สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / birthday ประธานวอ.บางระจัน เปิดบ้านให้เพื่อนมิตรสหายร่วมอวยพรวันคล้ายวันเกิด /“ตม.สตูล ตรวจสอบเคสร้องเรียนจับต่างด้าวทำงานผิดกฎหมาย / เฮง เฮง พร็อพเพอร์ตี้ ชื้อขาย บ้านที่ดิน

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 18 กรกฎาคม 2568สจ.เปี๊ยกอุทัย เสี่ยชายสุโขทัย ร่วมอวยพรวันคล้ายวันเกิดประธานวอ นายกเทศบาลเมืองบางระจัน นาย วีระ คำรอด ( ประธาน.วอ ) และเพื่อวงการมวย เสี่ยชูทางด่วนกำนันชาคริต ฉายวัฒนา ตำบลหนองฉาง อำเภอหนองฉาง จังหวัดอุทัยธานี”นายธงชัย จ้อยชูคณะ ทำงานที่ปรึกษารัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และเพื่อนสนิทมิตรสหายอีกมากมายและชาวบ้านร่วมอวยพรให้กับประธานวอในครั้งนี้ ณ.บ้านบางระจัน

วันที่ 18 กรกฎาคม 2568 บริษัท เฮง เฮง พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด นาย ภูวดล พุทธ์เทศน์ะ ( เฮง ) กรรมการผู้จัดการบริษัท ฝากขาย – ซื้อหรือเช่า อสังหาริมทรัพย์ทุกชนิดคุณทำเนียบ มังคโชติ โอนบ้านแฝดหมู่บ้านพรนรินทร์ สวนเสือศรีราชา บ้านเลขที่ 153/91 ม.6 ต.สุรศักดิ์ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี สำนักงานที่ดินจังหวัดชลบุรี สาขาศรีราชา เสี่ย เฮงๆ จัดให้ท่านใดสนใจอยากได้บ้านมือสองบ้านสวยๆ ( แถวศรีราชา ) เสี่ย ( เฮง เฮง ) จัดให้มีทีมงานครบวงจรสนใจติดต่อเบอร์โทรนี้ได้ 0917432784 0813291222 ( เฮง เฮง )

“ตม.จังหวัดสตูล ตรวจสอบเคสร้องเรียนจับต่างด้าวทำงานผิดกฎหมาย นายจ้างไม่รอดโดนปรับด้วย”

ตามนโยบายของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. และ พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผบก.ตม.6 ให้ตรวจคนเข้าเมืองทุกจังหวัดระดมกวาดล้างอาชญากรรมและปราบปรามคนต่างด้าวกระทำผิดกฎหมายตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 และกฎหมายอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

พ.ต.อ.เจริญพงษ์ ขันติโล ผกก.ตม.จว.สตูล และ พ.ต.ท.ระลึก อินทรัศมี รอง ผกก.ตม.จว.สตูล ได้สั่งการให้ฝ่ายสืบสวนปราบปราม ตม.จว.สตูล นำโดย พ.ต.ท.ยงยุทธ เลิศปรีชาพงศ์ สว.ตม.จว.สตูล พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน ตม.จว.สตูล ตรวจสอบกรณีร้องเรียนแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายร่วมกับสำนักงานจัดหางานจังหวัดสตูล โดยวันที่ 16 กรกฎาคม 2568 เจ้าหน้าที่ ตม.จว.สตูล ร่วมกับ จัดหางานจังหวัดสตูล และ สภ.เขาขาว

ได้รับแจ้งเรื่องร้องเรียนว่าที่ลานไม้ยางพาราแห่งหนึ่งใน ต.น้ำผุด อ.ละงู จ.สตูล มีการใช้แรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่จึงได้ร่วมกันเดินทางไปตรวจสอบสถานที่ดังกล่าวและพบชายชาวเมียนมาคือนายไปยู อายุ 22 ปี มีหนังสือเดินทางแต่ทำงานโดยที่มีใบอนุญาตทำงานไม่ตรงกันกับนายจ้าง เจ้าหน้าที่จึงได้จับกุมในความผิดฐาน “เป็นคนต่างด้าวทำงานนนอกเหนือจากที่มีสิทธิจะทำได้” ส่วนนายจ้างชาวไทยเจ้าของลานไม้ยาง ยอมรับว่าไม่ตรวจสอบใบทำงานของคนต่างด้าวให้ดูให้ต่างด้าวหานายหน้าดำเนินการเอง

จนเกิดความผิดพลาด เจ้าหน้าที่จึงได้ดำเนินคดีในความผิดฐาน “รับคนต่างด้าวทำงานนอกเหนือจากที่มีสิทธิจะทำได้” ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เขาขาว ทั้งต่างด้าวและนายจ้างเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยคนต่างด้าวเมื่อเปรียบเทียบปรับเสร็จสิ้นแล้วจะต้องถูกส่งกับประเทศต่อไป และนายจ้างที่รับคนต่างด้าวทำงานผิดกฎหมายก็โดนปรับหลักหมื่นเลยทีเดียว

ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสตูล ขอประชาสัมพันธ์ให้ทราบว่าหากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิดเกี่ยวกับคนต่างด้าวหรือชาวต่างชาติในจังหวัดสตูล กรุณาแจ้งมายังตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสตูล เลขที่ 6 ตำบลพิมาน อำเภอเมืองสตูล จังหวัดสตูล 91000 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 074711080 (ฝ่ายสืบสวนปราบปราม) หรือที่สายด่วน 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณอย่างยิ่ง

คนที่ 14 กรกฎาคม 2568 แซยิดยิ่งใหญ่ สจ.เปี๊ยก อุทัย โคตรทึ่ง คนดังร่วมอวยพร อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานงานเลี้ยงฉลองอวยพรวันคล้ายวันเกิด สจ. เปี๊ยกอุทัย ปภาวิชญ์ บุษซะดี ประธานสภาอบจ.อุทัยธานี เจ้าของค่ายมวยชื่อดัง สจ.เปี๊ยกอุทัย ในงานโคตรทึ่งที่เก้าถึง 60 ปี เลี้ยงฉลองวันคล้ายวันเกิด มีคุณวิชัย ปั้นงาม ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สโมสรฟุตบอลอุทัยธานี FC พร้อมบุคคลวงการมวยโดยฮีโร่โอลิมปิกเจ้าของวลีไม่ได้โม้ สมรักษ์ คําสิงห์ และนักการเมืองข้าราชการทหารตำรวจและประชาชนร่วมอวยพรวันคล้ายวันเกิดกันอย่างมากมาย และวงดนตรีแอ๊ดคาราบาวเต็มวง
ณ.สถานที่ค่ายมวยสจเปี๊ยกอุทัย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กระทรวงวัฒนธรรม เดินหน้าขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการด้านการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ระยะที่ 2 (พ.ศ.2566 – 2570)ภาคเหนือ

แชร์เนื้อหานี้

วันอังคารที่ 22 กรกฎาคม 2568 นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา เป็นประธาน การประชุมเชิงปฏิบัติการติดตามการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการด้านการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ระยะที่ 2 (พ.ศ.2566 – 2570) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ภาคเหนือ พร้อมด้วย นายบรรจง ขุนเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ผู้บริหารหน่วยงาน ผู้แทนสำนักงานวัฒนธรรม ผู้แทนหน่วยงานภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง และเจ้าหน้าที่กรมการศาสนา เข้าร่วม โดยจัดระหว่างวันที่ 22 – 23 กรกฎาคม 2568 ณ โรงแรม ดิ เอ็มเพรส น่าน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน
นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา กล่าวว่า คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบแผนปฏิบัติการ

ด้านการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ระยะที่ 2 (พ.ศ. 2566 – 2570) เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2565 กำหนดเป้าหมายให้คนไทยมีพฤติกรรมที่สะท้อนการมีคุณธรรมเพิ่มขึ้น มุ่งสู่สังคมคุณธรรมที่คนไทยอยู่ร่วมกันด้วยความสมานฉันท์ ภายใต้หลักธรรมทางศาสนา หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง วิถีวัฒนธรรมไทยที่ดีงาม และประเทศไทยปลอดทุจริตและประพฤติมิชอบ ซึ่งมีการกำหนดตัวชี้วัดหลักจำนวน 2 ตัวชี้วัด ประกอบด้วย ตัวชี้วัดดัชนีคุณธรรม 5 ประการ “พอเพียง วินัย สุจริต จิตอาสา กตัญญู” และตัวชี้วัดหน่วยงานภาครัฐน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในการบริหารงาน มีค่า ITA

เพิ่มขึ้น โดยกรมการศาสนา และศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) ในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ได้ร่วมกันขับเคลื่อนและส่งเสริมให้เกิดเครือข่ายคุณธรรมในทั่วทุกพื้นที่ เพื่อมุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน เพื่อให้การขับเคลื่อนคุณธรรมตามแผนปฏิบัติการด้านการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ระยะที่ 2 (พ.ศ. 2566 – 2570) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568

บรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมาย กรมการศาสนา และศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) กำหนดจัดงานสมัชชาคุณธรรมและการประชุมติดตามผลการดำเนินงานตามตัวชี้วัด ภายใต้แผนปฏิบัติการด้านการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ระยะที่ 2 (พ.ศ. 2566 – 2570) เพื่อติดตามผลสำเร็จของการดำเนินงาน และขยายเครือข่ายส่งเสริมคุณธรรมไปสู่มาตรฐานด้านคุณธรรม ที่มีขีดความสามารถในการให้คำปรึกษาและถ่ายทอดองค์ความรู้ต่อสังคมให้เกิดการแพร่หลาย โดยการจัดงานระดับภูมิภาค 4 ภูมิภาค

มีกลุ่มเป้าหมาย ประกอบด้วย วัฒนธรรมจังหวัด ผู้แทนหน่วยงาน/ภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง รวมจำนวน 680 คน ในส่วนของภาคกลาง ระหว่างวันที่ 30 มิถุนายน – 1 กรกฎาคม 2568 ณ โรงแรมกรุงศรีริเวอร์ อยุธยา อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระหว่างวันที่ 31 กรกฎาคม – 1 สิงหาคม 2568 ณ โรงแรมเวลาดี นครพนม อำเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม และภาคใต้

ระหว่างวันที่ 7 – 8 สิงหาคม 2568 ณ โรงแรมเรือรัษฎา โฮเต็ล แอนด์ คอนเวนชัน เซ็นเตอร์ อำเภอเมืองตรัง จังหวัดตรัง ทั้งนี้ การจัดงานฯ ประกอบไปด้วยกิจกรรมส่งเสริมคุณธรรม อาทิ การบรรยายพิเศษ เรื่อง สถานการณ์และแนวมโน้มคุณธรรมในสังคมไทย, ดัชนีชี้วัดคุณธรรม ทิศทางและเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในโลกวิถีใหม่, ทิศทางการขับเคลื่อนแผนการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ :

จากนโยบายสู่การขับเคลื่อนในพื้นที่, การอภิปราย เรื่องการส่งเสริมคุณธรรมในสังคมไทยสู่ผลลัพธ์ที่ยั่งยืน, และมีการนำเสนอผลการประชุมกลุ่มย่อย การดำเนินการส่งเสริมคุณธรรมตามแผนปฏิบัติการด้านการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ระยะที่ 2 (พ.ศ. 2566 – 2570) และการส่งเสริมคุณธรรมในเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 13 ปี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568

เพื่อนำไปสู่การพัฒนาองค์ความรู้ด้านการขับเคลื่อนคุณธรรม การเสริมสร้างพลังเครือข่ายคุณธรรมให้มีความเข้มแข็ง มั่นคง และเป็นฐานรากในการต่อยอดคุณธรรมให้เจริญเติบโตครอบคลุมทุกพื้นที่ต่อไป/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชน/ทีมข่าวสมาคม รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ป.5 พัน.25 ตรวจสภาพความพร้อมรบ และประเมินผลเป็นหน่วย กองร้อย.ปืนใหญ่สนาม ปี 2568 /สภ.เมืองชุมพร ปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรม

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 เมื่อ 22 ก.ค. 68 เวลา 0900 พ.ท. พิทยาคม พงษ์สุพรรณ์ ผบ.ป.5 พัน.25 หน.กรรมการประเมินผล เป็นประธานใน

พิธีตรวจสภาพความพร้อมรบ และประเมินผลเป็นหน่วย กองร้อย.ปืนใหญ่สนาม ประจำปี 2568 พร้อมทั้งนำกำลังพล, ยานพาหนะ,

อาวุธและยุทโธปกรณ์ เข้ารับการตรวจสอบและประเมินผลเป็นหน่วย กองร้อย.ปืนใหญ่สนาม ประจำปี 2568 ดำเนินการตรวจสภาพความพร้อมรบ และการปฏิบัติเป็นส่วน

สร้างความชำนาญและเข้าใจในอุปกรณ์และยุทโธปกรณ์เป็นขวัญกำลังใจให้กับพี่น้องประชาชนชาวไทยทั้งประเทศในการตรวจสอบอุปกรณ์และพร้อมเข้ารบ

พร้อมทั้งจัดคณะกรรมการภายในหน่วย ดำเนินการตรวจสอบและประเมินผลการฝึกให้เป็นไปตามเกณฑ์และแนวทางที่ ศูนย์การทหารปืนใหญ่กำหนด เพื่อเพิ่ม

ขีดความสามารถของระดับกำลังพล/ระดับหน่วย และรองรับภารกิจของกองทัพบกเมื่อได้รับมอบหมายต่อไป ณ บริเวณหน้าลานศาลาค่ายเขตอุดมศักดิ์ ต.วังใหม่ อ.เมือง จ.ชุมพร

สภ.เมืองชุมพร ปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรม

วันที่ 22 กรกฎาคม 2568 เวลา 17.00 น พ.ต.อ.ปัญญา ท้วมศรี ผกก.สภ.เมืองชุมพร เป็นประธานในพิธีปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรม ประจำเดือน กรกฎาคม 2568 ระหว่างวันที่ 21-25ก.ค.2568

พร้อมด้วย พ.ต.ท.อดิศร เจนประเสริฐศิลป์ รอง ผกก.ป.สภ.เมืองชุมพร พ.ต.ท.สุริยา แป้นเกิด รอง ผกก.(สอบสวน)สภ.เมืองชุมพร พ.ต.ท.ปนินทร โชติ รอง ผกก.(สอบสวน)สภ.เมืองชุมพร พ.ต.ท.ปราโมทย์ กุ้งทอง สว.อก.สภ.เมืองชุมพร พ.ต.ท.ปฏินันท์ จันทร์หนองไทร สว.จร.สภ.เมืองชุมพร

พ.ต.ท.นฤพล นิลพันธ์ สวป.สภ.เมืองชุมพร พ.ต.ต.ปิยพล ฉัตรภูมิ สว.สส.เมืองชุมพร ข้าราชการตำรวจสภ.เมืองชุมพร ณ สภ.เมืองชุมพร โดยกําหนดเป้าหมายเน้นความผิด เกี่ยวกับอาวุธปืนวัตถุระเบิดเครื่องกระสุนปืน การจําหน่าย อาวุธปืน

วัตถุระเบิด เครื่องกระสุนปืนโดยผิดกฎหมาย(OnGround)และจําหน่ายอาวุธปืนวัตถุระเบิดเครื่องกระสุนปืน ผ่านระบบออนไลน์และโซเซียลมีเดีย โดยผิดกฎหมาย(Online) ความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด บุคคลตามหมายจับและสืบสวนจับกุมบุคคล กลุ่มบุคคลผู้มีอิทธิพล

และผู้กระทำผิดเกี่ยวกับการปล่อยเงินกู้นอกระบบ ปราบปรามคดีประทุษร้ายต่อทรัพย์ ,การแข่งรถในทาง ออกตรวจแหล่งมั่วสุมต่างๆเพิ่มวงรอบในการตรวจตรา/

กำชับสถานบริการ ฯลฯ กำชับการปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมาย และระเบียบที่เกี่ยวข้องปฏิบัติ ตามหลักยุทธวิธีตำรวจในการ เข้าตรวจค้น จับกุม เหตุการณ์ทั่วไปปกติ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สองสาวร้องสื่อถูกรุมยำ-ข่มขู่ คดีไม่คืบ

แชร์เนื้อหานี้

ผู้สื่อข่าวได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้เสียหายสองรายคือ นางจุฑามาศ (สงวนนามสกุล) อายุ 40 ปี และนางสาวสาวิตรี (สงวนนามสกุล) อายุ 28 ปี นำหลักฐานสำคัญเป็นคลิปจากกล้องวงจรปิดและคลิปวิดีโอจากประชาชน มายื่นต่อสื่อมวลชนหลังคดีไม่คืบหน้าแม้จะมีภาพชัดเจนว่าถูกทำร้าย และตามชายฉกรรจ์ลักษณะคล้ายพกอาวุธปืน พร้อมทั้งมีการข่มขู่และประกาศท้าทายกฎหมายอย่างอุกอาจ

เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นในพื้นที่ร้านบาร์แห่งหนึ่ง ภายในซอยวัดบุญกาญจนาราม ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี โดยเริ่มจากคืนวันที่ 13 มิถุนายน เวลาประมาณ 23.00 น. กล้องวงจรปิดสามารถจับภาพได้ว่า หลังมีปากเสียงบริเวณหน้าตลาด ฝ่ายคู่กรณีได้โทรเรียกพรรคพวก ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นชายสวมเสื้อวินมอเตอร์ไซค์สีส้ม ขับรถจักรยานยนต์พีซีเอ็กซ์สีเทา มาจอดด้านหน้ากล้องวงจรปิดของคอนโดแห่งหนึ่ง ก่อนจะถอดเสื้อวิน ใส่ไว้ใต้เบาะ และหยิบสิ่งของลักษณะคล้ายอาวุธปืนขึ้นลำเหน็บเอวแล้วเดินเข้าไปในวงเหตุการณ์ โดยมีกลุ่มหญิงไทยสวมเสื้อดำ ฝั่งผู้ก่อเหตุเดินเข้ามาพูดคุยด้วย

นางจุฑามาศ (ผู้เสียหาย) ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ เล่าว่า ช่วงนั้นพี่สาวของตนมีปากเสียงกับคู่กรณี ตนเข้าไปห้ามปราม แต่กลับถูกอีกฝ่ายไม่พอใจ โทรตามคนมาเสริม จนสถานการณ์เริ่มบานปลาย หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจก็เข้ามา คิดว่าจะจบไปแล้ว ต่อมา วันที่ 16 มิถุนายน เวลาประมาณ 20.40 น. กล้องวงจรปิดจับภาพหญิงไทย 3 คน เดินเข้ามาหาผู้เสียหายที่ร้านเดิม โดยมีหญิงผู้ก่อเหตุ เดินตามมาทีหลัง ก่อนจะพูดจาท้าทาย แล้วลงมือกระชากผมนางสาวสาวิตรีผู้เสียหายอีกรายจากเก้าอี้ ลากและทำร้ายหน้าร้าน ทั้งยังมีชายขับวินฯ ที่มากับกลุ่มผู้ก่อเหตุยืนกันไม่ให้ใครเข้าไปช่วย ทำให้ผู้เสียหายถูกทำร้ายร่างกายโดยไม่มีใครกล้าเข้าไปช่วย

นางสาวสาวิตรีให้การว่า เธอเพียงแค่นั่งอยู่ในร้าน ไม่รู้เรื่องราวมาก่อน ถูกกลุ่มหญิงเข้ามาหาเรื่อง โดยกล่าวหาว่าเธอรู้เห็นกับนางจุฑามาศ และกล่าวหาว่าเคยด่ากันมาก่อน จากนั้นก็ลงมือทันที โดยระหว่างเหตุการณ์ยังพูดท้าทายเสียงดัง “กฎหมายทำอะไรกูก็ไม่ได้!” สร้างความหวาดกลัวให้กับคนในร้านอย่างมาก เธอยังเล่าด้วยว่า ถูกกัดที่ราวหน้าอกจนเป็นรอยฟกช้ำ และมีแผลถลอกหลายจุด

แม้มีการแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งแต่วันเกิดเหตุ แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้า ไม่มีการเรียกตัวคู่กรณีมาสอบสวนตามที่แจ้งไว้ ผู้เสียหายพยายามติดตามคดีด้วยตนเอง แต่กลับถูกโยนให้ไปติดต่อร้อยเวรเอง ไม่มีเจ้าหน้าที่ใดรับผิดชอบอย่างชัดเจน ที่ร้ายไปกว่านั้น ผู้เสียหายยังระบุว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุมีการโพสต์เฟซบุ๊กข่มขู่ท้าทายต่อเนื่อง ทำให้ผู้เสียหายรู้สึกไม่ปลอดภัย หวั่นจะถูกทำร้ายซ้ำ หรือถึงขั้นเสียชีวิต

ผู้เสียหายทั้งสองจึงต้องออกมาร้องต่อสื่อมวลชน เพื่อเป็นกระบอกเสียง หลังแจ้งตำรวจแล้วคดีเงียบ หวั่นถูกจัดฉากอีกครั้งโดยผู้มีอิทธิพลที่สามารถเคลื่อนไหวได้เสรี ทั้งที่มีหลักฐานชัดเจน ทั้งคลิปวงจรปิดและพยานแวดล้อม ถ้าไม่มีสื่อ ไม่มีใครรู้เลยว่าเราถูกทำร้าย ถูกข่มขู่ และกฎหมายไม่สามารถปกป้องเราได้ โดยผู้เสียหายวิงวอนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะตำรวจพัทยา เร่งดำเนินการตามพยานหลักฐานที่มี และให้ความเป็นธรรมด้วย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด “SEAL STOP SAFE” ภ.5 หยุดวงจรการค้ายาเสพติด Safe สร้างพื้นที่ปลอดภัย

แชร์เนื้อหานี้

วันจันทร์ที่ 21 กรกฎาคม 2568 เวลา 11.00 น.พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 เป็นประธานการแถลงผลการสืบสวนจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายสําคัญ ของ ภ.จว.เชียงราย ดังนี้

  1. สภ.แม่สาย จว.เชียงราย จับกุมผู้ต้องหาพร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 1,200,000 เม็ด
  2. สภ.เมืองเชียงราย จว.เชียงราย ตรวจยึดของกลางยาบ้า จำนวน 600,000 เม็ด
  3. สภ.บ้านดู่ จว.เชียงราย จับกุมผู้ต้องหาพร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 600,000 เม็ด
  4. สภ.เวียงแก่น จว.เชียงราย ตรวจยึดของกลางยาบ้า จำนวน 4,000,000 เม็ด
  5. สภ.เมืองเชียงราย จว.เชียงราย จับกุมผู้ต้องหาพร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 500,000 เม็ด
  6. รวมของกลางยาบ้าทั้งหมด จำนวน 6,900,000 เม็ด

โดยมี พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย รอง ผบช.ภ.5 , พล.ต.ต.มานพ เสนากูล ผบก.ภ.จว.เชียงราย , พล.ต.ต.วรพงศ์ คำลือ ผบก.สส.ภ.5 , นายสุพจน์ แสนมี ปลัดจังหวัดเชียงราย , น.ส.สุกัญญา ใหญ่วงศ์ ผู้แทน ปปส.ภ.5 , พ.อ.อดุลย์ ลอยฟ้า รอง ผบ.นบ.ยส.35 , พ.อ.ไมตรี ศรีสันเทียะ เสนาธิการ กกล.ผาเมือง และ ผกก.สภ.พื้นที่ ร่วมประชุมและร่วมแถลงผลการจับกุม

ณ ลานแถลงข่าว อาคารกองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 5 อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่

สรุปผลการจับกุมยาเสพติด ของ ตำรวจภูธรภาค 5 ห้วงตั้งแต่ 1 ต.ค.67 – 18 ก.ค.68จับกุมคดียาเสพติดจำนวน 18,617 คดีคดียาเสพติดรายสำคัญ 202 คดีตรวจยึดของกลางยาเสพติดยาบ้า 194 ล้านเม็ดเศษไอซ์ 10,400 กิโลกรัมเศษเฮโรอีน 150 กิโลกรัมเศษเคตามีน 1,740 กิโลกรัมเศษฝิ่น 119 กิโลกรัมเศษตรวจยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับยาเสพติด – มูลค่าทรัพย์สินประมาณ 727 ล้านบาทเศษ

สมจิตร แสงบัลลังก์ ภาพ/ข่าว รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รองพ่อเมืองสุโขทัยลุยตรวจแนวตลิ่งป้องกันน้ำยมรับพายุวิภา

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 17.00 น. ของวันที่21กรกฏาคม2568ภายใต้การอำนวยการของ นายนพฤทธิ์ ศิริโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย

โดย นายสมลักษ์ ยกน้องวงษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย ได้ลงพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์หลังน้ำลด และเพื่อการป้องกันจุดเสี่ยงบริเวณริมแม่น้ำยม หมู่ที่ 6 ตำบลท่าทอง อำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย

เนื่องจากบริเวณดังกล่าว องค์การบริหารส่วนตำบลท่าทองได้จัดทำโครงการและงบประมาณในการก่อสร้างแนวป้องกันตลิ่งแต่ไม่สามารถหาผู้รับจ้างได้

ทั้งนี้ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย ได้สั่งการให้องค์การบริหารส่วนตำบลท่าทอง ดำเนินการทำแนวป้องกันตลิ่งโดยใช้ไม้เสาเข็มยูคาและกระสอบทรายบิ๊กแบ็คเพื่อป้องกันน้ำกัดเซาะตลิ่งทะลักเข้าท่วมพื้นที่บ้านเรือนประชาชน โดยจะเริ่มดำเนินการทันที

ซึ่งในครั้งนี้ นายประพันธ์ศักดิ์ บุตรรัตน์ ปลัดอาวุโส และปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลท่าทอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้านร่วมลงพื้นที่ด้วยเพื่อเป็นการร่วมด้วยช่วยกันที่จะป้องกันและดำเนินงานตามนโยบายของจังหวัดสุโขทัย.
กิตติ พรดวงจันทร์ สุโขทัย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / โครงการ”จัดซื้อเครื่องมือและอุปกรณ์ในการเลี้ยงโค” สมาชิกเข้าร่วมโครงการจำนวน 15 คน

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 21 กรกฎาคม 2568 เวลา 14.00 น. นางณัติกานต์ บุญเจริญ หัวหน้าสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดน่าน มอบหมายให้นายภัคพงศ์ ทองฟู นางชุติมา ภัทรภิญโญ ผู้ปฏิบัติงานสำนักงานจังหวัด และนายภัทร์ศรุต คล้ายสุบรรณ ผู้ปฏิบัติงานกลุ่มงานบริการ

ลงพื้นที่ อำเภอเมืองน่าน เพื่อสนับสนุนกระบวนการพัฒนาและประเมินแผนและโครงการฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ขององค์กรเกษตรกรกลุ่มเลี้ยงสัตว์บ้านซาวหลวง ชื่อโครงการ”จัดซื้อเครื่องมือและอุปกรณ์ในการเลี้ยงโค” สมาชิกเข้าร่วมโครงการจำนวน 15 คน

โดยมี นายบุญยงค์ สดสอาด ประธานอนุกรรมการกองทุนฟื้นฟูฯ นายอุไร สารถ้อย นายสุบรรณ นรินทร์ อนุกรรมการจังหวัด และนายวัชรพงษ์ พญาพรม ปศุสัตว์อำเภอเมืองน่าน ผู้แทนปศุสัตว์จังหวัดน่าน (อนุกรรมการภาคราชการ) คณะ

ทำงานเพื่อสนับสนุนกระบวนการพัฒนาและประเมินแผนและโครงการฯ ร่วมลงพื้นที่ด้วย ณ หอประชุมบ้านซาวหลวง หมู่ 5 ตำบลบ่อสวก อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “รวบครบ! แก๊งตุ๋นเช่าสินสอด 5.5 ล้าน แล้วเชิดเงินหนี ตำรวจไล่ล่าถึงชลบุรีอีก 2 ราย จนจับครบทั้งทีม!”คืบหน้าปล้นร้านทองสะหวันนะเขต – พบรถคนร้ายเป็นเชฟโรเลต ครูซ แดง พ่นสีดำพรางตัว!

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2568 ด.ต.กนกวงษ์ เปรมสุข ผบ.หมู่ (สส) สภ.เมืองมุกดาหาร ได้รับตัวผู้ต้องหา 2 ราย ประกอบด้วย นางสาวศิริอร ศิริมงคล อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 165/20 ต.บ้านบึง อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี และนายประติพล คำมุงคุณ อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 116 หมู่ที่ 3 ต.มาบโป่ง อ.พานทอง จ.ชลบุรี โดยทั้งสองเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดมุกดาหาร ที่ จ.177/2568 ลงวันที่ 18 กรกฎาคม 2568 ฐานความผิด “ร่วมกันลักทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะ เพื่อสะดวกแก่การกระทำผิด การพาทรัพย์ไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม” โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านบึง จ.ชลบุรี ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองไว้ได้เมื่อเวลา 16.00 น. ของวันที่ 20 กรกฎาคมที่ผ่านมา และได้ส่งตัวให้ พ.ต.ต.วิรัตน์ วงค์สอน สารวัตรสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร รับดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมาย

การจับกุมครั้งนี้เป็นผลสืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ ลูกสาวของหญิงวัย 60 ปี เจ้าของธุรกิจปล่อยเช่าสินสอดรายใหญ่ในจังหวัดขอนแก่น ได้เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร ว่าแม่ของเธอตกเป็นเหยื่อของขบวนการมิจฉาชีพชาย-หญิง 3 คน ซึ่งร่วมกันวางแผนหลอกลวง
ผู้ต้องหาทั้งสาม ประกอบด้วย นางสาวพรทิพย์ (จับกุมได้ก่อนหน้านี้) นายประติพล หรือ “ปั๊ก” และนางสาวศิริอร หรือ “หมวย”
โดยใช้กลอุบายให้นางสาวพรทิพย์เข้าไปติดต่อเหยื่อ อ้างว่าต้องการ “เช่าเงิน” จำนวน 5,500,000 บาท เพื่อนำไปถ่ายภาพกับเงินก้อนดังกล่าว เพื่อสร้างเครดิตให้ดูน่าเชื่อถือ เสนอกับนายทุนรายใหญ่ เพื่อร่วมลงทุนในธุรกิจเต็นท์รถ พร้อมเสนอจะจ่าย “ค่าเช่าเงิน” เป็นจำนวน 76,500 บาท

เมื่อเหยื่อหลงเชื่อและโอนเงินให้ตามข้อตกลง กลุ่มผู้ต้องหากลับไม่คืนเงินตามที่สัญญา และติดต่อไม่ได้ ผู้เสียหายจึงรู้ว่าถูกหลอก และเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร ซึ่งได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลออกหมายจับ และสามารถจับกุม น.ส.พรทิพย์ ได้ก่อน จากนั้นจึงประสานตำรวจพื้นที่จังหวัดชลบุรี กระทั่งสามารถจับกุมผู้ต้องหาอีก 2 รายได้ครบทั้งขบวนการในที่สุด ดังกล่าว

จับแก๊งตุ๋น #เช่าสินสอด #มิจฉาชีพออนไลน์ #มุกดาหาร #ขอนแก่น #ข่าวอาชญากรรม #โกงเงิน #ตำรวจไทย #หลอกลวง #เต็นท์รถลวงโลก #บ้านบึง #ชลบุรี #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้​ ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​

คืบหน้าปล้นร้านทองสะหวันนะเขต – พบรถคนร้ายเป็นเชฟโรเลต ครูซ แดง พ่นสีดำพรางตัว!

เจ้าหน้าที่ลาวตรวจพบ หลักฐานสำคัญ จากเหตุปล้นทองร้านมาลัย กลางเมือง นครไกสอนพมวิหาน แขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2568 โดยรถยนต์ที่คนร้ายใช้ก่อเหตุเป็นเชฟโรเลต ครูซ เดิมทีเป็น สีแดง แต่ถูก พ่นทับให้เป็นสีดำ เพื่อพรางตัวระหว่างการก่อเหตุ

จากภาพ กล้องวงจรปิด ยังเผยให้เห็นว่าบริเวณ ขอบประตูด้านในยังคงเป็นสีแดง ชัดเจน ไม่ได้ถูกพ่นสีทับเหมือนภายนอก

ด้านผู้เชี่ยวชาญด้านรถยนต์ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า รถรุ่นดังกล่าว มีซันรูฟ ซึ่ง ไม่น่าจะเป็นรุ่นที่ผลิตในประเทศไทย เนื่องจากเวอร์ชันที่ขายในไทยไม่มีซันรูฟ อาจเป็นรถที่นำเข้าจาก จีนหรือเกาหลีใต้ ซึ่งผลิตรุ่นซันรูฟวางจำหน่ายในตลาดบางประเทศด้วย

🚨 ขณะนี้คนร้ายทั้ง 4 คนยังคง หลบหนี เจ้าหน้าที่ลาวเร่งไล่ล่าและขอความร่วมมือประชาชนช่วยแจ้งเบาะแส

ปล้นร้านทอง #ChevroletCruze #เชฟโรเลต ครูซ #รถคนร้าย #ข่าวลาว #ร้านคำมาลัย #นครไกสอนพมวิหาน #สะหวันนะเขต #ลาว #ปลอมสีรถ #ซันรูฟไม่ใช่ไทยผลิต #ไล่ล่าโจรปล้นทอง #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้​ ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ชุมนุมเรียกร้องให้ย้ายนายอำเภอท่าแซะใน 24 ชั่วโมง

แชร์เนื้อหานี้


ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 21 กรกฎาคม 2568 ที่หน้าศาลากลางจังหวัดชุมพร ชาวบ้านประมาณ 300 คน นำโดย นายประคอง จิตประสงค์ ตัวแทนกลุ่มทหารผ่านศึกและราษฎรผู้ขาดแคลนที่ดินทำกินใน อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร

และพื้นที่ใกล้เคียง ได้ชุมนุมร้องเรียนต่อผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร เพื่อขอความเป็นธรรมเกี่ยวกับกรณีมีการจับกุมกลุ่มผู้ชุมนุมที่มิชอบด้วยกฎหมายและการละเมิดสิทธิมนุษยชน พร้อมเรียกร้องให้ย้าย นายพิศิษฐ์ ฤทธิพิชัยสงคราม นายอำเภอท่าแซะ ออกจากพื้นที่

นายประคองและแกนนำรวม 12 คน ระบุว่าเป็นตัวแทนกลุ่มผู้ขาดแคลนที่ดินทางด้านการเกษตรกว่า 3,064 คน เคยยื่นหนังสือร้องทุกข์ต่อหลายหน่วยงาน โดยมีข้อกล่าวหานายพิศิษฐ์ ว่ามีการละเมิดสิทธิมนุษยชนและการเลือกปฏิบัติในการจับกุมกลุ่มผู้ชุมนุมของเจ้าหน้าที่รัฐฝ่ายปกครองและกรมป่าไม้ กล่าวหาเกินความเป็นจริง และเลือกปฏิบัติ เข้าจับกุมโดยไม่มีหมายจับและหมายค้นจากศาล อ้างว่าเป็นการกระทำผิดซึ่งหน้า

แต่กลับไม่ดำเนินการกับบริษัท วิจิตรภัณฑ์ฯ ที่ถูกกล่าวหาว่าบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติเพื่อจัดทำสุสานบรรพบุรุษ ซึ่งถือเป็นการกระทำผิดซึ่งหน้าเช่นกัน เจ้าหน้าที่ยังละเว้นการจับกุมกลุ่มนักการเมืองท้องถิ่นและผู้มีอิทธิพลที่ลักลอบทำลายต้นปาล์มน้ำมันในเขตป่าสงวนเพื่อยึดถือครอบครองที่ดินกว่า 3,000 ไร่ และแรงงานต่างด้าวชาวพม่าที่ลักลอบตัดผลปาล์มน้ำมันในพื้นที่หมดอายุสัมปทานในเวลากลางคืน

ผู้ชุมนุมจึงขอเรียกร้องให้ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพรพิจารณาโยกย้ายนายอำเภอท่าแซะโดยกล่าวหาว่า 1.นายอำเภอท่าแซะบุกรุกยึดถือครอบครองที่ดินป่าสงวนแห่งชาติรับร่อ–สลุย ในบริเวณพื้นที่ของบริษัท วิจิตรภัณฑ์ปาล์มออย จำกัด เพื่อปลูกต้นทุเรียน ซึ่งเป็นการกระทำที่ทุจริตและผิดกฎหมาย 2.นายอำเภอท่าแซะละเว้นการจับกุมดำเนินคดีกับแรงงานต่างด้าวที่เข้ายึดครองบ้านพักคนงานของบริษัทวิจิตรภัณฑ์ปาล์มออย จำกัด

และออกเก็บเกี่ยวผลปาล์มน้ำมันในป่าสงวนแห่งชาติ และ 3.นายอำเภอท่าแซะไม่ดำเนินการจับกุมบริษัท วิจิตรภัณฑ์ปาล์มออย จำกัด กรณีจัดทำสุสานบรรพบุรุษในป่าสงวนแห่งชาติรับร่อ–สลุย โดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับนายทุน จากนั้น นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ลงมารับหนังสือเรียกร้องเพื่อพิจารณาและดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

ในเวลาต่อมา นายพิศิษฐ์ ฤทธิพิชัยสงคราม นายอำเภอท่าแซะ เปิดเผยว่า ตนทราบเรื่องกรณีชาวบ้านชุมนุมเรียกร้องให้มีการย้ายตนออกนอกพื้นที่แล้ว คิดว่าผู้ชุมนุมคงโกรธแค้นตนที่ร่วมกับเจ้าหน้าที่ป่าไม้ สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 11 สุราษฎร์ธานี จับกุมกลุ่มชาวบ้านที่เข้าไปบุกรุกพื้นที่ป่าที่เคยเป็นพื้นที่สัมปทานของบริษัท วิจิตรภัณฑ์ ปาล์มออยล์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งหมดอายุการอนุญาตไป

เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2558 ที่อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่ารับร่อและป่าสลุย ต.หงษ์เจริญ อ.ท่าแซะ จากนั้น ก็มีการชุมนุมปิดถนนเพชรเกษม ขาล่องใต้ หมู่ 3 บ้านยายไท ต.สลุย อ.ท่าแซะ เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2568 ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเข้ามาเจรจาจนมีการเปิดถนนตามปกติ ส่วนที่กล่าวหาตนทั้ง 3 ข้อยืนยันว่าสามารถชี้แจงได้หมด และตนปฏิบัติตามหน้าที่ตามกฎหมายทุกประการ ไม่มีนอกมีในหรือมีผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้องเลย

นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร เปิดเผยว่า ได้รับหนังสือเรียกร้องจากผู้ชุมนุมแล้ว ส่วนเรื่องการโยกย้ายนายอำเภอเป็นอำนาจของส่วนกลาง ผู้ว่าราชการจังหวัดไม่สามารถดำเนินการได้ทันที เท่าที่ทราบขณะนี้คือบริษัท วิจิตรภัณฑ์ฯ ที่เคย

ได้รับสัมปทานและหมดอายุการอนุญาตการเข้าใช้พื้นที่ไปแล้ว ยังมีคำสั่งศาลคุ้มครองอยู่ และทางวิจิตรภัณฑ์ฯ ก็ได้ทำเรื่องขอยกเลิกการคุ้มครองพร้อมทั้งขอยกเลิกคดีความต่างๆ ที่เคยฟ้องร้องเกือบหมดแล้ว ซึ่งเรื่องกำลังอยู่ในกระบวนการพิจารณาของศาล

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / 4โจร!! ปล้นอุกอาจกลางเมืองสะหวันนะเขต สปป.ลาว! อาวุธสงครามครบมือ กวาดทองกว่า 300บาท ตม.มุกดาหารคุมเข้ม! สกัดคนร้ายปล้นร้านทองสะหวันนะเขต

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 15:40 น. วันที่ 20 กรกฎาคม 2568 เกิดเหตุระทึกกลางเมืองสะหวันนะเขต สปป.ลาว คนร้าย 4 คนแต่งชุดดำ สวมหน้ากากอำพรางใบหน้า ใช้อาวุธสงครามบุกปล้นร้านคำ(ทอง) “มาลัย” ซึ่งตั้งอยู่บริเวณหน้าคิวรถโดยสารประจำทาง

ผู้ก่อเหตุลงมืออย่างอุกอาจในช่วงกลางวันแสก ๆ ก่อนหลบหนีขึ้นรถยนต์ Chevrolet สีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน มุ่งหน้าออกจากพื้นที่อย่างรวดเร็ว

ล่าสุด เจ้าของร้านทอง “มาลัย” ประกาศตั้งรางวัลนำจับสูงถึง 500 ล้านกีบ สำหรับผู้ที่ให้เบาะแสนำไปสู่การจับกุมผู้ก่อเหตุ พร้อมทองรูปพรรณที่ถูกปล้นไป

ความคืบหน้าคดีปล้นร้านคำ(ทอง)มาลัย บริเวณหน้าคิวรถโดยสารนครไกสอนพมวิหาน แขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว เมื่อเวลา 15:40 น. วันที่ 20 กรกฎาคม 2568

ล่าสุด เจ้าหน้าที่พบ รถยนต์ที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ ถูกจอดทิ้งและ จุดไฟเผา เพื่อทำลายหลักฐาน ที่บริเวณ สวนยาง ใกล้วัดพระธาตุอิงฮัง แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของเมือง

ขณะนี้ คนร้ายทั้ง 4 คนยังคงหลบหนีอยู่ โดยเจ้าหน้าที่ลาวได้กระจายกำลังไล่ล่าทั่วพื้นที่ เผารถหนี! โจรปล้นทองสะหวันนะเขต จุดไฟเผารถทิ้งใกล้พระธาตุอิงฮัง – หนีลอยนวล!

ตม.มุกดาหารคุมเข้ม! สกัดคนร้ายปล้นร้านทองสะหวันนะเขต

วันที่ 21 กรกฎาคม 2568 พ.ต.อ.พิทักษ์พงษ์ เจริญกุล ผกก.ตม.จว.มุกดาหาร เปิดเผยว่า จากกรณีเหตุปล้นร้านทองในแขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคมที่ผ่านมา จึงได้มีการสั่งการให้เจ้าหน้าที่งานตรวจบุคคลและพาหนะ เพิ่มมาตรการเข้มงวดในการตรวจสอบผู้โดยสารขาเข้าฝั่งไทย เพื่อป้องกันการหลบหนีของผู้ก่อเหตุและการลักลอบนำสิ่งของผิดกฎหมายข้ามแดน

โดยให้ตรวจสอบรถโดยสารระหว่างประเทศขาเข้า อย่างละเอียด เพื่อป้องกันการหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย รวมถึงการซุกซ่อนสิ่งของผิดกฎหมายสัมภาษณ์และคัดกรองผู้โดยสารขาเข้า เพื่อประเมินพฤติกรรมที่น่าสงสัย ตรวจสัมภาระผู้โดยสารทุกรายผ่านเครื่องเอกซเรย์ของศุลกากร เพื่อค้นหาสิ่งของผิดกฎหมายหรือหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับคดี

นอกจากนี้ ยังได้เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติตามมาตรการด้านการข่าวและการสืบสวน โดยมีการ บูรณาการข้อมูลร่วมกับฝ่ายลาว ได้แก่ ตม.ลาว และตำรวจแขวงสะหวันนะเขต เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลของผู้ต้องสงสัย รวมถึงการประชาสัมพันธ์รูปภาพและข้อมูลที่เกี่ยวข้องให้หน่วยงานความมั่นคงของไทยตามแนวชายแดนรับทราบ

พร้อมกันนี้ ยังสั่งการให้ ตรวจสอบรายชื่อและติดตามความเคลื่อนไหวของบุคคลต้องสงสัยหรือผู้มีพฤติกรรมสุ่มเสี่ยงในพื้นที่ อย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้กระทำผิดหลบหนีหรือซ่อนตัวในประเทศไทย

ตรวจคนเข้าเมืองมุกดาหาร #ชายแดนมุกดาหาร #ปล้นร้านทองลาว #สะหวันนะเขต #ข่าวลาวไทย #ชายแดนเข้ม #ตรวจเข้มชายแดน #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้ #มุกดาหาร #ลาวไทย #ด่านพรมแดนมุกดาหาร​ ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​