สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ระทึกไฟไหม้ ท่อยางระบายน้ำ ตอม่อสะพานภูมิพล 2 ระดมรถดับเพลิงกว่า 10 คัน ใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง

แชร์เนื้อหานี้

ระทึกไฟไหม้ท่อยางระบายน้ำตอม่อสะพานภูมิพล 2 ระดมรถดับเพลิงกว่า 10 คัน ใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง
ไฟลุกไหม้ใต้ตอม่อสะพานภูมิพล 2 ฝั่งปู่เจ้าสมิงพราย เพลิงลามติดท่อยางระบายน้ำสูงกว่า 50 เมตร เจ้าหน้าที่ระดมรถดับเพลิงนับสิบคัน ใช้เวลาควบคุมสถานการณ์กว่า 1 ชั่วโมง ก่อนยืนยันไม่กระทบโครงสร้างสะพาน
เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 15 มกราคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สำโรงใต้ ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บริเวณเสาตอม่อสะพานภูมิพล 2 ฝั่งปู่เจ้าสมิงพราย พื้นที่ตำบลบางหญ้าแพรก อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ หลังรับแจ้งได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมประสานรถดับเพลิงจากเทศบาลเมืองปู่เจ้าสมิงพราย และใกล้เคียง รวมกว่า 10 คัน เข้าควบคุมสถานการณ์

ที่เกิดเหตุพบเพลิงลุกไหม้จากบริเวณฐานตอม่อสะพาน ก่อนจะลุกลามขึ้นไปติดท่อยางพีอี (PE) สำหรับระบายน้ำของโครงสร้างสะพาน ทำให้เกิดเปลวไฟลุกไหม้เป็นแนวยาวในระดับเดียวกับเสาตอม่อ สร้างความแตกตื่นให้กับประชาชนและผู้ใช้เส้นทางเป็นอย่างมาก เจ้าหน้าที่ดับเพลิงพยายามฉีดน้ำจากด้านล่าง แต่ไม่สามารถส่งน้ำขึ้นไปถึงจุดเพลิงไหม้บริเวณใต้คานสะพาน ซึ่งมีความสูงจากพื้นดินกว่า 50 เมตร จึงต้องประสานรถดับเพลิงชนิดกระเช้าเข้าช่วยเหลือ

พร้อมกันนี้เจ้าหน้าที่ได้ปิดการจราจรบนสะพาน 1 ช่องทาง เพื่อให้สามารถฉีดน้ำจากด้านบนลงไปยังจุดเกิดเหตุได้ ต่อมารถดับเพลิงแบบกระเช้าเดินทางมาถึง เจ้าหน้าที่ได้กางขากระเช้าและยกกระเช้าพานักดับเพลิงขึ้นฉีดน้ำควบคุมเพลิงอย่างต่อเนื่อง ใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง เพลิงจึงสงบ จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าท่อยางพีอีสำหรับระบายน้ำ ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 30 เซนติเมตร ได้รับความเสียหายตลอดแนวความสูงกว่า 50 เมตร อย่างไรก็ตาม ไม่พบความเสียหายต่อโครงสร้างหลักของสะพานแต่อย่างใด

ต่อมา นายเรวัฒน์น์ สุขขำ ผอ.หมวดสะพานวงแหวนอุตสาหกรรม ได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมวิศวกร ลงพื้นที่ตรวจสอบเบื้องต้นยืนยันว่าสะพานยังใช้งานได้ปกติไม่มีผลกระทบกับโครงสร้างแต่อย่างใด จึงเปิดให้รถสัญจรผ่านทางกันตามปกติ และในวันที่ 16 มกราคม 2569 เวลา 10.00 น. นาย เรวัฒน์ สุขขำ ผอ.หมวดสะพานวงแหวนอุตสากรรม จะนำทีมวิศวกรสำรวจตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง ส่วนสาเหตุในการเกิดเหตุในครั้งนี้ สันนิฐานว่า เปลวไฟน่าจะลุกไหม้จากกองขยะที่อยู่ตรงฐานของเสาตอม่อ และเกิดลุกลามขึ้นไป เพราะระบบท่อระบายน้ำไม่มีกระแสไฟในระบบ

จากการสอบถาม นางสาวพิมพา เจ๊งใจบุญ อายุ 61 ปี สท.เมืองปู่เจ้าสมิงพราย ซึ่งเป็นผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ไฟลุกตรงโคนเสา ไม่เยอะนิดเดียวและเราก็วิ่งออกไปดู เห็นเป็นมุมกว้างนิดนึง แล้วก็วิ่งเข้าไปบนเสาตรงท่อ ขึ้นไปเลย คราวนี้ก็ขึ้นไป เรื่อยๆ ขึ้นไวมาก แล้วเราแจ้ง ทางเทศบาลให้ นำรถมา มีหลายสาเหตุ มีหญ้าแห้ง และประตูเปิดไว้ ถ้ามีคนเข้าไปอาจจะมีขี้บุหรี่ อาจจะลุกขึ้นมา หรือเด็กเล่นกัน อยู่ๆไม่น่าจะลุกขึ้นมาได้ ตรงโคนเสาจะมีประตูคนก็เข้าไปได้เล็กๆเข้าไปได้ ไม่เห็นใครนะตอนเกิดเพลิงไหม้ น่าจะไหม้หญ้า

ขณะที่ นาย เรวัตน์ สุขขำ ผู้อำนวยการหมวดวงแหวนอุตสาหกรรม ลงพื้นที่ตรวจสอบสาเหตุเบื้องต้น ซึ่งพบว่าเกิดประกายไฟจากกองขยะที่อยู่ฐานของเสาตอม่อ ซึ่งสาเหตุที่แน่ชัดจะต้องรอตรวจสอบ ส่วนความปลอดภัยของตัวโครงสร้างนั้นจากการประเมินด้วยสายตาพบว่าไม่ได้รับผลกระทบถึงตัวโครงสร้างแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามจะต้องประสานผู้เชี่ยวชาญของโครงสร้างสะพานเข้าตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง ในวันพรุ่งนี้

ด้าน นายเรวัฒน์ สุขขำ ผู้อำนวยการหมวดบำรุงทางหลวงชนบทวงแหวนอุตสาหกรรม ให้สัมภาษณ์ว่า ทางเราได้รับรายงาน เกิดเหตุ เพลิงไหม้บริเวณใต้สะพาน ซึ่ง เป็นบริเวณตอม่อ อยู่ฝั่งปู่เจ้าสมิง พราย ภายหลังจากที่ได้รับรายงาน ได้ประสานกับท้องถิ่น ประกอบด้วย เทศบาลเมืองปู่เจ้า เทศบาลลัดหลวง อบต.บางโปรง และ เทศบาลด่านสำโรง เข้ามาช่วยเหลือกันในวันนี้ ลักษณะเหตุที่เกิดมีประกายไฟ ไหม้บริเวณซึ่งเป็นตัวท่อระบายน้ำ ซึ่งเป็นที่รับ น้ำจากบนสะพานภูมิพลลงมาข้าง ล่าง สันนิษฐานอาจจะเกิดประกายไฟขึ้นข้างล่าง ไหม้ขึ้นไปด้านบนจนถึงท้องใต้สะพาน

ซึ่ง ในการระงับเหตุ เกิดขึ้นประมาณ 19.00 น. ระงับเหตุได้ประมาณ 20.40 น. ในเบื้องต้นจากการร่วม มือของท้องถิ่น เป็นหน่วยหลักที่ มาช่วยในงานนี้ ก็ทำให้เพลิงสงบโดยเร็ว จากการประเมินผล ตัว สะพานในเบื้องต้น ก็ขอยืนยันกับ ทุกท่านว่ามีความปลอดภัย ยังสามารถใช้สะพานได้อย่างปกติซึ่งภายหลังจากนี้ในวันพรุ่งนี้ สำหรับกรมทางหลวงชนบท ซึ่ง เป็นหน่วยงานที่ดูแลสะพาน ก็จะ นำทีมตรวจสอบ ซึ่งมีความเชี่ยว ชาญเฉพาะ เข้ามาตรวจสอบ แล้ว หาคำตอบอีกที แล้วดูแลรักษาและแก้ไข ป้องกันในอนาคตถัดไป ท่อ พีอี ขนาด เท่า ไหร่

ขนาด ก็ ประมาณศูนย์กลาง 30 เซน ส่วนความสูงที่ไหม้อยู่ที่ประมาณ 50 เซน ยืนยันไม่มีผล กระทบต่อโครงสร้างสะพานแต่ อย่างใด ดูข้อมูลในเบื้องต้นบริเวณดังกล่าวไม่มีส่วนของไฟฟ้าอยู่บริเวณนี้ เพราะฉะนั้นใน ข้อสันนิษฐานเบื้องต้น คงมีคล้าย ๆ ไฟ แต่ว่าส่วนของจะเกิดจาก เหตุการณ์ใด อันนี้ต้องอยู่ในการ สอบ ส่วนค่าเสียหายอาจจะ ประเมินไม่ได้ตอนนี้ ถ้าเสียหาย หลักก็จะเป็นในส่วนของทรัพย์ สิน ซึ่งเป็นตัวท่อ แต่ส่วนของตัว โครงสร้างสะพาน ต้องรอส่วน ของเจ้าหน้าที่ที่มีความเชี่ยวชาญ มาดูอีกทีนึง


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ