เลย​ -​ฉก.ทพ.2102 ตรวจยึดรถจักรยานยนต์ กลางแม่น้ำเหือง ขณะเตรียมส่งสปป.ลาว เพื่อตรวจสอบ ที่ บ้านหนองปกติ

เมื่อ​วันที่​ 16 กันยายน 2567 เวลา 18.00น​ โดย ร.ท.อาคม คำจุลฬา ผบ.ร้อย.ฉก.ทพ.2102 ฉก.ทพ.21 ได้รับเเจ้งจากเเหล่งข่าว ทราบว่าจะมีการลักลอบนำรถจักรยานยนต์ข้ามไปยัง สปป.ลาว ที่บริเวณกลางแม่น้ำเหือง​ บ้านหนองปกติ หมู่ที่ 5 ต.อาฮี อ.ท่าลี่ จว.เลย พิกัด 47Q QV 452 515 โดยมีนายทุนฝั่ง สปป.ลาว ได้สั่งซื้อรถจากนายทุนฝั่งไทย

พื้นที่ บ.หนองปกติฯ จึงได้สั่งการให้ ชป.2 ทำการ ซุ่มจุดเสี่ยง/จุดเพ่งเล็ง ครั้นเมื่อเวลา 2345 มีเรือจากฝั่ง สปป.ลาว ข้ามมาจอดริมตลิ่งฝั่งไทย จากนั้นตรวจพบแสงไฟ ขึ้นมาจากริมน้ำ มีชายไม่ทราบสัญชาติ เดินขึ้นมาเข็นรถจักรยานยนต์ ลงไปริมตลิ่ง ชุดซุ่ม จึงได้แสดงตัว เมื่อชายดังกล่าว เห็นว่าเป็น จนท. ตกใจ จึงได้ทิ้งรถจักรยานยนต์ กระโดดลงแม่น้ำ ว่ายน้ำหลบหนีข้ามไปยังฝั่ง สปป.ลาว หน่วยฯ จึงได้ทำการตรวจยึดรถจักรยานยนต์ จำนวน 1 คัน ยี่ห้อ Honda wave110 i สีขาว-แดง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน​ และ เรือกีบ จำนวน 1 ลำ

หน่วยฯได้บันทึกภาพถ่ายพร้อมวีดีโอไว้เป็นหลักฐานและนำรถจักรยานยนต์มาไว้ที่ บก.ร้อย.ฉก.ทพ.2102 เพื่อตรวจสอบ และรอดำเนินการตามกฏหมายต่อไป

ศูนย์ข่าวมุกดาหาร #กองทัพบกroyalthaiarmy #กองทัพภาคที่2 #กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี

เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รา

เปิดแล้ว..! งานท่องเที่ยวประจวบคีรีขันธ์ มหัศจรรย์เมืองสามอ่าว และงานกาชาดปี 67 สปสช. เขต 5 เพิ่มประสิทธิภาพด้านการสื่อสารประชาสัมพันธ์เชิงรุก

เมื่อเวลาประมาณ 19.30 น.วันที่ 13 กันยายน 2567 ที่บริเวณเวทีกลางการจัดงาน บนสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติรัชกาลที่ 9 หน้าศาลากลางจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายสมคิด จันทมฤก ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานในพิธีเปิดงานท่องเที่ยวประจวบคีรีขันธ์ มหัศจรรย์เมืองสามอ่าว และงานกาชาดประจำปี พ.ศ.2567 ซึ่งจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้ร่วมกับ สำนักงานการท่องเที่ยว สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดขึ้น ในระหว่างวันที่ 13 – 22 กันยายน พ.ศ.2567 ณ บริเวณสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ ร.9 หน้าศาลากลางจังหวัด และถนนเลียบชายทะเลอ่าวประจวบฯ เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจ และสร้างรายได้ให้กับชุมชน โดยมี นายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล นายคมกริช เจริญพัฒนสมบัติ และนายองครักษ์ ทองนิรมล นายสินาทร โอ่เอี่ยม รองผู้ว่าราชการจังหวัด นายปรีดา สุขใจ ปลัดจังหวัด นายสราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์ นายกอบจ.ประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ เข้าร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิดงาน

เมื่อช่วงเวลาประมาณ 16.00 น.ก่อนเริ่มพิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการได้มีการจัดขบวนแห่เฉลิมพระเกียรติ จากทั้ง 8 อำเภอ ที่นำเสนอเกี่ยวกับอัตลักษณ์ความเป็นไทยของแต่ละพื้นที่ในแต่อำเภอ โดยผู้เข้าร่วมขบวนทุกคนเน้นแต่งกายสวมใส่ด้วยชุดผ้าไทย ตามโครงการ”ผ้าไทยใส่ให้สนุก” เข้าร่วมเดินขบวน มีการแสดงการละเล่นท้องถิ่นของไทยในอดีต เช่น งูกินหาง มอญซ่อนผ้า ม้าก้านกล้วย เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีการแสดงโขน รามเกียรติ์ การตีกลองสะบัดชัย และการรำเทิดพระเกียรติ และการแสดงของน้องๆเยาวชนจากโรงเรียนต่างๆ อีกด้วย
ในส่วนของเวทีกลางการจัดงาน ยังมีการแสดง Opening Show ชุดการแสดง”ปลานวลจันทร์ มหัศจรรย์ปลาแห่งพระราชา การแสดง Amazing ธิดาผ้าไทย 2024 จากกรรมการและสมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัดประจวบฯ ร่วมกับจิตอาสากาชาดและชมรมนาฏศิลป์สร้างสรรค์ประจวบคีรีขันธ์ การแสดงชุดเปรตสัมภเวสี จากโรงเรียนเทศบาลบ้านหนองบัว การแสดงบทเพลงพระราชนิพนธ์ใกล้รุ่ง การแสดงต้อนรับมหัศจรรย์เมืองสามอ่าว จากโรงเรียนเทศบาลวัดธรรมิการาม เป็นต้น

โดยภายในงานตลอด 10 วัน มีกิจกรรมต่างๆมากมาย ประกอบด้วย ชมการตกแต่งไฟสวยงาม การจัดแสดง แสง สี เสียง และนิทรรศการต่างๆ ภายใต้แนวคิดเมือง 3 อ่าว การแสดงวัฒนธรรมศิลปะพื้นบ้าน และการแสดงดนตรีจากศิลปินท้องถิ่น ศิลปินดัง การแสดงชิงช้าสวรรค์ ทูบีนัมเบอร์วัน ประจวบคีรีขันธ์ การประกวดสาวงามเมืองสามอ่าว การประกวด Miss Queen การแข่งขันตะกร้อลอดห่วง การแข่งขันกีฬามวยไทยนานาชาติ กิจกรรมตามรอยพ่อหลวงพิชิตยอดเขาช่องกระจก นอกจากนี้ที่บริเวณสะพานสราญวิถี ยังมีลานวัฒนธรรมสนุกสนานกับการเรียนรู้ ลงมือทำ ในบูธกิจกรรมสาธิตภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม และ workshop ศิลปะ และกิจกรรมเที่ยวชิม ช้อปปิ้ง กินเพลิน ในโซน OTOP Cafe และ OTOP Super market ตลาดแห่งความสุข(แฮปปี้เน็ตมาร์เก็ต ) บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัด กิจกรรมล้วงไหของการออกร้านกาชาดการกุศล ร่วมทำบุญกับกาชาด การแสดงแฟชั่นโชว์ผ้าไทย อีกด้วย ซึ่งในส่วนของความบันเทิงภายในงานได้มีการเปิดให้ชมฟรี มินิคอนเสิร์ตจากศิลปินดัง อาทิ แบงค์ ปรีติ (Clash) เอ ไมค์ทองคำ แพรวา พัชรี รำวงไพรอาร์ท รำวงประยุกต์สอนสุพรรณโชว์ และอื่นๆอีกมากมาย

นายสมคิด จันทมฤก ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า การจัดงานในครั้งนี้ เพื่อมุ่งหวังที่จะสามารถดึงดูดประชาชน -นักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และจังหวัดโดยรอบให้เดินทางมาท่องเที่ยวในพื้นที่ เพื่อให้เกิดการสร้างรายได้เข้าสู่ชุมชน และผู้ประกอบการธุรกิจการท่องเที่ยว ธุรกิจร้านค้าร้านอาหารในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ อีกทั้ง ยังเป็นการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวผ่านสื่อออนไลน์ที่สามารถเข้าถึงกลุ่มคนได้ทุกเพศทุกวัย ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ สร้างการรับรู้และความสนใจในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ให้เพิ่มมากขึ้น วัตถุประสงค์เพื่อประชาสัมพันธ์ Soft Power ด้านวิถีชีวิต ประเพณีวัฒนธรรมของชาวประจวบคีรีขันธ์ ที่สามารถนำมาประยุกต์เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว เพิ่มการกระจายสินค้าท้องถิ่น และเพื่อให้เห็นถึงความสวยงามของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งมีสถานที่ท่องเที่ยวต่างฯ อีกมากมาย

สปสช. เขต 5 เพิ่มประสิทธิภาพด้านการสื่อสารประชาสัมพันธ์เชิงรุกในระดับเขต เพื่อให้ประชาชนรับรู้ข้อมูลข่าวสารที่รวดเร็ว ฉับไว เข้าถึงการให้บริการที่ถูกต้อง

วันที่ 12 กันยายน 2567 ที่ห้องประชุมโรงแรมไมด้า แกรนต์ ทวารวดี อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม นายแพทย์พีระมน นิงสานนท์ ผู้อำนวยการเขตสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ( สปสช. ) เขต 5 ราชบุรี เป็นประธานเปิดการประชุม เพิ่มประสิทธิภาพด้านการสื่อสารประชาสัมพันธ์เชิงรุก ในระดับเขตพื้นที่ สปสช. เขต 5 ราชบุรี โดยมีสื่อมวลชนแขนงต่าง ๆ ในเขตพื้นที่ 8 จังหวัด ประกอบด้วย จ.กาญจนบุรี เพชรบุรี ราชบุรี นครปฐม สมุทรสงคราม สมุทรสาคร สุพรรณบุรี ประจวบคีรีขันธ์ โดยมีสื่อประชาสัมพันธ์จังหวัด สื่อสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย สื่อเครือข่ายวิทยุชุมชน สื่อเครือข่ายออนไลน์ และสื่อหนังพิมพ์ รวมไปถึงสื่อทีวีส่วนกลาง และท้องถิ่น เข้าร่วมประชุม

โดยมี นางจันทนา พิณทิพย์ นักวิชาการหลักประกันสุขภาพ ปฏิบัติหน้าที่รองผู้อำนวยการกลุ่มฯ นางสุกัญญา วงศ์ศิริ นักวิชาการหลักประกันสุขภาพ มาบรรยาย ให้ความรู้ รับทราบถึงสิทธิประโยชน์ ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ การคุ้มครองสิทธิ และนโยบายต่าง ๆ นำไปเผยแพร่ให้แก่ประชาชนผู้รับบริการ ผู้ให้บริการ และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องในเขตพื้นที่ของตนเอง อีกทั้งมีนางสาวโสภาพันธุ์ รักษาธรรม และนางสาวศศิมณี นันตาวรรณ์ นักวิชาการหลักประกันสุขภาพ ได้ บรรยายถึง การวางแผ่นขับเคลื่อนงานสื่อสารประชาสัมพันธุ์สิทธิประโยชน์หลักประกันสุขภาพในพื้นที่ปี 2568


นายแพทย์พีระมน นิงสานนท์ ผู้อำนวยการเขตสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ( สปสช. ) เขต 5 ราชบุรี ได้กล่าวในที่ประชุมถึง สิทธิบัตรทอง 30 บาท คุ้มครองค่าใช่จ่าย ซึ่งมีปัจจัยในการให้บริการสร้างเสริมสุขภาพ การตรวจโรค การตรวจ และรับฝากครรถ์ ตลอดถึงการบำบัดและการให้บริการทางการแพทย์ บริการด้านสาธารณสุขด้านการแพทย์แผนไทย และการแพทย์ทางเลือก การสาธารณสุขที่เกี่ยวกับอุบัติเหตุการประสบภัยจากรถ เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อให้สื่อมวลชนได้นำข่าวสารประชาสัมพันธ์ขององค์กร นำไปเสนอให้ประชาชนทั่วไปได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารที่รวดเร็ว เข้าถึงการให้บริการที่ถูกต้อง ฉับไว ซึ่งเป็นการปฎิบัติงานในเชิงรุกของสำนักงานหลักประกันสุขภาพ ( สปสช. ) เขต 5 ราชบุรี ต่อไป

////////////////////////////////////////////////////////
ณัฐธภพ พันสาย / ทีมข่าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

บางละมุง-พัทยา ส่งธารน้ำใจช่วยน้ำท่วมเมืองหนองคาย – สมาคมชาวอีสานเมืองพัทยาร่วมกับสำนักสงฆ์หนองอ้อ จัดงานบุญข้าวสาก อีสานพัทยา ประจำปี 2567

ตามที่เกิดปัญหาภัยธรรมชาติอุทกภัยทางภาคเหนือ ส่งผลให้ปริมาณน้ำในแม่โขงสูงขึ้นจนเข้าท่วมย่านเศรษฐกิจในจังหวัดหนองคาย สร้างผลกระทบความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์ของพ่อแม่พี่น้องประชาชนเป็นจำนวนมาก โดยหลายหน่วยงานทั่วประเทศต่างระดมกำลังกันช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องอยู่นั้นวันที่ 17 ก.ย.67 มีรายงานว่า ที่มูลนิธิสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยา จ.ชลบุรี นายวีกิจ มานะโรจน์กิจ นายอำเภอบางละมุง นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา นายประสิทธิ์ ทองทิตย์เจริญ ประธานมูลนิธิฯ พร้อมผู้เกี่ยวข้อง ร่วมกระทำพิธีปล่อยขบวนรถช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมจังหวัดหนองคาย

นายวีกิจ มานะโรจน์กิจ นายอำเภอบางละมุง กล่าวว่า ที่ผ่านมาอำเภอบางละมุงได้ร่วมกับเมืองพัทยา มูลนิธิสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยา และหน่วนงานอื่นบูรณาการความช่วยเหลือเปิดรับบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 5 แล้ว และได้กระจายความช่วยเหลือไปแล้วหลายจังหวัด เป็นธารน้ำใจของพี่น้องชาวบ้านละมุง และเมืองพัทยาที่ร่วมกันส่งกำลังใจให้ผู้ประสบภัย

ด้าน นายประสิทธิ์ ทองทิตย์เจริญ ประธานมูลนิธิฯสว่างบริบูรณ์เมืองพัทยา กล่าวด้วยว่า.ฝนครั้งนี้ได้จัดเตรียมสิ่งของรับบริจาคจากพ่อแม่พี่น้องประชาชนเป็นสิ่งของจำเป็น ข้าวสาร อาหารแห้ง น้ำดื่ม และอื่นๆ อีกเป็นจำนวนมาก รวมน้ำหนักกว่า 30 ตัน ซึ่งจะได้ขนส่งโดยรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ ที่สนับสนุนโดยนายบรรลือ กุลละวณิชย์ ประธานสภาเมืองพัทยา ซึ่งต้องขอบคุณมา ณ โอกาสนี้ด้วย โดยจะออกเดินทางจากมูลนิธิฯเย็นวันนี้และจะไปถึงวันพรุ่งนี้เวลา 07.00 น.

ขณะที่ นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณชาวอำเภอบางละมุง ชาวเมืองพัทยา รวมทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ ที่ร่วมากันบริจาคสิ่งของช่วยเหลือพี่น้องผู้ประสบภัยพิบัติน้ำท่วมจนได้สิ่งของจำนวนมาก และขอส่งกำลังใจให้กับพี่น้องชาวไทยที่ประสบปัญหาอุทกภัยอยู่ในขณะนี้ด้วยเช่นกัน

สมาคมชาวอีสานเมืองพัทยาร่วมกับสำนักสงฆ์หนองอ้อ จัดงานบุญข้าวสาก อีสานพัทยา ประจำปี 2567

วันที่ 17 ก.ย.67 ที่สำนักสงฆ์หนองอ้อ พัทยากลาง จ.ชลบุรี สมาคมชาวอีสานเมืองพัทยา โดย นายสุครีพ กระจาย นายกสมาคมฯ ได้ร่วมกับสำนักสงฆ์หนองอ้อ จัดงานบุญข้าวสาก อีสานพัทยา ประจำปี 2567 โดยพบว่ามีประชาชนชาวอีสานทึ่อาศัยในเมืองพัทยาเข้าร่วมงานอย่างคึกคัก

สำหรับงานบุญข้าวสาก ถือเป็นประเพณีในวันขึ้น 15 ค่ำ ซึ่งชาวบ้านจะจัดเตรียมสํารับอาหารบรรจุข้าวเหนียว อาหารแห้ง เช่น ปลาย่าง เนื้อย่าง แจ่วบองหรือน้ำพริกปลาร้า และห่อข้าวเล็กๆ สําหรับนําไปถวายพระทําบุญที่วัด เพื่ออุทิศส่วนบุญส่วนกุศลไปให้แก่ญาติพี่น้องหรือผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว

ทั้งนี้ ภายในงานได้รับเกียรติจากแขกเข้าร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก อาทิ นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา นายภูมิพิพัฒน์ กมลนาถ เลขานุการนายกเมืองพัทยา นายนคร ผลลูกอินทร์ นายนคร ผลลูกอินทร์ ส.อบจ.ชลบุรี นายมานะ ยาประคำ ประธานสภาวัฒนธรรมเมืองพัทยา และนายรัฐกิจ เฮงตระกูล ผู้ช่วยที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “บ้านวิชาการ เปิดลานสมรรถนะอาชีพ” สร้างโอกาส สร้างทักษะ สร้างอนาคต/จัดกิจกรรมพิธีมอบห่วงอลูมิเนียม “โครงการรวมพลัง อลูมิเนียม เพื่อพลังบุญ”

📅 วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 ร้อยตำรวจโท ดร.มนัส โนนุช ประธาน สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดงาน “โครงการบ้านวิชาการ เปิดลานสมรรถนะอาชีพ” ประจำปีการศึกษา 2568 ณ โรงเรียนอุบลรัตนราชกัญญาราชวิทยาลัย จังหวัด นครปฐม

ภายในงานได้เปิดพื้นที่แห่งการเรียนรู้ที่เน้น “ทักษะจริง ประสบการณ์จริง และอาชีพจริง” เพื่อให้นักเรียนได้แสดงศักยภาพทางวิชาการ ควบคู่กับการพัฒนาสมรรถนะด้านอาชีพ อันเป็นรากฐานสำคัญในการเตรียมความพร้อมสู่โลกการทำงานในอนาคต

การจัดโครงการครั้งนี้สะท้อนถึงความร่วมมือระหว่างภาคการศึกษาและภาคสังคม ในการยกระดับคุณภาพผู้เรียนให้มีทั้งความรู้ คุณธรรม และทักษะที่ตอบโจทย์ศตวรรษที่ 21 พร้อมสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนก้าวสู่เส้นทางอาชีพอย่างมั่นใจและภาคภูมินับเป็นอีกก้าวสำคัญของการขับเคลื่อนงานสังคมสงเคราะห์ด้านการศึกษา ที่มุ่ง “สร้างคน สร้างโอกาส และสร้างอนาคตที่ยั่งยืน” ให้กับเยาวชนไทยอย่างเป็นรูปธรรม

12 กุมภาพันธ์ 2569 : 15.00-16.00 น. สมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล โดย พ.ต.ศิริชัย ทรัพย์ศิริ นายกสมาคมฯ/กรรมการอำนวยการสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์,นางจิรภา รัตนศิลา ทรัพย์ศิริ

หัวหน้าสำนักงานสมาคมคนพิการฯ,พล.ท.เชฏฐพันธุ์ อุชุปาละนันท์ รองเจ้ากรมพระธรรมนูญ,นางสกาวรัตน์ พัฒนเจริญ ประธานกรรมการชมรมภริยาข้าราชการกรมพระธรรมนูญ และคณะ,พ.อ.ณัฐวุฒิ พรหมศร อัยการศาลทหารกรุงเทพ และนางนภาภรณ์ พรหมศร

รองประธานกรรมการชมรมภริยาข้าราชการกรมพระธรรมนูญ ผู้ประสานงาน : ร่วมจัดกิจกรรมพิธีมอบห่วงอลูมิเนียม “โครงการรวมพลัง อลูมิเนียม เพื่อพลังบุญ” และบรรยายพิเศษเรื่อง ความภาคภูมิใจและความเสียสละในการรับใช้ประเทศชาติ ให้กับนายทหารนักเรียนเหล่าพระธรรมนูญ

ซึ่งมี พล.ท.พัฒนชัย พัฒนเจริญ หัวหน้าสำนักงานตุลาการทหาร และตุลาการพระธรรมนูญหัวหน้าศาลทหารสูงสุด เป็นประธานในพิธีส่งมอบ ณ ห้องบรรยายโรงเรียนเหล่าทหารพระธรรมนูญ ชั้น 6 อาคารเทิดราชา สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ถ.ศรีสมาน อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นายกพัทยาเปิดเวที Tantrarak Show แสดงศักยภาพนักเรียนตันตรารักษ์

วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พัทยา โรงเรียนตันตรารักษ์ จัดกิจกรรมการแสดงความสามารถของนักเรียน ภายใต้ชื่อ “Tantrarak Show” เพื่อเปิดเวทีให้เยาวชนได้แสดงศักยภาพทั้งด้านศิลปวัฒนธรรม ดนตรี และทักษะทางภาษา ต่อสาธารณชนและนักท่องเที่ยว ภายในงานได้รับเกียรติจาก นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา เป็นประธานในพิธีเปิด โดยมี ดร.ทรงฤทธิ์ ระดมจินดา ผู้อำนวยการโรงเรียนตันตรารักษ์ พร้อมด้วย คณะครู ผู้ปกครองและนักเรียน เข้าร่วม

สำหร้บการแสดงผสมผสานศิลปะและทักษะรอบด้าน เป็นกิจกรรมครั้งนี้รวบรวมการแสดงที่หลากหลาย ท่ามกลางความสนใจจากประชาชนและนักท่องเที่ยวที่เดินชมภายในศูนย์การค้า ซึ่งไฮไลต์สำคัญ ได้แก่ สืบสานศิลปวัฒนธรรม การแสดงเชิดสิงโตและระบำจีน เนื่องในเทศกาลตรุษจีน ถ่ายทอดความอ่อนช้อย ความพร้อมเพรียง และความสามัคคีของนักเรียนได้อย่างงดงาม

ทักษะด้านสันทนาการและกีฬา การแสดงเชียร์ลีดเดอร์จากนักเรียนระดับชั้นอนุบาลและประถมศึกษา สร้างความประทับใจด้วยความสดใส คล่องแคล่ว และความมั่นใจบนเวที และอัจฉริยภาพทางดนตรีการแสดงเมโลเดียนจากนักเรียนระดับชั้นอนุบาล แสดงให้เห็นถึงการส่งเสริมพัฒนาการด้านสมาธิ ประสาทสัมผัส และพื้นฐานดนตรีตั้งแต่วัยเยาว์

และในช่วงท้ายของงาน นักเรียนได้ร่วมกันกล่าวคำอวยพรเนื่องในเทศกาลตรุษจีน และกล่าวขอบคุณแขกผู้มีเกียรติเป็นภาษาจีน ทั้งนี้กิจกรรม “Tantrarak Show” ไม่เพียงเป็นเวทีการแสดงความสามารถเท่านั้น แต่ยังเป็นกระบวนการเรียนรู้ที่ช่วยเสริมสร้างความกล้าแสดงออก ความเชื่อมั่นในตนเอง และพัฒนาบุคลิกภาพของนักเรียน เพื่อเติบโตเป็นเยาวชนคุณภาพของเมืองพัทยาและสังคมในอนาคตต่อไป

ดร.ทรงฤทธิ์ ระดมจินดา ผู้อำนวยการโรงเรียนตันตรารักษ์ ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า เนื่องด้วยช่วงนี้ทางห้างเซ็นทรัลพัทยามีการจัดงานเนื่องในเทศกาลตรุษจีน ทางโรงเรียนตันตรารักษ์มีนักเรียนที่มีความสามารถด้านภาษาจีน โดยนักเรียนของเรามีการพูดภาษาจีนเป็นอันดับหนึ่งของประเทศ ซึ่งในกิจกรรมมีการแสดงภาษจีนต่างๆ มากมาย และถือเป็นโอกาสดีที่ทางห้างเซ็นทรัลพัทยาได้ให้โรงเรียนตันตรารักษ์ได้นำนักเรียนมาแสดงสามารถในครั้งนี้

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ชื่นมื่นวาเลนไทน์ 12 คู่รัก จดทะเบียนสมรสบน “หินสามวาฬ” นักวิ่งกว่า 1,000 คน ร่วมกิจกรรม “วิ่งขึ้นภูดูหินสามวาฬ”

บึงกาฬ – วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 บรรยากาศวันแห่งความรักที่ป่านันทนาการหินสามวาฬ ตำบลโคกก่อง อำเภอเมืองบึงกาฬ เต็มไปด้วยความอบอวล เมื่อคู่บ่าว–สาวจำนวน 12 คู่ เข้าร่วมกิจกรรมจดทะเบียนสมรสท่ามกลางสายหมอกและอากาศเย็นสบาย โดยมีธรรมชาติอันงดงามของภูสิงห์เป็นสักขีพยานรัก

ในพิธีเปิดกิจกรรม ได้รับเกียรติจากสยาม สิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน และภริยา ร่วมเป็นสักขีพยาน นายสุรพล เจริญภูมิ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธาน พร้อมด้วย นางจิรภา เจริญภูมิ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดบึงกาฬ นายพนมวัสส์ วุฒาพาณิชย์ หัวหน้าสำนักงานจังหวัดบึงกาฬ นานวรพันธ์ ชำนิยันต์ ปลัดจังหวัดบึงกาฬ ท่ามกลางหัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน และสื่อมวลชนเข้าร่วมอย่างคึกคัก

โอกาสนี้ นายบัวพันธ์ วงศ์จันทร์ นายกเทศมนตรีตำบลโคกก่อง ได้กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงาน โดยระบุว่า กิจกรรม “วิ่งขึ้นภูดูหินสามวาฬ” จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ กระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ และสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน ควบคู่กับการประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดบึงกาฬให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง

กิจกรรมวิ่งขึ้นภูในครั้งนี้ มีผู้เข้าร่วมกว่า 1,000 คน ร่วมวิ่งท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติ พร้อมร่วมแสดงความยินดีกับคู่สมรสทั้ง 12 คู่ โดยมีนางสาวปุญญาดา แสงทองอร่าม ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง รักษาราชการแทนนายอำเภอเมืองบึงกาฬ เป็นนายทะเบียนจดทะเบียนสมรส ซึ่งทุกคู่ได้รับของที่ระลึกพิเศษเป็นหินสามวาฬจำลอง สื่อความหมายถึงความรักที่มั่นคง ยืนหยัดเคียงคู่กันดุจหินสามวาฬที่ผ่านกาลเวลายาวนานนับล้านปี

หินสามวาฬ ถือเป็นจุดชมวิวสำคัญของจังหวัดบึงกาฬ มีลักษณะเป็นหินขนาดใหญ่ 3 ก้อน เรียงตัวคล้ายครอบครัววาฬ ตั้งตระหง่านบนหน้าผาสูงในเขตภูสิงห์ และเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่งดงาม สามารถมองเห็นผืนป่า ภูเขา และทิวทัศน์สองฝั่งแม่น้ำโขงได้อย่างชัดเจน

การจัดกิจกรรมครั้งนี้สะท้อนถึงความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการผลักดันจังหวัดบึงกาฬสู่การเป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและวัฒนธรรม สร้างรายได้และความภาคภูมิใจให้กับคนในท้องถิ่นอย่างยั่งยืน.
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / น้องเหมย กัญญารัตน์ สาวงามเผ่าเมี่ยน คว้ามงกุฎธิดาดอย ในงานประจำปีและของดีเมืองน่าน ประจำปี 2569

เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 ที่เวทีกลาง งานประจำปีและของดีเมืองน่าน ประจำปี 2569 จังหวัดน่าน หน่วยงานในสังกัดกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ในพื้นที่จังหวัดน่าน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดการประกวดธิดาดอย ในงานประจำปีและของดีเมืองน่าน ประจำปี 2568

เพื่อเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรม ประเพณีอันดีงาม คงความเป็นเอกลักษณ์ อัตลักษณ์ วิถีชีวิตชนเผ่าที่อยู่ในจังหวัดน่าน ซึ่งจัดประกวด 4 ชนเผ่า คือ ถิ่น/ลัวะ ม้ง เมี่ยน และขมุ โดยปีนี้มีสาวงามสมัครเข้าประกวด 22 คน โดยมีนายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน นางเหมือนใจ วงศ์ใหญ่ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดน่าน รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดน่าน และหัวหน้าส่วนราชการ และภาคเอกชน ร่วมมอบรางวัล

สำหรับผลการประกวดธิดาดอยในปีนี้ สาวงามชนเผ่าเมี่ยน หมายเลข 5 นางสาวกัญญารัตน์ เชียวชาญ โรงแรมม่านฟ้าส่งเข้าประกวด คว้ามงกุฎธิดาดอยประจำปีนี้ไปครอง ได้รับเงินสด 20,000 บาท พร้อมที่ Gift voucher แชมพูไบโอเวท Gift voucher ยกกระชับใบหน้า โล่รางวัล และสายสะพาย รางวัลรองชนะเลิศธิดาดอย อันดับที่ 1 ได้แก่ หมายเลข 9 นางสาววรวรรณ เกิดม่วง อำเภอเวียงสา ส่งเข้าประกวด

ได้รับเงินสด15,000 บาท Gift voucher แชมพูไบโอเวท Gift voucher ยกกระชับใบหน้า และสายสะพาย รางวัลรองธิดาดอย อันดับที่ 2 ได้แก่ หมายเลข 4 นางสาวธิติกานต์ ปันหน้อย อำเภอเฉลิมพระเกียรติ ส่งเข้าประกวด ได้รับเงินสด 12,000 บาท Gift voucher แชมพูไบโอเวท Gift voucher ยกกระชับใบหน้า และสายสะพาย รางวัลรองธิดาดอยอันดับที่ 3 ได้แก่ หมายเลข 7 นางสาวปพิชญา ทนะขว้าง อำเภอภูเพียง

ส่งเข้าประกวด ได้รับเงินสด 10,000 บาท Gift voucher แชมพูไบโอเวท และสายสะพาย รางวัลขวัญใจชาวน่าน ได้แก่ หมายเลข 6 นางสาวศศินา เลิศวรายุทธ์ ได้รับเงินสด 6,000 บาท Gift voucher แชมพูไบโอเวท และโล่รางวัลและสายสะพาย และรางวัลขวัญใจสื่อมวลชน ได้แก่หมายเลข 18 นางสาวปริณดา อภิวัฒน์สกุล อำเภอปัวส่งเข้าประกวด ได้รับเงินสด 3,000 บาท Gift voucher แชมพูไบโอเวท และสายสะพาย ส่วนรางวัลธิดาประจำชนเผ่า ธิดาชนเผ่าเมี้ยนได้แก่ หมายเลข 5 นางสาวกัญญารัตน์ เชียวชาญ

ได้รับเงินสด 6,000 บาท Gift voucher แชมพูไบโอเวท โล่ลางวัลและสายสะพาย ธิดาชนเผ่าม้งได้แก่ หมายเลข 11 นางสาวซี แซ่ว่าง ได้รับเงินสด 6,000 บาท Gift voucher แชมพูไบโอเวท โล่รางวัลและสายสะพาย ธิดาชนเผ่าถิ่น/ลัวะได้แก่หมายเลข 7 นางสาวปพิชญา ทนะขว้าง

ได้รับเงินสด 6,000 บาท Gift voucher แชมพูไบโอเวท โล่รางวัลและสายสะพาย และธิดาชนเผ่าขมุได้แก่ หมายเลข 2 นางสาวบุษบา อินต๊ะนาได้รับเงินสด 6,000 บาท Gift voucher แชมพูไบโอเวท โล่รางวัลและสายสะพาย/บุญยงค์ สอาด น่ยกสมาคมสื่อมวลชนจังกวัดน่าน/วิสุทธิ์ ศรีเมือง/ร.ต.อ.สถิตย์ ศรีประสม รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “ส่งรักปันสุข” ชาวประจวบฯ ยิ้มแก้มปริ รับดอกไม้-น้ำดื่ม แทนความห่วงใยในวันแห่งความรัก

บรรยากาศอบอวลไปด้วยรอยยิ้มและความประทับใจ สำหรับกิจกรรมส่งต่อความปรารถนาดีเนื่องในเทศกาลแห่งความรัก โดยความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนและหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ ก้าวแรกแห่งความห่วงใย @รพ.ประจวบคีรีขันธ์ เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 น้ำดื่มมินิม่อน โดย น้องหญิง – ศิริวรรณ คีรีนิล และ คุณเจี้ยบ – พรชนก นาควงศ์ จาก ร้านโบนัส ซัก อบ รีด ได้ร่วมกับ โรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ จัดกิจกรรมมอบดอกไม้และน้ำดื่มเพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งความรักและความห่วงใย ให้กับเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลและประชาชนที่มาใช้บริการ ณ บริเวณชั้น 2 อาคารผู้ป่วยนอก ในการนี้ได้รับเกียรติจาก นายแพทย์วัชรพงษ์ เหลืองไพรัตน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วย น.ส.บุณยรัตน์ สุขบาง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการพิเศษ (หัวหน้ากลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยนอก) และ น.ส.ปฤศนา พฤศชนะ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ (หัวหน้ากลุ่มงานสุขศึกษา) ร่วมให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกอย่างอบอุ่น ส่งต่อความรักสู่หัวใจผู้ป่วยและคนทำงาน

ต่อเนื่องมาถึงวันนี้ (14 กุมภาพันธ์) น้องหญิง ได้ส่ง คุณเจี้ยบ เป็นตัวแทนนำดอกไม้และน้ำดื่มไปมอบให้กับเจ้าหน้าที่และผู้ป่วย ณ ศูนย์ไตเทียม โรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ รวมถึงเจ้าหน้าที่แผนกต่างๆ ที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างแข็งขันไม่เพียงเท่านั้น ทีมงานยังได้เดินทางไปมอบกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์, นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ รวมถึง “พนักงานกวาดถนน” ผู้อยู่เบื้องหลังความสะอาดของเมือง ซึ่งหลายท่านถึงกับกลั้นความดีใจไว้ไม่ไม่อยู่ พร้อมเผยความรู้สึกสุดประทับใจว่า “นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ได้รับมอบดอกไม้แบบนี้” สร้างความซึ้งใจให้กับผู้พบเห็นเป็นอย่างมาก
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสยามโฟกัสไทม์/4เหล่าทัพ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / งาน “รักและศรัทธา” สุดอบอุ่น ศิลปิน–อินฟลูเอนเซอร์ร่วมงานคับคั่ง เสริมพลังใจรับปีแห่งความสำเร็จ

บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่นและแรงศรัทธาในงาน “รักและศรัทธา” ซึ่งจัดโดย คุณผ่องสิริ วงศ์เจริญชัยชนะ หรือ คุณหน่อย ประธานกรรมการบริหารบริษัท คเณชาแกลอรี่ จำกัด ณ ศูนย์อาหารไลฟ์พาร์คพันท้ายนรสิงห์ สมุทรสาคร ซึ่งจะเป็นแลนมาร์คแห่งใหม่ของเมืองสมุทรสาคร เพราะเป็นที่ประดิษฐาน “องค์พ่อพิฆเนศ คเณชา มรรคา” ซึ่งคาดว่าจะมีผู้คนหลั่งใหลเข้ามากราบสักการะกันเป็นจำนวนมาก

โดยได้รับเกียรติจาก นายนิรุจน์ แก้วนิล รองนายกเทศบาลเมืองพันท้ายนรสิงห์ แขกผู้มีเกียรติ ประชาชน และสื่อมวลชนเข้าร่วมงานกันอย่างคึกคักพิธีเปิดเริ่มขึ้นอย่างเป็น ทางการ พร้อมคำกล่าวต้อนรับจากผู้บริหารถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงาน ที่ต้องการส่งต่อพลังบวก ความรัก ความสามัคคี และสร้างกำลังใจให้ทุกคนก้าวสู่เส้นทางแห่งความสำเร็จ

ภายในงานยังได้รับเกียรติจากเหล่าศิลปินและนักแสดงจากซีรีส์ “ปานดวงใจ Signature” ได้แก่ เล้ง ณัฐพล, แสตมป์ พรวศิน , พรีเมียร์ ศรัญญา, ปิ๊งปิ๊ง รภัทร, ออย เพชลดา จาก “เรื่องเล่าอาจารย์ยอด” ช่อง 7HD และ ฟองเบียร์ ศศิธร พิธีกรคนเก่ง รวมถึงอินฟลูเอนเซอร์และแขกรับเชิญจากหลากหลายวงการ มาร่วมพบปะทักทายแฟน ๆ อย่างใกล้ชิด สร้างความประทับใจตลอดทั้งงาน

นอกจากนี้ยังได้รับได้เกียรติจาก อาจารย์ทัตตะ ขันติชนะบำเพ็ญ อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโหราศาสตร์และการทำนายไพ่พิฆเนศร์ ที่ได้มาทำพิธีบวงสรวง “องค์พ่อพิฆเนศ คเณชา มรรคา” องค์ประธาน และองค์ปฐมฤกษ์ เนื่องดาวราหูทับพระเสาร์ ที่เรียกได้ว่าเข้มขลังที่สุดถึง 38 องค์ ซึ่งผู้ที่สนใจสามารถสั่งจองเป็นเจ้าของได้ที่ คเณชาแกลอรี่ ได้เลย

ไฮไลท์สำคัญอีกช่วงคือกิจกรรมดูดวงและทำนายไพ่ยิบซี โดย “แม่หมอกระแต” ผู้เชี่ยวชาญด้านโหราศาสตร์ ที่เปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานได้รับคำแนะนำในการเสริมสิริมงคลด้านการงาน การเงิน และชีวิต สอดคล้องกับแนวคิดของงานที่มุ่งหวังให้ทุกคนเริ่มต้นสิ่งดีๆ ไปพร้อมกัน และถ้าใครสนใจดูไพ่กะ “แม่หมอกระแต” ก็สามารถติดต่อจองคิวได้ที่ คเณชาแกลอรี่ เช่นกัน

ตบท้ายด้วยการบรรเลงเพลงเพราะๆ จาก 3 อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านดนตรี ได้แก่ อาจารย์ณัฐพัชร์ วรวงศ์จิตติ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท แอสไซน เรย์ มิวสิค กรุ๊ป จำกัด, อาจารย์จักรกฤษ วิบูลเจริญ อาจารย์ภาควิชาเปียโน วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ ม.มหิดล และอาจารย์วิรุณ ทัศน์ทอง อาจารย์ภาควิชากีตาร์ วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ ม.มหิดล

งาน “รักและศรัทธา” ครั้งนี้ จึงไม่เพียงเป็นกิจกรรมมงคล แต่ยังเป็นพื้นที่แห่งรอยยิ้ม ความหวัง และการรวมพลังของผู้คนที่เชื่อในความดีและความสำเร็จร่วมกัน ก่อนปิดท้ายค่ำคืนด้วยบรรยากาศแห่งความประทับใจ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / MBK Center เปิดการแสดงสุดตระการตา “The Empire of Fire Horses” ฉลองตรุษจีนยิ่งใหญ่ใจกลางกรุง

4 ศูนย์การค้าเครือเอ็ม บี เค ส่งแคมเปญ “Chinese New Year 2026” ต้อนรับปีม้ามหาเฮง ถึง 22 ก.พ.นี้ ตรุษจีนปีนี้ เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ จัดงานเฉลิมฉลองสุดยิ่งใหญ่ใจกลางเมือง MBK Center CHINESE NEW YEAR 2026 CELEBRATION เปิดศักราชใหม่ด้วยโชว์สุดตระการตา “The Empire of Fire Horses” สื่อถึงพลังแห่งความยิ่งใหญ่และการเริ่มต้นสิ่งดี ๆ ในปีม้าไฟ ณ SKYWALK ชั้น 2 ด้านหน้าศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์

ซึ่งบรรยากาศโดยรอบตกแต่งในโทนสีแดง สีส้ม และ สีทอง เสริมสิริมงคลกับไฮไลท์ “ม้ามงคล” 8 ตัว สัญลักษณ์แห่งความมั่งคั่ง กล่องส้มมงคล และ อักษรภาษาจีน “ฟู๋” ที่หมายถึงความโชคดี ปีนี้เพิ่มความพิเศษด้วยกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของ “ส้ม” ผลไม้มงคลที่อบอวลทั่วบริเวณ สร้างความสดชื่นและผ่อนคลายให้แก่ผู้มาเยือน พร้อมเป็นจุดถ่ายรูปเช็กอินรับพลังบวก

พิธีเปิดจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ด้วยแสง สี เสียง โดยมีผู้บริหารบริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) หรือ MBK นำโดย คุณสมพล ตรีภพนารถ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารธุรกิจศูนย์การค้า คุณพุทธชาด ศรีนิศากร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการตลาด คุณอภิชาติ กมลธรรม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายกฎหมาย และ คุณ

สหัพย์ภัค โชควิจิตรกุล กรรมการผู้จัดการศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ร่วมด้วย คุณบริพันธ์ ชัยภูมิ ที่ปรึกษาฝ่ายการตลาด บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) และกรรมการผู้จัดการ บริษัท เซเว่น สตาร์ สตูดิโอ จำกัด พร้อมนักแสดงดาวรุ่งจากช่อง 7HD ชอน ชวิศการ วรโรจน์โยธิน และ ปูเป้ เกศรินทร์ น้อยผึ้ง ร่วมสร้างสีสันภายในงาน

นอกจากโชว์สุดยิ่งใหญ่ตระการตา “The Empire of Fire Horses” ที่ ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ยังจัดการแสดงศิลปวัฒนธรรมจีนร่วมสมัย ฉลองเทศกาลตรุษจีน CHINESE NEW YEAR 2026 ระหว่างวันนี้ – วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 ตั้งแต่ 18.00 น. เป็นต้นไป ณ ลาน Skywalk ชั้น 2 ได้แก่

  • 14 กุมภาพันธ์ 2569 การแสดง Asian Random Dance
  • 15 กุมภาพันธ์ 2569 การแสดงสิงโตเสาดอกเหมย มหาโชคดีตลอดปี
  • 16 กุมภาพันธ์ 2569 การแสดงงิ้วเสฉวนเปลี่ยนหน้ากาก
  • 17 กุมภาพันธ์ 2569 การแสดงเชิดสิงโตและมังกรมหาเฮง

นอกจากนี้ ศูนย์การค้าเครือเอ็ม บี เค ทั้ง เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ พาราไดซ์ พาร์ค เดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9 และ เดอะไนน์ เซ็นเตอร์ ติวานนท์ จัดกิจกรรมในงาน “Chinese New Year 2026” เฉลิมฉลองปีม้ามหาเฮง ชวนเสี่ยงเซียมซีรับพลังบวก งานดี เงินดี ชีวิตปัง ทั้งเรื่องรัก เรื่องเงินทอง เรื่องสุขภาพ และ เช็คปีชงปฏิทินเทียบอายุจีน จากศาลเจ้าพ่อกวนอู (ตลาดเก่าเยาวราช) ตั้งแต่วันนี้ – วันอาทิตย์ที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569

พิเศษ! สมาชิก MBK PLUS ที่มีใบเสร็จช้อปในศูนย์ฯ ไม่จำกัดมูลค่า รับป้ายคำพยากรณ์นักษัตรจากซินแสฮวงจุ้ย สาขาครูโหราศาสตร์ต้นแบบแห่งปี เฉพาะ ศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค วันที่ 14 – 17 กุมภาพันธ์ 2569 เพียงแสดงใบเสร็จ 300 บาทขึ้นไป รับสิทธิ์ร่วม Workshop เขียนคำอวยพรด้วยพู่กันจีนฟรี โดยเหล่าซือ “วสุ แซ่บ่าง” (จำกัดรวม 100 สิทธิ์ / วัน)

พร้อมโปรโมชัน “ม้าหาเฮง ช้อปรับโชค” ลุ้นรางวัลรวมกว่า 1 ล้านบาท ตั้งแต่วันนี้ – 1 มีนาคมนี้ ทั้งลุ้นทองคำแท่ง บัตรกำนัลศูนย์การค้าฯ ของสมนาคุณพิเศษ และ เครดิตเงินคืนจากบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ ดังนี้ต่อที่ 1 ช้อปนี้….มีลุ้น : กดรับสิทธิ์และสะสมยอดใบเสร็จช้อปหรืออิ่มภายในศูนย์ฯ ผ่าน line @mbkplus ครบทุก 1,000 บาท รับ 1 สิทธิ์ลุ้นโชค ดังนี้ รางวัลที่ 1 ทองคำแท่งหนัก 1 บาท จำนวน 1 รางวัล รางวัลที่ 1 บัตรกำนัลศูนย์ฯ มูลค่ารางวัลละ 2,000 บาท จำนวน 5 รางวัล

ต่อที่ 2 ช้อปครบ…รับเลย : สะสมยอดใบเสร็จจากการช้อปหรืออิ่มในศูนย์ฯ ครบตามเงื่อนไขที่กำหนด และกดรับสิทธิ์ผ่าน MBK PLUS รับฟรี บัตรกำนัลศูนย์ฯ มูลค่า 100 บาท เมื่อสะสมใบเสร็จครบ 5,500 บาทขึ้นไป เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ (จำกัดรวม 450 สิทธิ์/ ตลอดรายการ) พาราไดซ์ พาร์ค (จำกัดรวม 850 สิทธิ์/ ตลอดรายการ) และ เดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9 (จำกัดรวม 250 สิทธิ์/ ตลอดรายการ) และ รับฟรีบัตรกำนัลศูนย์ฯ มูลค่า 500 บาท เมื่อสะสมใบเสร็จครบ 25,000 บาทขึ้นไป เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ (จำกัดรวม 400 สิทธิ์/ ตลอดรายการ) พาราไดซ์ พาร์ค (จำกัดรวม 400 สิทธิ์/ ตลอดรายการ) และ เดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9 (จำกัดรวม 100 สิทธิ์/ ตลอดรายการ)

พิเศษ วันนี้ – 17 กุมภาพันธ์ 2569 รับเพิ่มซองอั่งเปาเสริมโชค 1 เซต (จำนวน 4 ซอง) มูลค่า 150 บาท เมื่อสะสมยอด ช้อปหรืออิ่มในศูนย์ฯ ครบทุก 1,000 บาท เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ (จำกัดรวม 400 สิทธิ์/ ตลอดรายการ) พาราไดซ์ พาร์ค (จำกัดรวม 1,500 สิทธิ์/ ตลอดรายการ) และ เดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9 (จำกัดรวม 3000 สิทธิ์/ ตลอดรายการ)ต่อที่ 3 สิทธิพิเศษจากบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ : แลกรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 18 %*

จากบัตรเครดิต Cardx-SCB บัตรเครดิต GSB บัตรเครดิต KTC และ บัตรเครดิต ttbสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ เมื่อสะสมยอดช้อปขั้นต่ำ 3,000 บาท ที่ MBK Center รับ Tourist Welcome Pack และ MBK Shopping Bag พร้อมผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยยอดนิยม โดยสามารถแลกรับสิทธิ์ได้ที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ ชั้น G ติดตามกิจกรรมและโปรโมชันดี ๆ ของศูนย์การค้าเครือเอ็ม บี เค ผ่านทาง Facebook Page : MBK CENTER PARADISE PARK THE NINE CENTER RAMA 9 และ THE NINE CENTER TIWANON

MBKCenter #ChineseNewYear2026 #พาราไดซ์พาร์ค #เดอะไนน์เซ็นเตอร์พระราม9 #เดอะไนน์เซ็นเตอร์ติวานนท์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นายกรัฐมนตรีและภริยาสวมชุดไทย เปิดงาน “แผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช” ครั้งที่ 38 ปี 2569

เมื่อเวลา 19.30 น. ของวันที่ 14 ก.พ. ที่อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย และน.ส.ธนนนท์ นิรามิษ ภริยา เป็นประธานเปิด งานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ครั้งที่ 38 ประจำปี 2569 ที่เวทีกลาง

ภายในพระนารายณ์ราชนิเวศน์ พร้อมด้วย นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รมช. คมนาคม นายวราวุธ ศิลปอาชา นายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด ผวจ.ลพบุรี พร้อมด้วยรองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี หัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี หัวหน้าส่วนราชการ และผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เข้าร่วมงานฯ

โดยจุดแรกที่บริเวณลานหน้าศาลพระกาฬ ปรางสามยอด นายกฯ และคณะ นั่งชมขบวนแห่ประวัติศาสตร์งานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช จากนั้น นายกฯและคณะ ได้สักการะศาลพระกาฬ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำ จ.ลพบุรี เพื่อความสิริมงคล
จากนั้นนายกฯ และคณะเดินเยี่ยมชมบูธของทุกอำเภอ

และนายเจตพง์ โชคสวัสดิ์วรกุล นายอำเภอบ้านหมี่ พร้อมนางสาวนงลักษณ์ อยู่พุ่ม นายอำเภอท่าหลวง ได้เชิญชวนสื่อมวลชนแวะชมของดีอำเภอบ้านหมี่ อำเภอท่าหลวง ซึ้งมีของพื้นบ้านท้องถิ่นแต่ละอำเภอมาโชว์ให้ได้ชม รวมถึงแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวของอำเภอบ้านหมี่ และอำเภอท่าหลวง ทั้งสองอำเภอมีแหล่งเรียนรู้หลายๆอย่างไม่แพ้กันเลย

จากนั้นนายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี ได่กล่าวรายงาน ถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงานฯ โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนารายณ์มหาราช อนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่น น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ และส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์โดยเน้นการแต่งกายชุดไทยย้อนยุค

วัตถุประสงค์และรายละเอียดสำคัญ. เทิดพระเกียรติ: เชิดชูพระเกียรติคุณสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ผู้ทรงวางรากฐานความเจริญรุ่งเรืองให้เมืองลพบุรี น้อมรำลึกฯ เทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ภายใต้ธีม “อัตลักษณ์ละโว้ธานี เทิดสดุดีพระนารายณ์มหาราช พระพันปีหลวงปวงไทย” ส่งเสริมวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว

ส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดลพบุรีและอนุรักษ์วิถีไทยผ่านการแต่งชุดไทยดั้งเดิม ปรับรูปแบบให้เหมาะสม เนื่องด้วยเป็นช่วงบรรยากาศแห่งความอาลัย จึงเน้นความสำรวม

สมพระเกียรติ ลดความรื่นเริงและแสงสีเสียงไฮไลท์กิจกรรม มีการจัดขบวนพาเหรดชุดไทยดั้งเดิม การออกร้านย้อนยุค และการแสดงประวัติศาสตร์ งานจัดขึ้น 10 วัน 10 คืน โดยเชิญชวนประชาชนร่วม “นุ่งโจง ห่มสไบ แต่งไทย ทั้งเมือง”

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย และน.ส.ธนนนท์ นิรามิษ ภริยา เป็นประธานเปิด งานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ครั้งที่ 38 ประจำปี 2569 ถ่ายภาพหมู่ร่วมกับหัวหน้าหน่วยงานที่มาต้อนรับและร่วมงานฯ

สนอง แท่นสูงเนิน
ผอ.ศูนย์ข่าวฯ ประจำจังหวัดลพบุรี ภาพ/ข่าว

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สืบภาค 1 ขยายผล เจอจุดรับซื้อช่อดอกกัญชา ที่ถูกปล้นตำรวจสืบสวนภาค 1 /สุดคึกคัก วันจ่ายช่วงเทศกาลตรุษจีน 69 ที่ตลาดปากน้ำ

สืบภาค 1 ขยายผลจากผู้ต้องหาจนเจอจุดรับซื้อช่อดอกกัญชาที่ถูกปล้น
ตำรวจสืบสวนภาค 1 แกะรอยจากคดีปล้นช่อดอกกัญชากลางวันแสก ๆ ในพื้นที่ปทุมธานี ก่อนขยายผลตามเส้นทางจำหน่าย กระทั่งเข้าตรวจค้นบ้านพักย่านแพรกษาใหม่ พบของกลางจำนวนมากซุกซ่อนอยู่ภายในบ้าน พร้อมจับกุมผู้ต้องหา 2 ราย ดำเนินคดีตามกฎหมาย เร่งสอบสวนเชื่อมโยงเครือข่ายเพิ่มเติม

วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สื่อข่าวรายงาน ตำรวจกองกำกับการสืบสวน 2 กองบังคับการสืบสวนตำรวจภูธรภาค 1 นำโดย พ.ต.อ.นัฎฐพงษ์ ศรีเพ็ญประภา ผกก.สส.2 บก.สส.ภ.1 , พ.ต.ท.ปรัชญ์ อุปริกชาติพงษ์ รอง ผกก.สส.2 บก.สส.ภ.1 , พ.ต.ท.ดนัยพร หาญกร รอง ผกก.สส.2 บก.สส.ภ.1 , พ.ต.ต.วรภัทร แก้วดวงเทียน สว.กก.สส.2 บก.สส.ภ.1 พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางปู นำโดย พ.ต.อ.วัชระ เทพเสน ผกก.สภ.บางปู , พ.ต.ท.ตุลชัย สมใจ รอง ผกก.สส.สภ.บางปู , พ.ต.ท.พิษณุศักดิ์ เติมเต็ม สว.สส.สภ.บางปู

ได้ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหา 2 ราย ดังนี้ 1.นายวชิรวิทย์ คารมหวาน อายุ 26 ปี และ 2.นายวรากร คารมหวาน อายุ 31 ปี พร้อมด้วยของกลางจำนวน 174 รายการ เป็นช่อดอกกัญชาน้ำหนักทั้งหมด 157.66 กิโลกรัม รวมมูลค่าของกลางทั้งหมด 2 ล้านบาท โดยกล่าวหาว่า “ร่วมกัน จำหน่าย หรือแปรรูปสมุนไพรควบคุม (กัญชา) เพื่อการค้า โดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้อนุญาต” อันเป็นความผิดตามมาตรา 46 และมีโทษตามมาตรา 78 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ. 2542″ โดยจับกุมได้คาบ้านพัก ใน ม.5 ต.แพรกษาใหม่ อ.เมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ

สำหรับการขยายผลเข้าจับกุมและยึดดอกกัญชาจำนวนมากรายนี้นั้น มาจาก ด้วยเมื่อ วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 เวลาประมาณ 13.30 น. คนร้ายจำนวน 10 คนได้ร่วมกันก่อเหตุปล้นทรัพย์ผู้เสียหาย ในหมู่บ้าน ตำบลบางคูวัด อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี ความเสียหายเงินสดประมาณ 800,000 บาท ช่อดอกกัญชาประมาณ 100 กิโลกรัมความเสียหายมูลค่าประมาณ 2.5 – 3 ล้านบาท
จากการสืบสวนทราบว่ากลุ่มผู้ต้องหา

ได้นำของกลางทั้งหมดมาขายให้ นายวชิรวิทย์ คารมหวาน อายุ 26 ปี และ นายวรากร คารมหวาน อายุ 31 ปี จึงได้ทำการขอหมายค้นที่ศาลจังหวัดสมุทรปราการ หมายค้นที่ ค.105/2569 ลง วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 เพื่อทำการล่อซื้อและเข้าตรวจค้นบ้านเลขที่หลังดังกล่าว จึงได้เข้าทำการตรวจค้นบ้านหลังดังกล่าว พบ นายวชิรวิทย์ฯ , นายวรากรฯ อยู่ภายในบ้านหลังดังกล่าว จึงได้ทำการจับกุมพร้อมด้วยของกลางดังกล่าวข้างต้น โดยรับซื้อมา กิโลกรัมละ 4,600 บาท จำนวน 156 กก. เป็นเงินทั้งสิ้น 720,000 บาท


เมื่อช่วงบ่าย วันนี้ ( 15 กุมภาพันธ์ 69 ) ที่ ตลาดปากน้ำ จังหวัดสมุทรปราการ บรรยากาศการจับจ่ายชื้อของไหว้บรรพบุรุษของคนไทย เชื้อสายจีน ที่ตลาดปากน้ำเป็นไปอย่างคึกคัก ตั้งแต่ช่วงเช้ามืดที่ผ่านจนมาถึงช่วงบ่ายแก่ ๆ ก็ยังมีประชาชนทยอยเดินมาจับจ่ายซื้อของอยู่ ซึ่งแต่ละร้านขายของ ทั้ง ร้านผลไม้ ขนมที่เกี่ยวกับไหว้บรรพบุรุษ และร้านเครื่องเซ่นไหว้ นั้นมีลูกค้าเข้าร้านกันไม่ขาดสายตลอดทั้งวัน

โดยวันนี้เป็นวันจ่าย และ ในพรุ่งนี้จะเป็นวันไหว้
โดยจากการสอบถาม แม่ค้าขายเครื่องไหว้ บอกว่า การจับจ่ายซื้อของในปีนี้ค่อนข้างดี ลูกค้าซื้อของง่ายกว่าปีที่ผ่านมา และการจับจ่ายซื้อของนั้นคึกคักมาตั้งแต่วันจันทร์ที่ผ่านมาแล้ว ซึ่งคาดว่ายอดขายนี้น่าจะดีกว่าปีที่แล้ว
ส่วน แม่ค้าร้านขายเป็ดและหัวหมู บอกว่า

ปีนี้ยอดขายไปได้เรื่อย ๆ แต่ก็จะเงียบกว่าปีที่แล้ว เพราะลูกค้ามีทางเลือกเพิ่มขึ้นมา เพราะว่าห้างใหญ่ ๆ ก็มี เป็ด ไก่ หัวหมู ซึ่งวันนี้เป็นวันอาทิตย์ลูกค้าบ้างคนไม่ชอบอากาศร้อน และเฉอะแฉะ ก็อาจไปซื้อของเซ่นไหว้ที่ห้างซึ่งมีอากาศเย็นสบายกว่า แต่ทางร้านไม่ค่อยได้รับผลกระทบเท่าไรนัก เนื่องจากยังมีฐานลูกค้าประจำอยู่ที่สั่งซื้อกันอยู่ประจำ


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

อภินิหาร !! องค์ท้าวเวส เสกฝาท่ออันใหม่ให้ชาวบ้าน เผย ท่านเป็นทุกอย่างให้กับมนุษย์จริง ๆ ปกติเห็นอยู่บนผนังบ้าน แต่ครั้งนี้มาเป็นสัญลักษณ์เตือนภัยอยู่บนฝาท่อที่ชำรุด ป้องกันภัยไม่ให้คนตกลงไปได้รับบาดเจ็บ และยังดลใจให้เทศบาลฯมาซ่อมเปลี่ยนฝาท่ออันใหม่ได้อย่างรวดเร็ว

เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 หลังจากมีชาวบ้านในชุมชนโครงการ 4 แท็งค์น้ำซอย1หรือ ซอยเทศบาลบางปู 91 ถ.สุขุมวิท ต.บางปู อ.เมืองฯ จ.สมุทรปราการ ได้ถ่ายคลิปฝาท่อระบายน้ำที่ชำรุดเป็นรูขนาดใหญ่ ซุ่มเสี่ยงทำให้เกิดอันตรายกับคนในชุมชน แต่มีคนนำผ้ายันต์สีแดงของท้าวเวสสุวรรณมาพันกับหัวเสาปักไว้เตือนภัย โดยเสียงในคลิปยังเอ่ยว่า “ ผ้ายันต์ท้าวเวสสุวรรณ ท่านมาอยู่ตรงนี้ได้อย่างไร ปกติจะเห็นอยู่บนผนังบ้าน แต่ครั้งนี้มาเป็นสัญลักษณ์เตือนภัยอยู่บนฝาท่อ ป้องกันอันตรายไม่ให้คนตกลงไป ท่านเป็นทุกอย่างให้กับมนุษย์จริง ๆ ”

โดยผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปยังซอยดังกล่าว พบกับป้าเสาวลักษณ์ อายุ 69 ปี ได้ยืนรอผู้สื่อข่าวและ พาไปดูผ้ายันต์ฯที่ปักไว้ พร้อมให้สัมภาษณ์ กล่าวว่า ตนเป็นภรรยาของประธานชุมชน ซึ่งตอนนี้ป่วยรักษาตัวอยู่ จึงต้องทำหน้าที่แทน ปกติทุกวัน ตนต้องพาสุนัขมาเดินเล่น เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน เห็นฝาท่อระบายน้ำจุดนี้แตกชำรุดเป็นรูขนาดใหญ่ กลัวว่าคนในชุมชนจะเดินหรือขับขี่รถ จยย.พลัดตกลงไปได้รับบาดเจ็บ ตน จึงนำผ้าสีแดงในบ้านมาผูกติดกับหัวเสาแล้วนำมาปักไว้เป็นสัญลักษณ์เตือนภัย โดยไม่ทราบว่า

ผ้าสีแดงนั้นเป็นผ้ายันต์ท้าวเวสสุวรรณ ส่วนการซ่อมถนนและเปลี่ยนฝาท่ออันใหม่นั้น น่าจะเป็นแผนการทำงานที่เทศบาลฯ มีไว้อยู่ก่อนแล้ว แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ตนก็ต้องยกมือไหว้กราบผ้ายันต์สีแดงท้าวเวสสุวรรณ เสมือนดลใจให้เทศบาลฯ มาซ่อมถนนเปลี่ยนฝาท่ออันใหม่ได้เร็วกว่าที่คิดไว้ พร้อมทั้งขอบคุณผู้บริหารเทศบาลตำบลบางปู ที่ใส่ใจดูแลชุมชน ทำให้ชาวบ้านได้รับความปลอดภัยในการสัญจรบนถนน ท้าวเวสสุวรรณ ในส่วนเรื่องความเชื่อความศรัทธานั้น ป้าถึงกับยกมือไหว้ บอกนับจากนี้ขอให้โชคดี มีลาภ โดยผู้สื่อข่าวสังเกตเห็นบนผ้ายันต์มีเลขไทยคล้ายกับเลข ๕ และ ๗ กลับด้าน อีกด้วย


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ส่องวัฒนธรรมตรุษจีนในไทย คือ เทศกาลขึ้นปีใหม่ของจีน ตามปฏิทินจันทรคติ ซึ่งมีรากจีนโบราณกว่า 3,000 ปี

ตรุษจีน (春节) หรือ Chinese New Year คือ เทศกาลขึ้นปีใหม่ของจีน ตามปฏิทินจันทรคติ ซึ่งหลักฐานทางประวัติศาสตร์ อ้างอิงว่ามีรากจากจีนโบราณกว่า 3,000 ปี โดยมีแนวคิดที่เกี่ยวกับฤดูกาลเพาะปลูก การขอพรจากฟ้าดิน และบรรพบุรุษ บนพื้นฐานพิธีกรรมสำคัญ ที่มุ่งเน้นใน 3 เรื่องหลัก คือ การขอบคุณอดีต การปัดเป่าสิ่งไม่ดี และการขอความรุ่งเรืองปีใหม่ ผ่านพิธีกรรมสำคัญ เช่น การไหว้เจ้า ไหว้บรรพบุรุษ การรวมญาติ ตลอดถึงการให้ “อั่งเปา”

วันตรุษจีน จึงถือเป็นประเพณีนิยมที่มีรากฐานยาวนานของชาวจีน และเนื่องจากจีนกับไทยมีความสัมพันธ์ที่ยาวนาน โดยปรากฏหลักฐานการค้าระหว่างไทยจีนตั้งแต่สมัยสุโขทัย ซึ่งนอกเหนือจากการค้า ยังมีคนจีนที่อพยพมาอยู่ที่สยามด้วย ซึ่งการอพยพครั้งสำคัญๆ หลักฐานที่ชัดเจนมากในสมัยอยุธยา ต่อเนื่องมาถึงสมัยธนบุรี ซึ่งพระเจ้าตากสินมหาราช ก็เป็นคนไทยเชื้อสายจีน ซึ่งตามพงศาวดารระบุว่าทางจีนมีส่วนช่วยพระเจ้าตากสินในการกอบกู้อิสรภาพ และสร้างกรุงธนบุรี และหลังจากนั้นในสมัยต้น และกลางรัตนโกสินทร์ การอพยพของคนจีนเข้ามาในไทยเพิ่มขึ้นมาก จึงเป็นคำอธิบายที่ชัดเจน ถึงขนบธรรมเนียม ประเพณี และวัฒนธรรมต่างๆของคนจีน รวมทั้งวันตรุษจีน ที่เข้ามาในไทย และดำรงอยู่จนถึงวันนี้

สำหรับกรณีของไทย พบว่า ชาวจีนส่วนใหญ่ มาจากแต้จิ๋ว ฮกเกี้ยน แคะ และไหหลำ ที่เข้ามาทำการค้าขาย ทำเหมือง ค้าข้าว ไปจนถึงด้านแรงงาน ด้วยเหตุนี้จึงมีทั้งเรื่องของภาษา อาหาร ความเชื่อ พิธีกรรม การใช้ชีวิต การแต่งกาย ที่หลากหลายด้วยเช่นกัน แต่ไม่ว่าจะเป็นคนจีนเชื้อสายใด สิ่งที่เหมือนกันอย่างหนึ่ง ก็คือ วันตรุษจีน ถือเป็น “วันสำคัญของชุมชนจีนในสยาม”จนถึงวันนี้ วันตรุษจีน ยังมีการสืบทอดทางวัฒนธรรมอยู่ในไทยอย่างแนบแน่น จนกล่าวกันว่า เทศกาลตรุษจีน “ฝังราก”ในไทยได้ลึกกว่าในหลายๆประเทศที่แม้จะมีจีนโพ้นทะเลอาศัยอยู่เช่นกัน สอดคล้องกับประโยคสำคัญที่ว่า “จีน-ไทย ใช่อื่นไกล พี่น้องกัน” “ไทย-จีน” ที่มากกว่าการไหว้ : การผสมผสานทางวัฒนธรรมการผสมผสานทางวัฒนธรรมของคนไทยและคนจีน จนเป็นสัมพันธ์ที่ลึกซึ้ง เชื่อว่าอยู่บน 4 ปัจจัยหลักๆ ประกอบด้วย

  1. มีการผสมกลมกลืนสูง จากการที่คนจีนในไทยมีการแต่งงานกับคนไทย และได้รับโอกาสที่เปิดกว้างในการรับราชการในไทย มีหลายๆ ตระกูลซึ่งเป็นที่รู้จักในไทย มีบรรพบุรุษที่เป็นคนจีน อย่างเช่น ต้นตระกูล ณ สงขลา บรรพบุรุษ คือ นายเหยี่ยง แซ่เฮา หรือ แซ่หวู เป็นชาวจีนฮกเกี้ยน มณฑลฝูเจี้ยน อพยพมาอยู่ที่เมืองสงขลา เมื่อพระเจ้าตาก ได้ยกพลมาพักทัพที่สงขลาใน พ.ศ. 2312 มีผู้คนเข้าเฝ้าถวายตัวจำนวนมาก หนึ่งในนั้น คือ นายเหยี่ยง ซึ่งต่อมาพระเจ้าตากได้แต่งตั้งให้เป็น “หลวงอินทคีรีสมบัติ” นายอากรเกาะรังนก และอีก 2 ปีต่อมาจึงโปรดเกล้าฯ ให้เป็น “หลวงสุวรรณคีรีสมบัติ” เจ้าเมืองสงขลา และกลายเป็นสกุลที่เป็นเจ้าเมืองสงขลาอย่างต่อเนื่อง โดยหลังจาก หลวงสุวรรณคีรีสมบัติ ถึงแก่กรรม ในยุครัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 1 โปรดเกล้าฯ ให้ นายบุญหุ้ย บุตรชายคนโต ของ หลวงสุวรรณคีรีสมบัติ เป็นเจ้าเมืองสงขลาคนต่อมา และมีความชอบมากจนได้เลื่อนบรรดาศักดิ์สูงชั้นเจ้าพระยา เป็น “เจ้าพระยาอินทคีรี” ซึ่งตระกูล ณ สงขลา ได้รับโปรดเกล้าฯ ให้เป็นเจ้าเมืองสงขลา ต่อเนื่องถึง 8 คน ยาวนานกว่า 120 ปี เป็นตัวอย่างชัดของการได้รับโอกาสเข้ารับราชการและการดำรงชีพในไทย
  2. ไทยไม่กีดกันวัฒนธรรม และการใช้ชีวิตสไตล์คนจีน ซึ่งจุดนี้จะมีความแตกต่างจากบางประเทศ ที่อาจจะมีข้อห้ามข้อจำกัด ผิดกับ ไทย ที่ไม่ได้มีการห้ามพิธีกรรมจีน ไม่ได้บังคับเลิกภาษา หรือประเพณี คนไทยที่ผ่านมาจึงคุ้นเคยกับภาษาแต้จิ๋ว คุ้นเคยกับประเพณีต่างๆของชาวจีน โดยไม่รู้สึกแตกต่าง ส่งผลให้ชุมชนจีนในไทยสามารถดูแลวัฒนธรรมของจีนได้แม้จะอยู่ในไทย ที่สำคัญในช่วงรัชสมัยของ รัชกาลที่ 5–6 ชุมชนจีนในไทยได้รับการยอมรับว่าเป็น “ฐานพลังทางเศรษฐกิจ” ของไทย
  1. ความเชื่อและประเพณีวัฒนธรรมของจีน สามารถสอดคล้องและเข้ากับพุทธ และพราหมณ์ของไทยได้ อาทิ การไหว้เจ้าของจีน มีความคล้ายการทำบุญของไทย การเคารพบรรพบุรุษของจีน ก็สอดคล้องกับหลักความกตัญญูแบบไทย หรือแม้แต่เรื่องของความเชื่อ อย่าง ฮวงจุ้ย โชคลาง ก็สอดคล้องกลมกลืนกับความเชื่อพื้นบ้านของไทย เมื่อความเชื่อ ประเพณี วัฒนธรรม และศาสนา ไม่ขัดแย้งกัน แต่กลับเสริมกัน จึงยิ่งทำให้การผสมผสานทางวัฒนธรรมสามารถดำรงได้อย่างราบรื่นยาวนาน
  2. การผสมผสานทางระบบเศรษฐกิจ ช่วยเกื้อหนุนให้เข้ากันง่ายขึ้น ในลักษณะของการอยู่ร่วมกันแบบได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย โดยบรรยากาศตรุษจีน เป็นเหมือนเทศกาลจับจ่ายที่ทั้งผู้ที่ยังยึดมั่นในประเพณี กับบรรดาพ่อค้า ตลาดธุรกิจและห้างร้านต่างๆ ล้วนได้ประโยชน์ เทศกาลตรุษจีน จึงกลายเป็นวัฒนธรรมเศรษฐกิจไปด้วย

ดังนั้น ตรุษจีนในไทยวันนี้ จึงไม่ใช่“วัฒนธรรมต่างชาติ” แต่กลายได้เป็น “วัฒนธรรมร่วมกัน”ระหว่างคนไทย คนไทยเชื้อสายจีน และคนจีน ไปแล้วอาหาร ความเชื่อ การแต่งตัว การให้ซองแดง ความกตัญญู และ ครอบครัวแม้ว่า รูปแบบของตรุษจีนในไทยจะไม่ใช่รูปแบบตรุษจีนจีนแท้แบบดั้งเดิม เนื่องจากมีสิ่งที่ “ไทยปรับประยุกต์เอง” เช่น อาหาร ของไหว้บางอย่างเป็นของไทยเข้ามามากขึ้น รูปแบบพิธี และความเชื่อ ได้ปรับให้สอดคล้องกับสังคมไทยที่ความเป็นครอบครัวมากกว่าตระกูลใหญ่ บางบ้านจะมีการไหว้ ทั้ง ไหว้เทพเจ้าแบบจีน การไหว้บรรพบุรุษ การไหว้พระพุทธรูป การไหว้เจ้าที่

ขณะที่การแต่งกาย มีความนิยมในเสื้อผ้าโทนสีแดง แต่รูปแบบไม่ได้จำเพาะว่าต้องเป็นชุดจีน จะเป็นชุดไทย หรือชุดในปัจจุบันก็ได้ แค่มีสีสันแดง สดใส ทำให้แม้คนไทยจำนวนมาก ไม่ใช่คนเชื้อสายจีนโดยตรง ก็ยังร่วมเฉลิมฉลองได้โดยไม่รู้สึกแปลกแยกการให้ซองแดง ที่เป็นเรื่องความกตัญญู การตอบแทนความรักและความผูกพันในครอบครัว ในตระกูล ซึ่งธรรมเนียมจีนถือเป็นส่วนหนึ่งของประเพณีที่เคร่งครัด แต่สำหรับในไทยได้ผ่อนคลายกว่าในจีนมาก แม้จะยังคงอยู่บนพื้นฐานของความกตัญญู การตอบแทนความรักและความผูกพัน แต่ก็ไม่มีกฎเกณฑ์ที่ตายตัว แต่ปรับให้สอดคล้องกับฐานะ ภาวะธุรกิจ และเศรษฐกิจในแต่ละปี

โดยสรุป “ตรุษจีนแบบจีนสยาม (Sino-Thai Chinese New Year)” ในสังคมไทยปัจจุบัน จึงไม่ได้เป็นแค่“ประเพณีนำเข้า” แต่เป็นผลลัพธ์ของประวัติศาสตร์การอยู่ร่วมกันของคนจีนกับสังคมไทย กว่า 200–300 ปี แล้วนั่นเองดังนั้น ตรุษจีนในประเทศไทย ยังคงมีแนวโน้มไม่จางหายไป แต่จะเปลี่ยนสถานะจากวัฒนธรรมชาติพันธุ์ ไปเป็นวัฒนธรรมร่วมของสังคมไทยภาพประกอบ
01 – คำบรรยายจากในภาพ : พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ เสด็จสงขลา ร.ศ. ๑๐๙ (พ.ศ ๒๔๓๓) ประทับฉายรูปหมู่ หน้าศาลเจ้าหลักเมืองสงขลา กับพระบรมวงศานุวงศ์ ข้าราชบริพาร พระยาวิเชียรคีรี (ชม ณสงขลา) พระอนันตสมบัติ (เอม) และกรมการเมืองสงขลา
คณะที่ตามเสด็จ : สมเด็จเจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สมเด็จเจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ สมเด็จเจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ สมเด็จเจ้าฟ้าจันทราสรัทวาร กรมหมื่นสมมตอมรพันธุ์ กรมหมื่นดำรงราชานุภาพ กรมหมื่นสรรพสาตรศุภกิจ พระองค์เจ้าไชยยันตมงคล พระยาชลยุทธโยธิน พระยาเทเวศ

02 – ศาลพระยาวิเชียรคีรี (เถี้ยนเส้ง) ผู้สำเร็จราชการเมืองสงขลาคนที่ ๔ช ในสายตระกูล ณ สงขลา โดยศาลแห่งนี้ตั้งอยู่ในศาลหลักเมือง จังหวัดสงขลา ในปัจจุบั03 – เจ้าพระยาศรีธรรมาธิเบศ (จิตร ณ สงขลา) “ขุนนาง ๕ แผ่นดิน” อดีตเสนาบดีกระทรวงยุติธรรม และเป็นคนสุดท้ายที่ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยา หลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง เจ้าพระยาศรีธรรมาธิเบศ ยังได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงการคลัง เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎรและประธานรัฐสภา เมื่อพ้นภารกิจทางการเมืองแล้ว ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯให้ดำรงตำแหน่งองคมนตรีและประธานองคมนตรีในรัชกาลที่ ๙ สำหรับในด้านฐานพลังเศรษฐกิจ โดยเมื่อ ปี พ.ศ. 2489 ได้เป็นผู้ก่อตั้ง และประธานคนแรก ของบริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทประกันชีวิตแห่งแรกของไทย ที่ก่อตั้ง และบริหารงานโดยคนไทย และยังคงดำเนินกิจการต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

04 – 05 บรรยากาศวันตรุษจีน

06 – อั่งเปา หรือซองแดง

โดย นายภูวนารถ ณ สงขลา
นายกสมาคมวารสารศาสตร์ ธรรมศาสตร์

สือรัฐ ทีวี บก.เอกสิทธ์ หมวดทอง