#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / น่านอบรมอาสาสมัครนำเที่ยวผู้สูงอายุ เชื่อมภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่การท่องเที่ยว

วันที่ 18 กันยายน 2569 ที่โรงแรมน่านกรีนเลควิว รีสอร์ท อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน นางสาวณัฐยาน์ ทวีวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานเปิดโครงการตามแผนปฏิบัติราชการ

ประจำปีของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 การฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการการเป็นอาสาสมัครนำเที่ยวของผู้สูงอายุในระดับท้องถิ่น โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำชุมชน วิทยากร และผู้เข้าร่วมโครงการ ร่วมพิธี

การอบรมมีผู้เข้าร่วม 100 คน ประกอบด้วยผู้นำชุมชนและผู้สูงอายุจากแหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดน่าน ทั้งด้านวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ ผลิตภัณฑ์และวิสาหกิจชุมชน รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ เพื่อพัฒนาทักษะการต้อนรับ ช่วยเหลือ และให้ข้อมูลแก่นักท่องเที่ยว

จังหวัดน่านมีทุนด้านธรรมชาติ ศิลปวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ วิถีชีวิต และภูมิปัญญาท้องถิ่น ขณะที่ผู้สูงอายุมีความรู้และประสบการณ์ สามารถถ่ายทอดเรื่องราวของชุมชนสู่นักท่องเที่ยว การส่งเสริมให้เข้ามามีบทบาทเป็นอาสาสมัครนำเที่ยว จึงเป็นการใช้ศักยภาพผู้สูงอายุให้เกิดประโยชน์ พร้อมสร้างคุณค่าแก่แหล่งท่องเที่ยวและผลิตภัณฑ์ชุมชน

การอบรมได้รับการสนับสนุนวิทยากรจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา เชียงราย ถ่ายทอดความรู้และฝึกปฏิบัติด้านการนำเที่ยว เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในพื้นที่ เชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยว ภูมิปัญญา และผลิตภัณฑ์ชุมชน สร้างรายได้และพัฒนาการท่องเที่ยวของจังหวัดน่าน/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/ทีมข่าวสมาคมฯ รายงาน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / ชุด ปส..ตชด.14 ร่วมกับ ชุดปราบปรามยาเสพติด จ.ประจวบฯ และสุนัข K9. ตรวจยึดยาบ้า 20,000 เม็ด หลังโยนยาบ้าทิ้งรอดหวุดหวิด

วันที่ 18 ก.ย. 2569 ภายใต้การอำนวยการและสั่งการของ นายสิทธิชัย สวัสแสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์, พ.ต.อ.อัคราวัส สีห์ธนบุญอุบล ผู้กำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 14 ( ผกก ตชด.14 ) นายเนรมิตร เหลืองอร่ามฟ้า นายอำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ และ พ.อ.ชูพงษ์ สายอุบล รอง ผอ.รมน.จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ท.ณัฐพล พลอยท้วม ผู้บังคับกองร้อย ตชด.144/หัวหน้าชุดปราบปรามยาเสพติด กก.ตชด.14, นายชัยชาญ มูลมาก ป้องกันจังหวัดประจวบคีรีขันธ์, นายอุดร ผโรประการณ์ ปลัดอำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ พร้อมเจ้าหน้าที่ชุด ชปข./ชปส.กก.ตชด.14 ตำรวจทางหลวงประจวบฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันสืบสวนปราบปรามผู้ต้อวหาเครือข่ายยาเสพติดในพื้นที่โดยสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 เวลาประมาณ 18.00 น. เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเบาะแสจากสายลับว่า จะมีผู้ต้องสงสัยขนลำเลียงยาเสพติด (ยาบ้า) จากพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี มุ่งหน้าเข้าสู่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยใช้รถยนต์กระบะยี่ห้อ MITSUBISHI รุ่น TRITON สีดำ ไม่ทราบทะเบียน จึงได้เฝ้าสืบสวนหาข่าว ต่อมาในช่วงเช้าของวันที่ 18 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่จึงได้วางกำลังและเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดตามเส้นทาง จนกระทั่งในวันที่ 18 กันยายน 2569 เวลาประมาณ 06.20 น. พ.ต.ท.ณัฐพลฯ พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ได้พบรถยนต์ต้องสงสัย เป็นกระบะยี่ห้อ MITSUBISHI รุ่น TRITON สีดำ ตรงตามที่รับแจ้ง ขับมาด้วยความเร็วบนถนนบายพาสขาล่องใต้ ในพื้นที่ตำบลวังก์พง อำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ คาดว่าภายในมียาเสพติดซุกซ่อนอยู่ จึงได้ประสานกำลังไล่ติดตามมาถึงบริเวณสี่แยกไฟแดงตลาดปราณบุรี และติดตามอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งรถยนต์กระบะคันดังกล่าวเดินทางมาถึงบริเวณสี่แยกไฟแดงเกาะหลัก ถนนเพชรเกษมขาล่องใต้ ตำบลประจวบคีรีขันธ์ อำเภอเมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เจ้าหน้าที่ได้แสดงตัวและส่งสัญญาณให้หยุดรถเพื่อขอเข้าทำการตรวจค้น แต่ผู้ขับขี่ได้เร่งเครื่องขับหลบหนีไปตามถนนเพชรเกษมขาล่องใต้ เจ้าหน้าที่จึงได้ไล่ติดตามอย่างกระชั้นชิด เมื่อมาถึงบริเวณพื้นที่หมู่ 2 ตำบลคลองวาฬ อำเภอเมืองจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ห่างจากสถานีบริการน้ำมันบางจากประมาณ 100 เมตร ผู้ขับขี่ได้ลดกระจกฝั่งผู้โดยสารข้างคนขับลง แล้วโยนวัตถุห่อหุ้มด้วยกระดาษสีขาวขุ่นจำนวน 2 ห่อ ทิ้งลงบริเวณชายป่าข้างทาง จากนั้นได้ขับรถหลบหนีต่อไปจนถึงพื้นที่หมู่ 9 ตำบลห้วยยาง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ก่อนเลี้ยวเข้าไปในทางสาธารณะทิศตะวันตก และอาศัยความชำนาญพื้นที่หลบหนีไปได้ต่อมาเวลาประมาณ 08.00 น. เจ้าหน้าที่ชุด ปราบปรามยาเสพติด กก.ตชด.14 พร้อม ชปส.ประจวบฯ และสุนัขสงคราม K9.ได้เข้าตรวจสอบวัตถุต้องสงสัยบริเวณชายป่าจุดเกิดเหตุ พบห่อกระดาษสีขาวขุ่นชุบเทียนไข ประทับตราสัญลักษณ์ “999” จำนวน 2 ห่อ จากการตรวจสอบภายในพบยาเสพติด (ยาบ้า) บรรจุอยู่ห่อละ 5 มัด มัดละ 10 ถุง (ถุงละประมาณ 200 เม็ด) รวม 20,000 เม็ด เจ้าหน้าที่จึงร่วมกันทำบันทึกตรวจยึดของกลางทั้งหมด นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.คลองวาฬ ตำบลคลองวาฬ อำเภอเมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อตรวจพิสูจน์และเร่งรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับติดตามตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

///////////////////

ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จะ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /กลุ่มเหล็กสหวิริยาหนุนอบรมเกษตรอินทรีย์ ยกระดับอาชีพเกษตรกรบางสะพานสู่ความยั่งยืน

กลุ่มเหล็กสหวิริยา (SSI-TCRSS-BSBM-PPC-WCE) สนับสนุนโครงการส่งเสริมและพัฒนาเกษตรอินทรีย์พื้นที่บางสะพานสู่ความยั่งยืน โดยร่วมมือกับสำนักงานเกษตรอำเภอบางสะพาน จัดกิจกรรมอบรมให้ความรู้เรื่องเกษตรอินทรีย์เพื่อพัฒนาและต่อยอดเกษตรกรในพื้นที่อำเภอบางสะพาน มุ่งเสริม
สร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทางการผลิตที่ปลอดภัย พร้อมสนับสนุนให้เกษตรกรสามารถนำองค์ความรู้ไปปรับใช้ในการประกอบอาชีพได้อย่างเหมาะสม

โอกาสนี้ ได้รับเกียรติจาก นายนิมิต วงษ์จินดา นายอำเภอบางสะพาน เป็นประธานเปิดการอบรม โดยมีเกษตรกรในพื้นที่เข้าร่วม จำนวน 30 คน และมี นางสาวจุติพร ผลทวีทรัพย์ จากสำนักงานเกษตรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และ นายชิติสรรค์ องอาจ เกษตรกร เป็นวิทยากร ถ่ายทอดความรู้และแนวทางการทำเกษตรอินทรีย์ ตั้งแต่หลักการผลิต การดูแลจัดการพื้นที่ การเลือกใช้ปัจจัยการผลิตอย่างเหมาะสม ตลอดจนแนวทางการพัฒนาผลผลิตให้มีคุณภาพและปลอดภัย

การดำเนินโครงการครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการสนับสนุนการพัฒนาชุมชนของกลุ่มเหล็กสหวิริยา โดยมุ่งเสริมสร้างองค์ความรู้และศักยภาพของเกษตรกรในพื้นที่ ควบคู่กับการส่งเสริมการประกอบอาชีพที่คำนึงถึงความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม เพื่อสนับสนุนการสร้างรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนบางสะพานอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

/////////////////

ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / ต๋อง-ปายฟ้า มอบรางวัลทีมแชมป์ แข่งขันฟุตซอลการกุศล ชุมชน 9 ไร่พัฒนา เพื่อน้อง 4 ขา ”มะม๋า“ นะจ๊ะ

ช่วงเย็น วันที่ 18 กันยายน 2569 นายปายฟ้า มีบุญมาก ตัวแทนนายมีชัย อินทร์พิทักษ์ ประธานคณะทำงานนายกเมืองพัทยา เป็นประธานในพิธีมอบถ้วยชนะเลิศการแข่งขันฟุตซอลการกุศล ชุมชน 9 ไร่พัฒนา เพื่อน้อง 4 ขา ”มะม๋า“ นะจ๊ะ ให้กับทีมชุมชน 9 ไร่ ก่อนถ่ายภาพที่ระลึก

การแข่งขันฟุตซอลการกุศลรายการดังกล่าวจัดขึ้น เพื่อเป็นตัวอย่างของกิจกรรมชุมชนเพื่อตอบแทนสังคม หาผู้ใจบุญร่วมสนับสนุนมูลนิธิกู้ชีพกู้ภัยจิตอาสาเพื่อมวลชน โดยคุณหมอสมชาย บ้านกง หนองเรือ จ.ขอนแก่น

ทั้งนี้ มีทีมฟุตซอลท้องถิ่นส่งทีมเข้าร่วมแข่งขันรวม 4 ทีม ประกอบด้วย ทีมรัน 93, ทีมสยาม, ทีมชุมชน 9 ไร่ และทีม UD แข่งขันแบบพบกันหมดเพื่อเก็บคะแนนหาผู้ชนะเลิศ โดยใช้สนานฟุตซอล 9 ไร่ ซอยเฉลิมพระเกียรติฯ 14 ถนนพัทยาสายสาม เป็นสถานที่จัดการแข่งขัน ซึ่งปรากฏว่าทีมชุมชน 9 ไร่ ทำคะแนนสูงสุดคว้าถ้วยชนะเลิศไปครอง

สำหรับกิจกรรมการกุศลเพื่อสังคมที่จัดขึ้นโดยภาคส่วนต่างๆ ในเมืองพัทยา นายมีชัย อินทร์พิทักษ์ ประธานคณะทำงานนายกเมืองพัทยา จะร่วมสนับสนุนการจัดงานมาโดยตลอดเพราะหวังให้บ้านเมืองมีการพัฒนาหลากหลายมิติ โดยจะมอบหมายให้นายปายฟ้า มีบุญมาก เป็นตัวแทนลงพื้นที่ร่วมกิจกรรมและช่วยเหลือสังคมเสมอมา

Cansa Cafe ชูค็อนเซ็ปต์เมนูอาหารเช้าตลอดทั้งวัน พร้อมแนะเมนูซิกเนเจอร์สุดฮิต รองรับนทท.ไทย-เทศ

นางสาวนิตยา ภูมิโคกรักษ์ ผู้จัดการร้าน Cansa Cafe ปากซอย 5 พระตำหนัก พัทยา ได้แนะนำข้อมูลเปิดตัวร้าน Cansa Cafe ที่พร้อมให้บริการอย่างเป็นทางการ รองรับผู้มาใช้บริการทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติร้าน Cansa Cafe ตกแต่งเป็นร้านอาหารและเครื่องดื่มสไตล์โมเดิร็น ชูคอนเซ็ปต์ที่น่าสนใจคือทางร้านพร้อมบริการเสิร์ฟอาหารเช้าตลอดทั้งวัน ด้วยวัตถุดิบใหม่สดที่เน้นคุณภาพ และเครื่องดื่มกาแฟและแซนด์วิสจะเป็นสูตรเฉพาะของทางร้านที่หาทานที่ไหนไม่ได้

พร้อมเมนูแนะนำสุดฮิต Cansa Cafe ที่ต้องมาลิ้มลองสักครั้ง อาทิ สปาเก็ตตี้คาโบนาร่า ที่ปรุงด้วยไข่ พาร์เมซาน พริกไทยดำ เบคอนและเห็ด, ไข่เจียวแคนซา ไข่คนกับมะเขือเทศ พริกหวาน หัวหอม ผัดในกระทะ เสิร์ฟกับขนมปังสด, ซาวร์โดว์เบคอนอะโวคาโด เบคอนหั่นหนากรอบ บนอะโวคาโดบด, พานีนีไก่คาเพรเซ่ ไก่ยาง มะเขือเทศ มอสซาเรลลา และใบโหระพา อบร้อน, แซนด์วิชไก่เพสโต้พาเมซานอบร้อน ไก่ย่าง เพสโต้ใบโหระพา และพาร์เมซาน อบร้อน และพาสต้าโบโลเนส ซอสเนื้อบดตุ๋นกับมะเขือเทศ โรยพาร์เมซาน ซึ่งทุกเมนูอาหารจะบอกแคลลอรี่อย่างชัดเจน

นอกจากนี้ยังมีเมนูเครื่องดื่มแนะนำที่รสชาติหาตัวจับยาก ที่ทางร้าน Cansa Cafe อยากนำเสนอ ได้แก่ อเมริกาโน่ยูสุ, น้ำแตงโมปั่น และยูสุโซดา ที่รังสรรค์รสชาติความพิเศษพร้อมส่งต่อด้วยความประทับใจ โดยร้านสามารถรองรับได้มากถึง 50 ที่นั่ง ทั้งชาวไทยและต่างชาติ ที่ปัจจุบันมาใช้บริการในอัตราส่วน 50/50สำหรับโปโมชั่นเปิดร้านใหม่ ลูกค้าที่ไปใช้บริการสามารถเช็คอินที่ร้าน Cansa Cafe พร้อมรับส่วนลดทันที 10% ร้าน Cansa Cafe ตั้งอยู่เลขที่ 338/31 ปากซอย 5 พระตำหนัก พัทยา ม.12 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 08.30 น. เป็นต้นไป

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / มท.2 พลพีร์ สุวรรณฉวี นำชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครองบุกทลาย 2 บ่อนพนันเปิด 24 ชั่วโมง กลางเมืองเชียงใหม่

ปฏิบัติการ “ปราบเซียนนครพิงค์” มท.2 พลพีร์ สุวรรณฉวี นำชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครองบุกทลาย 2 บ่อนพนันเปิด 24 ชั่วโมง กลางเมืองเชียงใหม่ ลุยปิดเกมแหล่งอบายมุข ปราบปรามบ่อนการพนัน คืนความสุข สร้าเมืองท่องเที่ยวที่ปลอดภัยพบพนักงานบ่อนเป็นคนต่างด้าวล้วน
รวบนักพนันพร้อมเจ้ามือกว่า 100 คน

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย สั่งการเน้นย้ำนโยบายจัดระเบียบสังคมและปราบปรามผู้มีอิทธิพล กวาดล้างสิ่งผิดกฎหมายที่สร้างความเดือนร้อนให้แก่พี่น้องประชาชน มอบหมายให้นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง นายรณรงค์ ทิพย์ศิริ รองอธิบดีกรมการปกครอง นายสิงห์คำ คำยอด ผู้อำนวยการสำนักการ

สอบสวนและนิติการ นายเรืองลักษณ์ เรืองยังมี ผู้อำนวยการสํานักอํานวยการกองอาสารักษาดินแดน นายปองพล อุทัยวัฒนเดช ผู้อำนวยการส่วนการสอบสวนคดีอาญา และนายศักดิ์ชัย โรจนรัตน์ ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายพนักงานฝ่ายปกครอง สั่งการให้ชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง เดินหน้าปราบปรามบ่อนการพนันและผู้มีอิทธิพลในพื้นที่อย่างจริงจัง

สืบเนื่องจากกรมการปกครอง ได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชน (ขอปกปิดนาม) ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักจากบ่อนการพนันมอมเมาประชาชนในพื้นที่ อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ ฝ่ายปกครองจึงส่งชุดสืบสวน สำนักการสอบสวนและนิติการ ลงพื้นที่เอ็กซเรย์และเข้าแฝงตัวสืบสวนเชิงลึก จนพบเบาะแสชัดเจนว่ามีการเปิดบ่อนการพนันขนาดใหญ่ฝังตัวอยู่ในแหล่งชุมชนและย่านเศรษฐกิจ 2 แห่ง ได้แก่

  1. “บ่อนภัทรวัลย์” (ย่านสันติธรรม) บริเวณชั้น 1 อาคารภัทรวัลย์เพลส ซอยถนนเสริมสุข ต.ช้างเผือก อ.เมืองเชียงใหม่ ดัดแปลงเป็นห้องโถงขนาดใหญ่ ภายในเปิดเล่นการพนันหลายประเภท ทั้ง ไฮโล ตู้ยิงปลา และบาการ่า มีการตั้งเคาน์เตอร์ยึดโทรศัพท์มือถือและตรวจค้นร่างกายก่อนเข้าเล่นเพื่อระวังป้องกันอย่างแน่นหนา
  1. “บ่อนศรีปิงเมือง” (ย่านหายยา) บริเวณศูนย์อาหาร กาดเวียงพิงค์ ถนนศรีปิงเมือง ต.หายยา อ.เมืองเชียงใหม่ ลักษณะเป็นอาคารชั้นเดียว มีทางเข้าออกทางเดียว มีพนักงานรักษาความปลอดภัยยึดอุปกรณ์สื่อสารเคร่งครัด ภายในเปิดให้เล่นการพนันทายภาพสัตว์ น้ำเต้าปูปลา (มะโขกโหลก/บักโตคอน) บนโต๊ะขนาดใหญ่ ใช้ลูกเต๋ารูปสัตว์ 4 ลูก โดยมีแรงงานต่างด้าวเป็นพนักงานคอยบริการรับแทง-จ่ายเงิน มีนักพนันเข้าหมุนเวียนเล่นตลอดทั้งวัน ทั้งชาวไทยและต่างชาติ

จากการสืบสวนพบว่า ทั้ง 2 บ่อน มีระบบรักษาความปลอดภัยและการป้องกันเจ้าหน้าที่อย่างรัดกุม มีการติดกล้องวงจรปิดรวมกันนับสิบตัว มีพนักงานการ์ดคอยเฝ้าระวัง และพบพฤติกรรมเจ้ามือคอยจัดเก็บเงินสดใส่กระเป๋าถือขนาดใหญ่เพื่อเตรียมส่งมอบต่อผู้มีอิทธิพลเบื้องหลัง มีพนักงานเป็นชาวกัมพูชา เข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ. 2478 และ พ.ร.ก.การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 อย่างชัดเจน

วันที่ 18 กันยายน 2569 เวลา 20.00 น.ชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง นำกำลังเข้าปิดล้อมจู่โจมพร้อมกันทั้ง 2 จุด เพื่อตัดเส้นทางหลบหนีและเข้าควบคุมสถานการณ์ทันทีผลการดำเนินการผู้จับกุมนักพนันกว่า 100 ราย

(ต่างด้าว 2ราย)ผู้จัดให้มีการเล่น 14 ราย (ต่างด้าว 8ราย)ผู้สนับสนุนให้มีการเล่น 4 รายยึดของกลาง เช่น เงินสด และชิปแทนเงินสด รวมกว่า 2 ล้านบาท อุปกรณ์การเล่นจำนวนมาก บัญชีเงินหมุนเวียน เอกสารการเช่าสถานที่ เป็นต้น

กรมการปกครองย้ำชัด พร้อมเดินหน้าปราบปรามบ่อนการพนันและแหล่งอบายมุขทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อคืนความมั่นใจ ความปลอดภัย และส่งเสริมภาพลักษณ์เมืองท่องเที่ยวให้กับเชียงใหม่หากประชาชนพบเห็นเบาะแสบ่อนการพนัน หรือสิ่งผิดกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอ/จังหวัด หรือสายด่วนศูนย์ดำรงธรรมกรมการปกครอง หมายเลข 1567 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

#ปราบเซียนนครพิงค์
#กรมการปกครอง //

#สื่อรัฐทีวี #สื่อรัฐนิวส์ / สคอ.ร่วมหนุน “Brake Station” ยกระดับสอบใบขับขี่รถจักรยานยนต์ต้อง “สอบผ่าน” ควบคู่ “ขับขี่ปลอดภัย”

เมื่อวันที่ 11 ก.ย.69 ณ สนามทดสอบขับรถ อาคาร 8 กรมการขนส่งทางบก นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เป็นประธานเปิดกิจกรรมสาธิตการทดสอบขับรถจักรยานยนต์ “สถานีเบรก” (Brake Station) พร้อมด้วย นายปิยะ โยมา และนายชีพ น้อมเศียร รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก และคณะผู้บริหาร โดยมีภาคีเครือข่าย ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางถนน และสื่อมวลชน ร่วมชมการสาธิตและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น กิจกรรมดังกล่าวเกิดจากความร่วมมือระหว่าง สำนักสวัสดิภาพ กรมการขนส่งทางบก และสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย เพื่อศึกษาและพัฒนาแนวคิดการทดสอบทักษะการเบรก การควบคุมรถ และการหลีกเลี่ยงการชน (Collision Avoidance) สำหรับผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์

นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวว่า กรมการขนส่งทางบกมีภารกิจในการกำกับดูแลและพัฒนากระบวนการออกใบอนุญาตขับรถ เพื่อคัดกรองและสร้างผู้ขับรถให้มีคุณภาพ โดยผู้ขับรถต้องมีทั้งสมรรถภาพร่างกาย ความรู้ และที่สำคัญคือ ทักษะในการควบคุมยานพาหนะ โดยเฉพาะการใช้เบรกอย่างถูกวิธี ซึ่งสามารถช่วยป้องกันและหลีกเลี่ยงการเกิดอุบัติเหตุได้ ซึ่งการศึกษาแนวคิดและรูปแบบการทดสอบขับรถ

จักรยานยนต์ที่สอดคล้องกับสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุ จึงเป็นส่วนสำคัญในการยกระดับความรู้และทักษะของผู้ขับขี่ พร้อมคาดหวังว่าผลจากการสาธิตและข้อคิดเห็นที่ได้รับ จะเป็นข้อมูลประกอบการศึกษาความเหมาะสมและความเป็นไปได้ในการพัฒนากระบวนการอบรมและทดสอบสำหรับผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ในอนาคต โดยคำนึงถึงประสิทธิผลด้านความปลอดภัย ความพร้อมของสถานที่ และความเหมาะสมในการนำไปปฏิบัติจริง

นางสาวยุพิน บุญศิริจันทร์ นายกสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย กล่าวว่า โครงการสาธิตการทดสอบสถานีเบรกครั้งนี้ เกิดจากความร่วมมือของสมาคมฯ และสำนักสวัสดิภาพ กรมการขนส่งทางบก เพื่อส่งเสริมความรู้และทักษะด้านการขับขี่ที่ปลอดภัย โดยเฉพาะทักษะการเบรกและการหลีกเลี่ยงการชน โดยข้อมูล จากศูนย์วิจัยอุบัติเหตุแห่งประเทศไทย (TARC) พบว่า 48% ของกรณีอุบัติเหตุที่มีผู้เสียชีวิต มีลักษณะที่ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ไม่สามารถเบรกหรือหักหลบเพื่อหลีกเลี่ยงการชนได้ สมาคมฯ จึงหารือกับกรมการขนส่งทางบกถึงแนวทางการศึกษาและพัฒนา Brake Station เพื่อประเมินว่าผู้ทดสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตขับรถมีทักษะในการใช้เบรกได้ถูกต้องหรือไม่ และหวังว่าโครงการนี้จะเป็นอีกหนึ่งกลไกในการส่งเสริมทักษะการขับขี่อย่างปลอดภัย และต่อยอดสู่การสร้างความตระหนักรู้ในวงกว้าง

นายพรหมมินทร์ กัณธิยะ ผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายลดอุบัติเหตุ (สคอ.) กล่าวเพิ่มเติมว่า การขับขี่ปลอดภัย ไม่ใช่แค่ขับรถเป็น แต่ต้องมีทักษะในการรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินด้วย โดยเฉพาะการเบรก ซึ่งเป็นทักษะสำคัญที่ช่วยลดความรุนแรงของอุบัติเหตุได้ พร้อมย้ำว่า ใบขับขี่ไม่ควรหมายถึงแค่สอบผ่าน แต่ต้องสะท้อนว่าผู้ขับขี่มีทักษะในการรับมือเหตุฉุกเฉินจริงบนถนน โดยเฉพาะการเบรกอย่างถูกต้อง พร้อมมองว่า Brake Station เป็นแนวคิดที่น่าสนใจ เพราะนำทักษะที่จำเป็นในการเอาตัวรอดบนถนนมาทดสอบและฝึกปฏิบัติจริง
ทั้งนี้ การสาธิต Brake Station ยังอยู่ในขั้นตอนการศึกษาความเหมาะสม โดยจะนำข้อคิดเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ภาคีเครือข่าย และผู้เชี่ยวชาญ มาประกอบการทบทวนและปรับปรุงรูปแบบ ทั้งด้านความปลอดภัย ความเหมาะสมของพื้นที่ กฎและระเบียบ รวมถึงความเป็นไปได้ในการนำไปประยุกต์ใช้ในกระบวนการขอรับใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ต่อไป

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / นายอำเภอเมืองนครปฐม ประชุมขับเคลื่อนการดำเนินงานการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด และ ประชุมสถานบริการ สถานประกอบการ

นายอำเภอเมืองนครปฐม เป็นประธานการประชุมขับเคลื่อนการดำเนินงานการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด และแนวทางการพิจารณาร่างข้อบัญญัติ/เทศบัญญัติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570วันพฤหัสบดีที่ 17 กันยายน 2569 เวลา 13.30 น. ณ ห้องประชุม ชั้น 3 ที่ว่าการอำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม นายโชติพงศ์ เปล่งวิทยา

นายอำเภอเมืองนครปฐม เป็นประธานการประชุมขับเคลื่อนการดำเนินงานการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด และแนวทางการพิจารณาร่างข้อบัญญัติ/เทศบัญญัติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 เพื่อให้การดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในระดับพื้นที่ตามนโยบายสำคัญของรนัฐบาล และกระทรวงมหาดไทยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและบรรลุวัตถุประสงค์ตามเป้าหมาย ต่อไป

นายอำเภอเมืองนครปฐม เป็นประธานการประชุมสถานบริการ สถานประกอบการที่เปิดให้บริการคล้ายสถานบริการ

ณ สถานีตำรวจภูธรเมืองนครปฐม นายโชติพงศ์ เปล่งวิทยา นายอำเภอเมืองนครปฐมเป็นประธานการประชุมสถานบริการ สถานประกอบการที่เปิดให้บริการในลักษณะคล้ายสถานบริการ โดยมีผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองนครปฐม เจ้าหน้าที่ตำรวจ ร่วมกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขอำเภอเมืองนครปฐม พนักงานส่วนท้องถิ่นเทศบาลนครนครปฐมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องและผู้ประกอบการฯในพื้นที่อำเภอเมืองนครปฐมเพื่อเน้นย้ำ กวดขันมาตรการรักษาความปลอดภัยของสถานประกอบการ สถานบริการ สถานประกอบการที่เปิดให้บริการในลักษณะคล้ายสถานบริการ

โดยอำเภอเมืองนครปฐมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เน้นย้ำ เรื่องความปลอดภัย การยกระดับมาตราการ ป้องกัน ให้ผู้ประกอบการทุกแห่งตระหนักและเพิ่มความเอาใจใส่ในการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนผู้มาใช้บริการ โดยจะต้องตรวจสอบอาคาร อุปกรณ์ และระบบป้องกันอัคคีภัย ระบบสัญญาณแจ้งเหตุเพลิงไหม้ ระบบไฟส่องสว่างสำรอง ป้ายบอกทางหนีไฟ และระบบความปลอดภัยด้านอื่นๆ ให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานอยู่เสมอ รวมทั้งใบอนุญาตและการใช้อาคาร,ความถูกต้องของการใช้อาคารตามกฎหมาย,และการขออนุญาตก่อสร้างและการใช้

อาคารสถานบริการให้ถูกต้องตามประเภทอาคารที่ได้รับอนุญาต ตลอดจนกฎหมายที่เกี่ยวข้อง อาทิเช่น ใบอนุญาตจำหน่ายสุรา ป้องกันเหตุเดือดร้อนรำคาญ ใบอนุญาตจำหน่ายและสะสมอาหาร การประกอบกิจการที่เป็นอันตราย ฯลฯ หากตรวจพบการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย เจ้าหน้าที่จะดำเนินการอย่างเด็ดขาดต่อไรวมทั้งได้เน้นย้ำการดำเนินการตามมาตรการควบคุมสถานบริการหรือสถานประกอบการที่เปิดให้บริการในลักษณะที่คล้ายสถานบรการตามคำสั่ง คสช. ที่ 22/2558 และที่แก้ไขเพิ่มเติมที่ 46/2559 ตลอดจนระเบียบกฎหมายต่างๆที่เกี่ยวข้อง อย่างเคร่งครัด

เพื่อการกำกับดูแลสถานบริการ และสถานประกอบการที่เปิดให้บริการคล้ายกับสถานบริการ ตลอดจนการบังคับใช้กฎหมายในการรักษาความสงบเรียบร้อยของสังคม การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด สร้างความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน การดำเนินการตามกฎหมาย พรบ.ควบคุมอาคาร และการบังคับใช้กฎหมาย ตาม พรบ.การสาธารณสุข พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ในการแก้ไขปัญหาความความเดือดร้อนรำคาญทางเสียงแก่ผู้อยู่อาศัยใกล้เคียงสถานบริการ อีกด้วย
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / พิธีบำเพ็ญกุศล 100 วัน (สตมวาร)ถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภานเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

วันศุกร์ที่ 18 กันยายน 2569 เวลา 09.00 น. ณ อาคารอเนกประสงค์วัดสำโรง อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม นายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี เป็นประธานในพิธีบำเพ็ญกุศล ในวาระครบ 100 วัน (สตมวาร) แห่งการสิ้นพระชนม์ ถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภานเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

การประกอบพิธีฯ ในวันนี้ ได้รับความเมตตาจาก พระครูสิริปุญญาภิวัฒน์ รองเจ้าคณะจังหวัดนครปฐม/เจ้าอาวาสวัดสำโรง และคณะสงฆ์ พร้อมกันนี้ พัฒนาการอำเภอนครชัยศรี สัสดีอำเภอนครชัยศรี ผู้อำนวยการโรงเรียนภัทรญาณวิทยา ประมงอำเภอนครชัยศรี ท้องถิ่นอำเภอนครชัยศรี ผู้แทน สภ.นครชัยศรี ผู้แทนเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดนครปฐม สาขานครชัยศรี ผู้แทน

สาธารณสุขอำเภอนครชัยศรี ผู้แทนเกษตรอำเภอนครชัยศรี ผู้แทน สพป.นฐ 2 โรงพยาบาลในพื้นที่อำเภอนครชัยศรี ผู้แทนนายกเทศมนตรีตำบลนครชัยศรี นายกองค์การบริหารส่วนตำบลวัดสำโรง ชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านอำเภอนครชัยศรี ปลัดอำเภอ เสมียนตราอำเภอ เจ้าหน้าที่ปกครอง กำนันตำบลวัดสำโรง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ฯลฯ ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้แทนส่วนราชการ ฯลฯ บุคลากร เจ้าหน้าที่ ฯลฯ ตลอดจนประชาชนเข้าร่วมพิธีฯ

คณะสงฆ์อำเภอนครชัยศรี ร่วมกับอำเภอนครชัยศรี และองค์การบริหารส่วนตำบลวัดสำโรง กำหนดจัดพิธีบำเพ็ญกุศล ในวาระครบ 100 วัน (สตมวาร) แห่งการสิ้นพระชนม์ ถวายเป็นพระกุศล แด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าพ้าพัชรกิติยาภานเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสารณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

เพื่อเป็นการถวายความจงรักภักดีและน้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณที่พระองค์ทรงได้ปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการ เพื่อประโยชน์สุขของประเทศในทุกๆ ด้าน ถือเป็นแบบอย่างในการเสียสละ ความเมตตา ความห่วงใย ต่อพสกนิกรชาวไทยอย่างหา ที่สุดมิได้
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / อพท.จัดการรวมพลังเครือข่ายสื่อมวลชนสุโขทัยขับเคลื่อนท่องเที่ยวชมชนยั่งยืน สุ่มาตรฐาน GSTC ประจําปี 2569.

เวลา 10.15น.ณ. ร้านอาหาร พร้อมจันทร์ คาเฟ่.ต.เมืองเก่า อ.เมือง จ.สูโขทัย.พันเอก นาวิน ปรีชาพณิชยกุล ผู้จัดการสํานักงานพื้นที่พิเศษเพี่อ การท่องเที่ยวอย่าง ยังยืนอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย-ศรีสัชนาลัย กําแพงเพชรการได้จัดประชุมเครือข่ายสื่อสารมวลชน

เพื่อขับเคลื่อนการท่องเที่ยวโดย ชุมชนจังหวัดสุโขทัย ประจ๋าปีงบประมาณ 2569 เพื่อหารือแนวทางการตรวจสอบข้อมูลการประชาสัมพันธ์ที่ถูกต้อง เพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวมีความเข้าใจและรับรู้ข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับ เมืองมรดกโลก เกิดความภาคภูมีใจและมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์แหล่ง ท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนเกิดการบูรณาการการทํางานร่วมกัน

ตามเกณฑ์ มาตราฐาน GSTC. วางแผนแนวทางการบูรณาการร่วมกัน พร้อมบูรณาการการทํางานร่วม เครือข่ายสื่อมวลชน จังหวัดสุโขทัย ทั้งนี้ได้มีสื่อสถานีวิทยุ สถานีโทรทัศน์ สื่อออนไลน์ มาร่วมประชุมวันนี้กันอย่างเนื่องแน่น .ทั้งนี้ได้ร่วมกันรับประทานอาหารร่วมกัน.
กิตติ พรดวงจันทร์ สุโขทัย.

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / ผงะ ..!! หนุ่มเหยียบรถตู้หนีตำรวจชนกำแพง เจอไอซ์ 464 กิโลกรัม

เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 15 กันยายน 2569 พ.ต.ท.สุรนันท์ มีพันธ์ สารวัตรสอบสวน สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ ได้รับเหตุรถตู้ชนกำแพงรั้วหัวมุมสี่แยกดอนทรายทางไปถนนสุขจิต ในเขตเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ เมื่อไปถึงพบรถตรวจการณ์ของตำรวจทางหลวงประจวบคีรีขันธ์ 3 คัน มี ร.ต.อ.ประวิทย์ ภู่ทอง รองสารวัตร ส.ทล.3 กก.2 และเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ปราบปรามยาเสพติต บก.ปส. ชุดสืบสวนตำรวจ

ภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ตำรวจ สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ หลายสิบนายยืนรายล้อมตัวรถ และควบคุมตัวคนขับขี่ นายมินธาฎา มาป้อ อายุ 23 ปี ภูมิลำเนาเป็นชาวจังหวัดกาญจบุรี สวมเสือแจ๊กเก็ตสีดำมีฮูดและกางเกงยีนส์สีดำ มือไพล่หลังถูกใส่กุญแจมือ มีตำรวจยืนประกบ ขณะที่กำแพงรั้วข้างบ้านถูกรถตู้ฮุนไดรุ่นทัวริ่ง สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน ฮอ 6169 กรุงเทพมหานคร ชนทะลุรั่วพังไป 2 ช่วงเสา เคราะห์ดีมีต้นไม้ข้างรั้วรับกระแทก มิเช่นนั้นรถอาจชนถึงตัวอาคารได้

เมื่อเจ้าหน้าที่เปิดประตูทั้งสองข้าง พบกระสอบจำนวนหลายสิบใบ ภายในมีถุงบรรจุยาเสพติดหลายถุง โดยสภาพรถด้านหน้าพังยับเยิน เจ้าหน้าที่ต้องนำรถสไลด์ยกรถตู้ขึ้นไปตรวจสอบของกลางที่สถานีตำรวจ 3 กองกำกับการ 2 ประจวบคีรีขันธ์ จากนั้น พ.ต.อ.ประสงค์ พันธ์สวัสดิ์ ผกก.กก.4 บก.สกส. บก.ปส. พ.อ.ประกาศ จันจะนะ รอง ผบ.ฉก.จงอางศึก กองกำลังสุรสีห์ ร่วมตรวจสอบของกลาง

นำของกลางเป็นกระสอบออกจากห้องโดยสารรถนับได้จำนวน 23 กระสอบ เมื่อแกะออกดูแต่ละกระสอบมีจำนวนยาเสพติดห่อละ 1 กิโลกรัม จำนวน 20 ห่อ รวมทั้ง 464 ห่อ หรือ 464 กิโลกรัม มีมูลค่า 464 ล้านบาทเจ้าหน้าที่ชุดปราบปรามยาเสพติดเปิดเผยว่า ได้สืบทราบว่าคนร้ายไปรับยาจากอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เพื่อไปส่งที่จังหวัดสงขลา โดยเจ้าหน้าที่พยายามติดตามเส้นทางคนร้าย กระทั่งมาถึงบริเวณตำบลบ่อนอก อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ จ.ประจวบคีรีขันธ์ จึงได้ประสานตำรวจทางหลวงประจวบคีรีขันธ์ ช่วยสกัดรถของคนร้าย

กระทั่งคนร้ายเริ่มรู้ตัวว่ามีผู้ติดตาม และพยายามทำความเร็วเหยียบหนีรถของเจ้าหน้าที่ เมื่อผ่านสี่แยกประจวบคีรีขันธ์ เส้นทางหลักเข้าตัวเมือง คนร้ายบึ่งรถเพื่อเข้าเส้นทางรองโดยไปยังแยกเกาะหลักเข้าสู่ถนนเกาะหลัก เพื่อจะหลบสายตาเจ้าหน้าที่ แต่เนื่องจากไม่ใช้คนพื้นที่และไม่คุ้นชินเส้นทาง คนร้ายได้หักเลี้ยวที่สี่แยกดอนทราย ระหว่างถนนเกาะหลักตัดกับถนนสุขจิต แต่เนื่องจากเป็นทางโค้ง ทำให้รถเสียหลักชนเข้ากับกำแพงรั้วบ้านอย่างจังและถูกจับกุมในที่สุด

นายมินธาฎา มาป้อ คนขับรถตู้พร้อมยาไอซ์ กล่าวว่า ตนรับจ้างขนยามาแล้ว 2 ครั้ง ได้ค่าจ้างครั้งละ 1.5 แสนบาท และครั้งล่าสุดเป็นครั้งที่ 3 ได้ค่าจ้าง 5 แสนบาท เนื่องจากเป็นเส้นทางไกลเหนือสุดใต้สุด ต้นทางจากแม่สายตนขับรถตู้โตโยต้าคอมมิวเตอร์ลำเลียงยาไอซ์มาในรถ และแวะพักที่จังหวัดลำปางโดยเปลี่ยนเป็นรถฮุนไดเอช 1 จากนั้นเดินทางลงใต้ ก่อนแวะค้างคืนที่โรงแรมในจังหวัดราชบุรี ก่อนมาถูกจับดังกล่าว สำหรับค่าจ้าง 500,000 บาท เป็นค่าใช้จ่ายที่ตนเองเตรียมไปจัดพิธีแต่งงานกับแฟนสาวเจ้าหน้า ปส.จึงควบคุมตัวผู้ต้องหา พร้อมของกลางไปยัง กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด เพื่อขยายผลและดำเนินคดีต่อไป

ภาพ/ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0623644468


#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / เมืองพัทยารับฟังปัญหาแม่ค้าตลาดใหม่นาเกลือ สั่งแก้ไฟส่องสว่าง-ระบบความปลอดภัยทันที

มีรายงานว่า นายวุฒิศักดิ์ เริ่มกิจการ รองนายกเมืองพัทยา ได้ลงพื้นที่ตลาดใหม่นาเกลือ เพื่อรับฟังปัญหาและความต้องการของพ่อค้าแม่ค้า พร้อมตรวจสอบสภาพพื้นที่และสิ่งอำนวยความสะดวกภายในตลาด โดยมีสมาชิกสภาเมืองพัทยา ผู้อำนวยการส่วนส่งเสริมอนามัยสิ่งแวดล้อม เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง และสื่อมวลชน ร่วมลงพื้นที่ตลาดใหม่นาเกลือถือเป็นตลาดสดสำคัญของเมืองพัทยา เป็นศูนย์รวมอาหารสด อาหารแห้ง และอาหารพื้นถิ่นที่อยู่คู่ชุมชนนาเกลือมาอย่างยาวนาน และมีบทบาทสำคัญต่อวิถีชีวิตของประชาชนและภาคการท่องเที่ยวในพื้นที่ อย่างไรก็ตาม

ปัจจุบันโครงสร้างและระบบสาธารณูปโภคบางส่วนมีสภาพชำรุดจากการใช้งานมาเป็นเวลานาน จึงจำเป็นต้องได้รับการปรับปรุงให้มีความปลอดภัยและเหมาะสมกับการใช้งานจากการลงพื้นที่ เมืองพัทยาได้รับฟังข้อเสนอจากพ่อค้าแม่ค้าในหลายประเด็น อาทิ ระบบไฟฟ้าและแสงสว่าง ซึ่งมีการใช้งานมาเป็นเวลานาน สายสลิงและอุปกรณ์บางส่วนเกิดสนิม รวมถึงปัญหาไฟฟ้าลัดวงจรจากการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีกำลังวัตต์สูง ตลอดจนการจัดระเบียบพื้นที่ค้าขาย การดูแลความสะอาด จุดทิ้งขยะ ห้องน้ำ พื้นที่จอดรถ การจัดระเบียบทางขึ้น–ลง และการดูแลความปลอดภัยภายในตลาด

นอกจากนี้ พ่อค้าแม่ค้ายังเสนอให้มีเจ้าหน้าที่เทศกิจดูแลพื้นที่อย่างเหมาะสม เพื่อป้องกันปัญหาการลักขโมย การรบกวนจากบุคคลเร่ร่อนหรือการเรี่ยไร รวมถึงขอให้เมืองพัทยาปรับปรุงป้ายตลาด ธงชาติ และภูมิทัศน์โดยรอบให้มีความเป็นระเบียบ สวยงาม สอดคล้องกับภาพลักษณ์เมืองท่องเที่ยว พร้อมทั้งจัดเก็บวัสดุและอุปกรณ์จากล็อกที่ไม่ได้ใช้งานออกจากพื้นที่ เพื่อเพิ่มความเป็นระเบียบภายในตลาดด้านนายวุฒิศักดิ์ รองนายกเมืองพัทยา กล่าวว่า เมืองพัทยาให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาที่ส่งผลโดยตรงต่อความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตของผู้ค้าและประชาชนที่มาใช้บริการตลาด

โดยเบื้องต้นได้มอบหมายเจ้าหน้าที่ดำเนินการ เปลี่ยนหลอดไฟส่องสว่าง จำนวน 30 ชุด หากภายหลังดำเนินการแล้วมีแสงสว่างเพียงพอ ก็จะไม่มีความจำเป็นต้องเปลี่ยนเพิ่มเติม พร้อมทั้งให้ดำเนินการปรับปรุงระบบสายไฟ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งานสำหรับการปรับปรุงตลาดในระยะยาว ได้มอบหมายส่วนงานที่เกี่ยวข้องจัดทำโครงการเพื่อเสนอขอรับการจัดสรรงบประมาณสำหรับปรับปรุงภูมิทัศน์และโครงสร้างตลาด รวมถึงการพิจารณาปรับปรุงหลังคาและองค์ประกอบต่าง ๆ ให้มีความสวยงาม เป็นระเบียบ และเหมาะสมกับการเป็นตลาดสำคัญของเมืองพัทยา

ทั้งนี้ เมืองพัทยาจะประสานงานกับพ่อค้าแม่ค้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปตามความต้องการของผู้ใช้งานจริง และร่วมกันพัฒนาตลาดใหม่นาเกลือให้มีความสะอาด ปลอดภัย เป็นระเบียบ และเป็นพื้นที่ค้าขายที่สร้างความประทับใจแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวต่อไป

งานคเณศจตุรถีพัทยา 2569 ส่งเสริมวัฒนธรรมไทย-อินเดีย ปิดฉากสวยงาม!

วันที่ 16 ก.ย.69 ที่บริเวณลานอเนกประสงค์ชายหาดพัทยากลาง จ.ชลบุรี ซึ่งใช้เป็นสถานที่จัดงานมหาเทศกาลคเณศจตุรถีพัทยา 2569 ในวันสุดท้าย บรรยากาศงานในวันนี้ได้จัดพิธีพราหมณ์สักการะพระพิฆเนศอารตีบูชาไฟ ก่อนจัดการบวนแห่องค์พระพิฆเนศรอบเมืองพัทยาให้ประชาชนได้สักการะ

ในพิธีการดังกล่าว แกนนำจัดงานคเณศจตุรถีพัทยา 2569 ประกอบด้วย อ.ชัยวัฒน์ เดชนที ประธานชมรมคนรักพระพิฆเณศแห่งประเทศไทย อ.พยัคฆ์ เขี้ยวแก้ว อาจารย์สักยันต์ อันดับ 1 ของเมืองพัทยา และประธานเครือข่ายศรัทธาเพื่อสังคม และ ดร.ดีโอ้ คูมาร์ ซิงห์ นายกสมาคมภารัต (อินเดีย) ชลบุรี และรองนายกสมาคมฮินดูโลก VHP Thailand ร่วมนำพิธี

จากนั้นทางคณะผู้จัดงานคเณศจตุรถีพัทยา 2569 ได้เปิดให้มีการสรงน้ำพระพิฆเนศ โดยประชาชนและนักท่องเที่ยวผู้เคารพศรัทธาองค์พระพิฆเนศเข้าร่วมพิธีการเพื่อความเป็นสิริมงคล ซึ่งกิจกรรมในปีนี้ประสบความสำเร็จตามวัตถุประสงค์การส่งเสริมวัฒนธรรมร่วมสมัยและกระตุ้นการท่องเที่ยวไทย-อินเดียได้เป็นอย่างดี

“ชลบุรีปวดหัว” ปัญหาลิง! ระดมสมองแก้ไขมีรายงานว่า นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการแก้ไขปัญหาอันเกิดจากลิง ครั้งที่ 1/2569 ที่ศาลากลางจังหวัดชลบุรี โดยมี หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อบูรณาการ วางแนวทางบริหารจัดการปัญหาลิงในพื้นที่จังหวัดชลบุรีอย่างเป็นระบบ ลดผลกระทบต่อทรัพย์สินและการดำรงชีวิตของประชาชน ควบคู่กับการดูแลสัตว์ป่าตามหลักวิชาการและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ปัจจุบันปัญหาลิงเป็นหนึ่งในปัญหาสัตว์ป่าที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนในหลายพื้นที่ของจังหวัดชลบุรี โดยจำนวนประชากรลิงที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับแหล่งที่อยู่อาศัยและแหล่งอาหารตามธรรมชาติที่ลดลง ส่งผลให้ลิงออกมาหากินนอกพื้นที่ธรรมชาติ และมีประชาชนร้องเรียนถึงความเดือดร้อนอย่างต่อเนื่อง จังหวัดชลบุรีจึงให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการปัญหาอย่างเป็นระบบ เพื่อสร้างสมดุลระหว่างความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตของประชาชนกับการดูแลสวัสดิภาพของลิง
ก่อนหน้านี้ จังหวัดชลบุรีได้มีคำสั่งแต่งตั้ง “คณะกรรมการอำนวยการแก้ไขปัญหาอันเกิดจากลิง” และ “คณะทำงานบริหารจัดการลิงและถิ่นที่อยู่อาศัยของลิง จังหวัดชลบุรี” เพื่อเป็นกลไกกลางในการกำหนดแนวทางและขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหา โดยบูรณาการส่วนราชการ อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานด้านทรัพยากรธรรมชาติ สาธารณสุข ปศุสัตว์ สถาบันการศึกษา ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่

สำหรับการประชุมครั้งนี้ ที่ประชุมได้รับทราบกรอบอำนาจหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการร่วมแก้ไขปัญหาสัตว์ป่าที่สร้างผลกระทบหรือความเดือดร้อนแก่ประชาชน รวมถึงกฎหมายและประกาศที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานด้านสัตว์ป่าคุ้มครอง ตลอดจนข้อมูลสถานการณ์การเพิ่มขึ้นของประชากรลิงและผลกระทบที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชลบุรี จากสำนักงานท้องถิ่นจังหวัดชลบุรี และสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 2 (ศรีราชา)

นอกจากนี้ ยังมีการนำเสนอแผนการบริหารจัดการปัญหาลิงในระดับพื้นที่ เพื่อใช้เป็นกรอบดำเนินงานร่วมกัน โดยแนวทางสำคัญครอบคลุมตั้งแต่การสำรวจและนับจำนวนประชากรลิงอย่างเป็นระบบ การควบคุมประชากรด้วยการทำหมัน การเฝ้าระวังและป้องกันโรคติดต่อระหว่างคนกับลิง การดูแลสุขภาพและสวัสดิภาพของลิง ตลอดจนการฟื้นฟูระบบนิเวศและจัดการถิ่นที่อยู่อาศัยเดิมหรือพื้นที่รองรับใหม่ให้มีความเหมาะสม

ขณะเดียวกัน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถมีส่วนร่วมในการจัดทำแผนงานหรือโครงการแก้ไขปัญหา รวบรวมและติดตามสถานการณ์ ประชาสัมพันธ์ข้อมูลแก่ประชาชน จัดระบบเฝ้าระวัง ตลอดจนประสานการดำเนินงานกับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ภายใต้กฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า

จังหวัดชลบุรีมุ่งให้การแก้ไขปัญหาลิงดำเนินไปอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง โดยอาศัยข้อมูลสถานการณ์จริงของแต่ละพื้นที่และความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อควบคุมจำนวนประชากรลิงให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ลดความเดือดร้อนและความเสียหายที่เกิดกับประชาชน พร้อมดูแลลิงและถิ่นที่อยู่อาศัยอย่างเหมาะสมตามหลักวิชาการ เพื่อให้ “คนกับลิง” สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสมดุลและปลอดภัย

‘ซูเปอร์ตุ้ม’ ซ้อมจริงครั้งแรก! กระโดดร่มเชิญธงชาติไทยลงหาดพัทยาทำสถิติโลก

วันที่ 17 ก.ย.69 คณะเมืองพัทยา นำโดย นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา และประชาชนชาวเมืองพัทยาให้การต้อนรับ ดร.ธนบวร สิริคุณากรกุล หรือซูเปอร์ตุ้ม นักกระโดดร่มชาวไทย เจ้าของสถิติโลกจาก Guinness World Records ในฐานะผู้ริเริ่มและเจ้าของโครงการ “One Flag One Nation One World Record” พร้อมทีมงาน ที่เดินทางมาซ้อมกระโดดร่มในสถานที่จริงครั้งแรก ที่หาดพัทยา จ.ชลบุรี

โดยเช้าวันนี้ ทีมงาน One Flag Thailand ได้ลงพื้นที่ซ้อมกระโดดร่ม เพื่อทดสอบและเตรียมความพร้อมของ ดร.ธนบวร สิริคุณากรกุล หรือซูเปอร์ตุ้ม นักกระโดดร่มชาวไทย ที่จะทำลายสถิติโลกครั้งที่ 4 ในการกระโดดร่มพร้อมอัญเชิญธงชาติไทยขนาดใหญ่เหนือท้องฟ้าเมืองพัทยา และร่อนลงยังจุดหมายบริเวณชายหาดเมืองพัทยา ในวันที่ 5 ธันวาคม 2569 ซึ่งเป็นวันสำคัญของชาติไทย

ก่อนที่ ดร.ธนบวร สิริคุณากรกุล หรือซูเปอร์ตุ้ม ได้ทำการซ้อมตามกำหนด 2 รอบ รอบแรกเครื่องขึ้นบินเวลา 07.30 น. และกระโดมร่มลงสู่ชายหาดในเวลาประมาณ 08.00 น. และรอบที่ 2 เครื่องขึ้นเวลา 09.30 น. ก่อนซูเปอร์ตุ้มลงสู่ชายหาดพัทยาในเวลาประมาณ 10.00 น. ซึ่งพบว่าผ่านพ้นไปได้ด้วยดี

การซ้อมครั้งนี้ ถือได้ว่าเป็นการซ้อมกระโดดร่มครั้งแรกของโครงการ One Flag Thailand เพื่อเตรียมความพร้อมในทุกด้าน ก่อนสู่ภารกิจจริงในการสร้างประวัติศาสตร์อีกครั้งด้วยในการนำธงไตรรงค์ ขึ้นสู่ท้องฟ้า และสร้างอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์บนแผ่นดินไทย ขอให้คนไทยร่วมส่งกำลังใจในการทำภารกิจครั้งสำคัญของผู้สร้างแรงบันดาลใจระดับโลกในครั้งนี้

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / มุกดาหาร กวาดล้างเครือข่ายยาเสพติด รวบ 4 ผู้ต้องหา ยึดยาบ้ากว่า 2.8 หมื่นเม็ด และไม้พะยูงหวงห้าม

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 16 กันยายน 2569 ณ บก.ควบคุมที่ 1 (ร.3) กกล.สุรศักดิ์มนตรี ต.นาสีนวน อ.เมืองมุกดาหาร นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร มอบหมายให้

นายชลิต ทิพย์คำ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานแถลงข่าวผลการจับกุมผู้กระทำผิดคดียาเสพติดและตรวจยึดไม้หวงห้าม ซึ่งเป็นผลงานร่วมกันของกองร้อยทหารพรานที่ 2103 (หน่วยงานหลัก), นรข.เขตนครพนม และฝ่ายปกครองอำเภอเมืองมุกดาหาร

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 15 กันยายน ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้จับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายแรก พร้อมยาบ้า 1,836 เม็ด ก่อนเปิดปฏิบัติการขยายผลอย่างต่อเนื่องจนถึง

วันที่ 16 กันยายน สามารถจับกุมผู้ต้องหาในเครือข่ายเพิ่มอีก 3 ราย รวมจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 4 ราย ได้แก่ นายชูวงศ์ อายุ 34 ปี, นายพัทธพล อายุ 44 ปี, นายณัทพงศ์ อายุ 49 ปี และนายวัชรพล อายุ 28 ปี

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังได้ตรวจยึดไม้พะยูงหวงห้ามจำนวน 3 ท่อน/เหลี่ยม ปริมาตรราว 0.197 ลบ.ม. เมื่อช่วงค่ำวันที่ 15 กันยายน ที่ผ่านมา โดยสรุปรายการของกลางทั้งหมด ยาบ้า รวมทั้งสิ้น 28,096 เม็ด (เม็ดสีแดง 27,823 เม็ด และสีเขียว 273 เม็ด) รถยนต์กระบะ โตโยต้า วีโก้ 1 คัน, รถยนต์

เมอร์เซเดส-เบนซ์ 1 คัน และรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า โซนิค (ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน) 1 คัน ไม้พะยูง 3 ท่อน/เหลี่ยมเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้บันทึกการจับกุมและรวบรวมของกลางทั้งหมด นำส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / แกะรอยโจร จยย. จากกล้องวงจรปิด! ตร.คำป่าหลาย รวบ 4 ผู้ต้องหาต่างวัย หลังตระเวนขโมยรถจักรยานยนต์จากรีสอร์ทมุกดาหาร ข้ามไปซุกนครพนม

มุกดาหาร – ตำรวจชุดสืบสวน สภ.คำป่าหลาย แกะรอยกล้องวงจรปิดตามเส้นทางถนนชยางกูร หลังได้รับแจ้งรถจักรยานยนต์ถูกขโมยจากรีสอร์ทกลางดึก พบกลุ่มผู้ก่อเหตุ 3 คน ขี่รถจักรยานยนต์ 2 คันเข้ามาจอด ก่อนแบ่งหน้าที่ดูรถเป้าหมายและนำรถออกจากที่เกิดเหตุ กระทั่งขับรถรวม 3 คันมุ่งหน้าไปทาง อ.ธาตุพนม จ.นครพนม ตำรวจประสานชุดสืบสวนหลายพื้นที่ ก่อนติดตามจับกุมผู้ต้องหาได้ 4 ราย พร้อมของกลางและหลักฐานที่เกี่ยวข้อง

เหตุการณ์ดังกล่าวสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 12 กันยายน 2569 เวลาประมาณ 06.30 น. นายประทีป ใจเพชร อายุ 51 ปี ชาว ต.บางทรายน้อย อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.คำป่าหลาย ว่า รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ สีดำ-แดง ทะเบียน 1กย 9545 มุกดาหาร ของตนถูกคนร้ายขโมยไปจากรีสอร์ทสวนปาล์มในช่วงกลางคืน

หลังรับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.คำป่าหลาย ลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณรีสอร์ทและตามเส้นทางโดยละเอียด พบว่าเหตุเกิดเวลาประมาณ 04.50 น. มีกลุ่มผู้ก่อเหตุ 3 คน ใช้รถจักรยานยนต์ 2 คันเป็นพาหนะ โดยคันแรกเป็นรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟสีขาว-แดง มีผู้ขับขี่ 1 คน ส่วนอีกคันเป็นฮอนด้าเวฟสีน้ำเงิน ลักษณะแต่งซิ่ง มีผู้ซ้อนท้ายมาด้วย 2 คน

จากภาพวงจรปิดพบว่า รถจักรยานยนต์ของกลุ่มผู้ก่อเหตุเข้ามาจอดบริเวณด้านหน้ารีสอร์ท ก่อนหนึ่งในผู้ก่อเหตุเดินเข้าไปบริเวณลานจอดรถเพื่อสังเกตและเลือกรถจักรยานยนต์เป้าหมาย จากนั้นเดินกลับออกไปส่งสัญญาณให้พวกที่เหลือเข้ามาดำเนินการ โดยหนึ่งในผู้ก่อเหตุใช้เท้ายันบริเวณคอรถจักรยานยนต์ที่จอดล็อกอยู่ ขณะที่อีกคนช่วยเข็นรถออกจากจุดจอด ก่อนขับรถหลบหนีออกไป

ต่อมาเวลาประมาณ 05.00 น. กลุ่มผู้ก่อเหตุขับรถจักรยานยนต์รวม 3 คัน ซึ่งรวมถึงรถที่ถูกขโมย มุ่งหน้าไปทาง อ.ธาตุพนม ตามเส้นทางถนนชยางกูร และปรากฏผ่านกล้องวงจรปิดบริเวณตู้ยาม สภ.คำป่าหลาย เจ้าหน้าที่จึงตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดจุดอื่น ๆ ต่อเนื่อง พบว่าผู้ก่อเหตุทั้ง 3 คนยังคงขับขี่รถจักรยานยนต์เกาะกลุ่มกันไปตามเส้นทางดังกล่าว

ชุดสืบสวนจึงรวบรวมคลิปจากกล้องวงจรปิดแต่ละจุด พร้อมภาพรถจักรยานยนต์ที่ใช้ก่อเหตุและรถของผู้เสียหาย ประสานข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ธาตุพนม สภ.เมืองนครพนม และชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม เพื่อเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุและรถจักรยานยนต์ที่สูญหาย

จากการประสานข้อมูล เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.เมืองนครพนม ให้ข้อมูลว่า ก่อนหน้านี้ประมาณ 2 ปี เคยมีกลุ่มวัยรุ่นชายหญิงที่มีความสัมพันธ์เป็นสามีภรรยากัน และพักอาศัยอยู่ในพื้นที่ อ.บ้านแพง จ.นครพนม มีพฤติการณ์ตระเวนก่อเหตุลักรถจักรยานยนต์ในพื้นที่จังหวัดใกล้เคียง เจ้าหน้าที่จึงนำข้อมูลดังกล่าวมาประกอบการสืบสวนและตรวจสอบความเชื่อมโยง

กระทั่งวันที่ 15 กันยายน 2569 ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.ท.ประดิษฐ์ วงชารี สว.สภ.คำป่าหลาย ได้มอบหมายให้ ร.ต.อ.อภิชาติ ศรีสุโคตร์ รอง สว.สส.สภ.คำป่าหลาย พร้อมชุดสืบสวน ดำเนินการติดตามและจับกุมผู้ต้องหา ได้แก่ นายอนุสรณ์ คัณทะชัย อายุ 20 ปี, นายณัฐวุฒฆ์ อายุ 16 ปี ชาว ต.ศรีสงคราม อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม, น.ส.พรรณศร ชอบธรรม อายุ 20 ปี ชาว ต.หนองแวง อ.บ้านแพง จ.นครพนม และนายณัฐพนธ์ สิทธิ์ขุนทด อายุ 20 ปี ชาว ต.หาดแพง อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหา “ร่วมกันลักทรัพย์” พร้อมตรวจยึดของกลางและพยานหลักฐานหลายรายการ ประกอบด้วย หมวกกันน็อค Spacecrown สีดำ 1 ใบ, รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ สีน้ำเงิน-ดำ ทะเบียน 1 กฐ 6337 นครพนม 1 คัน, ใบคู่มือจดทะเบียนรถจักรยานยนต์ฮอนด้า รุ่นเวฟ สีดำ-แดง ทะเบียน 1 กย 9545 มุกดาหาร 1 เล่ม, หมวกกันน็อค Spacecrown สีดำมีลาย 1 ใบ,

เสื้อฮูดแขนยาวสีดำ-ขาวมีตัวอักษร MC 1 ตัว, เสื้อฮูดแขนยาวสีแดงมีตัวอักษร Ferari 1 ตัว, กางเกงยีนส์ขายาว 1 ตัว, กางเกงขายาวสีขาว 1 ตัว และโทรศัพท์มือถือยี่ห้อ iPhone, realme, Infinix และ Redmi อย่างละ 1 เครื่องภายหลังจับกุม เจ้าหน้าที่นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.คำป่าหลาย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมสอบสวนขยายผลตรวจสอบว่าผู้ต้องหามีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุลักรถจักรยานยนต์ในพื้นที่อื่นเพิ่มเติมหรือไม่

ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / ร้องเรียนไม่ปล่อยผ่าน! ฝ่ายปกครองมุกดาหารลงตรวจบ้านพักสวนยางหลังได้รับเรื่องร้องเรียน จับหนุ่มวัย 49 พร้อมยาบ้า 6,173 เม็ด

มุกดาหาร – ฝ่ายปกครองสนองข้อร้องเรียนชาวบ้าน ลงพื้นที่ตรวจสอบบ้านพักภายในสวนยางพาราด้านทิศตะวันออก บ้านหนองแวง หมู่ 8 ต.บ้านโคก อ.เมืองมุกดาหาร หลังได้รับแจ้งว่ามีบุคคลเกี่ยวข้องกับการเสพและจำหน่ายยาเสพติดให้กลุ่มวัยรุ่นในพื้นที่ สร้างความเดือดร้อนและความหวาดกังวลให้กับประชาชนในหมู่บ้าน ก่อนจับกุมชายวัย 49 ปี พร้อมยาบ้ากว่า 6,000 เม็ด

เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 ภายใต้การอำนวยการของนายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร นายชลิต ทิพย์คำ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร นายสมพงษ์ คุ้มสุวรรณ ปลัดจังหวัดมุกดาหาร และนายพรชัย ไผ่ล้อม ป้องกันจังหวัดมุกดาหาร ได้มอบหมายให้นายจิรวัฒน์ ใจสำราญ ผู้บังคับกองร้อยอาสารักษาดินแดนจังหวัดมุกดาหารที่ 1 (ผบ.ร้อย อส.จ.มห.1) พร้อมด้วยนายศักดิ์สิทธิ์ วงศ์ศรีทา รองผู้บังคับกองร้อย อส.จ.มห.1 นำกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบข้อร้องเรียน

เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบบริเวณบ้านพักภายในสวนยางพาราด้านทิศตะวันออก บ้านหนองแวง หมู่ 8 ต.บ้านโคก อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร หลังได้รับแจ้งว่ามีบุคคลมีพฤติการณ์เสพและจำหน่ายยาเสพติดให้กับกลุ่มวัยรุ่นในพื้นที่ ซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนภายในหมู่บ้าน

จากการตรวจสอบ เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมนายขจรศักดิ์ ล้ำเลิศ อายุ 49 ปี พร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 6,173 เม็ด จึงควบคุมตัวผู้ถูกจับพร้อมของกลางไปจัดทำบันทึกจับกุมที่กองร้อย อส.จ.มห.1 ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ผึ่งแดด อ.เมืองมุกดาหาร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน
#ข่าววันนี้ #ข่าวด่วน #CIAThailand #สำนักข่าวCIAประเทศไทย #มุกดาหาร #ยาบ้า #ฝ่ายปกครองมุกดาหาร #ปราบปรามยาเสพติด

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / นครปฐมขับเคลื่อนการบูรณาการแผนพัฒนาพื้นที่ในลักษณะ One Plan เชื่อมโยงทุกระดับ สู่การพัฒนาที่ตอบโจทย์ประชาชน

วันที่อังคารที่ 15 กันยายน 2569 ณ อาคารพัฒนากิจกรรมการเรียนการสอน โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เป็นประธาน

ในพิธีเปิดโครงการพัฒนาประสิทธิภาพการบูรณาการเชื่อมโยงแผนพัฒนาพื้นที่ในลักษณะแผนเดียว (One Plan) จังหวัดนครปฐม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยมี นายสมาวิษฎ์ สุพรรณไพ, นายอรรถวุฒิ พึ่งเนียม และนายณรงค์วิทย์ พบพาน รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม หัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน ร่วมโครงการในครั้งนี้เป็นจำนวนมาก

นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม กล่าวว่า การบริหารราชการในปัจจุบัน ให้ความสำคัญกับการบริหารงานเชิงพื้นที่แบบบูรณาการ เพื่อให้การพัฒนาในทุกระดับตั้งแต่ระดับหมู่บ้าน ชุมชน ตำบล อำเภอ และจังหวัด มีความเชื่อมโยงและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน

โดยมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง และสามารถตอบสนองต่อปัญหาและความต้องการของประชาชนได้อย่างแท้จริง จังหวัดนครปฐมจึงให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อน One Plan เพื่อเชื่อมโยงแผนพัฒนาของทุกระดับให้สอดคล้องกัน ลดความซ้ำซ้อนของการดำเนินงาน และสามารถเชื่อมโยงไปสู่การจัดทำแผนงาน โครงการ และการจัดสรรงบประมาณได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ในการนี้ นายเกียรติศักดิ์ ธนาวรรณโอภาส นายอำเภอกำแพงแสน พร้อมด้วยนายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี และ ปลัดอำเภอกำแพงแสน หัวหน้าส่วนราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านฯอำเภอกำแพงแสน ในฐานะประธานคณะกรรมการหมู่บ้าน

ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอำเภอกำแพงแสน คณะกรรมการพัฒนาบทบาทสตรีอำเภอกำแพงแสน ข้าราชการพนักงานเจ้าหน้าที่เข้าร่วมประชุมดังกล่าวโดยพร้อมเพรียงกัน
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / ทับสะแก กฟผ.จัดพิธีทำบุญ มอบทุนการศึกษาแก่เยาวชนในพื้นที่ ครบรอบ 10 ปี โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์

วันที่ 15 กันยายน 2569 ที่ศูนย์การเรียนรู้ กฟผ.ทับสะแก ตำบลนาหูกวาง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) โดยโรงไฟฟ้าทับสะแก เขื่อนวชิราลงกรณ ได้จัดพิธีทำบุญเนื่องในโอกาส ครบรอบ 10 ปี การขนานเครื่องโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทับสะแก เข้าสู่ระบบและเริ่มจ่ายกระแสไฟฟ้าในเชิงพาณิชย์ ตั้งแต่ปี 2559 ณ โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทับสะแก ตำบลนาหูกวาง อำเภอทับสะแก

โอกาสนี้ ได้รับเกียรติจาก นายทนงศักดิ์ รุ่งรัศมี ปลัดอาวุโส รักษาราชการแทน นายอำเภอทับสะแก เป็นประธานในพิธี ภายในงานประกอบด้วย พิธีสงฆ์เพื่อความเป็นสิริมงคล การปลูกไม้มงคลต้นจันทร์หอม สัญลักษณ์แห่งการเติบโตและความยั่งยืน และ มอบทุนการศึกษา

ให้กับนักเรียนจากสถานศึกษาในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้า จำนวน 4 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนทับสะแกวิทยา โรงเรียนบ้านดอนทราย โรงเรียนบ้านอ่างทอง และโรงเรียนอ่างทองพัฒนา โดย นายสมชาย จันทร์เย็น ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขื่อนวชิราลงกรณ-1 เป็นผู้มอบทุนการศึกษา

นายพนม ปัถวี หัวหน้าแผนกโรงไฟฟ้าทับสะแก ร่วมให้การต้อนรับหัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องถิ่น และผู้แทนหน่วยงานต่างๆ ได้แก่ นางสาวทิฆัมพร ยอดใหญ่ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลนาหูกวาง นายอรุษ ห้วยหงษ์ทอง กำนันตำบลนาหูกวาง พร้อมคณะผู้บริหาร ผู้จัดการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาอำเภอทับสะแก ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลนาหูกวาง

ผู้บริหารสถานศึกษา กำนัน-ผู้ใหญ่บ้านตำบลนาหูกวาง รวมถึงผู้แทนหน่วยงานภายใน กฟผ. จากฝ่ายชุมชนสัมพันธ์โครงการ ฝ่ายพัฒนาและแผนงานโรงไฟฟ้า และศูนย์การเรียนรู้ กฟผ.ทับสะแก และแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมพิธีการจัดงานในครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ กฟผ. ในการดำเนินงานด้านพลังงานสะอาด ควบคู่ไปกับการดูแลชุมชนและสิ่งแวดล้อม เพื่อการเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืนตลอดไป

 //////////////////

ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0623644468

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / เปิดแล้ว! งานคเณศจตุรถีพัทยา ปีที่ 19 จัดยิ่งใหญ่ นักท่องเที่ยวกระหึ่มริมทะเลพัทยา

วันที่ 14 ก.ย.69 ที่ปะรำพิธีงานมหาเทศกาลคเณศจตุรถีพัทยา 2569 บริเวณชายหาดพัทยากลาง จ.ชลบุรี ซึ่งเป็นการจัดงานปีที่ 19 บรรยากาศงานบริเวณริมชายหาดพัทยากลางเป็นไปอย่างคึกคัก นายกฤษณะ บุญสวัสดิ์ รองนายกเมืองพัทยา เป็นประธานในพิธีเปิดงาน ท่ามกลางคนรักพระพิฆเนศจากทั่วโลกเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก

ในพิธีได้รับเกียรติจาก นางสาวคนึง ไข่ลืองาม วัฒนธรรมจังหวัดชลบุรี นายสกล ผู้ลูกอินทร์ รองประธานสภา อบจ.ชลบุรี นายนคร ผลลูกอินทร์ ส.อบจ.ชลบุรี นายเตชวัศ กลิ่นภักดี รองผอ.ททท.สำนักงานพัทยา นายพิเชฐ ธรรมโหร ปลัดอาวุโสอำเภอบางละมุง

นายธเนศ ศุภรสหัสรังสี นายกสมาพันธ์ท่องเที่ยวชลบุรี นายรัตนชัย สุทธิเดชานัย ผู้แทนภาคกลาง-ตะวันออก สสปน. นายสุขราช กาลรา นายกสมาคมนักธุรกิจไทย-อินเดียพัทยา ในฐานะประธานชุมชนวอล์กกิ้งสตรึท นายมานะ ยาประคำ ประธานสภาวัฒนธรรมเมืองพัทยา และผู้แทนจากตำรวจท่องเที่ยวพัทยา เข้าร่วม

ภายในงาน อ.พยัคฆ์ เขี้ยวแก้ว อาจารย์สักยันต์ อันดับ 1 ของเมืองพัทยา ในฐานะประธานเครือข่ายศรัทธาเพื่อสังคม และ ดร.ดีโอ้ คูมาร์ ซิงห์ นายกสมาคมภารัต (อินเดีย) ชลบุรี ในฐานะรองนายกสมาคมฮินดูโลก VHP Thailand สองแกนนำผู้จัดงาน ได้นำร่วมพิธีสักการะบูชาองค์พระพิฆเนศ

พร้อมปั้นดินเหนียวองค์พระพิฆเนศเพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนมีการศิลปวัฒนธรรมและประเพณีโขนของไทยและการแสดงวัฒนธรรมของอินเดียเพื่อสร้างสีสัน พร้อมกันนี้มีการออกร้านโรงทายอาหารเจแจกจ่ายผู้เข้าร่วมงานที่ทยอยกันมาตลอดช่วงค่ำของการจัดกิจกรรม

การจัดงานคเณศจตุรถี ครั้งที่ 19 นับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญที่เมืองพัทยาร่วมส่งเสริมการอนุรักษ์และเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมและประเพณีอันดีงามของอินเดีย ควบคู่กับการสร้างสีสันด้านการท่องเที่ยว และเปิดพื้นที่ให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้

ร่วมสัมผัสวิถีแห่งศรัทธาและวัฒนธรรมอย่างใกล้ชิด อันจะช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์เมืองพัทยาในฐานะเมืองท่องเที่ยวที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมร่วมสมัย และเป็นมิตรกับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก โดยงานกำหนดจัดขึ้น 3 วันคือ วันที่ 14-16 กันยายน 2569 นี้

#สื่อรัฐทีวี #สื่อรัฐนิวส์ / การแถลงข่าวการจัดมวยการกุศลชมรมทหารผ่านศึกนครราชสีมา

ศึกมวยไทยการกุศลรวมน้ำใจทหารผ่านศึกนครนครราชสีมา 13 คู่มวย ณ สนามมวย ค่ายสุรนารี อำเภอเมือง จ. นครราชสีมาในวันอาทิตย์ที่ 6 ธันวาคม 2569 เวลา 19.00 น. เป็นต้นไป โดยมีวัตถุประสงค์หลักพอสังเขปดังนี้

  1. เพื่อจัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นมอบให้กับสมาชิกชมรมทหารผ่านศึกนครราชสีมานอกประจำการและภรรยาซึ่งเป็นผู้ป่วยติดเตียงและผู้ป่วยพิการถาวรให้เป็นสวัสดิการอีกช่องทางหนึ่งนอกเหนือจากทางราชการหรือองค์กรอื่นๆให้ความอนุเคราะห์ 2. เพื่อช่วยเหลือทหารผ่านศึกประจำการที่กำลังสู้รบตามแนวชายแดน แล้วได้รับบาดเจ็บเป็นเหตุทุพพลภาพทางด้านร่างกายสมองและจิตใจ 3. เพื่อเป็นทุนการศึกษาของบุตรธิดาของสมาชิกชมรมทหารผ่านศึกนครราชสีมานอกประจำการและเป็นทุนการศึกษาพร้อมกองทุนอาหารกลางวันแก่เด็กนักเรียนในพื้นที่เสี่ยงภัยของการสู้รบตามแนวชายแดน 4. เพื่อเป็นกองทุนสำหรับเดินทางไปเยี่ยมปลอบขวัญทหารชายแดน ตำรวจตระเวนชายแดนที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดนให้มีขวัญกำลังใจในการสู้รบ

ชมรมทหารผ่านศึกนครราชสีมา ก่อตั้งโดย พันเอก ทรรศนพล ผาสุโพธิ์ ประธานชมรมทหารผ่านศึกนครราชสีมา พร้อมด้วยคณะกรรมการ 3 คณะ และเพื่อนสมาชิกชมรมอีก จำนวนมาก พี่น้องทหารหาญ พี่น้องตำรวจตะเวนชายแดนที่กำลังสู้รบตามแนวชายแดนไทยกัมพูชาพร้อมทั้งพี่น้องทหารผ่านศึกนอกประจำการที่เคยผ่านการสู้รบมาแล้ว กับสงครามในทุกรูปแบบหลายยุคหลายสมัยและต่างแดน

ซึ่งกำลังลำบากต้องการการช่วยเหลือในทุกช่องทาง กอรปกับพี่น้องประชาชนเด็กนักเรียนที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบด้วยเหตุผลดังกล่าว ชมรมทหารผ่านศึกนครราชสีมา จึงได้จัดให้มีการแข่งขันชกมวยไทยการกุศลขึ้นในชื่อ ศึกมวยไทยการกุศลรวมน้ำใจ ทหารผ่านศึกนครราชสีมา 13 คู่มวย ณ สนามมวยค่ายสุรนารี อ . เมือง จ. นครราชสีมา ในวันอาทิตย์ที่ 6 ธันวาคม 2569 เวลา 19.00 น. เป็นต้นไป

กันตินันท์ เรืองประโคน/ รายงาน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี บูรณาการร่วมซักซ้อมแผนเผชิญเหตุ ในโรงเรียนโคกสำโรงวิทยา ฝึกครู นักเรียน รับมือสถานการณ์ฉุกเฉินตามหลัก “หนี ซ่อน สู้” พร้อมประสานหน่วยแพทย์ร่วมฝึกซ้อมแผนฯ

15 กันยายน 2569 เวลา 09.00 น. ที่โรงเรียนโคกสำโรงวิทยา อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี ฝ่ายปกครองอำเภอโคกสำโรง สถานีตำรวจภูธรโคกสำโรง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เดินหน้าสร้างความปลอดภัยในสถานศึกษา จัดซักซ้อมแผนเผชิญเหตุ Active Shooter หรือ “หนี ซ่อน สู้” เพื่อเตรียมความพร้อมในการรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินอย่างต่อเนื่อง

โดยการนำของพ.ต.อ.จาตุรนต์ อนุรักษ์บัณฑิต
ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรโคกสำโรง พร้อมด้วยฝ่ายปกครองอำเภอโคกสำโรง(ตำรวจชุดชุมชนสัมพันธ์) เจ้าหน้าที่สายตรวจ ฝ่ายสืบสวน พร้อมคณะกรมการตรวจสอบและติดตามการบริหาร

งานตำรวจสถานีตำรวจภูธรโคกสำโรง (กต.ตร.สภ.โคกสำโรง) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และอาสาสมัครฉุกเฉินการแพทย์ พยาบาล ร่วมซักซ้อมแผนเผชิญเหตุ Active Shooter “หนี ซ่อน สู้” ณ โรงเรียนบ้านโคกสำโรงวิทยา อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี

ก่อนการซักซ้อม เจ้าหน้าที่ได้ประชุมชี้แจงขั้นตอนและแนวทางปฏิบัติให้แก่ครู นักเรียน และบุคลากรทางการศึกษา เพื่อให้เข้าใจบทบาทและลำดับการปฏิบัติเมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน พร้อมประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนในพื้นที่รับทราบล่วงหน้า เพื่อสร้างความเข้าใจและป้องกันความตื่นตระหนกจากการฝึกซ้อม มีนักเรียน คณะครูร่วมซ้อมแผนจำนวน 1,900 คนร่วมซักซ้อมแผน

หลักปฏิบัติ “หนี ซ่อน สู้” (Run, Hide, Fight)

  1. หนี (Run): วิ่งหนีออกจากพื้นที่เสี่ยงไปยังจุดปลอดภัยทันทีเมื่อรู้ตัวว่ามีอันตราย
  2. ซ่อน (Hide): หากหนีไม่พ้น ให้หาห้องที่แข็งแรง ล็อกประตู ปิดไฟ และเงียบเสียงเพื่อซ่อนตัว
  3. สู้ (Fight): เป็นทางเลือกสุดท้ายเมื่อเผชิญหน้าและไม่สามารถหนีหรือซ่อนได้ ให้ใช้สิ่งของรอบตัวร่วมมือกันต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอด

วัตถุประสงค์หลักของการฝึกซ้อมตามแผนงานของการฝึกซ้อมมีเป้าหมายสำคัญ 3 ประการ

  1. สร้างความรู้และทักษะ
  2. เพื่อให้ประชาชน ครู นักเรียน และเจ้าหน้าที่ สามารถแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าและลดความกดดันเมื่อเผชิญเหตุวิกฤตได้ลดความสูญเสีย
  3. เพิ่มโอกาสในการรอดชีวิตของผู้อยู่ในเหตุการณ์ทดสอบระบบการประสานงาน ตรวจสอบความพร้อมของระบบแจ้งเตือนภัย การสื่อสาร และการเข้าระงับเหตุของเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างทันท่วงที การซักซ้อมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ผู้เข้าร่วมจากทุกภาคส่วนสามารถปฏิบัติตามขั้นตอนของแผนได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย รวมทั้งมีความเข้าใจมากขึ้นว่าควรปฏิบัติตัวอย่างไรหากเกิดเหตุจริง เพื่อเพิ่มความพร้อมในการป้องกันและรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินภายในสถานศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

สนอง แท่นสูงเนิน
ภาพ/ข่าว

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /ผู้ช่วย รมว.ทส. นำลงพื้นที่เชียงใหม่ เร่งบังคับใช้กฎหมาย ม.25 ยึดคืน ‘สวนป่าไชยปราการ’ กว่า 7,000 ไร่ พร้อมเดินหน้าฟื้นฟูป่าสงวนฯ แม่ฝาง

วันนี้ (15 กันยายน 2569) เวลา 10.00 น. ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (นายสุชาติ ชมกลิ่น) มีนโยบายเร่งด่วนในการแก้ปัญหาการบุกรุกพื้นที่สวนป่าไชยปราการ จึงได้สั่งการให้ พล.ต.ต. นันทชาติ ศุภมงคล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผนึกกำลัง 3 หน่วยงานหลัก ได้แก่ กรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ ร่วมการติดตามการแก้ไขปัญหาการบุกรุกสวนป่าไชยปราการ จ.เชียงใหม่

เนื้อที่กว่า 7,000 ไร่ ภายใต้นโยบาย “ทส. 1 เดียว” โดยมี นายนิกร ศิรโรจนานนท์ อธิบดีกรมป่าไม้ นายชนุดม เพชรสังข์ รองผู้อำนวยการ รักษาการแทนผู้อำนวยการ อ.อ.ป. นางลักษวรรณ พวงไม้มิ่ง ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 (เชียงใหม่) และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมติดตามความคืบหน้าการป้องกันและปราบปรามการบุกรุกพื้นที่ป่าไม้ในเขตอำเภอไชยปราการ ณ ศูนย์เรียนรู้เพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ตามแนวพระราชดำริ สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 (เชียงใหม่) จังหวัดเชียงใหม่

สำหรับพื้นที่สวนป่าไชยปราการ ตรวจพบการบุกรุกทำการเกษตรเชิงพาณิชย์และมีการใช้สารเคมีทางการเกษตรชนิดเข้มข้น รวม 8 คดี เนื้อที่ 7,028 ไร่ 2 งาน 67 ตารางวา ซึ่งสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 (เชียงใหม่) ได้พิจารณาใช้อำนาจตาม มาตรา 25 แห่งพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ ออกคำสั่งทั้ง 8 คำสั่ง ตามขั้นตอนกฎหมายปกครอง

เพื่อรื้อถอนและบรรเทาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเร่งด่วน ขณะนี้อยู่ระหว่างการแจ้งคำสั่ง โดยจะครบกำหนด 15 วัน ในวันที่ 30 ก.ย. 2569 และจะเข้าสู่การแจ้งมาตรการบังคับเพื่อกำหนดวันรื้อถอน ในวันที่ 9 ต.ค. 2569 ซึ่งจะมีการบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่เข้าดำเนินการรื้อถอน พร้อมส่งมอบพื้นที่คืนให้กรมป่าไม้เร่งรัดฟื้นฟูคืนสภาพป่าให้สมบูรณ์ต่อไป

นอกจากนี้ สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 (เชียงใหม่) ได้รายงานผลการดูแลพื้นที่บุกรุกบริเวณเหนืออ่างเก็บน้ำแม่ทะลบ ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าลุ่มน้ำแม่ฝาง ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบร่วมกันของ 3 หน่วยงานหลัก ได้แก่ กรมป่าไม้ กรมอุทยานฯ และองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ โดยได้ยกระดับการเฝ้าระวังและบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด

ซึ่งในส่วนพื้นที่บุกรุกหลังปี 2557 ได้ดำเนินคดีแล้ว 10 คดี เนื้อที่รวมประมาณ 112 ไร่ นอกจากนี้ได้นำภาพถ่ายทางอากาศปี 2567–2568 มาใช้เปรียบเทียบสภาพป่าเพื่อป้องปรามและยับยั้งการบุกรุกใหม่ได้อย่างรวดเร็วกระทรวงทรัพยากธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ออป กรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ สวนป่าไชยปราการ…


#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / อธิบดีกรมสรรพากรเป็นประธานเปิดสำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขาเมืองน่าน ยกระดับบริการประชาชน

วันที่ 14 กันยายน 2569 ที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขาเมืองน่าน จังหวัดน่าน นายสมศักดิ์ อนันทวัฒน์ อธิบดีกรมสรรพากร เป็นประธานในพิธีเปิดสำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขาเมืองน่าน โดยมี นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน พร้อมด้วยผู้บริหารกรมสรรพากร หัวหน้าส่วนราชการ ภาคเอกชน และผู้มีเกียรติ เข้าร่วมพิธี

การเปิดสำนักงานแห่งใหม่ มีวัตถุประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกและยกระดับการให้บริการด้านภาษีแก่ประชาชน ผู้ประกอบการ และผู้เสียภาษีในพื้นที่อำเภอเมืองน่านและอำเภอภูเพียง หลังสถานที่ให้บริการเดิมอยู่ห่างจากชุมชน ทำให้ประชาชนไม่ได้รับความสะดวกในการเข้ารับบริการ โดยภายในพิธีมีการเจริญพระพุทธมนต์ เปิดป้ายอาคาร และปลูกต้นไม้

สำหรับอาคารสำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขาเมืองน่าน ได้รับการสนับสนุนจาก นายบัณฑูร ล่ำซำ นายพรชัย ยงนพคุณ และธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) โดยเดิมมีแผนก่อสร้างอาคารพัสดุ ก่อนปรับเปลี่ยนเป็นอาคารสำนักงานเพื่อให้บริการประชาชน ผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการอนุรักษ์และพัฒนาเมืองเก่าน่าน และดำเนินการก่อสร้างจนแล้วเสร็จ ก่อนส่งมอบให้สำนักงานสรรพากรพื้นที่น่าน เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2569

นายสมศักดิ์ อนันทวัฒน์ อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวว่า สำนักงานแห่งนี้จะเป็นอีกหนึ่งกลไกในการยกระดับการให้บริการด้านภาษี ทำให้ประชาชนและผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงคำปรึกษาและบริการได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ พร้อมกำชับเจ้าหน้าที่ให้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุจริต โปร่งใส เป็นธรรม และให้บริการประชาชนด้วยความเต็มใจ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและส่งเสริมการเสียภาษีโดยสมัครใจ

ทั้งนี้ สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขาเมืองน่าน จะเป็นศูนย์บริการด้านภาษีที่ประชาชนเข้าถึงได้ง่าย รองรับการให้บริการแก่ประชาชนและผู้ประกอบการในพื้นที่ พร้อมกันนี้ได้ปลูกต้นพยุงไว้เป็นที่ระลึกและสนับสนุนการประกอบธุรกิจและเสริมสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจของจังหวัดน่านต่อไป/ทีมข่าวสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / นายอำเภอนครชัยศรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการชุมชนสัมพันธ์ ครั้งที่ 3 ของบริษัทน้ำมันพืชไทย จำกัด (มหาชน)

นายอำเภอนครชัยศรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการชุมชนสัมพันธ์ ครั้งที่ 3 ของบริษัทน้ำมันพืชไทย จำกัด (มหาชน) ณ ห้องประชุมบริษัทน้ำมันพืชไทย จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยคณะกรรมการชุมชนสัมพันธ์ นายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการชุมชนสัมพันธ์ ครั้งที่ 3/2569 ของบริษัทน้ำมันพืชไทย จำกัด (มหาชน) ณ ห้องประชุมบริษัทน้ำมันพืชไทย จำกัด (มหาชน)

พร้อมด้วยคณะกรรมการชุมชนสัมพันธ์โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิจากองค์กร ต่าง ๆ เข้าร่วม ได้แก่ ผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 5, ผศ.เด่นศิริ ทองนพคุณ ผู้แทนจากชมรมเรารักแม่น้ำท่าจีน, อาจารย์จากมหาวิทยาลัยมหิดล, อาจารย์จากมหาวิทยาลัยศิลปากร, นายกเทศบาลตำบลขุนแก้ว, นายกองค์การบริหารส่วนตำบลไทยาวาส, นายกองค์การบริหารส่วนตำบลนครชัยศรี, นายกเทศบาลตำบลงิ้วราย, กำนันตำบลไทยาวาส, กำนันตำบลนครชัยศรี, กำนันตำบลขุนแก้ว และกำนันตำบลงิ้วราย เข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้

ในการประชุมครั้งนี้ ที่ประชุมแจ้งการดำเนินการต่างๆ ในช่วงเดือน ก.ค. – ก.ย.2569 งานด้านสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย งานด้านสังคม งานด้านชุมชน และโครงการที่ดำเนินการในช่วงเดือน ต.ค. – ธ.ค.2569 คณะกรรมการชุมชนสัมพันธ์ ก่อตั้งขึ้นเพื่อการดำเนินการด้านความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม โดยความร่วมมือระหว่างบริษัท น้ำมันพืชไทย จำกัด (มหาชน) และคณะ

กรรมการชุมชนสัมพันธ์เพื่อประโยชน์ต่อชุมชน และไม่เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมโดยมีการควบคุมดูแลอย่างต่อเนื่องในด้านสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยภายใต้หลักเกณฑ์ของกฎหมาย และสังคมแวดล้อม เพื่อให้คณะกรรมการชุมชนสัมพันธ์ เป็นผู้ให้คำแนะนำและเป็นที่ปรึกษาเรื่องแนวทางการทำงานด้านสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยต่อบริษัทต่อไป
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /”ยกระดับ” ติดตั้ง “ทางม้าลายอัจฉริยะ” ใช้ AI ตรวจจับคน–รถ ปรับเวลาสัญญาณตามสถานการณ์

เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 จังหวัดแพร่ โดย นายสมชัย เลิศประสิทธิพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ ได้มอบหมายให้ กรมทางหลวงได้ดำเนินโครงการก่อสร้างและติดตั้งระบบสัญญาณไฟจราจรอัจฉริยะในจังหวัดแพร่ ปีงบประมาณ 2569 จำนวน 2 โครงการ รวม 3 จุด ได้แก่ บริเวณหน้าโรงพยาบาลแพร่ หน้า

โรงเรียนอนุบาลแพร่ และบริเวณทุ่งโฮ้ง ใช้งบประมาณรวมประมาณ 9 ล้านบาท เพื่อยกระดับความปลอดภัยให้แก่ประชาชน โดยเฉพาะผู้ป่วยและผู้สูงอายุ พร้อมทั้งขอความร่วมมือผู้ใช้รถใช้ถนนปฏิบัติตามสัญญาณจราจรอย่างเคร่งครัด ในช่วงแรกจะมีเจ้าหน้าที่ช่วยกำกับและสร้างความคุ้นเคยกับระบบใหม่ต่อไป

นายสมชัย เลิศประสิทธิพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ กล่าวว่า พื้นที่บริเวณหน้าโรงพยาบาลแพร่เป็นทั้งเขตสถานพยาบาลและแหล่งชุมชน มีประชาชน ผู้ป่วย และผู้สูงอายุใช้เส้นทางข้ามถนนเป็นจำนวนมาก ที่ผ่านมาแม้จะมีทางม้าลาย แต่ยังไม่มีระบบ

ควบคุมการข้ามถนนอย่างชัดเจน จึงได้ติดตั้งระบบสัญญาณไฟทางม้าลายอัจฉริยะ เพื่อช่วยกำหนดจังหวะการจราจรและเพิ่มความปลอดภัยให้แก่ผู้ใช้ทาง โดยระบบจะจัดการสัญญาณให้รถหยุดก่อนเปิดโอกาสให้ประชาชนข้ามถนนอย่างปลอดภัย

สำหรับระบบดังกล่าว ประชาชนสามารถเรียกใช้งานได้ 2 รูปแบบ ทั้งการกดปุ่มและระบบเซ็นเซอร์แบบไม่ต้องสัมผัส โดยสามารถโบกมือเพื่อเรียกสัญญาณได้ ระบบจะประมวลผลปริมาณการ

จราจรและคำนวณช่วงเวลาที่เหมาะสม ก่อนเปลี่ยนสัญญาณให้ผู้ข้ามถนน ขณะเดียวกันยังมีกล้องอัจฉริยะและระบบ AI ตรวจจับการเคลื่อนไหว สามารถจำแนกคนและยานพาหนะ เพื่อนำข้อมูลมาประมวลผลและควบคุมสัญญาณไฟให้เหมาะสมกับสถานการณ์จริง

นอกจากนี้ระบบยังสามารถตรวจสอบได้ว่ายังมีประชาชนอยู่บริเวณทางม้าลายหรือไม่ หากยังมีผู้เดินข้าม โดยเฉพาะผู้สูงอายุหรือผู้ที่เดินช้ากว่าปกติ

ระบบจะช่วยขยายเวลาการข้ามถนน ก่อนเข้าสู่ระบบนับถอยหลังและเปิดการจราจรให้รถยนต์ใช้เส้นทางตามปกติ อีกทั้งกล้องยังสามารถบันทึกภาพความละเอียดสูง เพื่อใช้ตรวจสอบกรณีเกิดเหตุหรือมีการฝ่าฝืนกฎจราจร

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / อ.ท่าหลวง จัดการฝึกศูนย์บัญชาการเหตุการณ์กรณีอุทกภัย น้ำป่าไหลหลาก และดินถล่ม

ลพบุรี อำเภอท่าหลวง จัดการฝึกศูนย์บัญชาการเหตุการณ์กรณีอุทกภัย น้ำป่าไหลหลาก และดินถล่ม เพื่อทดสอบแผนเผชิญเหตุและเสริมสร้างความพร้อมในการบูรณาการการปฏิบัติงานของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วงเข้าสู่ช่วงฤดูฝนที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดสาธารณภัยในพื้นที่

วันที่14 กันยาย 2569 เวลา 09.00 น. ที่บริเวณสวนรุกขชาติน้ำตกวังก้านเหลือง อำเภอท่าหลวง จังหวัดลพบุรี จัดการฝึกศูนย์บัญชาการเหตุการณ์อำเภอท่าหลวง เทศบาลตำบลท่าหลวง องค์การบริหารส่วนตำบลท่าหลวง สถานีตำรวจภูธรท่าหลวง มูลนิธิพุทไธสวรรย์ อำเภอท่าหลวง สาธารณสุขอำเภอท่าหลวง
โรงพยาบาลท่าหลวง บูรณาการร่วมกัน กรณีเกิดอุทกภัย น้ำป่าไหลหลาก และดินถล่ม ที่น้ำตกวังกานเหลือง

โดยมีนางสาวนงลักษณ์ อยู่พุ่ม นายอำเภอท่าหลวง เป็นหัวหน้าศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ พร้อมด้วย นางสาวประคอง สุระเทศ ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง (ชำนาญกาญพิเศษ) เป็นรองหัวหน้าศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ และมีหัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานด้านความมั่นคง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถาบันการศึกษา องค์กรสาธารณกุศล อาสาสมัคร และภาคประชาชน จำนวน 150 คน เข้าร่วมการฝึกอย่างพร้อมเพรียง

การฝึกครั้งนี้ดำเนินการตามแนวทางของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อทดสอบแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด แผนเผชิญเหตุ และแผนสนับสนุนการปฏิบัติงานของศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัด รวมถึงเสริมสร้างความเข้าใจในระบบบัญชาการเหตุการณ์ (Incident Command System : ICS) และการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
สำหรับรูปแบบการฝึก ประกอบด้วย การฝึกบนโต๊ะ (Table Top Exercise : TTX)

การฝึกซ้อมเฉพาะหน้าที่ (Functional Exercise : FEX) การฝึกปฏิบัติ (Drill) การสถาปนาระบบเครื่องมือสื่อสาร การติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ เรือเพื่อช่วยผู้ประสพภัยทางน้ำ และ ปฐมพยาบาลผู้ป่วยเบื้องต้นและนำส่งโรงพยาบาลตามขั้นตอน

ขั้นตอนอย่างถูกวิธี โดยจำลองสถานการณ์จากเหตุอุทกภัยขึ้นมา เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกได้เรียนรู้กระบวนการบริหารจัดการเหตุการณ์เสมือนจริงทุกขั้นตอน ถือเป็นการเตรียมความพร้อมของทุกภาคส่วน ให้นำไปปรับใช้ในการปฏิบัติจริง เพื่อช่วยลดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนให้ได้มากที่สุด

สนอง แท่นสูงเนิน
ผอ.ศูนย์ข่าวประจำจังหวัดลพบุรี ภาพ/ข่าว

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / ตร.ภูธรภาค 5 จัดกิจกรรมจิตอาสาแด่น้องผู้ห่างไกล ครั้งที่ 24 ในพื้นที่ อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่

12 กันยายน 2569 พล.ต.ต.วรพงศ์ คำลือ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 พร้อมด้วยข้าราชการตำรวจจิตอาสา ตำรวจภูธรภาค 5 ร่วมเดินทางจัดกิจกรรม “ตำรวจภูธรภาค 5 จิตอาสาแด่น้องผู้ห่างไกล ครั้งที่ 24” ในพื้นที่ อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ เพื่อส่งต่อความห่วงใยและช่วยเหลือเด็กนักเรียนและประชาชนในพื้นที่ห่างไกลและถิ่นทุรกันดาร

ในการจัดกิจกรรมครั้งนี้ คณะตำรวจจิตอาสาได้นำสิ่งของอุปโภคบริโภค ชุดนักเรียน อุปกรณ์การศึกษา ตลอดจนสิ่งของและอุปกรณ์ที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตประจำวัน ไปมอบให้แก่เด็กนักเรียนและประชาชน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและสนับสนุนโอกาสทางการศึกษา รวมทั้งสร้างขวัญกำลังใจให้แก่เด็กและเยาวชนในพื้นที่ห่างไกล

โดยได้เดินทางไปมอบสิ่งของและจัดกิจกรรมให้แก่ 3 โรงเรียน ได้แก่โรงเรียนบ้านขุนแม่หยอด อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่,
โรงเรียนขุนแม่นาย อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ และ
โรงเรียนปางหินฝน อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่

กิจกรรมดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของตำรวจภูธรภาค 5 ในการปฏิบัติหน้าที่ควบคู่กับการทำงานจิตอาสา โดยมุ่งสร้างประโยชน์แก่สังคม ดูแลช่วยเหลือประชาชน และส่งต่อโอกาสให้แก่เด็กและเยาวชนในพื้นที่ห่างไกล ภายใต้แนวคิด “ตำรวจเป็นที่พึ่งของประชาชน”..


#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / อบต.นครชัยศรี จัดโครงการแข่งขันกีฬาต้านยาเสพติด เพื่อมุ่งสร้างภูมิคุ้มกันเยาวชนและเสริมสร้างความสามัคคีในชุมชน

วันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน 2569 องค์การบริหารส่วนตำบลนครชัยศรี นายวินัย วงษ์สวรรค์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลนครชัยศรี ได้จัดโครงการแข่งขันกีฬาต้านยาเสพติด ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 เพื่อมุ่งสร้างภูมิคุ้มกันเยาวชนและเสริมสร้างความสามัคคีในชุมชน ขึ้น

ในระหว่างวันที่ 12–13 กันยายน พ.ศ. 2569 ณ โรงเรียนเพิ่มวิทยา เพื่อส่งเสริมให้เด็ก เยาวชน และประชาชนในพื้นที่ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการออกกำลังกายและการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ในการนี้ ได้รับเกียรติจาก นายอนุชา สะสมทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครปฐม เขต 5 อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข มาเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการแข่งขันกีฬาต้านยาเสพติด ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

ในวันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2569โดยมีคณะผู้บริหาร สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล หัวหน้าส่วนราชการ บุคลากรในสังกัดองค์การบริหารส่วนตำบล กำนัน ผู้ใหญ่บ้านตำบลนครชัยศรี และประชาชนชาวตำบลนครชัยศรี เข้าร่วมพิธีและกิจกรรมต่าง ๆ อย่างพร้อมเพรียง

โครงการแข่งขันกีฬาต้านยาเสพติดดังกล่าวจัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมสุขภาพร่างกายให้สมบูรณ์แข็งแรง และใช้การกีฬาเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่เด็กและเยาวชน ช่วยให้รู้จักใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ห่างไกลจากยาเสพติดและอบายมุข

ทั้งยังเป็นพื้นที่เปิดโอกาสให้เยาวชนและประชาชนได้แสดงศักยภาพทางด้านกีฬา ได้เรียนรู้การทำงานร่วมกันเป็นทีม มีน้ำใจนักกีฬา รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย และปลูกฝังความสามัคคีให้เกิดขึ้นในชุมชนอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับแนวคิดที่ว่า “เยาวชนที่เข้มแข็งในวันนี้ คือกำลังสำคัญของบ้านเราในวันข้างหน้า”
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / เทวาลัยมหากาลีอวตารจักรวาลชนนีจัดพิธีบวงสรวงพระแม่ธรณี 3 เมตร 9 เซ็นติเมตร ประดิษฐานให้ชาวบ้านบูชา

นางอำพร แก้วแสง ผู้ก่อตั้งเทวาลัยมหากาลีอวตารจักรวาลชนนี ได้เป็นประธานจัดพิธีบวงสรวงพระแม่ธรณีบีบมวยผม ขนาด3 เมตร 9 เซ็นติเมตร เพื่อประดิษฐานภายในเทวาลัยฯ โดยมีแขกเหรื่อ ประชาชนผู้เคารพศรัทธาองค์พระแม่ฯเข้าร่วมพิธีอย่างคึกคัก

ในพิธีกาารจุดเทียนชัยบูชามีพระอาจารย์อุทัยอุตโม จากวัดภูยอดรวย จังหวัดอุบลราชธานี เป็นประธานฝ่ายสงฆ์จุดเทียนชัยบูชา และมีพ่อทา แม่พวง แก้วแสง เป็นตัวแทนฝ่ายฆราวาสนำจุดเทียนชัยบูชา ก่อนมีการแสดงรำถวายสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และเคลื่อนย้ายองค์พระแม่ธรณีเข้าสู่จุดบูชา เพื่อให้ประชาชนได้สักการะกราบไหว้ต่อไป

อนึ่ง พระแม่ธรณีบีบมวยผม คือเทพีแห่งพื้นดินตามคติความเชื่อในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ไทย ลาว พม่า และกัมพูชา) ซึ่งเป้้นที่นับถืออย่างมาก เป็นสัญลักษณ์แห่งความอุดมสมบูรณ์และการปกป้องคุ้มครองผืนแผ่นดิน

ตามพุทธตำนาน พระแม่ธรณีได้ปรากฏกายขึ้นในคราวที่พระพุทธเจ้าทรงบำเพ็ญบารมีเอาชนะพญามาร พระองค์ทรงบีบมวยผมจนมีน้ำไหลทะลักออกมาเป็นปริมาณมหาศาลจากกระแสแผ่นดิน ซึ่งสะสมมาจากการทำทานของพระพุทธเจ้าในอดีตชาติ จนพญามารและกองทัพพ่ายแพ้ไป

ผู้ประกอบการร่วมหนุนคณะจัดงานคเณศจตุรถี พัทยา 2569ตามที่กลุ่มคนรักพระพิฆเณศเตรียมจัดงานมหาเทศกาลคเณศจตุรถี พัทยา 2569 ในวันที่ 14-16 กันยายน 2569 ที่บริเวณลานอเนกประสงค์ริมชายหาดพัทยากลาง ในโอกาสครบรอบ 19 ปี ของการจัดงานคเณศจตุรถีพัทยาในครั้งนี้นั้น

มีรายงาน ผู้ประกอบการที่ให้ความนับถืออ.พยัคฆ์ เขี้ยวแก้ว ประธานเครือข่ายศรัทธาเพื่อสังคม ในฐานะแกนนำผู้จัดงานคเณศจตุรถีพัทยา โดย นางสาวสาธินี สังวราภรณ์ ผู้บริหารห้างหุ้นส่วนจำกัดฮาร่าเบียร์ และนายวสันต์พรรษ พันประกอบเจ้าพนักงานตำรวจศาลปฏิบัติการ ได้แจ้งความประสงค์ขอสนับสนุนการจัดงาน เป็นน้ำดื่มจำนวน 100 แพ็ค และทุนการศึกษาที่มอบในงานอีกจำนวน 5,000 บาท

โดยทางผู้ประกอบการเปิดเผยว่า ส่วนตัวมีความสนิทสนมและรู้จักกับคณะจัดงานคือ อ.พยัคฆ์ เขี้ยวแก้ว อยู่แล้ว และเห็นว่ทงานคเณศจตุรถีพัทยาจัดขึ้นมานานร่วม 20 ปี เป็นงานที่ได้มีโอกาสทำบุญไปยังสถานศึกษาต่างๆ มองว่านอกงานส่งเสริมประเพณีและวัฒนธรรมแล้ว ยังเป็นงานช่วยเหลือสังคมอีกงานด้วย

”อ.พยัคฆ์ เขี้ยวแก้ว“ เปิดรับจองรับสักยันต์ ”หัวใจเศรษฐี“ ในงานคเณศจตุรถีพัทยา 2569 ค่าครูแล้วแต่ศรัทธา ก่อนรวบรวมมอบให้องค์กรการกุศล

ตามที่กลุ่มคนรักพระพิฆเณศ โดยชมรมคนรักพระพิฆเนศแห่งประเทศไทย เครือข่ายศรัทธาเพื่อสังคม สมาคมภารัต (อินเดีย) ชลบุรี เตรียมจัดงานมหาเทศกาลคเณศจตุรถี พัทยา 2569 ระหว่างวันที่ 14-16 กันยายน 2569 ที่บริเวณลานอเนกประสงค์ริมชายหาดพัทยากลาง เมืองพัทยา จ.ชลบุรี

ในโอกาสครบรอบ 19 ปี ของการจัดงานคเณศจตุรถีพัทยา ที่จัดขึ้นเพื่อสืบสานอนุรักษ์ และเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมและประเพณีที่ดีงาม ตลอดจนส่งเสริมความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับพิธีกรรมและวัฒนธรรมจามขนมธรรมเนียมประเพณี รวมทั้งส่งเสริมเศรษฐกิจการท่องเที่ยวเมืองพัทยา

ด้าน อาจารย์พยัคฆ์ เขี้ยวแก้ว อาจารย์สักยันต์ อันดับ 1 ของเมืองพัทยา ในฐานะประธานเครือข่ายศรัทธาเพื่อสังคม แกนนำผู้จัดงานคเณศจตุรถีพัทยา 2569 ได้ถือโอกาสการจัดงานในปีนี้จัดทำบุญใหญ่ด้วยการเปิดจองรับสักยันต์หัวใจเศรษฐีได้ภายในงานสำหรับผู้สนใจ สำหรับค่าครูแล้วแต่ศรัทธา โดยเงินทั้งหมดจะนำไปทำบุญช่วยเหลือองค์กรการกุศลตามลำดับในฐานะผู้จัดกงานคเณศจตุรถีพัทยา สามารถติดต่อจองคิวสักยันต์ได้ที่หมายเลข 098-666 9913

ทุนท้องถิ่นพัทยาสบช่องเนรมิต Luxury Pool Villa East Pattaya – Khao Talo ทำเลทองย่านเศรษฐกิจเมืองท่องเที่ยว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การพัฒนาของเมืองพัทยาและพื้นที่เชื่อมต่อยังคงมีการลงทุนอย่างต่อเนื่อง ด้วยทำเลที่สวยงามกลางย่านเศรษฐกิจเมืองท่องเที่ยว ทุนท้องถิ่นในนาม Moloftliving ได้เนรมิตที่พักอาศัยอสังหาริมทรัพย์ เป็นพูลวิลล่าส่วนตัวที่ตอบโจทย์ทั้งการอยู่อาศัยและการลงทุน ภายใต้ชื่อโครงการ Luxury Pool Villa East Pattaya – Khao Talo

โดยโครงการ Luxury Pool Villa East Pattaya – Khao Talo ก่อสร้างบนพื้นที่กว่า 1 ไร่ ภายในซอยทุ่งกลมตาลหมัน 15 ย่านเศรษฐกิจที่มีสภาพแวดล้อมที่ดี ภายในตกแต่งอย่างสวยงาม มีทั้งหมด 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ มีสระว่ายน้ำส่วนตัว พร้อมห้องน้ำใหญ่อีก 1 ห้องริมสระ และยังมีพื้นที่ห้องรับแขกและห้องรับประทานอาหารที่กว้างขวาง พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกแบบครบครัน

ทั้งนี้ โครงการ Luxury Pool Villa East Pattaya – Khao Talo สนนราคาที่ 12 ล้านบาท เหมาะสำหรับเป็นที่อยู่อาศัย บ้านพักตากอากาศ หรือลงทุนปล่อยเช่าแบบพูลวิลล่า ซึ่งหากซื้อเพื่อทำธุรกิจก็ยินดีบริหารให้อย่างครบวงจร ทั้งการวางระบบ บริหารจัดการ การตลาด จนถึงช่องทาง OTA เพื่อสร้างรายได้อย่างมืออาชีพ สนใจสามารถติดต่อได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 064-663 1070 หรือ LINE : Moloftliving

#สื่อรัฐทีวี #สื่อรัฐนิวส์ /สภาSME ขานรับนโยบายรัฐ ผนึกกำลัง สคบ. – ภาคีเครือข่าย ลงนาม 2 MOU ยกระดับ “Trusted SMEs” คู่ขนานคุมเข้มรีวิว “อินฟลูเอนเซอร์”

สภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย (สภาเอสเอ็มอี) ร่วมผนึกกำลังกับ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) และภาคีเครือข่ายด้านโฆษณา 5 องค์กร จัดพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) 2 ฉบับสำคัญ โดยได้รับเกียรติจาก นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานและสักขีพยาน เพื่อยกระดับการดำเนินงานคุ้มครองผู้บริโภคเชิงรุก สร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน และสนับสนุนผู้ประกอบการให้ดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องและเป็นธรรม

การลงนามในครั้งนี้นำโดย นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค, นายสุปรีย์ ทองเพชร ประธานสภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย และผู้แทนภาคีเครือข่ายด้านโฆษณา โดยมี คุณรมนต์อร บุญเรือง เลขาธิการสภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย รวมถึงคณะผู้บริหารหน่วยงานภาครัฐและภาคีเครือข่ายภาคเอกชน เข้าร่วมเป็นเกียรติและสักขีพยาน

นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองประชาชนจากการบริโภคสินค้าและบริการ โดยกำชับให้ สคบ. ทำงานเชิงรุกเพื่อป้องกันปัญหาการโฆษณาเกินจริง จึงเกิดเป็นความร่วมมือ MOU 2 ฉบับ ได้แก่:

  1. MOU ว่าด้วยการโฆษณาอย่างรับผิดชอบของอินฟลูเอนเซอร์: ความร่วมมือระหว่าง สคบ. กับภาคีเครือข่าย 5 องค์กร เพื่อยกระดับมาตรฐานการโฆษณาให้โปร่งใส โดยกำหนดให้อินฟลูเอนเซอร์และครีเอเตอร์ต้องเปิดเผยวัตถุประสงค์ทางการค้าในการรีวิว ไลฟ์สด หรือเนื้อหาที่สร้างด้วย AI ให้ชัดเจน นำเสนอข้อเท็จจริง ไม่ทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิด
  2. MOU การยกระดับตลาดที่เป็นธรรมสำหรับผู้บริโภคและผู้ประกอบการ SMEs สุจริต: ความร่วมมือระหว่าง สคบ. กับ สภาเอสเอ็มอี เพื่อสร้างกลไกเชิงระบบ อาทิ การพัฒนาระบบรับรองผู้ประกอบการที่น่าเชื่อถือ (Trusted SMEs), การพัฒนากลไกระงับข้อพิพาทแบบ Fast-track Mediation และการจัดทำคู่มือ (Toolkit) เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการรายเล็กปฏิบัติได้ถูกต้องตามกฎหมาย ลดความเสี่ยงจากการกระทำผิดโดยไม่เจตนา

ทางด้าน ดร.สุทัด ครองชนม์ รองประธานอาวุโส สภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย, นายกสมาคมไทยไอโอที (Thai IoT Association) และประธานคณะทำงานขับเคลื่อนในนามของสภาฯ ได้กล่าวถึงความร่วมมือแบบบูรณาการในครั้งนี้ว่า “การเติบโตของ SMEs ในยุคดิจิทัลมักควบคู่ไปกับการทำการตลาดผ่านโซเชียลมีเดียและอินฟลูเอนเซอร์ การมี MOU ทั้ง 2 ฉบับนี้จึงเป็นการสร้างสมดุลให้ระบบนิเวศธุรกิจอย่างแท้จริง ในส่วนของสภาฯ เราพร้อมนำเทคโนโลยี ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูล หรือเทคโนโลยี IoT มาประยุกต์ใช้เพื่อตรวจสอบย้อนกลับและยืนยันตัวตนของผู้ประกอบการ (Verified SMEs) คณะทำงานของเราพร้อมขับเคลื่อนนโยบายนี้ร่วมกับ สคบ. อย่างเต็มที่ เพราะเราเชื่อมั่นว่า การคุ้มครองผู้บริโภคและการสื่อสารการตลาดที่โปร่งใส ไม่ใช่ภาระของผู้ประกอบการ แต่คือเกราะป้องกันและเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันบนโลกดิจิทัล”

สภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย สคบ. และภาคีเครือข่าย มีเป้าหมายสูงสุดร่วมกันในการผลักดันให้ความร่วมมือครั้งนี้เกิดผลในทางปฏิบัติ เพื่อสร้าง Ecosystem ที่ผู้บริโภคได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและสามารถ “ซื้ออย่างมั่นใจ” ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการ SMEs สุจริต ก็สามารถเติบโตและ “ขายอย่างยั่งยืน” ไปพร้อมกัน.

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / นี่แหละ…คือความหมายของ ธนาคารแห่งกำลังใจ พระครูปลัดสิทธิวัฒน์(หลวงพี่น้ำฝน)เจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม

พร้อมด้วย นายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี และ นางนฤมล โพธิ์ทองนาค ปลัดอำเภอนครชัยศร นายเกรียงศักดิ์ รื่นนุสาร ปลัดอำเภอนครชัยศรี ดร.ชนาภัทท์ ชมภูนิชชภัทต์ กำนันตำบลขุนแก้ว

นางสาวอรอุมา อึ้งประเสริฐภรณ์ พัฒนาการอำเภอนครชัยศรี นายปราโมทย์ มลคล้ำ สาธารณสุขอำเภอนครชัยศรี
และนายชวลิต นิลพันธุ์ ผู้ใหญ่บ้าน ม. 3 ตำบลขุนแก้ว
พร้อมผู้ช่วย แพทย์ สารวัตรกำรัน ทีมงานฝ่ายปกครองตำบลขุนแก้ว

ร่วมกันลงพื้นที่ส่งต่อความห่วงใยถึง น.ส.สุรีย์ ทิตย์ไสยาสน์ อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 47/1 หมู่ที่ 2 ตำบลขุนแก้ว อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม สิ่งที่เราได้มอบให้ อาจเป็นเพียงสิ่งของหรือความช่วยเหลือในช่วงเวลาหนึ่งแต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้น คือการทำให้เขารู้ว่า

ในวันที่ชีวิตลำบาก เขายังไม่ได้เดินอยู่เพียงลำพัง ขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมกันดูแลและไม่ทอดทิ้งผู้ที่กำลังประสบความทุกข์เพราะสิ่งที่เรามอบให้อาจเป็นเพียงความช่วยเหลือในช่วงเวลาหนึ่ง แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการทำให้เขารู้ว่า…ในวันที่ชีวิตลำบาก เขายังไม่ได้เดินอยู่เพียงลำพัง

ธนาคารแห่งกำลังใจ จึงไม่ใช่เพียงโครงการของใครคนหนึ่ง แต่คือพลังของทุกคนที่พร้อมแบ่งปัน จากความห่วงใย…สู่การช่วยเหลือ จากการช่วยเหลือ…สู่กำลังใจ และจากกำลังใจ…สู่พลังที่จะทำให้ใครสักคนลุกขึ้นสู้ต่อได้อีกครั้ง เพราะน้ำใจของคนหนึ่งคน อาจเป็นความหวังของอีกหนึ่งชีวิต
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / เปิดตลาดนัดคนไทยยิ้มได้ในโอกาสและเทศกาลพิเศษ ภายใต้ชื่อ “Nan Smile Market 2026”

วันที่ 12 กันยายน 2569 ณ โลตัส สาขาน่าน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน นางวิไลวรรณ บุดาสา รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่านเป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม ตลาดนัดคนไทยยิ้มได้ในโอกาสและเทศกาลพิเศษ ภายใต้ชื่อ “Nan Smile Market 2026”และกิจกรรมเชื่อมโยงช่องทางการตลาดในการสร้างรายได้จากกิจการอาหารปลอดภัย ในการส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากของจังหวัดน่าน ผ่านการ

เปิดพื้นที่ตลาคสร้างสรรค์ให้แก่ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP กลุ่มสัมมาชีพ และผู้ประกอบการตลาดนัดคนไทยยิ้มได้ในจังหวัดน่าน ได้มีโอกาสในการจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว ทั้งยังเป็นเวทีในการสร้างเครือข่ายระหว่างผู้ประกอบการและส่งเสริมการเรียนรู้แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในระดับชุมชน และเพื่อเป็นการยกระดับผลิตภัณฑ์อาหารปลอดภัยให้มีคุณภาพ และเชื่อมโยงช่องทางการตลาดอาหารปลอดภัย โดยมี

นายสุทธิรักษ์ ศรีสุเลิศ พัฒนาการจังหวัดน่านเป็นผู้กล่าวรายงานฯ
โดยกิจกรรมในครั้งนี้ ได้รับการออกแบบให้สะท้อนอัตลักษณ์ความเป็นไทย ความเป็นมิตร และความมีน้ำใจของคนในชุมชน โดยบูรณาการเข้ากับกิจกรรมวัฒนธรรม วิถีชีวิตพื้นถิ่น และการท่องเที่ยว

เพื่อสร้างความสุขให้แก่ทั้งผู้ค้าและผู้บริโภค ตลอดจนส่งเสริมภาพลักษณ์ของจังหวัดน่าน ในฐานะแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่สำคัญของประเทศ โดยมีผู้เข้าร่วมทั้งหมด 43 กลุ่ม/ราย ดังนี้ กิจกรรมขยายรูปแบบคลาดนัดคนไทยยิ้มได้ในโอกาสและเทศกาลพิเศษ “Nan Smile Market 2026” จำนวน 30 กลุ่ม/ราย

ประกอบด้วย ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP จำนวน 20 บูทผู้ประกอบการตลาดนัดคนไทยยิ้มได้ จำนวน 10 บูท และกิจกรรมเชื่อมโยงช่องทางการตลาดในการสร้างรายได้จากกิจการอาหารปลอดภัย ประกอบด้วย ผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์อาหารปลอดภัย จำนวน 13 บูท โดยกิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วยกิจกรรมจัด

จำหน่ายผลิตภัณฑ์OTOP และผลิตภัณฑ์ชุมชนจากผู้ประกอบการที่เข้าร่วมกิจกรรมตลาดนัดคนไทยยิ้มได้ และกิจกรรมเชื่อมโยงช่องทางการตลาดในการสร้างรายได้จากกิจการอาหารปลอดภัย นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมส่งเสริมการขาย “นาทีทอง”, คูปองชิงรางวัล, กิจกรรมสาธิตสร้างอาชีพสร้างรายได้อีกด้วย/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/ทีมข่าวสมาคม รายงาน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / บึงกาฬคึกคัก! เปิดศึกมวยไทย “พลังแผ่นดิน” 12 คู่เดือด ริมโขง ส่งเสริมกีฬาเชื่อมโยงการท่องเที่ยว

บึงกาฬ – จังหวัดบึงกาฬเปิดเวทีมวยไทยรายการ “ศึกมวยไทย พลังแผ่นดิน” จัดเต็ม 12 คู่ สร้างสีสันและความคึกคักให้กับงานประเพณีแข่งเรือยาวไทย-ลาว ท่ามกลางบรรยากาศริมแม่น้ำโขง โดยมีประชาชนและแฟนกีฬาร่วมชมการแข่งขันอย่างคึกคัก

เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2569 เวลา 18.00 น. ณ เวทีมวยชั่วคราวริมโขง หน้าสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบึงกาฬ นายสุรพล เจริญภูมิ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขันชกมวยรายการ “ศึกมวยไทย พลังแผ่นดิน” โดยมี นายธนาพงศ์ แสนสุภา นายกเทศมนตรีเมือง

บึงกาฬ และนายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดบึงกาฬ พร้อมด้วยคณะอุปนายกและคณะกรรมการสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดบึงกาฬ นางแว่นฟ้า ทองศรี นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬ นายสมหวัง อารีย์เอื้อ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ นางจิรภา เจริญภูมิ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดบึงกาฬ นางนิตยา อารีย์เอื้อ รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดบึงกาฬ หัวหน้าส่วนราชการ และประชาชน เข้าร่วมพิธี

สำหรับการแข่งขัน “ศึกมวยไทย พลังแผ่นดิน” จัดการแข่งขันมวยไทยรวม 12 คู่ มอบความสนุกเร้าใจแก่แฟนกีฬาที่มาร่วมชม พร้อมสร้างสีสันให้กับกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดบึงกาฬ โดยใช้พื้นที่ริมแม่น้ำโขงเป็นสถานที่จัดการแข่งขัน ซึ่งช่วยสร้างบรรยากาศการท่องเที่ยวและการพักผ่อนในช่วงค่ำคืน

การจัดกิจกรรมครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมกีฬามวยไทย ซึ่งเป็นศิลปะการต่อสู้ประจำชาติ ตลอดจนสนับสนุนให้ประชาชนและเยาวชนใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ผ่านกิจกรรมกีฬา รวมถึงส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในกิจกรรมสาธารณะและการท่องเที่ยวเชิงกีฬา

ทั้งนี้ เทศบาลเมืองบึงกาฬขอเชิญชวนประชาชนและแฟนกีฬาร่วมติดตามกิจกรรมการแข่งขันมวยไทย พร้อมสัมผัสบรรยากาศความสนุกสนานของ “ศึกมวยไทย พลังแผ่นดิน” ท่ามกลางทัศนียภาพริมแม่น้ำโขงและบรรยากาศงานประเพณีแข่งเรือยาวไทย-ลาว จังหวัดบึงกาฬ

ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / พิธีเปิดแลนด์มาร์กแห่งความภาคภูมิใจ “F-5 F” อนุสรณ์แห่งเกียรติประวัติการบิน สู่แลนด์มาร์กชาวกำแพงแสน

ณ บริเวณหน้าแยกโรงเรียนการบิน ถนนมาลัยแมน ตำบลกระตีบ อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม โดยมี พลอากาศเอก เสกสรร คันธา ผู้บัญชาการทหารอากาศ เป็นประธานในพิธีโดยมี พลอากาศตรี ดิษฐพล ชูวงษ์ ผู้บัญชาการโรงเรียนการบิน กล่าวรายงาน

พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.เชาว์ อินทร์ประสิทธิ์ รองอธิการบดีวิทยาเขตกำแพงแสน มอบหมายให้ รองศาสตราจารย์ กฤษณะ จันทรโชติ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายกายภาพ วิทยาเขตกำแพงแสน และ นายเตชทัต ศุภสินอธิกา ผู้อำนวยการกองบริหารการวิจัยและบริการวิชาการ สำนักงานวิทยาเขตกำแพงแสน เข้าร่วมพิธีเปิดแลนด์มาร์กชาวกำแพงแสน และได้มี นายเกียรติศักดิ์ ธนาวรรณโอภาส นายอำเภอกำแพงแสน พร้อมกับเจ้าหน้าที่หน่วยงานต่างๆเข้าร่วมกันเป็นจำนวนมาก

การจัดสร้างแลนด์มาร์กดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายของผู้บัญชาการทหารอากาศ ที่มุ่งส่งเสริมการอนุรักษ์มรดกด้านการบินของกองทัพอากาศ และสืบสานคุณค่าทางประวัติศาสตร์ของอากาศยานที่เคยปฏิบัติภารกิจรับใช้ประเทศชาติ โดยกองทัพอากาศได้นำอากาศยานที่ปลดประจำการแล้วมาจัดแสดงตามหน่วยต่าง ๆ เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งเกียรติประวัติ ตลอดจนเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการบินสำหรับประชาชนและเยาวชน

สำหรับแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของอำเภอกำแพงแสน ได้นำ เครื่องบินขับไล่ F-5 F ซึ่งเคยปฏิบัติหน้าที่เป็นกำลังสำคัญในการพิทักษ์อธิปไตยเหนือน่านฟ้าไทยมาอย่างยาวนาน มาจัดแสดง ณ บริเวณหน้าแยกโรงเรียนการบิน เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวและคุณค่าของภารกิจด้านการบินให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้และจดจำ

แม้ภารกิจในฐานะอากาศยานประจำการของ F-5 F จะสิ้นสุดลงอย่างสมเกียรติ แต่เกียรติประวัติและคุณูปการจากการปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติยังคงได้รับการจดจำ และในวันนี้ F-5 F ได้ก้าวสู่บทบาทใหม่ในฐานะ “Landmark แห่งความภาคภูมิใจของชาวโรงเรียนการบิน และชาวอำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม” เป็นอีกหนึ่งจุดสำคัญที่สะท้อนเรื่องราว ประวัติศาสตร์ และความผูกพันระหว่างกองทัพอากาศ โรงเรียนการบิน และชุมชนกำแพงแสน

การเปิดแลนด์มาร์กครั้งนี้จึงนับเป็นอีกก้าวสำคัญในการนำมรดกด้านการบินมาสู่พื้นที่สาธารณะ เพื่อให้ประชาชน เยาวชน และผู้มาเยือนอำเภอกำแพงแสน ได้สัมผัสและเรียนรู้เรื่องราวของอากาศยานที่เคยทำหน้าที่ปกป้องน่านฟ้าไทย พร้อมร่วมภาคภูมิใจในประวัติศาสตร์การบินที่ยังคงอยู่คู่กับชุมชนกำแพงแสนต่อไป
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / เปิดงานยิ่งใหญ่ “TASTE & TRAVEL เที่ยวปฐมชมวิถี ช้อปของดี NAKHONPATHOM” สินค้า OTOP นิทรรศการ 6 ชุมชนท่องเที่ยว

พัฒนาชุมชนนครปฐม เปิดงานยิ่งใหญ่ “TASTE & TRAVEL เที่ยวปฐมชมวิถี ช้อปของดี NAKHONPATHOM” ขนทัพสินค้า OTOP และนิทรรศการ 6 ชุมชนท่องเที่ยว หวังกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก ดันจังหวัดสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจภาคกลางและตะวันตกณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลนครปฐม พลาซ่า นครปฐม อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม

นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม มอบหมายให้ นายสมาวิษฎ์ สุพรรณไพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “TASTE & TRAVEL เที่ยวปฐมชมวิถี ช้อปของดี NAKHONPATHOM” อย่างเป็นทางการ โดยมี หัวหน้าส่วนราชการ และ นายสุริยา บุญเรืองยศศิริ พัฒนาการจังหวัดนครปฐม ร่วมให้การต้อนรับและกล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์ในการจัดงาน ซึ่งมีเป้าหมายหลักในการพัฒนาศักยภาพผู้ผลิตและผู้ประกอบการ OTOP

รวมถึงผู้ประกอบการชุมชน ให้มีความรู้ด้านการตลาด การบริหารจัดการ และเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น นายสุริยา บุญเรืองยศศิริ พัฒนาการจังหวัดนครปฐม เปิดเผยว่า สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดนครปฐมได้รับการสนับสนุนงบประมาณตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

ในการจัดโครงการพัฒนานครปฐม ให้เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจภาคกลางและภาคตะวันตก โดยการจัดงานในครั้งนี้ถือเป็นกิจกรรมที่ 1 ที่รวบรวมความโดดเด่นของจังหวัดนครปฐมมาไว้ในที่เดียว ประกอบด้วยคูหาแสดงและจำหน่ายสินค้า ผลิตภัณฑ์ชุมชน และสินค้าจากชุมชนท่องเที่ยวรวมทั้งสิ้น 48 คูหา พร้อมจัดแสดงนิทรรศการจากชุมชนท่องเที่ยวต้นแบบ 6 ชุมชน นอกจากนี้ยังมีกิจกรรม Workshop ฟรี ที่เปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปได้มาร่วมลงมือทำและเรียนรู้ทักษะอาชีพ

ร่วมกับผู้ประกอบการโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ในจังหวัดนครปฐม มีชุมชนท่องเที่ยว ทั้งหกชุมชน ประกอบด้วย บ้านศาลาดิน อำเภอพุทธมณฑล , บ้านหัวอ่าว อำเภอสามพราน , เกาะลัดอีแท่น อำเภอสามพราน , ตลาดน้ำลำพญา อำเภอบางเลน , ตลาดบางหลวง อำเภอบางเลน และชุมชนห้วยม่วง อำเภอกำแพงแสน

ในโอกาสนี้ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม พร้อมคณะ ได้เดินเยี่ยมชมกิจกรรมภายในงาน พร้อมทั้งพูดคุยให้กำลังใจแก่ผู้ผลิตและผู้ประกอบการ OTOP อย่างใกล้ชิด เพื่อสนับสนุนให้เกิดการขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถร่วมชม ช้อป และร่วมกิจกรรมรับความรู้ได้ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 15 กันยายน 2569 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล นครปฐม

#OTOPพัฒนาชุมชนนครปฐม เปิดงานยิ่งใหญ่ “TASTE & TRAVEL เที่ยวปฐมชมวิถี ช้อปของดี NAKHONPATHOM” ขนทัพสินค้า OTOP และนิทรรศการ 6 ชุมชนท่องเที่ยว หวังกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก ดันจังหวัดสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจภาคกลางและตะวันตกวันศุกร์ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2569
ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลนครปฐม พลาซ่า นครปฐม อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม

นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม มอบหมายให้ นายสมาวิษฎ์ สุพรรณไพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “TASTE & TRAVEL เที่ยวปฐมชมวิถี ช้อปของดี NAKHONPATHOM” อย่างเป็นทางการ

โดยมี หัวหน้าส่วนราชการ และ นายสุริยา บุญเรืองยศศิริ พัฒนาการจังหวัดนครปฐม ร่วมให้การต้อนรับและกล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์ในการจัดงาน ซึ่งมีเป้าหมายหลักในการพัฒนาศักยภาพผู้ผลิตและผู้ประกอบการ OTOP รวมถึงผู้ประกอบการชุมชน ให้มีความรู้ด้านการตลาด การบริหารจัดการ และเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น

นายสุริยา บุญเรืองยศศิริ พัฒนาการจังหวัดนครปฐม เปิดเผยว่า สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดนครปฐมได้รับการสนับสนุนงบประมาณตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ในการจัดโครงการพัฒนานครปฐม ให้เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจภาคกลางและภาคตะวันตก โดยการจัดงานในครั้งนี้ถือเป็นกิจกรรมที่ 1 ที่รวบรวมความโดดเด่นของจังหวัดนครปฐมมาไว้ในที่เดียว ประกอบด้วยคูหาแสดงและจำหน่ายสินค้า ผลิตภัณฑ์ชุมชน และสินค้าจากชุมชนท่องเที่ยวรวมทั้งสิ้น 48 คูหา

พร้อมจัดแสดงนิทรรศการจากชุมชนท่องเที่ยวต้นแบบ 6 ชุมชน นอกจากนี้ยังมีกิจกรรม Workshop ฟรี ที่เปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปได้มาร่วมลงมือทำและเรียนรู้ทักษะอาชีพร่วมกับผู้ประกอบการโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
ในจังหวัดนครปฐม มีชุมชนท่องเที่ยว ทั้งหกชุมชน ประกอบด้วย บ้านศาลาดิน อำเภอพุทธมณฑล , บ้านหัวอ่าว อำเภอสามพราน , เกาะลัดอีแท่น อำเภอสามพราน , ตลาดน้ำลำพญา อำเภอบางเลน , ตลาดบางหลวง อำเภอบางเลน และชุมชนห้วยม่วง อำเภอกำแพงแสน

ในโอกาสนี้ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม พร้อมคณะ ได้เดินเยี่ยมชมกิจกรรมภายในงาน พร้อมทั้งพูดคุยให้กำลังใจแก่ผู้ผลิตและผู้ประกอบการ OTOP อย่างใกล้ชิด เพื่อสนับสนุนให้เกิดการขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถร่วมชม ช้อป และร่วมกิจกรรมรับความรู้ได้ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 15 กันยายน 2569 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล นครปฐม
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / สภ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี ทำพิธีปิดโครงการ การศึกษาเพื่อต่อต้านการใช้ยาเสพติดในเด็กนักเรียน ปีที่ 5

เมื่อวันที่ 11 ก.ย.2569 เวลา 09.00 – 11.30น. ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.จาตุรนต์ อนุรักษ์บัณฑิต ผกก.ฯ พ.ต.ท.พุฒิพงศ์ พุฒฤทธิ์ รอง ผกก.ป.ฯ และคณะกต.ตร. สภ.โคกสำโรง โดยมีนายณัฏฐพงษ์ อารยางกูร ประธาน กต.ตร.ฯ ,นายปรีชา กิจรัตนกาญจน์ กต.ตร.ฯ ,นายนิธิโรจน์ หงษ์ยนต์ กต.ตร.ฯ เจ้าหน้าที่ครูตำรวจ D.A.R.E.

ประกอบด้วย ร.ต.อ.เสน่ห์ อินเรือน รอง สว.สส.ฯ ร.ต.อ.อานนท์ ธัญญานนท์ รอง สวป.ฯ ร.ต.อ.พรชัย ธรรมวริทธ์ รอง สว.(ป.)ฯ ดำเนินการมอบใบประกาศนียบัตรและทำพิธีปิดโครงการ การศึกษาเพื่อต่อต้านการใช้ยาเสพติดในเด็กนักเรียน นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนโคกสำโรง โรงเรียนจารึกล้อมวิทยา โรงเรียนวัดรัตนาราม โรงเรียนวัดหนองพิมาน

โดยมี นายดำรงชัย สุขกำเนิด รอง นายก อบต.โคกสำโรง พร้อมทีมผู้บริหาร อบต โคกสำโรง ผอ.ร.ร.โคกสำโรง คณะครู และนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ในการร่วมกิจกรรมณ อาคารเอนกประสงค์ โรงเรียนโคกสำโรง ต่อจากนั้นจากเวลา 13.00 น. ได้เดินทางไปดำเนินการพิธีปิดโครงการ การศึกษาเพื่อต่อต้านการใช้ยาเสพติดในเด็กนักเรียน นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านถลุงเหล็ก ต่อไป

สนอง แท่นสูงเนิน
ผอ.ศูนย์ข่าวฯ ผู้สื่อข่าวเฉพาะกิจ รายงาน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / บึงกาฬเปิดยิ่งใหญ่! แข่งเรือยาวไทย-ลาว ครั้งที่ 26 ชิงถ้วยพระราชทาน “สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพฯ” เชื่อมสัมพันธ์สองฝั่งโขง

บึงกาฬ – วันที่ 12 กันยายน 2569 เวลา 09.30 น. จังหวัดบึงกาฬจัดพิธีเปิดงานประเพณีแข่งเรือยาวไทย-ลาว ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ครั้งที่ 26 ประจำปี 2569 ท่ามกลางบรรยากาศคึกคัก มีประชาชน นักท่องเที่ยว และคณะ สปป.ลาว เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง

พิธีเปิดได้รับเกียรติจาก นายสุรพล เจริญภูมิ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานในพิธีเปิด โดยมี นายธนาพงศ์ แสนสุภา นายกเทศมนตรีเมืองบึงกาฬ กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงาน พร้อมด้วย นางจิรภา เจริญภูมิ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดบึงกาฬ, นางแว่นฟ้า ทองศรี นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬ, นายนคร ศิริปริญญานันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ และนายสมหวัง อารีย์เอื้อ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ

ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ประชาชน และท่านสุดใจ คูนปะไซ รองประธานคณะกรรมการปกครองแขวงบอลิคไซ ผู้นำคณะจาก สปป.ลาว ร่วมพิธี ภายในพิธีเปิดมี ชุดการแสดงจากสองแผ่นดิน ไทย–ลาว ถ่ายทอดศิลปวัฒนธรรมอันงดงามของทั้งสองประเทศ ผ่านท่วงท่าการร่ายรำ ดนตรี และเครื่องแต่งกายที่สะท้อนเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม สร้างความประทับใจแก่ผู้เข้าร่วมงาน และสะท้อนถึงสายสัมพันธ์แห่งมิตรภาพของประชาชนสองฝั่งแม่น้ำโขงที่มีมาอย่างยาวนาน

สำหรับงานประเพณีแข่งเรือยาวไทย-ลาว ครั้งที่ 26 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 11–13 กันยายน 2569 ณ บริเวณริมแม่น้ำโขง จังหวัดบึงกาฬ โดยมีกิจกรรมการแข่งขันเรือยาวจากฝีพายทั้งสองประเทศ เพื่อชิงถ้วยพระราชทานฯ ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความสามัคคีและมิตรภาพ การจัดงานครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่ออนุรักษ์และสืบสานประเพณีแข่งเรือยาว ซึ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของชุมชนริมแม่น้ำโขง พร้อมส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ และสร้างรายได้ให้แก่ประชาชนและผู้ประกอบการในจังหวัดบึงกาฬ

นอกจากนี้ งานดังกล่าวยังเป็นเวทีสำคัญในการส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศไทยและ สปป.ลาว โดยใช้กีฬา ประเพณี และศิลปวัฒนธรรมเป็นสื่อกลางในการเชื่อมโยงประชาชนสองฝั่งโขง สะท้อนถึงความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นและความร่วมมือระหว่างกัน ผู้สนับสนุนหลัก การจัดงานครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากภาคเอกชนและหน่วยงานต่าง ๆ ได้แก่ บริษัท โตโยต้าบึงกาฬ จำกัด ห้างหุ้นส่วนจำกัด น้ำก่ำก่อสร้าง บุญมาทีวี ช่อง 67 ห้างหุ้นส่วนจำกัด วีเอส88 การโยธา และธนาคารออมสิน เขตบึงกาฬ

เทศบาลเมืองบึงกาฬขอขอบคุณผู้สนับสนุนหลักทุกหน่วยงานและองค์กร ที่ร่วมเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนงานประเพณีแข่งเรือยาวไทย-ลาว ครั้งที่ 26 ให้เกิดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ พร้อมร่วมกันส่งเสริมการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจของจังหวัดบึงกาฬ รวมถึงการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างประชาชนไทยและ สปป.ลาว

ทั้งนี้ จังหวัดบึงกาฬขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมชมการแข่งขันเรือยาวและกิจกรรมต่าง ๆ ภายในงาน ระหว่างวันที่ 11–13 กันยายน 2569 เพื่อร่วมสัมผัสมนต์เสน่ห์ประเพณีริมแม่น้ำโขง และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมให้คงอยู่คู่จังหวัดบึงกาฬต่อไป

ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / ชาวบ้านทับสะแก ร้องตรวจสอบพื้นที่ป่าทับสะแก พบป่าถูกโค่นเป็นวงกว้าง โดยมีเครื่องจักร–เครื่องเลื่อยไม้ พร้อมไม้กองจำนวนมาก

วันที่ 11 ก.ย.69 ที่หมู่ 10 บ้านทุ่งตาแก้ว ตำบลนาหูกวาง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียน ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเข้าตรวจสอบพื้นที่ต้องสงสัย หลังพบเครื่องจักร รถไถ รถตัก เครื่องเลื่อยไม้ และไม้จำนวนมากกองอยู่ภายในพื้นที่ลาดชัน ลักษณะคล้ายพื้นที่ภูเขาจึงเดินทางไปตรวจสอบ

พบว่าภายในพื้นที่ดังกล่าวมีเครื่องจักรกลหลายประเภท รวมถึงรถไถ รถตัก และเครื่องเลื่อยไม้ นอกจากนี้ยังพบไม้จำนวนมากถูกนำมากองรวมกัน โดยชาวบ้านระบุว่าอาจมีทั้งไม้ยางพาราและไม้ที่สงสัยว่าอาจเป็นไม้หวงห้าม เช่น ไม้สักเนื่องจากพบตอไม้ที่ลักษณะถูกตัดโค่นและมีการใช้รถไถดันดินไปกลบปิดไว้

ชาวบ้านตั้งข้อสังเกตว่า พื้นที่ดังกล่าวอาจอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ หรือพื้นที่ป่าที่อยู่ภายใต้การคุ้มครองตามกฎหมาย จึงเกรงว่าหากยังมีการใช้เครื่องจักรและดำเนินการตัดหรือแปรรูปไม้อย่างต่อเนื่อง อาจส่งผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและสร้างความเสียหายแก่ผืนป่าเป็นวงกว้าง

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่พบในขณะนี้ยังเป็นเพียง ข้อร้องเรียนและข้อสังเกตจากชาวบ้านยังไม่มีการยืนยันว่าพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในเขตป่าหรือมีการกระทำผิดกฎหมาย จึงจำเป็นต้องให้หน่วยงานที่มีอำนาจเข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียด ทั้งแนวเขตพื้นที่ เอกสารสิทธิ์ การใช้ประโยชน์ที่ดิน การนำเครื่องจักรเข้าไปดำเนินการ ตลอดจนแหล่งที่มาของไม้และใบอนุญาตที่เกี่ยวข้อง

ชาวบ้านจึงขอให้เจ้าหน้าที่ป่าไม้ ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบตามกฎหมายป่าไม้ ตำรวจ และผู้นำชุมชน เร่งลงพื้นที่ตรวจสอบโดยด่วน เพื่อป้องกันการเคลื่อนย้ายไม้หรือเปลี่ยนแปลงสภาพพื้นที่จนยากต่อการตรวจสอบ หากพบว่ามีการบุกรุกพื้นที่ป่า ตัดไม้ หรือแปรรูปไม้โดยไม่ได้รับอนุญาต ขอให้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

ประเด็นสำคัญที่ชาวบ้านต้องการคำตอบ

  • พื้นที่ดังกล่าวมีเอกสารสิทธิ์ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่
  • พื้นที่อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าอนุรักษ์ หรือพื้นที่ป่าประเภทใด
  • การนำเครื่องจักรเข้าไปใช้ในพื้นที่ได้รับอนุญาตหรือไม่
    • มีการตัด แปรรูป หรือเคลื่อนย้ายไม้โดยได้รับอนุญาตถูกต้องหรือไม่

ชาวบ้านยืนยันว่า ต้องการเพียงข้อเท็จจริงและการตรวจสอบที่โปร่งใส เพื่อป้องกันไม่ให้ทรัพยากรป่าไม้ถูกทำลายหรือเคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเข้าตรวจสอบ โดยจะติดตามความคืบหน้าของเรื่องนี้ต่อไป โดยในขณะผู้สื่อข่าวเข้าตรวจสอบก็ยังพบรถบรรทุกเทรนเลอร์ขนาดใหญ่ ได้เข้าไปเพื่อลำเลียงไม้ออกจากพื้นที่แปลงดังกล่าวอีกด้วย

//////////////////

ข่าว/ภาพ ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0623644468

#สื่อรัฐทีวี #สื่อรัฐนิวส์ / ป.ป.ช. นครราชสีมา แถลงผลการดำเนินงานปี 2569 เดินหน้าป้องกันและปราบปรามการทุจริต พร้อมเปิดเผยคดีชี้มูลต่อสาธารณะ

วันที่ 11 กันยายน 2569 เวลา 10.00 น. นายยุทธพงศ์ ทรวงแสวง ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานการแถลงข่าว ผลการดำเนินงานประจำปี พ.ศ. 2569 ของสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดนครราชสีมา ภายใต้โครงการรณรงค์สร้างกระแสต่อต้านการทุจริต กิจกรรมรณรงค์สร้างกระแสต่อต้านการทุจริต ณ ห้องประชุม ชั้น 3 สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดนครราชสีมา

การแถลงข่าวครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อ เผยแพร่บทบาท อำนาจหน้าที่ และผลการดำเนินงานที่สำคัญของสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งประกอบด้วยภารกิจ 3 ด้าน ได้แก่ ด้านป้องกันการทุจริต ด้านตรวจสอบทรัพย์สินและหนี้สิน และด้านปราบปรามการทุจริต

ให้สื่อมวลชน หน่วยงานภาครัฐ ภาคประชาชน และผู้ที่เกี่ยวข้องได้รับทราบ ตลอดจนร่วมกันขยายผลข้อมูลข่าวสารไปสู่สาธารณะ เพื่อสร้างการรับรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตอย่างต่อเนื่อง

และในวันนี้ สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดนครราชสีมา จะเผยแพร่รายละเอียด คดีที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดและได้ส่งเรื่องถึงอัยการแล้วเพิ่มเติมอีก จำนวน 6 เรื่อง เพื่อให้ประชาชนและสังคมได้รับทราบถึงผลการดำเนินงานด้านการปราบปรามการทุจริต ตลอดจนร่วมกันเฝ้าระวังและป้องกันการทุจริตในสังคม


ทั้งนี้ สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดนครราชสีมา มุ่งมั่นขับเคลื่อนภารกิจด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตอย่างจริงจังและเป็นรูปธรรมพร้อมส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการเฝ้าระวังและต่อต้านการทุจริต เพื่อให้สังคมเกิดความตระหนักถึงปัญหาการทุจริต

และร่วมกันสร้างวัฒนธรรมสุจริตให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืน การสื่อสารผลการดำเนินงานสู่สาธารณะยังเป็นส่วนสำคัญในการ สร้างความโปร่งใส เปิดเผยการทำงาน และเสริมสร้างความเชื่อมั่นของประชาชนต่อกระบวนการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ของสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดนครราชสีมา อันจะนำไปสู่การร่วมกันสร้างสังคมที่ไม่ทนต่อการทุจริตต่อไป

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / เปิดตัวงานเทศกาลหัตถกรรมเมืองน่าน หรือ “Nan Crafts Festival for All Districts”

เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 เวลา 13.00 น. ณ ร้านเฮือนฮังต่อกาแฟน่าน ตำบลผาสิงห์ อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน โดยได้รับเกียรติจาก นางวิไลวรรณ บุดาสา รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน มาเป็นประธานในพิธีเปิดงานอย่างอบอุ่น ท่ามกลางบรรยากาศที่คึกคักของหัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนภาครัฐ ภาคเอกชน เหล่าศิลปิน ช่างฝีมือ ผู้ประกอบการ และสื่อมวลชนที่มาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง

การจัดงานในครั้งนี้ สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดน่าน ได้ริเริ่มแนวคิดสุดสร้างสรรค์อย่าง “Craft x Café” โดยการนำคุณค่าทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาอันประณีตของช่างฝีมือชาวน่าน มาจัดแสดงและสร้างสรรค์ผลงานร่วมกับพื้นที่ร้านกาแฟและสเปซสมัยใหม่ เพื่อเปิดโอกาสให้งานหัตถกรรมพื้นบ้านสามารถเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่

ประชาชนทั่วไป และนักท่องเที่ยวได้ง่ายขึ้น อีกทั้งยังเป็นการสร้างเครือข่ายความร่วมมืออันเข้มแข็งระหว่างผู้ประกอบการงานคราฟต์ ร้านกาแฟ ชุมชน และแหล่งท่องเที่ยวในท้องถิ่น ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจและต่อยอดต้นทุนทางวัฒนธรรมได้อย่างยั่งยืน

นายดนัย ไทยดี นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ ผู้ช่วยท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดน่าน ได้กล่าวรายงานถึงรายละเอียดการจัดงานว่า งานเทศกาลหัตถกรรมเมืองน่าน มีกำหนดจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องรวมทั้งสิ้น 5 ครั้ง ระหว่างเดือนกันยายนถึงเดือนตุลาคม 2569 ในหลากหลายพื้นที่สร้างสรรค์ทั่วจังหวัดน่าน เพื่อกระจายบรรยากาศแห่งความสุขและการท่องเที่ยวไปสู่ชุมชนอย่างทั่วถึง ได้แก่

ครั้งที่ 1 วันที่ 11–12 กันยายน 2569 ณ เฮือนฮังต่อกาแฟน่าน อำเภอเมืองน่านครั้งที่ 2 วันที่ 19–20 กันยายน 2569 ณ จ๊างน่าน อำเภอเวียงสาครั้งที่ 3 วันที่ 26–27 กันยายน 2569 ณ ฉำฉา คาเฟ่ อำเภอปัวครั้งที่ 4 วันที่ 3–4 ตุลาคม 2569 ณ โรงบ่มปัว คาเฟ่ อำเภอปัวครั้งที่ 5 วันที่ 10–11 ตุลาคม 2569 ณ Brooklyn Coffee & Jazz Bar

สำหรับกิจกรรมประเดิมครั้งแรก ณ เฮือนฮังต่อกาแฟน่าน เต็มไปด้วยความคึกคักและเปี่ยมด้วยแรงบันดาลใจ โดยภายในงานมีการบูธจัดแสดงผลงานหัตถกรรมคัดสรรจากช่างฝีมือชั้นครู การประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ นิทรรศการถ่ายทอดเรื่องราวอัตลักษณ์งานคราฟต์เมืองน่าน กิจกรรมสาธิตชิ้นงาน ตลอดจนกิจกรรม Workshop ให้ผู้ร่วมงานได้ทดลองลงมือทำด้วยตนเองอย่างใกล้ชิด

นับเป็นการสร้างประสบการณ์สุดพิเศษที่เชื่อมโยงกลิ่นอายกาแฟเข้ากับเสน่ห์ของงานหัตถกรรมได้อย่างลงตัว ช่วยกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวและส่งเสริมการกระจายรายได้สู่ชุมชนฐานรากอย่างเป็นรูปธรรมด้าน นางวิไลวรรณ บุดาสา รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ได้กล่าวเน้นย้ำในพิธีเปิดว่า การนำงานหัตถกรรมอันเป็นรากเหง้าทางปัญญามาเล่าใหม่ในพื้นที่ร่วมสมัยอย่างร้านกาแฟ

ถือเป็นกลยุทธ์ที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่และนักท่องเที่ยวในยุคปัจจุบันได้อย่างดียิ่ง พร้อมทั้งได้กล่าวขอบคุณทุกภาคส่วนที่มีส่วนร่วมในการผลักดันโครงการดี ๆ และอวยพรให้การจัดงานทั้ง 5 ครั้งประสบความสำเร็จ สร้างความเติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืนให้แก่พี่น้องชาวจังหวัดน่านสืบไป

จังหวัดน่านเดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ชูเสน่ห์แห่งวิถีชีวิตและภูมิปัญญาท้องถิ่นผ่านการเปิดตัวงานเทศกาลหัตถกรรมเมืองน่าน หรือ “Nan Crafts Festival for All Districts” อย่างเป็นทางการ /บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมงลชนจังหวัดน่าน รายงาน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / แข่งขันจานร่อนเยาวชนชิงชนะเลิศ ครั้งที่ 7 สนามแข่งขัน สนามฟุตซอล มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน นครปฐม

10 กันยายน 2569 นักเรียนโรงเรียนวัดหนองปลาไหล(ปานพลอุปถัมภ์) นำโดย ผอ.ชุติสรา หาดแมน ร่วมแสดงความยินดีกับนักเรียนโรงเรียนวัดหนองปลาไหลที่ได้ร่วมการแข่งขันกีฬาจานร่อนเยาวชนชิงชนะเลิศแห่งประเทศระดับภาค ภาค 2 (ภาคกลางและภาคตะวันตก) ประเภททีมผสมและประเภท Open รุ่นอายุไม่เกิน 13 ปี ได้รางวัลรองชนะเลิศอันดับ2 ฝึกซ้อมโดยคุณครูปฏิพัทธ์ กุลจรัสอนันต์ และ คุณครูวาทินี ปรีสำเนียง

ทั้งนี้ ในช่วงการแข่ง โรงเรียนได้รับการสนับสนุนอุปการะคุณจากคุณวีรพงษ์ เพชรอำ และคุณบอย สวนอาหารชลธาร ที่สนับสนุนค่าสมัครการแข่งขันกีฬาจานร่อนให้กับนักกีฬาของโรงเรียน จำนวน 3,000 บาท / ร้านอาหารครัวชลธาร ร้านเตี๋ยวลุงตุ๋ง ร้านBanana sport(บานาน่าสปอร์ต)

และครอบครัวของเด็กหญิงพิมพ์ณิชา เพชรอำ สนับสนุนชุดแข่งขัน /คุณโสภา โพธิ์แจ่ม ผู้ปกครองของเด็กหญิงสุธิพร โพธิ์แจ่ม นักเรียนชั้น ป.5 ที่สนับสนุนน้ำดื่ม /ผู้ปกครองของเด็กชายจิรายุ บุญยะเกตุ สนับสนุนอาหารกลางวัน / ผู้ปกครองของเด็กชายจิรายุ โนนน้อยและเด็กหญิงพิมพ์ณิชา เพชรอำสนับสนุนขนมและน้ำดื่ม

     ทั้งนี้ โรงเรียนขอขอบพระคุณผู้ปกครองทุกท่านที่ให้การสนับสนุนให้นักเรียนได้ฝึกซ้อมและไปแข่งขันกีฬาจานร่อน ขอให้ทุกท่านที่เกี่ยวข้องมีแต่ความสุขความเจริญตลอดปีตลอดไป  
ภาพ/ข่าว โดย.นายสมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /ผู้ว่าราชฯจ.นครปฐม เป็นประธานกิจกรรม “ปั่นเลาะรั้ว ทัวร์รอบฐานบิน” เต้นแอโรบิค จ.นครปฐม

วันพุธที่ 9 กันยายน 2569 เวลา 16.30 น. นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เป็นประธานกิจกรรม ผู้ว่าฯ พาออกกำลังกาย ครั้งที่ 3 “ปั่นเลาะรั้ว ทัวร์รอบฐานบิน” และกิจกรรม เต้นแอโรบิค ณ อาคารแสนเมือง โรงเรียนการบิน กำแพงแสน อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม

โดยมีนายสมาวิษฎ์ สุพรรณไพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม นางศิริรักษ์ สุพรรณไพ รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัด นายพัฒนพงษ์ สร้อยอินทรากุล ปลัดจังหวัดนครปฐม พลอากาศตรี ดิษฐพล ชูวงษ์ ผู้บัญชาการโรงเรียนการบิน เรือ

อากาศเอกหญิง นาตยา ชูวงษ์ ประธานชมรมคู่สมรสทหารอากาศโรงเรียนการบิน นายเกียรติศักดิ์ ธนาวรรณโอภาส นายอำเภอกำแพงแสน ปลัดอำเภอกำแพงแสน ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ร่วมกิจกรรมรวมกว่า 300 คน

โดยสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครปฐม ร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่าย จัดกิจกรรมดังกล่าวขึ้นเพื่อสนับสนุนให้ประชาชน ชุมชน และองค์กรภาคประชาสังคม ทุกภาคส่วนเข้าถึงการจัดกิจกรรมส่งเสริมการออกกำลังกายและเล่นกีฬาอย่างเป็นรูปธรรม ตลอดจนส่งเสริมให้ประชาชนทุกช่วงวัย ตระหนักถึงประโยชน์ของการออกกำลังกายจนเป็นวิถีชีวิต

เพื่อสร้างสุขภาวะที่ดีทั้งทางร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม และสติปัญญา โดยใช้กิจกรรมการออกกำลังกายและเล่นกีฬาเป็นสื่อ ในการปลูกฝังความรัก ความสามัคคี ความมีน้ำใจนักกีฬา รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย รวมถึงพัฒนาเครือข่ายด้านการกีฬา ร่วมกับทุกระดับและทุกภาคส่วนอย่างยั่งยืน
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สือรัฐ ทีวี บก.เอกสิทธ์ หมวดทอง