​สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ปชช.เรียกร้อง ผวจ. ส.ส. ส.ว.- เอกชนมุกดาหาร แอคชั่น – แจงกรณีข่าวยกเลิกการก่อสร้างสนามบิน/รถกู้ชีพ อบต.บ้านโคก ชนปะทะรถขนกระเทียม กลายเป็นเศษซากกระจายเกลื่อนสี่แยก ธกส.มุกดาหาร

แชร์เนื้อหานี้

สืบเนื่องจากกรณีที่นายสุริยะ จึงรุ่เรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว. คมนาคม ออกมาเปิดเผยว่า ในการประชุมบุรณาการร่วมภาครัฐ และ เอกชน เพื่อพัฒนาจังหวัดภากตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 2 (สกลนคร นครพนม และมูกดาหาร) ทิ่ จ.นครพนม ว่าทางภากเอกชนต้องการให้ก่อสร้างท่าอากาศยานมุกดาหาร แต่เบื้องต้นจากการพิจารณาผลการศึกษาการก่อสร้างท่าอากาศยานมุกคาหาร ที่กรมท่าอากาศยานได้สรูปผลศึกษา พบว่า ไม่มีความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ กระทรวงคมนาคม จะประสานกับกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อเจรจาขอความร่วมมือกับสาธารณรัฐประชาธิปไดยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ใช้ท่าอากาศยานนานาชาติสะหวันนะเขต เป็นจุดเดินทางมามุกดาหารแทน นั้น ปรากฏว่าได้มีประชาชนจำนวนมากในจังหวัดมุกดาหารออก

มาวิพากษ์วิจารณ์แสดงความคิดเห็นในรื่องดังกล่าวอย่างกว้างขวาง พร้อมกับเรียกร้องให้ผู้บริหารทั้งภาครัฐ เอกชน และการเมือง โดยเฉพาะ 3 ส.ส. 2 ส.ว. ผู้ว่าราชการจังหวัด ประธานหอการค้า ประธานสภาอุตสาหกรรม และประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ของจังหวัดมุกดาหารออกมากล่าวให้ประชาชนได้รับทราบว่าที่ผ่านมาได้ทำอะไรไปบ้าง และเมื่อโครงการถูกยกเลิกดังกล่าว ได้มีแนวคิดที่จะดำเนินการผลักดันหรือดำเนินการอย่างไรต่อไปหรือไม่ อย่างไรขณะที่ รัฐบาลได้เร่งรัดโครงการศูนย์ขนส่งชายแดน One Stop Service ที่ด่านศุลกากรนครพนม อำนวยความสะดวกทางการค้าและการส่งออกเชื่อมโยง การค้าลาว เวียดนาม จีนตอนใต้ โดยมีเป้าหมายเพื่อผลักดันให้เป็นศูนย์ให้บริการแบบเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) สามารถดำเนินพิธีการนำเข้าและส่งออกได้ในจุดเดียว ตามมติคณะรัฐมนตรี

นอกจากนี้ ยังผลักดันให้จังหวัดนครพนมก้าวขึ้นเป็น Gateway และศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน พร้อมทั้งลดข้อจำกัดของภาครัฐในการดำเนินโครงการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พร้อมทั้งมอบหมายกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พัฒนาพื้นที่บริเวณสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 3 (นครพนม – คำม่วน) ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดนครพนมต่อไป นั้น ในส่วนของจังหวัดมุกดาหารซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 2 ได้รับการสนับสนุนอะไรที่ทัดเทียมกันหรือไม่

กระทรวงคมนาคมยกเลิกสนามบินมุกดาหาร #จังหวัดมุกดาหาร​ ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

รถกู้ชีพ อบต.บ้านโคก ชนปะทะรถขนกระเทียม กลายเป็นเศษซากกระจายเกลื่อนสี่แยก ธกส.มุกดาหาร

เมื่อเวลา 03.15น. ศูนย์รับแจ้งเหตุ 191 สภ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร ได้รับแจ้งว่ากิดอุบัติเหตุรถยนต์ชนกันอย่างแรงจนทำให้ชิ้นส่วนของรถยนต์และสิ่งของที่บรรทุกมากระจายไปเต็มพื้นที่ถนนชยางกูร ที่บริเวณสี่แยก ธกส.มุกดาหาร เขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร

จึงได้ประสานขอความช่วยเหลือจากนายอดุลย์ ศิริมันต์ หัวหน้าฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลเมืองมุกดาหาร นำกำลังเจ้าหน้าที่และรถกู้ภัยช่วยดำเนินการเก็บเศษซากต่างๆ บนท้องถนน เพื่ิอเปิดการจราจรบนถนนดังกล่าวด้วย จากการนำเจ้าหน้าที่ฝ่ายป้องกันฯเทศบาลเมืองมุกดาหาร

ออกตรวจสอบช่วย้หลือ พบรถกู้ชีพขององค์การบริหารส่วนตำบลบ้านโคก ชนกับรถกระบะโตโยต้า บรรทุกกระเทียมมาเต็มคัน หมายเลขทะเบียน บต 8819 มุกดาหาร จนทำให้รถมีสภาพเกือบหักครึ่งท่อนเศษซากชิ้นส่วนรถและกระเทียม

กระจายเกลื่อนพื้นถนน เสาไฟฟ้าและป้ายแจ้งเตือนจราจรหักเสียหาย เจ้าหน้าที่ฝ่ายป้องกันฯ จึงได้ทำการเก็บเศษซากต่างๆบนพื้นถนนจนทำให้สามารถเปิดการจราจรตามปกติได้ในเวลาต่อมา

รถกู้ชีพชนปะทะรถขนกระเทียมกระจายเกลื่อนสี่แยกมุกดาหาร #จังหวัดมุกดาหาร​ ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ ​โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สมศักดิ์- ลงพื้นที่พบปะ บุคลากรการแพทย์-อสม.บึงกาฬ เปิดโครงการ “บริการทุกช่วงวัย” ดูแลสุขภาพประชาชน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่โรงพยาบาลบึงกาฬ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ หลังจากประชุม ครม.สัญจรที่จังหวัดนครพนม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์โอภาส การย์กวีนพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข

พร้อมคณะผู้บริหารระดับสูงกระทรวงสาธารณสุข ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม พบปะให้กำลังใจบุคลากรการแพทย์ และอาสาสมัครสาธารณสุขในหมู่บ้าน(อสม.) ในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ โดยมีนายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ นางแว่นฟ้า ทองศรี นายก อบจ.บึงกาฬ

นายนิพนธ์ คนขยัน สส.บึงกาฬเขต1 พรรคเพื่อไทย นางอรอุมา บุญสิริ สส.บึงกาฬ เขต 2 พรรคภูมิใจไทย นายภมร ดรุณ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดบึงกาฬ นพ.กมล แซ่ปึง ผอ.โรงพยาบาลบึงกาฬ หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการบุคลากรการแพทย์ และ อสม.ให้การต้อนรับ

โครงการ “บริการทุกช่วงวัย ด้วยความห่วงใย ของกระทรวงสาธารณสุข จ.บึงกาฬ” มุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมครอบคลุมทุกช่วงวัย ตั้งแต่ การส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค การตรวจรักษา ฟื้นฟู

การดูแลแบบประคับประคอง การดูแล สุขภาพกาย จิตใจ และ สังคม ตามบริบทของพื้นที่ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการสุขภาพที่มีคุณภาพได้อย่างทั่วถึง เท่าเทียม ลดความเหลื่อมล้ำด้านสุขภาพ และมีคุณภาพชีวิตที่ดี โดยกิจกรรมการคัดกรองเชิงรุก ได้มีคลินิกบริการสุขภาพเคลื่อนที่ ใน 10 สาขา ได้แก่

o คลินิกโรคอ้วน
o คลินิกโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs)
o คลินิกโรคไต
o คลินิกโรคหลอดเลือดสมองและหัวใจ
o คลินิกต้อกระจกและจอประสาทตา
o คลินิกมะเร็งปากมดลูกและวัคซีน HPV
o คลินิกผ่าตัดวันเดียวกลับ
o คลินิกตรวจการได้ยินและมอบเครื่องช่วยฟัง
o คลินิกผ่าตัดนิ้วล็อค
o คลินิกฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่

พร้อมกันนี้ได้มอบแว่นตาให้กับตัวแทนผู้สูงอายุจำนวน 5 ราย ผลักดัน พรบ.อสม.เพื่อความมั่นคงในชีวิต แก้ไขปัญหาหมอขาดแคลนอย่างยั่งยืน และส่งเสริมค่ายบำบัดฟื้นฟูยาเสพติด “คืนคนดีสู่สังคม” มากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ได้ประชุมรับฟังสรุปปัญหาข้อเสนอแนะจากแพทย์สาขาวิชาชีพ เพื่อปรับปรุงและขับเคลื่อนโครงการสุขภาพสาธารณสุขให้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย

ข่าว/ภาพ ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ตรวจเยี่ยม นบ.ยส.24 บูรณาการ“Seal Stop Safe” เพื่อป้องกันยาเสพติดเข้าสู่ประเทศ ตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 28 เมษายน 2568 เวลา 1330 น. ที่ค่ายพระยอดเมืองขวาง ตำบลกุรุคุ อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และคณะ ลงพื้นที่ติดตามการปฏิบัติงานในพื้นที่ จังหวัดนครพนมตรวจเยี่ยมหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดสารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อติดตามปฏิบัติการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด “Seal Stop Safe” ผนึกกำลัง อำเภอชายแดน

เพื่อมอบนโยบายในการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดตามแนวชายแดน เร่งรัดการดำเนินงานสกัดกั้น ยาเสพติดตามแนวชายแดนให้เห็นผลเป็นรูปธรรม ตามที่นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีได้มอบนโยบาย เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2568 ที่ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล โดยมี พลเอก สนิธชนก สังขจันทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม พลตำรวจเอก ไกรบุญ ทรวดทรง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พลตำรวจโท ภาณุรัตน์ หลักบุญ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด

พลโทบุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ในฐานะผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดสารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พร้อมหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ ให้การต้อนรับและเข้าร่วมประชุม โดยได้รับฟังบรรยายสรุปสถิติและการปฏิบัติที่สำคัญแต่ละมาตรการตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2567 จนถึงปัจจุบัน ตัวชี้วัดประสิทธิภาพการแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่เป้าหมาย แนวโน้มสถานการณ์ยาเสพติด กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งมอบนโยบาย ข้อสั่งการ และข้อเน้นย้ำ แนวทางการปฏิบัติงาน ตามที่รัฐบาลได้ออกประกาศเรื่องกำหนดพื้นที่ที่มีความจำเป็นเร่งด่วนและผู้รับผิดชอบ

เพื่อป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ปีงบประมาณ 2568 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีพื้นที่อำเภอชายแดนเป็นพื้นที่ที่มีความจำเป็นเร่งด่วนใน 7 จังหวัด 25 อำเภอชายแดน มีหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (นบ.ยส.24) เป็นหน่วยรับผิดชอบ มีภารกิจวางแผนบูรณาการอำนวยการประสานงาน ในการสกัดกั้นการลักลอบนำเข้ายาเสพติดสารตั้งต้น

และเคมีภัณฑ์ ปราบปรามเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติด บำบัดผู้ป่วยจิตเวช ยาเสพติด จัดตั้งหมู่บ้านชุมชนเข้มแข็งเอาชนะยาเสพติด ประสานความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน และแก้ไขปัญหายาเสพติดด้านอื่นๆในพื้นที่ชายแดน โดยได้ดำเนินการตาม 6 มาตรการหลัก ได้แก่ มาตรการสกัดกั้น มาตรการปราบปราม มาตรการป้องกัน มาตรการบำบัดรักษา มาตรการบูรณาการ มาตรการประสานความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน

รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวว่าการมาตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจผู้ที่ปฏิบัติงานของหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปรามปรามยาเสพติดสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือในวันนี้ ถือว่าเป็นหน่วยที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในการแก้ไขปัญหาสำคัญหลักของชาติ โดยเฉพาะปัญหาด้านยาเสพติด ซึ่งเป็นปัญหาที่มีมาอย่างยาวนาน และรัฐบาลนี้ก็ให้ความสนใจให้ทุ่มเทในการแก้ปัญหาดังกล่าวนี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประเทศชาติ มีความมั่นคงปลอดภัย และนับว่าเป็นโอกาสอันดี ที่ผมและทีมงาน ได้เข้ามารับทราบผลการปฏิบัติงานรวมถึงรับทราบปัญหา

ข้อขัดข้องเพื่อจะได้เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยแก้ไขปัญหา และเพื่อเป็นการ​ เพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานให้ดียิ่งขึ้น ขอชื่นชมในความทุ่มเท เสียสละ และความมุ่งมั่นของทุกท่านในการปฏิบัติหน้าที่ป้องกันประเทศ และดูแลความสงบเรียบร้อยของประชาชนโดยเฉพาะในภารกิจด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ซึ่งถือเป็นภัยคุกคามด้านความมั่นคงที่ส่งผลกระทบอย่างมากต่อสังคมไทยจากการรับฟังบรรยายสรุป เห็นถึงความเข้มแข็ง และความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการดำเนินการสกัดกั้น ลำเลียง ปราบปราม ตลอดจนบำบัดและฟื้นฟูผู้ที่ได้รับผลกระทบจากยาเสพติด ซึ่งมีผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม

ทั้งในพื้นที่ชายแดนและตอนใน โดยเฉพาะการจัดตั้งหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือ นบ.ยส.24 รวมถึงการขับเคลื่อน “ธวัชบุรีโมเดล” ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ดีของการบูรณาการและสร้างความยั่งยืนในการแก้ไขปัญหา และขอให้หน่วยดำเนินการดำรงความเข้มแข็งในการปฏิบัติงานเชิงรุก โดยใช้การข่าวและการลาดตระเวนเชิงลึก ควบคู่กับเทคโนโลยี เพื่อสกัดกั้นยาเสพติดไม่ให้เข้ามาในประเทศได้ตั้งแต่แนวหน้า ส่งเสริมการประสานความร่วมมือข้ามหน่วยงานและข้ามพรมแดน เพื่อเสริมสร้างระบบความมั่นคงแนวชายแดน โดยเฉพาะการมีจุดประสานงานร่วมกับประเทศเพื่อนบ้านที่มีประสิทธิภาพและต่อเนื่อง

ให้ความสำคัญกับการพัฒนาหมู่บ้านและชุมชนเข้มแข็ง เป็นปราการด่านหน้าในการเอาชนะยาเสพติด และเป็นกลไกในการดูแล พี่น้องประชาชนอย่างใกล้ชิด สนับสนุนภารกิจการฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด ให้สามารถกลับมาใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างมีศักดิ์ศรี ควบคู่กับการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังเพื่อปราบปรามกลุ่มผู้กระทำผิด เร่งรัดการผลักดันโครงการที่จำเป็นเร่งด่วน และการของบประมาณสนับสนุนจากกองทุนที่เกี่ยวข้อง เพื่อเสริมศักยภาพและขีดความสามารถในการปฏิบัติภารกิจ ผมมีความเชื่อมั่นในศักยภาพของกำลังพลทุกนายว่า จะสามารถปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ เพื่อปกป้องประชาชนและประเทศชาติให้ปลอดภัยจากภัยยาเสพติด และสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนได้อย่างยั่งยืน

เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / Movie Copyright (Thailand) ส่งท้ายไตรมาสที่ 2 ปี 68 ด้วยภาพยนตร์ 3 เรื่อง 3 รส

แชร์เนื้อหานี้

      เป็นค่ายภาพยนตร์น้องใหม่ที่นำภาพยนตร์ดี ๆ เข้าฉายให้คอหนังในเมืองไทยได้ดูอย่างต่อเนื่องสำหรับ Movie Copyright (Thailand) ล่าสุดบริษัทฯ พร้อมส่งภาพยนตร์ 3 เรื่อง 3 รสออกสู่สายตาคอหนังในเมืองไทยเพื่อเป็นการส่งท้ายไตรมาสที่ 2 ของปี 2568 เริ่มจาก “Kraken - คราเคน เลื้อยสยอง 20000 โยชน์” ที่จะเข้าฉายในวันที่ 29 พฤษภาคมนี้กับเรื่องราวที่เล่าขานมานานนับหลายศตวรรษของชาวเรือที่ว่าด้วย “คราเคน” อสุรกายในตำนานที่เปรียบเสมือนมัจจุราชแห่งท้องทะเล ซึ่งกลายมาเป็นแรงบันดาลใจของ “นิโคไล เลเดเบฟ” ผู้กำกับฯ ชาวรัสเซียที่ได้หยิบเอาความยิ่งใหญ่ของคราเคน อสูรยักษ์ที่ชาวทะเลเหนือหวาดผวามาสรรค์สร้างให้เป็นมหึมาความบันเทิงที่เปิดตัวด้วยรายได้อันดับ 1 ไปเมื่อสัปดาห์ก่อน (จากข้อมูลของเว็ปไซด์ Kinobusiness.com) ด้วยการทำเงินไปได้ถึง 167.9 ล้านรูเบิล หรือประมาณ 68 ล้านบาทไทย เอาชนะ Bataya 2 : Grandfather ที่ทำเงินในอันดับ 2 ไปเพียง 112.9 ล้านรูเบิล และ “Minecraft” หนังไลฟ์-แอ็คชั่นของวอร์เนอร์ บราเธอร์ส พิคเจอร์ส ที่ทำรายได้ในอันดับที่ 3 อยู่ที่ 27.5 ล้านรูเบิ  ส่วนในเดือนมิถุนายนทางค่ายเตรียมส่ง “It Feeds - นรกกลืนกิน” ภาพยนตร์สยองขวัญจากฝีมือการเขียนบทและกำกับฯ ของ “แชด อาร์ชิบอลด์” (แห่ง I’ll Take Your Dead) ที่ว่าด้วยเรื่องราวของเด็กสาวผู้พบว่าตนเองกำลังถูกเล่นงานโดยวิญญาณที่ชั่วร้าย สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้แม่ของเธอต้องใช้พลังพิเศษที่มีอยู่เพื่อหยุดยั้งพลังอันชั่วร้ายนั้น ก่อนที่วิญญาณของบุตรสาวจะถูกมันกลืนกินจนหมดสิ้น นำแสดงโดย 2 นักแสดงเจ้าบทบาท “แอชลีย์ กรีน” (จาก The Twilight Saga – แวมไพร์ ทไวไลท์) และ “ชอว์น แอชมอร์” (นักแสดงหนุ่มเจ้าของบท ไอซ์แมน จากภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่ของ มาร์เวล สตูดิโอส์ เรื่อง X-Men / X-เม็น ศึกมนุษย์พลังเหนือโลก) ตบท้ายด้วยภาพยนตร์ไทยเจ้าของ 6 รางวัลตุ๊กตาทองประจำปี 2538 “มหัศจรรย์แห่งรัก” ฉบับรีมาสเตอร์ทั้งภาพและเสียงในความคมชัดระดับ 4K กับเรื่องราวความรักวุ่น ๆ ของหนุ่ม ๆ สาว ๆ ที่แทนที่พวกเขาจะได้พบกับความสุข ความสมหวัง แต่เพราะความสัมพันธ์เก่า ๆ ของบางคนในอดีตกลับกลายเป็นสิ่งที่ทุกคนจะไม่มีวันลืมไปจนชั่วชีวิต ผลงานการกำกับฯของ ม.ล.พันธุ์เทวนพ เทวกุล นำแสดงโดย สินจัย เปล่งพานิช,สันติสุข พรหมศิริ,ศรัณยู วงษ์กระจ่าง,วิลลี่ แมคอินทอช, นุสบา วานิชอังกูร, เล็ก ไอศูรย์ และ อังคณา ทิมดี

เตรียมพบกับผลงานระดับคุณภาพจาก Movie Copyright (Thailand) ได้เร็วๆ นี้ อีกไม่นานเกินรอในโรงภาพยนตร์เท่านั้น

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / กธจ.สุโขทัยลงพื้นที่สอดส่องโครงการพัฒนาด้านการเกษตรที่อ.ศรีสัชนาลัย

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 09.30น.ของวันที่29เมษายน2568 ณ.ห้องประชุมเทศบาลเมืองศรีสัชนาลัย อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย โดยนาย ชัยคม ศกุนรักษ์ รองประธานคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดสุโขทัย เป็นประธานจัดการประชุมคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดสุโขทัย อย่างไม่เป็นทางการครั้งที่5/2568และการลงพื้นที่สอดส่อง

โครงการประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568อนึ่งทั้งนี้ทางคณะกรรมการธรรมาภิบาลพร้อมที่ปรึกษาคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดสุโขทัยและหัวหน้าส่วนที่รับผิดชอบงานโครงการสุโขทัยก็เข้าร่วมประชุมด้วยซึ่งโครงการที่จะลงพื้นที่สอดส่อง

ในครั้งนี้ประกอบด้วยโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและโครงการเครือข่ายคมนาคมด้านการเกษตรแบบบูรณาการก่อสร้างผิวถนนลาดยาง.และโครงการพัฒนาด้านการเกษตรเพิ่มประสิทธิภาพการผลิดไม้ผลเศรษฐกิจจังหวัดสุโขทัย(ทุเรียน มะยงชิด)

งานก่อสร้างเพิ่มช่องทางจราจร และ งานก่อสร้างถนนลาดยางแบบแอสฟัลท์ติกคอนกรีตในพื้นที่อำเภอศรีสัชนาลัยพร้อมกันนี้ได้ลงพื้นที่ ทำการสอดส่องโครงการทำถนนเทศบาลศรีสัชนาลัย

โครงการอบรมก่รเกษตรไร่สานฝันตำบลบ้านตึกโครงการขยายถนนบ้านดงคู่โคีงการทำถนนตำบลหนองอ้อด้วยเพื่อให้งานโครงการเป็นไปตามแบบและให้คุ้มค่ากับเม็ดเงินงบประมาณแผ่นดินที่ได้มาให้ได้ใช้อย่างคุ้มค่าด้วย
กิตติ พรดวงจันทร์ สุโขทัย

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / รมต.ยุติธรรม เร่งปรับกฎหมายสร้างคุณภาพชีวิตผู้ต้องขังหลังถูกปล่อยตัว/”โจรมุกดาหาร” ลักหัวจ่ายน้ำทองเหลือง – ถังดับเพลิง ร่วม 20 ตู้ ในตลาดอินโดจีน

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 28 เมษายน 2568​ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นำคณะลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมตามโครงการ ครม.สัญจร ที่เรือนจำจังหวัดมุกดาหาร อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร เพื่อตรวจเยี่ยมความเป็นอยู่และการฝึกอาชีพของผู้ต้องขังในเรือนจำ

และได้กล่าวเน้นย้ำว่า ความยุติธรรมในกระบวนการศาลไม่ใช่จุดสิ้นสุด จุดสิ้นสุดที่แท้จริงคือชุมชน เรือนจำควรเป็นสถานที่สร้างคน เพื่อให้คนสร้างชาติ ทั้งนี้ กระทรวงยุติธรรมจะเร่งปรับปรุงกฎหมายเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ต้องขังที่ได้รับการปล่อยตัวสามารถมีงานทำ มีอาชีพ และใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างมีคุณภาพเท่าเทียมกับประชาชนทั่วไป

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเร่งปรับปรุงกฎหมาย #เรือนจำจังหวัดมุกดาหาร​ ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

“โจรมุกดาหารอาละวาดหนัก” ลักหัวจ่ายน้ำทองเหลือง – ถังดับเพลิง ร่วม 20 ตู้ ในตลาดอินโดจีน

เมื่อวันที่ 29 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดมุกดาหารว่า ประชาชนที่ไปออกกำลังกายบริเวณริมเขื่อนแม่น้ำโขงหน้าตลาดอินโดจีนมุกดาหาร เขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร ได้สังเกตเห็นว่าตู้เก็บอุปกรณ์ดับเพลิงซึ่งตั้งอยู่ภายในอาคารชั้นใต้ดินตลาดอินโดจีนมุกดาหารมีอุปกรณ์หัวจ่ายน้ำและถังดับเพลิงได้หายไปจากตู้คาดว่าจะถูกคนร้ายลักลอบมาลักเอาไป

ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปสำรวจดูที่ตลาดอินโดจีนชั้นใต้ดินตามที่ได้รับแจ้งพบว่า มีตู้อุปกรณ์ดับเพลิงตั้งอยู่ภายในบริเวณชั้นใต้ดินจำนวน 20 ตู้ เมื่อสังเกตดูภายในตู้ซึ่งตามปกติจะประกอบด้วย วงล้อสายดับเพลิง , ถังดับเพลิง , หัวจ่ายน้ำดับเพลิง

หัวปิดฝาจ่ายน้ำดับเพลิง วาล์วก๊อกน้ำ และถังดับเพลิง ปรากฏว่าอุปกรณ์ภายในตู้หายไปโดยเฉพาะอุปกรณ์ที่ทำด้วยทองเหลือง อาทิ หัวจ่ายน้ำดับเพลิง และหัวปิดฝาจ่ายน้ำดับเพลิง และบางตู้เหลือแต่วงล้อสายดับเพลิงกับท่อแป๊บน้ำเท่านั้น นอกนั้นอุปกรณ์ภายในหายไปหมด โดยความเสียหายน่าจะมีมูลค่านับแสนบาท

ขณะที่ประชาชนต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์ถึงเหตุโจรกรรมทรัพย์สินของทางราชการซึ่งอยู่ในอาคารสาธารณะกลางเมืองมุกดาหารเกิดขึ้นบ่อยและอุกอาจมาก ไม่เกรงกลัวว่าถูกเจ้าหน้าที่จับดำเนินคดี ลักขโมยสิ่งของในที่สาธารณะราวกลับบ้านเมืองไม่มีขื่อมีแป อีกทั้งเมื่อเกิดเหตุแล้วก็ยังไม่ปรากฏให้เห็นว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือฝ่ายปกครองเข้ามาดำเนินการใดๆ

ในเรื่องดังกล่าว โดยก่อนหน้านี้ก็มีเหตุลักตัดสายไฟจำนวนมากในตลาดอินโดจีนชั้นใต้ดิน และครั้งนี้ก็เกิดเหตุการณ์ลักอุปกรณ์ดับเพลิงจำนวนมากขึ้นอีก ซึ่งสร้างความวิตกกังวลถึงความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนที่อยู่อาศัยในเขตเทศบาลเมืองมุกดาหารเป็นอย่างมาก

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ ​โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ​ก.คมนาคม บูรณาการพัฒนากลุ่มจังหวัดสนุก เสริมเศรษฐกิจชายแดน เชื่อมโยงอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง มุกดาหาร

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 28 เมษายน 2568 ที่ห้องประชุมพระธาตุพนม ศาลากลางจังหวัดนครพนม นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ฃ

พร้อมด้วยนางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายวรญาณ บุญณรราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร นายปราชญา อุ่นเพชรวรากร ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม และนายวีระ ฤกษ์วาณิชย์กุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร ร่วมประชุมบูรณาการภาครัฐและเอกชน

เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 2 (กลุ่มจังหวัดสนุก) คือ สกลนคร นครพนม และมุกดาหาร โดยเน้นยกระดับโครงสร้างพื้นฐานและเชื่อมโยงสู่ภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (GMS)

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 2 ให้มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและประเพณี การค้าชายแดนที่เติบโตต่อเนื่อง และโครงข่ายคมนาคมที่สามารถเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งทางบก น้ำ และอากาศ

แต่อย่างไรก็ตาม กลุ่มจังหวัดยังเผชิญข้อจำกัดด้านโครงสร้างพื้นฐาน สิ่งอำนวยความสะดวกด้านการท่องเที่ยว กำลังแรงงานที่ขาดทักษะ และปัญหาด้านความมั่นคง ดังนั้น เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาและพัฒนาอย่างยั่งยืน จังหวัดและกลุ่มจังหวัดจึงได้เสนอแนวทางดำเนินการใน 4 ยุทธศาสตร์หลัก

ได้แก่ การส่งเสริมการท่องเที่ยวริมโขงเชื่อมโยงวัฒนธรรม การพัฒนาโครงข่ายเศรษฐกิจเชื่อมโยง GMS การยกระดับการเกษตรสู่เกษตรมูลค่าสูง และการเสริมทักษะแรงงานพร้อมพัฒนาความปลอดภัยในพื้นที่ชายแดน​ ภาพ/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สาวโคราชโชคดี ซื้อสลากกาชาด 4 ใบ รับรถราคาหลักล้านไปครอง

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2568 เวลา 11.00 น.ที่บริเวณลานจอดรถศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมาเป็นประธานการมอบรางวัลสลากกาชาดประจำปี 2568 โดยทำการออกรางวัลเมื่อวันที่ 3 เมษายน 2568

ซึ่งก็ได้ผู้โชคดีที่ได้รับรางวัลจากหลายอำเภอของจังหวัดนครราชสีมา สำหรับรางวัลสลากกาชาดนั้นก็มีตั้งแต่เครื่องใช้ไฟฟ้า รถจักรยานยนต์ 10 คัน และรถยนต์อีก 3 คัน มูลค่ารวมกว่า 3.3 ล้านบาท ซึ่งรางวัลที่ได้รับความสนใจมากเป็นพิเศษก็คือรถยนต์ทั้ง 3 คัน โดยรางวัลที่ 1 นั้นเป็นรถยนต์ โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ มูลค่ากว่า 1.2 ล้านบาท

ซึ่งผู้ที่ได้รับรางวัลนั้นได้แก่นางสาวสุนทรี ขวางกระโทก ชาวอำเภอด่านขุนทด ที่มาพร้อมกับญาติพี่น้องที่มารอขับ ฟอร์จูนเนอร์กลับบ้าน และที่สำคัญรางวัลทั้งหมดนั้นไม่ต้องเสียภาษีแม้แต่บาทเดียว

นางสาวสุนทรีฯ บอกว่า ตนรู้สึกที่ใจที่ได้ถูกรางวัลสลากกาชาดในครั้งนี้ เพราะตนก็ไม่คิดว่าจะถูกรางวัลที่ซื้อสลากกาชาดก็เพราะต้องการที่จะร่วมทำบุญกับกาชาดเพราะตนซื้อเพียง 4 ใบเท่านั้นทั้งนี้หลังถูกรางวัลก็เตรียมจะไปกราบสักการะย่าโมที่ให้โชคลาภ นางสาวสุนทรีฯ กล่าว

สำหรับสลากการชาดประจำปี 2568 นั้น ทางกาชาดจังหวัดนครราชสีมานั้นได้ทำออกมาทั้งหมด 99,999 ฉบับเพื่อจำหน่ายให้กับประชาชนและจะนำเงินรายได้นั้นสมทบทุนเอาไว้ทำกิจกรรมสาธารณกุศล ทั้งการมอบถุงยังชีพรวมไปถึงการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติต่างๆในพื้นที

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / มทภ.2/ผบ.นบ.ยส.24 แถลงปฏิบัติการสกัดกั้น และปราบปรามยาเสพติด Seal Stop Safe ยึดยาบ้า 5.5 ล้านเม็ด ในพื้นที่ จ.เลย / วิบัติ! โจรแสบลักสายไฟตลาดอินโดจีน เสียหายย่อยยับนับ 100 ห้อง

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 27 เมษายน 2568 เวลา 13.30 น. ที่กรมทหารพรานที่ 21 ต.ศรีสองรัก อ.เมืองเลย จ.เลย พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2/ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสกัดกั้น และปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (มทภ.2/ผบ.นบ.ยส.24) พร้อมด้วยนายชัยพจน์ จรูญพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย ร่วมกันแถลงข่าวปฏิบัติการสกัดกั้น และปราบปรามยาเสพติด Seal Stop Safe

ในพื้นที่อำเภอชายแดน ของจังหวัดเลย โดยมี พล.ต.ต.วีระเดช เลขะวรกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเลย นายกิตติคุณ บุตรคุณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเลย พันเอก สุพรเทพ ไชยยงค์ ผู้บังคับการกองบังคับการควบคุมที่ 3 ( ร.8 ) นางสาวภูมารินทร์ คงเพียรธรรม ปลัดจังหวัดเลย พันเอกอินทราวุธ ทองคำ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 นายสุชิน จันทร์ป่าน นายอำเภอปากชม และหัวหน้าส่วนราชการ เข้าร่วมแถลงข่าว

โดยเมื่อวันที่ 25 เมษายน 2568 เวลา 02.00 น. กองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2109 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 สืบทราบจากแหล่งข่าวว่าจะมีการลักลอบขนย้ายยาเสพติดเข้ามายังฝั่งไทย บริเวณพื้นที่บ้านปากมั่ง ตำบลหาดคัมภีร์ อำเภอปากชม จังหวัดเลย จึงได้ประชุมวางแผนการปฏิบัติ ร่วมกับ ชป.505 กกล.สุรศักดิ์มนตรี ,จนท.สภ.ปากชม จากนั้นได้วางกำลังซุ่มเฝ้าตรวจพบ เรือกีบ 1 ลำ แล่นเข้ามายังฝั่งไทยมีกลุ่มชายฉกรรจ์ ประมาณ 5 คน กำลังแบกกระสอบสีดำขึ้นจากเรือมาวางริมถนน

จากนั้นได้มีรถยนต์กระบะถอยเข้ามาเพื่อทำการขนกระสอบสีดำขึ้นท้ายกระบะ จนท.ชุดซุ่ม จึงแสดงตัวเข้าตรวจสอบ แต่กลุ่มชายฉกรรจ์ พบเห็นว่าเป็น จนท. จึงได้กระโดดลงน้ำแม่โขงหลบหนีไปได้ แต่จนท.สามารถควบคุมตัวไว้ได้ 2 คน ต่อมาจึงได้ประสานหน่วยที่เกี่ยวมาร่วมทำการตรวจสอบกระสอบสีดำ

พบเป็นกระสอบบรรจุยาบ้ารวม ทั้งหมดประมาณ 15 กระสอบ พบเป็นยาเสพติดทั้งหมด 5,566,000 เม็ด พร้อมทั้งนำส่งผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมด ให้ สภ.ปากชม เพื่อทำการขยายผลในส่วนที่เกี่ยวข้อง และดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

กรณีที่มีการตรวจยึดจับกุมในครั้งนี้ นบ.ยส.24 ในพื้นที่ 7 จังหวัด 25 อำเภอ พื้นที่ตามแนวชายแดน ในห้วงที่ผ่านมานั้น มีสถิติการจับกุมในพื้นที่อำเภอชายแดนของจังหวัดเลย จำนวน 186 ครั้ง ผู้ต้องหา 240 ราย โดยมีของกลางยาบ้ามากถึง 14,898,762 เม็ด, ไอซ์ 993 กิโลกรัม และเคตามีน 250 กิโลกรัม การจับกุมในพื้นที่รับผิดชอบของ

หน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทั้งหมด 7 จังหวัด 25 อำเภอ จำนวน 696 ครั้ง ผู้ต้องหา 974 คน โดยมี ของกลางยาบ้ามากถึง 104,955,437 เม็ด, ไอซ์ 4,084 กิโลกรัม, เฮโรอีน 124 กิโลกรัม, เคตามีน 777 กิโลกรัม, และอื่นๆ (ยาอี 3,490 เม็ด, happy Water 1,156 ซอง, ฝิ่น 1 กรัม) รวมมูลค่ามากถึงเจ็ดพันกว่าล้านบาทเศษ

เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777

มุกดาหาร​ -​วิบัติ! โจรแสบลักสายไฟตลาดอินโดจีน เสียหายย่อยยับนับ 100 ห้อง

เมื่อวันที่ 28 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดมุกดาหารว่า ได้เกิดเหตุลักลอบขโมยสายไฟครั้งยิ่งใหญ่มโหฬารในบริเวณอาคารตลาดอินโดจีนชั้นใต้ดินของจังหวัดมุกดาหาร จนทำให้โครงการก่อสร้างซ่อมแซมโครงสร้างและปรับปรุงตลาดอินโดจีน จังหวัดมุกดาหาร

มูลค่า 149,950,000 บาท ได้รับความเสียหาย โดยสืบเนื่องจากได้มีผู้ไปออกกำลังกายที่บริเวณริมแม่น้ำโขงหน้าตลาดอินโดจีนได้สังเกตเห็นสายไฟบริเวณที่เชื่อมต่อกับแผงหลอดไฟมีลักษณะถูกตัดเป็นจำนวนมาก คาดว่าอาจถูกคนร้ายเข้ามาลักลอบตัดสายไฟไปขาย จึงได้แจ้งให้ผู้สื่อข่าวตรวจสอบ

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่ตลาดอินโดจีนชั้นใต้ดิน ซึ่งเป็นอาคารยาวประมาณ 700 เมตร และอยู่ในระหว่างการซ่อมแซมและปรับปรุง ปรากฏว่าที่บริเวณห้องซึ่งจะทำเป็นร้านค้าจำนวนกว่า 100 ห้อง และบริเวณทางเดิน ซึ่งมีการเดินสายไฟร้อยท่อเชื่อมต่อกับแผงหลอดไฟและอุปกรณ์ควบคุม ได้ถูกรื้อและขโมยตัดเอาสายไฟไปเกือบทั้งหมด โดยคาดว่าคนร้ายจะลักลอบเข้ามาขโมยตัดสายไฟหลายครั้งโดยใช้เวลาหลายวัน จึงทำให้มีพื้นที่ได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก

เหตุดังกล่าวทำให้ประชาชนที่ได้รับทราบข่าวต่างพากันวิตกกังวลถึงความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินเนื่องจากคนร้ายกระทำโดยอุกอาจไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายบ้านเมือง ทั้งที่ตลาดอินโดจีนตั้งอยู่ใจกลางเมืองมีผู้คนพลุกพล่าน และ

ที่สำคัญการถูกลักลอบตัดขโมยสายไฟดังกล่าวยังอาจทำให้งานก่อสร้างต้องเลื่อนระยะเวลาออกไปอีก ซึ่งจะส่งผลต่อเสียหายต่อเศรษฐกิจการค้าของจังหวัดมุกดาหารลดต่ำลงจากที่เคยมีรายได้จากการค้าและการท่องเที่ยวเมื่อครั้งเปิดให้บริการตลาดอินโดจีนปีละประมาณ 200 ล้านบาท อีกด้วย

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี – สื่อรัฐนิวส์ / โครงการคนละลูก มอบผลิตภัณฑ์มีดีกระเป๋าผ้าดิบ ให้โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านท่าข้ามเหนือ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่

แชร์เนื้อหานี้

โครงการคนละลูก มอบผลิตภัณฑ์มีดีกระเป๋าผ้าดิบ ให้โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านท่าข้ามเหนือ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่
ภายใต้โครงการคนละลูก แคร์นายศุภชัย ตัณฑสมบูรณ์ ประธานโครงการคนละลูก (เสื้อสีฟ้า ที่ 4 ขวามือ) มอบผลิตภัณฑ์มีดีกระเป๋าผ้าดิบให้กับ คุณกมลชนก ตันมูล พยาบาลวิชาชีพฝ่ายปฏิบัติ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านท่าข้ามเหนือ ณ. โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านท่าข้ามเหนือศุภชัย ตัณฑสมบูรณ์ ประธานโครงการคนละลูก กล่าว เพื่อเป็นขวัญกำลังใจบุคลากรทางการแพทย์ในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านท่าข้ามเหนือ การรักษา ดูแลผู้ป่วย ทางโครงการคนละลูกได้มอบผลิตภัณฑ์มีดีกระเป๋าผ้าดิบ ต้องขอขอบคุณผู้ใหญ่ใจดี ที่ให้การสนับสนุนโครงการนี้ บริษัท ซันสวีท จำกัด(มหาชน) บริษัท กีล่า สปอร์ต จำกัด บริษัท มีดีกระเป๋าผ้าดิบ จำกัด บริษัท ไทย.เจเพรส จำกัด บริษัท วัน วัน ทำแต่ป้าย จำกัดและสำนักสื่อมวลชนที่นำเสนอข่าวเป็นอย่างดีเช่นเคย