#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / ‘ท่าเรือประจวบ’ เปิดตัว กรรมการผู้จัดการ คนใหม่ ‘อนุวัต ชัยกิตติวนิช’ ปักธง Hub โลจิสติกส์ทางน้ำ ยกระดับเชื่อมโยงอุตสาหกรรมไทยสู่สากล

บริษัท ท่าเรือประจวบ จำกัด (Prachuap Port Company Limited – PPC) ท่าเรือน้ำลึกพาณิชย์สากลเอกชนชั้นนำของประเทศไทย ประกาศแต่งตั้ง นายอนุวัต ชัยกิตติวนิช เข้าดำรงตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการ (Managing Director) คนใหม่ โดยนายอนุวัตถือเป็นผู้บริหารระดับสูงที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์โลจิสติกส์ของกลุ่มเหล็กสหวิริยาและ SVL Group มายาวนานกว่า 10 ปี การก้าวรับตำแหน่งในครั้งนี้ พร้อมนำประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญ และสายตาที่มองเห็นโอกาสทางธุรกิจ มายกระดับบทบาทของ ‘ท่าเรือประจวบ’ โดยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้แก่ลูกค้าภาคอุตสาหกรรมทั้งในและต่างประเทศนายอนุวัต ชัยกิตติวนิช กรรมการผู้จัดการ บริษัท ท่าเรือประจวบ จำกัด (PPC) เปิดเผยว่า “ภารกิจสำคัญของผมในการเข้ามารับตำแหน่ง Managin Director คือการเปลี่ยนศักยภาพทางกายภาพและประสบการณ์ของท่าเรือประจวบ โดยนำโครงสร้างของ 3 หน่วยธุรกิจ ประกอบด้วย 1) หน่วยธุรกิจด้านการขนถ่ายสีน้ำเงิน (Blue Transport) 2) หน่วยธุรกิจด้านการบริการนอกชายฝั่งทะเล (Blue Offshore) และ 3) หน่วยธุรกิจด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทางทะเลสีน้ำเงิน (Blue Conservation) มารองรับเพื่อเป็นทางออกหรือทางเลือกใหม่ของผู้เข้ามาใช้บริการให้ตอบโจทย์กับกลุ่มลูกค้าเหล็ก และกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ

PPC เดินหน้าใช้ศักยภาพและความพร้อมของท่าเรือมุ่งเน้นไปที่ธุรกิจบนชายฝั่งที่สามารถใช้ท่าเรือประจวบและพื้นที่หลังท่าเรือประจวบเป็นพื้นฐานหลัก ทั้งการบริการขนถ่าย ฝากเก็บ และการให้บริการขนส่งทางทะเลด้านอื่นๆ ที่รวดเร็วและมีคุณภาพ เพื่อสร้างความไว้วางใจให้กับลูกค้า ทั้งนี้ บริษัทฯ มุ่งหวังในการเดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจทั้งธุรกิจขนถ่ายสินค้าปกติและธุรกิจใหม่ๆ ในด้านการขนส่งสินค้านับเป็นปรากฎการณ์ที่ดี ที่ทาง PPC ได้มีโอกาสเปิดรับสินค้ารูปแบบใหม่ โดยเฉพาะสินค้าขนาดใหญ่ โดยเมื่อปี 2565 ทางบริษัทฯ ได้มีการขนถ่ายหม้อแปลงไฟฟ้าขนาดใหญ่ผ่านท่าเทียบเรือสู่ปลายทางจังหวัดราชบุรี โดยในปี 2569 ทางบริษัทฯ ได้ให้บริการเรือเทียบท่าขนถ่ายอุปกรณ์และชิ้นส่วนของ Wind Turbine ซึ่งแต่ละชิ้นส่วนมีขนาดใหญ่ และมีการขนถ่ายที่ต้องใช้ความปลอดภัยสูง โดยทางบริษัทฯ ได้คำนึงถึงความปลอดภัยในการขนส่งที่ต้องผ่านถนนในเขตชุมชน พร้อมจัดชี้แจ้งผู้ขนส่งในมาตรการ มาตรฐานต่างๆ ในการขับขี่ในเขตชุมชนให้กับผู้ขนส่งอย่างเคร่งครัด เพื่อลดปัญหาด้านชุมชน และการจราจร รวมถึงการเป็นอยู่ของชุมชน เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมกับชุมชนอย่างยั่งยืน

DCIM\100MEDIA\DJI_0112.JPG

3 ศักยภาพหลักที่ตอบโจทย์และสร้างประโยชน์สูงสุดให้แก่ลูกค้าโครงสร้างพื้นฐานระดับสากล : ด้วยตำแหน่งที่ตั้ง ณ อำเภอบางสะพาน ท่าเรือประจวบเป็นท่าเรือสินค้าเอกชนที่ใหญ่ที่สุดในอ่าวไทยฝั่งตะวันตก มีความลึกของท่าน้ำหน้าท่าถึง 15 เมตร (MSL) พร้อมเขื่อนกันคลื่น (Breakwater) ที่ออกแบบพิเศษตามธรรมชาติ ทำให้เรือขนาดใหญ่สูงสุดถึง 110,000 เดทเวทตัน (DWT) สามารถเข้าจอดและปฏิบัติงานขนถ่ายได้ปลอดภัยตลอด 365 วัน ทางบริษัทฯ มีการจัดการความปลอดภัยทั้งบุคคลากรของท่าเรือประจวบ รวมถึงผู้รับเหมาเพื่อให้มั่นใจได้ว่าทุกกิจกรรมการทำงานปลอดภัยและใส่ใจสิ่งแวดล้อม

default

ครอบคลุมด้านการขนถ่าย : นอกจากบริการหน้าท่า ท่าเรือประจวบยังมีพื้นที่หลังท่าขนาดใหญ่ กับความพร้อมทางด้านการบริการขนถ่าย ฝากเก็บรวมถึงการให้บริการขนส่งทางทะเลด้านอื่นๆ ที่รวดเร็วและมีคุณภาพเพื่อสร้างความไว้วางใจให้กับลูกค้ารองรับการขนถ่ายสินค้าขนาดใหญ่พิเศษ : ล่าสุดท่าเรือประจวบก้าวสู่อีกขั้นด้วยการเป็นศูนย์กลางขนถ่ายสินค้าขนาดใหญ่และหนักหน่วง (Project Cargo) ที่ต้องอาศัยวิศวกรรมขั้นสูง เช่น หม้อแปลงไฟฟ้าขนาดใหญ่ และล่าสุดกับการรับขนถ่ายอุปกรณ์กังหันลม (Wind Turbine) ซึ่งมีชิ้นส่วนใบพัด (Blade) ยาวกว่า 90 เมตร และชิ้นส่วนเครื่องยนต์ (Drive Train) น้ำหนักเกือบ 100 ตันผู้ให้บริการท่าเทียบเรือ: ชี้แจงกฎระเบียบการเดินรถในพื้นที่บางสะพานให้กับผู้ดำเนินการขนส่งรับทราบ พร้อมนำไปปฎิบัติอย่างเคร่งครัด

default

เวลาจำกัดบนท้องถนน: ปฏิบัติการขนส่งในช่วงเวลากลางคืน 21.00 น. ถึง 04.00 น. ของวันรุ่งขึ้น เพื่อลดผลกระทบต่อการจราจรและความปลอดภัยของประชาชนผู้ดำเนินการขนส่ง: ดำเนินการโดยบริษัทโลจิสติกส์เฉพาะทางด้านวิศวกรรม (เช่น บริษัท วัฒนะกลทรานสปอร์ต 2001 จำกัด) ซึ่งมีการประสานงานร่วมกับทางอำเภอและตำรวจทางหลวงในการอำนวยความสะดวกเติบโตอย่างยั่งยืน ใส่ใจชุมชน นายอนุวัต กล่าวเพิ่มเติมว่า “นอกเหนือจากความเชี่ยวชาญด้านโลจิสติกส์แล้ว การสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ประกอบการในยุคปัจจุบันคือเรื่องความยั่งยืน ท่าเรือประจวบให้ความสำคัญกับมาตรการความปลอดภัยระดับเข้มงวด โดยเฉพาะการเคลื่อนย้ายสินค้าขนาดใหญ่ผ่านเขตชุมชน มีการสื่อสาร วางแผนจราจร และกำกับดูแลผู้ขนส่งอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ธุรกิจของลูกค้าดำเนินไปได้อย่างราบรื่น ไร้ข้อขัดแย้งกับชุมชน และเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน”เกี่ยวกับ บริษัท ท่าเรือประจวบ จำกัด (PPC) บริษัท ท่าเรือประจวบ จำกัด (Prachuap Port Company Limited – PPC) เป็นท่าเรือน้ำลึกพาณิชย์สากลเอกชนภายใต้กลุ่มเหล็กสหวิริยา ตั้งอยู่ที่อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ให้บริการท่าเทียบเรือ บริการฝากเก็บสินค้า และการบริหารจัดการโลจิสติกส์ทางน้ำครบวงจร ด้วยเทคโนโลยี มาตรฐานวิศวกรรมความปลอดภัย และจิตสำนึกต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

///////////////

ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

default

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ สมาคม อสมช. ลงพื้นที่ช่วยชายวัย 62 ปี ร้องถูกบุกรุกที่ดินกว่า 31 ไร่ อ้างเสียสิทธิ์อีก 5 ไร่ พร้อมถูกข่มขู่

วันนี้ (7 ต.ค. 69) เวลา 10.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสมชาย แก้วสุทธิ นายกสมาคมองค์การคุ้มครองสิทธิมนุษยชน (ภาคประชาชน) พร้อมทีมข่าว ลงพื้นที่ช่วยเหลือ นายบุญยืน อายุ 62 ปี กรณีร้องเรียนปัญหาการครอบครองและสิทธิในที่ดินในพื้นที่ อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี

นายบุญยืน ระบุว่า มีที่ดินรวมประมาณ 31 ไร่ 66 ตารางวา แต่ที่ผ่านมาเกิดปัญหาการเข้าครอบครองพื้นที่ โดยผู้ร้องกล่าวอ้างว่าเกี่ยวข้องกับผู้ใหญ่บ้านหมู่ 6 ตำบลแห่งหนึ่งใน จังหวัดจันทบุรี จึงต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงและสิทธิในการครอบครองที่ดินดังกล่าว

นอกจากนี้ นายบุญยืนระบุว่า เพิ่งทราบว่าเมื่อปี 2549 สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) จังหวัดจันทบุรี ได้ดำเนินการรังวัดและออกเอกสารเกี่ยวกับที่ดิน แต่พบว่าพื้นที่ของตนประมาณ 5 ไร่ มีการเปลี่ยนแปลงผู้ถือครอง จึงต้องการให้ตรวจสอบว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามขั้นตอนและถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่

ขณะที่น้องสาวของนายบุญยืน เปิดเผยว่า ครอบครัวเคยถูกข่มขู่ โดยอ้างว่าหากกลับเข้ามาในพื้นที่อีกอาจถูกยิง และหากต้องการที่ดินคืนให้ไปติดต่อ ส.ป.ก.จังหวัดจันทบุรี หรือดำเนินการฟ้องร้องตามกฎหมาย

ต่อมา สมาคมฯ ได้นำ นายบุญยืน เข้าพบหัวหน้าปฏิรูปที่ดินจังหวัดจันทบุรี เพื่อยื่นหนังสือร้องเรียน ขอให้ตรวจสอบเอกสาร สิทธิการครอบครอง และข้อเท็จจริงเกี่ยวกับที่ดิน รวมถึงกรณีที่ผู้ร้องระบุว่าเสียสิทธิในที่ดินประมาณ 5 ไร่ และมีพื้นที่อีกประมาณ 31 ไร่ 66 ตารางวา ที่ถูกเข้าครอบครอง

ด้านหัวหน้าปฏิรูปที่ดินจังหวัดจันทบุรี รับเรื่องร้องเรียน พร้อมแจ้งว่าจะมอบหมายให้นายช่าง นิติกร และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยเร่งด่วน รวมถึงดำเนินการตรวจสอบเอกสารและขั้นตอนการออกเอกสารสิทธิที่เกี่ยวข้อง โดยคาดว่าจะใช้ระยะเวลาประมาณ 1 เดือน ในการตรวจสอบและรวบรวมข้อเท็จจริง

ทั้งนี้ ข้อกล่าวหาทั้งหมดอยู่ระหว่างการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยยังไม่มีข้อสรุปว่าฝ่ายใดเป็นผู้กระทำผิด จึงต้องรอผลการตรวจสอบเอกสาร การลงพื้นที่และข้อเท็จจริงจากทุกฝ่ายต่อไป.

ภาพ/ข่าว โดย.วงศกร เพจอีกร โทร.085-538-7808

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ นาวิกโยธิน “เปิดโหมดเฝ้าระวัง” รับฤดูภัยพิบัติ ระดมกำลัง–เรือ–ยุทโธปกรณ์เต็มพิกัด 24 ชม. รับมือน้ำท่วมพื้นที่

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 7 ต.ค. 69 ที่บริเวณลานกองบังคับการกองพันทหารราบที่ 9 รักษาพระองค์ กรมทหารราบที่ 3 กองพลนาวิกโยธิน ค่ายจุฬาภรณ์ อ.เมือง จ.นราธิวาส นาวาเอก บัญญัติ วงศ์จำปา ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 3 กองพลนาวิกโยธิน ในฐานะผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน

กองทัพเรือ และผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินภาคใต้ เป็นประธานในพิธีสนธิกำลังและตรวจความพร้อมในการปฏิบัติงานของศูนย์บรรเทาสาธารณภัย หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินภาคใต้ ประจำปี 2570 เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ภัยพิบัติและให้ความช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที

สำหรับการตรวจความพร้อมครั้งนี้มีการจัดกำลังพล เครื่องมือ ยุทโธปกรณ์ เรือหลายประเภท รวมถึงระบบติดต่อสื่อสาร เพื่อให้สามารถเคลื่อนย้ายกำลังและอุปกรณ์เข้าให้ความช่วยเหลือประชาชนได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในช่วงเดือนตุลาคมถึงธันวาคม ซึ่งเป็นช่วงฤดูฝนและมีความเสี่ยงเกิดน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำหลายแห่งของจังหวัดนราธิวาส

โดยพื้นที่เฝ้าระวังประกอบด้วย ต.มะนังตายอ และ ต.ลำภู อ.เมืองนราธิวาส ต.บูเก๊ะบือซา และ ต.ละหาร อ.ยี่งอ ต.บาเระใต้ และพื้นที่ อ.บาเจาะ ต.นานาค และพื้นที่ อ.ตากใบ รวมถึง ต.ปูโยะ และ ต.มูโนะ อ.สุไหงโก-ลก ขณะที่ช่วงเดือนมีนาคมถึงเมษายน ซึ่งเป็นฤดูร้อน ยังมีความเสี่ยงเกิดไฟไหม้ป่าพรุในพื้นที่ ต.โคกเคียน อ.เมืองนราธิวาส

นาวาเอก บัญญัติ กล่าวว่า การสนธิกำลังในครั้งนี้เป็นการแสดงให้เห็นถึงความพร้อมทั้งกำลังพลและยุทโธปกรณ์ของศูนย์บรรเทาสาธารณภัยหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินภาคใต้ เพื่อให้สามารถเข้าไปช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบภัยและผู้ได้รับความเดือดร้อนได้อย่างทันท่วงที

เนื่องจากปัจจุบันสภาพภูมิอากาศและภัยธรรมชาติมีความหลากหลายและสามารถสร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนได้อย่างรวดเร็ว จึงจำเป็นต้องเตรียมกำลังพล เครื่องมือ และยุทโธปกรณ์ให้พร้อมระดมเข้าปฏิบัติภารกิจได้อย่างเต็มขีดความสามารถ

ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินภาคใต้ ยังได้กำชับให้กำลังพลติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ประสานงานกับหน่วยงานฝ่ายปกครอง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งให้มีการฝึกอบรมและซักซ้อมแผนเผชิญเหตุ เพื่อแก้ไขข้อบกพร่องและเพิ่มความรวดเร็วในการเข้าช่วยเหลือประชาชน

นาวาเอก บัญญัติ กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันหน่วยมีความพร้อมทั้งกำลังพล อุปกรณ์ ยุทโธปกรณ์ และระบบติดต่อสื่อสาร โดยมีการกระจายกำลังดูแลพื้นที่รับผิดชอบ 5 อำเภอของจังหวัดนราธิวาส พร้อมติดตามสถานการณ์และการแจ้งเตือนภัยอย่างใกล้ชิด เพื่อให้สามารถประเมินสถานการณ์และปรับกำลังเข้าช่วยเหลือได้ตามความรุนแรงและความจำเป็นของแต่ละพื้นที่

สำหรับอุปกรณ์ที่นำมาเตรียมความพร้อมในครั้งนี้ มีทั้งเรือท้องแข็ง เรือยาง และอุปกรณ์ช่วยเหลือด้านต่างๆ เพื่อรองรับสถานการณ์น้ำท่วมและการอพยพประชาชน ขณะเดียวกันพื้นที่ อ.ตากใบ และ อ.สุไหงโก-ลก ยังมีหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน 33 รับผิดชอบพื้นที่ ซึ่งสามารถสนับสนุนกำลังพลและอุปกรณ์เข้าช่วยเหลือเพิ่มเติมได้ทันทีเมื่อได้รับการประสาน

ทั้งนี้ ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินภาคใต้จะดำรงความพร้อมตลอด 24 ชั่วโมง โดยยึดประชาชนในพื้นที่รับผิดชอบเป็นภารกิจสำคัญสูงสุด พร้อมบูรณาการการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน เพื่อให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยเป็นไปอย่างรวดเร็ว ทั่วถึง และมีประสิทธิภาพ สามารถลดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนให้ได้มากที่สุด
//////////////
ข่าว/กรียา เต๊ะตานี/นราธิวาส/0896579170

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ “หนึ่งชีวิตจากไป แต่หลายชีวิตได้เริ่มต้นใหม่”รพ.มุกดาหาร ส่งต่อหัวใจ-ตับ-ไต 2 ข้าง พร้อมดวงตา 1 คู่ ให้ผู้ป่วยรอการปลูกถ่าย ขณะที่ทีมแพทย์เร่งภารกิจลำเลียงหัวใจข้ามจังหวัด

มุกดาหาร – เมื่อเวลา 12.30 น. วันพุธที่ 7 ตุลาคม 2569 แพทย์หญิงนภาพร เกียรติดำรง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมุกดาหาร พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร แพทย์ พยาบาล บุคลากรศูนย์รับบริจาคอวัยวะ โรงพยาบาลมุกดาหาร

และเหล่ากาชาดจังหวัดมุกดาหาร ร่วมแสดงความอาลัยและสดุดีแด่ผู้บริจาคอวัยวะและดวงตา พร้อมน้อมรำลึกถึงจิตอันเป็นกุศลของผู้วายชนม์และครอบครัว ซึ่งได้ตัดสินใจมอบโอกาสครั้งสำคัญให้แก่เพื่อนมนุษย์ แม้ในช่วงเวลาแห่งการสูญเสีย

สำหรับการบริจาคครั้งนี้ ได้ส่งมอบอวัยวะสำคัญ ได้แก่ หัวใจ ตับ ไต 2 ข้าง และดวงตา 1 คู่ หรือ 2 ดวง ให้แก่ศูนย์รับบริจาคอวัยวะ สภากาชาดไทย เพื่อจัดสรรนำไปช่วยเหลือผู้ป่วยที่กำลังรอคอยการปลูกถ่ายอวัยวะและดวงตา ถือเป็นการส่งต่อโอกาสในการมีชีวิตและการมองเห็นแก่ผู้ป่วยอีกหลายราย

โรงพยาบาลมุกดาหารได้ร่วมแสดงความขอบคุณและสดุดีต่อจิตอันประเสริฐของผู้วายชนม์ รวมถึงครอบครัวที่ร่วมสานต่อเจตนารมณ์แห่งการให้จนเกิดเป็นกุศลอันยิ่งใหญ่ พร้อมส่งกำลังใจให้ครอบครัวผ่านช่วงเวลาแห่งการสูญเสีย และขอให้อานิสงส์แห่งการบริจาคครั้งนี้ส่งผลให้ผู้วายชนม์ไปสู่สุคติ

ขณะเดียวกัน ภารกิจส่งต่อหัวใจในครั้งนี้เป็นภารกิจที่ต้องดำเนินการแข่งกับเวลา โดยทีมผ่าตัดหัวใจมีแผนเดินทางจากโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ฯ ไปยังสนามบินดอนเมือง ก่อนขึ้นเครื่องบินเจ็ต AIR AMB เดินทางไปยังสนามบินร้อยเอ็ด และเดินทางต่อด้วยรถยนต์มายังโรงพยาบาลมุกดาหาร เพื่อเข้ารับหัวใจสำหรับนำไปใช้ในการปลูกถ่ายให้แก่ผู้ป่วยตามแผนการรักษา

ส่วนภารกิจส่งหัวใจกลับ มีการวางแผนเส้นทางจากโรงพยาบาลมุกดาหารไปยังลานจอดเฮลิคอปเตอร์ชั่วคราวบริเวณโรงเรียนนวมินทราชูทิศ จากนั้นใช้เฮลิคอปเตอร์แบบ 212 ของกองทัพบกบินไปยังสนามบินร้อยเอ็ด เพื่อส่งต่อกล่องบรรจุหัวใจขึ้นเครื่องบินเจ็ตเดินทางไปยังสนามบินดอนเมือง ก่อนนำส่งต่อไปยังโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ฯ เพื่อเข้าสู่กระบวนการปลูกถ่ายอวัยวะต่อไป

ภารกิจสำคัญครั้งนี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือของหลายหน่วยงาน ทั้งทีมเครื่องบินเจ็ตส่วนตัว AIR AMB ตำรวจทางหลวง กองทัพบก คณะแพทย์โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ คณะแพทย์โรงพยาบาลศรีนครินทร์

คณะเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ สถานีตำรวจภูธรเมืองมุกดาหาร สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดมุกดาหาร รวมถึงทีมภาคพื้นดินมุกดาหาร ที่ร่วมกันสนับสนุนการเดินทางและลำเลียงอวัยวะให้เป็นไปอย่างรวดเร็วและปลอดภัย

เหตุการณ์ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงคุณค่าของการบริจาคอวัยวะ ซึ่งแม้ผู้บริจาคจะจากไปแล้ว แต่เจตนารมณ์แห่งการให้ยังคงดำเนินต่อไป ผ่านหัวใจ ตับ ไต และดวงตา ที่สามารถสร้างโอกาสให้ผู้ป่วยได้กลับมามีชีวิต เดินหน้าต่อ และมองเห็นโลกอีกครั้ง

ถือเป็นการส่งต่อชีวิตที่ทรงคุณค่าและเป็นกุศลอันยิ่งใหญ่ของผู้วายชนม์และครอบครัว ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน#ข่าววันนี้ #ข่าวด่วน #CIAThailand #สำนักข่าวCIAประเทศไทย #มุกดาหาร #โรงพยาบาลมุกดาหาร #บริจาคอวัยวะ #สภากาชาดไทย #ส่งต่อชีวิต #ผู้บริจาคอวัยวะ #ดวงตา #หัวใจ #กองทัพบกฃ

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ 62 กล่อง 860 กิโลฯ จบที่หลุมฝัง! มุกดาหารทำลายเครื่องในโคแช่แข็ง 860 กก. ต้นทางอาร์เจนตินาไร้ใบรับรอง

มุกดาหาร – เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่ศูนย์พระพิรุณ (ศพร.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมกับด่านกักกันสัตว์มุกดาหาร สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดมุกดาหาร สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดมุกดาหาร

ด่านตรวจร่วมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2103 และด่านศุลกากรมุกดาหาร ดำเนินการทำลายซากสัตว์ของกลาง ประเภทเครื่องในโคแช่แข็ง จำนวน 62 กล่อง น้ำหนักรวม 860 กิโลกรัม ด้วยวิธีฝังทำลายตามระเบียบของกรมปศุสัตว์

การดำเนินการดังกล่าวสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่กองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2103 ร่วมกับด่านกักกันสัตว์มุกดาหาร ด่านตรวจร่วมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหน่วยความมั่นคงในพื้นที่ ตรวจยึดเครื่องในโคแช่แข็งจำนวน 62 กล่อง น้ำหนักรวม 860 กิโลกรัม ซึ่งมีข้อมูลระบุว่ามีต้นทางจากประเทศอาร์เจนตินา

จากการตรวจสอบพบว่า ซากโคแช่แข็งดังกล่าวไม่มีเอกสารรับรองแหล่งที่มา และไม่มีใบรับรองสุขศาสตร์ซากสัตว์จากสัตวแพทย์ต้นทาง ทำให้ไม่สามารถยืนยันได้ว่าซากสัตว์ดังกล่าวมาจากสัตว์ที่มีสุขภาพสมบูรณ์และปลอดจากโรคระบาดสัตว์หรือไม่ เจ้าหน้าที่จึงพิจารณาว่าอาจมีความเสี่ยงต่อการนำเชื้อโรคเข้าสู่ประเทศและการแพร่ระบาดของโรคระบาดสัตว์

เพื่อป้องกันไม่ให้ซากสัตว์ที่ไม่ผ่านการรับรองเข้าสู่ระบบการบริโภคหรือก่อให้เกิดความเสี่ยงด้านสุขภาพสัตว์ เจ้าหน้าที่จึงอาศัยอำนาจตามมาตรา 13 และมาตรา 40 แห่งพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 ดำเนินการทำลายของกลางโดยวิธีฝังกลบ ตามหลักเกณฑ์และระเบียบของกรมปศุสัตว์ โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมควบคุมการดำเนินการอย่างใกล้ชิด

การทำลายในครั้งนี้เป็นมาตรการป้องกันและควบคุมความเสี่ยงด้านโรคระบาดสัตว์ โดยเฉพาะกรณีซากสัตว์นำเข้าที่ไม่สามารถแสดงเอกสารรับรองแหล่งที่มาและสุขศาสตร์ซากสัตว์ได้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ถือเป็นสิ่งของที่ต้องควบคุมเพื่อป้องกันผลกระทบต่อ

สุขภาพสัตว์และความปลอดภัยของประชาชน
ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน
#ข่าววันนี้ #ข่าวด่วน #CIAThailand #สำนักข่าวCIAประเทศไทย #มุกดาหาร #กรมปศุสัตว์ #ด่านกักกันสัตว์มุกดาหาร #เครื่องในโคแช่แข็ง #ซากสัตว์ #อาร์เจนตินา #ทหารพราน2103

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ อ.นครชัยศรี ยึดหลัก ”บวร“ ร่วมกับ วัดสำโรง ส่งมอบถุงยังชีพ ผ่านความห่วงใย สู่ผู้ประสบอุทกภัย

วันพุธ ที่ 7 ตุลาคม 2569 ตั้งแต่ เวลา 09.00 น.
นายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี พร้อมด้วย
พ.ต.อ.เลอศักดิ์ ตุมรสุนทร ผกก.สภ.นครชัยศรี นายชัยยุทธ
หุ่นเจริญ ปลัดอาวุโสอำเภอนครชัยศรี นายปราโมทย์ มลคล้ำ สาธารณสุขอำเภอนครชัยศรี นางสาวอรอุมา อึ้งประเสริฐภรณ์ พัฒนาการอำเภอนครชัยศรี

นายอดิศร ทิ้งเหม ท้องถิ่นอำเภอนครชัยศรี นายอรัญ ชมภูพันธ์ ปศุสัตว์อำเภอนครชัยศรี นางจารุณี กาญจนวิริยะ ประมงอำเภอนครชัยศรี รอ.ปริภัทร์ บริบูรณ์ สัสดีอำเภอนครชัยศรี นางนฤมล โพธิ์ทองนาค ปลัดอำเภอฝ่ายทะเบียนและบัตร กำนัน ผู้ใหญ่

บ้าน นายกองค์การบริหารส่วนตำบลวัดสำโรง รพ.สต.วัดสำโรง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพ ซึ่งทางวัดสำโรงได้ให้การสนับสนุนข้าวสาร อาหารแห้ง น้ำดื่ม เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (น้ำท่วม) เขตพื้นที่ตำบลวัดสำโรง จำนวน 100 ชุด

เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจแก่ผู้ได้รับความเดือดร้อน
โดยมีพระครูสิริปุญญาภิวัฒน์ รองเจ้าคณะจังหวัดนครปฐม เจ้าอาวาสวัดสำโรง เป็นประธานในครั้งนี้ในส่วนของการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขัง ฝ่ายปกครองและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ร่วมกันเร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำ และเปิดทางระบายน้ำลงสู่แม่น้ำท่าจีน เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่และบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน

ทั้งนี้ อำเภอนครชัยศรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงติดตามสถานการณ์อุทกภัยอย่างใกล้ชิด พร้อมบูรณาการกำลังเจ้าหน้าที่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนและบรรเทาความเดือดร้อนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ เจ้าคณะอำเภอดอนตูม แจกทุนให้กับเด็กนักเรียนเรียนดีประพฤติดี มีจิตสาธารณะประโยชน์ ณ.รร.วัดบ้านฆ้องน้อยจำนวน 50 ทุน

วันที่ 6 ตุลาคม 2569 พระราชวชิรเจดีย์ เจ้าอาวาสวัดพระประโทณเจดีย์ วรวิหาร พระอารามหลวง ตำบลพระประโทน อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐมได้เดินทางไปแจกทุนการศึกษาแก่นักเรียนทุนละ500 บาท จำนวน 50 ทุน นักเรียนเรียนดี ประพฤติดี มีจิตสาธารณะประโยชน์โรงเรียนวัดบ้านฆ้องน้อย ต.ท่าผา อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี

โดยมี นางนันทพร สีนิล ผู้อำนวยการพร้อมด้วยคณะครูและนักเรียนโรงเรียนวัดบ้านฆ้องน้อย ได้รอให้การต้อนรับ โดยมีนางสาว พรทิพย์ แสงเครือ ครูผู้ประสานงานการรับทุนในครั้งนี้
และวันนี้ได้มีนักเรียนรับทุน จำนวน 50 ทุนๆ ละ 500 บาท และนักเรียนโรงเรียนอุดมวิทยา จำนวน 3 ทุน และทางหลวงพ่อได้

แจกส้มโอแก่คณะคณาจารย์ นักการฯ ชาวบ้านและนักเรียน จำนวน 210 ลูกและทางโรงเรียนได้ขอขอบพระคุณกับทางหลวงพ่อที่ได้เดินทางมาแจกทุนและส้มโอให้กับทางคณะครูและนักเรียนในครั้งนี้ด้วย
สมดิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ ทัพนักแสดง นักเตะ แฟนคลับ รวมตัวอบอุ่น รอบกาล่าพรีเมียร์ “เดอะโค้ช รถขนฝัน” เตรียม 8 ต.ค.นี้ ในโรงภาพยนตร์

ถือเป็นงานที่รวมพลทั้งนักแสดง นักเตะ แฟนหนัง และแฟนบอลไว้อย่างคับคั่งและอบอุ่น สำหรับ รอบกาล่าพรีเมียร์ของ “เดอะโค้ช รถขนฝัน” (THE COACH OF DREAMS)

ภาพยนตร์ที่สร้างจากเรื่องราวชีวิตจริงส่วนหนึ่งของ อาจารย์สกล เกลี้ยงประเสริฐ โค้ชผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จ ที่ไม่เพียงแค่ปั้นเหล่าก้อนดินให้กลายเป็นดาวเตะแห่งวงการฟุตบอลขาสั้น แต่ยังมอบโอกาส

สร้างชีวิต และพาเหล่านักเตะเยาวชนฝ่าฟันทุกอุปสรรคเพื่อเดินทางสู่ความฝัน จนกลายเป็นปรากฏการณ์สะเทือนวงการกีฬาของประเทศไทย ซึ่ง คุณวาฐิตา เพ็ญชาญวัฒนกิจ เจ๊ใหญ่ มีเดียเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด

(JAEYAI MEDIA ENTERTAINMENT CO., LTD.) ได้นำเรื่องราวมาถ่ายทอดบนแผ่นฟิล์ม และได้ผู้กำกับฯ มากฝีมืออย่าง สำรวย รักชาติ นั่งแท่นกำกับการแสดง ซึ่งได้จัดรอบกาล่าพรีเมียร์ไปเมื่อค่ำคืนวันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา ณ โรงภาพยนตร์ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ สุขุมวิท-เอกมัย

ภายในงาน ทั้งทีมนักแสดงนำ นักแสดงรับเชิญชื่อดังมากันพร้อมหน้า รวมทั้งมีผู้สร้าง ผู้กำกับในวงการมาร่วมแสดงความยินดีมากมาย กิจกรรมบนเวทีเริ่มต้นอย่างสดใส เมื่อสามสาว พะแพง – ณัชภัสร์ ชินณรงค์ , เชอรี่ – ชมพูนิกข์ พรหมพิไชย และ ข้าว – ณัฐกฤตา มณีเนียม แท็กทีมโชว์เพลงประกอบภาพยนตร์สุดน่า

รัก “หัศจรรย์ครั้งแรก” ก่อนส่งต่อเข้าสู่ช่วงสัมภาษณ์พูดคุย ที่ผู้กำกับ สำรวย รักชาติ และทัพนักแสดง นำโดย อาจารย์สกล เกลี้ยงประเสริฐ รวมทั้งหนุ่มๆ นักเตะที่วันนี้สลัดชุดนักบอลมาหล่อในชุดสูท อย่าง เต – วรากร ช่างเขียนดี, นาว – เจษฎา ลังกา, ฟาก๊อฟ – นพัฒน์ หัศไสว, แต้งกิ้ว – ปัญณวัฒน์ พงษ์บุญญพัฒน์ ต่างมาเล่าถึงความรู้สึกในการได้เป็นส่วนหนึ่งของ “เดอะโค้ช รถขนฝัน”

อาจารย์สกล เกลี้ยงประเสริฐ เผยว่า “เดอะโค้ช รถขนฝัน ไม่ได้ให้เฉพาะความบันเทิงอย่างเดียว แต่สามารถยังนำบางช่วงบางตอนไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ และผมเชื่อว่าบางฉากจะทำให้คนเสียน้ำตา และเมื่อภาพยนตร์เรื่องนี้ออกสู่สายตา คนดูจะเห็นถึงคุณค่าของนักกีฬาทุกคนมากขึ้นครับ”

ด้านนักแสดงรับเชิญชื่อดังมากประสบการณ์ ทั้ง กวาง – กมลชนก เขมะโยธิน และ ฮันนี่ – ภัสสร บุญยเกียรติ และไอซ์ – อธิชนัน ศรีเสวก ก็ได้เปิดเผยเบื้องหลังการทำงานสนุกๆ ที่สร้างรอยยิ้มให้แก่ทุกคน

โดยเฉพาะโมเมนต์สุดเซอร์ไพรส์ เมื่อคุณแม่ตัวจริงของ นาว – เจษฎา ที่แม้จะไม่ได้มาร่วมงานแต่ก็ฝากข้อความผ่าน กวาง – กมลชนก คุณแม่ในภาพยนตร์ เพื่อบอกลูกชายว่า “ขอให้เขาเป็นเด็กดีของทุกคน” ซึ่งแม่กวางก็ส่งต่อความรักให้แก่ลูกนาวอย่างสุดซาบซึ้ง

ความพิเศษเพิ่มขึ้นไปอีก เมื่อ คุณ อรรถวัติ ศิริสิทธิธงไชย (บอย ท่าพระจันทร์) หนึ่งในผู้สนับสนุนและอยู่เบื้องหลังความสำเร็จของทีมฟุตบอลเยาวชนที่ไม่เคยยอมแพ้ต่อโชคชะตา ภายใต้

การฝึกฝนของ อาจารย์สกล เกลี้ยงประเสริฐ มาจนถึงปัจจุบัน ได้ร่วมกล่าวถึงความประทับใจ “ผมสนับสนุนอาจารย์สกล เพราะอาจารย์สกลสร้างคน สร้างเด็ก และสร้างอนาคต ใครอยากดูแนวทางการดำเนินชีวิตของผู้ใหญ่คนหนึ่งที่เอ็นดูเด็กๆ ก็อยากให้มาดู เดอะโค้ช รถขนฝัน ครับ”

ด้าน คุณวาฐิตา เพ็ญชาญวัฒนกิจ ผู้บริหาร บริษัท เจ๊ใหญ่ มีเดียเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด (JAEYAI MEDIAENTERTAINMENT CO., LTD.) ได้กล่าวทิ้งท้ายว่า “เราอยากให้ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นแรงบันดาลใจแก่เยาวชน แก่ผู้ปกครอง ให้ใส่ใจ ดูแล และส่งเสริมความสามารถของเด็กๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านใดก็ตาม ให้ได้ใช้เวลาว่างให้มีประโยชน์และห่างไกลจากยาเสพติดค่ะ”

ใครที่รอคอยภาพยนตร์จากเรื่องจริงของโค้ชหนึ่งคนกับรถหนึ่งคัน “เดอะโค้ช รถขนฝัน” (THE COACH OF DREAMS) มาวันนี้พร้อมแล้วที่จะออกขับเคลื่อนเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับทุกครอบครัว 8 ตุลาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์ เดอะโค้ชรถขนฝัน Thecoachofdreams เจ๊ใหญ่สั่งลุย แตงโมยูไนเต็ด หมอนทอง

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ นายอำเภอดอนตูม ร่วมพิธีมอบบ้านตามโครงการสร้างและซ่อมแซมที่อยู่อาศัยฯ ของธ.อาคารสงเคราะห์

นายอำเภอดอนตูม เข้าร่วมพิธีมอบบ้านตามโครงการสร้างและซ่อมแซมที่อยู่อาศัยฯ ของธนาคารอาคารสงเคราะห์ โดยมี พันเอกสุขชาต สะสมทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครปฐม เขต 4 ซึ่งเป็นประธานในการมอบบ้านตามโครงการสร้างและซ่อมแซมที่อยู่อาศัย เพื่อผู้ด้อยโอกาส ผู้ยากไร้ ผู้สูงอายุ และผู้พิการ ประจำปี 2569

วันอังคารที่ 6 ตุลาคม 2569 เวลา 10.30 น.✨️ นายจักรกฤษณ์ ไขว้พันธุ์ นายอำเภอดอนตูม เข้าร่วมพิธีมอบบ้านตามโครงการสร้างและซ่อมแซมที่อยู่อาศัยฯ ของธนาคารอาคารสงเคราะห์ โดยมี พันเอกสุขชาต สะสมทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครปฐม เขต 4

ซึ่งเป็นประธานในการมอบบ้านตามโครงการสร้างและซ่อมแซมที่อยู่อาศัย เพื่อผู้ด้อยโอกาส ผู้ยากไร้ ผู้สูงอายุ และผู้พิการ ประจำปี 2569 โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากธนาคารอาคารสงเคราะห์ จำนวน 4 ราย ประกอบด้วย ประชาชนตำบลดอนรวก ตำบลห้วยด้วน ตำบลห้วยพระ และตำบลดอนพุทรา ตำบลละ 1 ราย

โดยมี นายเจษฎา เอี่ยมฐิติกุล นายกองค์การบริหารส่วนตำบลดอนรวก, นายสมชาติ บัวอิ่ม นายกองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยด้วน, นายไกรสร ค้าเจริญดี นายกองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยพระ, และนายกองค์การบริหารส่วนตำบลดอนพุทรา

พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านฯลฯ ร่วมให้การตอนรับโดยพร้อมเพรียงกัน ณ องค์การบริหารส่วนตำบลดอนรวก อำเภอดอนตูม จังหวัดนครปฐม ที่ทำการปกครองอำเภอดอนตูมกระทรวงมหาดไทย #กรมการปกครอง บำบัดทุกข์บำรุงสุข อำเภอพึ่งได้

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ เจ้าคณะ อ.ดอนตูมมอบเกียรติบัตร ผู้ที่ทำความดี ร่วมสนับสนุนกิจกรรมอันเป็นประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนาและชุมชน

เจ้าคณะอำเภอดอนตูม เจ้าอาวาสวัดพระประโทณเจดีย์วรวิหาร ได้เดินทางมาเป็นประธานมอบเกียรติบัตรให้กับผู้ที่มีในความตั้งใจและทำความดีที่ได้ร่วมสนับสนุนกิจกรรมอันเป็นประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนาและชุมชน

โดยมี พระปลัดอนุชิต อนุชิโต เจ้าอาวาสวัดสามง่าม ตำบลสามง่าม อำเภอดอนตูม จังหวัดนครปฐม พร้อมด้วย นายสมรัก มีใจดี นายกเทศมนตรีตำบลสามง่าม ได้เข้าร่วมพิธีมอบเกียรติบัตรในครั้งนี้ด้วย และ

ในครั้งนี้นายอานนท์ มีใจดีรองนายกเทศมนตรีตำบลสามง่ามได้เข้ารับเกียรบัตรในครั้งนี้ด้วย และทางคณะสงฆ์อำเภอดอนตูม
ขอมอบเกียรติบัตรฉบับนี้เพื่อแสดงว่า ทุกๆท่าน เป็นผู้มีอุปการคุณและสนับสนุนการจัดกิจกรรมทำความดี

ในโอกาสที่คณะกรรมการหมู่บ้านรักษาศีล ๕ หนกลาง ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมติดตามประเมินผล“หมู่บ้านรักษาศีล ๕ บ้านหนองหนัง หมู่ที่ ๒ อำเภอดอนตูม”ตามโครงการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ โดยใช้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา ณ วัดสามง่าม (อรัญญิการาม) ตำบลสามง่าม อำเภอดอนตูม จังหวัดนครปฐม
ทางคณะสงฆ์อำเภอดอนตูม

ขออนุโมทนาในความตั้งใจและความดีที่ได้ร่วมสนับสนุนกิจกรรมอันเป็นประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนาและชุมชน
“คุณค่าของความดีอยู่ที่ใจของผู้กระทำ” ขอให้ความดีที่ได้กระทำ จงเป็นเหตุปัจจัยนำมาซึ่งความสุข ความเจริญ อายุ วรรณะ สุขะ พละ และความสำเร็จในชีวิตสืบไป

คณะสงฆ์อำเภอดอนตูมหมู่บ้านรักษาศีล5สร้างความปรองดองสมานฉันท์วัดสามง่ามนครปฐมทำความดีเพื่อชุมชนอนุโมทนาบุญกับทุกๆท่านด้วย สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / จัดหางานประจวบฯ ประชาสัมพันธ์ สร้างการรับรู้ให้กับนายจ้าง/สถานประกอบการ เกี่ยวกับการจ้างคนต่างด้าวและกวดขันแรงงานต่างด้าว ผิดกฎหมาย

เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 10.30 น. สำนักงานจัดหางานจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยการอำนวยการของ นายอรัญญา รักษายนต์ จัดหางานจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้มอบหมายให้ นายจิรศักดิ์ แสงทอง นักวิชาการแรงงานปฏิบัติการ ลงพื้นที่บูรณาการร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวหัวหิน เข้าตรวจสอบสถานประกอบการแปรรูปสัตว์น้ำแห่งหนึ่ง
ในพื้นที่อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

เพื่อประชาสัมพันธ์ ให้ความรู้เกี่ยวกับพระราชกำหนดการบริหารจัดการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติม รวมถึงกวดขันการทำงานของแรงงานต่างด้าวให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด จากการเข้าตรวจสอบสถานประกอบการดังกล่าว เจ้าหน้าที่พบแรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมาจำนวน 3 ราย (เพศชาย) กำลังทำงานอยู่ภายในสถานที่ดังกล่าว เมื่อขอตรวจสอบเอกสารประจำตัวและใบอนุญาตทำงาน พบว่าไม่มีใบอนุญาตทำงานจากการสอบสวนเพิ่มเติมผ่านล่าม พบว่าได้เข้ามาทำงานในตำแหน่งกรรมกร

ณ สถานประกอบการแห่งนี้เป็นเวลากว่า 2 ปี ได้รับค่าจ้างวันละ 400 บาทเจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาแก่แรงงานต่างด้าวในข้อหา “เป็นคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน” ตามมาตรา 8 และบทลงโทษตามมาตรา 101 แห่ง พ.ร.ก.การบริหารจัดการทำงานของคนต่างด้าวฯ พร้อมแจ้งสิทธิตามกฎหมายและจัดทำบันทึกการจับกุมเพื่อส่งพนักงานสอบสวน สภ.ทับสะแก ดำเนินคดีตามกฎหมาย ในส่วนของนายจ้าง เจ้าหน้าที่จะดำเนินกระบวนการเปรียบเทียบปรับตามขั้นตอนต่อไป

ทั้งนี้ สำนักงานจัดหางานจังหวัดประจวบคีรีขันธ์เน้นย้ำและขอความร่วมมือสถานประกอบการในพื้นที่ ให้ปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานต่างด้าวอย่างเคร่งครัด โดยตรวจสอบวันหมดอายุของใบอนุญาตทำงาน ดำเนินการต่ออายุให้ถูกต้องก่อนสิ้นสุดระยะเวลาที่ได้รับอนุญาต รวมถึงการให้คนต่างด้าวทำงานนอกเหนือจากที่มีสิทธิจะทำได้ เพื่อป้องกันการกระทำผิดกฎหมายและการถูกดำเนินคดี
นายนิพล ทองเก่า ภาพ/ข่าว

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ สส.ฟิล์ม มอบ ถุงยังชีพและยาสามัญประจำบ้าน เพื่อช่วยเหลือน้ำท่วม และบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชนในพื้นที่

(สส.ฟิล์ม) ส่งความห่วงใยที่มีต่อพี่น้องประชาชนชาวตำบลท่าตลาด พร้อมมอบ ถุงยังชีพและยาสามัญประจำบ้าน เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชนในพื้นที่
นำโดย นายกทิพวรรณ หิรัญ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าตลาด

ต้องขอขอบพระคุณ สส.ศุภโชค ศรีสุขจร (สส.ฟิล์ม) สำหรับความห่วงใยที่มีต่อพี่น้องประชาชนชาวตำบลท่าตลาด พร้อมมอบ ถุงยังชีพและยาสามัญประจำบ้าน เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชนในพื้นที่

โดยมีคณะร่วมลงพื้นที่ นำโดย นายกทิพวรรณ หิรัญ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าตลาด, สจ.ดร.พิชญ์ หิรัญ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครปฐม เขต ๔, กำนันนพเดช หิรัญ กำนันตำบลท่าตลาด และรองนายกสุพัตรา หิรัญ รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าตลาด

พร้อมเจ้าหน้าที่และผู้เกี่ยวข้อง ร่วมส่งมอบความช่วยเหลือถึงพี่น้องประชาชนองค์การบริหารส่วนตำบลท่าตลาด ขอขอบพระคุณทุกความห่วงใยและทุกการสนับสนุนที่มีให้แก่พี่น้องชาวตำบลท่าตลาดชาวท่าตลาดขอขอบคุณ องค์การบริหารส่วนตำบลท่าตลาดเคียงข้างประชาชนไม่ทิ้งกันช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

นายอำเภอนครชัยศรี พร้อมด้วย พัฒนาการอำเภอ สาธารณสุขอำเภอ ท้องถิ่นอำเภอ ปลัดอำเภอ ร่วมรับมอบถุงยังชีพจำนวน 150 ชุด เป้าหมายมอบให้กับผู้ประสบอุกภัย(น้ำท่วม) ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ป่วยติดเตียง ผู้พิการ ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้

วันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม 2569 เวลา 13.00 น.นายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี พร้อมด้วย พัฒนาการอำเภอ สาธารณสุขอำเภอ ท้องถิ่นอำเภอ ปลัดอำเภอ ร่วมรับมอบถุงยังชีพจำนวน 150 ชุด เป้าหมายมอบให้กับผู้ประสบอุกภัย(น้ำท่วม) ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ป่วยติดเตียง ผู้พิการ ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ ได้รับการสนับสนุนจากธนาคารกรุงไทย, สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดนครปฐม, สำนักงานคลังจังหวัดนครปฐม สำนักงาน คปภ.จังหวัดนครปฐม, โดยอำเภอนครชัยศรีจะนำไปมอบให้กลุ่มเป้าหมายดังกล่าวในพื้นที่ต่อไป

ในการนี้ ได้รับเกียรติจาก นายณรงค์วิทย์ พบพาน รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม พร้อมด้วยนางวรณัน สวนทอง, นางศิริรักษ์ สุพรรณไพ รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดนครปฐม คณะกรรมการและสมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัดนครปฐม นางสาวสมัชญา เมฆบวร หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครปฐม นางจันทนา ประสานศิลป์ คลังจังหวัดนครปฐม สำนักงาน คปภ.จังหวัดนครปฐม นายณัฐพล กลมศักดิ์กำจร ผู้อำนวยการฝ่ายผู้บริหารสำนักงานภาคตะวันตก ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ๅนายกิชเชษ จันทร์หวร ผู้จัดการสาขานครปฐม นายรัฐภูมิ สุชาติเวชภูมิ ผจก.สาขาศาลายา นางสาวศุภรัตน์ ศิริประทุม ผจก.สาขาสี่แยกสนามจันทร์ นางกมลทิพย์ วิมลศิวุฒิ ผจก.สาขานครชัยศรี ร่วมมอบและร่วมลงพื้นที่เยี่ยมเยียนให้กำลังใจ

จากนั้น ได้ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพให้กับผู้ประสบอุกภัย(น้ำท่วม) ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ป่วยติดเตียง ผู้พิการ ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ โดยมี นายสมัชชา ทองสิมา นายก ทต.งิ้วราย สมาชิก ทต. บุคลากร เจ้าหน้าที่ ทต.งิ้วราย นายชาญ เที่ยงพูนวงศ์ กำนัน ต.งิ้วราย ผู้ใหญ่บ้าน ฝ่ายปกครอง ต.งิ้วราย ร่วมลงพื้นที่ ณ ต.งิ้วราย จำนวน 5 หลังคาเรือน ดังนี้

  1. นางกำจัด หลงผาสุก ผู้ป่วยติดเตียง/ผู้สูงอายุ
  2. นางสาววีณา ชุนอภิชาติ ผู้ป่วยติดเตียง/ผู้สูงอายุ
  3. นางสนม พลรังสิต ผู้ป่วยติดเตียง/ผู้สูงอายุ
  4. นายอุกฤษฎ์ แสงนิ่มนวล ผู้ป่วยติดเตียง/ผู้สูงอายุ
  5. นางพนม คล่องรักสัตย์ ผู้พิการ/ผู้สูงอายุ

สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ นายอำเภอเมืองนครปฐม ให้การต้อนรับผู้เข้าประกวด Mister Global 2026

ณ วัดไผ่ล้อม ตำบลพระปฐมเจดีย์ อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม พระครูปลัดสิทธิวัฒน์ (หลวงพี่น้ำฝน) เจ้าอาวาส วัดไผ่ล้อม ได้ให้ความเมตตาและอนุเคราะห์ให้นายโชติพงศ์ เปล่งวิทยา

นายอำเภอเมืองนครปฐม นางสาวณัฏฐ์ปภาณ จันทร์ละมูล นายกสมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทย-นครปฐม นำคณะผู้จัดการประกวด Mister Global 2026 และผู้เข้าประกวดจากกว่า 30 ประเทศทั่วโลก เข้ากราบนมัสการและทำกิจกรรมเรียนรู้ศิลปะมวยไทย

ด้วยสมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทย-นครปฐม ร่วมกับ บริษัท ทีพีเอ็น โกลบอล จำกัด ในนามกองประกวดมิสเตอร์โกลบอล ได้จัดกิจกรรมเก็บตัวผู้เข้าประกวด Mister Global 2026 จากกว่า 30 ประเทศทั่วโลก ระหว่างวันที่ 1-4 ตุลาคม 2569

ณ จังหวัดนครปฐม เพื่อเป็นการส่งเสริมและประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว ศิลปะวัฒนธรรม วิถีชีวิต ตลอดจนเอกลักษณ์และอัตลักษณ์ของจังหวัดนครปฐม และประเทศไทยสู่สายตานานาชาติ ซึ่งนายโชติพงศ์ เปล่งวิทยา นายอำเภอเมืองนครปฐม เห็นว่ากิจกรรมในครั้งนี้ ย่อมส่งผลดีต่อพื้นที่

เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก สร้างรายได้ให้กับพื้นที่ กระจานโอกาสทางเศรษฐกิจสู่ประชาชนอย่างทั่วถึง ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ตลอดจนเป็นการพันธมิตรภาคีเครือข่าย

ระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชน ที่จะร่วมกันส่งเสริมการท่องเที่ยวของพื้นที่อำเภอเมืองนครปฐมได้เป็นอย่างดี ตามนโยบาย “นายอำเภอพาเที่ยว” อย่างแพร่หลายไปสู่นานาชาติทั่วโลก
อำเภอพึ่งได้
นายอำเภอพาเที่ยว
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / ชมรมอาสาป้องกันภัยร่วมกับฝ่ายปกครองอ.กระทุ่มแบน ในโครงการไทยช่วยไทยคนไทยไม่ทิ้งกัน ที่ ร่มเกล้า กทม.

นายอำเภอพิรุณโรจน์ และปลัดอำเภอฝ่ายปกครองอำเภอกระทุ่มแบนได้ลงพื้นที่มาเยี่ยมชมจุดรับบริจาค ชมรมอาสาป้องกันภัยร่วมกับฝ่ายปกครองอำเภอกระทุ่มแบนในโครงการไทยช่วยไทยคนไทยไม่ทิ้งกัน

วันที่ 1 ตุลาคม 2569 อาสาป้องกันภัย ใด้เดินทางเข้าพื้นที่ ผู้ประสบภัยน้ำท่วม เคหะคลองจั่น เขตบางกะปิ เพื่อน้ำถุงยังชีพจำนวน 300 ถุง และน้ำดื่มจำนวน 1000 แพ็คไปแจกจ่ายให้ผู้ประสบภัยเพื่อบรรเทาเบื่องต้น

วันที่2ตุลาคม2569 อาสาป้องกันภัย ใด้เดินทางเข้าพื้นที่
ผู้ประสบภัยน้ำท่วม ร่มเกล้า เพื่อน้ำถุงยังชีพจำนวน300ถุง
และน้ำดื่มจำนวน1200แพ็คไปแจกจ่ายให้ผู้ประสบภัยเพื่อบรรเทาเบื่องต้น

วันที่4ตุลาคม2569 อาสาป้องกันภัย ใด้เดินทางเข้าพื้นที่ร่มเกล้าเพื่อน้ำเอาข้าวกล่องจำนวน500กล่องและน้ำดื่มไปแจกจ่ายให้กับผู้ประสบภัย ในพื้นที่ร่มเกล้าเป็นการบรรเทาช่วยเหลือเบื่องต้นครับ

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ ทิ้งไว้กลางสถานีขนส่งมุกดาหาร! เกล็ดตัวลิ่น 58 กก. ซุก 2 ลัง ส่งตำรวจดำเนินคดี

มุกดาหาร – เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่ทหารพรานกองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2103 (ร้อย.ฉก.ทพ.2103) ฉก.ทพ.21 ชุดปฏิบัติการที่ 1 สะพาน สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ด่านตรวจสัตว์ป่ามุกดาหาร

ด่านกักกันสัตว์มุกดาหาร บก.ปทส. สภ.เมืองมุกดาหาร ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดมุกดาหาร และกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 234 เข้าตรวจสอบวัตถุต้องสงสัย หลังได้รับแจ้งจากประชาชนว่าพบกล่องกระดาษจำนวน 2 ลังถูกวางทิ้งไว้บริเวณชานชาลาสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดมุกดาหาร

เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบกล่องต้องสงสัยดังกล่าว พบว่าภายในบรรจุเกล็ดตัวลิ่น โดยมีการบรรจุไว้ในกระสอบอีกชั้นหนึ่ง จึงนำของกลางไปตรวจสอบอย่างละเอียดที่ทำการตรวจสัตว์ป่ามุกดาหาร ก่อนตรวจสอบพบว่าเป็น “เกล็ดตัวลิ่น” ซึ่งเป็นซากสัตว์ป่าคุ้มครอง และเมื่อชั่งน้ำหนักรวมพบว่ามีน้ำหนักทั้งสิ้น 58 กิโลกรัม

จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดมุกดาหาร รวมถึงประชาชนในบริเวณดังกล่าว ยังไม่มีผู้ใดแสดงตัวหรือรับว่าเป็นเจ้าของของกลาง เจ้าหน้าที่จึงพิจารณาว่าเกล็ดตัวลิ่นดังกล่าวเข้าข่ายซากสัตว์ป่าคุ้มครองที่อยู่ภายใต้การควบคุมตามกฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า

คณะเจ้าหน้าที่จึงดำเนินการตรวจยึดเกล็ดตัวลิ่นทั้งหมด พร้อมนำของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร เพื่อแจ้งความดำเนินคดีและสืบสวนขยายผลติดตามหาตัวผู้ครอบครองหรือผู้ที่นำของกลางมาทิ้งไว้บริเวณสถานีขนส่งมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

เหตุการณ์ดังกล่าวอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ โดยจะต้องตรวจสอบเส้นทางการลำเลียงและที่มาของเกล็ดตัวลิ่น รวมถึงตรวจสอบพยานหลักฐานและข้อมูลจากบริเวณสถานีขนส่ง เพื่อเชื่อมโยงไปยังผู้เกี่ยวข้องต่อไป
ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน
#ข่าววันนี้ #ข่าวด่วน #CIAThailand #มุกดาหาร #เกล็ดตัวลิ่น #ตัวลิ่น #สัตว์ป่าคุ้มครอง #สถานีขนส่งมุกดาหาร

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/อ.บางเลน ร่วมกับ ฝ่ายปกครองตำบลไทรงาม ร่วมลงพื้นที่มอบถุงยังชีพและให้กำลังใจผู้ประสบอุทกภัยน้ำท่วม

วันที่ 3 ตุลาคม 2569 ณ หมู่ที่ 1,2 ตำบลไทรงาม อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม นายอนุชา ใจช่วงโชติ นายอำเภอบางเลน มอบให้นายประมุข ชูสงค์ ปลัดอำเภอบางเลน ร่วมกับฝ่ายปกครองตำบลไทรงาม

นำโดย นายดุษดี ทองบัวศิริไล กำนันตำบลไทรงาม พร้อมด้วย ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ สารวัตรกำนันตำบลไทรงาม

จิตอาสา ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.),สมาชิกอบต.,อสม. และ ร.ต.ต. พิเชษฐ์ อิ่มใจ หัวหน้าสายตรวจตำบลไทรงาม

ร่วมลงพื้นที่มอบถุงยังชีพแก่ประชาชนผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่หมู่ที่ 1, 2 ตำบลไทรงาม พร้อมพบปะพูดคุย สอบถามความเป็นอยู่ ให้กำลังใจผู้ประสบภัยน้ำท่วมและติดตามสถานการณ์น้ำและความเดือดร้อนของประชาชน

ในพื้นที่อย่างใกล้ชิด เพื่อประสานการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนอย่างต่อเนื่อง“ไทรงามไม่ทอดทิ้งกัน ร่วมทุกข์ ร่วมสุข เคียงข้างประชาชน”

กรมการปกครองตำบลไทรงามกรมการปกครองอำเภอบางเลนสถานีตำรวจภูธรบางเลน บำบัดทุกข์_บำรุงสุข_เพื่อประชาชน
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ รองผวจ.ลพบุรี นำคณะลงพื้นที่ให้กำลังใจโรงครัวจิตอาสา และรับมอบอาหารปรุงสุกกว่า 1,000 ชุด บรรเทาทุกข์ผู้ประสบอุทกภัย อ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรี

วันที่ 4 ตุลาคม 2569 นายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี ได้มอบหมายให้ นายปรัชญา เปปะตัง รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี และนายเจตพงน์ โชคสวัสดิ์วรกุล นายเภอบ้านหมี่

พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ รวมถึงจิตอาสาที่มาร่วมกันประกอบอาหาร ณ โรงครัวจิตอาสาช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โดมอเนกประสงค์องค์การบริหารส่วนตำบลพุคา อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี

ในการนี้ นายกุศลเลิศ จุลานุกะ (เชฟอั๋น) และคณะ ในนามวุฒิอาสาธนาคารสมองจังหวัดลพบุรี ได้ร่วมกันประกอบอาหารปรุงสุกใหม่สดสะอาด จำนวนกว่า 1,000 ชุด เพื่อส่งมอบนำไปแจกจ่ายบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้นให้แก่ประชาชนผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่อำเภอบ้านหมี่

จากนั้น รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรีและคณะหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมประชุมหารือเพื่อชี้แจงแนวทางการรับสิทธิ์เงินประกันภัยจากอุทกภัย โดยมีนายอำเภอบ้านหมี่ พร้อมด้วยกำนัน

และผู้ใหญ่บ้าน จาก 9 ตำบลในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ เข้าร่วมรับฟังแนวทาง เพื่อนำข้อมูลไปประชาสัมพันธ์และช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ให้ได้รับสิทธิ์อย่างถูกต้องและรวดเร็วต่อไป

สำหรับสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่อำเภอบ้านหมี่ ปัจจุบันยังมีน้ำท่วมขังรวม 8 ตำบล 33 หมู่บ้าน ได้แก่ ตำบลหนองกระเบียน, บ้านกล้วย, หนองเมือง, พุคา, บ้านทราย, หินปัก, หนองทรายขาว

และสายห้วยแก้ว มีประชาชนได้รับความเดือดร้อน 1,177 ครัวเรือน รวม 2,474 คน โดยระดับน้ำที่ท่วมขังบ้านเรือนราษฎรสูงประมาณ 50 – 90 เซนติเมตร และมีพื้นที่ทางการเกษตรได้รับความเสียหายรวม 11,970 ไร่

ทั้งนี้ จังหวัดลพบุรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ยังคงติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมระดมสรรพกำลัง เครื่องมือ และอุปกรณ์ เข้าให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยอย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง

สนอง แท่นสูงเนิน
และประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี ภาพ/ข่าว

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ “ชีวิตต้องวิน” เปิดใจ นักแสดงสาว “ติ๊ดตี่ โชติกา” จากค่ายมหามงคลฟิล์ม

เตรียมพบกับเทปพิเศษรายการ “ชีวิตต้องวิน” โดย “ชายแฮ็คส์” นั่งแท่นพิธีกร เปิดใจนักแสดงสาวจากค่าย มหามงคลฟิล์ม นำโดย “ติ๊ดตี่ – โชติกา นาคบำรุง”นักแสดงสาวมากความสามารถติ๊ดตี่ โชติกา นาคบำรุงจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ คณะนิเทศศาสตร์

สาขาวิทยุกระจายเสียงและโทรทัศน์ตั้งแต่จบการศึกษา ก็เริ่มทำงานเป็นตำแหน่ง Co-Producer รายการข่าว จ้อ จราจร โดยมีคุณจ้อ กิติพันธ์ุนุตยกุล เป็นผู้ประกาศข่าว ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์สีช่อง 3

เส้นทางสู่ความฝัน จากเบื้องหลังสู่เบื้องหน้า เคยผ่านเวทีนางงาม อดีตรองอันดับ 2 Miss Grand Amnat Charoen 2020 แถมรับรางวัล Best in swimsuit (ชุดว่ายน้ำยอดเยี่ยม) ซึ่งเป็นรางวัลการันตี สาวสวยและหุ่นดีมาก และ ตำแหน่ง รองอันดับ 5 Miss Landscape Thailand 2025

ปัจจุบันเล่นละครกับทางค่ายมหามงคลฟิล์ม ละครเรื่องแรก นัยน์ตานาคี ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 5 และมีผลงานเรื่องที่สอง เพิ่งจะปิดกล้องไปละครเรื่อง ฟ้าคราม พระอาทิตย์ขาว แทนใจรัก เป็นละครสานสัมพันธ์ไทย-ไต้หวัน เล่นเป็น วิกกี้ ลูกสาวคนที่สี่ของเจ้าสัวเตชิน ที่กำลังจะออนแอร์ทางช่อง 5 เร็วๆนี้

และน้องติ๊ดตี่เพิ่งจะบินกลับมาจากประเทศฟิลิปปินส์ ไปร่วมงานกับทางค่ายมหามงคลฟิล์ม ในโครงการคณะผู้แทนการค้ากลุ่มละครซีรี่ส์เดินทางไปเจรจาการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์เป็น Soft power ละครไทยจะได้ไปโกอินเตอร์ในต่างแดน

ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีทั้งตัวน้องติ๊ดตี่ และค่ายละคร รอติดตามเร็วๆนี้น้องติ๊ดตี่กล่าวว่า “แฟนๆชาวฟิลิปปินส์ชื่นชอบละครไทยและให้การต้อนรับอบอุ่นเป็นกันเองมากๆค่ะ ละครไทยสามารถเติบโตได้ดีในตลาดเอเชีย และยังเป็น Soft power ของไทยสู่สายตาโลกได้ดีค่ะ”

และน้องติ๊ดตี่ยังแอบกระซิบมาอีกว่าอาจจะหวนกลับมาลงประกวดเวทีนางงาม อีกครั้งในปีหน้านี้ค่ะ ปี 2027 ฝากแฟนๆนางงามช่วยลุ้นเชียร์และเป็นกำลังใจให้น้องติ๊ดตี่ โชติกาด้วยนะคะ

เตรียมมาเปิดใจถึงเส้นทางและประสบการณ์ในวงการบันเทิง พร้อมเรื่องราวที่หลายคนอาจยังไม่เคยรู้
ติดตามบทสัมภาษณ์พิเศษของนักแสดงสาวได้ใน รายการ “ชีวิตต้องวิน” วันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม 2569 เวลา 12.00–13.00 น.


#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ คณะสงฆ์จ.นครปฐม ร่วมกับ อ.นครชัยศรี ส่งมอบถุงยังชีพ ผ่านความห่วงใย สู่ผู้ประสบอุทกภัย

วันศุกร์ ที่ 2 ตุลาคม 2569 ตั้งแต่ เวลา 08.00 น. นายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี พร้อมด้วย นายชัยยุทธ หุ่นเจริญ ปลัดอาวุโสอำเภอนครชัยศรี นางธัญญาทิพย์ มานสัจธรรม ปลัดอำเภอ(หน.กลุ่มงานทะเบียนและบัตร) นางนฤมล โพธิ์ทองนาค ปลัดอำเภอนครชัยศรี

นายเกรียงศักดิ์ รื่นนุสาร ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง นายปราโมทย์ มลคล้ำ สาธารณสุขอำเภอนครชัยศรี เจ้าหน้าที่ รพ.สต. กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.นครชัยศรี รับมอบถุงยังชีพ จากคณะสงฆ์จังหวัดนครปฐม

โดยวัดไร่ขิง พระอารามหลวง ร่วมกับอำเภอนครชัยศรี ด้วยความห่วงใยและเป็นขวัญกำลังใจ ส่งมอบถุงยังชีพเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (น้ำท่วม) โดยเฉพาะกลุ่มผู้พิการ/กลุ่มเปราะบาง ซึ่งมีปลัดอำเภอประจำตำบล ประสานผู้นำชุมชน ร่วมกันลงพื้นที่ส่งมอบถุงยังชีพ สู่ผู้ประสบอุทกภัย

ในวันเดียวกันนี้โดยมีพระราชวชิรสุตาภรณ์ เจ้าคณะจังหวัดนครปฐม เป็นประธานมอบสิ่งของในครั้งนี้ ในส่วนของการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขัง ฝ่ายปกครองและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ร่วมกันเร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำ และเปิดทางระบายน้ำลงสู่แม่น้ำท่าจีน เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่และบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่และประชาชนในพื้นที่ยังร่วมกันขนย้ายทราย บรรจุกระสอบทราย และวางแนวป้องกันน้ำในจุดเสี่ยง โดยเฉพาะบริเวณแนวแม่น้ำและพื้นที่ชุมชน เพื่อช่วยลดผลกระทบจากมวลน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น

ทั้งนี้ อำเภอนครชัยศรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงติดตามสถานการณ์อุทกภัยอย่างใกล้ชิด พร้อมบูรณาการกำลังเจ้าหน้าที่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนและบรรเทาความเดือดร้อนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
ขอขอบคุณภาพ/ข่าวที่ทำการอำเภอนครชัยศรี
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /มูลนิธิกสิกรไทย จับมือคลินิกการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว สังกัดมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และจังหวัดน่าน

ร่วมพัฒนาพืชยาน่าน สู่ระบบวัตถุดิบยามาตรฐานสร้างรายได้ชุมชนควบคู่การฟื้นคืนป่าต้นน้ านางวิไลวรรณ บุดาสา รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่านนายอรัญ เอี่ยมสุรีย์ ผู้อำนวยการคลินิก
การแพทย์แผนจีนหัวเฉียว สังกัดมูลนิธิป่ อเต็กตึ๊ง และนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร ประธานกรรมการมูลนิธิกสิกรไทย ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อขับเคลื่อนความร่วมมือในการพัฒนาพืชยาที่มีศักยภาพของจังหวัดน่าน โดยมุ่งเชื่อมโยงทรัพยากรและศักยภาพของพื้นที่เข้ากับองค์ความรู้ด้าน

การแพทย์ ความต้องการใช้วัตถุดิบพืชยา และ มาตรฐานการผลิตพืชยาทางการแพทย์ เพื่อยกระดับการพัฒนาห่วงโซ่พืชยาตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำอย่างเป็นระบบ โดยมีนางเย็นจิตร เตชะดำรงสิน รองผู้อำนวยการด้านบริหาร คลินิกการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว นางนงเยาว์ สารเถื่อนแก้ว ผู้อำนวยการกองบริหารทรัพยากรน่านปฏิบัติราชการแทน ผู้อ ำนวยการสำนักงานบริหาร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล

ล้านนา น่านและนายชัยพร นุภักดิ์เกษตรจังหวัดน่าน ร่วมเป็นสักขีพยาน ณ ศูนย์นวัตกรรมพฤกษเภสัช(Pharma-agro Innovation Center: PIC) จังหวัดน่านความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนการบูรณาการจากจุดแข็งของแต่ละภาคส่วนเพื่อสร้างระบบเศรษฐกิจ

ใหม่จากพืชยา โดยจังหวัดน่านจะทำหน้าที่ประสานและบูรณาการการดำเนินงานในระดับพื้นที่ เชื่อมโยงหน่วยงาน ภาคีเครือข่าย ชุมชน และทรัพยากรของจังหวัด เพื่อสนับสนุนให้การพัฒนาพืชยาสามารถเกิดขึ้นและขยายผลได้อย่างเป็นระบบ ด้านคลินิกการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว ซึ่งมีประสบการณ์ด้านการแพทย์แผนจีนมากกว่า 30 ปี จะนำองค์ความรู้ ความต้องการใช้พืชยา รวมถึงข้อกำหนดด้านคุณภาพ

และมาตรฐานทางการแพทย์ ซึ่งเป็นการลดการพึ่งพาวัตถุดิบจากต่างประเทศ เสริมความมั่นคงด้านวัตถุดิบยา และสร้างมูลค่ากลับสู่พื้นที่ต้นทาง ในขณะที่มูลนิธิกสิกรไทย โดยสถาบันเค อะโกร-อินโนเวท(KAI) จะสนับสนุนการพัฒนาห่วงโซ่พืชยาแบบครบวงจร ตั้งแต่การศึกษาความต้องการของผู้ใช้ การวิจัยและพัฒนาองค์ความรู้ การถ่ายทอดเทคโนโลยีการเพาะปลูก การแปรรูป การวิเคราะห์และสกัดสารสำคัญการพัฒนามาตรฐาน ตลอดจนการเชื่อมโยงตลาด พร้อมดำเนินงานร่วมกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราช

มงคลล้านนา เพื่อพัฒนาบุคลากรและโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นต่อการเติบโตของอุตสาหกรรมพืชยาในพื้นที่นางวิไลวรรณ บุดาสา รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เปิดเผยว่า สิ่งที่จังหวัดน่านอยากเห็นจากความร่วมมือครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการปลูกพืชยาได้จำนวนมากขึ้นเท่านั้น แต่คือการที่เกษตรกรสามารถผลิตพืชยาที่มีคุณภาพ มีมาตรฐาน มีตลาดรองรับ และสร้างรายได้ที่ดีขึ้นได้จริง หากสามารถพัฒนาระบบนี้ได้ส าเร็จ จังหวัดน่าน

ยังมีศักยภาพที่จะก้าวสู่การเป็นพื้นที่ต้นแบบของการสร้างห่วงโซ่คุณค่าพืชยา ที่เชื่อมโยงการแพทย์ วิทยาศาสตร์ เภสัชศาสตร์ เกษตรกรรม ชุมชน และการจัดกkiทรัพยากรธรรมชาติเข้าด้วยกัน โดยความส าเร็จที่เกิดขึ้นจะต้องกลับไปสร้างประโยชน์ให้กับทั้งคนในพื้นที่และผืนป่ าน่านอย่างเป็น

รูปธรรมด้านนายอรัญ เอี่ยมสุีรย์ผู้อำนวยการคลินิกการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว กล่าวว่า ปัจจุบันความต้องการใช้พืชยาของคลินิกฯ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เฉพาะในปี 2568 คลินิกฯ นำเข้ายาสมุนไพรจีน347 รายการ รวมกว่า 238 ตัน ตัวเลขการน าเข้าพืชยาดังกล่าว ท าให้เราเห็นโอกาสสำคัญในการพัฒนาพืชยาที่สามารถผลิตได้ในประเทศไทย หากสามารถยกระดับคุณภาพและมาตรฐานให้ตอบโจทย์การใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ได้จริง

ก็จะไม่เพียงช่วยลดการพึ่งพาวัตถุดิบจากต่างประเทศ แต่ยังเป็นการสร้างความมั่นคงด้านวัตถุดิบยาให้กับประเทศไทยในระยะยาวอีกด้วยขณะที่นางกอบกาญจน์วัฒนวรางกูร ประธานกรรมการมูลนิธิกสิกรไทย กล่าวว่า แนวคิดของมูลนิธิฯ ที่ด าเนินการมาอย่างต่อเนื่อง คือการพัฒนาเศรษฐกิจของชุมชนควบคู่ไปกับการฟื้นคืนป่ าต้นน้ำน่าน เพราะสำหรับเรา

สองเรื่องนี้ไม่ควรเป็นเรื่องที่ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งความร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นการสร้างระบบเศรษฐกิจจากพืชยา ที่ช่วยเพิ่มมูลค่าและสร้างรายได้ให้สูงขึ้นบนพื้นที่เกษตรเดิม ลด
แรงกดดันต่อการขยายพื้นที่ท ากินไปพร้อมๆ กับการฟื้นฟูพื้นที่ป่ า เพื่อให้คนกับป่ าสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน

ภายใต้ความร่วมมือในครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวส าคัญในการพัฒนาจังหวัดน่านสู่ต้นแบบอุตสาหกรรมพืชยาบนฐานของทรัพยากรและศักยภาพของพื้นที่ สร้างมูลค่าเพิ่มจากองค์ความรู้และการยกระดับคุณภาพและมาตรฐาน เชื่อมโยงการใช้ประโยชน์

ทางการแพทย์เข้ากับการสร้างรายได้ของชุมชน พร้อม
ขับเคลื่อนการดูแลคนกับป่ าไปพร้อมกัน เพื่อให้เกิดการพัฒนาที่สมดุลและยั่งยืนในระยะยาว/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/วิสุทฑิ์ ศรีเมือง/ร.ต.อ.สถิตย์ ศรีประสม รายงาน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / “เพื่อนกันมันส์โนแอล” U-18 บึงกาฬ ปิดฤดูกาล ศรีวิไลวิทยาคว้าแชมป์ ใช้กีฬาสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้เยาวชน

บึงกาฬ – ปิดฉากการแข่งขัน BUENGKAN U-18 FUTSAL CHAMPIONSHIP SCHOOL LEAGUE 2026 “เพื่อนกันมันส์โนแอล” เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2569 ณ โรงเรียนศรีวิไลวิทยา อำเภอศรีวิไล จังหวัดบึงกาฬ โดย โรงเรียนศรีวิไลวิทยา คว้าแชมป์ประจำฤดูกาล ขณะที่ วิทยาลัยเทคนิคบึงกาฬ ได้รองชนะเลิศ และ โรงเรียนบุ่งคล้านคร ได้อันดับ 3 พร้อมรางวัลทีมมารยาทยอดเยี่ยม

พิธีปิดและมอบถ้วยรางวัลจัดขึ้น ณ ห้องประชุมนาคกี้ โรงเรียนศรีวิไลวิทยา โดยมี นายณรงค์ศักดิ์ คุรุพันธ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ ในฐานะที่ปรึกษาโครงการ เป็นประธาน พร้อมด้วยผู้บริหารสถานศึกษา คณะครู ผู้ฝึกสอน และภาคีเครือข่ายเข้าร่วม

การแข่งขันเริ่มต้นเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2569 ณ วิทยาลัยเทคนิคบึงกาฬ โดยมี ดร.ทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี และประธานกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เป็นประธานเปิดโครงการ พร้อมเป็นสักขีพยานการลงนาม MOU ของสถานศึกษาทั้ง 8 แห่ง เพื่อขับเคลื่อนสถานศึกษาปลอดบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และยาเสพติด ภายใต้แนวคิด “ไม่สูบ ไม่ดื่ม ไม่เสพ ไม่พนัน”

โครงการมีสถานศึกษาเข้าร่วม 8 แห่ง ได้แก่ วิทยาลัยเทคนิคบึงกาฬ โรงเรียนหนองเข็งวิทยาคม โรงเรียนศรีวิไลวิทยา โรงเรียนบุ่งคล้านคร โรงเรียนศรีชมภูวิทยา โรงเรียนโซ่พิสัยพิทยาคม โรงเรียนหนองยองพิทยาคม รัชมังคลาภิเษก และโรงเรียนบึงโขงหลงวิทยาคม โดยหมุนเวียนกันเป็นเจ้าภาพตลอดฤดูกาล

นอกจากการแข่งขัน ยังมีกิจกรรมพัฒนาความรอบรู้เยาวชนเกี่ยวกับ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า อุบัติเหตุ และปัจจัยเสี่ยง ควบคู่กับการแข่งขัน เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนรู้เท่าทัน คิดเป็น และสามารถป้องกันตนเองได้ โดยสนามสุดท้ายมีการจัดกิจกรรม 2 รอบ ณ ห้องประชุมนาคกี้

สำหรับรางวัลบุคคล นายวุฒิพงษ์ นนทะภา โรงเรียนศรีวิไลวิทยา ได้รับรางวัลผู้เล่นทรงคุณค่า (MVP), นายพีรพัฒน์ โยธะชัยสาร โรงเรียนบึงโขงหลงวิทยาคม ผู้ทำประตูสูงสุด, นายรชต อังคนา โรงเรียนศรีวิไลวิทยา ผู้รักษาประตูยอดเยี่ยม และรางวัลผู้ฝึกสอนยอดเยี่ยม ได้แก่ นายยุทธนา กันยาตี และนางสาวกรรณิกา โพธิ์ธง โรงเรียนศรีวิไลวิทยา

โครงการ “เพื่อนกันมันส์โนแอล” มุ่งใช้กีฬาเป็นพื้นที่สร้างสรรค์ให้เยาวชนได้ออกกำลังกาย ฝึกวินัย การทำงานเป็นทีม และการเคารพกติกา ควบคู่การเรียนรู้เพื่อรับมือปัจจัยเสี่ยง สร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างสถานศึกษา ชุมชน และภาคีเครือข่าย เพื่อพัฒนาพื้นที่ปลอดภัยและส่งเสริมสุขภาวะของเด็กและเยาวชนในจังหวัดบึงกาฬ “เพื่อนกันมันส์โนแอล – ใช้พลังกีฬา สร้างพลังบวก รู้เท่าทันปัจจัยเสี่ยง”

ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / ผบช ภ 3 คนใหม่ เข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองโคราช ก่อนเริ่มปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นทางการ

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคม 2569 พล.ต.ท อาทิชา เปาอินทร์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 เดินทางเข้าพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา เพื่อสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง และเริ่มต้น

ภารกิจในตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 ท่ามกลางการจับตามองถึงแนวทางการบริหารงานตำรวจในพื้นที่ 8 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง

โดยได้ถือฤกษ์ เวลา 10.09 น พล.ต.ท อาทิชา เข้าสักการะศาลหลักเมืองนครราชสีมา เพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนเดินทางต่อไปยังบริเวณพระบรมราชานุสาวรีย์

สมเด็จพระนารายณ์มหาราช และต่อด้วย กราบสักการะอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี หรือย่าโม เพื่อถวายสักการะความเป็นสิริมงคล

ทั้งนี้ พล.ต.ท อาทิชา หลังเข้ารับตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 มีพื้นที่รับผิดชอบ 8 จังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง

ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญทั้งด้านความมั่นคง การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม ยาเสพติด การดูแลความปลอดภัยประชาชน รวมถึงการอำนวยความยุติธรรมให้กับประชาชนในพื้นที่

สำหรับการเริ่มต้นภารกิจของผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 คนใหม่ ยังคงต้องติดตามแนวทางการขับเคลื่อนงานตำรวจในพื้นที่

โดยเฉพาะการยกระดับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน การปราบปรามยาเสพติด อาชญากรรมรูปแบบต่างๆ และการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในพื้นที่รับผิดชอบทั้ง 8 จังหวัด

ภาพ ประสิทธิ์ วนะชกิจ ข่าว กันตินันท์ เรื่องประโคน จ. นครราชสีมา/รายงาน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ สกัดกลางด่านมุกดาหาร! รวบหนุ่มลาว “แซม สะหวันนะเขต” พร้อมแฮปปี้วอเตอร์ผสมยาอี 9.65 กก. ซุกกล่องมากับรถโดยสาร

มุกดาหาร – เมื่อวันพุธที่ 30 กันยายน 2569 ภายใต้การอำนวยการของ นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร พร้อมด้วย นางสาวสุนทรียา ทวิชาประสิทธิ์ รองอธิบดีกรมศุลกากร นางสาวลลิตา อรรถพิมล ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรภาคที่ 2 และนางกนกวรรณ สุขศิริ นายด่านศุลกากรมุกดาหาร ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบการลักลอบนำสิ่งของผิดกฎหมายผ่านด่านพรมแดนมุกดาหาร

โดยด่านศุลกากรมุกดาหาร ร่วมกับฝ่ายสืบสวนและปราบปราม ส่วนควบคุมทางศุลกากร สำนักงานศุลกากรภาคที่ 2 หน่วยสืบสวนปราบปรามประจำพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ฝปป.2 สปป.1 กสป. ตม.จว.มุกดาหาร ร้อย ตชด.234 จังหวัดมุกดาหาร ร้อย.ฉก.ทพ.2103

ด่านอาหารและยามุกดาหาร และด่านกักกันสัตว์มุกดาหาร ปฏิบัติหน้าที่ประจำด่านพรมแดนมุกดาหาร ได้ร่วมกันตรวจสัมภาระผู้โดยสารขาเข้าที่เดินทางมากับรถโดยสารระหว่างประเทศจากนครไกสอนพมวิหาน แขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว ผ่านสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 2

ระหว่างการตรวจสอบ เจ้าหน้าที่พบพัสดุต้องสงสัยจำนวน 2 กล่อง วางอยู่บริเวณชั้นล่างของรถโดยสาร ภายในบรรจุซองอาหารเสริมและกาแฟ เจ้าหน้าที่จึงตรวจสอบอย่างละเอียด ก่อนเปิดตรวจพบผลิตภัณฑ์ที่ระบุว่าเป็นแฮปปี้วอเตอร์ ซึ่งจากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบว่ามีส่วนผสมของยาอี(Ecstasy) ซึ่งเป็นยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 บรรจุอยู่ภายใน

ของกลางทั้งหมดรวม 119 ซอง น้ำหนักประมาณ 9.65 กิโลกรัม คิดเป็นมูลค่าประมาณ 250,000 บาท โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่าพัสดุดังกล่าวเป็นของนายสัดตุไซ หรือแซม จะเลินพอน อายุ 30 ปี ชาวเมืองไกรสอนพมวิหาน แขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว ซึ่งยอมรับว่าเป็นเจ้าของกล่องพัสดุดังกล่าว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหาว่า นำยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (แฮปปี้วอเตอร์) เข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. 2564 ประกอบพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีและตรวจสอบรายละเอียดที่เกี่ยวข้องตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน
#ข่าววันนี้ #ข่าวด่วน #CIAThailand #สำนักข่าวCIAประเทศไทย #มุกดาหาร #ศุลกากรมุกดาหาร #ยาเสพติด #HappyWater #ยาอี #สะพานมิตรภาพไทยลาวแห่งที่2 #ชายแดนไทยลาว

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ “ธี่หยด: สมิงเขาขวาง” เปิดฉายรอบกาล่าพรีเมียร์ 30 กันยายนนี้ ในโรงภาพยนตร์

M STUDIO และ ช่อง 3 จัดงานกาล่าพรีเมียร์สุดยิ่งใหญ่ เปิดตัวภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์แห่งปี “ธี่หยด: สมิงเขาขวาง” ณ River Park ชั้น G, ICONSIAM พร้อมพาผู้ชมเข้าสู่ภารกิจครั้งใหม่ของ “พี่ยักษ์” ที่รับบทโดย ณเดชน์ คูกิมิยะ กับการย้อนกลับไปพบเรื่องราวการพบกันครั้งแรกกับ “จ่าปพันธ์” รับบทโดย แฉะ–องอาจ เจียมเจริญพรกุล ก่อนทั้งคู่และทีมจะต้องออกเดินทางสู่ภารกิจเสี่ยงตายในป่าเขาขวาง ที่เต็มไปด้วยปริศนา อันตราย และความสยองที่ไม่เคยเผชิญมาก่อน

นำโดย คุณสุรเชษฐ์ อัศวเรืองอนันต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร M STUDIO และโปรดิวเซอร์ภาพยนตร์, คุณเทรซีแอนน์ มาลีนนท์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ บมจ. บีอีซี เวิลด์ และ คุณปิ่นกมล มาลีนนท์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ พร้อมด้วย 3 ผู้กำกับภาพยนตร์ แป๊ป–ณฤทธิ์ ยุวบูรณ์, ต้อม–ธนเดช ประดิษฐ์ และ เต้ย–ชาลิต ไกรเลิศมงคล ร่วมเปิดตัวภาพยนตร์อย่างเป็นทางการ

บรรยากาศภายในงานคึกคักตั้งแต่ช่วง Red Carpet ที่รวบรวมนักแสดงและแขกคนพิเศษมาร่วมสร้างสีสันอย่างคับคั่ง อาทิ ลีน่า–ลลินา ชูเอ็ทท์, อุ้ม–อิษยา ฮอสุวรรณ, แบม–สราลี ประสิทธิ์ดำรง, แทน–ดวงแก้ว ปิยะอุย, หยู่ยู้–อรณิชา องค์ศรีตระกูล, เอนจอย–ธิดารัตน์ ปรือทอง, พีพี–ปุญญ์ปรีดี คุ้มพร้อม รอดสวาสดิ์ พร้อมด้วย “ครอบครัวตัว ย” นำโดย นีน่า–ณัฐชา เจสซิกา พาโดวัน, เดนิส–เจลีลชา คัปปุน, เฟรนด์–พีระกฤตย์ พชรบุณยเกียรติ และ จูเนียร์–กาจบัณฑิต ใจดี นอกจากนั้นยังมีดารานักแสดงมาร่วมงานอีกคับคั่ง อาทิ แจ็ค The Ghost Radio,ไก่ วรายุฑ, หมวย อริสยา, เบิ้ล ปทุมราช และ รัศมีแข ฟ้าเกื้อล้น

ต่อด้วยทัพนักแสดงจากภาพยนตร์ “ธี่หยด: สมิงเขาขวาง” ได้แก่ แฉะ–องอาจ เจียมเจริญพรกุล, ไบเบิ้ล–วิชญ์ภาส สุเมตติกุล, แบงค์–ปวริศร์ มงคลพิสิฐ, โจ๊ก–อัครินทร์ อัครนิธิเมธรัฐ, ปู–สหจักร บุญธนกิจ, เดี่ยว–ชูพงษ์ ช่างปรุง, แวน–ชนินทร จิตปรีดา, เบิร์ธ–ณัฐชัย สิรินันทโชติ และปิดท้าย Red Carpet ด้วยสองนักแสดงนำ ณเดชน์ คูกิมิยะ และ โบว์–เมลดา สุศรี เรียกเสียงต้อนรับจากแฟน ๆ และสื่อมวลชน ก่อนเข้าสู่ช่วงสำคัญของงาน

จากนั้นพิธีกรเชิญทีมผู้บริหาร ผู้กำกับ และนักแสดงขึ้นเวที ร่วมพูดคุยถึงเบื้องหลังการทำงานและความพิเศษของ “ธี่หยด: สมิงเขาขวาง” พร้อมรับชมตัวอย่างภาพยนตร์เวอร์ชันล่าสุด ก่อนตื่นตาไปกับโชว์สุดพิเศษที่จัดขึ้นเพื่องานนี้โดยเฉพาะ และไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อน ปิดท้ายด้วยการถ่ายภาพร่วมกันเป็นที่ระลึก และร่วมชมภาพยนตร์รอบกาล่าพรีเมียร์ และปิดท้ายเซอร์ไพรส์พิเศษจาก อาเล็ก ธีรเดช ที่หอบดอกไม้ช่อโตมาเซอร์ไพรส์ โบว์ เมลดา ถึงบนเวที

“ธี่หยด: สมิงเขาขวาง” ถ่ายทอดเรื่องราวการพบกันครั้งแรกของ “ยักษ์” และ “จ่าปพันธ์” ในภารกิจเสี่ยงตายตามหาคนหาย ที่นำพาทั้งคู่ไล่ล่าฝ่าดงมรณะ ก่อนต้องเผชิญหน้ากับ “ไอ้โหง” ผีร้ายในกายสัตว์ เสือสมิงกินคนแห่งเขาขวางที่สามารถจำแลงร่างได้สารพัด ท่ามกลางป่าดิบที่เต็มไปด้วยอันตราย ยักษ์และจ่าปพันธ์ต้องร่วมมือกันต่อสู้ เอาชีวิตรอด และค้นหาความจริง ก่อนที่พวกเขาจะตกเป็นเหยื่อของมัน!เตรียมออกเดินทางเข้าสู่ป่าเขาขวาง พร้อม “พี่ยักษ์” “จ่าปพันธ์” และทีม ร่วมภารกิจเสี่ยงตาย ฝ่าดงมรณะ และเผชิญหน้ากับความสยองครั้งใหม่แบบเต็มตา “ธี่หยด: สมิงเขาขวาง” 30 กันยายนนี้ ในโรงภาพยนตร์ ทั้งระบบปกติ บนจอยักษ์ IMAX®, 4DX, Dolby Atmos และครั้งแรกของภาพยนตร์ไทยในระบบ SCREENX

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / “บุญเลิศ ผลอุดม” คว้ารางวัลชมเชยเครือข่ายคุณภาพ ประจำปี 2569 จากกรมประชาสัมพันธ์

​สิงห์บุรี – เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2569 สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสิงห์บุรี (ส.ปชส.สิงห์บุรี) ได้ส่งมอบเกียรติบัตรจากอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ให้แก่ นายบุญเลิศ ผลอุดม ตัวแทนเครือข่ายฯ ที่สามารถคว้ารางวัลชมเชย “เครือข่ายคุณภาพระดับประเทศ ประจำปี 2569” (PRD Active Networking) เพื่อเชิดชูเกียรติและตอกย้ำความมุ่งมั่นในการเป็นสะพานเชื่อมข้อมูลข่าวสารจากภาครัฐสู่ประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ณ อาคารหอประชุมกรมประชาสัมพันธ์ นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีมอบรางวัลดังกล่าว โดยมี นางสุดฤทัย เลิศเกษม อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ เป็นผู้กล่าวรายงาน การจัดงานครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อสนับสนุนและสร้างขวัญกำลังใจให้แก่ “เครือข่ายคนข่าว” เบื้องหลังความสำเร็จ ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนและกระจายข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง รวดเร็ว และทันท่วงทีสู่ประชาชนทั่วประเทศ

​จากการคัดเลือกเครือข่ายคุณภาพจาก 77 จังหวัดทั่วประเทศ นายบุญเลิศ ผลอุดม ตัวแทนเครือข่าย ส.ปชส.สิงห์บุรี ได้รับการพิจารณาคัดเลือกให้รับรางวัลในระดับ “ชมเชย” ซึ่งรางวัลนี้สะท้อนให้เห็นถึงความทุ่มเท เสียสละ และการทำงานที่เน้นการมีส่วนร่วมกับกรมประชาสัมพันธ์อย่างยอดเยี่ยม ถือเป็นกลไกสำคัญในการส่งต่อข้อมูลที่เป็นประโยชน์ไปสู่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ในโอกาสแห่งความภาคภูมิใจนี้ นายบุญเลิศ ได้กล่าวขอบคุณกรมประชาสัมพันธ์ที่เล็งเห็นถึงความมุ่งมั่นในการทำงาน โดยระบุว่า. ​”ขอขอบคุณกรมประชาสัมพันธ์เป็นอย่างมากครับที่ให้กำลังใจ และเปิดโอกาสให้พวกเราได้มีส่วนร่วมเป็นหนึ่งในเครือข่ายคุณภาพจาก 77 จังหวัด และกรุงเทพมหานคร รางวัลนี้ถือเป็นขวัญและกำลังใจอันยิ่งใหญ่ในการปฏิบัติงานและขับเคลื่อนงานด้านการประชาสัมพันธ์ในพื้นที่ต่อไป”ความสำเร็จดังกล่าวถือเป็นเครื่องยืนยันว่า เครือข่ายสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสิงห์บุรี จะยังคงเดินหน้าปฏิบัติหน้าที่เพื่อเป็นสะพานเชื่อมโยงข้อมูลข่าวสารจากภาครัฐสู่ประชาชนในพื้นที่อย่างถูกต้อง รวดเร็ว และมีคุณภาพสูงสุดต่อไป

#สื่อรัฐทีวี #สื่อรัฐนิวส์ / ทัพเจ้าตาก ปะทะ ขบวนลำเลียงยาเสพติดยึด 16 กระสอบ 272 กิโลกรัม กลุ่มขบวนการ เสียชีวิต 9 ศพ อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย

กองทัพบก โดยการอำนวยการของ พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก/ ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก, พลโท วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่3/ผู้อำนวยการ

ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดกองทัพภาคที่ ๓ ได้มอบหมายนโยบาย/สั่งการให้หน่วยป้องกันชายแดนสกัดกั้นยาเสพติดให้ได้ตั้งแต่พื้นที่แนวชายแดนนั้น พลตรี สาธิต ไวยนนท์ ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง/ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กองกำลังผาเมือง ได้สั่งการให้หน่วยในความรับผิดชอบของกองกำลังผาเมือง ปฏิบัติตามมาตรการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดตามนโยบายของผู้บังคับบัญชาอย่างเคร่งครัดและต่อเนื่อง

โดยในห้วงที่ผ่านมา ตามภาพข่าวของกองกำลังผาเมือง พบว่ากลุ่มขบวนการ ค้ายาเสพติด มีความพยายามที่จะลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้าน เข้ามายัง ประเทศไทย ในพื้นที่อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย เพื่อลำเลียงไปยังพื้นที่ตอนในของประเทศต่อไป หน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก (กรมทหารม้าที่ 2) กองกำลังผาเมือง ได้จัดกำลัง เฝ้าตรวจตามแนวชายแดนอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่ง

เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2569 เวลา 20.10 นาฬิกา กองร้อยทหารม้าที่ 1 หน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก กองกำลังผาเมือง จัดดกำลังพล จำนวน 2 ชุดปฏิบัติการ ร่วมกับ ชุดปฏิบัติการข่าวพิเศษ หน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก กองกำลังผาเมือง ปฏิบัติภารกิจเฝ้าตรวจเพื่อป้องกัน และสกัดกั้นการกระทำผิดกฎหมายตามพระราชบัญญัติประมวลกฎหมายยาเสพติด พุทธศักราช 2564

ณ บริเวณบ้านปางมะหัน หมู่ 8 ตำบลเทอดไทย อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย ตรวจพบกลุ่มบุคคลต้องสงสัย ประมาณ 15 – 17 คน เดินมาตามเส้นทางในภูมิประเทศ พร้อมสะพายกระสอบดัดแปลงต้องสงสัย หน่วยจึงได้แสดงตัวเพื่อขอทำการตรวจค้น แต่กลุ่มบุคคลดังกล่าว ได้ใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิด และขนาดยิงใส่ฝ่ายเรา จึงเกิดการปะทะ ประมาณ 10 นาที ผลการปฏิบัติ ฝ่ายเราปลอดภัย จากนั้นหน่วยได้จัดกำลังพลเพิ่มเติม จำนวน 3 ชุดปฏิบัติการ เข้าควบคุมพื้นที่ เกิดเหตุไว้

ต่อมาเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2569 เวลา 06.45 นาฬิกา หน่วยได้ทำการพิสูจน์ทราบพื้นที่ปะทะโดยรอบตรวจพบพบกลุ่มขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติด เสียชีวิต จำนวน 9 ศพ กระสอบดัดแปลง จำนวน 16 กระสอบ ภายในบรรจุ กระสอบละ ประมาณ 17 กิโลกรัม รวมน้ำหนัก จำนวนประมาณ 272 กิโลกรัมและเมื่อ เวลา 13.30 นาฬิกา พลตรี สาธิต ไวยนนท์ ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง มอบให้ พันเอก สุพรรณ ร้อยพุทธ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก เดินทางเข้าตรวจสอบพื้นที่

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / ด่านศุลกากร จัดงานมุทิตาจิตสุดอบอุ่น อำลาชีวิตราชการ 2 ข้าราชการหญิงผู้ทรงคุณค่า พร้อมร่วมซับน้ำตาผู้ประสบภัยน้ำท่วม

เมื่อค่ำวันที่ 29 กันยายนที่ผ่านมา ณ ห้องสิงขร โรงแรมประจวบแกรนด์ อำเภอเมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ด่านศุลกากรประจวบคีรีขันธ์ นำโดย นายธิติพงศ์ คำผุย นายด่านศุลกากรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้จัดงานแสดงมุทิตาจิตเนื่องในโอกาสเกษียณอายุราชการ ประจำปี 2569 ให้แก่ข้าราชการระดับบริหารและบุคลากรทรงคุณค่า 2 ท่าน

ได้แก่ นางสุปราณี ปานใยสมบูรณ์ นักวิชาการศุลกากรชำนาญการพิเศษ ผู้อำนวยการส่วนควบคุมทางศุลกากร และ นางสาวสุขตา มะลิวัลย์ นักวิชาการศุลกากรชำนาญการ หัวหน้าฝ่ายควบคุมและตรวจสอบทางศุลกากร ซึ่งจะครบกำหนดเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 กันยายนนี้ เพื่อเป็นการเชิดชูเกียรติและขอบคุณที่ได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตมาอย่างยาวนาน

บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความอบอุ่นและไมตรีจิต โดยได้รับเกียรติจากผู้แทนหน่วยงานพันธมิตรที่ปฏิบัติงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดเข้าร่วมยินดีอย่างคับคั่ง อาทิ หน่วยทหารชุดเฉพาะกิจจงอางศึก, กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 14 (ตชด.14), ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง, สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ประจวบคีรีขันธ์, ฝ่ายปกครอง ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่

พิธีเริ่มต้นด้วยการรับชมวีทัศน์ (VTR) ถ่ายทอดชีวประวัติ ผลงาน และความประทับใจตลอดชีวิตการทำงานของ นางสุปราณี ปานใยสมบูรณ์ และ นางสาวสุขตา มะลิวัลย์ สร้างความซาบซึ้งใจให้แก่ผู้ร่วมงานเป็นอย่างมาก จากนั้น นายธิติพงศ์ คำผุย นายด่านศุลกากรประจวบคีรีขันธ์

ได้ขึ้นกล่าวแสดงมุทิตาจิตและขอบคุณผู้เกษียณอายุราชการทั้ง 2 ท่าน ที่ได้ร่วมเคียงบ่าเคียงไหล่ มุ่งมั่นพัฒนาองค์กร และสร้างคุณประโยชน์ให้แก่กรมศุลกากรและประเทศชาติมาโดยตลอด พร้อมมอบดอกไม้และของกิมมิกแทนใจ ก่อนที่ผู้ร่วมงานจะพร้อมใจกันร่วมมอบดอกไม้เพื่อร่วมอวยพรด้วยบรรยากาศอันอบอุ่นและเป็นกันเอง

หลังจากพิธีการเสร็จสิ้น เข้าสู่ช่วงเลี้ยงสังสรรค์ในบรรยากาศผ่อนคลายและเปี่ยมด้วยความสุข สนุกสนานไปกับเสียงเพลงจากศิลปินคุณภาพ เบล AF10 และนักร้องสาว ตอง ภัครมัย ที่มาร่วมสร้างสีสันและรอยยิ้ม ซึ่งนายด่านศุลกากรและผู้ร่วมงานทุกคนได้ร่วมสนุกสนานอย่างเป็นกันเอง
นอกจากความบันเทิงและความอบอุ่นแล้ว ในช่วงของการแสดงคอนเสิร์ต ทางผู้จัดงานยังได้จัดกิจกรรมการกุศล เปิดจำหน่ายดอกกุหลาบในราคาดอกละ 100 บาท

เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานได้ร่วมทำบุญ โดยรายได้และยอดเงินบริจาคทั้งหมดจากการจำหน่ายดอกไม้จะนำไปสมทบทุนช่วยเหลือพี่น้องประชาชนผู้ประสบภัยน้ำท่วมในขณะนี้ ซึ่งได้รับความร่วมมือและความร่วมใจจากผู้ร่วมงานทุกคนเป็นอย่างยิ่ง นับเป็นภาพความประทับใจและความทรงจำอันแสนงดงาม ทั้งในมิติของการอำลาชีวิตราชการด้วยความซาบซึ้ง และการร่วมแบ่งปันน้ำใจสู่สังคมของผู้เกษียณราชการและผู้เข้าร่วมงานทุกคน
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว ประจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 090994478

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ ผู้บริหารสาธารณสุข จังหวัดนครปฐม ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วม จังหวัดนครปฐม

วันที่ 30 กันยายน 2569 เวลา 09.00 น. นายแพทย์วิโรจน์ รัตนอมรสกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครปฐม พร้อมด้วย นายแพทย์สุรชัย โชคครรชิตไชย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครปฐม สาธารณสุขอำเภอ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วม ประเมินผลกระทบด้านการแพทย์และสาธารณสุข พร้อมมอบยาสามัญประจำบ้าน และยาแก้น้ำกัดเท้าให้กับผู้บริหารหน่วยบริการสาธารณสุข ได้แก่ รพ.สต. บางแก้วฟ้า รพ.ห้วยพลู และ รพ.สต.วัดไทยาวาส เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยอุทกภัย และสร้างขวัญและกำลังใจกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่ จังหวัดนครปฐม
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ คณะสงฆ์ร่วมช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม อำเภอดอนตูม

ด้วยสถานการณ์น้ำท่วมที่ส่งผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนในพื้นที่บ้านตะโกสูง ตำบลสามง่าม อำเภอดอนตูม จังหวัดนครปฐม คณะสงฆ์ได้ลงพื้นที่เยี่ยมเยียน ให้กำลังใจ พร้อมมอบ เครื่องอุปโภคบริโภค น้ำดื่ม และสิ่งของจำเป็น เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม รวมทั้งสิ้น 45 ครัวเรือน
นำโดย พระครูปฐมปัญญาภรณ์ เจ้าคณะตำบลสามง่าม เจ้าอาวาสวัดทุ่งสีหลง
พร้อมด้วย พระปลัดอนุชิต อนุชิโต เจ้าอาวาสวัดสามง่าม และคณะทีมงานผู้ร่วมช่วยเหลือทุกท่าน ได้ร่วมกันลงพื้นที่ส่งมอบความช่วยเหลือถึงพี่น้องประชาชน พร้อมพูดคุยให้กำลังใจแก่ผู้ที่กำลังประสบความเดือดร้อน ในยามทุกข์ยาก น้ำใจและความช่วยเหลือจากทุกภาคส่วน คือพลังสำคัญที่ทำให้เราผ่านพ้นวิกฤตไปด้วยกัน ขออนุโมทนาบุญกับคณะสงฆ์ ตลอดจนผู้มีจิตศรัทธาและทุกฝ่ายที่มีส่วนร่วมในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในครั้งนี้ และขอให้สถานการณ์น้ำท่วมคลี่คลายโดยเร็ว ทุกครอบครัวปลอดภัยและสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติในเร็ววัน
ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม อำเภอดอนตูม วัดสามง่าม วัดทุ่งสีหลง และ คณะสงฆ์ตำบลสามง่าม นครปฐม น้ำใจในยามทุกข์ร่วมด้วยช่วยกัน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / มูลนิธิธรรมนัส พรหมเผ่า มอบปัํมน้ำให้ผู้ประสบอุทกภัยบ้านห้วยไฮ จำนวน 67 เครื่อง

เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2569 ณ บ้านห้วยไฮ ตำบลฝายแก้ว อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน ดร.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ ผู้อำนวยการศูนย์รับเรื่องร้องทุกข์พรรคกล้าธรรม อดีตเลขารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยนายประสิทธิ์ โนทะ

สส.น่าน เขต 2 พรรคกล้าธรรม นางสาวเพ็ญภัค รัตนคำฟู สส.ลำปาง เขต 4 พรรคกล้าธรรม นางสาววัชรี พรมทอง อดีตประธานหอหารค้าจังหวัดน่าน ว่าที่ผู้สมัคร สส.น่าน เขต 1 พรรคกล้าธรรม นายศรีรุ่ง รัตนศิลา ประธานอาวุโส หอการค้าจังหวัดน่าน ประธานพรรคกล้าธรรมจังหวัดน่าน นางสาวปภินพิทย์ พงศ์ศิริเมธี

ว่าที่ผู้สมัคร สส.น่าน เขต 3 พรรคกล้าธรรมได้เป็นผู้แทนมูลนิธิ ธรรมนัส พรหมเผ่า นายอัครา พรหมเผ่า รองหัวหน้าพรรคกล้าธรรม มอบปั๊มน้ำ ให้ผู้ประสบอุทกภัย ให้ราษฏรบ้านห้วยไฮ และโรงเรียนบ้านห้วยไฮ จำนวน 67 เครื่อง โดยมีนายวรายุุทธ เขียวปัญญา กำนันตำบลฝายแก้ว

นายอดุลย์ สิทธิยศ นายก อบต.ฝายแก้ว คณะบริหารเจ้าหน้าที่ อบต.ฝายแก้ว นางสาวนัทยา ปันแก้ว ผู้ใหญ่บ้านห้วยไฮ ผู้นำท้องที่ท้องถิ่น คณะครูนักเรียนโรงเรียนบ้านห้วยไฮ และพี่น้องประชาชนบ้านห้วยไฮ รับมอบและร่วมให้การต้อนรับ ทางด้านดร.ธนกฤติ จิตอารีรัตน์ นายประสิทธิ์ โนทะ นางสาวเพ็ญภัค รัตนคำฟู พูดคุย นางสาววัชรี พรมทอง นายศรีรุ่ง รัตนศิลา ได้พบปะพูดคุยและให้กำลังใจ

แก่ผู้ประสบอุทกภัย จากนั้นพี่น้องชาวบ้านห้วยไฮได้พร้อมใจกันทำพิธีสู่ขวัญเพื่อเป็นการขอบคุณคณะมูลนิธิธรรมนัส พรหมเผ่า ที่ได้มามอบเครื่องปั๊มน้ำ และก่อนหน้านั้นทางมูลนิธิธรรมนัส พรหมเผ่า ได้นำรถแมคโฮ จำนวน 2 คัน รถแท็กเตอร์ จำนวน 2 คัน รถ 6 ล้อ จำนวน 2 คัน เพื่อปรับพื้นที่ ดินโคลน ออกจากพื้นที่อุทกภัย พร้อมกับนำดินมาถมคอสะพาน

นอกจากนี้ยังได้มอบที่นอน ถังน้ำ หม้อหุงข้าวไฟฟ้า ถุงน้ำใจ จำนวน 109 ครัวเรือนและได้สูบส้วมให้อีก 67 ครัวเรือนในช่วงเวลาที่หลายครอบครัวกำลังเผชิญกับความเดือดร้อน มูลนิธิธรรมนัส พรหมเผ่า ขอเป็นอีกหนึ่งกำลังใจ และพร้อมอยู่เคียงข้างพี่น้องชาวบ้านห้วยไฮเพื่อร่วมกันก้าวผ่านสถานการณ์ครั้งนี้ไปด้วยกัน

#ขอส่งกำลังใจให้พี่น้องบ้านห้วยไฮทุกท่าน ขอให้ผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้ด้วยดี#มูลนิธิิธรรมนัส พรหมเผ่า #ช่วยเหลือพี่น้องบ้านห้วยไฮ #อุทกภัย2569 #น้ำท่วมจังหวัดน่าน#วัชรี พรมทองว่าที่ผู้สมัครสส.น่าน เขต1 #พรรคกล้าธรรม/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ มุกดาหารสกัดทัน! ลอบขนเครื่องในสัตว์จาก สปป.ลาว ข้ามโขง ยึด 62 กล่อง พร้อมไฟแช็ก 8 ลัง

มุกดาหาร – ช่วงกลางดึกวันที่ 30 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่ ร้อย.ฉก.ทพ.2103 ฉก.ทพ.21 ภายใต้ บก.ควบคุมที่ 1 (ร.3) กกล.สุรศักดิ์มนตรี สนธิกำลังเฝ้าตรวจบริเวณริมตลิ่งแม่น้ำโขง บ้านคอนสาย หมู่ 5 ต.นาสีนวน อ.เมืองมุกดาหาร หลังได้รับแจ้งว่าจะมีการลักลอบนำสินค้าจาก สปป.ลาว ข้ามมายังฝั่งไทยโดยไม่ผ่านกระบวนการทางศุลกากร

เวลาประมาณ 03.30 น. เจ้าหน้าที่พบเรือเหล็กบรรทุกสิ่งของต้องสงสัยแล่นมาตามแม่น้ำโขง ก่อนเข้าจอดบริเวณฝั่งไทย จากนั้นพบชายประมาณ 15–20 คน กำลังลำเลียงกล่องกระดาษจากเรือขึ้นฝั่งและนำขึ้นรถกระบะตู้ทึบ เมื่อกลุ่มบุคคลดังกล่าวพบเจ้าหน้าที่ จึงทิ้งสิ่งของและอาศัยความมืดวิ่งหลบหนีไป เจ้าหน้าที่พยายามติดตามแต่ไม่สามารถจับกุมตัวได้

จากการตรวจสอบพื้นที่ เจ้าหน้าที่พบ เครื่องในสัตว์ หรือสะใบนาง/ผ้าขี้ริ้ว จำนวน 62 กล่อง น้ำหนักประมาณ 860 กิโลกรัม คิดเป็นมูลค่าความเสียหายของรัฐประมาณ 172,000 บาท นอกจากนี้ยังพบ ไฟแช็ก 8 ลัง รวม 160 กล่อง หรือประมาณ 8,000 ชิ้น

คิดเป็นมูลค่าความเสียหายของรัฐประมาณ 48,000 บาท รวมมูลค่าความเสียหายของรัฐจากสินค้าทั้งสองรายการประมาณ 220,000 บาท
พร้อมกันนี้เจ้าหน้าที่ยังตรวจยึด รถยนต์กระบะตู้ทึบ Toyota Revo สีขาว ทะเบียน 3 ฒจ 2977 กรุงเทพมหานคร ซึ่งใช้ในการขนย้ายสินค้าไว้เป็นของกลาง โดยไม่มีผู้ต้องหาถูกจับกุมในที่เกิดเหตุ

ภายหลังการตรวจยึด เจ้าหน้าที่ได้ประสาน กรมปศุสัตว์จังหวัดมุกดาหาร เข้าร่วมตรวจสอบและจัดทำเอกสารหลักฐาน ก่อนส่งมอบของกลางและเอกสารให้ สภ.เมืองมุกดาหาร เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ในความผิดเกี่ยวกับการลักลอบนำเข้าสินค้าและการบังคับใช้กฎหมายตาม พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558.

ทิ้งรถหนีความผิด! กระบะพลิกคว่ำพบไม้พะยูง 279 ท่อน ไร้เอกสาร คนขับเผ่นหนี

มุกดาหาร – เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2569 เวลาประมาณ 19.50 น. ร.ต.ท.ธรรมปพน ภูนาฤทธิ์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองมุกดาหาร ปฏิบัติหน้าที่พนักงานสอบสวนเวร รับแจ้งเหตุรถยนต์พลิกคว่ำบริเวณ บ้านโค้งสำราญ ถนนชยางกูร 212 สายอุบลราชธานี–มุกดาหาร ต.คำอาฮวน อ.เมืองมุกดาหาร จึงรายงาน พ.ต.อ.ประยุทธ์ เรือนทองคำ ผกก.สภ.เมืองมุกดาหาร ผู้บังคับบัญชาและเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพบ รถกระบะตู้ทึบ ยี่ห้ออีซูซุ สีเทา ทะเบียน บท 6541 มุกดาหาร พลิกคว่ำอยู่ริมถนน ภายในรถพบไม้แปรรูปและท่อนไม้จำนวนมาก แต่ ไม่พบตัวผู้ขับขี่ หรือผู้ใดแสดงตัวเป็นเจ้าของรถ

เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าไม้มุกดาหารเข้าตรวจสอบเบื้องต้น ระบุว่าไม้ที่บรรทุกมาเป็น ไม้พะยูง และจากการตรวจสอบไม่พบร่องรอยดวงตราของพนักงานเจ้าหน้าที่ประทับบริเวณหน้าตัดไม้ รวมทั้งไม่พบเอกสารหรือใบอนุญาตที่เกี่ยวข้องตำรวจ สภ.เมืองมุกดาหาร ร่วมกับเจ้าหน้าที่ป่าไม้

จึงตรวจยึดรถและไม้ทั้งหมดไว้เป็นของกลาง ก่อนนำไปตรวจนับที่ หน่วยป้องกันรักษาป่ามุกดาหาร 4 พบไม้พะยูงรวมทั้งสิ้น 279 ท่อน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้นำของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย พร้อมเร่งติดตามตัวผู้ครอบครองและผู้เกี่ยวข้องมาสอบสวนดำเนินคดีต่อไป

พบชายวัย 47 ปี เสียชีวิตปริศนาในกระท่อมริมลำห้วยมุกดาหารพบแผลบริเวณแขนคล้ายถูกยิง ญาติเผยได้ยินเสียงปืนก่อนพบศพ ตำรวจเร่งตรวจสอบหาสาเหตุ

มุกดาหาร – เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2569 เวลาประมาณ 11.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองมุกดาหาร พร้อมฝ่ายปกครองและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าตรวจสอบเหตุชายเสียชีวิตภายในกระท่อมริมลำห้วย บริเวณบ้านเหล่าป่าเป้ ต.นาโสก อ.เมืองมุกดาหาร หลังได้รับแจ้งจากญาติที่เดินทางมาพบศพ

ผู้เสียชีวิตทราบชื่อ นายสมศักดิ์ นาโศก อายุประมาณ 47 ปี เบื้องต้นพบร่างอยู่ภายในกระท่อมยกสูง ซึ่งตั้งอยู่ใกล้ลำห้วยและสวนยาง ห่างจากชุมชนประมาณ 3 กิโลเมตร และอยู่ใกล้วัดป่าสวนป่าสันติธรรม โดยพบ บาดแผลบริเวณแขน 1 แห่ง มีลักษณะคล้ายถูกยิง ขณะที่สภาพศพเริ่มขึ้นอืด ทั้งนี้ยังไม่สามารถระบุสาเหตุและช่วงเวลาการเสียชีวิตที่แน่ชัด ต้องรอผลการตรวจชันสูตรจากแพทย์

ปริศนาเสียงปืนก่อนพบศพ ข้อมูลจากพระภายในวัดที่อยู่ใกล้จุดเกิดเหตุ ระบุว่า เมื่อวันที่ 29 กันยายน เวลาประมาณ 14.00 น. ได้ยินเสียงคล้ายเสียงปืนดังขึ้นจากบริเวณดังกล่าว แต่ในขณะนั้นเข้าใจว่าอาจเป็นเสียงคนยิงสัตว์ จึงไม่ได้เข้าไปตรวจสอบ กระทั่งช่วงสายของวันที่ 30 กันยายน จึงทราบว่ามีชายเสียชีวิตอยู่ภายในกระท่อม

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยัง ไม่ยืนยันว่าเสียงปืนดังกล่าวมีความเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตหรือไม่ ต้องรอผลการตรวจสอบพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ ลูกชายมาพบศพ ขณะเตรียมทำอาหารให้พ่อ นายวันชัย นาโศก อายุ 51 ปี พี่ชายของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ช่วงเช้าวันเกิดเหตุ นายธนากร อายุ 28 ปี ลูกชายของผู้เสียชีวิต เดินทางมายังกระท่อมเพื่อทำอาหารให้พ่อ แต่กลับพบว่าพ่อนอนเสียชีวิตอยู่ภายใน

จึงรีบแจ้งญาติและประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบนายวันชัยระบุว่า ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 29 กันยายน เวลาประมาณ 09.00 น. ยังเห็นน้องชายเข้าไปทำธุระในหมู่บ้าน จึงคาดว่าเหตุการณ์น่าจะเกิดขึ้นหลังจากช่วงเวลาดังกล่าวเบื้องต้นทราบว่าผู้เสียชีวิตแยกทางกับภรรยาและพักอาศัยอยู่ตามลำพังมาหลายปี ส่วนรายละเอียดเกี่ยวกับชีวิตส่วนตัวและเหตุการณ์ก่อนเสียชีวิต เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบ และยังไม่สามารถนำข้อมูลดังกล่าวมาเชื่อมโยงเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตได้

ตำรวจเร่งคลี่ปม ตรวจหลักฐานทุกประเด็น หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบกระท่อมและพื้นที่โดยรอบอย่างละเอียด พร้อมเก็บรวบรวมพยานหลักฐาน สอบปากคำญาติ พระ และบุคคลที่อาจทราบเหตุการณ์ เพื่อหาข้อเท็จจริงว่า ผู้เสียชีวิตเสียชีวิตจากสาเหตุใด และบาดแผลที่พบเกี่ยวข้องกับอาวุธปืนหรือไม่

เจ้าหน้าที่เตรียมนำร่างผู้เสียชีวิตส่งชันสูตรที่ โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จ.อุบลราชธานี เพื่อให้แพทย์ตรวจบาดแผลและหาสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียด ก่อนนำผลไปประกอบการสอบสวนต่อไปขณะนี้คดีอยู่ระหว่างการตรวจสอบ ยังไม่มีการยืนยันว่าเป็นเหตุยิงหรือการเสียชีวิตจากสาเหตุอื่น เจ้าหน้าที่จะเร่งคลี่คลายข้อเท็จจริงจากพยานหลักฐานและผลชันสูตรต่อไป.

ช้าจนได้เรื่อง-ผลาญความเชื่อมั่น! การไฟฟ้ามุกดาหารดองเรื่องเปลี่ยนหม้อไฟเดือนกว่าเรื่องไม่เดิน เปิดช่องข้อมูลรั่วคอลเซ็นเตอร์โผล่สวมรอยเป๊ะ

มุกดาหาร – เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักเกี่ยวกับประสิทธิภาพการทำงานและความปลอดภัยของข้อมูลผู้ใช้บริการ ณ สำนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดมุกดาหาร หลังพบประชาชนถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์โทรศัพท์เข้าสวมรอยฉวยโอกาสจากความล่าช้าของเจ้าหน้าที่

เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2559 ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดมุกดาหาร ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนรายหนึ่งในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร (ขอสงวนนาม) เปิดเผยว่า ตนเองได้เดินทางไปยื่นเรื่องขอเปลี่ยนหม้อไฟที่สำนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดมุกดาหาร ตั้งแต่ช่วงสิ้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา แต่ปรากฏว่าเวลาล่วงเลยมาเกือบ 1 เดือน เรื่องกลับไม่มีความคืบหน้า และเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าฯ ก็ยังไม่ได้เข้าดำเนินการเปลี่ยนมิเตอร์ให้แต่อย่างใด

กระทั่งล่าสุด ได้มีมิจฉาชีพใช้หมายเลขโทรศัพท์ 081-854-4227 โทรศัพท์เข้ามาอ้างชื่อ “นายพงษ์ธวัช” โดยแอบอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค แจ้งว่าจะเข้าดำเนินการเปลี่ยนหม้อไฟมิเตอร์ไฟฟ้าให้ พร้อมอ้างเรื่องการคืนเงินค่าประกันหม้อไฟตัวเก่า จากนั้นมิจฉาชีพได้บอกหมายเลขไอดีไลน์เพื่อให้แอดเพิ่มเพื่อน เพื่อหลอกลวงให้ส่งเอกสาร ข้อมูลส่วนบุคคล และบัญชีเงินฝากผ่านทางแอปพลิเคชัน LINE

ความล่าช้าในการให้บริการของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดมุกดาหารที่ปล่อยให้เวลาล่วงเลยมาเกือบเดือน ไม่เพียงแต่สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชน แต่ยังกลายเป็นช่องทางให้มิจฉาชีพเข้าสวมรอยได้อย่างสมจริง นอกจากนี้ การที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์โทรเข้าหมายเลขผู้เสียหายได้ตรงกับช่วงเวลาที่ผู้เสียหายกำลังรอคอยการเปลี่ยนหม้อไฟ จึงทำให้เกิดข้อสงสัยอย่างหนักว่า ระบบฐานข้อมูลผู้ใช้บริการของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดมุกดาหาร มีการรั่วไหลออกไปสู่มือกลุ่มมิจฉาชีพหรือไม่

ทั้งนี้ ประชาชนจึงเรียกร้องให้ผู้บริหารการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เร่งตรวจสอบทั้งประเด็นความล่าช้าในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ รวมถึงเร่งตรวจสอบระบบความปลอดภัยของข้อมูลภายในองค์กรโดยด่วน เพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนต้องตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพจากช่องโหว่การทำงานของหน่วยงานรัฐอีกต่อไป ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน #เตือนภัยเบอร์0818544227 #แก๊งคอลเซ็นเตอร์ #การไฟฟ้ามุกดาหาร #การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค #ทำงานล่าช้า #ข้อมูลรั่วไหล #หลอกเปลี่ยนหม้อไฟ #ภัยออนไลน์

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ ผู้ว่าฯจ.นครปฐม นายอ.นครชัยศรี เข้าร่วมประชุมคณะกรมการจังหวัดและหัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัดนครปฐม

วันอังคารที่ 29 กันยายน พ.ศ.2569 เวลา 08.30 น. ณ ห้องประชุมพิมานปฐม ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดนครปฐมนายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี เข้าร่วมประชุมคณะกรมการจังหวัดและหัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัดนครปฐม ครั้งที่ 9/2569

โดยมี นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เป็นประธานการประชุมคณะกรมการจังหวัดและหัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัดนครปฐม พร้อมด้วยรองผู้ว่าราชการจังหวัด อัยการจังหวัดนครปฐม ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม

หัวหน้าส่วนราชการระดับจังหวัด ปลัดจังหวัด นายอำเภอทั้ง 7 อำเภอ หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ผู้บริหารองค์กรเอกชน และผู้บริหารสถานศึกษา และคณะกรมการจังหวัด เข้าร่วมประชุมครั้งนี้โดยก่อนการประชุมมี กิจกรรมไหว้พระสวดมนต์ , อาราธนาศีล 5 กล่าวสัมโมทนียกถาให้ข้อคิดหลักธรรม และนั่งสมาธิ เจริญจิตตภาวนา

ตามโครงการเผยแผ่หลักธรรมทางพระพุทธศาสนาสู่การปฏิบัติ ในชีวิตประจำวันแก่ผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ผู้บริหารองค์กรเอกชน และผู้บริหารสถานศึกษา และการมอบเกียรติบัตร ประกาศนียบัตร รางวัลต่างๆ ของจังหวัดนครปฐม
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

เทศบาลสามง่ามให้ความช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย จากสถานการณ์ที่ฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องทำให้หลายพื้นที่ เกิดน้ำท่วมบ้านเรือนของประชาชน

เทศบาลตำบลสามง่าม นำโดย นายอานนท์ มีใจดี ผศ.ดร. อภิชา พรเจริญกิจกุล รองนายกเทศมนตรีตำบลสามง่าม ปลัดเทศบาล สมาชิกสภาเทศบาล ขอแจ้งประชาชนในเขตเทศบาลฯทราบ เทศบาลฯได้ระดมกำลังลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนที่ประสบปัญหาน้ำท่วมขังและฝนตกหนักต่อเนื่อง

โดยมีการสนับสนุน กระสอบทราย ทราย และเครื่องสูบน้ำ เพื่อทำคันดิน และแนวกั้นน้ำป้องกันบ้านเรือนราษฎร และสนับสนุนรถแม็กโฮ(รถขุดตัก)เพื่อช่วยในการขุดลอกคลองหรือเปิดทางน้ำ สามารถช่วยให้กระแสน้ำไหลสะดวกเพิ่มมากขึ้น รวมถึงร่วมกับเจ้าหน้าที่และ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชนเร่ง ลอกร่องน้ำและเปิดทางระบายน้ำสายสำคัญ
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / สภ.สัตหีบ จัดงานบุญใหญ่ทอดผ้าป่าสามัคคี สมทบทุนช่วยเหลือสังคม

​ วันที่ 27 กันยายน 2569 คณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจ สถานีตำรวจภูธรสัตหีบ (กต.ตร.สภ.สัตหีบ) นำโดย นายวสรร เซี่ยงฉี ประธาน กต.ตร.สภ.สัตหีบ ร่วมกับ พ.ต.อ.คมสรร คำตุ่นแก้ว ผู้กำกับการ สภ.สัตหีบ พร้อมด้วยข้าราชการตำรวจ ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน พ่อค้า และประชาชนในพื้นที่อำเภอสัตหีบและใกล้เคียง อาทิ นางลิซ่าแฮมิลตัน นายกสมาคมผู้ประกอบการกลางคืนเมืองพัทยา เข้าร่วมงานบุญทอดผ้าป่าสามัคคีเพื่อการกุศลอย่างเนืองแน่น

​ พิธีอันเป็นมงคลนี้ได้รับเกียรติจาก พระวชิรคุณากร รองเจ้าคณะจังหวัดชลบุรี และเจ้าอาวาสวัดสัตหีบ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วยคณะสงฆ์รวม 10 รูป เจริญพระพุทธมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคล นอกจากนี้ ยังได้รับเกียรติจาก พล.ต.ต.ชาตรี สุขศิริ ผู้บังคับการอำนวยการภาค 2 (ว่าที่ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี ซึ่งจะมีผลในวันที่ 1 ตุลาคม 2569 นี้) มาทำหน้าที่เป็นประธานฝ่ายฆราวาส

​ บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความอบอุ่นและเปี่ยมด้วยศรัทธา สะท้อนให้เห็นถึงพลังแห่งความสามัคคีและการเกื้อกูลกันของคนในชุมชน ทั้งจากภาครัฐ ทหาร ตำรวจ ภาคเอกชน และประชาชนผู้มีจิตศรัทธา ที่ได้ร่วมกันบริจาคจตุปัจจัยในเบื้องต้นรวมเป็นเงินทั้งสิ้น 323,408 บาท

​ ทั้งนี้ พล.ต.ต.ชาตรี สุขศิริ ได้เป็นตัวแทนถวายจตุปัจจัยแด่คณะสงฆ์ ก่อนที่คณะสงฆ์จะมอบทุนดังกล่าวให้กับ นายวสรร เซี่ยงฉี ประธาน กต.ตร.สภ.สัตหีบ เพื่อนำไปใช้ในการปรับปรุงพัฒนาการให้บริการประชาชนของ สภ.สัตหีบ รวมถึงดำเนินกิจกรรมสาธารณประโยชน์ ช่วยเหลือผู้ยากไร้ ผู้ด้อยโอกาส และสนับสนุนกิจกรรมการกุศลต่างๆ ในพื้นที่อำเภอสัตหีบต่อไป

ผู้ประกอบการสตรีทฟู้ดพัทยาเพิ่มเมนูอาหารเช้า “แซนด์วิชย่าง” ปรับกลยุทธ์รับไฮซีซั่น

มีรายงานว่า ร้าน 97 Kitchen ร้านอาหารตามสั่งและเมนูกะเพราปลา ตั้งอยู่ในซอยเขาตาโล เมืองพัทยา ที่ชูจุดเด่นเรื่องรสชาติสตรีทฟู้ดระดับพรีเมียมจากประสบการณ์การเป็นกุ๊กของเจ้าของร้าน และผู้ประกอบการร้านอาหารสตรีทฟู้ดในเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นที่รู้จักในท้องถิ่นจากการสร้างสรรค์เมนูอาหารไทยและเมนูปลา ได้ปรับกลยุทธ์การให้บริการและแผนการตลาดเพื่อรับไฮซีซั่นเมืองพัทยา

นายธีรพงศ์ ชิดหรดี เจ้าของร้าน 97 Kitchen เผยว่า เป็นการปรับแผนการดำเนินการการให้บริการเพื่อเตรียมความพร้อมและปรับตัวให้เจ้ากับไฮซีซั่นเมืองพัทยา ด้วยการเปิดเมนูแซนด์วิชย่างเป็นอาหารเช้าตั้งแต่ 06.00-10.00 น.จนกว่าของจะหมด โดยทำสดใหม่จากถาดย่างร้อนๆ ด้วยกลิ่นแป้งขนมปังและไส้หลากรสที่หอมกรุ่น อิ่มสบายในมื้อเช้า ด้วยราคาสบายกระเป๋าชิ้นละ 15 บาท

สำหรับแซนด์วิชย่างของทางร้าน 97 Kitchen เป็นการคิดสูตรที่ต้องการให้ผู้บริโภครับประทานอาหารเช้าที่รวดเร็วและอิ่มอร่อย โดยแซนด์วิชย่างจะมีทั้งหมด 10 รสชาติ คือ เนื้อ, ไข่ดาว, ไก่หยองพริกเผา, ปูอัด, ผักโขม, แฮมชีส, ทูน่า, สลัดไข่ต้ม, นูเทลล่า และแยมสตรอว์เบอร์รี และจะมีเพิ่มข้าวโพด, เนยนม, ไมโลและ พิซซ่า และจะมีอาหารกล่องเมนูคลีนเพิ่มในเร็วๆ นี้อีกด้วย

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / จัดการประชุมหารือการขับเคลื่อนสุโขทัยเป็นต้นแบบการบริหารจัดการพื้นที่มรดกโลกเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

วันศุกร์ที่ ๒๕ กันยายน ๒๕๖๙ นายศิริปกรณ์ เชี่ยวสมุทร ผู้อำนวยการ อพท. และนายสุรกิจ ลิ้มสิทธิกุล รองผู้อำนวยการ อพท.(บริหาร) จัดการประชุมหารือการขับเคลื่อนสุโขทัยเป็นต้นแบบการบริหารจัดการพื้นที่มรดกโลกเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน พร้อมด้วย พันเอก นาวิน ปรีชาพณิชยกุล

ผจก.อพท.สุโขทัย นายศราวุธ กลันทะกะสุวรรณ รอง ผจก.อพท.สุโขทัย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมฯ โดยมี นายไชยา บุญเกิด นายกเทศมนตรีเมืองศรีสัชนาลัย ให้การต้อนรับฯ วัตถุประสงค์เพื่อบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์ รับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะจากพื้นที่

ให้เกิดความสมดุลระหว่างการอนุรักษ์คุณค่ามรดกทางวัฒนธรรม การพัฒนาเศรษฐกิจการท่องเที่ยว และการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ ในโอกาสนี้ที่ประชุมได้หารือประเด็นสำคัญเกี่ยวกับการบริหารจัดการพื้นที่ และการแก้ไขปัญหาการใช้ประโยชน์ในที่ดินของประชาชนที่ได้รับผลกระทบ เพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนได้อย่างเหมาะสม ภายใต้กรอบกฎหมายและหลักการบริหารจัดการพื้นที่มรดกโลก ณ เทศบาลเมืองศรีสัชนาลัย

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / ผกก.ตชด.14 รับรางวัลเกียรติยศ “คนภักดิ์มั่น ขวัญประจวบ” ประจำปี 2569 เชิดชูคุณงามความดี จากผู้ว่าฯ ประจวบฯ

จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ — เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 ณ ห้องพิธีการ ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลอันทรงเกียรติ “คนภักดิ์มั่น ขวัญประจวบ” ประจำปี 2569 โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ ตัวแทนจากภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ร่วมพร้อมเพรียงกันแสดงความยินดีอย่างอบอุ่น

ในครั้งนี้ พันตำรวจเอกอัคราวัส สีห์ธนบุญอุบล ผู้กำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 14 (ผกก.ตชด.14) ได้รับคัดเลือกเป็นผู้สมควรได้รับรางวัลอันทรงคุณค่านี้ เพื่อสดุดีเกียรติคุณ ความเสียสละ และการทุ่มเทแรงกายแรงใจ ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความมุ่งมั่น ตลอดจนอุทิศตนทำคุณประโยชน์แก่จังหวัดและประชาชนอย่างต่อเนื่องและเป็นที่ประจักษ์

รางวัล “คนภักดิ์มั่น ขวัญประจวบ” จัดสรรขึ้นเพื่อเชิดชูเกียรติ บุคคล และองค์กรที่มีจิตอาสา มีความมุ่งมั่นเสียสละ และมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาจังหวัดในทุกมิติ ทั้งด้านการท่องเที่ยว การเกษตรและอุตสาหกรรม การพัฒนาพื้นที่ด่านสิงขร การบริหารจัดการน้ำ การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของจังหวัด อาทิ Next Move Prachuap Wellness Economy, 10 ห้องเรียน และ PKN Wellness ให้บรรลุผลสำเร็จเป็นรูปธรรม

นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้กล่าวคำชื่นชมอย่างสูงสุด แหละแสดงความยินดีอย่างจริงใจแก่ผู้ได้รับรางวัลทุกท่าน พร้อมเน้นย้ำว่า รางวัลอันทรงเกียรตินี้จะเป็นกำลังใจสำคัญให้ทุกคนร่วมกันสร้างสรรค์ประโยชน์แก่ชุมชน สังคม และประเทศชาติต่อไป อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมการถอดบทเรียนจากการปฏิบัติงานจริง มาประยุกต์ใช้พัฒนาจังหวัดบนพื้นฐานของหลักธรรมาภิบาล และความร่วมมือร่วมใจจากทุกภาคส่วน เพื่อความเจริญก้าวหน้าอย่างมั่นคงและยั่งยืนสืบไป

 ///////////////////

ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / เปิดปฏิบัติการพิทักษ์คีรีขันธ์ สนธิกำลังสกัดสินค้าเถื่อน ยึดของกลางทะลุ 37 ล้านบาท

จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ความทุ่มเทเสียสละของเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ปรากฏผลเป็นรูปธรรมอย่างชัดเจน เมื่อกรมศุลกากร ร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงและภาคีเครือข่าย เปิดปฏิบัติการเชิงรุกปราบปรามสินค้าผิดกฎหมาย ตามนโยบายเร่งด่วนของกระทรวงการคลัง ภายใต้การอำนวยการของ ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และนายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร รวมถึงนายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์โดยมอบหมายให้นายฐิติพงศ์ คำผุย นายด่านศุลกากรประจวบคีรีขันธ์ นำทีมขับเคลื่อนการปราบปรามอย่างเข้มข้น ความสำเร็จครั้งนี้เกิดจากการบูรณาการร่วมกันอย่างไร้รอยต่อของทุกภาคส่วน นำโดย กรมสอบสวนคดีพิเศษเขต 7, สรรพสามิตพื้นที่ประจวบคีรีขันธ์,

กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 14, หน่วยเฉพาะกิจจงอางศึก, ป้องกันจังหวัดประจวบคีรีขันธ์, ด่านกักกันสัตว์ประจวบคีรีขันธ์ ร่วมกับหน่วยงานประมง, พืช, สัตว์ป่า และสถานีตำรวจในพื้นที่ เปิด “ปฏิบัติการพิทักษ์คีรีขันธ์” ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2569 เพื่อปิดประตูสกัดกั้นการลำเลียงสินค้าหนีภาษีจากภาคใต้เข้าสู่ภายในประเทศล่าสุด เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569 ทีมปฏิบัติการตั้งจุดตรวจสกัดบนถนนเพชรเกษม บริเวณด่านตรวจห้วยยาง อำเภอทับสะแก สามารถตรวจยึดสินค้าลักลอบหนีภาษีล็อตใหญ่ มูลค่ารวมค่าภาษีอากรสูงถึง 10.67 ล้านบาท ภายในวันเดียว ประกอบด้วยบุหรี่ต่างประเทศ 4,703 แท่ง พร้อมสุรา, น้ำอัดลม และชาต่างประเทศ

ตลอดระยะเวลา 23 วันแห่งความมุ่งมั่น (1–23 กันยายน 2569) ชุดปฏิบัติการร่วมตรวจสอบพัสดุเป้าหมาย 453 หีบห่อ จับกุมดำเนินคดี 15 คดี ยึดของกลางผิดกฎหมายจำนวนมหาศาล โดยเฉพาะบุหรี่ต่างประเทศหนีภาษีกว่า 16,082 แท่ง รวมถึงบุหรี่ไฟฟ้า, กระเป๋า, ยาสมุนไพร, น้ำหอม และสินค้าอื่นๆ มูลค่ารวมทั้งหมด 37,216,132.60 บาท ของกลางทั้งหมดถูกนำส่งดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดนายฐิติพงศ์ คำผุย นายด่านศุลกากรประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า ขบวนการค้าของเถื่อนปรับยุทธวิธีใช้ระบบพัสดุเอกชนกระจายสินค้าแบบกองทัพมด แต่ด้วยความร่วมมือทุกฝ่าย

จึงสามารถเท่าทันและปิดกั้นเส้นทางได้ทันท่วงที การปฏิบัติงานครั้งนี้ไม่เพียงแต่นำภาษีกลับคืนสู่รัฐ แต่ยังปกป้องสุขภาพประชาชนจากสินค้าอันตราย คุ้มครองผู้ประกอบการสุจริต และตัดวงจรเงินใต้ดินที่อาจหล่อเลี้ยงอาชญากรรมหลังจากนี้ กรมสอบสวนคดีพิเศษจะขยายผลสืบสวนเพื่อดำเนินคดีถึงที่สุด ขณะที่กองกำลังร่วมจะยังคงปักหลักเพิ่มความเข้มงวดเฝ้าระวังจุดเสี่ยงทุกเส้นทาง เพื่อเป็นปราการด่านสำคัญปกป้องความมั่นคงและปลอดภัยของคนไทยต่อไป

 /////////////////

ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จะ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ มท.3 ลุยสระแก้ว! ติดตามสถานการณ์อุทกภัย กำชับวางแผนฟื้นฟูหลังน้ำลด พร้อมเร่งแก้ปัญหาน้ำประปา

วันนี้ (28 ก.ย. 69) นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.3) พร้อมคณะ ลงพื้นที่จังหวัดสระแก้ว เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัยและรับทราบปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน โดยเดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์จากจังหวัดปราจีนบุรี มาลง ณ กรมทหารราบที่ 12 รักษาพระองค์ ตำบลท่าเกษม มี นายปริญญา โพธิสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว พร้อมหัวหน้าส่วนราชการให้การต้อนรับ และร่วมรับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่

ในการนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยได้เน้นย้ำให้จังหวัดเตรียมแผน ฟื้นฟูพื้นที่หลังสถานการณ์น้ำลด โดยให้หน่วยงานในพื้นที่กำหนดจุดสำหรับรวบรวมและกำจัดเศษวัสดุ ขยะ รวมถึงสิ่งของที่ได้รับความเสียหายหรือปนเปื้อนจากน้ำท่วม พร้อมประสานกำลังและเตรียมเครื่องมือ รถบรรทุก และอุปกรณ์จากหน่วยงานภาครัฐ เพื่อเร่งขนย้ายและฟื้นฟูพื้นที่ให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว

นอกจากนี้ ยังได้กำชับให้เตรียมแผนด้าน ระบบประปาและการจัดหาน้ำสะอาด รองรับประชาชนในช่วงเกิดภัยพิบัติและภายหลังน้ำลด โดยให้เตรียมรถบรรทุกน้ำสะอาดสำหรับสนับสนุนการอุปโภคบริโภค รวมถึงให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลศูนย์อพยพและวางแผนฟื้นฟูพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

ด้าน นายปริญญา โพธิสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว ได้รายงานปัญหาน้ำประปา ซึ่งเป็นหนึ่งในปัญหาสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนในช่วงสถานการณ์อุทกภัย โดยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยได้กำชับให้การประปาประสานแก้ไขปัญหา หากมีข้อขัดข้องสามารถแจ้งเพื่อประสานการช่วยเหลือได้ พร้อมแนะนำให้พิจารณาจัดหารถบรรทุกน้ำจากภาคเอกชนมาเสริม เพื่อให้สามารถกระจายน้ำได้อย่างทั่วถึง

ขณะเดียวกัน ได้มอบแนวทางให้ ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 12 สามารถประสานและนำเครื่องจักรของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยมาใช้สนับสนุนภารกิจบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนได้ตามความจำเป็น โดยเฉพาะภารกิจด้านการผลิตและจัดหาน้ำสำหรับประชาชน

ทั้งนี้ นายเจเศรษฐ์ได้กล่าวขอบคุณหน่วยงานในพื้นที่จังหวัดสระแก้วที่ร่วมกันปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง พร้อมระบุว่า จากการติดตามสถานการณ์ ยังไม่พบข้อร้องเรียนจากประชาชนในกรณีแจ้งความเดือดร้อนแล้วไม่ได้รับการช่วยเหลือ และขอให้ทุกหน่วยงานยังคงดูแลประชาชนอย่างใกล้ชิด ทั้งในช่วงสถานการณ์น้ำท่วมและระยะฟื้นฟูหลังน้ำลด.

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/บุกทลายบ้านพักซากสัตว์ป่า! รวบคาบ้าน 13 รายการ ของกลางอื้อกว่า 100 กิโลกรัม

มุกดาหาร — เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการร่วม กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช บุกเข้าตรวจค้นบ้านพักเป้าหมายในพื้นที่อำเภอเมืองมุกดาหาร หลังสืบทราบว่ามีการซุกซ่อนซากสัตว์ป่าคุ้มครองเพื่อการค้าผิดกฎหมาย ตะลึงพบของกลางซากสัตว์ป่าคุ้มครองหลายชนิดรวม 13 รายการ น้ำหนักรวมนับร้อยกิโลกรัม

การปฏิบัติการครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2569 เวลาประมาณ 14.10 น. โดยการอำนวยการของ นายพลวีร์ บูชาเกียรติ ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวกรองอาชญากรรมสัตว์ป่า (WCC) กรมอุทยานแห่งชาติฯ นำกำลังเจ้าหน้าที่ศูนย์ข่าวกรองฯ สนธิกำลังร่วมกับ ชุดปฏิบัติการพิเศษที่ 1 และ 2 (สำนักสนับสนุนการป้องกันและปราบปรามที่ 2 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ),

เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอเมืองมุกดาหาร และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองมุกดาหารคณะเจ้าหน้าที่ได้นำหมายค้นศาลจังหวัดมุกดาหาร ที่ 302/2569 ลงวันที่ 25 กันยายน 2569 เข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 900 หมู่ 3 บ้านศูนย์ไหม ตำบลศูนย์ไหม อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร ซึ่งเป็นที่พักอาศัยของ นายอำนวย (นามสมมุติ)

จากการตรวจค้นภายในบริเวณบ้านพัก เจ้าหน้าที่พบซากสัตว์ป่าคุ้มครองซุกซ่อนอยู่จำนวนมาก รวม 13 รายการ ประกอบด้วย 1. ซากกระจง 1 ซาก น้ำหนัก 1.34 กิโลกรัม 2. ซากกระรอกหลากสี 54 ซาก น้ำหนัก 7 กิโลกรัม 4. ซากกระรอกดินข้างลาย 1 ซาก น้ำหนัก 0.2 กิโลกรัม 4. หัวเลียงผา 1 หัว น้ำหนัก 1.5 กิโลกรัม 5.

ซากกระบิน (กระจ้อน) 61 ซาก น้ำหนัก 4 กิโลกรัม 6. หัวเก้ง 3 หัว น้ำหนักรวม 3.1 กิโลกรัม 7. ซากอีเห็น 2 ซาก น้ำหนัก 5.2 กิโลกรัม 8. ซากพญากระรอกบิน 2 ซาก น้ำหนัก 1.8 กิโลกรัม 9. ชิ้นส่วนเม่น 4 ชิ้น น้ำหนัก 74.4 กิโลกรัม 10. ซากเม่น 13 ซาก น้ำหนัก ๑๔ กิโลกรัม 11. กระเพาะเม่น 5 ชิ้น น้ำหนัก 0.5 กิโลกรัม

เจ้าหน้าที่ได้ทำการจับกุมตัวนายอำนวย (นามสมมุติ) และ นส.อริศรา (นามสมมุติ) พร้อมยึดของกลางทั้งหมดไว้ดำเนินคดีตามกฎหมาย ทั้งนี้ การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ทุกขั้นตอนเป็นไปตามอำนาจหน้าที่โดยเคร่งครัด

พร้อมทั้งปฏิบัติตาม พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้สูญหาย พ.ศ. ๒๕๖๕ (มาตรา ๒๒) อย่างถูกต้อง มีการบันทึกภาพและวิดีโอขณะจับกุม ทำบันทึกการตรวจยึดอ่านให้ผู้ถูกจับฟังและตรวจเช็กด้วยตนเอง ก่อนมอบสำเนาบันทึกการจับกุมให้แก่ผู้ต้องหา

เบื้องต้น นายกิตติชัย คะอังกุ พร้อมคณะเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร เพื่อดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. ๒๕๖๒ และขยายผลหาที่มาของซากสัตว์ป่าทั้งหมดต่อไป

ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ กิจกรรมเคารพธงชาติและร้องเพลงชาติไทย เนื่องในวันพระราชทานธงชาติไทยประจำปี 2569

วันที่ 28 กันยายน 2569 เวลา 08.00 น.นางสาวนงลักษณ์ อยู่พุ่ม นายอำเภอท่าหลวง พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารสถานศึกษา

ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล สารวัตรกำนัน และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมเคารพธงชาติและร้องเพลงชาติไทย ณ บริเวณหน้าอาคารที่ว่าการอำเภอท่าหลวง จังหวัดลพบุรี

กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ พร้อมทั้งสร้างความภาคภูมิใจในเอกราชและความเสียสละของบรรพบุรุษ

ไทย ตลอดจนเป็นการเสริมสร้างความรู้ความสามัคคีและความพร้อมเพรียงของข้าราชการและ ผู้นำท้องที่ในการร่วมใจกันปฏิบัติหน้าที่เพื่อประชาชน

สนอง แท่นสูงเนิน
ผอ.ศูนย์ข่าวฯ ประจำจังหสัดลพบุรี

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/สภ.โคกสำโรง ภ.จว ลพบุรี ลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนที่ ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ฝนตกหนักในพื้นฯ

วันที่ 27 ก.ย. พ.ศ.2569ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.จาตุรนต์ อนุรักษ์บัณฑิต ผกก.สภ.โคกสำโรงพ.ต.ท. พุฒิพงศ์ พุฒฤทธิ์ รอง ผกก.ป.สภ.โคกสำโรง นำโดย พ.ต.ท.องอาจ เนียมศรีเพชร สวป.สภ.โคกสำโรง

พร้อมชุดจิตอาสา ร้อยเวร 20 สายตรวจรถยนต์ สายตรวจรถจักรยานยนต์ และสายตรวจจราจรโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจลงพื้นที่ด้วยความห่วงใยและความตั้งใจ เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยอันเกิดจากฝนตกหนัก

ในพื้นที่ตำบลโคกสำโรง อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี โดยแจกจ่ายน้ำดื่ม อำนวยความสะดวก และนำความช่วยเหลือไปส่งถึงบ้านพักอาศัย พร้อมดูแลประชาชนอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ทุกคนผ่านพ้นสถานการณ์นี้ไปได้อย่างปลอดภัย

สำหรับพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขังในระดับสูง เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบและดูแลทรัพย์สินและสิ่งของเครื่องใช้ของประชาชน เพื่อช่วยลดความเสียหายจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น รวมทั้งเฝ้าระวังความปลอดภัยในจุดเสี่ยงและเส้นทางที่สัญจรเข้าออกได้ยาก โดย

พร้อมให้คำแนะนำและความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ เพื่อให้ประชาชนเกิดความมั่นใจและอุ่นใจว่าเจ้าหน้าที่จะอยู่เคียงข้างและดูแลทุกคนอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงสถานการณ์วิกฤต
ทั้งนี้ การปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวได้รับรอยยิ้ม คำขอบคุณ และกำลังใจจากประชาชนในพื้นที่

ซึ่งเป็นพลังใจสำคัญแก่เจ้าหน้าที่ และสะท้อนถึงความห่วงใย ความมุ่งมั่น และความตั้งใจของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการดูแลและช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มกำลัง เพื่อให้ทุกคนปลอดภัยและก้าวผ่านสถานการณ์นี้ไปด้วยกัน เหตุการณ์ทั่วไปปกติ

สนอง แท่นสูงเนิน
ผอ.ศูนย์ข่าวฯ ประจำจังหวัดลพบุรี

สือรัฐ ทีวี บก.เอกสิทธ์ หมวดทอง