เลย​ -​ฉก.ทพ.2102 ตรวจยึดรถจักรยานยนต์ กลางแม่น้ำเหือง ขณะเตรียมส่งสปป.ลาว เพื่อตรวจสอบ ที่ บ้านหนองปกติ

เมื่อ​วันที่​ 16 กันยายน 2567 เวลา 18.00น​ โดย ร.ท.อาคม คำจุลฬา ผบ.ร้อย.ฉก.ทพ.2102 ฉก.ทพ.21 ได้รับเเจ้งจากเเหล่งข่าว ทราบว่าจะมีการลักลอบนำรถจักรยานยนต์ข้ามไปยัง สปป.ลาว ที่บริเวณกลางแม่น้ำเหือง​ บ้านหนองปกติ หมู่ที่ 5 ต.อาฮี อ.ท่าลี่ จว.เลย พิกัด 47Q QV 452 515 โดยมีนายทุนฝั่ง สปป.ลาว ได้สั่งซื้อรถจากนายทุนฝั่งไทย

พื้นที่ บ.หนองปกติฯ จึงได้สั่งการให้ ชป.2 ทำการ ซุ่มจุดเสี่ยง/จุดเพ่งเล็ง ครั้นเมื่อเวลา 2345 มีเรือจากฝั่ง สปป.ลาว ข้ามมาจอดริมตลิ่งฝั่งไทย จากนั้นตรวจพบแสงไฟ ขึ้นมาจากริมน้ำ มีชายไม่ทราบสัญชาติ เดินขึ้นมาเข็นรถจักรยานยนต์ ลงไปริมตลิ่ง ชุดซุ่ม จึงได้แสดงตัว เมื่อชายดังกล่าว เห็นว่าเป็น จนท. ตกใจ จึงได้ทิ้งรถจักรยานยนต์ กระโดดลงแม่น้ำ ว่ายน้ำหลบหนีข้ามไปยังฝั่ง สปป.ลาว หน่วยฯ จึงได้ทำการตรวจยึดรถจักรยานยนต์ จำนวน 1 คัน ยี่ห้อ Honda wave110 i สีขาว-แดง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน​ และ เรือกีบ จำนวน 1 ลำ

หน่วยฯได้บันทึกภาพถ่ายพร้อมวีดีโอไว้เป็นหลักฐานและนำรถจักรยานยนต์มาไว้ที่ บก.ร้อย.ฉก.ทพ.2102 เพื่อตรวจสอบ และรอดำเนินการตามกฏหมายต่อไป

ศูนย์ข่าวมุกดาหาร #กองทัพบกroyalthaiarmy #กองทัพภาคที่2 #กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี

เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รา

เปิดแล้ว..! งานท่องเที่ยวประจวบคีรีขันธ์ มหัศจรรย์เมืองสามอ่าว และงานกาชาดปี 67 สปสช. เขต 5 เพิ่มประสิทธิภาพด้านการสื่อสารประชาสัมพันธ์เชิงรุก

เมื่อเวลาประมาณ 19.30 น.วันที่ 13 กันยายน 2567 ที่บริเวณเวทีกลางการจัดงาน บนสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติรัชกาลที่ 9 หน้าศาลากลางจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายสมคิด จันทมฤก ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานในพิธีเปิดงานท่องเที่ยวประจวบคีรีขันธ์ มหัศจรรย์เมืองสามอ่าว และงานกาชาดประจำปี พ.ศ.2567 ซึ่งจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้ร่วมกับ สำนักงานการท่องเที่ยว สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดขึ้น ในระหว่างวันที่ 13 – 22 กันยายน พ.ศ.2567 ณ บริเวณสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ ร.9 หน้าศาลากลางจังหวัด และถนนเลียบชายทะเลอ่าวประจวบฯ เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจ และสร้างรายได้ให้กับชุมชน โดยมี นายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล นายคมกริช เจริญพัฒนสมบัติ และนายองครักษ์ ทองนิรมล นายสินาทร โอ่เอี่ยม รองผู้ว่าราชการจังหวัด นายปรีดา สุขใจ ปลัดจังหวัด นายสราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์ นายกอบจ.ประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ เข้าร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิดงาน

เมื่อช่วงเวลาประมาณ 16.00 น.ก่อนเริ่มพิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการได้มีการจัดขบวนแห่เฉลิมพระเกียรติ จากทั้ง 8 อำเภอ ที่นำเสนอเกี่ยวกับอัตลักษณ์ความเป็นไทยของแต่ละพื้นที่ในแต่อำเภอ โดยผู้เข้าร่วมขบวนทุกคนเน้นแต่งกายสวมใส่ด้วยชุดผ้าไทย ตามโครงการ”ผ้าไทยใส่ให้สนุก” เข้าร่วมเดินขบวน มีการแสดงการละเล่นท้องถิ่นของไทยในอดีต เช่น งูกินหาง มอญซ่อนผ้า ม้าก้านกล้วย เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีการแสดงโขน รามเกียรติ์ การตีกลองสะบัดชัย และการรำเทิดพระเกียรติ และการแสดงของน้องๆเยาวชนจากโรงเรียนต่างๆ อีกด้วย
ในส่วนของเวทีกลางการจัดงาน ยังมีการแสดง Opening Show ชุดการแสดง”ปลานวลจันทร์ มหัศจรรย์ปลาแห่งพระราชา การแสดง Amazing ธิดาผ้าไทย 2024 จากกรรมการและสมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัดประจวบฯ ร่วมกับจิตอาสากาชาดและชมรมนาฏศิลป์สร้างสรรค์ประจวบคีรีขันธ์ การแสดงชุดเปรตสัมภเวสี จากโรงเรียนเทศบาลบ้านหนองบัว การแสดงบทเพลงพระราชนิพนธ์ใกล้รุ่ง การแสดงต้อนรับมหัศจรรย์เมืองสามอ่าว จากโรงเรียนเทศบาลวัดธรรมิการาม เป็นต้น

โดยภายในงานตลอด 10 วัน มีกิจกรรมต่างๆมากมาย ประกอบด้วย ชมการตกแต่งไฟสวยงาม การจัดแสดง แสง สี เสียง และนิทรรศการต่างๆ ภายใต้แนวคิดเมือง 3 อ่าว การแสดงวัฒนธรรมศิลปะพื้นบ้าน และการแสดงดนตรีจากศิลปินท้องถิ่น ศิลปินดัง การแสดงชิงช้าสวรรค์ ทูบีนัมเบอร์วัน ประจวบคีรีขันธ์ การประกวดสาวงามเมืองสามอ่าว การประกวด Miss Queen การแข่งขันตะกร้อลอดห่วง การแข่งขันกีฬามวยไทยนานาชาติ กิจกรรมตามรอยพ่อหลวงพิชิตยอดเขาช่องกระจก นอกจากนี้ที่บริเวณสะพานสราญวิถี ยังมีลานวัฒนธรรมสนุกสนานกับการเรียนรู้ ลงมือทำ ในบูธกิจกรรมสาธิตภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม และ workshop ศิลปะ และกิจกรรมเที่ยวชิม ช้อปปิ้ง กินเพลิน ในโซน OTOP Cafe และ OTOP Super market ตลาดแห่งความสุข(แฮปปี้เน็ตมาร์เก็ต ) บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัด กิจกรรมล้วงไหของการออกร้านกาชาดการกุศล ร่วมทำบุญกับกาชาด การแสดงแฟชั่นโชว์ผ้าไทย อีกด้วย ซึ่งในส่วนของความบันเทิงภายในงานได้มีการเปิดให้ชมฟรี มินิคอนเสิร์ตจากศิลปินดัง อาทิ แบงค์ ปรีติ (Clash) เอ ไมค์ทองคำ แพรวา พัชรี รำวงไพรอาร์ท รำวงประยุกต์สอนสุพรรณโชว์ และอื่นๆอีกมากมาย

นายสมคิด จันทมฤก ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า การจัดงานในครั้งนี้ เพื่อมุ่งหวังที่จะสามารถดึงดูดประชาชน -นักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และจังหวัดโดยรอบให้เดินทางมาท่องเที่ยวในพื้นที่ เพื่อให้เกิดการสร้างรายได้เข้าสู่ชุมชน และผู้ประกอบการธุรกิจการท่องเที่ยว ธุรกิจร้านค้าร้านอาหารในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ อีกทั้ง ยังเป็นการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวผ่านสื่อออนไลน์ที่สามารถเข้าถึงกลุ่มคนได้ทุกเพศทุกวัย ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ สร้างการรับรู้และความสนใจในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ให้เพิ่มมากขึ้น วัตถุประสงค์เพื่อประชาสัมพันธ์ Soft Power ด้านวิถีชีวิต ประเพณีวัฒนธรรมของชาวประจวบคีรีขันธ์ ที่สามารถนำมาประยุกต์เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว เพิ่มการกระจายสินค้าท้องถิ่น และเพื่อให้เห็นถึงความสวยงามของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งมีสถานที่ท่องเที่ยวต่างฯ อีกมากมาย

สปสช. เขต 5 เพิ่มประสิทธิภาพด้านการสื่อสารประชาสัมพันธ์เชิงรุกในระดับเขต เพื่อให้ประชาชนรับรู้ข้อมูลข่าวสารที่รวดเร็ว ฉับไว เข้าถึงการให้บริการที่ถูกต้อง

วันที่ 12 กันยายน 2567 ที่ห้องประชุมโรงแรมไมด้า แกรนต์ ทวารวดี อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม นายแพทย์พีระมน นิงสานนท์ ผู้อำนวยการเขตสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ( สปสช. ) เขต 5 ราชบุรี เป็นประธานเปิดการประชุม เพิ่มประสิทธิภาพด้านการสื่อสารประชาสัมพันธ์เชิงรุก ในระดับเขตพื้นที่ สปสช. เขต 5 ราชบุรี โดยมีสื่อมวลชนแขนงต่าง ๆ ในเขตพื้นที่ 8 จังหวัด ประกอบด้วย จ.กาญจนบุรี เพชรบุรี ราชบุรี นครปฐม สมุทรสงคราม สมุทรสาคร สุพรรณบุรี ประจวบคีรีขันธ์ โดยมีสื่อประชาสัมพันธ์จังหวัด สื่อสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย สื่อเครือข่ายวิทยุชุมชน สื่อเครือข่ายออนไลน์ และสื่อหนังพิมพ์ รวมไปถึงสื่อทีวีส่วนกลาง และท้องถิ่น เข้าร่วมประชุม

โดยมี นางจันทนา พิณทิพย์ นักวิชาการหลักประกันสุขภาพ ปฏิบัติหน้าที่รองผู้อำนวยการกลุ่มฯ นางสุกัญญา วงศ์ศิริ นักวิชาการหลักประกันสุขภาพ มาบรรยาย ให้ความรู้ รับทราบถึงสิทธิประโยชน์ ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ การคุ้มครองสิทธิ และนโยบายต่าง ๆ นำไปเผยแพร่ให้แก่ประชาชนผู้รับบริการ ผู้ให้บริการ และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องในเขตพื้นที่ของตนเอง อีกทั้งมีนางสาวโสภาพันธุ์ รักษาธรรม และนางสาวศศิมณี นันตาวรรณ์ นักวิชาการหลักประกันสุขภาพ ได้ บรรยายถึง การวางแผ่นขับเคลื่อนงานสื่อสารประชาสัมพันธุ์สิทธิประโยชน์หลักประกันสุขภาพในพื้นที่ปี 2568


นายแพทย์พีระมน นิงสานนท์ ผู้อำนวยการเขตสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ( สปสช. ) เขต 5 ราชบุรี ได้กล่าวในที่ประชุมถึง สิทธิบัตรทอง 30 บาท คุ้มครองค่าใช่จ่าย ซึ่งมีปัจจัยในการให้บริการสร้างเสริมสุขภาพ การตรวจโรค การตรวจ และรับฝากครรถ์ ตลอดถึงการบำบัดและการให้บริการทางการแพทย์ บริการด้านสาธารณสุขด้านการแพทย์แผนไทย และการแพทย์ทางเลือก การสาธารณสุขที่เกี่ยวกับอุบัติเหตุการประสบภัยจากรถ เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อให้สื่อมวลชนได้นำข่าวสารประชาสัมพันธ์ขององค์กร นำไปเสนอให้ประชาชนทั่วไปได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารที่รวดเร็ว เข้าถึงการให้บริการที่ถูกต้อง ฉับไว ซึ่งเป็นการปฎิบัติงานในเชิงรุกของสำนักงานหลักประกันสุขภาพ ( สปสช. ) เขต 5 ราชบุรี ต่อไป

////////////////////////////////////////////////////////
ณัฐธภพ พันสาย / ทีมข่าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

บางละมุง-พัทยา ส่งธารน้ำใจช่วยน้ำท่วมเมืองหนองคาย – สมาคมชาวอีสานเมืองพัทยาร่วมกับสำนักสงฆ์หนองอ้อ จัดงานบุญข้าวสาก อีสานพัทยา ประจำปี 2567

ตามที่เกิดปัญหาภัยธรรมชาติอุทกภัยทางภาคเหนือ ส่งผลให้ปริมาณน้ำในแม่โขงสูงขึ้นจนเข้าท่วมย่านเศรษฐกิจในจังหวัดหนองคาย สร้างผลกระทบความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์ของพ่อแม่พี่น้องประชาชนเป็นจำนวนมาก โดยหลายหน่วยงานทั่วประเทศต่างระดมกำลังกันช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องอยู่นั้นวันที่ 17 ก.ย.67 มีรายงานว่า ที่มูลนิธิสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยา จ.ชลบุรี นายวีกิจ มานะโรจน์กิจ นายอำเภอบางละมุง นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา นายประสิทธิ์ ทองทิตย์เจริญ ประธานมูลนิธิฯ พร้อมผู้เกี่ยวข้อง ร่วมกระทำพิธีปล่อยขบวนรถช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมจังหวัดหนองคาย

นายวีกิจ มานะโรจน์กิจ นายอำเภอบางละมุง กล่าวว่า ที่ผ่านมาอำเภอบางละมุงได้ร่วมกับเมืองพัทยา มูลนิธิสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยา และหน่วนงานอื่นบูรณาการความช่วยเหลือเปิดรับบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 5 แล้ว และได้กระจายความช่วยเหลือไปแล้วหลายจังหวัด เป็นธารน้ำใจของพี่น้องชาวบ้านละมุง และเมืองพัทยาที่ร่วมกันส่งกำลังใจให้ผู้ประสบภัย

ด้าน นายประสิทธิ์ ทองทิตย์เจริญ ประธานมูลนิธิฯสว่างบริบูรณ์เมืองพัทยา กล่าวด้วยว่า.ฝนครั้งนี้ได้จัดเตรียมสิ่งของรับบริจาคจากพ่อแม่พี่น้องประชาชนเป็นสิ่งของจำเป็น ข้าวสาร อาหารแห้ง น้ำดื่ม และอื่นๆ อีกเป็นจำนวนมาก รวมน้ำหนักกว่า 30 ตัน ซึ่งจะได้ขนส่งโดยรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ ที่สนับสนุนโดยนายบรรลือ กุลละวณิชย์ ประธานสภาเมืองพัทยา ซึ่งต้องขอบคุณมา ณ โอกาสนี้ด้วย โดยจะออกเดินทางจากมูลนิธิฯเย็นวันนี้และจะไปถึงวันพรุ่งนี้เวลา 07.00 น.

ขณะที่ นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณชาวอำเภอบางละมุง ชาวเมืองพัทยา รวมทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ ที่ร่วมากันบริจาคสิ่งของช่วยเหลือพี่น้องผู้ประสบภัยพิบัติน้ำท่วมจนได้สิ่งของจำนวนมาก และขอส่งกำลังใจให้กับพี่น้องชาวไทยที่ประสบปัญหาอุทกภัยอยู่ในขณะนี้ด้วยเช่นกัน

สมาคมชาวอีสานเมืองพัทยาร่วมกับสำนักสงฆ์หนองอ้อ จัดงานบุญข้าวสาก อีสานพัทยา ประจำปี 2567

วันที่ 17 ก.ย.67 ที่สำนักสงฆ์หนองอ้อ พัทยากลาง จ.ชลบุรี สมาคมชาวอีสานเมืองพัทยา โดย นายสุครีพ กระจาย นายกสมาคมฯ ได้ร่วมกับสำนักสงฆ์หนองอ้อ จัดงานบุญข้าวสาก อีสานพัทยา ประจำปี 2567 โดยพบว่ามีประชาชนชาวอีสานทึ่อาศัยในเมืองพัทยาเข้าร่วมงานอย่างคึกคัก

สำหรับงานบุญข้าวสาก ถือเป็นประเพณีในวันขึ้น 15 ค่ำ ซึ่งชาวบ้านจะจัดเตรียมสํารับอาหารบรรจุข้าวเหนียว อาหารแห้ง เช่น ปลาย่าง เนื้อย่าง แจ่วบองหรือน้ำพริกปลาร้า และห่อข้าวเล็กๆ สําหรับนําไปถวายพระทําบุญที่วัด เพื่ออุทิศส่วนบุญส่วนกุศลไปให้แก่ญาติพี่น้องหรือผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว

ทั้งนี้ ภายในงานได้รับเกียรติจากแขกเข้าร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก อาทิ นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา นายภูมิพิพัฒน์ กมลนาถ เลขานุการนายกเมืองพัทยา นายนคร ผลลูกอินทร์ นายนคร ผลลูกอินทร์ ส.อบจ.ชลบุรี นายมานะ ยาประคำ ประธานสภาวัฒนธรรมเมืองพัทยา และนายรัฐกิจ เฮงตระกูล ผู้ช่วยที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / อุกอาจ! คนหัวหมอลักลอบเปิดพื้นที่คอนโดฯเจ้าปัญหาให้บริการจอดรถหารายได้ นายกพัทยาสั่งฟันฉับเอาผิดทันที

วันที่ 23 ก.พ.69 นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ส่วนงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบปัญหาร้องเรียนหลังประชาชนจนมีการวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโลกออนไลน์ กรณีมีการเปิดพื้นที่วอเตอร์ฟร้อนต์ คอนโดมิเนี่ยม คอนโดมิเนี่ยมเจ้าปัญหาริมอ่าวบาลีฮาย เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ให้บริการรับจอดรถโดยมีการเรียกเก็บเงินค่าใช้จ่ายทั้งที่เป็นพื้นที่สาธารณะ

จากการลงพื้นที่ตรวจสอบพบว่าภายในอาคารคอนโดมิเนี่ยมดังกล่าวมีการเปิดให้รถยนต์เข้าไปใช้บริการจอดรถยนต์บริเวณชั้น 1 และชั้น 2 จำนวนหลายคัน เบื้องต้นพบการกระทำความผิดอย่างชัดเจนอุกอาจและชัดเจนเนื่องด้วยเป็นพื้นที่ที่เมืองพัทยาออกหนังสือสั่งห้ามใช้อาคาร กำลังด้วยอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของสำนักงานที่ดินจังหวัดชลบุรีชี้ชัดเรื่องของการออกโฉนด หลังได้มีการดำเนินการตามกระบวนกฎหมายมาเป็นเวลาหลายปีแล้ว

โดยนายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า หลังจากมีการร้องเรียนถึงกระแสดังกล่าวจึงประสานผู้เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบ ซึ่งต้องแบ่งเป็น 2 กรณีคือ เรื่องของที่ดินที่มีปัญหาการครอบครองกันมานาน ซึ่งเมืองพัทยาได้ทำเรื่องเป็นสาธารณะอยู่ แต่ในสารบบของที่ดินยังเป็นที่ครอง ผู้ครอบครองเดิมจึงยังคงใช้พื้นที่จนกว่ารอคำสั่งพิจารณาจากสำนักงานที่ดินจังหวัดชลบุรี โดยหลังจากนี้จะให้กลุ่มงานกฎหมายเมืองพัทยาทำเรื่องไปยังสำนักงานที่ดินจังหวัดชลบุรีให้แจ้งข้อมูลไปยังผู้ครอบครอง โดยผู้ครอบครองเองก็มีความประสงค์จะมอบที่ดินบริเวณดังกล่าวให้เมืองพัทยา แต่ไม่สามารถรับได้เพราะเราเชื่อว่าเป็นที่ดินสาธารณะ

ส่วนเรื่องที่สองเรื่องของอาคารที่มีการก่อสร้างไม่ตรงแบบ โดยทาง ปปช.ชี้ว่าเป็นการออกโฉนดโดยมิชอบ และอยู่ระหว่างสำนักงานที่ดินจังหวัดชลบุรีจะชี้ชัดว่าออกโดยมิชอบหรือไม่ ซึ่งถ้าวินิจฉัยแล้วพบว่าออกโดยมิชอบจริงก็ให้ทางเอกชนเป็นผู้ทำการรื้อถอน ถ้าออกโดยชอบให้มายื่นดัดแปลงอาคาร ทั้งนี้คำสั่งห้ามใช้อาคารดังกล่าวดำเนินการมาตั้งแต่ปี 67 แต่พบว่ามีการละเมิดคำสั่ง มีการให้นำรถยนต์เข้ามาจอดซึ่งเป็นอันตราย นายกเมืองพัทยาจึงมอบอำนาจให้เจ้าหน้าที่สพนักงานช่างเมืองพัทยาไปแจ้งความบันทึกประจำวันเพื่อเอาผิดกับผู้เกี่ยวข้องในทันที

มิตรสหายร่วมอวยพรวันคล้ายวันเกิดครบ 70 ปี “วิเชียร แสงแก้ว” นักข่าวช่องมากสีรุ่นลายครามเมืองพัทยา

ค่ำวันที่ 23 ก.พ.69 ที่ร้านยักษ์ใหญ่แดนใต้ พัทยา คนอบครัวแสงแก้ว ได้จัดงานเลี้ยงสังสรรค์เนื่องในวันคล้ายวันเกิดนายวิเชียร แสงแก้ว ผู้สื่อข่าวช่อง 7 สี ประจำเมืองพัทยา หรือ ป๋าเชียร ครบ 70 ปีบริบูรณ์ ด้วยบรรยากาศที่เต็มไปด้วยเพื่อนฝูงมากมายหลายจากวงการในเมืองพัทยาร่วมแสดงความยินดี อาทิ

นายมีชัย อินทร์พิทักษ์ ประธานคณะทำงานนายกเมืองพัทยา นายดำรงค์เกียรติ พินิจการ รองนายกเมืองพัทยา นายสุรศักดิ์ ทุมมานนท์ นักข่าวอาวอาวุโสเมืองพัทยา นายอนันต์ กิ่งสร นายกสมาคมผู้สื่อข่าว่อง 3 ภาคตะวันออก และนายอัมพร แสงแก้ว นายกสมาคมนักข่าวพัทยา

ทั้งนี้ ภายในงานได้จัดเลี้ยงอาหารค่ำมากมายหลายเมนู พร้อมเครื่องดื่มให้ผู้มาร่วมงานได้ผ่อนคลาย โดยในพิธีการเป่าเค้กฉลองวันเกิด ท่ามกลางผู้มีเกียรติจำนวนมาก อาทิ นายมีชัย อินทร์พิทักษ์

ประธานคณะทำงานนายกเมืองพัทยา นายภูเดชา วิทยาธนะกุล คณะทำงานนายกเมืองพัทยา นายสุรศักดิ์ ทุมมานนท์ นักข่าวอาวุโสเมืองพัทยา นายอนันต์ กิ่งสร นายกสมาคมผู้สื่อข่าวช่อง 3 ภาคตะวันออก และนายอัมพร แสงแก้ว นายกสมาคมนักข่าวพัทยา

สำหรับนายวิเชียร แสงแก้ว ผู้สื่อข่าวช่อง 7 สี ประจำเมืองพัทยา หรือ ป๋าเชียร ช่อง 7 พัทยา เป็นผู้สื่ออาวุโสคนหนึ่งในเมืองพัทยา ที่มีผลงานการนำเสนอข่าวมาอย่างโชกโชนในวงการงานข่าวโทรทัศน์มากว่า 30 ปี ถือเป็นนักข่าวผู้มากประสบการณ์จนเป็นที่นับถือและเป็นที่รู้จักของนักข่าวรุ่นใหม่และคนในสังคมพัทยาเป็นอย่างมาก

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รองนายกฯ สุชาติ ลงพื้นที่​ ขสป.แม่ยวมฝั่งขวา​ และขสป.สาละวิน ติดตามความคืบหน้าการตัดถนนและทำลายต้นไม้

(23 ก.พ.69) พล.ต.ต.นันนทชาติ ศุภมงคล ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย นายณัฐ โก่งเกษร ผู้ตรวจราชการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม​ นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช นายชัยชาญ ศรียงค์ นายนฤพนธ์ ทิพย์มณฑา ผู้อำนวยการสำนักป้องกัน ปราบปราม และควบคุมไฟป่า​ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 สาขาแม่สะเรียง และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ยวมฝั่งขวา​ และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสาละวิน จังหวัดแม่ฮ่องสอน

เพื่อขยายผลตรวจสอบข้อเท็จจริง หลังได้รับรายงานว่ามีการตัดถนนใหม่ระยะทาง 6.6 กิโลเมตร ในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ยวมฝั่งขวา และในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสาละวินอีก 1.278 กิโลเมตร ซึ่งนายอรรถพล อธิบดีกรมอุทยานฯ ได้สั่งการให้รวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ส่งให้พนักงานสอบสวนเพื่อหาตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษตามกฎหมาย และสั่งการให้เร่งดำเนินการทำลายเส้นทางตัดใหม่และฟื้นฟูสภาพป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ยวมฝั่งขวา​ และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสาละวิน จังหวัดแม่ฮ่องสอน พร้อมกำชับให้ดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องทุกรายอย่างถึงที่สุด

โดยวันนี้ 23 ก.พ.69 เวลา 09.30 น. ได้มีการประชุมตรวจสอบข้อเท็จจริง ตามข้อสั่งการนายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรณีการทําถนนในพื้นที่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ยวมฝั่งขวา​ และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสาละวิน จ. แม่ฮ่องสอน ณ สภ.แม่ลาหลวง อ.แม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งเจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ กอ.รมน. แม่ฮ่องสอน ตำรวจชุดทีมสอบสวน ทหารพรานในพื้นที่ ฝ่ายปกครองและผู้นำชุมชน ได้มีโอกาสแสดงความคิดเห็นร่วมกันเกี่ยวกับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นทั้งหมด ทั้งนี้ในที่ประชุมผู้นำท้องถิ่นและเครือข่ายภาคประชาชนยืนยันว่า “พร้อมให้ความร่วมมือในทุกด้านกับทุกฝ่าย” และมีความเข้าใจในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างดี​ และพร้อมทำงานร่วมกับทุกหน่วยงานอย่างเต็มที่

ต่อมา เวลา 12.30 น. คณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้เดินทางลงพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ยวมฝั่งขวา และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสาละวิน เพื่อติดตามสถานการณ์การตัดถนนและตัดไม้ พล.ต.ต.นันนทชาติ ศุภมงคล ที่ปรึกษารมว.ทส.กล่าวว่า การลงพื้นที่ในวันนี้ได้รับคำสั่งจาก นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกฯและรมว.ทส.ให้ลงพื้นที่ร่วมกับนายอรรถพล เจริญชันษา ออส.เพื่อติดตามข้อเท็จจริงว่ามีการตัดถนนตามที่มีการนำเสนอข่าวหรือไม่ ก็พบว่ามีการตัดถนนจริง เห็นทั้งถนนเส้นเดิมและถนนเส้นใหม่ ซึ่งท่านรัฐมนตรีก็ได้ให้มาดูแลความเป็นธรรมกับราษฎรในพื้นที่และให้ความเป็นธรรมกับเจ้าหน้าที่ ซึ่งเมื่อมาเห็นแล้วก็พบว่ามีการกระทำผิดจริง พยานหลักฐานต่างๆก็จะอยู่ที่พนักงานสอบสวนจ.แม่ฮ่องสอน ซึ่งเจ้าหน้าที่คนใดที่กระทำผิดก็จะดำเนินคดีตามกฎหมายทุกคน ไม่มีละเว้น ขณะที่ทางกรมอุทยานฯก็ได้มีการตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงและดำเนินคดีดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว

นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานฯ กล่าวว่า วันนี้มาดูพื้นที่ที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ยวมฝั่งขวา​ และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสาละวิน ซึ่งก็ถือว่าเป็นการพิสูจน์ทราบว่าบางพื้นที่ก็จะเป็นร่องรอยเดิม บางส่วนก็จะมีขนาดใหญ่พอที่รถจะวิ่งได้ บางส่วนก็เป็นร่องรอยรถจักรยานยนต์และคนเดิน เพราะฉะนั้นก็จะมีร่องรอยทั้งใหม่และเก่า แต่โดยรวมแล้วมีวัตถุประสงค์เพื่อตัดใหม่ ซึ่งไม่ได้ผ่านกระบวนการการขออนุญาตตามระเบียบของทางราชการ อันนี้ถือว่าเป็นความผิด ซึ่งเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องจะถูกดำเนินการเอาผิดทางวินัยและกระบวนการตามกฏหมาย แต่อย่างไรก็ตามการรับฟังเสียงของพี่น้องประชาชนในพื้นที่นั้นก็มีส่วนสำคัญว่ามีความต้องการอย่างไรกับถนนเส้นนี้ ซึ่งจะเป็นอย่างไรต่อไปนั้น คงต้องมีการพูดคุยกันตลอดจนต้องผ่านขั้นตอนต่างๆเพื่อให้ทราบว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป แต่ขณะนี้พื้นที่ดังกล่าว ได้สั่งปิดและฟื้นฟูสภาพป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ยวมฝั่งขวา​ และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสาละวิน พร้อมกำชับให้ดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องทุกรายอย่างถึงที่สุด และให้เร่งดำเนินการตามกฎหมายกับผู้เกี่ยวข้อง​ทั้งหมดด้วย…

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ระห่ำ! ลูกทรพีคลั่งยาทำร้ายพ่อแม่แล้วซิ่งหนีชนรถตำรวจ ก่อนโดนยิงเจาะแขนจนมุมหน้า รร.บ้านนานาถ่อน

เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 พ.ต.อ.ประยุทธ์ เรือนทองคำ ผกก.สภ.เมืองมุกดาหาร พร้อมด้วย พ.ต.ท.ประหัส ปลายด่วน รอง ผกก.(สอบสวน) และ พ.ต.ต.บุญชัย อัฐนาค สว.(สอบสวน) ร่วมปฏิบัติการสกัดจับและระงับเหตุรุนแรงในครอบครัว หลังได้รับรายงานว่าเกิดเหตุ นายณัฐวุฒิ หรือตุ้ม อายุ 45 ปี ก่อเหตุคลุ้มคลั่งทำร้ายร่างกายบุพการีและขับรถหลบหนีการจับกุม กระทั่งในเวลาต่อมาเจ้าหน้าที่สามารถทำการสกัดและจับกุมนายณัฐวุฒิได้สำเร็จ

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าวันที่ 23 กุมภาพันธ์ ขณะเจ้าหน้าที่ฝ่ายป้องกันปราบปรามปฏิบัติหน้าที่ได้รับแจ้งว่า นายณัฐวุฒิ ซึ่งมีพฤติการณ์ทำร้ายร่างกาย นายสวัสดิ์ และ นางเรียน

บิดามารดา มาตั้งแต่ในช่วงเช้าแล้วหลบหนีไป แต่ต่อมาได้ย้อนกลับมาที่บ้านพักเลขที่ 247 หมู่ 5 ต.กุดแข้ เพื่อจะก่อเหตุซ้ำอีกครั้ง เมื่อเจ้าหน้าที่นำกำลังเข้าระงับเหตุ ผู้ก่อเหตุได้ขับรถยนต์

ยี่ห้อโตโยต้า สีน้ำเงิน ทะเบียน น 7613 มุกดาหาร หลบหนีมุ่งหน้าเข้าตัวเมืองมุกดาหารด้วยความเร็วสูง ระหว่างการติดตามอย่างกระชั้นชิดบริเวณปั๊มน้ำมันบางจาก เจ้าหน้าที่ได้นำรถยนต์

ตราโล่หมายเลขทะเบียน 6ขห 6230 กรุงเทพมหานคร เข้าชนสกัดบริเวณประตูด้านซ้ายเพื่อหยุดยั้งการหลบหนี แต่ผู้ก่อเหตุไม่ยอมหยุดรถและพยายามพุ่งชนเพื่อ

เปิดทางหลบหนีต่อ จ.ส.ต.ทวีศักดิ์ บุญพันธ์ เจ้าหน้าที่ฝ่ายป้องกันปราบปราม จึงตัดสินใจใช้อาวุธปืนประจำกายยิงไปที่ล้อรถยนต์เพื่อหยุดการเคลื่อนที่

ทว่ากระสุนได้พลาดไปถูกบริเวณแขนซ้ายของนายณัฐวุฒิจนได้รับบาดเจ็บ ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะสามารถเข้าควบคุมตัวได้บริเวณสามแยกหน้าโรงเรียนบ้านนานาถ่อน ตำบลโพนทราย

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ส่งตัวผู้ก่อเหตุไปยังโรงพยาบาลเพื่อทำการรักษา ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดของพนักงานสอบสวน โดยเตรียมสืบสวนขยายผลหามูลเหตุจูงใจและดำเนินคดีใน

ข้อหาทำร้ายร่างกายบุพการี และขัดขวางการจับกุมของเจ้าหน้าที่จนเป็นเหตุให้ทรัพย์สินราชการเสียหายต่อไป
ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาการ รายงาย

ตำรวจมุกดาหาร #สกัดจับระทึก #กุดแข้ #โพนทราย #ทำร้ายบุพการี #ข่าวอาชญากรรม #มุกดาหาร #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้ #CIAThailand

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “พลเอก บุญสิน” บรรยายพิเศษ “จากแนวหน้าสู่แนวหลัง สร้างพลังสามัคคี” แก่นักเรียนบางพลีราษฎร์บำรุง

ถ่ายทอดประสบการณ์จากแนวหน้าสู่เยาวชนคนรุ่นใหม่ “พลเอก บุญสิน พานกลาง” นายทหารราชองครักษ์พิเศษ และที่ปรึกษาผู้บัญชาการทหารบก เดินทางบรรยายพิเศษหัวข้อ “จากแนวหน้า

สู่แนวหลัง สร้างพลังสามัคคี” แก่นักเรียนโรงเรียนบางพลีราษฎร์บำรุง ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่นในวันปัจฉิมนิเทศ มุ่งปลูกฝังแนวคิดความรักชาติ ความรับผิดชอบ และพลังแห่งความสามัคคีสู่คนรุ่นใหม่

วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 พลเอก บุญสิน พาดกลาง นายทหารราชองครักษ์พิเศษ ที่ปรึกษาผู้บัญชาการทหารบก พร้อมคณะ เดินทางมาบรรยายพิเศษให้ความรู้แก่นักเรียนที่

โรงเรียนบางพลีราษฎร์บำรุง ตำบลบางพลีใหญ่ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ในหัวข้อ “จากแนวหน้าสู่แนวหลังสร้างพลังสามัคคี”

การจัดกิจกรรมครั้งนี้ดำเนินการโดย สมาคมแห่งสถาบันพระปกเกล้า และ มูลนิธิเพื่อสถาบันพระปกเกล้า ร่วมกับโรงเรียนบางพลีราษฎร์บำรุง โดยการประสานงานของประธานคณะ

กรรมการเครือข่ายผู้ปกครอง เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์ชีวิต การทำงานเพื่อประเทศชาติ และแนวคิดการสร้างความสามัคคีให้แก่เยาวชนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4–6

ภายในงานมีบุคคลสำคัญร่วมให้การต้อนรับ อาทิ นายมหรรณพ เดชวิทักษ์ อดีตสมาชิกวุฒิสภา และคณะผู้บริหารจากหน่วยงานด้านการศึกษาและความมั่นคงในพื้นที่ รวมถึง นายขจิตเวช แก้วน้อย นายอำเภอบางพลี, พ.ต.อ.ไพโรจน์ เพชรพลอย ผกก.สภ.บางพลี ตลอดจนผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

นอกจากนี้ ยังมีนักเรียนระดับประถมศึกษาจาก โรงเรียนวัดบางพลีใหญ่กลาง และ โรงเรียนวัดบางพลีใหญ่ใน เข้าร่วมรับฟังการบรรยาย ซึ่งตรงกับวันปัจฉิมนิเทศของนักเรียนโรงเรียนบางพลีราษฎร์บำรุง ประจำปีการศึกษา 2569 บรรยากาศเป็นไปอย่างอบอุ่น โดยมีนักเรียนและประชาชนขอถ่ายภาพเป็นที่ระลึกอย่างต่อเนื่อง


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐทีวี / “เติมเต็มคุณภาพชีวิตผู้พิการ มอบบ้านปรับสภาพ–สิ่งของจำเป็น สร้างโอกาสใหม่อย่างยั่งยืนในพื้นที่กรุงเทพฯ”

วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 13.00–15.30 น. สมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล นำโดย พ.ต.ศิริชัย ทรัพย์ศิริ นายกสมาคมฯ และกรรมการอำนวยการ สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เข้าร่วมกิจกรรมพิธีมอบบ้านที่

ได้รับการปรับสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยสำหรับคนพิการ พร้อมทั้งพิธีมอบพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ตลอดจนมอบเครื่องอุปโภคบริโภคเพื่อช่วยเหลือและบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายในการดำรงชีวิตของผู้พิการในพื้นที่กรุงเทพมหานคร

ในการนี้ ได้รับเกียรติจาก ร.ต.ท.ดร.มนัส โนนุช ประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ เป็นประธานในพิธีมอบ ณ บ้านคนพิการในพื้นที่แขวงกระทุ่มราย เขตหนองจอก และแขวงแสนแสบ เขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร

กิจกรรมดังกล่าวเกิดจากความร่วมมือของหลายหน่วยงาน อาทิ กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ, ศูนย์บริการคนพิการกรุงเทพมหานคร, กองทัพบก, สำนักงานเขตหนองจอก

สำนักงานเขตมีนบุรี ผู้นำชุมชน และเครือข่ายทหารผ่านศึก เพื่อร่วมกันยกระดับคุณภาพชีวิตผู้พิการให้สามารถอยู่อาศัยได้อย่างปลอดภัย เหมาะสม และมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

นับเป็นอีกหนึ่งภารกิจด้านสังคมสงเคราะห์ที่สะท้อนพลังความร่วมมือของภาครัฐ ภาคประชาสังคม และชุมชน ในการสร้างโอกาส ลดความเหลื่อมล้ำ และส่งเสริมการเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานของคนพิการอย่างเป็นรูปธรรม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯ สิงห์บุรี เปิดงาน “ถนนสายวัฒนธรรม” ในเทศกาลกินปลาครั้งที่ 31 ชูนโยบายปีทองแห่งการท่องเที่ยว

จังหวัดสิงห์บุรีเปิดพื้นที่โชว์อัตลักษณ์ท้องถิ่นอย่างยิ่งใหญ่ ในงาน “กิจกรรมถนนสายวัฒนธรรม” ภายใต้เทศกาลกินปลาและของดีเมืองสิงห์ ครั้งที่ 31 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 มุ่งเน้นการสืบสานศิลปวัฒนธรรมควบคู่กับการกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน

วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 17.30 น. ณ บริเวณสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสิงห์บุรี นายวราดิศร อ่อนนุช ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดงาน โดยมี นายสหชัย แจ่มประสิทธิ์สกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี พร้อมด้วยคณะหัวหน้าส่วนราชการ และเครือข่ายทางวัฒนธรรมเข้าร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง เพื่อร่วมผลักดันนโยบายรัฐบาลที่ส่งเสริมให้ปี 2569 เป็นปีทองแห่งการท่องเที่ยว

นายประสิทธิ์ พุ่มไม้ชัยพฤกษ์ วัฒนธรรมจังหวัดสิงห์บุรี ในฐานะคณะกรรมการจัดงาน กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ว่า การจัดกิจกรรมในครั้งนี้เป็นการผนึกกำลังระหว่างสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสิงห์บุรี ชมรมสิงห์นุรักษ์ ชมรมศิลปินร่วมสมัยสิงห์บุรี และสภาวัฒนธรรมจังหวัดสิงห์บุรี เพื่อสร้างพื้นที่ให้เครือข่ายวัฒนธรรมได้นำทุนทางปัญญามาถ่ายทอดองค์ความรู้และสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนอย่างยั่งยืนกิจกรรมเด่นภายในงาน (21 – 28 กุมภาพันธ์ 2569) ผู้เข้าชมงานจะได้สัมผัสกับเสน่ห์ของเมืองสิงห์ผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย อาทิ:

ศิลปะเทิดพระเกียรติ: การวาดภาพน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงStreet Art & Crafts: ชมการเพ้นท์สตรีทอาร์ท และเลือกซื้อผลิตภัณฑ์งานฝีมือจากศิลปินจังหวัดสิงห์บุรีโดยตรงการแสดงทางวัฒนธรรม: ชมการแสดงดนตรีไทย การแสดงหนังใหญ่ และศิลปะการแสดงที่สะท้อนอัตลักษณ์ของกลุ่มชาติพันธุ์ในจังหวัดสิงห์บุรี

นายวราดิศร อ่อนนุช ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี กล่าวชื่นชมคณะกรรมการจัดงานและผู้สนับสนุนทุกภาคส่วน ที่ร่วมแรงร่วมใจกันจัดงานจนประสบความสำเร็จ ซึ่งนอกจากจะเป็นการบำรุงรักษาวัฒนธรรมสิงห์บุรีให้ยั่งยืนแล้ว ยังเป็นการสร้างงานสร้างอาชีพให้แก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่อีกด้วย
จังหวัดสิงห์บุรีจึงขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยว เข้าชมงานถนนสายวัฒนธรรมในเทศกาลกินปลาและของดีเมืองสิงห์ ณ บริเวณสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสิงห์บุรี ต.บางมัญ อ.เมืองสิงห์บุรี ได้จนถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์นี้

สี่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /”นาตาลี” ปักธงเป็นนายกเทศบาลทับสะแก ตามความคาดหมาย ชนะคู่แข่งขาดลอย พร้อมดูแลพี่น้องชาวทับสะแก/สภ.ห้วยยาง จัดโครงการตำบลยั่งยืนเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจร

วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สื่อข่าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ รายงานว่า จากการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลทับสะแกแทน นายพงษ์พันธ์ เผ่าประทาน ที่ลาออกไปลงสมัคร

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 3 จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดย ได้ภรรยาคือ น.ส.ปารีณา ซักเซ็ค บุตรสาว ท่านมนัญญา ไทย
เศรษฐ์ อดีต รมช.กระทรวงเกษตรฯ ซึ่งได้มาร่วมเป็นกำลังใจบุตรสาวในครั้งนี้ด้วย

ผลการนับคะแนนเลือกตั้ง นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลทับสะแก (อย่างไม่เป็นทางการ) ผลปรากฎว่า น.ส.ปารีณา ซักเซ็ค ผู้สมครนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลทับสะแก หมายเลข 1 ได้คะแนน 2,181 นายวิมลศักดิ์ ตันเจริญ ผู้สมัครหมายเลข 2 ได้คะแนน 1,102

สำหรับ น.ส.ปารีณา ซักเซ็ค ว่าที่นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลทับสะแก คนใหม่ เป็นภรรยา นายพงษ์พันธ์ เผ่าประทาน ว่าที่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 3 จ.ประจวบคีรีขันธ์ พรรคภูมิใจไทย ได้กล่าวขอบคุณพี่น้องชาวทับสะแกทุกท่านที่ออกมาใช้สิทธิ์ และขอบคุณทุกท่านที่มอบความไว้วางใจ โดยตนเองจะเข้าไปทำหน้าที่ให้ดีที่สุด

////////////////

ข่าว. ณัฐธภพ พันสาย. / จ.ประจวบคีรีขันธ์. 0623644468

สภ.ห้วยยาง จัดโครงการตำบลยั่งยืนเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจร ตามยุทธศาสตร์ชาติประจำปีงบประมาณ 2569ที่ศูนย์ปฏิบัติการตำบลยั่งยืนฯ หมู่บ้านน้ำตกสายหนึ่ง ม.11ตำบลห้วยยาง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

นายมนต์ชัย หนูสายนายอำเภอทับสะเเกเป็นประธานในพิธีเปิด โครงการตำบลยั่งยืนเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจรตามยุทธศาสตร์ชาติประจำปีงบประมาณ 2569โดยมี พ.ต.อ.เฉลิมวุฒิ วงศ์เวียงจันทร์รอง ผบก.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์

พ.ต.อ.วีระพัฒน์ เกตุษา ผกก.สภ.ห้วยยาง พ.ต.ท.สหธัญ กำบิลดีลิราช รอง ผกก.ป.สภ.ห้วยยางนางสาวณุกานดา จันทราภรณ์ สาธารณสุขอำเภอทับสะเเก ผู้แทนผู้อำนวยการ สกร.อำเภอทับสะเเก

นางรัตนากร ศรวัฒนาพัฒนาการอำเภอทับสะเเก นางสาวอุษณีย์ ทอดสนิท กำนันตำบลห้วยยาง นางพัชชา เเดงฉ่ำผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 3 ต.ห้วยยาง นายชาตรี วณิชวรสกุล ประธาน กต.ตร.สภ.ห้วยยาง ร.ต.เอนก รูปโคมชุด ฉก.จงอางศึก

นางสาวทิพวรรณ อิ่มชื่น รักษาการเเทน ผอ.รพ.สต.สภ.ห้วยยาง นางศศิมน พิมลสกลวงศ์ ผอ.รพ.สต.บ้านเนินดินแดง ผู้แทนองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง พร้อมทั้งชาวบ้าน ทั้ง 2 ชุมชน คือบ้านทุ่งยาว ม.3 เเละ บ้านน้ำตกสายหนึ่ง ม.11 ต.ห้วยยาง อ.ทับสะเเก เข้าร่วมกิจกรรม

พ.ต.อ.วีระพัฒน์ เกตุษา ผกก.สภ.ห้วยยาง กล่าวว่า การดำเนินงาน“โครงการตำบลยั่งยืนเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจรตามยุทธศาสตร์ชาติ ประจำปีงบประมาณ 2569” สถานีตำรวจภูธรห้วยยาง จ.ประจวบคีรีขันธ์

ได้กำหนดชุมชนเป้าหมาย 2 ชุมชน คือ บ้านทุ่งยาว ม.3 และบ้านน้ำตกสายหนึ่ง ม.11 ต.ห้วยยาง อ.ทับสะแก โดยมีเป้าหมายในการดำเนินการค้นหาผู้ใช้ ผู้เสพ ผู้ติดยาเสพติดในชุมชน โดยการ x-ray คนในชุมชนอายุเป้าหมาย 12-65 ปี เพื่อนำมาบำบัดรักษาในชุมชนด้วยกระบวนการ CBTx เพื่อ ลด-ละ-เลิกยาเสพติด

โดยมีภาคีเครือข่ายเข้าร่วมสนับสนุนในโครงการ อาทิ สาธารณสุข ปกครอง ท้องถิ่น และตำรวจ ถือเป็น 4 เสาหลักของโครงการ และมีท่านนายอำเภอทับสะแก เป็นเสาเอกของโครงการ ช่วยกำกับดูแลหน่วยงานในปกครองอย่างดี ทั้งนี้

โครงการดังกล่าวจะประสบความสำเร็จตามเจตนารมณ์ได้ ต้องได้รับความร่วมมือร่วมใจของคนในชุมชนที่สำคัญ คณะกรรมการคุ้มทุกคน จะเป็นผู้ช่วยสำคัญในการขับเคลื่อนโครงการ ผกก.สภ.ห้วยยาง กล่าว

//////////////////////
ข่าว ณัฐธภพ พันสาย 0623644468

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / น้องน้ำผึ้ง ร.ต.อ.หญิงกนกวรรณ ศรีปัญญา คว้ามงกุฎนางสาวน่าน ประจำปี 2569 ไปครอง ในงานประจำปีและของดีเมืองน่าน

วันนี้ 21 กุมภาพันธ์ 2569 ณ บริเวณเวทีกลาง งานของดีเมืองน่าน บริเวณริมน้ำน่านเชิงสะพานพัฒนาภาคเหนือตำบลในเวียง อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน พร้อมด้วยนางเหมือนใจ วงศ์ใหญ่ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดน่าน รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน หัวหน้าส่วนราชการและผู้สนับสนุนการประกวด ร่วมมอบมงกุฎ ของรางวัลและสายสะพายพร้อมเงินรางวัลให้แก่นางสาวน่าน และรองนางสาวน่าน ในการประกวดนางสาวน่าน ประจำปี 2569

ด้วยจังหวัดน่านได้กำหนดให้มีการจัดการประกวดนางสาวน่าน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อคัดเลือกผู้ที่เหมาะสมให้ดำรงตำแหน่งนางสาวน่านประจำปี 2569 และเป็นตัวแทนในการเผยแพร่วัฒนธรรมประเพณีที่ดีงามของจังหวัดน่าน โดยมีสาวงามสมัครเข้าร่วมชิงชัยมงกุฎนางสาวน่านประจำปี 2569 จำนวน 26 คน ซึ่งดำเนินการจัดการประกวดโดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดน่าน และหน่วยงาน องค์กรที่เกี่ยวข้อง

โดยผลการประกวดนางสาวน่าน งานประจำปีและของดีเมืองน่าน 256รางวัลชนะเลิศนางสาวน่าน ได้แก่ หมายเลข 7 ร.ต.อ.หญิงกนกวรรณ ศรีปัญญา น้องน้ำผึ้ง อำเภอเวียงสา เป็นผู้ส่งเข้าประกวด ได้รับเงินรางวัล 40,000 บาท พร้อมมงกุฎพร้อมสายสะพายประจำตำแหน่ง, ตำแหน่ง Biovech Ambassador 2026 พร้อมเงินประจำตำแหน่ง 120,000 บาท, Voucher จาก Dr.Keaw clinic มูลค่า 40,000 บาท, สมาชิก Flamingo Fitness ระยะเวลา 1 ปี, สิทธิ์เข้าพัก ชีววิถีเฮิร์บ เวลเนส สเตย์ ฟรี ภายใน 1 ปี จำนวน 3 ครั้ง, บัตรโดยสารสายการบินไทยแอร์เอเชีย เส้นทางภายในประเทศ (น่าน-ดอนเมือง) ไปกลับ 2 ที่นั่ง, บัตรชมภาพยนตร์จาก Major Cineplex 5 ที่นั่ง, และขันน้ำพานรอง

🥈รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ หมายเลข 23 นางสาวนันทัชพร ไชยเกิด น้องแมงปอ นาน้อยรีสอร์ตและห้วยแก้วรีสอร์ต โดยคุณสุนทรีย์ โนทะ ส่งเข้าประกวด ได้รับเงินรางวัล 25,000 บาท พร้อมมงกุฎพร้อมสายสะพายประจำตำแหน่ง, Voucher จาก Dr.Keaw clinic มูลค่า 30,000 บาท, สมาชิก Flamingo Fitness ระยะเวลา 3 เดือน, สิทธิ์เข้าพัก ชีววิถีเฮิร์บ เวลเนส สเตย์ ฟรี ภายใน 1 ปี จำนวน 1 ครั้ง, บัตรชมภาพยนตร์จาก Major Cineplex 5 ที่นั่ง, และขันน้ำพานรอง

🥉รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ หมายเลข 21 นางสาวปริญทิพย์ คำแสน น้องบีม อำเภอท่าวังผาส่งเข้าประกวด ได้รับเงินรางวัล 20,000 บาท พร้อมมงกุฎพร้อมสายสะพายประจำตำแหน่ง, Voucher จาก Dr.Keaw clinic มูลค่า 20,000 บาท, สมาชิก Flamingo Fitness ระยะเวลา 1 เดือน, บัตรชมภาพยนตร์จาก Major Cineplex 5 ที่นั่ง, และขันน้ำพานรอง

🏅รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 3 ได้แก่ หมายเลข 4 นางสาวรุ่งลาวัลย์ ใชแล น้องริด้า ร้านนครน่านเวดดิ้ง&สตูดิโอ ส่งเข้าประกวด ได้รับเงินรางวัล 15,000 บาท พร้อมมงกุฎพร้อมสายสะพายประจำตำแหน่ง, Voucher จาก Dr.Keaw clinic มูลค่า 10,000 บาท, สมาชิก Flamingo Fitness ระยะเวลา 1 เดือน, และขันน้ำพานรอง

🏅รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 4 ได้แก่ หมายเลข 22 นางสาวณัฐริวรรณ นันไชย น้องเนย เทศบาลเมืองน่าน เป็นผู้ส่งเข้าประกวด ได้รับเงินรางวัล 10,000 บาท พร้อมมงกุฎพร้อมสายสะพายประจำตำแหน่ง, Voucher จาก Dr.Keaw clinic มูลค่า 8,000 บาท, สมาชิก Flamingo Fitness ระยะเวลา 1 เดือน, และขันน้ำพานรอง

🤎รางวัล People’s Choice ได้แก่ หมายเลข 7 ร.ต.อ.หญิงกนกวรรณ ศรีปัญญา น้องน้ำผึ้ง อำเภอเวียงสา เป็นผู้ส่งเข้าประกวด ได้รับเงินรางวัล 10,000 บาท พร้อมสายสะพาย

❤️รางวัลนางงามมิตรภาพ ได้แก่หมายเลข 7 ร.ต.อ.หญิงกนกวรรณ ศรีปัญญา น้องน้ำผึ้ง อำเภอเวียงสา เป็นผู้ส่งเข้าประกวด ได้รับเงินรางวัล 5,000 บาทพร้อมสายสะพาย

🧡รางวัลแม่ญิงน่าน นุ่งซิ่นงาม ได้แก่ หมายเลข 7 ร.ต.อ.หญิงกนกวรรณ ศรีปัญญา น้องน้ำผึ้ง อำเภอเวียงสา เป็นผู้ส่งเข้าประกวด ได้รับเงินรางวัล 10,000 บาท พร้อมสายสะพาย

💛รางวัลนางงามผมสวย by Biovech ได้แก่ หมายเลข 26 นางสาวเปมิกา นิธิโชติยานันท์ น้องเฟิร์น องค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน ส่งเข้าประกวด ได้รับเงินรางวัล 10,000 บาท พร้อมสายสะพาย

💙รางวัลนางงามหุ่นสวย by Flamingo Fitness ได้แก่ หมายเลข 13 นางสาวจินตพร แซ่จ๋าว น้องมาย อำเภอบ้านหลวงส่งเข้าประกวด ได้รับเงินรางวัล 5,000 บาท พร้อมสายสะพาย และสมาชิก Flamingo Fitness ระยะเวลา 1 ปี

🩵รางวัลนางงามผิวสวย by GeeGee’ ได้แก่ หมายเลข 4 นางสาวรุ่งลาวัลย์ ใชแล น้องริด้า นครน่านเวดดิ้ง&สตูดิโอ ส่งเข้าประกวด ได้รับเงินรางวัล 10,000 บาท พร้อมสายสะพาย และผลิตภัณฑ์มูลค่า 10,000 บาท

💚รางวัล BOV Starts Talents (TIKTOK) ได้แก่ หมายเลข 23 นางสาวนันทัชพร ไชยเชิด น้องแมงปอ นาน้อยรีสอร์ตและห้วยแก้วรีสอร์ต โดยคุณสุนทรีย์ โนทะ ส่งเข้าประกวด ได้รับเงินรางวัล 10,000 บาท พร้อมสายสะพาย และ Trophy

💜รางวัลชุดราตรียอดเยี่ยม ได้แก่ หมายเลข 7 ร.ต.อ.หญิงกนกวรรณ ศรีปัญญา น้องน้ำผึ้ง อำเภอเวียงสา เป็นผู้ส่งเข้าประกวด ได้รับเงินรางวัล 10,000 บาท พร้อมสายสะพาย

🩶รางวัลขวัญใจสื่อมวลชน ได้แก่ หมายเลข 7 ร.ต.อ.หญิงกนกวรรณ ศรีปัญญา น้องน้ำผึ้ง อำเภอเวียงสา เป็นผู้ส่งเข้าประกวด ได้รับเงินรางวัล 5,000 บาท พร้อมสายสะพาย

🩷รางวัลขวัญใจมหาชน ได้แก่ หมายเลข 20 นางสาววิชญาดา งามอุดม น้องแพทตี้ อำเภอนาหมื่น เป็นผู้ส่งเข้าประกวด ได้รับเงินรางวัล 15,000 บาท พร้อมสายสะพาย

ขอขอบคุณภาพ/ข่าว : ส.ปชส.น่าน/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “ฝ้าย พีรญา” นำทัพบวงสรวงเปิดกล้องซีรีส์ “BROKEN (Of) LOVE หัวใจช้ำรัก” ประเดิมความฟินคู่ “อะตอม ปริยะ” ครั้งแรก

เรียกว่ากระแสดีตั้งแต่เริ่มเปิดตัวในโซเชียลกันเลยทีเดียว เมื่อ Fabel Entertainment ที่นำทีมโดยนักแสดงสาว “ฝ้าย พีรญา มะลิซ้อน” เผยโฉมหน้า

นักแสดงน้องใหม่ในสังกัดอย่าง “อะตอม ปริยะ ปิยะพันธ์โอภาส” เมื่อสัปดาห์ก่อน ล่าสุดได้ฤกษ์งามยามดีลั่นฆ้องจัดงานบวงสรวงซีรีส์ “BROKEN (Of) LOVE หัวใจช้ำรัก” ซีรีส์เกิร์ลเลิฟเอาใจสายแซฟฟิกเรื่องแรกของ Fabel

Entertainment ที่จะเป็นการประกบคู่ร่วมงานกันเป็นครั้งแรกของ ฝ้ายและอะตอม ร่วมด้วยนักแสดงมากฝีมืออย่าง ญารินดา บุนนาค และ คานธี วสุวิชย์กิต มาร่วมสร้างสีสัน โดยงานจัดขึ้น ณ ศาลพระตรีมูรติ บริเวณลานหน้าเซ็นทรัลเวิลด์

ซีรีส์ “BROKEN (Of) LOVE หัวใจช้ำรัก” เป็นเรื่องราวของ “อริสา” หญิงสาวผู้เพียบพร้อม แต่มีปมในใจกับการกลับมาแก้แค้นและต่อสู้กับอำนาจมืด

ก่อนที่จะพบกับ “ลลิน หรือ ไลลา” นักเปียโนสาวในบาร์แจ๊ส ที่ทำให้อริสาเหมือนได้พบกับแสงสว่างในชีวิต โดยหารู้ไม่ว่านั่นคือสิ่งที่อันตรายที่สุด ‘เมื่อคนที่เรารัก กลายเป็นลูกของศัตรูที่เราเกลียดที่สุด’

โดยจะเดินหน้าถ่ายทำปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้ และได้รับชมกันปลายเดือนมีนาคม ผ่านช่องทาง YouTube ของ Fabel Entertainment

Keyword : FAYE ATOM BLESSING CEREMONY
Hashtag หลัก : #BrokenOfLoveTheSeries

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นางสาวอ้อยใจ คำบุญเรือง นายอำเภอชุมแพ, ท้องถิ่น อ.ชุมแพ ประชุมสภาองค์การบริหารส่วนตำบลหนองเขียด.ครั้งแรก

ในวันศุกร์ ที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ เวลา๑๐.๐๐ ห้องประชุมสภาองค์การบริหารส่วนตำบลหนองเขียด อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น โดยนางสาวอ้อยใจ คำบุญเรือง นายอำเภอชุมแพ เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมครั้งแรก ประจำปี 2569 นายอดิศักดิ์ สละ ท้องถิ่นอำเภอชุมแพ

ร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิด พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมพิธีเปิดการประชุม โดยพร้อมเพรียง ณ ห้องประชุมสภาองค์การบริหารส่วนตำบลหนองเขียด

การประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อดำเนินการตามระเบียบขั้นตอนของระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยข้อบังคับการประชุมสภาท้องถิ่นฯ เพื่อดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมายภายหลังคณะกรรมการการเลือกตั้งได้ประกาศรับรองผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ

โดยนางสาวอ้อยใจ คำบุญเรือง นายอำเภอชุมแพประธานในพิธี กล่าวเปิดการประชุมสภาอย่างเป็นทางการ จากนั้น
นางสาวศุภามาศ แก้วดวงดี ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลหนองเขียด ทำหน้าที่ เลขานุการสภาชั่วคราว อ่านประกาศเรื่องเรียก

ประชุมสภาองค์การบริหารส่วนตำบลครั้งแรก และให้สมาชิกเสนอรายชื่อผู้ที่จะมาทำหน้าที่เป็นประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบลหนองเขียดชั่วคราว ที่ประชุมเลือก นายสมพร โสกันทัต ผู้อาวุโสสูงสุดของสภา ทำหน้าที่เป็นประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบลหนองเขียดชั่วคราว

สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลหนองเขียด ดังนี้-นายสุรศักดิ์ บุญเฮ้า ส.อบต.หมู่ 1-นายสมาน แก้วดวงตา ส.อบต.หมู่2-นายสวาท อ่อนอภัย ส.อบต.หมู่3-นายพิศิษฐ์ สีแก้ว ส.อบต หมู่ 4
-นายยุทธการณ์ ปาสาตัง ส.อบต.หมู่ 5-นายกิตติศักดิ์ นามนัย ส.อบต.หมู่6-นายเนียม บุดดาดวง ส.อบต.หมู่ 7-นายธีรภัทร ทานาม ส.อบต.หมู่ 8-นายสมพร โสกันทัต ส.อบต.หมู่ 9
-นายตรี ลุนอุดม ส.อบต.หมู่ 10

กล่าวคำปฏิญาณตนในที่ประชุมสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลหนองเขียด ลงมติเสนอชื่อ-นายกิตติศักดิ์ นามนัย ประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบลหนองเขียด-นายตรี ลุนอุดม รองประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบลหนองเขียด-นางสาวศุภามาศ แก้วดวงดี เลขานุการสภาองค์การบริหารส่วนตำบลหนองเขียด

จากนั้นนายกิตติศักดิ์ นามนัย ประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบลหนองเขียด ได้กำหนดวันประชุมสภา ครั้งต่อไป
ให้อยู่ในห้วงวันที่ 2 มีนาคม พ .ศ.2569 เพื่อให้การดำเนินงานของสภาองค์การบริหารส่วนตำบลหนองเขียดเป็นไปอย่างมีระเบียบ มีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับบทบาทหน้าที่ตามกฎหมายฯ

โดยคณะผู้บริหารชุดใหม่ นำโดย นายสำราญ ลุนอุดม นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองเขียด จะได้แถลงนโยบายต่อสภาองค์การบริหารส่วนตำบลหนองเขียด เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาองค์การบริหารส่วนตำบลหนองเขียด

ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการทำงานในสมัยใหม่ของสภา ซึ่งมุ่งเน้นการพัฒนาท้องถิ่นอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนในพื้นที่อย่างแท้จริง ในวันที่ 2 มีนาคม พ.ศ.2569 วินฅนชนข่าวสื่อรัฐทีวี

สือรัฐ ทีวี บก.เอกสิทธ์ หมวดทอง