สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ให้กำลังใจ ด.ต.วิชิต แก้วฉิม สภ.เกาะช้าง จว.ตราด เป็นเหตุให้ต้องถูกตัดขาซ้ายเหนือหัวเข่า สูญเสียสมรรถภาพถาวร

แชร์เนื้อหานี้

วันพุธที่ 11 มิถุนายน 2568 เวลา 12.00 น. พล.ต.อ.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. รรท.ผู้ช่วย ผบ.ตร. พร้อมด้วย คุณนภัสนันท์ วุฒิจรัสธำรงค์ อุปนายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ และ ดร.นุชประวีณ์ ลิขิตศรัณย์ ผู้ช่วยเลขาธิการสมาคมแม่บ้านตำรวจ ได้เดินทางไปยังโรงพยาบาลนครพิงค์ อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ เพื่อเยี่ยมให้กำลังใจ ด.ต.วิชิต แก้วฉิม ผบ.หมู่ (ป.) สภ.เกาะช้าง จว.ตราด

ซึ่งได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ ณ จุดตรวจในพื้นที่ สภ.เกาะช้าง จว.ตราด เมื่อวันที่ 2 พ.ค.63 เป็นเหตุให้ต้องถูกตัดขาซ้ายเหนือหัวเข่า สูญเสียสมรรถภาพถาวร และอยู่ระหว่างการพักรักษาตัวอย่างต่อเนื่องที่โรงพยาบาลนครพิงค์ในการนี้ คณะฯ ได้มอบเงินช่วยเหลือจำนวนกว่า 40,000 บาท พร้อมสิ่งของบำรุงขวัญ ตามโครงการ “ครอบครัวตำรวจ เราไม่ทิ้งกัน” เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้แก่ผู้ได้รับบาดเจ็บและครอบครัว

โดยมี พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่, คุณพจนารถ กรึงไกร รักษาการประธานแม่บ้านตำรวจภูธรภาค 5, คุณจารุณี แก่นจันทร์ ประธานแม่บ้านตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่, รอง ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่, ผกก.สภ.แม่ริม และคณะสมาชิกแม่บ้านตำรวจภูธรภาค 5 และ ภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมให้การต้อนรับและร่วมกิจกรรมในครั้งนี้….

สมจิตรแสงบันลังค์รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ชาวบ้านนับ 10,000 คนเก็บสัตว์ทะเล ใหญ่เล็ก กับปรากฏการณ์ปลาตายน้ำแดง2 คืน กว่า 50 ตัน

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 9 มิถุนายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงาน ชาวบ้านร่วม 2 พันคนเก็บสัตว์ทะเล ใหญ่เล็ก กับปรากฏการณ์ปลาตายน้ำแดง จังหวัดชุมพรมีฝนตกหนักติดต่อกันมา 3 วันทำให้น้ำจือไหลลงทะเลจำนวนมากจึงทำให้เกิดปรากฏการณ์ปลาตายน้ำแดง


จากกรณี คืนวันที่ 7-9 มิถุนายน 2568 เวลา 21.30 น นายวัชรินทร์ สุวพิศ ปลัด อบต.สะพลี หัวหน้าชุดกู้ภัยทางน้ำจังหวัดชุมพร ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า เกิดปรากฎการณ์แพลงก์ตอนบลูม หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “ปรากฏการณ์ปลาตายน้ำแดง” บริเวณหาดทุ่งวัวแล่น หมู่ที่ 8 ต.สะพลี อ.ปะทิว จ.ชุมพร จึงเดินทางไปตรวจสอบ พบสัตว์ทะเลเป็นจำนวนมากกำลังว่ายวนเวียนอยู่บริเวณชายฝั่ง มีบางส่วนถูกคลื่นซัดขึ้นมาตายบนชายหาด มีชาวบ้านที่ทราบข่าวเดินทางไปจับมาประกอบอาหารกันเป็นจำนวนมาก

 จากการตรวจสอบน้ำทะเล พบว่ามีสีค่อนข้าง ดำและมีตะกอนจำนวนมาก ปรากฏว่ามีการเกิดและแพร่ขยายของแพลงก์ตอน ส่วนน้ำทะเลมีรสชาติเค็มเล็กน้อยสันนิษฐานเบื้องต้นว่า อาจมีน้ำจืดบนฝั่งไหลลงสู่ทะเลค่อนข้างมากในช่วงนี้ จึงทำให้น้ำทะเลขาดจึงทำให้น้ำทะเลบริเวณอ่าวไทยขาดออกซิเจนปลาที่อาศัยอยู่ในท้องทะเลไม่สามารถที่จะอยู่ในน้ำได้จึงได้พยายามเข้าปเป็นจำนวนมากจากการตรวจสอบและคาดคะเนสัตว์น้ำที่เกยตื้นขึ้นมาภายในสองคืนคิดว่าน่าจะมากกว่า 50 ตันเพราะชาวบ้านเป็นจำนวนมากที่เดินทางมาจับและนำไปประกอบอาหารกันอย่างมากมาย
นายวัชรินทร์ สุวพิศ กล่าวว่า "ปรากฎการณ์นี้อาจส่งผลให้เกิดแพลงก์ตอนบลูมตามมาในภายหลัง ซึ่งขณะนี้ยังไม่พบการเปลี่ยนสีของน้ำทะเลแต่อย่างใด หากมีการเก็บตัวอย่างน้ำเพื่อตรวจหาค่าออกซิเจน หรือหาความเค็มของน้ำ น่าจะได้ข้อมูลที่ถูกต้อง" เมื่อคืนประมาณสามทุ่มได้รับแจ้งจากเครือข่ายพี่น้องประชาชนบริเวณหาดทุ่งวาแลนด์มีปรากฏการณ์ปลาใต้น้ำแดงหรือภาษาราชการเค้าเรียกว่าแพลงก์ตอนบลูม เนื่องจากเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงสถานการณ์ที่มีฝนตกมากน้ำจืดก็จะไหลลงทะเลแล้วก็พาตะกอนไปด้วยจะเกิดแพลงก์ตอนบลูมเป็นสัตว์น้ำประเภทหนึ่ง เป็นแพลงก์ตอนบลูม สีน้ำเงินถ้ามีเยอะเยอะจะทำให้ระบบหายใจของสัตว์น้ำเสียแพลงก์ตอนบลูม พวกนี้จะมีอายุไม่กี่วันหลังจากตายออกซิเจนในน้ำก็จะหมดไปจากการตรวจสอบวันนี้น่าจะเป็นความเข้มของน้ำทะเลมีความเค็มลดน้อยลงไปมากคิดว่าคงจะยังไม่เป็นแพลงก์ตอนบลูมจากการชิมน้ำทะเล คล้ายๆเป็นน้ำกร่อยปรากฏการณ์นี้น่าจะเป็นปลา น็อคน้ำจืดมากกว่าเพราะว่าน้ำทะเลยังไม่เปลี่ยนสียังไม่มีปรากฏการณ์น้ำทะเลสีเขียวยังไม่มีแต่หลังจากนี้คาดว่าน่าจะเกิดขึ้นเพราะจะเกิดขึ้นเป็นประจำของจังหวัดที่อยู่ติดชายฝั่งทะเลในกรณีที่หน้าฝนกลางวันจะมีแดดค่อนข้างแรงก็จะเกิดปรากฏการณ์แพลงก์ตอนบลูม ในครั้งนี้ปรากฏการณ์ก็มีปลาตายไม่มากส่วนใหญ่ก็ยังมีแรงว่ายน้ำอยู่ส่วนชาวบ้านที่ทราบข่าวก็ใช้อุปกรณ์มาจับปาซึ่งปลาที่ตายไม่น่าจะเป็นอันตรายซึ่งยังไม่เกิดปรากฏการณ์แพลงก์ตอนบลูม เมื่อคืนนี้ประชาชนเข้ามาที่ทะเลจำนวนมากแต่ปลาค่อนข้างที่จะน้อยกว่าปีที่แล้วในปีก่อนมีเยอะมากกว่านี้ และจะตายทั้งหมดเพราะเป็นแพลงก์ตอนบลูม ส่วนครั้งนี้ปาลก็ยังมีชีวิตเข้ามาว่ายในน้ำตื้นช่วงนี้มันเป็น ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ชายฝั่งตะวันออกด้านอ่าวไทยชาวประมงจะเรียกลมในคือลมที่พัดออกจากฝั่งสู่ทะเลทำให้คลื่นฝั่งทะเลตะวันออกเป็นคลื่นเรียบ ไม่มีคลื่นเพราะฉะนั้นการแลกเปลี่ยนของน้ำกับออกซิเจนในอากาศที่มันเกิดจากเป็นคลื่นซัดเป็นฝอยปะทะในอากาศก็จะน้อยลงออกซิเจนที่เข้ามาช่วยเติมในน้ำแทบจะไม่มีจึงทำให้ปลาอาจจะน็อคน้ำเพราะขาดออกซิเจนปริมาณออกซิเจนของปลาใช้ไม่เพียงพอเพราะในช่วงนี้ก็จะเป็นช่วงฤดูฝนจังหวัดชุมพรก็มีฝนตกหนักมาสองสามวันแล้ว จึงได้ประสานกรมทรัพยากรทะเลและชายฝั่งนำน้ำไปไปตรวจสอบในจุดดังกล่าวในเมื่อคืนนี้เกิดขึ้นในสองพื้นที่ในหาดทุ่งวอแลนด์แล้วก็หาดสะพีลมีน้ำจืดที่เกิดจากฝนตกหนักลงทะเลจำนวนมาก เป็นเหตุให้ปลาน็อคน้ำได้เพราะน้ำปกติจะเป็นน้ำเค็ม

ธนากร โกศลเมธี ภาพ/ข่าว รายงาน 0818923514


สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สำราญ ศรีภา อบต.ชุมแพ เป็นประธานในพิธีงานฌาปนกิจศพแม่เวช พิมโยยง ณ วัดป่าโศกก่อง

แชร์เนื้อหานี้

วันจันทร์ ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ 2568 เวลา 13.00 น.นายสำราญ ศรีภา สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น เขต3 อำเภอชุมแพ ได้รับเกียรติจากเจ้าภาพเป็นประธานในพิธีงานฌาปนกิจศพแม่เวช พิมโยยง ณ วัดป่าโศกก่อง
บ้านโสกก่อง หมู่ 6 ตำบลวังหินลาด อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น มีแขกร่วมงานจำนวนมาก เช่น นายสมพร ทะเยียม ผู้อำนวยการโรงเรียนก้องอุดมวิทยาคาร นายยุทธนา ชินทะนาม ประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบลวังหินลาด นายทองปาน อักษรณูู รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลวังหินลาด นายธงชัย ศรีดาวงศ์ ผู้ใหญ่บ้านหนองทอง ผู้นำท้องที่และท้องถิ่น และญาติๆ

วินสื่อรัฐทีวี/ สื่อรัฐนิวส์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นรข.เขตนครพนม โดย สน.เรือมุกดาหาร ตรวจยึดสุกรโดยไม่ผ่านพิธีการทางศุลกากร

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่​ 10 มิถุนายน​ 2568 ที่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง บ้านทรายทอง ต.บางทรายน้อย อ.หว้านใหญ่ จว.มุกดาหาร พิกัด 48QVD 72728 41154 หน่วยเรือรักษา

ความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขงจังหวัดมุกดาหาร สกัดจับ ขบวนการลักลอบส่งออกสุกร โดยไม่ผ่านพิธีทางศุลกากร จำนวน 1 ตัว และกรงเหล็ก จำนวน 4 กรง

โดย​ น.ท.รุ่งเรือง มาสุทธิ หน.สน.เรือมุกดาหาร ได้รับแจ้งจากสายลับ จะมีการลักลอบลำเลียงขนสินค้าผิดกฎหมายข้ามไปยังฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน จึงได้จัดชุด

ลาดตระเวนทางน้ำและทางบก เข้าตรวจสอบตามข่าวที่ได้รับแจ้ง ต่อมาเมื่อเวลา​ 06.45 น. ชุดลาดตระเวนทั้งสองไปถึงพื้นที่ตรวจพบชายฉกรรจ์ประมาณ 6 คน

กำลังลำเลี้ยงสุกรลงไปบริเวณท่าน้ำเมื่อกลุ่มดังกล่าวพบเห็นเจ้าหน้าที่จึงทิ้งของกลางและใช้ความชำนาญพื้นที่หลบหนีเข้าไปตามภูมิประเทศหลังจากนั้น

ชุดลาดตระเวณทางบกและทางน้ำได้เข้าตรวจสอบพบว่าเป็นสุกรอยู่ในกรง จำนวน 1 ตัว และพบกรงเปล่าสำหรับบรรจุสุกร จำนวน 3 กรง จึงได้ทำการตรวจยึดและนำของกลางกลับมายัง สน.เรือมุกดาหาร เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย​ต่อไป

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / คลื่นแนวหลัง แห่มอบของให้กำลังใจทหารปราสาทตาเมือนธมไม่ขาดสาย เจ้าของเคกแบรนด์ดัง มาสเตอร์เค้ก รุดมอบขนมเค้กจำนวน 1,000 กล่องให้กำลังใจ จนท.ทหาร

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 7 มิ.ย.68 เวลา 15.00 น.ผู้สื่อข่าวรายงานถึงสถานการณ์ชายแดนด้าน จ.สุรินทร์ โดยเฉพาะที่ปราสาทตาเมือนธม ต.ตาเมียง อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ พบว่าตลอดทั้งวันมีประชาชนนำสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภคและน้ำดื่ม มามอบให้กับเจ้าหน้าที่ทหารในพื้นที่กันอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน รวมทั้งยังถือโอกาสเข้าไปเที่ยวชมตัวปราสาทตาเมือนธมอย่างคึกคักอีกด้วย โดยไม่สนใจกับสถานการณ์ตึงเครียดที่เกิดขึ้นอีกด้วยขณะที่ เวลาประมาณ 15.00 น.นายบุญมี อาสาศร เจ้าของผลิตภัณฑ์แบรนด์”มาสเตอร์เค้ก ชื่อดัง หรือฉายา”มาสเตอร์เค้กสัญจรทั่วไทย”เป็นชาวจังหวัดปทุมธานีอดีตเชฟโรงแรม ช่วงโควิดระบาดผันตัว

ออกจากโรงแรมหันมาทำเค้กเดินสายขายหิ้วไป ตามบริษัทและหน่วยงานต่างๆจนประสบความสำเร็จในการทำอาชีพขนมเค้ก แลพกลายมาเป็นเจ้าของธุรกิจผลิตภัณฑ์เค้กแบรนด์มาสเตอร์เค้กชื่ดังในวันนี้ได้ถือโอกาส ช่วงสถานการณ์ชายแดนดังกล่าว เดินทางจากจังหวัดปทุมธานี เพื่อนำเค้กอร่อยอร่อย ประกอบด้วย ขนมเค้ก เค้กช็อกโกแลต เค้กหน้าฝอยทอง หน้าคอฟฟี่ครีม เค้กหน้าแยม และเค้กผลไม้ จำนวน 1,000 กล่อง คิดเป็นเงินมูลค่า กว่า 100,000 บาท มามอบให้พี่น้องทหารกล้าของไทย ที่บริเวณปราสาทตาเมือนธม ได้ทานและลิ้มลองรสชาติเค้กจากเชฟระดับโรงแรม 5 ดาว และที่สำคัญเพื่อให้กำลังใจให้พี่น้องเจ้าหน้าที่ทหารชายแดนที่ช่วยดูแลรักษาอธิปไตย

โดยเจ้าหน้าที่ทหารต่างพากันชิมเค้กและมีการป้อนเค้กเข้าปากกันอย่างเอร็ดอร่อยอีกด้วย ขณะที่ประชาชนบางราย ต่างถือโอกาสพากันขอถ่ายภาพและให้กำลังจนท.ทหารคนดัง ที่ยืนประจันหน้าโต้เถียงกับทหารกับพูชาตามที่ปรากฎเป็นคลิปในโลกโซเชี่ยลที่ผ่านมา ด้วยบรรยากาศที่อบอุ่นเป็นอย่างยิ่งส่วนบรรยากาศที่ประตูด่านจุดผ่านแดนถาวรช่องจอม อ.กาบเชิงฯตลอดทงั้วันพบว่า เป็นไปอย่างเงียบเหงา ชาวกัมพูชาและชาวไทยเดินทางเข้าออกตามปรกติ แต่บางตาลง จะมีการอนุญาตให้เฉพาะผู้ที่มีความจำเป็นเท่านั้นที่สามารถผ่านเข้า-ออกด่านได้ เช่นรถขนส่งสินค้า

สินค้าที่จำเป็นต่างๆ ผู้ป่วย ผู้ที่มาทำธุรกิจค้าขาย โดยมีทหารประจำฐานกลางเป็นผู้คัดกรองอย่างเข้มงวด ส่วนเรื่องมาตรการเปิด-ปิดด่านชายแดนช่องจอม จนท.ในพื้นที่ยังไม่ได้รับหนังสือคำสั่งเกี่ยวกับมาตรการต่างๆที่จะตอบโต้ประเทศกัมพูชาแต่อย่างใด ขณะที่พ่อค้าแม่ค้าชาวกัมพูชาบางราย ได้ปิดร้านค้าที่ตลาดการค้าชายแดนช่องจอม เดินทางกลับไปยังประเทศกัมพูชาเพื่อรอให้สถานการณ์ปกติก่นจึงค่อยกลับมาเปิดร้าน แต่ส่วนใหญ่ยังคงเปิดร้านค้าขายกันอยู่ ท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบเหงา ประชาชนและนักท่องเที่ยวไม่กล้าเข้ามาเที่ยวซื้อสินค้าเหมือนเช่นเดิม เนื่องจากยังไม่มั่นใจในสถานการณ์ชายแดน

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตำรวจบึงกาฬ จัดอบรมโครงการสร้างจิตสำนึกฯ ความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ปลูกฝังความรักชาติ รุ่นที่ 3/2568

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 68 เวลา 09.30 น. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองบัญชาการตำรวจสันติบาล โดย พ.ต.อ.ชัชวาลย์ หมั่นนอก ผู้กำกับการ2 กองบังคับตำรวจสันติบาล 1 พ.ต.ท.พิพัฒน์ เจริญเดชธนกิจ สารวัตรหัวหน้าหน่วย ตำรวจสันติบาลบึงกาฬ พร้อมตำรวจในสังกัดได้จัดกิจกรรมการอบรมโครงการสร้างจิตสำนึกฯ รุ่น 3/68 ณ หอประชุมโรงเรียนหนองยองพิยาคม รัชมังคลาภิเษก ต.หนองยอง อ.ปากคาด จ.บึงกาฬ โดยมีผู้เข้าอบรม เป็น นักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย โรงเรียนหนองยองพิทยา รัชมังคลาภิเษก จำนวน 100 คน พร้อมเข้ารับการอบรมฯ พร้อมโหลด QR Code เพื่อร่วมเป็นแหล่งข่าว

โดยมี นายจิรศักดิ์ แก้ววันทา ผู้อำนวยการโรงเรียนหนองยองพิทยาคม รัชมังคลาภิเษก เป็นประธานเปิดพิธีฯ ขึ้นจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย และถวายความเคารพพระบรมฉายาลักษณ์ พร้อมโหลด QR Code พร้อมครู อาจารย์ เพื่อร่วมเป็นแหล่งข่าว ตามคำสั่งผู้บังคับบัญชา โดยให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ได้กล่าวว่า ประเทศไทยเป็นประเทศเดียว ที่เรียก ระบอบการปกครอง ประชาธิปไตย โดยต่ด้วย “อันมีพพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข” เหตุผลพื้นฐานมาจากรากฐานของสังคมไทยที่ดคารพ เทิดทูลสถาบันพระมหากษัตริย์ ที่ประชาชนชาวไทยรับการปลูกฝัง เรื่องสถาบันพระมหากษัตริย์มา

ตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบัน พระมหากษัตริย์ทรงได้ปกครองแผ่นดินด้วยทศพิธราชธรรม ทรงบำบัดทุกข์ บำรุงสุขของประชาชน พระราชกรณียกิจที่สำคัญ ใน พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 พระมหากษัตริย์ที่เปี่ยมด้วยพระอัจฉริยภาพและความสามารถทางด้านการศึกษา การทหาร กีฬา ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และอื่นๆ พระองค์ทรงอุทิศพระวรกายในการประกอบพระราชกรณียกิจต่างๆ มากมาย มาตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ เริ่มตั้งแต่การเสด็จพระราชดำเนินไปยังภูมิภาคต่างๆ ทอดพระเนตรความเป็นอยู่ และทุกข์สุขของราษฎร เพื่อเรียนรู้แนวทางการพระราชทานความช่วยเหลือ ทั้งการพัฒนาอาชีพ พัฒนาแหล่งน้ำ และชีวิตความเป็นอยู่ของราษฎรผู้ยากไร้ในถิ่นทุรกันดาร

พ.ต.ท.พิพัฒน์ เจริญเดชธนกิจ สารวัตรหัวหน้าหน่วยตำรวจสันติบาลบึงกาฬ กล่าววัตถุประสงค์ และรับชมวีดิทัศน์ การเสด็จขึ้นครองราชย์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบัน และวีดิทัศน์บทบาทของตำรวจสันติบาล ซึ่งโครงการสร้างจิตสำนึกต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ มีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อ

รณรงค์สร้างจิตสำนึกและค่านิยมให้มีความเคารพรัก เทิดทูน ปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจและตระหนักว่าบรรพบุรุษของไทย โดยเฉพาะพระมหากษัตริย์ได้เอาเลือดเนื้อต่อสู้เพื่อให้ไทยเป็นชาติที่มีเอกราช และอธิปไตยมาตราบจนทุกวันนี้ และเพื่อให้นักเรียน นักศึกษา เข้ามามีส่วนร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยจัดตั้งเครือข่ายครอบคลุมทุกสาขาอาชีพ

อีกทั้งเพื่อให้เกิดความเข้มแข็งและสนับสนุนเครือข่ายภาคประชาชนในการแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ต่อต้านภัยคุกคามต่างๆ ที่กระทบต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ร่วมมือสอดส่องและป้องกันภัย ร่วมแก้ไขผลเสียหายที่จะกระทบต่อความมั่นคงของสถาบันพระมหากษัตริย์ เพื่อเผยแพร่ และส่งเสริมเครือข่ายภาคประชาชนให้ปฏิบัติตามพระบรมราโชวาท พระราชดำริ และพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อยึดถือเป็นหลักปฏิบัติในการพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้ายิ่งขึ้น และเพิ่มประสิทธิภาพในการสร้างจิตสำนึกให้เกิดความจงรักภักดี

การปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ ได้ดำเนินโครงการสร้างจิตสำนึกต่อสถาบันพระมหากษัตริย์เพื่อให้ความสำคัญ ส่งเสริม ตลอดจนสร้างกระบวนการสร้างเครือข่ายภาคประชาชน ให้เข้ามามีส่วนปลูกฝังสร้างจิตสำนึก ค่านิยม ให้เกิดความจงรักภักดี ปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ อีกทั้งให้ความสำคัญกับการประเมินผลสัมฤทธิ์ของการดำเนินโครงการที่ผ่านมา เพื่อให้เกิดความเข้าใจการดำเนินกิจกรรมร่วมกันของเยาวชน เครือข่ายภาคประชาชนกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาล ที่จะมีผลให้เกิดความร่วมมืออันสูงสุดในการเพิ่มประสิทธิภาพในการสร้างจิตสำนึก ค่านิยม ให้เกิดความจงรักภักดี และปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ให้อยู่คู่กับปวงชนชาวไทยตลอดไป
ข่าว/ภาพ ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล จ.บึงกาฬ รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รองแม่ทัพ “ณัฏฐ์” นำทีมทหารไทยเจรจากัมพูชา สำเร็จ! คลี่คลายสถานการณ์ช่องบก กลบคูเลต คืนสู่สภาพเดิม ก่อนประชุม JBC

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2568 พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า ฝ่ายกัมพูชา โดย พลโท สรัย ดึก รองผู้บัญชาการทหารบก และผู้บัญชาการกองพล

สนับสนุนที่ 3 ได้เชิญฝ่ายทหารไทย นำโดยพลตรี ณัฏฐ์ ศรีอินทร์ รองแม่ทัพภาคที่ 2 พร้อมด้วย

พลตรี สมภพ ภาระเวช ผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี เข้าร่วมหารือ เพื่อเจรจาเกี่ยวกับกรณีปัญหาการรุกล้ำดินแดนในพื้นที่บริเวณช่องบก

จากการหารือเบื้องต้น ทั้งสองฝ่ายได้บรรลุข้อตกลงในประเด็นสำคัญ คือ ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบการปรับการวางกำลังให้กลับไปสู่แนววางกำลังเดิมเมื่อปี พ.ศ.

2567 เพื่อลดการเผชิญหน้า พร้อมทั้งกลบคูติดต่อ(คูเลต) กลับไปสู่สภาพเดิม สร้างบรรยากาศที่เกื้อกูลต่อการประชุม JBC ใน 14 มิ.ย. 68 ซึ่งเป็นช่องทางในการหารือแนวทางบริหารจัดการพื้นที่ชายแดนอย่างยั่งยืนต่อไป

นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องร่วมกันที่จะใช้ กลไกคณะกรรมการชายแดน
ส่วนท้องถิ่น เป็นช่องทางหารือการแก้ไขปัญหาระดับพื้นที่อย่างต่อเนื่องในอนาคต

ขณะที่ พลตรี ณัฏฐ์ ได้โพสต์ทาง facebook ว่า คุยกันอย่างลูกผู้ชาย…ไม่เสียเลือดเนื้อ ไม่เสียความสัมพันธ์ ไม่เสียเศรษฐกิจ …ชนะโดยไม่ต้องรบ…บันทึกไว้ ณ วันที่ 8 มิ.ย.68 ณ ช่องอานม้า และช่องบก อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานีชายแดน

ไทยกัมพูชา #MOU43 #ณัฏฐ์ศรีอินทร์ #รองแม่ทัพภาค2 #ความมั่นคงชายแดน #ปัญหาเขตแดน #JBC #ศาลาตรีมุข #ข่าวการเมือง #ข่าวด่วน #ทหารไทย

#ทหารกัมพูชา #ทหารเขมร #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด #ไทย #กัมพูชากองทัพบก #ไทยกัมพูชา #ชายแดนไทยกัมพูชา #ช่องบก #ความมั่นคง #ข่าวทหาร #ความร่วมมือชายแดน​

เดวิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ปศุสัตว์ชุมพร ตรวจสอบ โรงเชือดเนื่องในวันอีฎิ้ลอัฎฮา (วันเชือดพลีทาน)

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 8 มิถุนายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงาน จากนายสัตวแพทย์พิชัย โพธิ์กระสังข์ นายสัตวแพทย์ชำนาญการพิเศษ หัวหน้ากลุ่มพัฒนาสุขภาพสัตว์ซึ่งเป็นพนักงานตรวจโรคประจำโรงงานฯ ใน วันที่ 7 มิถุนายน 2568 เวลา 08.30 – 16.30 น. ณ โรงฆ่าสัตว์เพื่อการส่งออก

ของ บริษัท ดี แอนด์ แซด คอนซัลแตนท์ จำกัด ( D and Z Consultant )จำกัด เลขที่ 262 หมู่ 7 ตำบลสลุย อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดชุมพร

ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบการเคลื่อนย้ายสัตว์เข้าสู่โรงฆ่าสัตว์เนื่องในโอกาสวันสำคัญทางศาสนาอิสลาม “วันอีฎิ้ลอัฎฮา” หรือที่เรียกอีกชื่อว่า “วันเชือดพลีทาน” ซึ่งตรงกับวันปีใหม่ของอิสลามปีนี้

โดยนายสัตวแพทย์เดชา จิตรภิรมย์ ปศุสัตว์จังหวัดชุมพร ได้มอบหมายให้นายสัตวแพทย์พิชัย โพธิ์กระสังข์ นายสัตวแพทย์ชำนาญการพิเศษ หัวหน้ากลุ่มพัฒนาสุขภาพสัตว์ซึ่งเป็นพนักงานตรวจโรคประจำโรงงานฯเป็นพนักงานเจ้า

หน้าที่ตามพระราชบัญญัติควบคุมการฆ่าสัตว์เพื่อการจำหน่ายเนื้อสัตว์ พ.ศ 2559 และเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ ปีพ.ศ 2558 เป็นผู้แทนเข้าตรวจสอบการเคลื่อนย้ายและสุขภาพสัตว์ประเภทโคเนื้อที่ถูกส่งเข้ามายังโรงฆ่าสัตว์ดังกล่าว ซึ่งมีจำนวนมากเพื่อประกอบพิธีกรรมทางศาสนาอิสลาม

จากการตรวจสอบพบว่า สัตว์ทั้งหมดได้ถูกเคลื่อนย้ายเข้ามาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย มีเอกสารครบถ้วน สุขภาพร่างกายแข็งแรง ไม่มีอาการเจ็บป่วยหรือเข้าข่ายโรคระบาด สอดคล้องกับหลักสุขอนามัยและมาตรฐานของกรมปศุสัตว์

การเชือดสัตว์ในวันนี้เป็นส่วนหนึ่งของพิธีกรรม “กุรบาน” ซึ่งเป็นการระลึกถึงความศรัทธาและความเสียสละของท่านศาสดาอิบรอฮีม (อับราฮัม) ที่ยอมทำ

ตามพระบัญชาของพระผู้เป็นเจ้าโดยการเชือดบูชายัญสัตว์แทนบุตรชาย ซึ่งเป็นเรื่องราวที่มีความสำคัญสูงสุดเรื่องหนึ่งในศาสนาอิสลาม

พิธีการเชือดพลีทานนี้จะดำเนินการในช่วงวันที่ 7 – 9 มิถุนายน 2568 ซึ่งตรงกับช่วงเวลาสำคัญหลังจากเทศกาลฮารีรายอ (อีฎิ้ลฟิฏริ) ไปแล้ว 3 เดือน โดยเนื้อสัตว์ที่เชือดจะถูกแบ่งออกเป็น 7 ส่วนเท่า ๆ กัน เพื่อนำไปแจกจ่ายให้แก่ผู้ร่วมพิธี คนยากจน และผู้ที่ขาดแคลน เป็นการแสดงถึงความเมตตา ความมีน้ำใจ และความยุติธรรมต่อสังคม ตามหลักคำสอนของศาสนาอิสลาม

สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดชุมพร ขอยืนยันถึงความพร้อมในการสนับสนุนให้การดำเนินกิจกรรมทางศาสนาในพื้นที่เป็นไปอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ มีมาตรฐานด้านสุขภาพสัตว์ และเป็นไปตามหลักศาสนบัญญัติอย่างเคร่งครัด เพื่อประโยชน์ต่อประชาชนและสังคมโดยรวม

ธนากร โกศลเมธี ภาพ/ข่าว รายงาน 08189235141

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กลุ่มพลังมวลชนศรีสะเกษ แสดงพลังรักชาติไทย ทวงคืนปราสาทเขาพระวิหาร สนับสนุนทหารตัดน้ำ ตัดไฟ ตัดระบบสื่อสารทุกชนิด และไล่แรงงานกลับ

แชร์เนื้อหานี้


ค่ำของวันที่ 8 มิถุนายน 2568 ที่ ลานเอนกประสงค์ วงกลมเสาธงหน้าสถานีรถไฟศรีสะเกษ ได้มีกลุ่มพลังมวลชน ผู้รักชาติ สวมเสื้อสีขาว ออกมาแสดงพลังรักชาติ รักแผ่นดิน นำโดย นายทิวา รุ้งแก้ว ประธานชมรมคนรักในหลวงจังหวัดศรีสะเกษ, นายวีระ สุดสังข์ ศิลปินนักเขียนภาคอีสาน และสมาชิกกลุ่มพลังมวลชนกว่า 100 คน ได้มาถือป้าย อ่านแถลงการณ์ ร่วมกันออกความเห็นในความเป็นประเทศไทย ในความเป็นคนศรีสะเกษ ที่ถูกผู้นำของประเทศกัมพูชา อ้างตนว่าเป็นประเทศที่อ่อนแอกว่าไทย อ้างว่าเป็นประเทศที่ด้อยพัฒนา

ยังต้องอาศัยความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่การดูแลจากต่างชาติ โดยเฉพาะประเทศไทย ที่มีพื้นที่ดินแดนอยู่ติดกัน แต่ความประพฤตินั้นสุดแสบ ขี้โกง ไม่มีความซื่อสัตย์ ไม่มีความกตัญญูต่อประเทศที่ดูแล พร้อมที่จะหักหลังได้ตลอดเวลา อย่างเช่นที่ผ่านๆ มา จังหวัดศรีสะเกษ ประเทศไทย ได้ยินยอมโอนอ่อนผ่อนตาม ในการมาบุกมายึดดินแดน นับตั้งแต่ปราสาทเขาพระวหาร ต่อมาตรงดินแดนด้านล่าง ลานขายสินค้า จนมาถึงประตูเหล็ก บันไดขั้นแรก และไม่นานมานี้ก็นำข้อพิพากษาชายแดนเข้าสู่ศาลโลก จนทำให้ปราสาทเขาพระวิหาร และพื้นที่ตามแนวชายแดน

ให้ศาลโลก มีคำตัดสินให้ 2 ประเทศช่วยกันดูแล พัฒนาร่วมกัน แต่วันนี้ยังมาบุกช่องบก รุกพื้นที่ชายแดน จนทำให้เกิดการปะทะกัน พร้อมการใส่ร้ายป้ายสี ว่าทหารไทย เป็นผู้ที่ยิงก่อน ก่อนที่จะออกแถลงการณ์ จะใช้ความพยายามลากไทยขึ้นศาลโลกอีกครั้ง กับ 4 จุดชายแดน ว่าเป็นของตนอีก
ทั้ง นายทิวา รุ้งแก้ว ประธานชมรมคนรักในหลวงจังหวัดศรีสะเกษ และนายวีระ สุดสังข์ ศิลปินนักเขียนภาคอีสาน ได้ร่วมกับทุกท่าน ได้ร่วมกันร้องเพลงชาติไทย ต่อหน้าประชาชน ที่มาให้กำลังใจ ในการแสดงออกถึงจุดยืนของจังหวัดศรีสะเกษ ใน 3 เรื่อง 3 ประเด็นใหญ่ๆ คือ

1.การให้กำลังใจทหารของไทย ด้วยคำว่า ไทยนี้รักสงบ แต่ถึงรบไม่ขลาด เอกราชจะไม่ยอมให้ใครข่มขี่ ขอเป็นกำลังสำหรับทหาร ตำรวจ อาสาสมัครทหารพราน และเจ้าหน้าที่ที่อยู่ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา 2.เครือข่ายชุมชนคนศรีสะเกษ ขอแสดงพลัง ให้กำลังใจ แพทย์สภาฯ 3.เขาพระวิหาร เป็นของไทย เขมรจัญไร เอาคืนมา จากเครือข่ายชุมชน คนศรีสะเกษ ต้องการให้ศาลโลก ลงมาดูพื้นที่จริง ทบทวนการพิจารณาครั้งก่อน ว่าแท้จริงแล้ว ปราสาทพระวิหาร ทางขึ้นอยู่ฝั่งไทย หากขึ้นฝั่งกัมพูชา ต้องใช้บันไดลิง พร้อมกันนี้อยากขอเรียกร้องให้คนไทยทุกจังหวัด ทั่วประเทศ

แสดงพลังในการรักชาติ ขับไล่แรงงานเขมรออกจากประเทศไทย และเห็นด้วยกับ แม่ทัพภาคที่ 2 ที่จะตัดน้ำ ตัดไฟ ตัดอินเตอร์เน็ต ที่ข้ามไปฝั่งกัมพูชา เพราะวันนี้กัมพูชา ไม่ซื่อสัตย์กับไทย ไม่ใช่เพื่อนบ้านที่ดีอีกต่อไป
จากนั้น กลุ่มพลังมวลชน เครือข่ายคนศรีสะเกษ ได้ร่วมกัน ร้องแพลงชาติไทย ให้ดังกึกก้องไปทั่วทั้งแผ่นดิน ดังไกลลงไปยังผืนแผ่นดินกัมพูชา ให้รับรู้ว่า คนไทยจะไม่ยอมให้ใครมารุกรานได้อีกต่อไป จะไม่ยอมให้ใครมาโกงเอาแผ่นดินไทยไป แม้แต่เสี้ยวตารางผงทุลีเดียว
////////////////////////
ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ฉก.ทหารพราน 2107 มุกดาหาร ยึดบุหรี่-เบียร์-บุหรี่ไฟฟ้า ลักลอบนำเข้าข้ามแม่โขง /ตำรวจมุกดาหารสกัดจับยาบ้ากว่า 178,000 เม็ดซุกริมถนนเลี่ยงเมือง

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2568 เจ้าหน้าที่กองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2107 ชุดปฏิบัติการที่ 2 บ้านนาโพธิ์ อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร ตรวจยึดสินค้าต้องห้ามลักลอบนำเข้าจาก สปป.ลาว

บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง พื้นที่ บ้านนาโพธิ์ หมู่ที่ 6 ตำบลโพธิ์ไทร พบกระสอบถุงปุ๋ยสีส้มเธอวางอยู่ริมแม่น้ำโขง ตรวจสอบภายในพบ เบียร์ต่างประเทศ จำนวน 1 ลัง (24 กระป๋อง) บุหรี่ต่างประเทศ จำนวน 7 ห่อ (70 ซอง) และ บุหรี่ไฟฟ้า ยี่ห้อ Lsmbelee จำนวน 5 เครื่อง

ไม่พบผู้กระทำผิดในที่เกิดเหตุ จึงได้ทำการตรวจยึดไว้เป็นของกลางและนำของส่งพนักงานสอบสวน สภ.ดอนตาล เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย ต่อไปข่าวมุกดาหาร #ชายแดนแม่น้ำโขง

ลอบนำเข้า #ทหารพราน #ตรวจยึดของกลาง #บุหรี่เถื่อน #บุหรี่ไฟฟ้า #เบียร์ต่างประเทศ #ดอนตาล #ฉกทพ2107​ ภาพ/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

ตำรวจมุกดาหารสกัดจับยาบ้ากว่า 178,000 เม็ดซุกริมถนนเลี่ยงเมือง

เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2568 เวลาประมาณ 17.30 น. พ.ต.ท.เจษฎากร ไชยศรีหา สารวัตรสืบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ได้รับแจ้งจากสายลับว่าอาจมีการลักลอบรับ-ส่งยาเสพติดบริเวณถนนเลี่ยงเมืองมุกดาหาร พื้นที่ตำบลนาสีนวน อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร

จึงได้รายงานผู้บังคับบัญชาพ.ต.อ.ประยุทธ์ เรือนทองคํา ผกก.สภ.เมืองมุกดาหาร , พ.ต.ท.ฉัตรมงคล บุญกลาง รอง ผกก.สส.สภ.เมืองมุกดาหาร และลงพื้นที่ตรวจสอบตั้งแต่เวลา 18.00 น. กระทั่งเวลา 21.00 น. ตรวจพบกระสอบปุ๋ยวางทิ้งไว้ริมถนนใกล้ทางเข้าบ้านนาเตย จำนวน 2 กระสอบ เป็นกระสอบปุ๋ยสีเขียวและสีขาว ภายในบรรจุยาบ้ารวมทั้งหมด 30 ห่อ

จากการตรวจสอบโดยละเอียด พบว่ายาบ้าแต่ละห่อมีลักษณะพันด้วยกระดาษสีขาว มีตัวอักษร A สีเขียว และเทปกาวสีน้ำตาล โดยรวมแล้วพบยาบ้าทั้งหมดประมาณ 178,000 เม็ด แบ่งเป็นยาบ้าเม็ดสีแดง WY จำนวน 176,220 เม็ด และเม็ดสีเขียวอักษร Y1 จำนวน 1,780 เม็ด จึงได้ตรวจยึดของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร เพื่อดำเนินการสืบสวนหาตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

จับยาบ้า #ยาเสพติด #ตำรวจมุกดาหาร #ชุดสืบสวน #สถานีตำรวจภูธรเมืองมุกดาหาร #ยาบ้า178000เม็ด #มุกดาหาร #ข่าวอาชญากรรม #ข่าวภาคอีสาน #ข่าววันนี้​ ภาพ/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​