#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/‘เบียร์-ปรเมศวร์‘ เข้ารับตำแหน่ง นายกเมืองพัทยา เปิดวิสัยทัศน์ BETTER PATTAYA V.2 ทำจริง ทำแล้ว ทำต่อ 3 เป้าหมาย 33+ นโยบาย

เวลา 06.49 วันที่ 20 ก.ค.69 ที่ศาลาว่าการเมืองพัทยา จ.ชลบุรี นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา ได้นำทีมว่าที่ผู้บริหารเมืองพัทยา

และสมาชิกสภาเมืองพัทยา ร่วมพิธีสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำศาลาว่าการเมืองพัทยา ประกอบด้วย ศาลพระภูมิ, ศาลพระพิฆเนศ และพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

จากนั้นในเวลา 08.30 น. นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา ได้ลงนามแต่งตั้งรองนายกเมืองพัทยา เลขานุการนายกเมืองพัทยา ผู้ช่วยเลขานุการนายกเมืองพัทยา ประธานที่ปรึกษา

นายกเมืองพัทยา และที่ปรึกษานายกเมืองพัทยาอย่างเป็นทางการ พร้อมลงนามในหนังสือมอบหมายงานในตำแหน่งนายกเมืองพัทยา เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งนายกเมืองพัทยาเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

อย่างไรก็ตาม หลังเสร็จสิ้นพิธีการในช่วงเช้าแล้วคณะทั้งหมดได้ออกไปต้อนรับกลุ่มประชาชนและผู้สนับสนุนที่มารอแสดงความยินดีและมอบกระเช้าให้กำลังใจกับนายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา

คณะผู้บริหารและสมาชิกสภาเมืองพัทยา ที่ได้รับความไว้วางใจให้เข้ามาบริหารเมืองพัทยาเป็นสมัยที่ 2 พร้อมถ่ายรูปที่ระลึกด้วยบรรยากาศที่คึกคัก ก่อนในช่วงบ่ายจะมีการมอบนโยบายการทำงานตามลำดับต่อไป

นายกพัทยาเปิดวิสัยทัศน์ BETTER PATTAYA V.2 ทำจริง ทำแล้ว ทำต่อ มอบแนวทางการทำงาน 3 เป้าหมาย 33+ นโยบาย

เวลา 13.30 น. ที่ห้องประชุมทัพพระยา ศาลาว่าการเมืองพัทยา จ.ชลบุรี นายไพรวัลย์ อารมณ์ชื่น ประธานสภาเมืองพัทยา พร้อมรองประธานสภาเมืองพัทยา สมาชิกสภาเมืองทัทยา และหัวหน้าส่วนราชการศาลาว่าการเมืองพัทยา ร่วมให้การต้อนรับนายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา

ตามลำดับพิธีการส่งมอบงานในหน้าที่ โดยนายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา ได้มอบประกาศรับรองผลการเลือกตั้งนายกเมืองพัทยาแก่นายเกียรติศักดิ์ ศรีวงษ์ชัย ปลัดเมืองพัทยา ก่อนปลัดเมืองพัทยา จะได้กล่าวต้อนรับและแสดงความยินดีกับนายปรเมศวร์ นายกเมืองพัทยาและคณะผู้บริหารเมืองพัทยา ต่อด้วยหัวหน้าส่วนราชการเมืองพัทยาจะแนะนำตัวและรายงานผลการปฏิบัติราชการตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม – 19 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา

และในเวลา 15.00 น. วันเดียวกัน นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา จะได้แนะนำทีมผู้บริหารเมืองพัทยา ประกอบด้วย นายวุฒิศักดิ์ เริ่มกิจการ รองนายกเมืองพัทยาคนที่ 1 นายมาโนช หนองใหญ่ รองนายกเมืองพัทยาคนที่ 2 นายกฤษณะ บุญสวัสดิ์ รองนายกเมืองพัทยาคนที่ 3 และนายดำรงค์เกียรติ พินิจการ รองนายกเมืองพัทยาคนที่ 4,

นายภูมิพิพัฒน์ กมลนาถ ประธานที่ปรึกษานายกเมืองพัทยา, คณะที่ปรึกษานายกเมืองพัทยาจำนวน 4 คน คือ นายธัชชัย สุภพรพสุพัฒน์, นางสาวยุวธิดา จีรภัทร์, นายปรีชา ค้าขาย และนางจิดาภา สุวัตถาภรณ์, นายบัญชา กุลละวณิชย์ เลขานุการนายกเมืองพัทยา และคณะผู้ช่วยเลขานุการนายกเมืองพัทยาจำนวน 3 คน คือ นายสุริวัฒน์ เริ่มกิจการ, นายชูเกียรติ หนองใหญ่, นายกรณ์ พัฒนสิน และนายวชิร ทองดีเลศ, นายไพรวัลย์ อารมณ์ชื่น ประธานสภาเมืองพัทยา, รองประธานสภาเมืองพัทยา และสมาชิกสภาเมืองพัทยา

จากนั้น นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา จะได้แถลงนโยบาย 3 เป้าหมาย 33 นโยบาย BETTER PATTAYA V.2 ทำจริง ทำแล้ว ทำต่อ เพื่อก้าวสู่การเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลก คุณภาพชีวิตระดับสากล ด้วยเป้าหมายยุทธศาสตร์ที่ 1 ด้านเศรษฐกิจ : สร้างระบบนิเวศทางเศรษฐกิจที่ยืดหยุ่นและสร้างรายได้ 24 ชั่วโมง ยุทธศาสตร์ที่ 2 ด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม : เมืองที่ดูแลผู้คนและฟื้นฟูธรรมชาติอย่างยั่งยืน และยุทธศาสตร์ที่ 3 เทคโนโลยีและการบริหารเมือง : โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ขับเคลื่อนและปกป้องเมือง

รวมทั้งหมดมากกว่า 33 นโยบาย คือ 1.พัทยา เมืองมาตรฐานแห่งการจัดเทศกาล 2.ยกระดับร้านค้าทุกงาน Night Festival 3.MICE Digital Twin Smart Economy 4.หมุดหมายคนรักสุขภาพ 5.City of Insurance เกาะล้าน 6.กีฬาสร้างเศรษฐกิจ สนามกีฬาภาคตะวันออกทำให้เสร็จ 7.Digital Nomad Hub 8.เมืองสร้างสรรค์ด้านภาพยนตร์ของยูเนสโก้ 9.Pattaya EEC Hub 10.Pattaya Go Green 11.Old Town นาเกลือ

12.อนุรักษ์ประมงพื้นบ้าน 13.โรงรับจำนำเพื่อคนรายได้น้อย 14.Happy Hub ศูนย์สร้างสุข พื้นที่แบ่งปันของคนทุกวัย 15.โรงเรียนผู้ปกครอง 16.ธนาคารเวลา 17.Child Protection Policy 18.ขยายโอกาสทางการศึกษา 19.เด็กพัทยาต้องว่ายน้ำเป็น 20.Open House ชี้เป้าเข้ามหาวิทยาลัย 21.สภาพลเมือง 22.ฝ่ากำแพงสู่ความเท่าเทียม 23.โครงการเพื่อดูแลคนกลางคืน 24.Safety City System 25.เพิ่มพื้นที่ป่าโกงกาง

26.Carbon Footprint 27.Solar Energy 28.เปลี่ยนขยะเป็นไฟฟ้า 29.เพิ่มศูนย์สุขภาพชุมชน 30.Free Hospital Transfer 31.ศูนย์พักพิงสุนัขจรจัด 32.ทวงคืนพื้นที่สาธารณะ 33.Road Safety Universal Design 34.ประปาเกาะล้าน 35.พัฒนาพื้นฐานโครงสร้างดิจิทัล 36.Pattaya Open Data และ 37.ระบบบำบัดน้ำเสียอัจฉริยะ ก่อนที่นายกเมืองพัทยาจะได้มอบนโยบายให้กับหัวหน้าส่วนราชการ และถ่ายภาพร่วมกัน เป็นอันเสร็จสิ้นพิธีการ

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / ชาวบ้านสุดทน!!กลัวไม่ปลอดภัยแจ้งตม.นครปฐม บุกรวบร้านอาหารป่า พบต่างด้าวกว่า10คน มั่วสุมส่งเสียงดังรวบตัวนายจ้าง ดำเนินคดี

วันที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ.2569 พ.ต.อ.จิรพงศ์ รุจิรดำรงค์ชัย ผกก.ตม.จังหวัดนครปฐม เปิดเผยว่า ได้รับเรื่องร้องเรียนจากชาวบ้านหมู่บ้านเพชรเกษม นครชัยศรีจังหวัดนครปฐมว่า บริเวณร้านอาหารป่าตั้งอยู่ใกล้แยกนครชัยศรี

มีต่างด้าวจำนวนมากกว่า10คนมารวมตัวมั่วสุมส่งเสียงดังเป็นประจำทุกวัน โดยชาวบ้านกลัวว่าจะไม่ปลอดภัยกับคนในหมู่บ้าน จึงได้สั่งการให้ พ.ต.ท.จิรโชติวัตน์ คล้ายคลึง รองผกก.ตม. พ.ต.ท.มิตรชัย พรมจันทร์ สารวัตร นำกำลังชุดปราบปรามของตม.นครปฐม เข้าตรวจสอบ

เมื่อไปถึงพบเป็นร้านอาหารป่า ตั้งอยู่หมู่1 ตำบลบางแก้ว อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม พบต่างด้าวชายหญิงกว่า10คน จับกลุ่มรวมตัวกันบริเวณร้านและตามซุ้มไม้ไผ่ มีเจ้จอย เป็นหญิงชาวไทยรับว่าเป็นเจ้าของร้านอาหารป่าดังกล่าว ทางเจ้าหน้าที่

จึงได้มีกะตรวจสอบเอกสารต่างๆแล้วสอบถามกับทางเจ้าของร้านยอมรับว่า คนงานชาวเมียนมาเป็นลูกจ้างของตน แต่ไม่ได้มีการแจ้งให้ถูกต้อง ตามกฎหมายแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวนายจ้างคนไทยพร้อมกับแจ้งข้อกล่าวหาว่ารับคนต่างด้าว เข้าทำงานโดยไม่แจ้งให้นายทะเบียนทราบภายใน15วัน

กำลังเจ้าหน้าที่ตม.อีกชุดได้มีการตรวจสอบแรงงานต่างด้าวกว่า10คน พบว่า ชาย1คนหญิง3คนได้แก่ MR. KYAW SUNอายุอายุ24ปี MISS NANH LAING HTWE อายุ31ปี MISS KHANG ZAR LIN อายุ45ปี MISS THI DAR AUNG อายุ 32ปี ทั้ง4คนสัญชาติเมียนมา เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหา เป็นคนต่างด้าว อยู่ในราชอาณาจักร

โดยการอนุญาต สิ้นสุด ไม่แจ้งให้นายทะเบียนทราบถึงผู้เป็นนายจ้าง และลักษณะงานภายใน15 วัน ส่วนต่างด้าวที่เหลืออีกกว่า10คน เจ้าหน้าที่ได้มีการทำประวัติและตรวจสอบเอกสารและพฤติกรรมอย่างละเอียดก่อนนำตัวทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.นครชัยศรี จังหวัดนครปฐมเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
ทรงพล/วีระเดช เกิงฝาก

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /รอง ผบ.ตร.เปิดปฏิบัติการ “พิทักษ์เชียงใหม่ ทลายเครือข่ายนอมินี” ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่

วันจันทร์ที่ 20 กรกฎาคม 2569 เวลา 07.30 น. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. มอบหมายให้ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปชก.ตร.) และหัวหน้าชุดปฏิบัติการปราบปรามคนต่างด้าวที่กระทำผิดกฎหมาย

เปิดปฏิบัติการ “พิทักษ์เชียงใหม่ ทลายเครือข่ายนอมินี” ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ทั้งหมด 18 เป้าหมาย โดยนำกำลังลงพื้นที่เข้าตรวจค้นบริเวณหมู่บ้านกาญจน์กนก 12 อ.สารภี จว.เชียงใหม่
จากนั้นในเวลา 08.30 น. พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. เป็นประธานในการแถลงสรุปผลการปฎิบัติการ โดยดำเนินคดีทั้งหมด 31 บริษัท ออกหมายจับ 22 หมาย จับกุม 8 ราย ประกอบด้วย

– สัญชาติจีน 2 ราย
– สัญชาติอินเดีย 2 ราย
– สัญชาติเมียนมา 3 ราย
– สัญชาติไทย 1 ราย

โดยมี พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5, พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.ประจำ สนง.ผบ.ตร., นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่, พล.ต.ต.พงษ์สยาม มีขันทอง รอง ผบช.ทท., พล.ต.ต.วรพงศ์ คำลือ รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่,

พล.ต.ต.สราวุธ คนใหญ่ ผบก.ตม.5 พร้อมด้วย พาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่, จัดหางานจังหวัดเชียงใหม่, สรรพากรพื้นที่เชียงใหม่ 1 และ 2, สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดเชียงใหม่, ประกันสังคมจังหวัดเชียงใหม่,

เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดเชียงใหม่, ตม.จว.เชียงใหม่, ท่องเที่ยวเชียงใหม่ รวมกว่า 150 นาย ร่วมให้การต้อนรับ เปิดปฏิบัติการและร่วมแถลงผลการปฏิบัติ ณ ห้องประชุมชั้น 2 อาคารอเนกประสงค์ ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / บริษัท เฮง เฮง พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ฝากขาย – ซื้อหรือเช่า อสังหาริมทรัพย์ทุกชนิด

เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2569 นางภานุลักษณ์ เทพวงศ์ษารองกรรมการผู้จัดการ ได้ขายบ้านให้ นายวิสวัสดิ์ อู่สุวรรณ ซื้อทาวน์เฮ้าส์สองชั้นบ้านหลังมุม 42.7 ตารางวา 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ หมู่บ้านเอชลิฟวิ่ง สเปช บ้านเลขที่ 54/193 หมู่ 5 ตำบลบึง อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี

โอนที่สำนักงานที่ดินจังหวัดชลบุรี สาขาศรีราชา เสี่ย เฮงๆ จัดให้ท่านใดสนใจอยากได้บ้านมือสองบ้านสวยๆ แถวศรีราชา เสี่ย ( เฮง เฮง ) ( บริษัท เฮง เฮง พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ) นายภูวดล พุทธ์เทศน์ กรรมการผู้จัดการบริษัท ฝากขาย – ซื้อหรือเช่า อสังหาริมทรัพย์ทุกชนิดสนใจติดต่อเบอร์โทรนี้ได้ 0917432784 0813291222 ( เฮง เฮง )

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /ทหารพรานที่ 2107 ตรวจยึดรถกระบะติดโครงหลังคาเหล็ก 2 คันขณะเตรียมส่งข้ามโขงไปฝั่งสปป.ลาว

เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2569 มีรายงานจากจังหวัดมุกดาหารว่า เจ้าหน้าที่กองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2107 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 (ร้อย.ฉก.ทพ.2107 ฉก.ทพ.21) จัดกำลังออกลาดตระเวนเฝ้าตรวจในพื้นที่รับผิดชอบ บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง บ้านโคก หมู่ 4 ตำบลโพธิ์ไทร อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร ภายหลังได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่าจะมีการลักลอบนำรถยนต์ข้ามไปยังประเทศเพื่อนบ้าน

ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ เจ้าหน้าที่ตรวจพบแสงไฟจากรถยนต์จำนวน 2 คัน พร้อมได้ยินเสียงเรือติดเครื่องยนต์แล่นมาจากฝั่ง สปป.ลาว มุ่งหน้าเข้ามายังบริเวณบันไดคอนกรีตริมแม่น้ำโขง ก่อนที่คนบนเรือจะใช้ไฟฉายส่องมายังจุดซุ่มของเจ้าหน้าที่ กระทั่งพบการซุ่มเฝ้าตรวจ จึงรีบหันหัวเรือกลับและเร่งเครื่องยนต์หลบหนีออกจากฝั่งไทยไปอย่างรวดเร็ว

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ได้แสดงตัวเข้าตรวจสอบรถยนต์กระบะทั้ง 2 คันที่จอดอยู่ริมตลิ่ง ทำให้ผู้ขับขี่รถทั้งสองคันเกิดอาการตกใจ ทิ้งรถและอาศัยความมืดรวมถึงความชำนาญในพื้นที่วิ่งหลบหนีไปได้ จากการตรวจสอบพื้นที่โดยรอบและตรวจค้นรถยนต์ทั้งสองคันไม่พบสิ่งผิดกฎหมายหรือสิ่งของต้องสงสัยภายในรถ เจ้าหน้าที่

จึงประสานหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่เข้าร่วมตรวจสอบ บันทึกภาพการตรวจยึด และจัดทำบันทึกการตรวจยึดไว้เป็นหลักฐาน ก่อนนำรถของกลางไปเก็บรักษาและตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมที่ฐานปฏิบัติการ ร้อย.ฉก.ทพ.2107 บ้านตาลรุ่ง หมู่ 12 ตำบลดอนตาล อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหารรถยนต์ของกลางที่ตรวจยึดได้ ประกอบด้วยรถยนต์กระบะติดตั้งโครงเหล็ก ยี่ห้อ Toyota Hilux Revo สีเทา ทะเบียน ผต 9366 นครปฐม

รถยนต์กระบะติดตั้งโครงเหล็ก ยี่ห้อ Isuzu Spark สีขาว ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนเบื้องต้น เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบหมายเลขตัวรถ หมายเลขเครื่องยนต์ และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อตรวจสอบว่ารถทั้งสองคันมีประวัติการโจรกรรมหรือเกี่ยวข้องกับขบวนการลักลอบนำรถยนต์ข้ามแดนหรือไม่ พร้อมเร่งสืบสวนติดตามตัวผู้หลบหนีมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

ข่าววันนี้ #ข่าวด่วน #CIAThailand #สำนักข่าวCIAประเทศไทย #มุกดาหาร #ดอนตาล #แม่น้ำโขง #ทหารพราน2107 #ฉกทพ21 #ชายแดนไทยลาว #ลักลอบข้ามแดน #ตรวจยึดรถ #ข่าวอาชญากรรม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /“เอมี่ ณัฐสินี” น่าจับตามอง! ตัวแทนชลบุรีสดใสในวัยสวย Thai Gala Night 2026 เสน่ห์หญิงไทย ชุดผ้าไทยวัฒนธรรมไทย

การประกวด Mrs. Thailand World 2026 จัดขึ้นภายใต้คอนเซปต์ “RISE UP HOPE” โดยมีผู้เข้าประกวดผ่านเข้ารอบสุดท้ายจำนวน 18 ท่าน กิจกรรมการเก็บตัวรวมถึงรอบ Thai Gala Night เพิ่งเสร็จสิ้นไป โดยรอบตัดสิน (Final Competition) จะจัดขึ้นในวันที่ 29 กรกฎาคม 2026 ที่ไอส์แลนด์ฮอลล์ ชั้น 3 ศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์

“เอมี่” ณัฐสินี จีระฐานิตกิติกุล ผู้เข้าประกวดหมายเลข 3 ตัวแทนจังหวัดชลบุรี บนเวที Mrs. Thailand World 2026 โดดเด่นด้วยความสง่างามและบุคลิกที่เปี่ยมด้วยเสน่ห์ ร่วมสร้างความประทับใจในค่ำคืน “Thai Gala Night 2026” ท่ามกลางบรรยากาศอันอบอุ่นที่ผสานความงดงามของศิลปวัฒนธรรมไทยไว้อย่างลงตัว

งาน Thai Gala Night 2026 ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญของการประกวด Mrs. Thailand World 2026 ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าประกวดจากทั่วประเทศได้ร่วมถ่ายทอดอัตลักษณ์ความเป็นหญิงไทย ผ่านการสวมใส่ผ้าไทยอันวิจิตร พร้อมร่วมสัมผัสการแสดงทางศิลปวัฒนธรรมที่ทรงคุณค่า สร้างความประทับใจให้กับผู้ร่วมงานตลอดค่ำคืน

สำหรับ “เอมี่” ณัฐสินี ในฐานะตัวแทนจังหวัดชลบุรี สามารถสะกดทุกสายตาด้วยลุคที่สง่างาม เปล่งประกายความมั่นใจ และถ่ายทอดเสน่ห์ของผู้หญิงไทยยุคใหม่ได้อย่างลงตัว จนได้รับคำชื่นชมจากผู้ร่วมงานและแฟนนางงามเป็นอย่างมาก

ค่ำคืนแห่งแรงบันดาลใจครั้งนี้ ไม่เพียงสะท้อนความงดงามของผ้าไทยและวัฒนธรรมไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นเวทีแห่งมิตรภาพ ความภาคภูมิใจ และความทรงจำอันแสนพิเศษ ที่ผู้เข้าประกวดทุกคนได้ร่วมกันสร้าง

ก่อนก้าวสู่การเก็บตัวและการแข่งขันในรอบต่อไปของเวที Mrs. Thailand World 2026 ที่เข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ โดยแฟนนางงามต่างจับตาว่า “เอมี่ ณัฐสินี” จะสามารถสร้างผลงานและคว้ามงกุฎแห่งเกียรติยศมาครองได้หรือไม่.

ทุกการกลับมา…ล้วนมีความหมาย Mrs. Thailand World 2026 ภายใต้คอนเซ็ปต์“RISE UP HOPE” จะเกิดเป็น “ปรากฏการณ์แห่งความหวัง” ที่งดงามที่สุดบนท้องฟ้า ปีนี้…ผู้หญิงทุกคนเปรียบเสมือน “ดาวหาง”ที่เคยเปล่งประกาย เคยส่องสว่างให้ผู้คนรอบตัวแต่วันหนึ่งอาจหลงลืมแสงของตัวเองจากบทบาทหน้าที่ของชีวิต การเป็นภรรยา การเป็นแม่ และการดูแลทุกคนรอบข้าง

เวทีแห่งนี้จึงไม่ใช่แค่การประกวดแต่คือการ “กลับมาโคจรอีกครั้ง”ของผู้หญิงที่พร้อมลุกขึ้นมาเปล่งประกายในแบบของตัวเอง
เพราะความงดงามของผู้หญิง…ไม่เคยดับหายไป เพียงแค่รอวันกลับมาส่องแสงอีกครั้งและเมื่อดาวหางทุกดวง จากทุกจังหวัดทั่วประเทศได้โคจรมาพบกันบนเวที Mrs. Thailand World 2026

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /“หมูแดง” ฮิปโปแคระสวนสัตว์โคราช ฟันธง เลือก “สเปน” คว้าแชมป์โลก ดวลคำทำนาย “หมูเด้ง” สร้างสีสันก่อนเกมนัดชิง

เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2569 ที่ศูนย์จัดแสดงฮิปโปแคระ สวนสัตว์นครราชสีมา นายธนชน เคนสิงห์ ผู้อำนวยการสวนสัตว์นครราชสีมา จัดกิจกรรมสร้างสีสันก่อนการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบชิงชนะเลิศ คู่ระหว่างทีมชาติสเปน พบ ทีมชาติอาร์เจนตินา ซึ่งจะแข่งขันในวันจันทร์ที่ 20 กรกฎาคม 2569 เวลา 02.00 น. โดยให้ “หมูแดง” ฮิปโปแคระเพศเมีย ร่วมทายผลการแข่งขัน ท่ามกลางความสนใจของนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาร่วมชมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก

ภายในกิจกรรม เจ้าหน้าที่ได้จัดเตรียมอาหารจำนวน 2 ถาด โดยปักธงชาติสเปนและธงชาติอาร์เจนตินาไว้ในแต่ละถาด อาหารทั้งสองชุดมีชนิดและปริมาณใกล้เคียงกัน ประกอบด้วยหญ้าสำหรับสัตว์ ฟักทอง แครอท มะละกอ และผักบุ้ง ซึ่งเป็นอาหารแบบผสมที่นักโภชนาการสัตว์จัดเตรียมไว้เพื่อให้ได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วน ก่อนปล่อยให้ “หมูแดง” เลือกถาดอาหารตามธรรมชาติ

ผลปรากฏว่า “หมูแดง” เดินตรงไปเลือกถาดอาหารที่ปักธงชาติสเปน ส่งผลให้การทำนายครั้งนี้ชี้ว่า ทีมชาติสเปนจะเป็นฝ่ายคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก สร้างความคึกคักและเสียงเชียร์จากผู้ที่มาร่วมชมกิจกรรม

นายธนชน เคนสิงห์ ผู้อำนวยการสวนสัตว์นครราชสีมา เปิดเผยว่า กิจกรรมให้ “หมูแดง” ทายผลการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบชิงชนะเลิศ จัดขึ้นเพื่อสร้างสีสันและความสุขให้กับประชาชนในช่วงเทศกาลการแข่งขันฟุตบอลโลก โดยหมูแดงมีอายุประมาณ 3 ปี เป็นสัตว์ที่มีพฤติกรรมเป็นธรรมชาติ การควบคุมการเลือกหรือการเคลื่อนไหวทำได้ค่อนข้างยาก ดังนั้นผลการเลือกจึงเกิดขึ้นตามสัญชาตญาณของสัตว์

ที่ผ่านมา หมูแดงเคยร่วมทายผลการแข่งขันกีฬาหลายครั้ง มีทั้งทายถูกและทายผิด ซึ่งถือเป็นกิจกรรมเพื่อความบันเทิงและสร้างรอยยิ้มให้กับนักท่องเที่ยวเท่านั้น ทางสวนสัตว์ไม่มีเจตนาสนับสนุนหรือส่งเสริมการพนันแต่อย่างใด ไม่ว่าผลการแข่งขันจะออกมาเป็นเช่นไร ก็ขอแสดงความยินดีกับทีมผู้ชนะ และขอเป็นกำลังใจให้ทีมที่พ่ายแพ้ พร้อมหวังว่าประชาชนชาวไทยจะมีความสุขกับการรับชมการแข่งขันฟุตบอลโลกในครั้งนี้

นายธนชนกล่าวเพิ่มเติมว่า การทายผลครั้งนี้ยังเป็นการประชันคำทำนายกับ “หมูเด้ง” ฮิปโปแคระชื่อดัง ซึ่งเลือกทีมชาติอาร์เจนตินา ทำให้ทั้งสองตัวเลือกทีมตรงข้ามกัน เพิ่มความสนุกและสีสันให้แฟนฟุตบอลได้ร่วมลุ้นว่า ระหว่างหมูแดงกับหมูเด้ง ใครจะทายผลได้แม่นยำกว่ากัน

อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าหมูเด้งทายผลผิดมาแล้ว 2 นัด ทำให้หลายคนจับตาว่า การทำนายของหมูแดงในครั้งนี้จะสามารถทายผลได้ถูกต้องและพลิกสถานการณ์กลับมาได้หรือไม่ ซึ่งทั้งหมดเป็นกิจกรรมเพื่อสร้างความสุข ความบันเทิง และส่งเสริมการท่องเที่ยวของสวนสัตว์นครราชสีมาในช่วงการแข่งขันฟุตบอลโลก

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / นิกร ส่งที่ปรึกษา รมว.พม. นั่งมอเตอร์ไซค์พ่วงข้างฝ่าทางลำบาก ลุยชุมชนริมรางรถไฟโคราช รับฟังปัญหาถึงบ้าน เร่งดันงบปี 2570 ช่วย 120 ครัวเรือน สานฝันมีบ้านมั่นคง

นครราชสีมา – ภาพที่สร้างความประทับใจให้กับชาวชุมชนริมทางรถไฟ เมื่อ นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ตัดสินใจนั่ง รถจักรยานยนต์พ่วงข้าง ฝ่าเส้นทางแคบและคดเคี้ยวเข้าไปยังชุมชนริมทางรถไฟและชุมชนเบญจรงค์ เขตเทศบาลนครนครราชสีมา เพื่อรับฟังปัญหาจากประชาชนด้วยตนเอง หลังรถยนต์ไม่สามารถเข้าถึงพื้นที่ได้ สะท้อนการทำงานเชิงรุกที่มุ่งเข้าถึงประชาชนทุกพื้นที่

การลงพื้นที่ครั้งนี้มีคณะผู้บริหารเทศบาลนครนครราชสีมา พร้อมด้วย นายสยาม นนท์คำจันทร์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. และแกนนำชุมชน ร่วมลงพื้นที่ติดตามคุณภาพชีวิตของประชาชนผู้มีรายได้น้อย ตามนโยบายของ นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ที่ผลักดันการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยอย่างยั่งยืน

สำหรับเป้าหมายสำคัญในปีงบประมาณ 2570 กระทรวง พม. และ พอช. เตรียมผลักดันโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยให้กับ ชุมชนสองข้างทางรถไฟ จำนวน 44 ครัวเรือน และชุมชนเบญจรงค์ จำนวน 76 ครัวเรือน รวม 120 ครัวเรือน ซึ่งได้รับผลกระทบจากโครงการพัฒนาระบบรางของภาครัฐ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดทำแผนและเสนอของบประมาณ เพื่อให้การช่วยเหลือเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้กระบวนการมีส่วนร่วมของคนในชุมชน

นายชนินทร์ กล่าวว่า จังหวัดนครราชสีมามีต้นแบบความสำเร็จด้านการพัฒนาที่อยู่อาศัยจากโครงการรองรับผู้ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง ซึ่งสามารถย้ายประชาชน 166 ครัวเรือน ไปยังพื้นที่รองรับแห่งใหม่ในเขตเทศบาลตำบลหัวทะเล ห่างจากพื้นที่เดิมเพียง 5 กิโลเมตร ทำให้ประชาชนยังสามารถประกอบอาชีพและดำรงวิถีชีวิตเดิมได้ โดยโมเดลดังกล่าวจะถูกนำมาต่อยอดใช้กับชุมชนริมทางรถไฟและชุมชนเบญจรงค์ เพื่อสร้างความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัยให้กับประชาชนในระยะยาว

ด้าน นางเดือน หรือ “ป้าดำ” อายุ 77 ปี ชาวชุมชน เปิดเผยว่า อาศัยอยู่ในพื้นที่แห่งนี้มานานกว่า 40 ปี จากเดิมเคยมีเพื่อนบ้านอยู่จำนวนมาก แต่ปัจจุบันเหลือบ้านเพียง 5 หลัง ทำให้รู้สึกคิดถึงบรรยากาศเก่า ๆ อย่างไรก็ตาม รู้สึกขอบคุณหน่วยงานภาครัฐที่เข้ามาช่วยเหลือและจัดหาที่อยู่อาศัยแห่งใหม่ เพราะที่ผ่านมาอาศัยอยู่ในสภาพแออัด คับแคบ และไม่มีทางเลือก แม้จะผูกพันกับพื้นที่เดิม แต่การมีบ้านที่มั่นคงและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ถือเป็นความหวังครั้งใหม่ของครอบครัวและชาวชุมชนทุกคน.

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

#สื่อรัฐทีวี#สื่อรัฐนิวส์ /นราธิวาสสะบัดธงวัฒนธรรม! เปิดฉาก “ตาดีกาสัมพันธ์ 69”รวมพลังเยาวชน 13 อ. ชิงชัยสู่เวที 5 จ. ชายแดนใต้

นราธิวาสกระหึ่ม! อบจ. จับมือมูลนิธิศูนย์ตาดีกา เปิดฉากมหกรรม ‘ตาดีกาสัมพันธ์ ประจำปี 2569’ อย่างยิ่งใหญ่ ยกทัพเยาวชน ครู และบุคลากรกว่า 5,800 ชีวิต จาก 13 อำเภอ ร่วมประชันทักษะวิชาการ-กีฬา-วัฒนธรรม มุ่งเฟ้นหาสุดยอดตัวแทนชิงแชมป์ระดับ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ปัตตานี พร้อมปักหมุดสร้างสังคมเข้มแข็งด้วยคุณธรรมและอัตลักษณ์ท้องถิ่น

วันที่18 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา ณ สนามกีฬากลางองค์การบริหารส่วนจังหวัดนราธิวาส นายกูเซ็ง ยาวอหะซัน นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนราธิวาส ได้เป็นประธานในพิธีเปิด “โครงการมหกรรมตาดีกาสัมพันธ์จังหวัดนราธิวาส ประจำปี 2569” อย่างเป็นทางการ

สำหรับการจัดงานในครั้งนี้เป็นความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่าง องค์การบริหารส่วนจังหวัดนราธิวาส และ มูลนิธิศูนย์ตาดีกานราธิวาส โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเปิดเวทีให้เยาวชนจากศูนย์ตาดีกาได้แสดงศักยภาพ ความรู้ ความสามารถ และพัฒนาทักษะรอบด้าน ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ สืบสานอัตลักษณ์ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตอันดีงามของท้องถิ่นให้คงอยู่สืบไป

“งานตาดีกาสัมพันธ์ไม่ได้เป็นเพียงแค่การแข่งขัน แต่คือเวทีสำคัญในการพัฒนาเยาวชนควบคู่กับการปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม และความสามัคคี ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างสังคมที่เข้มแข็งและยั่งยืน”

สำหรับงานในปีนี้ กำหนดจัดขึ้นอย่างเต็มอิ่ม 3 วัน 3 คืน ระหว่างวันที่ 17 – 19 กรกฎาคม 2569 โดยมีผู้เข้าร่วมงานทั้งนักเรียน ครูผู้สอน และเจ้าหน้าที่จากชมรมตาดีกาทุกอำเภอรวมกว่า 5,800 คน มาร่วมสร้างสีสันและชิงชัยใน 4 ประเภทกิจกรรมหลัก ได้แก่การประกวดขบวนแห่ทางวัฒนธรรมท้องถิ่นสะท้อนความร่วมมือของชุมชนและอัตลักษณ์อันทรงคุณค่า การประกวดภาคเวที การแสดงออกอย่างสร้างสรรค์และการพูด

การประกวดและแข่งขันภาควิชาการ การทดสอบความรู้รวมถึงการอ่านอัลกุรอานการแข่งขันภาคสนาม กีฬาและการทดสอบทักษะทางกายภาพ ซึ่งเยาวชนผู้ชนะเลิศในแต่ละประเภทจะได้รับเกียรติเป็น “ตัวแทนจังหวัดนราธิวาส” เพื่อเดินทางไปร่วมแข่งขันใน มหกรรมตาดีกาสัมพันธ์ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ครั้งที่ 27 ซึ่งในปีนี้มี จังหวัดปัตตานี เป็นเจ้าภาพ

โดยบรรยากาศภาพรวมเป็นไปอย่างคึกคักและได้รับความสนใจจากประชาชนในพื้นที่อย่างล้นหลาม โดยพ่อแม่ผู้ปกครองต่างพร้อมใจกันส่งบุตรหลานเข้าร่วมแข่งขันทั้งในภาควิชาการและภาคสนาม ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า “ตาดีกาสัมพันธ์” คือเทศกาลแห่งความภาคภูมิใจที่คนในพื้นที่ให้ความสำคัญในการร่วมกันธำรงรักษาวัฒนธรรม และพร้อมผลักดันให้เยาวชนเติบโตเป็นกำลังหลักที่มีคุณภาพของท้องถิ่นต่อไป
/////////////
ข่าว/กรียา เต๊ะตานี/นราธิวาส/0896579170

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /ชายแดนมุกดาหารเข้ม! ทหารพรานสกัดจับหนุ่มลำพูนใช้รถกระบะเชียงใหม่ลอบขนอะโวคาโดเถื่อน 2.7 ตัน

เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2559 เจ้าหน้าที่กองร้อยทหารพรานที่ 2103 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 (ร้อย.ทพ.2103 ฉก.ทพ.21) ร่วมกับชุดปฏิบัติการข่าว สำนักการข่าว กอ.รมน., ขกท.กกล.ฯ, ชปข.7

กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี และหน่วยงานความมั่นคงอำเภอหว้านใหญ่ สนธิกำลังปฏิบัติภารกิจติดตามและสกัดกั้นการลักลอบนำเข้าสินค้าผิดกฎหมาย บริเวณถนนทางหลวงหมายเลข 3015 บ้านบางทรายน้อย หมู่ 1 ตำบลบางทรายน้อย อำเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร

การปฏิบัติครั้งนี้สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่าจะมีการลักลอบขนสินค้าหนีภาษีที่ไม่ผ่านพิธีการศุลกากรเข้ามาในพื้นที่ จึงวางกำลังเฝ้าตรวจและติดตามอย่างใกล้ชิด

กระทั่งสามารถสกัดจับรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ สีเทา ทะเบียน ยม 623 เชียงใหม่ ซึ่งมี นายธนดล ชิลนาค อายุ 35 ปี ชาวอำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน เป็นผู้ขับขี่

จากการตรวจสอบภายในรถ พบอะโวคาโดบรรจุอยู่ในตะกร้าจำนวน 100 ตะกร้า น้ำหนักรวมประมาณ 2,700 กิโลกรัม ซึ่งเป็นสินค้าที่ไม่ผ่านพิธีการศุลกากร เจ้าหน้าที่จึงทำการตรวจยึดไว้เป็นของกลาง พร้อมควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งด่านศุลกากรมุกดาหาร เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

เจ้าหน้าที่ระบุว่าจะยังคงเพิ่มความเข้มงวดในการลาดตระเวนและสกัดกั้นการลักลอบนำเข้าสินค้าผิดกฎหมายตามแนวชายแดน เพื่อป้องกันการหลีกเลี่ยงภาษีและรักษาผลประโยชน์ของประเทศ
ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร 092-5259777

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /ชาวสบสาย “เดือดหนัก”หลังรถไฟทำเรื่องยุ่ง กรณีออกแบบถนนเข้าหมู่บ้านต่ำกว่าระดับน้ำในนาข้าว

ตามที่ปัญหาน้ำท่วมขังบริเณเส้นทางลอดใต้ทางรถไฟ บริเวณหมู่ที่ 5 ตำบลสบสาย อำเภอสูงเม่น จังหวัดแพร่ มีระดับน้ำสูงถึง 1 เมตร จนชาวบ้านไม่สามารถเดินทางเข้าออกหมู่บ้านได้ สาเหตุสำคัญมาจากการรถไฟแห่งประเทศไทยได้ตัดเส้นทางเข้าหมู่บ้าน เพื่อวางรางรถไฟ และมีการสร้างทางใหม่ลอดใต้ทางรถไฟ ซึ่งบริเวณจุดลอดใต้ทางรถไฟเนื่องจากมีลักษณะต่ำ โดยใช้ความสูงได้เพียง 2.50 เมตร ผิวถนนอยู่ต่ำกว่าระดับน้ำในนาข้าว ปกติแล้วเมื่อเข้าฤดูฝน น้ำท่วมบริเวณดังกล่าวมีระดับสูงถึง 1 เมตร รถยนต์ผ่านไม่ได้ ทำให้ชาวบ้านออกมาร้องเรียนเป็นจำนวนมาก

อีกทั้งปัญหาช่องลอดมีระดับต่ำมากรถบรรทุกขนาดกลางไม่สามารถได้ และยิ่งเป็นสำคัญต่อชีวิตของพี่น้องชาวบ้าน คือ รถพยาบาล รถดับเพลิงไม่สามารถใช้เส้นทางได้จนทำให้ชาวบ้านเกือบทั้งตำบลได้รับความเดือดร้อนล่าสุดเมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ทางนางสาวบุษบา เดือนดาว นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสบสาย พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร , สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลสบสาย นางสาวิตรี รูปแก้ว ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 5 ตำบลสบสาย ผู้นำชุมชนตำบลสบสาย , นายปิยะวัฒน์ พูลสวัสดิ์ ส.อบจ.แพร่ ,

และสส.เบน นางสาวชนกนันท์ ศุภศิริ สส.แพร่ เขต 1 , พระมหานันทวัฒน์ฯ เจ้าอาวาสวัดสบสาย และชาวตำบลสบสาย โดยมี นายสุริยา รุจีฤกษ์ ผู้จัดการฝ่ายก่อสร้าง กิจการร่วมค้า ITD เนาวรัตน์ ในฐานะ ผู้แทนการรถไฟแห่งประเทศไทย และผู้รับผิดชอบโครงการก่อสร้างทางรถไฟสายเด่นชัย–เชียงราย–เชียงของ นายช่างผู้ควบคุมงาน ร่วมประชุมปรึกษาหารือ เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังบริเวณอุโมงค์ทางลอดรถไฟ และไม่ให้มีน้ำท่วมขัง ที่สำคัญต้องให้รถยนต์ที่มีความสูงเกิน 2.5 เมตร สัญจรไป – มาได้ด้วย

สำหรับผลของการหารือมีแนวทางแก้ไข ปัญหาร่วมกัน คือ 1. การแก้ไขปัญหาเบื้องต้นทางการรถไฟแห่งประเทศไทยมอบให้ผู้รับเหมาดำเนินการติดตั้งปั๊มแช่ดูดโคลน ขนาด 3 แรงม้า ระบบออโต้ พร้อมระบบสั่งการผ่านมือถือ จำนวน 2 จุด ฝั่งตะวันออก – ตะวันตกของทางรถไฟ เพื่อดำเนินการสูบน้ำออก จากบริเวณอุโมงค์ทางลอดหากมีน้ำท่วมขัง และนำกระสอบทรายมากั้นเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำไหลทะลักเข้าบริเวณ อุโมงค์ทางลอด 2. การแก้ไขปัญหาระยะยาว การรถไฟแห่งประเทศไทยมอบให้ผู้รับเหมาดำเนินการ จะออกแบบในการป้องกันมิให้เกิด ปัญหาน้ำท่วมขัง โดยการก่อสร้างพนังคอน

กรีตเสริมเหล็ก ทั้งฝั่งทิศตะวันตกและตะวันออกของอุโมงค์ทางลอด ที่มีความสูงประมาณ 1.20 เมตร และทำรางระบายน้ำรูปตัวยูจากจุดอุโมงค์ทางลอดไปถึงห้วยร่องโป่งขนานกับทางรถไฟทั้งสองด้าน เพื่อป้องกันมิให้น้ำที่ทำการเกษตรไหลทะลักเข้าอุโมงค์ทางลอดรถไฟ ออกแบบก่อสร้างรางระบายน้ำ รูปตัวยูคอนกรีตเสริมเหล็กพร้อมติดตั้งบ่อพักและเครื่องปั๊มน้ำขนาด 3 แรงม้า แบบอัตโนมัติเพื่อสูบน้ำออกบริเวณที่ น้ำท่วมขัง

3. ข้อ เสนอแนะเพิ่มเติมที่ประชุมมีการเสนอให้โครงการ ฯ ดำเนินการก่อสร้างสะพาน (Overpass)ข้ามทางรถไฟ เส้นทางบ้านวังวน – สบสายเป็นการเชื่อมถนนเดิมเพื่อให้รถยนต์ที่มีความสูงเกิน 2.50 เมตร สัญจรไป – มาได้ก่อนที่ยังไม่ใช้ทางรถไฟ ให้โครงการฯ ถมดินถนนเดิมเป็น การชั่วคราวเพื่อใช้สัญจรไป – มา ช่วงที่ทำสะพานไม่แล้วเสร็จและก่อสร้างรางระบายน้ำจากบริเวณถนนทางเลียบทางรถไฟ ทั้งสองด้านเชื่อมต่อไป ไปยังห้วยร่องโป่ง เพื่อระบายน้ำลดปัญหา

น้ำไหลทะลักเข้าอุโมงค์ทางลอด และหมู่บ้านเวียงผาพิณในการนี้องค์การบริหารส่วนตำบลสบสาย จะประสานและติดตามความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหากับ การรถไฟแห่งประเทศไทย ต่อไป”จากจุดที่เกิดปัญหาน้ำท่วมขังคือ จุดตัดทางเข้าหมู่บ้านหมู่ที่ 2 ตำบลสบสายตัดกับทางรถไฟสายใหม่มีปัญหามาก่อนหน้านี้แล้ว โดยชาวสบสายพยายามเรียกร้องในเวทีประชาคม และมีการร้องเรียนหลายครั้งในประเด็นรถยนต์ขนาดใหญ่ไม่สามารถ

สัญจรได้รวมทั้งเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมเส้นทาง แต่การรถไฟแห่งประเทศไทยพร้อมทั้งส่วนราชการที่เกี่ยวข้องรวมทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่ให้ความสำคัญกับเสียงเรียกร้อง จนปัจจุบันการก่อสร้างดำเนินไปอย่างต่อเนื่องและสภาพปัญหาที่ชาวบ้านหวั่นกลัวก็เกิดขึ้น ถ้ามีการแก้ไขแบบแปลนการก่อสร้างในช่วงต้นๆของโครงการก็จะไม่เกิดปัญหาตามมาเช่นในปัจจุบัน อย่างไรก็ตามขณะนี้ชาวสบสายยังคงต้องได้รับความเดือดร้อนต่อไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ธีรพงษ์ #ธงออน/#แพร่รายงาน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /โคราชแห่ต้อนรับ วงโยธวาทิตราชสีมาวิทยาลัย คว้ารางวัลเหรียญทองระดับโลก แข่งขัน WMC 2006 ที่เนเธอร์แลนด์

โคราชแห่ต้อนรับ วงโยธวาทิตราชสีมาวิทยาลัย ที่คว้ารางวัลเหรียญทองระดับโลก จากการแข่งขัน WMC 2006 ที่เนเธอร์แลนด์ พร้อมโชว์เต็มวงสุดอลังการห้างวิชโก้ มอบเงินสนับสนุน 100,000 บาท ก่อนปิดร้านเลี้ยงสุกี้ตี๋น้อยฉลองชัย

นครราชสีมา เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 17 กรกฎาคม 2569 บรรยากาศที่ห้างวิชโก้ สาขาหัวทะเล อำเภอเมืองนครราชสีมา เต็มไปด้วยความคึกคัก หลังจัดงานต้อนรับและแสดงความยินดีกับวงโยธวาทิตโรงเรียนราชสีมาวิทยาลัย เจ้าของผลงานคว้า 2 แชมป์ ประเภทประชันกลองและเดินแถวมาร์ชชิ่ง จากการแข่งขันโยธวาทิตนานาชาติที่ประเทศเยอรมนีและอีก 3 แชมป์ จากการแข่งขันWorld Music Contest (WMC) 2026 ณ ประเทศเนเธอร์แลนด์ ประกอบด้วยรางวัลผู้ทำคะแนนสูงถึง 95.750 คะแนน ได้รับ

รางวัลเหรียญทองเกียรติยศ , รางวัล Day Prize คะแนนสูงสุดประจำวัน และรางวัล Best Wind เครื่องเป่ายอดเยี่ยม บนเวทีที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในการแข่งขันวงโยธวาทิตที่ยิ่งใหญ่และทรงเกียรติที่สุดของโลก ราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ก่อนที่คณะนักเรียน ครู และทีมงาน จะร่วมฉลองความสำเร็จด้วยการรับประทานอาหารที่ร้านสุกี้ตี๋น้อย พลัส สาขาวิชโก้ หัวทะเล ซึ่งเปิดร้านต้อนรับเป็นกรณีพิเศษตามความต้องการของน้อง ๆ

นายจิรพนธ์ จันทร์ศิริ ประธานวงโยธวาทิตโรงเรียนราชสีมาวิทยาลัย เปิดเผยว่า การคว้าแชมป์โลกทั้ง 4 รายการเป็นเหมือนความฝัน เพราะก่อนเดินทางแข่งขันทุกคนเพียงตั้งใจทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ไม่ได้คาดหวังว่าจะประสบความสำเร็จถึงระดับนี้ พร้อมขอบคุณกำลังใจและการสนับสนุนจากคนไทยทุกภาคส่วน ยืนยันว่าทุกคนลงแข่งขันด้วยหัวใจที่ต้องการสร้างชื่อเสียงให้โรงเรียนและประเทศไทย ไม่ได้หวังผลตอบแทน

สำหรับเหตุผลที่อยากรับประทานอาหารไทยหลังเดินทางกลับ เนื่องจากระหว่างอยู่ต่างประเทศส่วนใหญ่รับประทานขนมปังและอาหารตะวันตก จึงคิดถึงรสชาติอาหารไทยเป็นอย่างมาก แม้จะมีคนไทยในเยอรมนีนำอาหารไทยมาให้รับประทานจนรู้สึกอบอุ่นและหายคิดถึงบ้านก็ตาม

ด้านนายนิสิทธิ์ ส่งสุข ผู้อำนวยการโรงเรียนราชสีมาวิทยาลัย กล่าวว่า ความสำเร็จครั้งนี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือของทุกภาคส่วนที่ร่วมสนับสนุนทั้งกำลังใจและงบประมาณ จนทำให้คณะนักเรียนสามารถเดินทางไปแข่งขันในเวทีระดับโลกได้ พร้อมขอบคุณประชาชนชาวไทยที่ติดตาม ส่งแรงเชียร์ และร่วมภาคภูมิใจในความสำเร็จของเยาวชนไทย ซึ่งจะเป็นแรงผลักดันสำคัญให้สมาชิกวงทุกคนมุ่งมั่นพัฒนาศักยภาพด้านดนตรีต่อไปในอนาคต

ขณะที่นายนิธิศ ฤทธิวัชร ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและพัฒนาธุรกิจ ห้างวิชโก้ โคราช เปิดเผยว่า การจัดงานครั้งนี้เป็นไปอย่างเร่งด่วน หลังได้รับการประสานจากทางโรงเรียนเมื่อช่วงเวลาประมาณ 23.00 น. ของคืนก่อนจัดงาน จึงเร่งเตรียมเวที ระบบแสง สี เสียง และพื้นที่ทั้งหมดให้พร้อม โดยอาศัยลานกิจกรรมและเวทีหมอลำที่มีอยู่เดิม

เพื่อให้การต้อนรับเป็นไปอย่างสมเกียรติ พร้อมทั้งมอบเงินสนับสนุนวงโยธวาทิตจำนวน 100,000 บาท ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากนายพันเลิศ วิชชาพิณประธานกรรมการบริษัท สยามวิชโก้ จำกัด นางวิชชุดา พรหโมบล รองประธานกรรมการ บริษัท สยามวิชโก้ จำกัด เพื่อเป็นกำลังใจแก่เยาวชนที่สร้างชื่อเสียงให้จังหวัดนครราชสีมาและประเทศไทย พร้อมชื่นชมความทุ่มเทของนักเรียนทุกคน และเชิญชวนประชาชนร่วมสนับสนุนเยาวชนไทยให้ก้าวสู่เวทีระดับโลกต่อไป

ภาพ ประสิทธิ์ วนะชกิจ/ข่าว.กันตินันท์ เรืองประโคน

#สื่อรัฐทีวี #สื่อรัฐนิวส์ / ป.ป.ท. ประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณาและคัดเลือกเครือข่ายต้นแบบด้านการป้องกันและเฝ้าระวังการทุจริต ครั้งที่ 2/2569

วันที่ 17 กรกฎาคม 2569 เวลา 09.30 น. นายเอกชัย เกษมสุขธวัช รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. ในฐานะอนุกรรมการพิจารณาและคัดเลือกเครือข่ายต้นแบบในการป้องกันและเฝ้าระวังการทุจริต

เข้าร่วมการประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณาและคัดเลือกเครือข่ายต้นแบบในการป้องกันและเฝ้าระวังการทุจริต ครั้งที่ 2/2569 เพื่อร่วมพิจารณาและคัดเลือกเครือข่ายต้นแบบด้านการป้องกันและเฝ้าระวังการทุจริต

โดยมี นายวิเชียร พุฒิวิญญู กรรมการ สปท. ป.ป.ท. ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการพิจารณาและคัดเลือกเครือข่ายต้นแบบในการป้องกันและเฝ้าระวังการทุจริต เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยกรรมการ ผู้แทนภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ผู้ทรง

คุณวุฒิ และเจ้าหน้าที่กองป้องกันการทุจริตในภาครัฐ สำนักงาน ป.ป.ท. เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมชั้น 28 (ห้องประชุมใหญ่) สำนักงาน ป.ป.ท. อาคารซอฟต์แวร์ปาร์ค ตำบลคลองเกลือ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี และผ่านระบบประชุมออนไลน์ Zoom Meeting

สำหรับการประชุมครั้งนี้ คณะอนุกรรมการฯ ได้ร่วมพิจารณาและคัดเลือกเครือข่ายต้นแบบในการป้องกันและเฝ้าระวังการทุจริตที่ผ่านการกลั่นกรองจากคณะทำงานพิจารณาการสมัครและคัด

เลือกเครือข่ายต้นแบบของสำนักงาน ป.ป.ท. เขตพื้นที่ทั่วประเทศ โดยมีเครือข่ายเข้ารับการพิจารณาทั้งสิ้น 26 เครือข่าย ประกอบด้วยหน่วยงานภาครัฐ จำนวน 21 เครือข่าย และภาคประชาชนและภาคเอกชน จำนวน 5 เครือข่าย

ทั้งนี้ การคัดเลือกเครือข่าย PACC ต้นแบบ มีเป้าหมายเพื่อให้การดำเนินงานด้านการป้องกันและเฝ้าระวังการทุจริตเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และเป็นธรรม ตลอดจนสร้างแรงจูงใจให้ภาคประชาสังคมและทุกภาคส่วนเข้ามา

มีส่วนร่วมในการเฝ้าระวังการทุจริตมากยิ่งขึ้น พร้อมขยายเครือข่ายความร่วมมือให้ครอบคลุมทั่วประเทศ อันจะนำไปสู่การสร้างสังคมไทยที่โปร่งใสและปราศจากการทุจริตอย่างยั่งยืน

ขอขอบคุณ …… ภาพ/เนื้อหา จาก สื่อสารองค์กร สำนักงาน ป.ป.ท.

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / กรมคุ้มครองสิทธิฯ มอบเงินเยียวยา 3 ล้านบาท แก่ทายาทพระมรณภาพ 10 รูป เหตุรถชนคณะพระธุดงค์ที่มุกดาหาร

เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ที่ห้องประชุมแก้วกินรี ศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร พันตำรวจเอก อิทธิกร จิรัตนานนท์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานในพิธีมอบเงินเยียวยาผู้เสียหายในคดีอาญา กรณีอุบัติเหตุรถกระบะพุ่งชนคณะพระภิกษุระหว่างเดินจาริกธุดงค์ ภายใต้กิจกรรม “คุ้มครองคน คุ้มครองสิทธิ : เพื่อสร้างวิถีชีวิตแห่งความเป็นธรรม”

ภายในพิธีมี นายไตรยฤทธิ์ เติมหิวงศ์ อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ พร้อมด้วย นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร, พระราชรัตนโมลี เจ้าคณะจังหวัดมุกดาหาร, พระวิฑูรวชิรโมลี รองเจ้าคณะจังหวัดมุกดาหาร หัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และทายาทของพระภิกษุผู้มรณภาพ เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง

ในการนี้ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม ได้มอบเงินเยียวยาแก่ทายาทของพระภิกษุผู้มรณภาพ จำนวน 10 ราย รายละ 300,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 3,000,000 บาท ตามพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและสร้างหลักประกันด้านสิทธิให้แก่ครอบครัวผู้สูญเสียจากคดีอาญา

เหตุการณ์ดังกล่าวสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 เด็กชายอายุ 11 ปี ขับรถยนต์กระบะเสียหลักพุ่งชนคณะพระภิกษุที่กำลังเดินจาริกธุดงค์อยู่ริมถนนสายมุกดาหาร–ดอนตาล บริเวณบ้านนาเวียงแก ตำบลนาสีนวน อำเภอเมืองมุกดาหาร ส่งผลให้พระภิกษุมรณภาพรวม 10 รูป ได้แก่ พระภิกษุสำรวย ระวัง,

พระภิกษุศักดิ์ดา สีลา, พระภิกษุชัยสอน นันทะสิงห์, พระภิกษุรัชตะ ทองบุราณ, พระภิกษุคำสิงห์ ชัยเลิศ, พระภิกษุโยธิน วรรณศรี, พระภิกษุยุทธ พงศ์วิเศษ, พระภิกษุนิคม อังกาบ, พระภิกษุสุรศักดิ์ ปิ่นละออ และพระภิกษุสาคร คลังสูงเนิน นอกจากนี้ยังมีพระภิกษุได้รับบาดเจ็บอีกหลายรูป นับเป็นเหตุการณ์ความสูญเสียครั้งใหญ่ที่สร้างความสะเทือนใจแก่พุทธศาสนิกชนและประชาชนทั่วประเทศ

พันตำรวจเอก อิทธิกร กล่าวว่า การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและเผยแพร่การให้บริการของกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพแก่ประชาชนผู้ตกเป็นผู้เสียหายในคดีอาญา ให้ได้รับสิทธิตาม พระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2559 รวมทั้งให้ความช่วยเหลือผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญาอย่างทั่วถึง

พร้อมนำบริการด้านการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพตามมาตรฐานสากลลงสู่ประชาชนในพื้นที่ ครอบคลุมทุกจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมและการเยียวยาจากภาครัฐได้อย่างรวดเร็ว เป็นธรรม และมีประสิทธิภาพ

การมอบเงินเยียวยาในครั้งนี้ ถือเป็นการดำเนินงานเชิงรุกของกระทรวงยุติธรรมและกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ในการคุ้มครองสิทธิของผู้เสียหายในคดีอาญา โดยเร่งรัดการช่วยเหลือครอบครัวผู้สูญเสียให้ได้รับการเยียวยาโดยเร็ว พร้อมสร้างความเชื่อมั่นว่าประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากคดีอาญาจะได้รับการดูแลตามสิทธิที่กฎหมายกำหนดอย่างเป็นธรรมและทั่วถึง

ภาพ/ข่าว ชูโรจน์ – เดวิดโชคชัย 092-5259777

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /บุกโรงพักมุกดาหาร! พี่ชาย ‘พระนิคม’ นำทีมทายาทจี้ร้อยเวร ทวงความคืบหน้าคดีรถชนคณะพระธุดงค์มรณภาพ 10 รูป

เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม นายชัยฤทธิ์ อังกาบ พี่ชายของพระนิคม อังกาบ ในฐานะตัวแทนผู้สูญเสีย ได้เป็นแกนนำในการนำทายาทและครอบครัวพระธุดงค์ เดินทางไปยังสถานีตำรวจภูธรเมืองมุกดาหาร เพื่อเข้าพบพนักงานสอบสวนเจ้าของคดี (ร้อยเวร) เพื่อจี้ถามความคืบหน้าและทวงถามความเป็นธรรมในคดีอุบัติเหตุรถกระบะพุ่งชนคณะพระภิกษุสงฆ์ระหว่างเดินจาริกธุดงค์ จนเป็นเหตุให้มีพระภิกษุมรณภาพ

นายชัยฤทธิ์ เปิดเผยถึงความคืบหน้าหลังเข้าพบเจ้าหน้าที่ว่า ในส่วนของตนได้เข้าให้ปากคำต่อพนักงานสอบสวนเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว ส่วนญาติและตัวแทนครอบครัวพระธุดงค์รูปอื่นๆ ได้เดินทางมาร่วมให้ปากคำในวันนี้ประมาณ 5-6 ครอบครัว ขณะที่ทายาทส่วนที่เหลือมีความจำเป็นต้องเดินทางกลับภูมิลำเนาก่อนเนื่องจากติดภารกิจสำคัญ ซึ่งทางพนักงานสอบสวนจะทำการนัดหมายและแจ้งผลในนัดหน้าอีกครั้งว่าจะนัดพบทายาทที่เหลือเพื่อสอบปากคำเพิ่มเติมวันไหน

สำหรับการเดินทางมาจังหวัดมุกดาหารในครั้งนี้ สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ ทางกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ได้จัดพิธีมอบเงินเยียวยาผู้เสียหายในคดีอาญาให้แก่ทายาทของพระธุดงค์ที่มรณภาพครบทั้ง 10 รูป ณ ศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร ซึ่งแต่เดิมคณะญาติทั้งหมดได้นัดหมายกันว่าจะเดินทางมาพบพนักงานสอบสวนพร้อมกันหลังเสร็จพิธี ก่อนที่จะมีบางส่วนแยกย้ายกลับไปก่อนตามภารกิจดังกล่าว

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงท่าทีของฝั่งคู่กรณี นายชัยฤทธิ์ ระบุว่า จากการสอบถามร้อยเวรทราบว่า ฝั่งคู่กรณียังไม่ได้เข้าให้ปากคำเพิ่มเติม โดยทางเจ้าหน้าที่อ้างว่าพ่อและแม่ของเด็กคนขับสภาพจิตใจยังย่ำแย่ จึงยังไม่ได้เรียกตัวมาสอบสวนในตอนนี้และต้องรอการนัดหมายอีกครั้ง ทั้งนี้ ตนไม่ทราบแน่ชัดว่าตัวเด็กและมารดายังคงรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลพระศรีมหาโพธิ์ จังหวัดอุบลราชธานี หรือไม่ ทราบเพียงข้อมูลจากร้อยเวรว่าฝั่งนั้นต้องทานยาคลายเครียดเท่านั้น

นายชัยฤทธิ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า หลังจากนี้ตนจะประสานงานร่วมกับ คุณออย แสงศิลป์ (นายชยธร ทองบุราณ) โดยจะให้คุณออยเป็นตัวหลักในการประสานงานและติดตามความคืบหน้าเพื่อเร่งรัดพนักงานสอบสวนอย่างใกล้ชิด พร้อมวอนขอความกรุณาจากพี่น้องสื่อมวลชนทุกแขนงให้ช่วยกันเกาะติดสถานการณ์และกระตุ้นคดีอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเป็นคดีสำคัญระดับประเทศที่ไม่ควรปล่อยให้เรื่องเงียบหายไป และต้องการคืนความยุติธรรมให้แก่คณะพระธุดงค์อย่างถึงที่สุด
ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

รถชนพระธุดงค์มุกดาหาร #ทายาทพระธุดงค์บุกโรงพัก #ทวงความคืบหน้าคดีชนพระ #พระนิคมอังกาบ #สภเมืองมุกดาหาร #ออยแสงศิลป์ #ข่าวมุกดาหาร #ข่าววันนี้ #ข่าวด่วน #CIAThailand #สำนักข่าวCIAประเทศไทย

#สื่อรัฐทีวี #สื่อรัฐนิวส์ / ชาวชุมพรสุดภาคภูมิใจ! 5 นักเตะสาวชาวชุมพร พาทีมชาติไทยคว้าอันดับ 3 โลก ศึกฟุตบอลหญิงยูนิฟายด์ เวิลด์คัพ 2026

สร้างความภาคภูมิใจให้กับชาวจังหวัดชุมพรและคนไทยทั้งประเทศ เมื่อทีมฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย ประเภท 7 คน คว้าอันดับ 3 ของโลก ในการแข่งขัน Special Olympics Unified Football World Cup 2026 ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส

ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 5–11 กรกฎาคม 2569 ทีมชาติไทยเป็นทีมเดียวจากภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่ผ่านเข้าร่วมการแข่งขัน และสามารถสร้างผลงานยอดเยี่ยมด้วยการคว้าเหรียญทองแดง พร้อมรับรางวัล Best Partner Team (ทีมพาร์ทเนอร์ยอดเยี่ยม) สะท้อนถึงการทำงานเป็นทีมและจิตวิญญาณแห่งกีฬาที่ยอดเยี่ยม

ผลการแข่งขันประเภททีมหญิง (7 คน) อันดับ 1 กัวเตมาลาอันดับ 2 คอสตาริกา อันดับ 3 ประเทศไทย ความสำเร็จครั้งนี้มีนักกีฬาจากจังหวัดชุมพรร่วมสร้างประวัติศาสตร์ถึง 3 คน ซึ่งเป็นศิษย์เก่าโรงเรียนอุดมวิทยากร สังกัดกองการศึกษา เทศบาลเมืองหลังสวน ได้แก่ นางสาวณัฐธิดา สมชาติ
นางสาวธิดาทิพย์ ปานแก้ว กัปตันทีม นางสาวเสาวภาคย์ นาคสนิท

นางสาวเกวลิน ธรรมนิยม (น้องปิ่น)นักกีฬาพิเศษ
นางสาว เอกจิตตรา คงตะโก (น้องแซนตี้ )ผู้รักษาประตู (นักกีฬาพิเศษ)นักกีฬาทุกคนผ่านการฝึกซ้อมอย่างเข้มข้นภายใต้การดูแลของ นายรัฐเขต ชินชำ นาญ (โค้ชยอด), นางสาวอัจจิมา ทูลฉลอง (โค้ชป๋อ)  นางสาวมนัชญา ฤทธิเกษร (ครูนา)
นางสาวกัญญา สาหรี ผู้ฝึกสอน(โค้ชควบคุมทีมไปปารีส) และ นายเรวัติ หมู่โยธา (Home Coach)

ความสำเร็จในครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากเทศบาลเมืองหลังสวน นำโดย นายปราโมทย์ อุทัยรัตน์ นายกเทศมนตรีเมืองหลังสวน ดร.สุรภา นิลยกานนท์ ผู้บริหารสถานศึกษาโรงเรียนอุดมวิทยากร  และ นางฐิติมณฑ์ ฐิติไวฑูรย์ ผู้อำนวยการโรงเรียนชุมพรปัญญานุกูล  ซึ่งร่วมผลักดันและส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพนักกีฬาอย่างต่อเนื่อง

สำหรับการแข่งขัน Special Olympics Unified Football World Cup ครั้งต่อไป มีกำหนดจัดขึ้นในปี 2571 ณ ประเทศปารากวัย โดยทีมชาติไทยตั้งเป้าสานต่อความสำเร็จและสร้างชื่อเสียงให้ประเทศอีกครั้งบนเวทีโลก.

///เอกชนะ นวนละมัย รายงาน

#สื่อรัฐทีวี #สื่อรัฐนิวส์ / น่านเปิดงาน “Northern Best Deal” เชื่อมโยงการค้า 4 จังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 ดัน MOU มูลค่า 5.6 ล้านบาท

วันที่ 15 กรกฎาคม 2569 ที่บริเวณลานหนองน้ำครก ตำบลม่วงตึ๊ด อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน นางวิไลวรรณ บุดาสา รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ในฐานะผู้แทนกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 เป็นประธานเปิดงาน “Northern Best Deal” งานแสดงสินค้า

การค้าชายแดนกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 ภายใต้โครงการบูรณาการการค้า การลงทุน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยมีผู้บริหารจากจังหวัดเชียงราย พะเยา แพร่ และน่าน พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการ และประชาชนเข้าร่วมงาน

การจัดงานครั้งนี้ มุ่งยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน สร้างเครือข่ายทางการค้า และขยายโอกาสทางธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ โดยนำสินค้าอัตลักษณ์และผลิตภัณฑ์คุณภาพจากทั้ง 4 จังหวัด มาจัดแสดงและจำหน่ายกว่า 100 คูหา ทั้งสินค้า GI ผลิตภัณฑ์ชุมชน สินค้าเกษตรแปรรูป ผ้าทอ งานหัตถกรรม ชา กาแฟ อาหาร และสินค้าไลฟ์สไตล์

ไฮไลต์สำคัญภายในงาน คือการลงนามบันทึกข้อตกลงซื้อขายสินค้า หรือ MOU ระหว่างผู้ประกอบการจากแขวงหลวงพระบาง สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และบริษัท Kitoun Kitao LTD

รวมมูลค่าการซื้อขายทั้งสิ้น 5 ล้าน 6 แสนบาท แบ่งเป็นข้าวหอมมะลิชนิดข้าวกล้อง จำนวน 10,200 ถุง มูลค่า 600,000 บาท และผลิตภัณฑ์สุรากลั่น มูลค่า 5 ล้านบาท ถือเป็นความสำเร็จในการเชื่อมโยงการค้าระหว่างประเทศ และสร้างโอกาสทางธุรกิจให้แก่ผู้ประกอบการและพันธมิตรทางการค้าในภูมิภาค

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมเจรจาจับคู่ธุรกิจ หรือ Business Matching เพื่อเชื่อมโยงผู้ประกอบการกับผู้ซื้อ นักลงทุน และพันธมิตรทางธุรกิจ พร้อมสร้างเครือข่ายและขยายช่องทางการตลาดอย่างเป็นรูปธรรมงาน “Northern Best Deal”

จัดขึ้นระหว่างวันที่ 15 ถึง 19 กรกฎาคม 2569 ภายในงานมีกิจกรรมส่งเสริมการขาย การแสดงศิลปวัฒนธรรมล้านนา มินิคอนเสิร์ต และกิจกรรมลุ้นรับของรางวัล เพื่อสร้างสีสันและกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยของประชาชนและนักท่องเที่ยว

โครงการตั้งเป้าสร้างมูลค่าทางการค้าไม่น้อยกว่า 20 ล้านบาท และให้เกิดการจับคู่ธุรกิจไม่น้อยกว่า 20 คู่ธุรกิจ เพื่อเพิ่มช่องทางการตลาด สร้างรายได้ การจ้างงาน และขับเคลื่อนเศรษฐกิจของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 ให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน

จึงขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยว ร่วมเลือกซื้อสินค้าคุณภาพจากผู้ประกอบการจังหวัดเชียงราย พะเยา แพร่ และน่าน ในงาน “Northern Best Deal” ระหว่างวันที่ 15 ถึง 19 กรกฎาคมนี้ ณ ลานหนองน้ำครก อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน/บุญบงค์ สดสอาด นายกสมาคมสืาอใงลชนขังหวัดน่าน รายงาน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/นักธุรกิจกระหึ่มงาน Pattaya Travel Mart & MICE 2026 เวที B2B ระดับโลกแห่งภาคตะวันออก

วันที่ 16 ก.ค.69 ที่โรงแรมเดอะซายน์ พัทยา จ.ชลบุรี นายวิทยา คุณปลื้ม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี เป็นประธานกล่าวเปิดงาน Pattaya Travel Mart & MICE 2026 โดยมี ดร.ศิวัช บุญเกิด รองปลัดเมืองพัทยา กบ่าวให้การต้อนรับ และ ดร.สุรัชสานุ์ ทองมี รองผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ สสปน. (ทีเส็บ-TCEB) กล่าวถึงการสนับสนุนการจัดงาน

งาน Pattaya Travel Mart & MICE 2026 ถือเป็นเวทีเจรจาธุรกิจ (B2B) ด้านการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมไมซ์ระดับประเทศ ที่จัดขึ้นเพื่อขับเคลื่อนภาคเศรษฐกิจ กระตุ้นการตลาดทั้งในประเทศ (Domestic) และกลุ่มต่างประเทศ (Inbound/Online) โดยในงานมีตัวแทนบริษัททัวร์ชั้นนำและผู้ซื้อ (Buyers) จากทุกภูมิภาคทั่วประเทศและต่างประเทศกว่า 70 บริษัท มาร่วมเจรจาซื้อขายกับผู้ซื้อ (Sellers) หรือผู้ประกอบการท่องเที่ยวในพื้นที่ชลบุรีและภาคตะวันออก

การจัดงานดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อเน้นตลาดภายในประเทศและการศึกษาดูงาน และเน้นกระตุ้นการท่องเที่ยวระดับมหภาค ตลอดจนส่งเสริมการแลกเปลี่ยนเดินทางศึกษาดูงานเชื่อมโยงระหว่างภูมิภาคต่างๆ สิ่งสำคัญคือถือเป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์ความเป็น MICE City ของเมืองพัทยาและภาคตะวันออกที่มีความพร้อมรองรับการสร้างเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจแห่งอนาคตให้มีความเติบโตอย่างเป็นลำดับด้วยการนำผู้ซื้อ (Buyers) ที่มีคุณภาพเข้าร่วมงานจำนวนมาก

งานนี้ได้รับการสนับสนุนหลักจาก สสปน. รวมทั้งเมืองพัทยา ททท. สมาคมสมาพันธ์ท่องเที่ยวชลบุรี สมาคมโรงแรมไทยภาคตะวันออก สมาคมแหล่งท่องเที่ยวชลบุรี สมาคมนักธุรกิจและการท่องเที่ยวเมืองพัทยา สมาคมสปาและเวลเนสภาคตะวันออก และอื่นๆ ร่วมเพื่อผลักดันพัทยา-ชลบุรีให้เป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมไมซ์ (Meetings, Incentives, Conventions, Exhibitions) อย่างมีศักยภาพในระดับสากล ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนมูลค่าเม็ดเงินด้านธุรกิจการท่องเที่ยวให้มีความเข้มแข็งขึ้นต่อไป

ปิดเกมปาร์ตี้ยาไทย-ลาว! ชุดสิงห์เมืองมุกบุกจับคางานวันเกิดในอู่ซ่อมรถ รวบ 14 ผู้ต้องหา หญิง – ชาย ร่วมวงเสพยาเค – แฮปปี้วอเตอร์

เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดมุกดาหารว่า ภายใต้การอำนวยการของ นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร นายชลิต ทิพย์คำ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร (ด้านความมั่นคง) และนายนที พรมภักดี นายอำเภอเมืองมุกดาหาร รักษาราชการแทนปลัดจังหวัดมุกดาหาร

ได้สั่งการให้ นายหมวดโทธัญญารัตน์ เหล่าบุตรศรี ปลัดอำเภอ/เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. พร้อมชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครอง “สิงห์เมืองมุก” สมาชิก อส. ร้อย อส.อำเภอเมืองมุกดาหาร 2 บูรณาการกำลังร่วมกับชุดปฏิบัติการด้านการข่าว ร้อย ตชด.234

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี และตำรวจตรวจคนเข้าเมืองมุกดาหาร ลงพื้นที่ตรวจสอบกรณีได้รับข้อร้องเรียนว่ามีการจัดปาร์ตี้มั่วสุมลักลอบเสพยาเสพติดในพื้นที่อำเภอเมืองมุกดาหาร ก่อนสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้รวม 14 ราย

ผู้ต้องหาทั้งหมดประกอบด้วยชาย 9 คน และหญิง 5 คน โดยในจำนวนนี้เป็นชาวลาว 4 คน แยกเป็นชาย 1 คน และหญิง 3 คน ทั้งนี้ จากการตรวจสอบพบว่า คนต่างด้าวชาวลาว 1 คน อยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุดลง จึงถูกดำเนินคดีเพิ่มเติมตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการได้รับแจ้งจากสายข่าวในพื้นที่ว่า มีการรวมตัวจัดปาร์ตี้งานวันเกิด มั่วสุมเสพยาเสพติด และส่งเสียงดังสร้างความเดือดร้อนรำคาญ ภายในอู่ซ่อมรถแห่งหนึ่ง พื้นที่บ้านคำผักหนอก หมู่ 7 ตำบลบางทรายใหญ่ อำเภอเมืองมุกดาหาร จึงสนธิกำลังเข้าตรวจสอบ

เมื่อเดินทางไปถึง พบประตูอู่ซ่อมรถเปิดอยู่และมีเสียงเพลงดังออกมาจากภายใน เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวต่อเจ้าของสถานที่และเข้าตรวจสอบ พบกลุ่มชายหญิงจำนวนมากอยู่ในอาการมึนเมา และแสดงอาการตกใจเมื่อพบเจ้าหน้าที่

ก่อนเข้าตรวจค้น เจ้าหน้าที่ได้แสดงความบริสุทธิ์ใจตามขั้นตอนกฎหมาย ผลการตรวจค้นพบวัตถุออกฤทธิ์ประเภท 2 (เคตามีน) บรรจุอยู่ในถุงพลาสติก และพบขวดน้ำดื่มบรรจุน้ำสีแดง ซึ่งเชื่อว่าเป็น “แฮปปี้วอเตอร์” เมื่อตรวจสอบด้วยชุดทดสอบเบื้องต้น พบสารเมทแอมเฟตามีนปะปนอยู่ในน้ำดังกล่าว

จากการสอบสวน ผู้ถูกควบคุมตัวทั้งหมดให้การรับสารภาพว่า ได้นัดรวมตัวกันเพื่อจัดงานเลี้ยงวันเกิด และมีการนำยาเสพติดมาเสพร่วมกันภายในงานจริงเจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหา ประกอบด้วยมีวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 (เคตามีน) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย จำนวน 1 ราย พร้อมของกลางเคตามีน น้ำหนัก 2.88 กรัม

มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนในลักษณะแฮปปี้วอเตอร์ผสมน้ำ) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย จำนวน 1 รายเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยฝ่าฝืนกฎหมาย จำนวน 14 ราย

คนต่างด้าวชาวลาวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุดลง จำนวน 1 รายภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมด ส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองมุกดาหาร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน 092-5259777

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / ชรบ.อ.ท่าหลวงรับรางวัลจาก ผู้ว่าฯจ.ลพบุรี เนื่องในวันชุดรักษาความปลอดภัย หมู่บ้าน (ชรบ.) ประจำปี พ.ศ. 2569

วันที่ 16 กรกฎาคม 2569 ที่ อาคารอเนกประสงค์เทศบาลเมืองเขาสามยอด อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี นายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี เป็นประธานในพิธีเปิดงานวันชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ประจำปี พ.ศ. 2569 โดยมี นายพิษณุ ประภาธนานันท์

ปลัดจังหวัดลพบุรี พร้อมด้วย นายอำเภอ ปลัดอำเภอ ตำรวจ เจ้าหน้าที่ และชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน เข้าร่วมงานฯ จากนั้นประธานได้อ่านสารรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เนื่องในวันชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน และนำกล่าวคำปฏิญาณตนของชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน

จากนั้นได้ทำการมอบรางวัล หมวด ชรบ. ดีเด่น ระดับจังหวัดที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ ทุ่มเทแรงกายแรงใจและ อดทน ในการรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ ได้แก่รางวัลชนะเลิศ หมวดชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) บ้านยางราก หมู่ที่ 2 ตำบลยางราก อำเภอโคกเจริญรางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 หมวดชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) บ้านคลองนางอั้ว หมู่ที่ 7 ตำบลบ้านชี อำเภอบ้านหมี่

รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 2หมวดชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) บ้านหนองแก หมู่ที่ 2 ตำบลหัวลำ อำเภอท่าหลวง
และรางวัลชมเชย หมวดชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) บ้านโคกขยาย หมู่ที่ 1ตำบลทะเลซุบศร อำเภอเมืองลพบุรีทั้งนี้นางสาวนงลักษณ์ อยู่พุ่ม นายอำเภอท่าหลวงได้เดินทางไปร่วมให้กำลังใจชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน หรือ ชรบ.อำเภอท่าหลวงที่ได้รับรางวัลในโอกาสนี้ด้วยเพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่ชุดชรบ.ของอำเภอท่าหลวง

สำหรับที่มา ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน(ชรบ.) พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 3) โปรดเกล้าฯ ประกาศใช้ “กฎหมาย ลักษณะโจรห้าเส้น จุลศักราช 1199” ในวันที่ 16 กรกฎาคม 2380 โดยเกณฑ์ราษฎรช่วยระงับการปล้น เนื่องจาก

เจ้าหน้าที่ฝ่ายปราบปรามมีกำลังไม่เพียงพอที่จะระงับเหตุถือเป็นพัฒนาการที่สำคัญในอดีต ซึ่งถือเป็นจุดกำเนิดที่มาของชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ราษฎรอาสาสมัคร ที่เข้ามาช่วยเหลือราชการด้วยจิตสาธารณะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ ทุ่มเท โดยไม่มีค่าตอบแทนเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน

ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน หรือ ชรบ. เป็นราษฎรอาสาสมัครที่ผ่านการฝึกอบรมตามหลักสูตรที่กำหนด ได้รับการแต่งตั้งจากนายอำเภอให้ปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัยในหมู่บ้าน และทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยเหลือ

เจ้าพนักงานตามกฎหมาย ว่าด้วยลักษณะปกครองท้องที่ ชรบ. ถือเป็นกำลังภาคประชาชนที่สำคัญอย่างยิ่งในการเสริมสร้างความมั่นคงภายในระดับฐานรากของประเทศ ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ อดทน ทุ่มเทแรงกายแรงใจ

โดยมิได้หวังผลตอบแทนเพื่อเป็นการยกย่อง เชิดชูเกียรติ และเสริมสร้างขวัญกำลังใจให้แก่ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน กระทรวงมหาดไทยจึงได้มีประกาศกำหนดให้วันที่ 16 กรกฎาคมของทุกปี เป็น “วันชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน” ขึ้นและในปีนี้ถือเป็นครั้งแรก ที่กรมการปกครอง

ได้จัดงานวันชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน อย่างเป็นทางการขึ้นพร้อมกันทั่วประเทศอีกด้วยปัจจุบันจังหวัดลพบุรี ได้ดำเนินการจัดตั้ง ชรบ.ครอบคลุมพื้นที่ทั้ง 11 อำเภอ จำนวน 5,192 คน แบ่งเป็น ชาย 3,602 คน หญิง 1,590 คน

สนอง แท่นสูงเนิน
ผอ.ศูนย์ข่าวฯ
ประจำจังหวัดลพบุรี

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / ส่งร่าง “พอนปะเสิด” แรงงานชาวลาว เหยื่อเพลิงไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว กลับบ้านเกิดผ่านด่านมุกดาหาร

เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดมุกดาหารว่า บรรยากาศบริเวณด่านพรมแดนมุกดาหาร สะพานมิตรภาพไทย–ลาวแห่งที่ 2 (มุกดาหาร–สะหวันนะเขต) ตำบลบางทรายใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร เป็นไปด้วยความ

โศกเศร้า หลังเจ้าหน้าที่ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำรถรับศพเดินทางมาส่งร่างผู้เสียชีวิตชาวลาวจากเหตุเพลิงไหม้ โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว เพื่อส่งมอบให้กับ สมาคมอาสากู้ภัยแขวงคำม่วน (มูลนิธิช่วยเหลือผู้ประสบภัย แขวงคำม่วน) สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) นำกลับภูมิลำเนา

ผู้เสียชีวิตคือ ท้าวพอนปะเสิด ปุงปานี (Phonepaseut Poungppany) แรงงานชาวลาว ซึ่งเป็นพนักงานของ โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว มีภูมิลำเนาอยู่ บ้านเครือเขากาด หลัก 18 เมืองอุทุมพอน แขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว

ภายหลังการส่งมอบร่างจากฝ่ายไทย รถกู้ภัยของสมาคมอาสากู้ภัยแขวงคำม่วน ได้รับร่างผู้เสียชีวิตเพื่อนำเดินทางข้ามสะพานมิตรภาพไทย–ลาวแห่งที่ 2 กลับไปยัง บ้านเครือเขากาด หลัก 18 เมืองอุทุมพอน แขวงสะหวันนะเขต เพื่อให้ครอบครัวรับร่างไปประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลและประกอบพิธีทางศาสนาตามประเพณีของ สปป.ลาว

เหตุเพลิงไหม้ โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว เมื่อคืนวันที่ 12 กรกฎาคม 2569 ได้สร้างความสูญเสียครั้งใหญ่ มีผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 31 ราย และผู้ได้รับบาดเจ็บอีกจำนวนมาก โดยในจำนวนผู้เสียชีวิตพบว่าเป็นแรงงานชาวลาว 2 ราย ได้แก่ ท้าวพอนปะเสิด ปุงปานี และ นางเวียงพอน จันดาวง ซึ่งเป็นพนักงานของร้านเช่นเดียวกัน

ก่อนหน้านี้ นางเวียงพอน จันดาวง ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากเหตุเพลิงไหม้ ถูกนำส่งรักษาที่โรงพยาบาลพระราม 9 ก่อนส่งต่อไปรักษาที่โรงพยาบาลชลบุรี และเสียชีวิตในเวลาต่อมา ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตชาวลาวเพิ่มเป็น 2 ราย

ทั้งนี้ หน่วยงานของไทยและ สปป.ลาว ยังคงประสานความร่วมมืออย่างใกล้ชิด ทั้งการดูแลผู้ได้รับผลกระทบ การอำนวยความสะดวกในการส่งร่างผู้เสียชีวิตกลับภูมิลำเนา ตลอดจนการให้ความช่วยเหลือครอบครัวของผู้สูญเสียทั้งสองประเทศอย่างต่อเนื่อง
มุกดาหาร ชูโรจน์-เดวิท โชคชัย 092-5259-777

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / สนธิกำลังบุกตรวจไซต์งาน ม.ดัง รวบจีน-เมียนมา ไร้ใบอนุญาต

วันที่ 15 กรกฎาคม 2569 โดยการอำนวยการของ นายอรัญญา รักษายนต์ จัดหางานจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดฯ บูรณาการร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงและตำรวจในพื้นที่ ประกอบด้วย ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

(ตม.จว.ประจวบคีรีขันธ์), กองบังคับการตำรวจสันติบาล, หน่วยเฉพาะกิจจงอางศึก (ฉก.จงอางศึก) กองกำลังสุรสีห์, กองกำกับการควบคุมธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ (ตำรวจท่องเที่ยว) และสำนักการข่าว กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.)

จากการเข้าตรวจสอบบริเวณไซต์งานก่อสร้างภายในมหาวิทยาลัยชื่อดังดังกล่าว เจ้าหน้าที่พบแรงงานต่างด้าวเพศชายกำลังทำงานเป็นกรรมกรก่อสร้างอยู่ และจากการขอตรวจค้นเอกสารพบผู้กระทำผิดกฎหมายจำนวน 7 ราย แบ่งเป็น:
คนต่างด้าวสัญชาติจีน 3 ราย (เพศชาย)

คนต่างด้าวสัญชาติเมียนมา 4 ราย (เพศชาย)จากการตรวจสอบพบว่าแรงงานทั้งหมด ไม่มีใบอนุญาตทำงาน เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาแก่แรงงานต่างด้าวทั้ง 7 รายว่า “เป็นคนต่างด้าว ทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน” ซึ่งมีความผิดตามมาตรา 8 ประกอบมาตรา 101 แห่ง พ.ร.ก. การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2561

พร้อมกันนี้ พนักงานเจ้าหน้าที่เตรียมดำเนินคดีและร้องทุกข์กล่าวโทษตัวนายจ้าง/ผู้ประกอบการ ในความผิดฐาน “รับคนต่างด้าวที่ไม่มีใบอนุญาตทำงานเข้าทำงาน” ตามมาตรา 9 ประกอบมาตรา 102 แห่ง

พ.ร.ก. ฉบับเดียวกัน ซึ่งมีอัตราโทษปรับที่สูงตามกฎหมาย โดยเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวแรงงานต่างด้าวทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรหัวหิน เพื่อดำเนินคดีทางกฎหมายและเตรียมผลักดันออกนอกราชอาณาจักรต่อไป
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ สอบถาม 0909944781

#สื่อรัฐทีวี #สื่อรัฐนิวส์ / รองผู้ว่าฯ จ.นครปฐม เป็นประธานในพิธีเปิด โครงการอบรมเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ ความตระหนักรู้และพัฒนาศักยภาพให้กับกลุ่มเปราะบาง

วันพุธที่ 15 กรกฎาคม 2569 เวลา 10.00 น. ณ หอประชุมที่ว่าการอำเภอนครชัยศรี อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐมนายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี ร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิดโครงการอบรมเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ

ความตระหนักรู้และพัฒนาศักยภาพให้กับกลุ่มเปราะบางในการปรับตัวและเตรียมความพร้อมรับมือ กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สถานการณ์ภัยพิบัติ และภาวะฉุกเฉิน จังหวัดนครปฐม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ของสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนครปฐม

ทั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก นายยงยุทธ สวนทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เป็นประธานในพิธีเปิด โดยมีนางกิจติยา ใสสะอาด พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนครปฐม เป็นผู้กล่าวรายงาน พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงาน องค์กร ของจังหวัดนครปฐม เข้าร่วมโครงการฯ

📍โครงการอบรมเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ ความตระหนักรู้และพัฒนาศักยภาพให้กับกลุ่มเปราะบางในการปรับตัวและเตรียมความพร้อมรับมือ กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สถานการณ์ภัยพิบัติ และภาวะฉุกเฉิน จังหวัดนครปฐม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจและความตระหนักรู้ให้แก่กลุ่มเปราะบาง เพื่อพร้อมรับปรับตัวจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศสถานการณ์ภัยพิบัติ และภาวะฉุกเฉิน พัฒนาศักยภาพของกลุ่มเปราะบางในการปรับตัวและเตรียมความพร้อม รับมือกับสถานการณ์ภัยพิบัติและภาวะฉุกเฉินในระดับชุมชน และส่งเสริมกลไกการบูรณาการ

ความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคีเครือข่าย และภาคประชาชนในพื้นที่ให้สามารถเฝ้าระวัง ติดตาม และให้ความช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางได้อย่างเหมาะสมและทันท่วงที โดยมีผู้เข้าร่วมโครงการฯ ได้แก่ กลุ่มเปราะบางในพื้นที่อำเภอนครชัยศรี

เจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ อำเภอนครชัยศรีอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) ภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง วิทยากร และเจ้าหน้าที่ รวมจำนวน 225 คน
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐทีวี#สื่อรัฐนิวส์ / นราธิวาสเอาจริง! อบต.โคกเคียน จับมือ สสส. ประกาศเขตปลอดบุหรี่-บุหรี่ไฟฟ้า นำร่อง 1 ใน 5 จังหวัดระดับประเทศ

อบต.โคกเคียน จ.นราธิวาส ผนึกกำลังมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ และ สสส. ประกาศความพร้อมเป็นพื้นที่สาธารณะปลอดบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า 100% หวังปกป้องเด็กและเยาวชนจากภัยเงียบที่เป็นปัญหาระดับชาติ พร้อมตั้งเป้าเป็นจังหวัดต้นแบบถอดบทเรียนขยายผลทั่วประเทศ

วันนี้ (15 กรกฎาคม 2569) เมื่อเวลา 09.10 น. ณ ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลโคกเคียน อ.เมือง จ.นราธิวาส นายมูฮัมมัดอิมรอน มาหะมะ รองนายก อบต.โคกเคียน ได้รับมอบหมายให้เป็นประธานในพิธี “ประกาศพื้นที่สาธารณะในองค์กรบริหารส่วนตำบลโคกเคียน ปลอดบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า จังหวัดนราธิวาส” โดยงานดังกล่าวจัดขึ้นโดย มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ ภายใต้การสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุน

การสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) โดยได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในพื้นที่อย่างคับคั่ง อาทิ ตัวแทนศูนย์ข่าวปลอดควันจังหวัดนราธิวาส, ศูนย์ปราบปรามยาเสพติดฯ, สมาคมป้องกันแก้ไขปัญหายาเสพติดจังหวัดชายแดนภาคใต้, ผู้แทน สพม./สพป., ผู้อำนวยการโรงเรียน, รพ.สต., อสม., ผู้นำชุมชน คณะกรรมการหมู่บ้าน ตลอดจนตัวแทนมัสยิด วัด และประชาชนในพื้นที่ ที่พร้อมใจกันมาร่วมขับเคลื่อนวาระสำคัญนี้

นายมูฮัมหมัดซัยฟูดีน ดอเลาะ นายก อบต.โคกเคียน เปิดเผยว่า ปัจจุบันการแพร่ระบาดของบุหรี่ไฟฟ้ากำลังมุ่งเป้าไปที่กลุ่มเด็กและเยาวชนอย่างน่าเป็นห่วง ซึ่งถือเป็นปัญหาระดับชาติเร่งด่วนที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกันสื่อสารสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับอันตรายของการเสพติด

“อบต.โคกเคียน ตระหนักดีว่าเยาวชนคืออนาคตของชาติที่ต้องได้รับการพัฒนาทั้งด้านการศึกษาและสังคม การประกาศให้พื้นที่สาธารณะใน อบต.โคกเคียน เป็นเขตปลอดบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า จึงเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยปลูกฝังค่านิยมที่ถูกต้อง และสร้างสิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัยให้กับลูกหลานของเรา โดยเรามุ่งหวังให้เกิดกลไกการทำงานระดับจังหวัดที่เป็นระบบและมีแผนปฏิบัติการที่ชัดเจน” นายก อบต.โคกเคียน กล่าว

สำหรับความพิเศษของโครงการนี้คือ จังหวัดนราธิวาส ได้รับการคัดเลือกให้เป็น 1 ใน 5 จังหวัดนำร่องระดับประเทศ จากมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ และ สสส. ในการดำเนินโครงการลดอัตราการสูบบุหรี่ของนักเรียนในเขตเมือง ซึ่งจะมีการตั้งระบบประเมินผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรม และถอดบทเรียนความสำเร็จเพื่อใช้เป็น “โมเดลต้นแบบ” ในการขยายผลไปยังจังหวัดอื่นๆ ทั่วประเทศต่อไป

นอกจากพิธีประกาศเจตนารมณ์แล้ว ภายในงานยังมีการบรรยายให้ความรู้จากตัวแทนมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ พร้อมทั้งการระดมสมองหารือแนวทางการปฏิบัติ เพื่อกำหนดสูตรแถลงนโยบายพื้นที่สาธารณะปลอดบุหรี่อย่างยั่งยืน เพื่อให้มั่นใจว่า อบต.โคกเคียน จะเป็นพื้นที่ปลอดภัยไร้ควันบุหรี่อย่างแท้จริง
///////////////
ข่าว/กรียา/ เต๊ะตานี/นราธิวาส/0896579170

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / “หมอกี้–ชากีร่า” ต้อนรับ 5 ราชินีคนใหม่แห่ง Mrs Tourism Thailand 2026 พร้อมผลักดันสู่เวทีสากล

ปิดฉากลงอย่างงดงาม สำหรับการประกวด Mrs Tourism Thailand 2026 รอบตัดสิน เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2569 ณ คาลิปโซ่ เอเชียทีค กรุงเทพฯ

ภายใต้แนวคิด “ราชินีเสน่ห์ไทย” เพื่อเฟ้นหาสตรีที่มีความงาม ความสามารถ และพร้อมเป็นพลังในการส่งเสริมวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว และสร้างประโยชน์ให้สังคม

ดร.อังคนางค์ ชากีร่า บำรุงสรณ์ (หมอกี้) เจ้าของตำแหน่ง Mrs Tourism Universe 2022 และผู้อำนวยการกองประกวด Mrs Tourism Thailand ร่วมแสดงความยินดีกับผู้ได้รับตำแหน่งประจำปี 2026 ได้แก่

👑 Mrs Tourism Thailand 2026 – ทรรศิญา ประทุมเวียง
👑 Elite Mrs Tourism Thailand 2026 – กรกนก สุวรรณคช

👑 Classic Mrs Tourism Thailand 2026 – เบญจมาศ แดงสกุล👑 รองอันดับ 1 – ตวิษา เริ่มวัฒนะ
👑 รองอันดับ 2 – เย็นฤดี โอเซมเวกี

ผู้ได้รับตำแหน่งทั้ง 5 ท่าน จะร่วมปฏิบัติภารกิจในฐานะตัวแทนของ Mrs Tourism Thailand เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว เผย

แพร่วัฒนธรรมไทย และสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้หญิงไทย พร้อมรับการพัฒนาศักยภาพและผลักดันสู่เวทีระดับนานาชาติต่อไป

การประกวดครั้งนี้สำเร็จลุล่วงอย่างงดงามด้วยความร่วมมือจากคณะผู้จัดงาน ทีมออร์แกไนซ์ และผู้สนับสนุนทุกภาคส่วน ที่ร่วมกันสร้างค่ำคืนแห่งความภาคภูมิใจให้กับเวที Mrs Tourism Thailand 2026

#สื่อรัฐทีวี #สื่อรัฐนิวส์ / พิธีทำบุญอุทิศให้บูรพาจารย์ ณ วัดเจริญราษฎร์บำรุง (หนองพงนก) ต.สระพัฒนา อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม

นายอำเภอกำแพงแสน เป็นประธานในพิธีทำบุญอุทิศให้บูรพาจารย์ ณ วัดเจริญราษฎร์บำรุง (หนองพงนก) ตำบลสระพัฒนา อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม
นายเกียรติศักดิ์ ธนาวรรณโอภาส

นายอำเภอกำแพงแสน เป็นประธานในพิธีทำบุญอุทิศให้บูรพาจารย์ ณ วัดเจริญราษฎร์บำรุง (หนองพงนก) ตำบลสระพัฒนา อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม โดยความเมตตาในการดำเนินงานของพระครูอดุลประชารักษ์ เจ้าเจริญราษฎร์บำรุง

ในการนี้ ผศ.ว่าที่ ร.ต.ภูมิพัฒน์ ธนัชญาอิศม์เดช ผู้อำนวยการโรงเรียนสาธิตฯเกษตรกำแพงแสน นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสระพัฒนา นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสระสี่มุม ผู้นำทัองที่ตำบลสระพัฒนา

พร้อม คุณ สมัชชา ศรีทันดร เจ้าของบริษัทเค็กหนองพงนก ประชาชนผู้มีจิตศรัทธาในพื้นที่ร่วมพิธีทำบุญเพื่อแสดงความกตัญญูและน้อมรำลึกถึงบูรพาจารย์ในการนี้ด้วย
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐทีวี #สื่อรัฐนิวส์ /คัดเลือกครูได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ครั้งที่ 7 ปี พ.ศ. 2569 ณ โรงเรียนปัว อำเภอปัว

วันที่ 13 กรกฏาคม 2569 เวลา 09.00 น. คณะอนุกรรมการคัดเลือกครูผู้สมควรได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ครั้งที่ 7 ปี พ.ศ. 2569 จังหวัดน่าน ณ โรงเรียน ปัว อำเภอปัว จังหวัดน่าน ดร.ศิริโชค พิพัฒน์เสถียรกุล ศึกษาธิการจังหวัดน่านได้มอบหมายให้ ดร.สุวรินทร์ เพ็ญธัญญการ รองศึกษาธิการจังหวัดน่าน เป็นประธานประเมิน พร้อมด้วยนายเสรี พิมพ์มาศ ผู้ทรงคุณและคณะอนุกรรมการ เก็บข้อมูลเชิงลึก

ในครั้งนี้มีบุคคล และหน่วยงานเสนอรายชื่อครู ผู้สมควรได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ครั้งที่ 7 ปี 2569 โดยเป็นครูผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงในชีวิตลูกศิษย์ ครูผู้มีคุณูปการต่อการศึกษา จำนวน 3 ราย ประกอบด้วย นางพรลภัส อ่ำหงษ์ โรงเรียนปัว (ลูกศิษ์เสนอ) นางสาวกัลยา เจนจิจะ โรงเรียนบ้านสบปืน(ลูกศิษย์เสนอ)นายสุริยน ธิเขียว

ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอนาหมื่น(หน่วยงานเสนอ)เพื่อเข้ารับการคัดเลือกครูผู้สมควรได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ระดับจังหวัดต่อไป โดยคณะอนุกรรมการฯ มีกำหนดการออกประเมินสภาพการปฏิบัติงานและการออกเก็บข้อมูลเชิงลึกของครูผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อเพื่อเข้ารับการคัดเลือกครูผู้สมควรได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ครั้งที่ 7 ปี พ.ศ. 2569 จังหวัดน่าน ระหว่างวันที่13-14 กรกฏาคม 2569

วันนี้เป็นการลงพื้นที่ประเมินสภาพการปฏิบัติงานและการออกเก็บข้อมูลเชิงลึกของครูผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อเพื่อเข้ารับการคัดเลือกครูผู้สมควรได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ครั้งที่ 7 ของนางพรลภัส อ่ำหงษ์ ซึ่งมีลูกศิษย์ คณะครู ผู้ปกครองเข้าร่วมให้ข้อมูลเชิงลึกแก่คณะอนุกรรมการเป็นจำนวนมาก

สำหรับนางพรลภัส อ่ำหงษ์ตำแหน่งครูวิทยฐานะชำนาญการพิเศษ โรงเรียนปัว ปฏิบัติการสอนมาเป็นเวลา 26 ปี ครู วิชาเอกยี่ปุ่น เป็นครูผู้ได้รับการยกย่องจากทั้งลูกศิษย์ คณะครู และผู้ปกครอง ทั้งด้านเป็นผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงในชีวิตลูกศิษย์ และด้านผู้มีคุณูปการต่อการศึกษา มีความมานะพยายามในการดูแลลูกศิษย์ทั้งในชั้นเรียน และนอกชั้นเรียน นอกจากครูพรลภัส ยังได้รับรางวัลต่าง ๆ มากมาย อาทิ

1ได้รับรางวัลโล่ รางวัลพระราชทานคุรุสภา ประจำปี 2567 ระดับดีเด่น ประเภทผู้ประกอบวิชาชีพครู2 รางวัลเข็มเชิดชูเกียรติ คุรุสดุดี ประจำปี 25663 รางวัลทรงคุณค่าสพฐ.ช(OBEC AWARDS)ชนะเลิศเหรียญทองระดับชาติทั้งในด้านวิชาการและด้านบริหารจัดการ

ติดต่อกันหลายปีการศึกษา4 เครื่องหมายคุณภาพพิเศษแห่งสพฐ.(OBEC Special) ระดับ 3 ดาวสาขายี่ปุ่น 5 ได้รับเลือกเป็นครูแกนนำการจัดการเรียนรู้ภาษายี่ปุ่นระดับภูมิภาคและระดับประเทศ/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /โค้งสุดท้าย..!! ประกันสังคมประจวบฯ ออกรณรงค์ผู้มีสิทธิประกันตน มาตรา 33,39,40 ลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งบอร์ดบริหารประกันสังคม 27 ก.ย. 69

วันที่ 14 ก.ค.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางสาวศิริหทัย แท่นแก้ว ประกันสังคมจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ประกันสังคม ร่วมออกรณรงค์ประชาสัมพันธ์ การลงคะแนนใช้สิทธิ์เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ในวันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน 2569 โดยผู้มีสิทธิประกันตน หรือผู้ใช้สิทธิประกันสังคม มาตรา 33 มาตรา 39 มาตรา 40

คุณสมบัติผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ผู้แทนฝ่ายนายจ้าง และผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน เป็นกรรมการในคณะกรรมการประกันสังคม ผู้ประกันตนนายจ้าง มีสัญชาติไทยมีสถานะเป็นผู้ประกันตนติดต่อกันไม่น้อยกว่า 6 เดือนก่อนเดือน

ที่มีการประกาศให้มีการเลือกตั้ง (พฤศจิกายน 2568 – เมษายน 2569) จ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมไม่น้อยกว่า 3 เดือน (ภายใน 6 เดือนก่อนเดือนที่มีการประกาศให้มีการเลือกตั้ง) กำหนดให้มีการลงทะเบียนให้สิทธิเลือกตั้ง ตั้งแต่วันที่ 1 มีถุนายน – 15 กรกฎาคม 2569

สำหรับผู้มีสิทธิประกันสังคมสามารถ เข้าลงทะเบียนได้ที่เว็บไซต์สำนักงานประกันสังช่องทางลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งแอปพลิเคชันณ สำนักงานประกัสังคมSSO+กรุงเทพมหานครพื้นที่/จังหวัด/สาชาของสำนักงานประกันสังคม (ได้ทั้งนายจ้างและผู้ประกันตน)

ดังนี้ ตลอด 24 ชั่วไมงและสามารตติดสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับการเลือกตั้งฯ ได้ที่ศูนย์อำนวยการจัดการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตนเป็นกรรมการในคณะกรรมการประกันสังคม (ศอ.ลต) 02-956 2929 สายด่วน ทุกวัน เวลา 08.30 – 16.30 น.

1506 กด 9 “เตรียมเสียงของคุณให้พร้อม กับการกำหนดอนาคตของกองทุนประกันสังคม เลือกตั้ง 69” ได้ที่ www.sso.go.th1506สายด่วน 24 ชั่วโมง สำหรับหน่วยเลือกตั้งจะมีที่ ที่ว่าการอำเภอ หรือ หอประชุมอำเภอทุกอำเภอ หรือตามที่ คณะกรรมการเลือกตั้งกำหนด

ข่าว ณัฐธภพ พันสาย จ.ประจวบคีรีขันธ์ รายงาน 0623644468

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /” พล.ต.อ.ธัชชัย ตรวจพบขบวนการใหญ่ ลักลอบส่งออกน้ำมันไปเมียนมาทางเรือ มากกว่า 36.5 ล้านลิตร

วันนี้ (13 กรกฎาคม 2569) พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปนม.ตร.)

พร้อมด้วย พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 และ นายชวลิต พุฒพิสุทธิ์ นายด่านศุลกากรเชียงแสน นำกำลังตรวจสอบกลุ่มขบวนการในพื้นที่ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย หลังพบมีพฤติการณ์ลักลอบส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิงไปนอกราชอาณาจักร

โดยฝ่าฝืนประกาศกระทรวงกลาโหม ซึ่งกำหนดให้น้ำมันเชื้อเพลิงเป็นสินค้าควบคุมในเขตควบคุม ตามมติสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เพื่อป้องกันการลักลอบส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิงไปยังประเทศเมียนมา อันอาจเป็นการสนับสนุนขบวน

การคอลเซ็นเตอร์และเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ อย่างไรก็ตาม จากการสืบสวนพบว่า ยังคงมีผู้ลักลอบส่งออกน้ำมันไปยังประเทศเมียนมา โดยสำแดงเอกสารการส่งออกว่าเป็นการส่งไปยังประเทศลาว

พล.ต.อ.ธัชชัยฯ เปิดเผยว่า วันนี้เบื้องต้นได้ลงพื้นที่ตรวจสอบเรือขนส่งน้ำมันไปต่างประเทศ จำนวน 1 ลำ ซึ่งทาง ศปนม.ตร. ได้ทำการตรวจสอบพบว่า เรือลำดังกล่าวมีการลักลอบนำน้ำมัน จำนวนเกือบ 400,000 ลิตร ส่งไปประเทศเมียนมา ไม่ได้ส่งไปยังประเทศลาว แต่อย่างใด และเชื่อว่ายังมีเรืออีกหลายลำที่ลักลอบขนส่งน้ำมันไปประเทศเมียนมา แต่อ้างว่าขนส่งไปประเทศลาว

ซึ่งจากการสืบสวนพบว่า การลักลอบส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิงในลักษณะดังกล่าว เป็นการกระทำของขบวนการขนาดใหญ่ มีปริมาณการลักลอบส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิงรวมกว่า 36.5 ล้านลิตร

ทำให้รัฐสูญเสียรายได้จากการจัดเก็บภาษี คิดเป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 226 ล้านบาท ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างสืบสวนขยายผล เพื่อสาวไปถึงต้นตอของขบวนการและผู้ที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมด รวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้องในทุกระดับ ก่อนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป…

“เกาะ พี. พี.”เกาะพีพี. กระบี่ ไทย… แดนใต้โพ้นทอสีโทนทะเลวาวอ่าวมาหยาดังแผ่นดินสินธุ…ยมุนาแผ่ภูผาโตรกตั้งตามฝั่งชลส่งสีครามงามเห่ทะเลล้อมเหมือนจะน้อมอัญมณีที่เวหน
ส่องแสงวาวอ่าวไทย…ใสมณฑลนำผู้คนเยือนใต้….ถิ่นไทยแลนด์…

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /” นักแสดงดาวรุ่ง คาเมรอน เบลล์ กับการรับบทนำครั้งแรกในภาพยนตร์สยองขวัญ Pinocchio Unstrung – พินอคคิโอ หุ่นไม้สายเชือด

เคยมีผลงานด้านการแสดงภาพยนตร์โฆษณากับบริษัทต่างๆ เช่น Starling Bank และ Asda รวมทั้งกับสินค้าล่าสุดของ Nintendo ที่กำลังจะวางจำหน่าย ตลอดจนงานการแสดงภาพยนตร์ทาง Apple TV กับ รีเบคกา เฟอร์กูสัน เรื่อง Silo Season 2 ล่าสุดนักแสดงเด็กดาวรุ่งอย่าง “คาเมรอน เบลล์” ยัง

ขยับตัวเองขึ้นมาเป็นดารานำอย่างเต็มตัวให้กับ ”Pinocchio Unstrung- พินอคคิโอ หุ่นไม้สายเชือด“ ภาพยนตร์สยองขวัญลำดับที่ 5 ของจักรวาล Twisted Childhood โดยผู้กำกับฯ ไรส์-เฟรก วอเตอร์ฟิลด์ ในบทของ ”เจมส์“ เด็กชายผู้ได้รับของขวัญเป็น ”หุ่นไม้“ จากคุณปู่ของตนอีกด้วย“เจมส์ เป็นตัวละครที่ยอดเยี่ยมมาก และผมก็ชอบความลึกซึ้งของเรื่องราวในหนังสุดๆ การทำงานกับหุ่นแอนิเมโทรนิกส์นั้นเจ๋งมากสำหรับผม มันเป็นประสบการณ์ที่แปลกใหม่ และผมก็ชอบที่ได้รับบทเป็นตัวนำและต้องใช้ความรับผิดชอบในหน้าที่ที่ได้รับ ที่สำคัญผมรู้สึกขอบคุณทีมงานมากที่เชื่อมั่นในตัวของผม” นักแสดงเด็กมาแรงของฮอลลีวูดกล่าว

พิสูจน์ฝีมือการแสดงระดับมืออาชีพของนักแสดงดาวรุ่ง “คาเมรอน เบลล์” ใน “Pinocchio Unstrung – พินอคคิโอ หุ่นไม้สายเชือด” โดย Movie Copyright (Thailand)สยองก่อนอเมริกา 23 กรกฎาคมนี้ที่ Major Cineplex, SF Cinema และเครือสมทบทั่วประเทศCameronBellPinocchioUnstrungขอได้รับความขอบพระคุณจากฝ่ายประชาสัมพันธ์ Movie Copyright (Thailand) สมปอง วิวัฒน์วรศิลป์ โทร 095-4925241

ริชาร์ด เบรก (จาก The Strangers 1-3) สวมบทผู้มอบชีวิตให้หุ่นไม้สุดสยองใน Pinocchio Unstrung – พินอคคิโอ หุ่นไม้สายเชือด

“ริชาร์ด เบรก” (แห่ง The Strangers Chapter 1-3) สวมบท “เจฟเพ็ตโต้” ผู้มอบชีวิตและวิญญาณให้หุ่นไม้สุดสยองใน “Pinocchio Unstrung – พินอคคิโอ หุ่นไม้สายเชือด”นอกเหนือจาก “Pinocchio Unstrung – พินอคคิโอ หุ่นไม้สายเชือด” จะได้ “โรเบิร์ต อิงลันด์” (เจ้าของบทปีศาจร้าย เฟร็ดดี้ ครูเกอร์ แห่ง A Nightmare on Elm Street – นิ้วเขมือบ)

มาให้เสียงของ “จิ้งหรีดคริกเก็ต” ที่ทำหน้าที่เหมือน “ตัวร้ายตัวจริง” ของเรื่องที่คอยบงการให้ พินอคคิโอ ลงมือจัดการกับเหยื่อเพื่อที่จะได้ทำให้กลายร่างเป็นเด็กแล้ว อีก 1 ตัวละครของหนังที่มีความสำคัญไม่แพ้กันก็คือ “เจฟเพ็ตโต้” คุณปู่ของเจมส์ ผู้เป็นเจ้าของหุ่นไม้สุดสะพรึงตัวนี้ซึ่งรับบทโดย “ริชาร์ด เบรก” (จาก The Strangers Chapter 1-3, Barbarian, 31 และ Doom)

“ผมชอบในตัวบทภาพยนตร์ที่ไม่เพียงแต่จะมีความมืดมน บิดเบี้ยว และโหดเหี้ยมเท่านั้น แต่ยังแฝงไว้ด้วยตลกร้ายอีกต่างหาก ในขณะที่ ท็อดด์ มาสเตอร์ส และทีมงานของเขาก็ได้สร้างเทคนิคพิเศษที่น่าทึ่งซึ่งจะทำให้ผู้ชมได้พบกับประสบการณ์สุดระทึกอย่างแน่นอน” นักแสดงเจ้าบทบาทกล่าว

“และผมยังชอบเรื่องราวต้นฉบับสุดเพี้ยนจากยุค 1880 มาโดยตลอด ดังนั้นจึงรู้สึกตื่นเต้นที่ได้ร่วมงานในโปรเจคต์นี้ที่ทำให้หุ่นตัวเล็กๆ ตัวนี้มีชีวิตขึ้นมาด้วยเทคนิคพิเศษแบบดั้งเดิมทั้งหมด จริงๆ แล้วหัวใจหลักของ พินอคคิโอ เวอร์ชั่นนี้ก็ยังคงเป็นการแสวงหาของหุ่นตัวเล็กๆ ที่อยากจะกลายเป็นเด็กผู้ชาย แต่หนทางที่จะทำให้เขากลายเป็นคนจริงๆ นั้นมันช่างแสนจะสยดสยองเอามากๆ”

นับถอยหลังสู่ชั่วโมงแห่งความระทึกใจของ “Pinocchio Unstrung – พินอคคิโอ หุ่นไม้สายเชือด” โดย Movie Copyright (Thailand)ผวาก่อนอเมริกา 23 กรกฎาคมนี้ที่ Major Cineplex, SF Cinema และเครือสมทบทั่วประเทศ

PinocchioUnstrungFilm

ขอได้รับความขอบพระคุณจาก
ฝ่ายประชาสัมพันธ์ Movie Copyright (Thailand)
สมปอง วิวัฒน์วรศิลป์ โทร 095-4925241

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ ส.ผู้ประกอบการธุรกิจกลางคืนพัทยา-นักเต้น 30 ปท. ระเบิดฟลอร์พัทยา-เชฟตะวันออกถกประชุมสมาพันธ์ฯ รับไตรมาส 3

ส.ผู้ประกอบการธุรกิจกลางคืนพัทยาร่วมแสดงความเสียใจ เหตุไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว ย้ำสมาชิกใส่ใจความปลอดภัย

นางลิซ่า แฮมิลตัน นายกสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจกลางคืนเมืองพัทยา กล่าวถึงเหตุการณ์เพลิงไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตเป้้นจำนวนมากว่าเป็นสิ่งที่ไม่น่าเกิดขึ้น ในฐานะนายกสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจกลางคืนเมืองพัทยาขอแสดงความเสียต่อผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าวที่ต้องสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักไป

ทั้งนี้ ในส่วนของสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจกลางคืนเมืองพัทยาได้ให้ความสำคัญด้านคบามปลอดภัยของนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก สมาคมฯเองก็มีการประชุมพูดคุยเน้นย้ำสมาชิกอยู่โดยตลอด ซึ่งทุกคนก็ให้ความร่วมมือเรื่องความปลอดภัยภายในสถานประกอบการของเองเป็นอย่างดี

”เหตุการณ์เกี่ยวกับสถานบริการถูกไฟไหม้แล้วมีผู้เสียชีวิตไม่ควรเกิดขึ้นอีก จึงขอฝากหน่วยงานภาครัฐให้เอาจริงเอาจังกับผู้ประกอบสถานประกอบการที่ละเลยความปลอดภัย สถานที่ที่ไม่มีทางหนีไฟมากเพียงพอ หากเกิดเหตุฉุกเฉิน ก็จะเกิดความสูญเสียที่ร้ายแรงได้“ นายยกสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจกลางคืนเมืองพัทยา ระบุ

นักเต้น 30 ปท. ระเบิดฟลอร์พัทยา แห่ชิงชัยสุดเหวี่ยง ROYAL SIAM CUP THAILAND 2026 โคตรคึก!

มีรายงานบรรยากาศการจัดงาน ROYAL SIAM CUP THAILAND 2026 เวทีการแข่งขัน Ballroom และ Latin Dance ระดับโลก ภายใต้ World Dance Organisation (WDO) ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 8-12 กรกฎาคม 2569 ที่รออัลคลิฟโฮเท็ลกรุ๊ป พัทยา จ.ชลบุรี พบว่างานแข่งขันในปีนี้มีความคึกคักตลอดช่วงจัดงาน

โดยกิจกรรมจะแบ่งเป็น 2 ช่วงคือ ระหว่างวันที่ 8-10 กรกฎาคม 2569 จะเป็นกิจกรรมงาน International Dance Camp ที่เปิดเวทีสัมผัสประสบการณ์กับ Master และโค้ชระดับแชมป์ มาถ่ายทอดความรู้ และเทคนิคการเต้น

และในวันที่ 11-12 กรกฎาคม 2569 เป็นการชิงชัยการแข่งขัน ROYAL SIAM CUP Competition ที่มีทั้งนักลีลาศ นักเต้นระดับแชมป์โลก ครูผู้เชี่ยวชาญ และผู้เข้าร่วมงานจากกว่า 30 ประเทศทั่วโลก เข้าร่วม ซึ่งถือได้ว่าเป็นอีกงานระดับชาติที่จบลงไปอย่างสวยงาม ช่วยสร้างภาพลักษณ์เมืองท่องเที่ยวระดับนานาชาติให้เมืองพัทยาได้เป็นอย่างดีก

เชฟตะวันออกถกประชุมสมาพันธ์ฯ รับไตรมาส 3 พร้อมเปิดเวที Business Matching ผู้ซื้อพบผู้ขาย

วันที่ 13 ก.ค.69 ที่ห้องณุศา โรงแรมดี วารี จอมเทียนบีช จ.ชลบุรี เชฟยงยุทธ เพียรประสิทธิ์ นายกสมาพันธ์เชฟภาคตะวันออก เป็นประธานเปิดการประชุมสมาชิกสมาพันธ์ภาคตะวันออก ประจำไตรมาสที่ 3 ปี 2569 โดยมี สมาชิกสมาพันธ์ฯ ตัวแทนร้านค้าสมาชิกวิสามัญ และคนในวงการอาหารและเครื่องดื่มเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง

ภายในงานเป็นการอบรมเชิงปฏิบัติ โดยมี นายวรชัย ทองชาติ ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินและการบัญชีสำหรับธุรกิจโรงแรม และระบบหลังบ้านให้กับสมาพันธ์เชฟภาคตะวันออกและผู้ประกอบการในพื้นที่พัทยาและชลบุรี เป็นวิทยากรให้ความรู้เรื่องการควบคุมต้นทุน ทั้งเรื่องต้นทุนอาหาร ต้นทุนแรงงาน ต้นทุนรวม ยอดขายต่อวัน กำไรขั้นต้น ต้นทุนต่อจาน มูลค่าสต็อก อัตราของเสีย ยอดขายเฉลี่ยต่อบิล และกำไรสุทธิ

นอกจากนี้ ยังได้จัดกิจกรรมผู้ซื้อพบผู้ขาย (Business Matching) เพื่อเปิดโอกาสให้เชฟและผู้บริหารครัวได้พบปะกับผู้ผลิต หรือผู้จำหน่ายวัตถุดิบอาหารโดยตรง เป็นการสร้างเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจระหว่างห้องอาหาร โรงแรม และซัพพลายเออร์

ยังเป็นเวทีเจรจาซื้อขาย แลกเปลี่ยนข้อมูลสินค้า และบริการในเงื่อนไขพิเศษ ตลอดจนแนะนำผลิตภัณฑ์อาหาร เครื่องดื่ม และนวัตกรรมอุปกรณ์เครื่องครัวยุคใหม่ ก่อนงานเลี้ยงอาหารค่ำ พูดคุยและแสดงความความคิดเห็นระหว่างสมาชิกและพันธมิตร ซึ่งพบว่าบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคักและเป็นกันเอง

#สื่อรัฐทีวี #สื่อรัฐนิวส์ /ไฟไหม้โรงเบียร์ย่านลาดพร้าว 1 ผู้บาดเจ็บ-เสียชีวิตจำนวนมาก

เหตุเพลิงไหม้ร้านอาหารย่านลาดพร้าว ผู้บาดเจ็บ-เสียชีวิต จำนวนมาก เวลา 23.57 น. วานนี้ (12 ก.ค.) เจ้าหน้าที่รับแจ้งจากสายด่วน 199 เหตุเพลิงไหม้ภายในร้านอาหาร ใกล้เคียงซอยลาดพร้าว 1 ถนนลาดพร้าว แขวงจอมพล เขตจตุจักร

ก่อนที่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจะเร่งเข้าพื้นที่ จนในเวลา 00.32 น. ศูนย์วิทยุพระราม รายงานว่าเพลิงสงบ รายละเอียดเพิ่มเติมอยู่ระหว่างการตรวจสอบ เบื้องต้นยังต้องรอการยืนยันตัวเลขของผู้บาดเจ็บ และเสียชีวิตอีกครั้ง

ด่วน!!!!เปิดภาพความเสียหาย ไฟไหม้โรงเบียร์ย่านลาดพร้าว เมื่อเวลา 23.57 น. วันที่ 12 ก.ค. 69 มีผู้เสียชีวิต และบาดเจ็บจำนวนมาก

วันนี้ (13 ก.ค.2569) เวลา 01.20 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ลงพื้นที่จุดเกิดเหตุเพลิงไฟไหม้โรงเบียร์ชื่อดัง ย่านลาดพร้าว เขตจตุจักร กทม. เบื้องต้นพบผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 27 คน และได้รับบาดเจ็บจำนวนหนึ่ง นอกจากนี้ยังมีผู้สูญหาย ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบจากโทรศัพท์มือถือที่ตกอยู่ในที่เกิดเหตุจำนวนมาก

นายกอนุทินลงพื้นที่เหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว มีผู้เสียชีวิตแล้ว 27 ราย บาดเจ็บนับสิบ สั่งเร่งสอบสวนสาเหตุด่วน!!วันที่ 13 ก.ค. 69 เวลา 01.30 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

ลงพื้นที่จุดเกิดเหตุเพลิงไหม้ย่านลาดพร้าว โดยมีนายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมติดตามสถานการณ์

นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เผยว่า วันนี้ เวลาประมาณ 00.02 น. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้รับรายงานเกิดเหตุเพลิงไหม้ภายในร้านอาหารโรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ซึ่งอยู่ใกล้เคียงซอยลาดพร้าว 1 ถนนลาดพร้าว แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ

เพลิงได้ลุกไหม้อย่างรุนแรง และเจ้าหน้าที่ดับเพลิงจากสถานีดับเพลิงและกู้ภัยสุทธิสาร พหลโยธิน พญาไท และห้วยขวาง รวมถึงการไฟฟ้านครหลวง เจ้าหน้าที่ตำรวจ ปภ. พร้อมอาสาสมัครมูลนิธิ ร่วมเข้าดับเพลิงและช่วยเหลือผู้บาดเจ็บและผู้ติดค้างภายในร้านอาหาร โดยเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเพลิงได้สงบในเวลา 00.32 น.

จากการตรวจสอบเบื้องต้นมีผู้เสียชีวิต จำนวน 27 ราย เป็นชาย 9 ราย เป็นหญิง 18 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ได้นำส่งโรงพยาบาลใกล้เคียง ขณะนี้อยู่ระหว่างพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบรายละเอียดสาเหตุ

ทั้งนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย สั่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่งดำเนินการอย่างละเอียดโดยเร็ว ทั้งการตรวจสอบสาเหตุ การติดตามอาการผู้บาดเจ็บที่รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล และการติดต่อญาติของผู้เสียชีวิต รวมถึงการพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลตามกระบวนการโดยเร็วที่สุด//////

เครดิต เจ้าของวีดีโอ และ ภาพ ทุกท่าน

#สื่อรัฐทีวี #สื่อรัฐนิวส์ / รพ.นครปฐม ได้รับพระราชทาน พระบรมราชานุญาต สวดพระอภิธรรมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

โรงพยาบาลนครปฐม ได้รับพระราชทาน พระบรมราชานุญาต ให้ร่วมเป็นเจ้าภาพพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม ณ พระที่นั่งดุสิตพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ โรงพยาบาลนครปฐม ร่วมเป็นเจ้าภาพพระพิธีธรรม สวดพระอภิธรรมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ต่อคณะผู้บริหาร แพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลนครปฐม ในการแสดงพลังแห่งความจงรักภักดี และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่ทรงมีต่อปวงชน ชาวไทยตลอดมา ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร

สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าวนครปฐม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /เกิดไฟไหม้ร้านขายเนื้อหมูแปรรูปอยู่ภายในบริเวณ ตลาสดพรเพชร เขตเทศบาล เมืองมุกดาหาร

เกิดไฟไหม้ร้านขายเนื้อหมูแปรรูปอยู่ภายในบริเวณ ตลาสดพรเพชร เขตเทศบาลเมืองมุกขณะเพลิงลุกไหม้ชาวบ้านพบเห็นแจ้งตำรวจประสารหน่วยดับเพลงเทษบาลนำรถดับเพลงจำนวน 6 คันเข้าสกัดเพลิงได้ก่อนตึกแถว อาคารพาณิชย์จะวอดทั้งหมด

เมื่อเวลาประมาณ 06:30 น. วันที่ 11 กรกฎาคม 2569 ศูนย์วิทยุ สภ.เมืองมุกดาหารได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้ร้านขายเนื้อหมูอยู่บ้านเลขที่ 70/138 อยู่ ภายในตลาดสดพรเพชรเขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร ตรวจสอบจุดเกิดเหตุพบเป็นอาคารพาณิชย์คูหาสุดท้าย ซึ่งเปิดเป็นร้านขายเนื้อหมูพบมีกลุ่มควันพวยพุ่งออกมาจากบริเวณหลังร้าน

เป็นจุดต้นเพลิงมาจากหลังบ้านร้านขายเนื้อหมูบริเวณมิเตอร์ปั๊มน้ำหลังร้าน เจ้าหน้าที่เจ้าหน้าที่จึงได้ระดมฉีดน้ำและถังดับเพลิงเข้าสกัดกั้นอย่างรวดเร็ว โดยใช้เวลาเพียง 3 นาที ก็สามารถควบคุมสถานการณ์เพลิงสงบลงได้ทันท่วงทีเพลิง

ทำให้โครงสร้างหลักของอาคารได้รับความเสียหายเพียงเล็กน้อยส่วนทรัพย์สินอยู่หลังร้านก็ได้รับความเสียหายจำนวนหนึ่งเท่านั้นโชคดีที่กล่องโฟมเก็บความเย็นเก็บไว่หลังครัวจำนวนมากเพื่อบรรจุเนื้อหมู่ให้ลูกค้าโชคดีที่กองกล่องโฟมเพลิงลามไม่ถึงโฟมเป็นชื้อเพลิงอย่างดี

จากการสอบถามนางสาวแพทฯซึ่งเป็นผู้จัดการร้านขายเนื้อหมู่ดังกล่าวบอกว่าเมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมาได้เรียกชั่งมาตรวจสอบระบบไฟหลังร้านให้เพราะบางวันไฟหลังร้านเกิดมีสะเก็ดไฟ

พุ่งออกมาพอชั่งมาตรวสอบบอกว่าต้องรอสั่งอะไหล่มาก่อนแต่มาวันนี้เกิดเพลิงไหม้เสียก่อนจากการตรวจสอบเบื้องต้น สาเหตุคาดว่าเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรที่ตัวมิเตอร์ปั๊มน้ำ จนทำให้เกิดประกายไฟและกลุ่มควันดังกล่าว
ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /” ยุทธศาสตร์ชาติ “เชียงราย ขับเคลื่อนนโยบาย ด้านยาเสพติดครบวงจร สั่งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สแกนผู้ค้า ผู้เสพ รายเล็กราย ใหญ่ ต้องเห็นผล

” ยุทธศาสตร์ชาติ “เชียงราย เข้มขับเคลื่อนนโยบาย ด้านยาเสพติด นายอำเภอเมืองเชียงราย ลงพื้นที่ตำบลบ้านดู่ ส่งสอบความยั่งยืนในการแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจร ผู้ว่าเชียงราย กำชับทุกนายอำเภอ เข้มงวดยุทธการณ์ปราบยาเสพติด ใช้ทั้งไม้นวม ไม้แข็ง สั่งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สแกนผู้ค้า ผู้เสพ รายเล็กราย ใหญ่ ต้องเห็นผลเป็นที่ประจักษ์

เมื่อที่10 ก.ค.2569 นายญาณวุฒิ สุดพิมพ์ศรี นายอำเภอเมือง จ.เชียงราย เป็นประธาน พิธีส่งมอบความยั่งยืนให้หมู่บ้านที่เข้าร่วมโครงการตำบล ยั่งยืนเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจรตามยุทธศาสร์ชาติ โดนมีนายวินัย ธุวะคำ กำนันตำบลบ้านดู่ พ.ต.อ.อนุสรน์ หน่อคำบุตร ผ.ก.ก.สภ.บ้านดู่ เทศบาลตำบลบ้านดู่และภาคีเครือข่ายฯ มาร่วมพิธีเพื่อรับมอบความยั่งยืน อันเป็นเจตนารมณ์แก้ปัญหายาเสพติด

ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือทุกฝ่าย เพื่อการสกัดกั้นและปราบปรามอย่างจริงจัง หลังจากกระทรวงมหาดไทย โดยนายกรัฐมนตรีมีบัญชาถึง กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย บูรณาการร่วมกันหลายหน่วยงานภาครัฐ ดำเนินการปราบปรามยาเสพติด และให้ผู้ว่าราชการ ทุกจังหวัดเข้มงวดในการสนองรับขับเคลื่อนนโยบายอย่างเห็นเป็นรูปธรรม

โดยเฉพาะจังหวัดที่มีชายแดนติดกับต่างประเทศที่มีแหล่งผลิต และลักลอบลำเลียงขนเข้ามาขาย ภายในประเทศ อันปรากฏเจ้าที่ทหาร และตำรวจปราบปรามยาเสพติด ห้วงขณะนี้จับได้เป็นจำนวนมาก และที่สำคัญให้เร่งสแกนหาผู้ค้าทั้งรายใหญ่ รายเล็ก

ผ่านตาสัปรด ผู้นำชุมชน หมู่บ้าน และรายงานผล เข้าสู่ผู้บังคับบัญชาต้นสังกัดที่รับผิดชอบเพื่อสรุปผลรายงานผู้ว่าราชการจังหวัด ที่รับผิดชอบ ขึ้นสู่กระทรวงมหาดไทย เป็นลำดับไป ณ.หอประชุมบ้านหัวฝาย หมู่ที่ 13 ต.บ้านดู่ อ.เมือง จ.เชียงราย
ธนกฤต วรรมณี ผู้สื่อข่าวเชียงราย รายงาน ปกครองบ้านดู่ถ่ายภาพ

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / มทร.อีสาน โชว์ “แทรมลูกอีสาน” รถไฟฟ้ารางเบาฝีมือคนไทย 100% วิ่งทดสอบใช้งานจริงที่วิทยาเขตขอนแก่น

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน (มทร.อีสาน) เดินหน้าสร้างหมุดหมายสำคัญของการพัฒนาเทคโนโลยีระบบรางไทย หลังประสบความสำเร็จในการนำรถไฟฟ้ารางเบา (Light Rail Transit : LRT) หรือ “แทรมลูกอีสาน” ต้นแบบที่พัฒนาโดยทีมวิจัยและวิศวกรไทย ลงวิ่งทดสอบบนรางจริง

ภายในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตขอนแก่น ได้อย่างต่อเนื่อง สะท้อนศักยภาพของมหาวิทยาลัยในการพัฒนานวัตกรรมระบบรางควบคู่กับการผลิตกำลังคนคุณภาพ เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมระบบรางของประเทศในอนาคต โดยการทดสอบดังกล่าวยังได้รับความสนใจจากประชาชนอย่างกว้างขวางผ่านสื่อสังคมออนไลน์

รองศาสตราจารย์ ดร.โฆษิต ศรีภูธร อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน กล่าวว่า “การนำรถไฟฟ้ารางเบาต้นแบบลงวิ่งบนรางจริง ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการพัฒนาเทคโนโลยีระบบรางโดยคนไทย และสะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยในการสร้างองค์ความรู้ วิจัย พัฒนา และผลิตบุคลากรที่มีสมรรถนะสูง รองรับการลงทุนด้านระบบรางที่กำลังขยายตัวทั่วประเทศ

“สิ่งที่ประชาชนเห็นในวันนี้ ไม่ใช่เพียงการทดสอบรถไฟฟ้ารางเบาต้นแบบ แต่คือภาพสะท้อนศักยภาพของคนไทยที่สามารถออกแบบ วิจัย และพัฒนาเทคโนโลยีระบบรางให้ใช้งานได้จริง เราไม่ได้กำลังสร้างรถไฟฟ้าเพียงหนึ่งขบวน แต่กำลังสร้างองค์ความรู้ สร้างบุคลากร และวางรากฐานให้อุตสาหกรรมระบบรางของประเทศไทยสามารถเติบโตได้ด้วยศักยภาพของคนไทย” อธิการบดี มทร.อีสาน กล่าว

อธิการบดี มทร.อีสาน กล่าวว่า “การทดสอบครอบคลุมทั้งสมรรถนะการวิ่งบนทางตรงและทางโค้ง ระบบเบรก ระบบขับเคลื่อน ชุดล้อเลื่อน รวมถึงการตรวจสอบประสิทธิภาพของชิ้นส่วนสำคัญที่พัฒนาโดยทีมวิจัยของมหาวิทยาลัย อาทิ อุปกรณ์ยึดราง ยางรองราง และยางรองร่องราง เพื่อให้มั่นใจว่ารถไฟฟ้ารางเบาต้นแบบมีความพร้อมด้านประสิทธิภาพและความปลอดภัยสำหรับการใช้งานจริง”

นอกจากนี้ การพัฒนารถไฟฟ้ารางเบาต้นแบบยังได้นำองค์ความรู้และมาตรฐานด้านวิศวกรรมระบบรางจากนานาประเทศมาศึกษาและประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย ทั้งด้านการออกแบบ ความปลอดภัย การควบคุมระบบ และการบำรุงรักษา เพื่อยกระดับมาตรฐานการพัฒนาเทคโนโลยีระบบรางของประเทศให้สามารถแข่งขันในระดับสากลได้

รองศาสตราจารย์ ดร.โฆษิต กล่าวเพิ่มเติมว่า “รางทดสอบภายในวิทยาเขตขอนแก่นไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่ทดลองเดินรถ แต่เป็นห้องปฏิบัติการขนาดใหญ่ที่เปิดโอกาสให้นักศึกษา อาจารย์ และนักวิจัยได้เรียนรู้จากสถานการณ์จริง ตั้งแต่การออกแบบ การผลิต การติดตั้ง การทดสอบ การซ่อมบำรุง ไปจนถึงการบริหารจัดการระบบราง ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการผลิตกำลังคนด้านระบบรางที่ประเทศต้องการ”

“ตลอดระยะเวลากว่า 15 ปี มทร.อีสาน ได้พัฒนาหลักสูตร งานวิจัย และเครือข่ายความร่วมมือด้านระบบรางอย่างต่อเนื่อง ความสำเร็จของ ‘แทรมลูกอีสาน’ จึงไม่ใช่เพียงความสำเร็จของมหาวิทยาลัย แต่เป็นอีกก้าวสำคัญของประเทศไทยในการสร้างองค์ความรู้ด้านระบบรางด้วยตนเอง ลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ และต่อยอดสู่การพัฒนาอุตสาหกรรมระบบรางอย่างครบวงจร”
มทร.อีสาน – RMUTI

กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา/รายงาน

#สื่อรัฐทีวี #สื่อรัฐนิวส์ / มหกรรมสินค้าเกษตรคุณภาพ ปลอดภัย ได้มาตรฐาน เพชรบุรี 2026″

พัฒนาภาคเกษตรสู่ความมั่งคั่ง ยั่งยืน ด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตไม้ผล ข้าว และสินค้าเกษตรแปรรูป ให้โด้มาตรฐานสอดคล้องกับความต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ

วันที่ 9 กรกฎาคม 2569 เวลา 16.00 น นางวันเพ็ญ มังศรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรีเป็นประธานเปิดงาน สินค้าเกษตรคุณภาพปลอดภัยได้มาตรฐานเพชรบุรี 2026
โดยนายวันชัย นิลวงศ์ เกษตรจังหวัดเพชรบุรีกล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงาน ณ ลานโปรโมชั่น 1 สุดการค้าเซ็นทรัลมหาชัยจังหวัดสมุทรสาคร

จังหวัดเพชรบุรีร่วมกับ สำนักงานเกษตรจังหวัดเพชรบุรี เปิดตัวดำเนินงาน “มหกรรมสินค้าเกษตรคุณภาพ ปลอดภัย ได้มาตรฐาน เพชรบุรี 2026 ” ตามโครงการตามแผนปฏิบัติราชการประจำปิงบประมาณ พ.ศ. 2569 จังหวัดเพชรบุรี โครงการพัฒนาภาคเกษตรส่ความมั่งคั่ง ยั่งยืน ด้วยนวัตกรรมและเทคโลยี เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตไม้ผล ข้าว และสินค้าเกษตรแปรรป ให้ได้

มาตรฐานสอดคล้องกับความต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ กิจกรรม “มหกรรมสินค้าเกษตรคุณภาพ ปลอดภัย ได้
มาตรฐาน” โดยมีหัวหน้าส่วนราชการหลายภาคส่วนเข้าร่วม นางสาวจินตะณา ปิ่นสุภา พาณิชย์จังหวัดเพชรบุรี นางภัทราภรณ์ เจริญรักษ์แรงงานจังหวัดเพชรบุรีนายวิทยา ชูแก้วรองประธานด้านการเกษตร/AFC หอการค้าจังหวัดเพชรบุรี

นางสาวศิริวรรณ เครือเล็ก เกษตรและสหกรณ์เพชรบุรี นางสาวจินตะณา ปิ่นสุภา พาณิชย์จังหวัดเพชรบุรี นางภัทราภรณ์ เจริญรักษ์ แรงงานจังหวัดเพชรบุรีนางสาวศิริวรรณ เครือเล็ก เกษตรและสหกรณ์จังหวัดสมุทรสาคร นางสาวจินตะณา ปิ่นสุภา พาณิชย์จังหวัดสมุทรสาครนางภัทราภรณ์ เจริญรักษ์ ปศุสัตว์จังหวัดสมุทรสาคร นางสาวภัทราภรณ์ เจริญรักษ์ แรงงานจังหวัดสมุทรสาคร เกษตรและสหกรณ์จังหวัดเพชรบุรี พาณิชย์จังหวัดเพชรบุรี แรงงานจังหวัดเพชรบุรีปฏิรูปที่ดินจังหวัดเพชรบุรี สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดเพชรบุรี

ประกันสังคมจังหวัดเพชรบุรี ประธานกิตติมศักดิ์สภาอุตสาหกรรมจังหวัดเพชรบุรี รองประธานด้านการเกษตร/AFC หอการค้าจังหวัดเพชรบุรี ผู้จัดการศูนย์กลุ่มจังหวัดให้บริการ SME ครบวงจร ภาคกลางตอนล่าง ๒ จังหวัดเพชรบุรี
เกษตรจังหวัดสมุทรสาคร. นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษรักษาราชการแทนเกษตรและสหกรณ์จังหวัดสมุทรสาคร พาณิชย์จังหวัดสมุทรสาคร ปศุสัตว์จังหวัดสมุทรสาครประธาน ศพก. จังหวัดสมุทรสาคร

โครงการนี้นับเป็นกลไกสำคัญ ในการมุ่งยกระดับสินค้าเกษตรให้มีคุณภาพ ปลอดภัย ได้มาตรฐาน และเพิ่มมูลค่าด้วยนวัดกรรมและเทคโนโลยี เพื่อสร้างรายได้ที่มั่นคงให้เภษตรกร พร้อมผลักดันจังหวัดเพชรบุรีสู่การเป็นเมืองต้นแบบด้านเศรษฐกิจการเกษตรและการพัฒนาอย่างยั่งยืน เพื่อประชาสัมพันธ์สินค้าและช่องทางการจำหน่าย ถ่ายทอดเรื่องราว (Story) ของสินค้าเกษตรและสินค้าแปรรูป เช่น ทุเรียนบ้าเด็ง กล้วยหอมทอง น้ำตาลสด ขนมหม้อแกง สร้างการรับรู้แก่ผู้บริโภค ขยายโอกาสทางการตลาด เพิ่มรายได้ให้เกษตรกร และกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัดให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง.

เปิดประตูสู่เมือง 3 รส เปรี้ยว เต็ม หวาน ของคีเมืองเพชรบุรี ในงาน “มหกรรมสินค้าเกษตรคุณภาพ ปลอดภัย ได้มาตรฐาน เพชรบุรี 2026″ พบกับ ของดี ของเด็ด ผลิตภัณฑ์การเกษตรที่ได้รับมาตรฐาน ของจังหวัดเพชรบุรี มากกว่า 30 ร้านค้า พร้อมกิจกรรมความบันเทิงจัดเต็มตลอดงาน การแข่งขันกินจุ”ซองดีเพชรบุรี” วันที่ 13 กรกฎาคม 2569การแสดงมินิคอนเสิร์ต มาให้ฟินติดขอบเวที จาก กานต์ ทศน วันที่ 11 กรกฎาคม 2569 รางวัลจากกิจกรรมส่งเสริมการขายมากมาย อาทิ นาทีทอง

กิจกรรมหิ้วถุงผ้าแลกสินค้าอัตลักษณ์ฟรี วันละ 100 ชิ้น ทุกวัน ข้อปสินค้าครบทุก 100 บาท ลุ้นรับทองคำหนัก 1 สลึง พร้อมเครื่องใช้ไฟฟ้ามากมาย วันที่ 9-14 กรกฎาคม 2569
เวลา 10.00 – 21.00 น. ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล มหาชัย จังหวัดสมุทรสาคร จัดโดย สำนักงานเกษตรจังหวัดเพชรบุรี

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / งามอย่างไทย Mersi Clinic ฉลองครบรอบ 13 ปี ภายใต้แนวคิด”THE 13-YEAR TRUST JOURNEY WITH YOU”

พร้อมประกาศ Brand Transformation เปิดบทใหม่ขององค์กรด้วยวิสัยทัศน์ “13 Years of Trust. A New Chapter Begins with the Medical Team of Mersi Clinic.” เดินหน้ายกระดับมาตรฐานเวชศาสตร์ความงามของไทยโดยย้ำว่า “ความไว้วางใจ”จากผู้เข้ารับบริการคือ รากฐานสำคัญของการเติบโตตลอด13 ปีที่ผ่านมา

ภายในงานเฉลิมฉลองที่ STILL Sukhumvit 20 ผู้บริหารได้ขอบคุณทีมแพทย์ทุกสาขาที่ร่วมสร้างมาตรฐานการรักษา พร้อมเปิดตัวแพทย์รุ่นใหม่ที่จะร่วมขับเคลื่อนองค์กรในอนาคต โดยยืนยันว่าความสำเร็จของคลินิกเกิดจากความเชี่ยวชาญของทีมแพทย์ การรักษาเฉพาะบุคคลและการให้ความสำคัญกับความปลอดภัยเป็นอันดับแรก

นอกจากนี้ ยังประกาศแผนขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่องโดยตั้งเป้าขยายเป็น 17 สาขาในปี 2027 และ 20 สาขาทั่วประเทศในปี 2028 ควบคู่กับการก่อสร้าง โรงพยาบาลศัลยกรรมเฉพาะทางแห่งแรกของ Mersi Clinic เพื่อรองรับบริการศัลยกรรมและเวชศาสตร์ความงามแบบครบวงจร

ดร.ธรรมรัตน์ ธุระทอง (คุณช้อนทอง)ผู้ก่อตั้ง Mersi Clinic และ Chief Executive Officer กล่าวว่า ตลอด13 ปีที่ผ่านมา สิ่งที่มีค่าที่สุดไม่ใช่จำนวนสาขาแต่คือความเชื่อมั่นที่ผู้เข้ารับบริการมอบให้ พร้อมเดินหน้าพัฒนาองค์กรสู่การเป็นผู้นำด้านเวชศาสตร์ความงามที่ได้รับความไว้วางใจในระดับประเทศ

บรรยากาศภายในงานยังได้รับเกียรติจาก คุณแคทรียา อิงลิช และ คุณปีเตอร์ คอร์ป ไดเรนดัล ร่วมแสดงความยินดี สะท้อนก้าวสำคัญของ Mersi Clinic ที่พร้อมเปลี่ยนผ่านจากคลินิกความงามสู่การเป็นองค์กรด้านเวชศาสตร์ความงามที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความ ปลอดภัยและความเชื่อมั่น
เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการความงามไทยในอนาคต

Media Contact
Website : https://mersiclinic-thailand.com/
Facebook : https://www.facebook.com/mersiclinicOfficial
Instagram : https://www.instagram.com/mersiclinicthailand
TikTok : https://www.tiktok.com/@mersiclinicthailand
LINE Official Account : https://lin.ee/YdkL8va
Tel : 094-675-8888

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /เกษตรเมืองเพชร บุกมหาชัย ทั้งทุเรียน ข้าว ผลผลิตแปรรูป หวังกระตุ้นเศรษฐกิจ สู่ตลาดสากลต่างประเทศ

วันที่ 10 กรกฎาคม นางวันเพ็ญ มังศรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี เปิดงาน “สินค้าเกษตรคุณภาพ ปลอดภัย ได้มาตรฐาน 2026” ภายใต้แนวคิดการพัฒนาภาคเกษตรสู่ความมั่งคั่ง ยั่งยืน

ด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีอันทันสมัย เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตผลไม้ ข้าว และสินค้าเกษตรแปรรูป ให้ได้มาตรฐาน สอดคล้องกับความต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล มหาชัย จังหวัดสมุทรสาคร

โดยมีนายวันชัย นิลวงศ์ เกษตรจังหวัดเพชรบุรี กล่าวรายงาน พร้อมนางสาวจินตะณา ปิ่นสุภา พาณิชย์จังหวัดเพชรบุรี นางภัทราภรณ์ เจริญรักษ์แรงงานจังหวัดเพชรบุรีนายวิทยา ชูแก้วรองประธานด้านการเกษตร/AFC หอการค้าจังหวัดเพชรบุรี หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนร่วมงานอย่างคึกคักเนืองแน่น

วัตถุประสงค์การจัดงานในครั้งนี้เพื่อเพิ่มช่องทางการตลาด สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร ผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชน และเครือข่าย SMEs รวมทั้งประชาสัมพันธ์สินค้าเกษตรและสินค้าเกษตรแปรรูปของจังหวัดเพชรบุรีให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง ภายในงานได้มีการรวบรวมสินค้าเกษตรคุณภาพและของดีเมือง

เพชรจากกว่า 30 ร้านค้า พร้อมกิจกรรมส่งเสริมการขาย การแสดงความบันเทิง และการประกวดต่าง ๆ ตลอดทั้งวันในการจัดงาน สามารถเลือกซื้อสินค้าเกษตรคุณภาพและร่วมกิจกรรมได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ.2569
ทีมข่าวสมุทรสาคร

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /ผู้ช่วยผบ.ตร. มอบประกาศฯ จบหลักสูตร วชส.2 ท่ามกลางความภูมิใจ “บิ๊กอุ๊ด” เผยสร้างภูมิคุ้มกันทางไซเบอร์ เดินหน้าเปิดรุ่น 3

เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 พล.ต.ท.อนุชา รมยะนันทน์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานในพิธีมอบใบประกาศนียบัตรและปิดหลักสูตรวัคซีนชีวิตเพื่อสังคม สำหรับผู้บริหารระดับสูง รุ่นที่ 2 หรือ วชส.2 ณ ห้องประชุมศรียานนท์ อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมี พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น นายกสมาคมตำรวจ และ พล.ต.อ.สมพงษ์ ชิงดวง รองนายกสมาคมตำรวจ ในฐานะประธานหลักสูตรวัคซีนชีวิตเพื่อสังคม เข้าร่วมในพิธี

พล.ต.อ.สมพงษ์ เปิดเผยว่า สมาคมตำรวจร่วมกับภาคีเครือข่ายภาคเอกชน ได้ร่วมกันเปิดรับสมัครบุคคลเข้าศึกษาอบรมหลักสูตร “วัคซีนชีวิตเพื่อสังคมสำหรับผู้บริหารระดับสูง (Life Vaccine for Social) มาแล้วรวม 2 รุ่น โดยใช้ระยะเวลาศึกษาอบรม รุ่นละประมาณ 5 เดือน เน้นศึกษาเนื้อหาทั้งด้านสุขภาพ กฎหมาย

เทคโนโลยี ความมั่นคง และการเสริมพลังเครือข่ายสังคม เพื่อเตือนภัยที่เกิดขึ้นในสังคมที่กำลังเกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในสื่อสังคมออนไลน์ ที่บ่อยครั้งแฝงไปด้วยภัยของอาชญากรไซเบอร์ นอกจากนี้ในการศึกษายังมีการนำคณะผู้เข้าอบรมไปดูงานในประเทศทั่วทั้งสี่ภาค และในต่างประเทศด้วย

พล.ต.อ.สมพงษ์ กล่าวต่อว่า หลักสูตร วชส. มีผู้เข้าร่วมอบรมประกอบด้วย ผู้บริหารระดับสูงจากทั้งภาครัฐและเอกชน จำนวน 150 คน อาทิ สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ข้าราชการระดับสูง เจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจ ตั้งแต่ระดับพลตรี พลเรือตรี พลอากาศตรี หรือพลตำรวจตรี ขึ้นไป ข้าราชการพลเรือนระดับ 9 ขึ้นไป ผู้บริหารรัฐวิสาหกิจ นักธุรกิจเจ้าของกิจการ และภาคเอกชน ที่มีอายุระหว่าง 40 – 70 ปี หรือผู้ที่คณะกรรมการพิจารณา

สำหรับผู้บริหารระดับสูง วชส. รุ่นที่ 1 และ รุ่นที่ 2 ที่ผ่านมา ได้ร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองทัพอากาศ และบริษัทไปรษณีย์ไทย เป็นต้น ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมดีๆเพื่อสาธารณะประโยชน์ (CSR ) เช่น ร่วมกันมอบอุปกรณ์การศึกษาการกีฬา ทุนการศึกษา ให้แก่โรงเรียนไทยรัฐวิทยา คีรีวงศ์ อ.ลานสกา มอบถุงยังชีพให้ประชาชนที่ขาดโอกาส

พร้อมมอบเครื่องเสียง และอุปกรณ์ในการปฏิบัติหน้าที่ให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 4 ภาค และบริจาคเครื่องมือแพทย์ให้แก่โรงพยาบาลเกาะสมุย พร้อมมอบเครื่องขยายเสียง อุปกรณ์สิ่งของใช้จำเป็นให้แก่โรงเรียนบ้านเด็กพิเศษและ สภ.บ่อผุด สภ.เกาะสมุย และเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง อ.เกาะสมุย จ.สุราษฏร์ธานี เป็นต้น

ทั้งนร้ผู้ที่จบหลักสูตร วชส. รุ่นที่ 2 ประกอบด้วย อาทิ คุณหญิงชดช้อย โสภณพนิช คุณเพ็ชรากรณ์ วัชรพล คุณรพีพรรณ เหลืองอร่ามรัตน์ คุณชไมมาศ ชาติเมธากุล คุณสุพาพรรณ พิชัยรณรงค์สงคราม คุณชไมมาศ พล.อ.อ ทินกร อินทร์ทอง พล.ต.ท.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุญยศิริ ผบช.ตชด พล.อ.ท จักรกฤษ ธรรมวิชัย นายอภิชัย อร่ามศรี รอง ผวจ.นนทบุรี เป็นต้น สำหรับหลักสูตร วชส. รุ่นที่ 3 รับสมัครเสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และกำลังจะเปิดการศึกษาอบรมภายในเดือน ก.ค.นี้.

สือรัฐ ทีวี บก.เอกสิทธ์ หมวดทอง