สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /“หมอกี้ มาดามพลังงาน” ขอปั้น “MUT SMART QUEEN”เปิดตัวแคมเปญการประกวด มิสยูนิเวิร์สระยอง 2025

แชร์เนื้อหานี้

“มาดามพลังงาน” หมอกี้ ดร. อังคนางค์ ชากีร่า บำรุงสรณ์ หัวเรือใหญ่แห่ง บริษัท รีเจน สมาร์ทซิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ REGEN SMART CITY (THAILAND) CO.,LTD ทุ่มงบจัดงานแถลงข่าวครั้งใหญ่ในฐานะผู้ถือสิทธิ์การประกวด MISS UNIVERSE RAYONG 2025 (มิสยูนิเวิร์ส ระยอง 2025) เพื่อเฟ้นหาสาวงาม ตัวแทนจังหวัดระยอง เข้าร่วมประชันความงามอันทรงคุณค่าบนเวทีการประกวด MISS UNIVERSE THAILAND 2025 (มิสยูนิเวิร์ส ไทยแลนด์ 2025) ภายใต้แนวคิด ส่งเสริมความงามผ่านนิยามคำว่า “SMART QUEEN (สมาร์ท ควีน)” สะท้อนภาพลักษณ์ผู้หญิงยุคใหม่ที่มีพร้อมทั้งความงาม ความฉลาด และ ใส่ใจต่อสังคม โดยได้รับแรงสนับสนุนจากทางภาครัฐ และ เอกชนในจังหวัดระยอง ร่วมผลักดันแคมเปญการประกวด เพื่อยกระดับจังหวัดระยองสู่การเป็นเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ส่งเสริมประเทศไทยในระดับสากล อย่างจริงจัง ณ เขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EECi) อ.วังจันทร์ จ.ระยอง

ภายในงานได้รับเกียรติจาก นางสาวสลารีวรรณ ทัพทวี รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง ขึ้นแสดงวิสัยทัศน์ ในหัวข้อ ความสำคัญและศักยภาพของจังหวัดระยอง , การสนับสนุนพลังผู้หญิง ในการขับเคลื่อนสังคม , การขับเคลื่อนสินค้า Otop ผ่านการประกวดนางงาม ,ทางด้าน ดร.วุฒิ ด่านกิตติกุล ผู้อำนวยการเขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EECi) กล่าวถึง ภารกิจของหน่วยงาน EECi ความสำคัญและทิศทางของนวัตกรรมไทย ,การเข้าถึงนวัตกรรมของประชาชนทั่วไป จากการส่งเสริมของภาครัฐ ปิดท้ายด้วย ดร.อภิชาติบุตร รอดยัง ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิตอล ( Depa ) เขตพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออก ผู้เล็งเห็นความสำคัญของเทคโนโลยีในยุคปัจจุบัน และ อนาคตของประเทศไทย กล่าวถึงการพัฒนาไทยให้เป็น smart city ส่งผลดีอะไรบ้าง อุปสรรคที่เจอในปัจจุบัน ในการพัฒนาสมาร์ทซิตี้ พร้อมเชิญชวนคนไทยเรียนรู้และพัฒนาไปด้วยกัน นอกจากนี้ ทีมบริหารหอการค้าจังหวัดระยอง ให้เกียรติร่วมงานและแสดงความยินดีกับ PD คนเก่ง

จากนั้นพิธีกร แชมป์ สกุล ลิมปภานนท์ นำชมแฟชั่นโชว์ ผ้าหมักโคลนทะเล (eco)…ความงามจากธรรมชาติสู่แฟชั่น สินค้าพื้นถิ่น อำเภอบ้านฉาง จ.ระยอง ก่อนเปิดตัว มาดามพลังงาน ดร. อังคนางค์ ชากีร่า บำรุงสรณ์ ผู้อำนวยการกองประกวด มิสยูนิเวิร์ส ระยอง 2025 เผยแคมปญเพื่อค้น “SMART QUEEN” ในปีนี้ ได้ริเริ่มโครงการ และกิจกรรมต่างๆ เพื่อขับเคลื่อนและยกระดับจังหวัดระยองสู่การเป็นเมืองอัจฉริยะ (Smart City) พร้อมผลักดัน การสร้างภาพลักษณ์ของไทยในระดับสากล ผ่านการใช้ เทคโนโลยีเพื่อสุขภาพ (Smart Health) มาดูแลผู้เข้าร่วมประกวด ทั้งเก็บข้อมูลสุขภาพ ความปลอดภัย และระบบแจ้งเหตุฉุกเฉิน ซึ่งเป็นหนึ่งในแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs) นอกจากนี้ ผู้จัดฯยังให้ความสำคัญกับการ ส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดระยอง ผลักดัน Soft Power ของระยอง ผ่านวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น และแหล่งท่องเที่ยวสู่สายตาชาวโลก ซึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และสร้างชื่อเสียงให้กับจังหวัดระยองในฐานะแหล่งท่องเที่ยวคุณภาพระดับสากล

จากนั้นวินาทีที่แฟนนางงามรอคอย ทั้งที่เดินทางมาเชียร์ภายในงาน และ ที่กำลังรับชมผ่านทาง Live Streaming on FACEBOOK : MISS UNIVERSE THAILAND เปิดตัวผู้เข้าประกวด มิสยูนิเวิร์ส ระยอง 2025 อย่างเป็นทางการ เดินอวดโฉมแนะนำตัวเอง ต่อหน้าแขกผู้มีเกียรติ และ สื่อมวลชน ก่อนจะได้ชมความงามของมงกุฎ MUT Rayong 2025 “The Crown of Lumina” (ลูมิน่า) สื่อความหมาย ราชินีที่เป็นแสงนำทาง มีวิสัยทัศน์ชาญฉลาด เปล่งประกายทั้งภายในและภายนอก จากนั้นต้อนรับการมาเยือนเวทีนางงามอย่างเป็นทางการของ นางเอก-นักธุรกิจสาวสวย ขวัญ อุษามณี ไวทยานนท์ CEO UZI Cosmetic ร่วมเป็น Beauty Coach เสริมเติมแต่งให้ผู้เข้าประกวดเป็นผู้หญิงสวยที่สมบูรณ์แบบ และอีกบทบาทสำคัญครั้งใหม่ของ เฌอเอม ชญาธนุส ศรทัตต์ รองอันดับ1 มิสแกรนด์ ไทยแลนด์ 2025 ร่วมเทรนด์การพูดและการตอบคำถาม (Public Speaking Coach) ให้กับผู้เข้าประกวดตลอดการเก็บตัวในครั้งนี้ ที่สำคัญนอกจากโอกาสในการเป็นตัวแทน มิสยูนิเวิร์ส ระยอง 2025 และโอกาสครั้งสำคัญในชีวิตแล้ว มาดามพลังงาน ยังทุ่มรางวัลสำหรับผู้ชนะกว่า 1 ล้านบาทเลยทีเดียว จัดหนักกับ 2 แคมเปญใหญ่

  1. Building the Future ,A Journey to Dubai รางวัลสำหรับผู้ที่ทำยอดขายครบ 100,000 บาท เตรียมบิดลัดฟ้าไปร่วมงาน Event ที่ประเทศดูไบ และสัมผัสเมืองต้นแบบ Smart City ของโลก
  2. Beyond Beauty,Beyond Luxury ผู้ที่ทำยอดขายครบ 50,000 บาท จะได้ร่วมถ่ายแบบเครื่องเพชรโดย Beauty Gems ลงบนปกนิตยสาร HOWE

สำหรับกิจกรรมสำคัญของการประกวด มิสยูเวิร์สระยอง 2025 จะเก็บตัวระหว่างวันที่ 4-7 มิถุนายน ก่อนจะประกวดรอบตัดสินในคืนวันที่ 8 มิถุนายน 2568 ณ Passione Shopping Destination อ.เมือง จ.ระยอง
หมายเหตุ ภาพ-ข่าว อยู่ใน Link นี้ : https://drive.google.com/drive/folders/117OP1mdJCjNjwdAQHhgbGc8OIpdKZFNt?usp=sharing

ติดตามทุกกิจกรรมได้จากทุกช่องทาง
Facebook : มิสยูนิเวิร์สระยอง – Miss Universe Rayong

MissUniverseRayong #MissUniverseRayong2025 #MissUniverseThailand #MissUniverseThailland2025 #MUTRayong #MUTRayong2025 #MUT #MUT2025 #TheNewEraOfMUT#MGIxMUT #The74thMissUniverse #MissUniverse #มิสยูนิเวิร์สระยอง2025

มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์2025 #RegenSmartCity #Shakira #หมอกี้ชากีร่า #BeyondBeautyBuildingTheFuture #SmartQueen #SmartCity #SmartCityThailand #RayongSmartCity

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์เฉพาะกิจ มิสยูนิเวิร์สระยอง 2025 Tel:0623955642

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /“แน็ก ชาลี” เปิดคลาสสอนไลฟ์ครั้งแรก! จับมือ “โค้ชเบลล์” ถ่ายทอดสด “เต๊ะ ศตวรรษ” เรียนจริง “เบิ้ล – แอมป์” ร่วมสังเกตการณ์

แชร์เนื้อหานี้

29 เมษายน 2568 – แพลตฟอร์ม SLR – Social Life Republic คึกคักตั้งแต่คลาสแรก เมื่อ “แน็ก ชาลี” เปิดตัวในบทบาทใหม่ สอนเทคนิคการไลฟ์ขายของผ่านมือถือ จับคู่ “โค้ชเบลล์” ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาด ถ่ายทอดประสบการณ์แบบสด ๆ ให้กับผู้เรียนทั้งในห้องและออนไลน์

“เต๊ะ – ศตวรรษ เศรษฐกร” นักแสดงรุ่นใหญ่ขอร่วมเรียนจริง พร้อมร่วมเข้าซีนไลฟ์กับแน้ก ขณะเดียวกันสองคนดัง “เบิ้ล ปทุมราช” และ “แอมป์ พีรวัศ กุลนันท์วัฒน์” ก็เข้าร่วมคลาสในฐานะผู้สังเกตการณ์ ร่วมซึมซับแนวคิดการสร้างรายได้จากมือถือเครื่องเดียว

โดยในห้องเรียน ยังมีเหล่า ศิลปินดารา ยุค 90 คับคั่ง อทิ อะตอม ….บรรยากาศภายในคลาสเต็มไปด้วยความสนุก ความรู้ และแรงบันดาลใจ ซึ่งเป็นหัวใจของแคมเปญ “Thailand LIVE for LIFE – ประเทศไทยต้องไปต่อ” ที่ SLR มุ่งมั่นสร้างพื้นที่แห่งโอกาสให้คนไทยทุกคนเริ่มต้นอาชีพใหม่ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายสุธรรม ศรีเมฆานนท์ CEO SLR กล่าวย้ำว่า

“SLR ไม่ใช่แค่พื้นที่เรียนรู้ แต่คือจุดเปลี่ยนชีวิต — เราให้เครื่องมือที่ใช้ได้จริง และคนธรรมดาทุกคนเริ่มต้นได้ทันที”

นอกจากนี้ ยังมีอดีตรองนางสาวไทย “เมย์ – กุณฑีรา สัตตบงกช” และกลุ่มนักแสดงยุค 90 เข้าร่วมสังเกตการณ์ในงานนี้ เพื่อร่วมส่งต่อพลังบวกให้กับสังคมไทยยุคดิจิทัล


ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของคลื่นสร้างอาชีพยุคใหม่
แสกน QR Code เพื่อเข้าร่วม Line OpenChat
หรือสมัครเรียนฟรีได้ที่: www.socialliferepublic.com
Line Official: @socialliferepublic

แน็กชาลี #เต๊ะศตวรรษ #เบิ้ลปทุมราช #แอมป์พีรวัศ #SLRPlatform #ThailandLiveForLife #ประเทศไทยต้องไปต่อ #สอนสร้างรายได้ออนไลน์

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / “พลเอก ประยุทธ์ องคมนตรี” ประธาน ปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการ โครงการกองทุนการศึกษา เครือข่ายด้านคุณธรรม จริยธรรม แพร่ – น่าน

แชร์เนื้อหานี้

“พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา องคมนตรี” เป็นประธานปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อเพิ่มศักยภาพผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษาของโรงเรียนในโครงการกองทุนการศึกษา และโรงเรียนเครือข่ายด้านคุณธรรม จริยธรรม จังหวัดแพร่ และจังหวัดน่าน

วันที่ 1 พฤษภาคม 2568 นางนัฑวิภรณ์ จันต๊ะพรมมา ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาน่าน พร้อมด้วย นางพัทธนันท์ พิพิธนวงค์ รองผู้อำนวยการฯ

เข้าร่วมพิธีปิด การอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อเพิ่มศักยภาพผู้บริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษา ของโรงเรียนในโครงการกองทุนการศึกษา และโรงเรียนเครือข่ายด้านคุณธรรม จริยธรรม จังหวัดแพร่และจังหวัดน่าน ณ โรงแรมเทวราช อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน

โดยได้รับเกียรติจาก พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา องคมนตรี เป็นประธานในพิธี กล่าวให้ข้อเสนอแนะแก่ผู้เข้าอบรม มอบวุฒิบัตร และกล่าวปิดการอบรมอย่างเป็นทางการ


การอบรมครั้งนี้จัดโดย ศูนย์ประสานงานโครงการกองทุนการศึกษา จังหวัดแพร่และจังหวัดน่าน ระหว่างวันที่ 30 เมษายน – 1 พฤษภาคม 2568 เพื่อพัฒนาทักษะครูและผู้บริหารในการจัดกิจกรรมบูรณาการ “ตัวชี้วัดคุณธรรม 12 ประการ” ร่วมกับสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน นำไปสู่การเรียนรู้ที่มีประสิทธิผล และเหมาะสมกับบริบทพื้นที

เรียนดีมีความสุข #สพฐ #สพม #น่าน #สพมน่าน #SESAONAN #ทีมน่านการศึกษา #NanOneTeam/บุญยงค์ สดสอาก นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าประจวบฯ นำพุทธศาสนิกชนร่วมแสดงมุทิตาสักการะ เจ้าคณะภาค 15 เป็นสมัยที่ 2/“หัวหิน” คึกคัก เดินรณรงค์โค้งสุดท้าย ชวนประชาชนเลือกตั้งเทศบาล

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 1 พ.ค.68 ที่หอประชุมสงฆ์ วัดคลองวาฬ พระอารามหลวง นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการ จ.ประจวบฯ อ่านพระบัญชาสมเด็จพระสังฆราช แต่งตั้งให้ พระธรรมวชิรสิทธาจารย์ เจ้าคณะภาค 15 เจ้าอาวาสวัดคลองวาฬ พระอารามหลวง ดำรงตำแหน่ง เจ้าคณะภาค 15 เป็นสมัยที่ 2

โดยมี พระราชรัตนวิสุทธิ์ เจ้าคณะจังหวัดประจวบฯ (มหานิกาย) เจ้าอาวาสวัดกุยบุรี พร้อมพระเถระชั้นผู้ใหญ่ พญ.บุษกร สวัสดิ์แสน นายกเหล่ากาชาดจังหวัดประจวบฯ นายสินาทร โอ่เอี่ยม รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ หัวหน้าส่วนราชการต่างๆ ศิษยานุศิษย์พุทธศาสนิกชนจำนวนมากร่วมแสดงมุทิตาสักการะ

ทั้งนี้ พระธรรมวชิรสิทธาจารย์ เจ้าคณะภาค 15 ได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ตามที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระบรมราชวินิจฉัยรายนามพระสังมาธิการ ที่เสนอแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะภาค วาระการดำรงตำแหน่ง พ.ศ. 2568 – 2572 โดยได้เข้ารับพระบัญชาสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ

สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เมื่อวันพุธที่ 30 เมษายน 2568 ที่ผ่านมา ณ ตำหนักเพ็ชร วัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพมหาคร ในวันนี้จึงได้จัดพิธีต้อนรับพระบัญชาสมเด็จพระสังฆราช เพื่อให้พุทธศาสนิกชนร่วมพิธีและแสดงมุทิตาสักการะพระธรรมวชิรสิทธาจารย์ เจ้าคณะภาค 15

พระธรรมวชิรสิทธาจารย์ นามเดิมชื่อ ละเอียด วงษ์เณร เกิดวันที่ 8 พ.ย.2489 บิดานายวอน วงษ์เณร มารดานางแช่ม วงษ์เณร ภูมิลำเนาบ้านทางหวาย หมู่ที่ 3 ตำบลคลองวาฬ อำเภอเมืองประจวบฯ อุปสมบทเมื่อวันที่ 16 ก.ค.2510 ณ วัดคลองวาฬ อำเภอเมืองประจวบฯ พระอุปัชฌาย์ได้แก่ พระครูศรัทธาโศภิต (หวล สุขิโต) อดีตเจ้าคณะจังหวัดประจวบฯ และอดีตเจ้าอาวาสวัดคลองวาฬ การศึกษา พ.ศ.2505 สำเร็จการศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านคลองวาฬ พ.ศ.2517 สอบได้นักธรรมชั้นเอก

สำนักเรียนวัดคลองวาฬ ตำแหน่งการปกครอง พ.ศ.2516 รองเจ้าอาวาสวัดคลองวาฬ (ขณะนั้นวัดยังไม่เป็นพระอารามหลวง) พ.ศ.2528 ผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวงวัดคลองวาฬ พ.ศ.2529 ผู้รักษาแทนเจ้าอาวาสพระอารามหลวงวัดคลองวาฬ พ.ศ.2530 เจ้าอาวาสพระอารามหลวงวัดคลองวาฬ พ.ศ.2542 รองเจ้าคณะจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ (รูปแรกของ จ.ประจวบฯ) พ.ศ.2543 ผู้รักษาการแทนเจ้าคณะจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พ.ศ.2544 เจ้าคณะจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พ.ศ.2564 – 2572 เจ้าคณะภาค 15.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

“หัวหิน” คึกคัก เดินรณรงค์โค้งสุดท้ายเชิญชวนประชาชนใช้สิทธิเลือกตั้งเทศบาล

เมื่อวันที่ 2 พ.ค.68 ที่บริเวณหน้าสำนักงานเทศบาลนครหัวหิน จ.ประจวบฯ นายประสูตร หอมบรรเทิง นายอำเภอหัวหิน เป็นประธานในกิจกรรมโค้งสุดท้ายการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลนครหัวหิน (สท.) และนายกเทศมนตรีนครหัวหิน (Big Day) โดยมี นายจีรวัฒน์ พราหมณี ปลัดเทศบาลนครหัวหิน / ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเทศบาลนครหัวหิน นายกิตติชัย ศรีทองช่วย ปลัดอำเภอหัวหิน / ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเทศบาลนครหัวหิน

คณะกรรมการการเลือกตั้งฯ หัวหน้าส่วนงาน หน่วยงานต่าง ๆ นักเรียน นักศึกษา และผู้เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 300 คน ในพิธีเปิดมีการแสดงเชิงสัญลักษณ์โดยการหย่อนบัตรเลือกตั้งจำลองลงในหีบเลือกตั้งจำลอง พร้อมร่วมเดินรณรงค์ประชาสัมพันธ์การเลือกตั้งจากบริเวณหน้าสำนักงานเทศบาลนครหัวหิน ไปตามถนนสายต่าง ๆ ในเขตเทศบาลเพื่อเชิญชวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลนครหัวหินและนายกเทศมนตรีนครหัวหิน ในวันอาทิตย์ที่ 11 พ.ค.68 ตั้งแต่เวลา 08.00 น. – 17.00 น. ณ หน่วยเลือกตั้งที่ท่านมีชื่ออยู่

นายประสูตร หอมบรรเทิง กล่าวว่า การจัดกิจกรรมรณรงค์ประชาสัมพันธ์การเลือกตั้งในครั้งนี้มีความสำคัญต่อประชาชนชาวเทศบาลนครหัวหินทุกคน เป็นเครื่องมือกระตุ้นเตือนให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งอย่างมีคุณภาพ ให้เป็นไปด้วยความสุจริต โปร่งใส และชอบด้วยกฎหมาย จึงขอเชิญชวนผู้มีสิทธิออกมาใช้สิทธิ ใช้เสียง ด้วยความสุจริต และเที่ยงธรรม เพื่อให้ได้มาซึ่งผู้แทนท้องถิ่นที่จะเข้ามาบริหารพัฒนาท้องถิ่นของเราให้เจริญก้าวหน้าตามความต้องการของพี่น้องประชาชนโดยแท้จริง


นายจีรวัฒน์ พราหมณี กล่าวว่า การเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลและนายกเทศมนตรีนครหัวหิน แบ่งเป็น 4 เขต เขตละ 15 หน่วย รวมทั้งสิ้น 60 หน่วยเลือกตั้ง เลือกสมาชิกสภาเทศบาล ได้เขตละ 6 คน เลือกนายกเทศมนตรีได้ 1 คน จำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาล 44,577 คน และจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งนายกเทศมนตรี 44,823 คน จากการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา เมื่อวันที่ 28 มี.ค.2564 จำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลเมืองหัวหิน 3 เขตเลือกตั้ง รวมทั้งสิ้น 44,857 คน มีผู้มาแสดงตนใช้สิทธิเลือกตั้งจำนวนทั้งสิ้น 26,700 คน  คิดเป็นร้อยละ 59.52 จำนวนบัตรเสีย 1,582 บัตร และจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งนายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน 44,994 คน

มีผู้มาแสดงตนใช้สิทธิเลือกตั้ง จำนวนทั้งสิ้น 26,867 คน คิดเป็นร้อยละ 59.71 จำนวนบัตรเสีย 661 บัตร ซึ่งการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลและนายกเทศมนตรีในครั้งนี้ ถือเป็นการเลือกตั้งครั้งแรกของเทศบาลนครหัวหิน และมีกรอบระยะเวลาเป็นเงื่อนไขสำคัญที่ท้าทายความสามารถในการจัดการเลือกตั้งให้เป็นไปตามแผนและประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย ซึ่งก็คือการทำให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งให้มากกว่าครั้งก่อน และลดจำนวนบัตรเสียให้มากที่สุด.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

ผู้ว่าประจวบฯ เปิดกิจกรรมโค้งสุดท้ายรณรงค์ประชาชนใช้สิทธิ์เลือกตั้งเทศบาลเมืองประจวบฯ

เมื่อวันที่ 2 พ.ค.68 ที่บริเวณลานอเนกประสงค์ ศาลากลางจังหวัดประจวบฯ นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการ จ.ประจวบฯ เป็นประธานพิธีเปิดกิจกรรม “โค้งสุดท้ายการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลและนายกเทศมนตรีเมืองประจวบคีรีขันธ์ (Big Day) มี นางรัชนีวรรณ พรมเล็ก ปลัดเทศบาล ปฏิบัติหน้าที่นายกเทศมนตรีเมืองประจวบคีรีขันธ์ หัวหน้าส่วนราชการ ท้องถิ่นจังหวัดฯ

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดฯ คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ คณะกรรมการชุมชนในเขตเทศบาลเมืองประจวบฯ ทั้ง 15 ชุมชน และประชาชนทุกภาคส่วน เข้าร่วมจำนวนกว่า 200 คน เพื่อรณรงค์ประชาชนใช้สิทธิ์เลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลและนายกเทศมนตรี ในวันอาทิตย์ที่ 11 พ.ค.นี้ ให้มากที่สุด และมีบัตรเสียน้อยที่สุด โดยมีการเดินขบวนรณรงค์ไปตามเส้นทางในเขตเทศบาลเมืองประจวบฯ

ทั้งนี้ ในส่วนของเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ แบ่งเขตเลือกตั้งออกเป็น 3 เขตเลือกตั้ง มีจำนวนสมาชิกสภาเทศบาลได้เขตเลือกตั้งละ 6 คน รวมทั้งหมด 18 คน และนายกเทศมนตรี 1 คน ขณะที่ในภาพรวมของจังหวัดมีจำนวนเทศบาลทั้งหมด 16 เทศบาล แบ่งเป็นเทศบาลนคร 1 แห่ง เทศบาลเมือง 1 แห่ง และเทศบาลตำบล 14 แห่ง มีจำนวนผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาล จำนวน 415 คน และผู้สมัครรับเลือกตั้งนายกเทศมนตรี จำนวน 28 คน  ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งสามารถตรวจสอบรายชื่อของตนเองและหน่วยเลือกตั้งที่ใช้สิทธิ์ได้จากหนังสือแจ้งเจ้าบ้าน หรือบัญชีรายชื่อที่ปิดประกาศไว้

ณ ที่ว่าการอำเภอ และสำนักงานเทศบาลทุกแห่ง หรือทางแอปพลิเคชั่นสมาร์ท โหวต โดยหลักฐานที่ต้องนำมายืนยันตัวตนเพื่อใช้สิทธิ์ในวันเลือกตั้ง คือบัตรประจำตัวประชาชน บัตรหมดอายุก็ใช้ได้ หรือสามารถใช้เอกสารอื่นที่ทางราชการออกให้โดยมีรูปถ่ายของตนเอง และเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก เมื่อเข้าคูหาจะได้รับบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ คือบัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาล สีเขียว และบัตรเลือกตั้งนายกเทศมนตรี สีเหลือง ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งสามารถใช้สิทธิ์ได้ในวันอาทิตย์ที่ 11 พ.ค.นี้ ตั้งแต่เวลา 08.00 – 17.00 น. ร่วมกันใช้สิทธิ์เพื่อเลือกบุคคลที่มีความรู้ความสามารถเข้าไปทำหน้าที่บริหารพัฒนาท้องถิ่น.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

“ครัวอิ่มอกอิ่มใจ” คว้าสุดยอด “แกงคั่วสับปะรด” ในงานท่องเที่ยวประจวบฯ มหัศจรรย์เมืองสามอ่าว

เมื่อวันที่ 1 พ.ค.68 ที่เวทีกลางสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติฯ ร.9 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการ จ.ประจวบฯ ให้เกียรติมอบรางวัลและเกียรติบัตรแก่ผู้ชนะการประกวดเมนูสร้างสรรค์ “แกงคั่วสับปะรด”

ซึ่งเป็นเมนูพื้นถิ่นประจำจังหวัดประจวบฯ จัดโดย สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดประจวบฯ เพื่อส่งเสริมนโยบาย Prachuap Next Move ภายใต้หัวข้อ Gastronomy ในงาน “ท่องเที่ยวประจวบคีรีขันธ์ มหัศจรรย์เมืองสามอ่าว และงานกาชาด” ประจำปี 2568 โดยมีร้านอาหารที่สนใจเข้าร่วมการแข่งขัน รวม 5 ทีม

ตัดสินโดยชมรมเชฟหัวหิน-ชะอำ ที่มีประสบการณ์ด้านอาหารเกือบ 20 ปี โดยมีแพทย์หญิงบุษกร สวัสดิ์แสน นายกเหล่ากาชาดจังหวัดประจวบฯ นางสาวกุลณิศ ศรีวชิรวัฒน์ พัฒนาการจังหวัดประจวบฯ ประชาชนนักท่องเที่ยวจำนวนมากร่วมชมและเป็นสักขีพยาน

ผลการตัดสินเป็นเอกฉันท์ รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ “แกงคั่วสับปะรดไข่แมงดา” จาก ร้านอาหารอิ่มอกอิ่มใจปราณบุรี ซีฟู้ดแอนด์คาเฟ่ รับเงินรางวัล 5,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร /

รางวัลที่ 2 ได้แก่ แกงคั่วสับปะรด จากทีมอามานทุ่งมะเม่า จาก ทูลานี รีสอร์ท กุยบุรี รับเงินรางวัล 3,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร และ รางวัลที่ 3 ได้แก่ แกงคั่วสับปะรดสามอ่าว จาก ทีมครัวชมทะเล รับเงินรางวัล 2,000 บาท


นอกจากนี้ นางสาวกุลณิศ ศรีวชิรวัฒน์ พัฒนาการจังหวัดประจวบฯ ยังได้นำขบวนร้านอาหารอิสลาม สินค้าเกษตร และสินค้า OTOP มาจัดจำหน่ายภายในงานเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้ออกมาจับ จ่าย ใช้ สอย และเยี่ยมชมกิจกรรมสาธิตต่างๆ

ที่มาจัดแสดงภายในโซนนิทรรศการของหน่วยงานราชการและสินค้า OTOP เมืองประจวบฯ จากทั้ง 19 กระทรวง อีกทั้งยังมีกิจกรรมการแสดงของน้องๆ เยาวชนจากแต่ละโรงเรียน ขึ้นมาแสดงศิลปวัฒนธรรมบนเวที ให้ผู้เข้าเที่ยวงานได้ชมอีกด้วย.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /สซาบีดา มอบโฉนดที่ดินพร้อมเปิดถนนโครงการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่สุไหงโก-ลก พลิกโฉมเมืองชายแดน สู่การเติบโตที่ยั่งยืน

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 2 พฤษภาคม 2568 เวลา 14.00 น. ที่บริเวณพื้นที่โครงการจัดรูปที่ดินฯในเขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีมอบโฉนดที่ดินและเปิดถนนโครงการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ โดยมีนายวีรพัฒน์ บุณฑริก รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส นางสาวอัญชลี ตันวานิช ที่ปรึกษาด้านการผังเมือง กรมโยธาธิการและผังเมือง นายปารเมศ โพธารากุล เลขานุการรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายเกิดศักดิ์ ยะโสธร รองอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง นายสามารถ สุวรรณมณี รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน นางสาวสุภัทรา ชัยเทวารัณย์ ผู้ตรวจราชการกรมโยธาธิการและผังเมือง นายว่าศักดิ์ เจิมจิระ โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดนราธิวาส นายสุนิรันดร์ ท้วมยิ้ม ผู้อำนวยการสำนักจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ นายรุสลัน โตะแปเราะ ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ ผู้บริหารทุกภาคส่วน นายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ นายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ ดร.ซาการียา สะอิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส ผู้นำท้องถิ่น ตลอดจนประชาชนในพื่นที่ เข้าร่วมชื่นชมความสำเร็จในครั้งนี้

ทั้งนี้ความสำเร็จนี้นำมาซึ่งความยินดีและความภาคภูมิใจที่พี่น้องชาวสุไหงโก-ลกได้เข้ามามีส่วนร่วมกับรัฐ ผ่านโครงการพัฒนาที่ดินและโครงสร้างพื้นฐาน เชื่อมโยงโครงข่ายคมนาคม ระหว่างถนนสายหลัก คือ ถนนสายเอเชีย 18 กับทางหลวงชนบท นธ 4031 (ถนนตามผังเมืองสาย ข7) นับเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพต่อการพัฒนาเพราะมีองค์ประกอบของโครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณูปโภค และสาธารณูปการ อยู่ใกล้กับสถานีขนส่งสุไหงโก-ลก สนามกีฬาของเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก ที่ทำการไปรษณีย์ อยู่ใกล้กับด่านชายแดน และศูนย์กลางเมืองสุไหงโก-ลก หลังดำเนินโครงการแล้วเสร็จเจ้าของที่ดินยังมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินของตนเอง นำมาซึ่งประโยชน์แก่เจ้าของที่ดิน ชุมชน และเมือง ณ บริเวณพื้นที่โครงการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ในเขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส

นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยเห็นถึงความสำคัญของพี่น้องประชาชนที่มีที่ดินตาบอด ไม่มีทางเข้าออก จึงได้นำวิธีการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่มาใช้ โดยทุกคนสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการทำโครงการ ช่วยกันออกแบบบ้านและชุมชนของตนให้สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพจากที่บางแปลงถนนเข้าไม่ถึงก็สามารถเข้าถึงได้ บางแปลงมีรูปร่างหลายเหลี่ยมหรือเป็นเสี้ยว ก็ปรับเปลี่ยนรูปแปลงที่ดินให้เป็นสี่เหลี่ยมสวยงาม ช่วยเพิ่มมูลค่าและสามารถใช้ประโยชน์ได้ดีขึ้น หลักการเพียงแค่พี่น้องประชาชนร่วมกันปันที่ดินออกมาเพื่อก่อสร้างถนน และเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินการอื่นที่จำเป็น ซึ่งประโยชน์ที่ได้รับมีมากกว่าหลายเท่าตัว นอกจากนี้การจัดรูปที่ดินยังเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยที่ดินถือเป็นต้นทุนพื้นฐานในการที่ประชาชนจะสามารถสร้างอาชีพ ทำประโยชน์ สร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ซึ่งจะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ จะเห็นได้ว่าประโยชน์ต่าง ๆ เกิดทั้งในส่วนของเจ้าของที่ดิน สามารถได้ใช้ประโยชน์ที่ดินของตนเองอย่างเต็มประสิทธิภาพ ชุมชนก็ได้ประโยชน์ และรัฐเองก็ได้ประโยชน์ในการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ ภายใต้กระทรวงมหาดไทย นอกจากกรมโยธาธิการและผังเมืองแล้ว ยังมีหน่วยงานที่บูรณาการความร่วมมือในการดำเนินโครงการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ให้สำเร็จตามเป้าหมายได้อย่างรวดเร็ว ได้แก่ กรมที่ดิน กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น การไฟฟ้า และการประปา เพื่อให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนเพื่อความสุขอย่างยั่งยืน มาร่วมกันพัฒนาชุมชนของท่านไปด้วยกันกับโครงการจัดรูปที่ดินฯ

นายพงษ์นรา เย็นยิ่ง อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง กล่าวว่า โครงการจัดรูปที่ดินเป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญที่กรมโยธาธิการและผังเมืองขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันดำเนินโครงการฯ ไปแล้ว 71 โครงการ 54 จังหวัด ถือเป็นก้าวแห่งความสำเร็จในการพัฒนาเมืองแบบราษฎร์ – รัฐ ร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาที่ดินด้วยการ “ปัน” เพื่อ “เปลี่ยน” สร้างให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในพื้นที่ชุมชน พัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในคราวเดียวทั้งบริเวณ สามารถใช้ประโยชน์ที่ดินได้ตรงตามวัตถุประสงค์ผู้ใช้ สอดคล้องตามที่ผังเมืองกำหนด เชื่อมโยงโครงข่ายคมนาคม เปิดพื้นที่ตาบอดให้สามารถเข้าถึงและมีโครงสร้างพื้นฐานที่เพียงพอ ทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมในการเข้าถึงบริการที่ได้มาตรฐาน เกิดความปลอดภัย ส่งเสริมสภาพแวดล้อมที่ดี และการพัฒนาสิ่งดีดีให้เกิดขึ้นในพื้นที่เมืองสุไหงโก-ลก


นางสาวอัญชลี ตันวานิช ที่ปรึกษาด้านการผังเมือง กรมโยธาธิการและผังเมือง กล่าวเพิ่มเติมว่า จังหวัดนราธิวาสได้ดำเนินโครงการจัดรูป ฯ โครงการที่ 1 ณ บริเวณเทศบาลเมืองนราธิวาส อำเภอเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส แล้วเสร็จในปี 2564 เพื่อรองรับอุตสาหกรรมชุมชน และสะพานปลากิจกรรมต่อเนื่องจากการประมง เกิดการจ้างงาน ประชาชนในพื้นที่มีรายได้เพิ่มขึ้น เป็นโครงการนำร่องเพื่อขยายผลสู่โครงการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ในเขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส (โครงการ 2) ดำเนินการโดยสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดนราธิวาส ร่วมกับ เทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก โครงการมีพื้นที่โครงการประมาณ 194 ไร่ แปลงที่ดิน 143 แปลง เจ้าของที่ดิน 58 ราย กรมโยธาธิการและผังเมืองสนับสนุนงบประมาณ เพื่อดำเนินการก่อสร้างถนนสายหลัก สาธารณูปโภค และสาธารณูปการ ถนนตามผังเมืองสาย ข7 ขนาดเขตทาง 18 เมตร ความยาว 1,005 เมตร จำนวนเงิน 67,285,000 บาท เชื่อมถนนสายเอเชีย 18 กับทางหลวงชนบท นธ 4031 (ถนนตามผังเมืองสาย ข7) ก่อสร้างถนนสายรอง จำนวน 9 สาย ความยาวรวม 1,639 เมตร ขนาดเขตทาง 12 เมตร จำนวน 7 สาย ความยาว 1,606 เมตร และขนาดเขตทาง 9.00 เมตร จำนวน 2 สาย ความยาว 33.00 เมตร ดำเนินการโดยใช้งบประมาณจาก 2 แหล่ง ประกอบด้วย 1) เงินจากการจำหน่ายที่ดินจัดหาประโยชน์ ใช้สำหรับดำเนินการสร้างถนนลูกรังและระบบระบายน้ำ 2) งบประมาณจากเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก ซึ่งใช้ดำเนินการในส่วนผิวจราจร ระบบไฟฟ้า และระบบประปา โดยได้นำเข้าแผนของเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก ปีงบประมาณ 2568 เรียบร้อยแล้ว ปัจจุบันได้ดำเนินการก่อสร้างถนนลูกรังและระบบระบายน้ำ ใช้งบประมาณจากการจำหน่ายที่ดินจัดหาประโยชน์ เป็นจำนวนเงิน 23,130,000 บาท เสร็จเรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2568 ก่อนดำเนินโครงการมีที่ดินสาธารณประโยชน์ประมาณ 12 ไร่ หลังดำเนินโครงการมีที่ดินสาธารณประโยชน์เพิ่มขึ้น 23 ไร่ โดยเป็นสวนสาธารณะ 48.68 ตารางวา ผลจากการดำเนินโครงการทำให้มีพื้นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกันเพิ่มขึ้นถึง 11 ไร่ มูลค่าที่ดินเพิ่มขึ้น 4.17 เท่า จากเดิมราคาประเมินที่ดินอยู่ที่ 960,000 บาท/ไร่ ปัจจุบันราคา 4,000,000 บาท/ไร่ และยังประหยัดงบประมาณภาครัฐในการเวนคืน 11,176,128 บาท

นายวีรพัฒน์ บุณฑริก รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส กล่าวเสริม เมืองสุไหงโก-ลก ถือเป็นเมืองการค้าชายแดนของภาคใต้ที่เชื่อมต่อประเทศมาเลเซีย ประชากรมีความเป็นอยู่ที่กระจุก บางพื้นที่ก็กระจาย เมื่อดำเนินโครงการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ในเขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส ก็สามารถปรับโครงสร้างการอยู่อาศัยและด้านการค้าของประชาชน สร้างโครงสร้างพื้นฐาน ระบบคมนาคม การขนส่ง มีความสะดวกมากขึ้น ผลสัมฤทธิ์จากการที่ทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ประชาชน ยอมเสียสละพื้นที่ส่วนตัว เพื่อสร้างพื้นที่ส่วนรวมร่วมกัน เปลี่ยนพื้นที่ตาบอดไปสู่พื้นที่ทำเลทองไม่ใช่เป็นการแก้ปัญหาให้เฉพาะเจ้าของที่ดิน แต่เป็นการวางรากฐานขยายเมืองสู่อนาคตที่ยั่งยืน คือภาพแห่งความสำเร็จในวันนี้ที่ทุกฝ่ายร่วมใจ ร่วมพัฒนาเมืองไปด้วยกัน

//////////////////////////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / กิจกรรมอบรม “วิถีคล้า วิถีคน” ใช้ต้นคล้าสร้างประติมากรรมแห่งศรัทธา เชื่อมโยงตำนานพญานาค สู่การขับเคลื่อน Soft Power ด้านการท่องเที่ยว-โค้งสุดท้ายรณรงค์การเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลเมืองบึงกาฬและนายกเทศมนตรีเมืองบึงกาฬ

แชร์เนื้อหานี้

วันศุกร์ที่ 2 พฤษภาคม 2568 ณ วิทยาลัยนวัตกรรมแห่งบึงกาฬ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ตำบลโนนสมบูรณ์ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ ได้มีการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการภายใต้ชื่อ “การใช้ต้นคล้าในการสร้างสรรค์ประติมากรรมแห่งศรัทธา วิถีคล้า วิถีคน” ซึ่งจัดขึ้นโดยสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ โดยเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “ส่งเสริม Soft Power ด้านการท่องเที่ยว ให้เกิดการขับเคลื่อนในระดับพื้นที่” ภายใต้กิจกรรม “มหัศจรรย์ศิลป์คล้า เล่าขานตำนานพญานาค สู่อัตลักษณ์ท่องเที่ยวบึงกาฬ”


ภายในพิธีเปิด ได้รับเกียรติจาก นายขัตติยา ชัยมณี วัฒนธรรมจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานในพิธี และ นายณรงค์ศักดิ์ คุรุพันธ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ กล่าวรายงานถึงความเป็นมาของโครงการ พร้อมด้วยนายเฉลิมเกียรติ แผนกิจเจริญ พัฒนาการจังหวัดบึงกาฬ นายนริศ อาจหาญ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบุ่งคล้า นายสันทัศน์ ทันนิธิ ผู้อำนวยการกลุ่มงานยุทธศาสตร์และข้อมูลเพื่อการพัฒนาจังหวัดบึงกาฬ ผู้แทนจากชุมชน และผู้ประกอบการ ร่วมพิธี โดยมีผู้สนใจเข้าร่วมอบรมกว่า 100 คน โดยกิจกรรมมุ่งเน้นการถ่ายทอดองค์ความรู้และการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นให้สามารถนำไปต่อยอดในเชิงอาชีพและเศรษฐกิจสร้างสรรค์

โครงการนี้มีเป้าหมายสำคัญในการ ส่งเสริมการอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น และ การใช้ทรัพยากรพื้นบ้านอย่างต้นคล้า ซึ่งเป็นพืชพื้นถิ่นที่มีคุณสมบัติโดดเด่นในด้านความยืดหยุ่นและความคงทน มาใช้เป็นวัสดุหลักในการสร้างสรรค์ “ประติมากรรมแห่งศรัทธา” ที่เชื่อมโยงกับตำนานพญานาค ซึ่งเป็นความเชื่อสำคัญของประชาชนริมฝั่งแม่น้ำโขงและถือเป็นอัตลักษณ์สำคัญของจังหวัดบึงกาฬ

วัตถุประสงค์ของการอบรมในครั้งนี้ ได้แก่

  1. เพื่อส่งเสริมและอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นในการใช้ต้นคล้าในการสร้างสรรค์ผลงาน
  2. เพื่อถ่ายทอดความรู้ในการออกแบบและเทคนิคการสร้างประติมากรรม
  3. เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้ชุมชนเกิดความภาคภูมิใจในอัตลักษณ์ท้องถิ่น
  4. เพื่อพัฒนาอาชีพและต่อยอดผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรมสู่ตลาดในอนาคต

ในการอบรมครั้งนี้ ได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ 2 ท่าน ได้แก่

  • ดร.ธรรมศาสตร์ ศรีสารคาม อาจารย์ประจำสาขาทัศนศิลป์และการออกแบบ
  • นายณัฐวัชร เดชมาลา อาจารย์จากสำนักวิชาศึกษาทั่วไป
    .
    ทั้งสองท่านได้ร่วมถ่ายทอดทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติให้แก่ผู้เข้าอบรมอย่างเข้มข้น โดยเนื้อหาครอบคลุมการเลือกใช้วัสดุ เทคนิคการสร้างสรรค์งานศิลป์ การออกแบบรูปทรงที่สะท้อนความเชื่อทางวัฒนธรรม ตลอดจนแนวทางในการพัฒนาผลงานให้สามารถตอบโจทย์ตลาดด้านศิลปะและการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในอนาคต
    กิจกรรมนี้ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของจังหวัดบึงกาฬในการขับเคลื่อน Soft Power ด้วยทุนทางวัฒนธรรมพื้นถิ่น สู่การพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์อย่างยั่งยืน พร้อมทั้งสร้างพื้นที่การเรียนรู้ร่วมกันระหว่างภาครัฐ นักวิชาการ และชุมชน อันนำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างแท้จริง ..

ข่าว/ภาพ ณัฏฐ์ ณฐพรหม บึงกาฬ

บึงกาฬจัดกิจกรรม โค้งสุดท้ายรณรงค์การเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลเมืองบึงกาฬและนายกเทศมนตรีเมืองบึงกาฬ กระตุ้นประชาชนใช้สิทธิเลือกตั้ง 11 พฤษภาคม 2568

วันที่ 2 พฤษภาคม 2568 นางกรองแก้ว ธัญญาลาภ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเทศบาลเมือบึงกาฬ พร้อมด้วย นายเชิดชัย เจริญดี รองปลัดเทศบาลเมืองบึงกาฬ หัวหน้าส่วนราชการ และประชาชนชาวจังหวัดบึงกาฬ ร่วมงานโครงการรณรงค์ประชาสัมพันธ์

การเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลเมืองบึงกาฬและนายกเทศมนตรีเมืองบึงกาฬ ภายใต้กิจกรรม “โค้งสุดท้ายรณรงค์การเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลเมืองบึงกาฬและนายกเทศมนตรีเมืองบึงกาฬ” ซึ่งจัดขึ้นโดยเทศบาลเมืองบึงกาฬ ที่บริเวณรอบเมืองบึงกาฬ และถนนข้าวเม่าริมโขง จังหวัดบึงกาฬ

กิจกรรมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อกระตุ้นให้ทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน รวมถึงสื่อมวลชน ร่วมมือกันเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารการเลือกตั้งผ่านช่องทางต่าง ๆ พร้อมทั้งปลุกจิตสำนึกให้ประชาชนเกิดความตื่นตัว และตระหนักถึงความสำคัญของ

การใช้สิทธิเลือกตั้งอย่างสุจริตและโปร่งใส และเชิญชวนพี่น้องประชาชนให้ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลและนายกเทศมนตรีเมืองบึงกาฬอย่างพร้อมเพรียงกันในวันอาทิตย์ที่ 11 พฤษภาคม 2568 เวลา 08.00 – 17.00 น. ณ หน่วยเลือกตั้งที่ท่านมีชื่ออยู่

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ตร.เชียงใหม่! รวบชายวัย 43 ปีทันควัน หลังวิ่งราวทรัพย์สาวโรงแรมกลางเมืองเชียงใหม่ อ้างตกงาน-พิการ

แชร์เนื้อหานี้

วันศุกร์ที่ 2 พฤษภาคม 2568 เวลา 16.30 น. พล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ เป็นประธานการแถลงข่าวจับกุมนายปกรณ์ (ปกปิดนามสกุล )อายุ 43 ปี ผู้ต้องหาคดีวิ่งราวทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะ หลังจากก่อเหตุชิงกระเป๋าสตางค์จากหญิงสาวในพื้นที่ช้างคลาน โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุจริง อ้างไม่มีอาชีพเพราะพิการ ต้องขอเงินพ่อใช้ชีวิต และนำเงินที่ได้จากการก่อเหตุไปซ่อมรถจักรยานยนต์

โดยมี พ.ต.อ.ดำเนิน กันอ่อง รอง ผบก.ฯ ช่วยราชการ ภ.จว.เชียงใหม่ พร้อมด้วย พ.ต.อ.ปรัชญา ทิศลา ผกก.สภ.เมืองเชียงใหม่,พ.ต.ท.ทัตตวีย์ ด่านพิทักษ์ตระกูล รอง ผกก.ป.ฯ, และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ร่วมแถลงข่าว ณ สภ.เมืองเชียงใหม่ อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่

โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม เวลา 07.00 น. บริเวณถนนระแกง ซอย 2 ต.ช้างคลาน อ.เมือง จ.เชียงใหม่ น.ส.พัชรินทร์ อายุ 46 ปี พนักงานโรงแรมแห่งหนึ่งในพื้นที่ แจ้งว่า ขณะกำลังเดินไปซื้อกับข้าว ถูกชายสวมเสื้อดำ กางเกงดำ ขับรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟสีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน กระชากกระเป๋าแล้วหลบหนีไป

ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ ได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดจนสามารถติดตามเส้นทางหลบหนี และตรวจสอบพบว่าผู้ก่อเหตุคือ นายปกรณ์ ซึ่งเคยต้องโทษในคดียาเสพติดมาแล้ว 2 ครั้ง โดยใช้วิธีเปลี่ยนเสื้อผ้าและขับรถวนหลบซ่อนตัวในพื้นที่ อ.แม่ริม ก่อนจะถูกจับกุมได้ในวันที่ 2 พฤษภาคม เวลาประมาณ 13.30 น. บริเวณบ้านแม่สาใหม่ ต.โป่งแยง อ.แม่ริม

เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา “วิ่งราวทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะ” และนำตัวส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

“ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่” ขอเน้นย้ำ เตือนถึงผู้ที่คิดจะกระทำความผิดให้หยุดพฤติกรรมเสียแต่ตอนนี้ เพราะทุกการกระทำผิดกฎหมายจะถูกติดตามและดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด ไม่มีข้อยกเว้น พร้อมย้ำชัดว่า ‘เชียงใหม่เมืองปลอดภัย’ จะไม่ยอมให้ใครมาทำลายความสงบสุขของประชาชนเด็ดขาด

ตำรวจเชียงใหม่ #เชียงใหม่เมืองปลอดภัย …

///สมจิตรแสงบัลลังค์รายงาน//

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /อุกอาจ! โชเฟอร์ขับรถโดยสารมุกดาหาร-สะหวันนะเขต ซุกบุหรี่ไฟฟ้า 4,200 แท่ง ใส่ช่องลับของรถ บขส. ระหว่างประเทศ จนท.ศุลกากรตรวจปล่อยออกจากด่านแต่ทหารตามไปตรวจพบจับดำเนินคดี

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม เจ้าหน้าที่ทหารพราน กองร้อยเฉพาะกิจทหารพราน 2105 และเจ้าหน้าที่ทหารกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี เจ้าหน้าที่ด่านตรวจสัตว์ป่ามุกดาหาร ปฏิบัติหน้าที่ประจำด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 2 (มุกดาหาร -สะหวันนะเขต) อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร

ได้ตรวจรถโดยสารประจำทางระหว่างประเทศ สายมุกดาหาร-สะหวันนะเขต) หมายเลขทะเบียน 10-0716 มุกดาหาร ขณะวิ่งข้ามสะพานมิตรภาพ 2 จากแขวงสะหวันนะเขต​ เข้ามาที่ด่านพรมแดนมุกดาหาร เมื่อเปิดดูบริเวณที่เก็บสัมภาระใต้ท้องรถพบกล่องกระดาษขนาดใหญ่ต้องสงสัยจำนวน 6 กล่อง

จึงได้นำมาเปิดตรวจสอบพบว่าภายในเป็นบุหรี่ไฟฟ้าจำนวน 1,200 แท่ง แต่ขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารพรานกำลังจะขึ้นไปตรวจค้นที่ด้านบนรถ ปรากฏว่าได้มีเจ้าหน้าที่ศุลกากรประจำด่านซึ่งเข้ามาร่วมตรวจค้นด้วยบอกกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารว่าข้างบนรถตรวจแล้วไม่พบอะไรมีแต่กล่องขนมและได้ปล่อยให้รถโดยสารคันดังกล่าวแล่นออกไปจากด่านพรมแดน

แต่ต่อมาผู้บังคับบัญชาของหน่วยทหารทราบเรื่องว่ามีการตรวจค้นพบบุหรี่ไฟฟ้าจำนวนมาก ซึ่งรัฐบาลและกองทัพบกมีนโยบายให้กวดขันจับกุมโดยเด็ดขาด จึงได้สอบถามว่ามีเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารได้ขึ้นไปตรวจได้ด้านบนด้วยหรือไม่ ก็ได้รับคำตอบว่าไม่มีเจ้าหน้าทหารขึ้นไป ทางผู้บังคับบัญชาจึงได้ให้ติดตามรถโดยสารคันดังกล่าวไปทำการตรวจค้นที่ด้านบนรถโดยละเอียดอีกครั้งหนึ่ง

ต่อมาเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ ตม.มุกดาหาร ตชด.234 ชุดสืบสภ.เมืองมุกดาหาร ตำรวจน้ำ ติดตามไปพบรถโดยสารคันดังกล่าวไปจอดอยู่ที่ด้านหลังสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดมุกดาหาร

จึงได้ขึ้นไปทำการตรวจค้นที่ด้านบนรถพบว่าที่บริเวณด้านท้ายสุดของห้องโดยสาร มีการดัดแปลงทำเป็นช่องลับภายในพบกล่องบรรจุบุหรี่ไฟฟ้าอีกจำนวน 15 กล่อง

ภายในบรรจุบุหรี่ไฟฟ้ารวมจำนวน 3,000 แท่ง นอกจากนี้ยังพบเสื้อกันฝนและขนมขบเคี้ยวอีกเป็นจำนวนมาก ไม่ผ่านพิธีศุลกากร จึงได้ทำการตรวจยึดไว้ดำเนินคดี

ส่วนคนขับรถโดยสารประจำทางคือนายสมบัติ โคตรสงคราม อยู่บ้านเลขที่ 10 หมู่ 13 ตำบลนิคมคำสร้อย อำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร ในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ศุลกากรมุกดาหารแจ้งว่าจะกันตัวไว้เป็นพยาน

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / นทท.ปลื้มชุดการแสดง “หัวหินบ้านพ่อ” ท่องเที่ยวประจวบฯ  มหัศจรรย์เมืองสามอ่าว/ตำรวจจับกุมผู้ต้องหาคดีพยายามฆ่าและคดียาเสพติดตามหมายจับ 2 คดี จ.ประจวบคีรีขันธ์

แชร์เนื้อหานี้

ช่วงค่ำวันที่ 30 เม.ย.68 ที่เวทีกลางสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติฯ ร.9 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการ จ.ประจวบฯ พร้อมด้วยแพทย์หญิงบุษกร สวัสดิ์แสน นายกเหล่ากาชาดจังหวัดประจวบฯ นายประสูตร หอมบรรเทิง  นายอำเภอหัวหิน หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติจำนวนมากร่วมรับชมชุดการแสดงจากอำเภอหัวหิน ชื่อชุดการแสดง “หัวหินบ้านพ่อ” ที่จัดแสดงในงานท่องเที่ยวประจวบคีรีขันธ์ มหัศจรรย์เมืองสามอ่าวและงานกาชาด ประจำปี พ.ศ. 2568 ด้วยความสวยงามตระการจากนักเรียนโรงเรียนเทศบาลวัดธรรมิการาม (ปิยแหวนรังสรรค์) ประจวบฯ

โดยนายอำเภอหัวหิน กล่าวบรรยายถึง “หัวหิน” เมืองแห่งเรื่องราวและประวัติศาสตร์ เต็มไปด้วยกลิ่นอายของวันวาน วัฒนธรรมที่เรียบง่าย ผู้คนอบอุ่น และเสน่ห์ที่ยังคงอยู่ ไม่เสื่อมคลาย ทุกย่างก้าวในหัวหิน ล้วนอบอวลด้วยความทรงจำอันงดงาม ทั้งเสียงรถไฟเก่า ร้านรวงโบราณ และบรรยากาศสงบร่มรื่น ที่บอกเล่าเรื่องราวของกาลเวลาอย่างแผ่วเบา ช่วงที่ 2 เป็นการแสดงรวมแหล่งท่องเที่ยวทั้ง 8 อำเภอ ตั้งแต่ หัวหิน ปราณบุรี สามร้อยยอด กุยบุรี เมืองฯ ทับสะแก บางสะพานใหญ่ บางสะพานน้อย

ช่วงที่ 3 ตอนท้องทะเล “หัวหิน” ถิ่นมนต์ขลังที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ และประวัติศาสตร์ อัดแน่นด้วยความงามของท้องทะเล และธรรมชาติ มอบความสงบและร่มเย็นให้กับทุกผู้คนที่มาเยือน ที่นี่ไม่เพียงเป็นเมืองพักผ่อน แต่ยังเป็นสถานที่แห่งความทรงจำ เรื่องราวของวันวานยังคงก้องอยู่ในสายลม ทุกย่างก้าวบนผืนทรายเต็มไปด้วยความหมายและกลิ่นอายของกาลเวลา ช่วงที่ 4 ตอนสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บุญประจำอำเภอ “หัวหิน” เมืองที่เต็มเปี่ยมไปด้วยประวัติศาสตร์ และความศรัทธา ศาลเจ้าแม่ทับทิม หลวงพ่อทวดวัดห้วยมงคล และวัดเขาตะเกียบ คือสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่เมือง ที่ชาวหัวหินต่างเคารพนับถือขอพรให้ชีวิตร่มเย็นเป็นสุข และปิดท้าย นายอำเภอหัวหิน

กล่าวถึงพระมหากรุณาธิคุณ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ตอนสถาบันพระมหากษัตริย์ เรื่องราวของ“พระราชวังไกลกังวล” คือบ้านแห่งแรกของในหลวง รัชกาลที่ 9 สถานที่ที่พระองค์ทรงใช้เวลาร่วมกับประชาชน อย่างเรียบง่ายและเปี่ยมด้วยรักและห่วงใย พระองค์ทรงงานไม่รู้เหน็ดเหนื่อย ใกล้ชิดชีวิตชาวบ้าน ดั่งเงาแห่งร่มไม้ใหญ่ ที่แผ่ความร่มเย็นให้แก่ชาวเมืองหัวหินตราบนิรันดร์ จนชาวหัวหินขนานนามว่า “บ้านของพ่อ” จนทุกวันนี้.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสยามโฟกัสไทม์/4เหล่าทัพ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

จ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมผู้ต้องหาคดีพยายามฆ่าและคดียาเสพติดตามหมายจับ 2 คดี ในพื้นที่ อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์

ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.นครินทร์ สุคนธวิท ผบก.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์พ.ต.อ.ภาคภูมิ โห้ใย รอง ผบก.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์พ.ต.อ.ครรชิต โขวัฒนชัย ผกก.กก.สส.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์พ.ต.อ.สถิตย์ คงเนียม ผกก.สภ.อ่าวน้อยพ.ต.อ.ไพทูล พรมเขียน ผกก.สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์เจ้าหน้าที่ตำรวจจากหน่วยต่าง ๆ ได้แก่ชุดจับกุม สภ.อ่าวน้อยชุดจับกุม กก.สส.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ชุดจับกุม ชป.ขยายผล ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ชุดจับกุม นปพ. กก.สส.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ชุดจับกุม สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์
ได้ร่วมกันจับกุมนาย อาทิตย์ หรือเทค เลขสิทธิ์ อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 22 หมู่ 1 ต.คลองวาฬ อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ ตามหมายจับ 2 คดี ได้แก่

หมายจับศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่ จ.25/2568 ลงวันที่ 23 มกราคม 2568 ในข้อหา “พยายามฆ่า และมีวัตถุระเบิดซึ่งนายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ ไว้ในครอบครอง”หมายจับศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่ จ.15/2568 ลงวันที่ 15 มกราคม 2568 ในข้อหา “สมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด และร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน/ยาบ้า) โดยไม่ได้รับอนุญาต”
เหตุการณ์การจับกุม

เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2568 เวลา 17.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้เดินทางไปยังเพิงพักไม่มีเลขที่ หลังบ้านเลขที่ 24/2 หมู่ 10 ต.บ่อนอก อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งสืบทราบว่านายอาทิตย์ฯ พักอาศัยอยู่ ณ ที่ดังกล่าว
เมื่อไปถึง เจ้าหน้าที่พบผู้ต้องหานั่งอยู่หน้าที่พัก จึงเรียกให้เข้ามาพบ แต่นายอาทิตย์ฯ ได้ถือวัตถุคล้ายระเบิดในมือ และขู่ว่าจะฆ่าตัวตาย เจ้าหน้าที่จึงทำการเจรจา ต่อรอง จนเกิดเหตุวัตถุดังกล่าวระเบิดขึ้น แต่เนื่องจากไม่มีประสิทธิภาพ จึงไม่ก่อให้เกิดอันตราย นายอาทิตย์ฯ ไม่ได้รับบาดเจ็บ และได้ยินยอมมอบตัวในที่สุด

เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงหมายจับทั้งสองฉบับต่อผู้ต้องหา ซึ่งตรวจสอบแล้วพบว่าข้อมูลตรงกับตนเอง และไม่เคยถูกจับในคดีนี้มาก่อน จึงได้ดำเนินการจับกุม พร้อมแจ้งข้อกล่าวหา และนำส่งพนักงานสอบสวน ร.ต.อ.หญิง สุทิน ปรัชญา รอง สว.(สอบสวน) สภ.อ่าวน้อย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสยามโฟกัสไทม์/4เหล่าทัพ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /อ.เมย์ เดินหน้าจัดโครงการ “ทำดีให้คนมองเห็น ปีที่ 4” แจกแว่นสายตาผู้สูงอายุกว่า 1,500 คน

แชร์เนื้อหานี้

มีรายงานว่า ที่หอประชุมที่ว่าการอำเภอน้ำหนาว จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้มีการจัดกิจกรรมอย่างเป็นทางการในโครงการ “ทำดีให้คนมองเห็น ปีที่ 4” ภายใต้การดำเนินงานของ บริษัท แฮปปี้ฮวงจุ้ย จำกัดโดยมี อาจารย์เมย์ ดร.จินต์วยา เบญญจินดาพิศุทธ์ ซินแสฮวงจุ้ยชื่อดังของประเทศไทย เป็นประธานโครงการ และขับเคลื่อนโครงการอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยเหลือผู้สูงอายุในพื้นที่ห่างไกลที่มีปัญหาทางสายตา แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ โดยภายในพิธีเปิด ได้รับเกียรติจาก นายปัญญา ปานแสง นายอำเภอน้ำหนาว เป็นประธานในพิธี

โครงการในปีนี้ตั้งเป้ามอบแว่นสายตาคุณภาพให้กับ ผู้สูงอายุจำนวน 1,500 คน จาก 30 หมู่บ้าน ครอบคลุม 4 ตำบล ได้แก่ ตำบลน้ำหนาว, ตำบลโคกมน, ตำบลวังกวาง และตำบลหลักด่าน โดยคุณสมบัติของผู้รับบริการในโครงการนี้ ได้แก่:อายุ 50 ปีขึ้นไปมีรายได้น้อย ไม่เกิน 5,000 บาทต่อเดือนมีปัญหาสายตา เช่น สั้น ยาว เอียง และยังไม่เคยได้รับแว่นจากโครงการนี้มาก่อน​ ซึ่งแบ่งการดำเนินงานเป็น 3 วัน คือ วันที่ 30 เมษายน 2568 ณ หอประชุมอำเภอน้ำหนาว, วันที่ 1 พฤษภาคม 2568 ณ อาคารอเนกประสงค์​ หมู่ 1 ตำบลวังกวาง และวันที่ 2 พฤษภาคม 2568 ณ องค์การบริหารส่วนตำบลหลักด่าน

ทั้งนี้ ในช่วงเช้า ทางคณะผู้จัดงานยังได้รับความเมตตาจาก พระครูพัชรคณาภิรักษ์ เจ้าคณะอำเภอน้ำหนาว และเจ้าอาวาสวัดโคกมน กล่าวสัมโมทนียกถา แก่ผู้สูงอายุ และจิตอาสาที่มาร่วมงาน ถึงแม้ร่างกายจะร่วงโรย แต่ถ้าใจยังศรัทธา ยังเห็นค่าความดี ก็ถือว่าเรายังมีพลังอยู่ วันนี้ไม่ใช่แค่ได้แว่น แต่คือได้เห็นธรรมะ ได้แสงสว่าง ได้เห็นคุณค่าชีวิตอีกครั้ง

กิจกรรมในงานประกอบด้วยการวัดสายตาด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์​ วัดด้วยเลนส์เซ็ท และมอบแว่นตาที่ประกอบใหม่จากเลนส์คุณภาพ CR39 โดยทีมผู้เชี่ยวชาญ ให้พ่อโซ้น แม่โซ้น ได้รับแว่นสายตาคุณภาพ ตรงกับค่าสายตาจริง นอกจากอิ่มใจ ยังอิ่มท้องด้วยโรงทาน อาหารคาวหวาน อาหารเจ น้ำดื่ม และจิตอาสาคอยดูแลผู้สูงอายุตลอดงาน สร้างบรรยากาศที่อบอุ่น ปิติใจ และเปี่ยมด้วยน้ำใจ

หนึ่งในช่วงเวลาที่ประทับใจที่สุดของวัน คือการได้พบกับคุณลุงวัย 84 ปี ที่แม้จะอายุมาก แต่ยังแข็งแรงและเดินทางมาด้วยตนเอง โดยคุณลุงเล่าว่า รอคอยโครงการนี้มานาน เพราะที่ผ่านมาใส่แว่นตลาดที่ไม่ตรงค่าสายตา มองเห็นไม่ชัด และอ่านหนังสือธรรมะไม่ได้ รู้สึกดีใจมากที่อาจารย์เมย์ยังมาทุกปี ปีนี้ก็ไม่พลาด จะได้อ่านหนังสือได้อีกครั้ง

โครงการนี้ได้รับความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ทั้งปกครอง, หน่วยงานท้องถิ่น ข้าราชการ, อบต., สาธารณสุขอำเภอ, โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล, กำนัน, ผู้ใหญ่บ้าน และจิตอาสามากมาย ที่มาร่วมทำงานเพื่อส่วนรวมด้วยจิตสาธารณะ ที่สำคัญ​และขาดไม่ได้ คือคณะเจ้าภาพร่วม โดยเจ้าภาพหลักได้แก่ บริษัท​ แฮป​ปี้ฮวงจุ้ย​ จำกัด, คุณวีรวิชญ์ อัศวภิญโญภาคย์ และครอบครัว, คุณวิชัย อรุณสิริตระกูล บริษัท ซีเอ็นเอส เอ็นจิเนียริ่งเซอร์วิส จำกัด, คุณธัญกมล เมืองฮาม และครอบครัว, Alpha Trading and Service Co.,Ltd., ครอบครัวดารกมาศ, บริษัท ที.เอ็น.ซีเมนต์บล็อค จำกัด, ลูกศิษย์​และกัลยาณมิตร​ร่วมบุญกันมาอีกมากมาย

อาจารย์เมย์ กล่าวถึงหัวใจของโครงการว่า หลายคนมองไม่เห็นชัดมานาน ไม่ใช่เพราะโรคร้ายแรง แต่เพราะไม่มีโอกาสได้มีแว่นตาดีๆเป็นของตนเอง การมอบแว่นให้เขาเห็นชัด คือการมอบชีวิตใหม่ มอบโอกาสทางการศึกษา ให้โอกาสในการสร้างรายได้ ให้ความสุขในการทำสิ่งที่รัก พลิกชีวิตเขาได้กลับมาใช้ชีวิตอย่างมั่นใจอีกครั้ง