สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผบ.ตร. ลงพื้นที่น่าน มอบถุงยังชีพ น้ำดื่ม และเครื่องอุปโภคบริโภค แก่ผู้ประสบภัย และให้กับข้าราชการตำรวจผู้ประสบภัยน้ำท่วม

แชร์เนื้อหานี้

พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ลงพื้นที่น่าน มอบถุงยังชีพ น้ำดื่ม และเครื่องอุปโภคบริโภค แก่ผู้ประสบภัย และให้กับข้าราชการตำรวจผู้ประสบภัยน้ำท่วม โดยกล่าวให้กำลังใจกับพี่น้องประชาชนผู้ประสบภัย พร้อมสั่งการให้ตำรวจ เร่งช่วยเหลือประชาชน

ส่งอาหาร น้ำดื่ม น้ำอุปโภค บริโภค ตรวจตรา ดูแลทรัพย์สินของประชาชน โดยเฉพาะบ้านเรือนที่ยังมีน้ำท่วมขังอยู่ โดยมีพล.ต.ต.ดเรศ กัลยา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดน่าน และข้าราชการตำรวจในพื้นที่ ให้การต้อนรับ และรายงานสถานการณ์ ผลกระทบจากพายุวิภา

ในการนี้ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้มอบนโยบาย แนวทางปฏิบัติแก่ข้าราชการตำรวจในพื้นที่ ให้เตรียมแผนรับมือ หากเกิดสถานการณ์น้ำท่วมอีก ให้นำข้อมูลสถานการณ์น้ำในครั้งนี้ วางแผนรับมือในแต่ละห้วง อาทิ ก่อนเกิดอุทกภัย ควรแจ้งเตือนประชาสัมพันธ์ในพื้นที่

ลงถึงระดับหมู่บ้านชุมชน โดยเฉพาะหมู่บ้านเสี่ยงภัยน้ำท่วมฉับพลันน้ำป่าไหลหลาก พร้อมเตรียมช่วยเหลือยกของขึ้นที่สูง หรือหากมีการอพยพประชาชนไปยังพื้นที่ปลอดภัย ระหว่างเกิดภัย เร่งช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัย อพยพ ส่งอาหาร น้ำดื่ม ตรวจตราดูแลทรัพย์สินของประชาชน

โดยเฉพาะหลังคาเรือนที่อพยพ และช่วงน้ำลด เร่งช่วยเหลือประชาชนในการฟื้นฟู กวาด ล้าง ทำความสะอาดบ้านเรือน และสถานที่สาธารณประโยชน์ เป็นต้น เพื่อให้ตำรวจเป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกสถานการณ์ ช่วยเหลือประชาชนดุจญาติมิตร

สำหรับความเสียหายของสถานีตำรวจในพื้นที่ พร้อมกับที่พักตำรวจ และข้าวของเครื่องใช้ ให้เร่งสำรวจความเสียหายและรายงานไปที่ส่วนกลาง เพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามขั้นตอนต่อไป/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน ร.ต.อ.สถิตย์ ศรีประสม รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “ไฟฟ้าหงสา สนับสนุนงบประมาณช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดน่าน”

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 31 กรกฎาคม 2568 คุณคทายุทธ์ ชูพูล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไฟฟ้า หงสา จำกัด มอบงบประมาณสนับสนุนจำนวน 1,500,000 บาท แก่จังหวัดน่าน

เพื่อใช้ในภารกิจให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยจากอิทธิพลของพายุโซนร้อน “วิภา” (WIPHA) ซึ่งส่งผลกระทบต่อพื้นที่ในช่วงวันที่ 22–24 กรกฎาคมที่ผ่านมา

พิธีมอบงบประมาณจัดขึ้น ณ ห้องประชุมสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดน่าน โดยมีคุณชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นผู้รับมอบ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ และผู้แทนจากสื่อมวลชนในพื้นที่ร่วมเป็นสักขีพยาน

บริษัท ไฟฟ้า หงสา จำกัด ขอแสดงความห่วงใยต่อผู้ประสบภัยทุกท่าน และพร้อมร่วมเคียงข้างประชาชนในการฟื้นฟูและบรรเทาความเดือดร้อนด้วยความห่วงใยและตั้งใจจริง/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รวมพลังธารน้ำใจ ช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากเหตุสู้รบชายแดนไทย-กัมพูชา

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 31 กรกฎาคม 2568 เวลา 16.30 น. ณ บริเวณศาลากลางจังหวัดบึงกาฬ นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานรับมอบสิ่งของ

พร้อม นายนคร ศิริปริญญานันท์ รองผวจ.บึงกาฬ นายสมหวัง อารีย์เอื้อ รองผวจ.บึงกาฬ รับมอบสิ่งของจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬ เพื่อส่งต่อให้กับผู้ประสบภัยจากเหตุการณ์ความไม่สงบ บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา

ในการนี้ นางแว่นฟ้า ทองศรี นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬ พร้อมคณะผู้บริหาร และสมาชิกสภา อบจ.บึงกาฬ ได้นำสิ่งของจำเป็นมาสนับสนุนการดำเนินงานของศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยชายแดน ซึ่งจังหวัดบึงกาฬได้จัดตั้งขึ้น ตั้งแต่วันที่ 31 กรกฎาคม 2568 เป็นต้นมา

ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ กล่าวว่า เหตุการณ์ปะทะตามแนวชายแดน สร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนทั้งในชีวิตและทรัพย์สิน จังหวัดจึงเชิญชวนทุกภาคส่วนร่วมบริจาคสิ่งของอุปโภคบริโภค และเงินช่วยเหลือ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่

การรวมพลังของภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนในครั้งนี้ สะท้อนถึงความห่วงใย และความมีน้ำใจของคนบึงกาฬ ที่ไม่ทอดทิ้งกันในยามยากลำบาก

ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ตรวจราชการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ตรวจเยี่ยมศูนย์ประสานการบริหารงานกลุ่มเปราะบางจากภัยพิบัติและศูนย์พักพิงชั่วคราวที่จ.นครราชสีมา

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2568 เวลา 13.30 น. นางสาวนภาพร เมฆาผ่องอำไพ ผู้ตรวจราชการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ตรวจเยี่ยมศูนย์ประสานการบริหารงานกลุ่มเปราะบางจากภัยพิบัติ (ศบปภ.) จังหวัดนครราชสีมา ณ ศูนย์บริการคนพิการจังหวัดนครราชสีมา โดยมี
นางสาวนงลักษณ์ ยะสูงเนิน ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ4 พร้อมด้วยนางกันตา ดีเติม พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนครราชสีมา และหัวหน้าส่วนราชการสังกัดสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนครราชสีมาร่วมรับฟังข้อราชการในการตรวจเยี่ยมดังกล่าว

นางสาวนภาพร เมฆาผ่องอำไพ ผู้ตรวจราชการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวว่า”พม.นครราชสีมา” ขานรับนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (นายวราวุธ ศิลปอาชา) โดยเปิดศูนย์ประสานการบริหารงานกลุ่มเปราะบางจากภัยพิบัติ (ศบปภ.) ดูแลช่วยเหลือ กลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ณ ศูนย์บริการคนพิการจังหวัดนครราชสีมา เพื่อประสานการดูแลช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางและประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบ ตามแนวชายแดนไทย – กัมพูชา ที่เข้าพักอาศัยในศูนย์พักพิงชั่วคราวของจังหวัดนครราชสีมาโดยทีม พม.หนึ่งเดียวจังหวัดนครราชสีมาได้ดำเนินการสำรวจข้อมูลกลุ่มเปราะบาง

เพื่อประสานส่งต่อข้อมูลให้กับส่วนกลางและจังหวัดต้นทาง พิจารณาให้ความช่วยเหลือด้านสิทธิสวัสดิการตามภารกิจของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ซึ่งในระหว่างที่เข้าพักอาศัยในศูนย์พักพิงได้มีการจัดกิจกรรมสันทนาการ เพื่อผ่อนคลายและลดความวิตกกังวลของกลุ่มเปราะบางและประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบ พร้อมทั้งช่วยจัดหาสิ่งของที่จำเป็น และให้คำแนะนำปรึกษาในเรื่องสิทธิสวัสดิการของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

จากนั้นนางสาวนภาพร เมฆาผ่องอำไพ ผู้ตรวจราชการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์พร้อมคณะเดินทางไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราววัดเกราพัฒนาราม ต.ใหม่ อ.โนนสูง จ.นครราชสีมาเพื่อพบปะและให้กำลังใจประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบตามแนวชายแดน โดยประชาชนในศูนย์พักพิงชั่วคราวทุกคนยังมีกำลังใจที่ดีและไม่มีความวิตกกังวลใดๆพร้อมกับขอบคุณเจ้าหน้าที่จากทุกหน่วยงานทุกคนที่ดูแลความเป็นอยู่อย่างดี

นางสาวนภาพร กล่าวอีกว่า กระทรวง พม. ขอเป็นสื่อกลางในการประสานเชิญชวนพี่น้อง ประชาชน เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลส่งความห่วงใยแก่พี่น้องผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา โดยสามารถบริจาคสิ่งของหรือเงินผ่านบัญชี “ศูนย์รับบริจาค กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์” ธนาคารกรุงไทย บัญชีกระแสรายวัน เลขบัญชี 021-6-05940-2 (ผู้บริจาคมีสิทธินำเงินบริจาคลดหย่อนภาษีได้) หรือติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02-659 6418-9

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จเรตำรวจแห่งชาติประชุมผู้แทน 10 ประเทศ และ UNODC จับมือร่วมปฏิบัติการในวอร์รูม ศูนย์บริหารเหตุการณ์แก๊งคอลเซ็นเตอร์และค้ามนุษย์นานาชาติ

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ (29 กรกฎาคม 2568) เวลา 13.30 น. พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้บัญชาการเหตุการณ์ ศูนย์บริหารเหตุการณ์แก๊งคอลเซ็นเตอร์และค้ามนุษย์นานาชาติ (จตช./ผบ.ศกค.) /International Anti-Scam and Human Trafficking Syndicate Command Center (IAC) ประชุมหารือเตรียมความพร้อมในการดำเนินการร่วมกันในวอร์รูม IAC

โดยมี พล.ต.ต.พงษ์สยาม มีขันทอง รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว/รอง ผบ.เหตุการณ์ (2) ร่วมกับผู้แทนทูตนานาประเทศ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม ได้แก่ ผู้แทนทูตจากประเทศ บังกลาเทศ ญี่ปุ่น ลาว เมียนมา แอฟริกาใต้ เกาหลีใต้ สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา เวียดนาม สิงคโปร์ และ UNODC ณ ห้องประชุมวอร์รูม ศูนย์บริหารเหตุการณ์แก๊งคอลเซ็นเตอร์และการค้ามนุษย์นานาชาติ

พล.ต.อ.ธัชชัยฯ กล่าวว่า จากการที่รัฐบาลสั่งการให้เดินหน้าปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ให้เห็นผลภายใน 3 เดือน โดยให้ร่วมมือกับนานาชาติในการปฏิบัติการ จึงเป็นที่มาของการตั้งวอร์รูมศูนย์บริหารเหตุการณ์แก๊งคอลเซ็นเตอร์และค้ามนุษย์นานาชาติ (IAC) ณ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมีประเทศต่างๆ รวม 10 ประเทศ รวมทั้ง UNODC

ในการทำงานร่วมกัน เพื่อหารือและแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่สร้างปัญหาให้กับประเทศต่างๆ ทั่วโลก ซึ่งการทำงานร่วมกันของนานาประเทศในวอร์รูม IAC นี้ จะเป็นประโยชน์อย่างสูงในการแลกเปลี่ยนข้อมูลได้อย่างรวดเร็วในกรณีฉุกเฉินเร่งด่วน ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการปฏิบัติการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในประเทศต่างๆ โดยวอร์รูมนี้จะเป็นการยกระดับปฏิบัติการในการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในทุกมิติ

ทั้งนี้ เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ผ่านมา พล.ต.อ.ธัชชัยฯ ได้มอบหมายให้ พล.ต.ต.อรรถสิทธิ์ สุดสงวน รองผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (รอง ผบช.สอท.)/รอง ผบ.เหตุการณ์ (1) ประชุมเตรียมความพร้อมผู้ประสานงานวอร์รูม IAC โดยมีผู้แทนหน่วยงานต่างๆ ที่ร่วมปฏิบัติการในวอร์รูมร่วมประชุม อาทิ ผู้แทน บช.สอท. , กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง , สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง , ตำรวจภูธรภาค 2 , ผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆ ได้แก่ กระทรวงการต่างประเทศ , กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม , ธนาคารแห่งประเทศไทย , สำนักงาน กสทช. , สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ , สำนักงานคณะกรรมการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ , สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลบุคคล และ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน

โดยการปฏิบัติการของวอร์รูม IAC จะเป็นการยกระดับการปฏิบัติการให้เข้มข้นและเป็นเอกภาพมากขึ้น ในการเร่งรัดข้อมูลเพื่อวิเคราะห์เส้นทางการเงินและอายัดบัญชีธนาคาร/Wallet/Cryto Wallet ทันที , เร่งรัดข้อมูลเพื่อวิเคราะห์จุด IP หาพิกัดที่ใช้ในการกระทำความผิด ขอข้อมูลการจดทะเบียนทั้งผู้ให้บริการและผู้ขอรับบริการ รวมทั้งระงับการใช้หมายเลขโทรศัพท์ หรือจุดที่จ่ายสัญญาณอินเทอร์เน็ต , วิเคราะห์แผนประทุษกรรม วิเคราะห์ความเชื่อมโยงขบวนการ และนำเสนอแนวทางการป้องกันปราบปราม นอกจากนี้ ยังจะสามารถปิดเพจ ปิดแพลตฟอร์มทันทีเมื่อรับแจ้งคดี และป้องกันการรั่วไหลของข้อมูล ซึ่งจะทำให้การปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์และการค้ามนุษย์มีประสิทธิภาพและสัมฤทธิ์ผลภายในระยะเวลาที่กำหนดได้

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / งานแถลงข่าว วิ่ง ปั่นรวมใจ อุทยานหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต วัดสัมปัตตะวนาราม จ.นครราชสีมา

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 30 ก.ค.2568 นายสุรพันธ์ ศิลปสุวรรณ รองผู้ว่าราชการ จังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานเปิดงานแถลงข่าววิ่ง ปั่นรวมใจ อุทยานหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ณ วาไรตี้ฮอลล์ หน้า MCC HALL ชั้น 3 เดอะมอลล์โคราช กิจกรรมเดินวิ่งปั่น ณ อุทยานหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต วัดสัมปัตตะวนาราม จ.นครราชสีมาจะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ.2568

โดยโครงการดังกล่าว เป็นการจัดกิจกรรม วิ่ง ปั่นรวมใจ เพื่อสร้างอุทยานหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต วัดสัมปัตตะวนาราม ตำบลโคกกรวด อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา โดยมีพลเอกชลิต พุกผาสุก องคมนตรี เป็นประธานคณะกรรมการโครงการ ฯ เพื่อส่งเสริมให้วัดสัมปัตตะวนาราม จังหวัดนครราชสีมา เป็นที่รู้จักและส่งเสริมการออกกำลังกาย ส่งเสริมการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ ส่งเสริมให้นักกีฬาจักรยาน ในจังหวัดนครราชสีมาได้มีพื้นที่ในการแข่งขัน และเพื่อรณรงค์ให้ประชาชนตระหนักถึงคุณค่า ของการปฏิบัติธรรมของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต
การชิงโล่รางวัลเกียรติยศจากพลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุก องคมนตรีการเข้าร่วมกิจกรรม จะแบ่งออกเป็น การเดิน วิ่ง และการปั่นจักรยานโดย แบ่ง
กิจกรรมดังต่อไปนี้

  1. ประเภทถนนระยะทาง44 กิโลเมตร โล่รางวัลและเงินรางวัลแบ่งเป็น 3 รุ่น รุ่นละ 5 รางวัล เป็นเงินรางวัล
    1,000 / 900 / 800 /700 / 600 บาทตามลำดับรวม 15 รางวัล
    1.1 เยาวชนชายไม่เกิน 17 ปี
    1.2 ประชาชนชาย ( OPEN )
    1.3 ประชาชนหญิง ( OPEN )
  2. ประเภทท่องเที่ยว ระยะทาง 14 กิโลเมตร ( ไม่มีการแข่งขัน )
  3. ประเกทระยะสั้น 1 กิโลเมตร โล่รางวัลและเงินรางวัลแบ่งเป็น 3 รุ่น รุ่นละ 3 รางวัล เป็นเงินรางวัล
    1,000 / 900 / 800 บาทตามลำดับ
    3.1 เยาวชนชายไม่เกิน 17 ปี
    3.2 ประชาชนชาย ( OPEN )
    3.3 ประชาชนหญิง ( OPEN )
  4. วิ่งเพื่อสุขภาพระยะทาง 5 กิโลเมตร (ไม่มีการแข่งขัน) รางวัลพิเศษส่งเสริมการร่วมกิจกรรมเพื่อสุขภาพ
  5. โล่รางวัลประกวดการแต่งกายแฟนซี จำนวน 10 รางวัล
  6. โล่รางวัลประเภททีม ผู้ที่เข้าร่วมวิ่งตั้งแต่ 26 ท่านขึ้นไป นักกีฬาร่วมเป็นหมู่คณะร่วมทุกประเภท (วิ่งปั่น) จะได้รับโล่รางวัลประเภททีม ทุกทีมไม่จำกัดทีม
    ผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรมทุกท่านที่สมัครแบ่งตามประเภทดังต่อไปนี้

ปั่นระยะทาง 44 กิโลเมตร และ 14 กิโลเมตร ค่าสมัคร 500 บาท/ท่าน
สิ่งที่ได้รับ เสื้อคอโปโล + เหรียญที่ระลึก + อาหาร + อุปกรณ์การแข่งขัน (BIB)วิ่งระยะทาง 5 กิโลเมตร ค่าสมัคร 399/ท่าน

สิ่งที่ได้รับ เสื้อคอกลม + เหรือยู่ที่ระลึก + อาหาร + อุปกรณ์การแข่งขัน (BIB)ประเภท VIP ( สามารถร่วมกิจกรรมได้ทุกประเภท ( วิ่ง-ปั่น ทุกระยะ ) ค่าสมัคร 1,000 บาท/ท่านสิ่งที่ได้รับ เสื้อไปโล 1 ตัว + รูปหล่อเหมือนหลวงปู่มั่น หน้าตัก 5 นิ้วเนื้อนิล + อาหาร + อุปกรณ์การแข่งขัน ( BIB )ผู้ที่สนใจสามารถสมัครได้ตั้งแต่วันที่ 30 กรกฎาคม 2568 ที่เว็บไซด์ https://race.thai.run/runbike

ที่สโมสรกีฬาจักรยานจังหวัดนครราชสีมา หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
คุณกฤตชัย โทร 086-7717779คุณลิขิต โทร 092-966-2291คุณวรินทร โทร 095-6145492สโมสรกีฬาจักรยาน จังหวัดนครราชสีมาติดต่อร้านแชมป์สปอร์ต โทร 0444-267411และติดตามข่าวสารได้ที่เพจ “อุทยานหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต วัดสัมปัตตะวนาราม นครราชสีมา” กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / พิธีปล่อยแถวปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด“N0 Drugs No Dealers” ผนึกกำลัง ชุมชนปลอดยาเสพติด

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันที่ 30 กรกฎาคม 2568 เวลา 18.00 น. ณ บริเวณลานอเนกประสงค์ หน้าสำนักงานเทศบาลเมืองชุมพร
อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพรให้เกียรติมาเป็นประธาน

พิธีปล่อยแถวปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด “No Drugs No Dealers” ผนึกกำลังชุมชนปลอดยาเสพติดร่วมกับ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชุมพร รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน จังหวัดชุมพร ปลัดจังหวัดชุมพร นายแพทย์สาธารณสุข จังหวัดชุมพร และหัวหน้าส่วนราชการ

นายกัมปนาท กลิ่นเสาวคนธ์ ปลัดจังหวัดชุมพร เปิดเผยว่า ด้วยปัญหายาเสพติดเป็นวาระแห่งชาติ ที่รัฐบาลตั้งใจขจัดให้หมดไปจากผืนแผ่นดินไทย และที่ผ่านมา รัฐบาลก็ได้ดำเนินงานอย่างเข้มข้น จริงจัง และต่อเนื่อง ด้วยมาตรการ และปฏิบัติการต่าง ๆ ทั้งการกำหนดแผนปฏิบัติการป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด ซึ่งจะมีการกำกับ ติดตาม

และประเมินผลตัวชี้วัดอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนปฏิบัติการ Seal Stop Safe ผนึกกำลัง ในพื้นที่จังหวัดและอำเภอชายแดน อย่างไรก็ตาม การดำเนินงานจะต้องขยายผลให้มากยิ่งขึ้น รัฐบาลต้องการ ให้การแก้ไขปัญหายาเสพติดเป็นไปอย่างเข้มข้น และครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศ โดยจะต้องอาศัยความร่วมมือของข้าราชการทุกหน่วยที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การดำเนินงานส่งผลดีกับประชาชน และสามารถขจัดปัญหายาเสพติดได้อย่างแท้จริง

วันนี้ รัฐบาลได้ผลักดันวาระการแก้ไขปัญหายาเสพติดซึ่งเป็นวาระแห่งชาติ ให้เป็นวาระของจังหวัด อำเภอ และหมู่บ้าน/ชุมชน ทั่วประเทศ ผ่านปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด “No Drugs No Dealers” ผนึกกำลัง ชุมชนปลอดยาเสพติด โดยมีเป้าหมายและตัวชี้วัด ว่า ภายใน 3 เดือนนี้ หมู่บ้าน/ชุมชน ที่มีปัญหายาเสพติด จะต้องเริ่มแก้ไขปัญหา วางกลไกของชุมชน และประกาศตนเป็น “หมู่บ้านชุมชนปลอดยาเสพติด”

ที่จะต้องไม่มีทั้งผู้ค้าและผู้เสพอีกต่อไป จึงต้องอาศัยการทำงานร่วมกันของจังหวัด และฝ่ายปกครอง นำโดย ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร เจ้าหน้าที่ตำรวจ นำโดย ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข นำโดย ท่านนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด หน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง และกลไกฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) เพื่อขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหายาเสพติด ให้ครบถ้วนทุกมิติในชุมชน ตลอดจนการฟื้นฟูคนดีกลับสู่สังคม

จังหวัดชุมพร จะขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด เพื่อทำให้ประชาชนมีความสุข ตามข้อสั่งการและนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยจึงกำหนดให้มีการปล่อยแถว เปิดปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด “No Drugs No Dealers”

ผนึกกำลังชุมชนปลอดยาเสพติด ปฏิบัติการ Re X-ray อย่างเข้มข้นในพื้นที่ชุมชน หมู่บ้าน โดยมีการบูรณาการร่วมกันทุกฝ่าย ในการปฏิบัติภารกิจกวาดล้างยาเสพติด อย่างเต็มกำลังความสามารถ จึงขอเรียนเชิญท่านผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพรได้มอบนโยบายและสั่งการ พร้อมปล่อยแถวปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด “No Drugs No Dealers” ผนึกกำลังชุมชนปลอดยาเสพติด ต่อไป ขอเรียนเชิญครับ

นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร กล่าวว่า ตามที่ ได้ไปรับมอบนโยบายจาก ท่านภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นประธานในพิธีเปิดปฏิบัติการกวาดล้าง ยาเสพติด “No Drugs No Dealers” ผนึกกำลัง ชุมชนปลอดยาเสพติด  เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 17 กรกฎาคม 2568 ณ ห้องมัฆวานรังสรรค์ สโมสรทหารบก ถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพมหานคร นั้น เนื่องจากปัญหายาเสพติด เป็นวาระแห่งชาติที่รัฐบาลตั้งใจ ขจัดให้หมดไปจากผืนแผ่นดินไทย และที่ผ่านมา รัฐบาลก็ได้ดำเนินการอย่างเข้มข้น จริงจัง และต่อเนื่อง 

ด้วยมาตรการและปฏิบัติการต่าง ๆ ทั้งการกำหนดแผนปฏิบัติการป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติดปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ซึ่งมีการกำกับ ติดตาม และประเมินผลตัวชี้วัดอย่างต่อเนื่อง การดำเนินงานจะต้องขยายผลให้มากยิ่งขึ้น รัฐบาลต้องการให้ การแก้ไขปัญหายาเสพติดเป็นไปอย่างเข้มข้น และครอบคลุมทุกพื้นที่ ทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นกรุงเทพมหานคร และในภูมิภาค ทั้ง 76 จังหวัด 878 อำเภอ โดยจะต้องอาศัย ความร่วมมือของข้าราชการทุกหน่วย ที่เกี่ยวข้อง จึงจะสามารถขจัดปัญหายาเสพติดให้หมดไปได้อย่างแท้จริง ในวันนี้ รัฐบาลจะผลักดันวาระการแก้ไขปัญหายาเสพติด ซึ่งเป็นวาระแห่งชาติ ให้เป็นวาระของจังหวัด อำเภอ และหมู่บ้าน/ชุมชน ทั่วประเทศ ผ่านปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด“No Drugs No Dealers”ผนึกกำลัง ชุมชนปลอดยาเสพติด โดยมีเป้าหมายและตัวชี้วัดว่า ภายใน 3 เดือนนี้ หมู่บ้าน ชุมชน ที่มีปัญหายาเสพติด จะต้องเริ่มแก้ไขปัญหา วางกลไกของชุมชน และประกาศตนเป็น “หมู่บ้านชุมชนปลอดยาเสพติด” ที่จะต้องไม่มีทั้งผู้ค้าและผู้เสพอีกต่อไป

จึงจำเป็นต้องอาศัยการทำงานร่วมกันจากทุกฝ่าย ทั้งฝ่ายปกครอง ฝ่ายตำรวจ ฝ่ายทหาร เจ้าหน้าที่สาธารณสุข และหน่วยงานอื่น ๆ โดยใช้กลไกของฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ผนึกกำลังร่วมกันเพื่อขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหายาเสพติดให้ครบถ้วนทุกมิตินับตั้งแต่การป้องกันไม่ให้ยาเสพติดเข้าสู่ประเทศ การป้องกันและปราบปรามการแพร่ระบาดของยาเสพติดในหมู่บ้านชุมชน ตลอดจนการฟื้นฟูคนดีกลับสู่สังคม โดยมีการตั้งด่านชุมชน ตรวจค้น จับกุม บังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯแพร่ “ขอบคุณ” หน่วยงานทุกภาคส่วนที่ร่วมแรงร่วมใจแก้ไขสถานการณ์ในภาวะวิกฤตน้ำท่วมและช่วยเหลือประชาชนชาวแพร่อย่างเต็มกำลังความสามารถ

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 30 กรกฎาคม 2568 ข้าราชการและเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่างๆ ในจังหวัดแพร่ ร่วมเชิญสิ่งของพระราชทานใส่ในถุงยังชีพ จำนวน 1,000 ชุด ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายนุรักษ์ มาประณีต องคมนตรี

ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นผู้แทนมอบให้แก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วมในเขตจังหวัดแพร่ ที่ศูนย์ปฏิบัติการเฉพาะกิจป้องกันบรรเทาสาธารณภัย ป่าแมต อ.เมืองแพร่ วันพรุ่งนี้ (31 ก.ค.68) เวลา 08.30 น.

นายสมชัย เลิศประสิทธิพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ กล่าวในนาม ผู้บัญชาการณ์เหตุ การณ์ กรณีเกิดอุทกภัยอันเนื่องมาจากพายุโซนร้อน “วิภา” ทำให้เกิดน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ของจังหวัดแพร่ มีราษฎรได้รับความเดือดร้อนจำนวนหนึ่ง

แต่ด้วยความร่วมมือร่วมใจของทุกส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรภาคเอกชน อาสาสมัครกู้ภัย ทหาร ตำรวจ พลเรือน พระภิกษุสงฆ์ และประชาชน ทำให้เกิดผลกระทบและความเสียหายต่อทรัพย์สิน บ้านเรือน และพื้นที่ทางการเกษตรของประชาชนในจำนวนไม่มากนัก จึงใคร่ขอ
กราบขอบพระคุณทุกท่านทุกหน่วยงานมา ณ โอกาสนี้

ด้วยจิตคารวะ

ธีรพงษ์ ธงออน/แพร่
061-595-5297

เชียงใหม่ ศปอส.ภาค 5 บุกจับแก๊งคอลเซนเตอร์จีนราย ใหญ่คาบ้านหรู 40 ล้าน ที่แม่ริม

เมื่อวันที่ 30 ก.ค. 2568 ตำรวจภูธรภาค 5 นำโดย พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 ,พลตำรวจตรีธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 พร้อมด้วยชุดปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ และเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว เข้าตรวจค้นบ้านหรูในพื้นที่ หมู่ 2 ตำบลห้วยทราย อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ตามหมายค้นของศาลจังหวัดเชียงใหม่

บ้านหลังดังกล่าวมีมูลค่ากว่า 40 ล้านบาท ถูกใช้เป็นฐานปฏิบัติการของกลุ่มชาวจีน 18 คน เปิดเป็นคอลเซ็นเตอร์ หลอกลวงลูกค้าชาวจีนผ่านแอปพลิเคชันและเพจออนไลน์หลายแพลตฟอร์ม ซึ่งภายในบ้านพบกำลังนั่งทำงานผ่านคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือ

ขณะที่เจ้าหน้าที่เข้าจู่โจมตรวจค้น ผู้ต้องหาทั้งหมดพยายามหลบหนี บางรายกระโดดลงมาจากชั้นสองของบ้านที่มีความสูงกว่า 8 เมตร ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บ 8 คน หนึ่งในนั้นขาหัก ส่วนที่เหลือได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยจากการหกล้มและบาดแผลถลอก จากการตรวจค้น พบคอมพิวเตอร์กว่า 20 เครื่อง โทรศัพท์มือถือมากกว่า 100 เครื่อง ซิมการ์ดประเทศจีน ซึ่งถูกใช้ในการติดต่อกับเหยื่อชาวจีนกว่า 10 ราย

พลตำรวจตรีธวัชชัย เปิดเผยว่า กลุ่มผู้ต้องหาทั้งหมดเป็นชาวจีน เดินทางเข้าประเทศไทยและเช่าบ้านหลังนี้มาแล้วประมาณ 3 เดือน โดยมีหัวหน้าชาวจีนเป็นผู้จัดการเช่าให้กลุ่มลูกน้องที่ทำงานภายในบ้าน พฤติกรรมของกลุ่มนี้คือทำงานตลอด 24 ชั่วโมง กินอยู่หลับนอนภายในบ้านหรูแห่งนี้ทั้งหมด

เบื้องต้นพบว่าผู้ต้องหาได้รับค่าจ้างหัวละประมาณ 10,000 ถึง 20,000 หยวน หรือราว 50,000 ถึง 100,000 บาทต่อเดือน โดยภารกิจหลักคือการหลอกลวงชาวจีนในรูปแบบต่างๆ ทั้งการหลอกขายสินค้าออนไลน์ หลอกให้โอนเงินเพื่อแก้ปัญหาสายการบิน ปัญหาธนาคาร รวมถึงการข่มขู่เรียกเงินในลักษณะของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างขยายผลไปยังผู้ว่าจ้างตัวจริง รวมถึงตรวจสอบเครือข่ายที่อาจโยงใยข้ามชาติ ซึ่งคาดว่าจะมีความเชื่อมโยงกับขบวนการอาชญากรรมทางไซเบอร์รายใหญ่จากต่างประเทศด้วย..

สมจิตร แสงบันลังค์

​สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / พระราชทานเพลิงศพ “จ.ส.อ.ธวัชชัย บุสภา” อย่างสมเกียรติ ครอบครัว-ประชาชนหลั่งน้ำตาร่วมอาลัยแน่นวัด

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 22 ธันวาคม 2567 ณ วัดเจริญธรรมาราม ตำบลบ้านซ่ง อำเภอคำชะอี จังหวัดมุกดาหาร พลตรี ฉัฐชัย มีชั้นช่วง ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 210 เดินทางมาเป็นประธาน

ในพิธีพระราชทานเพลิงศพ จ่าสิบเอก ธวัชชัย บุสภา สังกัดกองพันทหารปืนใหญ่ที่ 106 กรมทหารปืนใหญ่ที่ 6 ซึ่งเสียชีวิตจากเหตุการณ์ปะทะบริเวณฐานปฏิบัติการฟ้าลั่น (เขาสัตตะโสม) อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ

โดยในพิธีพระราชทานเพลิงศพมี พลตำรวจตรีไพโรจน์ ไทยพุทรา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร นางอัญชลี กัลมาพิจิตร นายกเหล่ากาชาดจังหวัดมุกดาหาร รองผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอคำชะอี คณะผู้บังคับบัญชากองทัพ

ภาคที่ 2 และหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก , หัวหน้าส่วนราชการ นายเฉลิมชัย บุสภา บิดาของผู้เสียชีวิต นางวิไล บุสภา มารดา นางสาวรจรินทร์ สิงห์ศร ภรรยา อาสาสมัครทหารพราน ทรงวุฒิ บุสภา น้องชาย ตลอดจนคณะญาติ และประชาชนในพื้นที่ จังหวัดมุกดาหารได้เข้าร่วมพิธีเพื่อแสดงความไว้อาลัย

พิธีพระราชทานเพลิงศพในครั้งนี้จัดขึ้นอย่างสมเกียรติ เพื่อไว้อาลัยเป็นครั้งสุดท้ายให้กับ จ่าสิบเอก ธวัชชัย บุสภา โดยเมื่อขบวนอัญเชิญกล่องเพลิงพระราชทานมาถึงบริเวณประกอบพิธี ผู้บังคับบัญชา ข้าราชการ เพื่อนทหารตลอดจนครอบครัว และประชาชนในพื้นที่ตั้งแถวรอรับ

เจ้าหน้าที่ได้มีการอัญเชิญกล่องเพลิงพระราชทานขึ้นวางประจำจุดเตรียมประกอบพิธี จากนั้นประธานในพิธีขึ้นทอดผ้าบังสุกุล กองเกียรติยศเป่าแตรนอน ผู้ร่วมพิธีได้ขึ้นวางดอกไม้จันทน์

ร่วมไว้อาลัยเป็นครั้งสุดท้าย แก่วีรชนผู้เสียสละ สร้างความปลาบปลื้มและซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อผู้กล้าในวาระสุดท้ายของชีวิต และครอบครัวบุสภา ญาติผู้เสียชีวิตอย่างหาที่สุดมิได้

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯโคราช เปิดจวนผู้ว่าฯ เป็นศูนย์ช่วยเหลือผู้อพยพชายแดน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2568 นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เปิดจวนผู้ว่าฯ เป็นศูนย์ช่วยเหลือชั่วคราว รองรับผู้อพยพจากเหตุสู้รบตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา

จวนผู้ว่าฯ แห่งนี้เปิดให้ประชาชนจากหลายจังหวัดที่ได้รับผลกระทบเข้าพักชั่วคราว โดยมีการจัดเตรียมที่พัก อาหาร และน้ำดื่มอย่างเพียงพอ พร้อมทั้งเปิดให้สื่อมวลชนเข้าร่วมประชาสัมพันธ์สถานการณ์ เพื่อส่งต่อกำลังใจไปยังผู้ประสบภัยและมีการรับบริจาคทั้งอาหารสดและอาหารแห้งเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบผลกระทบจากเหตุปะทะชายแดนไทย กัมพูชา ณ อำเภอเสิงสาง

นอกจากนี้ โรงแรมในพื้นที่ 5 แห่ง ได้ร่วมสนับสนุนเปิดห้องพักรวมกว่า 200 ห้อง เพื่อรองรับผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติม ขณะเดียวกัน ศูนย์พักพิงในอำเภอเสิงสางมีผู้อพยพเข้าพักแล้วกว่า 4,000 คนผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมารับมอบสิ่งของจากภาคประชาชนและหน่วยงานต่างๆที่นำมาบริจาค เพื่อช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์บริเวณชายแดนไทยกัมพูชา

สามารถบริจาคได้ที่ จวนผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ทุกวัน ระหว่างเวลา 08.30 – 16.30 น. จนกว่าจะประกาศปิดรับการบริจาค สิ่งของที่รับบริจาคอาทิ น้ำดื่ม เสื่อปูพื้น ผ้าห่ม มุ้ง ยากันยุง แปรงสีพัน ยาสีฟัน สบู่ แชมพูสระผม ขันอาบน้ำ ผ้าอ้อม ผ้าอนามัย ปลั๊กไฟ ข้าวสาร อาหารแห้ง.จังหวัดนครราชสีมายังคงประสานทุกภาคส่วน เพื่อดูแลและให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชนอย่างต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน