค์ผ่านเสื้อผ้า การเดินแบบ การจัดแสง เสียง และองค์ประกอบของรันเวย์ ทำให้เวที TIFW 2026 เต็มไปด้วยความหลากหลายทางแฟชั่นและวัฒนธรรมนอกเหนือจากแฟชั่นโชว์ ยังมีช่วง Special Talks ได้แก่ Talk with Dr. Kanthicha และ Talk with Lord Marcuss เปิดพื้นที่ให้ผู้ร่วมงานได้รับฟังมุมมอง เรื่องราว และประสบการณ์จากบุคคลสำคัญGLOBAL MODELS — โลกแฟชั่นรวมตัวบนรันเวย์เดียว

      อีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญคือการรวมตัวของ นายแบบและนางแบบอินเตอร์จากทั่วทุกมุมโลก ที่เดินทางมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ TIFW 2026 พร้อมผู้เข้าร่วมจากต่างประเทศจำนวนมาก ทำให้เวทีแห่งนี้สะท้อนภาพของ International Fashion Week อย่างเต็มรูปแบบขณะเดียวกัน TIFW 2026 ยังให้ความสำคัญกับการสร้างโอกาสให้กับ เยาวชนไทย โดยมี คุณบิว จาก Rainbow Modelling เป็นผู้นำทีมเยาวชนไทยเข้าร่วมงาน เพื่อเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้และสัมผัสประสบการณ์จริงบนเวทีแฟชั่นระดับนานาชาติ

      ด้านโครงการ “เยาวชนไทยโกอินเตอร์” ได้รับการขับเคลื่อนโดย TIFW Production เพื่อส่งเสริมศักยภาพของเยาวชนไทยและเปิดประตูสู่โอกาสในอุตสาหกรรมแฟชั่นระดับนานาชาติเกียรติยศจากบุคคลสำคัญ ไทย–อินเดีย–ดูไบค่ำคืนแห่งแฟชั่นได้รับเกียรติจากบุคคลสำคัญจากหลากหลายประเทศ โดยเฉพาะ ท่านหม่อมหลวงปานวาด ศุขสวัสดิ์ จากประเทศไทย ซึ่งร่วมเป็นส่วนหนึ่งของค่ำคืนแห่งแฟชั่นครั้งสำคัญ

      พร้อมด้วยผู้แทนและบุคคลจาก รัฐบาลประเทศอินเดียและดูไบ ที่เข้าร่วมงาน สะท้อนถึงการเชื่อมโยงระหว่างประเทศผ่านอุตสาหกรรมแฟชั่นและความคิดสร้างสรรค์อีกหนึ่งช่วงสำคัญคือการได้รับเกียรติจาก คุณยุ้ย – Dr. Kanthicha Chimsiri ที่ร่วมเดินแบบบนรันเวย์ TIFW 2026 เพิ่มความสง่างามและสร้างความโดดเด่นให้กับค่ำคืนแห่งแฟชั่นINTERNATIONAL HOSTตลอดค่ำคืน TIFW 2026 ได้รับเกียรติจากพิธีกร Fongbeercia Sasithorn Satimai และ Keatbuncha Ketsuwan ทำหน้าที่ดำเนินรายการและสร้างสีสัน พร้อมเชื่อมโยงผู้ชม แขกผู้มีเกียรติ ดีไซเนอร์ นายแบบ นางแบบ และผู้เข้าร่วมงานจากหลากหลายประเทศเข้าด้วยกัน

      THE TEAM BEHIND THE GLAMOURเบื้องหลังความสวยงามและความสมบูรณ์แบบของรันเวย์เกิดจากการทำงานของทีมมืออาชีพหลายฝ่าย โดยเฉพาะทีม Makeup & Hairstyling จาก Rosy Buddha Academy และ Coolcut Barber โดย คุณอารีรัตน์ จามิกรณ์พร้อมด้วย Makeup Artists ได้แก่ Nitaa S., Jyoti Chandra, Katrena Nyo Ci Cien และ Ghulam AbbasMakeup Partner: Rosy Buddha AcademyProduction: Thailand International Fashion WeekShow Director: Eakachai Selim
      Executive Management Team: Bew

      นอกจากนี้ยังมีทีมงาน Production, Stage, Lighting, LED, Sound, Hair & Makeup, Models และทีมงานเบื้องหลังทุกฝ่าย ที่ร่วมกันสร้างสรรค์รายละเอียดตั้งแต่หลังเวทีจนถึงช่วง Grand Finale ให้เกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบพลังจากพันธมิตรและผู้สนับสนุนหลักTIFW 2026 ยังได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรและสปอนเซอร์หลัก ได้แก่Sheikh Ayash Group of CompaniesZaap FactorySummit Core

      พันธมิตรเหล่านี้มีส่วนสำคัญในการสนับสนุนการจัดงานและร่วมผลักดันเวทีแฟชั่นระดับนานาชาติให้เกิดขึ้นในประเทศไทย พร้อมสร้างโอกาสให้กับบุคลากรในอุตสาหกรรมแฟชั่นทั้งไทยและต่างประเทศTIFW ACADEMY — ปั้นคนรุ่นใหม่สู่โลกแฟชั่นอีกหนึ่งแนวคิดสำคัญของ TIFW Production คือ TIFW Academy ซึ่งมุ่งสร้างพื้นที่สำหรับการเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพของคนรุ่นใหม่ในสายงาน Modeling, Acting, Fashion, TV & Media และ Castingเป้าหมายคือการสร้างประสบการณ์และทักษะให้คนรุ่นใหม่สามารถเรียนรู้การทำงานจริงในอุตสาหกรรม พร้อมต่อยอดสู่โอกาสในระดับประเทศและระดับนานาชาติGRAND FINALE — ปิดฉากอย่างยิ่งใหญช่วงท้ายของค่ำคืน รันเวย์ถูกส่งต่อให้กับ Grand Finale by Rainbow Thailand ซึ่งรวมนายแบบ นางแบบ และผู้ร่วมงานมาสร้างโมเมนต์แห่งความประทับใจ ก่อนเข้าสู่ช่วง TIFW 2026 Closing

      จากนั้นเป็นช่วง Closing Remarks & Thank You เพื่อกล่าวขอบคุณแขกผู้มีเกียรติ ดีไซเนอร์ นายแบบ นางแบบ เยาวชนไทย สื่อมวลชน พันธมิตร ผู้สนับสนุน ทีมงาน และทุกฝ่ายที่ร่วมสร้างสรรค์ TIFW 2026ปิดท้ายด้วย Official Group Photo & Event Conclusion ภาพแห่งความทรงจำที่รวมผู้คนจากหลากหลายประเทศไว้ในเฟรมเดียว ถ่ายทอดแนวคิดของ TIFW ที่ต้องการเชื่อมโลกแฟชั่นเข้าด้วยกันโดยไร้พรมแดนTIFW 2026 — มากกว่าแฟชั่นโชว์ คือ “เวทีแห่งโอกาส”Thailand International Fashion Week 2026 ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพียงเพื่อเป็นแฟชั่นโชว์ แต่มีเป้าหมายในการก้าวสู่การเป็น International Fashion Platform ที่เชื่อมโยง Fashion, Culture, Talent, Media, Business และ International Networking เข้าไว้ด้วยกันภายใต้การขับเคลื่อนของ Dr. Chirawan Lewis และ TIFW Production เวทีแห่งนี้มุ่งเปิดโอกาสให้ดีไซเนอร์ไทยได้แสดงศักยภาพสู่สายตานานาชาติ พร้อมผลักดันนายแบบ นางแบบ เยาวชนไทย และบุคลากรรุ่นใหม่ ให้ได้สัมผัสประสบการณ์และโอกาสในอุตสาหกรรมแฟชั่นระดับโลก

      จากกรุงเทพมหานคร เมืองหลวงของประเทศไทย สู่สายตาของผู้คนจากทั่วโลก — TIFW 2026 กำลังสร้างภาพใหม่ให้กับประเทศไทยในฐานะพื้นที่ที่สามารถเชื่อมโยง Thai Fashion กับ Global Fashion Networkพร้อมเดินหน้าผลักดันกรุงเทพฯ ให้เป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญบนแผนที่แฟชั่นนานาชาติ และสร้างพื้นที่ให้ “Thai Talent” ได้พบกับ “Global Opportunity”เพราะแฟชั่นในวันนี้ไม่ได้มีเพียงเรื่องของเสื้อผ้า แต่ยังหมายถึง โอกาส เครือข่าย วัฒนธรรม ความคิดสร้างสรรค์ และการเชื่อมโยงผู้คนจากทั่วโลกและเมื่อม่านรันเวย์ของ TIFW 2026 ปิดลง สิ่งที่วงการแฟชั่นยังคงจับตามองต่อไปคือ—ดีไซเนอร์คนไหน แบรนด์ไหน หรือนายแบบ–นางแบบคนใด จะสามารถใช้เวทีแห่งนี้เป็นก้าวสำคัญในการแจ้งเกิด และก้าวขึ้นเป็นดาวดวงใหม่ของวงการแฟชั่นโลกTHAILAND INTERNATIONAL FASHION WEEK 2026FASHION • CULTURE • TALENT • GLOBAL CONNECTIONWhere Thai Fashion Meets the World.Baiyoke Sky Hotel, Bangkok, Thailand 22 August 2026

      #สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ มรภ.ราชนครินทร์ ขับเคลื่อน “โพธิ์-บางปะกง × Aroma City” ยกระดับฉะเชิงเทราสู่เมืองสุขภาพและเศรษฐกิจสร้างสรรค์

      ต่อยอด MOU เมืองสมุนไพร–เมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เชื่อม “นวดไทย–สมุนไพร–กลิ่น–อาหาร–ท่องเที่ยว” ผ่านอัตลักษณ์ 5 สัมผัส สร้างเศรษฐกิจใหม่จากทุนลุ่มน้ำบางปะกงฉะเชิงเทรา – มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ เดินหน้าขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ “Chachoengsao Aroma City” เชื่อมการพัฒนาเมืองสมุนไพร (Herbal City)

      เมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness City) และเศรษฐกิจสร้างสรรค์เข้ากับทุนทางวัฒนธรรมและทรัพยากรของลุ่มน้ำบางปะกง พร้อมพัฒนา “โพธิ์-บางปะกง” ให้เป็นอัตลักษณ์ด้านนวดไทยและ Wellness ของจังหวัด เพื่อสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5 ได้แก่ รูป รส กลิ่น เสียง และสัมผัส

      การขับเคลื่อนดังกล่าวเป็นการต่อยอดจากความร่วมมือที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 27 เมษายน 2569 ซึ่งมหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก และหน่วยงานภาคีของจังหวัด ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจเพื่อร่วมพัฒนาฉะเชิงเทราสู่การเป็น “เมืองสมุนไพร” และ “เมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ” โดยมีเป้าหมายสำคัญในการนำทรัพยากร ภูมิปัญญา และอัตลักษณ์ของพื้นที่มาสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน

      ล่าสุด เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2569 มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ได้จัดโครงการส่งเสริมศักยภาพชุมชนและสร้างการรับรู้อัตลักษณ์ชุมชนด้วยเศรษฐกิจสร้างสรรค์ สู่การเป็นเมืองอโรม่า หรือ “Aroma City” โดยได้รับเกียรติจาก ดร.วันนี นนท์ศิริ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วย นายกรกฤช ลิ้มสมมุติ รองอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก และ รศ.ดร.ดวงพร ภู่ผะกา อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ ตลอดจนหน่วยงานภาครัฐ ภาควิชาการ ชุมชน และภาคธุรกิจเข้าร่วม

      หัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนครั้งนี้ คือการทำให้คำว่า “Aroma City” ไม่ได้หมายถึงเพียงเมืองแห่งกลิ่นหอม แต่เป็นแนวคิดการพัฒนาเมืองผ่านประสบการณ์และอัตลักษณ์ของพื้นที่ โดยนำต้นทุนที่ฉะเชิงเทรามีอยู่แล้ว ทั้งสมุนไพร พืชหอม อาหารพื้นถิ่น การแพทย์แผนไทย ภูมิปัญญาชุมชน สายน้ำบางปะกง ศิลปวัฒนธรรม และวิถีชีวิต มาพัฒนาด้วยองค์ความรู้ งานวิจัย นวัตกรรม และการออกแบบสร้างสรรค์ ก่อนเชื่อมโยงสู่สินค้า บริการ และเส้นทางท่องเที่ยวที่สามารถสร้างรายได้จริง

      หนึ่งในอัตลักษณ์สำคัญที่กำลังได้รับการพัฒนาคือ “นวดโพธิ์-บางปะกง” ซึ่งนำแนวคิดจากภูมิปัญญาการนวดไทยมาผสมผสานกับเรื่องราวและวิถีชีวิตของลุ่มน้ำบางปะกง เพื่อพัฒนาเป็นรูปแบบบริการ Wellness ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะของฉะเชิงเทรา โดยอยู่ระหว่างการพัฒนาองค์ความรู้และมาตรฐานร่วมกับกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ต่อยอดไปสู่การพัฒนาบุคลากร ผู้ประกอบการ สปา และบริการสุขภาพในพื้นที่

      แนวทางดังกล่าวยังเชื่อมโยงกับการพัฒนา “โพธิ์-บางปะกง Academy” เพื่อยกระดับทักษะด้านนวดไทยและการแพทย์แผนไทย รวมถึงการสร้างระบบองค์ความรู้ที่สามารถถ่ายทอดและพัฒนากำลังคนในพื้นที่ได้อย่างต่อเนื่อง ทำให้ภูมิปัญญาท้องถิ่นไม่หยุดอยู่เพียงการอนุรักษ์ แต่สามารถพัฒนาเป็นอาชีพ บริการ และเศรษฐกิจใหม่ของจังหวัดได้

      ขณะเดียวกัน แนวคิด 5 Senses of Bang Pakong – รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส จะเป็นกรอบสำคัญในการสร้างประสบการณ์ของเมือง ตั้งแต่ “กลิ่น” จากพืชหอมและสมุนไพร “รส” จากอาหารและวัตถุดิบพื้นถิ่น “สัมผัส” จากนวดไทยและ Wellness “รูป” จากภูมิทัศน์ ศิลปวัฒนธรรม และวิถีชุมชน ไปจนถึง “เสียง” ที่สะท้อนเรื่องราวของผู้คนและสายน้ำบางปะกง

      โมเดลดังกล่าวเปิดโอกาสให้แต่ละอำเภอของฉะเชิงเทราสามารถค้นหาและพัฒนาอัตลักษณ์ของตนเอง แล้วเชื่อมต่อกันเป็นเครือข่ายสินค้า บริการ อาหาร สุขภาพ และเส้นทางท่องเที่ยวภายใต้ภาพใหญ่เดียวกันของ Chachoengsao Aroma City ซึ่งจะช่วยกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจจากตัวเมืองไปสู่ชุมชนและผู้ประกอบการในพื้นที่

      รศ.ดร.ดวงพร ภู่ผะกา อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ ระบุถึงแนวทางการขับเคลื่อนว่า มหาวิทยาลัยจะทำหน้าที่เป็นกลไกกลางในการเชื่อมโยงองค์ความรู้ งานวิจัย ภูมิปัญญาท้องถิ่น ชุมชน หน่วยงานภาครัฐ และผู้ประกอบการ เพื่อร่วมกันพัฒนาทรัพยากรที่มีอยู่ในจังหวัดให้เกิดมูลค่าใหม่ พร้อมผลักดันฉะเชิงเทราไปสู่การเป็นพื้นที่ต้นแบบด้าน Green & Wellness Hub ของภาคตะวันออก

      จากจุดเริ่มต้นของความร่วมมือด้าน Herbal City และ Wellness City สู่การพัฒนา “โพธิ์-บางปะกง” และ “Aroma City” จึงสะท้อนทิศทางใหม่ของการพัฒนาฉะเชิงเทราที่ไม่ได้มองสุขภาพ การท่องเที่ยว วัฒนธรรม และเศรษฐกิจชุมชนแยกออกจากกัน แต่กำลังนำทุกองค์ประกอบมาสร้างเป็นระบบเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่มี “อัตลักษณ์ของพื้นที่” เป็นหัวใจ

      เป้าหมายระยะต่อไปคือการเปลี่ยนองค์ความรู้และอัตลักษณ์เหล่านี้ให้เกิดเป็น ผลิตภัณฑ์ บริการ บุคลากร มาตรฐาน เส้นทางท่องเที่ยว และธุรกิจ Wellness ที่สามารถสร้างรายได้กลับคืนสู่ชุมชน พร้อมสร้างภาพจำใหม่ให้ฉะเชิงเทราเป็นมากกว่าเมืองอุตสาหกรรมหรือเมืองทางผ่าน แต่เป็น “เมืองแห่งประสบการณ์สุขภาวะของลุ่มน้ำบางปะกง” ที่มีเอกลักษณ์แตกต่างและสามารถพัฒนาไปสู่ตลาดการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพในอนาคต

      #ChachoengsaoAromaCity #ฉะเชิงเทราอโรมาเมืองแห่งกลิ่น #AromaCity #The5SensesOfBangPakong #โพธิ์บางปะกง #นวดโพธิ์บางปะกง #นวดไทย #WellnessThailand #WellnessCity #HerbalCity #สมุนไพรไทย #เศรษฐกิจสร้างสรรค์ #บางปะกง #ฉะเชิงเทรา #มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ #mrglobalstategymaven #onevisionmanyroles

      สือรัฐ ทีวี บก.เอกสิทธ์ หมวดทอง