เลย​ -​ฉก.ทพ.2102 ตรวจยึดรถจักรยานยนต์ กลางแม่น้ำเหือง ขณะเตรียมส่งสปป.ลาว เพื่อตรวจสอบ ที่ บ้านหนองปกติ

เมื่อ​วันที่​ 16 กันยายน 2567 เวลา 18.00น​ โดย ร.ท.อาคม คำจุลฬา ผบ.ร้อย.ฉก.ทพ.2102 ฉก.ทพ.21 ได้รับเเจ้งจากเเหล่งข่าว ทราบว่าจะมีการลักลอบนำรถจักรยานยนต์ข้ามไปยัง สปป.ลาว ที่บริเวณกลางแม่น้ำเหือง​ บ้านหนองปกติ หมู่ที่ 5 ต.อาฮี อ.ท่าลี่ จว.เลย พิกัด 47Q QV 452 515 โดยมีนายทุนฝั่ง สปป.ลาว ได้สั่งซื้อรถจากนายทุนฝั่งไทย

พื้นที่ บ.หนองปกติฯ จึงได้สั่งการให้ ชป.2 ทำการ ซุ่มจุดเสี่ยง/จุดเพ่งเล็ง ครั้นเมื่อเวลา 2345 มีเรือจากฝั่ง สปป.ลาว ข้ามมาจอดริมตลิ่งฝั่งไทย จากนั้นตรวจพบแสงไฟ ขึ้นมาจากริมน้ำ มีชายไม่ทราบสัญชาติ เดินขึ้นมาเข็นรถจักรยานยนต์ ลงไปริมตลิ่ง ชุดซุ่ม จึงได้แสดงตัว เมื่อชายดังกล่าว เห็นว่าเป็น จนท. ตกใจ จึงได้ทิ้งรถจักรยานยนต์ กระโดดลงแม่น้ำ ว่ายน้ำหลบหนีข้ามไปยังฝั่ง สปป.ลาว หน่วยฯ จึงได้ทำการตรวจยึดรถจักรยานยนต์ จำนวน 1 คัน ยี่ห้อ Honda wave110 i สีขาว-แดง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน​ และ เรือกีบ จำนวน 1 ลำ

หน่วยฯได้บันทึกภาพถ่ายพร้อมวีดีโอไว้เป็นหลักฐานและนำรถจักรยานยนต์มาไว้ที่ บก.ร้อย.ฉก.ทพ.2102 เพื่อตรวจสอบ และรอดำเนินการตามกฏหมายต่อไป

ศูนย์ข่าวมุกดาหาร #กองทัพบกroyalthaiarmy #กองทัพภาคที่2 #กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี

เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รา

เปิดแล้ว..! งานท่องเที่ยวประจวบคีรีขันธ์ มหัศจรรย์เมืองสามอ่าว และงานกาชาดปี 67 สปสช. เขต 5 เพิ่มประสิทธิภาพด้านการสื่อสารประชาสัมพันธ์เชิงรุก

เมื่อเวลาประมาณ 19.30 น.วันที่ 13 กันยายน 2567 ที่บริเวณเวทีกลางการจัดงาน บนสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติรัชกาลที่ 9 หน้าศาลากลางจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายสมคิด จันทมฤก ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานในพิธีเปิดงานท่องเที่ยวประจวบคีรีขันธ์ มหัศจรรย์เมืองสามอ่าว และงานกาชาดประจำปี พ.ศ.2567 ซึ่งจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้ร่วมกับ สำนักงานการท่องเที่ยว สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดขึ้น ในระหว่างวันที่ 13 – 22 กันยายน พ.ศ.2567 ณ บริเวณสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ ร.9 หน้าศาลากลางจังหวัด และถนนเลียบชายทะเลอ่าวประจวบฯ เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจ และสร้างรายได้ให้กับชุมชน โดยมี นายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล นายคมกริช เจริญพัฒนสมบัติ และนายองครักษ์ ทองนิรมล นายสินาทร โอ่เอี่ยม รองผู้ว่าราชการจังหวัด นายปรีดา สุขใจ ปลัดจังหวัด นายสราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์ นายกอบจ.ประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ เข้าร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิดงาน

เมื่อช่วงเวลาประมาณ 16.00 น.ก่อนเริ่มพิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการได้มีการจัดขบวนแห่เฉลิมพระเกียรติ จากทั้ง 8 อำเภอ ที่นำเสนอเกี่ยวกับอัตลักษณ์ความเป็นไทยของแต่ละพื้นที่ในแต่อำเภอ โดยผู้เข้าร่วมขบวนทุกคนเน้นแต่งกายสวมใส่ด้วยชุดผ้าไทย ตามโครงการ”ผ้าไทยใส่ให้สนุก” เข้าร่วมเดินขบวน มีการแสดงการละเล่นท้องถิ่นของไทยในอดีต เช่น งูกินหาง มอญซ่อนผ้า ม้าก้านกล้วย เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีการแสดงโขน รามเกียรติ์ การตีกลองสะบัดชัย และการรำเทิดพระเกียรติ และการแสดงของน้องๆเยาวชนจากโรงเรียนต่างๆ อีกด้วย
ในส่วนของเวทีกลางการจัดงาน ยังมีการแสดง Opening Show ชุดการแสดง”ปลานวลจันทร์ มหัศจรรย์ปลาแห่งพระราชา การแสดง Amazing ธิดาผ้าไทย 2024 จากกรรมการและสมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัดประจวบฯ ร่วมกับจิตอาสากาชาดและชมรมนาฏศิลป์สร้างสรรค์ประจวบคีรีขันธ์ การแสดงชุดเปรตสัมภเวสี จากโรงเรียนเทศบาลบ้านหนองบัว การแสดงบทเพลงพระราชนิพนธ์ใกล้รุ่ง การแสดงต้อนรับมหัศจรรย์เมืองสามอ่าว จากโรงเรียนเทศบาลวัดธรรมิการาม เป็นต้น

โดยภายในงานตลอด 10 วัน มีกิจกรรมต่างๆมากมาย ประกอบด้วย ชมการตกแต่งไฟสวยงาม การจัดแสดง แสง สี เสียง และนิทรรศการต่างๆ ภายใต้แนวคิดเมือง 3 อ่าว การแสดงวัฒนธรรมศิลปะพื้นบ้าน และการแสดงดนตรีจากศิลปินท้องถิ่น ศิลปินดัง การแสดงชิงช้าสวรรค์ ทูบีนัมเบอร์วัน ประจวบคีรีขันธ์ การประกวดสาวงามเมืองสามอ่าว การประกวด Miss Queen การแข่งขันตะกร้อลอดห่วง การแข่งขันกีฬามวยไทยนานาชาติ กิจกรรมตามรอยพ่อหลวงพิชิตยอดเขาช่องกระจก นอกจากนี้ที่บริเวณสะพานสราญวิถี ยังมีลานวัฒนธรรมสนุกสนานกับการเรียนรู้ ลงมือทำ ในบูธกิจกรรมสาธิตภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม และ workshop ศิลปะ และกิจกรรมเที่ยวชิม ช้อปปิ้ง กินเพลิน ในโซน OTOP Cafe และ OTOP Super market ตลาดแห่งความสุข(แฮปปี้เน็ตมาร์เก็ต ) บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัด กิจกรรมล้วงไหของการออกร้านกาชาดการกุศล ร่วมทำบุญกับกาชาด การแสดงแฟชั่นโชว์ผ้าไทย อีกด้วย ซึ่งในส่วนของความบันเทิงภายในงานได้มีการเปิดให้ชมฟรี มินิคอนเสิร์ตจากศิลปินดัง อาทิ แบงค์ ปรีติ (Clash) เอ ไมค์ทองคำ แพรวา พัชรี รำวงไพรอาร์ท รำวงประยุกต์สอนสุพรรณโชว์ และอื่นๆอีกมากมาย

นายสมคิด จันทมฤก ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า การจัดงานในครั้งนี้ เพื่อมุ่งหวังที่จะสามารถดึงดูดประชาชน -นักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และจังหวัดโดยรอบให้เดินทางมาท่องเที่ยวในพื้นที่ เพื่อให้เกิดการสร้างรายได้เข้าสู่ชุมชน และผู้ประกอบการธุรกิจการท่องเที่ยว ธุรกิจร้านค้าร้านอาหารในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ อีกทั้ง ยังเป็นการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวผ่านสื่อออนไลน์ที่สามารถเข้าถึงกลุ่มคนได้ทุกเพศทุกวัย ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ สร้างการรับรู้และความสนใจในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ให้เพิ่มมากขึ้น วัตถุประสงค์เพื่อประชาสัมพันธ์ Soft Power ด้านวิถีชีวิต ประเพณีวัฒนธรรมของชาวประจวบคีรีขันธ์ ที่สามารถนำมาประยุกต์เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว เพิ่มการกระจายสินค้าท้องถิ่น และเพื่อให้เห็นถึงความสวยงามของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งมีสถานที่ท่องเที่ยวต่างฯ อีกมากมาย

สปสช. เขต 5 เพิ่มประสิทธิภาพด้านการสื่อสารประชาสัมพันธ์เชิงรุกในระดับเขต เพื่อให้ประชาชนรับรู้ข้อมูลข่าวสารที่รวดเร็ว ฉับไว เข้าถึงการให้บริการที่ถูกต้อง

วันที่ 12 กันยายน 2567 ที่ห้องประชุมโรงแรมไมด้า แกรนต์ ทวารวดี อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม นายแพทย์พีระมน นิงสานนท์ ผู้อำนวยการเขตสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ( สปสช. ) เขต 5 ราชบุรี เป็นประธานเปิดการประชุม เพิ่มประสิทธิภาพด้านการสื่อสารประชาสัมพันธ์เชิงรุก ในระดับเขตพื้นที่ สปสช. เขต 5 ราชบุรี โดยมีสื่อมวลชนแขนงต่าง ๆ ในเขตพื้นที่ 8 จังหวัด ประกอบด้วย จ.กาญจนบุรี เพชรบุรี ราชบุรี นครปฐม สมุทรสงคราม สมุทรสาคร สุพรรณบุรี ประจวบคีรีขันธ์ โดยมีสื่อประชาสัมพันธ์จังหวัด สื่อสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย สื่อเครือข่ายวิทยุชุมชน สื่อเครือข่ายออนไลน์ และสื่อหนังพิมพ์ รวมไปถึงสื่อทีวีส่วนกลาง และท้องถิ่น เข้าร่วมประชุม

โดยมี นางจันทนา พิณทิพย์ นักวิชาการหลักประกันสุขภาพ ปฏิบัติหน้าที่รองผู้อำนวยการกลุ่มฯ นางสุกัญญา วงศ์ศิริ นักวิชาการหลักประกันสุขภาพ มาบรรยาย ให้ความรู้ รับทราบถึงสิทธิประโยชน์ ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ การคุ้มครองสิทธิ และนโยบายต่าง ๆ นำไปเผยแพร่ให้แก่ประชาชนผู้รับบริการ ผู้ให้บริการ และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องในเขตพื้นที่ของตนเอง อีกทั้งมีนางสาวโสภาพันธุ์ รักษาธรรม และนางสาวศศิมณี นันตาวรรณ์ นักวิชาการหลักประกันสุขภาพ ได้ บรรยายถึง การวางแผ่นขับเคลื่อนงานสื่อสารประชาสัมพันธุ์สิทธิประโยชน์หลักประกันสุขภาพในพื้นที่ปี 2568


นายแพทย์พีระมน นิงสานนท์ ผู้อำนวยการเขตสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ( สปสช. ) เขต 5 ราชบุรี ได้กล่าวในที่ประชุมถึง สิทธิบัตรทอง 30 บาท คุ้มครองค่าใช่จ่าย ซึ่งมีปัจจัยในการให้บริการสร้างเสริมสุขภาพ การตรวจโรค การตรวจ และรับฝากครรถ์ ตลอดถึงการบำบัดและการให้บริการทางการแพทย์ บริการด้านสาธารณสุขด้านการแพทย์แผนไทย และการแพทย์ทางเลือก การสาธารณสุขที่เกี่ยวกับอุบัติเหตุการประสบภัยจากรถ เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อให้สื่อมวลชนได้นำข่าวสารประชาสัมพันธ์ขององค์กร นำไปเสนอให้ประชาชนทั่วไปได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารที่รวดเร็ว เข้าถึงการให้บริการที่ถูกต้อง ฉับไว ซึ่งเป็นการปฎิบัติงานในเชิงรุกของสำนักงานหลักประกันสุขภาพ ( สปสช. ) เขต 5 ราชบุรี ต่อไป

////////////////////////////////////////////////////////
ณัฐธภพ พันสาย / ทีมข่าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

บางละมุง-พัทยา ส่งธารน้ำใจช่วยน้ำท่วมเมืองหนองคาย – สมาคมชาวอีสานเมืองพัทยาร่วมกับสำนักสงฆ์หนองอ้อ จัดงานบุญข้าวสาก อีสานพัทยา ประจำปี 2567

ตามที่เกิดปัญหาภัยธรรมชาติอุทกภัยทางภาคเหนือ ส่งผลให้ปริมาณน้ำในแม่โขงสูงขึ้นจนเข้าท่วมย่านเศรษฐกิจในจังหวัดหนองคาย สร้างผลกระทบความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์ของพ่อแม่พี่น้องประชาชนเป็นจำนวนมาก โดยหลายหน่วยงานทั่วประเทศต่างระดมกำลังกันช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องอยู่นั้นวันที่ 17 ก.ย.67 มีรายงานว่า ที่มูลนิธิสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยา จ.ชลบุรี นายวีกิจ มานะโรจน์กิจ นายอำเภอบางละมุง นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา นายประสิทธิ์ ทองทิตย์เจริญ ประธานมูลนิธิฯ พร้อมผู้เกี่ยวข้อง ร่วมกระทำพิธีปล่อยขบวนรถช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมจังหวัดหนองคาย

นายวีกิจ มานะโรจน์กิจ นายอำเภอบางละมุง กล่าวว่า ที่ผ่านมาอำเภอบางละมุงได้ร่วมกับเมืองพัทยา มูลนิธิสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยา และหน่วนงานอื่นบูรณาการความช่วยเหลือเปิดรับบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 5 แล้ว และได้กระจายความช่วยเหลือไปแล้วหลายจังหวัด เป็นธารน้ำใจของพี่น้องชาวบ้านละมุง และเมืองพัทยาที่ร่วมกันส่งกำลังใจให้ผู้ประสบภัย

ด้าน นายประสิทธิ์ ทองทิตย์เจริญ ประธานมูลนิธิฯสว่างบริบูรณ์เมืองพัทยา กล่าวด้วยว่า.ฝนครั้งนี้ได้จัดเตรียมสิ่งของรับบริจาคจากพ่อแม่พี่น้องประชาชนเป็นสิ่งของจำเป็น ข้าวสาร อาหารแห้ง น้ำดื่ม และอื่นๆ อีกเป็นจำนวนมาก รวมน้ำหนักกว่า 30 ตัน ซึ่งจะได้ขนส่งโดยรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ ที่สนับสนุนโดยนายบรรลือ กุลละวณิชย์ ประธานสภาเมืองพัทยา ซึ่งต้องขอบคุณมา ณ โอกาสนี้ด้วย โดยจะออกเดินทางจากมูลนิธิฯเย็นวันนี้และจะไปถึงวันพรุ่งนี้เวลา 07.00 น.

ขณะที่ นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณชาวอำเภอบางละมุง ชาวเมืองพัทยา รวมทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ ที่ร่วมากันบริจาคสิ่งของช่วยเหลือพี่น้องผู้ประสบภัยพิบัติน้ำท่วมจนได้สิ่งของจำนวนมาก และขอส่งกำลังใจให้กับพี่น้องชาวไทยที่ประสบปัญหาอุทกภัยอยู่ในขณะนี้ด้วยเช่นกัน

สมาคมชาวอีสานเมืองพัทยาร่วมกับสำนักสงฆ์หนองอ้อ จัดงานบุญข้าวสาก อีสานพัทยา ประจำปี 2567

วันที่ 17 ก.ย.67 ที่สำนักสงฆ์หนองอ้อ พัทยากลาง จ.ชลบุรี สมาคมชาวอีสานเมืองพัทยา โดย นายสุครีพ กระจาย นายกสมาคมฯ ได้ร่วมกับสำนักสงฆ์หนองอ้อ จัดงานบุญข้าวสาก อีสานพัทยา ประจำปี 2567 โดยพบว่ามีประชาชนชาวอีสานทึ่อาศัยในเมืองพัทยาเข้าร่วมงานอย่างคึกคัก

สำหรับงานบุญข้าวสาก ถือเป็นประเพณีในวันขึ้น 15 ค่ำ ซึ่งชาวบ้านจะจัดเตรียมสํารับอาหารบรรจุข้าวเหนียว อาหารแห้ง เช่น ปลาย่าง เนื้อย่าง แจ่วบองหรือน้ำพริกปลาร้า และห่อข้าวเล็กๆ สําหรับนําไปถวายพระทําบุญที่วัด เพื่ออุทิศส่วนบุญส่วนกุศลไปให้แก่ญาติพี่น้องหรือผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว

ทั้งนี้ ภายในงานได้รับเกียรติจากแขกเข้าร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก อาทิ นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา นายภูมิพิพัฒน์ กมลนาถ เลขานุการนายกเมืองพัทยา นายนคร ผลลูกอินทร์ นายนคร ผลลูกอินทร์ ส.อบจ.ชลบุรี นายมานะ ยาประคำ ประธานสภาวัฒนธรรมเมืองพัทยา และนายรัฐกิจ เฮงตระกูล ผู้ช่วยที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “ซักซ้อมแผนเผชิญใช้อาวุธปืนก่อเหตุยิงในสถานศึกษา” เกิดเหตุบุคคลใช้อาวุธปืนก่อเหตุยิงภายในสถานศึกษา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต

วันพุธที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 เวลา 08.00 น. ภายใต้การอำนวยการของ นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม โดยนายเกียรติศักดิ์ ธนาวรรณโอภาส

เป็นประธานเปิดกิจกรรม “ซักซ้อมแผนเผชิญเหตุกรณีบุคคลใช้อาวุธปืนก่อเหตุยิงในสถานศึกษา” ด้วยสถานการณ์ปัจจุบัน ได้เกิดเหตุบุคคลใช้อาวุธปืนก่อเหตุยิงภายในสถานศึกษา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต

อำเภอกำแพงแสนตระหนักถึงความสำคัญด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของบุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน จึงกำหนดจัดการซักซ้อมแผนเผชิญเหตุกรณีบุคคลใช้อาวุธปืนก่อเหตุยิงในสถานศึกษา

เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และทักษะในการปฏิบัติตนอย่างถูกต้องเมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน ณ โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน และทางด้าน พันตำรวจเอก ปราโมทย์ โพธิ์พันธุ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรกำแพงแสน

พร้อมด้วย พันตำรวจโท ยศพงศ์ พันธุ์ รองผู้กำกับการป้องกันและปราบปราม สถานีตำรวจภูธรกำแพงแสนและเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กำแพงแสน ได้ถ่ายทอดความรู้และฝึกปฏิบัติ เพื่อให้สามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติเมื่อเกิดเหตุการณ์จริงได้อย่างเหมาะสม
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ศุภจีฯ รมว.พาณิชย์ เดินทางมาสักการะและปิดทองพระร่วงโรจนฤทธิ์ องค์พระปฐมเจดีย์

เมื่อเวลา 13.30 น. นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เดินทางมาสักการะและปิดทองพระร่วงโรจนฤทธิ์ บูชา

พระพุทธรูปปางประสูติ,บูชาพระพุทธรูปปางป่าเลไลยก์, ถวายราชสักการะพระบรมราชสรีรางคาร รัชกาลที่ 6,

พระสรีรางคารพระนางเจ้าสุวัทนา พระวรราชเทวี และพระสรีรางคารสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ จ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภา

พัณณวดี และพระพุทธรูปสำคัญภายองค์พระปฐมเจดีย์ อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม

โดยมี นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม

และนางฐิติรัตน์ เรืองสังข์ วัฒนธรรมจังหวัดนครปฐม และประชาชนร่วมต้อนรับ

โอกาสนี้ พระศรีวิสุทธิวงศ์ รองเจ้าคณะจังหวัดนครปฐม ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระปฐมเจดีย์

พร้อมด้วยคณะผู้ช่วยเจ้าอาวาส ได้มอบเหรียญพระร่วงโรจนฤทธิ์เป็นที่ระลึก

จากนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้เข้ากราบนมัสการพระธรรมวชิรเจติยาจารย์ ผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดพระปฐม

เจดีย์ ราชวรมหาวิหาร และรับมอบพระพุทธรูปบูชา พระร่วงโรจนฤทธิ์ เพื่อความเป็นสิริมงคลอีกด้วย
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “ศรีสะเกษ” นอภ.วังหิน ชวนเที่ยวชมงาน “เทศกาลหอมแดงบ้านขุมคำ” ครั้งที่ 39 ส่งเสริมการท่องเที่ยว สร้างรายได้สู่ชุมชน

เมื่อวันที่ 18 ก.พ. 2569 ที่บริเวณวัดบ้านขุมคำ ต.บุสูง อ.วังหิน จ.ศรีสะเกษ นายลิขิต สุขเยาว์ นายอำเภอวังหิน เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมและแถลงข่าวเตรียมจัดงาน “เทศกาลหอมแดง ครั้งที่ 39 ประจำปี 2569 โดยมี นายรักชาติ ฤทธิ์เดช นายกเทศมนตรีตำบลบุสูง หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารสถานศึกษา กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เกษตรกรผู้ปลูกหอมแดงและชาวบ้านในพื้นที่ให้การต้อนรับและร่วมกิจกรรมด้วย

นายลิขิต สุขเยาว์ นายอำเภอวังหิน กล่าวว่า จ.ศรีสะเกษ เป็นแหล่งเพาะปลูกหอมแดงขนาดใหญ่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีพื้นที่เพาะปลูกมากกว่าร้อยละ 70 ของพื้นที่เพาะปลูกทั้งภาค โดยเฉพาะ อ.วังหิน ถือว่าเป็นแหล่งผลิตหอมแดงที่มีคุณภาพ จำหน่ายทั้งภายในประเทศและส่งออกต่างประเทศ พื้นที่เพาะปลูกประมาณ 1,300 ไร่ ผลผลิตในแต่ละปีไม่ต่ำกว่า 3,900 ตัน โดย หอมแดง อ.วังหิน มีลักษณะเด่น คือ “ใหญ่ แห้ง แดง มัน และคอเล็ก” เก็บไว้บริโภคได้นานสำหรับ ต.บุสูง มีพื้นที่การเพาะปลูกหอมแดง ประมาณ 200 ไร่ ผลผลิตในแต่ละปี ไม่ต่ำกว่า 600 ตัน

สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร เฉลี่ยปีละประมาณ 12 ล้านบาท ซึ่งราคาหอมแดงในแต่ละปี ก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยกลไกตลาดและคุณภาพของหอมแดง หอมแดงเป็นพืชที่เจริญงอกงามและชอบสภาพอากาศที่หนาวเย็น ปีนี้สภาพอากาศค่อนข้างเย็น ทำให้การปลูกหอมแดงได้ผลผลิตดี และราคาค่อนข้างดีพอสมควร ส่วนใหญ่พ่อค้า จะมาติดต่อซื้อขายกับเกษตรกรผู้ปลูกโดยตรงแต่ถึงอย่างไร จ.ศรีสะเกษ ได้กำหนดแนวทางในการแก้ไขปัญหาราคาทอมแดง โดยการแต่งตั้งคณะทำงานในการส่งเสริมและพัฒนาผลผลิต ดำเนินการจดทะเบียนผู้ปลูกหอมแดง ส่งเสริมให้มีการรวมกลุ่มและรณรงค์ให้เกษตรกรผลิตหอมแดงให้ได้คุณภาพ รวมทั้งได้จัดงานเทศกาลหอมแดง เพื่อประชาสัมพันธ์ผลผลิต ดังกล่าว

ด้าน นายรักชาติ ฤทธิ์เดช นายกเทศมนตรีตำบลบุสูง กล่าวว่า การจัดงานเทศกาลหอมแดง ได้จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ซึ่งปีนี้เป็นครั้งที่ 39 โดยกำหนดจัดขึ้น ในระหว่างวันที่ 26-28 ก.พ. 2569 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ผลผลิตหอมแดงและสร้างการตลาด โดยภายในงานมีกิจกรรมประกอบด้วย การจัดนิทรรศการ การออกร้าน การจำหน่ายสินค้า ของส่วนราชการ เอกชนและเกษตรกรจากหมู่บ้านชุมชนต่างๆ มีการจัดประกวดผลผลิตทางการเกษตร ได้แก่ การจัดประกวดหอมแดง กระเทียม พริก มะเขือ และแตงกวา การประกวดการจัดซุ้มหอมแดง และการประกวดธิดาน้อยหอมแดง เป็นต้น จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวและพี่น้องประชาชนทั่วไป ร่วมเที่ยวชมงานได้ในวันและเวลาดังกล่าว.

ภาพ/ข่าว วนิดา/ชาญฤทธิ์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / โชคชัยจัดใหญ่ เปิดงานฉลองย่าโม 2569 สืบสานวีรกรรม–กระตุ้นเศรษฐกิจ มอบทุนการศึกษา 133 ทุน

ค่ำวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ลานอนุสาวรีย์ ท้าวสุรนารี องค์ประจำ อำเภอโชคชัย ได้มีพิธีเปิดงานฉลองประจำปี 2569 อย่างยิ่งใหญ่ โดยได้รับเกียรติจาก นายวิจิตร กิจวิรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัด นครราชสีมา เป็นประธานในพิธี พร้อมลั่นฆ้องชัยเปิดงาน ท่ามกลางบรรยากาศคึกคักของพี่น้องประชาชน

นาย พิชาญ ตราผักแว่น นายอำเภอโชคชัย กล่าวรายงานว่า งานฉลองอนุสาวรีย์ย่าโมของอำเภอจัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 24 นับตั้งแต่ชาวโชคชัยร่วมใจกันสร้างอนุสาวรีย์เมื่อปี 2545 เพื่อเทิดทูนวีรกรรมอันกล้าหาญของย่าโม ควบคู่การส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น โดยได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน

ภายในงานมีกิจกรรมหลากหลาย ทั้งพิธีบวงสรวงและรำบวงสรวงดวงวิญญาณท้าวสุรนารี การแสดงแสง สี เสียง ถ่ายทอดวีรกรรม การแสดงพื้นบ้าน การประกวดและการแข่งขันสร้างสรรค์ ตลอดจนการมอบทุนการศึกษาแก่นักเรียนจำนวน 133 ทุน ๆ ละ 1,000 บาท รวม 133,000 บาท ราย

ได้จากการจัดงานจะนำสมทบกองทุนการกุศลย่าโมอำเภอโชคชัย เพื่อนำไปบำรุงรักษาอนุสาวรีย์และสาธารณประโยชน์ พร้อมขับเคลื่อนคุณภาพชีวิตประชาชนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงอย่างยั่งยืน

ภาพ นายประสิทธิ์ วนะชกิจ/ข่าว กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา

สื่อรัฐทีวี*สื่อร้ฐนิวส์ / จัดงานมหกรรมเปิดโลกงานอาชีพ “กาดละอ่อนน่าน สร้างสรรค์ผลงาน สานต่ออาชีพ”(The 4th Nan Youth: Creative Works, Sustaining Careers) 24 – 25 กพ. 2569 ณ บริเวณข่วงเมืองน่าน จ.น่าน

การจัดงานมหกรรมเปิดโลกงานอาชีพ “กาดละอ่อนน่าน สร้างสรรค์ผลงาน สานต่ออาชีพ”
(The 4th Nan Youth: Creative Works, Sustaining Careers)
โรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาจังหวัดน่าน
ในระหว่างวันที่ 24 – 25 กุมภาพันธ์ 2569 ณ บริเวณข่วงเมืองน่าน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่านสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต 1 ร่วมกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต 2 และชมรมโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาจังหวัดน่าน

กำหนดจัดงานมหกรรมเปิดโลกงานอาชีพนักเรียนโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา “กาดละอ่อนน่าน สร้างสรรค์ผลงาน สานต่ออาชีพ ปี 4” (The 4th Nan Youth : Creative Works, Sustaining Careers) ประจำปีการศึกษา ๒๕๖๘ ภายใต้โครงการนักธุรกิจน้อยมีคุณธรรม นำสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์คนดี ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ในระหว่างวันที่ 24-25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 ณ บริเวณข่วงเมืองน่าน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ ส่งเสริม สนับสนุนงานอาชีพ และเสริมสร้างศักยภาพและเตรียมความพร้อมสู่โลกอาชีพในศตวรรษที่ 21

ผ่านกิจกรรมการเสริมสร้างทักษะอาชีพที่จำเป็นแห่งอนาคต (Future Skills) และการมีรายได้ระหว่างเรียน (Learn to Earn) ของนักเรียนโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาจังหวัดน่าน ซึ่งรูปแบบของการจัดงานจะมีการออกร้านจำหน่ายผลงานผลิตภัณฑ์ สินค้า งานฝีมือ และบริการที่เป็นผลผลิตจากงานฝีมือของนักเรียน รวมถึงจัดให้มีการแสดงศิลปวัฒนธรรม ประเพณีของกลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ ในจังหวัดน่าน โดยนักเรียนโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาจังหวัดน่าน รวมไปถึงผู้สนใจเข้าร่วมงาน จำนวน 64 โรงเรียน เพื่อสร้างโอกาสทางการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงงานอาชีพในสถานศึกษาสู่ตลาดชุมชน
และเพื่อส่งเสริมและพัฒนาผู้เรียนให้เป็นผู้ที่สามารถพัฒนาสินค้าและอาชีพในท้องถิ่น มีทักษะอาชีพ มีความรู้ในการบริหารจัดการด้านการผลิตสินค้า การจำหน่ายสินค้าและการบริการ รวมทั้งเพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนมีความรู้ มีทักษะงานอาชีพที่สนองตอบความต้องการของผู้เรียน มีประสบการณ์ตรงในการสร้างสรรค์ผลงานผลิตภัณฑ์งานอาชีพ

เตรียมพบกับมหกรรมความเก่งที่ใหญ่ที่สุดของเด็กน่าน! กับงาน “กาดละอ่อนน่าน สร้างสรรค์ผลงาน สานต่ออาชีพ” ครั้งที่ 4 (The 4th Nan Youth: Creative Works, Sustaining Careers) เวทีปล่อยของที่เปลี่ยนห้องเรียนให้เป็นตลาดนัดสุดคูล! งานนี้ไม่ได้มีแค่ขายของ แต่คือการโชว์ศักยภาพ Future Skills และ Learn to Earn ที่เด็กน่านทำได้จริง หาเงินได้จริง!การออกร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ฝีมือของนักเรียน ซึ่งแบ่งเป็นหลายประเภทมากครับ เช่นกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม : มีทั้งกาแฟสด ชา น้ำผลไม้ ขนมเบเกอรี่ ไอศกรีม และอาหารพื้นเมืองแปรรูปต่าง ๆกลุ่มงานฝีมือ : ผ้าปัก เครื่องประดับ งานไม้ ของที่ระลึก และงานศิลปะวาดภาพ
กลุ่มพืชผลทางการเกษตร : ผักผลไม้สดๆ จากโรงเรียนบนไฮไลท์คือ “บูธสินค้า” ปีนี้เรามีโรงเรียนขยายโอกาสฯ เข้าร่วมกว่า 64 โรงเรียน สินค้ามีความหลากหลาย ขอแบ่งเป็นกลุ่มใหญ่ๆ ให้เห็นภาพดังนี้

กลุ่มแรก สายกินห้ามพลาด:คอกาแฟ ต้องแวะไปชิม กาแฟสด ชา และน้ำผลไม้ ฝีมือน้อง ๆ จาก โรงเรียนบ้านน้ำงาว และ โรงเรียนบ้านน้ำโค้ง ครับถ้าชอบเบเกอรี่ ขนมปังและไอศกรีม ต้องไปที่บูธ โรงเรียนบ้านตอง และ โรงเรียนบ้านห้วยมอญส่วนอาหารแปรรูปและสมุนไพร ก็มีจาก โรงเรียนบ้านทุ่งน้อย และ โรงเรียนบ้านบ่อหอย ครับกลุ่มที่สอง สายงานฝีมือและของที่ระลึก:เรามี งานไม้แปรรูป สวยๆ จาก โรงเรียนบ้านท่ามงคล และ โรงเรียนไตรราษฎร์สามัคคีงานผ้าพื้นเมือง เสื้อผ้า เครื่องประดับ และผ้าปัก ฝีมือละเอียดจาก โรงเรียนบ้านทุ่งน้อย และ โรงเรียนบ้านห้วยละเบ้ายาหรือจะเป็น งานศิลปะภาพวาด จาก โรงเรียนบ้านแม่ขะนิง ก็มีความสวย งดงามมากกลุ่มที่สาม ผลผลิต

ทางการเกษตร:มี พืช ผัก ผลไม้สดๆ ปลอดสารพิษ จากหลายโรงเรียน เช่น โรงเรียนบ้านศรีนาม่าน และ โรงเรียนบ้านร่มเกล้า จากบนดอยมาจำหน่ายโอ้โห! ครบทั้งของกิน ของใช้ งานศิลปะ ครบเลย ชวน ชม ชิม ช้อป แช้ะ กันเลยชวนนุ่งผ้าเมือง แต่งชุดพื้นถิ่น มาเดินกาด ถ่ายรูปสวย ๆ ชมกาดละอ่อนน่าน
มาช่วยกันอุดหนุน เป็นกำลังใจให้เด็กน่าน ได้ฝึกทักษะอาชีพ (Learn to Earn) และสร้างรายได้ระหว่างเรียนกันเยอะๆ ปักหมุด: 24 -25 กุมภาพันธ์ 2569 | เวลา 09.00 – 20.00 น. 📍
พิกัด: ข่วงเมืองน่าน และข่วงน้อยกาดละอ่อนน่าน #NanYouthMarket #น่านเนิบๆ #เที่ยวเมืองน่าน #SupportNanKids เด็กดอยปล่อยของSoftPowerNanกำหนดการจัดงานมหกรรมเปิดโลกงานอาชีพ “กาดละอ่อนน่าน สร้างสรรค์ผลงาน สานต่ออาชีพ”
(The 4th Nan Youth: Creative Works, Sustaining Careers)
โรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาจังหวัดน่าน
ในระหว่างวันที่ 24 – 25 กุมภาพันธ์ 2569 ณ บริเวณข่วงเมืองน่าน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน

วัน เดือน ปีกิจกรรมวนที่ 24 กุมภาพันธ์ 256908.00 – 09.00 น.
ลงทะเบียนสถานศึกษาเข้าร่วมกิจกรรม09.00 – 12.00 น.
สถานศึกษาจัดกิจกรรมจำหน่ายผลิตภัณฑ์สินค้าและบริการ (บริเวณข่วงเมืองน่านและข่วงน้อย) กิจกรรมแสดงความสามารถบนเวทีของนักเรียน ที่เข้าร่วมกิจกรรมดังนี้เวลา 10.00 น. การแสดงชุด “Nan The Heart Of Thailand” โรงเรียนบ้านทุ่งน้อยเวลา 10.20 น. การแสดง วงดนตรีลูกทุ่ง “ช่อนางแลว” โรงเรียนป่าแลวหลวงวิทยาเวลา 11.00 น. การแสดง วงดนตรีสากล “วงไกยี” โรงเรียนบ้านหาดเค็ด12.00 – 13.00 น.พักรับประทานอาหารกลางวัน13.00 – 16.30 น.สถานศึกษาจัดกิจกรรมจำหน่ายผลิตภัณฑ์สินค้าและบริการ (บริเวณข่วงเมืองน่านและข่วงน้อย) กิจกรรมแสดงความสามารถบนเวทีของนักเรียนในโรงเรียนต่าง ๆ ที่เข้าร่วมกิจกรรม ดังนี้เวลา 14.00 น. การแสดงชุด “ฟ้อนแง้น” โรงเรียนบ้านไชยสถานเวลา 14.30 น. การแสดงชุด “วิถีชีวิตชนเผ่า” โรงเรียนบ้านสองแควเวลา 15.00 น. การแสดงดนตรีโพล์คซอง “วง SK Band” โรงเรียนบ้านสองแคว

เวลา 15.30 น. การแสดงชุด “สุนทรีถิ่นลั๊วะ” โรงเรียนบ้านน้ำช้างพัฒนา16.30 – 20.00 น.มหกรรมเปิดโลกงานอาชีพ “กาดละอ่อนน่าน สร้างสรรค์ผลงาน สานต่ออาชีพ” (The 4th Nan Youth: Creative Works, Sustaining Careers) โรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาจังหวัดน่าน รายละเอียดดังนี้
เวลา 16.30 น. – ประธานในพิธีเดินทางมาถึงยังบริเวณงาน และเยี่ยมชมบูธนิทรรศการของโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาจังหวัดน่านเวลา 18.00 น.-เคารพธงชาติ พิธีไว้อาลัย แด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวง (สมเด็จพระพันปีหลวง)การแสดงชุดที่ 1 “นันทบุรีศรีนครา มนตรากระซิบรัก ฮักเมืองน่าน”ประกอบด้วยเพลงโหมโรงวงซิมโฟนี เครื่องสาย (โรงเรียนน่านคริสเตียนศึกษา)ฟ้อนล่องน่าน ประกอบการบรรเลงเพลง ซอล่องน่านออเคสตร้าร่วมสมัย (โรงเรียนราชานุบาล และโรงเรียนน่านคริสเตียนศึกษา)การแสดงประกอบการบรรเลงเพลง ภาพม่านกระซิบรัก(โรงเรียนน่านปัญญานุกูล และโรงเรียนน่านคริสเตียนศึกษา)การบรรเลงเพลง นันทบุรีศรีนครน่าน วงซิมโฟนีเครื่องสาย(โรงเรียนน่านคริสเตียนศึกษา)เวลา 18.15 น. – กล่าวต้อนรับ

โดย นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่านกล่าวรายงาน โดย ดร.วิเชียร วาพัดไทยผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษา น่านเขต 1- กล่าวเปิด โดย ดร.พิเชฐ โพธิ์ภักดีเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นประธานในพิธี “ลั่นฆ้อง 3 ครั้ง”พร้อมด้วย “ตีกลองปูจา” เพื่อความเป็นสิริมงคลโดย โรงเรียนสามัคคีวิทยาคาร(เทศบาลบ้านพระเนตร)เวลา 18.30 น. – มอบเกียรติบัตรและของที่ระลึกแก่ผู้สนับสนุน และทีมการแสดงเวลา 19.00 น. – ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นผู้แทนมอบของที่ระลึกให้ท่านประธานในพิธีการบันทึก

ภาพลำดับที่ 1 แขกผู้มีเกียรติทุกท่านลำดับที่ 2 โรงเรียนบูธที่ 1 – 16ลำดับที่ 3 โรงเรียนบูธที่ 17 – 32ลำดับที่ 4 โรงเรียนบูธที่ 33 – 48ลำดับที่ 5 โรงเรียนบูธที่ 49 – 64(โดยทุกบูธนำเกียรติบัตรขึ้นเวทีพร้อมถ่ายภาพ)เวลา 19.30 น. – การแสดงชื่อชุด “นาฏยคีตกวี” ฟ้อนซอของดีเมืองน่าน(โรงเรียนบ้านน้ำโค้ง)เสร็จสิ้นพิธีการวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 256908.00 – 12.00 น.สถานศึกษาจัดกิจกรรมจำหน่ายผลิตภัณฑ์สินค้าและบริการ (บริเวณข่วงเมืองน่านและข่วงน้อย)กิจกรรมแสดงความสามารถบนเวทีของนักเรียน ที่เข้าร่วมกิจกรรมดังนี้เวลา 09.30 น. – การแสดงชุด “รำถาด” โรงเรียนบ้านห้วยละเบ้ายาเวลา 10.00 น. – การแสดงชุด “รักสองแผ่นดิน” โรงเรียนบ้านศรีนาม่าน/ภาพข่าว/ทีมปชส.คณะทำงาน/ทีมข่าวสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เปิดตัวผู้จัดป้ายแดง แพรทอง โคชะดา ( น้องมาแตร์ )ทายาท ฮ.นกเอี้ยงตาโต

เปิดตัวผู้จัดละครโทรทัศน์ และ ผู้กำกับการแสดง ละคร
เรื่องฮีโร่ฟันน้ำนม ละครส่งเสริมสถาบันครอบครัว เด็ก และ เยาวชน

สถานีโทรทัศน์MV TV ค่ายกองละครกฏแห่งกรรมคืนพระจันทร์ดับ ควบคุมการผลิต เกตน์ศิรณี บุญมา ( ฮ.นกเอี้ยงตาโต) จะเริ่มเปิดกล้องถ่ายทำบันทึกเทป EP1ตอนกำเนิดฮีโร่ฟันน้ำนม

ในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2569 และตอนนี้ได้นำภาพเบื้องหลังการอัดเสียงเพลงประกอบละครเรื่องฮีโร่ฟันน้ำนมโดยเหล่านักแสดงดังต่อไปนี้

  1. ด.ญ. วริษฐา เหวรรณ (น้องพอดี) พลังแปลงร่าง
  2. ด.ช. สพลดนัย ทองบุ
    (น้องเตโช)พลังล่องหน
  3. ด.ญ กนกฉัตร จันทร์เกษม
    (น้องมีนา) พลังแห่งการรักษา
  1. ด.ญ. ธีรตา เหล่าสืบสกุล (น้องเฌอเบลล์)พลังไฟ
  2. ด.ญ. กุลสิริพัชร หาญณรงค์ศักดิ์ (น้องวาวา) พลังตาทิพย์

6.ด.ญ.จิรัชญา บัวคำ (ลัคกี้) พลังน้ำ

7.ด.ญ.กชสร เตียเจริญ ( ซูกัส ) รับบท พลังแห่งจอมกำลังติดตามรับชมและให้กำลังใจเด็กน้องได้ทางสถานีโทรทัศน์MV TV


สนใจติดต่ออบรมนักแสดง โทร 0863791138 อัพเดตช่องทางการรับชม ช่อง MVTV ท้องถิ่นไทย กดเลข 75


. 📡 ระบบดาวเทียม: C-Band KU-Band
. 🖥️TV Stick แค่เสียบก็สนุก
. 📱แอพลิเคชั่น : MVTV
. 🌐เวปไซต์ : mvtv.co.th
. 🔵ติดตามข่าวสาร Facebook : MVTV Channel
. 🔴ชมย้อนหลัง YouTube : MVTV Online
. ⚫คลิปรายการ TikTok : MVTV Online

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นรข.มุกดาหาร ทลายยานรกข้ามโขง! รวบ 2 หนุ่มลาว ยึดยาบ้า 5.4 แสนเม็ด/ นรข.มุกดาหาร จับรถบรรทุก 12 ล้อ ลอบขน “ข้าวไรซ์เบอร์รี่ต่างประเทศ” 300 กระสอบ หนัก 15 ตัน

เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ ที่สถานีเรือมุกดาหาร นายชลิต ทิพย์คำ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร พล.ร.ต.ณรงค์ เอมดี ผู้บัญชาการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (ผบ.นรข.)

น.อ.แมนรัตน์ บุญสวัสดิ์ ผบ.นรข.เขตนครพนม และ น.ท.โอรส พุทธโค หัวหน้าสถานีเรือมุกดาหารแถลงผลการจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ ยึดยาบ้าจำนวน 540,000 เม็ด พร้อมผู้ต้องหาชาวลาว 2 ราย

น.ท.โอรส เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีการลักลอบส่งยาเสพติดในพื้นที่ ต.ดอนตาล อ.ดอนตาล จ.มุกดาหาร จึงสั่งการให้ชุดลาดตระเวนทางบกเข้าซุ่มเฝ้าตรวจบริเวณบ้านดอนตาล

ผาสุก จนกระทั่งเวลาประมาณ 06.00 น. พบชายต้องสงสัย 3 คน นั่งเฝ้ากระสอบวัตถุต้องสงสัยอยู่ริมถนนหมายเลข 2034 เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าตรวจสอบ

เมื่อกลุ่มคนดังกล่าวเห็นเจ้าหน้าที่ได้พยายามวิ่งหลบหนี แต่เจ้าหน้าที่สามารถไล่กวดและควบคุมตัวไว้ได้ 2 ราย ทราบชื่อคือ ท้าวเตียงคำ พมโสพา อายุ 27 ปี

และ ท้าวบุนเลิด พมโสพา อายุ 33 ปี ทั้งคู่เป็นราษฎรบ้านนาพาน เมืองไชพูทอง แขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว ส่วนรายที่ 3 อาศัยความชำนาญพื้นที่หลบหนีไปได้

จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุ พบกระสอบจำนวน 3 กระสอบ ภายในบรรจุยาบ้ารวมประมาณ 540,000 เม็ด จึงได้ตรวจยึดไว้

เป็นของกลางพี้อมโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหา “ร่วมกันครอบครองยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยการมีไว้

เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้าและส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ”ก่อนนำตัวผู้ต้องหา

พร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.ดอนตาล เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายและขยายผลหาผู้ร่วมขบวนการต่อไป ภาพ/ข่าว เดวิท-ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

มุกดาหาร -เปิดเกมรุกปราบค้าเถื่อน! นรข.มุกดาหาร สกัดรถบรรทุก 12 ล้อ ลอบขน “ข้าวไรซ์เบอร์รี่ต่างประเทศ” 300 กระสอบ หนัก 15 ตัน เร่งขยายผลถึงเครือข่าย

เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 ที่สถานีเรือมุกดาหาร น.ท.โอรส พุทธโค หัวหน้าสถานีเรือมุกดาหาร พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ศุลกากร ฝ่ายสืบสวนและปราบปราม ส่วนควบคุมทางศุลกากร สำนักงานศุลกากรภาคที่ 2 ด่านศุลกากรมุกดาหาร สำนักการข่าว กอ.รมน. ร้อย ตชด.234 และตำรวจน้ำมุกดาหาร ร่วมแถลงผลการตรวจยึดข้าวไรซ์เบอร์รี่ลักลอบนำเข้า จำนวนประมาณ 300 กระสอบ น้ำหนักกระสอบละ 50 กิโลกรัม รวม 15,000 กิโลกรัม พร้อมรถบรรทุก 12 ล้อและผู้ควบคุมรถ

สืบเนื่องจากเวลาประมาณ 07.30 น. วันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ศุลกากร ฝ่ายสืบสวนและปราบปราม ส่วนควบคุมทางศุลกากร สำนักงานศุลกากรภาคที่ 2 นำโดย นายสุริโย พรมสวัสดิ์ นักวิชาการศุลกากรชำนาญการ บูรณาการกำลังร่วมกับสถานีเรือมุกดาหาร (นรข. เขตนครพนม) และหน่วยงานความมั่นคง ตั้งจุดตรวจตามข้อมูลสายลับที่แจ้งว่าจะมีการลักลอบขนสินค้าประเภทข้าวสาร ซึ่งยังมิได้เสียค่าภาษีอากร เพื่อนำไปจำหน่ายยังจังหวัดต่าง ๆ ภายในราชอาณาจักร

กระทั่งตรวจพบรถบรรทุก 12 ล้อ ยี่ห้อ ISUZU สีขาว ทะเบียน 70-46872 ร้อยเอ็ด มีลักษณะต้องสงสัย บริเวณหน้าวัดสว่าง บ้านแก้ง ตำบลนาโสก อำเภอเมือง มุกดาหาร เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าตรวจค้น จากการตรวจสอบ พบข้าวไรซ์เบอร์รี่บรรจุอยู่ในกระสอบสีขาวจำนวนมาก ระบุแหล่งกำเนิดต่างประเทศ แต่ไม่สามารถแสดงเอกสารหรือหลักฐานการผ่านพิธีการศุลกากรได้อย่างถูกต้อง

ผู้ควบคุมรถคือ นายชำนาญพร เย็นศิริ อายุ 55 ปี ชาว ร้อยเอ็ด ให้การว่า มีอาชีพขับรถรับจ้างขนส่งสินค้า ได้รับการว่าจ้างจากนายสุรชัย นาสอ้าน ให้มารับข้าวไรซ์เบอรี่จำนวน 300 กระสอบ ที่บริเวณบ้านสามขา ตำบลคำป่าหลาย อำเภอเมืองมุกดาหาร เพื่อนำไปส่งยังจังหวัดสุรินทร์ โดยมีบุคคลนำทางไปรับสินค้าจากรถกระบะอีกทอดหนึ่ง พร้อมอ้างว่าไม่ทราบว่าสินค้าดังกล่าวยังไม่ได้ผ่านพิธีการศุลกากร

รายงานข่าวแจ้งว่า ข้าวไรซ์เบอร์รี่ดังกล่าว คาดว่าเป็นสินค้าต่างประเทศที่ลักลอบนำเข้าผ่านทางแขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว ก่อนลำเลียงข้ามแดนเข้าสู่จังหวัดมุกดาหาร เพื่อกระจายต่อไปยังพื้นที่ปลายทางในภาคอีสานตอนล่าง

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดของกลางทั้งหมดไว้เป็นหลักฐาน และนำไปตรวจสอบอย่างละเอียดที่ด่านศุลกากรมุกดาหาร พร้อมอยู่ระหว่างเร่งขยายผลถึงผู้ว่าจ้าง เครือข่ายลำเลียง และเส้นทางการลักลอบนำเข้าสินค้าผิดกฎหมายต่อไป

ภาพ/ข่าว เดวิท-ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ต้อนรับตรุษจีน มอบของที่ระลึกส่งต่อคำอวยพรต้อนรับปีใหม่จีนอย่างอบอุ่น

วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) จัดกิจกรรมต้อนรับผู้โดยสารเนื่องในโอกาสเทศกาลตรุษจีน ประจำปี 2569 เพื่อส่งมอบความสุข ความอบอุ่นและสร้างความประทับใจแก่ผู้โดยสารชาวจีนที่เดินทางเข้าสู่ประเทศไทย

โดยมี นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (AOT) และ นายกิตติพงศ์ กิตติขจร ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พร้อมด้วยผู้

บริหาร ทสภ. ร่วมให้การต้อนรับและมอบของที่ระลึก พร้อมคำอวยพรต้อนรับปีใหม่จีนแก่ผู้โดยสาร บริเวณซุ้มถ่ายภาพกิจกรรมตรุษจีนที่สายพานรับกระเป๋าหมายเลข 11 – 12 ชั้น 2 อาคารผู้โดยสาร ทสภ.

พร้อมกันนี้ยังได้จัดการแสดงชุด “มิตรภาพไทย – จีน” เพื่อสร้างสีสันและบรรยากาศอันเป็นสิริมงคล สร้างความประทับใจแก่ผู้โดยสารตั้งแต่วินาทีแรกที่เดินทางถึงประเทศไทย และตอกย้ำความตั้งใจของ ทสภ.ในการมอบประสบการณ์ต้อนรับที่น่าจดจำในเทศกาลสำคัญ

นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ เปิดเผยว่า ในช่วงเทศกาลตรุษจีนปี 2569 ระหว่าง วันที่ 13 – 22 กุมภาพันธ์ 2569 AOT ได้คาดการณ์ปริมาณการจราจรทางอากาศ ณ ทสภ. โดยคาดว่าจะมีเที่ยวบินรวมทั้งสิ้น 11,374 เที่ยวบิน แบ่งเป็นเที่ยวบินระหว่างประเทศ 8,546 เที่ยวบิน เฉลี่ย 855 เที่ยวบินต่อวัน และเที่ยวบินภายในประเทศ 2,828 เที่ยวบิน เฉลี่ย 283 เที่ยวบินต่อวัน

เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 4.3 และมีผู้โดยสารเดินทางประมาณ 1,971,050 คน แบ่งเป็นผู้โดยสารระหว่างประเทศประมาณ 1,620,957 คน

และผู้โดยสารภายในประเทศประมาณ 350,093 คน เฉลี่ยวันละ197,105 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.2 สำหรับเส้นทางการบินจากสาธารณรัฐประชาชนจีน คาดว่าจะมีผู้โดยสารเดินทางประมาณ 444,255 คนเฉลี่ยวันละ 44,426 คน

เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 24.2 และมีเที่ยวบินประมาณ 2,889 เที่ยวบินเฉลี่ยวันละ 289 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้นร้อยละ 20.5 นอกจากนี้ ยังมีสายการบินขอเพิ่มเที่ยวบินพิเศษและเที่ยวบินเช่าเหมาลำ (Extra & Charter Flight)

รวมจำนวน 362 เที่ยวบิน แบ่งเป็นเที่ยวบินภายในประเทศ 123 เที่ยวบิน และเที่ยวบินระหว่างประเทศ 239 เที่ยวบิน สะท้อนถึงการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องของการเดินทางทางอากาศ และความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะจากสาธารณรัฐประชาชนจีน

ด้าน นายกิตติพงศ์ กิตติขจร ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กล่าวว่า ในส่วนของการเตรียมความพร้อมรองรับผู้โดยสารในช่วงเทศกาลตรุษจีน ทสภ. ได้บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับให้ผู้โดยสารได้รับความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย ในการเดินทาง โดย ทสภ.

ได้จัดอัตรากำลังเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานในจุดต่างๆ ให้เพียงพอ อาทิ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย พนักงานให้บริการรถเข็นกระเป๋า เจ้าหน้าที่ทำความสะอาด

เจ้าหน้าที่จุดตรวจค้นสัมภาระ เจ้าหน้าที่ Airport Ambassador ประสานผู้ให้บริการภาคพื้นเตรียมความพร้อมด้านบุคลากร และอุปกรณ์ในการให้บริการให้เพียงพอในช่วงชั่วโมงคับคั่ง(Peak Hour)

รวมถึงจัดเจ้าหน้าที่ล่ามภาษาจีนคอยให้ความช่วยเหลือและให้คำแนะนำผู้โดยสารในด้านต่างๆอย่างใกล้ชิดรวมถึงประสานผู้ประกอบการร้านค้า ร้านอาหารจัดทำข้อความภาษาจีน

เพื่ออำนวยความสะดวก แก่ผู้โดยสารชาวจีน ทสภ. ยืนยันความพร้อมในการยกระดับมาตรการด้านความปลอดภัยและการให้บริการอย่างเต็มประสิทธิภาพ เพื่อสร้างความมั่นใจสูงสุดแก่ผู้ใช้บริการ


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สี่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผู้การนครปฐม ! จัดกิจกรรมโครงการ “ ธารน้ำใจ พิทักษ์ รักษ์ ประชา ” รวมพลัง แบ่งปันน้ำใจ มอบสิ่งของให้ รร.ตำรวจตระเวณชายแดนตะโกปิดทอง สวนผึ้ง ราชบุรี

วันนี้ 14 กุมภาพันธ์ 2569 พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ผบก.ภ.จว.นครปฐม พร้อมด้วย คุณ ปุญภา อุปพงษ์ ประธานแม่บ้าน ตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม พ.ต.อ.เทิดเกียรติ รักพานิชมณี รอง ผบก.ภ.จว.นครปฐม พ.ต.อ.ยงลิต ศุภผล ผกก.สภ.ดอนตูม พร้อมคณะจัดกิจกรรมวันวาเลนไทน์

ดำเนินโครงการ “ธารน้ำใจ พิทักษ์ รักษ์ ประชา ” นำสิ่งของอุปกรณ์การเรียน การศึกษา อุปกรณ์กีฬา และเครื่องอุปโภค บริโภค จำพวก ข้าวสาร อาหารแห้ง น้ำดื่ม น้ำตาลทราย น้ำปลา น้ำส้มสายชู และอื่นๆอีกจำนวนมาก พร้อมได้จัดทำอาหารกลางวัน เลี้ยง คณะครู และนักเรียนของโรงเรียนตำรวจตระเวณชายแดนตะโกปิดทองจำนวน 250 คน และได้เยี่ยมชมสวนผักปลอดสารพิษที่ทางนักเรียนปลูกไว้บริโภค

พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ ผบก.ภ.จว.นครปฐม กล่าวว่า การทำจัดโครงการ “ธารน้ำใจ พิทักษ์ รักษ์ ประชา ” ที่จัดขึ้นในครั้งนี้เพื่อแบ่งปันความรัก ความห่วงใย และสนับสนุน โอกาสทางการศึกษาแก่เด็กนักเรียนในพื้นที่ทุรกันดารที่ห่างไกลเพื่อส่งเสริมให้เยาวชน เติบโตขึ้นอย่างมีคุณภาพและมีพื้นฐานที่มั่นคงในการพัฒนาประเทศชาติต่อไป

โดย โรงเรียนตำรวจดระเวนชายแดนตะโกปิดทองตั้งอยู่หมู่ที่ 8 ตำบลสวนผึ้ง อำเภอสวนผึ้งจังหวัดราชบุรี ได้ก่อตั้งเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม ปีพุทธศักราช 2521 โดยได้รับบริจาคที่ดินจากบริษัทเหมืองแร่แหลมพิชัยเนื่องจากบุตร – หลาน ของคนงาน บริษัทเหมืองแร่แหลมพิชัยไม่มีสถานที่เรียน ทางบริษัทจึงได้มอบที่ดิน จำนวน 30 ไร่ 2 งาน และสร้างอาคารเรียนจ๋านวน 1 หลัง

พร้อมทั้งประสานกับกองกำกับการดำรววจดระเวนชายแดน เขด 7 (กองกำกับการดำรดำรวจตระเวนชายแดนที่ 13 ปัจจุบัน ) เพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนตำรวจดระเวนชายแดน สังกัดกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 13 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งโรงเรียนดังกล่าวตั้งอยู่บนยอดเขาห่างจากชายแดนไทย พม่า ประมาณ 4 กิโลเมตร เปิดการเรียนการสอนตั้งแต่ระดับอนุบาล ถึงระดับปฐมศึกษา

ในเบื้องต้นมีครูตำรวจ 8 ท่าน ครูพลเรือน 5 ท่าน โดยมีตั้งแต่ชั้นอนุบาลจนถึงประถมศึกษาปีที่ 6 มีนักเรียนที่กำลังศึกษาอยู่จำนวน 250 คนและจะมีนักเรียนประมาณ 70 คน จะพักอาศัยอยู่ที่โรงเรียนเป็นประจำ ซึ่งทางโรงเรียนจะต้องทำอาหารเลี้ยงทั้ง 3 มื้อ ส่วนที่กลับบ้านจะได้รับประทานอาหารกรณีมาเรียนจะได้รับประทานอาหารมื้อกล่างวัน 1 มื้อ โดยส่วนใหญ่จะเป็นเด็กนักเรียนกว่าร้อยละ 90 เป็น ชาติพันธุ์ กะเหรี่ยง มอญ และ พม่า ทำให้การสื่อสารและการสอนเป็นภาษาไทย เด็กๆจะไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่

พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ ผบก.ภ.จว.นครปฐม กล่าวต่อว่าทางโรงเรียนแห่งนี้ ได้ดำเนินงานตามแผนพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดารฯ ตามพระราชดำริ ทั้ง 8 โครงการอย่างต่อเนื่อง และเป็นรูปธรรม การดำเนินงานโครงการพระราชดำริ ฯ ซึ่งทางคณะครู อาจารย์ นั้นมีวิชาการ และเพิ่มเติมหลักสูตรความรู้ด้านทางการเกษตร ดำเนินการควบคู่ไปกับการจัดการเรียนการสอน

โดยการบูรณาการงานโครงการเข้ากับการเรียนรู้ของนักเรียน เน้นการปฏิบัติจริง เช่น การปลูกผักสวนครัว การเลี้ยงปลา เลี้ยงเป็ดไข่ ไก่ไข่ การเพาะเห็ด และการหมักปุ๋ยอินทรีย์ เด็กๆ ทุกคนจะได้เข้ามาเรียนรู้ในศูนย์การเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อพัฒนาทักษะด้านการเกษตร ให้กับนักเรียนเพื่อนำความรู้ที่ได้รับจากโครงการส่งต่อให้ กับครอบครัวและคน

ในชุมชนให้ต่อยอดเป็นอาชีพในอนาคต และทางโรงเรียนยังมีการเรียนการสอนด้านวิชาสหกรณ์ โรงเรียนมีสหกรณ์นักเรียน ดำเนินการโดยคณะกรรมการสหกรณ์นักเรียน โดยมีการจัดกิจกรรมออมทรัพย์กิจกรรมร้านค้า กิจกรรมส่งเสริมการผลิตขยายการพัฒนาจากโรงเรียนสู่ชุมชนอีกด้วยสำหรับ กิจกรรม

โครงการดังกล่าวเป็นการส่งเสริมคุณภาพชีวิตและสนับสนุนโอกาสทางการศึกษาแก่เด็กนักเรียนในพื้นที่ห่างไกล อันเป็นการสร้างขวัญกำลังใจและวางรากฐานที่มั่นคงให้เยาวชนเติบโตเป็นทรัพยากรบุคคลที่มีคุณค่าของสังคมและประเทศชาติต่อไป
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “บ้านวิชาการ เปิดลานสมรรถนะอาชีพ” สร้างโอกาส สร้างทักษะ สร้างอนาคต/จัดกิจกรรมพิธีมอบห่วงอลูมิเนียม “โครงการรวมพลัง อลูมิเนียม เพื่อพลังบุญ”

📅 วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 ร้อยตำรวจโท ดร.มนัส โนนุช ประธาน สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดงาน “โครงการบ้านวิชาการ เปิดลานสมรรถนะอาชีพ” ประจำปีการศึกษา 2568 ณ โรงเรียนอุบลรัตนราชกัญญาราชวิทยาลัย จังหวัด นครปฐม

ภายในงานได้เปิดพื้นที่แห่งการเรียนรู้ที่เน้น “ทักษะจริง ประสบการณ์จริง และอาชีพจริง” เพื่อให้นักเรียนได้แสดงศักยภาพทางวิชาการ ควบคู่กับการพัฒนาสมรรถนะด้านอาชีพ อันเป็นรากฐานสำคัญในการเตรียมความพร้อมสู่โลกการทำงานในอนาคต

การจัดโครงการครั้งนี้สะท้อนถึงความร่วมมือระหว่างภาคการศึกษาและภาคสังคม ในการยกระดับคุณภาพผู้เรียนให้มีทั้งความรู้ คุณธรรม และทักษะที่ตอบโจทย์ศตวรรษที่ 21 พร้อมสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนก้าวสู่เส้นทางอาชีพอย่างมั่นใจและภาคภูมินับเป็นอีกก้าวสำคัญของการขับเคลื่อนงานสังคมสงเคราะห์ด้านการศึกษา ที่มุ่ง “สร้างคน สร้างโอกาส และสร้างอนาคตที่ยั่งยืน” ให้กับเยาวชนไทยอย่างเป็นรูปธรรม

12 กุมภาพันธ์ 2569 : 15.00-16.00 น. สมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล โดย พ.ต.ศิริชัย ทรัพย์ศิริ นายกสมาคมฯ/กรรมการอำนวยการสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์,นางจิรภา รัตนศิลา ทรัพย์ศิริ

หัวหน้าสำนักงานสมาคมคนพิการฯ,พล.ท.เชฏฐพันธุ์ อุชุปาละนันท์ รองเจ้ากรมพระธรรมนูญ,นางสกาวรัตน์ พัฒนเจริญ ประธานกรรมการชมรมภริยาข้าราชการกรมพระธรรมนูญ และคณะ,พ.อ.ณัฐวุฒิ พรหมศร อัยการศาลทหารกรุงเทพ และนางนภาภรณ์ พรหมศร

รองประธานกรรมการชมรมภริยาข้าราชการกรมพระธรรมนูญ ผู้ประสานงาน : ร่วมจัดกิจกรรมพิธีมอบห่วงอลูมิเนียม “โครงการรวมพลัง อลูมิเนียม เพื่อพลังบุญ” และบรรยายพิเศษเรื่อง ความภาคภูมิใจและความเสียสละในการรับใช้ประเทศชาติ ให้กับนายทหารนักเรียนเหล่าพระธรรมนูญ

ซึ่งมี พล.ท.พัฒนชัย พัฒนเจริญ หัวหน้าสำนักงานตุลาการทหาร และตุลาการพระธรรมนูญหัวหน้าศาลทหารสูงสุด เป็นประธานในพิธีส่งมอบ ณ ห้องบรรยายโรงเรียนเหล่าทหารพระธรรมนูญ ชั้น 6 อาคารเทิดราชา สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ถ.ศรีสมาน อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี

สือรัฐ ทีวี บก.เอกสิทธ์ หมวดทอง