สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / มูลนิธิพุทธภูมิธรรม ร่วมช่วยพี่น้องไทยในภาคตะวันตก กาญจนบุรี มอบถุงยังชีพให้กับ ผู้ยากไร้, ผู้ด้อยโอกาส และมอบอุปกรณ์กีฬาให้รร.บ้านไร่เจริญ จ.กาญจนบุรี

แชร์เนื้อหานี้

24 ก.ค.68 , มูลนิธิพุทธภูมิธรรม ร่วมพลังบุญ กองทัพน้อยที่ 1 และหัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี ในกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 28 ก.ค.68

ช่วยพี่น้องไทยในภาคตะวันตก กาญจนบุรี มอบถุงยังชีพให้กับ ผู้ยากไร้, ผู้ด้อยโอกาส และมอบอุปกรณ์กีฬาให้กับโรงเรียนบ้านไร่เจริญ จ.กาญจนบุรี
และร่วมกิจกรรมจิตอาสา

ขอส่งผลบุญและความปรารถนาดีจากกัลยาณมิตรทั้งปวง ให้ถึงแด่ทุกท่าน มีความสุขความเจริญ ปรารถนามงคลใด ให้สำเร็จผลทุกประการ เทอญ…สามารถติดตามข่าวสารธรรมทานงานบุญ มูลนิธิพุทธภูมิธรรม ได้ที่Line Official Account กด : https://lin.ee/AlxR8XfLine ID : @bbdf

Page #Facebook : มูลนิธิพุทธภูมิธรรม
https://web.facebook.com/bbdf.orgสาธุๆๆอนุโมทามิฯมูลนิธิพุทธภูมิธรรมพุทธภูมิธรรมนำสุขทำบุญ #สุขใจที่ได้ทำบุ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ร่วมกิจกรรมปลูกต้นไม้เฉลิมพระเกียรติ ๗๓ พรรษา “สืบสาน รักษา ต่อยอด” ปลูกต้นยางนา ตามรอยพ่อ/รถสิบล้อพุงชนรถจอดริมถนนหน้าตลาดสด ต.โนนหันอ.ชุมแพ

แชร์เนื้อหานี้

โครงการปลูกต้นไม้เพื่อเฉลิมพระเกียรติในวันสำคัญ ประจำปี พ.ศ.๒๕๖๘
เทศบาลตำบลโนนหัน อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ณ บริเวณพื้นที่สาธารณประโยชน์(ตรงข้ามโรงเรียนอนุบาลรวมฤทัย) บ้านมิตรภาพ หมู่๙ ตำบลโนนสะอาด อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น


วันศุกร์ที่ ๒๙ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๖๘ เวลา ๐๘.๐๐ คณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาล ข้าราชการ พนักงานเทศบาล หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำชุมชน ผู้เข้าร่วมโครงการ ลงทะเบียน พร้อมกัน ณ บริเวณพื้นที่สาธารณะ(ตรงข้ามโรงเรียนอนุบาลรวมฤทัย) ๐๙.๐๐ น.ประธานในพิธี โดย นายบุญส่ง ทองมูล นายกเทศมนตรีตำบลโนนหัน เปิดกรวยกระทงดอกไม้ธูปเทียนแพถวายราชสักการะ พระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

นายสัญญพงศ์ จงแจ้ง ปลัดเทศบาลตำบลโนนหัน(นักบริหารงานท้องถิ่น ระดับกลาง) กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของการจัดงาน นายบุญส่ง ทองมูล นายกเทศมนตรีตำบลโนนหัน ประธานในพิธี กล่าวเปิดงาน ประธานในพิธี และผู้เข้า

ร่วมโครงการ ร่วมบันทึกภาพ ประธานในพิธี หัวหน้าส่วนราชการ คณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาล ข้าราชการ พนักงานเทศบาล ผู้นำชุมชน ผู้เข้าร่วมโครงการ ร่วมปลูกต้นไม้ มีหัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่ทั้งท้องถิ่น และท้องที่ร่วมกิจกรรมครั้งนี้ อธิ นายสำราญ ศรีภา สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น เขต3 อำเภอชุมแพ


นางสาวดลดา กาญจนกิจบำรุง รองนายกเทศมนตรีตำบลโนนหัน นายอัมรินทร์ อารัมภ์วิโรจน์ รองนายกเทศมนตรีตำบลโนนหันนางสาวจารุณี จันเวียง ที่ปรึกษานายกเทศมนตรีตำบลโนนหัน นายสงวน สีน้ำอ้อม เลขานุการนายกเทศมนตรี

ตำบลโนนหัน นายศิริชัย บุตรจันทร์ ประธานสภาเทศบาลตำบลโนนหัน นางแววตา ตู้จำรัส รองประธานสภาเทศบาลตำบลโนนหัน ร.อ.ธนกฤต แสงราชา ผู้แทนผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 8 หัวหน้าหน่วยจัดการต้นน้ำลำเชิญ หัวหน้าสถานีเพาะชำกล้าไม้ชุมแพ หัวหน้าสถานีตำรวจชุมชนย่อยโนนหัน ปลัดอำเภอชุมแพ

นายบุญส่ง ทองมูล นายกเทศมนตรีตำบลโนนหัน กล่าวถึงการปลูกต้นไม้ เป็นกิจกรรมหนึ่งในการสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้และช่วยเพิ่มพูน

ความหลากหลายของระบบนิเวศน์ที่สังคมมนุษย์จำเป็นต้องพึ่งพาอาศัยในการดำเนินชีวิตทั้งทางตรงและทางอ้อม ปัจจุบันการปลูกต้นไม้ มีความสำคัญต่อการแก้ปัญหาสภาวะโลกร้อนที่ทำให้อุณหภูมิของโลกเพิ่มสูงขี้น

และกล่าวขอบคุณทุกภาคส่วน โดยเฉพาะหน่วยจัดการต้นน้ำลำเชิญสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 8 ขอนแก่น และสถานีเพาะชำกล้าไม้ชุมแพ ที่ให้การสนับสนุนพันธ์ไม้ใช้ปลูกสำหรับโครงการวันนี้

วินสื่อรัฐทีวี/สื่อรัฐนิวส์

รถสิบล้อเสียหลักพุงชนรถจอดริมถนนหน้าตลาดสดเทศบาลตำบลโนนหัน อำเภอชุมแพ

วันเสาร์ ที่ 26 กรกฎาคม พ ศ 2568 เวลาประมาณ 16.00 น.รถสิบล้อ 71 1897 พระนครศรีอยุธยา ทราบชื่อภายหลังนายสายชล เหมันต์ธันวา ผู้ขับรถคันดัง

กล่าวบอกกับผู้สื่อข่าวว่า ตนได้ขับรถไปส่งของที่จังหวัดเลย ขากลับรถยนต์เสียหลักชนรถที่จอดริมถนนตลาดสดเทศบาลตำบลโนนหัน

ทำให้มีผู้บาดเจ็บนำส่งโรงพยาบาลชุมแพ 1 ราย ทะเบียนรถ กฉ 6236 เลย (ยังไม่ทราบชื่อผู้บาดเจ็บ)รถยนต์เสียหาย จำนวน 7 คัน และทรัพย์สินทางราชการเสียหาย เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ ชุมแพ ได้นำตัวคนขับรถสิบล้อไปสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

ทางด้านนายบุญส่ง คำมูล นายกเทศมนตรีตำบลโนนหันได้สังการให้หน่วยกู้ภัยเทศบาลตำบลโนนหัน มาอำนวยความสะดวกและช่วยเหลือประชาชนที่ประสบเหตุการครั้งนี้ พร้อมประสานหัวหน้าหมวดทางหลวงโนนหัน เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ ย่อยชุมชนโนนหัน ได้ออกมาอำนวยความสะดวกในเส้นทางดังกล่าว

วินสื่อรัฐทีวี/สื่อรัฐนิวส์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เจ้าของแบรนด์มาสเตอร์เค้กร่วมทำบุญและบริจาคเค้กกว่า 3000ชิ้น ให้ทหารแนวหน้า จ.สุรินทร์และสระแก้ว

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2568 เวลา 9.00น. นายบุญมี อาสาสร เจ้าของแบรนด์มาสเตอร์เค้กสัญจรทั่วไทยได้เดินทางไปร่วมทำบุญและบริจาคขนมเค้กแสนอร่อยจำนวนกว่า3000ชิ้นให้กับทหารในแนวหน้าที่จังหวัดสระแก้วและจังหวัดสุรินทร

นอกจากนี้ทางนายบุญมีฯยังได้เดินทางต่อไปยังศูนย์ผู้อพยพทั้งสองจังหวัดอีกด้วย เพื่อนำขนมเค้กที่ทำสดใหม่ที่แสนนุ่มอร่อยไปแจกยังศูนย์ดังกล่าวเพื่อเป็นขวัญ และ กำลังใจให้กับพี่น้องทหารหาญที่ต่อสู้เพื่อเอกราชและอธิปไตยของชาติไทยในยามศึกสงคราม

ขณะนี้คนไทยต้องช่วยเหลือกันหันหน้ามาช่วยกันคนละเล็กคนละน้อย บ้านเมืองเราคนไทยต้องสู้ไปด้วยกันและตนจะออกมาช่วยเหลือเท่าที่ตนจะมีกำลังพอช่วยได้และอยากฝากถึงคนไทยใครพอที่จะมีเหลือก็ขอให้ออกมาช่วยคนไทยด้วยกันครับ นายบุญมีกล่าว

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /มูลนิธิปิยะศักดิ์ 1955 มอบอาคาร- ทุนการศึกษา มอบสิ่งของจำเป็น เงินช่วยเหลือผู้ป่วยติดเตียง ให้กับกลุ่มผู้พิการ ผู้ยากไร้ สระแก้ว

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 26 กรกฎาคม 2568 นายสุเทพ ชัยวัฒน์ ปลัดจังหวัดสระแก้ว นายฐานิตย์ เทียนทอง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสระแก้ว พร้อม กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน คณะผู้ติดตาม เดินทางมาเป็นประธานเปิดอาคารสำนักงาน ณ บ้านเขาสามสิบ หมู่4 ต.เขาสามสิบ อ.เขาฉกรรจ์ จ.สระแก้ว และรับทุนการศึกษาและสิ่งของจำเป็น จากประธานมูลนิธิปิยะศักดิ์1955 ก่อนส่งมอบเด็กนักเรียน และกลุ่มผู้พิการ ผู้ยากไร้ จังหวัดสระแก้ว

โดย นางศรานันท์ คูโคเวค ประธานมูลนิธิปิยะศักดิ์1955 นายประทวน สุวรรณ์ รองประธานมูลนิธิปิยะศักดิ์1955 พร้อมด้วยประธานภาค คณะทำงานภาคและผู้ตรวจการพิเศษ สมาชิก จังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดขอนแก่น จังหวัดนครราชสีมา เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ ทางด้าน นางบุญเรือน คะมะโน ประธานคณะทำงานมูลนิธิปิยะศักดิ์ 1955 จังหวัดสระแก้ว และประธานคณะทำงานจิตอาสาจังหวัดสระแก้ว ได้กล่าว จุดเริ่มต้นการทำงานของคณะทำงานจังหวัดสระแก้ว ได้ติดตามการทำงานของมูลนิธิมาเป็นเวลา 2 ปี

จึงได้พาคณะทำงานทั้ง 66 ท่าน เดินทางไปเข้าพบ ท่านศรานันท์ คูโคเวค และ ท่านประทวน สุวรรณ์ เพื่อสมัครเข้ามาทำงานกับมูลนิธิปิยะศักดิ์ 1955 นี้ ซึ่งจำคำที่ ท่านศรานันท์ ถามว่าคิดอย่างไรถึงอยากมาทำงานกับมูลนิธินี้ ดิฉันตอบท่านว่าทุกวันนี้เวลามีงานช่วยเหลือสังคมเราก็ทำกันอยู่แล้ว แต่ถ้าได้รับงบประมาณจากมูลนิธิปิยะศักดิ์1955 อย่างน้อยเราได้ช่วยเหลือประชาชนทั่วไปและ ผู้ด้อยโอกาสมากขึ้น แรงบันดาลใจที่ทำแล้ว เหนื่อยแค่ไหนก็ยังมีแรงใจ ทำหน้าที่อันยิ่งใหญ่นี้ ดิฉันถาม ท่านประทวน สุวรรณ์ ว่าท่านทำเพื่ออะไร ท่านตอบว่าก่อนตายเราได้ตอบแทนคุณแผ่นดิน…ดิฉันทำงานกับมูลนิธิปิยะศักดิ์ 1955 นี้มา 1 ปีกับอีก 4 เดือน มูลนิธินี้ไม่มีการเรี่ยไรใดๆ ทั้งสิ้น มีแต่ช่วยเหลือสังคม

สำหรับ วัตถุประสงค์ของมูลนิธิปิยะศักดิ์1955 มีอยู่ 4 ข้อ
1.ช่วยเหลือและสร้างอาชีพให้แต่ละอำเภอแต่ละจังหวัดได้มีอาชีพเพื่อหาเลี้ยงดูบุคคลในครอบครัวสนับสนุนเกษตรกรปลูกพืชผักผสมผสานส่งเสริมรายได้สู่ชุมชน 2.เพื่อช่วยเหลือครอบครัวผู้ยากไร้เจ็บป่วยเขียวยาผู้พิการและมอบอุปกรณ์ทางการแพทย์
3.เพื่อบำรุงพุทธศาสนา
4.เพื่อให้ทุนการศึกษาแก่เยาวชนที่เรียนดีมีความประพฤติดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์และหรือเยาวชน ที่มีผลการเรียนดี ที่ผ่านมาโครงการหลักและโครงการรองที่เราได้ทำไปแล้ว

โครงการที่ 1 มอบหอกระจายข่าวให้กับสำนักสงฆ์เขาต่ำหมู่ 11 ตำบลบ้านแก้ง อำเภอเมือง จังหวัดสระแก้ว และได้พาคณะทำงานร่วมจัดกิจกรรมสรงน้ำพระ และรดน้ำดำหัวผู้สูงอายุมอบเงินและสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นโครงการที่ 2 เทถนนคอนกรีตให้กับโรงเรียนบ้านเหล่ากกโก หมู่ที่ 8 ตำบลบ้านแก้ง อำเภอเมือง จังหวัดสระแก้ว ซึ่งมีความยาว 235 เมตรกว้าง 4 เมตร ลงดินและดินลูกรัง ต่อจากที่เทถนนคอนกรีต ยาว 200 เมตรและได้นำคณะทำงานมูลนิธิปิยะศักดิ์ 1555 หลายจังหวัดมาทอดผ้าป่ามอบทุนให้กับโรงเรียน

โครงการที่ 3 สร้างอาคารสำนักงานเพื่อมอบให้เป็นสถานะประโยชน์ให้กับ บ้านเขาสามสิบ หมู่ 4 ตำบลเขาสามสิบ อำเภอเขาฉกรรจ์ จังหวัดสระแก้ว เพื่อให้มูลนิธิร่วมกตัญญได้มาใช้สถานที่เพื่อเป็นศูนย์การช่วยเหลือผู้ป่วยและประชาชนทั่วไปในตำบลเขาสามสิบ และตำบลใกล้เคียงได้ทันท่วงทีในเวลาที่ต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน

ซึ่งทาง คุณศรานันท์ กูโคเวค ประธานมูลนิธิปิยะศักดิ์ 1955 และคุณประทวน สุวรรณ์ รองประธาน มูลนิธิปิยศักดิ์ 1955 ได้เล็งเห็นประโยชน์ ในการสร้างสำนักงานแห่งนี้ขึ้นมาคือได้ช่วยเหลือประชาชนจริงๆจึงได้อนุมัติงบประมาณให้จังหวัดสระแก้ว พวกเราสมาชิกจังหวัดสระแก้วเป็นคนทำ โดยที่ไม่ได้จ้างผู้รับเหมา ส่วนการดำเนินการทำงานทางมูลนิธิปิยะศักดิ์ 1955

มอบให้คณะทำงานจิตอาสาจังหวัดสระแก้ว โครงการทุกโครงการที่เอ่ยมาเราได้รับงบประมาณจากมูลนิธิปิยะศักดิ์ 1955 โครงการของที่มูลนิธิปิยะศักดิ์ 1955 จังหวัดสระแก้วมอบให้ทั้ง 9 อำเภอไปแล้วมีดังนี้ 1.มอบเงินและสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นให้กับผู้ป่วยติดเตียง ผู้ยากไร้และผู้พิการ 2.มอบทุนการศึกษาให้กับเด็กนักเรียนที่เรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ร่วมกิจกรรมต่างๆเช่นตัดหญ้าทำความสะอาดวัด ที่สาธารณะประโยชน์ ทาสีและซ่อมแซมอาคารเรียน คณะทำงานของเราแต่ละอำเภอก็ลงพื้นที่ตามโรงเรียนและวัดต่างๆ ในจังหวัดสระแก้ว 4.จัดทำโรงทานของมูลนิธิปิยะศักดิ์ 1955 เมื่อมีกฐินผ้าป่า งานวันเด็กหรือกิจกรรมที่เป็นสาธารณะ ประโยชน์ต่างๆในจังหวัดและนอกเหนือจากโครงการและกิจกรรมต่างๆที่กล่าวมาแล้วคณะทำงานจังหวัดสระแก้วยังได้จัดทำแปลงนาสาธิต 15 ไร่แบบผสมผสานเกษตรทฤษฎีใหม่ทั้ง 9 อำเภอเพื่อเป็นศูนย์เรียนรู้ให้กับนักเรียนและประชาชนทั่วไปได้เข้ามาศึกษาดูงานวัตถุประสงค์ในการทำแปลงนาสาธิต 15 ไร่แบบผสมผสานเกษตรทฤษฎีใหม่นี้ เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารเพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ของชุมชนเป็นการสร้างงานสร้างรายได้ให้กับครัวเรือนและสามารถนำความรู้ที่ได้ปฏิบัติงานจริงในแปลงนาสาธิตไปต่อยอดเพื่อเพิ่มรายได้ให้กับครอบครัวและสามารถพึ่งพาตัวเองได้ในยามที่เกิดวิกฤตต่างๆ เช่น โรคระบาดสภาวะเศรษฐกิจตกต่ำทำให้สามารถพึ่งพาตัวเองได้อย่างมั่นคงมั่งคั่งและยั่งยืน

    1. ที่ผ่านมาก็มีนักเรียนโรงเรียนต่างๆในจังหวัดสระแก้วได้มาศึกษาดูงาน จัดกิจกรรมต่างๆ ในแปลงนาและมีนักท่องเที่ยวแวะเวียนมาเยี่ยมชมศึกษาดูงานที่แปลงนาของเราค่ะทางคณะทำงานมูลนิธิปิยะศักดิ์ 1955 จังหวัดสระแก้วและทุกๆจังหวัดมีความยินดี่เป็นอย่าง ยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการทำความดีเพื่อตอบแทนคุณแผ่นดินช่วยแบ่งเบาภาระต่างๆให้กับประชาชนทั่วไปแบ่งปันความรู้ต่างๆให้กับน้องๆนักเรียนและทุกท่านที่มาเยี่ยมชมศึกษาดูงาน

    1. รายละเอียดการทำงาน อาคารสำนักงานและจัดงาน 350,000 บาท สร้างหอกระจ่ายข่าวพร้อมจัดงานสงกรานต์สรงน้ำพระรดน้ำดำหัวผู้สูงอายุมอบเงินและของชำร่วย งบประมาณ 80,000 บาท เทถนนคอนกรีตโรงเรียนบ้านเหล่ากกโกหมู่8 ตำบลบ้านแก้ง อำเภอเมือง จังหวัดสระแก้ว งบประมาณ 415,440 บาท ทำนาแปลงนาสาธิต 15 ไร่แบบผสมผสานเกษตรทฤษฎีใหม่ ตั้งแต่เริ่มต้นทำนาจัด กิจกรรม นักเรียนมาศึกษาดูงานดำนาเกี่ยวข้าว ขุดลอกคลองไส้ไก่ ขุดสระใช้งบประมาณ
    2. 950,000 บาท กิจกรรมจัดงานวันเด็กโรงทานต่างๆในจังหวัด และช่วยเหลือคณะทำงานที่เสียชีวิตใช้งบประมาณทั้งหมด 50,000 บาท ยังมีโครงการที่จังหวัดสระแก้วได้รับงบประมาณต่างๆจากท่านประธานและท่านรองประธาน มูลนิธิปิยะศักดิ์ 1555 อีกหลายโครงการ ที่กำลังจะทำเช่น
    1. สร้างเมรุให้กับสำนักสงฆ์เขาต่ำบ้านคลองหมากนัดหมู่ 11 ตำบลบ้านแก้งอำเภอเมืองจังหวัดสระแก้ว
      2.สร้างหอกระจายข่าวให้กลับโรงเรียนและวัดต่างๆ ในจังหวัดสระแก้ว
    2. มอบเงินช่วยเหลือซื้ออุปกรณ์ให้กับมูลนิธิสว่างกู้ภัยตำบลบ้านแก้ง อำเภอเมือง จังหวัดสระแก้วและยังมีอีกหลายโครงการที่ท่านอนุมัติงบประมาณให้กับจังหวัดสระแก้วของเรา ในนามของคณะทำงานมูลิธิปิยะศักดิ์ 1955จังหวัดสระแก้ว และคณะทำงานจิตอาสา จังหวัดสระแก้ว ขอกราบขอบพระคุณ คุณศรานันท์ คูโคเวค และคุณประทวน สุวรรณ์ ที่ให้โอกาสคณะทำงานจังหวัดสระแก้ว ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการทำงานเพื่อตอบแทนคุณแผ่นดิน นางบุญเรือนกล่าว

    ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล ผู้สื่อข่าวภูมิภาค รายงาน

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / พิธีไหว้ครู ของนักศึกษา วิชาทหาร ศูนย์ฝึกค่ายเขตอุดมศักดิ์ ประจำปีการศึกษา 2568

    แชร์เนื้อหานี้

    ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันที่ 24 กรกฎาคม 2568 เวลา 10.00 น ณ อาคารอเนกประสงค์ นฝ.นศท.มทบ.44 พล.ต.สมคิด ชูเผือก ผบ.มทบ.44 ให้เกียรติมาเป็นประธาน กิจกรรม พิธีไหว้ครู ของนักศึกษา วิชาทหาร ศูนย์ฝึกค่ายเขตอุดมศักดิ์ ประจำปีการศึกษา 2568 ร่วมกับ ผู้บริหารสถานศึกษา รองผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บังคับหน่วยฝึก นักศึกษาวิชาทหาร ผู้กำกับนักศึกษาวิชาทหาร ครูฝึก น้องๆ นักศึกษา วิชาทหาร จำนวน 450 นาย

    ร.อ. ยอดชาย  เมฆอากาศ  นายทหารเตรียมการ นฝ.นศท.มทบ.44 รายงาน ในนามตัวแทนของหน่วยฝึกนักศึกษา วิชาทหาร  ขอขอบพระคุณท่านผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 44 เป็นอย่างสูง   ตามนโยบายของหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน/ ให้หน่วยฝึกที่รับผิดชอบการฝึกนักศึกษาวิชาทหาร  กระทำพิธีไว้ครูเป็นประจำทุกปี  และเปิด การฝึกศึกษา ประจำปีการศึกษา 2568 หน่วยฝึกนักศึกษาวิชาทหาร  ศูนย์ฝึกค่ายเขต อุดมศักดิ์แห่งนี้  มีสถานศึกษาวิชาทหารเข้าร่วมพิธีไหว้ครู  จำนวน 21สถานศึกษา โดยจัดตัวแทนนักศึกษาวิชาทหาร  มาร่วมพิธีไหว้ครูครบทุกสถานศึกษา  เนื่องจาก พิธีไหว้ครูดังกล่าว  เป็นประเพณีที่สำคัญ/ สำหรับ นักเรียนนักศึกษา  เพื่อที่จะให้ลูกศิษย์ได้มีโอกาสแสดงออกถึง  ความกตัญญูกตเวที  ต่อครู  อาจารย์   ซึ่งได้ประสิทธิ์ประสาทวิชา ความรู้ตามกรอบการ ฝึกของนักศึกษา วิชาทหาร/ และเพื่อเป็นการส่งเสริมศีลธรรม  จริยธรรม  ประเพณีที่ดีงามสืบไป  ในโอกาสอันเป็นสิริมงคลนี้  กระผมขอเรียนเชิญท่านประธาน  ได้กรุณาเจิมตำราเพื่อเป็นสิริมงคล  และขออนุญาตให้ผู้แทน นักศึกษาวิชาทหาร  เป็นผู้กล่าวนำในการไหว้พระสวดมนต์  กล่าวคำบูชาครู  และกล่าวคำปฏิญาณ  พร้อมทั้งนำพานดอกไม้ธูปเทียนไหว้บูชาครู  ตามลำดับต่อไป
    พล.ต.สมคิด ชูเผือก เปิดเผยว่า ผมรู้สึกภูมิใจและเป็นเกียรติอย่างยิ่ง/ ที่ได้มาเป็นประธานในพิธี ไหว้ครูของนักศึกษาวิชาทหารในวันนี้ พิธีไหว้ครูหรือบูชาครูนั้น ถือเป็นพิธีที่สำคัญ ตามประเพณีไทย ที่มีมาตั้งแต่โบราณ และมีอยู่ในทุกสาขาอาชีพของคนไทย พิธีไหว้ครูจึงเป็นการสร้างความ ผูกพัน ระหว่างครูกับศิษย์ ที่จะก่อให้เกิดความมั่นคงยืนยาวตลอดไป ครูถือ ว่าเป็นบุคคลที่สังคมไทยให้การยอมรับ และให้การยกย่องเสมือนพ่อแม่ คนที่สองของศิษย์ เพราะครูจะต้องทุ่มเททั้งแรงกาย และแรงใจอย่างหนัก ในการอบรมสั่งสอนให้ศิษย์เติบโต เป็นผู้ที่มีวิชาความรู้และเป็นคนดีของสังคม ขอให้นักศึกษาวิชาทหารทุกนาย ตั้งใจรับการฝึกศึกษานำเอาวิชาความรู้จากครู หมั่นฝึกหัดตนเองให้เป็นผู้ที่มีระเบียบวินัย มีความซื่อสัตย์สุจริต เสียสละและอดทน เพื่อเป็นกำลังพลสำรองที่มีคุณภาพของกองทัพบก และเป็นพลเมืองที่ดีของชาติสืบต่อไปในอนาคต

    มทบ.44 ร่วมกันแสดงความจงรักภักดี และถวายสัตย์ปฏิญาณ เพื่อเป็น ข้าราชการที่ดี และพลังของแผ่นดิน เนื่องในโอกาส วันเฉลิม พระชนมพรรษา วันที่ 28 กรกฎาคม 2568

    ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันที่ 25 กรกฎาคม 2568 เวลา 07.00 น. พลตรี สมคิด ชูเผือก ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 44 พร้อมด้วยสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขามณฑลทหารบกที่ 44 และกำลังพลค่ายเขตอุดมศักดิ์ จัดกิจกรรม เนื่องในโอกาส วันเฉลิม พระชนมพรรษา ของใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท วันที่ 28กรกฎาคม พุทธศักราช 2568 นี้ ณ สโมสรนายทหารสัญญาบัตร ค่ายเขตอุดมศักดิ์

    จัดให้มีกิจกรรม พิธีตักบาตรพระสงฆ์ จำนวน ๑๐ รูป ถวายเป็นพระราชกุศล พิธีถวายเครื่องราชสักการะ ถวายราชสดุดี ถวายพระพรชัยมงคลและ พิธีเจริญพระพุทธมนต์ และการถวายสัตย์ ปฏิญาณ เพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดินและการลงนามถวายพระพร

    พลตรี สมคิด ชูเผือก ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 44 นำกล่าว กราบบังคมทูลถวายพระพรชัยมงคล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 73 พรรษา 28 กรกฎาคม 2568 และพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน

    ขอเดชะ ฝ่าละอองธุลีพระบาท ปกเกล้าปกกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้า พลตรี สมคิด ชูเผือก ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 44 พร้อม กำลังพลค่ายเขตอุดมศักดิ์ ต่างมีความปลาบปลื้ม ปิติเป็นล้นพ้น ที่ได้มาร่วมกันแสดงความจงรักภักดี และถวายสัตย์ปฏิญาณ เพื่อเป็น ข้าราชการที่ดี และพลังของแผ่นดิน เนื่องในโอกาส วันเฉลิม พระชนมพรรษา ของใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท วันที่ 28กรกฎาคม พุทธศักราช 2568 นี้

    ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ต่างล้วนสำนึกในพระเมตตา และ พระมหากรุณาธิคุณ อันหาที่สุดมิได้ ที่ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ ด้วยพระราชวิริยะอุตสาหะ ทรงดำรงพระองค์เป็นแบบอย่างแก่ข้าราชการทั้งปวง

    ในการปฏิบัติ หน้าที่เพื่อประโยชน์สุขแห่งปวงประชา และความวัฒนาสถาพร ของประเทศ พระบรมราโชวาท ที่พระราชทานแก่ข้าราชการ ในโอกาสต่างๆ ล้วนสร้างความสำนึกในหน้าที่ และความรับผิดชอบ ในการปฏิบัติงานเพื่อแผ่นดิน ด้วยความสุจริตและเที่ยงธรรม ซึ่งปวงข้าพระพุทธเจ้า จักได้น้อมนำมาประพฤติปฏิบัติตาม ให้เกิดผลสัมฤทธิ์ เพื่อสนองพระราชปณิธาน ของใต้ฝ่าละออง ธุลีพระบาท ด้วยความจงรักภักดีสืบไป

    ในโอกาสอันเป็นมงคลยิ่งนี้ ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ขอตั้ง จิตอธิษฐานด้วยความจงรักภักดี ขออานุภาพแห่งคุณพระศรีรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากล

    อีกทั้ง พลานุภาพแห่งองค์พระสยาม เทวาธิราช โปรดอภิบาลและดลบันดาลประทานชัยมงคล ให้ใต้ฝ่า ละอองธุลีพระบาท ทรงพระเจริญ พร้อมด้วยสิริสวัสดิ์พิพัฒนมงคล ทรงพระเกษมสำราญ พระบารมีเกริกไกรแผ่ไพศาล สถิตเป็นมิ่งขวัญ ปกเกล้า ปวงข้าพระพุทธเจ้า และเหล่าพสกนิกรตราบกาลนาน

    ข้าพระพุทธเจ้า ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต นำกำลังพลของค่ายเขตอุดมศักดิ์ กล่าวถวายสัตย์ปฏิญาณ เพื่อสนอง พระมหากรุณาธิคุณ ดังต่อไปนี้
    “ข้าพระพุทธเจ้า .. (พลตรี สมคิด ชูเผือก ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 44) ขอถวายสัตย์ปฏิญาณว่า จะประพฤติปฏิบัติตน เป็นข้าราชการที่ดี และเป็นพลังของ

    แผ่นดิน มีความซื่อสัตย์สุจริต เจริญรอยตาม เบื้องพระยุคลบาท มุ่งมั่นแน่วแน่แก้ไขปัญหา ของประเทศชาติ และประชาชน สร้างสรรค์คุณประโยชน์แก่แผ่นดิน และดำเนินชีวิต โดยยึดมั่น ในหลักธรรมคำสอนแห่งศาสนา ตามแนวทางในพระบรม ราโชวาทตลอดไป”
    พระพุทธเจ้าข้าขอรับ ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ

    ชุมพร – กก.ตชด.ชุมพรร่วมบริจาคโลหิตส่งให้ รพ.ชายแดน

    ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2568 พ.ต.อ.จาริพัฒน์ ทองแดง ผกก.ตชด.41 ชุมพร พ.ต.ท.กุลนริศร์ นวมมณีรัตน์ รอง ผกก.ตชด.41 พ.ต.ท.หญิง วัชรี หยงสตาร์ สว.กก.ตชด.41 (จอส.,กร.) ว่าที่

    พ.ต.ท.นฤชาติ เวชโช ผบ.ร้อย ตชด.414 นำข้าราชตำรวจ ตชด.จิตอาสา กก.ตชด.41 แม่บ้านตำรวจ จำนวน 180 นาย ร่วมบริจาคโลหิตเพื่อสำรองเลือดส่งให้โรงพยาบาลในจังหวัดเขตชายแดนไทย-กัมพูชา ที่กำลังเกิดสถานการณ์สู้รบกันบริเวณแนวชายแดนไทย – กัมพูชา โดยมีผู้บริจาคโลหิตจำนวน 115 นาย ได้โลหิตรวม 40,250 ซีซี

    แถลงข่าวจัดการแข่งขันกีฬาเยาวชนชุมพร 7-15 ส.ค.2568

    ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 25 กรกฎาคม 2568 ที่ศูนย์การเรียนรู้อาคารแปดเหลี่ยม โครงการพัฒนาพื้นที่หนองใหญ่ตามพระราชดำริ ต.บางลึก อ.เมือง จ.ชุมพร นายนพพร อุสิทธิ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ชุมพร เป็นประธานการแถลงข่าวการจัดการแข่งขันกีฬาเยาวชนจังหวัดชุมพร ประจำปี 2568

    โดยมี นายนุกูล แก้วสวี นายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัด ดร.ศักดิ์สิทธิ์ แร่ทอง ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชุมพร เขต 1 นายเอกวุฒิ ไกรมาก ผู้อำนวยการโรงเรียนศรียาภัย และ นายกรวิทย์ ช่วยดู ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด (ทกจ.) ชุมพร ร่วมการแถลงข่าว มีบรรดาผู้แทนคณะครูและนักเรียนจากโรงเรียนต่างๆ เข้าร่วมรับฟังการแถลงข่าวประมาณ 200 คน

    การแถลงข่าวสรุปได้ว่า อบจ.ชุมพร จะเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันดังกล่าว เพื่อส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพของเยาวชนด้านกีฬา และเปิดโอกาสให้เยาวชนได้แสดงความสามารถอย่างสร้างสรรค์ การแข่งขันครั้งนี้ถือเป็นเวทีสำคัญในการพัฒนาเยาวชนจังหวัดชุมพรทั้งทางร่างกาย จิตใจ สังคม และวินัย ผ่านการฝึกฝน

    ความมีน้ำใจนักกีฬา และการทำงานเป็นทีม โดยกำหนดจัดการแข่งขันกีฬาทั้งหมด 16 ชนิดกีฬา ประกอบด้วย 1.กรีฑา 2. ว่ายน้ำ 3.ฟุตซอล 4.ปันจักสีลัต 5.วอลเลย์บอล 6. มวยสากลสมัครเล่น 7.มวยไทยสมัครเล่น 8.วูซู 9.ยูยิตสู 10. เทเบิลเทนนิส 11. บาสเก็ตบอล 12. เทควันโด 13.เปตอง 14.เรือพาย 15.วู้ดบอล และ16. ฟุตบอล แบ่งเป็น 4 รุ่นอายุ

    การแข่งขันกีฬาเยาวชนจังหวัดชุมพรจะจัดระหว่างวันที่ 7-15 สิงหาคม 2568 ส่วนพิธีเปิดการแข่งขันคือวันที่ 8 สิงหาคม 2568 ณ สนามมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตชุมพร ตั้งแต่เวลา 16.00 น.เป็นต้นไป โดย นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร จะเป็นประธานในพิธี และมีคณะผู้บริหาร หน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ภาคการศึกษา และภาคประชาชน เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง ภายในพิธีเปิดจะมีการเดินขบวนพาเหรดของนักกีฬา การแสดงจากเยาวชนจังหวัดชุมพร และการจุดคบเพลิงเป็นสัญลักษณ์แห่งการแข่งขัน

    ตำรวจทางหลวงชุมพร รวมพลังจิตอาสา ร่วมบริจาคโลหิตส่งให้ รพ.ชายแดน

    ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514วันนี้ (25 ก.ค. 68) เวลา 09.00 น. ณ ห้างสรรพสินค้าโลตัสชุมพร อ.เมืองชุมพร จ.ชุมพร พ.ต.ท.กล้า สมบัติพิบูลย์

    สว.ส.ทล.4 กก.2 บก.ทล.พร้อมด้วยข้าราชการตำรวจ ส.ทล.4 กก.2 บก.ทล. ร่วมกับเหล่ากาชาดจังหวัดชุมพรสภากาชาดไทย บริจาคโลหิตสำรองคงคลัง เพื่อส่งไปยังโรงพยาบาลในพื้นที่ชายแดน(รองรับภัยจากการสู้รบ)

    กิจกรรมในครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อสำรองโลหิตสำหรับส่งต่อไปยังโรงพยาบาลในพื้นที่ชายแดน ซึ่งอาจได้รับผลกระทบจากสถานการณ์สู้รบในบางพื้นที่ อีกหนึ่งความห่วงใยจากเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่บนเส้นทางความปลอดภัย

    “ห่วงใยทุกชีวิต เป็นมิตรทุกเส้นทาง” “ทำทุกอย่างด้วยสำนึก เพราะเราคือ“ตำรวจทางหลวง” (ชุมพร – ระนอง)

    น้องอมนำศาสตร์พระราชา เปิดศูนย์การเรียนรู้เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา


    วันนี้ (26 ก.ค. 2568) นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลล์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร เป็นประธานในพิธีเปิดศูนย์การเรียนรู้ตามศาสตร์พระราชา เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2568

    โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น กลุ่มจิตอาสา กลุ่มพลังมวลชน ผู้แทนภาคส่วนต่าง ๆ สื่อมวลชนและประชาชนชาวจังหวัดชุมพรเข้าร่วม ณ ศูนย์การเรียนรู้ตามศาสตร์พระราชา โครงการพัฒนาพื้นที่หนองใหญ่ตามพระราชดำริตำบลบางลึก อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร เพื่อเฉลิมพระเกียรติและเผยแพร่ศาสตร์พระราชาในการพัฒนาพื้นที่อย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

    นายนพพร อุสิทธิ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร เปิดเผยว่า จังหวัดชุมพรโดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร ได้ดำเนินการตามภารกิจที่ได้รับมอบหมายในการบริหารจัดการสภาพแวดล้อมและสิ่งปลูกสร้างในโครงการพัฒนาพื้นที่หนองใหญ่ตามพระราชดำริ จังหวัดชุมพร ให้มีความเหมาะสมกับสภาพพื้นที่ และเป็นไปตามพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

    เพื่อให้สามารถพัฒนาในมิติต่าง ๆ อันจะก่อให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนโดยรวม โดยได้มีการดำเนินการพัฒนาศูนย์การเรียนรู้ตามศาสตร์พระราชาให้มีความพร้อมอย่างครบถ้วน เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้และแนวทางปฏิบัติให้แก่ประชาชนและผู้สนใจที่เข้ามาศึกษาดูงาน ทั้งนี้เพื่อสร้างความตระหนักรู้ในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรฯ ที่มีต่อพสกนิกรชาวจังหวัดชุมพร โดยการน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ทฤษฎีใหม่ประยุกต์ และอารยเกษตร มาส่งเสริมและต่อยอดเป็นฐานการเรียนรู้ รวมทั้งสิ้น 9 ฐานการเรียนรู้ ในพื้นที่โครงการพัฒนาพื้นที่หนองใหญ่ฯ

    เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2568 จังหวัดชุมพรกำหนดจัดพิธีเปิด “ศูนย์การเรียนรู้ตามศาสตร์พระราชาเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และเผยแพร่พระเกียรติคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระบรมชนกา

    ธิเบศรฯ อีกทั้งแสดงออกถึงความจงรักภักดี ความสมานฉันท์ และความสามัคคีของหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนในจังหวัดชุมพร พร้อมทั้งส่งเสริมให้ประชาชนได้ฝึกฝนเรียนรู้ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ทฤษฎีใหม่ประยุกต์ และอารยเกษตร ผ่านฐานการเรียนรู้ทั้ง 9 ฐาน รวมถึงสนับสนุนการนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาพื้นที่ให้เกิดประโยชน์อย่างยั่งยืนต่อชุมชน

    การจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ตามศาสตร์พระราชา ณ โครงการพัฒนาพื้นที่หนองใหญ่ตามพระราชดำริ จังหวัดชุมพร ไม่เพียงเป็นการเฉลิมพระเกียรติเท่านั้น แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้ที่ยั่งยืน สร้างแรงบันดาลใจให้ประชาชนได้น้อมนำหลักปรัชญาของในหลวงรัชกาลที่ 9 และพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จ

    พระเจ้าอยู่หัว มาปรับใช้ในชีวิตจริงอย่างเป็นรูปธรรม ด้วยความร่วมแรงร่วมใจของทุกภาคส่วน ศูนย์การเรียนรู้แห่งนี้จะเป็นศูนย์กลางแห่งปัญญา พลังของชุมชน และแบบอย่างของการพัฒนาที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง ภายใต้ร่มพระบารมีแห่งพระมหากษัตริย์ไทย ผู้ทรงเป็นดวงประทีปส่องนำทางสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนของแผ่นดินไทยตลอดไป
    ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514

    ​สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / พระราชทานพวงมาลาหลวง แด่จ่าสิบเอก ธวัชชัย บุสภา ทหารกล้าผู้เสียสละ

    แชร์เนื้อหานี้

    เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2568 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จังหวัดมุกดาหาร

    ประกอบพิธีอัญเชิญพวงมาลาหลวง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพวงมาลาจากสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พร้อมทั้งพระบรมวงศานุวงศ์ วางหน้าหีบศพ จ่าสิบเอก ธวัชชัย บุสภา ซึ่งเสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ปกป้องแผ่นดิน ณ ฐานปฏิบัติการฟ้าลั่น เขาสัตโสม อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ

    พิธีดังกล่าวจัดขึ้นอย่างสมเกียรติ ณ บ้านเกิดของผู้เสียชีวิตเลขที่ 37 หมู่ 3 บ้านโนนสังข์ศรี อำเภอคำชะอี จังหวัดมุกดาหาร โดยมี นายวรญาณ บุญราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานในพิธี

    พร้อมด้วย พลตรี ฉัฐชัย มีชั้นช่วง ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 210, นาย นราวิชญ์ มณีฤทธิ์ นายอำเภอคำชะอี, ครอบครัวผู้เสียชีวิต ได้แก่ นางวิไล บุสภา มารดา, นายเฉลิมชัย บุสภา บิดา และ นางสาวรจรินทร์ สิงห์ศร ภรรยา หัวหน้าส่วนราชการ, ทหาร ตำรวจ และประชาชนเข้าร่วมในพิธีแสดงความอาลัยอย่างล้นหลาม

    จ่าสิบเอก ธวัชชัย บุสภา เกิดเมื่อวันที่ 7 เมษายน 2534 อายุ 34 ปี บรรจุเป็นกองหนุนเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2556 สมรสกับนางสาวรจรินทร์ สิงห์ศร มีบุตรชาย 1 คน คือ เด็กชายธนดล ยุบสภา อายุ 1 ปี 1 เดือน

    ทั้งนี้ กำหนดพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม ในวันอาทิตย์ที่ 27 กรกฎาคม 2568 เวลา 18.00 น. โดยวันจันทร์ ที่ 28 กรกฎาคม 2568 งดสวดพระอภิธรรม และกำหนดพระราชทานเพลิงศพวันที่ 29 กรกฎาคม 2568 ณ วัดเจริญธรรมาราม ตำบลบ้านซ่ง อำเภอคำชะอี จังหวัดมุกดาหาร

    “ขอแสดงความอาลัยแด่ จ่าสิบเอก ธวัชชัย บุสภา… วีรชนผู้กล้า แห่งฐานฟ้าลั่น ชายแดนศรีสะเกษ ผู้สละชีพเพื่อปกป้องผืนแผ่นดินไทย” ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กอ.รมน.จังหวัด ส.ท. ร่วมกิจกรรมปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว

    แชร์เนื้อหานี้

    28 กรกฎาคม 2568 เมื่อเวลา09.00น.ของวันที่ 22 ก.ค. 68 พ.อ.พิทยา ราชะพริ้ง รอง ผอ.รมน.จังหวัด ส.ท. (ท.) พร้อมด้วยกำลังพล กอ.รมน.จังหวัด ส.ท. ร่วมกิจกรรมปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ

    เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2568 ณ โรงเรียนบ้านบึงบอน ต.กลางดง อ.ทุ่งเสลี่ยม จว.ส.ท. โดยร่วมกันปลูกต้นไม้ จำนวน 500 ต้น บนพื้นที่ 10 ไร่ ซึ่งกิจกรรมในครั้งนี้มีคณะพระสงฆ์จากวัดในพื้นที่,

    ประธานคณะกรรมการสถานศึกษา, ผู้อำนวยการโรงเรียน, คณะครู ผู้ปกครองนักเรียน, นักเรียน รร.บ้านบึงบอน, ผู้นำท้องที่ผู้นำท้องถิ่น และประชาชนในพื้นที่ เข้าร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียง เพื่อแสดงความจงรักภักดี และน้อมสำนึกใน

    พระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ พร้อมทั้งร่วมกันอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่โดยรอบโรงเรียนให้คงอยู่อย่างยั่งยืนต่อไป
    กิตติ พรดวงจันทร์ สุโขทัย

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯบึงกาฬ ลงพื้นที่ตรวจสถานการณ์ริมโขงป้องกันน้ำล้นตลิ่ง รับมือมวลน้ำเหนือ จากพายุ “วิพา”

    แชร์เนื้อหานี้

    วันที่ 24 กรกฎาคม 2568 นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เตรียมความพร้อมรับสถานการณ์พายุ “วิภา” และระดับน้ำโขงที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดน้ำล้นตลิ่งและน้ำท่วมในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำโขง

    โดยมีนายสมหวัง อารีย์เอื้อ รองผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม เพื่อติดตามสถานการณ์ตามประกาศสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ฉบับที่ 14/2568 ที่ระบุถึงผลกระทบจากพายุโซนร้อน “วิภา” ซึ่งทำให้ฝนตกหนักในแขวงหลวงพระบาง สปป.ลาว และภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย

    ระดับน้ำโขงที่อำเภอเมืองบึงกาฬมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น 0.50–3.00 เมตร คาดว่าจะสูงกว่าตลิ่งราว 0.50–1.00 เมตร ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อพื้นที่เสี่ยงในจังหวัด ทั้งนี้ ที่ประชุมได้กำหนดให้มีการประชุมติดตามสถานการณ์ทุกวัน จนกว่าจะเข้าสู่ภาวะปกติ

    พร้อมกันนี้ ผู้ว่าฯ จุมพฏ ยังได้ลงพื้นที่ตรวจสอบแนวตลิ่งริมแม่น้ำโขง คลองบ้านหนองแวง จุดวัดระดับน้ำโขงบ้านพันลำ บริเวณริมเขื่อนป้องกันและรักษาดินแดน และประตูระบายน้ำห้วยกำแพง

    พร้อมสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมเครื่องจักรกล ศูนย์อพยพ แผนการแจ้งเตือนล่วงหน้า และแผนการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่เสี่ยง โดยเน้นย้ำการบูรณาการทำงานร่วมกันของทุกหน่วยอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันและลดผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนให้ได้มากที่สุด

    จังหวัดบึงกาฬยังคงเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และพร้อมดำเนินการตามแผนเผชิญเหตุอย่างเต็มที่ ฝากพี่น้องประชาชนในพื้นที่ริมโขง เฝ้าระวังระดับน้ำ ติดตามประกาศเตือนจากทางการอย่างใกล้ชิด

    พายุวิภา #น้ำโขง #บึงกาฬ #ผู้ว่าบึงกาฬ #ข่าวด่วนบึงกาฬ #เตือนภัยน้ำท่วม

    ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ รายงาน

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตร.เชียงรายยึดยาบ้าล็อตใหญ่กว่า 1 ล้านเม็ด ซุกกล่องพัสดุ(โลจิสติกส์เจ้าดัง) พร้อมขยายผลตามรวบตัวผู้ต้องหา 3 คน

    แชร์เนื้อหานี้

    🚨 วันนี้(25 ก.ค.2568) เวลา 08.30 น. นายชรินทร์ ทองสุข ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ,พล.ต.ต.มานพ เสนากูล ผบก.ภ.จว.เชียงราย ,พ.ต.อ.รัฐพล น้อยช่างคิด รอง ผบก.ภ.จว.เชรยงราย และหน่วยร่วมปฏิบัติฯ แถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายสำคัญ โดยกองกำกับการสืบสวน ภ.จว.เชียงราย จับกุมผู้ต้องหา 3 คน ของกลางยาบ้า 1,098,000 เม็ด ณ ใต้ถุน หอประชุมตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย อ.เมืองเชียงราย

    หน่วยจับกุม​​กก.สส.ภ.จว.เชียงราย , สภ.เมืองเชียงราย , สภ.ห้วยไร่ ภ.จว.แพร่
    💀​ผู้ต้องหา
    ​​1. นายรัฐธรรมนูญฯ อายุ 26 ปี ที่อยู่ ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จว.สมุทรสาคร
    ​​​​2. นายธนาฯ อายุ 25 ปี ที่อยู่ ต.คลองวาฬ อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ จว.ประจวบคีรีขันธ์
    ​​​​3. นายนทีฯ อายุ 26 ปี ที่อยู่ ต.พันเสา อ.บางระกำ จว.พิษณุโลก
    ☠️ของกลาง
    ​​1. ยาบ้า จำนวนประมาณ 1,098,000 เม็ด
    ​​​2. รถยนต์ จำนวน 1 คัน
    3. โทรศัพท์มือถือ จำนวน 6 เครื่อง

    สถานที่เกิดเหตุ ศูนย์กระจายพัสดุบริษัท Flash Express แฟลซ เอ็กซ์เพรส ต.ริมกก อ.เมืองเชียงราย จว.เชียงราย ต่อเนื่องจุดตรวจยาเสพติดห้วยไร่ อ.เด่นชัย จ.แพร่ (วัน เดือน ปี ที่เกิดเหตุ 23 กรกฎาคม 2568 พฤติการณ์แห่งคดี
    ก่อนหน้าการจับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจ ชปส.ภ.จว.เชียงราย ได้รับแจ้งจากสายลับ(ขอปิดนาม/หวังสินบนนำจับ) ว่าจะมีกลุ่มขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติดส่งให้กับลูกค้ายังพื้นที่ตอนในของประเทศโดยใช้การขนส่งผ่านทางระบบโลจิสติกส์ ในพื้นที่ ต.ริมกก อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย จึงได้ประสาน สภ.เมืองเชียงราย เพื่อร่วมทำการตรวจสอบ

    ต่อมาวันที่ 23 ก.ค.2568 เวลาประมาณ 14.40 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ ชปส.ภ.จว.เชียงราย สภ.เมืองเชียงราย ได้ตรวจสอบยังศูนย์กระจายพัสดุบริษัท Flash Express แฟลซ เอ็กซ์เพรส บ้านสันตาลเหลือง 192/4 ม.1 ต.ริมกก อ.เมืองเชียงราย จว.เชียงราย พบพัสดุต้องสงสัย จำนวน 7 กล่อง เมื่อตรวจสอบพบบรรจุยาเสพติดให้โทษประเภท1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) จำนวนทั้งหมด 548 มัด ประมาณ 1,098,000 เม็ด น้ำหนักรวมประมาณ 136.5 กก.

    จากการสืบสวนทราบว่ากล่องพัสดุดังกล่าวมาจาก Flash home สาขาบ้านใหม่ฯ จำนวน 4 กล่อง และ Flash home สาขาวัดร่องเสือเต้น จำนวน 3 กล่อง โดยมีรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีออส สีเทา หมายเลขทะเบียน ชร 3270 กทม. เป็นยานพาหนะในการส่งยาเสพติด จากนั้นจึงได้ทำการตรวจสอบผ่านระบบอ่านป้ายทะเบียนอัตโนมัติ(LPR) พบว่ารถยนต์เก๋ง คันดังกล่าวกำลังแล่นอยู่ในพื้นที่ จ.แพร่ จึงได้ประสานไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำจุดตรวจยาเสพติดห้วยไร่ อ.เด่นชัย จว.แพร่ ทำการควบคุมตัว/จับกุมตัวผู้ต้องหาบุคคลดังกล่าว นำส่ง พงส.สภ.เมืองเชียงราย ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

    ✨️ โดยการจับกุมครั้งนี้ ตามนโยบายรัฐบาล โดยนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี สั่งการให้ ผู้ว่าราชการจังหวัด และ ตำรวจภูธรจังหวัด ร่วมกันดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดให้ครอบคลุมทุกมิติ และเห็นผลเป็นรูปธรรมชัดเจน ตามปฏิบัติการ No Drugs No Dealers

    ✨️ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยการอำนวยการของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร, พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง, พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์, พล.ต.อ.ประจวบ วงศ์สุข รอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ เลขาธิการ ป.ป.ส. และ พล.ท.กิตติพงษ์ แจ่มสุวรรณ มทภ.3 ได้รับบัญชาและข้อสั่งการนำไปสู่การปฏิบัติ

    ​ตำรวจภูธรภาค 5 โดย พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.พิเชษฐ จีระนันตสิน, พล.ต.ต.นพดล กรึงไกร, พล.ต.ต.พรพิทักษ์ รู้ยืนยง, พล.ต.ต.ธนะรัชต์ ชุ่มสวัสดิ์, พล.ต.ต.พิชญา บุญขจร, พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.มานพ เสนากูล ผบก.ภ.จว.เชียงราย และ พล.ต.ต.วรพงศ์ คำลือ ผบก.สส.ภ.5ฝ่ายทหาร นบ.ยส.35​โดย ​พล.ท.กิตติพงศ์ ชื่นใจชน ​มทน.3/ผบ.นบ.ยส.35 ฝ่ายปกครอง ​โดย ​นายชรินทร์ ทองสุข​​ผวจ.เชียงราย
    สำนักงาน ปปส.ภาค 5 ​โดย ​นายธันวา ผุดผ่อง ​​ผอ.ปปส.ภาค 5…

    สมจิตรแสงบันลังค์รายงาน

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / โต๊ะเล็กอนุบาลหนองปรือคว้าแชมป์3รุ่นฟุตซอลเยาวชนเมืองพัทยา

    แชร์เนื้อหานี้

           วันนี้ ( 25 ก.ค. 68 ) โรงเรียนมัธยมสาธิตเมืองพัทยา ( เมืองพัทยา11)  ทีมฟุตซอลโรงเรียนอนุบาลเทศบาลเมืองหนองปรือ ทำการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ การแข่งขันฟุตซอลเยาวชนเมืองพัทยา ประจำปี 2568  โดย ทีมฟุตซอลโรงเรียนอนุบาลเทศบาลเมืองหนองปรือ เข้าชิงชนะเลิศกับเมืองพัทยา 7 ทั้ง 2 รุ่น ได้แก่รุ่น 14 ปี หญิง และ 14 ปี ชาย
    
         ส่วนผลการแข่งขัน ทีมฟุตซอลโรงเรียนอนุบาลเทศบาลเมืองหนองปรือ รุ่น 14 ปี หญิง สามารถชนะ โรงเรียนเมืองพัทยา 7 ไปด้วยสกอร์ 3 ประตูต่อ 2 รับถ้วยรางวัลชนะเลิศพร้อมเงินสด 5,000 บาท ส่วน ทีมฟุตซอลโรงเรียนอนุบาลเทศบาลเมืองหนองปรือ รุ่น 14 ปี ชาย สามารถเอาชนะโรงเรียนเมืองพัทยา 7 ไปด้วยสกอร์ 3 ประตูต่อ 1  รับถ้วยรางวัลชนะเลิศพร้อมเงินสด 5,000 บาท
    
        ส่วน ทีมฟุตซอลโรงเรียนอนุบาลเทศบาลเมืองหนองปรือ รุ่น 10 ปี ทำการแข่งขันไปเมื่อวาน ( 24 ก.ค. ) โดยทำการแข่งขันที่โรงเรียนเมืองพัทยาท2 สามารถเอาโรงเรียนมารีวิทย์พัทยาไปด้วยสกอร์ 5 ประตูต่อ 1 
    
         ส่วนทีมฟุตซอลโรงเรียนอนุบาลเทศบาลเมืองหนองปรือมีนายกิตติศักดิ์ ศิริเลิศ ผอ.โรงเรียนอนุบาลเทศบาลเมืองหนองปรือให้การสนับสนุน โดยมีครูบาส ( วิศรุต เย็นฉ่ำ ) โค้ชตุ่ม ( อาคม แจ่มจำรัส ) ครูนะ ( มานะ พรมสุรินทร์ ) และตอนนี้กำลังเก็บตัวนักกีฬาฟุตซอลทั้งชายและหญิง เพื่อสู้ศึกกีฬานักเรียนองค์กรปกครองท้องถิ่นระดับภาค ที่จังหวัดระยอง ในเดือนพฤศจิกายนนี้