สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / วิทยาลัยอาชีวศึกษาแพร่”ยกระดับ” พลังความร่วมมือแนวทาง CSR / “หมอรุ่ง” ณัฐ วังกาวรรณ นายกทต.สวนเขื่อนแถลงนโยบายต่อสภา ก่อนเข้ารับตำแหน่งฯ

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2568 ณ ศูนย์ปฏิบัติการวิชาชีพแก้วกาสะลอง วิทยาลัยอาชีวศึกษาแพร่ นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา มอบหมายให้ นายสง่า แต่เชื้อสาย รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เป็นประธานในพิธีรับมอบศูนย์การเรียนรู้ “ยกระดับพลังความร่วมมือกับบริษัท 21

ซันแพชชั่น (Partnership college)” และมอบนโยบายด้านการศึกษาและแนวทาง CSR ร่วมกัน โดยมี นายอนรรฆ ชนาธินาถพงศ์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยอาชีวศึกษาแพร่ พร้อมคณะผู้บริหารฯ ครู-อาจารย์ บุคลากรทางการศึกษาวิทยาลัยอาชีวศึกษาแพร่ ให้การต้อนรับ โดยมีแขกผู้มีเกียรติ อาทิ นายบุญธรรม เกี้ยวฝั้น ผู้อำนวยการสถาบันการอาชีวศึกษาภาคเหนือ 2 คณะกรรมการการศึกษาร่วมกิจกรรมอย่างคับคั่ง

โดยกิจกรรมดังกล่าว วิทยาลัยอาชีวศึกษาแพร่ ได้ดำเนินการจัดทำบันทึกความร่วมมือกับบริษัท 21 ซันแพชชั่น เพื่อให้เกิดการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องและสนับสนุนนโยบาย “ยกระดับพลังความร่วมมือกับบริษัท 21 ซันแพชชั่น (Partnership college)” ภายใต้แนวทางการทำงานที่เน้น “เรียนดี มีความสุข” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่าง ๆ ในการบริหารจัดการร่วม

พัฒนา และสนับสนุนสถานศึกษารวมถึงการพัฒนาคุณภาพและรังสรรค์นวัตกรรมการบริหารจัดการของสถานศึกษาเพื่อให้สถานศึกษาได้รับโอกาสในการพัฒนาอย่างทั่วถึง นำไปสู่การลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาและการเรียนรู้ที่สร้างความสุขให้ผู้เรียน โดยได้รับสนับสนุน 5 ด้าน ได้แก่ 1.สนับสนุนทุนการศึกษา 2.พัฒนาห้องเรียนต้นแบบช่วยจัดหาอุปกรณ์และเทคโนโลยี 3.ส่งบุคลากรจากสถานประกอบการร่วมสอน 4.ออกแบบหลักสูตรที่ตอบโจทย์เทรนด์ตลาดแรงงาน และ 5.สร้างเส้นทางอาชีพ ฝึกงาน – จ้างงานจริง

ธีรพงษ์ ธงออน/แพร่
061-595-5297

“หมอรุ่ง” ณัฐ วังกาวรรณ นายกทต.สวนเขื่อนแถลงนโยบายต่อสภา ก่อนเข้ารับตำแหน่งฯ

เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 20 มิถุนายน 2568 เทศบาลตำบลสวนเขื่อน อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่ ได้จัดการประชุมสภาเทศบาลตำบลสวนเขื่อน สมัยสามัญ สมัยที่ 2 ประจำปีพ.ศ.2568 ครั้งที่ 1 ณ.ห้องประชุมสภาเทศบาลตำบลสวนเขื่อน ซึ่งมี นางชลดา หม้อกรอง ประธานสภาเทศบาลตำบลสวนเขื่อน นางสาวนงเยาว์ สวนสง่า เลขานุการ และสมาชิกสภาทั้ง 2 เขต นางยุพิน ทองเทพ ปลัดเทศบาลตำบลสวนเขื่อน ผู้อำนวยการ กองต่างๆ เข้าร่วม

ทั้งนี้ “หมอรุ่ง” นายณัฐ วังกาวรรณ นายกเทศมนตรีตำบลสวนเขื่อน พร้อมคณะผู้บริหาร ประกอบด้วย ร.ต.อ.สมฤทธิ์ เขื่อนแก้ว รองนายกเทศ
มนตรี (คนที่ 1) นายธีรภพ เขื่อนสี่ รองนายกเทศมนตรี (คนที่ 2) นายเสถียร เขื่อนเก้า เลขานุการนายกเทศมนตรี นางกัญฐณา สิริกรวัฒนกุล ที่ปรึกษานายกเทศมนตรี เข้าร่วมการประชุมด้วย

ในการนี้ “หมอรุ่ง” นายณัฐ วังกาวรรณ นายกเทศมนตรีตำบลสวนเขื่อน ได้แถลงนโยบายต่อสภาเทศบาลตำบลสวนเขื่อน 7 ด้านฯ เพื่อทำงานให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับพี่น้องประชาชนตำบลสวนเขื่อน

“หมอรุ่ง” นายณัฐ วังกาวรรณ นายกเทศมนตรีตำบลสวนเขื่อน กล่าวว่า 4 ปี หรือ 48 เดือน ต่อจากจากนี้ไปผมพร้อมผู้บริหารจะทำหน้าที่ตามระเบียบของทางราชการ คงจะไม่ตามใจพี่น้องประชาชนอย่างที่ผ่านมา เพราะว่า 4 ปีก็จะครบ 2 วาระของผม กลังจากนั้น ผมต้องวางมือจากการเมือง ผมมีความตั้งใจจะทำหน้าที่ผู้บริหารเทศบาลตำบลสวนเขื่อนเต็มความสามารถ ทั้งนี้ต้องได้รับความร่วมมือจากสมาชิกสภา ฝ่ายข้าราชการฯ เทศบาลตำบลสวนเขื่อน ฝ่ายปกครองในตำบลสวนเขื่อน

ในโอกาสนี้ นางยุพิน ทองเทพ ปลัดเทศบาลตำบลสวนเขื่อนได้มอบช่อดอกไม้ แสดงความยินดีแด่ นายณัฐ วังกาวรรณ ที่ได้รับการเลือกให้ดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีตำบลสวนเขื่อน โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ พนักงานเทศบาลตำบลสวนเขื่อน ร่วมแสดงความยินดีด้วย และทางฝ่ายสภาเทศบาลตำบลสวนเขื่อน
นำโดย นางชลดา หม้อกรอง ประธานสภาเทศบาลตำบลสวนเขื่อน พร้อมสมาชิกสภาได้มอบช่อดอกไม้ แสดงความยินดีแด่ นายณัฐ วังกาวรรณ ที่ได้รับการเลือกให้ดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีตำบลสวนเขื่อนด้วย

ธีรพงษ์ ธงออน/แพร่
061-595-5297

เมียสุดทน ผัวหึงไม่รู้สาเหตุ จึงคว้ามีแทง ร้อนถึงตำรวจมาไกล่เกลี่ย ลงท้ายด้วยการหอมแก้ม

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 20 มิถุนายน 2568 ศูนย์วิทยุ “เวียงโกศัย” สภ.เมืองแพร่ ได้รับแจ้งมีเหตุทะเลาะวิวาท เมียแทงผัว เหตุเกิดที่ข้างโรงสี ม.7 บ้านดอนดี ต.กาญจนา อ.เมืองแพร่ จ.แพร่ หลังรับแจ้งทางร.ต.ท.พีรศักดิ์ กองรัตน์ ร้อยเวร 20 สภ.เมืองแพร่ ร่วมกับสายตรวจ ต.กาญจนา ออกตรวจสอบเหตุตามที่ได้รับแจ้ง ร่วมศูนย์กู้ชีพ เทศบาลตำบลสวนเขื่อน

จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบเป็นบ้านชั้นเดียว มีนายสุรินทร์ ยวงแก้ว อายุ 57 ปี บ้านหมู่ 7 ต.กาญจนา อ.เมืองแพร่ จ.แพร่ นั่งรอเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ที่แคร่ใต้เพิงหน้าบ้านด้วยอาการเมา พร้อมชี้บาดแผลที่ถูก นางสุรีรัตน์ ไกยสวน อายุ 46 ปี ภรรยา แทงที่บริเวณ ข้างเท้าด้านในขาซ้าย มีรอยเลือดเล็กน้อย จึงให้เจ้าหน้าที่กู้ชีพ ต.สวนเขื่อน ปฐมพยาบาลเบื้องต้น

ระหว่างนั้น นายสุรินทร์ฯเปรยกับเจ้าหน้าที่ว่า สู้เมียไม่ได้เลย บ้านอื่นเมืองอื่น มีแต่ ผัวตีเมีย บ้านนี้ เมียตีผัว มีเรื่องกันครั้งใด แพ้ตลอด จนทำให้ตนเองกลัวหมด ไม่กล้าหือ วันนี้ก่อนเกิดเหตุ ทะเลาะกัน เมียได้ขึ้นไปเอามีดจากบนบ้านมา มาขึ้นคล่มตีจนตนเองโดนแทงเข้าที่เท้า จึงได้บอกพี่ชาย และขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ทางด้าน นางสุรีรัตน์ฯ ภรรยา เผยว่า วันนี้น้องสาวจากบ้านเวียงทองพาแฟนมาเที่ยวหา จึงตั้งวงกันตั้งแต่เช้า เมื่อต่างคนต่างเมา นายสุรินทร์ฯ จึงมีอาการหึงหวงตนเองกับแฟนน้องสาว พูดอย่างนั้นอย่างนี้ ตนเองทนไม่ไหว จึงได้มีเรื่องกัน และตนเองเอามีดมาขู่ เพื่อให้สามีหยุดการหึงหวง แต่พลาดไปโดยเท้า เข้านิดหน่อย แต่ก็ไม่ได้ทำเกินกว่าเหตุ

จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ช่วยพูดคุยให้ทั้ง สองคนดีกัน เพราะเป็นคู่กันแล้ว อย่าให้มีเรื่องมีราวกัน อยู่กันอย่างสันติ รักกัน ก่อนที่จะให้ทั้ง 2 คน มาแสดงความรัก ด้วยการหอมแก้มให้อภัยกัน จบความบาดหมางหึงหวงในวงเหล้า ก่อนจะออกบ้านเกิดเหตุ ทั้งคู่ ได้ ยกมือไหว้ขอบคุณ เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่กู้ชีพ ที่มาช่วยเหลือ และไกล่เกลี่ยให้รักกันเหมือนเดิม

ธีรพงษ์ ธงออน/แพร่
061-595-5297

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ​แม่ทัพภาค 2 นำคณะ พสบ.ทภ.2 รุ่นที่ 2 เยี่ยมทหารบาดเจ็บเหตุ ฮ.ตก พร้อมมอบกระเช้าและเงินเป็นกำลังใจ

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 20 มิถุนายน 2568 พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 พร้อมคณะนักศึกษาหลักสูตรพัฒนาสัมพันธ์ระดับผู้บริหาร กองทัพภาคที่ 2 รุ่นที่ 2 (พสบ.ทภ.2 รุ่นที่ 2) เดินทางเข้าเยี่ยมมอบกระเช้าผลไม้ และเงินเพื่อให้กำลังใจนายทหาร 8 นาย ที่ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ เฮลิคอปเตอร์ตกกระแทก

พื้น ขณะปฏิบัติภารกิจผลัดเปลี่ยนกำลังพลและส่งเสบียงยังฐานปฏิบัติการชายแดนไทย-กัมพูชาในพื้นที่ อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี และถูกส่งมารักษาตัวที่โรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์ มณฑลทหารบกที่ 22 อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี โดยมีแพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ มารอมอบดอกไม้และถ่ายเซลฟี่กับแม่ทัพภาคที่ 2 เป็นจำนวนมาก

โดยผู้บาดเจ็บประกอบด้วยทหารพรานจาก กรมทหารพรานที่ 23 จำนวน 5 นาย, นักบิน 2 นาย และช่างเครื่องอีก 1 นาย และในโอกาสเดียวกัน นางสาวธนชนก

สุริยเดชสกุล ผู้แทนนักศึกษา พสบ.ทภ.2 รุ่นที่ 2 ได้ร่วมมอบเงินสนับสนุนเพื่อเป็นกำลังใจแก่ทหารผู้บาดเจ็บ พร้อมกล่าวให้กำลังใจและชื่นชมในความเสียสละในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อชาติด้วย

ทั้งนี้ ทหารที่ได้รับบัตรเจ็บขณะนี้มีอาการปลอดภัยทั้งหมด โดยมีเพียงทหารพราน 1 นาย ที่ได้รับบาดเจ็บมากกว่านายอื่น เนื่องจากขาซ้ายหักและแพทย์ผู้รักษาได้การผ่าตัดใส่เครื่องยึดให้เป็นเรียบร้อยแล้ว

พลโท บุญสิน ได้กล่าวให้กําลังใจนายทหารที่บาดเจ็บและครอบครัวที่มาเฝ้า โดยได้สอบถามถึงอาการทหารที่ได้รับบาดเจ็บแต่ละคนด้วยความห่วงใยว่าเป็น

อย่างไรบ้าง โดยมีแพทย์ผู้ให้การรักษาได้อธิบายถึงขั้นตอนการรักษาผู้บาดเจ็บแต่ละรายว่าได้ให้การรักษาอย่างไร ซึ่งส่วนใหญ่ยังคงมีอาการบาดเจ็บเนื่องจากการถูกกระแทกอย่างแรงบริเวณแขนขาและชายโครง โดยแม่ทัพภาคที่ 2 ได้

กล่าวอวยพรให้ทหารทุกนายหายจากอาการบาดเจ็บเป็นปกติโดยเร็ววันบุญสินพาดกลาง #แม่ทัพภาคที่2 #เยี่ยมทหารบาดเจ็บ #เฮลิคอปเตอร์ตก #โรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์ #วารินชำราบ #อุบลราชธานี #ศาลโลก

#ชายแดนไทยกัมพูชา #ทหารไทย #ทหารกัมพูชา #ทหารเขมร #ข่าวด่วน #ความมั่นคงชายแดน #ข่าวสุรินทร์ #ชายแดนไทยกัมพูชา #พนมดงรัก #สุรินทร์

#ปะทะชายแดน #ThaiArmy #BorderConflict #ปราสาทตาเมือนธม #ปราสาทตาควาย #ปราสาทตาเมือนโต๊ด #ช่องบก #สามเหลี่ยมมรกต #ข่าววันนี้​ ภาพ/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เปิดตัว “นากรักมาก ม๊ากมาก” ฮาสนั่น “เท่ง-โหน่ง” รวมตัวแกง “หม่ำ” ชุดใหญ่“ญดา-คริส” นำทีมสร้างตำนานรักม๊ากมาก ตลกม๊ากมาก

แชร์เนื้อหานี้

บริษัท แบล็ค ดรากอน เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด, บริษัท เนชั่น กรุ๊ป (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ทรานส์ฟอร์เมชั่น ฟิล์ม จำกัด จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวภาพยนตร์ “นากรักมาก ม๊ากมาก”

ที่จะมาสร้างตำนานรักบทใหม่โรแมนติกม๊ากมาก คอมเมดี้ม๊ากมาก ให้สมกับที่สามตลกตัวพ่อ หม่ำ จ๊กมก, เท่ง เถิดเทิง และ โหน่ง ชะชะช่า กลับมาร่วมแสดงภาพยนตร์ร่วมกันอีกครั้งในรอบ 15 ปี ซึ่งโปรเจกต์ครั้งนี้พิเศษสุด ๆ เพราะ โหน่ง ชะชะช่า นั่งแท่นกำกับหนังเต็มตัวครั้งแรก เริ่มงานด้วยพิธีกร พัน พลุแตก กล่าวต้อนรับแผู้มเกียรติและสื่อมวลชนภายในงานและได้เปิดตัวอย่างเต็มของ

ภาพยนตร์ให้แขกในงานได้รับชมพร้อมกันเป็นครั้งแรก หลังจากนั้นก็เรียกเสียงฮาตั้งแต่เริ่มงาน เมื่อพิธีกร พัน พลุแตกและเท่ง,โหน่ง รวมตัวแกงหม่ำหนักมาก เริ่มตั้งแต่กล่าวเชิญ โหน่ง ชะชะช่า ที่ควบบทบาทผู้กำกับและนักแสดง ต่อด้วยเท่ง เถิดเทิง ขึ้นมาบนเวที และเปิดตัว “นางนาก-พี่มาก” เวอร์ชั่นล่าสุดอย่าง ญดา-นริลญา กุลมงคลเพชร, คริส-พีรวัส แสงโพธิรัตน์ ร่วมด้วยนาย เดอะ คอมเมเดี้ยน และ ฟอร์ม ชลพิพรรธน์

แต่กลับข้ามชื่อ หม่ำ จ๊กมก นักแสดงรุ่นพี่คนสำคัญไปเฉย ๆ ทั้งที่เจ้าตัวก็รอตั้งแต่ชื่อแรก พอนึกขึ้นได้ว่ายังไม่เรียกหม่ำ ก็ดันไปเชิญแขกพิเศษหน้าเหมือนอย่าง หมวดหม่ำ ขึ้นเวทีแทน งานนี้ทำเอาพี่หม่ำหวิดวางมวยกันเลยทีเดียว เรียกเสียงฮาลั่นกันทั้งงานก่อนจะนำเข้าสู่การแถลงข่าวพูดถึงการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนี้อย่างสนุกสนาน นี่ขนาดงานแถลงข่าวยังแกล้งพี่หม่ำขนาดนี้ ไม่รู้ว่าเป็นแผนของพี่โหน่งผู้กำกับหรือไม่

ต้องรอดูเลยว่าในหนังจะจัดหนักขนาดไหน ตำนานรักบทใหม่ของ “นากรักมาก ม๊ากมาก” เล่าเรื่องราวของ ปื๊ด (โหน่ง ชะชะช่า) ผู้กำกับหน้าเก่าไฟแร๊ง ร่วมมือกับ อังเคิล (เท่ง เถิดเทิง) ผู้ช่วยผู้กำกับคู่มือคู่เท้า ลุยสร้างหนังรีเมคจากตำนานรักอมตะ “นางนาก” หวังเขย่าวงการให้สะเทือน! แต่เรื่องกลับหลุดบทไปไกล เมื่อ “นางนากตัวจริง” (ญดา นริลญา) โผล่มาเล่นเอง! พร้อมภารกิจตามหารักแท้ที่กลับชาติมาเกิดเป็น คริส (คริส พีรวัส)

นักแสดงหนุ่มดาวรุ่ง! เมื่อกองถ่ายหนังผีดันมีผีจริงร่วมจอ โปรเจกต์นี้จะปังจนเป็นตำนาน หรือพังจนเป็นตำนานกันแน่!?ปิดท้ายด้วยเรียนเชิญผู้บริหารจากบริษัท แบล็ค ดรากอน เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด คุณพรชัย ว่องศรีอุดมพร ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ, คุณอรอร อัครเศรณี กรรรมการผู้จัดการ The Nation, คุณชยานนท์ อุลิศ กรรมการบริษัท ทรานส์ฟอร์เมชั่น ฟิล์ม จำกัด และ คุณขจรชัย วชิรพิศุทธ์โศภิน

โปรดิวเซอร์บริษัท ทรานส์ฟอร์เมชั่น ฟิล์ม จำกัด ถ่ายภาพร่วมกันกับทีมผู้กำกับและนักแสดงเป็นที่ระลึก ก่อนจะไปพบกับภาพยนตร์โรแมนติกม๊ากมาก คอมเมดี้ม๊ากมาก “นากรักมาก ม๊ากมาก” ในโรงภาพยนตร์ วันที่ 24 กรกฏาคมนี้ แฟนๆ สามารถชมตัวอย่างภาพยนตร์ “นากรักมาก ม๊ากมาก” ได้แล้วทาง YouTube Black Dragon Entertainment :
https://youtu.be/pU3gYnZq7Ug?si=0RLaC18dJrEwHTSs

25 มิถุนายนนี้ร่วมเป็น 100 คนแรกใน ”รอบพิเศษ“ ของ “มหัศจรรย์แห่งรัก”ร่วมย้อนความทรงจำเป็น 100 คนแรกในโอกาสการกลับมาในรอบ 30 ปีของภาพยนตร์ไทยเจ้าของ 6 รางวัลตุ๊กตาทอง ประจำปี 2538 “มหัศจรรย์แห่งรัก” วันพุธที่ 25 มิถุนายนนี้ ณ โรงภาพยนตร์ Major Cineplex รัชโยธิน โรงที่ 14ในงานพบกับ สินจัย เปล่งพานิช, นุสบา ปุณณกันต์, สันติสุข พรหมศิริ, เล็ก ไอศูรย์, วราพรรณ หงุ่ยตระกูล, อังคณา ทิมดี และ มณฑานี ตันติสุข พร้อมฟังอมตะเพลงประกอบภาพยนตร์จากเสียงร้องของ “รัดเกล้า อามระดิษ“จำหน่ายบัตรรอบพิเศษล่วงหน้าพร้อมกันตั้งแต่วันนี้ทางแอพพลิเคชั่นของโรงภาพยนตร์ในเครือ Major Cineplex ซื้อบัตรรอบพิเศษทุกที่นั่ง “แถมฟรี” โปสเตอร์ขนาดใหญ่ บัตรมีจำนวนจำกัดเพียง 100 ที่นั่งเท่านั้น….ห้ามพลาด!!!

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตร.ภูธร​ร้อยเอ็ด​ รวบแสงจันทร์​ผู้ต้องหาฆ่าชิงทองจากสุรินทร์ หนีมามุกดาหาร เตรียมข้ามลาวแต่ไม่สำเร็จ

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2568 สืบเนื่องจากกรณีเกิดเหตุสะเทือนขวัญที่จังหวัดสุรินทร์ เมื่อนายแสงจันทร์ กิ่งก้านนาค ก่อเหตุฆ่าชิงทองคำนายประทีป คงทวี อายุ 63 ปี โดยใช้มีดแทงบริเวณลำคอเสียชีวิตอยู่ภายในบ้านพักเลขที่ 58 หมู่ 14 ตำบลนาบัว อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ ก่อนจะหลบหนีออกจากพื้นที่โดยจะข้ามแม่น้ำโขงไปแขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว ทางจังหวัดมุกดาหาร แต่ไม่สามารถหาทางข้ามได้จึงย้อนกลับมาที่จังหวัดร้อยเอ็ด และถูกจับกุมได้ในที่สุด

พ.ต.อ.ลือศักดิ์ ดำเนินสวัสดิ์ รอง ผบก.ภ.จว.ร้อยเอ็ด พร้อมด้วย พ.ต.อ.ชลิต ศรีหานู ผกก.สภ.เมืองร้อยเอ็ด ร่วมตรวจสอบและสอบสวนการจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับของ สภ.เมืองสุรินทร์ โดยตำรวจชุดสืบสวน “สุรสีห์” สามารถจับกุมตัวได้ที่สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดร้อยเอ็ด ขณะผู้ต้องหากำลังจะลงจากรถเพื่อเดินทางต่อกลับจังหวัดสุรินทร์ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า เมื่อวันที่ 4 มิถุนายนที่ผ่านมา ตนตั้งใจจะไปยืมเงินผู้ตาย แต่ผู้ตายไม่ให้ยืมพร้อมกับดุด่า ต่างๆ นานา ด้วยความโกรธก็เลยกลับออกมา โดยไม่ยืมเงิน แต่พอออกมาก็ได้มาพบกับนายบอม รู้จักแต่ชื่อเล่น เป็นชาวกัมพูชาที่รู้จักกัน ชวนตนเข้าไปในบ้านผู้ตายใหม่

จากนั้นรายบอมได้เอาปืนจี้บังคับให้ตนเอามีดแทงที่ลำคอด้านขวาของจนเสียชีวิต แล้วนายบอม ก็เข้าไปค้นในห้องผู้ตาย ซึ่งเปิดประตูอยู่ พบว่ามีทองใส่อยู่ในกล่อง จึงนำออกมาแบ่งให้ตนส่วนหนึ่ง แยกย้ายกันหลบหนีไปโดยคาดว่านายบอมจะกลับไปกัมพูชาส่วนตนเอง กลัวความผิด จึงตั้งใจจะหนีข้ามฝั่งไปแขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว โดยใช้เส้นทางจังหวัดมุกดาหาร แต่ไม่สามารถข้ามไปได้ เนื่องจากหาเรือรับจ้างไม่ได้ โดยตนไม่โดยสารรถยนต์ข้ามทางสะพานมิตรภาพแห่งที่ 2 เนื่องจากกลัวถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับ จึงตั้งใจที่จะจ้างเรือพายหนีข้ามแม่น้ำโขงไป สปป.ลาว แทน แต่ปรากฏว่าเจ้วของเรือไม่กล้าพาไป เนื่องจากกระแสน้ำในแม่น้ำโขงไหลเชี่ยวมาก จึงได้ตัดสินใจเดินทางกลับ โดยนั่งรถโดยสารมาลงที่สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดร้อยเอ็ด เพื่อจะต่อรถกลับบ้านที่สุรินทร์ กระทั่งมาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับ ดังกล่าว ทั้งนี้ มีทองรูปพรรณที่ตรวจยึดได้จากผู้ต้องหาขณะที่ถูกจับกุม ประกอบด้วย สร้อยคอ สร้อยข้อมือ และพระเลี่ยมทอง น้ำหนักรวมประมาณ 13 บาท หรือราว 200 กรัม ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ส่งมอบให้กับตำรวจ สภ.เมืองสุรินทร์ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ข่าวอาชญากรรม #จับฆ่าชิงทอง #สุรินทร์ #ร้อยเอ็ด #มุกดาหาร #จะหนีข้ามโขงแต่ไม่รอด #มีดแทงคอฆ่าชิงทอง #ตำรวจ #ประทีปคงทวี #แสงจันทร์กิ่งก้านนาค #ข่าววันนี้

เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เปิดการประชุมปฐมนิเทศโครงการศึกษาความเหมาะสมและประเนินผลกระทบสิ่งแวดอ่างเก็บน้ำน้ำยาว (ตะวันตก) จังหวัดน่าน

แชร์เนื้อหานี้

วันพุธที่ 18 มิถุนายน 2568 เวลา 13.00 น. ณ หอประชุมที่ว่าการอำเภอสองแคว จังหวัดน่าน นายพรมงคล ชิดชอบ รองผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 2ผู้แทนกรมชลประทาน กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ต่อนางวิไลวรรณ บุดาสา รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ประธานในพิธีเปิดการประชุมนิเทศโครงการ

ศึกษาความเหมาะสมและประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมอ่างเก็บน้ำน้ำยาว
(ตะวันตก) จังหวัดน่านโดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องที่ ท้องถิ่น เจ้าหน้าที่สังกัดกรมชลประทาน และประชาชนเข้าร่วมประชุมจำนวนมาก

ตามที่กรมชลประทาน ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการศึกษาความเหมาะสมและ
ประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมโครงการอ่างเก็บน้ำน้ำยาว (ตะวันตก) จังหวัดน่าน ซึ่งตั้งอยู่ที่หมู่บ้านสองแคว หมู่ที่ 5 ตำบลนาไร่พลวง อำเภอสองแคว จังหวัดน่าน ซึ่งมีพื้ นที่ส่วนหนึ่งอยู่ในเขตพื้นที่ชั้นคุณภาพลุ่มน้ำชั้น 1A ดังนั้น จึงต้องเตรียมความพร้อม

จัดทำรายงานความเหมาะสมและประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม เพื่อประกอบการ ขออนุญาตใช้พื้นที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องการนี้ได้มีการศึกษาและจัดทำแผนหลักฯควบคู่ไปด้วย เพื่อที่จะทราบถึงปัญหา เกี่ยวกับทรัพยากรน้ำและแนวทางในการแก้ไขในภาพรวมของทั้งอำเภอ และพื้นที่

ใกล้เคียง รวมทั้งศึกษาลงรายละเอียดเฉพาะถึงความเหมาะสมและผลกระทบ
สิ่งแวดล้อมทั้งทางบวกและทางลบ รวมทั้งมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบ
สิ่งแวดล้อมสำหรับโครงการอ่างเก็บน้ำน้ำน้ำยาว (ตะวันตก) จังหวัดน่าน
การประชุมปฐมนิเทศโครงการครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอข้อมูลเบื้องต้น
ของโครงการอ่างเก็บน้ำน้ำยาว (ตะวันตก) ตลอดจนแนวทาง

และแผนการดำเนินงาน การศึกษาความเหมาะสมและประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ผู้มีส่วนได้ แสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับแนวทางในการดำเนินงาน ตลอดจนสภาพ

ปัญหา ข้อห่วงกังวลต่าง ๆ เพื่อนำไปประกอบการศึกษา ซึ่งจะดำเนินการเป็น
ระยะเวลา 18 เดือน โดยเริ่มดำเนินงานตั้งแต่เดือนมกราคม 2568 ถึง กรกฎาคม 2569/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน 081-0342455

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / มีดแรกของฤดูกาลตัดทุเรียนชุมพร ผู้ว่าฯ ชุมพร เปิดงานวันเก็บเกี่ยวทุเรียนคึกคัก กงสุลจีนร่วมยินดี

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 18 มิถุนายน 2568 ณ แปลงใหญ่ทุเรียน ตำบลถ้ำสิงห์ หมู่ที่ 1 อำเภอเมืองชุมพร ได้มีการจัด “งานวันเปิดฤดูการเก็บเกี่ยวผลผลิตทุเรียนชุมพร” ประจำปี 2568 อย่างเป็นทางการ โดยมี นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร ให้เกียรติมาเป็นประธานในพิธีเปิด

งานนี้ได้รับความสนใจจากทั้งภาครัฐและเอกชน โดยมี นายคลองศักดิ์ สงรักษา รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร มาร่วมเป็นเกียรติในงาน และที่สำคัญคือได้รับเกียรติจาก นายวัง จื้อเจียง กงสุลใหญ่แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำจังหวัดสงขลา ที่ได้เดินทางมาร่วมงานและพบปะกับเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนอย่างใกล้ชิด ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของทุเรียนชุมพรในตลาดต่างประเทศ

โดยเฉพาะตลาดจีน การจัดงานในวันนี้ไม่เพียงแต่เป็นการประกาศเริ่มต้นฤดูกาลเก็บเกี่ยว แต่ยังเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนในจังหวัดชุมพร พร้อมทั้งกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ให้คึกคักอีกด้วย นายปรีชา เสนแก้ว ประธานแปลงใหญ่ทุเรียน ตำบลถ้ำสิงห์-วังใหม่ ในนามพี่น้องเกษตรกร ชาวบ้านควนจำปา ตำบลถ้ำสิงห์

มีความยินดีอย่างยิ่งที่ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร ท่านกงสุลใหญ่แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำจังหวัดสงขลา ท่านหัวหน้าส่วนราชการ และท่านผู้มีเกียรติ ที่ได้ให้เกียรติ มาเยี่ยมเยือนตำบลถ้ำสิงห์ อำเภอเมืองชุมพร ในวันนี้ครับ วันนี้เป็นวันเปิดฤดูกาลเก็บเกี่ยวผลผลิตทุเรียน ประจำปี 2568 ของ จังหวัดชุมพร ถือเป็นวันที่มีความหมายสำคัญยิ่งต่อชาวสวนทุเรียนในพื้นที่ของเรา

ซึ่งการเก็บเกี่ยวผลผลิตนั้น ถือเป็นผลแห่งความอุตสาหะ ความขยันหมั่นเพียร
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ที่ชาวสวนทุกท่าน ได้ดูแลการผลิตทุเรียนด้วยความเอาใจใส่ตั้งแต่การเตรียมดิน การใส่ปุ๋ย การรดน้ำ การป้องกันศัตรูพืช จนกระทั่งให้ผลผลิต เพื่อให้ได้ผลผลิตทุเรียนที่มีคุณภาพออกสู่ตลาด และถึงมือผู้บริโภค

ทุเรียนถ้ำสิงห์ของเราได้รับการยอมรับในด้านคุณภาพ รสชาติหวานหอม เนื้อเหลือง และส่งกลิ่นหอมชวนรับประทาน ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของพื้นที่นี้ที่มีดินดี และสภาพอากาศเหมาะสม ผลผลิตของเราไม่เพียงแต่ได้รับความนิยมในท้องถิ่น แต่ยังได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคทั่วประเทศ และสามารถส่งออกไปต่างประเทศได้อีกด้วย และความร่วมมือร่วมใจของทุกฝ่าย ทั้งชาวสวน สถาบันเกษตรกร เจ้าหน้าที่ภาครัฐ และเอกชน ที่ได้ทำงานเป็นทีม แลกเปลี่ยนความรู้ ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน เพื่อให้เกิด

ห่วงโซ่มูลค่าของทุเรียนที่สมบูรณ์ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ เกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนตำบลถ้ำสิงห์ และตำบลวังใหม่ได้รวมกลุ่มและจัดตั้งเป็นแปลงใหญ่ทุเรียนขึ้น ในปี 2567 ในนาม แปลงใหญ่ทุเรียน ตำบลถ้ำสิงห์-วังใหม่ โดยมีกระผมเป็นประธานของกลุ่ม

ปัจจุบันมีสมาชิก 53 คน พื้นที่รวมกว่า 730 ไร่ โดยมีเป้าหมายมุ่งเน้นพัฒนาด้านการบริหารจัดการกลุ่ม ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิตและการบริหารจัดการด้านการตลาดร่วมกัน สมาชิกมีการผลิตทุเรียนตามมาตรฐานเกษตรที่ดีและเหมาะสม (GAP) เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภค ทุเรียนทุกผล มีอายุการเก็บเกี่ยวที่ 120 วัน หลังดอกบาน ทำให้มั่นใจได้ว่า เป็นทุเรียนแก่จัด มีคุณภาพ หวาน มัน เหมาะแก่การบริโภค

นายสุบรรณ์ รักษ์ทอง เกษตรจังหวัดชุมพร ยินดีและเป็นเกียรติ
อย่างยิ่ง ที่ท่านได้กรุณาให้เกียรติมาเป็นประธานในพิธีเปิดงาน วันเปิดฤดูกาลเก็บเกี่ยวผลผลิตทุเรียน ประจำปี 2568 จังหวัดชุมพรนับเป็นหนึ่งในแหล่งปลูกทุเรียนที่สำคัญของประเทศไทย มีสภาพภูมิศาสตร์ที่เหมาะสมกับการเจริญเติบโตของผลไม้ในเขตเมืองร้อน

เนื่องมาจากดินอุดมสมบูรณ์ และสภาพภูมิอากาศ เหมาะสมในการผลิตทุเรียน จึงทำให้ปัจจุบันจังหวัดชุมพรถือเป็นแหล่งผลิตไม้ผลเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศ รวมทั้งเกษตรกรมีประสบการณ์ในการผลิตทุเรียน และมีการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม ทำให้ทุเรียนจังหวัดชุมพรเป็นที่รู้จักในด้านรสชาติและคุณภาพ นอกจากนี้ จังหวัดชุมพรยังเป็น
แหล่งรวบรวมผลผลิตที่สำคัญสำหรับการส่งออกไปต่างประเทศและในประเทศอีกด้วย


การผลิตทุเรียนของจังหวัดชุมพร มีแนวโน้มขยายพื้นที่ปลูกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยปี 2568 มีพื้นที่ปลูกทุเรียนเพิ่มขึ้นจากการปลูกทดแทนพืชชนิดอื่น และจากความต้องการบริโภคทุเรียนของประเทศคู่ค้าที่สำคัญ คือ สาธารณรัฐประชาชน

จีน ซึ่งนำเข้าทุเรียนผลสดจากประเทศไทยมูลค่ากว่า 1 แสนล้านบาทต่อปี โดยปัจจุบันจังหวัดชุมพร มีเนื้อที่ปลูกทุเรียน 334,576 ไร่ ซึ่งให้ผลผลิตแล้ว 240,775 ไร่ และคาดการณ์ว่าจะมีปริมาณผลผลิตทุเรียนออกสู่ตลาด 302,739 ตัน ซึ่งให้ผลผลิตในช่วงเดือนพฤษภาคม และกระจายถึงเดือนธันวาคม ส่วนช่วงที่ผลผลิตออกมากคือ ตั้งแต่เดือนมิถุนายนถึงเดือนสิงหาคม สร้างรายได้ให้กับจังหวัดชุมพรมากกว่า 3 หมื่นล้านบาท

เพื่อแสดงถึงศักยภาพในการผลิต และประชาสัมพันธ์คุณภาพของผลผลิตทุเรียนจังหวัดชุมพรซึ่งเป็นไม้ผล อัตลักษณ์ที่สำคัญ รวมถึงเป็นมาตรการในการควบคุมป้องกัน แก้ไขปัญหาการตัดทุเรียนด้อยคุณภาพออกสู่ตลาด เพื่อให้ทุเรียนที่ออกจาก สวนเกษตรกร ได้คุณภาพตรงกับความต้องการของตลาดและสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ ได้รับประทานทุเรียนที่อร่อย และพึงพอใจต่อสินค้าทุเรียนของ จังหวัดชุมพร

จึงได้จัดกิจกรรมวันเปิดฤดูกาลเก็บเกี่ยวผลผลิตทุเรียน ประจำปี 2568 ในวันที่ 18 มิถุนายน 2568 ณ แปลงใหญ่ทุเรียน ตำบลถ้ำสิงห์-วังใหม่ หมู่ที่ 3 ตำบลถ้ำสิงห์ อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร โดยภายในงานประกอบด้วยกิจกรรม การเปิดฤดูกาลเก็บเกี่ยวผลผลิตทุเรียน (ตัดทุเรียนลูกแรก) การชิมทุเรียนและผลิตภัณฑ์จากทุเรียน นอกจากนี้ มีการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของชุมชนตำบลถ้ำสิงห์

นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ จังหวัดชุมพรถือเป็นแหล่งปลูกทุเรียนคุณภาพที่สำคัญของภาคใต้และของประเทศไทย ด้วยสภาพภูมิประเทศและภูมิอากาศที่เหมาะสม ทำให้ทุเรียนชุมพรมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีรสชาติหวานมัน เนื้อละเอียด และกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ ตลอดจนมีการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพผลผลิตทุเรียน มีกระบวนการส่งออกที่รักษาคุณภาพจนถึงผู้บริโภค และมีมาตรการป้องกันควบคุม ป้องกัน แก้ไขปัญหาทุเรียนด้อยคุณภาพ จนได้รับการยอมรับให้เป็นสินค้าเกษตรที่เป็นที่ต้องการของตลาด สร้างรายได้ให้กับเกษตรกร

จังหวัดชุมพรจึงได้จัดกิจกรรมวันเปิดฤดูกาลเก็บเกี่ยวผลผลิตทุเรียน ประจำปี 2568 ในครั้งนี้ เป็นการประชาสัมพันธ์ให้นักธุรกิจ ผู้ประกอบการ ตลอดจนนักท่องเที่ยวเดินทางมาจังหวัดชุมพร ได้รับทราบถึงการเริ่มฤดูกาลทุเรียนของจังหวัดชุมพร และเป็นการสร้างมั่นใจให้ผู้บริโภคได้ว่า จังหวัดชุมพรของเราผลิตทุเรียนที่มีคุณภาพ มีรสชาติหวานมัน กรอบอร่อย ท้ายที่สุดนี้ กระผมขอขอบคุณคณะผู้จัดทุกคน และขออวยพรให้การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ สำเร็จลุล่วงตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ทุกประการ

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สส. อนุชา สะสมทรัพย์ พร้อมด้วยสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด

แชร์เนื้อหานี้

นครปฐม(กลุ่มชาวบ้าน) และผู้นำส่วนท้องถิ่น ได้เข้าเยี่ยมโรงพยาบาลนครชัยศรี เพื่อร่วมกันหารือในการปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณรอบโรงพยาบาล พร้อมตรวจเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ปฎิบัติงาน และผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาฯ

พร้อมกันนี้ กลุ่มคนรักอนุชา ทีมงานคุณหนิงชัยศรี และ สจ. บรรทูล สนน้อย ( สจ.จั้น) ได้ร่วมกันนำอาหารคาวหวานและเครื่องดื่มมาแจกจ่ายให้กับพี่น้องประชาชนที่มาใช้บริการที่โรงพยาบาล ซึ่งมีจำนวนมาก

และขอขอบคุณโรงพยาบาลนครชัยศรี ที่อำนวยความสะดวกในการจัดกิจกรรม และขอเป็นกำลังใจให้บุคลากรทางการแพทย์ทุกท่านที่ทำงานอย่างเต็มที่เพื่อประชาชนครับ
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / วัฒนธรรมน่าน จัดการประกวดเยาวชนต้นแบบด้านมารยาทไทย และมารยาทในสังคม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 25688

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2568 เวลา 09.30 น. ที่อาคารสิริเมตตาธรรม ตำบลดู่ใต้ อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน สำนักงานวัฒธรรมจังหวัดน่าน จัดการประกวดเยาวชนต้นแบบด้านมารยาทไทย และมารยาทในสังคม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 นายบรรจง ขุนเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานในพิธีเปิดการประกวด

ซึ่งมีพระครูสิรินันทวิทย์ เจ้าคณะอำเภอเมืองน่าน เจ้าอาวาสวัดดอนมูล พระพระภิกษุสามเณรเมตาร่วมพิธีเปิด นางภัทราภรณ ชัยวัฒนกุล วัฒนธรรมจังหวัดน่าน กล่าวพบปะให้กำลังใจแก่เด็กนักเรียน นักศึกษา โดยมีนายจิรศักดิ์ เพชรสุทธิ์ ผอ.กลุ่มยุทธศาสตร์และและเฝ้าระวังทางวัฒนธรรมกล่าวรายงาน มีคณะครู นักเรียน เข้าร่วมกิจกรรม

ด้วยจังหวัดน่าน โดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดน่าน ร่วมกับกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ได้ดำเนินกิจกรรมการประกวดเยาวชนต้นแบบด้านมารยาทไทย และมารยาทในสังคม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 จังหวัดน่าน เพื่อเป็นแนวทางและเครื่องมือสำคัญในการเผยแพร่และเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ

หลักปฏิบัติ เรื่องมารยาทไทย และมารยาทในสังคม รวมทั้งการรณรงค์เผยแพร่ประชาสัมพันธ์การไหว้เป็นเอกลักษณ์ประจำชาติ ประเภทการทักทายและการแสดงความเคารพแบบไทย รวมทั้งเป็นการตอบสนองนโยบายและยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ โดยการปลูกฝังวัฒนธรรมและค่านิยมที่พึงประสงค์ประกวดเยาวชนต้นแบบด้านมารยาทไทย และมารยาทในสังคม

จังหวัดน่าน มีนักศึกษาที่สมัครเข้าร่วมประกวดฯ จำนวน 98 คน แบ่งเป็นระดับประถมศึกษา (ป.1 – ป.6)จำนวน 19 ทีมระดับมัธยมศึกษาตอนต้น (ม.1 – ม.3) จำนวน 10 ทีม ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.4 – ม.6) และประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) จำนวน 9 ทีม และระดับอุดมศึกษา และประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง(ปวส.) จำนวน 1 ทีม ผลการประกวดเยาวชนต้นแบบมารยาทไทยและมารยาทสังคม ประจำปี 2568 ระดับประถมศึกษา ชนะเลิศได้แก่โรงเรียนบ้านเป้า รองชะ

เลิศอันดับ 1 โรงเรียนจุมปีวนิดาภรณ์ เทศบาลเมืองน่าน(บ้านภูมินทร์)รองชนะเลิศอันดับ 2 โรงเรียนบ้านนาราบ(จุลเกษตรศึกษานาคาร )ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ชนะเลิศได้แก่โรงเรียนศรีสวัสดิ์วิทยาคาร รองชนะเลิศอันดับ 1 โรงเรียนน่านนคร รองชนะเลิศอันดับ 2

โรงเรียนบ้านปางเป๋ย มัธยมศึกษาตอนปลาย ชนะเลิศได้แก่ โรงเรียนสตรีศรีน่าน รองชนะเลิศอับดับ1โรงเรียนศรีสวัสดิ์วิทยาคาร รองชะเลิศอันดับ 2 โรงเรียนน่านนคร และระดับอุดมศึกษา(ปวส.) ชนะเลิศไดเแก่ มหาวิทยาลัยรภัฏอุตรดิตถ์
/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/ร.ต.อ.สถิตย์ ศรีประสม รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / พล.ต.ต.อภิรักษ์ เวชกาญจนา ผบก. ภ. จว.ลพบุรี พร้อมข้าราชการตำรวจในสังกัดร่วมมอบทุนฯ

แชร์เนื้อหานี้

17 มิ.ย.2568 เวลา 16.30 น. พล.ต.ต.อภิรักษ์ เวชกาญจนา ผบก.ภ.จว.ลพบุรี พร้อมด้วย รอง ผบก. ในสังกัด ภ.จว.ลพบุรี, ข้าราชการตำรวจ ในสังกัด สภ.โคกสำโรง สภ.หนองม่วง สภ.เพนียด, สภ.บ้านหมี่ สภ.โคกเจริญ สภ. สระ

โบสถ์ และคณะ กต.ตร.ภ.จว.ลพบุรี คณะ กต.ตร.สภ.โคกสำโรง ที่ปรึกษา กต.ตร.สภ.โคกสำโรง ร่วมพิธีมอบทุนการศึกษาให้แก่บุตร-ธิดา ของข้าราชการตำรวจ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้แก่ข้าราชการตำรวจ

การร่วมมอบทุนการศึกษาใน “โครงการทุนการศึกษา บุตร-ธิดาข้าราชการตำรวจ สังกัด ภ.จว.ลพบุรี ประจำปี 2568” โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการศึกษา ลดภาระค่าใช้จ่าย และเสริมสร้างขวัญกำลังใจให้กับบุตร-ธิดาข้าราชการตำรวจที่มีความประพฤติดีและมีผลการเรียนดี

โดยมุ่งหวังที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนมีความมุ่งมั่นตั้งใจในการศึกษาเล่าเรียน เพื่อเติบโตเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศในอนาคต การสนับสนุน

ด้านการศึกษาถือเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างสังคมที่เข้มแข็งและมีคุณภาพ เพราะการศึกษาคือกุญแจสู่ความสำเร็จและการพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไป

สนอง แท่นสูงเนิน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตร.สันติบาล จัดโครงการสร้างจิตสำนึก” รุ่นที่ 4 ประจำปี 2568 ณ รร.ยางชุมวิทยา ต.หาดขาม อ.กุยบุรี จ.ประจวบฯ

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ (18 มิ.ย. 2568) เวลา 08.30 น. ร.ต.อ.กฤษฎา จิณะไชย รองสารวัตร กก.4 บก.ส.1 และหัวหน้าสถานีตำรวจจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ จัดกิจกรรมอบรม “โครงการสร้างจิตสำนึก” รุ่นที่ 4 ประจำปี 2568

ณ โรงเรียนยางชุมวิทยา ตำบลหาดขาม อำเภอกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
โดยมี นายนพพล เสียงกล่อม ผู้อำนวยการโรงเรียน เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วย นายก อบต.หาดขาม, กำนัน และผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่

เข้าร่วมกิจกรรม มีนักเรียนเข้าร่วมอบรมจำนวน 120 คน เนื้อหาการอบรมเน้นให้เยาวชนรู้จักหน้าที่ มีวินัย และอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างมีความรับผิดชอบ

กิจกรรมในครั้งนี้ได้รับความสนใจและความร่วมมือจากทุกฝ่ายเป็นอย่างดี.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 0909944781