สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เตรียมระเบิดความมันส์ เทศกาลสาดสี โฮลี พัทยา 2026

วันที่ 9 มีนาคม 2569 ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพัทยา จ.ชลบุรี ได้จัดให้มีการแถลงข่าวการจัดงานเทศกาลสีสุดยิ่งใหญ่ โฮลีพัทยา Amazing Thailand Grand Holi Festival Pattaya 2026 (เทศกาลสาดสี ครั้งที่ 4) โดยมี นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา นายสุขราช กาลรา นายหสมาคมนักธุรกิจไทย-อินเดีย พัทยา (TIPPA) นายลักษมัน ซิงห์ นายกสมาคมอินเดียพัทยา และผู้เกี่ยวข้องร่วมแถลงข่าว

ทั้งนี้ พบว่ามีแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมงานจำนวนมาก อาทิ นายมานะ ยาประคำ ประธานสภาวัฒนธรรมเมืองพัทยา นางอำพร แก้วแสง ประธาน กต.ตร.สภ.เมืองพัทยา นายศุภฤกษ์ ชมภูนุช สมาชิกสภาเมืองพัทยา นางสาวภคินี สุทธิธำรงสวัสดิ์ สมาชิกสภาเมืองพัทยา ท่ามกลางสื่อมวลชนแขนงต่างๆ ร่วมแถลงข่าวอย่างพร้อมเพรียง

สำหรับเทศกาล Amazing Thailand Grand Holi Festival Pattaya 2026 (เทศกาลสาดสี ครั้งที่ 4) กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 13 – 15 มีนาคม 2569 นี้ ที่บริเวณชายหาดพัทยากลาง เพื่อสร้างสีสันแห่งวัฒนธรรมอินเดียกับเทศกาลสาดสีสุดคึกคักริมทะเลพร้อมเสียงดนตรีขับกล่อง เรียกรอยยิ้มจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก และที่สำคัญเป็นอีเว้นต์การท่องเที่ยวประจำปีที่ได้รับความสนใจอย่างมาก

ภายในงานพบกับกิจกรรมสาดสีตามประเพณีโฮลี คอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดังของอินเดีย อินฟลูเอนเซอร์ และกิจกรรมสร้างสีสัอานืพร้อมมีการบริการอาหารและเครื่องดื่มหลากหลายริมทะเล ซึ่งคาดว่าปีนี้จะได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ และช่วยสร้างเม็ดเงินให้เมืองพัทยาได้เฉกเช่นปีที่ผ่านมา

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กขป. เขต 4 จับมือภาคีสื่อและเอกชน! กาง Roadmap ปี 69 รุกภารกิจ “พลังงานสะอาดและสิ่งแวดล้อม”

วันที่ 9 มีนาคม 2569 คณะทำงานประเด็นสิ่งแวดล้อมและพลังงานสะอาด ภายใต้คณะกรรมการเขตสุขภาพเพื่อประชาชน (กขป.) เขตพื้นที่ 4 จัดประชุมนัดสำคัญเพื่อวางรากฐานการทำงานเชิงรุกปี 2569 มุ่งสร้างสุขภาวะยั่งยืนในพื้นที่ภาคกลาง ณ ร้านแมกไม้สายลม จ.สระบุรี. โดยมีนายนเรศ สุดประเสริฐ​รองประธาน กขป.เขต​พื้นที่​4 เป็นประธาน การประชุม ทั้งนี้คณะทำงานมีนายประพนธ์​เป้าทอง กขป.4 เป็นประธานคณะทำงาน นางกชพรรณ บุญ​งามสม รองศึกษา​ธิการภาค1 นายบรรหาญ เนาวรัตน์​ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลโก่งธนู เป็นรองประธาน

ผนึกกำลังภาคีเครือข่ายระดับภูมิภาค โดยการประชุมครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก นายประพนธ์ เป้าทอง ประธานคณะทำงานฯ เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยคณะกรรมการจากภาครัฐและเอกชนเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง รวมถึงคนสำคัญในกลไกขับเคลื่อน อาทิ:บุญเลิศ ผลอุดม เลขาธิการสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดสิงห์บุรี ร่วมหนุนเสริมด้านการสื่อสารนโยบายสู่ภาคประชาชนนายชวดล กรุ่นทอง คณะทำงาน กขป. เขต 4 ร่วมผลักดันแผนงานเชิงพื้นที่ไฮไลท์ Roadmap ปี 2569: มุ่งเป้า Net Zero และพลังงานทางเลือกที่ประชุมได้ร่วมกันหารือแผนปฏิบัติการ (Action Plan) เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนทั้ง 8 จังหวัด (สระบุรี ลพบุรี สิงห์บุรี นนทบุรี ปทุมธานี นครนายก อยุธยา และอ่างทอง)​ในเขตสุขภาพเขตพื้นที่4 ดังนี้:

Green Hospital: เร่งติดตั้ง Solar Rooftop ในสถานบริการสาธารณสุข ลดค่าไฟ ลดมลพิษSmart Community: ปั้น “ชุมชนต้นแบบพลังงานสะอาด” สนับสนุน Solar Cell ในภาคครัวเรือนและเกษตรกรรมClean Air Task Force: เฝ้าระวังคุณภาพอากาศ (PM 2.5) และจัดการขยะอุตสาหกรรม/สารเคมีอันตรายอย่างเป็นระบบการเข้าร่วมของ สมาคมสื่อมวลชนจังหวัดสิงห์บุรี ในครั้งนี้ ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการนำข้อมูลข่าวสารด้านสิ่งแวดล้อมและพลังงานสะอาดไปสู่พี่น้องประชาชนอย่างทั่วถึง เพื่อสร้างความเข้าใจและการมีส่วนร่วมในระดับฐานราก”เรามุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดอย่างเป็นธรรม เพื่อให้มั่นใจว่าอากาศที่บริสุทธิ์และสิ่งแวดล้อมที่ดีจะเป็นมรดกที่ส่งต่อถึงลูกหลานเราได้จริง” นายประพนธ์ เป้าทอง ประธานคณะทำงานฯ

กขปเขต4 #พลังงานสะอาด #NetZero #สระบุรี #ลพบุรี #สิงห์บุรี #สมัชชาสุขภาพ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ปิดตำนาน แก๊ง จี5 วัยรุ่นโคราชยิงปืนกลางเมือง ยึดปืน 5 กระบอก มีด 3 เล่ม หลังไล่ล่ายิงกันเจ็บ 1

เมื่อเวลา 14.00 น.วันจันทร์ที่ 9 มีนาคม 2569 ที่หน้ากองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ พรหมทา ผบก.ภ.จว.นม ,พ.ต.อ. อโณทัย จินดามณี รอง.ผบก.ภ.จว.นม ,

พ.ต.อ.ศิริชัย ศรีชัยปัญญา ผกก สภ.เมืองนครราชสีมา , พ.ต.ท.วิชานนท์ บ่อพิมาย รอง.ผกก.สส.ภ.จว.นม ร่วมกันแถลงข่าว จับกุมแก๊ง g5 วัยรุ่นใช้อาวุธปืนยิงกันกลางเมืองโคราช พร้อมของกลาง ปืน ไทยประดิษฐ์ 5 กระบอก มีดยาว 3 เล่ม มอเตอร์ไซค์ 5 คัน

ตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา เปิดปฏิบัติการกวาดล้างแก๊งวัยรุ่นใช้อาวุธปืนยิงกันในเขตตัวเมือง หลังเกิดเหตุทะเลาะวิวาทและใช้อาวุธปืนยิงกันบริเวณซอยลำปรุ 2 ตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครราชสีมา เมื่อช่วงเย็นวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย และทรัพย์สินของประชาชนได้รับความเสียหาย ก่อนกลุ่มผู้ก่อเหตุจะขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป

ต่อมาชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา ร่วมกับชุดสืบสวน บก.สส.ภ.3 และ สภ.เมืองนครราชสีมา เร่งติดตามผู้ก่อเหตุจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางก่อนและหลังเกิดเหตุ จนทราบว่าผู้ก่อเหตุเป็นกลุ่มวัยรุ่น 2 กลุ่ม ซึ่งมีทั้งนักเรียนมัธยมปลายและนักเรียนอาชีวะ เคยมีปัญหากันมาก่อน ก่อนจะมาพบกันบนถนนและเกิดการไล่ยิงกัน

เจ้าหน้าที่จึงขอศาลอนุมัติหมายค้นเข้าตรวจค้นบ้านผู้ต้องสงสัย 5 จุด พร้อมตรวจยึดอาวุธปืนรวม 5 กระบอก ประกอบด้วย อาวุธปืนปากกา ขนาด .39 จำนวน 4 กระบอก และอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ ขนาด .38 อีก 1 กระบอก พร้อมควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย

มาดำเนินคดีตามกฎหมาย ตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา ขอความร่วมมือผู้ปกครองช่วยดูแลบุตรหลานอย่างใกล้ชิด และหากประชาชนพบเบาะแสหรือข้อมูลเกี่ยวกับการกระทำความผิด สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตลอดเวลา

ภาพ นายประสิทธิ์ วนะชกิจ/ข่าว กันตินันท์ เรืองประโคน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ลอบขนยานรกกลางโขง! สน.เรือบ้านแพง ไล่สกัดระทึก คนร้ายทิ้งของกลางหนี ยึดยาบ้า 150,000 เม็ด ริมฝั่งบึงกาฬ

เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2569 เจ้าหน้าที่สถานีเรือบ้านแพง หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (นรข.) เขตนครพนม สนธิกำลังร่วมกับ ร้อย ทพ.2108, ร้อย ตชด.2441, สภ.เหล่าหลวง และฝ่ายปกครองอำเภอบึงโขงหลง

เข้าตรวจสอบพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำโขง บริเวณบ้านหนองฮู หมู่ 8 ตำบลท่าดอกคำ อำเภอบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ หลังได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีการลักลอบลำเลียงยาเสพติดจาก สปป.ลาว เข้ามายังฝั่งประเทศไทย

ปฏิบัติการครั้งนี้อยู่ภายใต้การอำนวยการของ พล.ร.ต.ณรงค์ เอมดี ผู้บัญชาการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง และ น.อ.แมนรัตน์ บุญสวัสดิ์ ผู้บังคับการ นรข.เขตนครพนม โดยมี ว่าที่ ร.อ.เพชรนคร ผิวขำ หัวหน้าสถานีเรือบ้านแพง และเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. เป็นผู้ควบคุมการปฏิบัติ

ต่อมาเวลาประมาณ 19.40 น. ชุดซุ่มเฝ้าตรวจใช้กล้องตรวจการณ์กลางคืน ตรวจพบเรือกีบติดเครื่องยนต์แบบเพลายาวจำนวน 1 ลำ แล่นมาจากฝั่ง สปป.ลาว มุ่งหน้าสู่ฝั่งไทยบริเวณริมแม่น้ำโขงบ้านหนองฮู ห่างจากจุดซุ่มประมาณ 1 กิโลเมตร เจ้าหน้าที่จึงร่นระยะเข้าไปตรวจสอบ

กระทั่งเวลาประมาณ 20.00 น. พบชายต้องสงสัย 1 คน แบกวัตถุต้องสงสัยขึ้นมาจากริมแม่น้ำโขง เมื่อเจ้าหน้าที่แสดงตัวเข้าตรวจสอบ ชายดังกล่าวเกิดอาการตกใจ รีบทิ้งกระสอบและอาศัยความมืดหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจสอบกระสอบที่ถูกทิ้งไว้บริเวณข้างถนนริมฝั่งแม่น้ำโขง

จากการตรวจสอบพบว่า ภายในกระสอบบรรจุยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวนมาก จึงประสานหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ร่วมตรวจสอบ ก่อนนำของกลางทั้งหมดกลับไปยังสถานีเรือบ้านแพงเพื่อตรวจนับอย่างละเอียด

ผลการตรวจสอบพบว่า ภายในกระสอบมียาบ้าจำนวน 75 มัด แต่ละมัดบรรจุถุงพลาสติกแบบกดปิดดึงเปิด 10 ถุง ภายในถุงบรรจุยาบ้าถุงละ 200 เม็ด โดยมียาบ้าเม็ดสีแดงประทับตรา WY และเม็ดสีเขียวตรา A รวมทั้งสิ้นจำนวน 150,000 เม็ด

เจ้าหน้าที่จึงทำบันทึกการตรวจยึดไว้เป็นหลักฐาน ก่อนนำของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.เหล่าหลวง อำเภอบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย พร้อมเร่งติดตามตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีต่อไป
เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

ยาบ้า150000เม็ด แม่น้ำโขง #บึงกาฬ #นรข #CIAThailand

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ต้อนรับ คนไทยชุดแรก 29 คน อพยพ จากอิหร่าน ถึงสุวรรณภูมิ ปลอดภัยดี เผยความรู้สึก หลังได้กลับบ้าน

เมื่อเวลา 16.00 น. วันนี้ 9 มีนาคม 2569 ที่ ประตู 10 สนามบินสุวรรณภูมิ กระทรวงการต่างประเทศ ให้การต้อนรับคนไทยชุดแรกจำนวน 29 คน ที่อพยพออกจากประเทศอิหร่าน และเดินทางกลับถึงประเทศไทย โดยสายการบิน Turkish Airlines เที่ยวบินที่ TK 68 ซึ่งมีกำหนดเดินทางถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิในเวลา 15.02 น. โดยประมาณโดย นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้เดินทางมาต้อนรับ พร้อมให้กำลังใจคนไทยที่เดินทางกลับถึงประเทศอย่างปลอดภัย

ซึ่งเที่ยวบินดังกล่าวเป็นเที่ยวบินที่นำคนไทยชุดแรกจากอิหร่านเดินทางกลับประเทศ ท่ามกลางการติดตามสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิดของรัฐบาลไทย เพื่อดูแลความปลอดภัยของคนไทยในต่างแดนอย่างต่อเนื่อง
โดยคนไทยกลุ่มแรกจากกรุงเตหะราน รวม 62 คน ในจำนวนนี้มีเจ้าหน้าที่ 10 คนที่ไม่ได้เดินทางกลับมาด้วย ซึ่งในวันนี้มีคนไทยเดินทางกลับมา 29 คน ส่วนใหญ่เป็นแม่บ้านและนักศึกษา ขณะที่ในวันพรุ่งนี้ (10 มีนาคม 2569)

จะมีคนไทยเดินทางกลับมาอีก 23 คน และในวันที่ 10 มีนาคม จะมีคนไทยอีกหนึ่งกลุ่มประมาณ 75 คน เดินทางออกจากกรุงเตหะราน เพื่อไปยังชายแดนตุรกี ก่อนต่อเครื่องบินกลับประเทศไทยนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่คนไทยกลุ่มแรกจำนวน 29 คน สามารถอพยพออกจากประเทศอิหร่านผ่านทางประเทศตุรกี และเดินทางกลับถึงประเทศไทยได้อย่างปลอดภัย พร้อมระบุว่าในวันพรุ่งนี้จะมีคนไทยอีก 23 คน เดินทางกลับตามมา ซึ่งมีทั้งผู้ใหญ่และเด็ก

นายสีหศักดิ์ ยังกล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตไทยในอิหร่าน ที่ช่วยดูแลและอำนวยความสะดวกในการเดินทาง ซึ่งถือเป็นภารกิจที่ค่อนข้างยากลำบาก เนื่องจากคนไทยต้องเดินทางด้วยรถยนต์นานกว่า 10 ชั่วโมง จากกรุงเตหะรานไปยังชายแดนประเทศตุรกี

จากนั้นพักค้างคืนที่ตุรกี 1 คืน ก่อนเดินทางต่อด้วยเครื่องบินจากนครอิสตันบูลกลับประเทศไทย
นอกจากนี้ ในวันที่ 10 มีนาคม จะมีการนำคนไทยอีกกลุ่มหนึ่งประมาณ 75 คน เดินทางออกจากกรุงเตหะรานด้วยรถยนต์ไปยังชายแดนตุรกี และต่อเครื่องบินกลับประเทศไทยเช่นเดียวกัน

โดยได้รับความร่วมมือจากทางการตุรกีและเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางเป็นอย่างดี
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ยังระบุว่า การอพยพคนไทยครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี ที่มีความห่วงใยคนไทยในต่างประเทศ และต้องการให้คนไทยที่ประสงค์

จะเดินทางกลับประเทศสามารถเดินทางกลับมาได้อย่างปลอดภัย อย่างไรก็ตาม ยังมีคนไทยบางส่วนที่ประสงค์จะพำนักอยู่ในอิหร่านต่อไป เช่น กลุ่มนักศึกษาที่ต้องการศึกษาต่อ พร้อมกันนี้ ยังได้ขอบคุณรัฐบาลอิหร่านที่ให้ความร่วมมือในการดูแลความปลอดภัยของคนไทย และอำนวยความสะดวกในการเดินทางออกจากประเทศอย่างราบรื่น

ขณะที่นางสงกรานต์ ฟาโรคิห์ และนางศิริมา ดาแหม่ง ตัวแทนคนไทยที่เดินทางกลับถึงประเทศไทย เปิดเผยว่า รู้สึกซาบซึ้งและขอบคุณรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ สถานเอกอัครราชทูตไทย รวมถึงสมาคมคนไทยในอิหร่าน ที่ให้การช่วยเหลือและประสานงานการอพยพ

ในครั้งนี้อย่างเต็มที่ แม้ว่าการเดินทางจะค่อนข้างเหน็ดเหนื่อย เพราะต้องใช้เวลารวมกว่า 2 วันกว่าจะเดินทางถึงกรุงเทพมหานคร แต่ทุกคนก็รู้สึกดีใจที่ได้กลับถึงประเทศไทยอย่างปลอดภัย โดยระบุว่าที่อิหร่านยังคงมีสถานการณ์ความตึงเครียดและมีการโจมตีทางอากาศเป็นระยะ แต่ประชาชนบางส่วนยังสามารถใช้ชีวิตและจับจ่ายใช้สอยได้ตามปกติ

ตัวแทนคนไทย ยังกล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมา คนไทยในอิหร่านได้รวมตัวกันเป็นเครือข่ายช่วยเหลือกัน โดยมีการติดต่อประสานงานกันอย่างต่อเนื่องผ่านสถานทูตและสมาคมคนไทย เพื่อดูแลกันและกันและไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง พร้อมขอบคุณคนไทยใน

ประเทศที่ส่งกำลังใจมาให้ ทำให้รู้สึกซาบซึ้งใจเป็นอย่างยิ่ง
สำหรับคนไทยที่ยังพำนักอยู่ในอิหร่าน ส่วนใหญ่ทำงานเป็นแม่บ้านและทำงานในร้านสปา โดยหลายคนพักอาศัยอยู่กับครอบครัวหรือญาติพี่น้อง ในบางพื้นที่มีชั้นใต้ดินสำหรับหลบภัย ขณะที่บางส่วนได้ย้ายไปอยู่รวมกับครอบครัวใหญ่ในพื้นที่ชนบทเพื่อความปลอดภัย

ทั้งนี้ การอพยพครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่สองของคนไทยในพื้นที่ หลังจากก่อนหน้านี้เคยมีการอพยพในช่วงสถานการณ์ความตึงเครียดเมื่อครั้งสงคราม 12 วันที่ผ่านมา ซึ่งทำให้หลายคนมีประสบการณ์และสามารถเตรียมตัวรับมือกับสถานการณ์ได้ดียิ่งขึ้น โดยในการอพยพครั้งก่อนต้องใช้เวลาเดินทางด้วยรถยนต์กว่า 14 ชั่วโมง และใช้เวลารวมเกือบ 24 ชั่วโมงกว่าจะถึงจุดหมายปลายทาง


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ชาวบ้านชมเปาะ! เมืองพัทยาดึง 42 ชุมชน ร่วมงานกีฬาสัมพันธ์ต้านภัยยาเสพติดเพื่อสุขภาพ ช่วยลดภาระลูกหลาน

วันที่8 มี.ค.69 คณะทำงานป้องกันปัญหายาเสพติดเมืองพัทยา โดยฝ่ายป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ส่วนปกครอง สำนักปลัดเมืองพัทยา ได้จัดกิจกรรมพัทยาสานสัมพันธ์ต้านภัยยาเสพติด (กีฬาต้านยาเสพติด) โดยได้รับเกียรติจากนายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา เป็นประธานเปิดงานที่โรงเรียนเมืองพัทยา 7 (บ้านหนองพังแค) จ.ชลบุรี

ด้วยคณะผู้บริหารเมืองพัทยาได้วางกรอบนโยบายพัฒนาท้องถิ่นภายใต้สโลแกน BETTER PATTAYA โดนปัญหายาเสพติดเป็นนโยบายสำคัญหลัก ที่จะต้องดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหา และให้การส่งเสริม สนับสนุน ตลอดจนการปฏิบัติการในการวางแผน การดำเนินกิจกรรมต่างๆ อย่างจริงจัง โดยความร่วมมือ ร่วมใจของทุกส่วนในสังคมเมืองพัทยา

จึงได้จัดกิจกรรมพัทยาสานสัมพันธ์ต้านภัยยาเสพติด (กีฬาต้านยาเสพติด) ขึ้น เพื่อแสดงออกถึงความร่วมมือของทุกภาคส่วน ในการร่วมกันเป็นพลังในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยมีเครือข่ายด้านยาเสพติด ชุมชนเมืองพัทยา และอสม.เมืองพัทยา เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ร่วม 900 คน แบ่งออกเป็น 4 สี ได้แก่ สีชมพู, สีน้ำเงิน, สีแดง และสีเขียว มีการแข่งขันกีฬาเปตอง โบว์ลิ่ง และกีฬามหาสนุก รวมทั้งมีขบวนพาเหรด และการสร้างสีสันของกองเชียร์ และเชียร์ลีดเดอร์จาก 42 ชุมชนทั่วเมืองพัทยา

นางเตือนใจ ดีรบรัมย์ ประธานชุมชนวัดธรรมสามัคคี ในฐานะหัวหน้าสีชมพู โดยมีสมาชิกจาก 10 ชุมชนเมืองพัทยา ประกอบด้วย 1.ชุมชนบงกช 2.ชุมชนอรุโณทัย 3.ชุมชนหนองใหญ่บ้านบน 4.ชุมชนหนองใหญ่บ้านล่าง 5.ชุมชนวัดธรรมสามัคคี 6.ชุมชนบ้านเนินรถไฟ 7.ชุมชนเพนียดช้าง 8.ชุมชนต้นกระบก 9.ชุมชนวอล์กกิ้งสตรีท และ 10.ชุมชนเขาน้อย

สำหรับกิจกรรมกีฬาต้านยาเสพติดในครั้งนี้ต้องขอบคุณที่เมืองพัทยาได้จัดขึ้นเพื่อให้ประชาชน 42 ชุมชน ได้มีโอกาสที่จะออกกำลังกายเพื่อสุขภาพที่ดีไม่เป็นภาระของลูกหลาน ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมประจำปีที่เมืองพัทยาดำเนินการจัดขึ้นมานาน นับเป็นการเปิดพื้นที่ให้คนในชุมชนต่างๆ ในเมืองพัทยามาเจอกันและสนุกสนานร่วมกัน

ลูกศิษย์ลูกหาทั่วประเทศแห่ร่วมงานไหว้ครูบูรพาจารย์ ปี 69 ปู่ฤาษีนารอท ผู้ประกอบการพัทยาร่วมออกโรงทานเลี้ยงอาหารฟรี

วันที่ 8 มี.ค.69 ที่โดมอเนกประสงค์ โรงเรียนบ้านบึง วัดเทพบุตร จ.ชลบุรี สำนักสักยันต์ อ.ใหม่ บ้านงามประเสิรฐ (สักยันต์ไทยรามัญ) ได้จัดงานไหว้ครูบูรพาจารย์ ประจำปี 2569 (ปีที่ 9) ปู่ฤาษีนารอท มหาจักรฤทธิมุณี โดยมีบรรดาลูกศิษย์ลูกหาจากทั่วประเทศเข้าร่วมพิธีกันอย่างคับคั่ง

ทั้งนี้ พบว่ามีผู้ประกอบการเมืองพัทยา น.ส.ศิรณัฐ พงษ์พิระ ผู้บริหารร้าน Tree Time Cafe ซึ่งเป็นลูกศิษย์ ได้ร่วมออกโรงทานเลี้ยงอาหารเป็นก๋วยเตี๋ยวน้ำ-แห้งรวมกว่า 200 ชาม มาแจกจ่ายให้ผู้เข้าร่วมงานได้รับประทานฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย ถือเป็นการร่วมทำบุญในการจัดงานไหว้ครูในปีนี้

ในพิธี อ.นก บ้านงามประเสริฐ อาจารย์ใหญ่ได้เบิกฤกษ์ด้วยการครอบครูเศียรฤาษีให้กับ อ.ใหม่ บ้านงามประเสริฐ เป็นประธานในการครอบครูให้กับบรรดาลูกศิษย์ลูกที่มาลงทะเบียนไว้ตามลำดับจำนวนหลายร้อยคน นอกจากนี้ในพิธียังได้มีพิธีการสักยันต์ เจิมมือ เปิดบูชาเครื่องราง เพื่อความเป็นสิริมงคลต่อผู้ศรัทธาอีกด้วย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เปิดประมูลหมายเลขทะเบียนรถยนต์ เลขสวย ประจำปี 2569 หมวดอักษร ขก ของขวัญล้ำค่า ก้าวหน้ามั่งมี ป้ายดีเลขมงคล

ที่ห้องสายนที โรงแรมริเวอร์ อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก พร้อมด้วย นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม ร่วมเปิดประมูลหมายเลขทะเบียนรถยนต์เลขสวย ประจำปี 2569

หมวดอักษร ขก ของขวัญล้ำค่า ก้าวหน้ามั่งมี ป้ายดีเลขมงคล โดยมีผู้อำนวยการสำนัก ขนส่งจังหวัดนครปฐม และจังหวัดต่างๆ หัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม และประชาชน ร่วมกิจกรรมในครั้งนี้เป็นจำนวนมาก

นายไตรสิทธิ์ ธันยาพรสมบัติ ขนส่งจังหวัดนครปฐม กล่าวว่า สำนักงานขนส่งจังจังหวัดนครปฐม ได้นำแผ่นป้ายทะเบียนรถเลขสวย ซึ่งมีภาพสีสันสวยงาม มีสัญลักษณ์ที่สื่อถึงความเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดนครปฐม จำนวน 301 หมายเลข ซึ่งที่ผ่านมาได้จัดให้มีการประมูลป้ายทะเบียนรถยนต์นั่งส่วนบุคคคลไม่เกิน 7 คน มาแล้ว จำนวน 14 ครั้ง

มีรายให้จากการจัดประมูลรวมทั้งสิ้น 291,548,427 บาท (สองร้อยเก้าสิบเอ็ดล้านห้าแสนสี่หมื่นแปดพันสี่ร้อยยี่สิบเจ็ดบาทถ้วน) โดยนำเงินที่ได้จากการประมูลเข้ากองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ไปใช้ในการรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน และมอบอุปกรณ์เพื่อช่วยเหลือผู้พิการ

สำหรับการประมูลในครั้งนี้ ได้รับความสนใจจากประชาชนชาวจังหวัดนครปฐมและจังหวัดใกล้เคียง ที่มีความประสงค์เข้าร่วมการประมูลด้วยการลงทะเบียนล่วงหน้า ครบทั้งหมด 301 หมายเลข เป็นเงินทั้งสิ้น 2,161,000 บาท

(สองล้านหนึ่งแสนหกหมื่นหนึ่งพันบาทถ้วน) กระทำโดยวิธีเสนอราคาด้วยวาจาโดยการเคาะไม้และประมูลทางอินเทอร์เน็ต เพื่อความเสมอภาค โปร่งใส และเป็นธรรม นอกจากนี้ผู้สนใจยังสามารถมาลงทะเบียนเพิ่มเติมได้อีก ณ บริเวณจัดการประมูลแห่งนี้ต่อเนื่องได้อีกด้วย

ทั้งนี้ ในเบื้องต้น มีผู้ประมูลหมายเลขทะเบียน ขก 9999 ในราคา 885,000 บาท, หมายเลขทะเบียน ขก 8888 ในราคา 610,000 บาท, หมายเลขทะเบียน ขก 7777 ในราคา 290,000 บาท, หมายเลขทะเบียน ขก 6666 ในราคา 240,000 บาท, หมายเลขทะเบียน ขก 5555 ในราคา 340,000 บาท,

หมายเลขทะเบียน ขก 4444 ในราคา 215,000 บาท, หมายเลขทะเบียน ขก 3333 ในราคา 225,000 บาท, หมายเลขทะเบียน ขก 2222 ในราคา 200,000 บาท และหมายเลขทะเบียน ขก 1111 ในราคา 305,000 บาทสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครปฐม –

ภาพ/ข่าว
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “มทภ.2 ลงพื้นที่เยี่ยมให้กำลังใจครอบครัว ร.ต. วสันต์ ขานหัวโทน วีรบุรุษทหารกล้า ผู้สละชีวิตเพื่อผืนแผ่นดินไทย”

วันที่ 7 มีนาคม 2569 เวลา 11.00 น. พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 ลงพื้นที่เยี่ยมให้กำลังใจและแสดงความห่วงใยต่อครอบครัวของ

ร้อยตรี วสันต์ ขานหัวโทน วีรบุรุษทหารกล้า ผู้สละชีวิตเพื่อผืนแผ่นดินไทย โดยมี พลตรี ประเสริฐ ข่าทิพย์พาที ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 24 และ

พันเอก ชิตวรรธน์ ฐิตสวัสดิ์ รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 24 พร้อมด้วยคณะผู้บังคับบัญชา และหัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่ ร่วมเยี่ยมให้กำลังใจ

และตรวจเยี่ยมการดำเนินการสร้างบ้านพักอาศัยใหม่ ให้แก่ครอบครัวของทหารกล้า ณ บ้านเลขที่ 131 หมู่ 13 บ้านเทื่อม ตำบลเขือน้ำ อำเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี

ในการนี้ แม่ทัพภาคที่ 2 ได้สอบถามถึงความเป็นอยู่ พร้อมเน้นย้ำว่ากองทัพบกและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะไม่ทอดทิ้งกำลังพล

และครอบครัว อีกทั้งยังได้กล่าวแสดงความเสียใจและชื่นชมในความเสียสละของร้อยตรี วสันต์ ขานหัวโทน

ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ด้วยความกล้าหาญและจิตวิญญาณของทหารอาชีพ โดยยืนยันว่าความเสียสละของกำลังพลทุกนาย

จะได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม และจะเป็นกำลังใจให้ครอบครัวสามารถก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากไปได้

ในการลงพื้นที่ในครั้งนี้สะท้อนถึงความห่วงใยของผู้บังคับบัญชาระดับนโยบายที่มีต่อกำลังพลและครอบครัว พร้อมตอกย้ำบทบาทของกองทัพบกในการดูแลสวัสดิการกำลังพลอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง

เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /ฮือฮา! ไดโนเสาร์โลกล้านปีโผล่ริมทะเลพัทยา รับงานเทศกาลดนตรี PMF 2026

มีรายงานว่า สวนไดโนเสาร์พัทยา แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังจังหวัดชลบุรี ได้จัดส่งหุ่นยนต์ไดโนเสาร์ขยับได้เสมือนจริงมาสร้างสีสันในงานเทศกาลดนตรีเมืองพัทยา ประจำปี 2569 เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่น่าประทับใจให้แก่นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวชมงานตลอดเดือนมีนาคมนี้

โดยจะเป็นไดโนเสาร์สายพันธุ์บราคิโอซอรัส ขนาดความยาว 18 เมตร ความสูง 12 เมตร จํานวน 1 ตัว และไดโนเสาร์สายพันธุ์เควทซาโคทลัส ขนาดความสูง 3-5 เมตร จํานวน 3 ตัว โดยได้นำไปจัดแสดงไว้ริมชายหาดพัทยา พบว่าสร้างความตื่นเต้นให้ผู้พบเห็นได้เป็นอย่างมาก

ทั้งนี้ สำหรับงานเทศกาลดนตรีเมืองพัทยาในปีนี้กำหนดจัดขึ้นทุกวันศุกร์-เสาร์ ตลอดเดือนมีนาคม 2569 โดยสัปดาห์แรกจัดที่ชายหาดพัทยา สัปดาห์ที่สองจัดที่หาดจอมเทียน สัปดาห์ที่ 3 จัดที่เกาะล้าน และสัปดาห์สุดท้ายจัดที่นาเกลือ โดยจะมีศิลปินเพลงชื่อดังเข้าร่วมกันเป็นจำนวนมาก

ฉลองครบ 22 ปี พัทยามิวสิคเฟสติวัล 2026 เปิดเป็นทางการ!

ค่ำวันที่ 6 มีนาคม 2569 นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานเปิดงานเทศกาลดนตรีเมืองพัทยา Pattaya Music Festival 2026 ที่ปะรำพิธีชายหาดเมืองพัทยา จ.ชลบุรี โดยมี นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา คณะสมาชิกสภาเมืองพัทยา นายพันธ์ศักดิ์ เกตุวัตถา รองนายก อบจ.ชลบุรี คณะสมาชิก อบจ.ชลบุรี และผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมพิธีอย่างเป็นทางการ

เทศกาลดนตรีเมืองพัทยา Pattaya Music Festival เป็นกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวผ่านเสียงดนตรีที่เมืองพัทยาร่วมกับ อบจ.ชลบุรี ททท. และหน่วยงานในพื้นที่ทุกภาคส่วนร่วมกันผลักดันให้เป็นเป็นเทศกาลดนตรีที่สมบูรณ์แบบที่สุดมาอย่างยาวนานติดต่อกันอย่างยาวนาน 22 ปี จนได้รับชื่อเสียงระดับโลก สร้างเม็ดเงินรายได้เข้าท้องถิ่นเป็นจำนวนมาก

สำหรับปีนี้กำหนดจัดขึ้นทุกวันศุกร์-เสาร์ ทุกสัปดาห์ตลอดเดือนมีนาคม 2569 โดยสัปดาห์แรกจัดขึ้นที่ชายหาดเมืองพัทยา สัปดาห์ที่สอจะไปจัดที่ริมชายหาดจอมเทียน สัปดาห์ที่ 3 จัดที่เกาะล้าน และสัปดาห์ที่ 4 ที่ลานโพธิ์นาเกลือ โดยมีศิลปินจำนวนมากมาร่วมสร้างสีสันความสนุกสนาน

นอกจากนี้ในงานเทศกาลดนตรีเมืองพัทยา Pattaya Music Festival 2026 ยังเปิดพื้นที่ริมชายหาดให้พ่อค้าแม่ค้า ผู้ประกอบการในท้องถิ่นได้มาจำหน่ายสินค้า อาหาร เพื่อสร้างรายได้ในช่วงเทศกาลงานดนตรี โดยเปิดพื้นที่ให้จำหน่ายสินค้านานาชนิดฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

ชื่นชม นศ.สู้ชีวิต บ้านล้มละลายแต่ไม่ท้อ เปิดหมวกหารายได้กลางงานเทศกาลดนตรีเมืองพัทยา

ค่ำวันที่ 6 มีนาคม 2569 มีรายงานว่า ในงานเทศกาลดนตรีเมืองพัทยา ประจำปี 2569 Pattaya Music Festival 2026 งานดนตรีสุดยิ่งใหญ่ อึเว้นต์ส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองพัทยาตลอดเดือนมีนาคม 2569

ท่ามกลางผู้คนมากมายที่เข้าร่วมงาน ผู้สื่อข่าวได้พบภาพประทับใจ เป็นนักศึกษามาทำการแสดงเปิดหมวกเต้นประกอบเพลงอย่างสนุกสนานเพื่อหารายได้ โดยพบว่ามีประชาชนและนักท่องเที่ยวจำนวนมากร่วมชื่นชมและสนับสนุนปัจจัยเงินบริจาคกันไม่ขาดสาย

สอบถามทราบชื่อ น.ส.ธัญญลักษณ์ พูไม้ อายุ 18 ปี หรือน้องชมพู่ นักศึกษาการตลาดชั้น ปวส.1 วิทยาลัยเมืองชลบริหารธุรกิจ หรือ M BAC ก่อนจะเปิดเผยว่า มักจะฝะหางานหรือเทศกาลต่างๆ เพื่อเปิดหมวกแสดงการเต้นประกอบเพลงในแบบฉบับของตนเองที่เน้นความมันส์สนุกสนานและเรียกเสียงหัวเราะ หารายได้หลังเลิกเรียนมาจุนเจือครอบครัว

น้องชมพู่ เล่าด้วยว่า ที่ต้องออกมาหารายได้เพราะต้องหาเงินส่งตัวเองเรียน หบังจากครอบครัวต้องประสบภาวะล้มละลาย และด้วยพ่อแม่ที่มีอายุมากแล้วทำให้ไม่สามารถทำงานได้เหมือนเดิม จึงต้องออกมาหาเงินเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในครอบครัว โดยจะตระเวนไปตามงานต่างๆ ทั่วจังหวัดชลบุรี

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน จัดกิจกรรมวันสื่อสารมวลชนแห่งชาติ “วันนักข่าว” ประจำปี 2569

วันที่ 5 มีนาคม 2569 สมาคมสื่อมวลชนจังหวัด น่าน จัดกิจกรรมเนื่องใน วันนักข่าว หรือวันสื่อสารมวลชนอหางชาติ ประจำปี 2569 โดย นายบุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน นำทีมสมาชิกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่านร่วมทำ

กิจกรรมทำความดีและทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่นักข่าวที่ล่วงลับช่วงเช้า คณะสื่อมวลชนได้ร่วมถวายสังฆทาน เนื่องในวันนักข่าว ณ วัดมิ่งเมือง อำเภอเมือง จังหวัดน่าน เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่นักข่าวผู้ล่วงลับจากวงการสื่อมวลชน

โอกาสนี้ ได้รับเกียรติจาก นางวิไลวรรณ บุดาสา รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานในพิธีจุดเทียนธูปบูชาพระรัตนตรัย โดยมี พระสุนทรมุณี รองเจ้าคณะจังหวัดน่าน เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความสามัคคีของคณะสื่อมวลชนในจังหวัดน่าน

หลังจากนั้น คณะสมาคมสื่อมวลชนได้ร่วมกิจกรรมเพื่อสังคม โดยจัดเลี้ยงอาหารกลางวันแก่นักเรียน ศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดน่าน สังกัดสำนักงานบริหารงานการศึกษาพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ เพื่อแบ่งปันกำลังใจและสร้างรอยยิ้มให้กับเด็กนักเรียน

ต่อมา สมาชิกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่านได้ลงทะเบียนคงสภาพสมาชิกประจำปี และเข้าร่วมประชุมสามัญประจำปี 2569 ณ ห้องประชุมร้าน ฮั้วเลิศรส อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน โดยที่ประชุมได้ดำเนินการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารชุดใหม่ เนื่องจากคณะกรรมการชุดเดิมครบวาระ 2 ปี

ผลการประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์ เสนอชื่อและเลือก นายบุญยงค์ สดสอาด ดำรงตำแหน่งประธานสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่านอีกวาระหนึ่ง ในช่วงปี พ.ศ. 2569 – 2570 พร้อมทั้งได้พิจารณาเรื่องสวัสดิการของสมาชิกสมาคมฯ เพื่อพัฒนาการดำเนินงานขององค์กรต่อไป

ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม สมาชิกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่านร่วมรับประทานอาหารและพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอย่างอบอุ่น ก่อนเสร็จสิ้นกิจกรรมในวันนักข่าวประจำปี 2569

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /เกิดอุบัติเหตุเครื่องเล่นปลาหมึกหลุด ด.ญ. 14 บาดเจ็บ 2 รายในงานย่าโมครบุรีโคราช

นครราชสีมา – วันที่ 5 มี.ค.69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากที่มีการโพสต์แชร์ผ่านโลกโซเชียลกรณีที่เกิดอุบัติเหตุจากเครื่องเล่นปลาหมึก ภายในงานฉลองชัยชนะของท่านท้าวสุรนารี ประจำปี พ.ศ.2569 ซึ่งจัดขึ้นที่บริเวณสนามหน้าที่ว่าการอำเภอครบุรี จ.นครราชสีมา

เมื่อคืนที่ผ่านมา ทางผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ตรวจสอบกับทางนายปริวาส ชัยเลิศ นายอำเภอครบุรี ซึ่งระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นจริงเมื่อเวลาประมาณ 20.00 น. ของวันที่ 4 มีนาคมที่ผ่านมา โดยเป็นเครื่องเล่นประเภทปลาหมึก (เนื่องจากมีลักษณะคล้ายตัวปลาหมึก มีที่นั่งอยู่บริเวณขาลักษณะคล้ายหนวดปลาหมึก ) เกิดหลุดจากแท่นยึด เบื้องต้น

พบว่า มีน๊อต 1 ตัว ของที่นั่งเครื่องเล่นหลวมคลายตัว หลุดออกจากแท่นยึด ทำให้ที่นั่งเอียงลงมาเตะกับพื้น ทำให้ผู้เล่นเครื่องเล่น ได้รับบาดเจ็บ เป็นเด็กหญิง 2 ราย อายุประมาณ 14 ปี ได้รับบาดเจ็บ เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ซึ่งอยู่ในที่เกิดเหตุได้นำตัวส่งโรงพยาบาลครบุรี เพื่อตรวจร่างกายอย่างละเอียด ไม่พบว่ามีการแตกหักของกระดูกแต่อย่างใด มีเพียงอาการฟกซ้ำและแผลถลอกบริเวณแขนและขาเล็กน้อย ซึ่งทางแพทย์ได้อนุญาตให้เด็กทั้ง 2 ไปพักดูอาการที่บ้าน

แต่เนื่องจากครอบครัวของเด็กทั้งสอง เห็นว่ามีการกระแทกจากแรงเหวี่ยงของเครื่องเล่น จึงมีความกังวลว่าอาจจะมีการบาดเจ็บภายใน จึงอยากให้ส่งตัวไปตรวจอย่างละเอียดอีกครั้งในโรงพยาบาลประจำจังหวัด ทุกหน่วยงานรวมถึงเจ้าของเครื่องเล่นและผู้จัดงาน ก็เห็นตรงกันว่าควรที่ส่งตัวน้องทั้ง 2 ไปให้แพทย์คอยดูแลและตรวจสอบอย่างใกล้ชิดอีกครั้ง ที่โรงพยาบาลมหาราชเพื่อความแน่ใจ ซึ่งค่าใช้จ่ายทั้งหมดทางเจ้าของเครื่องเล่นและผู้จัดงานพร้อมเป็นผู้ดูแล

ส่วนเครื่องเล่นที่เกิดเหตุหลังจากที่เกิดเหตุการณ์ขึ้นทางนายอำเภอครบุรี ได้มีการสั่งระงับไม่ให้ใช้เครื่องเล่นทั้งหมด จากนั้นในช่วงสายที่ผ่านมา( 5 มี.ค.69 ) ทางผู้อำนวยการกองช่างจากเทศบาลตำบลแชะ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ฝ่ายปกครอง ท้องที่ท้องถิ่น ร่วมกันเข้าทำการตรวจสอบ เบื้องต้นพบว่าเครื่องเล่นที่เป็นปัญหา มีอุปกรณ์บางส่วนเกิดการชำรุดและต้องทำการเปลี่ยนใหม่

โดยจะมีช่างผู้เชี่ยวชาญเดินทางเข้ามาทำการซ่อมแซมแก้ไขเปลี่ยนอุปกรณ์ที่เกิดการชำรุดและสงสัยทั้งหมด และเมื่อทำการซ่อมแซมเสร็จแล้วทางคณะกรรมการตรวจสอบของท้องที่ก็จะเข้าทำการตรวจสอบซ้ำโดยละเอียดอีกครั้ง ก่อนจะพิจารณาว่าควรที่จะเปิดให้บริการต่อหรือไม่ ส่วนเครื่องเล่นชนิดอื่นอาทิม้าหมุน และชิงช้าสวรรค์ ไม่พบปัญหาแต่อย่างใด

ภาพ นายประสิทธิ์ วนะชกิจ/ข่าว กันตินันท์ เรืองประโคน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / พระวชิรคณาทร ดร. เจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่กลาง เจ้าคุณแจ้ ช่วยผู้ประสบภัยไฟไหม้ชุมชนวัดโยธินฯ มอบเงิน–สิ่งของเยียวยา 7 ครัวเรือน

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 5 มีนาคม 2569 เวลา 13.00 น. เจ้าคุณแจ้ หรือ พระวชิรคณาทร ดร. เจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่กลาง ลงพื้นที่มอบเงินช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากกรณีเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือน ภายในซอยชุมชนวัดโยธินประดิษฐ์ ถนนปู่เจ้าสมิงพราย ตำบลสำโรง อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 3 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา

รวมจำนวน 7 หลังคาเรือน แบ่งเป็นเสียหายทั้งหลัง 4 หลังคาเรือน และเสียหายบางส่วนอีก 3 หลังคาเรือน ส่งผลให้มีประชาชนได้รับความเดือดร้อนรวม 31 คน โดย”เจ้าคุณแจ้” ได้มอบเงินช่วยเหลือเบื้องต้น พร้อมพัดลม ข้าวสาร อาหารแห้ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และน้ำดื่ม ให้กับผู้ได้รับผลกระทบจากกรณีเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือน ทั้ง 7 ครอบครัว

เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้น และสร้างขวัญกำลังใจให้สามารถกลับมาตั้งหลักและดำรงชีวิตต่อไปได้ นอกจากนี้ ยังมอบเงินให้พี่ๆ ทหารจากกองทัพเรือ ที่มาช่วยดูแลและอำนวยความสะดวกให้กับผู้ประสบภัยในครั้งนี้ด้วย


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รพ.นครปฐม รับการตรวจประเมินมาตรฐานสถานพยาบาล จากสำนักงานประกันสังคม

พลตรีสุรพล ชัชวาลวานิช ที่ปรึกษาทางการแพทย์  คุณกฤษณา กลิ่นสมิทธิ์ ที่ปรึกษาทางการพยาบาล เข้าตรวจประเมินมาตรฐานสถานพยาบาล โดย นายแพทย์สุรชัย โชคครรชิตไชย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครปฐม พร้อมด้วย นายแพทย์ณัฐพงศ์ กาญจนะโกมล ร่วมต้อนรับ วัตถุประสงค์ เพื่อตรวจประเมินมาตรฐานการรักษาพยาบาล  ศูนย์ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านตามมาตรฐานประกันสังคม ณ ห้องประชุมเบญจรัตน์ ชั้น 5 อาคารอำนวยการ โรงพยาบาลนครปฐม

สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผกก.สภ.สามพราน เข้าช่วยเหลือลุงขี่จยย.เกิดวูบ ชนท้าย รถกระบะ เจ็บสาหัส

ผู้กำกับ สภ.สามพรานขับรถมาทำงาน พบอุบัติเหตุรีบจอดรถเข้าช่วยเหลือ ลุงวัย 58 ขี่รถจยยย.เกิดอาการวูบเสียหลักชนท้ายรถกระบะบาดเจ็บ วิทยุเรียกรถพยาบาล เจ้าหน้าที่มาช่วยนำส่งโรงพยาบาล เมื่อเวลา 08.00 น.วันที่ 5 มีนาคม 2569 พ.ต.อ.ทรงวุฒิ เจริญวิชยเดช ผกก.สภ.สามพราน จ.นครปฐม ขณะขับรถยนต์มาที่ทำงาน พบเหตุมีรถจักรยานยนต์ ชนท้ายรถยนต์ที่จอดอยู่ข้างถนน ที่ถนนข้างเข้าอำเภอสามพราน หน้าโรงเรียนนายร้อย ตำรวจสามพราน หมู่ 7 ต.สามพราน อ.สามพรานจ.นครปฐม

มีผู้ได้รับบาดเจ็บชาย 1 ราย จึงรีบจอดรถเข้าช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ พร้อมประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจอำนวยความสะดวกและกู้ภัยนำคนเจ็บส่งโรงพยาบาล จากนั้น พ.ต.ต.เจริญทรัพย์ โพพระ สารวัตร สอบสวน สภ.สามพราน เดินทางไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุพร้อมด้วย เจ้าหน้าที่มูลนิธิสุขศาลานุเคราะห์นครปฐม และรถพยาบาลฉุกเฉินรพ.สามพราน

ที่เกิดเหตุ พบรถกระบะซูซูกิ สีขาว ทะเบียน ถณ 6668 กทม จอดอยู่ช่องทางด้านซ้าย ท้ายรถ ด้านขวามีรอยเฉียวชน และ พบรถจักรยานยนต์ honda PCX สีเทาทะเบียน 2 กก 4056 นครปฐม สภาพ พังยับเยิน ทั้งคันที่ถนน พบนายกิตติศักดิ์ สงวนทรัพย์ อายุ 58 ปีชาวบ้าน ต.คลองจินดาอ.สามพราน จ.นครปฐม ได้รับบาดเจ็บนอนคว่ำหน้า มีบาดแลที่ศรีษะ แขนซ้ายหัก ฟกช้ำตาม ลำตัวอาการสาหัส เจ้าหน้าที่จึงช่วยกัน ปฐมพยาบาลทำตัว ส่งโรงพยาบาลสามพราน

ทางด้าน พ.ตอ.ทรงวุฒิ เจริญวิชยเดช ผกก.สภ.สามพราน เผยว่า ตนขับรถยนต์ส่วนตัวจะเข้ามาทำงานที่สภ.สามพราน มาถึงที่เกิดเหตุพบว่ามีอุบัติเหตุมีผู้บาดเจ็บนอนหมดสติจึงรีบจอดรถ ลงไปดูอาการ และรีบ วิทยุประสาน หน่วยกู้ภัย และจราจรมาช่วยเหลือ
เบื้องต้น ทราบว่า ผู้บาดเจ็บ ขี่รถจยย. มาจาก บ้าน ต.คลองจินดา

เพื่อจะไปอบรมชุดรักษาความสงบหมู่บ้าน (ชรบ.) ที่ว่าการอำเภอสามพราน ห่างจากที่เกิดเหตุ 200 เมตร มาถึงที่เกิดเหตุ น่าจะเกิดอาการวูบ ทำให้รถเสียหลัก ไปชนท้ายรถกระบะ ที่จอดอยู่ข้างทางทำให้ได้ รับบาดเจ็บสาหัส เจ้าหน้าที่ตำรวจได้บันทึกภาพและเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุ และ ตรวจดูกล้องวงจรปิด เพื่อดำเนินการตามขันตอนกฎหมายต่อไป

จำรัส ตุ้มท่าไม้ ผู้สื่อข่าว จ.นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผบก.ภ.จว.นครปฐม นำกำลังบูรณาการฝึกซ้อมแผนรับมือเหตุกราดยิง Active Shooter ในสถานศึกษา เสริมความปลอดภัยนักเรียน

วันที่ 5 มี.ค.69 เวลา 09.30 น.พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์
ผบก.ภ.จว.นครปฐม พ.ต.อ.กฤษณัฐ วงษ์กล้าหาญ รอง ผบก.ภ.จว.นครปฐม นางณิชาภา ศกุนะสิงห์ ผอ.โรงเรียนเทศบาล 5 วัดพระปฐมเจดีย์

พร้อมด้วย พ.ต.อ.ปิโยรส กัณหะสิริผกก.สืบสวน ภ.จว.นครปฐม พ.ต.อ.อชิรวัตติ์ ถาวรเจริญวัฒน์ผกก.สภ.เมืองนครปฐม พ.ต.ท.ตะวัน วัฒนรังสรรค์ รอง ผกก.ป.สภ.เมืองนครปฐม พ.ต.ท.อภิชัช อาระหัง สวป.สภ.เมืองนครปฐม

พ.ต.ท.นิวัติ อินโอสถ สวป.(ชส) สภ.เมืองนครปฐม
เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสายตรวจ ชุดปฏิบัติการ นปพ.ร่วมกับคณะครูอาจารย์และนักเรียนโรงเรียนเทศบาล 5 วัดพระปฐมเจดีย์
ได้ดำเนินการฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุ ตามโครงการปลอดภัยไว้ก่อนประจำปีการศึกษา 2568

การซักซ้อมแผนเผชิญเหตุกราดยิง(Active Shooter)
ภายในพื้นที่โรงเรียนเทศบาล 5 โดยบูรณาการกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ หน่วยสายตรวจ ชุดปฏิบัติการพิเศษ ฝ่ายสืบสวน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมความพร้อมในการดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชน

การฝึกซ้อมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อทบทวนขั้นตอนการปฏิบัติ การสั่งการ การเข้าควบคุมสถานการณ์ การช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ การอพยพประชาชนให้เป็นไปอย่างรวดเร็ว ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพ

ตลอดจนเพื่อให้บุคลากรในโรงเรียนและนักเรียนเข้าใจบทบาทหน้าที่ของตนเองหากประสบเหตุการณ์จริง
ผลการฝึกซ้อมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย สามารถปฏิบัติได้ตามแผนที่กำหนด บรรลุวัตถุประสงค์ของโครงการ พร้อมนำข้อเสนอแนะมาปรับปรุงพัฒนาแผนเผชิญเหตุในครั้งต่อไป

ณ โรงเรียนเทศบาล 5 วัดพระปฐมเจดีย์ ต.ห้วยจรเข้
อ.เมือง จว.นครปฐม
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รองผู้ว่าฯ น่าน เปิดงานใหญ่ “OTOP น่าน สู่สากล ๒๕๖๙” ชู Soft Power ภูมิปัญญาไทย มุ่งไกลสู่เวทีโลก

วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 15.00 น. นางวิไลวรรณ บุดาสา รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมจัดแสดงและจำหน่ายสินค้า “OTOP น่าน สู่สากล 2569” ภายใต้โครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ OTOP น่าน สู่สากล ณ ลานโปรโมชั่น ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พิษณุโลก

เพื่อยกระดับสินค้าชุมชนและขยายโอกาสทางการค้าสู่ตลาดระดับสากล พร้อมดึงเอกลักษณ์ท้องถิ่นสร้างพลัง Soft Power ของจังหวัดน่าน ภายในงาน โดยมีนายสุทธิรักษ์ ศรีสุเลิศ พัฒนาการจังหวัดน่าน นางศศิธร สุดเจริญ ประชาสัมพันธ์จังหวัดพิษณุโลก หัวหน้าส่วนราชการ พัฒนาการอำเภอ ผู้แทนภาคเอก สื่อมวลชน และกลุ่มผู้ประกอบการ OTOP

เข้าร่วมอย่างคับคั่ง พิธีเปิดเริ่มต้นด้วยการแสดงชุด “ฟ้อนล่องน่าน” ศิลปะการแสดงที่สะท้อนเอกลักษณ์และวัฒนธรรมอันงดงามของจังหวัดน่าน สร้างบรรยากาศแห่งความภาคภูมิใจในรากเหง้าท้องถิ่น สำหรับผลิตภัณฑ์ชุมชนของจังหวัดน่านที่นำมาจัดแสดงและจำหน่ายในครั้งนี้ ล้วนมีต้นทุนทางวัฒนธรรมและทรัพยากรที่ทรงคุณค่า อาทิ ผ้าทอพื้นเมือง ที่มีลวดลายเป็นเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น

เครื่องเงินและเครื่องประดับ งานหัตถศิลป์ประณีตที่มีชื่อเสียงระดับประเทศงานหัตถกรรมพื้นบ้าน สินค้าทำมือที่สะท้อนภูมิปัญญาท้องถิ่นกาแฟและสินค้าเกษตรคุณภาพ ที่มีรสชาติโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์การจัดงานครั้งนี้ยังมุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการและกลุ่มคลัสเตอร์ OTOP ให้สามารถปรับตัวทันต่อการเปลี่ยนแปลงของตลาดโลก โดยเน้นการส่งเสริมด้าน การตลาดดิจิทัล เพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่ายให้เข้าถึงผู้บริโภคยุคใหม่ ควบคู่กับการรักษาอัตลักษณ์ดั้งเดิมของชุมชนไว้อย่างยั่งยืน

จังหวัดน่านเชื่อมั่นว่าการยกระดับสินค้าและบริการในครั้งนี้ จะช่วยสร้างงาน สร้างรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ตามแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากให้มีความมั่นคงและยั่งยืนภายหลังพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ คณะผู้บริหารได้เดินเยี่ยมชมบูธสินค้าของผู้ประกอบการ

พร้อมร่วมกิจกรรมถ่ายภาพหมู่ และรับชมการแสดงพิเศษจากศิลปินภายในงาน เพื่อให้กำลังใจผู้ประกอบการและส่งเสริมการจำหน่ายสินค้า OTOP น่านให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางทั้งในระดับภูมิภาคและระดับสากล ทั้งนี้ ขอเชิญประชาชนร่วม “ชิม ช้อป สินค้า OTOP น่าน” ได้ภายในงาน ระหว่างวันที่ 5 – 9 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ลานโปรโมชั่น ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พิษณุโลก.

ภาพข่าว /ทีมงานส่วนกลาง รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตร.โคราช จับยาเสพติดรวม 5 คดี พร้อมของกลางยาบ้า 3 แสนเม็ด มูลค่าทรัพย์สินกว่า 1.5 ล้านบาท

วันที่ 5 มีนาคม 2569 พล.ต.ต.ณรงศักดิ์ พรหมทา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติดและร่วมแถลงการจับกุมและกวาดล้าง ขบวนการภายในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา

ที่บริเวณหน้ากองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา โดยมุ่งเป้าไปยังผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่และรายย่อย รวมทั้งการติดตามจับกุม ผู้ต้องหาที่ยังหลบหนี และดำเนินมาตรการยึดทรัพย์จากผู้ให้การสนับสนุน
หรือเกี่ยวข้องในทุกระดับ

โดยปฏิบัติการ ชุดปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติดฯ ได้บูรณาการ สนธิกำลังตรวจยึด/จับกุมตัว ผู้ต้องหา 2 คน พร้อมยาบ้า 6,000 เม็ด สภ.ห้วยแถลง เมื่อ 27 ม.ค.69 จึงขยายผลไปจับ ผู้ต้องหา 3 คนพร้อมยาบ้า 10,000 เม็ด สภ.บัวใหญ่ เมื่อ 28 ม.ค.69 และขยายผลยึดยาบ้า 20,000 เม็ด สภ.กระสัง

เมื่อ 30 ม.ค.69 นั้น ได้ขยายผลต่อเนื่อง เพื่อทำลายเครือข่ายพ่อค้ายาเสพติดชาวลาวเพิ่มอีก 5 คดี ซึ่งการจับกุมได้ตรวจพบของกลางเป็นยาบ้าจำนวน รวมประมาณ 326,222 เม็ด ยึดทรัพย์สินเป็นประเภทรถที่ใช้ก่อเหตุและผู้ต้องหาอีก 6 ราย มูลค่าทรัพย์สินรวมทั้งหมดเราราว 1.5 ล้านบาท

แจ้งดำเนินคดี ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน)หรือยาบ้า โดยมีไว้เพื่อจำหน่าย โดยกระทำเพื่อการค้าก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน โดยไม่ได้รับอนุญาตฯพล.ต.ต.ณรงศักดิ์ พรหมทา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า สำหรับ 5 คดีนี้มีการจับกุมยาเสพติด มีการขยายผลจากคดีเก่า ซึ่งนำไปสู่การจับกุม ทั้งนี้ จึงขอความร่วมมือมายังพี่น้อง

ประชาชน และสถานประกอบการทุกแห่ง ในการแจ้งเบาะแส ข้อมูลผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ทั้งผู้เสพ
ผู้ค้า ในสถานประกอบการและอาศัยสถานประกอบการในการกระทำความผิด โดยแจ้งข้อมูลผ่านสายด่วนยาเสพติด 1599 , สายด่วน 191, Application Police I lert U และ ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด

นครราชสีมา สายด่วน 1567 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อปราบปรามจับกุม ดำเนินคดีผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด และลดปัญหายาเสพติดในภาพรวมอย่างต่อเนื่อง และเข้มข้นเพื่อให้สังคมปลอดภัยจากยาเสพติด และลดปัญหาอาชญากรรมที่เกี่ยวเนื่องกับยาเสพติดต่อไป

ภาพ ประสิทธิ์ วนะชกิจ/ข่าว กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ชื่นชม รปภ. หมวกแดงเข้าชาร์จนักท่องเที่ยวชาวรัสเซียแสดงพฤติกรรมเสี่ยงยืนนอกทางยกระดับ อาคารผู้โดยสาร ชั้นที่ 2

ชื่นชม รปภ. หมวกแดงเข้าชาร์จนักท่องเที่ยวชาวรัสเซียแสดงพฤติกรรมเสี่ยงยืนนอกทางยกระดับอาคารผู้โดยสาร
ภายในอาคารผู้โดยสารขาเข้าชั้นที่ 2 ริมถนนยกระดับด้านนอก จับภาพนาทีที่ นายภัคพล ปานยงค์ ตำแหน่ง จทบ.7 สจร.ฝรภ.ทสภ ซึ่งเข้าเวรเป็นหัวหน้าฝ่ายรักษาความปลอดภัย (เสื้อขาว) ตัดสินใจเข้าคว้าตัว

นักท่องเที่ยวชายชาวรัสเซียรายหนึ่ง ที่อกมายืนอยู่ขอบด้านนอกของทางยกระดับและขู่ว่าจะทิ้งตัวลงสู่พื้นราบ โดยเหตุการณ์ในครั้งนี้ สืบเนื่องจากช่วงค่ำของวันที่ 1 มีนาคม 69 ที่ผ่านมา ศูนย์รักษาความปลอดภัยของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้รับแจ้งเหตุว่ามีคนไปพบเห็นชายชาวต่างชาติรายหนึ่ง

ออกมายืนโวยวายและมีท่าทีจะก่อเหตุไม่คาดคิดขึ้น ฝ่ายรักษาความปลอดภัยของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จึงประสานชุดเคลื่อนที่เร็วของเจ้าหน้าที่ รปภ.การท่า พร้อมด้วย ทีมแพทย์ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงและกู้ภัยการท่า และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ นำกำลังเข้าพื้นที่ทีนที

จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุพบชายชาวต่างชาติรายหนึ่งออกมายืนด้านนอกและมีท่าทีจะทิ้งตัวลงด้านล่าง เจ้าหน้าที่จึงวางแผนร่วมกันในการเข้าช่วยเหลือ โดยจัดทีม รปภ. และกู้ภัยการท่า เข้าเกลี้ยกล่อมและเบี่ยงเบนความสนใจของผู้ก่อเหตุ พอสมโอกาส นายภัคพล ปานยงค์ หัวหน้าเวรฝ่ายรักษาความปลอดภัย จึงตัดสินใจเข้าล็อกตัวผู้ก่อเหตุทันที

ก่อนที่ทีม รปภ. ที่สังเกตการณ์รอบข้างจะพร้อมใจเข้าช่วยเหลือและดึงตึวกลับเข้ามายังพื้นที่ด้านในได้อย่างปลอดภัย โดยไม่เกิดความสูญเสียแต่อย่างใด จากนั้นจึงนำตัวชายคนดังกล่าวมาสงบสติอารมณ์ที่ สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และสอบสวนหาสาเหตุของการก่อเหตุในครั้งนี้

ซึ่งจากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ไม่พบเอกสารใดๆติดตัวและให้การวกวนไปมา ทราบเพียงว่าเป็นนักท่องเทียวชาวรัสเซีย ตำรวจจึงประสานสถานทูตเข้าตรวจสอบและให้ความช่วยเหลือนักท่องเที่ยวรายนี้แล้ว

ล่าสุด ทางด้าน ทสภ. ได้ออกมาชื่นชมและขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความทุ่มเท รอบคอบ และมีจิตสำนึกในการดูแลความปลอดภัยของผู้โดยสาร เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนถึงมาตรฐานการบริหารจัดการด้านความปลอดภัย
ในระดับสากลของ ทสภ. ซึ่งให้ความสำคัญสูงสุดต่อความปลอดภัยของผู้โดยสารและผู้ใช้บริการตลอด 24 ชั่วโมง


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / 5 มีนา สดุดีครูข่าวปฐมกาล ตำนาน ‘สุทัศน์ บุญช่วยเหลือ‘ 39 ปี แห่งการบุกเบิก จากโลกน้ำหมึกสู่โลก AI

5 มีนาคมของทุกปีจะถือเป็นวันสื่อสารมวลชน หรือ วันนักข่าว อีกหนึ่งสัมมาอาชีพที่มีบทบาทสะท้อนความจริงและปัญหาต่างๆ ของสังคม เพื่อหาแนวทางแก้ไขไม่มากก็น้อยตามวิถี หนึ่งสัมมาอาชีพที่อยู่คู่สังคมประเทศไทยนี้มาอย่างยาวนาน และเป็นหนึ่งสัมมาอาชีพที่หล่อเลี้ยงใครบางคน ได้ทั้งปากท้องและจิตวิญญาณ

หากจะพูดถึงสื่อมวลชนที่ถือเป็นระดับครูวงการน้ำหมึกของพัทยา คุณสุทัศน์ บุญช่วยเหลือ อดีตประธานกลุ่มวิหคสายฟ้า ไทยรัฐภาคตะวันออก นานที่สุดถึง 21 ปี และเป็นผู้บุกเบิกก่อตั้งชมรมสื่อมวลชนเมืองพัทยาในครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.2530 หรือ 39 ปีมาแล้ว ที่ปัจจุบันยังคงทำงานสื่อสารมวลชนแบบมืออาชีพที่ก้าวทันโลก AI

ป๋าสุทัศน์ บุญช่วยเหลือ ผ่านการทำงานนักข่าวหรือสื่อมวลชนมาอย่างโชกโชน ได้สูญเสียพี่น้องคนข่าวไปมากมาย ด้วยประสบการณ์การทำงานด้วยตัวเองมาทุกรูปแบบเพื่อผลิตข้อมูลและเสนอข่าวสารออกสู่สาธารณชนตามแบบอย่างที่ได้สั่งสอนไปยังนักข่าวในเมืองพัทยาอีกหลายคนจนขยายสังคมมาจนปัจจุบัน

และด้วยผลของงานที่ตลกผลึกในความเป็นนักข่าวผู้คร่ำหวอดในสังคมพัทยามาอย่างยาว ทำให้ ป๋าสุทัศน์ บุญช่วยเหลือ เป็นอีกหนึ่งบุคลากรด้านการข่าวระดับครูที่ยังคงทำงานผ่านสื่อและเทคโนโลยีจากโลกน้ำหนึกสู่โลก AI เป็นตำนานแห่งวงการนักข่าวที่คนรุ่นใหม่ควรถือเป็นแบบอย่างของผู้ใฝ่รู้ที่ไม่มีสิ้นสุด

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รองผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 7 เป็นเจ้าภาพพิธีสวดพระอภิธรรมถวายแด่ พระราชมงคลวชิราคม (หลวงปู่แผ้ว ปวโร) อดีตเจ้าอาวาสวัดประชาราษฎร์บำรุง (วัดรางหมัน)

รองผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 7 เป็นเจ้าภาพ พิธีสวดพระอภิธรรมถวายแด่ พระราชมงคลวชิราคม (หลวงปู่แผ้ว ปวโร) อดีตเจ้าอาวาสวัดประชาราษฎร์บำรุง (วัดรางหมัน) วันพุธ ที่ 4 มีนาคม พุทธศักราช 2569 ณ ศาลาร่มเย็น วัดรางหมัน พลตำรวจตรี ชมชวิณ ปุระธนานนท์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 7

ร่วมพิธีสวดพระอภิธรรมถวายแด่ พระราชมงคลวชิราคม (หลวงปู่แผ้ว ปวโร) อดีตเจ้าอาวาสวัดประชาราษฎร์บำรุง (วัดรางหมัน)
พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าร่วม สวดพระอภิธรรมถวายแด่ พระราชมงคลวชิราคม (หลวงปู่แผ้ว ปวโร) อดีตเจ้าอาวาสวัดประชาราษฎร์บำรุง (วัดรางหมัน)

โดยการเข้าร่วมพิธีในครั้งนี้ เป็นการบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรม เพื่อแสดงความกตัญญูกตเวทีและน้อมรำลึกในพระคุณของหลวงปู่แผ้ว ปวโร พระเกจิอาจารย์ผู้เป็นที่เคารพศรัทธาของพุทธศาสนิกชนและชาวอำเภอกำแพงแสน ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาท่านได้เมตตาอุปถัมภ์และสร้างคุณประโยชน์ต่อสาธารณกุศลอย่างมากมาย

ณ ศาลาร่มเย็น วัดรางหมัน อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม โดยมีศิษยานุศิษย์และประชาชนเข้าร่วมพิธีด้วยความสงบนิ่งเพื่อไว้อาลัยเป็นจำนวนมาก
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / การฝึกคอบร้าโกลด์ 2026 ผนึกกำลังไทย-สหรัฐฯ-สิงคโปร์ ผนึกกำลังส่งมอบอาคารอเนกประสงค์ มุ่งยกระดับการศึกษาแก่เยาวชนในพื้นที่นครราชสีมา

วันพฤหัสบดีที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2569 เวลา 08.00 น. พลเอก ชิดชนก นุชฉายา เสนาธิการทหาร พร้อมด้วย พลตรี วิลเลี่ยม เจ. เพรนเดอร์แกสด์ที่ 4 (MG William J. Prendergast IV) ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 4 สหรัฐอเมริกา กองกำลังรักษาดินแดน รัฐแคลิฟอร์เนีย และพลจัตวา หว่อง ปุย ชวน (BG Wong

Pui Chuan) ผู้แทนกองทัพสาธารณรัฐสิงคโปร์ เป็นประธานร่วม ในพิธีส่งมอบอาคารอเนกประสงค์ โครงการช่วยเหลือประชาชน (Humanitarian/Civic Assistance : HCA) ภายใต้การฝึกร่วม/ผสม คอบร้าโกลด์ 2026 ณ โรงเรียนรักเมืองไทย 1 (มูลนิธิเตชะไพบูลย์) ตำบลบ่อปลาทอง อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา โดยอาคารดังกล่าวเริ่มก่อสร้างตั้งแต่วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569

โดยพิธีมอบ อาคารอเนกประสงค์ได้เริ่มขึ้นเวลา 08.30 น. นำโดยเสนาธิการทหาร พร้อมด้วยผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 4 สหรัฐอเมริกา กองกำลังรักษาดินแดน รัฐแคลิฟอร์เนีย และผู้แทนกองทัพสาธารณรัฐสิงคโปร์ ซึ่งส่งมอบอาคารอเนกประสงค์ให้แก่นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา

นครราชสีมา เขต 3 และผู้อำนวยการโรงเรียนรักเมืองไทย 1 (มูลนิธิเตชะไพบูลย์) และได้ร่วมปลูกต้นรวงผึ้งบริเวณหน้าอาคารอเนกประสงค์กับมิตรประเทศ และส่วนราชการพลเรือน พร้อมทั้งเยี่ยมชมภายในอาคารอเนกประสงค์ นับเป็นความร่วมมือระหว่างกองทัพไทย กองทัพสหรัฐอเมริกา และกองทัพมิตรประเทศ ในการร่วมกันพัฒนาคุณภาพการศึกษาของเยาวชนในพื้นที่

โครงการช่วยเหลือประชาชน (Humanitarian Civic Assistance: HCA) เป็นส่วนหนึ่งของการฝึกร่วม/ผสม คอบร้าโกลด์ 2026 โดยเป็นความร่วมมือในการก่อสร้างระหว่างกองทัพไทย กองทัพสหรัฐอเมริกา และกองทัพมิตรประเทศ ประกอบด้วย กองทัพสาธารณรัฐสิงคโปร์ กองทัพญี่ปุ่น กองทัพสาธารณรัฐเกาหลีใต้ กองทัพมาเลเซีย และกองทัพอินเดีย
ซึ่งในปีนี้ มีจำนวน 5 โครงการ

  • โครงการที่ 1 โรงเรียนรักเมืองไทย 1 อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา
  • โครงการที่ 2 โรงเรียนบ้านหัวทะเล อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา
  • โครงการที่ 3 โรงเรียนบ้านหนองโสมง อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา
  • โครงการที่ 4 โรงเรียนบ้านบึงตะกาด อำเภอวังจันทร์ จังหวัดระยอง
  • โครงการที่ 5 โรงเรียนบ้านแก่งน้อย อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี เพื่อเสริมสร้างโอกาสทางการศึกษาแก่เยาวชน นักเรียนและประชาชนในพื้นที่ได้ใช้ประโยชน์ นอกจากนี้จะนำไปสู่ความร่วมมือระหว่างประเทศต่อไปในอนาคต

กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา/รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ปฏิบัติการฟ้าผ่ากลางชุมชน! “สิงห์เมืองมุก” บุกบ้านเป่งเป้า รวบ 2 ผู้ต้องหา ยึดยาบ้า–ปืนเถื่อน พร้อมเงินล่อซื้อ

เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2569 ภายใต้การอำนวยการของ นายนที พรมภักดี นายอำเภอเมืองมุกดาหาร และการสั่งการของนายหมวดเอกดนุภพ รองไชย ปลัดอำเภอ (หัวหน้ากลุ่มงานความมั่นคง) ได้ระดมกำลังชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครอง “สิงห์เมืองมุก” นำโดย มว.ท.ธัญญารัตน์ เหล่าบุตรศรี ปลัดอำเภอกลุ่มงานความมั่นคง พร้อมสมาชิก อส.ร้อย อส.อ.เมืองมุกดาหาร 2

บูรณาการร่วมกับ ร้อย ตชด.234, ฝ่ายปกครองจังหวัดมุกดาหาร, ตม.จว.มุกดาหาร และตำรวจน้ำมุกดาหาร ลงพื้นที่บ้านป่งเป้า หมู่ 2 ต.โพนทราย อ.เมืองมุกดาหาร หลังได้รับร้องเรียนว่ามีการมั่วสุมและเกี่ยวข้องกับยาเสพติดในพื้นที่

ผลการปฏิบัติสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 ราย ได้แก่ นายอนุชาฯ หรือ “ฮอต” พร้อมของกลางยาบ้า 100 เม็ด และเงินสดล่อซื้อ 400 บาท และนายวีระชาติฯ พร้อมอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต

เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหามียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย และเสพยาเสพติด, มีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1

ภายหลังการจับกุม ได้นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนที่ สถานีตำรวจภูธรเมืองมุกดาหาร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมเร่งขยายผลถึงแหล่งที่มาและเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง

การปฏิบัติการครั้งนี้สะท้อนถึงความเข้มข้นในการกวาดล้างยาเสพติดและอาวุธผิดกฎหมายในพื้นที่ เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชนในจังหวัดมุกดาหารอย่างต่อเนื่อง
ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

เมืองมุกดาหาร #สิงห์เมืองมุก #ปราบปรามยาเสพติดยาบ้า #ปืนเถื่อน #ฝ่ายปกครอง #บูรณาการความมั่นคง #ข่าวด่วนข่าววันนี้ #CIAThailand สำนักข่าวCIAประเทศไทย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “นายกเจี๊ยบ” สื่อไทยอินโดจีนผงาดเวทีเชฟมืออาชีพ รับวุฒิบัตร Master Thai Chef – ชูพลัง “สื่อ–ธุรกิจ–กฎหมาย” ดันซอฟต์พาวเวอร์อาหารไทยสู่เวทีโลก

“นายกเจี๊ยบ” นายอรรครัตน์ รัตนจันทร์ นายกสมาคมสื่อสารมวลชนไทยอินโดจีน ก้าวสู่บทบาทใหม่ในวงการอาหาร หลังเข้ารับ วุฒิบัตรเชฟอาหารไทยมืออาชีพ (Master Thai Chef Program) จากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมประกาศจุดยืนว่า สื่อมวลชนคือหนึ่งในพลังสำคัญในการผลักดันซอฟต์พาวเวอร์อาหารไทยสู่ระดับโลก

พิธีปัจฉิมนิเทศและมอบวุฒิบัตรจัดขึ้นเมื่อวันที่ 4 มีนาคม ณ ห้องแกรนด์ไดมอนด์ บอลรูม ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยมี ธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานในพิธี พร้อมมอบวุฒิบัตรแก่ผู้แทนผู้ผ่านการฝึกอบรมหลักสูตร “เชฟอาหารไทยมืออาชีพ (Master Thai Chef Program)” ภายใต้โครงการ ส่งเสริมซอฟต์พาวเวอร์สาขาอาหาร

ภายในงานมีผู้บริหารระดับสูงและบุคคลสำคัญในวงการอาหารร่วมเป็นเกียรติ อาทิ ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หม่อมหลวง ภาสันต์ สวัสดิวัตน์ ประธานคณะกรรมการเชลล์ชวนชิม เชฟชุมพล นายชุมพล แจ้งไพร เชฟกระทะเหล็กอาหารไทย

โครงการดังกล่าวดำเนินการโดย กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม มุ่งพัฒนาเชฟทักษะสูงกว่า 20,000 คนทั่วประเทศ เพื่อยกระดับอาหารไทยสู่สินค้าและบริการระดับพรีเมียมในตลาดโลก พร้อมสร้างเครือข่ายธุรกิจตั้งแต่ วัตถุดิบชุมชนต้นน้ำสู่ร้านอาหารปลายน้ำ คาดว่าจะสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในเศรษฐกิจฐานรากกว่า 3,300 ล้านบาท

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมระบุว่า อุตสาหกรรมอาหารยังคงเป็นหนึ่งใน เสาหลักของเศรษฐกิจไทย โดยประเทศไทยยังคงติดอันดับผู้ส่งออกอาหารสำคัญของโลก แม้จะต้องเผชิญความท้าทายจากเศรษฐกิจโลกและมาตรการกีดกันทางการค้า กระทรวงจึงเร่งยกระดับผู้ประกอบการไทยให้มีมาตรฐานสูงขึ้น พร้อมเพิ่มมูลค่าและพัฒนาแนวทางการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

หนึ่งในผู้เข้าร่วมโครงการที่ได้รับความสนใจคือ นายอรรครัตน์ รัตนจันทร์ หรือ “นายกเจี๊ยบ” ผู้แทนจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ผ่านการอบรมจากมหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยมีพื้นฐานทั้งในแวดวงกฎหมาย สื่อสารมวลชน และธุรกิจ

ปัจจุบันนายอรรครัตน์ต่อยอดองค์ความรู้สู่ ธุรกิจค้าส่งวัตถุดิบเนื้อสัตว์ (ไก่และเนื้อ) โดยเน้นการแปรรูปและพัฒนาเมนูร่วมกับเชฟและร้านอาหาร เพื่อยกระดับมาตรฐานวัตถุดิบไทย พร้อมสร้างเครือข่ายเชฟรุ่นใหม่ และเตรียมขยายตลาดสู่แพลตฟอร์มออนไลน์

นายอรรครัตน์กล่าวว่า หลักสูตรดังกล่าวไม่ได้สอนเพียงทักษะการทำอาหาร แต่ครอบคลุมถึง การบริหารต้นทุน มาตรฐานความปลอดภัย และการสร้างแบรนด์อาหารไทย

“อาหารไทยจะก้าวไกลในระดับโลกได้ ต้องมีทั้งคุณภาพ มาตรฐาน และการสื่อสารที่ดี สื่อมวลชนจึงเป็นพลังสำคัญในการถ่ายทอดเรื่องราวและอัตลักษณ์ของอาหารไทยให้ไปไกลกว่าจานอาหาร” นายอรรครัตน์กล่าว

ภายในงานยังมีการจัดบูธเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจอาหาร และเวทีเสวนาเพื่อสร้างความร่วมมือระหว่างเชฟ ผู้ประกอบการ และภาคการศึกษา เพื่อกำหนดทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารไทยให้แข่งขันได้ในตลาดโลก

โครงการนี้สะท้อนความตั้งใจของกระทรวงอุตสาหกรรมในการ พัฒนาคน สร้างเครือข่าย และผลักดันอาหารไทยให้เป็นซอฟต์พาวเวอร์สำคัญของประเทศ สู่เป้าหมาย “ครัวไทยสู่ครัวโลก” อย่างยั่งยืน ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

นายกเจี๊ยบ #สมาคมสื่อสารมวลชนไทยอินโดจีน #MasterThaiChef #ซอฟต์พาวเวอร์อาหารไทย #MadeByThai #DIPROM

ครัวไทยสู่ครัวโลก #กระทรวงอุตสาหกรรม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าประจวบฯ ตรวจปั๊มยืนยันมีน้ำมันเชื้อเพลิงเพียงพอไม่ต้องซื้อกักตุน สั่งคุมเข้มห้ามฉวยโอกาสขึ้นราคา

เมื่อวันที่ 4 มี.ค.69 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการ จ.ประจวบฯ พร้อมด้วย นายสรศักดิ์ ท่าใหญ่ พลังงานจังหวัดฯ และเจ้าหน้าที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดฯ ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานีบริการน้ำมันในพื้นที่ที่ปั๊มน้ำมัน ปตท.คลองวาฬ อ.เมืองประจวบฯ ในช่วงที่เกิดสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง

จากการลงพื้นที่ในวันนี้พบว่า สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงยังคงเปิดให้บริการตามปกติ มีประชาชนมาใช้บริการอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผู้ประกอบการแจ้งว่าเมื่อวันก่อนมีลูกค้าพากันนำรถมาเติมน้ำมันจำนวนมากเพราะกังวลว่าน้ำมันเชื้อเพลิงจะปรับราคาสูงขึ้นจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ทำให้น้ำมันทุกชนิดหมด จำเป็นต้องปิดให้บริการ จากปกติที่จะเปิดตลอด 24 ชม. จึงทำให้มีประชาชนบางส่วนเข้าใจผิดว่ามีการกักตุน แต่ในวันนี้สถานการณ์กลับมาเป็นปกติแล้ว

นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ตรวจสอบการจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงในวันนี้ ได้ประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนผู้ประกอบการให้ทราบเกี่ยวกับการห้ามกักตุนหรือปฏิเสธการจำหน่าย หรือการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาโดยไม่มีเหตุผลอันสมควรหากฝ่าฝืน มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี ปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ พร้อมยืนยันว่าขณะนี้ปริมาณน้ำมันสำรองในประเทศมีเพียงพอ ไม่จำเป็นต้องซื้อกักตุน แต่ขอให้ช่วยกัน

ใช้อย่างประหยัดแม้จะไม่ขาดแคลน เพราะไม่สามารถคาดเดาได้ว่าการสู้รบในตะวันออกกลางจะยืดเยื้อหรือไม่ พร้อมฝากเตือนประชาชนที่ซื้อน้ำมันใส่แกลลอนอาจสุ่มเสี่ยงทำให้เกิดอันตรายได้โดยเฉพาะในช่วงนี้ที่สภาพอากาศร้อน พร้อมกันนี้ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควบคุมดูแลป้องกันการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาสินค้าในช่วงนี้ หากประชาชนพบเห็นการกระทำผิดขอให้แจ้งสำนักงานพาณิชย์จังหวัดฯ หรือศูนย์ดำรงธรรมอำเภอ ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด หรือสายด่วน 1569

นอกจากนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ ยังกล่าวถึงประเด็นเรื่องการเฝ้าระวังการก่อเหตุด้านความมั่นคงในพื้นที่ว่า ขณะนี้ทางจังหวัดมีข้อมูลชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในพื้นที่อยู่แล้ว และได้กำชับทุกอำเภอ ฝ่ายปกครอง ตำรวจท้องที่ ช่วยกันสอดส่องเฝ้าระวัง และเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจตราโดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 0909944781

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / โครงการคนละลูก ปีที่ 8 มอบลูกฟุตบอลมิกาซ่า เปิดคลินิกทักษะกีฬาฟุตบอล สานฝันเยาวชนไทยทั่วไทย

​[นครพนม] – โครงการ “คนละลูก ผู้นำเยาวชนกีฬา” เดินหน้าสร้างรอยยิ้มและโอกาสทางกีฬาให้เด็กไทยอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดจัดกิจกรรม “โครงการคนละลูก ผู้นำเยาวชนกีฬา ร่วมทำความดี พี่ให้น้อง ปีที่ 8 ประจำปี 2569” ยกขบวนมอบลูกฟุตบอลคุณภาพจาก Mikasa ให้แก่โรงเรียนโพนสวางหนองแหน อำเภอวังยางนายธนธรณ์ พรหมอารักษ์ (เสื้อสีแดงที่ 4ซ้ายมือ)หัวหน้าสำนักงานโครงการคนละลูกจังหวัดนครพนม มอบลูกฟุตบอลมิกาซ่า ให้นายธีระพงศ์ แสนคำ ผู้อำนวยการโรงเรียนโพนสวางหนองแหน พร้อมเปิดคลินิกฟุตบอลติวเข้มทักษะลูกหนังให้เยาวชน

​กิจกรรมในครั้งนี้เป็นการร่วมมือกันของพันธมิตรผู้ใจดี ผลิตภัณฑ์มิกาซ่า ผลิตภัณฑ์เคซี ผลิตภัณฑ์ factive และบริษัท ซี.อาร์ ทเวลฟ์ กรุ๊ป จำกัด บริษัท กีล่าสปอร์ต จำกัด ที่เล็งเห็นความสำคัญของการสร้างรากฐานกีฬาจากระดับเยาวชน โดยภายในงานมีการส่งมอบลูกฟุตบอลมิกาซ่า มาตรฐานสากลเพื่อใช้ในการเรียนการสอนและการฝึกซ้อม พร้อมทั้งการจัดกิจกรรม “ฟุตบอลคลินิก” ที่เน้นการสอนทักษะพื้นฐานที่ถูกต้องจากพี่ๆ สู่น้อง เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและปลูกฝังการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ห่างไกลจากยาเสพติด

​นายธนธรณ์ พรหมอารักษ์ หัวหน้าสำนักงานโครงการคนละลูก จังหวัดนครพนม เปิดเผยว่า โครงการนี้ก้าวเข้าสู่ ปีที่ 8 ด้วยความตั้งใจที่จะเป็นสะพานบุญด้านกีฬา เราเชื่อว่าลูกฟุตบอลเพียงลูกเดียวอาจเปลี่ยนชีวิตเด็กคนหนึ่งได้ การมอบอุปกรณ์กีฬาที่มีคุณภาพอย่าง Mikasa พร้อมกับการให้ความรู้ผ่านคลินิกฟุตบอล คือการมอบโอกาสที่ยั่งยืนให้แก่เยาวชนในพื้นที่ต่างๆ ทั่วไทย

​สำหรับโครงการคนละลูก ผู้นำเยาวชนกีฬา ร่วมทำความดี พี่ให้น้อง จะยังคงเดินหน้าจัดกิจกรรมดีๆ แบบนี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อกระจายโอกาสทางการกีฬาให้ครอบคลุมทุกภูมิภาค ตามปณิธานการทำความดี “พี่ให้น้อง” ที่ยึดถือมาโดยตลอด

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ไดอาน่าการ์เด้น รีสอร์ท พัทยา ฉลอง 23 ปี พร้อยอวยพรวันเกิด 82 ปี “ป้าน้อย” แม่พระเมืองพัทยา

วันที่ 4 มีนาคม 2569 ที่ศาลาไทย โรงแรม ไดอาน่าการ์เด้น รีสอร์ท พัทยา จ.ชลบุรี ได้จัดพิธีทำบุญเนื่องในโอกาสครบรอบ 23 ปีของการก่อตั้งโรงแรม พร้อมฉลองวันคล้ายวันเกิดครบ 82 ปี ของ นางโสภิญ เทพจักร หรือ “ป้าน้อย” กรรมการผู้จัดการไดอาน่า กรุ๊ป โดยมีคณะผู้บริหาร พนักงาน กลุ่มเพื่อนสนิท มิตรสหาย และลูกค้าทั้งชาวไทย–ต่างชาติ เข้าร่วมแสดงความยินดีอย่างพร้อมเพรียง

ในพิธีได้อาราธนาพระครูสุภัทรวราทร (สุรศักดิ์ ปุณฺณวุฑฺโฒ) วัดสิรินธรเทพรัตนาราม ในพระราชูปถัมภ์ อ.สามพราน จ.นครปฐม เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วยคณะสงฆ์จากวัดสุทธาวาส จำนวน 8 รูป รวม 9 รูป รับเจริญพระพุทธมนต์ ฉันภัตตาหารเพล ประพรมน้ำพระพุทธมนต์ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ผู้บริหาร พนักงาน และกิจการของโรงแรม

นอกจากนี้ทางโรงแรมยังได้จัดเตรียมข้าวสารอาหารแห้งและสิ่งของจำเป็น มอบให้แก่เด็ก ๆ ที่ศูนย์ ATTC (บ้านครูจา) เพื่อแบ่งปันน้ำใจสู่สังคม ขณะเดียวกัน สมาคมนักข่าวพัทยา ยังได้ร่วมมอบเงินสนับสนุนจำนวนหนึ่งให้แก่ศูนย์ดังกล่าว เพื่อร่วมส่งเสริมโอกาสและคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับเด็ก ๆ อีกด้วย รวมมูลค่ารวมกว่า 50,000 บาท

สำหรับประวัติความเป็นมา ไดอาน่า กรุ๊ป เริ่มต้นจากธุรกิจขนาดเล็กเพียง 1 คูหา บริเวณซอยไปรษณีย์ เมืองพัทยา ก่อตั้งขึ้นครั้งแรกในปี 1982 ภายใต้ชื่อ “ภควดีเกสท์เฮาส์” ด้วยความมุ่งมั่น ซื่อสัตย์ต่อลูกค้า และพัฒนาการบริหารอย่างเป็นระบบ โดยตลอดระยะเวลากว่า 4 ทศวรรษ ไดอาน่า กรุ๊ป ได้ขยายธุรกิจครอบคลุมหลากหลายบริการด้านการท่องเที่ยวและการบริการ กลายเป็นหนึ่งในธุรกิจท้องถิ่นที่เติบโตอย่างมั่นคง และมีส่วนสำคัญในการสร้างชื่อเสียงให้เมืองพัทยาอย่างยั่งยืนจนถึงปัจจุ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตรวจสถานประกอบ น้ำมัน เชื้อเพลิง สร้างความมั่นใจประชาชน ไม่ขาดแคลน/ ปภ.สิงห์บุรี จัดโครงการฝึกอบรมเยาวชนขับขี่ปลอดภัย ป้องกันอุบัติเหตุในโรงเรียน ปี 2569

วันที่ 4 มีนาคม 2569 เวลา 10.00 น.นายวราดิศร อ่อนนุช ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี พร้อมด้วยนายอุกฤษฎ์ ขันติวงค์ พลังงานจังหวัดสิงห์บุรี และนางอัจนา

ปาลบุตร พาณิชย์จังหวัดสิงห์บุรี นำคณะข้าราชการในสังกัดลงพื้นที่ตรวจสอบสถานประกอบกิจการน้ำมันเชื้อเพลิงในพื้นที่จังหวัดสิงห์บุรี

เพื่อติดตาม เฝ้าระวัง และเตรียมความพร้อมรองรับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางการลงพื้นที่ครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญในการ

ป้องกันการฉกฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาโดยไม่เป็นธรรม การกักตุนสินค้าพลังงาน รวมทั้งกำกับดูแลราคาพลังงานให้เป็นไปตามกลไกที่เหมาะสม พร้อมสร้างการรับรู้ที่ถูกต้องแก่ประชาชนในพื้นที่ ไม่ให้เกิดความตื่นตระหนก

ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรีได้ย้ำว่า ขอให้พี่น้องชาวสิงห์บุรีมั่นใจได้ว่า ประเทศไทยยังมีปริมาณน้ำมันสำรองเพียงพอ ไม่เกิดภาวะขาดแคลน และระดับราคาจะอยู่ในกรอบที่เหมาะสม ไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชนมากนัก

ทั้งนี้ ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งขับเคลื่อนภารกิจสำคัญอย่างใกล้ชิด โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือ “ประโยชน์ของประชาชนชาวสิงห์บุรี” เป็นสำคัญ

ปภ.สิงห์บุรี จัดโครงการฝึกอบรมเยาวชนขับขี่ปลอดภัย เสริมสร้างวินัยจราจรและการป้องกันอุบัติเหตุในโรงเรียน ปี 2569

วันที่ 4 มีนาคม 2569 เวลา 9.30 น.นายวราดิศร อ่อนนุช ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรีเป็นประธานเปิดโครงการฝึกอบรมเยาวชนขับขี่ปลอดภัย เสริมสร้างวินัยจราจร และการป้องกันอุบัติเหตุในโรงเรียน ณ โรงเรียนค่ายบางระจันวิทยาคม อำเภอค่ายบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี

ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนจังหวัดสิงห์บุรี โดยมี นายณรงค์พันธ์ แจ่มจันทร์ รักษาการณ์หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสิงห์บุรี นางคงศักดิ์ สายวงศ์ ประชาสัมพันธ์จังหวัดสิงห์บุรี หัวหน้าส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมพิธีฯ

สำหรับการจัดโครงการครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างจิตสำนึกด้านความปลอดภัยทางถนน เสริมสร้างวินัยจราจร และให้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันอุบัติเหตุ โดยมุ่งเน้นกลุ่มเด็กและเยาวชน ซึ่งเป็นกลุ่มอายุที่มีสถิติการเกิดอุบัติเหตุทางถนนสูง

โดยเฉพาะการใช้รถจักรยานยนต์และการไม่สวมหมวกนิรภัย
ภายในกิจกรรมมีการบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายจราจร การขับขี่อย่างปลอดภัย เทคนิคการเอาตัวรอดบนท้องถนน และการใช้อุปกรณ์นิรภัยอย่างถูกต้อง เพื่อปลูกฝังพฤติกรรมการใช้รถใช้ถนนอย่างมีความรับผิดชอบ

กลุ่มเป้าหมายเป็นนักเรียนโรงเรียนค่ายบางระจันวิทยาคม จำนวน 70 คน โดยได้รับความร่วมมือจากสถานีตำรวจภูธรค่ายบางระจัน และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสิงห์บุรี ร่วมเป็น

วิทยากรและสนับสนุนการดำเนินงาน จังหวัดสิงห์บุรีมุ่งหวังว่าโครงการดังกล่าวจะช่วยลดอุบัติเหตุทางถนนในกลุ่มเยาวชน และสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยทางถนนให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืนต่อไป

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สรรพสามิตโคราชทำลายบุหรี่เถื่อน 17,540 ซอง ลุย 226 คดี มูลค่าปรับทะลุ 16 ล้านบาท สกัดของผิดกฎหมายคืนตลาด

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 4 มีนาคม 2569 นายณธัชพงศ์ เผ่าถาง ผู้อำนวยการสำนักงานสรรพสามิตภาคที่ 3 พร้อมด้วย นายธนากร โพธิโต สรรพสามิตพื้นที่นครราชสีมา นายไชยรัตน์ ชื่นใจฉ่ำ ผู้อำนวยการส่วนตรวจสอบป้องกันและปราบปราม

สำนักงานสรรพสามิตภาคที่ 3 และนายพงศธร ประจิตร หัวหน้าฝ่ายปราบปราม สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่นครราชสีมา นำคณะเจ้าหน้าที่ร่วมดำเนินการทำลายของกลางคดีที่สิ้นสุดแล้วในช่วงเดือนกรกฎาคม–ธันวาคม 2568

การดำเนินการครั้งนี้เป็นไปตามมาตรการป้องกันไม่ให้สินค้าผิดกฎหมายกลับเข้าสู่ท้องตลาด ป้องกันการนำมาจำหน่ายซ้ำ คุ้มครองผู้บริโภค และสร้างความเป็นธรรมด้านภาษีแก่ผู้ประกอบการที่เสียภาษีถูกต้องตามกฎหมาย

พร้อมแสดงถึงความโปร่งใสและความเด็ดขาดในการบังคับใช้กฎหมายผลการปราบปรามพบผู้กระทำผิดรวม 226 คดี ของกลางเป็นบุหรี่ซิกาแรตจำนวน 17,540 ซอง คิดเป็นมูลค่าภาษีที่รัฐสูญเสียกว่า 1,101,680 บาท และมีประมาณการค่าปรับรวม 16,522,680 บาท

ทั้งนี้ บุหรี่ของกลางที่ผ่านการทำลายแล้ว จะส่งมอบให้หน่วยงานที่ประสงค์ขอใช้ประโยชน์ ตามนโยบาย CSR (Corporate Social Responsibility) ของกรมสรรพสามิต เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมต่อไป

ภาพ นายประสิทธิ์ วนะชกิจ/ข่าว กันตินันท์ เรืองประโคน ทีมข่าว จ.นครราชสีมา/รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ไม่ปล่อยลอยนวล! ชุดสิงห์เมืองมุก บุกจู่โจมจับ “ยายหนั่น” เอเย่นต์รายย่อยบ้านโคกสูง ยาบ้า เงินล่อซื้อ

มุกดาหาร – เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2569 ภายใต้การอำนวยการของ นายนที พรมภักดี นายอำเภอเมืองมุกดาหาร ได้สั่งการให้ชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองเมืองมุกดาหาร (ชุดสิงห์เมืองมุก)

นำโดย มว.อ.ดนุภพ รองไชย ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานความมั่นคง และ มว.ท.ธัญญารัตน์ เหล่าบุตรศรี สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหารพราน ร้อย.ฉก.ทพ.2105 เข้าตรวจสอบบ้านพักในพื้นที่บ้านโคกสูง หมู่ 8 ต.คำอาฮวน หลังได้รับร้องเรียนจากพลเมืองดีว่ามีการมั่วสุมและลักลอบจำหน่ายยาเสพติด

จากการลงพื้นที่ตรวจสอบ เจ้าหน้าที่ได้เข้าทำการจับกุม นางสนั่น (หรือยายหนั่น) พร้อมของกลางยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) เม็ดสีแดง มีอักษร WY จำนวน 10 เม็ด และเงินสดที่ใช้ในการล่อซื้ออีกจำนวน 360 บาท

สืบเนื่องจากนโยบายกวาดล้างยาเสพติดในชุมชน เจ้าหน้าที่จึงได้วางแผนล่อซื้อจนสามารถจับกุมตัวได้พร้อมหลักฐานคาหนังคาเขา เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหา “จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 โดยไม่ได้รับอนุญาต” ก่อนนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

จับยาเสพติด #ฝ่ายปกครองมุกดาหาร #สิงห์เมืองมุก #มุกดาหาร #กวาดล้างยาเสพติด #บ้านโคกสูง #ฉกทพ2105 #ข่าวด่วน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รองนายกรัฐมนตรี ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลและเวียนเทียนประทักษิณรอบองค์พระปฐมเจดีย์ เนื่องในวันมาฆบูชา ประจำปี 2569

วันที่ 3 มีนาคม 2569 ที่พระวิหารหลวง องค์พระปฐมเจดีย์ อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิธีบำเพ็ญกุศล เนื่องในวันมาฆบูชา ประจำปี 2569

โดยมีนางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม นายยงยุทธ สวนทอง นายอรรถวุฒิ พึ่งเนียม นายสมาวิษฎ์

สุพรรณไพ นายณรงค์วิทย์ พบพาน รองผู้ว่าราชการจังหวัด รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัด พร้อมด้วย พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์

ผบก.ภ.จว.นครปฐมและ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารสถานศึกษา ข้าราชการ ครู อาจารย์ นักเรียน นักศึกษา ประชาชน

และนักท่องเที่ยว ร่วมพิธีเป็นจำนวนมาซึ่งวันมาฆบูชานับเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา

ตรงกับวันเพ็ญ ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 ถือเป็นวันที่พระพุทธเจ้าทรงแสดง “โอวาทปาติโมกข์” หลักคำสอน “ทำความดี ละเว้นความ

ชั่ว ทำจิตใจให้บริสุทธิ์” ท่ามกลางพระอรหันต์สาวก 1,250 รูป ที่มาประชุมพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย

สำหรับการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ พระธรรมวชิรเจติยาจารย์ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 14 รักษาการเจ้าอาวาสวัดพระปฐมเจดีย์

ราชวรมหาวิหาร กล่าวนำแสดงตนเป็นพุทธมามกะ จากนั้นได้แสดงพระธรรมเทศนา

เพื่อน้อมนำคำสั่งสอนของพระพุทธศาสนาอันพึงปฏิบัติมาประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวัน อีกทั้งส่งเสริมให้พุทธศาสนิกชนละเว้นความชั่ว

ทำความดี ทำจิตใจให้บริสุทธิ์ หลังจากนั้นได้ร่วมกันเจริญพระพุทธมนต์ และเวียนเทียนประทักษิณรอบองค์พระปฐมเจดีย์ จำนวน 3 รอบ เพื่อน้อมถวายเป็นพุทธบูชาเพื่อน้อมถวายเป็นพุทธบูชา

………………
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครปฐม ภาพ/ข่าว
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

การประชุมขับเคลื่อนระบบ e-Living Willการจัดทำหนังสือแสดงเจตจำนง แบบอิเล็กทรอนิกส์

วันที่ 2 มีนาคม 2569 เวลา 09.00 น. สำนักงานสุขภาพแห่งชาติ (สช.) จัดการประชุม การจัดทำหนังสือแสดงเจตนาตามสิทธิ ด้านสุขภาพแบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Living will ) โดยเชิญ นพ.สุรชัย โชคครรชิตไชย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครปฐม เข้าร่วมบรรยายและเสวนาในประเด็น “รู้สิทธิ์ คืนศักดิ์ศรี เลือกวาระสุดท้ายด้วยตนเอง” ณ ห้องประชุมศรีสง่า โรงแรมริเวอร์ จังหวัดนครปฐม
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

2 นักแสดงหนุ่มดาวรุ่งขวัญใจ FC “อวี๋ซื่อ” และ “ฉื่อซา” ร่วมทัพนักแสดงใน “Blades of The Guardians – ยอดยุทธ์ดาบพิทักษ์”

2 นักแสดงหนุ่มดาวรุ่งขวัญใจ FC “อวี๋ซื่อ” และ “ฉื่อซา” ร่วมทัพนักแสดงในภาพยนตร์แอ็คชั่น-กำลังภายในฟอร์มยักษ์ “Blades of The Guardians – ยอดยุทธ์ดาบพิทักษ์” ใน “Blades of The Guardians – ยอดยุทธ์ดาบพิทักษ์“ นอกจากจะเป็นการรวมตัวของยอดฝีมือรุ่นใหญ่อย่าง อู๋จิง, เซียะถิงฟง และ หลี่เหลียนเจี๋ย (หรือ เจ๊ท ลี) แล้ว หนังยังจับเอา 2 นักแสดงหนุ่มที่มี FC อยู่มากมายมาร่วมทัพนักแสดงในเรื่องอีกด้วยนั่นก็คือ ”อวี๋ซื่อ (Yu Shi / 于适) ดาราหนุ่มดาวรุ่งที่มีชื่อเสียงจากบทของ “จีฟา” ในภาพยนตร์แฟนตาซีฟอร์มยักษ์ “Creation of the Gods I –

กำเนิดเทพเจ้า 1 : อาณาจักรแห่งพายุ“ และ “Born to Fly – ปฏิบัติการจ้าวเวหา” ซึ่งมีความโดดเด่นในด้านของรูปร่างหน้าตาที่คมเข้มทรงแบดบอย และมีทักษะในการขี่ม้า-ยิงธนูที่ยอดเยี่ยมหาตัวจับยาก ส่วนอีกคนหนึ่งที่มี FC มากพอๆ กันก็คือ “ฉื่อซา (Ci Sha – 此沙)” นักแสดงหนุ่มหล่อที่มีจุดเด่นในด้านของบุคลิก

ที่มีความเป็นนักรบ, มีทักษะด้านกีฬาขี่ม้า, ยิงธนู และศิลปะการต่อสู้ โดยมีผลงานด้านการแสดงเด่นๆ อาทิ ”มังกรหยก 2024 (The Legend of Heroes)“ ในบทของ ก๊วยเจ๋ง, Creation of the Gods (封神三部曲) ในบท หยางเจี้ยน และ The Shadow’s Edge (捕风追影) ภาพยนตร์แอ็คชั่นฟอร์มยักษ์ที่อำนวยการสร้างโดย เฉินหลง

เตรียมอ้าแขนต้อนรับผลงานล่าสุดของ 2 นักแสดงหนุ่ม ”อวี๋ซื่อ“ และ ”ฉื่อซา” ใน “Blades of The Guardians – ยอดยุทธ์ดาบพิทักษ์” โดย Movie Copyright (Thailand) เริ่ม 19 มีนาคมนี้ในโรงภาพยนตร์เท่านั้น!!

BladesOfTheGuardiansCast

ขอได้รับความขอบพระคุณจาก
ฝ่ายประชาสัมพันธ์พิเศษ
Movie Copyright (Thailand)
สมปอง วิวัฒน์วรศิลป์ โทร 095-4925241

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตำรวจพิสูจน์หลักฐานจังหวัดลพบุรี ลงพื้นที่อำเภอโคกสำโรง

เมื่อวันอังคารที่ 3 มีนาคม 2569 เวลา 11.00 น. ตามที่ (มว.ต.) นายหมวดตรีกรวี กิจรัตนกาญจน์ สมาชิกกองอาสารักษาดินแดนฯได้เดินทางมาพบพนักงานสอบสวนที่ สภ.โคกสำโรง ภ.จว.ลพบุรี เพื่อพบพนักงานสอบสวนแจ้งความหาผู้กระทำความผิด และได้พบพนักงานสอบสวน พ.ต.ท.ภูษิต ม่วงหมู่ ตำแหน่งสารวัตสอบสวน (หัวหน้างานคดี) สภ.โคกสำโรง ภ.จว.ลพบุรี
โดยได้แจ้งว่า ได้มีเศษขวดตกหล่นอยู่ภายในบ้านและหลังคาบ้าน ผู้แจ้ง

จึงได้ตรวจสอบตามกล้องวงจรปิด ที่ติดตั้งไว้ในบ้าน แต่ก็ไม่เห็นผู้กระทำความผิด ได้ยินแต่เสียงดังล่วงลงมายังพื้นหลังคาบ้าน โดยที่พบขวดเป็นขวดจำพวก แบรนด์รังนกอื่นๆ โดยพบและถ่ายไว้เป็นหลักฐานในวันที่ 20 ม.ค. 2569 และวันที่ 30 ม.ค. 2569 และในวันที่ 14 ก.พ. 2569 ล่าสุดเมื่อคืนวันที่2 มีนาคม 2569 จึงแจ้งให้ตำรวจได้ทำการสืบสวนติดตามผู้ก่อเหตุมาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป และพนักงานสอบสวน จะให้ชุดสืบสวนหาข่าวและให้ทาง (พฐ.) พิสูจน์หลักฐานจังหวัดลพบุรี ได้ลงมาทำการเก็บพยานหลักฐานที่เกิดเหตุ โดยการกระทำครั้งนี้นั้น ไม่ได้เป็นการกระทำครั้งแรก ผู้เสียหายได้รับผลกระทบมาตลอดถึงกับต้องลื้อหลังคาบ้านเพื่อซ่อมแซมความเสียหายมาแล้วก็มี

เวลาต่อมา พ.ต.ท.หญิงสุภสดา ทองกร นวท.(สบ2)พฐ.จว.ลพบุรี
ร.ต.ท.สัณหกร ห้องหนองซำ นวท.(สบ1)พฐ.จว.ลพบุรี
ด.ต.หญิงอมรรัตน์ ศิริสลุง ผบ.หมู่ พฐ.ลพบุรี ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุบ้านเลขที่ 85-87 ถนน ถนนศรีสำโรง ตำบล/แขวง โคกสำโรง อำเภอ/เขต โคกสำโรง จังหวัด ลพบุรี ได้พบกับนายปรีชา กิจรัตนกาญจน์ (ผู้เป็นบิดาของนายหมวดตรีกรวี กิจรัตนกาญจน์) และตรวจหาหลักฐานที่เกิดเหตุและเก็บชิ้นส่วนดังกล่าวเพื่อตรวจพิสูจน์ลายมือชื่อผู้ก่อเหตุ เรียกผู้ต้องสงสัยมาตรวจพิสูทน์ลายมือ และมาดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไปเช่นไรทางทีมข่าวจะติดตามความคืบหน้ามารายงานให้ทราบต่อไป

สนอง แท่นสูงเนิน ทีมข่าว ภาพ/ข่าว

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / หนึ่งเดียวในสยาม อาบน้ำมนต์”จันทร์เป็ง” วิชาล้านนาโบราณ เสริมมงคลกับชีวิต

เนื่องในค่ำคืนแห่ง “จันทร์เป็ง” หรืออาบน้ำกลางเดือนเพ็ญให้มีบารมีเต็ม ตามคติธรรมแห่งเมืองล้านนา ที่เชื่อกันว่า เป็นฤกษ์มหาเสน่ห์และพลังงานสูงสุดในทางโหราศาสตร์ เป็นเวลาที่ดีที่สุดในการขอพรด้านโชคลาภ เงินทอง เมตตามหานิยม หรือทำพิธีเรียกทรัพย์ 

นอกจากอนุภาพแห่งความศรัทธาค่ำคืนวัน
“จันทร์เป็ง” แล้วยังตรงกับ ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 ที่พุทธศาสนิกชนเรียกว่า “วันมาฆบูชา”ย่อมาจาก “มาฆปูรณมีบูชา” หมายถึง การบูชาในวันเพ็ญกลางเดือนมาฆะตามปฏิทินฮินดู  ที่จะตรงกับวันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569 ที่จะมาถึงนี้

ครูบาธรรมชัย เจ้าสำนักสงฆ์ธรรมชัยแผ่นดินทอง อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี ได้เร่งเห็นอำนาจแห่งพุทธคุณ ในวันมาฆบูชา ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 วันพระจันทร์เป็งตามคติธรรมล้านนาโบราณ จึงเมตตาจัดพิธีอาบน้ำมนต์กลางแสงจันทร์ ให้ศิษยานุศิษย์ ได้เข้าถึงวันสำคัญนี้ ที่ 1 ปี มีครั้งเดียว

เนื่องในวันพระใหญ่ วันมาฆบูชา ซึ่งการอาบน้ำมนต์ ได้ตั้งโต๊ะหมู่อารธนาอัญเชิญคุณพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ณ บริเวณลานกว้าง หลังสำนักสงฆ์ธรรมชัย แผ่นดินทอง ก่อนมีการจุดธูป เทียน และ ครูบาได้สวดพระคาถาอันศักดิ์สิทธิ พร้อมจุดเทียนชัย อาบน้ำมนต์ ระลึกถึงสัพพเวทย์ สัพพมนต์ เพื่อเป็นศิริมงคลแก่ศิษย์ยานุศิษย์

“ให้เทียนน้อย ส่องใจ ใสสว่าง
ส่องนำทาง พบธรรม นำสมัย
ให้ได้เห็น ดวงธรรม ผ่องอำไพ
น้อมดวงใจ ถวายครู บูชาธรรม”

สำหรับน้ำพระพุทธมนต์ที่นำมาอาบนั้น เป็นน้ำพระพุทธมนต์ผ่านการทำพิธีจากเกจิคณาจารย์ และ พระภิกษุสงฆ์ หลายรูป ร่วมปลุกเสก สวดพระพุทธมนต์คาถาข้ามวันข้ามคืน เพื่อให้น้ำพระพุทธมนต์นี้เกิดความศักดิ์สิทธิ์ ก่อนนำมาอาบปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายในคืนพระจันทร์เต็มดวง ถือเป็นการเสริมบารมีให้เต็มเปี่ยมด้วยโชคลาภวาสนา ให้เกิดความเจริญรุ่งเรือง เกิดแสงสว่าง และความสำเร็จ สมหวัง สุขภาพแข็งแรง

หากท่านใดสนใจเข้าร่วมพิธีก็สามารถมาได้ที่
สำนักสงฆ์ธรรมชัย แผ่นดินทอง อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี หรือ ช่องทางติดต่อข่าวประชาสัมพันธ์ใน Face Book : ครูบาธรรมชัยจังหวัดน่าน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / งานประเพณีหกเป็งนมัสการพระมหาธาตุเจ้าภูเพียงแช่แห้ง ปี 2569/ และงาน ลูกเสือน่าน จัดอบรม ลูกเสือจิตอาสาพระราชทาน 2568

วันที่ 2 มีนาคม 2569 เวลา 16.00 น. บริเวณ วัดพระธาตุแช่แห้ง พระอารามหลวง อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน บรรยากาศเต็มไปด้วยประชาชนและนักท่องเที่ยวที่มารอชมความงดงามของขบวนแห่เครื่องราชสักการะ ภายในงานประเพณีหกเป็งนมัสการพระมหาธาตุเจ้าภูเพียงแช่แห้ง และงานแสดงแสงสีเสียง “ล่องน่านย้อนตำนานเวียงภูเพียง” ประจำปี 2569

ในการนี้ พระราชนันทวัชรบัณฑิต, รศ.ดร. รองเจ้าคณะจังหวัดน่าน เจ้าอาวาสวัดพระธาตุแช่แห้ง พระอารามหลวง ร่วมในพิธี พร้อมด้วย นาย ชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน นำคณะสงฆ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ข้าราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมชมริ้วขบวน

ขบวนหลวงได้เคลื่อนอย่างสง่างาม ประกอบด้วยเครื่องราชสักการะ ได้แก่ น้ำสรงพระราชทาน ผ้าทิพย์ห่มองค์พระธาตุ และผ้าไตรพระราชทาน บรรเลงคลอด้วยเสียงดนตรีพื้นเมือง ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความศรัทธาของพุทธศาสนิกชนชาวจังหวัดน่านที่มาร่วมเฝ้าชมอย่างเนืองแน่น

นอกจากนี้ ภายในขบวนยังมี “นางสาวน่าน ประจำปี 2569” ร่วมสร้างสีสันให้กับริ้วขบวน พร้อมขบวนอัญเชิญรางวัลพระราชทาน ขณะที่ขบวนแห่คัวตานจากทั้ง 15 อำเภอของจังหวัดน่าน ได้แก่ อำเภอเฉลิมพระเกียรติ อำเภอบ่อเกลือ อำเภอทุ่งช้าง อำเภอนา

หมื่น อำเภอนาน้อย อำเภอเวียงสา อำเภอเชียงกลาง อำเภอปัว อำเภอท่าวังผา อำเภอสองแคว อำเภอบ้านหลวง อำเภอเมืองน่าน อำเภอแม่จริม อำเภอสันติสุข และอำเภอภูเพียง ต่างจัดตกแต่งประดับประดาอย่างวิจิตรบรรจง สะท้อนอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นได้อย่างงดงาม

ตลอดสองฝั่งเส้นทางที่มุ่งหน้าขึ้นสู่พระธาตุแช่แห้ง มีประชาชนและนักท่องเที่ยวจำนวนมากร่วมบันทึกภาพแห่งความประทับใจ เสียงชื่นชมดังก้องตลอดเส้นทาง นับเป็นอีกหนึ่งภาพสะท้อนพลังศรัทธาและความร่วมแรงร่วมใจของชาวน่านในการสืบสาน

ประเพณีอันทรงคุณค่าให้คงอยู่ตลอดไป/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/
พ.อ.พยอม บุญทร/ร.ต.อ.สถิตย์ ศรีประสม/เพียรพิศ ยะวิญชาญ/ร.ต.ท.ชาญชัย บรรจง/สมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สำนักงานลูกเสือจังหวัดน่าน จัดอบรมผู้บังคับบัญชาหน่วยงานลูกเสือจิตอาสาพระราชทาน ประจำปี 2568


วันจันทร์ที่ 2 มีนาคม 2569 เวลา 10.00 น. ที่ห้องประชุมเวทีวิชาการ นายชัยนรงค์ วงค์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน (ผู้บังคับบัญชาลูกเสือจังหวัดน่าน) เป็นประธานเปิดการอบรมผู้บังคับบัญชาหน่วยงานลูกเสือจิตอาสาพระราชทาน ประจำปี 2568 โดยมีผู้บังคับบัญชาลูกเสือจาก

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต 1 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต 2 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาน่าน สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดน่าน สำนักงานอาชีวศึกษาจังหวัดน่าน เทศบาลเมืองน่าน สมาคมลูกเสือจังหวัดน่าน เข้ารับการอบรมจำนวน 120 คน โดยมี ดร.วิเชียร วาพัดไทย

ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต 1 ผู้อำนวยการลูกเสือสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต 1 กล่าวรายงาน การดำเนินการอบรมผู้บังคับบัญชาหน่วยงานลูกเสือจิตอาสาพระราชทาน ประจำปี 2568 ในครั้งนี้ ได้รับความอนุเคราะห์วิทยากรแกนนำลูกเสือจิตอาสา

พระราชทานประจำสำนักงานลูกเสือแห่งชาติ และวิทยากรแกนำลูกเสือจิตอาสาพระราชทานระดับจังหวัดน่าน เป็นวิทยากรตลอดการอบรมในโอกาสนี้ นายชัยนรงค์ วงค์ใหญ่ ได้กำชับให้ผู้เข้ารับการอบรม

นำความรู้ไปใช้ในการพัฒนากิจการของลูกเสือจังหวัดน่าน ให้มีคุณภาพยิ่งๆขึ้นไป ตามคำปฏิญาณของลูกเสือโดยเคร่งครัด มานพ เถรหมื่นไวย ภาพ/ข่าว/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังกวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / บ้านหลังสุดท้ายเพื่อผู้ยากไร้ ชมรมโฮปฯ มอบโลงศพ 30 ใบ ช่วยผู้ยากไร้เมืองกาญจน์

วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 ดร.ปิยนุช พาณิชย์พิศาล

ประธานชมรมโฮปสะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธา

พร้อมคณะ ลงพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี

นำโลงศพจำนวน 30 ใบ ส่งมอบเพื่อช่วยเหลือผู้ยากไร้ในพื้นที่

โดยได้มอบให้แก่ สำนักสงฆ์อุดมรัตนคีรี จำนวน 20 ใบ

และมอบให้ วัดเขาช่องพัฒนาราม ตำบลเขาสามสิบหาบ

อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี อีก 10 ใบ

เพื่อใช้ในภารกิจสาธารณกุศลของวัดและสำนักสงฆ์

การส่งมอบครั้งนี้มีวัตถุประสงค์

เพื่อสนับสนุนการช่วยเหลือครอบครัวผู้ยากไร้ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์

ในการจัดพิธีฌาปนกิจศพ ช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่าย

และร่วมสืบสานงานบุญในชุมชนอย่างต่อเนื่อง

บรรยากาศเป็นไปอย่างเรียบง่ายและอบอุ่น มีตัวแทนของทั้งสองแห่งเป็นผู้รับมอบ

พร้อมกล่าวขอบคุณคณะผู้บริจาคที่ร่วมกันเป็นสะพานบุญ

ส่งต่อความช่วยเหลือสู่ผู้ที่กำลังเผชิญความยากลำบาก

ดร.ปิยนุช กล่าวว่า การดำเนินงานครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของ

โครงการ “บ้านหลังสุดท้ายเพื่อผู้ยากไร้” ซึ่งชมรมได้ขับเคลื่อน

มาอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยเหลือผู้ยากไร้ในจังหวัดกาญจนบุรี โดยโลงศพ

ทั้งหมดได้ส่งมอบครบถ้วนตามเจตนารมณ์ของผู้ร่วมบุญแล้ว

ทั้งนี้ ผู้ที่ประสงค์ขอรับความช่วยเหลือ

สามารถติดตามรายละเอียดได้ทางเพจ Hope Help Healing

ชมรมโฮปสะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธา

หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ วัดมหาวงษ์.

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กรมทางหลวงชนบท เดินหน้าโครงการ “นาคานคร บึงกาฬ” เปิดเวทีสื่อรับฟังความเห็น หนุนท่องเที่ยวเมืองรอง

วันที่ 2 มีนาคม 2569 ที่ห้องประชุมสิรินธารา 1 โรงแรมเดอะวัน จังหวัดบึงกาฬ กรมทางหลวงชนบท ร่วมกับ มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดประชุมเปิดเวทีเดินหน้าศึกษาความเป็นไปได้โครงการเส้นทางท่องเที่ยว “นาคานคร จังหวัดบึงกาฬ” พร้อมจัดกิจกรรมรอบสื่อมวลชนจังหวัดบึงกาฬ เพื่อนำเสนอความก้าวหน้าโครงการ และเปิดรับฟังข้อคิดเห็นจากภาคสื่อและผู้เกี่ยวข้องในพื้นที่

การศึกษาครั้งนี้ครอบคลุมพื้นที่ 5 อำเภอ 14 ตำบล ระยะทางรวมประมาณ 110 กิโลเมตร เชื่อมโยงเส้นทางจากอำเภอเซกาถึงอำเภอปากคาด โดยมุ่งพัฒนาโครงข่ายถนนสายรองที่มีศักยภาพ เพื่อรองรับการเดินทางท่องเที่ยวในอนาคต และยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมของจังหวัดบึงกาฬ

นายอานนท์ ศักดิ์บูรณาเพชร วิศวกรศึกษาโครงการฯ เปิดเผยว่า โครงการให้ความสำคัญกับกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนและสื่อมวลชน เพื่อให้แนวทางการออกแบบเส้นทางสอดคล้องกับบริบทพื้นที่ สิ่งแวดล้อม และความต้องการของชุมชนอย่างแท้จริง พร้อมทั้งประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และการได้มาซึ่งเขตทางอย่างรอบคอบ

จังหวัดบึงกาฬมีศักยภาพด้านการท่องเที่ยว ทั้งแหล่งธรรมชาติ วัฒนธรรม ประเพณีท้องถิ่น และแหล่งท่องเที่ยวริมแม่น้ำโขง การพัฒนาเส้นทางสายรองจึงถือเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงจุดท่องเที่ยวให้เข้าถึงได้สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยมากยิ่งขึ้น อันจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก เพิ่มรายได้ให้ชุมชน และสร้างโอกาสทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ โครงการ “นาคานคร จังหวัดบึงกาฬ” ดำเนินการสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561–2580) และแผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ โดยมีเป้าหมายสร้างความสมดุลระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจ การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่

ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กองทัพไทย แม่บ้าน สนง.พัฒนาภาค 2 มอบเครื่องอุปโภค-บริโภค /ล้างบางยานรก สกัดจับไอซ์ล็อตมหึมา 380 กิโลฯ คาถนนชยางกูร รวบ 2 ผู้ต้องหา 2 คัน

เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2569 กองบัญชาการกองทัพไทย โดยน.อ.เชิดชู ชูเสน ผู้บังคับหน่วยพัฒนาเคลื่อนที่24 สำนักงานพัฒนาภาค 2 (สนภ.2 นทพ.)

และคุณจิราพร ชูเสน สมาชิกชมรมแม่บ้าน เยี่ยมกำลังพล ณ บ้านพักกำลังพล นพค.24 สนภ.2 นทพ. บ.ศรีมงคล ม.8 ต.คำชะอี อ.คำชะอี จว.มุกดาหาร

ในโอกาสนี้ น.อ.เชิดชู ชูเสน ผบ.นพค.24 สนภ.2 นทพ. พบปะกำลังพลและครอบครัว ได้มอบเครื่องอุปโภค – บริโภค เพื่อบำรุงขวัญให้กับกำลังพล และครอบครัว ที่พักอาศัย การตรวจเยี่ยมให้กำลังใจกำลังพลในครั้งนี้

เป็นไปตามนโยบายด้านการให้ความสำคัญกับการพัฒนากำลังพลของกองบัญชาการกองทัพไทย(บก.ทท.) ที่ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมและพัฒนาสวัสดิการ

การสร้างสภาพแวดล้อมความเป็นอยู่ที่ดี และเหมาะสม เพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้แก่กำลังพลและครอบครัวซึ่งพักอาศัยในพื้นที่อาคารสวัสดิการ

รวมทั้งยังเป็นโอกาสในการได้พบปะและรับฟังปัญหาจากกำลังพลโดยตรง ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาความเป็นอยู่ของกำลังพลใน

พื้นที่ให้ดียิ่งขึ้น อันจะเป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติงานเพื่อประเทศชาติและประชาชนต่อไป

ภาพ/ข่าว เดวิท-ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

ล้างบางยานรกมุกดาหาร! ตชด.227 สกัดจับไอซ์ล็อตมหึมา 380 กิโลฯ คาถนนชยางกูร รวบ 2 ผู้ต้องหาพร้อมรถของกลาง 2 คัน

มุกดาหาร – เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ ผบช.ตชด.

พร้อมด้วยผู้บังคับบัญชาระดับสูง สั่งการให้ชุดปฏิบัติการข่าวร้อย ตชด.227 และ ชปข.ตชด.22 สนธิกำลังรวม 20 นาย เข้าสกัดกั้นขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ

เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 2 ราย พร้อมของกลางรายการสำคัญ ประกอบด้วย ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) น้ำหนักประมาณ 380 กิโลกรัม โดยตรวจพบรถยนต์ที่ใช้

ในการกระทำความผิด 2 คัน คือ รถยนต์กระบะนิสสัน นาวาร่า สีเทา ทะเบียน บบ 9598 อุบลราชธานี และรถยนต์เก๋งฮอนด้า ซิตี้ สีเทา ทะเบียน ขก 6564 อุบลราชธานี พร้อมโทรศัพท์มือถืออีก 2 เครื่อง

ปฏิบัติการดังกล่าวเกิดขึ้นบริเวณริมถนนชยางกูร (ทางหลวงหมายเลข 212) ก่อนถึงสี่แยกไฟแดงโคกสูง ประมาณ 300 เมตร ในพื้นที่ ต.บางทรายใหญ่ ก่อนขยายผลต่อเนื่องไปยังบริเวณไร่

มันสำปะหลัง บ้านกุดแข้ อ.เมืองมุกดาหาร ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการสอบสวนขยายผลเพื่อหาตัวผู้ร่วมขบวนการต่อไป
ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

จับยาเสพติด #ตชด22 #มุกดาหาร #ไอซ์380กิโล #ปราบปรามยาเสพติด #ข่าวอาชญากรรม #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้ #CIAThailand

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / AOT สรุปภาพรวมเที่ยวบินที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง ยืนยัน 6 ท่าอากาศยานเปิดให้บริการตามปกติ

AOT สรุปภาพรวมเที่ยวบินที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง ยืนยัน 6 ท่าอากาศยานเปิดให้บริการตามปกติ ร่วมมือสายการบินดูแลผู้โดยสารเต็มที่
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (AOT) รายงานสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลาง อันเนื่องมาจากเหตุการณ์ปะทะกันระหว่างอิสราเอลและอิหร่าน

ในช่วงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 1 มีนาคม 2569 ส่งผลให้สายการบินบางส่วนที่ให้บริการ ณ ท่าอากาศยานภายใต้การบริหารของ AOT พิจารณาปรับแผนการบิน เพื่อความปลอดภัยสูงสุดในการปฏิบัติการบิน โดย AOT ผู้บริหารท่าอากาศยานหลัก 6 แห่ง ได้แก่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ / ท่าอากาศยานดอนเมือง / ท่าอากาศยานเชียงใหม่ / ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย / ท่าอากาศยานภูเก็ต / และ ท่าอากาศยานหาดใหญ่ ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และรายงานว่าในช่วงเวลาดังกล่าวมีเที่ยวบินได้รับผลกระทบรวมทั้งสิ้น 134 เที่ยวบิน

นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ AOT กล่าวว่า จากการติดตามและประเมินสถานการณ์พบว่ามีสายการบินยกเลิกเที่ยวบินที่ให้บริการเส้นทางบินระหว่างประเทศไทยกับภูมิภาคตะวันออกกลาง หรือผ่านน่านฟ้าใกล้เคียง เช่น สายการบิน El Al Israel, Air Arabia, Emirates, Qatar Airways, Etihad, Gulf Air, World2fly และ Thai Air Asia Xเป็นต้น โดยที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิมีเที่ยวบินยกเลิก จำนวน 59 เที่ยวบิน ท่าอากาศยานดอนเมือง 2 เที่ยวบิน ท่าอากาศยานเชียงใหม่ 2 เที่ยวบิน และ ท่าอากาศยานภูเก็ต 36 เที่ยวบิน ใน

จำนวนนี้มีผู้โดยสารของเที่ยวบินบางส่วนที่ใช้เส้นทางตะวันออกกลางเป็นเส้นทางเปลี่ยนถ่ายไปสู่ท่าอากาศยานปลายทาง ได้ทำการเปลี่ยนเที่ยวบินไปบินในเที่ยวบินที่ ไม่ได้รับผลกระทบแทน ขณะที่ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย และท่าอากาศยานหาดใหญ่ ไม่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว โดยท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่งยังคงเปิดให้บริการตามปกติ การบริหารจัดการภายในอาคารผู้โดยสารเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และไม่มีผู้โดยสารตกค้างในภาพรวม ทั้งนี้ สำหรับท่าอากาศยานที่มีเที่ยวบินยกเลิก AOT

ได้เตรียมความพร้อมและดำเนินมาตรการรองรับ เช่น จัดเจ้าหน้าที่ประจำจุดเพื่อให้ข้อมูลและอำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสาร จัดเตรียมน้ำดื่มและพื้นที่พักคอยเพิ่มเติม การบริหารจัดการหลุมจอดอากาศยานอย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่ให้ส่งผลกระทบต่อเที่ยวบินตามตารางปกติ ตลอดจนการประสานความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับสายการบินและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ผู้โดยสารได้รับผลกระทบน้อยที่สุด และเพื่อไม่ให้มีผู้โดยสารขาออกตกค้างอยู่ที่สนามบิน โดยคงไว้ซึ่งความเชื่อมั่นในการใช้บริการท่าอากาศยานของ AOT อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม AOT จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและประสานงานกับสายการบินอย่างต่อเนื่อง

โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยของผู้โดยสารและการปฏิบัติการบิน รวมถึงการเตรียมความพร้อมในการบริหารจัดการสนามบินหากสถานการณ์มีการเปลี่ยนแปลง AOT ขอแนะนำผู้โดยสารที่มีแผนเดินทางในเส้นทางตะวันออกกลางหรือเส้นทางที่เกี่ยวข้อง โปรดตรวจสอบสถานะเที่ยวบินกับสายการบินโดยตรงก่อนออกเดินทางและติดตามข้อมูลข่าวสารผ่านช่องทางประชาสัมพันธ์ของสายการบินและเพจ Facebook: AOT official อย่างใกล้ชิด โดยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ AOT Contact Center โทร. 1722 ตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งนี้ AOT ยืนยันความพร้อมในการประสานงานและอำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสารอย่างเหมาะสม เพื่อให้การเดินทางผ่านท่าอากาศยานเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและปลอดภัย


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “ปุ๋ง-สุดาวรรณ” เปิดสังเวียนเดือด THAI FIGHT มวยคาดเชือก!! เยือนถิ่นวีรชนทุ่งสัมฤทธิ์ สดุดีวีรกรรม ครบ 200 ปีตำนานวีรสตรีคุณย่าโม และ ย่าเหลือ กอบกู้เมืองโคราช

“สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล” อดีต รมว.อว. เปิดศึก THAI FIGHT ศึกนี้เดิมพันกันแบบหมัดต่อหมัด บนแผ่นดินวีรชนแห่งทุ่งสัมฤทธิ์ เหล่านักชกผู้กล้าร่วมย้อนตำนานรำลึกวีรกรรมและความกล้าหาญของท้าวสุรนารี (ย่าโม) และ นางสาวบุญเหลือ (ย่าเหลือ) ที่ได้กอบกู้เมืองโคราช จวบจนครบ 200 ปี

วันที่ 1 มีนาคม 2569 ที่ อนุสรณ์สถานวีรกรรมทุ่งสัมฤทธิ์ อ.พิมาย นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานเปิดการแข่งขันชกมวยไทยโลก THAI FIGHT ทุ่งสัมฤทธิ์ โดยมี นางยลดา หวังศุภกิจโกศล นายก อบจ.นครราชสีมา พร้อมด้วย นายนิกร โสมกลาง สส.นครราชสีมา เขต 8, นายสมเกียรติ ตันดิลกตระกูล สส.นครราชสีมา เขต 5, นางพัชราวรรณ ภิญโญ สส.นครราชสีมา เขต 6, นายวัชรพล โตมรศักดิ์ สส.นครราชสีม เขต 2

ร่วมด้วย ผู้แทนจากกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ผู้บริหารท้องถิ่น ที่สำคัญ “พี่น้องชาว จ.นครราชสีมา” ที่ได้เดินทางมาร่วมย้อนรำลึก 200 ปี วีรกรรมทุ่งสัมฤทธิ์ และ ร่วมชมศึก THAI FIGHT อย่างเนืองแน่น ย การจัดแข่งขันชกมวย ศึกมวยคาดเชือก “THAI FIGHT ทุ่งสัมฤทธิ์” เยือนถิ่นเมืองวีรชน ร่วมฉลอง “200 ปี

วีรกรรมทุ่งสัมฤทธิ์” แสดงให้เห็นถึงความรัก ความสามัคคี ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวของชาวโคราช ของภาครัฐ ภาคเอกชน ที่ประกาศให้ชาวไทยและชาวต่างชาติได้รู้ว่า จ.นครราชสีมา พร้อมเปิดประตูต้อนรับนักท่องเที่ยวให้ได้มาเยือนเมืองที่มีประวัติศาสตร์อันน่าจดจำมาอย่างยาวนาน

โดย อนุสรณ์สถานวีรกรรมทุ่งสัมฤทธิ์ แห่งนี้ ก็เป็นอีก 1 สถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่เราชาวโคราชภูมิใจ และขอร่วมกันน้อมรำลึกวีรกรรมอันกล้าหาญของคุณย่าโม ผู้นำชาวโคราชเข้าต่อสู้กับกองทัพผู้รุกรานแผ่นดิน โดยมี นางสาวบุญเหลือ หรือ ย่าเหลือ ซึ่งพลีชีพตนเองด้วยการจุดฟืนไฟเข้าทำลายเกวียนบรรทุกดินระเบิดของข้าศึก

จนชาวโคราชได้รับชัยชนะ เมื่อวันที่ 4 มีนาคม พุทธศักราช 2369 รวมถึงเหล่าวีรชนชาวโคราชที่เสียสละชีพตนเองเพื่อปกป้องแผ่นดิน ณ ทุ่งสัมฤทธิ์ แห่งนี้ “เวทีนี้จะเป็นเวที สร้างแรงบันดาลใจให้กับนักกีฬามวยเยาวชนโคราช ที่จะได้เห็นท่วงท่า ลีลา และทักษะบนสังเวียนผ้าใบ

ระบบมวย THAI FIGHT และพร้อมที่จะนำประสบการณ์ครั้งนี้ไปฝึกฝนพัฒนาตัวเองเพื่อเป็นนักกีฬามวยไทยระดับประเทศ สร้างชื่อเสียงให้กับชุมชน และสร้างรายได้ให้กับครอบครัวในฐานะนักมวยอาชีพในอนาคต”

กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา/รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จัดงานมหกรรมเครื่องเงิน และผ้าทอเมืองน่านครั้งที่ 10 สินค้าอัตลักษณ์ร่วมสมัย กับการเดินทาง ๑ ทศวรรษ แห่งความสำเร็จ เชื่อมโยงตลาดและการท่องเที่ยว

วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 17.30 น. ที่ข่วงเมืองน่าน (ข่วงน้อย) อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน นางวิไลวรรณ บุดาสา รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานในพิธีเปิดงานมหกรรมเครื่องเงินและผ้าทอเมืองน่านครั้งที่ 10 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 27 กุมภาพันธ์ – 3 มีนาคม 2569 โดยมีนายอดิศักดิ์ มณีท่าโพธิ์ อุตสาหกรรมจังหวัดน่าน กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดการ นอกจากนี้ยังมีนายชัยพฤกษ์ รุ่งรชตะวาณิช ประธานคลัสเตอร์เครื่องเงินน่าน และนางวราภรณ์ ลำจวน ประธานคลัสเตอร์ผ้าทอเมืองน่าน รวมถึงหัวหน้าส่วนราชการ ร่วมพิธีเปิดงาน

การจัดงานในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสนองแนวพระราชดำริสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ในการเผยแพร่และประชาสัมพันธ์เครื่องเงินและผ้าทอน่านให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย ส่งเสริมผู้ประกอบการเครื่องเงินและผ้าทอน่านเข้าสู่ตลาดสากล สร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการเครื่องเงินและผ้าทอน่าน และเพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดน่าน

กระตุ้นเศรษฐกิจจังหวัดน่านให้คึกคักยิ่งขึ้ จัดงานมหกรรมเครื่องเงินและผ้าทอน่าน ครั้งที่ 10 เป็นการจัดงานมาอย่างต่อเนื่อง กล่าวได้ว่าเป็น “ทศวรรษแห่งความสำเร็จ” ของคลัสเตอร์เครื่องเงินและผ้าทอน่านที่ได้ริเริ่มและจัดงานมาอย่างต่อเนื่องจวบจนปัจจุบัน โดยการจัดงานในครั้งนี้ เป็นการจัดภายใต้แนวคิดที่ต้องการโชว์ให้เห็นว่า

เครื่องเงินและผ้าทอน่าน “ไม่ได้มีดีแค่ความดั้งเดิม แต่มีความร่วมสมัย” (Contemporary) ที่คนทั่วโลกสวมใส่และใช้งานได้จริง ในชีวิตประจำวัน” บนพื้นฐานที่คงความเป็นเอกลักษณ์ และกลิ่นอายของเมืองน่าน (NAN Silver & Textile Signature)

ในงานจะประกอบด้วย นิทรรศการเครื่องเงินและผ้าทอน่าน เพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ // นิทรรศการเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ

พระบรมราชชนนีพันปีหลวง// แฟชั่นโชว์ โดยคุณกานต์ ชนนิกานต์ (Miss Thailand 2023) พร้อมกับเหล่านายแบบ นางแบบ มืออาชีพ กว่า 20 คน // การแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องเงิน-ผ้าทอจำนวน 60 คูหา // กิจกรรม Workshop ที่เกี่ยวกับเครื่องเงินและผ้าทอ รวมถึงการบริการขัดล้างเครื่องเงินฟรี และให้บริการแก้ไขขนาดของผลิตภัณฑ์ผ้าทอที่จำหน่ายภาย

ในงาน การเจรจาจับคู่ธุรกิจ ผู้แทนการค้า Buyers และ Trader ที่มีเครือข่ายด้านการตลาดทั้งใน และต่างประเทศซึ่งจะเป็นโอกาสทองของผู้ประกอบการ // กิจกรรมส่งเสริมการขาย และกิจกรรมคืนกำไรให้กับลูกค้า โดยเฉพาะการจับฉลากรางวัลเครื่องเงินแท่ง ผลิตภัณฑ์เครื่องเงิน และผ้าทอ ซึ่งรวมมูลค่ากว่า 30,000 บาท กิจกรรมบันเทิงบนเวที การแสดงดนตรี และศิลปวัฒนธรรมเป็นประจำทุกวัน

การจัดงานมหกรรมเครื่องเงินและผ้าทอเมืองน่าน ครั้งที่ 10 จะเป็นอีกหนึ่งช่องทางการตลาดให้แก่กลุ่มคลัสเตอร์เครื่องเงินและผ้าทอเมืองน่าน ในขณะที่ผู้บริโภคและนักท่องเที่ยวที่จะสามารถเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพได้มาตรฐานรับรอง จากทั่วจังหวัดน่านได้ ณ จุดเดียวในงานนี้ ซึ่งจะเป็นการสร้างงานสร้างรายได้ผู้ประกอบการเครื่องเงินและผ้าทอน่านเ ส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดน่าน กระตุ้นเศรษฐกิจจังหวัดน่านให้คึกคักยิ่งขึ้นอีกด้วย

สือรัฐ ทีวี บก.เอกสิทธ์ หมวดทอง