#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / “เพื่อนกันมันส์โนแอล” U-18 บึงกาฬ ปิดฤดูกาล ศรีวิไลวิทยาคว้าแชมป์ ใช้กีฬาสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้เยาวชน

บึงกาฬ – ปิดฉากการแข่งขัน BUENGKAN U-18 FUTSAL CHAMPIONSHIP SCHOOL LEAGUE 2026 “เพื่อนกันมันส์โนแอล” เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2569 ณ โรงเรียนศรีวิไลวิทยา อำเภอศรีวิไล จังหวัดบึงกาฬ โดย โรงเรียนศรีวิไลวิทยา คว้าแชมป์ประจำฤดูกาล ขณะที่ วิทยาลัยเทคนิคบึงกาฬ ได้รองชนะเลิศ และ โรงเรียนบุ่งคล้านคร ได้อันดับ 3 พร้อมรางวัลทีมมารยาทยอดเยี่ยม

พิธีปิดและมอบถ้วยรางวัลจัดขึ้น ณ ห้องประชุมนาคกี้ โรงเรียนศรีวิไลวิทยา โดยมี นายณรงค์ศักดิ์ คุรุพันธ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ ในฐานะที่ปรึกษาโครงการ เป็นประธาน พร้อมด้วยผู้บริหารสถานศึกษา คณะครู ผู้ฝึกสอน และภาคีเครือข่ายเข้าร่วม

การแข่งขันเริ่มต้นเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2569 ณ วิทยาลัยเทคนิคบึงกาฬ โดยมี ดร.ทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี และประธานกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เป็นประธานเปิดโครงการ พร้อมเป็นสักขีพยานการลงนาม MOU ของสถานศึกษาทั้ง 8 แห่ง เพื่อขับเคลื่อนสถานศึกษาปลอดบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และยาเสพติด ภายใต้แนวคิด “ไม่สูบ ไม่ดื่ม ไม่เสพ ไม่พนัน”

โครงการมีสถานศึกษาเข้าร่วม 8 แห่ง ได้แก่ วิทยาลัยเทคนิคบึงกาฬ โรงเรียนหนองเข็งวิทยาคม โรงเรียนศรีวิไลวิทยา โรงเรียนบุ่งคล้านคร โรงเรียนศรีชมภูวิทยา โรงเรียนโซ่พิสัยพิทยาคม โรงเรียนหนองยองพิทยาคม รัชมังคลาภิเษก และโรงเรียนบึงโขงหลงวิทยาคม โดยหมุนเวียนกันเป็นเจ้าภาพตลอดฤดูกาล

นอกจากการแข่งขัน ยังมีกิจกรรมพัฒนาความรอบรู้เยาวชนเกี่ยวกับ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า อุบัติเหตุ และปัจจัยเสี่ยง ควบคู่กับการแข่งขัน เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนรู้เท่าทัน คิดเป็น และสามารถป้องกันตนเองได้ โดยสนามสุดท้ายมีการจัดกิจกรรม 2 รอบ ณ ห้องประชุมนาคกี้

สำหรับรางวัลบุคคล นายวุฒิพงษ์ นนทะภา โรงเรียนศรีวิไลวิทยา ได้รับรางวัลผู้เล่นทรงคุณค่า (MVP), นายพีรพัฒน์ โยธะชัยสาร โรงเรียนบึงโขงหลงวิทยาคม ผู้ทำประตูสูงสุด, นายรชต อังคนา โรงเรียนศรีวิไลวิทยา ผู้รักษาประตูยอดเยี่ยม และรางวัลผู้ฝึกสอนยอดเยี่ยม ได้แก่ นายยุทธนา กันยาตี และนางสาวกรรณิกา โพธิ์ธง โรงเรียนศรีวิไลวิทยา

โครงการ “เพื่อนกันมันส์โนแอล” มุ่งใช้กีฬาเป็นพื้นที่สร้างสรรค์ให้เยาวชนได้ออกกำลังกาย ฝึกวินัย การทำงานเป็นทีม และการเคารพกติกา ควบคู่การเรียนรู้เพื่อรับมือปัจจัยเสี่ยง สร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างสถานศึกษา ชุมชน และภาคีเครือข่าย เพื่อพัฒนาพื้นที่ปลอดภัยและส่งเสริมสุขภาวะของเด็กและเยาวชนในจังหวัดบึงกาฬ “เพื่อนกันมันส์โนแอล – ใช้พลังกีฬา สร้างพลังบวก รู้เท่าทันปัจจัยเสี่ยง”

ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / ผบช ภ 3 คนใหม่ เข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองโคราช ก่อนเริ่มปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นทางการ

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคม 2569 พล.ต.ท อาทิชา เปาอินทร์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 เดินทางเข้าพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา เพื่อสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง และเริ่มต้น

ภารกิจในตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 ท่ามกลางการจับตามองถึงแนวทางการบริหารงานตำรวจในพื้นที่ 8 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง

โดยได้ถือฤกษ์ เวลา 10.09 น พล.ต.ท อาทิชา เข้าสักการะศาลหลักเมืองนครราชสีมา เพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนเดินทางต่อไปยังบริเวณพระบรมราชานุสาวรีย์

สมเด็จพระนารายณ์มหาราช และต่อด้วย กราบสักการะอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี หรือย่าโม เพื่อถวายสักการะความเป็นสิริมงคล

ทั้งนี้ พล.ต.ท อาทิชา หลังเข้ารับตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 มีพื้นที่รับผิดชอบ 8 จังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง

ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญทั้งด้านความมั่นคง การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม ยาเสพติด การดูแลความปลอดภัยประชาชน รวมถึงการอำนวยความยุติธรรมให้กับประชาชนในพื้นที่

สำหรับการเริ่มต้นภารกิจของผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 คนใหม่ ยังคงต้องติดตามแนวทางการขับเคลื่อนงานตำรวจในพื้นที่

โดยเฉพาะการยกระดับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน การปราบปรามยาเสพติด อาชญากรรมรูปแบบต่างๆ และการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในพื้นที่รับผิดชอบทั้ง 8 จังหวัด

ภาพ ประสิทธิ์ วนะชกิจ ข่าว กันตินันท์ เรื่องประโคน จ. นครราชสีมา/รายงาน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ สกัดกลางด่านมุกดาหาร! รวบหนุ่มลาว “แซม สะหวันนะเขต” พร้อมแฮปปี้วอเตอร์ผสมยาอี 9.65 กก. ซุกกล่องมากับรถโดยสาร

มุกดาหาร – เมื่อวันพุธที่ 30 กันยายน 2569 ภายใต้การอำนวยการของ นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร พร้อมด้วย นางสาวสุนทรียา ทวิชาประสิทธิ์ รองอธิบดีกรมศุลกากร นางสาวลลิตา อรรถพิมล ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรภาคที่ 2 และนางกนกวรรณ สุขศิริ นายด่านศุลกากรมุกดาหาร ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบการลักลอบนำสิ่งของผิดกฎหมายผ่านด่านพรมแดนมุกดาหาร

โดยด่านศุลกากรมุกดาหาร ร่วมกับฝ่ายสืบสวนและปราบปราม ส่วนควบคุมทางศุลกากร สำนักงานศุลกากรภาคที่ 2 หน่วยสืบสวนปราบปรามประจำพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ฝปป.2 สปป.1 กสป. ตม.จว.มุกดาหาร ร้อย ตชด.234 จังหวัดมุกดาหาร ร้อย.ฉก.ทพ.2103

ด่านอาหารและยามุกดาหาร และด่านกักกันสัตว์มุกดาหาร ปฏิบัติหน้าที่ประจำด่านพรมแดนมุกดาหาร ได้ร่วมกันตรวจสัมภาระผู้โดยสารขาเข้าที่เดินทางมากับรถโดยสารระหว่างประเทศจากนครไกสอนพมวิหาน แขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว ผ่านสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 2

ระหว่างการตรวจสอบ เจ้าหน้าที่พบพัสดุต้องสงสัยจำนวน 2 กล่อง วางอยู่บริเวณชั้นล่างของรถโดยสาร ภายในบรรจุซองอาหารเสริมและกาแฟ เจ้าหน้าที่จึงตรวจสอบอย่างละเอียด ก่อนเปิดตรวจพบผลิตภัณฑ์ที่ระบุว่าเป็นแฮปปี้วอเตอร์ ซึ่งจากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบว่ามีส่วนผสมของยาอี(Ecstasy) ซึ่งเป็นยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 บรรจุอยู่ภายใน

ของกลางทั้งหมดรวม 119 ซอง น้ำหนักประมาณ 9.65 กิโลกรัม คิดเป็นมูลค่าประมาณ 250,000 บาท โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่าพัสดุดังกล่าวเป็นของนายสัดตุไซ หรือแซม จะเลินพอน อายุ 30 ปี ชาวเมืองไกรสอนพมวิหาน แขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว ซึ่งยอมรับว่าเป็นเจ้าของกล่องพัสดุดังกล่าว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหาว่า นำยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (แฮปปี้วอเตอร์) เข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. 2564 ประกอบพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีและตรวจสอบรายละเอียดที่เกี่ยวข้องตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน
#ข่าววันนี้ #ข่าวด่วน #CIAThailand #สำนักข่าวCIAประเทศไทย #มุกดาหาร #ศุลกากรมุกดาหาร #ยาเสพติด #HappyWater #ยาอี #สะพานมิตรภาพไทยลาวแห่งที่2 #ชายแดนไทยลาว

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ “ธี่หยด: สมิงเขาขวาง” เปิดฉายรอบกาล่าพรีเมียร์ 30 กันยายนนี้ ในโรงภาพยนตร์

M STUDIO และ ช่อง 3 จัดงานกาล่าพรีเมียร์สุดยิ่งใหญ่ เปิดตัวภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์แห่งปี “ธี่หยด: สมิงเขาขวาง” ณ River Park ชั้น G, ICONSIAM พร้อมพาผู้ชมเข้าสู่ภารกิจครั้งใหม่ของ “พี่ยักษ์” ที่รับบทโดย ณเดชน์ คูกิมิยะ กับการย้อนกลับไปพบเรื่องราวการพบกันครั้งแรกกับ “จ่าปพันธ์” รับบทโดย แฉะ–องอาจ เจียมเจริญพรกุล ก่อนทั้งคู่และทีมจะต้องออกเดินทางสู่ภารกิจเสี่ยงตายในป่าเขาขวาง ที่เต็มไปด้วยปริศนา อันตราย และความสยองที่ไม่เคยเผชิญมาก่อน

นำโดย คุณสุรเชษฐ์ อัศวเรืองอนันต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร M STUDIO และโปรดิวเซอร์ภาพยนตร์, คุณเทรซีแอนน์ มาลีนนท์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ บมจ. บีอีซี เวิลด์ และ คุณปิ่นกมล มาลีนนท์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ พร้อมด้วย 3 ผู้กำกับภาพยนตร์ แป๊ป–ณฤทธิ์ ยุวบูรณ์, ต้อม–ธนเดช ประดิษฐ์ และ เต้ย–ชาลิต ไกรเลิศมงคล ร่วมเปิดตัวภาพยนตร์อย่างเป็นทางการ

บรรยากาศภายในงานคึกคักตั้งแต่ช่วง Red Carpet ที่รวบรวมนักแสดงและแขกคนพิเศษมาร่วมสร้างสีสันอย่างคับคั่ง อาทิ ลีน่า–ลลินา ชูเอ็ทท์, อุ้ม–อิษยา ฮอสุวรรณ, แบม–สราลี ประสิทธิ์ดำรง, แทน–ดวงแก้ว ปิยะอุย, หยู่ยู้–อรณิชา องค์ศรีตระกูล, เอนจอย–ธิดารัตน์ ปรือทอง, พีพี–ปุญญ์ปรีดี คุ้มพร้อม รอดสวาสดิ์ พร้อมด้วย “ครอบครัวตัว ย” นำโดย นีน่า–ณัฐชา เจสซิกา พาโดวัน, เดนิส–เจลีลชา คัปปุน, เฟรนด์–พีระกฤตย์ พชรบุณยเกียรติ และ จูเนียร์–กาจบัณฑิต ใจดี นอกจากนั้นยังมีดารานักแสดงมาร่วมงานอีกคับคั่ง อาทิ แจ็ค The Ghost Radio,ไก่ วรายุฑ, หมวย อริสยา, เบิ้ล ปทุมราช และ รัศมีแข ฟ้าเกื้อล้น

ต่อด้วยทัพนักแสดงจากภาพยนตร์ “ธี่หยด: สมิงเขาขวาง” ได้แก่ แฉะ–องอาจ เจียมเจริญพรกุล, ไบเบิ้ล–วิชญ์ภาส สุเมตติกุล, แบงค์–ปวริศร์ มงคลพิสิฐ, โจ๊ก–อัครินทร์ อัครนิธิเมธรัฐ, ปู–สหจักร บุญธนกิจ, เดี่ยว–ชูพงษ์ ช่างปรุง, แวน–ชนินทร จิตปรีดา, เบิร์ธ–ณัฐชัย สิรินันทโชติ และปิดท้าย Red Carpet ด้วยสองนักแสดงนำ ณเดชน์ คูกิมิยะ และ โบว์–เมลดา สุศรี เรียกเสียงต้อนรับจากแฟน ๆ และสื่อมวลชน ก่อนเข้าสู่ช่วงสำคัญของงาน

จากนั้นพิธีกรเชิญทีมผู้บริหาร ผู้กำกับ และนักแสดงขึ้นเวที ร่วมพูดคุยถึงเบื้องหลังการทำงานและความพิเศษของ “ธี่หยด: สมิงเขาขวาง” พร้อมรับชมตัวอย่างภาพยนตร์เวอร์ชันล่าสุด ก่อนตื่นตาไปกับโชว์สุดพิเศษที่จัดขึ้นเพื่องานนี้โดยเฉพาะ และไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อน ปิดท้ายด้วยการถ่ายภาพร่วมกันเป็นที่ระลึก และร่วมชมภาพยนตร์รอบกาล่าพรีเมียร์ และปิดท้ายเซอร์ไพรส์พิเศษจาก อาเล็ก ธีรเดช ที่หอบดอกไม้ช่อโตมาเซอร์ไพรส์ โบว์ เมลดา ถึงบนเวที

“ธี่หยด: สมิงเขาขวาง” ถ่ายทอดเรื่องราวการพบกันครั้งแรกของ “ยักษ์” และ “จ่าปพันธ์” ในภารกิจเสี่ยงตายตามหาคนหาย ที่นำพาทั้งคู่ไล่ล่าฝ่าดงมรณะ ก่อนต้องเผชิญหน้ากับ “ไอ้โหง” ผีร้ายในกายสัตว์ เสือสมิงกินคนแห่งเขาขวางที่สามารถจำแลงร่างได้สารพัด ท่ามกลางป่าดิบที่เต็มไปด้วยอันตราย ยักษ์และจ่าปพันธ์ต้องร่วมมือกันต่อสู้ เอาชีวิตรอด และค้นหาความจริง ก่อนที่พวกเขาจะตกเป็นเหยื่อของมัน!เตรียมออกเดินทางเข้าสู่ป่าเขาขวาง พร้อม “พี่ยักษ์” “จ่าปพันธ์” และทีม ร่วมภารกิจเสี่ยงตาย ฝ่าดงมรณะ และเผชิญหน้ากับความสยองครั้งใหม่แบบเต็มตา “ธี่หยด: สมิงเขาขวาง” 30 กันยายนนี้ ในโรงภาพยนตร์ ทั้งระบบปกติ บนจอยักษ์ IMAX®, 4DX, Dolby Atmos และครั้งแรกของภาพยนตร์ไทยในระบบ SCREENX

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / “บุญเลิศ ผลอุดม” คว้ารางวัลชมเชยเครือข่ายคุณภาพ ประจำปี 2569 จากกรมประชาสัมพันธ์

​สิงห์บุรี – เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2569 สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสิงห์บุรี (ส.ปชส.สิงห์บุรี) ได้ส่งมอบเกียรติบัตรจากอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ให้แก่ นายบุญเลิศ ผลอุดม ตัวแทนเครือข่ายฯ ที่สามารถคว้ารางวัลชมเชย “เครือข่ายคุณภาพระดับประเทศ ประจำปี 2569” (PRD Active Networking) เพื่อเชิดชูเกียรติและตอกย้ำความมุ่งมั่นในการเป็นสะพานเชื่อมข้อมูลข่าวสารจากภาครัฐสู่ประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ณ อาคารหอประชุมกรมประชาสัมพันธ์ นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีมอบรางวัลดังกล่าว โดยมี นางสุดฤทัย เลิศเกษม อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ เป็นผู้กล่าวรายงาน การจัดงานครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อสนับสนุนและสร้างขวัญกำลังใจให้แก่ “เครือข่ายคนข่าว” เบื้องหลังความสำเร็จ ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนและกระจายข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง รวดเร็ว และทันท่วงทีสู่ประชาชนทั่วประเทศ

​จากการคัดเลือกเครือข่ายคุณภาพจาก 77 จังหวัดทั่วประเทศ นายบุญเลิศ ผลอุดม ตัวแทนเครือข่าย ส.ปชส.สิงห์บุรี ได้รับการพิจารณาคัดเลือกให้รับรางวัลในระดับ “ชมเชย” ซึ่งรางวัลนี้สะท้อนให้เห็นถึงความทุ่มเท เสียสละ และการทำงานที่เน้นการมีส่วนร่วมกับกรมประชาสัมพันธ์อย่างยอดเยี่ยม ถือเป็นกลไกสำคัญในการส่งต่อข้อมูลที่เป็นประโยชน์ไปสู่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ในโอกาสแห่งความภาคภูมิใจนี้ นายบุญเลิศ ได้กล่าวขอบคุณกรมประชาสัมพันธ์ที่เล็งเห็นถึงความมุ่งมั่นในการทำงาน โดยระบุว่า. ​”ขอขอบคุณกรมประชาสัมพันธ์เป็นอย่างมากครับที่ให้กำลังใจ และเปิดโอกาสให้พวกเราได้มีส่วนร่วมเป็นหนึ่งในเครือข่ายคุณภาพจาก 77 จังหวัด และกรุงเทพมหานคร รางวัลนี้ถือเป็นขวัญและกำลังใจอันยิ่งใหญ่ในการปฏิบัติงานและขับเคลื่อนงานด้านการประชาสัมพันธ์ในพื้นที่ต่อไป”ความสำเร็จดังกล่าวถือเป็นเครื่องยืนยันว่า เครือข่ายสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสิงห์บุรี จะยังคงเดินหน้าปฏิบัติหน้าที่เพื่อเป็นสะพานเชื่อมโยงข้อมูลข่าวสารจากภาครัฐสู่ประชาชนในพื้นที่อย่างถูกต้อง รวดเร็ว และมีคุณภาพสูงสุดต่อไป

#สื่อรัฐทีวี #สื่อรัฐนิวส์ / ทัพเจ้าตาก ปะทะ ขบวนลำเลียงยาเสพติดยึด 16 กระสอบ 272 กิโลกรัม กลุ่มขบวนการ เสียชีวิต 9 ศพ อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย

กองทัพบก โดยการอำนวยการของ พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก/ ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก, พลโท วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่3/ผู้อำนวยการ

ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดกองทัพภาคที่ ๓ ได้มอบหมายนโยบาย/สั่งการให้หน่วยป้องกันชายแดนสกัดกั้นยาเสพติดให้ได้ตั้งแต่พื้นที่แนวชายแดนนั้น พลตรี สาธิต ไวยนนท์ ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง/ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กองกำลังผาเมือง ได้สั่งการให้หน่วยในความรับผิดชอบของกองกำลังผาเมือง ปฏิบัติตามมาตรการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดตามนโยบายของผู้บังคับบัญชาอย่างเคร่งครัดและต่อเนื่อง

โดยในห้วงที่ผ่านมา ตามภาพข่าวของกองกำลังผาเมือง พบว่ากลุ่มขบวนการ ค้ายาเสพติด มีความพยายามที่จะลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้าน เข้ามายัง ประเทศไทย ในพื้นที่อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย เพื่อลำเลียงไปยังพื้นที่ตอนในของประเทศต่อไป หน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก (กรมทหารม้าที่ 2) กองกำลังผาเมือง ได้จัดกำลัง เฝ้าตรวจตามแนวชายแดนอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่ง

เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2569 เวลา 20.10 นาฬิกา กองร้อยทหารม้าที่ 1 หน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก กองกำลังผาเมือง จัดดกำลังพล จำนวน 2 ชุดปฏิบัติการ ร่วมกับ ชุดปฏิบัติการข่าวพิเศษ หน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก กองกำลังผาเมือง ปฏิบัติภารกิจเฝ้าตรวจเพื่อป้องกัน และสกัดกั้นการกระทำผิดกฎหมายตามพระราชบัญญัติประมวลกฎหมายยาเสพติด พุทธศักราช 2564

ณ บริเวณบ้านปางมะหัน หมู่ 8 ตำบลเทอดไทย อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย ตรวจพบกลุ่มบุคคลต้องสงสัย ประมาณ 15 – 17 คน เดินมาตามเส้นทางในภูมิประเทศ พร้อมสะพายกระสอบดัดแปลงต้องสงสัย หน่วยจึงได้แสดงตัวเพื่อขอทำการตรวจค้น แต่กลุ่มบุคคลดังกล่าว ได้ใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิด และขนาดยิงใส่ฝ่ายเรา จึงเกิดการปะทะ ประมาณ 10 นาที ผลการปฏิบัติ ฝ่ายเราปลอดภัย จากนั้นหน่วยได้จัดกำลังพลเพิ่มเติม จำนวน 3 ชุดปฏิบัติการ เข้าควบคุมพื้นที่ เกิดเหตุไว้

ต่อมาเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2569 เวลา 06.45 นาฬิกา หน่วยได้ทำการพิสูจน์ทราบพื้นที่ปะทะโดยรอบตรวจพบพบกลุ่มขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติด เสียชีวิต จำนวน 9 ศพ กระสอบดัดแปลง จำนวน 16 กระสอบ ภายในบรรจุ กระสอบละ ประมาณ 17 กิโลกรัม รวมน้ำหนัก จำนวนประมาณ 272 กิโลกรัมและเมื่อ เวลา 13.30 นาฬิกา พลตรี สาธิต ไวยนนท์ ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง มอบให้ พันเอก สุพรรณ ร้อยพุทธ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก เดินทางเข้าตรวจสอบพื้นที่

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / ด่านศุลกากร จัดงานมุทิตาจิตสุดอบอุ่น อำลาชีวิตราชการ 2 ข้าราชการหญิงผู้ทรงคุณค่า พร้อมร่วมซับน้ำตาผู้ประสบภัยน้ำท่วม

เมื่อค่ำวันที่ 29 กันยายนที่ผ่านมา ณ ห้องสิงขร โรงแรมประจวบแกรนด์ อำเภอเมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ด่านศุลกากรประจวบคีรีขันธ์ นำโดย นายธิติพงศ์ คำผุย นายด่านศุลกากรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้จัดงานแสดงมุทิตาจิตเนื่องในโอกาสเกษียณอายุราชการ ประจำปี 2569 ให้แก่ข้าราชการระดับบริหารและบุคลากรทรงคุณค่า 2 ท่าน

ได้แก่ นางสุปราณี ปานใยสมบูรณ์ นักวิชาการศุลกากรชำนาญการพิเศษ ผู้อำนวยการส่วนควบคุมทางศุลกากร และ นางสาวสุขตา มะลิวัลย์ นักวิชาการศุลกากรชำนาญการ หัวหน้าฝ่ายควบคุมและตรวจสอบทางศุลกากร ซึ่งจะครบกำหนดเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 กันยายนนี้ เพื่อเป็นการเชิดชูเกียรติและขอบคุณที่ได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตมาอย่างยาวนาน

บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความอบอุ่นและไมตรีจิต โดยได้รับเกียรติจากผู้แทนหน่วยงานพันธมิตรที่ปฏิบัติงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดเข้าร่วมยินดีอย่างคับคั่ง อาทิ หน่วยทหารชุดเฉพาะกิจจงอางศึก, กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 14 (ตชด.14), ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง, สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ประจวบคีรีขันธ์, ฝ่ายปกครอง ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่

พิธีเริ่มต้นด้วยการรับชมวีทัศน์ (VTR) ถ่ายทอดชีวประวัติ ผลงาน และความประทับใจตลอดชีวิตการทำงานของ นางสุปราณี ปานใยสมบูรณ์ และ นางสาวสุขตา มะลิวัลย์ สร้างความซาบซึ้งใจให้แก่ผู้ร่วมงานเป็นอย่างมาก จากนั้น นายธิติพงศ์ คำผุย นายด่านศุลกากรประจวบคีรีขันธ์

ได้ขึ้นกล่าวแสดงมุทิตาจิตและขอบคุณผู้เกษียณอายุราชการทั้ง 2 ท่าน ที่ได้ร่วมเคียงบ่าเคียงไหล่ มุ่งมั่นพัฒนาองค์กร และสร้างคุณประโยชน์ให้แก่กรมศุลกากรและประเทศชาติมาโดยตลอด พร้อมมอบดอกไม้และของกิมมิกแทนใจ ก่อนที่ผู้ร่วมงานจะพร้อมใจกันร่วมมอบดอกไม้เพื่อร่วมอวยพรด้วยบรรยากาศอันอบอุ่นและเป็นกันเอง

หลังจากพิธีการเสร็จสิ้น เข้าสู่ช่วงเลี้ยงสังสรรค์ในบรรยากาศผ่อนคลายและเปี่ยมด้วยความสุข สนุกสนานไปกับเสียงเพลงจากศิลปินคุณภาพ เบล AF10 และนักร้องสาว ตอง ภัครมัย ที่มาร่วมสร้างสีสันและรอยยิ้ม ซึ่งนายด่านศุลกากรและผู้ร่วมงานทุกคนได้ร่วมสนุกสนานอย่างเป็นกันเอง
นอกจากความบันเทิงและความอบอุ่นแล้ว ในช่วงของการแสดงคอนเสิร์ต ทางผู้จัดงานยังได้จัดกิจกรรมการกุศล เปิดจำหน่ายดอกกุหลาบในราคาดอกละ 100 บาท

เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานได้ร่วมทำบุญ โดยรายได้และยอดเงินบริจาคทั้งหมดจากการจำหน่ายดอกไม้จะนำไปสมทบทุนช่วยเหลือพี่น้องประชาชนผู้ประสบภัยน้ำท่วมในขณะนี้ ซึ่งได้รับความร่วมมือและความร่วมใจจากผู้ร่วมงานทุกคนเป็นอย่างยิ่ง นับเป็นภาพความประทับใจและความทรงจำอันแสนงดงาม ทั้งในมิติของการอำลาชีวิตราชการด้วยความซาบซึ้ง และการร่วมแบ่งปันน้ำใจสู่สังคมของผู้เกษียณราชการและผู้เข้าร่วมงานทุกคน
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว ประจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 090994478

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ ผู้บริหารสาธารณสุข จังหวัดนครปฐม ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วม จังหวัดนครปฐม

วันที่ 30 กันยายน 2569 เวลา 09.00 น. นายแพทย์วิโรจน์ รัตนอมรสกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครปฐม พร้อมด้วย นายแพทย์สุรชัย โชคครรชิตไชย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครปฐม สาธารณสุขอำเภอ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วม ประเมินผลกระทบด้านการแพทย์และสาธารณสุข พร้อมมอบยาสามัญประจำบ้าน และยาแก้น้ำกัดเท้าให้กับผู้บริหารหน่วยบริการสาธารณสุข ได้แก่ รพ.สต. บางแก้วฟ้า รพ.ห้วยพลู และ รพ.สต.วัดไทยาวาส เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยอุทกภัย และสร้างขวัญและกำลังใจกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่ จังหวัดนครปฐม
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ คณะสงฆ์ร่วมช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม อำเภอดอนตูม

ด้วยสถานการณ์น้ำท่วมที่ส่งผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนในพื้นที่บ้านตะโกสูง ตำบลสามง่าม อำเภอดอนตูม จังหวัดนครปฐม คณะสงฆ์ได้ลงพื้นที่เยี่ยมเยียน ให้กำลังใจ พร้อมมอบ เครื่องอุปโภคบริโภค น้ำดื่ม และสิ่งของจำเป็น เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม รวมทั้งสิ้น 45 ครัวเรือน
นำโดย พระครูปฐมปัญญาภรณ์ เจ้าคณะตำบลสามง่าม เจ้าอาวาสวัดทุ่งสีหลง
พร้อมด้วย พระปลัดอนุชิต อนุชิโต เจ้าอาวาสวัดสามง่าม และคณะทีมงานผู้ร่วมช่วยเหลือทุกท่าน ได้ร่วมกันลงพื้นที่ส่งมอบความช่วยเหลือถึงพี่น้องประชาชน พร้อมพูดคุยให้กำลังใจแก่ผู้ที่กำลังประสบความเดือดร้อน ในยามทุกข์ยาก น้ำใจและความช่วยเหลือจากทุกภาคส่วน คือพลังสำคัญที่ทำให้เราผ่านพ้นวิกฤตไปด้วยกัน ขออนุโมทนาบุญกับคณะสงฆ์ ตลอดจนผู้มีจิตศรัทธาและทุกฝ่ายที่มีส่วนร่วมในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในครั้งนี้ และขอให้สถานการณ์น้ำท่วมคลี่คลายโดยเร็ว ทุกครอบครัวปลอดภัยและสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติในเร็ววัน
ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม อำเภอดอนตูม วัดสามง่าม วัดทุ่งสีหลง และ คณะสงฆ์ตำบลสามง่าม นครปฐม น้ำใจในยามทุกข์ร่วมด้วยช่วยกัน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / มูลนิธิธรรมนัส พรหมเผ่า มอบปัํมน้ำให้ผู้ประสบอุทกภัยบ้านห้วยไฮ จำนวน 67 เครื่อง

เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2569 ณ บ้านห้วยไฮ ตำบลฝายแก้ว อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน ดร.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ ผู้อำนวยการศูนย์รับเรื่องร้องทุกข์พรรคกล้าธรรม อดีตเลขารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยนายประสิทธิ์ โนทะ

สส.น่าน เขต 2 พรรคกล้าธรรม นางสาวเพ็ญภัค รัตนคำฟู สส.ลำปาง เขต 4 พรรคกล้าธรรม นางสาววัชรี พรมทอง อดีตประธานหอหารค้าจังหวัดน่าน ว่าที่ผู้สมัคร สส.น่าน เขต 1 พรรคกล้าธรรม นายศรีรุ่ง รัตนศิลา ประธานอาวุโส หอการค้าจังหวัดน่าน ประธานพรรคกล้าธรรมจังหวัดน่าน นางสาวปภินพิทย์ พงศ์ศิริเมธี

ว่าที่ผู้สมัคร สส.น่าน เขต 3 พรรคกล้าธรรมได้เป็นผู้แทนมูลนิธิ ธรรมนัส พรหมเผ่า นายอัครา พรหมเผ่า รองหัวหน้าพรรคกล้าธรรม มอบปั๊มน้ำ ให้ผู้ประสบอุทกภัย ให้ราษฏรบ้านห้วยไฮ และโรงเรียนบ้านห้วยไฮ จำนวน 67 เครื่อง โดยมีนายวรายุุทธ เขียวปัญญา กำนันตำบลฝายแก้ว

นายอดุลย์ สิทธิยศ นายก อบต.ฝายแก้ว คณะบริหารเจ้าหน้าที่ อบต.ฝายแก้ว นางสาวนัทยา ปันแก้ว ผู้ใหญ่บ้านห้วยไฮ ผู้นำท้องที่ท้องถิ่น คณะครูนักเรียนโรงเรียนบ้านห้วยไฮ และพี่น้องประชาชนบ้านห้วยไฮ รับมอบและร่วมให้การต้อนรับ ทางด้านดร.ธนกฤติ จิตอารีรัตน์ นายประสิทธิ์ โนทะ นางสาวเพ็ญภัค รัตนคำฟู พูดคุย นางสาววัชรี พรมทอง นายศรีรุ่ง รัตนศิลา ได้พบปะพูดคุยและให้กำลังใจ

แก่ผู้ประสบอุทกภัย จากนั้นพี่น้องชาวบ้านห้วยไฮได้พร้อมใจกันทำพิธีสู่ขวัญเพื่อเป็นการขอบคุณคณะมูลนิธิธรรมนัส พรหมเผ่า ที่ได้มามอบเครื่องปั๊มน้ำ และก่อนหน้านั้นทางมูลนิธิธรรมนัส พรหมเผ่า ได้นำรถแมคโฮ จำนวน 2 คัน รถแท็กเตอร์ จำนวน 2 คัน รถ 6 ล้อ จำนวน 2 คัน เพื่อปรับพื้นที่ ดินโคลน ออกจากพื้นที่อุทกภัย พร้อมกับนำดินมาถมคอสะพาน

นอกจากนี้ยังได้มอบที่นอน ถังน้ำ หม้อหุงข้าวไฟฟ้า ถุงน้ำใจ จำนวน 109 ครัวเรือนและได้สูบส้วมให้อีก 67 ครัวเรือนในช่วงเวลาที่หลายครอบครัวกำลังเผชิญกับความเดือดร้อน มูลนิธิธรรมนัส พรหมเผ่า ขอเป็นอีกหนึ่งกำลังใจ และพร้อมอยู่เคียงข้างพี่น้องชาวบ้านห้วยไฮเพื่อร่วมกันก้าวผ่านสถานการณ์ครั้งนี้ไปด้วยกัน

#ขอส่งกำลังใจให้พี่น้องบ้านห้วยไฮทุกท่าน ขอให้ผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้ด้วยดี#มูลนิธิิธรรมนัส พรหมเผ่า #ช่วยเหลือพี่น้องบ้านห้วยไฮ #อุทกภัย2569 #น้ำท่วมจังหวัดน่าน#วัชรี พรมทองว่าที่ผู้สมัครสส.น่าน เขต1 #พรรคกล้าธรรม/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ มุกดาหารสกัดทัน! ลอบขนเครื่องในสัตว์จาก สปป.ลาว ข้ามโขง ยึด 62 กล่อง พร้อมไฟแช็ก 8 ลัง

มุกดาหาร – ช่วงกลางดึกวันที่ 30 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่ ร้อย.ฉก.ทพ.2103 ฉก.ทพ.21 ภายใต้ บก.ควบคุมที่ 1 (ร.3) กกล.สุรศักดิ์มนตรี สนธิกำลังเฝ้าตรวจบริเวณริมตลิ่งแม่น้ำโขง บ้านคอนสาย หมู่ 5 ต.นาสีนวน อ.เมืองมุกดาหาร หลังได้รับแจ้งว่าจะมีการลักลอบนำสินค้าจาก สปป.ลาว ข้ามมายังฝั่งไทยโดยไม่ผ่านกระบวนการทางศุลกากร

เวลาประมาณ 03.30 น. เจ้าหน้าที่พบเรือเหล็กบรรทุกสิ่งของต้องสงสัยแล่นมาตามแม่น้ำโขง ก่อนเข้าจอดบริเวณฝั่งไทย จากนั้นพบชายประมาณ 15–20 คน กำลังลำเลียงกล่องกระดาษจากเรือขึ้นฝั่งและนำขึ้นรถกระบะตู้ทึบ เมื่อกลุ่มบุคคลดังกล่าวพบเจ้าหน้าที่ จึงทิ้งสิ่งของและอาศัยความมืดวิ่งหลบหนีไป เจ้าหน้าที่พยายามติดตามแต่ไม่สามารถจับกุมตัวได้

จากการตรวจสอบพื้นที่ เจ้าหน้าที่พบ เครื่องในสัตว์ หรือสะใบนาง/ผ้าขี้ริ้ว จำนวน 62 กล่อง น้ำหนักประมาณ 860 กิโลกรัม คิดเป็นมูลค่าความเสียหายของรัฐประมาณ 172,000 บาท นอกจากนี้ยังพบ ไฟแช็ก 8 ลัง รวม 160 กล่อง หรือประมาณ 8,000 ชิ้น

คิดเป็นมูลค่าความเสียหายของรัฐประมาณ 48,000 บาท รวมมูลค่าความเสียหายของรัฐจากสินค้าทั้งสองรายการประมาณ 220,000 บาท
พร้อมกันนี้เจ้าหน้าที่ยังตรวจยึด รถยนต์กระบะตู้ทึบ Toyota Revo สีขาว ทะเบียน 3 ฒจ 2977 กรุงเทพมหานคร ซึ่งใช้ในการขนย้ายสินค้าไว้เป็นของกลาง โดยไม่มีผู้ต้องหาถูกจับกุมในที่เกิดเหตุ

ภายหลังการตรวจยึด เจ้าหน้าที่ได้ประสาน กรมปศุสัตว์จังหวัดมุกดาหาร เข้าร่วมตรวจสอบและจัดทำเอกสารหลักฐาน ก่อนส่งมอบของกลางและเอกสารให้ สภ.เมืองมุกดาหาร เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ในความผิดเกี่ยวกับการลักลอบนำเข้าสินค้าและการบังคับใช้กฎหมายตาม พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558.

ทิ้งรถหนีความผิด! กระบะพลิกคว่ำพบไม้พะยูง 279 ท่อน ไร้เอกสาร คนขับเผ่นหนี

มุกดาหาร – เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2569 เวลาประมาณ 19.50 น. ร.ต.ท.ธรรมปพน ภูนาฤทธิ์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองมุกดาหาร ปฏิบัติหน้าที่พนักงานสอบสวนเวร รับแจ้งเหตุรถยนต์พลิกคว่ำบริเวณ บ้านโค้งสำราญ ถนนชยางกูร 212 สายอุบลราชธานี–มุกดาหาร ต.คำอาฮวน อ.เมืองมุกดาหาร จึงรายงาน พ.ต.อ.ประยุทธ์ เรือนทองคำ ผกก.สภ.เมืองมุกดาหาร ผู้บังคับบัญชาและเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพบ รถกระบะตู้ทึบ ยี่ห้ออีซูซุ สีเทา ทะเบียน บท 6541 มุกดาหาร พลิกคว่ำอยู่ริมถนน ภายในรถพบไม้แปรรูปและท่อนไม้จำนวนมาก แต่ ไม่พบตัวผู้ขับขี่ หรือผู้ใดแสดงตัวเป็นเจ้าของรถ

เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าไม้มุกดาหารเข้าตรวจสอบเบื้องต้น ระบุว่าไม้ที่บรรทุกมาเป็น ไม้พะยูง และจากการตรวจสอบไม่พบร่องรอยดวงตราของพนักงานเจ้าหน้าที่ประทับบริเวณหน้าตัดไม้ รวมทั้งไม่พบเอกสารหรือใบอนุญาตที่เกี่ยวข้องตำรวจ สภ.เมืองมุกดาหาร ร่วมกับเจ้าหน้าที่ป่าไม้

จึงตรวจยึดรถและไม้ทั้งหมดไว้เป็นของกลาง ก่อนนำไปตรวจนับที่ หน่วยป้องกันรักษาป่ามุกดาหาร 4 พบไม้พะยูงรวมทั้งสิ้น 279 ท่อน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้นำของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย พร้อมเร่งติดตามตัวผู้ครอบครองและผู้เกี่ยวข้องมาสอบสวนดำเนินคดีต่อไป

พบชายวัย 47 ปี เสียชีวิตปริศนาในกระท่อมริมลำห้วยมุกดาหารพบแผลบริเวณแขนคล้ายถูกยิง ญาติเผยได้ยินเสียงปืนก่อนพบศพ ตำรวจเร่งตรวจสอบหาสาเหตุ

มุกดาหาร – เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2569 เวลาประมาณ 11.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองมุกดาหาร พร้อมฝ่ายปกครองและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าตรวจสอบเหตุชายเสียชีวิตภายในกระท่อมริมลำห้วย บริเวณบ้านเหล่าป่าเป้ ต.นาโสก อ.เมืองมุกดาหาร หลังได้รับแจ้งจากญาติที่เดินทางมาพบศพ

ผู้เสียชีวิตทราบชื่อ นายสมศักดิ์ นาโศก อายุประมาณ 47 ปี เบื้องต้นพบร่างอยู่ภายในกระท่อมยกสูง ซึ่งตั้งอยู่ใกล้ลำห้วยและสวนยาง ห่างจากชุมชนประมาณ 3 กิโลเมตร และอยู่ใกล้วัดป่าสวนป่าสันติธรรม โดยพบ บาดแผลบริเวณแขน 1 แห่ง มีลักษณะคล้ายถูกยิง ขณะที่สภาพศพเริ่มขึ้นอืด ทั้งนี้ยังไม่สามารถระบุสาเหตุและช่วงเวลาการเสียชีวิตที่แน่ชัด ต้องรอผลการตรวจชันสูตรจากแพทย์

ปริศนาเสียงปืนก่อนพบศพ ข้อมูลจากพระภายในวัดที่อยู่ใกล้จุดเกิดเหตุ ระบุว่า เมื่อวันที่ 29 กันยายน เวลาประมาณ 14.00 น. ได้ยินเสียงคล้ายเสียงปืนดังขึ้นจากบริเวณดังกล่าว แต่ในขณะนั้นเข้าใจว่าอาจเป็นเสียงคนยิงสัตว์ จึงไม่ได้เข้าไปตรวจสอบ กระทั่งช่วงสายของวันที่ 30 กันยายน จึงทราบว่ามีชายเสียชีวิตอยู่ภายในกระท่อม

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยัง ไม่ยืนยันว่าเสียงปืนดังกล่าวมีความเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตหรือไม่ ต้องรอผลการตรวจสอบพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ ลูกชายมาพบศพ ขณะเตรียมทำอาหารให้พ่อ นายวันชัย นาโศก อายุ 51 ปี พี่ชายของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ช่วงเช้าวันเกิดเหตุ นายธนากร อายุ 28 ปี ลูกชายของผู้เสียชีวิต เดินทางมายังกระท่อมเพื่อทำอาหารให้พ่อ แต่กลับพบว่าพ่อนอนเสียชีวิตอยู่ภายใน

จึงรีบแจ้งญาติและประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบนายวันชัยระบุว่า ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 29 กันยายน เวลาประมาณ 09.00 น. ยังเห็นน้องชายเข้าไปทำธุระในหมู่บ้าน จึงคาดว่าเหตุการณ์น่าจะเกิดขึ้นหลังจากช่วงเวลาดังกล่าวเบื้องต้นทราบว่าผู้เสียชีวิตแยกทางกับภรรยาและพักอาศัยอยู่ตามลำพังมาหลายปี ส่วนรายละเอียดเกี่ยวกับชีวิตส่วนตัวและเหตุการณ์ก่อนเสียชีวิต เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบ และยังไม่สามารถนำข้อมูลดังกล่าวมาเชื่อมโยงเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตได้

ตำรวจเร่งคลี่ปม ตรวจหลักฐานทุกประเด็น หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบกระท่อมและพื้นที่โดยรอบอย่างละเอียด พร้อมเก็บรวบรวมพยานหลักฐาน สอบปากคำญาติ พระ และบุคคลที่อาจทราบเหตุการณ์ เพื่อหาข้อเท็จจริงว่า ผู้เสียชีวิตเสียชีวิตจากสาเหตุใด และบาดแผลที่พบเกี่ยวข้องกับอาวุธปืนหรือไม่

เจ้าหน้าที่เตรียมนำร่างผู้เสียชีวิตส่งชันสูตรที่ โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จ.อุบลราชธานี เพื่อให้แพทย์ตรวจบาดแผลและหาสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียด ก่อนนำผลไปประกอบการสอบสวนต่อไปขณะนี้คดีอยู่ระหว่างการตรวจสอบ ยังไม่มีการยืนยันว่าเป็นเหตุยิงหรือการเสียชีวิตจากสาเหตุอื่น เจ้าหน้าที่จะเร่งคลี่คลายข้อเท็จจริงจากพยานหลักฐานและผลชันสูตรต่อไป.

ช้าจนได้เรื่อง-ผลาญความเชื่อมั่น! การไฟฟ้ามุกดาหารดองเรื่องเปลี่ยนหม้อไฟเดือนกว่าเรื่องไม่เดิน เปิดช่องข้อมูลรั่วคอลเซ็นเตอร์โผล่สวมรอยเป๊ะ

มุกดาหาร – เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักเกี่ยวกับประสิทธิภาพการทำงานและความปลอดภัยของข้อมูลผู้ใช้บริการ ณ สำนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดมุกดาหาร หลังพบประชาชนถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์โทรศัพท์เข้าสวมรอยฉวยโอกาสจากความล่าช้าของเจ้าหน้าที่

เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2559 ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดมุกดาหาร ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนรายหนึ่งในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร (ขอสงวนนาม) เปิดเผยว่า ตนเองได้เดินทางไปยื่นเรื่องขอเปลี่ยนหม้อไฟที่สำนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดมุกดาหาร ตั้งแต่ช่วงสิ้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา แต่ปรากฏว่าเวลาล่วงเลยมาเกือบ 1 เดือน เรื่องกลับไม่มีความคืบหน้า และเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าฯ ก็ยังไม่ได้เข้าดำเนินการเปลี่ยนมิเตอร์ให้แต่อย่างใด

กระทั่งล่าสุด ได้มีมิจฉาชีพใช้หมายเลขโทรศัพท์ 081-854-4227 โทรศัพท์เข้ามาอ้างชื่อ “นายพงษ์ธวัช” โดยแอบอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค แจ้งว่าจะเข้าดำเนินการเปลี่ยนหม้อไฟมิเตอร์ไฟฟ้าให้ พร้อมอ้างเรื่องการคืนเงินค่าประกันหม้อไฟตัวเก่า จากนั้นมิจฉาชีพได้บอกหมายเลขไอดีไลน์เพื่อให้แอดเพิ่มเพื่อน เพื่อหลอกลวงให้ส่งเอกสาร ข้อมูลส่วนบุคคล และบัญชีเงินฝากผ่านทางแอปพลิเคชัน LINE

ความล่าช้าในการให้บริการของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดมุกดาหารที่ปล่อยให้เวลาล่วงเลยมาเกือบเดือน ไม่เพียงแต่สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชน แต่ยังกลายเป็นช่องทางให้มิจฉาชีพเข้าสวมรอยได้อย่างสมจริง นอกจากนี้ การที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์โทรเข้าหมายเลขผู้เสียหายได้ตรงกับช่วงเวลาที่ผู้เสียหายกำลังรอคอยการเปลี่ยนหม้อไฟ จึงทำให้เกิดข้อสงสัยอย่างหนักว่า ระบบฐานข้อมูลผู้ใช้บริการของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดมุกดาหาร มีการรั่วไหลออกไปสู่มือกลุ่มมิจฉาชีพหรือไม่

ทั้งนี้ ประชาชนจึงเรียกร้องให้ผู้บริหารการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เร่งตรวจสอบทั้งประเด็นความล่าช้าในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ รวมถึงเร่งตรวจสอบระบบความปลอดภัยของข้อมูลภายในองค์กรโดยด่วน เพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนต้องตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพจากช่องโหว่การทำงานของหน่วยงานรัฐอีกต่อไป ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน #เตือนภัยเบอร์0818544227 #แก๊งคอลเซ็นเตอร์ #การไฟฟ้ามุกดาหาร #การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค #ทำงานล่าช้า #ข้อมูลรั่วไหล #หลอกเปลี่ยนหม้อไฟ #ภัยออนไลน์

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ ผู้ว่าฯจ.นครปฐม นายอ.นครชัยศรี เข้าร่วมประชุมคณะกรมการจังหวัดและหัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัดนครปฐม

วันอังคารที่ 29 กันยายน พ.ศ.2569 เวลา 08.30 น. ณ ห้องประชุมพิมานปฐม ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดนครปฐมนายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี เข้าร่วมประชุมคณะกรมการจังหวัดและหัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัดนครปฐม ครั้งที่ 9/2569

โดยมี นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เป็นประธานการประชุมคณะกรมการจังหวัดและหัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัดนครปฐม พร้อมด้วยรองผู้ว่าราชการจังหวัด อัยการจังหวัดนครปฐม ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม

หัวหน้าส่วนราชการระดับจังหวัด ปลัดจังหวัด นายอำเภอทั้ง 7 อำเภอ หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ผู้บริหารองค์กรเอกชน และผู้บริหารสถานศึกษา และคณะกรมการจังหวัด เข้าร่วมประชุมครั้งนี้โดยก่อนการประชุมมี กิจกรรมไหว้พระสวดมนต์ , อาราธนาศีล 5 กล่าวสัมโมทนียกถาให้ข้อคิดหลักธรรม และนั่งสมาธิ เจริญจิตตภาวนา

ตามโครงการเผยแผ่หลักธรรมทางพระพุทธศาสนาสู่การปฏิบัติ ในชีวิตประจำวันแก่ผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ผู้บริหารองค์กรเอกชน และผู้บริหารสถานศึกษา และการมอบเกียรติบัตร ประกาศนียบัตร รางวัลต่างๆ ของจังหวัดนครปฐม
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

เทศบาลสามง่ามให้ความช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย จากสถานการณ์ที่ฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องทำให้หลายพื้นที่ เกิดน้ำท่วมบ้านเรือนของประชาชน

เทศบาลตำบลสามง่าม นำโดย นายอานนท์ มีใจดี ผศ.ดร. อภิชา พรเจริญกิจกุล รองนายกเทศมนตรีตำบลสามง่าม ปลัดเทศบาล สมาชิกสภาเทศบาล ขอแจ้งประชาชนในเขตเทศบาลฯทราบ เทศบาลฯได้ระดมกำลังลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนที่ประสบปัญหาน้ำท่วมขังและฝนตกหนักต่อเนื่อง

โดยมีการสนับสนุน กระสอบทราย ทราย และเครื่องสูบน้ำ เพื่อทำคันดิน และแนวกั้นน้ำป้องกันบ้านเรือนราษฎร และสนับสนุนรถแม็กโฮ(รถขุดตัก)เพื่อช่วยในการขุดลอกคลองหรือเปิดทางน้ำ สามารถช่วยให้กระแสน้ำไหลสะดวกเพิ่มมากขึ้น รวมถึงร่วมกับเจ้าหน้าที่และ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชนเร่ง ลอกร่องน้ำและเปิดทางระบายน้ำสายสำคัญ
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / สภ.สัตหีบ จัดงานบุญใหญ่ทอดผ้าป่าสามัคคี สมทบทุนช่วยเหลือสังคม

​ วันที่ 27 กันยายน 2569 คณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจ สถานีตำรวจภูธรสัตหีบ (กต.ตร.สภ.สัตหีบ) นำโดย นายวสรร เซี่ยงฉี ประธาน กต.ตร.สภ.สัตหีบ ร่วมกับ พ.ต.อ.คมสรร คำตุ่นแก้ว ผู้กำกับการ สภ.สัตหีบ พร้อมด้วยข้าราชการตำรวจ ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน พ่อค้า และประชาชนในพื้นที่อำเภอสัตหีบและใกล้เคียง อาทิ นางลิซ่าแฮมิลตัน นายกสมาคมผู้ประกอบการกลางคืนเมืองพัทยา เข้าร่วมงานบุญทอดผ้าป่าสามัคคีเพื่อการกุศลอย่างเนืองแน่น

​ พิธีอันเป็นมงคลนี้ได้รับเกียรติจาก พระวชิรคุณากร รองเจ้าคณะจังหวัดชลบุรี และเจ้าอาวาสวัดสัตหีบ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วยคณะสงฆ์รวม 10 รูป เจริญพระพุทธมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคล นอกจากนี้ ยังได้รับเกียรติจาก พล.ต.ต.ชาตรี สุขศิริ ผู้บังคับการอำนวยการภาค 2 (ว่าที่ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี ซึ่งจะมีผลในวันที่ 1 ตุลาคม 2569 นี้) มาทำหน้าที่เป็นประธานฝ่ายฆราวาส

​ บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความอบอุ่นและเปี่ยมด้วยศรัทธา สะท้อนให้เห็นถึงพลังแห่งความสามัคคีและการเกื้อกูลกันของคนในชุมชน ทั้งจากภาครัฐ ทหาร ตำรวจ ภาคเอกชน และประชาชนผู้มีจิตศรัทธา ที่ได้ร่วมกันบริจาคจตุปัจจัยในเบื้องต้นรวมเป็นเงินทั้งสิ้น 323,408 บาท

​ ทั้งนี้ พล.ต.ต.ชาตรี สุขศิริ ได้เป็นตัวแทนถวายจตุปัจจัยแด่คณะสงฆ์ ก่อนที่คณะสงฆ์จะมอบทุนดังกล่าวให้กับ นายวสรร เซี่ยงฉี ประธาน กต.ตร.สภ.สัตหีบ เพื่อนำไปใช้ในการปรับปรุงพัฒนาการให้บริการประชาชนของ สภ.สัตหีบ รวมถึงดำเนินกิจกรรมสาธารณประโยชน์ ช่วยเหลือผู้ยากไร้ ผู้ด้อยโอกาส และสนับสนุนกิจกรรมการกุศลต่างๆ ในพื้นที่อำเภอสัตหีบต่อไป

ผู้ประกอบการสตรีทฟู้ดพัทยาเพิ่มเมนูอาหารเช้า “แซนด์วิชย่าง” ปรับกลยุทธ์รับไฮซีซั่น

มีรายงานว่า ร้าน 97 Kitchen ร้านอาหารตามสั่งและเมนูกะเพราปลา ตั้งอยู่ในซอยเขาตาโล เมืองพัทยา ที่ชูจุดเด่นเรื่องรสชาติสตรีทฟู้ดระดับพรีเมียมจากประสบการณ์การเป็นกุ๊กของเจ้าของร้าน และผู้ประกอบการร้านอาหารสตรีทฟู้ดในเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นที่รู้จักในท้องถิ่นจากการสร้างสรรค์เมนูอาหารไทยและเมนูปลา ได้ปรับกลยุทธ์การให้บริการและแผนการตลาดเพื่อรับไฮซีซั่นเมืองพัทยา

นายธีรพงศ์ ชิดหรดี เจ้าของร้าน 97 Kitchen เผยว่า เป็นการปรับแผนการดำเนินการการให้บริการเพื่อเตรียมความพร้อมและปรับตัวให้เจ้ากับไฮซีซั่นเมืองพัทยา ด้วยการเปิดเมนูแซนด์วิชย่างเป็นอาหารเช้าตั้งแต่ 06.00-10.00 น.จนกว่าของจะหมด โดยทำสดใหม่จากถาดย่างร้อนๆ ด้วยกลิ่นแป้งขนมปังและไส้หลากรสที่หอมกรุ่น อิ่มสบายในมื้อเช้า ด้วยราคาสบายกระเป๋าชิ้นละ 15 บาท

สำหรับแซนด์วิชย่างของทางร้าน 97 Kitchen เป็นการคิดสูตรที่ต้องการให้ผู้บริโภครับประทานอาหารเช้าที่รวดเร็วและอิ่มอร่อย โดยแซนด์วิชย่างจะมีทั้งหมด 10 รสชาติ คือ เนื้อ, ไข่ดาว, ไก่หยองพริกเผา, ปูอัด, ผักโขม, แฮมชีส, ทูน่า, สลัดไข่ต้ม, นูเทลล่า และแยมสตรอว์เบอร์รี และจะมีเพิ่มข้าวโพด, เนยนม, ไมโลและ พิซซ่า และจะมีอาหารกล่องเมนูคลีนเพิ่มในเร็วๆ นี้อีกด้วย

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / จัดการประชุมหารือการขับเคลื่อนสุโขทัยเป็นต้นแบบการบริหารจัดการพื้นที่มรดกโลกเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

วันศุกร์ที่ ๒๕ กันยายน ๒๕๖๙ นายศิริปกรณ์ เชี่ยวสมุทร ผู้อำนวยการ อพท. และนายสุรกิจ ลิ้มสิทธิกุล รองผู้อำนวยการ อพท.(บริหาร) จัดการประชุมหารือการขับเคลื่อนสุโขทัยเป็นต้นแบบการบริหารจัดการพื้นที่มรดกโลกเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน พร้อมด้วย พันเอก นาวิน ปรีชาพณิชยกุล

ผจก.อพท.สุโขทัย นายศราวุธ กลันทะกะสุวรรณ รอง ผจก.อพท.สุโขทัย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมฯ โดยมี นายไชยา บุญเกิด นายกเทศมนตรีเมืองศรีสัชนาลัย ให้การต้อนรับฯ วัตถุประสงค์เพื่อบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์ รับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะจากพื้นที่

ให้เกิดความสมดุลระหว่างการอนุรักษ์คุณค่ามรดกทางวัฒนธรรม การพัฒนาเศรษฐกิจการท่องเที่ยว และการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ ในโอกาสนี้ที่ประชุมได้หารือประเด็นสำคัญเกี่ยวกับการบริหารจัดการพื้นที่ และการแก้ไขปัญหาการใช้ประโยชน์ในที่ดินของประชาชนที่ได้รับผลกระทบ เพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนได้อย่างเหมาะสม ภายใต้กรอบกฎหมายและหลักการบริหารจัดการพื้นที่มรดกโลก ณ เทศบาลเมืองศรีสัชนาลัย

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / ผกก.ตชด.14 รับรางวัลเกียรติยศ “คนภักดิ์มั่น ขวัญประจวบ” ประจำปี 2569 เชิดชูคุณงามความดี จากผู้ว่าฯ ประจวบฯ

จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ — เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 ณ ห้องพิธีการ ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลอันทรงเกียรติ “คนภักดิ์มั่น ขวัญประจวบ” ประจำปี 2569 โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ ตัวแทนจากภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ร่วมพร้อมเพรียงกันแสดงความยินดีอย่างอบอุ่น

ในครั้งนี้ พันตำรวจเอกอัคราวัส สีห์ธนบุญอุบล ผู้กำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 14 (ผกก.ตชด.14) ได้รับคัดเลือกเป็นผู้สมควรได้รับรางวัลอันทรงคุณค่านี้ เพื่อสดุดีเกียรติคุณ ความเสียสละ และการทุ่มเทแรงกายแรงใจ ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความมุ่งมั่น ตลอดจนอุทิศตนทำคุณประโยชน์แก่จังหวัดและประชาชนอย่างต่อเนื่องและเป็นที่ประจักษ์

รางวัล “คนภักดิ์มั่น ขวัญประจวบ” จัดสรรขึ้นเพื่อเชิดชูเกียรติ บุคคล และองค์กรที่มีจิตอาสา มีความมุ่งมั่นเสียสละ และมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาจังหวัดในทุกมิติ ทั้งด้านการท่องเที่ยว การเกษตรและอุตสาหกรรม การพัฒนาพื้นที่ด่านสิงขร การบริหารจัดการน้ำ การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของจังหวัด อาทิ Next Move Prachuap Wellness Economy, 10 ห้องเรียน และ PKN Wellness ให้บรรลุผลสำเร็จเป็นรูปธรรม

นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้กล่าวคำชื่นชมอย่างสูงสุด แหละแสดงความยินดีอย่างจริงใจแก่ผู้ได้รับรางวัลทุกท่าน พร้อมเน้นย้ำว่า รางวัลอันทรงเกียรตินี้จะเป็นกำลังใจสำคัญให้ทุกคนร่วมกันสร้างสรรค์ประโยชน์แก่ชุมชน สังคม และประเทศชาติต่อไป อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมการถอดบทเรียนจากการปฏิบัติงานจริง มาประยุกต์ใช้พัฒนาจังหวัดบนพื้นฐานของหลักธรรมาภิบาล และความร่วมมือร่วมใจจากทุกภาคส่วน เพื่อความเจริญก้าวหน้าอย่างมั่นคงและยั่งยืนสืบไป

 ///////////////////

ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / เปิดปฏิบัติการพิทักษ์คีรีขันธ์ สนธิกำลังสกัดสินค้าเถื่อน ยึดของกลางทะลุ 37 ล้านบาท

จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ความทุ่มเทเสียสละของเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ปรากฏผลเป็นรูปธรรมอย่างชัดเจน เมื่อกรมศุลกากร ร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงและภาคีเครือข่าย เปิดปฏิบัติการเชิงรุกปราบปรามสินค้าผิดกฎหมาย ตามนโยบายเร่งด่วนของกระทรวงการคลัง ภายใต้การอำนวยการของ ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และนายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร รวมถึงนายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์โดยมอบหมายให้นายฐิติพงศ์ คำผุย นายด่านศุลกากรประจวบคีรีขันธ์ นำทีมขับเคลื่อนการปราบปรามอย่างเข้มข้น ความสำเร็จครั้งนี้เกิดจากการบูรณาการร่วมกันอย่างไร้รอยต่อของทุกภาคส่วน นำโดย กรมสอบสวนคดีพิเศษเขต 7, สรรพสามิตพื้นที่ประจวบคีรีขันธ์,

กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 14, หน่วยเฉพาะกิจจงอางศึก, ป้องกันจังหวัดประจวบคีรีขันธ์, ด่านกักกันสัตว์ประจวบคีรีขันธ์ ร่วมกับหน่วยงานประมง, พืช, สัตว์ป่า และสถานีตำรวจในพื้นที่ เปิด “ปฏิบัติการพิทักษ์คีรีขันธ์” ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2569 เพื่อปิดประตูสกัดกั้นการลำเลียงสินค้าหนีภาษีจากภาคใต้เข้าสู่ภายในประเทศล่าสุด เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569 ทีมปฏิบัติการตั้งจุดตรวจสกัดบนถนนเพชรเกษม บริเวณด่านตรวจห้วยยาง อำเภอทับสะแก สามารถตรวจยึดสินค้าลักลอบหนีภาษีล็อตใหญ่ มูลค่ารวมค่าภาษีอากรสูงถึง 10.67 ล้านบาท ภายในวันเดียว ประกอบด้วยบุหรี่ต่างประเทศ 4,703 แท่ง พร้อมสุรา, น้ำอัดลม และชาต่างประเทศ

ตลอดระยะเวลา 23 วันแห่งความมุ่งมั่น (1–23 กันยายน 2569) ชุดปฏิบัติการร่วมตรวจสอบพัสดุเป้าหมาย 453 หีบห่อ จับกุมดำเนินคดี 15 คดี ยึดของกลางผิดกฎหมายจำนวนมหาศาล โดยเฉพาะบุหรี่ต่างประเทศหนีภาษีกว่า 16,082 แท่ง รวมถึงบุหรี่ไฟฟ้า, กระเป๋า, ยาสมุนไพร, น้ำหอม และสินค้าอื่นๆ มูลค่ารวมทั้งหมด 37,216,132.60 บาท ของกลางทั้งหมดถูกนำส่งดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดนายฐิติพงศ์ คำผุย นายด่านศุลกากรประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า ขบวนการค้าของเถื่อนปรับยุทธวิธีใช้ระบบพัสดุเอกชนกระจายสินค้าแบบกองทัพมด แต่ด้วยความร่วมมือทุกฝ่าย

จึงสามารถเท่าทันและปิดกั้นเส้นทางได้ทันท่วงที การปฏิบัติงานครั้งนี้ไม่เพียงแต่นำภาษีกลับคืนสู่รัฐ แต่ยังปกป้องสุขภาพประชาชนจากสินค้าอันตราย คุ้มครองผู้ประกอบการสุจริต และตัดวงจรเงินใต้ดินที่อาจหล่อเลี้ยงอาชญากรรมหลังจากนี้ กรมสอบสวนคดีพิเศษจะขยายผลสืบสวนเพื่อดำเนินคดีถึงที่สุด ขณะที่กองกำลังร่วมจะยังคงปักหลักเพิ่มความเข้มงวดเฝ้าระวังจุดเสี่ยงทุกเส้นทาง เพื่อเป็นปราการด่านสำคัญปกป้องความมั่นคงและปลอดภัยของคนไทยต่อไป

 /////////////////

ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จะ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ มท.3 ลุยสระแก้ว! ติดตามสถานการณ์อุทกภัย กำชับวางแผนฟื้นฟูหลังน้ำลด พร้อมเร่งแก้ปัญหาน้ำประปา

วันนี้ (28 ก.ย. 69) นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.3) พร้อมคณะ ลงพื้นที่จังหวัดสระแก้ว เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัยและรับทราบปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน โดยเดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์จากจังหวัดปราจีนบุรี มาลง ณ กรมทหารราบที่ 12 รักษาพระองค์ ตำบลท่าเกษม มี นายปริญญา โพธิสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว พร้อมหัวหน้าส่วนราชการให้การต้อนรับ และร่วมรับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่

ในการนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยได้เน้นย้ำให้จังหวัดเตรียมแผน ฟื้นฟูพื้นที่หลังสถานการณ์น้ำลด โดยให้หน่วยงานในพื้นที่กำหนดจุดสำหรับรวบรวมและกำจัดเศษวัสดุ ขยะ รวมถึงสิ่งของที่ได้รับความเสียหายหรือปนเปื้อนจากน้ำท่วม พร้อมประสานกำลังและเตรียมเครื่องมือ รถบรรทุก และอุปกรณ์จากหน่วยงานภาครัฐ เพื่อเร่งขนย้ายและฟื้นฟูพื้นที่ให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว

นอกจากนี้ ยังได้กำชับให้เตรียมแผนด้าน ระบบประปาและการจัดหาน้ำสะอาด รองรับประชาชนในช่วงเกิดภัยพิบัติและภายหลังน้ำลด โดยให้เตรียมรถบรรทุกน้ำสะอาดสำหรับสนับสนุนการอุปโภคบริโภค รวมถึงให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลศูนย์อพยพและวางแผนฟื้นฟูพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

ด้าน นายปริญญา โพธิสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว ได้รายงานปัญหาน้ำประปา ซึ่งเป็นหนึ่งในปัญหาสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนในช่วงสถานการณ์อุทกภัย โดยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยได้กำชับให้การประปาประสานแก้ไขปัญหา หากมีข้อขัดข้องสามารถแจ้งเพื่อประสานการช่วยเหลือได้ พร้อมแนะนำให้พิจารณาจัดหารถบรรทุกน้ำจากภาคเอกชนมาเสริม เพื่อให้สามารถกระจายน้ำได้อย่างทั่วถึง

ขณะเดียวกัน ได้มอบแนวทางให้ ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 12 สามารถประสานและนำเครื่องจักรของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยมาใช้สนับสนุนภารกิจบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนได้ตามความจำเป็น โดยเฉพาะภารกิจด้านการผลิตและจัดหาน้ำสำหรับประชาชน

ทั้งนี้ นายเจเศรษฐ์ได้กล่าวขอบคุณหน่วยงานในพื้นที่จังหวัดสระแก้วที่ร่วมกันปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง พร้อมระบุว่า จากการติดตามสถานการณ์ ยังไม่พบข้อร้องเรียนจากประชาชนในกรณีแจ้งความเดือดร้อนแล้วไม่ได้รับการช่วยเหลือ และขอให้ทุกหน่วยงานยังคงดูแลประชาชนอย่างใกล้ชิด ทั้งในช่วงสถานการณ์น้ำท่วมและระยะฟื้นฟูหลังน้ำลด.

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/บุกทลายบ้านพักซากสัตว์ป่า! รวบคาบ้าน 13 รายการ ของกลางอื้อกว่า 100 กิโลกรัม

มุกดาหาร — เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการร่วม กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช บุกเข้าตรวจค้นบ้านพักเป้าหมายในพื้นที่อำเภอเมืองมุกดาหาร หลังสืบทราบว่ามีการซุกซ่อนซากสัตว์ป่าคุ้มครองเพื่อการค้าผิดกฎหมาย ตะลึงพบของกลางซากสัตว์ป่าคุ้มครองหลายชนิดรวม 13 รายการ น้ำหนักรวมนับร้อยกิโลกรัม

การปฏิบัติการครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2569 เวลาประมาณ 14.10 น. โดยการอำนวยการของ นายพลวีร์ บูชาเกียรติ ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวกรองอาชญากรรมสัตว์ป่า (WCC) กรมอุทยานแห่งชาติฯ นำกำลังเจ้าหน้าที่ศูนย์ข่าวกรองฯ สนธิกำลังร่วมกับ ชุดปฏิบัติการพิเศษที่ 1 และ 2 (สำนักสนับสนุนการป้องกันและปราบปรามที่ 2 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ),

เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอเมืองมุกดาหาร และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองมุกดาหารคณะเจ้าหน้าที่ได้นำหมายค้นศาลจังหวัดมุกดาหาร ที่ 302/2569 ลงวันที่ 25 กันยายน 2569 เข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 900 หมู่ 3 บ้านศูนย์ไหม ตำบลศูนย์ไหม อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร ซึ่งเป็นที่พักอาศัยของ นายอำนวย (นามสมมุติ)

จากการตรวจค้นภายในบริเวณบ้านพัก เจ้าหน้าที่พบซากสัตว์ป่าคุ้มครองซุกซ่อนอยู่จำนวนมาก รวม 13 รายการ ประกอบด้วย 1. ซากกระจง 1 ซาก น้ำหนัก 1.34 กิโลกรัม 2. ซากกระรอกหลากสี 54 ซาก น้ำหนัก 7 กิโลกรัม 4. ซากกระรอกดินข้างลาย 1 ซาก น้ำหนัก 0.2 กิโลกรัม 4. หัวเลียงผา 1 หัว น้ำหนัก 1.5 กิโลกรัม 5.

ซากกระบิน (กระจ้อน) 61 ซาก น้ำหนัก 4 กิโลกรัม 6. หัวเก้ง 3 หัว น้ำหนักรวม 3.1 กิโลกรัม 7. ซากอีเห็น 2 ซาก น้ำหนัก 5.2 กิโลกรัม 8. ซากพญากระรอกบิน 2 ซาก น้ำหนัก 1.8 กิโลกรัม 9. ชิ้นส่วนเม่น 4 ชิ้น น้ำหนัก 74.4 กิโลกรัม 10. ซากเม่น 13 ซาก น้ำหนัก ๑๔ กิโลกรัม 11. กระเพาะเม่น 5 ชิ้น น้ำหนัก 0.5 กิโลกรัม

เจ้าหน้าที่ได้ทำการจับกุมตัวนายอำนวย (นามสมมุติ) และ นส.อริศรา (นามสมมุติ) พร้อมยึดของกลางทั้งหมดไว้ดำเนินคดีตามกฎหมาย ทั้งนี้ การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ทุกขั้นตอนเป็นไปตามอำนาจหน้าที่โดยเคร่งครัด

พร้อมทั้งปฏิบัติตาม พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้สูญหาย พ.ศ. ๒๕๖๕ (มาตรา ๒๒) อย่างถูกต้อง มีการบันทึกภาพและวิดีโอขณะจับกุม ทำบันทึกการตรวจยึดอ่านให้ผู้ถูกจับฟังและตรวจเช็กด้วยตนเอง ก่อนมอบสำเนาบันทึกการจับกุมให้แก่ผู้ต้องหา

เบื้องต้น นายกิตติชัย คะอังกุ พร้อมคณะเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร เพื่อดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. ๒๕๖๒ และขยายผลหาที่มาของซากสัตว์ป่าทั้งหมดต่อไป

ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ กิจกรรมเคารพธงชาติและร้องเพลงชาติไทย เนื่องในวันพระราชทานธงชาติไทยประจำปี 2569

วันที่ 28 กันยายน 2569 เวลา 08.00 น.นางสาวนงลักษณ์ อยู่พุ่ม นายอำเภอท่าหลวง พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารสถานศึกษา

ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล สารวัตรกำนัน และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมเคารพธงชาติและร้องเพลงชาติไทย ณ บริเวณหน้าอาคารที่ว่าการอำเภอท่าหลวง จังหวัดลพบุรี

กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ พร้อมทั้งสร้างความภาคภูมิใจในเอกราชและความเสียสละของบรรพบุรุษ

ไทย ตลอดจนเป็นการเสริมสร้างความรู้ความสามัคคีและความพร้อมเพรียงของข้าราชการและ ผู้นำท้องที่ในการร่วมใจกันปฏิบัติหน้าที่เพื่อประชาชน

สนอง แท่นสูงเนิน
ผอ.ศูนย์ข่าวฯ ประจำจังหสัดลพบุรี

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/สภ.โคกสำโรง ภ.จว ลพบุรี ลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนที่ ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ฝนตกหนักในพื้นฯ

วันที่ 27 ก.ย. พ.ศ.2569ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.จาตุรนต์ อนุรักษ์บัณฑิต ผกก.สภ.โคกสำโรงพ.ต.ท. พุฒิพงศ์ พุฒฤทธิ์ รอง ผกก.ป.สภ.โคกสำโรง นำโดย พ.ต.ท.องอาจ เนียมศรีเพชร สวป.สภ.โคกสำโรง

พร้อมชุดจิตอาสา ร้อยเวร 20 สายตรวจรถยนต์ สายตรวจรถจักรยานยนต์ และสายตรวจจราจรโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจลงพื้นที่ด้วยความห่วงใยและความตั้งใจ เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยอันเกิดจากฝนตกหนัก

ในพื้นที่ตำบลโคกสำโรง อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี โดยแจกจ่ายน้ำดื่ม อำนวยความสะดวก และนำความช่วยเหลือไปส่งถึงบ้านพักอาศัย พร้อมดูแลประชาชนอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ทุกคนผ่านพ้นสถานการณ์นี้ไปได้อย่างปลอดภัย

สำหรับพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขังในระดับสูง เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบและดูแลทรัพย์สินและสิ่งของเครื่องใช้ของประชาชน เพื่อช่วยลดความเสียหายจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น รวมทั้งเฝ้าระวังความปลอดภัยในจุดเสี่ยงและเส้นทางที่สัญจรเข้าออกได้ยาก โดย

พร้อมให้คำแนะนำและความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ เพื่อให้ประชาชนเกิดความมั่นใจและอุ่นใจว่าเจ้าหน้าที่จะอยู่เคียงข้างและดูแลทุกคนอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงสถานการณ์วิกฤต
ทั้งนี้ การปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวได้รับรอยยิ้ม คำขอบคุณ และกำลังใจจากประชาชนในพื้นที่

ซึ่งเป็นพลังใจสำคัญแก่เจ้าหน้าที่ และสะท้อนถึงความห่วงใย ความมุ่งมั่น และความตั้งใจของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการดูแลและช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มกำลัง เพื่อให้ทุกคนปลอดภัยและก้าวผ่านสถานการณ์นี้ไปด้วยกัน เหตุการณ์ทั่วไปปกติ

สนอง แท่นสูงเนิน
ผอ.ศูนย์ข่าวฯ ประจำจังหวัดลพบุรี

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / จัดกิจกรรมเนื่องใน “วันพระราชทานธงชาติไทย” 28 กันยายน รวมพลังแห่งความภาคภูมิใจและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ

​วันที่ 28 กันยายน 2569 เวลา 08.00 น. ณ บริเวณหน้าเสาธง ศาลากลางจังหวัดสิงห์บุรี นายวราดิศร อ่อนนุช ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี เป็นประธาน

ในกิจกรรมเนื่องในวันพระราชทานธงชาติไทย (Thai National Flag Day) ประจำปี 2569 เพื่อเป็นการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 และกระตุ้นเตือนให้เกิดความภาคภูมิใจในความเป็นเอกราชของชาติไทย

​ในการนี้ มีนางสาววีรวรรณ จันทนเสวี และนายสหชัย แจ่มประสิทธิ์สกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ และพนักงานลูกจ้าง เข้าร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียง

โดยผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรีได้นำคณะผู้เข้าร่วมพิธี ร่วมกันยืนตรงเคารพธงชาติและร้องเพลงชาติไทยดังกึกก้อง เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี ความรักสามัคคี และความเคารพต่อสัญลักษณ์สูงสุดอันเป็นตัวแทนของชาติ

สำหรับ “วันพระราชทานธงชาติไทย” ตรงกับวันที่ 28 กันยายน ของทุกปีสืบเนื่องจากคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 20 กันยายน 2559 กำหนดให้เป็นวันสำคัญของชาติ (โดยไม่ถือเป็นวันหยุดราชการ) ซึ่งเริ่มจัดกิจกรรมรณรงค์มาตั้งแต่ปี 2560 เป็นต้นมา

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ทุกภาคส่วนร่วมกันชักและประดับธงชาติไทย อาคารสถานที่ และบ้านเรือน เพื่อสร้างความตระหนักรู้ถึงความสำคัญของธงชาติ ตลอดจนน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ทรงพระราชทาน “ธงไตรรงค์” ให้เป็นธงชาติไทยอันสง่างามมาจนถึงปัจจุบัน

​ธงชาติไทย ไม่เพียงแต่เป็นสัญลักษณ์แห่งความเป็นชาติ แต่ยังเป็นสิ่งที่ร้อยรัดดวงใจของคนไทยทั้งประเทศให้เป็นหนึ่งเดียว กิจกรรมในเช้าวันนี้จึงเป็นการตอกย้ำให้เห็นถึงพลังแห่งความรักชาติและความภาคภูมิใจของพี่น้องชาวจังหวัดสิงห์บุรีทุกคน

ภาพข่าว/ บุญเลิศ ผลอุดม หัวหน้าสื่อมวลชนจังหวัดสิงห์บุรี รายงาน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / ผู้ว่าฯจ.นครปฐม สั่งการ นายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรีลงพื้นที่ สถานการณ์น้ำท่วมขัง และขนย้ายผู้ป่วยติดเตียง

วันจันทร์ที่ 28 กันยายน 2569 เวลาประมาณ 14.00 น.
ภายใต้การอำนวยการของ นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม

โดยนายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี พร้อมด้วย ผศ.ดร.วิรัตน์ ปิ่นแก้ว อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม นายเกรียงศักดิ์ รื่นนุสาร ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง

พร้อมด้วยสมาชิก อส. ร้อย อส. อ.นครชัยศรี ที่ 4 กำนันตำบลบางระกำ กำนันตำบลโคกพระเจดีย์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าพระยา และรองนายกองค์การบริการส่วนตำบล

บางระกำ ลงพื้นที่ ติดตาม สถานการณ์น้ำท่วมขังบริเวณมูลนิธิโพธิสัตว์เมตตาธรรม หมู่ที่ 1 ตำบลบางระกำ อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม ซึ่งได้รับผลกระทบน้ำท่วมขังจากฝนตกหนัก

ปัจจุบันอำเภอนครชัยศรีร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลบางระกำบูรณาการร่วมกัน ดำเนินการติดตั้งเครื่องสูบน้ำระบายน้ำในบริเวณพื้นที่ดังกล่าว ระดับน้ำได้ลดจำนวนลงใกล้เข้าสู่ภาวะปกติแล้ว

ในส่วนของต้นไม้ที่โค่นล้มริมถนน ได้ประสานให้องค์การบริหารส่วนตำบลท่าพระยา ดำเนินการแก้ไข เพื่อป้องกันผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ เรียบร้อยแล้ว
รวมทั้ง

ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำ จากบึงกลุ่มบึงบางช้าง ที่บริเวณประตูน้ำบางระกำ ซึ่งขณะนี้มีการระบายน้ำค่อนข้างร้อยเปอร์เซ็นต์ บรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชนได้เป็นอย่างมาก
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าวนครปฐม

นายอำเภอนครชัยศรี ลงพื้นที่ เคลื่อนย้ายผู้ป่วยติดเตียง โดยได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่สาธารณสุขอำเภอนครชัยศรี ขนย้ายผู้ป่วยติดเตียง

วันจันทร์ที่ 28 กันยายน 2569 ภายใต้การอำนวยการของ นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม โดยนายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี พร้อมด้วย นายเกรียงศักดิ์ รื่นนุสาร ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง

พร้อมด้วยสมาชิก อส. ร้อย อส. อ.นครชัยศรี ที่ ๔ และกำนันตำบลวัดแค เจ้าหน้าที่ รพ.สต.วัดแค ลงพื้นที่ เคลื่อนย้ายผู้ป่วยติดเตียง โดยได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่สาธารณสุขอำเภอนครชัยศรี ขนย้ายผู้ป่วยติดเตียง เพศชาย อายุ ๘๒ ปี เนื่องจากบ้านเรือนได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมที่มีระดับปริมาณน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น ไปยัง รพ.สต.วัดแค

นายอำเภอนครชัยศรี พร้อมด้วยหน่วยงานดังกล่าวได้ดำเนินการขนย้ายผู้ป่วยไปยัง รพ.สต.วัดแค เรียบร้อยแล้ว โดยได้จัดให้มีเจ้าหน้าของสาธารณสุขคอยดูแลอย่างใกล้ชิดการขนย้ายผู้ป่วยดังกล่าว อำเภอนครชัยศรี ได้ใช้รถยนต์ตรวจการที่ได้รับ

การสนับสนุนกองอาสารักษาดิน กรมการปกครอง เมื่อวันที่ ๒ กันยายน ๒๕๖๙ นี้ เพื่อใช้ในการบำบัดทุกข์ บำรุงสุข ประชาชนในพื้นที่ ซึ่งครั้งนี้ได้ดำเนินการอย่างดีเยี่ยมและมีประสิทธิภาพ
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / บึงกาฬเปิดอาคารที่ทำการหน่วยตำรวจสันติบาลแห่งใหม่ เสริมความพร้อมปฏิบัติภารกิจในพื้นที่

บึงกาฬ – หน่วยตำรวจสันติบาลจังหวัดบึงกาฬ จัดพิธีทำบุญและเปิดอาคารที่ทำการแห่งใหม่ ภายในศูนย์ราชการจังหวัดบึงกาฬ โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานในพิธี พร้อมผู้บังคับบัญชา ข้าราชการตำรวจจากหน่วยตำรวจสันติบาลในพื้นที่ภาคอีสาน และแขกผู้มีเกียรติร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง

วันนี้ (28 กันยายน 2569) เวลา 09.30 น. ที่อาคารที่ทำการหน่วยตำรวจสันติบาลจังหวัดบึงกาฬ ภายในศูนย์ราชการจังหวัดบึงกาฬ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ นายสมหวัง อารีย์เอื้อ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานในพิธีทำบุญและเปิดอาคารที่ทำการหน่วยตำรวจสันติบาลจังหวัดบึงกาฬแห่งใหม่ โดยมี พ.ต.อ.ชัชวาลย์ หมั่นนอก อดีต ผกก.2 บก.ส.1 ร่วมพิธี

ในส่วนของกองบังคับการตำรวจสันติบาล 1 พ.ต.อ.ธวัชชัย สายกระสุน ผกก.2 บก.ส.1 มอบหมายให้ พ.ต.ท.กฤษฎิ์ แก้วมีศรี รอง ผกก.2 บก.ส.1 พร้อมด้วย พ.ต.ท.พิพัฒน์ เจริญเดชธนกิจ สว.กก.2 บก.ส.1 และหัวหน้าหน่วยตำรวจสันติบาลจังหวัดบึงกาฬ ร่วมพิธี พร้อมด้วยหัวหน้าหน่วยตำรวจสันติบาลจังหวัดนครพนม อุดรธานี หนองคาย และสกลนคร ตลอดจนข้าราชการตำรวจ เจ้าหน้าที่ และแขกผู้มีเกียรติ เข้าร่วมพิธี

เวลา 09.39 น. ประธานในพิธีจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย จากนั้นพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ ก่อนที่ประธานในพิธี คณะผู้บังคับบัญชา และผู้เข้าร่วมพิธี ร่วมถวายภัตตาหารและเครื่องไทยธรรมแด่พระภิกษุสงฆ์ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่สถานที่และผู้ปฏิบัติหน้าที่

จากนั้น ประธานสงฆ์ประกอบพิธีเจิมป้ายอาคารที่ทำการแห่งใหม่ พระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถา ขณะที่ประธานในพิธีและผู้เข้าร่วมพิธีร่วมกรวดน้ำรับพร ถือเป็นการประกอบพิธีตามประเพณีและหลักพระพุทธศาสนา เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ข้าราชการตำรวจ เจ้าหน้าที่ และสถานที่ปฏิบัติราชการแห่งใหม่

ต่อมา เวลา 10.49 น. นายสมหวัง อารีย์เอื้อ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ ประธานในพิธี พร้อมด้วยผู้บังคับบัญชาตำรวจ ข้าราชการตำรวจ เจ้าหน้าที่ และแขกผู้มีเกียรติ ร่วมประกอบพิธีเปิดป้ายอาคารที่ทำการหน่วยตำรวจสันติบาลจังหวัดบึงกาฬอย่างเป็นทางการ ก่อนร่วมถ่ายภาพเป็นที่ระลึก และรับประทานอาหารกลางวันร่วมกัน

สำหรับอาคารที่ทำการหน่วยตำรวจสันติบาลจังหวัดบึงกาฬแห่งใหม่ ดำเนินการจัดสร้างโดยกองบังคับการตำรวจสันติบาล 1 กองบัญชาการตำรวจสันติบาล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตั้งอยู่ภายในศูนย์ราชการจังหวัดบึงกาฬ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ โดยใช้งบประมาณในการก่อสร้างจำนวน 2,999,500 บาท เพื่อรองรับการปฏิบัติภารกิจของตำรวจสันติบาลในพื้นที่

การเปิดอาคารที่ทำการแห่งใหม่ครั้งนี้ นับเป็นการพัฒนาสถานที่และสภาพแวดล้อมในการปฏิบัติงานของหน่วยตำรวจสันติบาลจังหวัดบึงกาฬ ให้มีความพร้อมและเหมาะสมต่อภารกิจ ตลอดจนสนับสนุนการประสานงานระหว่างหน่วยงาน และการปฏิบัติราชการในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล/บึงกาฬ 0961464326

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / พิธีฌาปนกิจศพคุณพ่อหลั่ง ศิลาคำ โดยนายวิศรุต ปู่เพ็ง สส.ขอนแก่น เป็นประธาน ณ.เมรุวัดประสิทธิ์ไพศาล อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น

15:50 จ่ากบ เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2569 เวลาประมาณ 15.45 น.นายวิศรุต ปู่เพ็ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตเลือกตั้งที่ 6 จังหวัดขอนแก่น ให้เกียรติเป็นประธานพิธีฌาปนกิจศพคุณพ่อหลั่ง ศิลาคำ ซึ่งเสียชีวิตด้วยโรคชรา

มี พ.ต.อ.รัฐพล-คุณศิริญญา เหลาพรม บุตรเขย-บุตรสาวพร้อคณะญาติให้การต้อนรับโดยมีแขกร่วมพิธีนายไพศาล วงษ์ซีซะสกุล นายอำเภอสีชมพู นายเสกสิทธิ์ สัธนะกุล นายกฯเทศมนตรีเมืองชุมแพพร้อมคณะ นายชัยยา เรืองเจริญ นายกฯเทศมนตรีเทศบาลตำบลภูผาม่าน

พร้อมคณะประธาน กต.ตร.ชุมแพพร้อมคณะ คหบดีเมืองชุมแพ ข้าราชการตำรวจภูธรชุมแพ คณะญาติจากอำเภอหล่มเก่า เพชรบูรณ์ คณะญาติจากตำบลนาฝาย อำเภอภูผาม่าน ร่วมกันประกอบพิธีส่งดวงวิญญาณคุณพ่อหลั่ง ศิลาคำ ขอให้ดวงวิญญาณจงไปสู่สุขติด้วยเทอญ
จ่ากบ ภาพ/ข่าว จ่ากบ ชุมแพ

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ 🇹🇭 มุกดาหารจัดพิธีวันพระราชทานธงชาติไทย ตำรวจพร้อมใจน้อมรำลึกความสำคัญ “ธงไตรรงค์”

มุกดาหาร – เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2569 เวลา 08.30 น. ที่บริเวณลานหน้าเสาธง อาคารตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร พล.ต.ต.ไพโรจน์ ไทยพุทรา ผบก.ภ.จว.มุกดาหาร พร้อมด้วยรองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร และข้าราชการตำรวจใน

สังกัด ร่วมกิจกรรมเนื่องใน วันพระราชทานธงชาติไทย
กิจกรรมจัดขึ้นเพื่อร่วมแสดงออกถึงความภาคภูมิใจใน ธงไตรรงค์ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์สำคัญของชาติไทย

และสะท้อนถึงความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของประชาชนชาวไทยข้าราชการตำรวจพร้อมใจกันเข้าร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียง ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความสามัคคีและความภาคภูมิใจในความเป็นชาติไทย

สำหรับวันที่ 28 กันยายนของทุกปี กำหนดให้เป็น วันพระราชทานธงชาติไทย (Thai National Flag Day) เพื่อเป็นวันสำคัญในการรำลึกถึงความเป็นมาของธงชาติไทย

ส่งเสริมให้ประชาชนเกิดความรักชาติ ความภาคภูมิใจในชาติ และตระหนักถึงคุณค่าของสัญลักษณ์ประจำชาติ รวมถึงร่วมกันเชิดชูสัญลักษณ์อันเป็นเครื่องหมายแห่งความเป็นชาติไทย

เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน
#มุกดาหาร #ตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร #วันพระราชทานธงชาติไทย #ธงไตรรงค์ #28กันยายน2569 #ข่าวมุกดาหาร

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ “MUKDAHAN RUN 2026” ครั้งที่ 1 วิ่งขมวิวริมฝั่งโขง กระตุ้นท่องเที่ยวเชิงกีฬา นักวิ่งไทย-ลาว ร่วมกิจกรรมกว่า 2,000 คน

​มุกดาหาร – เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2569 ณ ลานริมโขง ตลาดอินโดจีน อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร ได้มีพิธีเปิดกิจกรรมการแข่งขันวิ่ง “MUKDAHAN RUN 2026” ครั้งที่ 1 ในโอกาสวันก่อตั้งจังหวัดมุกดาหาร ครบ 44 ปี

โดยมี นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร และนายบุญส่ง บุญคุ้ม ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เป็นประธานในพิธีเปิดและปล่อยตัวนักกีฬา

​นางสาวเสาวนีย์ คนกล้า ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานนครพนม เปิดเผยว่า การจัดกิจกรรมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬาของจังหวัดมุกดาหาร กระตุ้นให้เกิดการพักค้างคืน นำเสนอประสบการณ์

ท่องเที่ยวที่มีคุณค่าบนพื้นฐานอัตลักษณ์ท้องถิ่น เพิ่มมูลค่าการใช้จ่ายในพื้นที่ และสร้างฐานแฟนคลับให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวซ้ำในอนาคต โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบกิจกรรมกลางแจ้ง (Outdoor Activities)

สำหรับการแข่งขันครั้งนี้จัดขึ้นโดยความร่วมมือของ ททท. ภูมิภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, จังหวัดมุกดาหาร, องค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหาร, เทศบาลเมืองมุกดาหาร และบริษัท เรคเรช สปอร์ต จำกัด ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในพื้นที่ โดยแบ่งการแข่งขันออกเป็น 3 ระยะ

ได้แก่ฮาล์ฟมาราธอน 21 กิโลเมตร มีผู้เข้าร่วม 460 คน
​มินิมาราธอน 10 กิโลเมตร มีผู้เข้าร่วม 840 คนฟันรัน 4 กิโลเมตร มีผู้เข้าร่วม 700 คนรวมมีผู้สมัครเข้าร่วมกิจกรรมทั้งสิ้นมากกว่า 2,000 คน ซึ่งมีทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติเดินทางมาร่วมงานเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะนักวิ่งจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / นายอำเภอเมืองนครปฐม รุดลงพื้นที่เยี่ยมเยียนประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุฝนตกหนัก

วันเสาร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2569 เวลา 16.30 น. นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม/นายกเหล่ากาชาดจังหวัดนครปฐม มอบหมายให้ นางศิริลักษณ์ พึ่งเนียม นางกัญจนา สร้อยอินทรากุล รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดนครปฐม  ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนให้กำลังใจ ผู้ประสบอุทกภัย
โดยเหล่ากาชาดจังหวัดนครปฐม ได้มอบถุงยังชีพ จำนวน 10 ชุด เพื่อช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางในพื้นที่อำเภอเมืองนครปฐม ได้แก่ ตำบลบางแขม จำนวน 8 ราย และตำบลลำพยา จำนวน 2 ราย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและช่วยเหลือประชาชนให้สามารถดำรงชีวิตในเบื้องต้น จากสถานการณ์ฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องในพื้นที่จังหวัดนครปฐม ที่ผ่านมา ทำให้เกิดน้ำท่วมขังบ้านเรือนประชาชน

โอกาส นายโชติพงศ์ เปล่งวิทยา นายอำเภอเมืองนครปฐม ได้ลงพื้นที่ในครั้งนี้ด้วย พร้อมทั้งทักทาย เยี่ยมเยียนให้กำลัง สอบถามถึงสถานการณ์ ตลอดจนผลกระทบที่ประชาชนได้รับ โดยมอบหมายให้

นายธัชกร เกษมโสตร์ ปลัดอำเภอเมืองนครปฐม เป็นผู้ประสาน ฝ่ายปกครอง ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในพื้นที่ตำบลบางแขม ตำบลลำพยา และผู้เกี่ยวข้อง นัดหมายลงพื้นที่ และช่วยเหลือประชาชนในครั้งนี้
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/“ศึกนาแกซุปเปอร์ไฟท์” เปิดสังเวียนมวยการกุศล ระดมทุนสร้างบ้านพักสารวัตรใหญ่ สภ.นาแก หลังใหม่

นครพนม – เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 เวลา 20.00 น. ณ สนามมวยชั่วคราวบริเวณหน้าสถานีตำรวจภูธรอำเภอนาแก จังหวัดนครพนม จัดการแข่งขันมวยไทยการกุศล “ศึกนาแกซุปเปอร์ไฟท์” โดยมี พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ เตมียเวส พร้อมคณะ เป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขัน

การแข่งขันครั้งนี้จัดขึ้นโดย ไชยา วาริช โปรโมเตอร์มวยสมัครเล่นการกุศล มีวัตถุประสงค์เพื่อระดมทุนสำหรับ ปรับปรุงซ่อมแซมบ้านพักสารวัตรใหญ่ในตำนาน”วีรบุรุษนาแก ”

เพื่ออนุรักษ์แหล่งประวัติศาสตร์และกระตุ้นเศรษฐกิจ บ้านพักสารวัตรใหญ่ ในตำนานของพลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ เตมียเวส บรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนและผู้สนใจเข้าร่วมชมการแข่งขันจำนวนมาก

โดยก่อนการแข่งขัน นักมวยได้เข้าสู่พิธีตามขนบธรรมเนียมของมวยไทย ทั้งการไหว้ครูและรับพรเพื่อความเป็นสิริมงคล ขณะที่คณะผู้จัดและผู้สนับสนุนได้ร่วมให้กำลังใจนักมวยอย่างใกล้ชิด

นอกจากความสนุกสนานจากการแข่งขันมวยไทยแล้ว งานดังกล่าวยังสะท้อนถึงความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนในพื้นที่ ในการร่วมกันสนับสนุนกิจกรรมเพื่อสาธารณประโยชน์

ทั้งนี้ การจัดงาน “ศึกนาแกซุปเปอร์ไฟท์” การกุศลครั้งนี้ เพื่อวัตถุประสงค์ในเชิงพื้นที่และสังคมเพื่ออนุรักษ์แหล่งประวัติศาสตร์และกระตุ้นเศรษฐกิจบ้านพักสารวัตรใหญ่นาแกในตำนานของพลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์เตมียเวส

โดยมีเป้าหมายปรับปรุงภูมิทัศน์ให้เป็นอนุสรณ์สถานแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์การสู้รบและตรวจเช็คอินท่องเที่ยวของอำเภอนาแกจังหวัดนครพนมเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนต่อไป

ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / นายอำเภอดอนตูม เป็นประธานพิธีสวดพระพุทธมนต์และเจริญจิตตภาวนาอุทิศถวายพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และอุทิศถวายพระกุศลแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ วัดสามง่าม (อรัญญิการาม) ตำบลสามง่าม อำเภอดอนตูม จังหวัดนครปฐม

วันศุกร์ที่ 25 กันยายน 2569 เวลา 17.00 น. นายจักรกฤษณ์ ไขว้พันธุ์ นายอำเภอดอนตูม เป็นประธานพิธีสวดพระพุทธมนต์และเจริญจิตตภาวนาอุทิศถวายพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และอุทิศถวายพระกุศลแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

ณ วัดสามง่าม (อรัญญิการาม) ตำบลสามง่าม อำเภอดอนตูม จังหวัดนครปฐม
โดยมี ปลัดอำเภอ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้านฯลฯ และพสกนิกรทุกหมู่เหล่า เข้าร่วมพิธีด้วยความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / ผู้ว่าฯจ.นครปฐม พร้อมด้วยนายอำเภอนครชัยศรี ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำ ณ ตลาดท่านา และบริเวณ ปตร.บางแก้ว

วันเสาร์ที่ 26 กันยายน ๒๕๖๙) เวลา 01.00 น. นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม พร้อมด้วยนายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี นางสาวสมัชญา เมฆบวร หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครปฐม นายชัยยุทธ หุ่นเจริญ ปลัดอาวุโสอำเภอนครชัยศรี

นายเกรียงศักดิ์ รื่นนุสาร ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง นายขจรเดช นพคุณชัยกิจ นายกเทศมนตรีตำบลนครชัยศรี เจ้าที่ตำรวจ สภ.นครชัยศรี นายนิชฌาน ปัญจกาญจน์มณี ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 1 ตำบลนครชัยศรี และสมาชิก อส. ร้อย อส. อ.นครชัยศรี ที่ 4จำนวน 2 นาย ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำ ณ ตลาดท่านา และบริเวณ ปตร.บางแก้ว เนื่องจากฝนตกหนักต่อ

เนื่องในพื้นที่ ซึ่งอำเภอนครชัยศรีได้รับข้อมูล จาก อปท. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน พบว่ามีน้ำท่วมขังตามพื้นผิวถนน และภายในซอยที่เป็นพื้นที่ต่ำหลายแห่งกระจายเกือบทั่วทุกตำบล รวมถึงบ้านเรือนที่อยู่ริมแม่น้ำและลำคลอง ได้รับผล กระทบจากฝนตกหนักและน้ำในแม่น้ำเอ่อล้น ซึ่งอปท.ในพื้นที่เร่งระบายน้ำ โดยการเดินเครื่องสูบน้ำตาม ปตร.ต่างๆ

ในพื้นที่ รวมทั้งเสริมท่อสูบน้ำพญานาคในบางพื้นที่ และยกบานประตูระบายน้ำเมื่อน้ำในแม่น้ำท่าจีนลดลงต่ำกว่าในคลอง ในการนี้ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐมจะสนับสนุนเครื่องสูบน้ำให้กับทางอำเภอนครชัยศรีเพิ่มเติม อำเภอนครชัยศรี จัดเจ้าหน้าที่ส่วนแตนด์บายในพื้นที่ เพื่อติดตามสถานการณ์ ประสานข้อมูล บูรณาการให้ความช่วยเหลือประชาชนกับทุกภาคส่วน
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

“ น้ำท่วมถนน 3297 ตำรวจดอนตูมลงพื้นที่ เร่งเปิดทางระบายน้ำ!”พ.ต.อ.ยงลิต ศุภผล ผกก.สภ.ดอนตูม พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร ลงพื้นที่ตรวจสอบน้ำท่วมขังบริเวณหน้าโรงเรียนสหบำรุง

วิทยาพร้อมบูรณาการร่วมกับเทศบาลตำบลสามง่าม ลอกร่องน้ำข้างทาง เปิดทางน้ำให้ระบายได้สะดวก เร่งแก้ไขปัญหาและบรรเทาผลกระทบต่อประชาชน ตำรวจดอนตูมพร้อมดูแลประชาชนและร่วมแก้ไขปัญหาน้ำท่วมอย่างเต็มกำลัง
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / จัดมหกรรมยิ่งใหญ่ ผู้ว่าฯ.จ.น่าน เป็นประธานเปิดงาน “NAN CREATIVE EXPO 2026” ครั้งที่ 4 ณ จังหวัดน่าน

เสริมสร้างภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวมาตรฐานสู่การท่องเที่ยวมูลค่าสูง
ที่ลานหน้าศาลากลางจังหวัดน่าน ถนนน่าน-พะเยา ตำบลไชยสถาน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานเปิดงาน “NAN CREATIVE EXPO 2026” บูรณาการ 4 หน่วยงาน/องค์กรจัดมหกรรมยิ่งใหญ่“NAN CREATIVE EXPO 2026” โดยรวมงาน 4 งานเข้าด้วยกันประกอบด้วย “Flow of Lanna Textile มหกรรมแพรพรรณผ้าทอล้านนา กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2” ครั้งที่ 4 ณ จังหวัดน่าน

กิจกรรมจำหน่ายสินค้าธงฟ้าเพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับ ผลกระทบจากภัยพิบัติ โครงการธงฟ้าราคาประหยัด ลดค่าครองชีพประชาชน งานมหกรรมศิลปะการแสดงและดนตรีวิถีน่าน พัฒนา ส่งเสริม แลกเปลี่ยน เรียนรู้ สนับสนุนและต่อยอดองค์ความรู้ทางด้านศิลปะการแสดงและดนตรีพื้นเมืองน่าน และสร้างสรรค์ผลงาน เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว และเครือข่าย OTOP จังหวัด156 กลุ่ม/ราย ร่วมจัดแสดงและจำหน่ายสินค้า OTOP พร้อมมอบรางวัลการประกวดออกแบบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมแฟชั่นล้านนาตะวันออก ซึ่งเป็นผลงานการออกแบบของผู้ผลิต ผู้ประกอบการ ชิงเงินรางวัล รวม 100,000 บาท

โดยสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดน่าน จัดกิจกรรม “Flow of Lanna Textile มหกรรมแพรพรรณผ้าทอล้านนา กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2” ครั้งที่ 4 ณ จังหวัดน่าน ดำเนินงานภายใต้โครงการบูรณาการการท่องเที่ยวของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 กิจกรรมหลัก “Soft Power มรดกวัฒนธรรมผ้าทอล้านนา

ตะวันออกสู่การท่องเที่ยวมูลค่าสูง” กิจกรรมย่อย “มหกรรมแพรพรรณผ้าทอล้านนา ผลิตภัณฑ์ชุมชนสัมพันธ์ 4 จังหวัดภาคเหนือตอนบน 2” เพื่อส่งเสริมและอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมด้านผ้าทอและการแต่งกายล้านนา สร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่าง 4 จังหวัดเชียงราย พะเยา แพร่ และน่าน

ในการพัฒนาและต่อยอดภูมิปัญญาสิ่งทอพื้นเมือง ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและสร้างรายได้ให้แก่ชุมชน ตลอดจนเสริมสร้างภาพลักษณ์การท่องเที่ยวให้มีความเหมาะสมและได้มาตรฐาน ภายในงานมีกิจกรรมหลากหลาย อาทินิทรรศการผลงานการออกแบบผ้าทอแพรพรรณ นิทรรศการเส้นทางท่องเที่ยวแพรพรรณผ้าทอล้านนา แฟชั่นโชว์ผ้าทอล้านนาร่วมสมัย เวิร์กช็อปสร้างสรรค์งานผ้า การจัดแสดงและจำหน่ายผลงานออกแบบผ้าทอล้านนาร่วมสมัย กิจกรรมมินิคอนเสิร์ตจากศิลปิน และการจำหน่ายสินค้านาทีทองพร้อมโปรโมชั่นพิเศษตลอดการจัดงาน เพื่อเชื่อมโยงภูมิปัญญา วัฒนธรรม ผู้ประกอบการ และการท่องเที่ยว ให้เกิดการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจแก่ชุมชนอย่างยั่งยืน

สำนักงานพาณิชจังหวัดน่านจัดกิจกรรมจำหน่ายสินค้าธงฟ้าเพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับ ผลกระทบจากภัยพิบัติ โครงการธงฟ้าราคาประหยัด ลดค่าครองชีพประชาชน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและช่วยลดภาระค่าครองชีพผู้ประสบอุทกภัยจังหวัดน่าน โดยมีสินค้าอุปโภค บริโภคมากหมาย อาทิเช่น น้ำมันพืช ข้าวสาร น้ำตาลทราย บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง ฯลฯ โดยได้รับความร่วมมือจากภาคเอกชน ประกอบด้วย ห้างนราไฮเปอร์มาร์ท

ห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี ร่วมจำหน่าย ด้านสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดน่าน จัดมหกรรมศิลปะการแสดงและดนตรีวิถีน่าน โดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดน่ารจัดขึ้นเพื่อเพื่อพัฒนา ส่งเสริม แลกเปลี่ยน เรียนรู้ สนับสนุนและต่อยอดองค์ความรู้ทางด้านศิลปะการแสดงและดนตรีพื้นเมืองน่าน

และสร้างสรรค์ผลงาน เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว โดยมีกิจกรรมประกอบด้วย การประกวดดนตรีพื้นเมืองน่าน การแสดงดนตรีพื้นเมือง ดนตรีพื้นบ้านร่วมสมัยและการแสดงทางศิลปวัฒนธรรม นิทรรศการองค์ความรู้เกี่ยวกับศิลปะการแสดงและดนตรีพื้นเมืองน่าน และการออกร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์และสินค้าทางวัฒนธรรม

และเครือข่าย OTOP จังหวัดนครราชสีมา โดยการนำของ ประธานเครือข่าย OTOP จังหวัดนครราชสีมา นำผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP จากทุกภูมิภาคทั่วไทย รวม 156 กลุ่ม/ราย ร่วมจัดแสดงและจำหน่ายสินค้า OTOP พบกับสินค้า OTOP คุณภาพจากทุกภูมิภาค เลือกซื้อสินค้าได้อย่างสบายใจ ภายในเต็นท์ติดแอร์ อิ่มอร่อยกับอาหารและของฝากขึ้นชื่อจากทั่วไทย เลือกซื้อเสื้อผ้า เครื่องประดับ และสินค้าหัตถกรรมคุณภาพ ผ้าทอ ของใช้ งานคราฟต์เกรดพรีเมียม อาหารถิ่นรสเด็ด ทั้งผัดหมี่โคราช ขนมไทย และของฝากขึ้นชื่อเหนือ กลาง อีสาน ใต้/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/ร.ต.อ.สถิตย์ ศรีประสม รายงาน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ค่ายจุฬาภรณ์จัดพิธีทำบุญครบรอบ 43 ปี รำลึกวันสถาปนา สืบสานภารกิจนาวิกโยธิน เคียงคู่ประชาชนชายแดนใต้

ค่ายจุฬาภรณ์ ประกอบพิธีทำบุญเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนา ครบรอบปีที่ 43 อย่างยิ่งใหญ่ ย้อนรอยรอยพระบาทและพระราชดำรัสประวัติศาสตร์ เมื่อครั้ง รัชกาลที่ 9 และ รัชกาลที่ 10 เสด็จฯ ทอดพระเนตรการฝึกยึดหัวหาดบ้านทอน พร้อมเดินหน้าจัดพิธีพราหมณ์-พุทธ-อิสลาม หลอมรวมดวงใจกำลังพลและประชาชน เพื่อความเป็นสิริมงคลและอุทิศส่วนกุศลแก่เหล่าผู้วายชนม์

วันนี้ (24 กันยายน 2569) ที่สโมสรร่มเกล้า กรมทหารราบที่ 3 กองพลนาวิกโยธิน ค่ายจุฬาภรณ์ ต.โคกเคียน อ.เมือง จ.นราธิวาส นาวาเอก บัญญัติ วงศ์จำปา ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 3 กองพลนาวิกโยธิน / ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน กองทัพเรือ / ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินภาคใต้ ได้เป็นประธานในพิธีทำบุญเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนาค่ายจุฬาภรณ์ ครบปีที่ 43
พิธีดังกล่าวจัดขึ้นอย่างสมเกียรติ

เพื่อรำลึกถึงความสำคัญ ความเป็นมา ตลอดจนร่วมทำบุญอุทิศส่วนกุศลและแสดงความตระหนักในภารกิจของหน่วยงานที่ได้ดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยเพื่อประชาชนเสมอมา โดยมี พล.ร.ท.สนธยา น้อยฉายา และ พล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร อดีตผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 3 กองพลนาวิกโยธิน พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ กำลังพลในสังกัดค่ายจุฬาภรณ์ และครอบครัว ตลอดจนผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง

ภายในงานได้จัดให้มีพิธีกรรมทางศาสนาและพิธีบวงสรวงอย่างครบถ้วน ทั้งพิธีพุทธ พิธีอิสลาม พิธีบวงสรวงท้าวเวสสุวรรณ พระภูมิ และเจ้าที่กลางแจ้ง การถวายสักการะบูชา “พระพุทธบารมีไพศาลบริบาลประชา” “พระพุทธราชนาวีศรีจุฬาภรณ์” พิธีบวงสรวงบูรพมหากษัตริย์ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช และพิธีถวายสักการะ พลเรือเอก พระวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ เพื่อเสริมความเป็นสิริมงคลและขวัญกำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติงาน สำหรับประวัติความเป็นมาของค่ายจุฬาภรณ์

ย้อนไปเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2512 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (ขณะดำรงพระอิสริยยศ เรือตรีสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าวชิราลงกรณฯ)

ได้เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรการฝึกยกพลขึ้นบกของกองทัพเรือ ณ หาดบ้านทอน ในการฝึก “ทักษิณ 12” โดยทรงประทับยานสะเทินน้ำสะเทินบก LVT หมายเลข 101 เพื่อทอดพระเนตรการฝึกยึดหัวหาดของหน่วยนาวิกโยธิน และทรงมีพระราชดำรัสอันเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญว่า “ทหารนาวิกโยธิน ควรจะมาอยู่ที่นี่”

ต่อมาในวันที่ 24 กันยายน 2526 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร, สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง, สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมด้วย สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี (ขณะทรงดำรงพระอิสริยยศ เรือเอกหญิง) ได้เสด็จพระราชดำเนินทรงกระทำพิธีเปิด “ค่ายจุฬาภรณ์” ณ บ้านทอน ตำบลโคกเคียน อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส อย่างเป็นทางการ

ตลอดระยะเวลา 43 ปีที่ผ่านมา “ค่ายจุฬาภรณ์” ไม่เพียงแต่ทำหน้าที่เป็นที่ตั้งของหน่วยทหารนาวิกโยธินที่เข้มแข็งในการปกป้องอธิปไตยชายแดนใต้เท่านั้น แต่ยังเป็นเสมือนมิ่งขวัญ ศูนย์รวมใจ และที่พึ่งพาอันอบอุ่นของพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดนราธิวาสเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน
////////////////
ข่าว/กรียา เต๊ะตานี/นราธิวาส/0896579170

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /2ครูดนตรีปั้นดินให้เป็นดาว เยาวชนคนเก่งศรีนครคว้าแชมป์ภาคเหนือ.

เมื่อเวลา 10.20น.ของวันที่ 25กย.2569 ผู้สื่อได้รับรายงานข่าวจาก นาย ธานี เกิดศรี อาจารย์ ผู้สอนวิชาดนตรีโรงเรียน ศรีนคร อ.ศรีนคร จ.สุโขทัย ว่า ตนเองมีลูกศิษย์ชื่อน.ส.ขวัญฤทัย วัดสิงห์ โรงเรียนศรีนคร กำลังศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/1 บ้านเลขที่ 21/4 หมู่ 2 ต.น้ำขุม อ.ศรีนคร จ.สุโขทัย อาศัยอยู่กับบิดาและมารดามีบิดาชื่อ

นายบุญชอบ วัดสิงห์ มารดาชื่อน.ส.เข็ม.จิตต์กุศลมีความสามารถในทางวิชาดนตรี ในภาคร้องเพลง และมีพรสวรรค์มาก เสียงร้องไพเราะแก้วเสียงดี พร้อมกับมีความขยันขันแข็งมีความมุางมั่นในการฝึกซ้อมด้วยตนเลยชวนอาจารย์ ภิรมยา เกิดศรี มาช่วยกันสอนในแนวร้องเพลงอักขระ ท่วงทำนองให้เก่งและดีเพิ่มขึ้นจนสามารถส่งเข้าประกวดในรายการใหญ่

ชื่อโครงการเยาวชนสืบสานรักษ์เพลงไทยโดยสำนักงานพระคลังข้างที่ ซีซัน 3ประจำปี 2569ประเภทเพลงไทยลูกกรุง ลูกทุ่ง และเพลงไทยร่วมสมัยและได้ประสบความสำเร็จ สามารถคว้าแชมป์ภาคเหนือ รางวัลชนะเลิศการแข่งขันประกวดร้องเพลงไทยลูกกรุง ระดับภาคเหนือ.ต่อไปก็ในระดับประเทศเพื่อหาที่หนึ่งต่อไป

ซึ่งทั้งนี้ก็ได้ความสนับสนุนจากนาย กฤษณธรรม ถาพันธุ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนศรีนครดังกล่าว.ซึ่งเยาวชนคนเก่งก็จะได้เดินทางเป็นตัวแทนภาคเหนือเข้าร่วมแข่งรอบรองชนะเลิศในวันที่ 10 ตุลาคม 2569 เพื่อคัดเลือกเข้าแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศในระดับประเทศต่อไป. ทั้งนี้จึงขอกำลังใจจากคนอำเภอศรีนคร พร้อมในจังหวัดสุโขทัยเป็นกำลังใจและส่งเสริมเยาวชนคนเก่งคนนี้ให้ไปถึงคว้าแชมป์ระดับประเทศด้วย.
กิตติ พรดวงจันทร์ สุโขท้ย

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / บึงกาฬเปิดเวทีชุมชน ร่วมป้องกันไฟป่า หมอกควัน และ PM2.5 ระดม ภาครัฐ อบต. ผู้นำชุมชน และเครือข่ายเฝ้าระวัง

วันที่ 24 กันยายน 2569 เวลา 11.30 น. ที่ห้องประชุมบีเค แกรนด์ บอลรูม โรงแรมบีเค เพลส บึงกาฬ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ นายสุรพล เจริญภูมิ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานในกิจกรรมจัดเวทีเสวนา “การป้องกันไฟป่า หมอกควัน PM2.5 โดยการมีส่วนร่วมของชุมชน” ภายใต้โครงการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำชุมชน ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เครือข่ายเฝ้าระวังไฟป่า หมอกควัน PM2.5 และผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วม

นายสายชล เหล่าภักดี ผู้อำนวยการส่วนทรัพยากรน้ำ รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดบึงกาฬ กล่าวว่า จังหวัดบึงกาฬให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 เนื่องจากปัญหาดังกล่าวเกี่ยวข้องกับทรัพยากรป่าไม้ ระบบนิเวศ สุขภาพประชาชน และคุณภาพสิ่งแวดล้อม

การดำเนินงานจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน โดยเฉพาะชุมชนซึ่งอยู่ใกล้ชิดกับพื้นที่ป่าและทรัพยากรธรรมชาติ จึงมีบทบาทสำคัญในการเฝ้าระวัง แจ้งเหตุ ป้องกัน และร่วมจัดการปัญหาในพื้นที่ รวมทั้งสนับสนุนการทำงานของหน่วยงานภาครัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

เวทีเสวนาครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสถานการณ์ สาเหตุ และผลกระทบจากไฟป่า หมอกควัน และ PM2.5 พร้อมเปิดพื้นที่ให้ผู้นำชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เครือข่ายเฝ้าระวัง และผู้เกี่ยวข้องได้แลกเปลี่ยนข้อมูลและประสบการณ์ ตลอดจนร่วมเสนอแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหาที่สอดคล้องกับสภาพพื้นที่

สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดบึงกาฬ ระบุว่า การสร้างเครือข่ายความร่วมมือในระดับชุมชนจะเป็นส่วนหนึ่งในการเพิ่มประสิทธิภาพการเฝ้าระวังและป้องกันไฟป่า หมอกควัน และ PM2.5 ขณะที่การดำเนินงานอย่างต่อเนื่องและการประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานกับประชาชน จะช่วยสนับสนุนการดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของจังหวัดในระยะยาว

ทั้งนี้ จังหวัดบึงกาฬมุ่งส่งเสริมให้ชุมชนและเครือข่ายในพื้นที่เข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลทรัพยากรธรรมชาติ พร้อมพัฒนากลไกการเฝ้าระวังและป้องกันปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่น PM2.5 ให้สามารถดำเนินการได้อย่างเป็นระบบและเหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่

ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / ฝนตกหนักข้ามคืนทำน้ำท่วมพัทยาอ่วมเมือง

ช่วงดึกวันที่ 24 กันยายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้เกิดฝนตกหนักต่อเนื่องยาวนานหลายชั่วโมง ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังในเมืองพัทยา ชาวบ้านในหลายพื้นที่ได้รับผลกระทบจากผลพวงภัยธรรมชาติไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

จาการตรวจสอบพบว่า ถนนสายหลักเช่น ถนนสุขุมวิท ถนนเลียบทางรถไฟ ถนนเพนียดช้าง ถนนเฉลิมพระเกียรติพัทยาสาย 3 ถนนพัทยากลาง ซอยบัวขาว ถนนพัทยาใต้ ถนนเลียบชายหาดพัทยา และวอล์กิ้งสตรีท มีระดับน้ำท่วมสูงเพราะมวลน้ำระบายลงทะเลไม่ทัน

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่เมืองพัทยาได้กระจายกำลังตามจุดต่างๆ เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบตลอดทั้งคืน ทั้งการช่วยอำนวยความสะดวกด้านการจราจรในจุดที่มีน้ำท่วมสูง เพราะบางช่วงพบว่ามีกระแสน้ำไหลค่อนข้างรุนแรง หลายครัวเรือนต้องยกของขึ้นที่สูงเพื่อหนีน้ำ บรรดาร้านค้าพากันเสียหายไปตามๆ กัน

นอกจากนี้ ยังพบว่าน้ำที่ท่วมขังบางจุด
มีขยะ รวมถึงข้าวของเครื่องใช้ของชาวบ้านลอยมากระจัดกระจายมากับกระแสน้ำเป็นจำนวนมาก ซึ่งหลังน้ำลดเจ้าหน้าที่เมืองพัทยาต้องเร่งทำความสะอาดพื้นที่กันยกใหญ่ เพราะทำให้ได้รับผลกระทบกันเป็นวงกว้าง

เก่ง ณ สงขลา (081-4491977)
ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดชลบุรี รายงาน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / หยาดเหงื่อเพื่อแผ่นดิน! ยกย่องหัวใจคนทำงาน ‘ปฏิบัติการพิทักษ์คีรีขันธ์’ สนธิกำลังสกัด ‘สงครามส่งด่วน’ ปกป้องภาษีชาติ

หยาดเหงื่อเพื่อแผ่นดิน! ยกย่องหัวใจคนทำงาน ‘ปฏิบัติการพิทักษ์คีรีขันธ์’ สนธิกำลังสกัด ‘สงครามส่งด่วน’ ปกป้องภาษีชาติและสุขภาพประชาชน ยึดของเถื่อนทะลุ 37 ล้านบาท
การทำงานอย่างเหน็ดเหนื่อยและความทุ่มเทของเหล่าเจ้าหน้าที่ผู้เสียสละได้ปรากฏผลเป็นรูปธรรมอีกครั้ง เมื่อกรมศุลกากรและหน่วยงานความมั่นคงร่วมกันเปิดปฏิบัติการเชิงรุกเพื่อปกป้องระบบเศรษฐกิจและสังคมของประเทศอย่างเข้มงวด

ตามนโยบายเร่งด่วนของกระทรวงการคลัง โดย ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และกรมศุลกากร ภายใต้การอำนวยการและสั่งการของ นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร, นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์, นางกิจจาลักษณ์ ศรีนุชศาสตร์ ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบสิทธิประโยชน์ทางศุลกากร และนางนิภาวรรณ ใยบัวเทศ ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรภาคที่ 1 ซึ่งได้มอบหมายให้ นายฐิติพงศ์ คำผุย นายด่านศุลกากรประจวบคีรีขันธ์ นำทีมขับเคลื่อนการปราบปรามสินค้าผิดกฎหมายบนเส้นทางยุทธศาสตร์สำคัญของประเทศอย่างจริงจัง

ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ในครั้งนี้เกิดขึ้นจากการบูรณาการร่วมกันอย่างไร้รอยต่อของทัพเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ นำโดย นายชวภณ สินพูนภักดิ์ ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษเขตพื้นที่ 7 กรมสอบสวนคดีพิเศษ, นายวิทยา พรมโยธา สรรพสามิตพื้นที่ประจวบคีรีขันธ์, พ.ต.อ. อัคราวัส สีห์ธนบุญอุบล ผู้กำกับการกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 14 (กก.ตชด.14), พ.อ.ประกาศ จันจะนะ รองผู้บังคับหน่วยหน่วยเฉพาะกิจจงอางศึก (ฉก.จงอางศึก/ร.9),

นายชัยชาญ มูลมาก ป้องกันจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และ นายสัตวแพทย์วรพงษ์ รังผึ้ง หัวหน้าด่านกักกันสัตว์ประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานประมงจังหวัดประจวบคีรีขันธ์, ด่านตรวจประมงเขต 6 (ประจวบคีรีขันธ์), ด่านตรวจพืชประจวบคีรีขันธ์, สถานีตำรวจภูธรเมืองประจวบคีรีขันธ์, สถานีตำรวจภูธรห้วยยาง และด่านตรวจสัตว์ป่าประจวบคีรีขันธ์ ที่ร่วมแรงร่วมใจกันเปิด “ปฏิบัติการพิทักษ์คีรีขันธ์” ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2569 เป็นต้นมา เพื่อเฝ้าระวังและปิดประตูสกัดกั้นการลำเลียงสินค้าหนีภาษีจากพื้นที่ภาคใต้เข้าสู่พื้นที่ชั้นในอย่างเข้มแข็ง


ด้วยความตื่นตัวและการสืบสวนเชิงลึกของเจ้าหน้าที่ เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569 ทีมปฏิบัติต่างๆ ได้สนธิกำลังตั้งจุดตรวจสกัดบนถนนเพชรเกษม บริเวณด่านตรวจห้วยยาง อำเภอทับสะแก และสามารถสกัดตรวจค้นยานพาหนะขนส่งเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ ตรวจยึดสินค้าลักลอบหนีภาษีล็อตใหญ่ได้ภายในวันเดียว มูลค่ารวมค่าภาษีอากรสูงถึง 10,668,198 บาท โดยพบบุหรี่ต่างประเทศมากถึง 4,703 แท่ง (47,030 ซอง หรือ 940,600 มวน) มูลค่า 10,656,998 บาท พร้อมด้วยสุราต่างประเทศ 10 ขวด, น้ำอัดลม 120 ขวด และชาต่างประเทศอีก 10 ถุง สะท้อนให้เห็นถึงความทุ่มเทและการทำงานหนักที่ไม่เคยหยุดพักของเจ้าหน้าที่ทุกคน

ตลอดระยะเวลา 23 วันแห่งความตั้งใจนี้ (1–23 กันยายน 2569) ความร่วมมือของชุดปฏิบัติการร่วมพิทักษ์คีรีขันธ์สามารถตรวจสอบพัสดุเป้าหมายได้มากถึง 453 หีบห่อ นำไปสู่การจับกุมดำเนินคดีรวม 15 คดี และยึดของกลางผิดกฎหมายได้จำนวนมหาศาล โดยรายการสำคัญคือบุหรี่ต่างประเทศหนีภาษีรวม 16,082 แท่ง (160,820 ซอง หรือกว่า 3,216,400 มวน) มูลค่ากว่า 36.7 ล้านบาท ตลอดจนบุหรี่ไฟฟ้าและหัวน้ำยา 439 ชิ้น,

กระเป๋า 23 ใบ, ยาสมุนไพร 135 กล่อง, น้ำหอม 53 ขวด, น้ำอัดลม 960 ขวด, สุราต่างประเทศ 10 ขวด, ชา 10 ถุง และอินทผลัมแห้ง 4 กล่อง รวมมูลค่าของกลางและค่าภาษีอากรที่ยึดคืนกลับมาให้แผ่นดินตลอดปฏิบัติการสูงถึง 37,216,132.60 บาท ซึ่งของกลางทั้งหมดถูกนำส่งดำเนินคดีตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 และพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 อย่างเด็ดขาด

นายฐิติพงศ์ คำผุย นายด่านศุลกากรประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า การทำงานในครั้งนี้ต้องเผชิญกับความท้าทายจากขบวนการค้าของเถื่อนที่ปรับตัวใช้ยุทธวิธี “สงครามส่งด่วน” กระจายสินค้าแบบกองทัพมดผ่านระบบพัสดุเอกชน อำพรางชื่อผู้ส่ง-ผู้รับ และใช้บัญชีม้า เพื่อส่งตรงถึงมือผู้ซื้ออย่างรวดเร็ว แต่นับเป็นโชคดีของประเทศที่มีเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทุกฝ่ายร่วมมือกับกรม

สอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ภาค 7 และการยาสูบแห่งประเทศไทย ในการสืบสวนจนเท่าทันกลอุบาย การปกป้องแผ่นดินของเจ้าหน้าที่ในครั้งนี้ไม่เพียงแต่นำภาษีปีละหลายหมื่นล้านบาทกลับคืนสู่รัฐเพื่อนำไปพัฒนาประเทศ แต่ยังช่วยปกป้องสุขภาพของประชาชนและเยาวชนจากบุหรี่เถื่อนและบุหรี่ไฟฟ้าที่มีสารปนเปื้อนอันตราย ตลอดจนคุ้มครองผู้ประกอบการที่สุจริต การยาสูบแห่งประเทศไทย และเกษตรกรไทย และที่สำคัญคือการตัดวงจรเงินใต้ดินไม่ให้ไปหล่อเลี้ยงกลุ่มอิทธิพลและอาชญากรรมข้ามชาติ

หลังจากนี้ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) จะเข้ามารับช่วงต่อในการขยายผลสืบสวนสอบสวน ออกหมายเรียกบุคคลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด ขณะที่กองกำลังร่วมทุกภาคส่วนยังคงปักหลักเดินหน้าบูรณาการเพิ่มความเข้มงวดในการเฝ้าระวังจุดเสี่ยง ทั้งเส้นทางบก ทางราง และระบบโลจิสติกส์ขนส่งอย่างต่อเนื่อง ยืนหยัดทำหน้าที่เป็นปราการด่านสำคัญเพื่อความมั่นคงและปลอดภัยของคนไทยทุกคนต่อไป
นายนิพล ทองเก่า ภาพ/ข่าว

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / ตร.มุกดาหารไล่สกัดรถต้องสงสัย คนขับทิ้งรถหนีเข้าป่า พบ “ไอซ์” กว่า 400 กก.

ชุดปราบปรามยาเสพติด สภ.เมืองมุกดาหาร ประสานกำลังสกัดรถเก๋งโตโยต้า ยาริส หลังได้รับข้อมูลจากชุดการข่าว บช.ตชด.ภ.2 ขับหลบหนีจากพื้นที่ อ.หว้านใหญ่ ก่อนจอดรถทิ้งในป่าละเมาะแล้วหลบหนี ตรวจค้นพบไอซ์บรรจุห่อจำนวนมาก รวมประมาณ 400 กิโลกรัม พร้อมรถและแผ่นป้ายทะเบียนอีกชุด

มุกดาหาร – เมื่อเวลาประมาณ 02.00 น. วันที่ 23 กันยายน 2569 ชุดปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติด และชุดตรวจตู้ยาม 82 พรรษา สภ.เมืองมุกดาหาร

ได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่การข่าว บช.ตชด.ภ.2 ให้สกัดจับรถยนต์ต้องสงสัย โตโยต้า ยาริส สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน 6 กว 9029 กรุงเทพมหานคร ซึ่งขับหลบหนีการติดตามมาตามถนนเลียบชายโขง จากพื้นที่ อ.หว้านใหญ่ เข้าสู่เขต อ.เมืองมุกดาหาร

เจ้าหน้าที่ติดตามจนรถคันดังกล่าวพยายามหลบหนีโดยใช้เส้นทางรอง ก่อนคนขับจะตัดสินใจจอดรถทิ้งไว้ในพื้นที่ป่าละเมาะ ห่างจากหมู่บ้านคำเขือง ต.คำอาฮวน แล้วหลบหนีไปในความมืด เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจสอบรถและพื้นที่

โดยรอบ จากการตรวจค้นพบ ถุงพลาสติกสีดำจำนวน 8 ถุง ภายในบรรจุห่อวัตถุต้องสงสัย ลักษณะคล้าย ยาไอซ์ ห่อเป็นก้อน น้ำหนักประมาณก้อนละ 1 กิโลกรัม รวมเบื้องต้นประมาณ 400 กิโลกรัม

นอกจากนี้ยังพบ แผ่นป้ายทะเบียน งพ 7862 ชลบุรี และเอกสารเกี่ยวกับการจดทะเบียนรถอีกหลายรายการ
เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดรถยนต์และของกลางทั้งหมด นำไปเก็บรักษาและตรวจยึดตามขั้นตอนที่กองร้อย ตชด.234 ก่อนส่งมอบให้พนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร ดำเนินการตามกฎหมาย และเร่งติดตามตัวผู้ขับขี่ที่หลบหนีมาดำเนินคดีต่อไป

ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / กฟผ.ทับสะแก ผนึกกำลังทุกภาคส่วน จัดกิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ 251,500 ตัว คืนสู่ธรรมชาติ เพิ่มความอุดมสมบูรณ์ทะเลไทย

วันพุธที่ 23 กันยายน 2569 ที่บริเวณชายหาดแหลมกุ่ม ตำบลนาหูกวาง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) โดยฝ่ายชุมชนสัมพันธ์โครงการ กฟผ. โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทับสะแก และศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. ทับสะแก

จัดกิจกรรม “ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำคืนสู่ทะเลไทย” ณ ชายหาดแหลมกุ่ม ตำบลนาหูกวาง อำเภอทับสะแก โดยมี นายทนงศักดิ์ รุ่งรัศมี ปลัดอาวุโสอำเภอทับสะแก รักษาราชการแทนนายอำเภอทับสะแก เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายสรศักดิ์ ท่าใหญ่ พลังงานจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ว่าที่ร้อยตรีสมนึก พรหมศร ประมงจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

นายผดุงศักดิ์ อิ่มทั่ว ประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านอำเภอทับสะแก นายอรุษ ห้วยหงษ์ทอง กำนันตำบลนาหูกวาง นายสายชล ชนะภัย รองนายกอบต นาหูกวาง นางส่งศรี สุขบุญรักษา

ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 7 หัวหน้าส่วนราชการผู้นำท้องที่และท้องถิ่น คณะผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงาน กฟผ. นำโดย นายวิมลไชย มงคล ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายชุมชนสัมพันธ์โครงการ

นายวัชระ ถาวรวงศ์ หัวหน้ากองพัฒนาศักยภาพชุมชน
นายพนม ปัถวี หัวหน้าแผนกโรงไฟฟ้าทับสะแก
นายมหยศ โกศิน หัวหน้าศูนย์การเรียนรู้ กฟผ.ทับสะแก
นางสาวกัณฐิกา วชิรธาราภาดร หัวหน้าแผนกพัฒนาชุมชนและ

สังคม นายพิษณุ คล้ายชัง หัวหน้าแผนกประเมินคุณภาพชุมชน นางสาวพรทิพา เชยงาม หัวหน้าแผนกพัฒนาส่งเสริมอาชีพ
นางสาวชิดชนก กอวัฒนาวรานนท์ หัวหน้าแผนกพัฒนาเครือข่ายภาครัฐ รวมถึงประชาชน ครู นักเรียน ในพื้นที่เข้าร่วมกิจกรรม

กิจกรรมครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อฟื้นฟูและเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง สร้างแหล่งอาหารและรายได้ที่ยั่งยืนให้กับชุมชนประมงท้องถิ่น รวมถึงร่วมกันส่งเสริมจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยมีการปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำจำนวนทั้งสิ้น 251,500 ตัว

ประกอบด้วย กุ้งกุลาดำ จำนวน 250,000 ตัว และปลาตะกรับ จำนวน 1,500 ตัว นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมทำความสะอาดชายหาด เพื่อรักษาความสะอาดและความสวยงามของแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ส่งเสริมเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของท้องถิ่นต่อไป

การจัดกิจกรรมดังกล่าว สอดคล้องกับภารกิจของ กฟผ. ที่มุ่งเน้นการดำเนินงานด้านพลังงานควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ภายใต้แนวคิดการพัฒนาที่ยั่งยืน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างองค์กรกับชุมชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน

///////////////

ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ..ประจวบคีรีขันธ์ 0623644468

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / อำเภอกำแพงแสน…พึ่งได้ “แก้จน คนกำแพงแสน”

วันอังคารที่ 22 กันยายน พ.ศ.2569นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม/นายกเหล่ากาชาดจังหวัดนครปฐม มอบหมายให้
นายเกียรติศักดิ์ ธนาวรรณโอภาส นายอำเภอกำแพงแสน นำถุงยังชีพ ของเหล่ากาชาดจังหวัดนครปฐม มอบแก่กลุ่มเปราะบาง ผู้ด้อยโอกาส ในพื้นที่อำเภอกำแพงแสน พร้อมด้วย ปลัดอาวุโส ปลัดอำเภอกำแพงแสน นายอำนาจ ภูศรี สาธารณสุขอำเภอกำแพงแสน

นายกสุนทร สมัยนิยม นายก อบต. ทุ่งขวาง และพัฒนาชุมชนอำเภอกำแพงแสนพร้อมด้วย กำนันวิเชียร คำจุ้ย กำนันตำบลทุ่งขวาง ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล สารวัตรกำนัน และอปท.ทุ่งขวาง ร่วมลงพื้นที่มอบถุงยังชีพแก่ กลุ่มเปราะบาง ในพื้นที่ตำบลทุ่งขวาง จำนวน ๑๐ ราย ตามนโยบายกรมการปกครอง อำเภอพึ่งได้ ตามโครงการ “แก้จน คนกำแพงแสน” นายอำเภอไปหาถึงที่ เติมสุขถึงบ้าน

ทั้งนี้อำเภอกำแพงแสนมีแผนในการลงพื้นที่เยี่ยมกลุ่มเปราะบางเป็นประจำทุกเดือนอย่างต่อเนื่องเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและแก้ปัญหาความยากจนให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมเทสบาลตำบลสามง่าม ได้จัดโครงการส่งเสริมสุขภาวะทางสายตา

กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมเทสบาลตำบลสามง่าม ได้จัดโครงการส่งเสริมสุขภาวะทางสายตา เพื่อเพิ่มศักยภาพการเรียนรู้ของเด็กวัยเรียน ประจำปีงบประมาณ 2569
เทศบาลตำบลสามง่าม

นำโดย นายอานนท์ มีใจดี ผ.ศ ด.ร. อภิชา พรเจริญกิจกุล รองนายกเทศมนตรีตำบลสามง่าม ปลัดเทศบาล ผู้อำนวยการกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมเทศบาลตำบลสามง่าม ร่วมเป็นประธานในการมอบแว่นสายตาให้กับนักเรียนในเขตเทศบาล จำนวน 6 โรงเรียน สำหรับมีวัตถุประสงค์ในการจัดโครงการ เพื่อเป็นการขับเคลื่อนการตรวจคัดกรองความผิดปกติทางสายตาในเด็กนักเรียน

สนับสนุนแว่นสายตาให้แก่เด็กที่มีภาวะสายตาผิดปกติอย่างทั่วถึง เนื่องจากดวงตาและการมองเห็นเป็นพื้นฐานสำคัญที่สุดอย่างหนึ่ง ซึ่งส่งผลต่อพัฒนาการทางสมอง การเรียนรู้ของเด็กในระยะยาว และเพื่อเพิ่มศักยภาพและลดผลกระทบในเชิงลบต่อการเรียนรู้ของเด็กนักเรียน
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าวนครปฐม

พิธีมอบประกาศนียบัตร ผู้สำเร็จการศึกษาอบรมวิสัญญีพยาบาล รุ่นที่ 11 โรงพยาบาลนครปฐม

วันที่ 23 กันยายน 2569 เวลา 09.00 น. นายแพทย์สุรชัย โชคครรชิตไชย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครปฐม เป็นประธานในพิธี มอบประกาศนียบัตรและให้โอวาทแก่ผู้สำเร็จการฝึกอบรมวิสัญญีพยาบาล รุ่นที่ 11 ปีการศึกษา 2568-2569 จำนวน 6 ท่าน

โดยมี แพทย์หญิงชนิดา เอี่ยมแสงชัยรัตน์ ผู้อำนวยการโรงเรียนวิสัญญีพยาบาล โรงพยาบาลนครปฐม กล่าวรายงาน พร้อมด้วย คณะผู้บริหาร อาจารย์แพทย์ พยาบาล ร่วมแสดง ความยินดี ณ ห้องประชุมจตุภัทร ชั้น 4 โรงพยาบาลนครปฐม
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สือรัฐ ทีวี บก.เอกสิทธ์ หมวดทอง