สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าประจวบฯ เปิดกิจกรรมจิตอาสาพระราชทานรอบเขตวังไกลกังวล / กองกำกับการ ๔ กองบังคับการตำรวจสันติบาล ๑ จัดกิจกรรมจิตอาสา “เราทำความดี ด้วยหัวใจ”

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 25 ก.ค.68 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการ จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานพิธีเปิดกิจกรรมจิตอาสาพระราชทาน เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2568

ที่โรงเรียนวังไกลกังวล ในพระบรมราชูปถัมภ์ ฝั่งประถมศึกษา อ.หัวหิน โดยมี คุณหญิงผกาพันธ์ เทหะมาศ ผู้ดูแลวังไกลกังวล นายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ พล.ต.ต.นครินทร์ สุคนธวิท ผบก.ภ.จ.ประจวบฯ นายประสูตร หอมบรรเทิง นายอำเภอหัวหิน หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำชุมชนในเขตเทศบาลนครหัวหิน และประชาชนจิตอาสาพระราชทาน ร่วมพิธี โดยผู้ว่าราชการ จ.ประจวบฯ กล่าวถวายราชสดุดีแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

จากนั้น มีการประกอบพิธีรับมอบถุงพระราชทานเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ให้แก่ผู้นำชุมชนนำไปมอบให้แก่ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง ผู้ยากไร้ในพื้นที่ อ.หัวหิน ส่วนบริเวณภายในโรงเรียนวังไกลกังวล มีหน่วยงานต่าง ๆ ร่วมจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติและถวายพระราชกุศลฯ ได้แก่ การปรุงประกอบอาหารจากโรงครัวพระราชทาน บริการซ่อมแซมเครื่องใช้ไฟฟ้า เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องรถจักรยานยนต์ บริการตัดผม

โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชน ขณะที่ รพ.หัวหิน ได้จัดหน่วยแพทย์พระราชทานเคลื่อนที่ให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไป บริการทันตกรรม ตรวจวัดสายตา การรับบริจาคโลหิต พร้อมการจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติฯ โดยมีประชาชนจำนวนมากเดินทางมาร่วมรับบริการในครั้งนี้.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสยามโฟกัสไทม์/4เหล่าทัพ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

กองกำกับการ ๔ กองบังคับการตำรวจสันติบาล ๑ จัดกิจกรรมจิตอาสา “เราทำความดี ด้วยหัวใจ” เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๘
       เมื่อเวลา10.00น. พ.ต.อ.วีรชาติ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ผกก.๔ บก.ส.๑ ร่วมกับข้าราชการ กก.๔ บก.ส.๑ จัดกิจกรรมจิตอาสา “เราทำความดี ด้วยหัวใจ” เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๘

 เพื่อแสดงออกถึงความเสียสละ อุทิศตนเพื่อประโยชน์ส่วนรวม ถวายเป็นพระราชกุศลฯ ซึ่งกิจกรรมของหน่วยที่จัดขึ้นในวันนี้ได้แก่ กิจกรรมจิตอาสาปลูกป่าชายเลน, กิจกรรมเก็บขยะชายทะเล, กิจกรรมปลูกป่า, กิจกรรมบริจาคโลหิต, กิจกรรมทำความสะอาดสถานที่ปฏิบัติธรรมทางศาสนา
      มีข้าราชการเข้าร่วมกิจกรรม จำนวน  ๑๗๐ นาย
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสยามโฟกัสไทม์/4เหล่าทัพ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ส.ส.บัญชา เดชเจริญศิริกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคกล้าธรรมเป็นประธานพิธีปิดการแข่งขันกีฬา “ท่าตะโกเกมส์ 2025”

แชร์เนื้อหานี้


วันศุกร์ที่ 25 กรกฎาคม 2568 เวลา 15:00 น. นายบัญชา เดชเจริญศิริกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ
“ พรรคกล้าธรรม” เป็นประธานพิธีปิดงานการแข่งขันกีฬา “ท่าตะโก เกมส์ 2025”ณ. สนามการแข่งขันกีฬาโรงเรียนท่าตะโกพิทยาคม ตำบลดอนคา อำเภอท่าตะโก จังหวัดนครสวรรค์ การจัดการแข่งขันในครั้งนี้เพื่อให้กำลังใจนักกีฬาให้รู้รักสามัคคีและมีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงห่างไกลจากยาเสพติด

ทั้งนี้ ประธานได้กล่าวในพิธีปิดว่า “ต้องขอบพระคุณประธานคณะกรรมการจัดการแข่งขัน คณะกรรมการ และเจ้าหน้าที่ นักกีฬาและผู้มีเกียรติทุกท่าน ผมรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้มีโอกาสมาเป็นประธาน ในพิธีปิดการแข่งขันกีฬาภายในโรงเรียนท่าตะโกพิทยาคม “ท่าตะโกเกมส์ 2025” ประจำปีการศึกษา2568 ในวันนี้ผมขอแสดงความยินดีและชื่นชม กับคณะกรรมการจัดการแข่งขันเจ้าหน้าที่และ

ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง กองเชียร์และนักกีฬาทุกท่าน ที่ได้ประสานความสมัครสมานสามัคคี ระหว่างหมู่คณะ ให้เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ทำให้การแข่งขันกีฬาในครั้งนี้ ดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย และที่สำคัญที่สุด นักกีฬาทุกคนได้มีการพัฒนา
ตนเองครบทั้ง 4 ด้าน คือด้านร่างกาย เป็นผู้มีร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง ด้านจิตใจ เป็นผู้มีจิตใจเข้มแข็ง มานะ อดทน มีน้ำใจเป็นนักกีฬา ด้านอารมณ์ เป็นผู้มีอารมณ์ดี ร่าเริง ยิ้มแย้ม แจ่มใส


ด้านสังคม เป็นผู้ที่รู้จักปรับตัวเองให้เข้ากับสังคม เพื่อนฝูง และหมู่คณะ สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุขสุดท้ายนี้ ขอบคุณ คณะกรรมการตัดสินที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเที่ยงธรรม ขอบคุณกองเชียร์ที่เชียร์ด้วยความเป็นระเบียบเรียบร้อย

และขอบคุณนักกีฬาทุกท่านที่ได้แสดงออกถึงความมีน้ำใจเป็นนักกีฬา ผมขออวยพรให้ทุกท่าน เจริญด้วยดุจตุรพิธพรชัย คิดประสงค์สิ่งในทางที่ถูกที่คาร ขอให้สมประสงค์ดังปรารถนา มีสุขภาพพลานามัยที่สมบูรณ์แข็งแรง และขออวยพร
ให้ทุกท่านเดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ “

@นายวิวรรธน์ แพ่งสุภา โกดำ. ประธานเครือข่ายสื่อมวลชนออนไลน์ภาคเหนือ 17 จังหวัด…รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เทศบาลบ้านกรูด เปิดกิจกรรม “บ้านกรูดรันเดอร์แลนด์” BANKRUT RUNDERLAND 2025

แชร์เนื้อหานี้

วันศุกร์ที่ 25 กรกฎาคม 2568 ที่บริเวณหน้าชายหาด โรงแรมริมทะเลบ้านกรูด หมู่ที่ 3 ตำบลธงชัย อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายสินาทร โอ่เอี่ยม รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้เป็นประธานเปิดกิจกรรม “บ้านกรูดรันเดอร์แลนด์” BANKRUT RUNDERLAND 2025

โดยมี นายประมวล พงศ์ถาวราเดช สส.เขต 3 ประจวบคีรีขันธ์ นายสราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์ นายกอบจ.ประจวบคีรีขันธ์ นายสุทิน ประเสริฐศักดิ์ นายอำเภอบางสะพาน นายสมหมาย ปานทอง อุปนายกสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านแห่งประเทศไทย นายอิศรา กาญจนรัตน์ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลบ้านกรูด นายเอกนิรันดร์ จันทร์

งาม นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลร่อนทอง น.ส.สมหญิง ปานทอง นายกอบต.ธงชัย พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารท้องถิ่น ผู้บริหารสถานศึกษา สมาชิกสภาจังหวัด ( สจ. )เขตอำเภอบางสะพาน สมาชิกสภาเทศบาลตำบลบ้านกรูด กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน พร้อมนักวิ่งในพื้นที่อำเภอบางสะพานและใกล้เคียง กว่า 1,500 คน ร่วมกิจกรรม

นายอิศรา กาญจนรัตน์ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลบ้านกรูด กล่าวว่า ในนามของเทศบาลตำบลบ้านกรูด รู้สึกเป็นเกียรติและยินดีอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับ
ทุกท่านสู่ กิจกรรม “บ้านกรูดรันเดอร์แลนด์ 2025” ณ ชายหาดบ้านกรูด อำเภอ

บางสะพาน ที่เต็มไปด้วยความสวยงามทางธรรมชาติและวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์โครงการกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว “บ้านกรูดรันเดอร์แลนด์ 2025” จัดขึ้นโดยเทศบาลตำบลบ้านกรูด เป็นกิจกรรมที่สนับสนุนการกีฬาเพื่อการท่องเที่ยว และนันทนาการ

มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการตลาด ด้านการท่องเที่ยวในพื้นที่ กระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน ส่งเสริมการออกกำลังกาย อีกทั้งยังเป็นการตอบสนองการขับเคลื่อนนโยบายจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ “Next Move Prachuap ประจวบต้องไปต่อ” โดยได้มีการจัดทำเสื้อ บ้านกรูดรันเดอร์ นด์ 2025 เพื่อเป็นสื่อกลางในการประชาสัมพันธ์และสร้างการรับรู้การจัดกิจกรรมให้ทุกภาคส่วนได้ทราบอย่างทั่ว

ถึง โดยรายได้จากการจัดกิจกรรม จะนำไปมอบเป็นทุนการศึกษาให้แก่นักเรือนโรงเรียนในเขตพื้นที่ ตำบลธงชัย และพื้นที่ใกล้เคียง นอกจากนี้ บ้านกรูดรันเดอร์แลนด์ 2025 จะกลายเป็นกิจกรรมหนึ่งที่จะเป็นการสนับสนุน และสร้างความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในปีต่อๆ ไป หลังเสร็จกิจกรรมวิ่ง นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้เดินทางมามอบรางวัลกับนักวิ่งผู้ชนะแต่ละรุ่น

////////////////////

ข่าว. ณัฐธภพ พันสาย. / จ.ประจวบคีรีขันธ์. 0649646443

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “รมว.อรรถกร” ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมน่าน สั่งปูพรมสำรวจความเสียหายพื้นที่เกษตร พร้อมเร่งเข้าช่วยเหลือและฟื้นฟูสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด

แชร์เนื้อหานี้

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหน่วยงานสังกัดเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่จังหวัดน่าน ลงพื้นที่ตรวจติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดน่าน จากอิทธิพลของพายุวิภา ที่ส่งผลให้ฝนตกหนักและมีปริมาณน้ำหลากเข้าท่วมพื้นที่พักอาศัย และพื้นที่ทางการเกษตรได้รับความเสียหายหลายจุด

โดยมี นางวิไลวรรณ บุดาสา รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน พร้อมด้วย ดร.เชาวฤทธิ์ ขจรพงศ์กีรติ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคกล้าธรรม พร้อมด้วยส่วนราชการสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมต้อนและให้ข้อมูล พร้อมประชุมหารือแนวทางการบริหารจัดการน้ำ เพื่อเร่งแก้ไขสถานการณ์ให้กลับสู่ภาวะปกติ และกำหนดแนวทางการช่วยเหลือเยียวยาพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างเร่งด่วน

นายอรรถกร กล่าวว่า จากการรายงานคาดการณ์พื้นที่ทางการเกษตรที่ได้รับผลกระทบ พบว่า พื้นที่ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบทั้งหมด 11 อำเภอ เนื้อที่รวม 56,749.22 ไร่ แบ่งเป็นพื้นที่ปลูกข้าว 39,602.15 ไร่ พืชไร่/พืชผัก 8,455.04 ไร่ ไม้ผล/ไม้ยืนต้น 8,654.26 ไร่ และอื่น ๆ 37.77 ไร่ จึงได้กำชับทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ปูพรมสำรวจความเสียหายทางการเกษตรเพิ่ม

เติม เน้นการเข้าถึงเกษตรกร และวางแผนช่วยเหลือ เยียวยา และฟื้นฟูพื้นที่ให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด ปัจจุบันกระทรวงเกษตรฯ ได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ พร้อมทั้งสนับสนุนถุงยังชีพ, รถบรรทุก 6 ล้อ และรถบรรทุกน้ำจุ 6,000 ลิตร เข้าช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบในเบื้องต้น อีกทั้งได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำในหลายพื้นที่เพื่อเร่งระบายน้ำในพื้นที่

      จากนั้น นายอรรถกร ได้เดินทางตรวจเยี่ยมสถานการณ์และพบปะให้กำลังใจพี่น้องเกษตรกรผู้ประสบภัยในพื้นที่อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน อีกทั้งมอบถุงยังชีพกว่า 1,000 ชุด พร้อมสนับสนุนหญ้าอาหารสัตว์ และสารชีวภัณฑ์สำหรับการฟื้นฟูสภาพพื้นที่หลังน้ำลด  นอกจากนี้ ได้เน้นย้ำกับเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ให้ปฏิบัติงานเชิงรุก โดยประสานงานร่วมกับหน่วยงานเครือข่ายในท้องถิ่น เพื่อแก้ไขปัญหาเบื้องต้นอย่างทั่วถึง และรวดเร็ว บนพื้นฐานความปลอดภัยของทั้งเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน และเกษตรกรผู้ประสบภัย/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่ 38 และกองพันทหารม้าที่ 10 ระดมกำลังช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ชุมชนบ้านน้ำล้อม จ.น่าน


เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2568 เวลา 08.30 น. พลตรี บุญญฤทธิ์ เกษตรเวทิน ผู้บัญชาการศูนย์บรรเทาสาธารณมณฑลทหารบกที่ 38 จัดกำลังพลชุดปฏิบัติการบรรเทาสาธารณภัย และจิตอาสาภัยพิบัติ จาก กองพันทหารม้าที่ 10 กรมทหารม้าที่ 2 เร่งลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่ชุมชนบ้านน้ำล้อม ตำบลในเวียง อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน

ภารกิจในครั้งนี้ มุ่งเน้นการเคลื่อนย้ายประชาชนกลุ่มเปราะบาง ได้แก่ ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง เด็กเล็ก และคณะสงฆ์ ไปยังพื้นที่ปลอดภัย พร้อมทั้งดำเนินการตรวจสอบค้นหาผู้ที่ยังคงติดค้างอยู่ภายในบ้านเรือน เพื่อให้การช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงทีและครอบคลุมทุกครัวเรือนในพื้นที่ประสบภัย/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผบ.ฉก.ตร.นราธิวาส 93 ลงพื้นที่โรงเรียนอิสลามบูรณะโต๊ะนอ มอบข้าวสารและอุปกรณ์กีฬา สร้างขวัญกำลังใจแก่เยาวชน พร้อมกระชับความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ชายแดนใต้

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 26 กรกฎาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ว่าที่ พ.ต.อ.ธัญ ศิริขันธ์ ผบ.ฉก.ตร.นราธิวาส 93 นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ฉก.ตร.นราธิวาส 93 ลงพื้นที่โรงเรียนอิสลามบูรณะโต๊ะนอ ตำบลมะนังตายอ อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส เพื่อมอบข้าวสารจำนวน 6 กระสอบ สนับสนุนอาหารกลางวันให้กับเด็กนักเรียน

เพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายของโรงเรียน และส่งเสริมให้นักเรียนได้รับประทานอาหารที่มีคุณภาพและเพียงพอ และมอบอุปกรณ์กีฬาเพื่อสนับสนุนให้เด็กนักเรียนรู้จักใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง ห่างไกลจากยาเสพติด อีกทั้งยังเป็นการปลูกฝังเยาวชนให้รู้จักความรัก ความสามัคคี รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาศักยภาพทั้งด้านสุขภาพร่างกายและจิตใจของเด็กและเยาวชน

สำหรับการมอบสิ่งของในครั้งนี้ เป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจและชุมชนในพื้นที่ เสริมสร้างขวัญกำลังใจแก่เยาวชน รวมทั้งสนับสนุนการส่งเสริมด้านการศึกษาและการออกกำลังกาย อีกทั้งยังได้มีการพูดคุยสอบถามข้อมูลด้านการเรียนการสอน

รวมถึงแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเพื่อรับทราบปัญหาและความต้องการต่างๆของสถานศึกษา ซึ่งปัจจุบันทางโรงเรียนได้ส่งเสริมให้นักเรียนได้ใช้กีฬาเป็นกิจกรรม เพื่อให้นักเรียนได้มีการผ่อนคลายให้นักเรียนได้มีกิจกรรมเสริม อีกทั้งเป็นการสร้างนักกีฬาหน้าใหม่ที่มีความสามารถควบคู่กับการพัฒนาผู้เรียนทางด้านร่างกายและจิตใจ

ทั้งนี้บรรยากาศเป็นไปอย่างอบอุ่น โดยมีคณะครูร่วมให้การต้อนรับและแสดงความขอบคุณต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ให้การสนับสนุนและใส่ใจโรงเรียนในครั้งนี้
//////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

​สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กระบะเสียหลักชนเสาป้ายกลางถนนชยางกูร มุกดาหาร โชคดีไร้ผู้เสียชีวิต – ป้ายบอกทางพังเสียหาย

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 26 กรกฎาคม 2568 ร.ต.อ.ชันทอง อินทร์ผิว รองสารวัตร(สอบสวน) สภ.เมืองมุกดาหาร ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ ว่ามีอุบัติเหตุรถยนต์เฉี่ยวชนเสาป้ายบอกเส้นทางบริเวณถนนชยางกูร ขาออก มุ่งหน้าอำเภอธาตุพนม ใกล้แยกโคกสุวรรณ ตำบลมุกดาหาร อำเภอเมืองมุกดาหาร จึงรุดไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ พบรถกระบะ Toyota Vigo แคป สีขาว หมายเลขทะเบียน บจ-7342 มุกดาหาร จอดอยู่ในสภาพด้านหน้าพังยับเยิน ได้รับความเสียหายอย่างหนัก บนช่องทางขาออกเมือง ใกล้กับจุดที่เสาป้ายบอกเส้นทางขนาดใหญ่ของแขวงทางหลวงมุกดาหารล้มพาดขวางถนนผู้ขับขี่ทราบชื่อคือ

นายพัชรพล อาจหาญ อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 124 หมู่ที่ 2 ต.บ้านซึ่ง อ.คำชะอี จ.มุกดาหาร อยู่ในที่เกิดเหตุโดยไม่ได้รับบาดเจ็บ ส่วนผู้โดยสารหญิงที่นั่งมาด้วยคือ น.ส.ชนาภา พานสมัน อายุ 22 ปี ชาวจังหวัดอุดรธานี ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยบริเวณเหนือคิ้วซ้าย

จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าเสาป้ายบอกทางที่ติดตั้งบนเกาะกลางถนน ถูกแรงเฉี่ยวชนจนหลุดจากจุดยึดโครงเหล็กพาดล้มถูกท้ายรถบรรทุก Hino ทะเบียน 80-6974 สกลนคร ที่วิ่งมาจากตัวเมืองมุกดาหารมุ่งหน้าไป จ.สกลนคร ทำให้ไม่สามารถขับต่อไปได้ ส่งผลให้การจราจรติดขัด เจ้าหน้าที่ต้องประสานแขวงทางหลวงเร่งเข้าจัดเก็บและรื้อถอนโครงป้ายออกจากถนนยังเร่งด่วน

ในเบื้องต้น นายพัชรพลให้การยอมรับว่า ขณะขับรถมาจากบ้านโคกสูงเพื่อไปส่งแฟนสาวทำงานที่ห้างโรบินสันมุกดาหาร ได้ใช้เส้นทางชยางกูร ขาเข้าเมือง ถึงจุดเกิดเหตุซึ่งเป็นช่วงที่มีสัญญาณไฟจราจร ได้ขับแซงรถด้านซ้ายขึ้นไปทางขวา แต่เกิดเสียหลักเนื่องจากถนนลื่นจากฝนตก ทำให้รถปีนเกาะกลางและพุ่งชนเสาป้ายจนได้รับความเสียหาย

นายพัชรพลยอมรับว่าการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้เกิดจากความประมาทของตนเองโดยลำพัง เจ้าหน้าที่ตำรวจได้บันทึกภาพที่เกิดเหตุ เขียนแผนที่พอสังเขป และเชิญตัวผู้ขับขี่มาสอบปากคำเพิ่มเติมที่ สภ.เมืองมุกดาหาร พร้อมประสานเจ้าหน้าที่แขวงทางหลวงเพื่อประเมินความเสียหายต่อทรัพย์สินราชการ และดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

อุบัติเหตุ #มุกดาหาร #ถนนชยางกูร #กระบะชนป้าย #ToyotaVigo #แขวงทางหลวง #ข่าวอุบัติเหตุ #รถเสียหลัก #ข่าววันนี้ #ข่าวด่วน #ข่าวภาคอีสาน/////ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ส.น.สมเด็จเจ้าพระยา ลงพื้นที่ขับเคลื่อนโครงการ “ชุมชนสีขาวปลอดยาเสพติด ” ตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล NO Drugs NO Dealers

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 25 ก.ค. 2568 เวลา 13.30 น. พ.ต.อ.ณัฐพัฒนส์ ธรรมชุตินันท์​ผกก.สน.สมเด็จเจ้าพระยา พ.ต.ท.ภัทรพงษ์ เสยกระโทกรองผกก.ป.สน.สมเด็จเจ้าพระยา พ.ต.ท.ศรายุทธ์​ พวงทอง​รอง​ผกก.สส.สน.สมเด็จเจ้าพระยา พ.ต.ต.วิคิด โอษคลังสวป (ชส.)สน.สมเด็จเจ้าพระยา

พร้อมด้วย กำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน,เจ้าหน้าที่ชุมชนสัมพันธ์, เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองเขตคลองสาน,อาสาสมัครตำรวจบ้านชุมชน,ฝ่ายพัฒนาชุมชนเขตคลองสาน สำนักงานเขตคลองสาน ผู้นำชุมชน,คณะกรรมการชุมชนซอยวนาวรรณ ศูนย์บริการสาธารณสุข 28 (กรุงธนบุรี) อาสาสมัครสาธารณสุข (อสส.) ชุมชนวนาวรรณ

ร่วมบูรณาการ กำลัง ลงพื้นที่ ขับเคลื่อนโครงการ “ชุมชนสีขาวปลอดยาเสพติด ” ตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล NO Drugs NO Dealers
โดยได้ลงพื้นที่ X-ray ชุมชนเป้าหมาย เพื่อค้นหาผู้ป่วย , ผู้เสพ, ผู้ค้ายาเสพติด ในพื้นที่ชุมชน ตามนโยบายของรัฐบาล 

และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่เล็งเห็นความสำคัญของการแก้ไขปัญหายาเสพติด และเป็นวาระแห่งชาติที่ต้องเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติด ในชุมชนแบบยั่งยืน แบบครบวงจร ตามยุทธศาสตร์ชาติ โดยอาศัยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในชุมชน เพื่อลดจำนวนและทำให้ผู้ใช้ผู้เสพ ผู้ติดยาเสพติดหมด

ไปจากชุมชน หมู่บ้านอย่างเป็นระบบและยั่งยืน ซึ่งเป็นการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติดในชุมชน ซึ่งทาง สถานีตำรวจนครบาลสมเด็จเจ้าพระยา กองบังคับการตำรวจนครบาล 8 ได้ดำเนินการตามแนวทาง โดยในวันนี้ได้มาตรวจเยี่ยม การดำเนินการโครงการดังกล่าว ที่ชุมชนซอยวนาวรรณ เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร

ซึ่งเป็นหนึ่งในชุมชนในพื้นที่ สน.สมเด็จเจ้าพระยา ที่เข้าร่วมโครงการและผ่านการดำเนินการ ทั้งนี้ พร้อมกับมอบป้ายบ้านสีขาวปลอดยาเสพติดให้กับชาวบ้านในชุมชนนี้ด้วย

ภาพ/ข่าว โดย นาย วีระพล แซ่เล้า ผู้สื่อข่าว
เด​วิท​ โชคชัย​ ​มุกดาหาร​

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ชาวมุกดาหารแห่บริจาคเลือดช่วยผู้บาดเจ็บเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา

แชร์เนื้อหานี้

ประชาชนชนจังหวัด​มุกดาหารแห่บริจาคโลหิตแน่นช่วยผู้บาดเจ็บเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา หลังจากสภากาชาดไทยออกประกาศขอรับบริจาคโลหิตเร่งด่วน

เมื่อวันที่​ 25 กรกฎาคม 2568​ เวลา 08.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่ หอประชุม 250 ปี จังหวัดมุกดาหาร เต็มไปด้วยประชาชนที่พร้อมใจกันเดินทางมาร่วมบริจาคโลหิตอย่างคึกคัก

หลังจากสภากาชาดไทยออกประกาศขอรับบริจาคโลหิตเร่งด่วน เพื่อสำรองไว้ช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุปะทะกันบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ประชาชนทั้งในพื้นที่จังหวัดมุดาหาร และจากต่างอำเภอต่างหลั่งไหลกันมาตั้งแต่ช่วงเช้า ทำให้บริเวณหน้าห้องรับบริจาคแน่นขนัดไปด้วยผู้คน

พระครูจิมมี่ เปิดเผยว่า เดินทางมาบริจาคเลือกเพราะคิดว่าต้องได้ใช้ในยามนี้ เราช่วยไม่ได้ทางอื่นก็ช่วยทางนี้เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการให้กำลังทุกคนที่อยู่บริเวณชายแดน ซึ่งเลือดของทุกๆคนต้องได้ใช้ในเวลาที่จำเป็นต่อชีวติของผู้คน

โดยการบริจาคครั้งนี้ เป็นโครงกการ “รวมพลังชาวมุกดาหาร ร่วมบริจาคโลหิต ช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ จากการสู้รบตามแนวชายแดน”ซึ่งมีผู้มารอบริจาคจำนวนมาก เต็มไปด้วยน้ำใจของผู้คนที่ต้องการร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือผู้ที่ได้

รับบาดเจ็บ ภายในพื้นที่รับบริจาค เจ้าหน้าที่และพยาบาลช่วยกันเร่ง ทั้งการตรวจสุขภาพเบื้องต้น ชั่งน้ำหนัก วัดความดัน และจัดระบบคิวอย่างมีระเบียบ หลายคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า แม้จะต้องรอนาน แต่ก็เต็มใจและดีใจที่ได้ช่วยเหลือผู้บาดเจ็บในยามวิกฤต

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ ​รายงาน​

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ครอบครัวจ่าโต๋สุดเศร้ารับทราบข่าวการเสียชีวิตจากแนวชายแดน ศรีสะเกษ – ญาติร่วมจัดเตรียมบ้านเกิดรอรับร่างวีรบุรุษ

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2568 ที่ บ้านเลขที่ 37 หมู่ 3 บ้านโนนสังข์ศรี ตำบลบ้านซ่ง อำเภอคำชะอี จังหวัดมุกดาหาร ครอบครัวและญาติของ จ่าสิบเอก ธวัชชัย บุสภา หรือ “จ่าโต๋” นายสิบลาดตระเวนปืนใหญ่ 106 พัน.6 (กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 106 กรมทหารปืนใหญ่ที่ 6)

ทำหน้าที่ ผู้ตรวจการแนวหน้าฐานฟ้าลั่นได้รวมตัวกันด้วยความเศร้าโศก หลังทราบข่าวว่าเขา เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่แนวหน้าบริเวณฐานปฏิบัติการฟ้าลั่น (เขาสัตโสม) อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ จากเหตุปะทะและการยิงถล่มของกัมพูชาจากบริเวณเนิน 333

โดยบรรยากาศภายในบ้านเป็นไปด้วยความโศกเศร้า มีญาติพี่น้องและชาวบ้านในหมู่บ้านต่างเดินทางมาช่วยกันทำความสะอาดบ้าน และจัดเตรียมพื้นที่สำหรับรับศพกลับจากชายแดนเพื่อประกอบพิธีทางศาสนาและบำเพ็ญกุศลตามประเพณี

💔 นางวิไล บุสภา อายุ 58 ปี มารดาของจ่าโต๋กล่าวทั้งน้ำตาว่า “เมื่อคืนลูกชายโทรมาคุย บอกว่าเพิ่งยิงตอบโต้ฝ่ายตรงข้ามเสร็จ กำลังจะอาบน้ำนอนไม่คิดเลยว่าจะเป็นการคุยกันครั้งสุดท้าย…” และกล่าวต่อด้วยความภาคภูมิใจว่า ลูกชายอยากเป็นทหารตั้งแต่เด็ก หลังจากเป็นทหารเกณฑ์ก็สอบเป็นนายสิบอยู่แนว

ชายแดนมากว่า 10 ปี วันนี้แม้เขาจะไม่อยู่แล้ว แต่แม่ภูมิใจที่ลูกสละชีพอย่างสมศักดิ์ศรี เพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติและบ้านเมือง นางสาวรจรินทร์ สิงห์ศร ภรรยาของจ่าโต๋ เปิดเผยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า เมื่อเวลา 04 .00 น. ของวันที่ 25 กรกฎาคม จ่าโต๋ส่งข้อความมาขอรูปลูกชาย แต่ตนเพิ่งมาเปิดดูตอนตี 05.00 น. ยังไม่ทันได้ส่งให้

หลังจากนั้นตอนเวลาประมาณ 9.00 น. ญาติโทรมาถามว่าติดต่อจ่าโต๋ได้ไหม ก็เลยโทรไปหาแต่ก็ไม่ติด ก่อนจะรู้ความจริงจากญาติในเวลาต่อมาว่าจ่าโต๋เสียชีวิตแล้ว “ตอนนี้ฉันยังไม่รู้จะอธิบายให้ลูกชายเข้าใจอย่างไร เขายังเล็กมาก เพิ่งขวบเศษเอง… แต่ก็จะเล่าให้เขาฟังว่า

พ่อของเขาเป็นวีรบุรุษ…ที่พลีชีพเพื่อปกป้องแผ่นดินไทย” นางสาวรจรินทร์ กล่าวRIPจ่าโต๋ #ทหารกล้าแห่งฟ้าลั่น #ธวัชชัยบุสภา #ฮีโร่มุกดาหารลูกผู้ชายหัวใจแผ่นดิน #สละชีพเพื่อชาติ #สดุดีทหารกล้า #แนวชายแดนศรีสะเกษ#ทหารกล้าแห่งมุกดาหาร

#พลีชีพเพื่อชาติ #RIPวีรบุรุษ #ทหารไทย #เลือดนักรบเพื่อแผ่นดิน #บ้านโนนสังข์ศรี #คำชะอี #มุกดาหาร #กัมพูชายิงก่อน #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด #CambodiaOpenedFire #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้////////ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​

ผู้ว่าฯมุกดาหาร ร่วมแสดงความเสียใจครอบครัว “จ่าโต๋” วีรบุรุษชายแดน

วันที่ 25 กรกฎาคม 2568 นายวรญาณ บุญราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร พร้อมด้วย นายนราวิชญ์ มณีฤทธิ์ นายอำเภอคำชะอี และหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดมุกดาหาร

ได้เดินทางไปยัง บ้านโนนสังข์ศรี ตำบลบ้านซ่ง อำเภอคำชะอี จังหวัดมุกดาหาร เพื่อร่วมแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวของ จ่าสิบเอก ธวัชชัย บุสภา หรือ “จ่าโต๋” ทหารกล้าผู้สละชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ ณ ฐานฟ้าลั่น เขาสัตโสม จ.ศรีสะเกษ

ในการนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหารได้ กล่าวแสดงความเสียใจต่อมารดา ภรรยา และบุตรชาย ของนายทหารผู้เสียชีวิต พร้อมให้กำลังใจครอบครัวในการก้าวผ่านความสูญเสีย และ

ได้มอบเงินช่วยเหลือเบื้องต้นแก่นางวิไล บุสภา มารดาของจ่าโต๋ รวมถึง นางสาวรจรินทร์ สิงห์ศร ภรรยา และบุตรชายวัยขวบเศษในฐานะครอบครัวของ “ทหารผู้เสียสละเพื่อชาติ”

บรรยากาศภายในบ้านเป็นไปอย่างโศกเศร้า ญาติพี่น้องและชาวบ้านในพื้นที่ต่างร่วมกันจัดเตรียมสถานที่สำหรับรับร่างวีรบุรุษกลับบ้านเกิดเพื่อประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลอย่างสมเกียรติ

RIPจ่าโต๋ ///เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ศรีสะเกษ คืบหน้าปะทะชายแดน เจ้าหน้าที่นำร่าง ผู้เสียชีวิตจากเหตุปะทะ ออกจากพื้นที่แล้ว

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 25 กรกฏาคม 2568 เหตุการณ์ปะทะระหว่างไทย-กัมพูชา พื้นที่ชายแดน เขตเขาพระวิหาร อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งเกิดการปะทะกันต่อเนื่องโดยเริ่มยิงตั้งแต่ เวลา 09.00 น.

โดยกระสุนของฝั่งกัมพูชาได้ยิงมาโดนร้านสะดวกซื้อภายในปั้มน้ำมัน ปตท .บ้านผือ ต.เมือง อ.กันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวน 8 ราย และบาดเจ็บ 13 ราย และที่บ้านเรือนประชาชน 1 หลัง

ความคืบหน้าล่าสุดเกี่ยวกับเรื่องนี้ ไทย-กัมพูชา เริ่มเปิดฉากปะทะกันตั้งแต่เวลา 03.00 น. จนกระทั่งถึงเวลาประมาณ 08.00 น.

โดยกระสุนปืนของฝั่งกัมพูชาตกมาที่ฝั่งไทย (ตกที่ค่าย ตชด 224) ประมาณ 3 ลูก ยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ หรือเสียชีวิต แต่อย่างใด

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ EOD ที่ปฏิบัติหน้าที่เก็บกู้ระเบิดตั้งแต่ช่วงเช้าต้องออกจากที่เกิดเหตุด่วน ขณะกำลังปฏิบัติหน้าที่ โดยยังทำการเก็บกู้ระเบิดที่หลงเหลือ

ยังไม่แล้วเสร็จแต่อย่างใด เพราะกระสุนของทางกัมพูชายิงมาใกล้กับจุดเกิดเหตุ จึงทำการอพยพชั่วคราว ก่อนที่จะดำเนินการเก็บกู้ระเบิดอีกครั้ง

ผู้สื่อข่าวรายงานต่อไปว่า ขณะที่ เจ้าหน้าที่กู้ภัยจากมูลนิธิร่วมกตัญญูได้เข้าทำการเก็บร่างของผู้เสียชีวิต ภายในร้านสะดวกซื้อ ( 7-11) ซึ่งจากการดำเนินการ

พบร่างผู้เสียชีวิตจำนวนทั้ง สิ้น 5 ราย โดย 1 ในนั้น เป็นพนักงานเซเว่น ส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างเจ้าหน้าที่ ตรวจพิสูจน์ทราบต่อไป/////