
ตามที่คณะรัฐมนตรี โดยนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แถลงนโยบายต่อรัฐสภา กำหนดกรอบนโยบายในการบริหารและพัฒนาประเทศตามกรอบความเร่งด่วน เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี นำความปลอดภัย สร้างศักดิ์ศรี และนำความภาคภูมิใจมาสู่ประชาชนไทย นโยบายด้านความปลอดภัย จะทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนเพื่อดำเนินการปราบปรามผู้มีอิทธิพลและยาเสพติดให้หมดไปจากสังคมไทย ผู้ผลิตผู้ค้าคือผู้ที่ต้องได้รับโทษตามกระบวนการยุติธรรม โดยใช้มาตรการปราบปรามทางกฎหมายอย่างจริงจัง ซึ่งรวมถึงการ “ยึดทรัพย์” เพื่อตัดวงจรการค้ายาเสพติด พร้อมทั้งควบคุมการลักลอบนำเข้า ยาเสพติดมาในประเทศไทย และดึงประชาชนออกจากวงจรการค้ายาเสพติดอย่างถาวร โดยเฉพาะ อย่างยิ่ง ปฏิบัติการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด “Seal Stop Safe” เพื่อสกัดกั้นและปราบปราม ยาเสพติดตามแนวชายแดน ถือเป็นนโยบายของรัฐบาลที่ต้องดำเนินการเร่งด่วน

ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง รอง ผบ.ตร./ผอ.ศอ.ปส.ตร. พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศอ.ปส.ตร. พล.ต.ท. อัคราเดช พิมลศรี ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศอ.ปส.ตร. และ พล.ต.ท.สรายุทธ สงวนโภคัย ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศอ.ปส.ตร. ได้นำนโยบายรัฐบาลมาเป็นแนวทางในการป้องกันปราบปรามยาเสพติดของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ การแก้ไขปัญหายาเสพติดในทุกมิติอย่างเป็นระบบ และขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าวสู่การปฏิบัติทุกพื้นที่ เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2568 ณ (บก.สส.ภ.3) ถ.สุรนารายณ์ ต.จอหอ อ.เมือง จ.นครราชสีมา ตำรวจภูธรภาค ๓ โดย พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.๓ แถลงข่าว พร้อมด้วย ผอ.ศอ.ปส.ภ.3 พล.ต.ต.รุทธพล เนาวรัตน์ ผบก.ภ.จว.บุรีรัมย์ รรท.รอง ผบช.ภ.๓ /รอง ผอ.ศอ.ปส.ภ.3 นายมานพ แสงโสทร ผู้อำนวยการสำนักงาน ปปส.ภาค 3 ได้สั่งการให้ทุกหน่วยในสังกัดเร่งรัดสืบสวนจับกุมผู้ค้ายาเสพติด ในเขตพื้นที่รับผิดชอบ กวาดล้างยาเสพติดในทุกมิติ การทำลายเครือข่ายตัดวงจรยาเสพติดทุกระดับ สกัดกั้นการลักลอบลำเลียงยาเสพติดตามแนวชายแดน และพื้นที่ตอนใน

โดยการอำนวยการของ พล.ต.ต.สนธยา แต่แดงเพชร ผบก.สส.ภ.3 พล.ต.ต.ไพโรจน์ ขุนหมื่น ผบก.อก.ภ.๓ รรท.ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา พ.ต.อ.ธรรมนูญ ฉิมวงษ์ รอง.ผบก.สส.ภ.3 พ.ต.อ.คเชนท์ เสตะปุตตะ รอง.ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา พ.ต.อ.ทศพร เพียรปรุ ผกก.สืบสวน ๒ บก.สส.ภ.๓ พ.ต.อ.วีณวัฒน์ ศรีแย้ม ผกก.สภ.โพธิ์กลาง พ.ต.อ.สิทธิพล ทิมสูงเนิน ผกก.สภ.โนนสูง พ.ต.ท.ยุทธพล บุษบา รอง.ผกก.สืบสวน 2 บก.สส.ภ.3 พ.ต.ท.วิโรจน์ เจริญชัย รอง.ผกก.สืบสวน 2 บก.สส.ภ.3 พ.ต.ท.สมาน เชาว์มะเริง รอง ผกก.สส.สภ. โพธิ์กลาง พ.ต.ท.ภคพล สมควร รอง ผกก.สส.สภ.โนนสูง พ.ต.ต.เฉลียว เจริญสุข สวป.สภ.โนนสูง สั่งการให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการสืบสวน 2 บก.สส.ภ.3 และ ร.ต.อ.หญิงเพ็ญแข ชัยรัตน์กรกิจ/เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. เจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองกำกับการสืบสวน 3 บก.สส.ภ.3 และ พ.ต.ท.คำพู พลอยผักแว่น รอง ผกก.สืบสวน 3 บก.สส.ภ.3/เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โพธิ์กลาง จว.นครราชสีมา พ.ต.ท.ชัยพล คงขุนทด สว.สส.ฯ พร้อมพวก ร่วมสืบสวนจับกุมตัว
1.นายสุริยา หรือเหยิน น้อยแก้ว อายุ 52 ปี ที่อยู่ 308 ม.7 ต.บ้านผึ้ง อ.เมืองนครพนม จว.นครพนม

- MISS PHONETHIP SENGMANY อายุ ๒1 ปี ที่อยู่ แขวงบอลิคําไซ เชื้อชาติลาว สัญชาติลาว พร้อมของกลาง1.ยาบ้าจำนวน 10 แพค แพคละ 3 มัด(ประทับตราสัญลักษณ์ Y-1) มัดละ 2,000 เม็ด แต่ละแพคห่อด้วยถุงพลาสติกใส พันด้วยอลูมิเนียมฟอยล์ รวมยาบ้า 30 มัด (ยาบ้าประมาณ 60,000 เม็ด)
2.ยาบ้าจำนวน 22 แพค แพคละ 3 มัด(ประทับตราสัญลักษณ์ Y-1) มัดละ 2,000 เม็ด และยาบ้าจำนวน 1 มัด แต่ละแพคห่อด้วยถุงพลาสติกใส พันด้วยอลูมิเนียมฟอยล์ รวมยาบ้า 67 มัด (ยาบ้าประมาณ 134,000 เม็ด)
3.ยาบ้าจำนวน 34 แพค แพคละ 3 มัด(ประทับตราสัญลักษณ์ Y-1) มัดละ 2,000 เม็ด และยาบ้าจำนวน 1 มัด แต่ละแพคห่อด้วยถุงพลาสติกใส พันด้วยอลูมิเนียมฟอยล์ รวมยาบ้า 103 มัด (ประมาณ 206,000 เม็ด) รวมยาบ้าทั้งหมดประมาณ 400,000 เม็ด พฤติการณ์แห่งคดี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 ได้สั่งการให้ทุกสถานีตำรวจและ บก.สส.ภ.3 ดำเนินการสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดเข้ามาในพื้นที่ตอนในโดยเฝ้าสังเกตรถยนต์ยานพาหนะที่มีความเคลื่อนไหวผิดปกติจากพื้นที่ชายแดน และเข้ามาในเขตพื้นทีตำรวจภูธรภาค 3 โดยสืบสวนจากฐานข้อมูลจากการสืบสวนจับกุมยาเสพติดในเขตพื้นที่รับผิดชอบและพื้นที่อื่น ๆ จนพบว่ารถยนต์กระบะยี่ห้อ โตโยต้า คันหมายเลขทะเบียน 3ฒฬ 3964 กรุงเทพมหานคร มีความเคลื่อนไหวผิดปกติเข้ามาในพื้นที่ จึงเฝ้าติดตามพฤติการณ์จนพบว่าเมื่อวันที่ 2 ก.พ.2568 รถยนต์คันดังกล่าวเดินทางมาจาก จว.นครพนม เข้ามาในพื้นที่รับผิดชอบ ตำรวจภูธรภาค 3 เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการสกดรอยติดตามมาจนพบว่าผู้ต้องหาเข้าไปบริเวณจุดทิ้งขยะ ในพื้นที่ ต.ตลาด อ.เมืองนครราชสีมา จว.นครราชสีมา เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแฝงตัวเข้าไปซุ่มสังเกตการณ์ พบว่าผู้ต้องหาชายและหญิงได้หยิบยาเสพติดลงใส่ถุงปุ๋ยสีเขียวเพื่อบรรจุยาเสพติดนำไปวางไว้ในดงหญ้าข้างบ่อขยะดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แสดงตัวจับกุมพร้อมของกลางดังกล่าว

สอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ได้รับการว่าจ้างจากนักค้ายาเสพติดชาวลาวในราคา 50,000 บาท มาเพื่อส่งมอบให้กับนักค้ายาเสพติดในพื้นที่ โดยไม่ทราบว่าเป็นผู้ใด เนื่องจากนักค้าชาวลาว จะติดต่อกับผู้รับยาเสพติดในพื้นที่เอง ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสืบสวนขยายผลต่อไป
จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำรถยนต์กระบะคันดังกล่าว นำมาตรวจค้นสแกนด้วยเครื่องมือพิเศษเครื่องแสกนเฮล (เครื่องแสกนมือถือ) และพบยาเสพติดที่ได้ซุกซ่อนไว้ในรถยนต์กระบะ จึงได้ร่วมกันทำการตรวจยึดยาเสพติดนำส่งพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
ตำรวจภูธรภาค ๓ จึงขอความร่วมมือพี่น้องประชาชน และสถานประกอบการทุกแห่งแจ้งเบาะแส/ข้อมูล ผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ทั้งผู้เสพ ผู้ค้า ในสถานประกอบการฯ และอาศัยสถานประกอบการฯ ในการกระทำผิด โดยแจ้งข้อมูลผ่านสายด่วนยาเสพติด ๑๕๙๙ สายด่วน ๑๙๑ และ Application Police I lert U ได้ตลอด ๒๔ ชม. หรือสายด่วน 1386 ของสำนักงาน ป.ป.ส. เพื่อดำเนินการปราบปราม จับกุม ดำเนินคดีผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด และลดปัญหา ยาเสพติด ในภาพรวมอย่างต่อเนื่องและเข้มข้นเพื่อให้สังคมมีความปลอดภัยจากปัญหายาเสพติด ปัญหาอาชญากรรมที่เกี่ยวเนื่องกับยาเสพติด ต่อไป
ขอขอบคุณสื่อมวลชนทุกท่านที่ให้การสนับสนุนตำรวจภูธรภาค ๓ ด้วยดีเสมอมา
กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน