เลย​ -​ฉก.ทพ.2102 ตรวจยึดรถจักรยานยนต์ กลางแม่น้ำเหือง ขณะเตรียมส่งสปป.ลาว เพื่อตรวจสอบ ที่ บ้านหนองปกติ

เมื่อ​วันที่​ 16 กันยายน 2567 เวลา 18.00น​ โดย ร.ท.อาคม คำจุลฬา ผบ.ร้อย.ฉก.ทพ.2102 ฉก.ทพ.21 ได้รับเเจ้งจากเเหล่งข่าว ทราบว่าจะมีการลักลอบนำรถจักรยานยนต์ข้ามไปยัง สปป.ลาว ที่บริเวณกลางแม่น้ำเหือง​ บ้านหนองปกติ หมู่ที่ 5 ต.อาฮี อ.ท่าลี่ จว.เลย พิกัด 47Q QV 452 515 โดยมีนายทุนฝั่ง สปป.ลาว ได้สั่งซื้อรถจากนายทุนฝั่งไทย

พื้นที่ บ.หนองปกติฯ จึงได้สั่งการให้ ชป.2 ทำการ ซุ่มจุดเสี่ยง/จุดเพ่งเล็ง ครั้นเมื่อเวลา 2345 มีเรือจากฝั่ง สปป.ลาว ข้ามมาจอดริมตลิ่งฝั่งไทย จากนั้นตรวจพบแสงไฟ ขึ้นมาจากริมน้ำ มีชายไม่ทราบสัญชาติ เดินขึ้นมาเข็นรถจักรยานยนต์ ลงไปริมตลิ่ง ชุดซุ่ม จึงได้แสดงตัว เมื่อชายดังกล่าว เห็นว่าเป็น จนท. ตกใจ จึงได้ทิ้งรถจักรยานยนต์ กระโดดลงแม่น้ำ ว่ายน้ำหลบหนีข้ามไปยังฝั่ง สปป.ลาว หน่วยฯ จึงได้ทำการตรวจยึดรถจักรยานยนต์ จำนวน 1 คัน ยี่ห้อ Honda wave110 i สีขาว-แดง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน​ และ เรือกีบ จำนวน 1 ลำ

หน่วยฯได้บันทึกภาพถ่ายพร้อมวีดีโอไว้เป็นหลักฐานและนำรถจักรยานยนต์มาไว้ที่ บก.ร้อย.ฉก.ทพ.2102 เพื่อตรวจสอบ และรอดำเนินการตามกฏหมายต่อไป

ศูนย์ข่าวมุกดาหาร #กองทัพบกroyalthaiarmy #กองทัพภาคที่2 #กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี

เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รา

เปิดแล้ว..! งานท่องเที่ยวประจวบคีรีขันธ์ มหัศจรรย์เมืองสามอ่าว และงานกาชาดปี 67 สปสช. เขต 5 เพิ่มประสิทธิภาพด้านการสื่อสารประชาสัมพันธ์เชิงรุก

เมื่อเวลาประมาณ 19.30 น.วันที่ 13 กันยายน 2567 ที่บริเวณเวทีกลางการจัดงาน บนสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติรัชกาลที่ 9 หน้าศาลากลางจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายสมคิด จันทมฤก ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานในพิธีเปิดงานท่องเที่ยวประจวบคีรีขันธ์ มหัศจรรย์เมืองสามอ่าว และงานกาชาดประจำปี พ.ศ.2567 ซึ่งจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้ร่วมกับ สำนักงานการท่องเที่ยว สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดขึ้น ในระหว่างวันที่ 13 – 22 กันยายน พ.ศ.2567 ณ บริเวณสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ ร.9 หน้าศาลากลางจังหวัด และถนนเลียบชายทะเลอ่าวประจวบฯ เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจ และสร้างรายได้ให้กับชุมชน โดยมี นายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล นายคมกริช เจริญพัฒนสมบัติ และนายองครักษ์ ทองนิรมล นายสินาทร โอ่เอี่ยม รองผู้ว่าราชการจังหวัด นายปรีดา สุขใจ ปลัดจังหวัด นายสราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์ นายกอบจ.ประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ เข้าร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิดงาน

เมื่อช่วงเวลาประมาณ 16.00 น.ก่อนเริ่มพิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการได้มีการจัดขบวนแห่เฉลิมพระเกียรติ จากทั้ง 8 อำเภอ ที่นำเสนอเกี่ยวกับอัตลักษณ์ความเป็นไทยของแต่ละพื้นที่ในแต่อำเภอ โดยผู้เข้าร่วมขบวนทุกคนเน้นแต่งกายสวมใส่ด้วยชุดผ้าไทย ตามโครงการ”ผ้าไทยใส่ให้สนุก” เข้าร่วมเดินขบวน มีการแสดงการละเล่นท้องถิ่นของไทยในอดีต เช่น งูกินหาง มอญซ่อนผ้า ม้าก้านกล้วย เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีการแสดงโขน รามเกียรติ์ การตีกลองสะบัดชัย และการรำเทิดพระเกียรติ และการแสดงของน้องๆเยาวชนจากโรงเรียนต่างๆ อีกด้วย
ในส่วนของเวทีกลางการจัดงาน ยังมีการแสดง Opening Show ชุดการแสดง”ปลานวลจันทร์ มหัศจรรย์ปลาแห่งพระราชา การแสดง Amazing ธิดาผ้าไทย 2024 จากกรรมการและสมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัดประจวบฯ ร่วมกับจิตอาสากาชาดและชมรมนาฏศิลป์สร้างสรรค์ประจวบคีรีขันธ์ การแสดงชุดเปรตสัมภเวสี จากโรงเรียนเทศบาลบ้านหนองบัว การแสดงบทเพลงพระราชนิพนธ์ใกล้รุ่ง การแสดงต้อนรับมหัศจรรย์เมืองสามอ่าว จากโรงเรียนเทศบาลวัดธรรมิการาม เป็นต้น

โดยภายในงานตลอด 10 วัน มีกิจกรรมต่างๆมากมาย ประกอบด้วย ชมการตกแต่งไฟสวยงาม การจัดแสดง แสง สี เสียง และนิทรรศการต่างๆ ภายใต้แนวคิดเมือง 3 อ่าว การแสดงวัฒนธรรมศิลปะพื้นบ้าน และการแสดงดนตรีจากศิลปินท้องถิ่น ศิลปินดัง การแสดงชิงช้าสวรรค์ ทูบีนัมเบอร์วัน ประจวบคีรีขันธ์ การประกวดสาวงามเมืองสามอ่าว การประกวด Miss Queen การแข่งขันตะกร้อลอดห่วง การแข่งขันกีฬามวยไทยนานาชาติ กิจกรรมตามรอยพ่อหลวงพิชิตยอดเขาช่องกระจก นอกจากนี้ที่บริเวณสะพานสราญวิถี ยังมีลานวัฒนธรรมสนุกสนานกับการเรียนรู้ ลงมือทำ ในบูธกิจกรรมสาธิตภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม และ workshop ศิลปะ และกิจกรรมเที่ยวชิม ช้อปปิ้ง กินเพลิน ในโซน OTOP Cafe และ OTOP Super market ตลาดแห่งความสุข(แฮปปี้เน็ตมาร์เก็ต ) บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัด กิจกรรมล้วงไหของการออกร้านกาชาดการกุศล ร่วมทำบุญกับกาชาด การแสดงแฟชั่นโชว์ผ้าไทย อีกด้วย ซึ่งในส่วนของความบันเทิงภายในงานได้มีการเปิดให้ชมฟรี มินิคอนเสิร์ตจากศิลปินดัง อาทิ แบงค์ ปรีติ (Clash) เอ ไมค์ทองคำ แพรวา พัชรี รำวงไพรอาร์ท รำวงประยุกต์สอนสุพรรณโชว์ และอื่นๆอีกมากมาย

นายสมคิด จันทมฤก ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า การจัดงานในครั้งนี้ เพื่อมุ่งหวังที่จะสามารถดึงดูดประชาชน -นักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และจังหวัดโดยรอบให้เดินทางมาท่องเที่ยวในพื้นที่ เพื่อให้เกิดการสร้างรายได้เข้าสู่ชุมชน และผู้ประกอบการธุรกิจการท่องเที่ยว ธุรกิจร้านค้าร้านอาหารในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ อีกทั้ง ยังเป็นการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวผ่านสื่อออนไลน์ที่สามารถเข้าถึงกลุ่มคนได้ทุกเพศทุกวัย ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ สร้างการรับรู้และความสนใจในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ให้เพิ่มมากขึ้น วัตถุประสงค์เพื่อประชาสัมพันธ์ Soft Power ด้านวิถีชีวิต ประเพณีวัฒนธรรมของชาวประจวบคีรีขันธ์ ที่สามารถนำมาประยุกต์เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว เพิ่มการกระจายสินค้าท้องถิ่น และเพื่อให้เห็นถึงความสวยงามของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งมีสถานที่ท่องเที่ยวต่างฯ อีกมากมาย

สปสช. เขต 5 เพิ่มประสิทธิภาพด้านการสื่อสารประชาสัมพันธ์เชิงรุกในระดับเขต เพื่อให้ประชาชนรับรู้ข้อมูลข่าวสารที่รวดเร็ว ฉับไว เข้าถึงการให้บริการที่ถูกต้อง

วันที่ 12 กันยายน 2567 ที่ห้องประชุมโรงแรมไมด้า แกรนต์ ทวารวดี อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม นายแพทย์พีระมน นิงสานนท์ ผู้อำนวยการเขตสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ( สปสช. ) เขต 5 ราชบุรี เป็นประธานเปิดการประชุม เพิ่มประสิทธิภาพด้านการสื่อสารประชาสัมพันธ์เชิงรุก ในระดับเขตพื้นที่ สปสช. เขต 5 ราชบุรี โดยมีสื่อมวลชนแขนงต่าง ๆ ในเขตพื้นที่ 8 จังหวัด ประกอบด้วย จ.กาญจนบุรี เพชรบุรี ราชบุรี นครปฐม สมุทรสงคราม สมุทรสาคร สุพรรณบุรี ประจวบคีรีขันธ์ โดยมีสื่อประชาสัมพันธ์จังหวัด สื่อสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย สื่อเครือข่ายวิทยุชุมชน สื่อเครือข่ายออนไลน์ และสื่อหนังพิมพ์ รวมไปถึงสื่อทีวีส่วนกลาง และท้องถิ่น เข้าร่วมประชุม

โดยมี นางจันทนา พิณทิพย์ นักวิชาการหลักประกันสุขภาพ ปฏิบัติหน้าที่รองผู้อำนวยการกลุ่มฯ นางสุกัญญา วงศ์ศิริ นักวิชาการหลักประกันสุขภาพ มาบรรยาย ให้ความรู้ รับทราบถึงสิทธิประโยชน์ ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ การคุ้มครองสิทธิ และนโยบายต่าง ๆ นำไปเผยแพร่ให้แก่ประชาชนผู้รับบริการ ผู้ให้บริการ และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องในเขตพื้นที่ของตนเอง อีกทั้งมีนางสาวโสภาพันธุ์ รักษาธรรม และนางสาวศศิมณี นันตาวรรณ์ นักวิชาการหลักประกันสุขภาพ ได้ บรรยายถึง การวางแผ่นขับเคลื่อนงานสื่อสารประชาสัมพันธุ์สิทธิประโยชน์หลักประกันสุขภาพในพื้นที่ปี 2568


นายแพทย์พีระมน นิงสานนท์ ผู้อำนวยการเขตสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ( สปสช. ) เขต 5 ราชบุรี ได้กล่าวในที่ประชุมถึง สิทธิบัตรทอง 30 บาท คุ้มครองค่าใช่จ่าย ซึ่งมีปัจจัยในการให้บริการสร้างเสริมสุขภาพ การตรวจโรค การตรวจ และรับฝากครรถ์ ตลอดถึงการบำบัดและการให้บริการทางการแพทย์ บริการด้านสาธารณสุขด้านการแพทย์แผนไทย และการแพทย์ทางเลือก การสาธารณสุขที่เกี่ยวกับอุบัติเหตุการประสบภัยจากรถ เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อให้สื่อมวลชนได้นำข่าวสารประชาสัมพันธ์ขององค์กร นำไปเสนอให้ประชาชนทั่วไปได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารที่รวดเร็ว เข้าถึงการให้บริการที่ถูกต้อง ฉับไว ซึ่งเป็นการปฎิบัติงานในเชิงรุกของสำนักงานหลักประกันสุขภาพ ( สปสช. ) เขต 5 ราชบุรี ต่อไป

////////////////////////////////////////////////////////
ณัฐธภพ พันสาย / ทีมข่าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

บางละมุง-พัทยา ส่งธารน้ำใจช่วยน้ำท่วมเมืองหนองคาย – สมาคมชาวอีสานเมืองพัทยาร่วมกับสำนักสงฆ์หนองอ้อ จัดงานบุญข้าวสาก อีสานพัทยา ประจำปี 2567

ตามที่เกิดปัญหาภัยธรรมชาติอุทกภัยทางภาคเหนือ ส่งผลให้ปริมาณน้ำในแม่โขงสูงขึ้นจนเข้าท่วมย่านเศรษฐกิจในจังหวัดหนองคาย สร้างผลกระทบความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์ของพ่อแม่พี่น้องประชาชนเป็นจำนวนมาก โดยหลายหน่วยงานทั่วประเทศต่างระดมกำลังกันช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องอยู่นั้นวันที่ 17 ก.ย.67 มีรายงานว่า ที่มูลนิธิสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยา จ.ชลบุรี นายวีกิจ มานะโรจน์กิจ นายอำเภอบางละมุง นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา นายประสิทธิ์ ทองทิตย์เจริญ ประธานมูลนิธิฯ พร้อมผู้เกี่ยวข้อง ร่วมกระทำพิธีปล่อยขบวนรถช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมจังหวัดหนองคาย

นายวีกิจ มานะโรจน์กิจ นายอำเภอบางละมุง กล่าวว่า ที่ผ่านมาอำเภอบางละมุงได้ร่วมกับเมืองพัทยา มูลนิธิสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยา และหน่วนงานอื่นบูรณาการความช่วยเหลือเปิดรับบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 5 แล้ว และได้กระจายความช่วยเหลือไปแล้วหลายจังหวัด เป็นธารน้ำใจของพี่น้องชาวบ้านละมุง และเมืองพัทยาที่ร่วมกันส่งกำลังใจให้ผู้ประสบภัย

ด้าน นายประสิทธิ์ ทองทิตย์เจริญ ประธานมูลนิธิฯสว่างบริบูรณ์เมืองพัทยา กล่าวด้วยว่า.ฝนครั้งนี้ได้จัดเตรียมสิ่งของรับบริจาคจากพ่อแม่พี่น้องประชาชนเป็นสิ่งของจำเป็น ข้าวสาร อาหารแห้ง น้ำดื่ม และอื่นๆ อีกเป็นจำนวนมาก รวมน้ำหนักกว่า 30 ตัน ซึ่งจะได้ขนส่งโดยรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ ที่สนับสนุนโดยนายบรรลือ กุลละวณิชย์ ประธานสภาเมืองพัทยา ซึ่งต้องขอบคุณมา ณ โอกาสนี้ด้วย โดยจะออกเดินทางจากมูลนิธิฯเย็นวันนี้และจะไปถึงวันพรุ่งนี้เวลา 07.00 น.

ขณะที่ นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณชาวอำเภอบางละมุง ชาวเมืองพัทยา รวมทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ ที่ร่วมากันบริจาคสิ่งของช่วยเหลือพี่น้องผู้ประสบภัยพิบัติน้ำท่วมจนได้สิ่งของจำนวนมาก และขอส่งกำลังใจให้กับพี่น้องชาวไทยที่ประสบปัญหาอุทกภัยอยู่ในขณะนี้ด้วยเช่นกัน

สมาคมชาวอีสานเมืองพัทยาร่วมกับสำนักสงฆ์หนองอ้อ จัดงานบุญข้าวสาก อีสานพัทยา ประจำปี 2567

วันที่ 17 ก.ย.67 ที่สำนักสงฆ์หนองอ้อ พัทยากลาง จ.ชลบุรี สมาคมชาวอีสานเมืองพัทยา โดย นายสุครีพ กระจาย นายกสมาคมฯ ได้ร่วมกับสำนักสงฆ์หนองอ้อ จัดงานบุญข้าวสาก อีสานพัทยา ประจำปี 2567 โดยพบว่ามีประชาชนชาวอีสานทึ่อาศัยในเมืองพัทยาเข้าร่วมงานอย่างคึกคัก

สำหรับงานบุญข้าวสาก ถือเป็นประเพณีในวันขึ้น 15 ค่ำ ซึ่งชาวบ้านจะจัดเตรียมสํารับอาหารบรรจุข้าวเหนียว อาหารแห้ง เช่น ปลาย่าง เนื้อย่าง แจ่วบองหรือน้ำพริกปลาร้า และห่อข้าวเล็กๆ สําหรับนําไปถวายพระทําบุญที่วัด เพื่ออุทิศส่วนบุญส่วนกุศลไปให้แก่ญาติพี่น้องหรือผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว

ทั้งนี้ ภายในงานได้รับเกียรติจากแขกเข้าร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก อาทิ นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา นายภูมิพิพัฒน์ กมลนาถ เลขานุการนายกเมืองพัทยา นายนคร ผลลูกอินทร์ นายนคร ผลลูกอินทร์ ส.อบจ.ชลบุรี นายมานะ ยาประคำ ประธานสภาวัฒนธรรมเมืองพัทยา และนายรัฐกิจ เฮงตระกูล ผู้ช่วยที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ศูนย์ ปภ.เขต 7 สกลนคร นำจิตอาสาพัฒนาหนองหาร ระลึกพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย

ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 7 สกลนคร ร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่าย จัดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาพื้นที่ริมฝั่งหนองหาร เนื่องในวันที่ระลึกพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล และน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ

วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 09.30 น. ณ บริเวณดอนลังกา ริมฝั่งหนองหาร ตำบลธาตุนาเวง อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร นายวิชาญ แท่นหิน ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 7 สกลนคร เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนา

เนื่องในสำคัญของชาติ “วันที่ระลึกพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย” เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ

พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และน้อมส่งเสด็จพระองค์ท่านสู่สวรรคาลัย โดยมีปลัดจังหวัดสกลนคร หัวหน้าส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ จิตอาสา 904 จิตอาสาพระราชทาน และผู้แทนจากภาคเอกชนเข้าร่วมกิจกรรม

นายวิชาญ แท่นหิน ประธานในพิธี ได้ถวายความเคารพเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมเปิดกรวยกระทงดอกไม้ธูปเทียนแพถวายราชสักการะ

และกล่าวน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ จากนั้นประธานและผู้เข้าร่วมพิธีได้ร่วมกันกล่าวคำปฏิญาณ “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” 3 ครั้ง เพื่อแสดงพลังความสามัคคีในการบำเพ็ญประโยชน์ต่อส่วนรวม

โดยมีกิจกรรม ประกอบด้วย การพัฒนาแหล่งน้ำ ร่วมกันกำจัดวัชพืช พืชน้ำ ผักตบชวา และจอกแหนที่ปกคลุมพื้นที่ริมฝั่งหนองหาร เพื่อปรับปรุงภูมิทัศน์และระบบนิเวศ พร้อมสร้างความมั่นคงทางอาหาร

โดยร่วมกันปล่อยพันธุ์ปลาลงสู่หนองหาร เพื่อเป็นแหล่งอาหารให้กับชุมชนในอนาคต นอกจากนี้ยังมีการสาธิตการทำปุ๋ยหมักชีวภาพจากวัชพืชและผักตบชวา เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนลดการใช้ปุ๋ยเคมีและนำวัสดุเหลือใช้มาสร้างประโยชน์ในครัวเรือน

สำหรับวันที่ 24 กุมภาพันธ์ของทุกปี เป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (รัชกาลที่ 2) ผู้ทรงมีพระปรีชาสามารถทั้งด้านการปกครอง และด้านศิลป

วัฒนธรรม จนยุคของพระองค์ได้รับการยกย่องว่าเป็น “ยุคทองของวรรณคดี” ซึ่งรัฐบาลได้กำหนดให้วันที่ 24 กุมภาพันธ์ เป็น “วันศิลปินแห่งชาติ” เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระองค์ท่านสืบไป

  • สราวุต อ่อนทรวง ข่าวภูมิภาค 01 รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ปรุงน้ำจิ้มซีฟู้ดเปิดงาน “Pattaya Squid Fair 2026“ ริมหาดจอมเทียน นักท่องเที่ยวตรึม

ช่วงค่ำวันที่ 20 ก.พ. 2569 นายวิทยา คุณปลื้ม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี เกียรติจาก ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ Pattaya Squid Fair 2026 ภายใต้ธีม Fisherman’s Fantasy Village บริเวณริมชายหาดจอมเทียน เมืองพัทยา จ.ชลบุรี โดยมี นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา ตัวแทนภาครัฐ ภาคเอกชน ตลอดจนผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมงาน ก่อนจะมีการสาธิตปรุงน้ำจิ้มซีฟู้ดสูตรพิเศษเพื่อเป็นไฮไลต์เปิดงานอย่างเป็นทางการ

นางสาวชุติมา จิระมงคล นายกสมาคมนักธุรกิจและการท่องเที่ยวเมืองพัทยา ชลบุรี ได้กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดโครงการงาน Pattaya Squid Fair 2026 ในปีนี้ กำหนดจัดระหว่างวันที่ 20–21 ก.พ. 2569 ในธีม Fisherman’s Fantasy Village บริเวณริมทะเลจอมเทียน เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและสร้างรายได้ให้ชุมชนประมงในพื้นที่ และจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก สร้างโอกาสใหม่ให้ประชาชน และสร้างความประทับใจแก่ผู้มาเยือนทุกคน

โดยภายในงานมีโซนบูธร้านค้า อาหารทะเล และกิจกรรมเวิร์กช็อปศิลปะจากวิสาหกิจชุมชนเกาะล้าน พร้อมการนำเสนอเรื่องเล่าประมงพื้นบ้านผ่านงานศิลป์ การแสดงเรือใบจากสมาคมเรือใบแห่งประเทศไทย และสมาคมเรือใบพัทยา การแสดงดนตรีโฟล์กซองจากเยาวชน รวมถึงกิจกรรมสันทนาการ Sea Fun Challenge ซึ่งพบว่านักท่องเที่ยวร่วมงานอย่างคับคั่ง

Primus Group เข้าพบผู้ว่าฯ ชลบุรี – นายกเมืองพัทยา สานความร่วมมือขับเคลื่อนเศรษฐกิจภาคตะวันออก

มีรายงานว่า คณะผู้บริหาร กลุ่มบริษัทในเครือ Primus Group ผู้นำธุรกิจผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ระดับแนวหน้าของประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี, นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา เนื่องในเทศกาลปีใหม่ 2568 พร้อมรับฟังแนวนโยบายด้านการส่งเสริมและพัฒนาเศรษฐกิจของจังหวัดชลบุรีและเมืองพัทยา

ในการเข้าพบครั้งนี้ นำโดย นายชวัลรัชญ์ ทองคำสุข ผู้จัดการฝ่ายขาย “เบนซ์ ไพรม์มัส พัทยา”, นายภูวสิษฐ์ ฐิติธนภานุพงศ์ ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายขาย “เอ็มจี ไพรม์มัส พัทยา / บายพาส ชลบุรี”, นายวีรยุทธ หว่างวงษ์แก้ว ผู้จัดการฝ่ายขาย “เอ็มจี ไพรม์มัส พัทยา”, และนายธีรภัทร์ เกตุแก้ว ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายขาย “ดีพอล ไพรม์มัส ชลบุรี“ พร้อมกันนี้ คณะผู้บริหาร Primus Group ได้รายการความคืบหน้าและการเติบโตของธุรกิจตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ของกลุ่ม Primus Group ในจังหวัดชลบุรี โดยเฉพาะการรุกตลาดแบรนด์รถยนต์จีนในช่วงปีที่ผ่านมา

ปัจจุบัน กลุ่มบริษัทในเครือ Primus Group เป็นผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ รวม 5 ยี่ห้อ ได้แก่ Mercedes-Benz, Zeekr, MG, Deepal และ Aion โดยมีโชว์รูมและศูนย์บริการรถยนต์ รวมทั้งสิ้น 13 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล, จังหวัดชลบุรี และจังหวัดเชียงใหม่ โดยเฉพาะที่จังหวัดชลบุรี มีโชว์รูมและศูนย์บริการรถยนต์ Mercedes-Benz จำนวน 1 แห่ง, MG จำนวน 2 แห่ง, Deepal จำนวน 1 แห่ง และ Aion จำนวน 1 แห่ง รวมทั้งหมด 5 แห่ง สะท้อนความเชื่อมั่นและบทบาทสำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์และเศรษฐกิจในภูมิภาคตะวันออก

น้ำใจครอบครัวนักธุรกิจเกาหลี ส่งต่อพวงหรีดของใช้งานศพให้องค์กรการกุศลเมืองพัทยา หลังเจ้าตัวลาโลก

มีรายงานว่า ทางครอบครัวของนายจอง วอนฮอน หรือ แดนนี่ จอง นักธุรกิจชาวเกาหลีที่เป็นที่รักใครของคนรู้จักที่ได้เสียชีวิตไปก่อนหน้านี้ ได้นำเอาของใช้ต่างๆ ที่ได้จากการจัดงานพิธีทางศาสนาให้ผู้วายชนม์ โดยมีแขกเหรื่อจำนวนมากนำเป็นหรีดมามอบให้นั้น ไปมอบให้องค์กรการกุศลต่างๆ ในเมืองพัทยา

ทั้งนี้ ทางครอบครัวได้ส่งต่อของใช้ดังกล่าวจำนวนมาก ทั้ง พัดลม อุปกรณ์ไฟฟ้า ข้าวสาร อาหารแห้ง และสิ่งจำเป็น ซึ่งจัดทำเป็นพวงหรีดเพื่อใช้ประโยชน์ได้อย่างสูงสุด โดยนำไปมอบให้กับมูลนิธิคุณพ่อเรย์ พัทยา, มูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ พัทยา, มูลนิธิสงเคราะห์เด็กพัทยา และมูลนิธิบ้านจริงใจ

โดยครอบครัวเปิดเผยว่า เป็นสิ่งที่ผู้วายชนม์ได้มีความประสงค์ครั้งยังมีชีวิต คือการช่วยเหลือและให้การสนับสนุนแก่สังคมอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ผู้เสียชีวิตจะไม่อยู่แล้ว แต่มีเพื่อนๆ นักธุรกิจ ที่มาร่วมงานฌาปนกิจได้สานต่อเจตนารมย์ในการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ ซึ่งผู้วายชนม์ได้ทำมาตลอดจนเป็นที่รักใคร่ต่อมิตรสหายและคนรู้จัก

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / อุตสาหกรรมน่าน จับมือภาคีเครือข่าย คลัสเตอร์เครื่องเงินและผ้าทอเมืองน่าน ครั้งที่ 10 เชื่อมโยงตลาด ท่องเที่ยว

เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 จังหวัดน่าน โดยสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดน่าน จับมือภาคีเครือข่าย แถลงข่าวจัดงานมหกรรมเครื่องเงินและผ้าทอเมืองน่าน ครั้งที่ 10 ซึ่งได้จัดมาอย่างต่อเนื่อง โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ เป็นประธานการแถลงข่าว นอกจากนี้ยังมีอุตสาหกรรมจังหวัดน่าน นายอดิศักดิ์ มณีท่าโพธิ์ นายชัยพฤกษ์ รุ่งรชตะวาณิช ประธานคลัสเตอร์เครื่องเงินน่าน และนางวราภณ์ ลำจวน

ประธานคลัสเตอร์ผ้าทอเมืองน่าน ร่วมแถลงข่าวในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อสนองแนวพระราชดำริสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ในการเผยแพร่และประชาสัมพันธ์เครื่องเงินและผ้าทอน่านให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย ส่งเสริมผู้ประกอบการเครื่องเงินและผ้าทอน่านเข้าสู่ตลาดสากล สร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการเครื่องเงินและผ้าทอน่าน และเพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดน่าน กระตุ้นเศรษฐกิจจังหวัดน่านให้คึกคักยิ่งขึ้น

นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน กล่าวว่า จังหวัดน่านมีผลิตภัณฑ์เครื่องเงินและผ้าทอที่มีชื่อเสียงแพร่หลาย เป็นที่ยอมรับของคนไทยและชาวต่างประเทศ ปัจจุบันมีการประยุกต์โดยการนำลวดลายต่างๆ พัฒนารูปแบบเครื่องประดับเงินและผ้าทอให้เปลี่ยนไปจากเดิมเป็นสินค้าที่มีดีไซน์ทันสมัย ปรับเปลี่ยนตามทิศทางแฟชั่นและเป็นสากล เพิ่มทางเลือกในการซื้อสินค้าให้แก่ผู้บริโภคสามารถซื้อและเลือกใช้หรือสวมใส่ เนื่องในโอกาสใดๆ ได้ตลอดทั้งปี

รวมถึงยังเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างความเข้มแข็งของชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน ด้วยการเพิ่มศักยภาพของผู้ประกอบการ พัฒนาคนรุ่นใหม่ รวมถึงปรับรูปแบบธุรกิจเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของตลาด ผสมผสานกับยุทธศาสตร์ที่รองรับอนาคต บนพื้นฐานแนวคิด “ต่อยอดอดีต” “ปรับปัจจุบัน” และ “สร้างคุณค่าใหม่ในอนาคต” จึงมอบหมายให้สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดน่านจัดงานมหกรรมเครื่องเงินและผ้าทอเมืองน่านครั้งที่ 10 ขึ้น ระหว่างวันที่ 27 กุมภาพันธ์ – 3 มีนาคม 256๙ ณ ข่วงเมืองน่าน(ข่วงน้อย) อำเภอเมือง จังหวัดน่าน ตั้งแต่เวลา 09.00–21.00 น.

นายอดิศักดิ์ มณีท่าโพธิ์ อุตสาหกรรมจังหวัดน่าน กล่าวว่าน่านมีทุนที่ล้ำค่า ทั้งธรรมชาติ และภูมิปัญญา ที่ส่งต่อกันมา ที่ล้วนแล้วแต่มีเอกลักษณ์ มีภูมิปัญญาในการรังสรรค์งานหัตถศิลป์ที่สวยงาม เป็นจังหวัดที่มีศักยภาพ ในการผลิตสินค้าที่มีคุณภาพมากมายที่แสดงถึงเอกลักษณ์และวัฒนธรรมที่หลากหลาย ทั้งผ้าทอ เครื่องเงิน ของที่ระลึกของใช้ต่างๆ สินค้าเมืองน่านไม่ใช่แค่ของที่ระลึก แต่คือ “Soft Power ที่มีมูลค่าสูง” ที่เชื่อมโยง “อดีต-ปัจจุบัน-อนาคต”

การจัดงานมหกรรมเครื่องเงินและผ้าทอน่าน ครั้งที่ 10 เป็นการจัดงานมาอย่างต่อเนื่อง กล่าวได้ว่าเป็น “ทศวรรษแห่งความสำเร็จ” โดยการจัดงานในครั้งนี้ เป็นการจัดภายใต้แนวคิดที่ต้องการโชว์ให้เห็นว่า เครื่องเงินและผ้าทอน่าน “ไม่ได้มีดีแค่ความดั้งเดิม แต่มีความร่วมสมัย” (Contemporary) ที่คนทั่วโลกสวมใส่และใช้งานได้จริง ในชีวิตประจำวัน” บนพื้นฐานที่คงความเป็นเอกลักษณ์ และกลิ่นอายของเมืองน่าน (NAN Silver & Textile Signature) ในงานจะประกอบด้วย นิทรรศการเครื่องเงินและผ้าทอน่าน เพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ //

นิทรรศการเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง// แฟชั่นโชว์ โดยคุณกานต์ ชนนิกานต์ (Miss Thailand 2023) พร้อมกับเหล่านายแบบ นางแบบ มืออาชีพ กว่า 20 คน การแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องเงิน-ผ้าทอจำนวน 60 คูหา กิจกรรม Workshop ที่เกี่ยวกับเครื่องเงินและผ้าทอ การเจรจาจับคู่ธุรกิจ ผู้แทนการค้า Buyers และ Trader

ที่มีเครือข่ายด้านการตลาดทั้งใน และต่างประเทศซึ่งจะเป็นโอกาสทองของผู้ประกอบการที่จะได้ “ยกระดับสินค้าชุมชนสู่ห้างหรูและตลาดโลก” กิจกรรมส่งเสริมการขาย และกิจกรรมคืนกำไรที่จัดหนักกว่าทุกปี โดยเฉพาะรางวัลทองคำแท่ง ผลิตภัณฑ์เครื่องเงิน และผ้าทอ ซึ่งรวมมูลค่ากว่า 30,000 บาท กิจกรรมบันเทิงบนเวที พบกับศิลปิน บิว กัลยาณี อาร์สยาม 1 มีนาคม 2569 เท่ห์ อุเทน พรหมมินทร์ 2 มีนาคม 2569 และการแสดงดนตรี และศิลปวัฒนธรรมเป็นประจำทุกวัน

ด้านนายชัยพฤกษ์ รุ่งรชตะวาณิช ประธานคลัสเตอร์เครื่องเงิน และนางและนางวราภณ์ ลำจวน ประธานคลัสเตอร์ผ้าทอเมืองน่าน ได้กล่าวสนับสนุนการจัดงาน โดย คลัสเตอร์เครื่องเงินได้จัดช่างทำการสาธิตการทำเครื่องเงิน การตอก การสร้างลาย กิจกรรม Workshop เช่นการลงสีในเครื่องเงิน และบริการขัดล้างเครื่องเงินฟรี เป็นประจำทุกวัน ประธานคลัสเตอร์ผ้าทอ ได้

สนับสนุนการจัดนิทรรศการผลิตภัณฑ์ผ้าทอภายในงาน รวมถึงนิทรรศการเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยจัดแสดง ชุดไทยราชนิยม จำนวน 8 แบบ ตัดเย็บโดยใช้ผ้าทอเมืองน่าน กิจกรรม Workshop โดยการจัดทำพวงกุญแจผ้าเป็นของที่ระลึก พร้อมแจกแก่ผู้ที่รวมกิจกรรม เป็นประจำทุกวัน รวมถึงจัดหาช่างเย็บผ้า เพื่อให้บริการแก้ไขขนาดของผลิตภัณฑ์ผ้าทอที่จำหน่ายภายในงาน ตลอดระยะเวลาการจัดงาน

ทั้งนี้คลัสเตอร์เครื่องเงินน่าน และคลัสเตอร์ผ้าทอเมืองน่าน ให้ความเห็นพ้องกันว่า การจัดงานมหกรรมเครื่องเงินและผ้าทอเมืองน่าน ครั้งที่ 10 จะเป็นอีกหนึ่งช่องทางการตลาดของทางกลุ่มคลัสเตอร์เครื่องเงินและผ้าทอเมืองน่าน ที่จะสามารถรวมกลุ่มกันจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องเงินและผ้าทอในงานนี้ ซึ่ง

เป็นการง่ายสำหรับนักท่องเที่ยวที่จะสามารถเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพได้มาตรฐานรับรองจากทั่วจังหวัดน่านได้ ณจุดเดียวในงานนี้ และยังเป็นการส่งเสริมผู้ประกอบการเครื่องเงินและผ้าทอน่านเข้าสู่ตลาดสากล ส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดน่าน กระตุ้นเศรษฐกิจจังหวัดน่านให้คึกคักยิ่งขึ้น
/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ พระราชทาน ปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จ การศึกษาจากมหาวิทยาลัยศิลปากร ประจำปี 2567

วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 09.09 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ พระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษา

จากมหาวิทยาลัยศิลปากร ประจำปีการศึกษา 2567 ณ อาคารศูนย์ศิลปวัฒนธรรมเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบ พระชนมพรรษา มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ อำเภอ

เมือง จังหวัดนครปฐม โดยมี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลแขวงนครปฐม ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 11 พลตำรวจตรีพิทักษ์ อุปพงษ์

ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม นายกสภามหาวิทยาลัยศิลปากร กรรมการสภามหาวิทยาลัย อธิการบดี ผู้แทนกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม รองนายกเหล่า

กาชาดจังหวัดนครปฐม รองอธิการบดี คณบดี ผู้อำนวยการศูนย์/สถาบัน/สำนัก อาจารย์ ข้าราชการ ประธานสภานักศึกษา นักศึกษา ผู้แทนนักเรียนโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศิลปากร และผู้แทนนักเรียนโรงเรียนสิรินธรราชวิทยาลัย เฝ้าฯ รับเสด็จ

ในการนี้ พระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาดุษฎีบัณฑิต ปริญญามหาบัณฑิต และปริญญาบัณฑิต จากคณะมัณฑนศิลป์ คณะวิทยาศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์ คณะสัตวศาสตร์และเทคโนโลยีการเกษตร

คณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม คณะจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์ คณะโบราณคดี คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร คณะอักษรศาสตร์ และคณะดุริยางคศาสตร์ รวม 3294 คน

โอกาสนี้ พระราชทานพระราโชวาท ความตอนหนึ่งว่า “บัณฑิตที่สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยแล้ว ถือได้ว่าเป็นผู้รู้ ผู้มีความสามารถเพียงพอที่จะออกไปประกอบอาชีพการงาน เพื่อสร้างความสำเร็จแก่ตนเองและส่วนรวม

ในการทำงานสร้างสรรค์ความสำเร็จและความเจริญนั้น นอกจากจะต้องมุ่งกระทำแต่เฉพาะการงานที่สุจริตและเป็นประโยชน์ ไม่ก่อให้เกิดโทษเสียหาย ทั้งแก่ตนเองและผู้อื่นแล้ว บัณฑิตควรตระหนักด้วยว่า คนเราแม้จะมีความรู้ความสามารถสูง

แต่ก็ไม่อาจสร้างความสำเร็จทุกสิ่งได้โดยลำพัง หากต้องได้รับความร่วมมือสนับสนุนจากผู้อื่นฝ่ายอื่นอย่างพร้อมเพรียงด้วย บัณฑิตจึงต้องมีความเฉลียวฉลาดในการประสานสามัคคี ประสานประโยชน์กับผู้ร่วมงานทุกคนทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง กิจการ

งานที่ทำจะได้ดำเนินลุล่วง และสำเร็จผลเป็นประโยชน์ที่แท้ คือเป็นความเจริญมั่นคงแก่ตัวบัณฑิตเอง แก่งานที่ปฏิบัติและแก่ประเทศชาติของเรา” สนง.ประชาสัมพันธ์จังหวัดนครปฐม ภาพ/ข่าว สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ทลายโรงเชือดรถกลางสวนยาง! ตชด.-ทพ.-ฝ่ายปกครองดอนตาล ตรวจยึดซาก ‘รีโว่’ กลางป่าสวนยาง

เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 ร.ต.อ.อิทธิพงษ์ ลานขามป้อม ผบ.มว.ตชด.2343 จ.มุกดาหาร เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ ตชด.2343 ได้สนธิกำลังบุกเข้าตรวจสอบสวนยางพาราในพื้นที่บ้านนาโพธิ์ หลังสายลับแจ้งเบาะแสพบกลุ่มคนต้องสงสัยนำรถยนต์มาแยกชิ้นส่วน เตรียมส่งขายตลาดมืด พบซากรถกระบะโตโยต้า รีโว่ 2 คันถูกหั่นเละ พร้อมแผ่นป้ายทะเบียนกรุงเทพฯ-ยโสธร เร่งขยายผลหาเจ้าของและกลุ่มขบวนการ

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ร.ต.อ.อิทธิพงษ์ ลานขามป้อม ผบ.มว.ตชด.2343 ได้รับแจ้งจากสายลับว่ามีการมั่วสุมชำแหละรถยนต์บริเวณสวนยางพารา หมู่ 5 บ้านนาโพธิ์ ต.โพธิ์ไทร อ.ดอนตาล จ.มุกดาหาร

จึงได้รายงานผู้บังคับบัญชา พร้อมประสานกำลังร่วมกับฝ่ายปกครองอำเภอดอนตาล นำโดย นายภานุพงศ์ ห้องแซง ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง และหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 2105 (ร้อย ฉก.ทพ.2105) เข้าตรวจสอบพื้นที่เป้าหมาย

เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึง พบที่เกิดเหตุมีลักษณะเป็นโรงชำแหละชั่วคราวกลางสวนยาง จากการตรวจสอบพบซากรถยนต์และชิ้นส่วนสำคัญหลายรายการ

ประกอบด้วย โตโยต้า รีโว่ สีขาว ทะเบียน บบ 3291 ยโสธร พร้อมโครงรถและกุญแจ โตโยต้า รีโว่ สีเทา ทะเบียน 2ขส 4182 กรุงเทพฯ สภาพถูกแยกชิ้นส่วนออกเป็น กระบะท้าย ท่อไอเสีย และอุปกรณ์ส่วนควบอื่นๆ อีกจำนวนหนึ่ง

เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบหมายเลขตัวถังและหมายเลขเครื่องยนต์เพื่อตรวจสอบประวัติการครอบครองว่าถูกโจรกรรมมาหรือเป็นรถหนีไฟแนนซ์หรือไม่ ก่อนจะทำการตรวจยึดของกลาง

ทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.ดอนตาล เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายและขยายผลติดตามจับกุมกลุ่มผู้กระทำผิดที่หลบหนีไปก่อนหน้านี้มาดำเนินคดีต่อไป
ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

จับรถเถื่อน​ #ชำแหละรถ​ #ดอนตาล​ #มุกดาหาร​ #ตชด234​ #ฝ่ายปกครอง​ #ข่าวอาชญากรรม​ #ตำรวจตระเวนชายแดน​ #ข่าววันนี้​

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ประชาชน และข้าราชการ เจ้าหน้าที่ร่วมบริจาคโลหิต ณ หอประชุมที่ว่าการ อ.นครชัยศรี

วันพฤหัสบดีที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 ท่าน ส.ส.อนุชา สะสมทรัพย์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้เดินทางมาร่วมให้กำลังใจ กับเหล่ากาชาด และ เจ้าหน้าที่จากสำนักงานสาธารณสุขอำเภอนครชัยศรี และผู้มาร่วมบริจาคโลหิต กับสภากาชาดไทย

ทั้งนี้นายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี พร้อมด้วย นายปราโมทย์ มลคล้ำ สาธารณสุขอำเภอนครชัยศรี นางนฤมล โพธิ์ทองนาค ปลัดอำเภอนครชัยศรี และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง อำนวยความสะดวก ดูแล ต้อนรับประชาชน ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ของรัฐ/ รัฐวิสาหกิจ เจ้าหน้าที่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อาสาสมัครสาธารณสุข

ที่มาบริจาคโลหิต ณ หอประชุมที่ว่าการอำเภอนครชัยศรี ตั้งแต่เวลา 09.00 – 13.00 น.มีผู้ประสงค์มาบริจาคโลหิต จำนวน 114 ราย บริจาคโลหิตได้ จำนวน 103 ราย พร้อมกันนี้ ภายใต้การอำนวยการของ นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม/

นายกเหล่ากาชาดจังหวัดนครปฐม/ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดนครปฐม มอบหมายให้ นางศิริลักษณ์ พึ่งเนียม รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดนครปฐม พร้อมด้วยสมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัดนครปฐม ลงพื้นที่อำเภอนครชัยศรี เยี่ยมเยียนให้กำลังใจ ผู้ที่มาร่วมกันบริจาคโลหิต พร้อมเชิญชวนประชาสัมพันธ์ ในการร่วมทำบุญบริจาคอวัยวะให้กับสภากาชาดไทย

โดยภาคบริการโลหิตแห่งชาติที่ 4 จ.ราชบุรี เป็นหน่วยบริการที่มารับบริจาคโลหิตในครั้งนี้ และได้รับการสนับสนุนเจ้าหน้าที่ จากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ในการลงทะเบียนตรวจคัดกรองฯ

ทั้งนี้ กลุ่มบ้านใหญ่ใจดีโดยการนำของ ท่าน สส.อนุชา สะสมทรัพย์ และบริษัทห้างร้านภาคเอกชนในพื้นที่ ร่วมสนับสนุนอาหาร และน้ำดื่ม ให้กับผู้ที่มาให้บริการบริจาคโลหิต พร้อมเยี่ยมเยียนให้กำลังใจ
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตร.ภูธร น่านทลายขบวนการลำเลียงยาบ้า4แสนเม็ด #รวบ2ผู้ต้องหากลางพื้นที่เมืองน่าน / เด็กรร.ปัวเจ๋ง คว้าชนะเลิศที่ 1 แข่งขันตอบปัญหาวิทยาศาสตร์ พื้นพิภพ

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.ดเรศ กัลยา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดน่าน เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ภ.จว.น่าน ร่วมกับ สภ.เรือง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แถลงผลจับกุมขบวนการลำเลียงยาเสพติดรายสำคัญ

ในพื้นที่จังหวัดน่าน สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่าจะมีการลำเลียงยาเสพติดเข้ามาในพื้นที่จังหวัดน่าน ผ่านเส้นทางอำเภอสองแคว มุ่งหน้าไปยังพื้นที่ตำบลสะเนียน อำเภอเมืองน่าน จึงได้วางแผนสกัดจับ กระทั่งสามารถหยุดรถยนต์ต้องสงสัยได้บริเวณฐานปฏิบัติการ ตชด.324 (เดิม) ท้ายหมู่บ้านสองแคว ตำบลสะเนียน อำเภอเมืองน่าน

จากการตรวจค้นพบยาบ้า จำนวน 400,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ภายในรถยนต์กระบะที่ใช้ลำเลียง โดยผู้ต้องหาจำนวน 2 ราย ทำหน้าที่แบ่งกันขับรถนำสำรวจเส้นทางและรถลำเลียงยาเสพติด เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีในข้อหา “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยมีไว้เพื่อจำหน่าย อันเป็นการกระทำเพื่อการค้าและก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน”

ทั้งนี้ ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดน่าน และตำรวจภูธรจังหวัดน่าน จะยังคงเดินหน้าสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดอย่างเข้มงวดต่อเนื่อง หากประชาชนพบเบาะแสยาเสพติด สามารถแจ้งข้อมูลผ่านแอปพลิเคชัน Police Care, สายด่วนสำนักงาน ป.ป.ส. 1386 หรือศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน 191 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง/#เครดิตภาพข่าวทีมงานตำรวจภูธจังหวัดน่าน/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

เด็กรร.ปัวเจ๋ง คว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 แข่งขันตอบปัญหาวิทยาศาสตร์พื้นพิภพ ระดับมัธยม ผู้ร่วมแข่งขัน 40 ทีมทั่วประเทศ

น่าทึ่ง…ตัวแทนจากโรงเรียนปัวคว้ารางวัลและเงินรางวัล
การแข่งขันตอบปัญหาวิทยาศาสตร์พื้นพิภพ ระดับมัธยมศึกษา ตอนปลายครั้งที่ 5 ประจำปี 2569วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ประเภททีม ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับที่1 และเงินรางวัล 5,000 บาทมีผู้เข้าร่วมการแข่งขันทั่วประเทศจำนวน 40 ทีมครูผู้ควบคุม นางรัชนี บูรณพันธ์ ผู้เข้าแข่งขันนางสาวธัญญ์ฐิตา ศิริเศรษฐ์เดโช ม. 5/1นายวรปรัชญ์ จันทร์เพ็ญศรี ม. 5/3นางสาวจิรัชญา นาชัยเวียง ม. 4/1

สร้างความภาคภูมิใจกับคณะครูและผู้ปกครองนักเรียน รวมถึงศิษย์เก่าโรงเรียนปัวโรงเรียนจากอำเภอรอบนอกของน่าน อำเภอปัว เดินทางเข้าร่วมแข่งขันที่กรุงเทพมหานครมุ่งหวังสร้างประสบการณ์ สร้างโอกาส ความมั่นใจ และเปิดโลกทัศน์การเรียนรู้ผลออกมาเกินคาด สามารถตอบคำถาม ผ่านรอบคัดเลือกสู่รอบ 5 ทีมสุดท้ายคว้าถ้วยรางวัลและเงินรางวัลมาได้

สร้างความมั่นใจให้กับผู้ปกครองที่มีบุตรหลานที่กำลังเรียนระดับประถมศึกษาที่กำลังมองหาที่เรียนในระดับมัธยมศึกษา โรงเรียนปัว เป็นหนึ่งในโรงเรียนที่มีคุณภาพขอแสดงความยินดีกับตัวแทนจากโรงเรียนปัว อำเภอปัว จังหวัดน่าน
สุดยอดประสบการณ์อันล้ำค่า สุดยอดความภาคภูมิใจของโรงเรียนปัว/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เผยเบื้องหลังการตัดต้นไม้ทำถนนในเขตป่าอนุรักษ์ ลักลอบทำไม้และขนของเถื่อนตามชายแดนเสาหินตัดผ่านเข้าสู่ จ.เชียงใหม

วันนี้ 17 แหล่งข่าวด้านชายแดน แฉเบื้องหลังการลักลอบตัดถนนขึ้นมาใหม่ เผยว่า มีกลุ่มนักลงทุนชายแดนร่วมกันทำถนนลัดเลาะตามสันเขาเพื่อมาเชื่อมต่อกับถนนเดิมระหว่างบ้านห้วยกองเป๊าะไปยังหย่อมบ้านแม่สำเพ็งเหนือ ต.แม่ลาหลวง อ.แม่ลาน้อย ไปหมู่บ้านแม่สอง ที่บ้านเสาหิน ต.เสาหิน อ.แม่สะเรียง

เป็นกลุ่มขบวนการซื้อขายสินค้าชายแดนในพื้นที่ ที่ต้องการลักลอบนำเข้าแร่ โค/กระบือและยาเสพติด รวมไปถึงไม้สักทอง และไม้ประดู่ จากชายแดนบ้านเสาหิน เพื่อหลบเลี่ยงเส้นทางเดิม เสาหิน-แม่สะเรียง มาทะลุที่ อ.แม่ลาน้อย ก่อนส่งสินค้าไปยังเชียงใหม่ เพื่อหลบเลี่ยงการจับกุมจาก เจ้าหน้าที่รัฐ ที่มีด่านตรวจจำนวน 2 ด่าน**

กลุ่มขบวนการดังกล่าว ประกอบด้วย อดีตนายก อบต.ในพื้นที่ร่วมมือกับ ผู้รับเหมารายใหญ่ในพื้นที่ ร่วมกับ ผู้ใหญ่บ้านอีก 2 หมู่บ้าน ในพื้นที่เช่นเดียวกัน วิธีการก่อนหน้าที่จะมีการตัดถนน ได้มีการลักลอบตัดไม้ทำลายป่า นำไม้ประดู่และไม้สักทองในพื้นที่ อ.แม่ลาน้อย ลอบส่งออกไปขายในพื้นที่ อ.แม่สะเรียง และในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ เป็นประจำ หลายคนรู้จักดี เพราะโลดแล่นอยู่วงการค้าขายในชายแดนแถบนี้มานาน*

วิธีการคือ ให้ชาวบ้านลักลอบตัดและแปรรูปไม้ จากนั้นจะลำเลียงไม้เถื่อนส่วนหนึ่ง จะนำมาพักไว้ในวัดแห่งหนึ่ง ในตำบลแม่ลาหลวง โดยอ้างกับชาวบ้านว่านำไม้มาสร้างวัด แต่ข้อเท็จจริงเป็นการนำไม้มาพักรอก่อนที่จะมีการเคลื่อนย้ายไม้ โดยใช้

เส้นทาง จากบ้านแม่ลาหลวง ไปยัง จ.เชียงใหม่ และอีกเส้นทางหนึ่งคือ ต.แม่ลาหลวง อ.แม่ลาน้อย – อ.แม่สะเรียง ซึ่งเส้นทางที่ตัดใหม่ดังกล่าวฯ ผ่านแต่ป่าเขา ไม่มีด่านตรวจใดๆคอยสกัดกั้นตรวจสอบ มีสินค้า โค กระบือ และแร่ ผ่านเข้ามาเส้นทางนี้

สำหรับเส้นทางลำเลียง นี้ จาก อ.แม่ลาน้อย – บ้านละอูบ – บ้านห้วยห้อม – ดูลาเปอร์ – แม่ตีคี – รองเหนือ – แม่แฮ – ห้วยหินฝน – เลี้ยวขวาไป ทะลุเขต อ.แม่แจ่ม ที่บ้านป่าเทอ เข้า อ.แม่แจ่ม ผ่านวงเวียน เลี้ยวขวา ไปดอยอินทนนท์ไปทะลุออก อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ โดยจาก อ.แม่ลาน้อย – อ.แม่แจ่ม ใช้เวลาเพียง 2 ชั่วโมงเท่านั้น ร่นระยะเวลามาก จากการวิ่งเส้นเดิม แม่ลาน้อย-แม่สะเรียง-ฮอด-เชียงใหม่

ใช้เวลาถึง 4 ชั่วโมงโดยห้วงก่อนหน้านั้น กลุ่มขบวนการดังกล่าว ได้ใช้เส้นทางที่กล่าวมาข้างต้นนี้ ในการลำเลียงสิ่งผิดกฎหมายออกไปเป็นจำนวนมาก โดยที่หน่วยงานรัฐในพื้นที่ ไม่ทราบ จึงทำให้ไม่มีการจับกุมแต่อย่างใด ปล่อยให้กลุ่มขบวนการดังกล่าวเติบโตอย่างต่อเนื่อง

สมจิตรแสงบันลังค์รายงาน..

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯ สกลนคร เยี่ยมให้กำลังใจเด็ก ป.4 หลังถูกรุ่นพี่แกล้ง จนต้องตัดอัณฑะทิ้ง 1 ข้าง

ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร เยี่ยมให้กำลังใจเด็ก ป.4 หลังถูกรุ่นพี่แกล้ง จนต้องตัดอัณฑะทิ้ง 1 ข้าง พร้อมกำชับหน่วยงานเร่งฟื้นฟูสภาพจิตใจให้กลับมาเข้มแข็งและใช้ชีวิตได้ปกติที่สุด

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 13.00 น. ณ บ้านเลขที่ 227 หมู่ 10 บ้านพาน ตำบลขมิ้น อำเภอเมืองสกลนคร นางรณิดา เหลืองฐิติสกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร พร้อมด้วยทีมแพทย์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่เยี่ยมอาการและให้กำลังใจนักเรียนชายชั้น ป.4 ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากเหตุการณ์ถูกรุ่นพี่แกล้งภายในค่ายลูกเสือ เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา จนเป็นเหตุให้ต้องรับการผ่าตัดเอาอัณฑะออก 1 ข้าง

นางรณิดา เหลืองฐิติสกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร เปิดเผยว่า การเดินทางมาครั้งนี้เพื่อมาให้กำลังใจและดูแนวทางช่วยเหลือในทุกมิติ ทั้งสภาพจิตใจและการดูแลของทางโรงเรียน โดยได้ประสานงานร่วมกับสำนักงานยุติธรรมจังหวัด เพื่อนำเงินจากกองทุนยุติธรรมเข้ามาช่วยเหลือ รวมทั้งหน่วยงานต่าง ๆ อาทิ เหล่ากาชาดจังหวัด,

พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.), บ้านพักเด็กและครอบครัว และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เข้ามาดูแลครอบครัวน้องอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ยังขอให้คุณแม่พยายามลดความกังวล เพื่อร่วมกันโฟกัสไปที่การดูแลสภาพจิตใจของน้องให้กลับมาเข้มแข็งและใช้ชีวิตได้ปกติที่สุด

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบอาการล่าสุด ทีมแพทย์ระบุว่าน้องนักเรียนมีความเข้มแข็งและอดทนสูงมาก เนื่องจากมีพื้นฐานเป็นนักกีฬาฟุตบอล อย่างไรก็ตาม ในมุมมองทางการแพทย์ได้มีการชี้แจงถึงสาเหตุที่ต้องตัดอัณฑะทิ้ง 1 ข้างว่า เกิดจากภาวะ “อัณฑะบิดหมุนอย่างรุนแรง” (Testicular Torsion)

จนเกิดอาการขาดเลือดไปเลี้ยงเป็นเวลานาน ซึ่งเป็นภาวะวิกฤตที่ต้องได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที แต่เนื่องจากน้องไม่ได้บอกใครในตอนแรก ทำให้แผลลุกลามจนเกินเยียวยา ทั้งนี้ ทีมแพทย์ยืนยันว่าจะให้การดูแลฟื้นฟูทั้งสภาพร่างกายและจิตใจอย่างเต็มที่ต่อเนื่อง

ทางด้านนางสาวปรียะนันท์ ศรีรักษา มารดาของเด็กชายวัย 10 ขวบ ยังคงอยู่ในอาการโศกเศร้าและกังวลถึงอนาคตของบุตรชาย โดยคุณแม่ระบุว่าอยากให้ลูกย้ายโรงเรียนเนื่องจากที่ผ่านมาลูกมักจะถูกเพื่อนกลั่นแกล้งเป็นประจำทุกปี และรู้สึกว่ายังไม่

ได้รับความเป็นธรรมจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ขณะที่ตัวน้องนักเรียนเองกลับยืนยันกับผู้ว่าฯ และเจ้าหน้าที่ว่า “ไม่อยากย้ายโรงเรียน” โดยให้เหตุผลว่ายังรักโรงเรียนและมีเพื่อนสนิทที่รักน้องอยู่ น้องมองว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการเล่นกันที่แรงเกินไปในกลุ่มเพื่อนเท่านั้น

สำหรับการช่วยเหลือเบื้องต้น หน่วยงานต่างๆ ได้เข้ามอบเงินเยียวยาและสวัสดิการคุ้มครอง โดยเฉพาะจากกองทุนยุติธรรมจังหวัดที่จะเข้ามาดูแลในส่วนของคดีความและการชดเชย ขณะที่ผู้ว่าราชการจังหวัดได้กำชับให้โรงเรียนและหน่วยงานทางการศึกษาดูแลความปลอดภัยให้รัดกุมยิ่งขึ้นเพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอย

-สราวุต อ่อนทรวง ข่าวภูมิภาค 01 รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “ซักซ้อมแผนเผชิญใช้อาวุธปืนก่อเหตุยิงในสถานศึกษา” เกิดเหตุบุคคลใช้อาวุธปืนก่อเหตุยิงภายในสถานศึกษา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต

วันพุธที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 เวลา 08.00 น. ภายใต้การอำนวยการของ นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม โดยนายเกียรติศักดิ์ ธนาวรรณโอภาส

เป็นประธานเปิดกิจกรรม “ซักซ้อมแผนเผชิญเหตุกรณีบุคคลใช้อาวุธปืนก่อเหตุยิงในสถานศึกษา” ด้วยสถานการณ์ปัจจุบัน ได้เกิดเหตุบุคคลใช้อาวุธปืนก่อเหตุยิงภายในสถานศึกษา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต

อำเภอกำแพงแสนตระหนักถึงความสำคัญด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของบุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน จึงกำหนดจัดการซักซ้อมแผนเผชิญเหตุกรณีบุคคลใช้อาวุธปืนก่อเหตุยิงในสถานศึกษา

เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และทักษะในการปฏิบัติตนอย่างถูกต้องเมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน ณ โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน และทางด้าน พันตำรวจเอก ปราโมทย์ โพธิ์พันธุ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรกำแพงแสน

พร้อมด้วย พันตำรวจโท ยศพงศ์ พันธุ์ รองผู้กำกับการป้องกันและปราบปราม สถานีตำรวจภูธรกำแพงแสนและเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กำแพงแสน ได้ถ่ายทอดความรู้และฝึกปฏิบัติ เพื่อให้สามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติเมื่อเกิดเหตุการณ์จริงได้อย่างเหมาะสม
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สือรัฐ ทีวี บก.เอกสิทธ์ หมวดทอง