สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /พิธีเปิดการแข่งขันกีฬาสี นันทบุรีเกมส์ รร.นันทบุรีวิทยา ในพระบรมราชานุเคราะห์ /เปิดงาน Nan Coffee’s Day 2025 ตอกย้ำคุณภาพของกาแฟน่าน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๖๗ ณ สนามกีฬาโรงเรียนนันทบุรีวิทยาในพระบรมราชานุเคราะห์ ตำบลไชยสถาน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน นางสาวอัญรินทร์ ฉัตรโชติวรกิตติ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนนันทบุรีวิทยา ในพระบรมราชานุเคราะห์ กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ต่อดร.พัทธนันท์ พิพิชธนวงศ์ รองผอ.สพม.น่าน ประธานในพิธีเปิดการแข่งแข่งกีฬาสี ต้านภัยยาเสพติด “นันทบุรีเกมส์” โรงเรียนนันทบุรีวิทยา ในพระบรมราชานุคราะห์ ประจำปีการศึกษา ๒๕๖๗

โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อ
๑. เพื่อให้นักเรียนมีสุขภาพพลานามัยแข็งแรง
๒. เพื่อให้นักเรียนใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์และห่างไกลยาเสพติด
๙. เพื่อฝึกการเป็นผู้นำผู้ตามที่ดี มีน้ำใจใจเป็นนักกีฬา รู้แพ้ รู้ขนะ รู้อภัย มีความเป็น ประชาธิปไตย
๔. เพื่อให้นักเรียนรู้จักการทำงานเป็นหมู่คณะ ทำงานร่วนร่วมกับผู้อื่นได้
๕. เพื่อสร้างสัมพันธภาพที่ดีระหว่างบุคลากรภาคีเครือข่าย 4 หน่วยงาน

การจัดกิจกรรมแข่งขันกีฬาสีประกอบด้วย คณะครูและนักเรียนสี ๔ สี คือ สีน้ำเงิน สีเหลือง สีแดงและ สีม่วง กีฬาที่จัดการแข่งขัน ได้แก่ กีฬาฟุตบอล วอลเลย์บอล เซปัคตะกร้อ และ เปตอง และการแข่งขันกีฬาเปตองเชื่อมสัมพันธ์ ภาคีเครือข่าย ๔ หน่วยงาน ประกอบด้วย
๑. คณะกรรมการสถานศึกษา
๒. มทบ. ๓๘
๓. สพม. น่าน
๔. โรงเรียนนันทบุรีวิทยา ในพระบรมราชานุเคราะห์

ในการจัดการแข่งขันกีฬาสีต้านภัยยาเสพติดนันทบรีเกมส์ในครั้งนี้ได้รับเกียรติจากว่าที่ ร.ต.สมเดช อภิชยกุล ประธานคณะกรรมการสถานศึกษา นายราเชนทร์ กาบคำ นายบุญยงค์ สดสอาด คณะกรรมการสถานศึกษา ร.ร.นันทบุรีวิทยาในพระบรมราชานุเคราะห์

นายธีระพล ปะโปตินัง(โค้ชเต้ย)ร้านT 20 และคุณวัชรินทร์ สมจิต(โค้ชแต้ม)ผู้ฝึกสอนกีฬาฟุตบอลโรงเรียนนันทบุรีวิทยาในพระบรมราชานุเคราะห์ พ.ท.นิรุต พรมมินทร์ ผบ.หน่วยฝึกทหาร นศท.มทบ.38 พร้อมกำลังพล คณะครูและบุคลากรโรงเรียนนันทบุรีวิทยาร่วมพิธีเปิด/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

เปิดงาน Nan Coffee’s Day 2025 ตอกย้ำคุณภาพของกาแฟน่าน สร้างมูลค่าเพิ่มพัฒนากาแฟน่านสู่ตลาดสากล

ที่ข่วงน้อย เทศบาลเมืองน่าน นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานเปิดงาน Nan Coffee’s Day 2025 กิจกรรมส่งเสริมและขยายช่องทางการตลาดผลิตภัณฑ์กาแฟ และผลิตภัณฑ์ต่อเนื่องจังหวัดน่าน ตอกย้ำคุณภาพของกาแฟน่าน เชื่อมโยงการผลิตและบริการ สร้างมูลค่าเพิ่มพัฒนากาแฟน่านสู่ตลาดสากล หนุนสร้างรายได้ที่มั่นคงแก่ธุรกิจกาแฟจังหวัดน่านทั้งระบบอย่างยั่งยืน โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ นักท่องเที่ยวผู้ชื่อชอบกาแฟเข้าร่วมกิจกรรม”กาแฟ” นับได้ว่าเป็นพืชเศรษฐกิจของไทยที่มีอนาคตอีกๆชนิดหนึ่ง โดยจังหวัดน่านเป็นแหล่งผลิตกาแฟที่สำคัญของประเทศไทย

เนื่องจากมีลักษณะภูมิประเทศและภูมิอากาศที่เหมาะสำหรับการเพาะปลูกกาแฟ ซึ่งจังหวัดน่านมีพื้นที่ปลูกกาแฟ จำนวน 13,448 ไร่ มีเกษตรกรผู้ปลูก จำนวน 1,533 ราย มีแหล่งผลิตสำคัญอยู่ที่อำเภอท่าวังผา สองแคว บ่อเกลือ แม่จริม ทุ่งช้าง และอำเภอเฉลิมพระเกียรติ โดยสายพันธุ์ที่นิยมปลูก ได้แก่ พันธุ์อาราบิกา รองลงมา คือ พันธุ์โรบัสต้า และสายพันธุ์อื่น ๆ ซึ่งเกษตรกรจะปลูกแซมในสวนไม้ผล ไม้ยืนต้น และพื้นที่ป่าชุมชนต้นน้ำ ปัจจุบันการปลูกกาแฟในจังหวัดน่าน ได้รับความสนใจจากทั้งเกษตรกรและผู้ประกอบการธุรกิจกาแฟ

โดยมีการสร้างเครือข่ายการผลิตกาแฟภายในท้องถิ่นเพื่อเพิ่มรายได้ไห้แก่ชุมชน และส่งเสริมการใช้ทรัพยากรท้องถิ่นอย่างยั่งยืน ด้านการพัฒนาคุณภาพกาแฟน่าน ที่ผ่านมาได้มีการพัฒนาคุณภาพให้เป็นกาแฟ ในระดับพรีเมียม ทำให้ได้รับ รางวัลชนะเลิศจากการประกวดสุดยอดเมล็ดกาแฟพิเศษไทยมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในส่วนการประกวดของ กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และเวทีของสมาคมระดับประเทศและนานาชาติ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2563-2567 ถือเป็นความภาคภูมิใจของเกษตรกรจังหวัดน่านและชาวจังหวัดน่าน และยังเป็นการตอกย้ำในเรื่องคุณภาพของกาแฟน่านเป็นอย่างดี

ดังนั้นเพื่อเป็นการส่งเสริมและยกระดับการตลาดของผลิตภัณฑ์กาแฟในจังหวัดน่าน โดยเฉพาะกาแฟที่ผลิตในท้องถิ่น ซึ่งมีคุณภาพสูงและได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยมุ่งเน้นการพัฒนาอุตสาหกรรมกาแฟในท้องถิ่นให้เติบโต และขยายตลาดให้กว้างขวางขึ้น จังหวัดน่านจึงได้มอบหมายให้ สำนักงานพาณิชย์จังหวัดน่านกิจกรรมส่งเสริมและขยายช่องทางตลาดผลิตภัณฑ์กาแฟและผลิตภัณฑ์ต่อเนื่อง เพื่อประชาสัมพันธ์ สร้างการรับรู้ จุดเด่นกาแฟและผลิตภัณฑ์ต่อเนื่องของจังหวัดน่าน

ให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางทั้งในระดับประเทศและต่างประเทศ เพื่อส่งเสริมและเพิ่มช่องทางการตลาด ให้กับผู้ประกอบการกาแฟและผลิตภัณฑ์ต่อเนื่องของจังหวัดน่าน เพื่อส่งเสริมเกษตรตรกร – ผู้ผลิต – ผู้จำหน่าย – ผู้ประกอบการ ผลิตภัณฑ์กาแฟและผลิตภัณฑ์ต่อเนื่อง สามารถต่อยอดในการขยายช่องทางการตลาดให้เพิ่มมากขึ้น และเกิดแรงจูงใจในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของตนให้สามารถแข่งขันในตลาดเป้าหมายได้มากขึ้น/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐนิวส์ – วัดสมานรัตนาราม จ.ฉะเชิงเทรา จัดสร้างพระพุทธเจ้า 29 พระองค์ 5 ธค. 67

แชร์เนื้อหานี้

5 ธันวาคม 2567 โดยมี พระราชวชิรประชานาถ เจ้าอาวาสวัดสมานรัตนาราม เจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทรา (ธ). นายแพทย์ ชลน่าน ศรีแก้ว อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และ ดร.ฉวีวรรณ คำพา นายกสมาคมส่งเสริมการเลี้ยงไก่ แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และประธานบริหารกลุ่มฉวีวรรณกรุ๊ป ร่วมเป็นประธานในการจัดสร้างพระพุทธเจ้า 29 พระองค์

วัดสมานรัตนาราม เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์ฝ่ายธรรมยุติกนิกาย ตั้งอยู่ริมแม่น้ำบางปะกง ในตำบลบางแก้ว อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา จังหวัดฉะเชิงเทรา มีเนื้อที่ ตามหน้าโฉนดที่ตั้งวัด 26 ไร่ 3 งาน 50 ตารางวา

ครั้งเเรกในโลก ที่มีการสร้างพระพุทธเจ้า ที่ได้ตรัสรู้มา 29 พระองค์ ครบ 29 พระนาม และ หลวงพ่อโสธร 3 พี่น้อง รวมเป็น 32 องค์ใน พุทธวงศ์ ในอสงไขย แสนล้านกัปกัลป์ ที่มีอุบัติตรัสรู้เกิดขึ้นมา เเล้วมหากุศล มีหนึ่งเดียวในโลก หนึ่งเดียวในชีวิต โครงการจัดสร้างพระประธานอุโบสถพระพุทธเจ้า 29 พระองค์ รายนามที่รับเป็นเจ้าภาพสร้างพระประธานอุโบสถ วัดมากดวงเทียน จัดสร้างพระพุทธเจ้า 29 พระองค์ เป็นพระประธานประจำอุโบสถ

จะกำหนดเททองหล่อให้เสร็จครบ 29 พระองค์ในวันเดียวพร้อมกันกำหนดการ หล่อพระ วันที่ 5 ธ.ค.67 สถานที่ บริเวณโดม ประชาคมตรงข้ามองค์พนะราหู 14.00 น.ทำพิธีบวงสรวง 15.00 น.พิธีเจริญพระพุทธมนต์ 16.00 น.พิธีเททอง

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / กตป.โทรทัศน์ มหาวิทาลัยราชภัฏสวนสุนันทา เปิดเวทีรับฟังความเห็นประชาชน เตรียมยื่นข้อสรุปต่อรัฐสภา

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ 4 ธันวาคม 2567 ที่ห้องประชุมแกรนด์บอลรูม ชั้น 3 ตึก 9 โรงแรมเบสท์ เวสเทิร์น พลัส คาราเพช หัวหิน อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ดร.จินตนันท์ ชญาต์รศุภมิตร กรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงาน (กตป.) ด้านกิจการโทรทัศน์ เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และ มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทาโดย รศ.ดร.สุดาวรรณ สมใจ หัวหน้าโครงการ ร่วมจัดประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ (Public Hearing) การติดตามและประเมินผลการดำเนินการและการบริหารงานของ กสทช. สำนักงาน กสทช. และเลขาธิการ กสทช. ด้านกิจการโทรทัศน์ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรับฟังความคิดเห็นของประชาชน โดยมีกลุ่มเป้าหมายที่เกี่ยวข้อง อาทิ หน่วยงานราชการ สื่อมวลชน บุคลากรจากสถาบันการศึกษา เจ้าหน้าที่และบุคลากรด้านสาธารณสุข ผู้สูงอายุ ผู้ด้อยโอกาสทางสังคม ผู้นำชุมชน รวมทั้งเครือข่ายคุ้มครองผู้บริโภค เป็นต้น

โดยการประชุมแบ่งเป็น 2 ช่วง คือ ช่วงแรกจะเป็นการนำเสนอผลจัดประชุมสนทนากลุ่ม Focus group และช่วงที่ 2 จะเป็นการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ (workshop) โดยจัดรูปแบบกลุ่มย่อย และระดมความคิดเห็นของผู้เข้าร่วมประชุม ด้านกระบวนการดำเนินงาน ผลลัพธ์ ผลกระทบเชิงบวก/เชิงลบ จากการเข้าร่วมโครงการ เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาการทำงานของ กสทช.ต่อไป โดยขั้นตอนสุดท้าย กตป.จะนำผลสรุปไปวิเคราะห์ และจัดทำข้อเสนอแนะเพื่อนำเสนอต่อรัฐสภาต่อไปตามหน้าที่และอำนาจในพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 71-73

การจัดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะจัดขึ้นในพื้นที่ 6 ภูมิภาค ประกอบด้วยภาคกลาง จังหวัดนครปฐม ภาคเหนือ จังหวัดพิษณุโลก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดหนองคาย ภาคใต้ จังหวัดนครศรีธรรมราช ภาคตะวันออก จังหวัดระยอง และภาคตะวันตก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อการรวบรวมวิเคราะห์สรุปผลและการจัดทำรายงานการติดตามและประเมินผลการดำเนินการและการบริหารงานของ กสทช. สำนักงาน กสทช. และเลขาธิการ กสทช. ด้านกิจการโทรทัศน์ ประจำปี 2567 เพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางดำเนินงานของคณะกรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงาน การดำเนินการเพื่อติดตามและประเมินผลการดำเนินการและการบริหารงานของ กสทช. สำนักงาน กสทช. และเลขาธิการ กสทช. จะดำเนินการติดตามตรวจสอบ และประเมินผลเป็นรายด้านตามความเชี่ยวชาญของกรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงาน  

ดร.จินตนันท์ กล่าวว่า การเปิดรับฟังความคิดเห็นทั้งใน 6 ภูมิภาคนั้นมาจาก ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องต่อกิจการโทรทัศน์ ทั้งกลุ่มองค์กรวิชาชีพ สภาวิชาชีพ สมาคมวิชาชีพ นักวิชาการด้านสื่อสารมวลชน เพื่อร่วมแสดงความคิดเห็นต่อเนื้อหา การกำกับดูแล และรายการที่มีความเกี่ยวข้องกับกิจการโทรทัศน์ ซึ่งมีผลต่อประชาชนนอกจากยังรวมถึงมิติทางด้านจริยธรรมของสื่อ ว่าควรส่งเสริมอย่างไรให้ผู้ประกอบการผลิตรายการที่มีคุณภาพ ให้มีข้อมูลที่แท้จริง และถูกต้อง

ดร.จินตนันท์ กล่าวต่อว่า การติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผล ของ กตป.นั้น เพื่อสะท้อนการดำเนินงานของ กสทช. ทั้งการมุ่งดำเนินการจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อให้ประชาชนได้รับสิทธิและเสรีภาพในการเข้าถึงและใช้ประโยชน์คลื่นความถี่เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารได้อย่างทั่วถึงเป็นธรรม รวมถึงท้องถิ่นทุรกันดารของประเทศไทยมีสิทธิในการรับบริการด้านการสื่อสาร ขั้นพื้นฐานและด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารอย่างเท่าเทียมกัน เพื่อใช้ในการดำรงชีวิต ทำมาหากิน ทำธุรกิจและพัฒนาเศรษฐกิจของชาติในภาพรวม


ดังนั้นในฐานะที่คณะกรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงาน (กตป.) เป็นคณะกรรมการที่ได้รับการเลือกตั้งจากวุฒิสภาเพื่อทำหน้าที่แทนประชาชนในการติดตาม ตรวจสอบและประเมินผล การทำงานของ กสทช. สำนักงาน กสทช. และเลขาธิการ กสทช. การรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ จึงมีส่วนสำคัญในการเสนอแนะให้ กสทช. มีการปรับบทบาทให้ทันต่อยุคสมัย ต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี การพัฒนาเครื่องมือ กฎหมายให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง รวมถึงการจัดสรรงบประมาณที่มุ่งเน้นต่อเอื้อประโยชน์แก่ประชาชนเป็นสำคัญเพื่อให้เกิดการเข้าถึงอย่างเท่าเทียม

//////////////////

ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สอท. ร่วมกับ กสทช. จับคอลเซ็นเตอร์จีนเทาตลอบฝังตัวเช่ารีสอร์ทหรูเชียงใหม่

แชร์เนื้อหานี้

 4 ธ.ค.67 เวลา 15.00 น. พล.ต.อ.ณัฐธร เพราะสุนทร กสทช.ด้านกฎหมายและประธานอนุกรรมการบูรณาการบังคับใช้กฎหมายความผิดทางเทคโนโลยีฯ , นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล  รักษาการ เลขาธิการ กสทช., พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ  รักษาราชการแทน ผบช.สอท. พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ รอง ผบช.สอท. พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจ สอท. และ เจ้าหน้าที่ กสทช. ร่วมแถลงผลการจับกุมบุคคลต่างด้าวลอบตั้งฐานคอลเซ็นเตอร์หลอกลวงคนไทย หลังตำรวจร่วมมือกับ กสทช. ตัดสัญญาณอินเตอร์เน็ตในหลายพื้นที่ ทำให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ย้ายฐานเข้ามายังประเทศไทยเพื่อใช้สัญญาณอินเทอร์เน็ตที่มีความเร็วสูงและเสถียรกว่าฝั่งประเทศเพื่อนบ้านโทรหลอกลวงเหยื่อคนไทย

การจับกุมในครั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สืบสวนหาข่าว กระทั่งพบรีสอร์ทแห่งนี้ ตั้งอยู่ใน อ.หางดง จว.เชียงใหม่ ซึ่งได้ปิดการให้บริการไปในช่วงสถานการณ์โควิด 19 แต่กลับมีการให้เช่ารีสอร์ททั้งรีสอร์ท  โดยไม่เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าพัก และมีคนต่างชาติเข้าออกสถานที่ดังกล่าวอย่างผิดสังเกต ชุดสืบสวนจึงเฝ้าติดตามพฤติกรรม และประสานเจ้าหน้าที่ กสทช. ตรวจสอบข้อมูลการใช้สัญญาณอินเทอร์เน็ตด้วยเครื่องมือพิเศษ พบว่ามีปริมาณการใช้งานอินเทอร์เน็ตในปริมาณสูงผิดปกติ ไม่สอดคล้องกับจำนวนผู้เข้าพัก อาจมีความเกี่ยวข้องกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ จึงได้ขอหมายศาลจังหวัดเชียงใหม่ เข้าตรวจค้น ผลจากการตรวจค้นสามารถจับกุมผู้กระทำผิด พร้อมด้วยของกลางเป็นจำนวนมาก

พล.ต.อ.ณัฐธรฯ กล่าวว่า ในห้วงหลายเดือนที่ผ่าน กสทช. ได้ร่วมกับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กวดขันจับกุม ซิม เสาสัญญาณ, สถานีโทรคมนาคม และสายเคเบิลข้ามแดนผิดกฎหมาย ทำให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์บางส่วนจำเป็นต้องย้ายเข้ามาตั้งฐานในประเทศไทย การจับกุมนี้ครั้ง ถือเป็นทำงานร่วมกันกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการเดินหน้าปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ควบคู่กับการปรับปรุงกฎหมาย และระเบียบต่างๆ เพื่อสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน พฤติการณ์ของเครือข่ายนี้ถือ เป็นความผิดฐานรบกวนหรือขัดขวางต่อการวิทยุโทรคมนาคม อันเป็นความผิด ตาม ม.26 แห่ง พ.ร.บ.วิทยุโทรคมนาคม พ.ศ.2498 ซึ่งต้องระวางโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสน บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 พล.ต.ท.ไตรรงค์ฯ กล่าวว่า การจับกุมในครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายปราบปรามแก็งค์คอลเซ็นเตอร์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สอท. 4 ซึ่งดูแลพื้นที่ภาคเหนือ ได้สืบสวนการกระผิดในพื้นที่ จนกระทั่งพบรีสอร์ทเป้าหมายใน ต.บ้านปง อ.หางดง จว.เชียงใหม่ ซึ่งเคยปิดให้บริการช่วงโควิด ไม่เปิดให้คนทั่วไปเข้าพัก แต่มีชาวต่างชาติเข้าออกเป็นจำนวนมาก ซึ่งผิดปกติ ชุดสืบสวนจึงเฝ้าติดตามพฤติกรรม และประสานเจ้าหน้าที่ กสทช. ตรวจสอบข้อมูลการใช้สัญญาณอินเตอร์เน็ตด้วยเครื่องมือพิเศษของ กสทช. พบว่ามีปริมาณการใช้งานอินเทอร์เน็ตในปริมาณสูงผิดปกติ ไม่สอดคล้องกับจำนวนผู้เข้าพัก คาดว่ามีความเกี่ยวข้องกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ จึงได้รายงานผู้บังคับบัญชา และขอหมายศาลจังหวัดเชียงใหม่เข้าทำการตรวจค้น โดยพบว่า ผู้ต้องหาชาวจีนแอบลักลอบใช้อินเทอร์เน็ตของร้านกาแฟข้างๆ ปิดบังการใช้สัญญาณของคอลเซ็นเตอร์  เชื่อมโยงกับแก็งค์ที่อยู่ที่ประเทศกัมพูชา โดยพบคนต่างชาติ สัญชาติจีน 9 คน ตรวจยึดอุปกรณ์โทรคมนาคมที่ใช้ในการกระทำผิดเกี่ยวกับการใช้อินเทอร์เน็ตได้เป็นจำนวนมาก จึงได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดพร้อมด้วยของกลาง นำส่งพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดี โดยจะได้ขยายผลถึงผู้บงการเพื่อปราบปรามให้สิ้นซากต่อไปทั้งนี้ จึงขอประชาสัมพันธ์มายังพี่น้องประชาชนว่า หากพบเห็นสถานที่แห่งใด มีความผิดปกติ เช่นเคยร้างไป แต่กลับมีคนเข้าออกอย่างผิดปกติ หรือมีการใช้น้ำ ใช้ไฟฟ้า หรือขอใช้อินเทอร์เน็ตมากผิดปกติ  สามารถแจ้งได้ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ โทร.191 หรือ  กสทช. 1200  ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อเข้าตรวจสอบ ป้องกันมิให้คนร้ายเข้ามาตั้งฐานหลอกลวงคนไทยต่อไป
 ..#สมจิตรแสงบัลลังก์รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์/ พิธีเนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพรัชกาลที่9 วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม 2567

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 5 ธันวาคม 2567 เวลา 07.30 น. ที่หอประชุมอำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี นายอำพล อังคภากรณ์กุล ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี พร้อมด้วย นางสุวจี ศิริปัญโญ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดลพบุรี

พล.ต.ต.อภิรักษ์ เวชกาญจนา ผบก.ภ.จว.ลพบุรี นำข้าราชการ ตุลาการ ทหาร ตำรวจ ส่วนราชการและประชาชนชาวจังหวัดลพบุรี ร่วมประกอบพิธีทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งพระสงฆ์จำนวน 89 รูป เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรวันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม 2567

จากนั้นเวลา 08.00 น. ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี พร้อมด้วยนายกเหล่ากาชาดจังหวัดลพบุรี ข้าราชการ ตุลาการ ศาล ทหาร ตำรวจ และประชาชนชาวจังหวัดลพบุรี ร่วมประกอบพิธีวางพานพุ่มดอกไม้เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณขิงพระองค์ที่ทีต่อประชาชนชาวไทย
พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงปฏิบัติตามปณิธานด้วยพระราชหฤทัยอันมุ่งมั่น

ทรงครองแผ่นดินโดยธรรมเพื่อประโยชน์สุขของอาณาประชาราษฎร์โดยถ้วนหน้า ทรงปฏิบัติบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการด้วยพระราชวิริยะอุตสาหะ เพื่อให้ราษฎร์มีความผาสุก ร่มเย็นและมีคุณภาพชีวิตที่ดี ทรงคิดค้นวิธีคลี่คลายบรรเทาปัญหาของราษฎรผู้ยากไร้และผู้ด้อยโอกาส โดยเฉพาะอย่างยิ่งทรงพระกรุณาพระราชทาน “ศาสตร์แห่งพระราชา”

เพื่อเป็นแนวทางให้ราษฎรพึ่งพาตนเองได้อย่างเข้มแข็งและยั่งยืน และใช้ผืนแผ่นดินให้เกิดประโยชน์สูงสุด ผลงานโครงการมากกว่า 4,000 โครงการ อันเกิดจากพระปรีชาสามารถของพระองค์ ล้วนได้รับการยกย่องสดุดีพระเกียรติคุณ ทั้งภายในประเทศและจากนานาประเทศว่าเป็นผลงานที่ทรงคุณค่า และอำนวยประโยชน์อย่างยิ่งแก่ปวงพสกนิกรไทย ทั้งยังสร้างแรงบันดาลใจแก่ประเทศต่างๆ หลายประเทศ

สนอง แท่นสูงเนิน
ผอ.ศูนข่าวฯ ประจำจังหวัดลพบุรี รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / กิจกรรมมิติสัมพันธ์ (Active Leaner) ชั้นอนุบาล 2 การเรียนรู้ให้นร.ชั้นปฐมวัย

แชร์เนื้อหานี้

มีรายงานว่า โรงเรียนศรีสุวิช จ.ชลบุรี โดย ดร.ประถมาภรณ์ ฟักฤกษ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนศรีสุวิช ได้จัดกิจกรรมมิติสัมพันธ์ (Active Leaner) ระดับชั้นอนุบาล 2 เพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้ให้นักเรียนชั้นปฐมวัย

กิจกรรมมิติสัมพันธ์ (Active Leaner) ถือเป็นกิจกรรมที่เชื่อมความร่วมมือและความสัมพันธ์ระหว่างบ้านคือผู้ปกครอง และโรงเรียนคือคุณครู จัดขึ้นให้บุตรหลานเด็กนักเรียนระดับชั้นอนุบาล 2 ได้เรียนรู้นอกห้องเรียน สามารถลงมือปฏิบัติจริงด้วยตนเอง เพิ่มมิติสร้างประสบการณ์การเรียนรู้

โดยแบ่งออกเป็นทั้งหมด 4 ฐาน ได้แก่ ฐานที่ 1 ผจญภัยสุดหรรษา ตามหาน้องหมูเด้ง ฐานที่ 2 ให้ใจนำทาง สร้างมิติทางอารมณ์ ฐานที่ 3 Safety or Sorry และฐานที่ 4 เชอร์ล็อก โฮมส์ (Sherlock Holmes) ทั้งนี้พบว่ากิจกรรมเป็นไปอย่างสนุกสนานท่ามกลางรอยยิ้มของทุกคน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯ มุกดาหาร นำคณะร่วมงานวันชาติ และวันพ่อแห่งชาติแห่งราชอาณาจักรไทย ณ สถานกงสุลใหญ่ ณ แขวงสะหวันนะเขต สปป. ลาว

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 4 ธันวาคม 2567 เวลา 18.00 น. นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร นำรองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ อัยการ ศาล ทหาร ตำรวจ คณะหัวหน้าส่วนราชการ เหล่ากาชาดจังหวัด พร้อมองค์กรเอกชนจากจังหวัดมุกดาหาร

เดินทางร่วมงานเนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติแห่งราชอาณาจักรไทยวันชาติไทย ณ สถานกงสุลใหญ่ ณ แขวงสะหวันเขต สปป. ลาว โดยมี นายนายปัฐม์ ปัทมจิตร กงสุลใหญ่

ณ แขวงสะหวันนะเขต กล่าวนำประกอบพิธี และมีท่าน บุนโจม อุบนปะเสิด เจ้าแขวงสะหวันนะเขต กล่าวให้การต้อนรับคณะผู้เข้าร่วมงาน ซึ่งประกอบด้วยย ผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ ภาคธุรกิจเอกชนจากจังหวัดมุกดาหาร นครพนม สกลนคร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี

และคณะผู้แทนจากแขวงสาละวัน แขวงจำปาสัก แขวงเซกอง แขวงคำม่วน แขวงอัตตะปือ กงสุลใหญ่ราชอาณาจักรกัมพูชา ณ นครปากเซ กงสุลใหญ่สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ณ แขวงสะหวันนะเขต เข้าร่วมงาน

ทั้งนี้ สถานกงสุลใหญ่ ณ แขวงสะหวันนะเขตจัดงานวันชาติ และวันพ่อแห่งชาติเป็นประจำทุกปี โดยมีการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทยและงานเลี้ยงรับรอง เพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนบ้านสองฝั่งโขงที่มีมายาวนานให้แน่นแฟ้นสืบไป

ภาพ/ข่าว ณัฐรัชต์ หงษ์คำ
เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / แถลงข่าวแข่งขันกีฬาฟุตบอลประจำปี67 ชิงถ้วยพระราชทาน ชุมแพคัพ ครั้งที่ 32 ระหว่าง 17 ธ.ค. 2567-8 ม.ค. 2568 ณ.รร.เทศบาล 1(สนง.สลากกินแบ่งรัฐบาลอุปถัมภ์)

แชร์เนื้อหานี้

20:19 จ่ากบ เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2567 เวลาประมาณ 10,00 น. นายคำพันธ์ ศรีเมือง รองนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองชุมแพ ให้เกียรตินั่งหัวโต๊ะเป็นประธานแถลงข่าวพร้อมด้วย พ.ต.อ.รักชาติ เรืองเจริญ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรชุมแพ นายไชยศิริ สอนนำ

คณะกรรมการตัดสิน ฝ่ายบริหาร ประธานสภาฯ สมาชิกสภาเทศบาลเมืองชุมแพและส่วนราชการร่วมกันจัดแถลงข่าวการแข่งขันกีฬาฟุตบอลประจำปี ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ชุมแพคัพ ครั้งที่ 32 ประจำปี 2567

ณ.หอประชุมชั้น 3 สำนักงานเทศบาลเมืองชุมแพ การแข่งขันแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ประเภทประชาชนทั่วไปและประเภทเยาวชนอายุไม่เกิน 16 ปี วัตถุประสงค์การจัดแข่งขันเพื่อส่งเสริมสนับสนุนให้เด็กและเยาวชนได้ออกกำลังกาย ทำให้สุภาพแข็งแรง

การใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ เป็นการพัฒนาการกีฬาและเศรษฐกิจท้องถิ่นให้เจริญยั่งยืน แบ่งสายการแข่งขันระหว่าง 17 ธันวาคม 2567- 8 มกราคม 2568 ณ.สนามโรงเรียนเทศบาล 1 เขตเทศบาลเมืองชุมแพ อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น,
จ่ากบ ภาพ/ข่าว เอนก เค้าสุวรรณกุล

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / นายดล ภาคเนตรใส นายอำเภอเมืองน่าน ประธานพิธีเปิดงานตลาดนัดสร้างสุขอำเภอ เมืองน่าน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2567 ณ ลานตอดรถข้างหอประชุมที่ว่าการอำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน นางอรอนงค์ กาพรม พัฒนาการอำเภอเมืองน่าน กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ต่อ นายดล ภาคเนตรใส นายอำเภอเมืองน่าน ประธานพิธีเปิดงานตลาดนัดสร้างสุขอำเภอเมืองน่าน ตามที่อำเภอเมืองน่าน ได้มีนโยบายในการขับเคลื่อนการส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากโดย ให้ส่วนราชการและหน่วยงาน ร่วมกันวางแผนจัดกิจกรรมตลาดนัด

ในพื้นที่ เพื่อเพิ่มช่องทางการตลาด ให้กับสินค้าของกลุ่มสัมมาชีพ ผลผลิตทางการเกษตร และผลิตภัณฑ์ OTOP เพื่อสร้างงาน สร้าง อาชีพ สร้างรายได้ โดยใช้ชื่อตลาดว่า “ตลาดนัดสร้าง สุขอำเภอมืองน่าน และ ดำเนินการขับเคลื่อน “ตลาดนัดสร้างสุขอำเภอเมืองน่านให้บังเกิด ผลและเกิดความยั่งยืน เป็นการพัฒนาศักยภาพ ตลาดนัดสร้างสุขอำเภอเมืองน่านให้มี เอกลักษณ์และตัวตนที่โดดเด่น เชื่อมโยงการท่องเที่ยว เพิ่มช่องทางการตลาดให้กับสินค้า สัมมาชีพ ผลผลิตทางการเกษตร ผลิตภัณฑ์ OTOP และเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบอาชีพ
เกษตรกร

ผู้มีรายได้น้อย ผู้ประกอบการรายใหม่ และผู้ประกอบการ OTOP ที่ประสบปัญหา
เดือดร้อนจากการไม่มีสถานที่จำหนำย โดยกำหนดให้มีการจัดกิจกรรมเป็นประจำทุกเดือน เดือนละ 1 ครั้ง ในวันประชุมประจำเดือน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เป็นประจำทุกเดือนและ อำเภอเมืองน่าน ได้บูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน จัดกิจกรรมโดยกิจกรรมในมีผู้ประกอบการเข้าร่วมจ่าหน่ายจำนวล61 ราย
ประกอบด้วย

  1. ประเภทเครื่องดื่ม อาหารจำนวน 61ราย
  2. ประเภทผลผลิตทางการเกษตร จำนวน1
  3. ประเภทสมุนไพรที่ไม่ใช่อาหาร จำนวน 2 ราย
  4. ประเภทของใช้ ของตกแต่ง จำนวน 12 ราย
  5. ร้านค้า ธงฟ้า ราคาประหยัด
  6. จำนวน 1 ราย
  7. ประเภทร้านค้าในเครือพาณิชย์จังหวัดจำนวน 10 ราย การจัดงานในครั้งนี้ได้รับเกียรติจากผู้นำท้องที่ ท้องถิ่นร่วมเปิดงานจำนวนมากและได้รับความสนใจจากข้าราชการ ผู้นำชุมชนและชาวบ้านซื้อของจำนวนมาก บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ทม.หัวหิน เปิดอบรมดนตรี-นาฎศิลป์ เตรียมรำถวายสักการะบูรพมหากษัตริย์ไทย 5 ธ.ค.นี้/ มหกรรมดนตรีแจ๊ส ศิลปินดังระดับโลก ‘Hua Hin Jazzical Festival 2024’

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 3 ธ.ค.67 ที่บ้านเพชรสำราญ อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน เป็นประธานพิธีเปิดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการดนตรี-นาฏศิลป์ท้องถิ่น “เทิดไท้สมเด็จบูรพกษัตริย์ไทย ครั้งที่ 8” มี Mr.Brian Anderson นายกสโมสรโรตารีรอยัลหัวหิน นางทิพวรรณ สุทัศน์ ประธานศูนย์การเรียนรู้ดนตรี-นาฏศิลป์ท้องถิ่น เทศบาลเมืองหัวหิน นางประเสริฐศรี จอกกระจาย ประธานชมรมนาฏศิลป์เมืองปราณบุรี คณะผู้บริหารเทศบาลฯ คณะกรรมการและสมาชิกศูนย์การเรียนรู้ฯ วิทยากร คณะครู และแขกผู้มีเกียรติร่วมในพิธี พร้อมชมการรำถวายสักการะบูรพกษัตริย์ประกอบบรรเลงดนตรีไทยจากนักเรียนที่เข้ารับการอบรม

การอบรมเชิงปฏิบัติการดนตรี-นาฏศิลป์ท้องถิ่น ในครั้งนี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 3-5 ธ.ค.67 เพื่อถวายความจงรักภักดีต่อบูรพากษัตริย์ไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน และเป็นการแสดงออกถึงความสามัคคี การอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม ดนตรีไทย และนาฏศิลป์ไทย และปลูกฝังส่งเสริมและพัฒนาให้นักเรียนในท้องถิ่น สำนึกรักบ้านเกิด มองเห็นคุณค่าทางวัฒนธรรมของชาติที่สวยงาม

มีความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และพร้อมที่จะใช้ศักยภาพของตนเองทดแทนบุญคุณแผ่นดิน โดยมีโรงเรียนในพื้นที่ จ.ประจวบฯ เข้าร่วมกิจกรรมทั้งสิ้น 7 โรงเรียน ได้แก่ โรงเรียนสาธิตเทศบาลบ้านหัวหิน, โรงเรียนเทศบาลเขาพิทักษ์, โรงเรียนเทศบาลวัดหนองแก, โรงเรียนบ้านห้วยมงคล, โรงเรียนหนองพลับวิทยา, โรงเรียนบ้านสามร้อยยอดบุญรักษ์อุทิศ และโรงเรียนบ้านเนินกรวด และวิทยากรผู้ให้ความรู้แยกตามความถนัดจากโรงเรียนต่างๆ รวมผู้เข้ารับการอบรมทั้งสิ้น 85 คน

โดยในวันที่ 4 ธ.ค.67 จะเป็นการฝึกซ้อมใหญ่การบรรเลงดนตรีไทย และในวันที่ 5 ธ.ค.67 จะเป็นการบรรเลงดนตรีไทยท้องถิ่นในจังหวัดประจวบฯ ประกอบการรำถวายสักการะบูรพกษัตริย์ ณ อุทยานราชภักดิ์ อ.หัวหิน และในปีนี้ได้มีการประพันธ์บทเพลงชื่อเพลง นจคีตาคาราว สตมราชานุสรณีย์ ประพันธ์คำร้องโดย นายพันธกานต์ ใบเทศ ทำนองโดย นายนิพนธ์ กล่อมบรรจง และ นายสามารถ เกิดมงคล เพื่อประกอบการรำถวายสักการะบูรพกษัตริย์ โดยมีนางรำจิตอาสาในชุดไทยสวยงามจากศูนย์การเรียนรู้ดนตรี-นาฏศิลป์ท้องถิ่น เทศบาลเมืองหัวหิน และพื้นที่ใกล้เคียงเข้าร่วมรำถวาย พร้อมทั้งมีการแสดงจินตลีลาประกอบเพลงธงชาติจากนักเรียน นักศึกษา รวมทั้งสิ้นกว่า 1,000 คน.

กลับมาอีกครั้ง ‘Hua Hin Jazzical Festival 2024’ มหกรรมดนตรีแจ๊สจากศิลปินชื่อดังระดับโลก
ศูนย์การค้าบลูพอร์ต หัวหิน ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และสถานเอกอัคราชทูต ณ กรุงมอสโก จัดงานแจ๊สที่หลายคนรอคอยกับเทศกาลดนตรี “Hua Hin Jazzical Festival 2024” ที่ครั้งนี้กลับมาพร้อมกับศิลปินแจ๊สระดับโลกชาวรัสเซียอย่าง อิกอร์ บุตแมน (Mr.Igor Butman) และศิลปินแจ๊สชาวไทยระดับประเทศที่ตบเท้ามาร่วมงานอย่างคับคั่ง พร้อมกิจกรรมสนุกๆ ให้ได้แจ๊สกันอย่างเต็มที่ พบกับโชว์การแสดง Thai Cultural Performance ที่เป็นการแสดงเอกลักษณ์ของไทยไว้มากมาย อาทิ การแสดงโขนและรำไทยประกอบดนตรีไทยประยุกต์ พร้อมการแสดงโชว์อัตลักษณ์ไทยที่หาชมได้ยากที่จัดมาเพื่องานนี้โดยเฉพาะ บลูพอร์ต หัวหินในฐานะพื้นที่จัดงานในครั้งนี้มั่นใจว่าจะช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวในเมืองหัวหิน ส่งเสริมให้เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจและสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ โดยใช้ดนตรีและวัฒนธรรมเป็นตัวเชื่อมโยง ที่สำคัญยังเป็นการช่วยส่งเสริมความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมอันแน่นแฟ้นระหว่างสองประเทศ เนื่องในโอกาสครบรอบ 126 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยและรัสเซียอีกด้วย

นางสาววจี กลมเกลี้ยง กรรมการบริหาร บริษัท หัวหิน แอสเสท จำกัด กล่าวว่า เมืองหัวหินถือเป็นเมืองตากอากาศระดับโลกที่มีชื่อเสียงมาอย่างยาวนาน นอกจากนี้ยังถือเป็นเมืองมีชื่อในเรื่องของดนตรีแจ๊ส ที่ผ่านมาเคยได้มีการจัดกิจกรรมที่มีนักดนตรีที่มีชื่อเสียงระดับโลกมาเล่นมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Benny Golson ซึ่งถือเป็นตำนานแจ๊สที่ยังมีชีวิตอยู่ The Yellowjackets วงดนตรีแจ๊สชั้นนำระดับโลกที่เล่นกันมา 40 ปี และ เคนเนธ บรูซ กอลีลิกซ์ (Kenneth Bruce Gorelick)” หรือ “Kenny G” ผู้สร้างปรากฏการณ์ให้กับวงการดนตรีแจ๊สของโลก เจ้าของผลงานยอดขายสูงที่สุดในโลก เจ้าของรางวัล American Music Awards และ Grammy Awards ก็เคยมาเล่นที่เมืองหัวหินเช่นกัน ยิ่งไปกว่านั้น ในหลวงรัชกาลที่ 9

ครั้งที่พระองค์ท่านแปรพระราชฐานไปประทับอยู่ที่ อ.หัวหิน พระองค์ท่านก็มีชื่อที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น King of Jazz ดังภาพของในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงเป่าแซกโซโฟน ที่เป็นภาพคุ้นตาของหลายต่อหลายคน การจัดงานในครั้งนี้ถือเป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์เมืองหัวหินเป็นเป็นเมืองแห่งศิลปะและดนตรี ซึ่งครั้งนี้คณะจัดงานได้นำเสนอสุดยอดของโชว์จากศิลปินแจ๊สทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่เป็นศิลปินแห่งชาติชื่อดังระดับโลกมาให้ชมกัน รวมไปถึงการแสดงโชว์ต่างๆ ที่เน้นการนำเสนอความผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมไทยและวัฒนธรรมต่างชาติ โดยใช้พลังซอฟพาวเวอร์ของอัตลักษณ์ไทย เพื่อเป็นการเผยแพร่ให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้รู้จักเมืองไทยในมุมมองใหม่ๆ มากขึ้น พร้อมทั้งยังเป็นการส่งเสริมและสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับการท่องเที่ยวไทยและสร้างความประทับใจในการมาเยือนหัวหินอีกด้วย”

สำหรับศิลปินแจ๊สแนวหน้าระดับโลกหลังจากครั้งที่แล้วได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดี คือ อิกอร์ บุตแมน ศิลปินแห่งชาติรัสเซีย และเป็นผู้ควบคุมวง Moscow Jazz orchestra ที่ได้รับรางวัลศิลปินแห่งชาติจากประธานาธิบดีรัสเซียในปี ค.ศ 2021 ครั้งนี้มาพร้อมกับวงดนตรี Igor Butman Quintet เป็นวงที่รวบรวมนักดนตรีแจ๊สรุ่นใหม่มากความสามารถจากรัสเซียมาแบบเต็มวงและเคยได้รับเชิญไปแสดงคอนเสิร์ตในสหรัฐอเมริกาและประเทศต่าง ๆ ในยุโรปและเอเชีย รวมทั้งการร่วมแสดงในเทศกาลดนตรีแจ๊สนานาชาติที่มีชื่อเสียงทั่วโลก พร้อมกับศิลปินแจ๊สแนวหน้าของไทยที่เป็นแขกรับเชิญพิเศษมาร่วมเซอร์ไพรส์ทุกท่านในงานวันที่ 21 ธ.ค.นี้ เวลา 18.00 น. เป็นต้นไปที่ หัวหิน คอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ ชั้น 1 บลูพอร์ต หัวหิน บัตรราคา 4,500 / 2,500 / 1,800 และ 800 บาท มีจำหน่ายแล้วที่ https://bluporthuahin.gosalepage.co/lfa-dlgr-mxw นอกจากนี้ยังมีการออกบูธจำหน่ายอาหาร เครื่องดื่มจากร้านดังมากมายทั้งอาหารไทยและอาหารนานาชาติ มาให้ร่วมชิม ช้อป และดื่มด่ำไปกับความกลมกล่อมของบรรยากาศดนตรีแจ๊สในยามค่ำคืน สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร.032-905-111 หรือ Facebook : BluportHuaHinOfficial, Line official : @bluport
นายนิพล ทองเก่า นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781