สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /พิธีรับรางวัลลูกโลกสีเขียว ประเภทสิปปนนท์ เกตุทัต รางวัลแห่งความยั่งยืน ครั้งที่23/ 2568 ณ สถาบันลูกโลกสีเขียว / ธ.ก.ส. ผนึก ซีพีน่าน เดินหน้าเสริมองค์ความรู้ หนุนปลูกผักมูลค่าสูงเพิ่มรายได้ เมื่อเร็วๆ นี้

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 25มิถุนายน 2568 นำโดยผู้ใหญ่นัยนา ฑีฆาวงค์ พร้อมด้วยคณะกรรมการหมู่บ้าน ได้เข้าพิธีรับรางวัลลูกโลกสีเขียว ประเภทสิปปนนท์ เกตุทัต รางวัลแห่งความยั่งยืน ครั้งที่23/ 2568 ณ สถาบันลูกโลกสีเขียว 🌱

ชุมชนที่มีผลงานดีเด่นในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อย่างต่อเนื่องและผ่านการประเมินในรอบ 5 ปี ประเภทสิปปนนท์ เกตุทัต รางวัลแห่งความยั่งยืน ในวันที่ 25 มิถุนายน 2568 ณ อาคารสำนักงานใหญ่ ปตท. กรุงเทพฯ

🏆 ประเภทสิปปนนท์ เกตุทัต รางวัลแห่งความยั่งยืน

ชุมชนบ้านห้วยหาด ตำบลอวน อำเภอปัว จังหวัดน่าน
🌱ชุมชนบ้านห้วยหาด ชุมชน ห้วยหาด อำเภอปัว จังหวัดน่าน
ผลงานรางวัลลูกโลกสีเขียว ครั้งที่ 23
ประเภทสิปนนท์ เกตุทัต รางวัลแห่งความยั่งยืน

บทเรียนแห่งการปรับตัว ฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม และพัฒนาอย่างยั่งยืน
.ท่ามกลางหุบเขาในอำเภอปัว จังหวัดน่าน ชุมชนบ้านห้วยหาด ซึ่งเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ไทลื้อ เคยใช้ชีวิตเรียบง่ายภายใต้ระบบนิเวศที่อุดมสมบูรณ์ ป่าไม้และลำน้ำห้วยหาดเป็นแหล่งอาหารแหล่งน้ำของชุมชน แต่เมื่อการทำเกษตรเชิงเดี่ยวเข้ามา พื้นที่ป่าถูกแปรสภาพเป็นไร่ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ การใช้สารเคมีอย่างหนักส่งผลให้แหล่งน้ำปนเปื้อนจนไม่สามารถใช้บริโภคได้ ความหลากหลายทางชีวภาพลดลง สัตว์น้ำและพืชป่าหายไป คนในชุมชนเริ่มเผชิญกับปัญหาสุขภาพและหนี้สิน จุดเปลี่ยนและการตระหนักรู้

เมื่อชาวบ้านพบว่าแหล่งน้ำที่เคยใสสะอาดกลายเป็นน้ำที่ใช้ไม่ได้ และต้องซื้อจากภายนอก พวกเขาเริ่มตระหนักถึงผลกระทบจากการพึ่งพาเกษตรเชิงเดี่ยวที่ใช้สารเคมีสูง อีกทั้งยังพบว่าสารพิษตกค้างในร่างกายของคนในชุมชนสูงเกินค่ามาตรฐาน ความอยู่รอดของชุมชนไม่สามารถพึ่งพาแนวทางเดิมได้อีกต่อไป บ้านห้วยหาดจึงตัดสินใจปรับเปลี่ยนแนวทางการพัฒนา มุ่งสู่การฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ ควบคู่กับการสร้างเศรษฐกิจที่ยั่งยืน
.จากไร่ข้าวโพดสู่การฟื้นฟูป่าและเกษตรอินทรีย์
ด้วยความร่วมมือของคนในชุมชน บ้านห้วยหาดได้เลิกปลูกข้าวโพด หันมาทำเกษตรผสมผสาน และ ฟื้นฟูป่าและลำน้ำห้วยหาด ชาวบ้านเริ่มปลูกป่าทดแทน ทำแนวกันไฟป่า และสร้างฝายชะลอน้ำกว่า 20 แห่งเพื่อรักษาระบบนิเวศ การฟื้นฟูแหล่งต้นน้ำกลายเป็นภารกิจสำคัญ ของชุมชน พวกเขาออกลาดตระเวนป่า ปลูกต้นไม้ริมลำห้วย และมีการบวชป่าเพื่อสร้างจิตสำนึกในการดูแลทรัพยากร

ผลที่เกิดขึ้นคือ แหล่งน้ำของบ้านห้วยหาดกลับมามีคุณภาพดีขึ้นเรื่อย ๆ จนสามารถนำมาใช้ผลิตน้ำดื่มสะอาดให้กับคนในชุมชนได้ ซึ่งช่วยให้ชาวบ้านเข้าถึงน้ำสะอาดโดยไม่ต้องซื้อจากภายนอก อีกทั้งยังจำหน่ายให้กับพื้นที่ใกล้เคียง สร้างรายได้หมุนเวียนในชุมชน
นอกจากนี้ การอนุรักษ์แหล่งน้ำยังส่งผลให้ “ปลามัน” ซึ่งเป็นปลาพื้นถิ่น เคยหายไปจากลำน้ำห้วยหาด กลับมาเพิ่มจำนวนขึ้น และกลายเป็นแหล่งอาหารและรายได้สำคัญของชุมชน
การพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนจากฐานทรัพยากรท้องถิ่น
เมื่อป่าฟื้น น้ำกลับมาใสสะอาด ชุมชนก็สามารถพัฒนาทางเศรษฐกิจโดยใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างยั่งยืน โดยมี
กลุ่มวิสาหกิจชุมชน เช่น การทอผ้าไทลื้อที่ใช้สีจากเปลือกไม้ธรรมชาติ การทำไม้กวาดดอกก๋ง จักสาไม้ไผ่ และแปรรูปสมุนไพรจากป่าชุน
การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ โดยเปิดโฮมสเตย์ต้อนรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเรียนรู้วิถีชีวิตพอเพียง ชิมอาหารชุมชน และสัมผัสธรรมชาติ
เกษตรอินทรีย์ ชุมชนหันมาทำนาขั้นบันได เลี้ยงปลา เลี้ยงไก่ และปลูกพืชผักปลอดสารพิษ

บทเรียนของบ้านห้วยหาด : เมื่อชุมชนเป็นผู้กำหนดอนาคตของตนเอง
สิ่งที่เกิดขึ้นที่บ้านห้วยหาดไม่ใช่เพียงแค่การฟื้นฟูธรรมชาติ แต่คือการคืนความมั่นคงให้กับวิถีชีวิต และเศรษฐกิจชุมชน เมื่อคนในชุมชนสามารถร่วมกันคิด วิเคราะห์ และหาทางออกจากวิกฤตโดยไม่ต้องพึ่งพาปัจจัยภายนอกมากนัก
บ้านห้วยหาดในวันนี้เป็นหมู่บ้านที่พึ่งพาตนเองได้ จากชุมชนที่เคยต้องซื้อน้ำจากภายนอก พวกเขากลับสามารถผลิตน้ำดื่มของตนเองได้ จากชุมชนที่เคยต้องพึ่งพาเกษตรเชิงเดี่ยว วันนี้พวกเขามีเศรษฐกิจหมุนเวียนที่เกิดจากทรัพยากรที่ดูแลด้วยมือของตัวเอง

นี่คือบทเรียนของการพัฒนาอย่างยั่งยืน เมื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและการพัฒนาเศรษฐกิจสามารถไปด้วยกันได้ หากการจัดการทรัพยากรเป็นไปอย่างรู้คุณค่าและมีส่วนร่วมจากคนในชุมชน

สถาบันลูกโลกสีเขียว #รางวัลลูกโลกสีเขียว #บ้านห้วยหาด #ชุมชนบ้านห้วยหาด/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

ธ.ก.ส. ผนึก ซีพีน่าน เดินหน้าเสริมองค์ความรู้ หนุนปลูกผักมูลค่าสูงเพิ่มรายได้ เมื่อเร็วๆ นี้ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ได้ร่วมกับ เครือเจริญโภคภัณฑ์ โดยสำนักงานด้านความยั่งยืนและพัฒนาชุมชน จังหวัดน่าน (ซีพีน่าน) ได้ร่วมกับเดินหน้าจัดอบรมหลักสูตรเสริมสร้างศักยภาพให้แก่ลูกหนี้รายย่อย ภายใต้มาตรการพักชำระหนี้ของรัฐบาล ระยะที่ 2 โดยมีเป้าหมายหลักในการยกระดับอาชีพ เพิ่มพูนรายได้ และเสริมทักษะการผลิต เพื่อให้เกษตรกรและผู้ประกอบการรายย่อยสามารถกลับมาชำระหนี้ได้อย่างยั่งยืน

นายบัญชา โชติกำจร ผู้อำนวยการสำนักงานด้านความยั่งยืนและพัฒนาชุมชน จ.น่าน เครือเจริญโภคภัณฑ์ เปิดเผยว่า โครงการนี้จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 มุ่งเน้นการอบรมเชิงปฏิบัติการที่ช่วยฟื้นฟูทักษะด้านการประกอบอาชีพ และส่งเสริมการผลิตแบบ

“ทำน้อย ได้มาก” ผ่านแนวคิด “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” ตัวอย่างเช่น การแนะนำการปลูกพืชมูลค่าสูงอย่างผักสลัด ผักเคล และผักสวนครัวปลอดภัย รวมถึงการพัฒนาอาชีพเดิมให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นด้วยการลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต และยกระดับมาตรฐานสินค้าเพื่อการแข่งขันในตลาดที่มีมูลค่าสูง

ปัจจุบันมีลูกค้า ธ.ก.ส. ที่ได้เข้ารับการอบรมผ่าน “โครงการซีพีความดี ชุมชนยั่งยืน” จ.น่าน ไปแล้วรวม 1,725 ราย โดย ธ.ก.ส. ได้ให้การสนับสนุนสินเชื่อฟื้นฟูอาชีพในวงเงินไม่เกิน 100,000 บาทต่อราย ด้วยอัตราดอกเบี้ยผ่อนปรน เพื่อให้เกษตรกรสามารถนำไปลงทุนปรับเปลี่ยนการผลิต ขยายอาชีพ ลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ และเสริมศักยภาพในการชำระหนี้หลังสิ้นสุดมาตรการ

ทั้งนี้ “โครงการซีพีความดี ชุมชนยั่งยืน” โดยซีพีน่านและ ธ.ก.ส. ยังคงมุ่งมั่นเดินหน้าจัดกิจกรรมส่งเสริมอาชีพและฟื้นฟูศักยภาพของลูกค้าอย่างต่อเนื่องตลอดปี 2568 เพื่อร่วมกันสร้างงาน สร้างรายได้ และช่วยให้เกษตรกรสามารถหลุดพ้นจากกับดักหนี้ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ลูกเรือประมง ลงห้องเก็บปลา เจอแก๊สเหม็นเน่า ขาดอากาศหายใจดับ 3 ศพ อาการโคม่า 1 ราย

    แชร์เนื้อหานี้

    ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 เมื่อเวลา 16.00 น.วันที่ 28 มิถุนายน 2568 ร.ต.อ.(หญิง)พรอุมา แก้วประดิษฐ์ รอง สว.(สอบสวน)สภ.ปากน้ำชุมพร ได้

    รับแจ้งมีลูกเรือประมง หมดสติอยู่ในห้องเก็บปลาในเรือประมงชื่อ เรือสังข์วัฒนา 5 ขณะเรือจอดอยู่ที่แพปลา หมู่ 8 ตำบลปากน้ำชุมพร อ.เมือง จ.ชุมพร จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ แล้วไปตรวจสอบพร้อมด้วยหน่วยกู้ชีพ กู้ภัย

    ที่เกิดเหตุพบเรือประมงลำดังกล่าวจอดอยู่ที่แพปลา ตรวจสอบภายในห้องเก็บปลาซึ่งเป็นปลาผสมหลายชนิด ที่ชาวประมงเรียกว่าปลาไก่ หรือปลาป่น สำหรับส่งเข้าโรงงานผลิตอาหารสัตว์ ภายในห้องเก็บปลาดังกล่าว มีลูกเรือประมงหมด

    สติอยู่ 4 คน ทราบชื่อภายหลังคือ 1. นายปราโมทย์ สมรูป อายุ 33 ปี 2.นายน้อย เจริญสุข อายุ 45 ปี 3.นายวีรยุทธ สกุลีย์ อายุ 36 ปี และ 4.นายอาทิตย์ วิงสุวรรณ อายุ 28 ปี หน่วยก็ภัยรีบนำขึ้นมาปฐมพยาบาลทำ CPR เบื้องต้น ก่อนนำส่งโรงพยาบาลปากน้ำชุมพร แต่เสียชีวิตในเวลาต่อมา 3 ราย

    ตรวจสอบผู้เสียชีวิตทั้ง 3 ราย คือ นายปราโมทย์ สมรูป อายุ 33 ปี นายน้อย เจริญสุข อายุ 45 ปี และ นายวีรยุทธ สกุลีย์ อายุ 36 ปี เนืองจากขาดอากาศเป็นเวลานาน ส่วนอีกคนคือ นายอาทิตย์ วิงสุวรรณ อายุ 28 ปี อาการโค่มา ยังไม่รู้สึกตัว ทั้งหมดเป็นคน อำเภอเมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์

    จากการสอบสวนทราบว่า เรือสังข์วัฒนา 5 ได้เข้ามาจอดเทียบท่าที่แพปลาปากน้ำชุมพร จากนั้นลูกเรือทั้ง 4 คน ได้ลงไปช่วยกันขนปลาที่จับมาได้ซึ่งเป็นปลาผสมหลายชนิด หรือที่เรียกว่าปลาไก่ อยู่ในห้องเก็บปลา ที่ใช้น้ำแข็งดองไว้ เพื่อ

    ขายให้โรงงาน ซึ่งภายในห้องดังกล่าวมีกลิ่นเหม็นเน่าจากปลาที่ดองน้ำแข็งเก็บไว้นานหลายวันกว่าจะเข้าเทียบท่า ทำให้เกิดเป็นแก๊สเน่า มีกลิ่นเหม็นฉุน จนเป็นเหตุให้ชาวประมงทั้ง 4 ราย ขาดอากาศหายใจเสียชีวิต 3 ศพ และมีอาการโคม่า 1 รายดังกล่าว

    ขณะที่พนักงานสอบสวนได้รวมรวมพยานหลักฐานและสอบปากคำพยานบุคคลและเก็บพยานแวดล้อมที่เกี่ยวข้อง เพื่อสรุปสาเหตุที่แท้จริงต่อไป.

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สมโภชและบวงสรวง ศาลหลักเมืองจังหวัดชุมพร สืบสานประเพณี เสริมขวัญกำลังใจประชาชน

    แชร์เนื้อหานี้


    ธนากร โกศลเมธี รายงาน 0818923514
    วันนี้ (27 มิ.ย.68) เวลา 09.30 น. นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร เป็นประธานในพิธีบวงสรวงและสมโภชศาลหลักเมืองจังหวัดชุมพร ประจำปี 2568 พร้อมด้วย นางพณณกร ชูกิตติวิบูลย์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดชุมพร

    ว่าที่ร้อยตรีกิตติภพ รอดดอน รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร นายศรีชัย วีระนรพานิช นายกเทศมนตรีเมืองชุมพร โดยมี ข้าราชการ ศาล ทหาร ตำรวจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชนชาวจังหวัดชุมพร เข้าร่วมประกอบพิธีทางพระพุทธศาสนา และพิธีทางศาสนาพราหมณ์ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชาวชุมพร ณ บริเวณศาลหลักเมืองชุมพร อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร

    สำหรับศาลหลักเมืองจังหวัดชุมพร ตั้งอยู่บริเวณหน้าอาคารสำนักงานเทศบาลเมืองชุมพร เป็นอาคารทรงปราสาท หลังคาจัตุรมุข ยอดปรางค์ ภายในประดิษฐานเสาหลักเมือง ซึ่งทำจากไม้ราชพฤกษ์อายุกว่า 100 ปี ที่ขึ้นอยู่บริเวณวัดถ้ำรับร่อ อำเภอท่าแซะ ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นที่ตั้งของเมืองชุมพรในอดีต ทั้งนี้ เสาหลักเมืองชุมพรได้ประกอบพิธีตัดไม้เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2535

    และได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จฯ วางศิลาฤกษ์เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2535 อีกทั้งได้รับพระบรมราชานุญาตจากพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงสรงน้ำ ทรงเจิม และทรงบรรจุแผ่นยันต์ยอดเสา ก่อนที่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ จะเสด็จฯ เป็นองค์ประธานในพิธีเปิดศาลหลักเมืองอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2535

    โดยภายในงานมีการประกอบพิธีทางพระพุทธศาสนาและพิธีพราหมณ์ รับชมชุดการแสดงรำบวงสรวง ศาลหลักเมืองชุมพร โดยกลุ่มพัฒนาสตรีเทศบาลเมืองชุมพร ชมการบรรเลงเพลงดนตรีไทย“วงอังศุสิงห์” จากนักเรียนโรงเรียนสะอาดเผดิมวิทยา

    เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่จังหวัดและประชาชนชาวชุมพร ศาลหลักเมืองชุมพรถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นศูนย์รวมจิตใจของประชาชน อีกทั้งเป็นสัญลักษณ์แห่งความมั่นคงของบ้านเมือง ซึ่งการจัดพิธีในครั้งนี้ สะท้อนถึงความศรัทธาและการแสดงความกตัญญูต่อแผ่นดิน อีกทั้งเป็นการสืบสานขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของท้องถิ่น อันเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของชาวชุมพรตลอดมา

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สภ.ห้วยยาง ร่วมพิธีบวงสรวง และทำบุญให้จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ / เอสวีแอล กรุ๊ป ร่วมต้อนรับผู้ตรวจราชการฯ ส่งเสริมภาครัฐ โครงการ “แผ่นดินธรรม แผ่นดินทอง”

    แชร์เนื้อหานี้

    วันนี้ 26 มิ.ย.2568 เวลา 09.09.น. พ.ต.อ.วีระพัฒน์ เกตุษา ผกก.สภ.ห้วยยาง พ.ต.ท.จตุพงษ์ แป้นเขียว รอง ผกก.สอบสวน.สภ.ห้วยยาง พ.ต.ท.กฤษดา เหนี่ยวพึ่ง สวป.สภ.ห้วยยาง พ.ต.ท.ทรงศักดิ์ รัศมีสว.อก.สภ.ห้วยยาง น.ส.อุษณีย์ ทอดสนิทกำนัน ต.ห้วยยางพร้อมข้าราชการตำรวจ สภ.ห้วยยาง
    และ ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน และ ประชาชนในตำบลห้วยยาง

    เข้าร่วมพิธีบวงสรวง และทำบุญ ให้จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อเป็นศิริมงคล ณ วัดประชาสนธิ (น้ำตกห้วยยาง) ต.ห้วยยาง อ.ทับสะแก จว.ประจวบคีรีขันธ์

    /////////////////

    ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

    เอสวีแอล กรุ๊ป ร่วมต้อนรับผู้ตรวจราชการฯ ส่งเสริมภาครัฐ โครงการ “แผ่นดินธรรม แผ่นดินทอง”

    เอสวีแอล กรุ๊ป (SVL Group) ร่วมให้การต้อนรับ นายสราวุฒิ ธนาเจริญสกุล ผู้ตรวจราชการกรมการปกครอง เขต 4 ในโอกาสเดินทางลงพื้นที่พร้อมคณะกรรมการตรวจประเมินฯ ภายใต้โครงการคัดเลือกหมู่บ้านเข้มแข็งตามแนวทาง “แผ่นดินธรรม แผ่นดินทอง” (หมู่บ้านอยู่เย็น) ประจำปี 2568 ระดับเขต เขตตรวจราชการที่ 4 ครอบคลุมกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2 ได้แก่ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร ซึ่งจัดขึ้น ณ ศาลาประชาคม หมู่ 4 บ้านระหาร ต.กำเนิดนพคุณ อ.บางสะพาน จ.ประจวบฯ โดยมีนายสุธี เล้าสุบินประเสริฐ ปลัดจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และนายสุทิน ประเสริฐศักดิ์ นายอำเภอบางสะพาน พร้อมด้วยผู้นำท้องที่ท้องถิ่นและประชาชนในพื้นที่ ร่วมให้การต้อนรับคณะกรรมการฯ ในโอกาสที่บ้านระหาร ผ่านการคัดเลือกในระดับจังหวัดฯ
    นางสาววันวิสาข์ หุ้นจิ้น ผู้จัดการส่วนชุมชนสัมพันธ์และพัฒนาชุมชน นำทีมในฐานะเป็นพี่เลี้ยงด้านงานพัฒนาชุมชน ในนามภาคเอกชน เอสวีแอล กรุ๊ป (SVL Group) ได้ร่วมดำเนินรายการตลอดงาน พร้อมถือโอกาสนำเสนอภาพรวมบทบาทของ SVL Group ผ่านบูธนิทรรศการที่สะท้อนความร่วมมือกับภาคประชาชนในมิติต่างๆ ทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะโครงการสนับสนุนการพัฒนาหมู่บ้านอย่างยั่งยืน ที่ส่งเสริมงานพัฒนาชุมชนมาอย่างต่อเนื่อง
    การตรวจประเมินในครั้งนี้ ไม่เพียงเป็นเวทีแสดงศักยภาพของชุมชน แต่ยังสะท้อนถึงบทบาทของ SVL Group ในการสนับสนุนการพัฒนาเชิงพื้นที่อย่างมีส่วนร่วม ซึ่งได้รับความชื่นชมจากคณะผู้ตรวจราชการฯ โดยเฉพาะการเป็นพันธมิตรภาคเอกชนที่มีวิสัยทัศน์ร่วมสร้างชุมชนเข้มแข็งตามแนวทาง “แผ่นดินธรรม แผ่นดินทอง”
    นอกจากนี้ SVL Group ยังคงยึดมั่นในพันธกิจ “เติบโตเคียงข้างชุมชน” พร้อมเดินหน้าสนับสนุนและเสริมพลังให้ชุมชนไทยก้าวสู่ความเข้มแข็งในทุกมิติ ตามแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศ

    /////////////////////

    ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กิจกรรมเดินรณรงค์ ต่อต้านยาเสพติดโลก ประจำปี 2568 พร้อมประกาศเจตนารมณ์และกล่าวคำปฏิญานตนต่อต้านยาเสพติด

    แชร์เนื้อหานี้

    วันที่ 26 มิถุนายน 2568 เวลา 16.00 น. นายสิทธิพร คงหอม นายอำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในฐานะ ผอ.ศป.ปส.อ.ทับสะแก นายทนงศักดิ์ รุ่งรัศมี ปลัด

    อาวุโสอำเภอทับสะแก / รองผอ.ศป.ปส.อ.ทับสะแก(1) พ.ต.อ.สาโรจน์ พิมพ์คุณากร ผกก.สภ.ทับสะแก /รอง ผอ.ศป.ปส.อ.ทับสะแก(2) พ.ต.อ.วีระพัฒน์ เกตุษา ผกก.สภ.ห้วยยาง/รองผอ.ศป.ปส.อ.ทับสะแก (3)

    ร่วมจัดกิจกรรมเดินรณรงค์เนื่องในวันต่อต้านยาเสพติดโลก ประจำปี 2568 พร้อมประกาศเจตนารมณ์ และกล่าวคำปฏิญานตนต่อต้านยาเสพติด เนื่องในวันต่อต้านยาเสพติดโลก ตามมติประชุมสมัชชาองค์การสหประชาชาติกำหนดให้

    วันที่ 26 มิถุนายน ของทุกปีเป็นวันต่อต้านยาเสพติดโลก ภายใต้แนวคิด “Stop Drugs Start Power สร้างพลังไทย หยุดภัยยาเสพติด”เพื่อรณรงค์สร้างกระแส และปลุกจิตสำนึกในการป้องกัน แก้ไขปัญหายาเสพติด เพื่อให้ทุกคนตระหนักถึงปัญหาอันเกิดจากยาเสพติด

    โดยมี นายพงษ์พันธ์ เผ่าประทาน นายกเทศมนตรีตำบลทับสะแก นายผดุงศักดิ์ อิ่มทั่ว ประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านอำเภอทับสะแก นายวิบูลย์ เทียนทอง นายกอบต.ทับสะแก พร้อม หัวหน้าส่วนราชการ ตำรวจ ทหาร ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อสม.

    นักเรียน มูลนิธิสว่างรุ่งเรืองธรรมสถาน เข้าร่วมการจัดกิจกรรม จำนวน 500 คน โดยได้ร่วมเดินรณรงค์ไปในตลาดอำเภอทับสะแกผ่านหน้าสถานีรถไฟและไปร่วมกล่าวปฏิญาณตนเจตนารมณ์การต่อต้านยาเสพติดที่หอประชุมอำเภอทับสะแก

    ///////////////////

    ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / งานประเพณีแห่เทียนพรรษา ประจำปี 2568 วันเข้าพรรษาเชิญชวนพุทธศาสนิกชน ร่วมทำบุญหล่อเทียนพรรษา ณ มณฑลพิธีข่วงเมืองน่าน

    แชร์เนื้อหานี้

    วันนี้ (27 มิ.ย.2568) เวลา 8.30 น. ณ ข่วงเมืองน่าน นายบรรจง ขุนเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานในพิธีดังกล่าว โดยมีพระสุนทรมุนี รองเจ้าคณะจังหวัดน่านเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ด้านนายสุรพล เธียรสูตร นายกเทศมนตรีเมืองน่าน กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงานประเพณีแห่เทียนพรรษา ประจำปี 2568

    พร้อมด้วยคณะผู้บริหารเทศบาลเมืองน่าน นายวิสุทธิ์ ไชยวงศ์ ประธานสภาเทศบาลเมืองน่าน นายชลิน วิชาญ ประธานชมรมประธานกรรมการชุมชนและผู้ใหญ่บ้าน หัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองน่าน พุทธศาสนิกชน ชุมชน นักท่องเที่ยว ตลอดจนคณะครูและนักเรียนโรงเรียนในสังกัดเทศบาลเมืองน่านร่วมพิธี

    ซึ่งเทศบาลเมืองน่าน ได้กำหนดจัดงานประเพณีแห่เทียนพรรษา ประจำปี 2568 ในระหว่างวันที่ 27 มิถุนายน – 9 กรกฎาคม 2568 ณ มณฑลพิธีข่วงเมืองน่าน และวัดต่าง ๆ ในเขตเทศบาลเมืองน่าน โดยกำหนดให้มีการประกอบพิธีหล่อเทียนพรรษา ในวันศุกร์ ที่ 27 มิถุนายน 2568 ตั้งแต่เวลา 8.30 น.เป็นต้นไป ณ ข่วงเมืองน่าน จากนั้นเทศบาลเมืองน่านจัดสถานที่อำนวยความสะดวกให้พุทธศาสนิกชนและนักท่องเที่ยวได้ร่วมกิจกรรมทำบุญหล่อเทียนพรรษา ตั้งแต่วันที่ 27 มิถุนายน – 6 กรกฎาคม 2568

    ณ ข่วงเมืองน่าน พุทธศาสนิกชนร่วมบูชาแผ่นเทียนและเครื่องอัฐบริขารตามจิตศรัทธา และกำหนดการถวายเทียนพรรษาไปยังวัดต่าง ๆ จำนวน 26 วัด ในเขตเทศบาลเมืองน่าน ระหว่างวันที่ 7-9 กรกฎาคม 2568 เพื่อให้พุทธศาสนิกชนและนักท่องเที่ยวได้ทำบุญร่วมกัน มีส่วนร่วมสืบสานอนุรักษ์ประเพณีวัฒนธรรมอันดี

    งามของท้องถิ่นให้คงอยู่ถาวรสืบไป รวมถึงเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ และการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดน่านอานิสงค์ของการหล่อเทียนและถวายเทียนพรรษาเปรียบเสมือนแสงสว่างแห่งปัญญา เจริญด้วยสติ ปัญญา อายุ วรรณะ สุขะ พละ ปฏิภาณ ธนสารสมบัติ ทุกประการ เทอญ

    งานประชาสัมพันธ์ ฝ่ายอำนวยการ
    สำนักปลัดเทศบาล เทศบาลเมืองน่าน โทร 0 54710 234 ต่อ 119
    facebook เทศบาลเมืองน่าน www.nancity.go.th/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ”นายกป๊อก-วิทยา“ นายก อบจ.ชลบุรี ทำบุญแซยิดวันคล้ายวันเกิดครบ 60 ปี

    แชร์เนื้อหานี้

    วันที่ 27 มิ.ย.68 ที่วัดเมืองใหม่ จ.ชลบุรี ครอบครัวคุณปลื้ม โดย นายวิทยา คุณปลื้ม นายก อบจ.ชลบุรี และ นางสิริลดา คุณปลื้ม ภรรยา ได้จัดพิธีทำบุญแซยิดวันคล้ายวันเกิดครบ 60 ปีบริบูรณ์ โดยพบว่ามีมวลชนจำนวนมากเข้าร่วมแสดงความยินดีและร่วมอวยพรเนื่องในวันคล้ายวันเกิดนายก อบจ.ชลบุรี กันเป็นจำนวนมาก

    ทั้งนี้ ภายในงานเป็นไปอย่างคึกคัก มีการออกร้านให้บริการอาหาร ทั้งอาหารคาวหวานและเครื่องดื่มมาให้บริการแก่ผู้เข้าร่วมงานได้รับประทานกัน ด้วยบรรยากาศที่เป็นกันเองเป็นอย่างมาก ทั้ง ตัวแทนภาครัฐ เอกชน ประชาชน นักการเมืองท้องถิ่น และพ่อค้าแม่ค้าทั่วไป

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / อบจ.เชียงราย เร่งเข้าช่วยผู้ประสบภัยน้ำป่าไหลหลาก มอบน้ำอุปโภคบริโภค พร้อมลุยฟื้นฟูพื้นที่ ต.แม่เปา อ.พญาเม็งราย จ.เชียงราย

    แชร์เนื้อหานี้

    วันที่ 27 มิถุนายน 2568 จากเหตุการณ์น้ำป่าไหลหลากใน ตำบลแม่เปา อำเภอพญาเม็งราย จังหวัดเชียงราย ส่งผลให้บ้านเรือนและพื้นที่ทางการเกษตรได้รับ

    ความเสียหายอย่างหนัก นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย ในฐานะรองผู้อำนวยการจังหวัด ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงราย ไม่ได้นิ่งนอนใจ

    เร่งระดมกำลังและทรัพยากรเข้าช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนเป็นการเร่งด่วน โดยมีนายจิราวุฒิ แก้วเขื่อน รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย นายรามิล พัฒนมงคลเชฐ

    ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย นายชัยสิทธิ์ ชัยเนตร เลขานุการนายก องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย นายอาทิตย์ รู้ทำนอง

    สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย อำเภอเทิง เขต 1 นายสุชัด เสนคำ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย อำเภอเทิง เขต 2 นายสุใจ เชื้อเมืองพาน

    สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย อำเภอพญาเม็งราย เขต 1 บุคลากรกองป้องกันเเละบรรเทาสาธารณภัย องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย และกองสาธารสุของค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย ลงพื้นที่ในครั้งนี้

    สถานการณ์น้ำป่าที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน สร้างความเสียหายแก่ทรัพย์สินและโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนัก ประชาชนจำนวน

    มากประสบปัญหาขาดแคลนน้ำสะอาดสำหรับอุปโภคบริโภค เนื่องจากระบบประปาได้รับความเสียหายและมีโคลนจำนวนมากทับถม

    เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงรายได้จัดส่งรถน้ำขนาดใหญ่เข้าพื้นที่ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนสามารถนำน้ำไปใช้ในการอุปโภค

    ล้างทำความสะอาดบ้านเรือนที่เต็มไปด้วยโคลน และใช้ในชีวิตประจำวัน นอกจากนี้ ยังได้จัดเตรียม ถุงยังชีพ ซึ่งประกอบด้วยสิ่งของที่จำเป็น และที่สำคัญ

    คือ น้ำดื่มสะอาด จำนวนมาก เพื่อแจกจ่ายให้กับผู้ประสบภัย เพื่อบรรเทาความขาดแคลนด้านปัจจัยพื้นฐาน

    นอกจากทรัพยากรที่ส่งเข้าสนับสนุนแล้ว บุคลากรขององค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย ยังได้ลงพื้นที่อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินสถานการณ์ ให้ความช่วยเหลือ และให้กำลังใจประชาชนที่ได้รับผลกระทบ โดยร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ในการสำรวจความเสียหาย

    และวางแผนการฟื้นฟูในระยะต่อไป การช่วยเหลือในครั้งนี้มุ่งเน้นการบรรเทาทุกข์ในเบื้องต้นอย่างครอบคลุม และรวดเร็วที่สุด

    เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย ขอเป็นกำลังใจให้พี่น้องประชาชนผู้ประสบภัยทุกท่าน

    และยืนยันว่าจะให้การสนับสนุนและช่วยเหลืออย่างเต็มกำลังความสามารถ จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายและประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างเป็น

    ปกติสุขอบจเชียงรายเชียงราศูนย์บริหารจัดการแบบเบ็ดเสร็จนโยบายศูนย์บริหารจัดการสาธารณภัยแบบเบ็ดเสร็จ(PDOSS)

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ขนไม่พะยูง รับสารภาพได้ค่าจ้าง 15,000 บาท ต่อเที่ยว

    แชร์เนื้อหานี้

    วันที่ 26 มิถุนายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่าที่ พ.ต.ท.กล้า สมบัติพิบูลย์ สว.ส.ทล.4 กก.2 บก.ทล. ร.ต.อ.วิมล แก้วชู รอง สว.(ป.) ส.ทล.4 กก.2 บก.ทล, ร.ต.ต.ใจเทพ สาลี รอง สว.(ป.) ส.ทล.4 กก.2 บก.ทล, ด.ต.ธนพนธ์ เกิดเขาทะลุ ผบ.หมู่.ส.ทล.๔ กก.๒ บก.ทล. ส.ต.อ.มาตภูมิ รัตนคช ผบ.หมู่.ส.ทล.๔ กก.๒ บก.ทล. ร่วมกับ นามเจ้าพนักงานตำรวจ กก.5 บก.ปทส. นำโดย ร.ต.ท.ทวีศักดิ์ สมบุญ รอง สว.(ป.) ส.ทล.4 กก.2 บก.ทล, ร.ต.ท.สมพร วิเศษสวัสดิ์ รอง สว.(ป.), ด.ต.วิสุท กันตังกุล ผบ.หมู่.ส.ทล.๔ กก.๒ บก.ทล. เจ้าพนักงานตำรวจ ปทส.ภ.จว.ชุมพร นำโดย ร.ต.อ.จำนง เต็งประยูร รอง สว.กก.สส.ภ.จว.ชพ. ,ร.ต.ต.ประสาน สุวรรณโณ รอง สว.กก.สส.ภ.จว.ชพ. ,จ.ส.ต.ณัฐวุฒิ มึสติ ผบ.หมู่.กก.สส.ภ.จว.ชพ เจ้าพนักงานกอ.รมน.จว.ชพ. นำโดย พ.ต.กอบศักดิ์ นาคหาญ จนท.ฝ่ายการข่าวฯ ,จ.ส.อ.อรรถพล คลี่บำรุง ,จ.ส.อ.พงศ์ศิลป์ รุ่งอาญา ,จ.ส.อ.ธนวรรธน์ บรรจงศิริทัศน์

     ทำการจับ1.นายสมัย (สงวนนามสกุล)  อายุ 31 ปี เลขประจำตัวประชาชน 1 1998 00083 53 4 บ้านเลขที่ 66 หมู่ 10 ตำบลหนองย่างเสือ อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี พร้อมด้วยของกลาง ไม้พะยูง ความยาวประมาณ 2 เมตร รวมทั้งสิ้น 73 ท่อน(ไม้หวงห้ามประเภท ก.) .รถกระบะ ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว หมายเลขทะเบียน 3 ฒฌ 5915 กทม. เลขตัวถัง MP1TFR40JMT007548 หมายเลขเครื่องยนต์ 4JJ3WD6023 จำนวน 1 คัน  โทรศัพท์ ยี่ห้อเรดมี่ สีดำ ระบบทรูมูฟ หมายเลข 0957808116 จำนวน 1 เครื่อง เลขIMEI(ช่องซิม1) 865504060168585 เลขIMEI(ช่องซิม2)865504060168593
    เจ้าหน้าที่ตำรวจนำ รถวิทยุฯ 2406 ออกตรวจพื้นที่ภายในเขตพื้นที่รับผิดชอบ ขณะตรวจมาถึงบริเวณถนนเพชรเกษม ทล.4 กม.470-471  (ขาเข้า กทม.) ต.นากระตาม อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร  ได้พบรถกระบะตู้ทึบ ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว หมายเลขทะเบียน 3 ฒฌ 5915 กทม. ได้ขับรถแซงรถวิทยุฯ 2406 ของเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม มาในช่องทางเดินรถทางขวา ด้วยความเร็ว และมีเหตุสงสัยว่าจะมีสิ่งของผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้ทำการเปิดสัญญาณไฟวับวาบ เพื่อเรียกรถคันดังกล่าวให้หยุด เพื่อตรวจสอบและว่ากล่าวตักเตือน เมื่อรถคันดังกล่าวจอดชิดบริเวณขอบทางด้านซ้าย พบ นายสมัย เครือสีดา (ทราบชื่อภายหลัง)  เป็นผู้ขับขี่รถกระบะ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงตรวจสอบใบขับขี่ และสอบถามนายสมัยฯ ว่าตนได้บรรทุกสิ่งใดมา เบื้องต้น นายสมัยฯ แจ้งว่าบรรทุกทุเรียนมาจาก อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมสังเกตเห็น นายสมัยฯ  แสดงอาการพิรุธ ลุกลี้ลุกลน จึงขอทำการตรวจสอบภายในรถ ก่อนจะทำการตรวจค้น เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้แสดงความบริสุทธิ์ให้ นายสมัยฯ ดูจนเป็นที่พอใจก่อนทำการตรวจค้นและนายสมัยฯ ยินยอมให้ตรวจค้น จากการตรวจสอบพบ  ท่อนไม้ซึ่งยังไม่ได้แปรรูป จำนวนหนึ่ง บรรทุกอยู่ภายในตู้ทึบของรถคันดังกล่าว ที่นายสมัยฯ ขับขี่มา จากการสอบถามนายสมัยฯ เบื้องต้นให้การว่า ท่อนไม้ที่บรรทุกมานั้น เป็นไม้พะยูง เจ้าหน้าที่จึงได้เชิญตัวนายสมัยฯและรถบรรทุกคันดังกล่าวพร้อมท่อนไม้ที่บรรทุกอยู่ในรถกระบะ มาทำการตรวจสอบโดยละเอียด ที่ หน่วยบริการประชาชนตำรวจทางหลวงท่าแซะ  เจ้าหน้าที่สอบถามนายสมัยฯ ให้การว่า ไม้ที่ตนบรรทุกมานั้น เป็นไม้พะยูง โดยตนได้บรรทุกมาจาก พื้นที  จังหวัดสงขลา ซึ่ง มีชายชาวมาเลเซีย จำนวน 4 คน พร้อมรถบรรทุกติดแผ่นป้ายทะเบียนมาเลเซีย(จำหมายเลขทะเบียนไม่ได้) นำไม้พะยูงมาให้ตน ซึ่งนัดรับกั บริเวณริมป่าทึบข้างทางและไม่ทราบจุดที่แน่นอน ในพื้นที่ อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา และนำไปส่ง บริเวณ ริมแม่น้ำโขง อำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย โดยตนได้รับการว่าจ้างจาก จากนายชัยยพล ถาวรหิรัญพัทธ์ โดยได้ติดต่อและรับงานดังกล่าว ผ่านทางแอบพลิเคชั่นไลน์ ซึ่งใช้ชื่อ”ขุนเดช” ได้รับค่าจ้างครั้งล่ะ 15,000 บาท  โดยค่าจ้างดังกล่าว ได้รับโอนผ่านบัญชีธนาคารกสิกรไทย หมายเลขบัญชี 0908287878 ชื่อบัญชี นายชัยยพล  ถาวรหิรัญพัทธ์ โดยนายสมัยฯ ให้การเพิ่มเติมว่าตนได้รับการว่าจ้างให้บรรทุกไม้พะยูง จากนายชัยยพลฯ มาแล้ว 3 ครั้ง ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 4 จนกระทำถูกเจ้าหน้าที่เรียกตรวจสอบและจับกุมในครั้งนี้ 

    จากการตรวจสอบโดยละเอียด พบว่าไม้พะยูงขนาดความยาวประมาณ 2 เมตร จำนวน 73 ท่อน เป็นไม้หวงห้าม ประเภท ก.(ไม้หวงห้ามธรรมดา) ตามพระราชกฤษฎีกากำหนดไม้หวงห้าม พ.ศ.2530 ลำดับที่ 53 เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงแจ้งข้อกล่าวหาว่า มีไว้ในครอบครองซึ่งไม้หวงห้ามอันยังมิได้แปรรูป โดยไม่มีรอยตราค่าภาคหลวงหรือรอยตรารัฐบาลขายโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ และ นำไม้หวงห้ามเคลื่อนที่โดยไม่ได้รับอนุญาต(ไม่มีใบเบิกทาง) ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484

    นายสมัย เล่าว่า บรรทุกมาจากสะเดาหาดใหญ่จะนำไปที่จังหวัดหนองคายโดย ได้รับค่าจ้างขนไม้มาเที่ยวละ 15,000 บาทโดยครั้งนี้ได้ขนไม้พะยูงมาเป็นครั้งที่ สี่ ส่วนเที่ยวที่ผ่านมาไปลงที่หนองคายในครั้งนี้จะไปที่โพนพิสัยบริเวณริมแม่น้ำโขง เพื่อนที่รับจ้าง แนะนำมาให้ไปขนไม้ปกติก็จะมีอาชีพรับจ้างทั่วไปขนข้าวขนของขนย้ายบ้านย้ายของให้กับชาวบ้าน อยู่ตลอดส่วนใหญ่ที่ผมเดินทางเข้าไปรับไม้ก็จะเป็นเที่ยวสุดท้ายตลอดส่วนไม้น่าจะมีจำนวนมากกว่านี้เยอะครับ
    เจ้าหน้าที่ ตั้งข้อกล่าวหาว่า .

    มีไว้ในครอบครองซึ่งไม้หวงห้ามอันยังมิได้แปรรูป โดยไม่มีรอยตราค่าภาคหลวงหรือรอยตรารัฐบาลขายโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 69 วรรค2(2) นำไม้หวงห้ามเคลื่อนที่โดยไม่ได้รับอนุญาต(ไม่มีใบเบิกทาง) ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 39 ผู้ถูกจับกุมทราบข้อกล่าวหาและสิทธิของผู้ถูกจับข้างต้นแล้ว ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา จึงได้นำตัวพร้อมของกลางนำส่ง พงส. สภ.ท่าแซะ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

    ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สุดยิ่งใหญ่เปิดมหกรรมทุเรียนชุมพร Chumphon Durian Expo 2025

    แชร์เนื้อหานี้

    เมื่อเวลา 17.30 .วันที่ 26 มิถุนายน 2568 ที่เวทีชั่วคราว ภายในโครงการพัฒนาพื้นที่หนองใหญ่ตามพระราชดำริ ต.บางลึก อ.เมือง จ.ชุมพร นายเธียรชัย ชูกิตติ

    วิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “มหกรรมทุเรียนคุณภาพ” (Chumphon Durian Expo 2025) โดยมี นายสุบรรณ์ รักษ์ทอง เกษตรจังหวัดชุมพร ให้การต้อนรับและกล่าวรายงาน

    นายเธียรชัย กล่าวว่า วัตถุประสงค์ของการจัดงานดังกล่าว เพื่อผลักดันจังหวัดชุมพรสู่การเป็น “ศูนย์กลางนวัตกรรมทุเรียน” ของประเทศไทย ด้วยการส่งเสริมการผลิตทุเรียนคุณภาพ การดูแลรักษา และการควบคุมมาตรฐานสินค้า เพื่อยก

    ระดับผลผลิตให้ตอบโจทย์ตลาดผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต ซึ่งเป็นแนวทางสำคัญในการสร้างความมั่นคงทางรายได้แก่เกษตรกร

    นายสุบรรณ์ กล่าวว่า จังหวัดชุมพรเป็นแหล่งผลิตทุเรียนสำคัญของภาคใต้ มีการขยายพื้นที่ปลูกอย่างต่อเนื่อง ในปี 2568 ชุมพรมีพื้นที่ปลูกกว่า 334,576 ไร่ ส่งออกทุเรียนไปสู่ประเทศจีนมากถึง 60%

    งานมหกรรมทุเรียนคุณภาพชุมพร กำหนดจัดระหว่างวันที่ 26-28 มิถุนายน 2568 มีกิจกรรมมากมาย เช่น กิจกรรมวิชาการเพื่อการผลิตทุเรียน การเสวนาวิชาการ

    นิทรรศการนวัตกรรมและเทคโนโลยีการเกษตร การสาธิตการดูแบรักษาทุเรียน การแปรรูปและเพิ่มมูลค่า กิจกรรมชิม ช้อป สินค้าทุเรียนและผลิตภัณฑ์แปรรูปทุเรียนจากชุมชน และการแสดงคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง

    ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514

    เด็กไทยว่ายน้ำได้ เปิดฝึกทักษะว่ายน้ำเพื่อป้องกันการจมน้ำ ภายใต้โครง การฝึกทักษะว่ายน้ำเพื่อป้องกันการจมน้ำ
    ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514

    วันนี้ (25 มิ.ย. 68) นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการเด็กไทยว่ายน้ำได้จังหวัดชุมพรประจำปี 2568 ในการฝึกทักษะว่ายน้ำเพื่อป้องกันการจมน้ำ ณ สระว่ายน้ำโรงเรียนมันตานุสรณ์ ตำบลตากแดด อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร โดยมีเด็ก เยาวชน ให้ความสนใจสมัครเข้าร่วม ฝึกอบรม จำนวน 140 คน ซึ่งโครงการฯดังกล่าวเป็นการส่งเสริมให้เด็ก และเยาวชน มีทักษะการว่ายน้ำ สามารถเอาชีวิตรอดจากการจมน้ำ และรู้หลักการใช้อุปกรณ์ในการช่วยชีวิตผู้ประสบภัยทางน้ำได้

    นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร กล่าวว่า การจมน้ำเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ในกลุ่มเด็กอายุ 5 -14 ปี และเป็นอันดับต้นๆ ของเด็กไทยโดยรวม โดยในแต่ละวันมีคนไทยเสียชีวิตจากการจมน้ำประมาณ 10 คน ซึ่ง 1 ใน 5 เป็นเด็กอายุ ต่ำกว่า 15 ปีหน่วยงานภาครัฐและเอกชนหลายแห่งในประเทศไทยได้ ร่วมกันขับเคลื่อนมาตรการป้องกันการจมน้ำในเด็ก โดยเน้นย้ำ

    ในประเด็นสำคัญ คือการสอนให้เด็กว่ายน้ำเป็น และมีทักษะด้านความปลอดภัยทางน้ำสำหรับเด็กวัยเรียน และในปัจจุบันมีสถานศึกษาต่าง ๆ ให้ความสำคัญกับการเรียนว่ายน้ำ และมีการสนับสนุนและบรรจุไว้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาในโรงเรียน นับว่าเป็นกิจกรรมที่ได้รับความสนใจจากโรงเรียนทั้งภาครัฐบาล และ

    เอกชน ทำให้นักเรียนในสังกัดได้มีโอกาสเรียนว่ายน้ำเพื่อเป็นนักกีฬา และสามารถเอาชีวิตรอดจากการจมน้ำได้อย่าง ปลอดภัยรวมทั้งรู้หลักการใช้อุปกรณ์ในการช่วยชีวิตผู้ประสบภัยทาง น้ำได้อีกด้วย ซึ่งจะเป็นการพัฒนาสมรรถภาพทางร่างกาย จิตใจ และเป็นการส่งเสริมการป้องกัน และควบคุมปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพ อีกทั้งยังส่งเสริมให้ชุมชนเป็นรากฐานในการสร้างสุขภาวะที่ดีในทุกพื้นที่

    นายกรวิทย์ ช่วยดู ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดชุมพร เปิดเผยว่า สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดชุมพร ได้ดำเนินงานโครงการเด็กไทยว่ายน้ำได้จังหวัดชุมพร ประจำปี 2568 ฝึกทักษะว่ายน้ำเพื่อป้องกันการจมน้ำ ในกลุ่มเด็ก เยาวชน อายุ 6 – 14 ปี ระหว่างวันที่ 23 – 28 มิถุนายน 2568 มีผู้สมัครเข้าร่วม ฝึกอบรม จำนวน 2 รุ่น ๆ ละ 70 คน จำนวน 140 คน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้เด็ก และเยาวชน มีทักษะการ ว่ายน้ำสามารถเอาชีวิตรอดจากการจมน้ำ และรู้หลักการใช้อุปกรณ์ในการช่วยชีวิตผู้ประสบภัยทางน้ำ

    ได้ ส่งเสริมให้เด็ก และเยาวชน ได้นำเอาทักษะไปพัฒนาให้มีขีดความสามารถของตนเองให้สูงขึ้น ได้ใช้เวลาว่างด้วยการออกกำลังกายด้วยการเล่นกีฬา และออกกำลังกาย หลีกเลี่ยงอบายมุขสิ่งเสพติด และปัญหาเด็กติดเกมออนไลน์ ร่วมถึงการพัฒนาเด็กและเยาวชนให้เป็นคนดี มีคุณภาพ รู้จักใช้ชีวิต ร่วมกับสังคมอย่างมีความสุข ซึ่งการจัดโครงการในครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจาก ภาครัฐ และเอกชน จังหวัดชุมพร กรมพลศึกษา และโรงเรียนมันตานุสรณ์ ได้ให้การสนับสนุนวิทยากร และสถานที่ในการจัดโครงการฯ อีกด้วย