สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ชาวประมงนราธิวาสวอน ส.ส. “วัชระ ยาวอหะซัน” แก้ปัญหา 6 ปี ถูกจับ-ขาดรายได้ เหตุทำประมงใกล้ฝั่งช่วงมรสุม

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้( 2 มกราคม 2569 )ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวัชระ ยาวอหะซัน ผู้สมัคร ส.ส. หมายเลข 3 นราธิวาส เขต 1 พรรคภูมิใจไทย ลงพื้นที่บริเวณหาดนราทัศน์ ต.บางนาค อ.เมือง จ.นราธิวาส เพื่อรับฟังเสียงสะท้อนจากชาวประมงพื้นบ้าน ซึ่งสะท้อนปัญหาหลักคือ ต้องเผชิญกับปัญหากฎหมายประมงที่เข้มงวดเกินไปจนเป็นเหตุให้ถูกจับกุมและขาดรายได้เลี้ยงครอบครัว โดยเฉพาะข้อจำกัดในการทำประมงในระยะใกล้ฝั่งและในช่วงมรสุม ซึ่งปัญหาได้ยืดเยื้อมานานถึง 6 ปียังไร้ทางออก

ล่าสุด นายวัชระ ยาวอหะซัน ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 1 นราธิวาส หมายเลข 3 พรรคภูมิใจไทย ลงพื้นที่รับฟังเสียงสะท้อน พร้อมรับปากผลักดันแก้ไขในระดับนโยบายโดยชาวประมงระบุว่า กฎหมายประมงมีความเข้มงวดเกินไปสำหรับวิถีประมงพื้นบ้าน โดยเฉพาะการห้ามจับสัตว์น้ำในระยะ 3 ไมล์ทะเล และการบังคับใช้กฎหมายที่นำไปสู่การจับกุม ยึดอุปกรณ์ และต้องเสียค่าใช้จ่ายในการประกันตัว รวมถึงค่าอุปกรณ์ใหม่ซึ่งมีมูลค่ากว่า 8,000–10,000 บาท สร้างภาระหนักให้กับชาวบ้านที่มีรายได้เพียงวันต่อวัน

นายมะยากี มะยูโซ๊ะ ตัวแทนชาวประมงพื้นบ้าน เปิดเผยด้วยความอัดอั้นว่า ปัญหาใหญ่ที่สุดในตอนนี้คือการที่เจ้าหน้าที่จับกุมชาวประมงที่ออกหา “กุ้งขาว” ในช่วงมรสุม โดยเฉพาะในระยะ 3 ไมล์ทะเล (ประมาณ 5.5 กม.) ซึ่งชาวบ้านจำเป็นต้องทำกินใกล้ฝั่งเพื่อความปลอดภัยและใช้เวลาทำประมงเพียงประมาณ 20 วันในช่วง 3 เดือน (ธันวาคม-มีนาคม) ที่มีมรสุม ซึ่งช่วงนี้เป็นช่วงมรสุม เราต้องทำงานใกล้ฝั่ง พอออกไปก็ได้ไม่กี่วัน และถูกเจ้าหน้าที่จับกุมเรื่องจับกุ้งภายใน 3 ไมล์ทะเล เราต่อสู้มา 6 ปีแล้ว เพื่อขอให้ผ่อนปรน อย่างน้อยในช่วงมรสุมเราออกไปทำงานสองสามวันก็ได้ 4-5 พันบาท เลี้ยงครอบครัว” นายมะยากีกล่าว และยังระบุอีกว่า การถูกยึดเครื่องมือทำประมงแต่ละครั้งทำให้ต้องเสียรายได้ไปสร้างเครื่องมือใหม่ถึง 8,000-10,000 บาท ซึ่งเป็นภาระหนักมาก

ทั้งนี้ชาวประมงจึงรวมตัวกันเพื่อขอความช่วยเหลือจากนายวัชระ ยาวอหะซัน ในฐานะผู้มีอำนาจที่อาจจะสามารถผลักดันให้เกิดการแก้ไขหรือผ่อนปรนกฎหมายให้สอดคล้องกับความเป็นจริงและวิถีชีวิตของชาวบ้านที่ทำมาหากินเลี้ยงชีพด้านนายวัชระ ยาวอหะซัน กล่าวภายหลังรับฟังปัญหาว่า ปัญหานี้เป็นปัญหาเรื้อรังที่ตนรับทราบมาโดยตลอด ตั้งแต่ดำรงตำแหน่ง ส.ส. ในสมัยที่ผ่านมา ปัญหาดังกล่าวมีความยืดเยื้อมานานกว่า 6 ปีจริง โดยย้อนไปเมื่อ 2 ปีที่แล้วสมัยที่ตนเองเป็น ส.ส. พรรครวมไทยสร้างชาติ ก็เคยจัดสัมมนาใหญ่ที่หาดนราทัศน์ และเคยจัดเวทีสัมมนาร่วมกับกลุ่มประมง หน่วยงานรัฐ และตัวแทนจังหวัด รวมถึงกลุ่มประมงกว่า 120 คน เพื่อรวบรวมข้อเสนอและสะท้อนปัญหาไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด กระทรวงที่เกี่ยวข้อง รวมถึงอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎรแล้ว เพื่อหาทางออกและนำปัญหาเข้าสู่สภาฯ และพรรคการเมืองแล้ว

นายวัชระ ยอมรับว่า การแก้ไขปัญหายังติดขัดที่ข้อกฎหมายซึ่งอยู่ในอำนาจของกรมประมง ทำให้การผ่อนปรนในระดับพื้นที่ทำได้ยาก พร้อมย้ำว่าทางออกที่แท้จริงคือ การแก้ไขกฎหมายให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตชาวประมงพื้นบ้าน โดยเฉพาะในช่วงมรสุมชาวประมงหลายร้อยลำในพื้นที่ทำงานได้เพียงไม่กี่วันต่อฤดูกาล แต่ต้องแบกรับความเสี่ยงทั้งรายได้และกฎหมาย ผมเห็นใจและจะเดินหน้าผลักดันเรื่องนี้อย่างเต็มที่

โดย”กฎหมายประมงมีความเข้มข้น” และกรมประมงไม่ได้อยู่ในความรับผิดชอบของพรรคตนในขณะนั้น จึงทำให้การแก้ไขกฎหมายเป็นเรื่องยาก “ผมก็ไปเจอกรมประมง…เขาก็บอกว่ากฎหมายเข้มข้น ยากที่จะผ่อนได้ ต้องแก้กฎหมายอย่างเดียว ซึ่งผมไม่ได้อยู่ในพรรคที่มีกระทรวงนั้นด้วย มันก็ทำงานลำบาก นายวัชระกล่าว“

นอกเหนือจากปัญหากฎหมายประมงแล้ว นายวัชระยังได้สะท้อนปัญหาเกี่ยวเนื่องอื่นๆ ที่ชาวประมงต้องเผชิญ เช่น ปัญหา ปากร่องน้ำตื้นเขิน ที่ไม่มีการขุดลอกมานานกว่า 4-5 ปี ทำให้เรือออกทะเลลำบากโดยนายวัชระกล่าวทิ้งท้ายว่า ตนจะเร่งสะท้อนปัญหานี้ในช่วงของการหาเสียงไปยังกระทรวงที่รับผิดชอบและรักษาการอยู่ให้มาดูแลและแก้ไขปัญหาอย่างจริงใจ เพราะปัญหาประมงพื้นบ้านเหล่านี้เป็นเรื่องใหญ่ที่กระทบต่ออาชีพหลักของชาวบ้านจำนวน 400-500 ลำ ซึ่งเป็นกลุ่มที่หาเช้ากินค่ำ
/////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส