สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผกก.สภ.สามพราน เข้าช่วยเหลือลุงขี่จยย.เกิดวูบ ชนท้าย รถกระบะ เจ็บสาหัส

ผู้กำกับ สภ.สามพรานขับรถมาทำงาน พบอุบัติเหตุรีบจอดรถเข้าช่วยเหลือ ลุงวัย 58 ขี่รถจยยย.เกิดอาการวูบเสียหลักชนท้ายรถกระบะบาดเจ็บ วิทยุเรียกรถพยาบาล เจ้าหน้าที่มาช่วยนำส่งโรงพยาบาล เมื่อเวลา 08.00 น.วันที่ 5 มีนาคม 2569 พ.ต.อ.ทรงวุฒิ เจริญวิชยเดช ผกก.สภ.สามพราน จ.นครปฐม ขณะขับรถยนต์มาที่ทำงาน พบเหตุมีรถจักรยานยนต์ ชนท้ายรถยนต์ที่จอดอยู่ข้างถนน ที่ถนนข้างเข้าอำเภอสามพราน หน้าโรงเรียนนายร้อย ตำรวจสามพราน หมู่ 7 ต.สามพราน อ.สามพรานจ.นครปฐม

มีผู้ได้รับบาดเจ็บชาย 1 ราย จึงรีบจอดรถเข้าช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ พร้อมประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจอำนวยความสะดวกและกู้ภัยนำคนเจ็บส่งโรงพยาบาล จากนั้น พ.ต.ต.เจริญทรัพย์ โพพระ สารวัตร สอบสวน สภ.สามพราน เดินทางไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุพร้อมด้วย เจ้าหน้าที่มูลนิธิสุขศาลานุเคราะห์นครปฐม และรถพยาบาลฉุกเฉินรพ.สามพราน

ที่เกิดเหตุ พบรถกระบะซูซูกิ สีขาว ทะเบียน ถณ 6668 กทม จอดอยู่ช่องทางด้านซ้าย ท้ายรถ ด้านขวามีรอยเฉียวชน และ พบรถจักรยานยนต์ honda PCX สีเทาทะเบียน 2 กก 4056 นครปฐม สภาพ พังยับเยิน ทั้งคันที่ถนน พบนายกิตติศักดิ์ สงวนทรัพย์ อายุ 58 ปีชาวบ้าน ต.คลองจินดาอ.สามพราน จ.นครปฐม ได้รับบาดเจ็บนอนคว่ำหน้า มีบาดแลที่ศรีษะ แขนซ้ายหัก ฟกช้ำตาม ลำตัวอาการสาหัส เจ้าหน้าที่จึงช่วยกัน ปฐมพยาบาลทำตัว ส่งโรงพยาบาลสามพราน

ทางด้าน พ.ตอ.ทรงวุฒิ เจริญวิชยเดช ผกก.สภ.สามพราน เผยว่า ตนขับรถยนต์ส่วนตัวจะเข้ามาทำงานที่สภ.สามพราน มาถึงที่เกิดเหตุพบว่ามีอุบัติเหตุมีผู้บาดเจ็บนอนหมดสติจึงรีบจอดรถ ลงไปดูอาการ และรีบ วิทยุประสาน หน่วยกู้ภัย และจราจรมาช่วยเหลือ
เบื้องต้น ทราบว่า ผู้บาดเจ็บ ขี่รถจยย. มาจาก บ้าน ต.คลองจินดา

เพื่อจะไปอบรมชุดรักษาความสงบหมู่บ้าน (ชรบ.) ที่ว่าการอำเภอสามพราน ห่างจากที่เกิดเหตุ 200 เมตร มาถึงที่เกิดเหตุ น่าจะเกิดอาการวูบ ทำให้รถเสียหลัก ไปชนท้ายรถกระบะ ที่จอดอยู่ข้างทางทำให้ได้ รับบาดเจ็บสาหัส เจ้าหน้าที่ตำรวจได้บันทึกภาพและเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุ และ ตรวจดูกล้องวงจรปิด เพื่อดำเนินการตามขันตอนกฎหมายต่อไป

จำรัส ตุ้มท่าไม้ ผู้สื่อข่าว จ.นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผบก.ภ.จว.นครปฐม นำกำลังบูรณาการฝึกซ้อมแผนรับมือเหตุกราดยิง Active Shooter ในสถานศึกษา เสริมความปลอดภัยนักเรียน

วันที่ 5 มี.ค.69 เวลา 09.30 น.พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์
ผบก.ภ.จว.นครปฐม พ.ต.อ.กฤษณัฐ วงษ์กล้าหาญ รอง ผบก.ภ.จว.นครปฐม นางณิชาภา ศกุนะสิงห์ ผอ.โรงเรียนเทศบาล 5 วัดพระปฐมเจดีย์

พร้อมด้วย พ.ต.อ.ปิโยรส กัณหะสิริผกก.สืบสวน ภ.จว.นครปฐม พ.ต.อ.อชิรวัตติ์ ถาวรเจริญวัฒน์ผกก.สภ.เมืองนครปฐม พ.ต.ท.ตะวัน วัฒนรังสรรค์ รอง ผกก.ป.สภ.เมืองนครปฐม พ.ต.ท.อภิชัช อาระหัง สวป.สภ.เมืองนครปฐม

พ.ต.ท.นิวัติ อินโอสถ สวป.(ชส) สภ.เมืองนครปฐม
เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสายตรวจ ชุดปฏิบัติการ นปพ.ร่วมกับคณะครูอาจารย์และนักเรียนโรงเรียนเทศบาล 5 วัดพระปฐมเจดีย์
ได้ดำเนินการฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุ ตามโครงการปลอดภัยไว้ก่อนประจำปีการศึกษา 2568

การซักซ้อมแผนเผชิญเหตุกราดยิง(Active Shooter)
ภายในพื้นที่โรงเรียนเทศบาล 5 โดยบูรณาการกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ หน่วยสายตรวจ ชุดปฏิบัติการพิเศษ ฝ่ายสืบสวน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมความพร้อมในการดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชน

การฝึกซ้อมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อทบทวนขั้นตอนการปฏิบัติ การสั่งการ การเข้าควบคุมสถานการณ์ การช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ การอพยพประชาชนให้เป็นไปอย่างรวดเร็ว ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพ

ตลอดจนเพื่อให้บุคลากรในโรงเรียนและนักเรียนเข้าใจบทบาทหน้าที่ของตนเองหากประสบเหตุการณ์จริง
ผลการฝึกซ้อมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย สามารถปฏิบัติได้ตามแผนที่กำหนด บรรลุวัตถุประสงค์ของโครงการ พร้อมนำข้อเสนอแนะมาปรับปรุงพัฒนาแผนเผชิญเหตุในครั้งต่อไป

ณ โรงเรียนเทศบาล 5 วัดพระปฐมเจดีย์ ต.ห้วยจรเข้
อ.เมือง จว.นครปฐม
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รองผู้ว่าฯ น่าน เปิดงานใหญ่ “OTOP น่าน สู่สากล ๒๕๖๙” ชู Soft Power ภูมิปัญญาไทย มุ่งไกลสู่เวทีโลก

วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 15.00 น. นางวิไลวรรณ บุดาสา รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมจัดแสดงและจำหน่ายสินค้า “OTOP น่าน สู่สากล 2569” ภายใต้โครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ OTOP น่าน สู่สากล ณ ลานโปรโมชั่น ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พิษณุโลก

เพื่อยกระดับสินค้าชุมชนและขยายโอกาสทางการค้าสู่ตลาดระดับสากล พร้อมดึงเอกลักษณ์ท้องถิ่นสร้างพลัง Soft Power ของจังหวัดน่าน ภายในงาน โดยมีนายสุทธิรักษ์ ศรีสุเลิศ พัฒนาการจังหวัดน่าน นางศศิธร สุดเจริญ ประชาสัมพันธ์จังหวัดพิษณุโลก หัวหน้าส่วนราชการ พัฒนาการอำเภอ ผู้แทนภาคเอก สื่อมวลชน และกลุ่มผู้ประกอบการ OTOP

เข้าร่วมอย่างคับคั่ง พิธีเปิดเริ่มต้นด้วยการแสดงชุด “ฟ้อนล่องน่าน” ศิลปะการแสดงที่สะท้อนเอกลักษณ์และวัฒนธรรมอันงดงามของจังหวัดน่าน สร้างบรรยากาศแห่งความภาคภูมิใจในรากเหง้าท้องถิ่น สำหรับผลิตภัณฑ์ชุมชนของจังหวัดน่านที่นำมาจัดแสดงและจำหน่ายในครั้งนี้ ล้วนมีต้นทุนทางวัฒนธรรมและทรัพยากรที่ทรงคุณค่า อาทิ ผ้าทอพื้นเมือง ที่มีลวดลายเป็นเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น

เครื่องเงินและเครื่องประดับ งานหัตถศิลป์ประณีตที่มีชื่อเสียงระดับประเทศงานหัตถกรรมพื้นบ้าน สินค้าทำมือที่สะท้อนภูมิปัญญาท้องถิ่นกาแฟและสินค้าเกษตรคุณภาพ ที่มีรสชาติโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์การจัดงานครั้งนี้ยังมุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการและกลุ่มคลัสเตอร์ OTOP ให้สามารถปรับตัวทันต่อการเปลี่ยนแปลงของตลาดโลก โดยเน้นการส่งเสริมด้าน การตลาดดิจิทัล เพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่ายให้เข้าถึงผู้บริโภคยุคใหม่ ควบคู่กับการรักษาอัตลักษณ์ดั้งเดิมของชุมชนไว้อย่างยั่งยืน

จังหวัดน่านเชื่อมั่นว่าการยกระดับสินค้าและบริการในครั้งนี้ จะช่วยสร้างงาน สร้างรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ตามแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากให้มีความมั่นคงและยั่งยืนภายหลังพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ คณะผู้บริหารได้เดินเยี่ยมชมบูธสินค้าของผู้ประกอบการ

พร้อมร่วมกิจกรรมถ่ายภาพหมู่ และรับชมการแสดงพิเศษจากศิลปินภายในงาน เพื่อให้กำลังใจผู้ประกอบการและส่งเสริมการจำหน่ายสินค้า OTOP น่านให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางทั้งในระดับภูมิภาคและระดับสากล ทั้งนี้ ขอเชิญประชาชนร่วม “ชิม ช้อป สินค้า OTOP น่าน” ได้ภายในงาน ระหว่างวันที่ 5 – 9 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ลานโปรโมชั่น ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พิษณุโลก.

ภาพข่าว /ทีมงานส่วนกลาง รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตร.โคราช จับยาเสพติดรวม 5 คดี พร้อมของกลางยาบ้า 3 แสนเม็ด มูลค่าทรัพย์สินกว่า 1.5 ล้านบาท

วันที่ 5 มีนาคม 2569 พล.ต.ต.ณรงศักดิ์ พรหมทา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติดและร่วมแถลงการจับกุมและกวาดล้าง ขบวนการภายในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา

ที่บริเวณหน้ากองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา โดยมุ่งเป้าไปยังผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่และรายย่อย รวมทั้งการติดตามจับกุม ผู้ต้องหาที่ยังหลบหนี และดำเนินมาตรการยึดทรัพย์จากผู้ให้การสนับสนุน
หรือเกี่ยวข้องในทุกระดับ

โดยปฏิบัติการ ชุดปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติดฯ ได้บูรณาการ สนธิกำลังตรวจยึด/จับกุมตัว ผู้ต้องหา 2 คน พร้อมยาบ้า 6,000 เม็ด สภ.ห้วยแถลง เมื่อ 27 ม.ค.69 จึงขยายผลไปจับ ผู้ต้องหา 3 คนพร้อมยาบ้า 10,000 เม็ด สภ.บัวใหญ่ เมื่อ 28 ม.ค.69 และขยายผลยึดยาบ้า 20,000 เม็ด สภ.กระสัง

เมื่อ 30 ม.ค.69 นั้น ได้ขยายผลต่อเนื่อง เพื่อทำลายเครือข่ายพ่อค้ายาเสพติดชาวลาวเพิ่มอีก 5 คดี ซึ่งการจับกุมได้ตรวจพบของกลางเป็นยาบ้าจำนวน รวมประมาณ 326,222 เม็ด ยึดทรัพย์สินเป็นประเภทรถที่ใช้ก่อเหตุและผู้ต้องหาอีก 6 ราย มูลค่าทรัพย์สินรวมทั้งหมดเราราว 1.5 ล้านบาท

แจ้งดำเนินคดี ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน)หรือยาบ้า โดยมีไว้เพื่อจำหน่าย โดยกระทำเพื่อการค้าก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน โดยไม่ได้รับอนุญาตฯพล.ต.ต.ณรงศักดิ์ พรหมทา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า สำหรับ 5 คดีนี้มีการจับกุมยาเสพติด มีการขยายผลจากคดีเก่า ซึ่งนำไปสู่การจับกุม ทั้งนี้ จึงขอความร่วมมือมายังพี่น้อง

ประชาชน และสถานประกอบการทุกแห่ง ในการแจ้งเบาะแส ข้อมูลผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ทั้งผู้เสพ
ผู้ค้า ในสถานประกอบการและอาศัยสถานประกอบการในการกระทำความผิด โดยแจ้งข้อมูลผ่านสายด่วนยาเสพติด 1599 , สายด่วน 191, Application Police I lert U และ ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด

นครราชสีมา สายด่วน 1567 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อปราบปรามจับกุม ดำเนินคดีผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด และลดปัญหายาเสพติดในภาพรวมอย่างต่อเนื่อง และเข้มข้นเพื่อให้สังคมปลอดภัยจากยาเสพติด และลดปัญหาอาชญากรรมที่เกี่ยวเนื่องกับยาเสพติดต่อไป

ภาพ ประสิทธิ์ วนะชกิจ/ข่าว กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ชื่นชม รปภ. หมวกแดงเข้าชาร์จนักท่องเที่ยวชาวรัสเซียแสดงพฤติกรรมเสี่ยงยืนนอกทางยกระดับ อาคารผู้โดยสาร ชั้นที่ 2

ชื่นชม รปภ. หมวกแดงเข้าชาร์จนักท่องเที่ยวชาวรัสเซียแสดงพฤติกรรมเสี่ยงยืนนอกทางยกระดับอาคารผู้โดยสาร
ภายในอาคารผู้โดยสารขาเข้าชั้นที่ 2 ริมถนนยกระดับด้านนอก จับภาพนาทีที่ นายภัคพล ปานยงค์ ตำแหน่ง จทบ.7 สจร.ฝรภ.ทสภ ซึ่งเข้าเวรเป็นหัวหน้าฝ่ายรักษาความปลอดภัย (เสื้อขาว) ตัดสินใจเข้าคว้าตัว

นักท่องเที่ยวชายชาวรัสเซียรายหนึ่ง ที่อกมายืนอยู่ขอบด้านนอกของทางยกระดับและขู่ว่าจะทิ้งตัวลงสู่พื้นราบ โดยเหตุการณ์ในครั้งนี้ สืบเนื่องจากช่วงค่ำของวันที่ 1 มีนาคม 69 ที่ผ่านมา ศูนย์รักษาความปลอดภัยของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้รับแจ้งเหตุว่ามีคนไปพบเห็นชายชาวต่างชาติรายหนึ่ง

ออกมายืนโวยวายและมีท่าทีจะก่อเหตุไม่คาดคิดขึ้น ฝ่ายรักษาความปลอดภัยของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จึงประสานชุดเคลื่อนที่เร็วของเจ้าหน้าที่ รปภ.การท่า พร้อมด้วย ทีมแพทย์ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงและกู้ภัยการท่า และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ นำกำลังเข้าพื้นที่ทีนที

จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุพบชายชาวต่างชาติรายหนึ่งออกมายืนด้านนอกและมีท่าทีจะทิ้งตัวลงด้านล่าง เจ้าหน้าที่จึงวางแผนร่วมกันในการเข้าช่วยเหลือ โดยจัดทีม รปภ. และกู้ภัยการท่า เข้าเกลี้ยกล่อมและเบี่ยงเบนความสนใจของผู้ก่อเหตุ พอสมโอกาส นายภัคพล ปานยงค์ หัวหน้าเวรฝ่ายรักษาความปลอดภัย จึงตัดสินใจเข้าล็อกตัวผู้ก่อเหตุทันที

ก่อนที่ทีม รปภ. ที่สังเกตการณ์รอบข้างจะพร้อมใจเข้าช่วยเหลือและดึงตึวกลับเข้ามายังพื้นที่ด้านในได้อย่างปลอดภัย โดยไม่เกิดความสูญเสียแต่อย่างใด จากนั้นจึงนำตัวชายคนดังกล่าวมาสงบสติอารมณ์ที่ สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และสอบสวนหาสาเหตุของการก่อเหตุในครั้งนี้

ซึ่งจากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ไม่พบเอกสารใดๆติดตัวและให้การวกวนไปมา ทราบเพียงว่าเป็นนักท่องเทียวชาวรัสเซีย ตำรวจจึงประสานสถานทูตเข้าตรวจสอบและให้ความช่วยเหลือนักท่องเที่ยวรายนี้แล้ว

ล่าสุด ทางด้าน ทสภ. ได้ออกมาชื่นชมและขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความทุ่มเท รอบคอบ และมีจิตสำนึกในการดูแลความปลอดภัยของผู้โดยสาร เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนถึงมาตรฐานการบริหารจัดการด้านความปลอดภัย
ในระดับสากลของ ทสภ. ซึ่งให้ความสำคัญสูงสุดต่อความปลอดภัยของผู้โดยสารและผู้ใช้บริการตลอด 24 ชั่วโมง


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / 5 มีนา สดุดีครูข่าวปฐมกาล ตำนาน ‘สุทัศน์ บุญช่วยเหลือ‘ 39 ปี แห่งการบุกเบิก จากโลกน้ำหมึกสู่โลก AI

5 มีนาคมของทุกปีจะถือเป็นวันสื่อสารมวลชน หรือ วันนักข่าว อีกหนึ่งสัมมาอาชีพที่มีบทบาทสะท้อนความจริงและปัญหาต่างๆ ของสังคม เพื่อหาแนวทางแก้ไขไม่มากก็น้อยตามวิถี หนึ่งสัมมาอาชีพที่อยู่คู่สังคมประเทศไทยนี้มาอย่างยาวนาน และเป็นหนึ่งสัมมาอาชีพที่หล่อเลี้ยงใครบางคน ได้ทั้งปากท้องและจิตวิญญาณ

หากจะพูดถึงสื่อมวลชนที่ถือเป็นระดับครูวงการน้ำหมึกของพัทยา คุณสุทัศน์ บุญช่วยเหลือ อดีตประธานกลุ่มวิหคสายฟ้า ไทยรัฐภาคตะวันออก นานที่สุดถึง 21 ปี และเป็นผู้บุกเบิกก่อตั้งชมรมสื่อมวลชนเมืองพัทยาในครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.2530 หรือ 39 ปีมาแล้ว ที่ปัจจุบันยังคงทำงานสื่อสารมวลชนแบบมืออาชีพที่ก้าวทันโลก AI

ป๋าสุทัศน์ บุญช่วยเหลือ ผ่านการทำงานนักข่าวหรือสื่อมวลชนมาอย่างโชกโชน ได้สูญเสียพี่น้องคนข่าวไปมากมาย ด้วยประสบการณ์การทำงานด้วยตัวเองมาทุกรูปแบบเพื่อผลิตข้อมูลและเสนอข่าวสารออกสู่สาธารณชนตามแบบอย่างที่ได้สั่งสอนไปยังนักข่าวในเมืองพัทยาอีกหลายคนจนขยายสังคมมาจนปัจจุบัน

และด้วยผลของงานที่ตลกผลึกในความเป็นนักข่าวผู้คร่ำหวอดในสังคมพัทยามาอย่างยาว ทำให้ ป๋าสุทัศน์ บุญช่วยเหลือ เป็นอีกหนึ่งบุคลากรด้านการข่าวระดับครูที่ยังคงทำงานผ่านสื่อและเทคโนโลยีจากโลกน้ำหนึกสู่โลก AI เป็นตำนานแห่งวงการนักข่าวที่คนรุ่นใหม่ควรถือเป็นแบบอย่างของผู้ใฝ่รู้ที่ไม่มีสิ้นสุด

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รองผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 7 เป็นเจ้าภาพพิธีสวดพระอภิธรรมถวายแด่ พระราชมงคลวชิราคม (หลวงปู่แผ้ว ปวโร) อดีตเจ้าอาวาสวัดประชาราษฎร์บำรุง (วัดรางหมัน)

รองผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 7 เป็นเจ้าภาพ พิธีสวดพระอภิธรรมถวายแด่ พระราชมงคลวชิราคม (หลวงปู่แผ้ว ปวโร) อดีตเจ้าอาวาสวัดประชาราษฎร์บำรุง (วัดรางหมัน) วันพุธ ที่ 4 มีนาคม พุทธศักราช 2569 ณ ศาลาร่มเย็น วัดรางหมัน พลตำรวจตรี ชมชวิณ ปุระธนานนท์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 7

ร่วมพิธีสวดพระอภิธรรมถวายแด่ พระราชมงคลวชิราคม (หลวงปู่แผ้ว ปวโร) อดีตเจ้าอาวาสวัดประชาราษฎร์บำรุง (วัดรางหมัน)
พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าร่วม สวดพระอภิธรรมถวายแด่ พระราชมงคลวชิราคม (หลวงปู่แผ้ว ปวโร) อดีตเจ้าอาวาสวัดประชาราษฎร์บำรุง (วัดรางหมัน)

โดยการเข้าร่วมพิธีในครั้งนี้ เป็นการบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรม เพื่อแสดงความกตัญญูกตเวทีและน้อมรำลึกในพระคุณของหลวงปู่แผ้ว ปวโร พระเกจิอาจารย์ผู้เป็นที่เคารพศรัทธาของพุทธศาสนิกชนและชาวอำเภอกำแพงแสน ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาท่านได้เมตตาอุปถัมภ์และสร้างคุณประโยชน์ต่อสาธารณกุศลอย่างมากมาย

ณ ศาลาร่มเย็น วัดรางหมัน อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม โดยมีศิษยานุศิษย์และประชาชนเข้าร่วมพิธีด้วยความสงบนิ่งเพื่อไว้อาลัยเป็นจำนวนมาก
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / การฝึกคอบร้าโกลด์ 2026 ผนึกกำลังไทย-สหรัฐฯ-สิงคโปร์ ผนึกกำลังส่งมอบอาคารอเนกประสงค์ มุ่งยกระดับการศึกษาแก่เยาวชนในพื้นที่นครราชสีมา

วันพฤหัสบดีที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2569 เวลา 08.00 น. พลเอก ชิดชนก นุชฉายา เสนาธิการทหาร พร้อมด้วย พลตรี วิลเลี่ยม เจ. เพรนเดอร์แกสด์ที่ 4 (MG William J. Prendergast IV) ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 4 สหรัฐอเมริกา กองกำลังรักษาดินแดน รัฐแคลิฟอร์เนีย และพลจัตวา หว่อง ปุย ชวน (BG Wong

Pui Chuan) ผู้แทนกองทัพสาธารณรัฐสิงคโปร์ เป็นประธานร่วม ในพิธีส่งมอบอาคารอเนกประสงค์ โครงการช่วยเหลือประชาชน (Humanitarian/Civic Assistance : HCA) ภายใต้การฝึกร่วม/ผสม คอบร้าโกลด์ 2026 ณ โรงเรียนรักเมืองไทย 1 (มูลนิธิเตชะไพบูลย์) ตำบลบ่อปลาทอง อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา โดยอาคารดังกล่าวเริ่มก่อสร้างตั้งแต่วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569

โดยพิธีมอบ อาคารอเนกประสงค์ได้เริ่มขึ้นเวลา 08.30 น. นำโดยเสนาธิการทหาร พร้อมด้วยผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 4 สหรัฐอเมริกา กองกำลังรักษาดินแดน รัฐแคลิฟอร์เนีย และผู้แทนกองทัพสาธารณรัฐสิงคโปร์ ซึ่งส่งมอบอาคารอเนกประสงค์ให้แก่นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา

นครราชสีมา เขต 3 และผู้อำนวยการโรงเรียนรักเมืองไทย 1 (มูลนิธิเตชะไพบูลย์) และได้ร่วมปลูกต้นรวงผึ้งบริเวณหน้าอาคารอเนกประสงค์กับมิตรประเทศ และส่วนราชการพลเรือน พร้อมทั้งเยี่ยมชมภายในอาคารอเนกประสงค์ นับเป็นความร่วมมือระหว่างกองทัพไทย กองทัพสหรัฐอเมริกา และกองทัพมิตรประเทศ ในการร่วมกันพัฒนาคุณภาพการศึกษาของเยาวชนในพื้นที่

โครงการช่วยเหลือประชาชน (Humanitarian Civic Assistance: HCA) เป็นส่วนหนึ่งของการฝึกร่วม/ผสม คอบร้าโกลด์ 2026 โดยเป็นความร่วมมือในการก่อสร้างระหว่างกองทัพไทย กองทัพสหรัฐอเมริกา และกองทัพมิตรประเทศ ประกอบด้วย กองทัพสาธารณรัฐสิงคโปร์ กองทัพญี่ปุ่น กองทัพสาธารณรัฐเกาหลีใต้ กองทัพมาเลเซีย และกองทัพอินเดีย
ซึ่งในปีนี้ มีจำนวน 5 โครงการ

  • โครงการที่ 1 โรงเรียนรักเมืองไทย 1 อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา
  • โครงการที่ 2 โรงเรียนบ้านหัวทะเล อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา
  • โครงการที่ 3 โรงเรียนบ้านหนองโสมง อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา
  • โครงการที่ 4 โรงเรียนบ้านบึงตะกาด อำเภอวังจันทร์ จังหวัดระยอง
  • โครงการที่ 5 โรงเรียนบ้านแก่งน้อย อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี เพื่อเสริมสร้างโอกาสทางการศึกษาแก่เยาวชน นักเรียนและประชาชนในพื้นที่ได้ใช้ประโยชน์ นอกจากนี้จะนำไปสู่ความร่วมมือระหว่างประเทศต่อไปในอนาคต

กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา/รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ปฏิบัติการฟ้าผ่ากลางชุมชน! “สิงห์เมืองมุก” บุกบ้านเป่งเป้า รวบ 2 ผู้ต้องหา ยึดยาบ้า–ปืนเถื่อน พร้อมเงินล่อซื้อ

เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2569 ภายใต้การอำนวยการของ นายนที พรมภักดี นายอำเภอเมืองมุกดาหาร และการสั่งการของนายหมวดเอกดนุภพ รองไชย ปลัดอำเภอ (หัวหน้ากลุ่มงานความมั่นคง) ได้ระดมกำลังชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครอง “สิงห์เมืองมุก” นำโดย มว.ท.ธัญญารัตน์ เหล่าบุตรศรี ปลัดอำเภอกลุ่มงานความมั่นคง พร้อมสมาชิก อส.ร้อย อส.อ.เมืองมุกดาหาร 2

บูรณาการร่วมกับ ร้อย ตชด.234, ฝ่ายปกครองจังหวัดมุกดาหาร, ตม.จว.มุกดาหาร และตำรวจน้ำมุกดาหาร ลงพื้นที่บ้านป่งเป้า หมู่ 2 ต.โพนทราย อ.เมืองมุกดาหาร หลังได้รับร้องเรียนว่ามีการมั่วสุมและเกี่ยวข้องกับยาเสพติดในพื้นที่

ผลการปฏิบัติสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 ราย ได้แก่ นายอนุชาฯ หรือ “ฮอต” พร้อมของกลางยาบ้า 100 เม็ด และเงินสดล่อซื้อ 400 บาท และนายวีระชาติฯ พร้อมอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต

เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหามียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย และเสพยาเสพติด, มีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1

ภายหลังการจับกุม ได้นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนที่ สถานีตำรวจภูธรเมืองมุกดาหาร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมเร่งขยายผลถึงแหล่งที่มาและเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง

การปฏิบัติการครั้งนี้สะท้อนถึงความเข้มข้นในการกวาดล้างยาเสพติดและอาวุธผิดกฎหมายในพื้นที่ เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชนในจังหวัดมุกดาหารอย่างต่อเนื่อง
ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

เมืองมุกดาหาร #สิงห์เมืองมุก #ปราบปรามยาเสพติดยาบ้า #ปืนเถื่อน #ฝ่ายปกครอง #บูรณาการความมั่นคง #ข่าวด่วนข่าววันนี้ #CIAThailand สำนักข่าวCIAประเทศไทย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “นายกเจี๊ยบ” สื่อไทยอินโดจีนผงาดเวทีเชฟมืออาชีพ รับวุฒิบัตร Master Thai Chef – ชูพลัง “สื่อ–ธุรกิจ–กฎหมาย” ดันซอฟต์พาวเวอร์อาหารไทยสู่เวทีโลก

“นายกเจี๊ยบ” นายอรรครัตน์ รัตนจันทร์ นายกสมาคมสื่อสารมวลชนไทยอินโดจีน ก้าวสู่บทบาทใหม่ในวงการอาหาร หลังเข้ารับ วุฒิบัตรเชฟอาหารไทยมืออาชีพ (Master Thai Chef Program) จากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมประกาศจุดยืนว่า สื่อมวลชนคือหนึ่งในพลังสำคัญในการผลักดันซอฟต์พาวเวอร์อาหารไทยสู่ระดับโลก

พิธีปัจฉิมนิเทศและมอบวุฒิบัตรจัดขึ้นเมื่อวันที่ 4 มีนาคม ณ ห้องแกรนด์ไดมอนด์ บอลรูม ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยมี ธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานในพิธี พร้อมมอบวุฒิบัตรแก่ผู้แทนผู้ผ่านการฝึกอบรมหลักสูตร “เชฟอาหารไทยมืออาชีพ (Master Thai Chef Program)” ภายใต้โครงการ ส่งเสริมซอฟต์พาวเวอร์สาขาอาหาร

ภายในงานมีผู้บริหารระดับสูงและบุคคลสำคัญในวงการอาหารร่วมเป็นเกียรติ อาทิ ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หม่อมหลวง ภาสันต์ สวัสดิวัตน์ ประธานคณะกรรมการเชลล์ชวนชิม เชฟชุมพล นายชุมพล แจ้งไพร เชฟกระทะเหล็กอาหารไทย

โครงการดังกล่าวดำเนินการโดย กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม มุ่งพัฒนาเชฟทักษะสูงกว่า 20,000 คนทั่วประเทศ เพื่อยกระดับอาหารไทยสู่สินค้าและบริการระดับพรีเมียมในตลาดโลก พร้อมสร้างเครือข่ายธุรกิจตั้งแต่ วัตถุดิบชุมชนต้นน้ำสู่ร้านอาหารปลายน้ำ คาดว่าจะสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในเศรษฐกิจฐานรากกว่า 3,300 ล้านบาท

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมระบุว่า อุตสาหกรรมอาหารยังคงเป็นหนึ่งใน เสาหลักของเศรษฐกิจไทย โดยประเทศไทยยังคงติดอันดับผู้ส่งออกอาหารสำคัญของโลก แม้จะต้องเผชิญความท้าทายจากเศรษฐกิจโลกและมาตรการกีดกันทางการค้า กระทรวงจึงเร่งยกระดับผู้ประกอบการไทยให้มีมาตรฐานสูงขึ้น พร้อมเพิ่มมูลค่าและพัฒนาแนวทางการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

หนึ่งในผู้เข้าร่วมโครงการที่ได้รับความสนใจคือ นายอรรครัตน์ รัตนจันทร์ หรือ “นายกเจี๊ยบ” ผู้แทนจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ผ่านการอบรมจากมหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยมีพื้นฐานทั้งในแวดวงกฎหมาย สื่อสารมวลชน และธุรกิจ

ปัจจุบันนายอรรครัตน์ต่อยอดองค์ความรู้สู่ ธุรกิจค้าส่งวัตถุดิบเนื้อสัตว์ (ไก่และเนื้อ) โดยเน้นการแปรรูปและพัฒนาเมนูร่วมกับเชฟและร้านอาหาร เพื่อยกระดับมาตรฐานวัตถุดิบไทย พร้อมสร้างเครือข่ายเชฟรุ่นใหม่ และเตรียมขยายตลาดสู่แพลตฟอร์มออนไลน์

นายอรรครัตน์กล่าวว่า หลักสูตรดังกล่าวไม่ได้สอนเพียงทักษะการทำอาหาร แต่ครอบคลุมถึง การบริหารต้นทุน มาตรฐานความปลอดภัย และการสร้างแบรนด์อาหารไทย

“อาหารไทยจะก้าวไกลในระดับโลกได้ ต้องมีทั้งคุณภาพ มาตรฐาน และการสื่อสารที่ดี สื่อมวลชนจึงเป็นพลังสำคัญในการถ่ายทอดเรื่องราวและอัตลักษณ์ของอาหารไทยให้ไปไกลกว่าจานอาหาร” นายอรรครัตน์กล่าว

ภายในงานยังมีการจัดบูธเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจอาหาร และเวทีเสวนาเพื่อสร้างความร่วมมือระหว่างเชฟ ผู้ประกอบการ และภาคการศึกษา เพื่อกำหนดทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารไทยให้แข่งขันได้ในตลาดโลก

โครงการนี้สะท้อนความตั้งใจของกระทรวงอุตสาหกรรมในการ พัฒนาคน สร้างเครือข่าย และผลักดันอาหารไทยให้เป็นซอฟต์พาวเวอร์สำคัญของประเทศ สู่เป้าหมาย “ครัวไทยสู่ครัวโลก” อย่างยั่งยืน ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

นายกเจี๊ยบ #สมาคมสื่อสารมวลชนไทยอินโดจีน #MasterThaiChef #ซอฟต์พาวเวอร์อาหารไทย #MadeByThai #DIPROM

ครัวไทยสู่ครัวโลก #กระทรวงอุตสาหกรรม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าประจวบฯ ตรวจปั๊มยืนยันมีน้ำมันเชื้อเพลิงเพียงพอไม่ต้องซื้อกักตุน สั่งคุมเข้มห้ามฉวยโอกาสขึ้นราคา

เมื่อวันที่ 4 มี.ค.69 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการ จ.ประจวบฯ พร้อมด้วย นายสรศักดิ์ ท่าใหญ่ พลังงานจังหวัดฯ และเจ้าหน้าที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดฯ ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานีบริการน้ำมันในพื้นที่ที่ปั๊มน้ำมัน ปตท.คลองวาฬ อ.เมืองประจวบฯ ในช่วงที่เกิดสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง

จากการลงพื้นที่ในวันนี้พบว่า สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงยังคงเปิดให้บริการตามปกติ มีประชาชนมาใช้บริการอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผู้ประกอบการแจ้งว่าเมื่อวันก่อนมีลูกค้าพากันนำรถมาเติมน้ำมันจำนวนมากเพราะกังวลว่าน้ำมันเชื้อเพลิงจะปรับราคาสูงขึ้นจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ทำให้น้ำมันทุกชนิดหมด จำเป็นต้องปิดให้บริการ จากปกติที่จะเปิดตลอด 24 ชม. จึงทำให้มีประชาชนบางส่วนเข้าใจผิดว่ามีการกักตุน แต่ในวันนี้สถานการณ์กลับมาเป็นปกติแล้ว

นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ตรวจสอบการจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงในวันนี้ ได้ประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนผู้ประกอบการให้ทราบเกี่ยวกับการห้ามกักตุนหรือปฏิเสธการจำหน่าย หรือการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาโดยไม่มีเหตุผลอันสมควรหากฝ่าฝืน มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี ปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ พร้อมยืนยันว่าขณะนี้ปริมาณน้ำมันสำรองในประเทศมีเพียงพอ ไม่จำเป็นต้องซื้อกักตุน แต่ขอให้ช่วยกัน

ใช้อย่างประหยัดแม้จะไม่ขาดแคลน เพราะไม่สามารถคาดเดาได้ว่าการสู้รบในตะวันออกกลางจะยืดเยื้อหรือไม่ พร้อมฝากเตือนประชาชนที่ซื้อน้ำมันใส่แกลลอนอาจสุ่มเสี่ยงทำให้เกิดอันตรายได้โดยเฉพาะในช่วงนี้ที่สภาพอากาศร้อน พร้อมกันนี้ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควบคุมดูแลป้องกันการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาสินค้าในช่วงนี้ หากประชาชนพบเห็นการกระทำผิดขอให้แจ้งสำนักงานพาณิชย์จังหวัดฯ หรือศูนย์ดำรงธรรมอำเภอ ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด หรือสายด่วน 1569

นอกจากนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ ยังกล่าวถึงประเด็นเรื่องการเฝ้าระวังการก่อเหตุด้านความมั่นคงในพื้นที่ว่า ขณะนี้ทางจังหวัดมีข้อมูลชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในพื้นที่อยู่แล้ว และได้กำชับทุกอำเภอ ฝ่ายปกครอง ตำรวจท้องที่ ช่วยกันสอดส่องเฝ้าระวัง และเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจตราโดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 0909944781

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / โครงการคนละลูก ปีที่ 8 มอบลูกฟุตบอลมิกาซ่า เปิดคลินิกทักษะกีฬาฟุตบอล สานฝันเยาวชนไทยทั่วไทย

​[นครพนม] – โครงการ “คนละลูก ผู้นำเยาวชนกีฬา” เดินหน้าสร้างรอยยิ้มและโอกาสทางกีฬาให้เด็กไทยอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดจัดกิจกรรม “โครงการคนละลูก ผู้นำเยาวชนกีฬา ร่วมทำความดี พี่ให้น้อง ปีที่ 8 ประจำปี 2569” ยกขบวนมอบลูกฟุตบอลคุณภาพจาก Mikasa ให้แก่โรงเรียนโพนสวางหนองแหน อำเภอวังยางนายธนธรณ์ พรหมอารักษ์ (เสื้อสีแดงที่ 4ซ้ายมือ)หัวหน้าสำนักงานโครงการคนละลูกจังหวัดนครพนม มอบลูกฟุตบอลมิกาซ่า ให้นายธีระพงศ์ แสนคำ ผู้อำนวยการโรงเรียนโพนสวางหนองแหน พร้อมเปิดคลินิกฟุตบอลติวเข้มทักษะลูกหนังให้เยาวชน

​กิจกรรมในครั้งนี้เป็นการร่วมมือกันของพันธมิตรผู้ใจดี ผลิตภัณฑ์มิกาซ่า ผลิตภัณฑ์เคซี ผลิตภัณฑ์ factive และบริษัท ซี.อาร์ ทเวลฟ์ กรุ๊ป จำกัด บริษัท กีล่าสปอร์ต จำกัด ที่เล็งเห็นความสำคัญของการสร้างรากฐานกีฬาจากระดับเยาวชน โดยภายในงานมีการส่งมอบลูกฟุตบอลมิกาซ่า มาตรฐานสากลเพื่อใช้ในการเรียนการสอนและการฝึกซ้อม พร้อมทั้งการจัดกิจกรรม “ฟุตบอลคลินิก” ที่เน้นการสอนทักษะพื้นฐานที่ถูกต้องจากพี่ๆ สู่น้อง เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและปลูกฝังการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ห่างไกลจากยาเสพติด

​นายธนธรณ์ พรหมอารักษ์ หัวหน้าสำนักงานโครงการคนละลูก จังหวัดนครพนม เปิดเผยว่า โครงการนี้ก้าวเข้าสู่ ปีที่ 8 ด้วยความตั้งใจที่จะเป็นสะพานบุญด้านกีฬา เราเชื่อว่าลูกฟุตบอลเพียงลูกเดียวอาจเปลี่ยนชีวิตเด็กคนหนึ่งได้ การมอบอุปกรณ์กีฬาที่มีคุณภาพอย่าง Mikasa พร้อมกับการให้ความรู้ผ่านคลินิกฟุตบอล คือการมอบโอกาสที่ยั่งยืนให้แก่เยาวชนในพื้นที่ต่างๆ ทั่วไทย

​สำหรับโครงการคนละลูก ผู้นำเยาวชนกีฬา ร่วมทำความดี พี่ให้น้อง จะยังคงเดินหน้าจัดกิจกรรมดีๆ แบบนี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อกระจายโอกาสทางการกีฬาให้ครอบคลุมทุกภูมิภาค ตามปณิธานการทำความดี “พี่ให้น้อง” ที่ยึดถือมาโดยตลอด

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ไดอาน่าการ์เด้น รีสอร์ท พัทยา ฉลอง 23 ปี พร้อยอวยพรวันเกิด 82 ปี “ป้าน้อย” แม่พระเมืองพัทยา

วันที่ 4 มีนาคม 2569 ที่ศาลาไทย โรงแรม ไดอาน่าการ์เด้น รีสอร์ท พัทยา จ.ชลบุรี ได้จัดพิธีทำบุญเนื่องในโอกาสครบรอบ 23 ปีของการก่อตั้งโรงแรม พร้อมฉลองวันคล้ายวันเกิดครบ 82 ปี ของ นางโสภิญ เทพจักร หรือ “ป้าน้อย” กรรมการผู้จัดการไดอาน่า กรุ๊ป โดยมีคณะผู้บริหาร พนักงาน กลุ่มเพื่อนสนิท มิตรสหาย และลูกค้าทั้งชาวไทย–ต่างชาติ เข้าร่วมแสดงความยินดีอย่างพร้อมเพรียง

ในพิธีได้อาราธนาพระครูสุภัทรวราทร (สุรศักดิ์ ปุณฺณวุฑฺโฒ) วัดสิรินธรเทพรัตนาราม ในพระราชูปถัมภ์ อ.สามพราน จ.นครปฐม เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วยคณะสงฆ์จากวัดสุทธาวาส จำนวน 8 รูป รวม 9 รูป รับเจริญพระพุทธมนต์ ฉันภัตตาหารเพล ประพรมน้ำพระพุทธมนต์ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ผู้บริหาร พนักงาน และกิจการของโรงแรม

นอกจากนี้ทางโรงแรมยังได้จัดเตรียมข้าวสารอาหารแห้งและสิ่งของจำเป็น มอบให้แก่เด็ก ๆ ที่ศูนย์ ATTC (บ้านครูจา) เพื่อแบ่งปันน้ำใจสู่สังคม ขณะเดียวกัน สมาคมนักข่าวพัทยา ยังได้ร่วมมอบเงินสนับสนุนจำนวนหนึ่งให้แก่ศูนย์ดังกล่าว เพื่อร่วมส่งเสริมโอกาสและคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับเด็ก ๆ อีกด้วย รวมมูลค่ารวมกว่า 50,000 บาท

สำหรับประวัติความเป็นมา ไดอาน่า กรุ๊ป เริ่มต้นจากธุรกิจขนาดเล็กเพียง 1 คูหา บริเวณซอยไปรษณีย์ เมืองพัทยา ก่อตั้งขึ้นครั้งแรกในปี 1982 ภายใต้ชื่อ “ภควดีเกสท์เฮาส์” ด้วยความมุ่งมั่น ซื่อสัตย์ต่อลูกค้า และพัฒนาการบริหารอย่างเป็นระบบ โดยตลอดระยะเวลากว่า 4 ทศวรรษ ไดอาน่า กรุ๊ป ได้ขยายธุรกิจครอบคลุมหลากหลายบริการด้านการท่องเที่ยวและการบริการ กลายเป็นหนึ่งในธุรกิจท้องถิ่นที่เติบโตอย่างมั่นคง และมีส่วนสำคัญในการสร้างชื่อเสียงให้เมืองพัทยาอย่างยั่งยืนจนถึงปัจจุ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตรวจสถานประกอบ น้ำมัน เชื้อเพลิง สร้างความมั่นใจประชาชน ไม่ขาดแคลน/ ปภ.สิงห์บุรี จัดโครงการฝึกอบรมเยาวชนขับขี่ปลอดภัย ป้องกันอุบัติเหตุในโรงเรียน ปี 2569

วันที่ 4 มีนาคม 2569 เวลา 10.00 น.นายวราดิศร อ่อนนุช ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี พร้อมด้วยนายอุกฤษฎ์ ขันติวงค์ พลังงานจังหวัดสิงห์บุรี และนางอัจนา

ปาลบุตร พาณิชย์จังหวัดสิงห์บุรี นำคณะข้าราชการในสังกัดลงพื้นที่ตรวจสอบสถานประกอบกิจการน้ำมันเชื้อเพลิงในพื้นที่จังหวัดสิงห์บุรี

เพื่อติดตาม เฝ้าระวัง และเตรียมความพร้อมรองรับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางการลงพื้นที่ครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญในการ

ป้องกันการฉกฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาโดยไม่เป็นธรรม การกักตุนสินค้าพลังงาน รวมทั้งกำกับดูแลราคาพลังงานให้เป็นไปตามกลไกที่เหมาะสม พร้อมสร้างการรับรู้ที่ถูกต้องแก่ประชาชนในพื้นที่ ไม่ให้เกิดความตื่นตระหนก

ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรีได้ย้ำว่า ขอให้พี่น้องชาวสิงห์บุรีมั่นใจได้ว่า ประเทศไทยยังมีปริมาณน้ำมันสำรองเพียงพอ ไม่เกิดภาวะขาดแคลน และระดับราคาจะอยู่ในกรอบที่เหมาะสม ไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชนมากนัก

ทั้งนี้ ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งขับเคลื่อนภารกิจสำคัญอย่างใกล้ชิด โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือ “ประโยชน์ของประชาชนชาวสิงห์บุรี” เป็นสำคัญ

ปภ.สิงห์บุรี จัดโครงการฝึกอบรมเยาวชนขับขี่ปลอดภัย เสริมสร้างวินัยจราจรและการป้องกันอุบัติเหตุในโรงเรียน ปี 2569

วันที่ 4 มีนาคม 2569 เวลา 9.30 น.นายวราดิศร อ่อนนุช ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรีเป็นประธานเปิดโครงการฝึกอบรมเยาวชนขับขี่ปลอดภัย เสริมสร้างวินัยจราจร และการป้องกันอุบัติเหตุในโรงเรียน ณ โรงเรียนค่ายบางระจันวิทยาคม อำเภอค่ายบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี

ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนจังหวัดสิงห์บุรี โดยมี นายณรงค์พันธ์ แจ่มจันทร์ รักษาการณ์หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสิงห์บุรี นางคงศักดิ์ สายวงศ์ ประชาสัมพันธ์จังหวัดสิงห์บุรี หัวหน้าส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมพิธีฯ

สำหรับการจัดโครงการครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างจิตสำนึกด้านความปลอดภัยทางถนน เสริมสร้างวินัยจราจร และให้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันอุบัติเหตุ โดยมุ่งเน้นกลุ่มเด็กและเยาวชน ซึ่งเป็นกลุ่มอายุที่มีสถิติการเกิดอุบัติเหตุทางถนนสูง

โดยเฉพาะการใช้รถจักรยานยนต์และการไม่สวมหมวกนิรภัย
ภายในกิจกรรมมีการบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายจราจร การขับขี่อย่างปลอดภัย เทคนิคการเอาตัวรอดบนท้องถนน และการใช้อุปกรณ์นิรภัยอย่างถูกต้อง เพื่อปลูกฝังพฤติกรรมการใช้รถใช้ถนนอย่างมีความรับผิดชอบ

กลุ่มเป้าหมายเป็นนักเรียนโรงเรียนค่ายบางระจันวิทยาคม จำนวน 70 คน โดยได้รับความร่วมมือจากสถานีตำรวจภูธรค่ายบางระจัน และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสิงห์บุรี ร่วมเป็น

วิทยากรและสนับสนุนการดำเนินงาน จังหวัดสิงห์บุรีมุ่งหวังว่าโครงการดังกล่าวจะช่วยลดอุบัติเหตุทางถนนในกลุ่มเยาวชน และสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยทางถนนให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืนต่อไป

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สรรพสามิตโคราชทำลายบุหรี่เถื่อน 17,540 ซอง ลุย 226 คดี มูลค่าปรับทะลุ 16 ล้านบาท สกัดของผิดกฎหมายคืนตลาด

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 4 มีนาคม 2569 นายณธัชพงศ์ เผ่าถาง ผู้อำนวยการสำนักงานสรรพสามิตภาคที่ 3 พร้อมด้วย นายธนากร โพธิโต สรรพสามิตพื้นที่นครราชสีมา นายไชยรัตน์ ชื่นใจฉ่ำ ผู้อำนวยการส่วนตรวจสอบป้องกันและปราบปราม

สำนักงานสรรพสามิตภาคที่ 3 และนายพงศธร ประจิตร หัวหน้าฝ่ายปราบปราม สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่นครราชสีมา นำคณะเจ้าหน้าที่ร่วมดำเนินการทำลายของกลางคดีที่สิ้นสุดแล้วในช่วงเดือนกรกฎาคม–ธันวาคม 2568

การดำเนินการครั้งนี้เป็นไปตามมาตรการป้องกันไม่ให้สินค้าผิดกฎหมายกลับเข้าสู่ท้องตลาด ป้องกันการนำมาจำหน่ายซ้ำ คุ้มครองผู้บริโภค และสร้างความเป็นธรรมด้านภาษีแก่ผู้ประกอบการที่เสียภาษีถูกต้องตามกฎหมาย

พร้อมแสดงถึงความโปร่งใสและความเด็ดขาดในการบังคับใช้กฎหมายผลการปราบปรามพบผู้กระทำผิดรวม 226 คดี ของกลางเป็นบุหรี่ซิกาแรตจำนวน 17,540 ซอง คิดเป็นมูลค่าภาษีที่รัฐสูญเสียกว่า 1,101,680 บาท และมีประมาณการค่าปรับรวม 16,522,680 บาท

ทั้งนี้ บุหรี่ของกลางที่ผ่านการทำลายแล้ว จะส่งมอบให้หน่วยงานที่ประสงค์ขอใช้ประโยชน์ ตามนโยบาย CSR (Corporate Social Responsibility) ของกรมสรรพสามิต เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมต่อไป

ภาพ นายประสิทธิ์ วนะชกิจ/ข่าว กันตินันท์ เรืองประโคน ทีมข่าว จ.นครราชสีมา/รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ไม่ปล่อยลอยนวล! ชุดสิงห์เมืองมุก บุกจู่โจมจับ “ยายหนั่น” เอเย่นต์รายย่อยบ้านโคกสูง ยาบ้า เงินล่อซื้อ

มุกดาหาร – เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2569 ภายใต้การอำนวยการของ นายนที พรมภักดี นายอำเภอเมืองมุกดาหาร ได้สั่งการให้ชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองเมืองมุกดาหาร (ชุดสิงห์เมืองมุก)

นำโดย มว.อ.ดนุภพ รองไชย ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานความมั่นคง และ มว.ท.ธัญญารัตน์ เหล่าบุตรศรี สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหารพราน ร้อย.ฉก.ทพ.2105 เข้าตรวจสอบบ้านพักในพื้นที่บ้านโคกสูง หมู่ 8 ต.คำอาฮวน หลังได้รับร้องเรียนจากพลเมืองดีว่ามีการมั่วสุมและลักลอบจำหน่ายยาเสพติด

จากการลงพื้นที่ตรวจสอบ เจ้าหน้าที่ได้เข้าทำการจับกุม นางสนั่น (หรือยายหนั่น) พร้อมของกลางยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) เม็ดสีแดง มีอักษร WY จำนวน 10 เม็ด และเงินสดที่ใช้ในการล่อซื้ออีกจำนวน 360 บาท

สืบเนื่องจากนโยบายกวาดล้างยาเสพติดในชุมชน เจ้าหน้าที่จึงได้วางแผนล่อซื้อจนสามารถจับกุมตัวได้พร้อมหลักฐานคาหนังคาเขา เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหา “จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 โดยไม่ได้รับอนุญาต” ก่อนนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

จับยาเสพติด #ฝ่ายปกครองมุกดาหาร #สิงห์เมืองมุก #มุกดาหาร #กวาดล้างยาเสพติด #บ้านโคกสูง #ฉกทพ2105 #ข่าวด่วน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รองนายกรัฐมนตรี ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลและเวียนเทียนประทักษิณรอบองค์พระปฐมเจดีย์ เนื่องในวันมาฆบูชา ประจำปี 2569

วันที่ 3 มีนาคม 2569 ที่พระวิหารหลวง องค์พระปฐมเจดีย์ อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิธีบำเพ็ญกุศล เนื่องในวันมาฆบูชา ประจำปี 2569

โดยมีนางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม นายยงยุทธ สวนทอง นายอรรถวุฒิ พึ่งเนียม นายสมาวิษฎ์

สุพรรณไพ นายณรงค์วิทย์ พบพาน รองผู้ว่าราชการจังหวัด รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัด พร้อมด้วย พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์

ผบก.ภ.จว.นครปฐมและ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารสถานศึกษา ข้าราชการ ครู อาจารย์ นักเรียน นักศึกษา ประชาชน

และนักท่องเที่ยว ร่วมพิธีเป็นจำนวนมาซึ่งวันมาฆบูชานับเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา

ตรงกับวันเพ็ญ ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 ถือเป็นวันที่พระพุทธเจ้าทรงแสดง “โอวาทปาติโมกข์” หลักคำสอน “ทำความดี ละเว้นความ

ชั่ว ทำจิตใจให้บริสุทธิ์” ท่ามกลางพระอรหันต์สาวก 1,250 รูป ที่มาประชุมพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย

สำหรับการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ พระธรรมวชิรเจติยาจารย์ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 14 รักษาการเจ้าอาวาสวัดพระปฐมเจดีย์

ราชวรมหาวิหาร กล่าวนำแสดงตนเป็นพุทธมามกะ จากนั้นได้แสดงพระธรรมเทศนา

เพื่อน้อมนำคำสั่งสอนของพระพุทธศาสนาอันพึงปฏิบัติมาประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวัน อีกทั้งส่งเสริมให้พุทธศาสนิกชนละเว้นความชั่ว

ทำความดี ทำจิตใจให้บริสุทธิ์ หลังจากนั้นได้ร่วมกันเจริญพระพุทธมนต์ และเวียนเทียนประทักษิณรอบองค์พระปฐมเจดีย์ จำนวน 3 รอบ เพื่อน้อมถวายเป็นพุทธบูชาเพื่อน้อมถวายเป็นพุทธบูชา

………………
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครปฐม ภาพ/ข่าว
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

การประชุมขับเคลื่อนระบบ e-Living Willการจัดทำหนังสือแสดงเจตจำนง แบบอิเล็กทรอนิกส์

วันที่ 2 มีนาคม 2569 เวลา 09.00 น. สำนักงานสุขภาพแห่งชาติ (สช.) จัดการประชุม การจัดทำหนังสือแสดงเจตนาตามสิทธิ ด้านสุขภาพแบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Living will ) โดยเชิญ นพ.สุรชัย โชคครรชิตไชย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครปฐม เข้าร่วมบรรยายและเสวนาในประเด็น “รู้สิทธิ์ คืนศักดิ์ศรี เลือกวาระสุดท้ายด้วยตนเอง” ณ ห้องประชุมศรีสง่า โรงแรมริเวอร์ จังหวัดนครปฐม
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

2 นักแสดงหนุ่มดาวรุ่งขวัญใจ FC “อวี๋ซื่อ” และ “ฉื่อซา” ร่วมทัพนักแสดงใน “Blades of The Guardians – ยอดยุทธ์ดาบพิทักษ์”

2 นักแสดงหนุ่มดาวรุ่งขวัญใจ FC “อวี๋ซื่อ” และ “ฉื่อซา” ร่วมทัพนักแสดงในภาพยนตร์แอ็คชั่น-กำลังภายในฟอร์มยักษ์ “Blades of The Guardians – ยอดยุทธ์ดาบพิทักษ์” ใน “Blades of The Guardians – ยอดยุทธ์ดาบพิทักษ์“ นอกจากจะเป็นการรวมตัวของยอดฝีมือรุ่นใหญ่อย่าง อู๋จิง, เซียะถิงฟง และ หลี่เหลียนเจี๋ย (หรือ เจ๊ท ลี) แล้ว หนังยังจับเอา 2 นักแสดงหนุ่มที่มี FC อยู่มากมายมาร่วมทัพนักแสดงในเรื่องอีกด้วยนั่นก็คือ ”อวี๋ซื่อ (Yu Shi / 于适) ดาราหนุ่มดาวรุ่งที่มีชื่อเสียงจากบทของ “จีฟา” ในภาพยนตร์แฟนตาซีฟอร์มยักษ์ “Creation of the Gods I –

กำเนิดเทพเจ้า 1 : อาณาจักรแห่งพายุ“ และ “Born to Fly – ปฏิบัติการจ้าวเวหา” ซึ่งมีความโดดเด่นในด้านของรูปร่างหน้าตาที่คมเข้มทรงแบดบอย และมีทักษะในการขี่ม้า-ยิงธนูที่ยอดเยี่ยมหาตัวจับยาก ส่วนอีกคนหนึ่งที่มี FC มากพอๆ กันก็คือ “ฉื่อซา (Ci Sha – 此沙)” นักแสดงหนุ่มหล่อที่มีจุดเด่นในด้านของบุคลิก

ที่มีความเป็นนักรบ, มีทักษะด้านกีฬาขี่ม้า, ยิงธนู และศิลปะการต่อสู้ โดยมีผลงานด้านการแสดงเด่นๆ อาทิ ”มังกรหยก 2024 (The Legend of Heroes)“ ในบทของ ก๊วยเจ๋ง, Creation of the Gods (封神三部曲) ในบท หยางเจี้ยน และ The Shadow’s Edge (捕风追影) ภาพยนตร์แอ็คชั่นฟอร์มยักษ์ที่อำนวยการสร้างโดย เฉินหลง

เตรียมอ้าแขนต้อนรับผลงานล่าสุดของ 2 นักแสดงหนุ่ม ”อวี๋ซื่อ“ และ ”ฉื่อซา” ใน “Blades of The Guardians – ยอดยุทธ์ดาบพิทักษ์” โดย Movie Copyright (Thailand) เริ่ม 19 มีนาคมนี้ในโรงภาพยนตร์เท่านั้น!!

BladesOfTheGuardiansCast

ขอได้รับความขอบพระคุณจาก
ฝ่ายประชาสัมพันธ์พิเศษ
Movie Copyright (Thailand)
สมปอง วิวัฒน์วรศิลป์ โทร 095-4925241

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตำรวจพิสูจน์หลักฐานจังหวัดลพบุรี ลงพื้นที่อำเภอโคกสำโรง

เมื่อวันอังคารที่ 3 มีนาคม 2569 เวลา 11.00 น. ตามที่ (มว.ต.) นายหมวดตรีกรวี กิจรัตนกาญจน์ สมาชิกกองอาสารักษาดินแดนฯได้เดินทางมาพบพนักงานสอบสวนที่ สภ.โคกสำโรง ภ.จว.ลพบุรี เพื่อพบพนักงานสอบสวนแจ้งความหาผู้กระทำความผิด และได้พบพนักงานสอบสวน พ.ต.ท.ภูษิต ม่วงหมู่ ตำแหน่งสารวัตสอบสวน (หัวหน้างานคดี) สภ.โคกสำโรง ภ.จว.ลพบุรี
โดยได้แจ้งว่า ได้มีเศษขวดตกหล่นอยู่ภายในบ้านและหลังคาบ้าน ผู้แจ้ง

จึงได้ตรวจสอบตามกล้องวงจรปิด ที่ติดตั้งไว้ในบ้าน แต่ก็ไม่เห็นผู้กระทำความผิด ได้ยินแต่เสียงดังล่วงลงมายังพื้นหลังคาบ้าน โดยที่พบขวดเป็นขวดจำพวก แบรนด์รังนกอื่นๆ โดยพบและถ่ายไว้เป็นหลักฐานในวันที่ 20 ม.ค. 2569 และวันที่ 30 ม.ค. 2569 และในวันที่ 14 ก.พ. 2569 ล่าสุดเมื่อคืนวันที่2 มีนาคม 2569 จึงแจ้งให้ตำรวจได้ทำการสืบสวนติดตามผู้ก่อเหตุมาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป และพนักงานสอบสวน จะให้ชุดสืบสวนหาข่าวและให้ทาง (พฐ.) พิสูจน์หลักฐานจังหวัดลพบุรี ได้ลงมาทำการเก็บพยานหลักฐานที่เกิดเหตุ โดยการกระทำครั้งนี้นั้น ไม่ได้เป็นการกระทำครั้งแรก ผู้เสียหายได้รับผลกระทบมาตลอดถึงกับต้องลื้อหลังคาบ้านเพื่อซ่อมแซมความเสียหายมาแล้วก็มี

เวลาต่อมา พ.ต.ท.หญิงสุภสดา ทองกร นวท.(สบ2)พฐ.จว.ลพบุรี
ร.ต.ท.สัณหกร ห้องหนองซำ นวท.(สบ1)พฐ.จว.ลพบุรี
ด.ต.หญิงอมรรัตน์ ศิริสลุง ผบ.หมู่ พฐ.ลพบุรี ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุบ้านเลขที่ 85-87 ถนน ถนนศรีสำโรง ตำบล/แขวง โคกสำโรง อำเภอ/เขต โคกสำโรง จังหวัด ลพบุรี ได้พบกับนายปรีชา กิจรัตนกาญจน์ (ผู้เป็นบิดาของนายหมวดตรีกรวี กิจรัตนกาญจน์) และตรวจหาหลักฐานที่เกิดเหตุและเก็บชิ้นส่วนดังกล่าวเพื่อตรวจพิสูจน์ลายมือชื่อผู้ก่อเหตุ เรียกผู้ต้องสงสัยมาตรวจพิสูทน์ลายมือ และมาดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไปเช่นไรทางทีมข่าวจะติดตามความคืบหน้ามารายงานให้ทราบต่อไป

สนอง แท่นสูงเนิน ทีมข่าว ภาพ/ข่าว

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / หนึ่งเดียวในสยาม อาบน้ำมนต์”จันทร์เป็ง” วิชาล้านนาโบราณ เสริมมงคลกับชีวิต

เนื่องในค่ำคืนแห่ง “จันทร์เป็ง” หรืออาบน้ำกลางเดือนเพ็ญให้มีบารมีเต็ม ตามคติธรรมแห่งเมืองล้านนา ที่เชื่อกันว่า เป็นฤกษ์มหาเสน่ห์และพลังงานสูงสุดในทางโหราศาสตร์ เป็นเวลาที่ดีที่สุดในการขอพรด้านโชคลาภ เงินทอง เมตตามหานิยม หรือทำพิธีเรียกทรัพย์ 

นอกจากอนุภาพแห่งความศรัทธาค่ำคืนวัน
“จันทร์เป็ง” แล้วยังตรงกับ ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 ที่พุทธศาสนิกชนเรียกว่า “วันมาฆบูชา”ย่อมาจาก “มาฆปูรณมีบูชา” หมายถึง การบูชาในวันเพ็ญกลางเดือนมาฆะตามปฏิทินฮินดู  ที่จะตรงกับวันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569 ที่จะมาถึงนี้

ครูบาธรรมชัย เจ้าสำนักสงฆ์ธรรมชัยแผ่นดินทอง อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี ได้เร่งเห็นอำนาจแห่งพุทธคุณ ในวันมาฆบูชา ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 วันพระจันทร์เป็งตามคติธรรมล้านนาโบราณ จึงเมตตาจัดพิธีอาบน้ำมนต์กลางแสงจันทร์ ให้ศิษยานุศิษย์ ได้เข้าถึงวันสำคัญนี้ ที่ 1 ปี มีครั้งเดียว

เนื่องในวันพระใหญ่ วันมาฆบูชา ซึ่งการอาบน้ำมนต์ ได้ตั้งโต๊ะหมู่อารธนาอัญเชิญคุณพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ณ บริเวณลานกว้าง หลังสำนักสงฆ์ธรรมชัย แผ่นดินทอง ก่อนมีการจุดธูป เทียน และ ครูบาได้สวดพระคาถาอันศักดิ์สิทธิ พร้อมจุดเทียนชัย อาบน้ำมนต์ ระลึกถึงสัพพเวทย์ สัพพมนต์ เพื่อเป็นศิริมงคลแก่ศิษย์ยานุศิษย์

“ให้เทียนน้อย ส่องใจ ใสสว่าง
ส่องนำทาง พบธรรม นำสมัย
ให้ได้เห็น ดวงธรรม ผ่องอำไพ
น้อมดวงใจ ถวายครู บูชาธรรม”

สำหรับน้ำพระพุทธมนต์ที่นำมาอาบนั้น เป็นน้ำพระพุทธมนต์ผ่านการทำพิธีจากเกจิคณาจารย์ และ พระภิกษุสงฆ์ หลายรูป ร่วมปลุกเสก สวดพระพุทธมนต์คาถาข้ามวันข้ามคืน เพื่อให้น้ำพระพุทธมนต์นี้เกิดความศักดิ์สิทธิ์ ก่อนนำมาอาบปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายในคืนพระจันทร์เต็มดวง ถือเป็นการเสริมบารมีให้เต็มเปี่ยมด้วยโชคลาภวาสนา ให้เกิดความเจริญรุ่งเรือง เกิดแสงสว่าง และความสำเร็จ สมหวัง สุขภาพแข็งแรง

หากท่านใดสนใจเข้าร่วมพิธีก็สามารถมาได้ที่
สำนักสงฆ์ธรรมชัย แผ่นดินทอง อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี หรือ ช่องทางติดต่อข่าวประชาสัมพันธ์ใน Face Book : ครูบาธรรมชัยจังหวัดน่าน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / งานประเพณีหกเป็งนมัสการพระมหาธาตุเจ้าภูเพียงแช่แห้ง ปี 2569/ และงาน ลูกเสือน่าน จัดอบรม ลูกเสือจิตอาสาพระราชทาน 2568

วันที่ 2 มีนาคม 2569 เวลา 16.00 น. บริเวณ วัดพระธาตุแช่แห้ง พระอารามหลวง อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน บรรยากาศเต็มไปด้วยประชาชนและนักท่องเที่ยวที่มารอชมความงดงามของขบวนแห่เครื่องราชสักการะ ภายในงานประเพณีหกเป็งนมัสการพระมหาธาตุเจ้าภูเพียงแช่แห้ง และงานแสดงแสงสีเสียง “ล่องน่านย้อนตำนานเวียงภูเพียง” ประจำปี 2569

ในการนี้ พระราชนันทวัชรบัณฑิต, รศ.ดร. รองเจ้าคณะจังหวัดน่าน เจ้าอาวาสวัดพระธาตุแช่แห้ง พระอารามหลวง ร่วมในพิธี พร้อมด้วย นาย ชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน นำคณะสงฆ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ข้าราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมชมริ้วขบวน

ขบวนหลวงได้เคลื่อนอย่างสง่างาม ประกอบด้วยเครื่องราชสักการะ ได้แก่ น้ำสรงพระราชทาน ผ้าทิพย์ห่มองค์พระธาตุ และผ้าไตรพระราชทาน บรรเลงคลอด้วยเสียงดนตรีพื้นเมือง ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความศรัทธาของพุทธศาสนิกชนชาวจังหวัดน่านที่มาร่วมเฝ้าชมอย่างเนืองแน่น

นอกจากนี้ ภายในขบวนยังมี “นางสาวน่าน ประจำปี 2569” ร่วมสร้างสีสันให้กับริ้วขบวน พร้อมขบวนอัญเชิญรางวัลพระราชทาน ขณะที่ขบวนแห่คัวตานจากทั้ง 15 อำเภอของจังหวัดน่าน ได้แก่ อำเภอเฉลิมพระเกียรติ อำเภอบ่อเกลือ อำเภอทุ่งช้าง อำเภอนา

หมื่น อำเภอนาน้อย อำเภอเวียงสา อำเภอเชียงกลาง อำเภอปัว อำเภอท่าวังผา อำเภอสองแคว อำเภอบ้านหลวง อำเภอเมืองน่าน อำเภอแม่จริม อำเภอสันติสุข และอำเภอภูเพียง ต่างจัดตกแต่งประดับประดาอย่างวิจิตรบรรจง สะท้อนอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นได้อย่างงดงาม

ตลอดสองฝั่งเส้นทางที่มุ่งหน้าขึ้นสู่พระธาตุแช่แห้ง มีประชาชนและนักท่องเที่ยวจำนวนมากร่วมบันทึกภาพแห่งความประทับใจ เสียงชื่นชมดังก้องตลอดเส้นทาง นับเป็นอีกหนึ่งภาพสะท้อนพลังศรัทธาและความร่วมแรงร่วมใจของชาวน่านในการสืบสาน

ประเพณีอันทรงคุณค่าให้คงอยู่ตลอดไป/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/
พ.อ.พยอม บุญทร/ร.ต.อ.สถิตย์ ศรีประสม/เพียรพิศ ยะวิญชาญ/ร.ต.ท.ชาญชัย บรรจง/สมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สำนักงานลูกเสือจังหวัดน่าน จัดอบรมผู้บังคับบัญชาหน่วยงานลูกเสือจิตอาสาพระราชทาน ประจำปี 2568


วันจันทร์ที่ 2 มีนาคม 2569 เวลา 10.00 น. ที่ห้องประชุมเวทีวิชาการ นายชัยนรงค์ วงค์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน (ผู้บังคับบัญชาลูกเสือจังหวัดน่าน) เป็นประธานเปิดการอบรมผู้บังคับบัญชาหน่วยงานลูกเสือจิตอาสาพระราชทาน ประจำปี 2568 โดยมีผู้บังคับบัญชาลูกเสือจาก

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต 1 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต 2 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาน่าน สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดน่าน สำนักงานอาชีวศึกษาจังหวัดน่าน เทศบาลเมืองน่าน สมาคมลูกเสือจังหวัดน่าน เข้ารับการอบรมจำนวน 120 คน โดยมี ดร.วิเชียร วาพัดไทย

ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต 1 ผู้อำนวยการลูกเสือสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต 1 กล่าวรายงาน การดำเนินการอบรมผู้บังคับบัญชาหน่วยงานลูกเสือจิตอาสาพระราชทาน ประจำปี 2568 ในครั้งนี้ ได้รับความอนุเคราะห์วิทยากรแกนนำลูกเสือจิตอาสา

พระราชทานประจำสำนักงานลูกเสือแห่งชาติ และวิทยากรแกนำลูกเสือจิตอาสาพระราชทานระดับจังหวัดน่าน เป็นวิทยากรตลอดการอบรมในโอกาสนี้ นายชัยนรงค์ วงค์ใหญ่ ได้กำชับให้ผู้เข้ารับการอบรม

นำความรู้ไปใช้ในการพัฒนากิจการของลูกเสือจังหวัดน่าน ให้มีคุณภาพยิ่งๆขึ้นไป ตามคำปฏิญาณของลูกเสือโดยเคร่งครัด มานพ เถรหมื่นไวย ภาพ/ข่าว/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังกวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / บ้านหลังสุดท้ายเพื่อผู้ยากไร้ ชมรมโฮปฯ มอบโลงศพ 30 ใบ ช่วยผู้ยากไร้เมืองกาญจน์

วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 ดร.ปิยนุช พาณิชย์พิศาล

ประธานชมรมโฮปสะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธา

พร้อมคณะ ลงพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี

นำโลงศพจำนวน 30 ใบ ส่งมอบเพื่อช่วยเหลือผู้ยากไร้ในพื้นที่

โดยได้มอบให้แก่ สำนักสงฆ์อุดมรัตนคีรี จำนวน 20 ใบ

และมอบให้ วัดเขาช่องพัฒนาราม ตำบลเขาสามสิบหาบ

อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี อีก 10 ใบ

เพื่อใช้ในภารกิจสาธารณกุศลของวัดและสำนักสงฆ์

การส่งมอบครั้งนี้มีวัตถุประสงค์

เพื่อสนับสนุนการช่วยเหลือครอบครัวผู้ยากไร้ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์

ในการจัดพิธีฌาปนกิจศพ ช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่าย

และร่วมสืบสานงานบุญในชุมชนอย่างต่อเนื่อง

บรรยากาศเป็นไปอย่างเรียบง่ายและอบอุ่น มีตัวแทนของทั้งสองแห่งเป็นผู้รับมอบ

พร้อมกล่าวขอบคุณคณะผู้บริจาคที่ร่วมกันเป็นสะพานบุญ

ส่งต่อความช่วยเหลือสู่ผู้ที่กำลังเผชิญความยากลำบาก

ดร.ปิยนุช กล่าวว่า การดำเนินงานครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของ

โครงการ “บ้านหลังสุดท้ายเพื่อผู้ยากไร้” ซึ่งชมรมได้ขับเคลื่อน

มาอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยเหลือผู้ยากไร้ในจังหวัดกาญจนบุรี โดยโลงศพ

ทั้งหมดได้ส่งมอบครบถ้วนตามเจตนารมณ์ของผู้ร่วมบุญแล้ว

ทั้งนี้ ผู้ที่ประสงค์ขอรับความช่วยเหลือ

สามารถติดตามรายละเอียดได้ทางเพจ Hope Help Healing

ชมรมโฮปสะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธา

หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ วัดมหาวงษ์.

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กรมทางหลวงชนบท เดินหน้าโครงการ “นาคานคร บึงกาฬ” เปิดเวทีสื่อรับฟังความเห็น หนุนท่องเที่ยวเมืองรอง

วันที่ 2 มีนาคม 2569 ที่ห้องประชุมสิรินธารา 1 โรงแรมเดอะวัน จังหวัดบึงกาฬ กรมทางหลวงชนบท ร่วมกับ มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดประชุมเปิดเวทีเดินหน้าศึกษาความเป็นไปได้โครงการเส้นทางท่องเที่ยว “นาคานคร จังหวัดบึงกาฬ” พร้อมจัดกิจกรรมรอบสื่อมวลชนจังหวัดบึงกาฬ เพื่อนำเสนอความก้าวหน้าโครงการ และเปิดรับฟังข้อคิดเห็นจากภาคสื่อและผู้เกี่ยวข้องในพื้นที่

การศึกษาครั้งนี้ครอบคลุมพื้นที่ 5 อำเภอ 14 ตำบล ระยะทางรวมประมาณ 110 กิโลเมตร เชื่อมโยงเส้นทางจากอำเภอเซกาถึงอำเภอปากคาด โดยมุ่งพัฒนาโครงข่ายถนนสายรองที่มีศักยภาพ เพื่อรองรับการเดินทางท่องเที่ยวในอนาคต และยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมของจังหวัดบึงกาฬ

นายอานนท์ ศักดิ์บูรณาเพชร วิศวกรศึกษาโครงการฯ เปิดเผยว่า โครงการให้ความสำคัญกับกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนและสื่อมวลชน เพื่อให้แนวทางการออกแบบเส้นทางสอดคล้องกับบริบทพื้นที่ สิ่งแวดล้อม และความต้องการของชุมชนอย่างแท้จริง พร้อมทั้งประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และการได้มาซึ่งเขตทางอย่างรอบคอบ

จังหวัดบึงกาฬมีศักยภาพด้านการท่องเที่ยว ทั้งแหล่งธรรมชาติ วัฒนธรรม ประเพณีท้องถิ่น และแหล่งท่องเที่ยวริมแม่น้ำโขง การพัฒนาเส้นทางสายรองจึงถือเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงจุดท่องเที่ยวให้เข้าถึงได้สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยมากยิ่งขึ้น อันจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก เพิ่มรายได้ให้ชุมชน และสร้างโอกาสทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ โครงการ “นาคานคร จังหวัดบึงกาฬ” ดำเนินการสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561–2580) และแผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ โดยมีเป้าหมายสร้างความสมดุลระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจ การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่

ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กองทัพไทย แม่บ้าน สนง.พัฒนาภาค 2 มอบเครื่องอุปโภค-บริโภค /ล้างบางยานรก สกัดจับไอซ์ล็อตมหึมา 380 กิโลฯ คาถนนชยางกูร รวบ 2 ผู้ต้องหา 2 คัน

เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2569 กองบัญชาการกองทัพไทย โดยน.อ.เชิดชู ชูเสน ผู้บังคับหน่วยพัฒนาเคลื่อนที่24 สำนักงานพัฒนาภาค 2 (สนภ.2 นทพ.)

และคุณจิราพร ชูเสน สมาชิกชมรมแม่บ้าน เยี่ยมกำลังพล ณ บ้านพักกำลังพล นพค.24 สนภ.2 นทพ. บ.ศรีมงคล ม.8 ต.คำชะอี อ.คำชะอี จว.มุกดาหาร

ในโอกาสนี้ น.อ.เชิดชู ชูเสน ผบ.นพค.24 สนภ.2 นทพ. พบปะกำลังพลและครอบครัว ได้มอบเครื่องอุปโภค – บริโภค เพื่อบำรุงขวัญให้กับกำลังพล และครอบครัว ที่พักอาศัย การตรวจเยี่ยมให้กำลังใจกำลังพลในครั้งนี้

เป็นไปตามนโยบายด้านการให้ความสำคัญกับการพัฒนากำลังพลของกองบัญชาการกองทัพไทย(บก.ทท.) ที่ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมและพัฒนาสวัสดิการ

การสร้างสภาพแวดล้อมความเป็นอยู่ที่ดี และเหมาะสม เพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้แก่กำลังพลและครอบครัวซึ่งพักอาศัยในพื้นที่อาคารสวัสดิการ

รวมทั้งยังเป็นโอกาสในการได้พบปะและรับฟังปัญหาจากกำลังพลโดยตรง ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาความเป็นอยู่ของกำลังพลใน

พื้นที่ให้ดียิ่งขึ้น อันจะเป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติงานเพื่อประเทศชาติและประชาชนต่อไป

ภาพ/ข่าว เดวิท-ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

ล้างบางยานรกมุกดาหาร! ตชด.227 สกัดจับไอซ์ล็อตมหึมา 380 กิโลฯ คาถนนชยางกูร รวบ 2 ผู้ต้องหาพร้อมรถของกลาง 2 คัน

มุกดาหาร – เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ ผบช.ตชด.

พร้อมด้วยผู้บังคับบัญชาระดับสูง สั่งการให้ชุดปฏิบัติการข่าวร้อย ตชด.227 และ ชปข.ตชด.22 สนธิกำลังรวม 20 นาย เข้าสกัดกั้นขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ

เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 2 ราย พร้อมของกลางรายการสำคัญ ประกอบด้วย ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) น้ำหนักประมาณ 380 กิโลกรัม โดยตรวจพบรถยนต์ที่ใช้

ในการกระทำความผิด 2 คัน คือ รถยนต์กระบะนิสสัน นาวาร่า สีเทา ทะเบียน บบ 9598 อุบลราชธานี และรถยนต์เก๋งฮอนด้า ซิตี้ สีเทา ทะเบียน ขก 6564 อุบลราชธานี พร้อมโทรศัพท์มือถืออีก 2 เครื่อง

ปฏิบัติการดังกล่าวเกิดขึ้นบริเวณริมถนนชยางกูร (ทางหลวงหมายเลข 212) ก่อนถึงสี่แยกไฟแดงโคกสูง ประมาณ 300 เมตร ในพื้นที่ ต.บางทรายใหญ่ ก่อนขยายผลต่อเนื่องไปยังบริเวณไร่

มันสำปะหลัง บ้านกุดแข้ อ.เมืองมุกดาหาร ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการสอบสวนขยายผลเพื่อหาตัวผู้ร่วมขบวนการต่อไป
ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

จับยาเสพติด #ตชด22 #มุกดาหาร #ไอซ์380กิโล #ปราบปรามยาเสพติด #ข่าวอาชญากรรม #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้ #CIAThailand

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / AOT สรุปภาพรวมเที่ยวบินที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง ยืนยัน 6 ท่าอากาศยานเปิดให้บริการตามปกติ

AOT สรุปภาพรวมเที่ยวบินที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง ยืนยัน 6 ท่าอากาศยานเปิดให้บริการตามปกติ ร่วมมือสายการบินดูแลผู้โดยสารเต็มที่
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (AOT) รายงานสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลาง อันเนื่องมาจากเหตุการณ์ปะทะกันระหว่างอิสราเอลและอิหร่าน

ในช่วงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 1 มีนาคม 2569 ส่งผลให้สายการบินบางส่วนที่ให้บริการ ณ ท่าอากาศยานภายใต้การบริหารของ AOT พิจารณาปรับแผนการบิน เพื่อความปลอดภัยสูงสุดในการปฏิบัติการบิน โดย AOT ผู้บริหารท่าอากาศยานหลัก 6 แห่ง ได้แก่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ / ท่าอากาศยานดอนเมือง / ท่าอากาศยานเชียงใหม่ / ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย / ท่าอากาศยานภูเก็ต / และ ท่าอากาศยานหาดใหญ่ ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และรายงานว่าในช่วงเวลาดังกล่าวมีเที่ยวบินได้รับผลกระทบรวมทั้งสิ้น 134 เที่ยวบิน

นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ AOT กล่าวว่า จากการติดตามและประเมินสถานการณ์พบว่ามีสายการบินยกเลิกเที่ยวบินที่ให้บริการเส้นทางบินระหว่างประเทศไทยกับภูมิภาคตะวันออกกลาง หรือผ่านน่านฟ้าใกล้เคียง เช่น สายการบิน El Al Israel, Air Arabia, Emirates, Qatar Airways, Etihad, Gulf Air, World2fly และ Thai Air Asia Xเป็นต้น โดยที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิมีเที่ยวบินยกเลิก จำนวน 59 เที่ยวบิน ท่าอากาศยานดอนเมือง 2 เที่ยวบิน ท่าอากาศยานเชียงใหม่ 2 เที่ยวบิน และ ท่าอากาศยานภูเก็ต 36 เที่ยวบิน ใน

จำนวนนี้มีผู้โดยสารของเที่ยวบินบางส่วนที่ใช้เส้นทางตะวันออกกลางเป็นเส้นทางเปลี่ยนถ่ายไปสู่ท่าอากาศยานปลายทาง ได้ทำการเปลี่ยนเที่ยวบินไปบินในเที่ยวบินที่ ไม่ได้รับผลกระทบแทน ขณะที่ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย และท่าอากาศยานหาดใหญ่ ไม่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว โดยท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่งยังคงเปิดให้บริการตามปกติ การบริหารจัดการภายในอาคารผู้โดยสารเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และไม่มีผู้โดยสารตกค้างในภาพรวม ทั้งนี้ สำหรับท่าอากาศยานที่มีเที่ยวบินยกเลิก AOT

ได้เตรียมความพร้อมและดำเนินมาตรการรองรับ เช่น จัดเจ้าหน้าที่ประจำจุดเพื่อให้ข้อมูลและอำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสาร จัดเตรียมน้ำดื่มและพื้นที่พักคอยเพิ่มเติม การบริหารจัดการหลุมจอดอากาศยานอย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่ให้ส่งผลกระทบต่อเที่ยวบินตามตารางปกติ ตลอดจนการประสานความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับสายการบินและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ผู้โดยสารได้รับผลกระทบน้อยที่สุด และเพื่อไม่ให้มีผู้โดยสารขาออกตกค้างอยู่ที่สนามบิน โดยคงไว้ซึ่งความเชื่อมั่นในการใช้บริการท่าอากาศยานของ AOT อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม AOT จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและประสานงานกับสายการบินอย่างต่อเนื่อง

โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยของผู้โดยสารและการปฏิบัติการบิน รวมถึงการเตรียมความพร้อมในการบริหารจัดการสนามบินหากสถานการณ์มีการเปลี่ยนแปลง AOT ขอแนะนำผู้โดยสารที่มีแผนเดินทางในเส้นทางตะวันออกกลางหรือเส้นทางที่เกี่ยวข้อง โปรดตรวจสอบสถานะเที่ยวบินกับสายการบินโดยตรงก่อนออกเดินทางและติดตามข้อมูลข่าวสารผ่านช่องทางประชาสัมพันธ์ของสายการบินและเพจ Facebook: AOT official อย่างใกล้ชิด โดยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ AOT Contact Center โทร. 1722 ตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งนี้ AOT ยืนยันความพร้อมในการประสานงานและอำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสารอย่างเหมาะสม เพื่อให้การเดินทางผ่านท่าอากาศยานเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและปลอดภัย


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “ปุ๋ง-สุดาวรรณ” เปิดสังเวียนเดือด THAI FIGHT มวยคาดเชือก!! เยือนถิ่นวีรชนทุ่งสัมฤทธิ์ สดุดีวีรกรรม ครบ 200 ปีตำนานวีรสตรีคุณย่าโม และ ย่าเหลือ กอบกู้เมืองโคราช

“สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล” อดีต รมว.อว. เปิดศึก THAI FIGHT ศึกนี้เดิมพันกันแบบหมัดต่อหมัด บนแผ่นดินวีรชนแห่งทุ่งสัมฤทธิ์ เหล่านักชกผู้กล้าร่วมย้อนตำนานรำลึกวีรกรรมและความกล้าหาญของท้าวสุรนารี (ย่าโม) และ นางสาวบุญเหลือ (ย่าเหลือ) ที่ได้กอบกู้เมืองโคราช จวบจนครบ 200 ปี

วันที่ 1 มีนาคม 2569 ที่ อนุสรณ์สถานวีรกรรมทุ่งสัมฤทธิ์ อ.พิมาย นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานเปิดการแข่งขันชกมวยไทยโลก THAI FIGHT ทุ่งสัมฤทธิ์ โดยมี นางยลดา หวังศุภกิจโกศล นายก อบจ.นครราชสีมา พร้อมด้วย นายนิกร โสมกลาง สส.นครราชสีมา เขต 8, นายสมเกียรติ ตันดิลกตระกูล สส.นครราชสีมา เขต 5, นางพัชราวรรณ ภิญโญ สส.นครราชสีมา เขต 6, นายวัชรพล โตมรศักดิ์ สส.นครราชสีม เขต 2

ร่วมด้วย ผู้แทนจากกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ผู้บริหารท้องถิ่น ที่สำคัญ “พี่น้องชาว จ.นครราชสีมา” ที่ได้เดินทางมาร่วมย้อนรำลึก 200 ปี วีรกรรมทุ่งสัมฤทธิ์ และ ร่วมชมศึก THAI FIGHT อย่างเนืองแน่น ย การจัดแข่งขันชกมวย ศึกมวยคาดเชือก “THAI FIGHT ทุ่งสัมฤทธิ์” เยือนถิ่นเมืองวีรชน ร่วมฉลอง “200 ปี

วีรกรรมทุ่งสัมฤทธิ์” แสดงให้เห็นถึงความรัก ความสามัคคี ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวของชาวโคราช ของภาครัฐ ภาคเอกชน ที่ประกาศให้ชาวไทยและชาวต่างชาติได้รู้ว่า จ.นครราชสีมา พร้อมเปิดประตูต้อนรับนักท่องเที่ยวให้ได้มาเยือนเมืองที่มีประวัติศาสตร์อันน่าจดจำมาอย่างยาวนาน

โดย อนุสรณ์สถานวีรกรรมทุ่งสัมฤทธิ์ แห่งนี้ ก็เป็นอีก 1 สถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่เราชาวโคราชภูมิใจ และขอร่วมกันน้อมรำลึกวีรกรรมอันกล้าหาญของคุณย่าโม ผู้นำชาวโคราชเข้าต่อสู้กับกองทัพผู้รุกรานแผ่นดิน โดยมี นางสาวบุญเหลือ หรือ ย่าเหลือ ซึ่งพลีชีพตนเองด้วยการจุดฟืนไฟเข้าทำลายเกวียนบรรทุกดินระเบิดของข้าศึก

จนชาวโคราชได้รับชัยชนะ เมื่อวันที่ 4 มีนาคม พุทธศักราช 2369 รวมถึงเหล่าวีรชนชาวโคราชที่เสียสละชีพตนเองเพื่อปกป้องแผ่นดิน ณ ทุ่งสัมฤทธิ์ แห่งนี้ “เวทีนี้จะเป็นเวที สร้างแรงบันดาลใจให้กับนักกีฬามวยเยาวชนโคราช ที่จะได้เห็นท่วงท่า ลีลา และทักษะบนสังเวียนผ้าใบ

ระบบมวย THAI FIGHT และพร้อมที่จะนำประสบการณ์ครั้งนี้ไปฝึกฝนพัฒนาตัวเองเพื่อเป็นนักกีฬามวยไทยระดับประเทศ สร้างชื่อเสียงให้กับชุมชน และสร้างรายได้ให้กับครอบครัวในฐานะนักมวยอาชีพในอนาคต”

กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา/รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จัดงานมหกรรมเครื่องเงิน และผ้าทอเมืองน่านครั้งที่ 10 สินค้าอัตลักษณ์ร่วมสมัย กับการเดินทาง ๑ ทศวรรษ แห่งความสำเร็จ เชื่อมโยงตลาดและการท่องเที่ยว

วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 17.30 น. ที่ข่วงเมืองน่าน (ข่วงน้อย) อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน นางวิไลวรรณ บุดาสา รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานในพิธีเปิดงานมหกรรมเครื่องเงินและผ้าทอเมืองน่านครั้งที่ 10 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 27 กุมภาพันธ์ – 3 มีนาคม 2569 โดยมีนายอดิศักดิ์ มณีท่าโพธิ์ อุตสาหกรรมจังหวัดน่าน กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดการ นอกจากนี้ยังมีนายชัยพฤกษ์ รุ่งรชตะวาณิช ประธานคลัสเตอร์เครื่องเงินน่าน และนางวราภรณ์ ลำจวน ประธานคลัสเตอร์ผ้าทอเมืองน่าน รวมถึงหัวหน้าส่วนราชการ ร่วมพิธีเปิดงาน

การจัดงานในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสนองแนวพระราชดำริสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ในการเผยแพร่และประชาสัมพันธ์เครื่องเงินและผ้าทอน่านให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย ส่งเสริมผู้ประกอบการเครื่องเงินและผ้าทอน่านเข้าสู่ตลาดสากล สร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการเครื่องเงินและผ้าทอน่าน และเพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดน่าน

กระตุ้นเศรษฐกิจจังหวัดน่านให้คึกคักยิ่งขึ้ จัดงานมหกรรมเครื่องเงินและผ้าทอน่าน ครั้งที่ 10 เป็นการจัดงานมาอย่างต่อเนื่อง กล่าวได้ว่าเป็น “ทศวรรษแห่งความสำเร็จ” ของคลัสเตอร์เครื่องเงินและผ้าทอน่านที่ได้ริเริ่มและจัดงานมาอย่างต่อเนื่องจวบจนปัจจุบัน โดยการจัดงานในครั้งนี้ เป็นการจัดภายใต้แนวคิดที่ต้องการโชว์ให้เห็นว่า

เครื่องเงินและผ้าทอน่าน “ไม่ได้มีดีแค่ความดั้งเดิม แต่มีความร่วมสมัย” (Contemporary) ที่คนทั่วโลกสวมใส่และใช้งานได้จริง ในชีวิตประจำวัน” บนพื้นฐานที่คงความเป็นเอกลักษณ์ และกลิ่นอายของเมืองน่าน (NAN Silver & Textile Signature)

ในงานจะประกอบด้วย นิทรรศการเครื่องเงินและผ้าทอน่าน เพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ // นิทรรศการเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ

พระบรมราชชนนีพันปีหลวง// แฟชั่นโชว์ โดยคุณกานต์ ชนนิกานต์ (Miss Thailand 2023) พร้อมกับเหล่านายแบบ นางแบบ มืออาชีพ กว่า 20 คน // การแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องเงิน-ผ้าทอจำนวน 60 คูหา // กิจกรรม Workshop ที่เกี่ยวกับเครื่องเงินและผ้าทอ รวมถึงการบริการขัดล้างเครื่องเงินฟรี และให้บริการแก้ไขขนาดของผลิตภัณฑ์ผ้าทอที่จำหน่ายภาย

ในงาน การเจรจาจับคู่ธุรกิจ ผู้แทนการค้า Buyers และ Trader ที่มีเครือข่ายด้านการตลาดทั้งใน และต่างประเทศซึ่งจะเป็นโอกาสทองของผู้ประกอบการ // กิจกรรมส่งเสริมการขาย และกิจกรรมคืนกำไรให้กับลูกค้า โดยเฉพาะการจับฉลากรางวัลเครื่องเงินแท่ง ผลิตภัณฑ์เครื่องเงิน และผ้าทอ ซึ่งรวมมูลค่ากว่า 30,000 บาท กิจกรรมบันเทิงบนเวที การแสดงดนตรี และศิลปวัฒนธรรมเป็นประจำทุกวัน

การจัดงานมหกรรมเครื่องเงินและผ้าทอเมืองน่าน ครั้งที่ 10 จะเป็นอีกหนึ่งช่องทางการตลาดให้แก่กลุ่มคลัสเตอร์เครื่องเงินและผ้าทอเมืองน่าน ในขณะที่ผู้บริโภคและนักท่องเที่ยวที่จะสามารถเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพได้มาตรฐานรับรอง จากทั่วจังหวัดน่านได้ ณ จุดเดียวในงานนี้ ซึ่งจะเป็นการสร้างงานสร้างรายได้ผู้ประกอบการเครื่องเงินและผ้าทอน่านเ ส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดน่าน กระตุ้นเศรษฐกิจจังหวัดน่านให้คึกคักยิ่งขึ้นอีกด้วย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สนามบินสุวรรณภูมิระดมเจ้าหน้าที่ดูแลผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบถูกยกเลิกเที่ยวบินไปตะวันออกกลาง

จากสถานการณ์การสู้รบโจมตีอิหร่าน ของสหรัฐอเมริกา และอิสราเอล ทำให้มีสายการบินแห่ยกเลิก เที่ยวบินที่ต้องผ่านน่านฟ้าตะวันออกกลาง แห่ยกเลิกเที่ยวบิน ที่ต้องผ่านน่านฟ้าหลายประเทศในตะวันออกกลาง หลังสถานการณ์การโจมตีอิหร่าน ของสหรัฐอเมริกา และอิสราเอล ยังไม่มีทีท่าที่จะจบลงโดยเร็ว
วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 สายการบินพาณิชย์หลายแห่ง ประกาศยกเลิกเที่ยวบิน และหลีกเลี่ยงเส้นทางบิน ที่ต้องผ่านน่านฟ้าตะวันออกกลางแล้ว หลังสหรัฐอเมริกา และอิสราเอล

เปิดฉากโจมตีอิหร่าน และเกิดการโต้ตอบ โดยอิหร่าน ได้ส่งขีปนาวุธไปหลายชาติในตะวันออกกลาง เพื่อเป็นการโต้ตอบ
ล่าสุดสายการบิน เอมิเรสต์ (Emirates) ออกแถลงการณ์ผ่านแพลตฟอร์ม X แจ้งระงับเที่ยวบินไปและกลับจาก ดูไบเป็นการชั่วคราว หลังหลายประเทศในตะวันออกกลางประกาศปิดน่านฟ้า จากสถานการณ์ความไม่สงบที่ทวีความรุนแรง โดยสายการบินขอให้ผู้โดยสารตรวจสอบสถานะเที่ยวบินและประกาศล่าสุดผ่านเว็บไซต์ทางการก่อนเดินทางไปสนามบิน พร้อมยืนยันว่ากำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

สายการบินระบุเพิ่มเติมว่า ผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบสามารถติดต่อเพื่อทำการจองใหม่ ขอคืนเงิน หรือจัดเตรียมการเดินทางทางเลือกได้ โดยย้ำว่าความปลอดภัยและความมั่นคงของผู้โดยสารและลูกเรือยังคงเป็นสิ่งสำคัญสูงสุด ท่ามกลางความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นในภูมิภาค

ขณะที่สายการบินลุฟท์ฮันซา จากเยอรมนี ได้ประกาศระงับเที่ยวบินเส้นทางไปและจากนครเทลอาวีฟของอิสราเอล กรุงเบรุต ประเทศเลบานอน รวมถึงประเทศโอมาน จนถึงวันที่ 7 มีนาคม รวมถึงระงับเที่ยวบินไปและจากนครดูไบระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 1 มีนาคม ด้วย

ส่วนสายการบินกาตาร์ ระงับเที่ยวบินชั่วคราว เนื่องจากน่านฟ้าถูกปิดหลังเกิดการโจมตี, สายการบินนอร์วีเจียนแอร์ ประกาศระงับเที่ยวบินทั้งหมดที่บินไป และจากนครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เช่นเดียวกับสายการบินเตอร์กิชแอร์ไลน์ ได้ออกมาประกาศในวันนี้ เรื่องยกเลิกเที่ยวบินในเส้นทางที่จะไปประเทศกาตาร์ คูเวต บาห์เรน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และโอม
โดยล่าสุด ทางด้าน นาย กิตติพงศ์ กิตติขจร ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ สั่งการระดมเจ้าหน้าที่การท่า ตั้งจุดคอยให้บริการและอำนวยความสะดวก พร้อมทั้งดูแลผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบจากการถูกยกเลิกเที่ยวบิน โดยมีการจัดหาน้ำดื่มและเปิดจุดพักพิงชั่วคราวให้กับผู้โดยสาร

พร้อมทั้งจัดเจ้าหน้าที่เข้าพูดคุยให้กำลังใจแก่ผู้โดยสารเพื่อลดความตรึงเครียดที่อาจเกิดขึ้น โดยล่าสุดมีรายงานจำนวนเที่ยวบินที่ถูกยกเลิกแล้ว จำนวน 19 เที่ยวบิน ซึ่งผู้โดยสารส่วนใหญ่ได้ทยอยเดินทางกลับที่พักแล้ว โดยได้รับการจัดหาที่พักสำรองให้กับผู้โดยสารผ่านทางสายการบินนั้น ๆ

ทั้งนี้ ในส่วนของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ยังคงเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและประสานสายการบินรวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดูแลผู้โดยสารที่ได้รับผลกระจนกว่าสถานการณ์จะกลับสู่ภาวะปกติ และขอความร่วมมือผู้ที่จะเดินทางไปยังตะวันออกกลางขอให้ตรวจสอบตรงกับสายการบินนั้นๆเพื่อรับข้อมูลข่าวสารที่รวดเร็วและไม่เสียเวลาในการเดินทางมาติดค้างที่สนามบิน


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สิงห์บุรี จัดงานสืบสานประเพณี “ม่วนซื่นหมู่เฮาไทย – ลาวแง้วทองเอน” ครั้งที่ 14 ส่งเสริมอัตลักษณ์ชาติพันธุ์ กระตุ้นท่องเที่ยวชุมชน

วันที่ 1 มีนาคม 2569 เวลา 19.00 น.นายวราดิศร อ่อนนุช ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี เปิดงานสืบสานประเพณีไทย “ม่วนซื่นหมู่เฮาไทย – ลาวแง้วทองเอน” ครั้งที่ 14 ประจำปี 2569 ภายใต้โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ณ สนามวัดดงยาง ตำบลทองเอน อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี โดยมีนางวีรวรรณ จันทนเสวี พร้อมนายสมชัย แจ่มประสิทธิ์สกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี หัวหน้าส่วนราชการ และประชาชนตำบลทองเอน

นายประสิทธิ์ พุ่มไม้ชัยพฤกษ์ วัฒนธรรมจังหวัดสิงห์บุรี เปิดเผยว่า จังหวัดสิงห์บุรีเป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางชาติพันธุ์ ได้แก่ ลาวแง้ว ลาวเวียง ไทยพวน และไทยญวน ซึ่งมีคุณค่าทางวัฒนธรรมทั้งด้านภาษา อาหาร การแต่งกาย ศิลปะการแสดง และภูมิปัญญาท้องถิ่น การจัดงานครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่ออนุรักษ์ สืบสาน และเผยแพร่อัตลักษณ์ท้องถิ่น

พร้อมทั้งสร้างงาน สร้างรายได้ และกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากผ่านการท่องเที่ยวชุมชนภายในงานมีกิจกรรมที่น่าสนใจ อาทินิทรรศการมีชีวิต แสดงประวัติความเป็นมาและวิถีชีวิตชาวลาวแง้วการนำเสนออัตลักษณ์ลาวแง้ว 5 ด้าน ได้แก่ ภาษา อาหาร การแสดง การแต่งกาย และอาชีพจักสานการสาธิตทำอาหารพื้นถิ่นและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชน

กิจกรรมกินโตกพาแลง รำวงย้อนยุค และจุดถ่ายภาพตามซุ้มวัฒนธรรมการออกร้านอาหารพื้นบ้านและสินค้าทางวัฒนธรรมจากเครือข่ายชุมชนการจัดงานดังกล่าวเป็นการสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมให้คงอยู่คู่ชุมชน พร้อมยกระดับภาพลักษณ์

จังหวัดสิงห์บุรีให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและวิถีชีวิตที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของประเทศจัดโดย จังหวัดสิงห์บุรี ร่วมกับ วัฒนธรรมจังหวัดสิงห์บุรี องค์การบริหารส่วนจังหวัดสิงห์บุรี องค์การบริหารส่วนตำบลทองเอน และภาคีเครือข่ายวัฒนธรรมในพื้นที่

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ช่วย ผบ.ตร. ผบช.ภ.5 ต้อนรับ นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มาปฏิบัติราชการ ที่ จ.แพร่

วันศุกร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 16.00 – 20.00 น. พล.ต.ท.กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 และ พล.ต.ต.พงษ์เดช คำใจสู้ ผบก.ภ.จว.แพร่ ร่วมให้การต้อนรับและติดตามรักษาความปลอดภัย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและคณะ เนื่องในโอกาสเดินทางมาปฏิบัติราชการในพื้นที่ จ.แพร่ และเป็นประธานพิธีสักการะ และห่มผ้าพระธาตุช่อแฮ งานประเพณีไหว้พระธาตุช่อแฮ เมืองแพร่แห่ตุงหลวง ประจำปี 2569 ณ วัดพระธาตุช่อแฮ พระอารามหลวง จ.แพร่….

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “อั๋น-อัครพรรฒ” แท็คมือ “เซียนแป้ง” และ “โจ เรียลการาจ” นำทีมคนบันเทิง ร่วมงานภาคี พระแท้ คอนเนคชั่น “พระกรุ พระเก่า”

กลุ่ม “นิยมพระกรุเมืองไทย” จัดงาน “ งานภาคี พระแท้ คอนเนคชั่น “พระกรุ พระเก่า” ณ Tolopoti Hotel & Resort อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อรวมตัว สุดยอดนักสะสมและคนดังวงการเซียนพระจากทั่วประเทศ

ในเวทีเสวนาและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้าน “พระกรุ” โดยจำกัดผู้เข้าร่วมเพียง 200 ท่าน (สำหรับ VIP เท่านั้น) เมื่อวันศุกร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา

งานรวมสุดยอดนักสะสม คนดังวงการเซียนพระทั่วประเทศ เปิดพื้นที่ พบปะสังสรรค์ เสวนา ปลุกพระกรุ สู่การส่งต่อคนรุ่นใหม่ กับงานพระกรุครั้งใหญ่ ที่สุพรรณบุรี โดย “กลุ่มผู้นิยมพระกรุเมืองไทย อันดับ 1” นำทัพโดย “อั๋น-อัครพรรฒ” จับมือ “เซียนแป้ง ฮันนิโกะ”

ร่วมด้วยนักแสดงชื่อดัง อาทิ บิว-ณัฐพล, กอล์ฟ อนุวัฒน์, อาร์ม สุกวิณ, ซานต้า-ศศรส สุวัฒนาพร นางร้ายไทยแลนด์, วีซ่า-สิมิลัน เตมีวณิชย์ และ ชมพู-อทิตา พยัคฆ์ นางร้ายไทยแลนด์

งานนี้ผู้จัดงานระบุว่า เป้าหมายสำคัญของงานครั้งนี้คือการ “ยกระดับพระกรุ” ให้ถูกมองในฐานะ หลักฐานทางประวัติศาสตร์–พุทธศิลป์ และ “สินทรัพย์เชิงวัฒนธรรม (Cultural Asset)” ที่มีองค์ความรู้รองรับ มากกว่าการมองเพียงด้าน

ความเชื่อ พร้อมผลักดันแนวคิด “การขับเคลื่อนพระกรุสู่คนรุ่นใหม่” ผ่านเวทีการเปิดตัว พบปะ เสวนา สร้างคอนเนคชั่น และสานสัมพันธ์ ด้วยการสื่อสารที่เรียบง่าย ในงานมีนักแสดง มาร่วมงานอย่างมากมาย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ดูเต็ม! CP ALL Education Forum 2026 ทุ่ม 1,678 ล้าน สร้างคนให้พร้อมจริงสมัครรับทุนการศึกษาได้ที่เซเว่นกว่า 15,000 สาขาทั่วประเทศ

เทคโนโลยีเปลี่ยนโลก แต่ “คนที่พร้อม” คือพลังขับเคลื่อนอนาคต โจทย์วันนี้ไม่ใช่การตามเทคโนโลยีให้ทันหรือจะใช้เทคโนโลยีอย่างไร แต่คือการ “สร้างคน” แบบไหนให้โลกอนาคตเลือก

บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารเซเว่น อีเลฟเว่น และเซเว่น เดลิเวอรี่ ร่วมกับสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ (PIM), วิทยาลัยเทคโนโลยีปัญญาภิวัฒน์ (PAT) และโรงเรียนสาธิตสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ (SATIT PIM) จัดงาน CP ALL Education Forum 2026 ภายใต้แนวคิด “Future-Ready People: คนที่โลกอนาคตเลือก” ไม่เพียงเป็นเวทีแลกเปลี่ยนมุมมองด้านการศึกษาและทักษะแห่งอนาคต แต่ยังเป็นเวทีแห่ง “โอกาส” ผ่านการมอบทุนการศึกษากว่า 40,200 ทุน มูลค่ารวมกว่า 1,678 ล้านบาท ให้กับเยาวชนไทยทั่วประเทศ ผ่าน 12 เครือข่ายความร่วมมือ เพื่อขยายโอกาสทางการศึกษาอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม เยาวชนที่สนใจสามารถสมัครรับทุนได้ที่เซเว่น อีเลฟเว่นทั่วประเทศ นอกจากนี้ภายในงานยังรวบรวมกูรูผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษา และตัวจริงจากหลากหลายวงการ มาร่วมถ่ายทอดมุมมอง แบ่งปันประสบการณ์จริง เพื่อเตรียมความพร้อมให้คนรุ่นใหม่

นายก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ ประธานกรรมการบริหาร บมจ. ซีพี ออลล์ ร่วมเปิดมุมมองการสร้างคนผ่านการศึกษาผ่าน ปาฐกถาพิเศษ “Go for Growth: วางหมากการศึกษา สร้างคนก้าวทันโลกอนาคต” ชี้ให้เห็นว่า ท่ามกลางความท้าทายของเศรษฐกิจโลกและการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี ซีพี ออลล์ย้ำจุดยืนเชิงนโยบายที่ขับเคลื่อนมาอย่างต่อเนื่องกว่า 30 ปี ว่า “การสร้างคนผ่านการศึกษา” คือรากฐานสำคัญของความสามารถในการแข่งขันและความยั่งยืนของประเทศ โดยมีหัวใจสำคัญคือการส่งเสริมการเรียนรู้แบบ Work-based Learning (WBL) ที่เชื่อมการเรียนในห้องเรียนเข้ากับประสบการณ์ทำงานจริง ให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติ เผชิญสถานการณ์จริง และพัฒนาทักษะที่สามารถใช้งานได้ทันทีหลังจบการศึกษา ผ่านการสร้างเครือข่ายความร่วมมือและก่อตั้งสถาบันการศึกษาครอบคลุมหลายระดับ

  • ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน โรงเรียนสาธิตสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ (SATIT PIM) นำรูปแบบการเรียนการสอนสไตล์ฟินแลนด์ มาประยุกต์ใช้ เน้น Active Learning ให้ผู้เรียนมีส่วนร่วม คิด วิเคราะห์ ทดลอง และลงมือปฏิบัติจริง เพื่อสร้างทักษะสำคัญแห่งอนาคตตั้งแต่วัยเรียน
  • ระดับอาชีวศึกษา วิทยาลัยเทคโนโลยีปัญญาภิวัฒน์ (PAT) ทำหน้าที่ผลิตกำลังคนสายวิชาชีพระดับ ปวช. และ ปวส. ที่มีทักษะตรงกับความต้องการของภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม ลดช่องว่างระหว่างสถานศึกษาและตลาดแรงงาน
  • ขณะที่ ระดับอุดมศึกษา สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ (PIM) เปิดโอกาสให้เยาวชนต่อยอดการศึกษาในระดับปริญญาตรี โท และเอก โดยมุ่งสร้างคนให้ “คิดเป็น ทำเป็น และเติบโตได้จริง” บนฐานความรู้ ทักษะวิชาชีพ และคุณธรรม
  • นอกจากนี้ ซีพี ออลล์เชื่อมโยง 12 เครือข่ายความร่วมมือทั้งภาครัฐ เอกชน และสถาบันต่างๆ มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2538 มีศูนย์การเรียนปัญญาภิวัฒน์กว่า 20 แห่งทั่วประเทศ มหาวิทยาลัยเครือข่ายกว่า 50 แห่ง เพื่อลดข้อจำกัดด้านพื้นที่ ขยายโอกาสทางการศึกษาให้เยาวชนในทุกภูมิภาคทั่วประเทศ มีทุนการศึกษา มีรายได้ระหว่างเรียน จบแล้วมีงานทำ
  • สำหรับไฮไลท์ในปี 2569 เยาวชนที่สนใจ “ทุนการศึกษาจากซีพี ออลล์” สามารถสมัครรับทุนได้ที่เซเว่น อีเลฟเว่นทั่วประเทศ วันที่ 16 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป

โดย นายก่อศักดิ์ ชี้ให้เห็นความสำคัญ รากฐานการสร้างคน โดยถอดบทเรียนจากการบริหารของ ซีพี ออลล์ มาเป็นทักษะที่คนรุ่นใหม่ต้องมี

  • คิดเป็น (Strategic Thinking) : ตัดสินใจบนเหตุผลและข้อมูล มองผลกระทบระยะยาว ไม่หลงไปกับความสำเร็จหรือกำไรระยะสั้น
  • ปรับตัวเป็น (Agility) : ยึดคนเป็นศูนย์กลาง แม้เทคโนโลยีจะเปลี่ยนไปแต่ต้องมี Learning Agility ที่พร้อมจะเรียนรู้ใหม่และปล่อยวางความรู้เก่า (Unlearn & Relearn)
  • อยู่กับคนอื่นได้ (Collaboration) : สร้างความสำเร็จจากความไว้วางใจ ทำงานบนความแตกต่างได้ เพราะโลกอนาคตไม่ใช่การแข่งขันคนเดียวแต่คือการเติบโตเป็นทีม
    ชีวิตและธุรกิจเหมือนหมากล้อมตรงที่ไม่มี “หมากตัวเอก” ที่เก่งตลอดเวลา ทักษะที่เก่งวันนี้ อาจจะไม่เหมาะในอนาคต คนที่แพ้ในกระดานหมากล้อมไม่ใช่เพราะเดินหมากพลาดตาเดียว แต่เพราะอ่านกระดานไม่ออกและไม่ยอมปรับแผน การยอมรับความผิดพลาด ยอมเสียหมากบางตา เพื่อเรียนรู้และรักษาชัยชนะในภาพรวม กระดานที่ตึงเกินไปเกมจะจบเร็ว การศึกษาต้องสร้างคนเก่งที่ไม่หมดไฟ (Burnout) และเห็นความหมายของสิ่งที่ทำ

“ต้องสร้างคนให้วางหมากชีวิตเป็น ต่อให้โลกเปลี่ยนเร็วแค่ไหน คนของเราจะไม่หลุดกระดาน และจะเติบโตไปพร้อมโลกอย่างมีความหมาย” ก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์

ทั้งนี้ภายในงาน “CP ALL EDUCATION FORUM 2026” ซีพี ออลล์ มอบทุนการศึกษาประจำปีการศึกษา 2569 ผ่าน 12 เครือข่ายความร่วมมือกว่า 40,200 ทุน มูลค่ารวมกว่า 1,68 ล้านบาท เพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษาสู่เยาวชนไทยคน พร้อมขนทัพตัวแทนคนรุ่นใหม่จากภาคการศึกษา ผู้นำความคิด นำทีมดร.ศรประภา สิริภัทรวิช ผู้อำนวยการโรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย, ม๊าเดี่ยว-อภิเชษฐ์ เอติรัตนะ CEO / influencer, แจ๊คกี้ – จักริน กังวานเกียรติชัย CEO OTH Ent มาร่วมถ่ายทอดมุมมอง แบ่งปันประสบการณ์ ในช่วงเสวนา Go Inspire Talk หัวข้อ No Fixed Path: คนที่โลกอนาคตเลือก ไม่ได้เดินเส้นเดียวกัน อีก 1 ไฮไลท์จาก ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ที่ชวนมองภาพใหญ่ของระบบการศึกษาและทักษะที่จำเป็นสำหรับคนรุ่นใหม่ในโลกอนาคต ผ่าน Special Talk หัวข้อ “Future-Ready People: คนที่โลกอนาคตเลือก” ภายในงานมีเครือข่ายการศึกษา คณาจารย์ นักเรียนเข้าร่วมงานกว่า 1,000 คน

CPALLEducationForum2026 #ซีพีออลล์สร้างคน #FutureReadyPeople

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : สำนักบริหารการสื่อสารองค์กร บมจ.ซีพี ออลล์
เอื้อมพร สิงหกาญจน์(เอื้อม), ธัญญา เทอเนอร์(ทีน่า) โทร. 087-7937997

***ข้อมูลเพิ่มเติม
ตลอด 30 ปีที่ผ่านมา ซีพี ออลล์ มุ่งมั่นสร้างคนผ่านการศึกษาตามแนวทาง นายก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เพื่อสร้างโอกาสและสร้างรากฐานทางการศึกษา ให้เยาวชนสามารถเข้าถึงการศึกษาทุกระดับผ่านการสร้างความมือร่วมกับเครือข่ายการศึกษา
-ปี 2538 ร่วมมือกับสถานศึกษาอาชีวศึกษารัฐบาล ผลิตนักเรียน นักศึกษา ระดับ ปวช.และปวส.
-ปี 2548 สร้างโรงเรียนปัญญาภิวัฒน์เทคโนธุรกิจเป็นแห่งแรก ต่อมายกระดับเป็นวิทยาลัยเทคโนโลยีปัญญาภิวัฒน์ (PAT) ผลิตนักเรียน นักศึกษา ระดับ ปวช.และปวส.
-ปี 2549 ขยายศูนย์การเรียนปัญญาภิวัฒน์กว่า 20 ศูนย์ทั่วประเทศ
-ปี 2550 สร้างสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ (PIM) ยกระดับการเรียนการสอนระดับอุดมศึกษา


-ปี 2550-2559 ขยายความร่วมมือร่วมกับเครือข่ายการศึกษา ร่วมกับ สมาคมวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี, เครือข่ายอุดมศึกษา, โครงการสนับสนุนทุนการศึกษาเพื่ออาชีพแก่เยาวชนในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ , สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, กรมส่งเสริมการเรียนรู้ และมูลนิธิสานอนาคตการศึกษา คอนเน็กซ์อีดี (Connext ED)
-ปี 2560 สร้างโรงเรียนสาธิตสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ หรือ (สาธิตพีไอเอ็ม) เปิดสอนระดับมัธยมศึกษา
-ปี 2565 เปิดสถาบันการศึกษาวิทยาการหุ่นยนต์ ALL Robotics ซึ่งเป็นความร่วมมือพัฒนาหลักสูตรการเรียนรู้เทคโนโลยีหุ่นยนต์สำหรับภาคการศึกษาระหว่าง Robot LAB สหรัฐอเมริกา
-ปี 2568 ขยายความร่วมมือร่วมกับมูลนิธิชาวปักษ์ใต้ และมูลนิธิรักเมืองไทย

“อลงกรณ์”เตือนรัฐบาลเร่งรับมือคลื่นลูกที่สองกระหน่ำเศรษฐกิจไทยหลังทรัมป์แพ้คดีภาษี

นายอลงกรณ์ พลบุตรประธานสถาบันเอฟเคไอไอ.อดีตรองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศและอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์เขียนบทวิเคราะห์เรื่อง“คลื่นลูกที่สองกระหน่ำเศรษฐกิจไทยหลังทรัมป์แพ้คดีภาษี” โดยโพสต์ในเฟสบุ้ควันนี้วิเคราะห์ผลกระทบต่อเศรษฐกิจการค้าไทย-สหรัฐหลังศาลสูงสุดสหรัฐมีคำพิพากษาว่าประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ไม่มีอำนาจในการประกาศจัดเก็บภาษีศุลกากรฝ่ายเดียวภายใต้กฎหมาย IEEPA (International Emergency Economic Powers Act)โดยมองว่าเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่สั่นสะเทือนนโยบายเศรษฐกิจ “America First” ของโดนัลด์ ทรัมป์ อย่างรุนแรงและการที่ผู้นำสหรัฐประกาศใช้กฎหมายการค้าอื่นเก็บภาษีสำหรับสินค้านำเข้าจากทั่วโลกในอัตรา 10%จะส่งผลกระทบต่อไทยพร้อมกับเตือนรัฐบาลเร่งรับมือคลื่นลูกที่สองที่จะกระหน่ำซ้ำเติมเศรษฐกิจไทยในปีนี้โดยมีเนื้อหาบทวิเคราะห์ดังนี้

บทวิเคราะห์:“คลื่นลูกที่สองกระหน่ำเศรษฐกิจไทยหลังทรัมป์แพ้คดีภาษี”คำพิพากษาของศาลฎีกาสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 (ตามเวลาในสหรัฐฯ) ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่สั่นสะเทือนนโยบายเศรษฐกิจ “America First” ของโดนัลด์ ทรัมป์ อย่างรุนแรงโดยศาลมีมติ 6 ต่อ 3 ตัดสินว่าประธานาธิบดี ไม่มีอำนาจ ในการประกาศจัดเก็บภาษีศุลกากรฝ่ายเดียวภายใต้กฎหมาย IEEPA (International Emergency Economic Powers Act)โดยอำนาจในการจัดเก็บภาษี (Taxing Power) เป็นสิทธิขาดของ สภาคองเกรส ตามรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่ของประธานาธิบดี ซึ่งเป็นเพราะการตีความกฎหมายผิดโดยประธานาธิบดีทรัมป์อ้างกฎหมายฉุกเฉินปี 1977 (IEEPA) เพื่อเก็บภาษีตอบโต้ (Reciprocal Tariffs) และภาษีปราบยาเสพติด แต่ศาลชี้ว่ากฎหมายนี้อนุญาตให้ “ควบคุมการนำเข้า” เท่านั้น แต่ไม่ได้รวมถึงการ “เรียกเก็บภาษี”

ผลกระทบต่อ “โลก” 1.ประเด็นการคืนเงินภาษี รัฐบาลสหรัฐฯ อาจต้องคืนเงินภาษีที่เรียกเก็บไปแล้วกว่า 1.3 – 1.6 แสนล้านดอลลาร์ (ราว 4.5-5.5 ล้านล้านบาท) ให้แก่บริษัทผู้นำเข้า ซึ่งจะกระทบต่อสถานะการคลังของสหรัฐฯ อย่างหนัก
2.ความไม่แน่นอนยังคงอยู่ แม้ศาลพิพากษาแล้วแต่ทรัมป์ตอบโต้ทันทีด้วยการประกาศภาษีใหม่ 10% ทั่วโลก ภายใต้กฎหมายอื่น (Section 122 ของ Trade Act 1974) ซึ่งใช้ได้ชั่วคราว 150 วัน ทำให้ความขัดแย้งทางการค้ายังไม่จบลงง่ายๆ ธุรกิจทั่วโลกเริ่มสับสนว่าจะวางแผนการผลิตและการค้าอย่างไร เพราะกฎเกณฑ์เปลี่ยนไปมาตามคำสั่งศาลและการโต้กลับของทำเนียบขาว
โดยพิจารณาท่าทีของ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐแถลงข่าวภายหลังคำตัดสินของศาลสูงสุดสหรัฐที่ยกเลิกมาตรการภาษีนำเข้าครั้งใหญ่ว่า เป็นเรื่องที่น่าผิดหวังอย่างยิ่ง และจะลงนามเก็บภาษีนำเข้าทั่วโลกเพิ่มอีก 10 % อาศัยอำนาจตามมาตรา 122 ภายใต้พระราชบัญญัติการค้าปี 1974
ประธานาธิบดีทรัมป์ยังเห็นว่า

มีบทบัญญัติทางกฎหมายอื่น ๆ อีกมากที่สามารถนำมาปรับใช้เพื่อกำหนดอัตราภาษีศุลกากรสำหรับสินค้านำเข้าประเทศ ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญที่สุดในการสร้างอำนาจต่อรองทางการเมืองทั้งในประเทศและบนเวทีโลก ไม่ว่าจะเป็น มาตรา 232 ของกฎหมายแม่บทว่าด้วยการขยายตัวทางการค้า (Trade Expansion Act of 1962) ที่ให้อำนาจฝ่ายบริหารกำหนดภาษีสินค้านำเข้าประเภทเหล็กกล้าและอลูมิเนียมเพื่อปกป้องอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องภายในประเทศ และมาตรา 301 ของ Trade Act of 1974 ที่ให้อำนาจฝ่ายบริหารในการกำหนดกำแพงภาษีสำหรับสินค้าที่นำเข้าจากบางประเทศที่มีนโยบายการค้าที่ไม่เป็นธรรม โดยเฉพาะประเทศจีน
ประการสำคัญคือประธานาธิบดีทรัมป์ได้ประกาศชัดเจนว่าจะลงนามในคำสั่งทางบริหารเพื่อนำมาตรา 122 แห่งกฎหมายแม่บทด้านการค้า (Trade Act of 1974) ซึ่งให้อำนาจประธานาธิบดีในการตั้งกำแพงภาษีศุลกากรได้ถึง 15% มาใช้เพื่อเก็บภาษีสำหรับสินค้านำเข้าจากทั่วโลกในอัตรา 10% อย่างไรก็ดี ภาษีตามมาตรานี้มีอายุเพียง 150 วัน หลังจากนั้นต้องได้รับความยินยอมจาก
สภาคองเกรส

ผลกระทบต่อไทย สหรัฐเป็นคู่ค้าอันดับหนึ่งของไทย ทั้งนี้จากตัวเลขสถิติการค้าไทย-สหรัฐฯตามข้อมูลของกระทรวงพาณิชย์ไทยและกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ รายงานว่า มูลค่าการค้ารวมปี2568ประมาณ 93,650 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยไทย ส่งออกไปสหรัฐฯ (2568)72,510 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ขยายตัว 12.9%)
ทำให้ไทยได้เปรียบดุลการค้าสหรัฐสูงถึง 51,370 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ซึ่งเป็นประเด็นความเสี่ยงต่อไปในวันข้างหน้าเพราะเป็นสาเหตุให้ไทยถูกเพ่งเล็งเรื่องภาษีจากสหรัฐ อาจกล่าวได้ว่าวิกฤตการณ์ทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และประเทศทั่วโลกรวมทั้งไทยได้ก้าวเข้าสู่บทใหม่ที่ซับซ้อนขึ้นอย่างมากในปี 2569 แม้คำวินิจฉัยของศาลฎีกาสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 จะทำให้การจัดเก็บภาษีเดิมซึ่งไทยเคยถูกเรียกเก็บในอัตราตอบโต้สูงถึง 19% ตั้งแต่สิงหาคม 2568กลายเป็นโมฆะ แต่การที่ประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศใช้ภาษีฐานตัวใหม่ (Baseline Tariff) ที่อัตรา 10% ทันทีภายใต้กฎหมายอื่น ก็เปรียบเสมือนคลื่นลูกที่สองที่ซัดเข้าหาเศรษฐกิจไทยอย่างต่อเนื่อง


สถาบันการเงินและหน่วยงานเศรษฐกิจ เช่น ธนาคารแห่งประเทศไทย และศูนย์วิจัยกสิกรไทยได้ปรับคาดการณ์เศรษฐกิจไทยปี 2569 โดยระบุว่ามาตรการภาษี 10% นี้ อาจส่งผลให้มูลค่าการส่งออกรวมของไทยลดลงประมาณ 1.9 ถึง 2.7 แสนล้านบาท (หรือประมาณ 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนการสูญเสียราว 1.6% ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมด ความสูญเสียในภาคการค้านี้จะฉุดให้การเติบโตของ GDP ไทยในปี 2569 ชะลอตัวลงเหลือเพียง 1.5% – 1.9% ซึ่งถือเป็นระดับที่ค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับศักยภาพเดิมที่คาดการณ์ไว้
เมื่อพิจารณาในรายอุตสาหกรรม กลุ่มที่ตกอยู่ในสถานะ “ความเสี่ยงสูง” คือกลุ่มสินค้าส่งออก 5 อันดับแรกไปสหรัฐฯ ได้แก่

  1. เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์
    โดยเฉพาะคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์กึ่งตัวนำ ซึ่งมีมูลค่าส่งออกไปสหรัฐฯ สูงถึง 2.3 หมื่นล้านดอลลาร์ การโดนภาษี 10% จะกดดันกำไรของผู้ผลิตในไทยอย่างหนัก
  2. เครื่องจักรและอุปกรณ์เครื่องกล
    มูลค่ากว่า 1.3 หมื่นล้านดอลลาร์ จะเผชิญกับภาวะชะลอตัวจากคำสั่งซื้อที่ลดลงตามภาวะเศรษฐกิจสหรัฐฯ
  3. ผลิตภัณฑ์ยางและยางรถยนต์
    มูลค่าราว 5 พันล้านดอลลาร์ จะสูญเสียขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับคู่แข่งที่มีต้นทุนต่ำกว่า
  4. ยานยนต์และชิ้นส่วน
    มูลค่าประมาณ 2.3 พันล้านดอลลาร์
  5. อัญมณีและเครื่องประดับ
    มูลค่าราว 2 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งได้รับผลกระทบทางอ้อมจากกำลังซื้อที่หดตัวของชาวอเมริกัน
    อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางวิกฤตนี้ยังมีความหวังในเรื่อง “เงินคืนภาษี” โดยมีการประเมินว่ารัฐบาลสหรัฐฯ อาจต้องคืนเงินภาษีที่เก็บไปอย่างผิดกฎหมายรวมทั่วโลกกว่า 1.3 แสนล้านดอลลาร์ ในส่วนของไทยนั้น ผู้นำเข้าสินค้าไทยในสหรัฐฯ มีสิทธิ์ยื่นขอคืนภาษีส่วนต่าง (Refund) ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของศุลกากรสหรัฐฯ (CBP) ซึ่งเริ่มเปลี่ยนมาใช้ระบบ ACH เต็มรูปแบบเมื่อ 6 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา เม็ดเงินเหล่านี้จะช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้กับคู่ค้าและอาจส่งผลดีกลับมายังผู้ผลิตในไทยได้ในระยะสั้น สรุปได้ว่า แม้คำตัดสินของศาลจะช่วยลด “เพดาน” ภาษีจาก 19% ลงมาอยู่ที่ 10% แต่การที่ภาษีนี้ครอบคลุมสินค้าเกือบทุกประเภท (ยกเว้นกลุ่มเหล็กและอลูมิเนียมที่มีกฎหมายเฉพาะ) ทำให้ภาคเอกชนไทยยังต้องเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่
    การปรับตัวไปสู่ตลาดใหม่ที่มีความเสี่ยงต่ำกว่าสหรัฐฯ และการเร่งเจรจา FTA กับภูมิภาคอื่นจึงเป็นกลยุทธ์สำคัญที่จะทำให้เศรษฐกิจไทยรอดพ้นจากผลกระทบที่รุนแรงกว่านี้ในปีหน้า.

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผบช.ภ.5 แถลงข่าวจับกุมคดียาเสพติด ของ ภ.จว.ลำปาง จับกุมผู้ต้องหา 5 คน ยาบ้า 2,800,000 เม็ด

วันศุกร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 11.00 น. พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 เป็นประธานการแถลงข่าวผลการจับกุม และสืบสวนขยายผลคดียาเสพติดรายสำคัญ ของ ภ.จว.ลำปาง กรณีเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 สภ.เวียงมอก จ.ลำปาง ร่วมกับ ศูนย์สกัดกั้นการลักลอบลำเลียงยาเสพติด ตำรวจภูธรภาค 5 จับกุมผู้ต้องหา 5 คนพร้อมด้วย รถยนต์ 3 คัน และยาเสพติดของกลางยาบ้า 2,800,000 เม็ด

โดยมี นายพัชระ สิมะเสถียร รอง ผวจ.ลำปาง, พล.ต.ต.ภูมิปัญญ์ญา นวตระกูลพิสุทธิ์ ผบก.ภ.จว.ลำปาง , พ.ต.ท.นริช สอนดิษฐ ผอ.ปปส.ภาค 5,
นายวุฒิพงษ์ แก้วปาเฟือย นายอำเภอเถิน จ.ลำปาง และฝ่ายทหาร นบ.ยส.35 ร่วมแถลงผลการจับกุม ณ ลานแถลงข่าวตำรวจภูธรจังหวัดลำปาง ถ.ลำปาง – แจ้ห่ม ต.ต้นธงชัย อ.เมืองลำปาง จ.ลำปาง..

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นักเล่นว่าว 12 ปท. ประชันความสวยงามกลางหาดพัทยา งานว่าวนานาชาติ “Pattaya International Kite on the Beach 2026”

วันที่ 25 ก.พ.69 นายศิวัช บุญเกิด รองปลัดเมืองพัทยา เป็นประธานกล่าวเปิดงานเทศกาลว่าวนานาชาติบนชายหาดพัทยา “Pattaya International Kite on the Beach 2026” โดยมี นายเจตภัทร จรูญพิพัฒน์กุล ผู้ช่วยผู้จัดการทั่วไป ศูนย์การค้าเซ็นทรัล มารีนา เอาต์เล็ต เป็นผู้กล่าวรายงาน พร้อมกันนี้มีนายพีระพงศ์ สามปรุ ปลัดอำเภอบางละมุง นางปาณรดา อัตโตหิ รอง

ปลัดเมืองพัทยา นายชัยวัฒน์ ตามไท ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานพัทยา นายวรกิตติ์ นวสกุลเกียรติ ผู้ก่อตั้ง Thaitan Kite Team Thailand ผู้แทนสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาพัทยา ผู้อำนวยการส่วนพัฒนาการท่องเที่ยว และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ท่ามกลางประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ ที่บริเวณชายหาดพัทยา ตรงข้ามศูนย์การค้าเซ็นทรัล พัทยา จ.ชลบุรี

เมืองพัทยา ร่วมกับบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สํานักงานพัทยา, สมาคมนักธุรกิจและการท่องเที่ยวเมืองพัทยา, กรมเจ้าท่า และ Thaitan Kite Team Thailand ทีมว่าวยักษ์ไทย ยักษ์ยิ้ม จัดงาน “Pattaya International Kite on the Beach 2026” เทศกาลว่าวนานาชาติบนชายหาดพัทยา ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Sky Paradise of Happiness” โดยกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 25 กุมภาพันธ์ – 1 มีนาคม 2569 ณ บริเวณชายหาดพัทยา หน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัล พัทยา ซึ่งไฮไลท์ที่ห้ามพลาด! ครั้งแรกในไทยกับการรวมว่าวคาแรคเตอร์จากแบรนด์ดัง

นำโดย MR.SUN มาสคอตประจําเซ็นทรัล พัทยา ขนาด 12 ม., ว่าวน้องหมึกกรุบ, ว่าวนกฟลามิงโก้ by กู๊ดเตอร์, ว่าวน้อง WATT-D by PEA ขนาดกว่า 3 เมตร และว่าวนานาชาติหลากหลายดีไซน์กว่า 150 ตัว จาก 12 ประเทศทั่วโลก ยาวกว่า 1 กิโลเมตร บนชายหาดพัทยา และทุกวัน เวลา 16.00 น. พบกับการโชว์ Sport Kite จากประเทศไต้หวัน และสหรัฐอเมริกา พร้อมด้วยกิจกรรมฝั่งเซ็นทรัล พัทยา กับเวิร์กช็อปเพ้นท์ว่าวคาแรคเตอร์ MR.SUN อีกทั้งสตรีทฟู้ดกว่า 30 ร้าน พร้อมโปรโมชั่นสำหรับนักช้อป และร้านอาหารสำหรับครอบครัว

ด้านนายศิวัช บุญเกิด รองปลัดเมืองพัทยา ได้กล่าวเชิญชวนให้ทุกท่านมาร่วมถ่ายรูปสวยๆ กับบรรดาว่าวยักษ์ที่สวยงาม ตระการตา พร้อมเลือกซื้อว่าวมาร่วมเล่นที่ชายหาดพัทยา เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจการท่องเที่ยว และส่งเสริมภาพลักษณ์พัทยาให้เป็น Top Beach Destination ที่ทั่วโลกต้องมาเยือนร่วมกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวในเมืองพัทยาไปด้วยกัน ในงาน “Pattaya International Kite on the Beach 2026” ตั้งแต่วันที่ 25 กุมภาพันธ์ – 1 มีนาคมนี้ ที่บริเวณริมชายหาดเมืองพัทยา หน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัล พัทยา ตั้งแต่เวลา 11.00 น. เป็นต้นไป

มูลนิธิคุณพ่อเรย์ แถลงข่าวจัดงาน “St. Patrick’s Day Parade 2026 ครั้งที่ 12 อีกครั้ง”

วันที่ 25 ก.พ.69 ที่ศูนย์ประชุมมหาไถ่ พัทยา จ.ชลบุรี ได้มีพิธีแถลงข่าวการจัดงาน “St. Patrick’s Day Parade 2026 ครั้งที่ 12 อีกครั้ง” โดยมี นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา เป็นประธานแถลงข่าว พร้อมด้วย บาทหลวงก่อเกียรติ ดีศรึ ประธานมูลนิธิคุณพ่อเรย์ ในฐานะประธานอำนวยการ นายปีเตอร์ มาโลตรา CEO of Pattaya Mail ไลออนบรรจง บัณฑูรประยุกต์ อดีตผู้ว่าการไลออนส์สากลภาค 310C ตัวแทนชุมชนชาวไอริช ผู้แทนสมาคมทหารผ่านศึกต่างประเทศแห่งสหรัฐอเมริกา และตัวแทนจากสวนน้ำรามายณะ ร่วมแถลงข่าว

สำหรับงาน “St. Patrick’s Day Parade 2026“ หรืองานขบวนพาเหรด วันเซนต์แพททริค ประจำปี 2026 กำหนดจัดขึ้นวันอังคารที่ 17 มีนาคม 2569 นี้ ซึ่งเป็นวันเฉลิมฉลองนักบุญแพททริค นักบุญประจำชาติของชาวไอแลนด์ โดยในหลายเมืองใหญ่ทั่วโลก อาทิ นิวยอร์ก โตเกียว และซิดนีย์ ได้มีการจัดขบวนพาเหรดกันอย่างสนุกสนาน เป็นกิจกรรมที่สืบทอดมานานกว่า 100 ปี

ทั้งนี้ มูลนิธิคุณพ่อเรย์ ชุมชนชาวไอริชในเมืองพัทยา ได้ร่วมกับห้าวร้านต่างๆ โรงแรมตลอดจนหน่วยงานผู้เกี่ยวข้องกำหนดจัดเดินขบวนพาเหรด โดยเริ่มจากลานอเนกประสงค์ริมหาดพัทยากลาง ก่อนเคลื่อนขบวนไปตามถนนพัทยาใต้และไปสิ้นสุดที่โรงเรียนเมืองพัทยา 8 (พัทธยานุกูล) ก่อนมีพิธีประกาศผลรางวัลขบวนพาเหรดตามลำดับ

อย่างไรก็ดี งาน “St. Patrick’s Day Parade 2026“ ในปีนี้ จะมีเรื่องชวนพาเกรดตกแต่งอย่างสวยงามกว่า 30 ขบวน โดยมีวงดุริยางค์ทหารเรือ และวงโยธวาทิตโรงเรียนเมืองพัทยา มาร่วมสร้างสีสัน รวมทั้งขบวนพาเหรดจากชาวไทยและนักท่องเที่ยวอีกมากมาย คาดว่าขบวนพาเหรดจะมีความยาวกว่า 2 กม. และมีผู้ร่วมงานนับพันคนในวันดังกล่าว

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ชาวสวรรคโลกเชิญชวนเที่ยวงานหมากม่วง หมากปราง ของดีศรีสวรรคโลกประจำปี2569.

โดยทั้งนี้ได้จัดขึ้นเป็นประจำช่วงเดือนมีนาคม ณ บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย เป็นงานเทศกาลที่รวบรวมมะม่วง มะปราง และผลไม้ตามฤดูกาลคุณภาพดีจากสวนของเกษตรกรมาจำหน่าย พร้อมขบวนแห่ผลไม้สุดตระการตา

สินค้า OTOP ของกินของฝาก และกิจกรรมการแสดงมากมาย
ช่วงเวลาจัดงาน โดยปกติจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 25มีนาคมถึง1เมษายน2569 หรือช่วงปลายเดือนมีนาคมของทุกปีโดยนาย
โกเมณ ชาลี นายอำเภอสวรรคโลกได้ทำการจัดงานได้อย่างยิ่งใหญ่พร้อมเชิญชวนนักท่องเที่ยวประชาชนในพื้นที่และต่างจังหวัดให้มาเที่ยวชม ชิม ช้อป กับการชมการแสดงแห่ขบวน

ประเพณีการร่ายรำพื้นบ้านการตกแต่งขบวนรถประดับด้วยผลไม้ในท้องถิ่นพร้อมการประกวดขบวนแห่ และการแสดงบนเวทีกลาง แสง สี เสียงพิธีเปิดอย่างอลังกาล.โดยภายในงานมีการออกบูชสินค้าผลไม้สดๆจากสวนเกษตรกร การออกบูชสินค้าโอทอป สินค้าพื้นเมือง สินค้าราคาประหยัดบูชร้านค้า อาหารของดีศรีสวรรคโลกที่อร่อยประจำเมืองสวรรคโลกและอีกมากมาย

พร้อมการแสดงบนเวทีกลางจากเยาวชนTO BE NUMBER ONE การแสดงคอนเสริด์จากเหล่าศิลปิน นักร้องจากค่ายเพลงดัว ทั้งนี้ยังมีการประกวดผลไม้อาทิเช่น มะปราค์ มะยงชิด ละมุด มะม่วง จากเกษตรกรในพื้นที่ การประกวดธิดาชาวสวน.การประกวด ไก่พื้นบ้าน การประกวดการร้องเพลงจากผู้นำทั้งท้องที่และท้องถิ่น

การแข่งขันจักรยานหนูน้อยขาไถ .การแข่งขันแข่งขันตะกร้อ ฯลฯ โดยมีการกิจกรรมมากมายในทุกค่ำคืน จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยว มาเที่ยวชมงาน ประจำปี หมากม่วง หมากปราง ของดีศรีสวรรคโลกโดยงานเริ่มตั้งแต่วันที่25มีนาคมถึง1เมษายน2569เป็.นต้นไป
กิตติ พรดวงจันทร์ สุโขทัย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / น่านแถลงข่าวงาน “Nan Style To The Global”โครงการเพิ่มขีดความสามารถผู้ประกอบการค้า การลงทุน และผลิตภัณฑ์ภูมิปัญญาชุมชน

กิจกรรมย่อยการขยายโอกาสและช่องทางการตลาดสินค้าไลฟ์สไตล์และแฟชั่นสู่สากลประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
วันพฤหัสบดี ที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 13.30 – 15.00 น.
ณ ห้องอัญชัญ โรงแรมน่าน บูติค รีสอร์ท อ.ภูเพียง จ.น่านพาณิชย์ ฯ ชูศักยภาพสินค้าน่าน บุกตลาดสากล กับงานแสดงสินค้า “Nan Style To The Global” พาณิชย์จังหวัดน่าน

แถลงข่าวการจัดงาน “Nan Style To The Global” ในงาน THAIFEX – HOREC Asia 2026 ระหว่างวันที่ 11-13 มีนาคม 2569 ณ อาคาร Impact CHALLENGER 2 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี พร้อมระดมผู้ประกอบการ Exhibitor กว่า 15 ราย นำสินค้าเด่นของจังหวัด

สินค้า อัตลักษณ์พื้นถิ่น สินค้าหัตถกรรม สินค้าเกษตรแปรรูป สินค้าไลฟ์สไตล์ ร่วมโชว์ศักยภาพ ยกระดับเมืองสร้างสรรค์ของ UNESCO ด้านศิลปหัตถกรรมพื้นบ้าน ขยายช่องทางการตลาดสู่ระดับสากล โดยการดำเนินการตามนโยบายสำคัญของกระทรวงพาณิชย์ ด้านการเสริมแกร่งผู้ประกอบการ SMEs และเพิ่มมูลค่าสินค้าไทย เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างมั่งคั่ง มั่นคง และยั่งยืน สอดรับรับกับบริบทเศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ด้วยการพัฒนา SME และการเปิดตลาดการค้าใหม่ทั่วโลก

ด้วยจังหวัดน่าน เป็นจังหวัดที่มีสินค้าหลากหลายที่เป็นอัตลักษณ์และน่าสนใจ เช่น เครื่องเงินผ้าทอ สินค้าอัตลักษณ์พื้นถิ่น สินค้าเกษตร กาแฟ สินค้าแปรรูป รวมถึงสินค้าที่ตอบโจทย์เทรนตลาดในยุคปัจจุบัน อาทิ สินค้า SDGS , Soft Power , สินค้านวัตกรรม ที่มีศักยภาพ และเป็นที่รู้จักของผู้บริโภคอย่างแพร่หลาย

ดังนั้น เพื่อเป็นการขยายช่องทางการตลาดเดิม จึงเปิดโอกาสให้ผู้ผลิต ผู้ประกอบการจังหวัดน่านที่มีศักยภาพในการผลิตและการจำหน่ายสินค้า ได้มีการขยายช่องทางการตลาดไปยังตลาดในประเทศและต่างประเทศเพิ่มขึ้น การจัดงานในครั้งนี้ นับเป็นช่องทางที่สำคัญอย่างหนึ่ง ที่ช่วยส่งเสริมสร้างเวที หรือตลาดการค้าในประเทศและระหว่างประเทศให้แก่ผู้ผลิต

ผู้ประกอบการที่มีศักยภาพ ได้มีโอกาสเจรจาธุรกิจกับผู้ซื้อและนักธุรกิจโดยตรง รวมถึงเป็นโอกาสในการพบปะเครือข่ายธุรกิจเดียวกัน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งจะเป็นช่องทางในการขยายตลาด เป็นเวทีในการเผยแพร่ศักยภาพในการผลิต การออกแบบ และพัฒนาสินค้าต่อไปในอนาคต และต่อเนื่องไปจนถึงการเพิ่มรายได้และสร้างโอกาสให้แก่ผู้ผลิต ผู้ประกอบการจังหวัดน่านในระดับเศรษฐกิจฐานรากก้าวสู่ระดับสากลได้อย่างยั่งยืนต่อไป

ร่วมผลักดันสินค้าอัตลักษณ์น่าน เสริมแกร่งผู้ประกอบการไทยสู่ตลาดโลก แล้วพบกันใน งาน “Nan Style To The Global” ระหว่างวันที่ 11-13 มีนาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 10.00 – 18.00 น. ณ อาคาร Impact CHALLENGER 2 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี

จังหวัดน่าน โดย สำนักงานพาณิชย์จังหวัดน่าน/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสิ่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

ติดต่อโฆษณา / แจ้งข่าวสาร a0812863092@gmail.com

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สธ. เขต 5 เปิดตัว “หมอพร้อม Super App” ยกระดับบริการสุขภาพดิจิทัล ณ รพ.ประจวบคีรีขันธ์

เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ห้องประชุมคีรีขันธ์ ชั้น 5 อาคารผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ ดร.นพ.ปรีชา เปรมปรี ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 5 เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม “โครงการ Kick off หมอพร้อม Super App” (หมอพร้อมพลัส) เพื่อมุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาช่วยลดความแออัดและเพิ่มความสะดวกในการรับบริการทางการแพทย์แก่ประชาชน 

ภายในงานได้รับเกียรติจากผู้บริหารระดับสูงเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง ประกอบด้วย: นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นพ.อมรเทพ บุตรกตัญญู นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นพ.วัชรพงษ์ เหลืองไพรัตน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์  ชูนโยบาย “หมอไม่ล้า ประชาชนไม่รอ” ดร.นพ.ปรีชา เปรมปรี

ระบุว่าโครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายเร่งด่วนในการยกระดับบริการผ่านแอปพลิเคชัน “หมอพร้อม+” ซึ่งจะช่วยให้ประชาชนสามารถจองคิวออนไลน์ แจ้งเตือนนัดหมาย รับบริการการแพทย์ทางไกล (Telemedicine)

ไปจนถึงการรับยาทางไปรษณีย์ โดยมีการนำระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาช่วยบริหารจัดการเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดตามแนวทางสุขภาพดิจิทัล  กิจกรรมไฮไลท์และการเสวนา

นอกจากการมอบนโยบายแล้ว ภายในงานยังมีการเสวนาในหัวข้อ “จองคิวผ่านหมอพร้อม ง่ายเพียงปลายนิ้ว” โดยผู้เชี่ยวชาญ ได้แก่:  ทพญ.สุจิตรา บุตรดา  นางสาวบุณยรัตน์ สุขบาง นางสาวปฤศนา พฤศชนะ พร้อมทั้งมีการจัดนิทรรศการ

แสดงนวัตกรรมต่าง ๆ เช่น ระบบนัดพบแพทย์ออนไลน์, การนัดทำฟันออนไลน์ผ่านแอป และการบริจาคอวัยวะและดวงตาในรูปแบบดิจิทัล ซึ่งได้รับความสนใจจากบุคลากรทางการแพทย์ และพี่น้อง อสม. ในพื้นที่อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ที่เข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง 

หมายเหตุ: ผู้เข้าร่วมงานในวันนี้ร่วมแต่งกายด้วยชุดไว้ทุกข์ และมีการยืนสงบนิ่งเพื่อถวายความอาลัยและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เป็นเวลา 93 วินาที ก่อนเริ่มพิธีการ 

นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสยามโฟกัสไทม์/4เหล่าทัพ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “บ้านใหม่ เติมพลังชีวิต” สภาสังคมสงเคราะห์ฯ ผนึกกำลังรัฐ–เอกชน มอบบ้านปรับสภาพแวดล้อมเพื่อคนพิการ กลางบางขุนเทียน

    25 กุมภาพันธ์ 2569 ร้อยตำรวจโท ดร.มนัส โนนุช ประธาน สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นประธานในพิธีมอบบ้านที่ได้รับการปรับสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยสำหรับคนพิการ จำนวน 1 หลัง ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ณ ชุมชนเชื่อมสัมพันธ์ แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ

    การดำเนินงานครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือระหว่าง
    • กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ
    • กองทัพบก
    • ภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชนในพื้นที่ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตคนพิการให้มีที่อยู่อาศัยที่ปลอดภัย เหมาะสม และเอื้อต่อการใช้ชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรี

    🔹 กิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย

    1. มอบอาหาร “โครงการน้ำพระทัยพระราชทาน” โดยสภาสังคมสงเคราะห์ฯ
    2. ให้คำปรึกษาและออกบัตรประจำตัวคนพิการ โดยกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ
    3. บริการทันตกรรม และฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า โดยสำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร
    4. บริการตัดผม โดยวิทยาลัยสารพัดช่างพระนคร

    ภายในพิธีได้รับเกียรติจากผู้แทนหน่วยงานต่าง ๆ เข้าร่วม อาทิ
    ดร.ธิดารักษ์ สัจจพงษ์ เลขาธิการสภาสังคมสงเคราะห์ฯ
    นางหฤทัย ศิริสินอุดมกิจ ผู้เชี่ยวชาญด้านการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ

    พันเอก ศตวรรษ อินทร์กง รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 12 และโฆษกกองทัพภาคที่ 1
    นางปิยวรรณ จองวิวัฒสกุล ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตบางขุนเทียน
    นายสารัช ม่วงศิริ สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร เขตบางขุนเทียน

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ชรบ.ตั้งจุดตรวจ จุดสกัด ออกลาดตระเวน ตามมาตรการ ” Quick Big Win ” ในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด “

    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 ตั้งแต่เวลา 18.00 น.เป็นต้นไปนางสาวอ้อยใจ คำบุญเรือง นายอำเภอชุมแพ ผอ.ศป.ปส.อ.ชุมแพ พ.ต.อ.รัฐพล เหลาพรม ผกก.สภ.ชุมแพ นายนคร สุพรรณ์ ปลัดอาวุโส

    สั่งการให้ นางสาวยุพา จันทวงศ์ ปลัดอำเภอประจำตำบล นายสมคิด ชำนิกุล ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง สมาชิก อส.อ.ชุมแพ ที่ 6 ร่วมกับผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยฯ แพทย์ สารวัตรฯ ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ตำบลหนองไผ่ โดยมีนายธนู นามหล้า กำนันตำบลหนองไผ่ เป็นหัวหน้าชุด รวมเจ้าหน้าที่ทั้งหมด จำนวน 40 คน

    ตั้งจุดตรวจจุดสกัด ด่านชุมชนบริเวณทางเข้าหมู่บ้าน บ้านถิ่นอุดม หมู่ที่ 14 ต.หนองไผ่ และได้ทำการออกตรวจลาดตระเวนในพื้นที่หมู่บ้าน ตำบล ตามจุดเสี่ยงต่าง ๆ ดูแลความสงบเรียบร้อย ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ให้กับประชาชนในพื้นที่

    วินฅนชนข่าว

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / น่านเปิดงานหกเป็งนมัสการพระมหาธาตุเจ้าภูเพียงแช่แห้ง ประจำปี 2569 ตระการตาแสงสีเสียงล่องน่านย้อนตำนานเวียงภูเพียง

    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 19.00 น. ที่ลานกิจกรรมวัดพระธาตุแช่แห้ง พระอารามหลวง จังหวัดน่าน มีการจัดพิธีเปิดงานประเพณีหกเป็งนมัสการพระมหาธาตุเจ้าภูเพียงแช่แห้ง และการแสดงแสงสีเสียง “ล่องน่านย้อนตำนานเวียงภูเพียง” ประจำปี 2569

    ท่ามกลางบรรยากาศที่คึกคักและเปี่ยมด้วยแรงศรัทธาของพุทธศาสนิกชนนาย ชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานในพิธีเปิดงาน พร้อมด้วย พระสุนทรมุนี รองเจ้าคณะ

    จังหวัดน่าน และ พระราชนันทวัชรบัณฑิต รองเจ้าคณะจังหวัดน่าน เจ้าอาวาสวัดพระธาตุแช่แห้ง พระอารามหลวง นำคณะสงฆ์ หัวหน้าส่วนราชการ และประชาชนเข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง

    การจัดงานในปีนี้ จังหวัดน่าน โดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดน่าน ร่วมกับคณะสงฆ์จังหวัดน่าน วัดพระธาตุแช่แห้ง พระอารามหลวง

    และมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตนครน่าน เฉลิมพระเกียรติฯ รวมถึงหน่วยงานภาครัฐ ภาคท้องถิ่น และองค์กรต่าง ๆ ได้บูรณาการความร่วมมือในการจัดงาน

    ระหว่างวันที่ 25 กุมภาพันธ์ ถึง 3 มีนาคม 2569
    นางภัทรภร ชัยวัฒนกุล วัฒนธรรมจังหวัดน่าน กล่าวว่า การจัดงานมีวัตถุประสงค์เพื่ออนุรักษ์ สืบสานศิลปวัฒนธรรมและประเพณีอันดีงามของท้องถิ่น ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และร่วมผลักดันจังหวัดน่านสู่การเป็นเมืองมรดกโลก
    กิจกรรมภายในงานประกอบด้วย

    พิธีกรรมทางพระพุทธศาสนา ขบวนอัญเชิญน้ำสรงพระราชทาน ขบวนน้ำศักดิ์สิทธิ์จากทั้ง 15 อำเภอ การประกวดขบวนแห่คั่วตานชิงถ้วยพระราชทาน การแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน การสาธิตและจำหน่ายสินค้าทางวัฒนธรรม ตลอดจนการจัดพื้นที่สร้างสรรค์ “ขัวศิลปหัตถกรรมละอ่อน” และกาดหมั้วคัวฮอม

    ภายหลังพิธีเปิด ประธานในพิธีและผู้ร่วมงานได้รับชมการแสดงแสงสีเสียง “ล่องน่านย้อนตำนานเวียงภูเพียง” ที่ถ่ายทอดเรื่องราวประวัติศาสตร์และอัตลักษณ์ของเมืองน่านอย่างงดงาม สร้างความประทับใจให้กับผู้ชมเป็นอย่างมาก

    ทั้งนี้ การจัดงานประเพณีหกเป็งนมัสการพระมหาธาตุเจ้าภูเพียงแช่แห้ง ถือเป็นประเพณีสำคัญของจังหวัดน่าน ที่สะท้อนถึงความศรัทธาและความร่วมแรงร่วมใจของทุกภาคส่วนในการสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมให้คงอยู่สืบไป/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/พ.อ.พยอม บุญทร รายงาน

    น่านเปิดงานหกเป็งนมัสการพระมหาธาตุเจ้าภูเพียงแช่แห้ง ประจำปี 2569 ตระการตาแสงสีเสียงล่องน่านย้อนตำนานเวียงภูเพียง

    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 19.00 น. ที่ลานกิจกรรมวัดพระธาตุแช่แห้ง พระอารามหลวง จังหวัดน่าน มีการจัดพิธีเปิดงานประเพณีหกเป็งนมัสการพระมหาธาตุเจ้าภูเพียงแช่แห้ง และการแสดงแสงสีเสียง “ล่องน่านย้อนตำนานเวียงภูเพียง” ประจำปี 2569 ท่ามกลางบรรยากาศที่คึกคักและเปี่ยมด้วยแรงศรัทธาของพุทธศาสนิกชน

    นาย ชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานในพิธีเปิดงาน พร้อมด้วย พระสุนทรมุนี รองเจ้าคณะจังหวัดน่าน และ พระราชนันทวัชรบัณฑิต รองเจ้าคณะจังหวัดน่าน เจ้าอาวาสวัดพระธาตุแช่แห้ง พระอารามหลวง นำคณะสงฆ์ หัวหน้าส่วนราชการ และประชาชนเข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง
    การจัดงานในปีนี้ จังหวัดน่าน

    โดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดน่าน ร่วมกับคณะสงฆ์จังหวัดน่าน วัดพระธาตุแช่แห้ง พระอารามหลวง และมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตนครน่าน เฉลิมพระเกียรติฯ รวมถึงหน่วยงานภาครัฐ ภาคท้องถิ่น และองค์กรต่าง ๆ ได้บูรณาการความร่วมมือในการจัดงาน ระหว่างวันที่ 25 กุมภาพันธ์ ถึง 3 มีนาคม 2569

    นางภัทรภร ชัยวัฒนกุล วัฒนธรรมจังหวัดน่าน กล่าวว่า การจัดงานมีวัตถุประสงค์เพื่ออนุรักษ์ สืบสานศิลปวัฒนธรรมและประเพณีอันดีงามของท้องถิ่น ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และร่วมผลักดันจังหวัดน่านสู่การเป็นเมืองมรดกโลก
    กิจกรรมภายในงานประกอบด้วย

    พิธีกรรมทางพระพุทธศาสนา ขบวนอัญเชิญน้ำสรงพระราชทาน ขบวนน้ำศักดิ์สิทธิ์จากทั้ง 15 อำเภอ การประกวดขบวนแห่คั่วตานชิงถ้วยพระราชทาน การแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน การสาธิตและจำหน่ายสินค้าทางวัฒนธรรม ตลอดจนการจัดพื้นที่สร้างสรรค์ “ขัวศิลปหัตถกรรมละอ่อน” และกาดหมั้วคัวฮอม

    ภายหลังพิธีเปิด ประธานในพิธีและผู้ร่วมงานได้รับชมการแสดงแสงสีเสียง “ล่องน่านย้อนตำนานเวียงภูเพียง” ที่ถ่ายทอดเรื่องราวประวัติศาสตร์และอัตลักษณ์ของเมืองน่านอย่างงดงาม สร้างความประทับใจให้กับผู้ชมเป็นอย่างมาก

    ทั้งนี้ การจัดงานประเพณีหกเป็งนมัสการพระมหาธาตุเจ้าภูเพียงแช่แห้ง ถือเป็นประเพณีสำคัญของจังหวัดน่าน ที่สะท้อนถึงความศรัทธาและความร่วมแรงร่วมใจของทุกภาคส่วนในการสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมให้คงอยู่สืบไป/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/พ.อ.พยอม บุญทร รายงาน

    สือรัฐ ทีวี บก.เอกสิทธ์ หมวดทอง