สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / บรรพชาอุปสมบท เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาส เฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2568

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันนี้ (19 ก.ค. 68) นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร เป็นประธานในพิธีปลงผมในกิจกรรมบรรพชาอุปสมบท เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2568 เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเพื่อสืบสานวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของพุทธศาสนิกชน

โดยมี หัวหน้าส่วนราชการ ศาล ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และญาติพี่น้องผู้มีจิตศรัทธา ร่วมพิธีปลงผม ซึ่งมีผู้เข้าร่วมอุปสมบท จำนวน 10 คน ณ วัดพรุใหญ่ หมู่ที่ 6 ตำบลสะพลี อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร

ด้วยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมพรรษา ในวันที่ 28 กรกฎาคม 2568 สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดชุมพรร่วมกับคณะสงฆ์ ตลอดจนพุทธศาสนิกชนในจังหวัด

ได้ร่วมจัดกิจกรรมบรรพชาอุปสมบทเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภายใต้โครงการเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ และพระบรมวงศานุวงศ์ ประจำปีงบประมาณ 2568 เพื่อเป็นการส่งเสริมให้บุคลากรของรัฐ ภาคี

เครือข่ายภาคเอกชน และประชาชน ได้มีโอกาสร่วมกันแสดงความจงรักภักดี ได้ศึกษาหลักธรรมคำสอนในพระศาสนา มาปรับใช้เป็นหลักในการประพฤติปฏิบัติในชีวิตประจำวัน อันจะนำไปสู่การอยู่ในสังคมร่วมกันอย่างสันติสุข ตลอดจนเห็นคุณค่าของวัฒนธรรมและประเพณีที่ดีงามของไทย

สำหรับกิจกรรมบรรพชาอุปสมบทเฉลิมพระเกียรติ กำหนดระหว่างวันที่ 19 – 30 กรกฎาคม รวมระยะเวลา จำนวน 12 วัน เมื่อบรรพชาอุปสมบทเรียบร้อยแล้ว จะจำวัดปฏิบัติธรรม ณ วัดพรุใหญ่ หมู่ที่ 6 ตำบลสะพลี อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร

โดยได้รับความเมตตาอนุเคราะห์จากพระครูสถิตญาณปยุต เจ้าคณะตำบลทะเลทรัพย์ เจ้าอาวาสวัดพรุใหญ่ อำนวยความสะดวกด้านสถานที่ พระวิทยากร ภัตตาหารและน้ำปานะ อีกทั้งได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ตลอดจนพุทธศาสนิกชนที่มีจิตศรัทธาเป็นอย่างดียิ่ง

เร่งตรวจสอบซากสุนัขจรจัดตายหลายตัว

เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2568 นายวัชรินทร์ สุวพิศ ปลัด อบต.สะพลี อ.ปะทิว จ.ชุมพี เปิดเผยว่า นายนิกร คอนกำลัง นายก อบต.สะพลี ได้มอบหมายให้เจ้าพนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เจ้าหน้าที่งานกฎหมายและคดี และเจ้าหน้าที่ อบต.สะพลี ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีที่

ได้รับแจ้งจากประชาชนในพื้นที่ว่ามีสุนัขจรจัดเสียชีวิตหลายตัวในช่วงนี้ จึงเกรงว่าสุนัขอาจเป็นโรคติดต่อหรือโรคพิษสุนัขบ้า โดย อบต.สะพลีได้ประสานกับสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดชุมพร ปศุสัตว์อำเภอปะทิว ผู้ใหญ่บ้าน และ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่หมู่ที่ 1 และหมู่ที่ 2 ต.สะพลี อ.ปะทิว

ออกตรวจสอบและพบว่า สุนัขทุกตัวที่เสียชีวิตมีสาเหตุจากการติดเชื้อโรคหัดสุนัข แต่ไม่ได้เป็นโรคพิษสุนัขบ้าแต่อย่างใด ซึ่งเจ้าของสุนัขที่เกรงว่าสุนัขของตนอาจติดเชื้อด้วย สามารถป้องกันการติดต่อได้โดยการนำสุนัขไปฉีดวัคซีน พร้อมกันนั้น อบต.สะพลียังได้ประชาสัมพันธ์

ให้ชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียงที่เกิดเหตุช่วยกันสังเกตสุนัขและสัตว์เลี้ยงของตน หากมีอาการป่วยหรือซึมผิดปกติ ต้องรีบพาไปพบสัตว์แพทย์ และแจ้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทราบ

ส่วนสุนัขจรจัดที่เสียชีวิตก็ขอให้ฝังซากและพ่นยากำจัดเชื้อโรค อย่างไรก็ตาม ยังไม่พบข้อมูลว่าโรคหัดสุนัขสามารถติดต่อหรือระบาดสู่คนได้ แต่เพื่อความปลอดภัยก็ควรมีการป้องกันไว้ก่อน

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “หัวโจกตระกูลดังมุกดาหารค้ายาบ้า 1.6 ล้านเม็ด ไม่รอด! ตร.ทางหลวงรวบกลางถนน หลังทำพาสปอร์ตหวังหนีข้าม สปป ลาว”

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงอำนาจเจริญ นำโดย ร.ต.อ.พรชัย พวงใส รอง สว.ส.ทล.5 กก.6 บก.ทล. พร้อมด้วย ร.ต.ต.ธีร แก้วเนตร, ร.ต.ต.ธีระพงษ์ อ่อนเชียง, ร.ต.ต.มังกร ศิริโสม และ ด.ต.ชัชการ ผิวแก้วดี ร่วมกันจับกุมตัวนายชุษณะ วาปี อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 174 หมู่ 1 ต.มุกดาหาร อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร ตามหมายจับศาลจังหวัดมุกดาหาร ที่ จ 172/2568 ลงวันที่ 1 กรกฎาคม 2568 ในข้อหา “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยไม่ได้รับอนุญาตฯ” ซึ่งเป็นคดีใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับการลักลอบขนยาบ้าจำนวน 1.6 ล้านเม็ด ในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร เมื่อปลายปี

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2567 ตำรวจ สภ.คำชะอี รับแจ้งพบรถต้องสงสัยโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน จอดทิ้งไว้ริมถนนที่บ้านดอนสวรรค์ ต.น้ำเที่ยง อ.คำชะอี จ.มุกดาหาร เมื่อเข้าตรวจสอบพบยาบ้าประมาณ 1,600,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ภายในจากการสืบสวนจากกล้องวงจรปิดในพื้นที่และผลตรวจดีเอ็นเอภายในรถพบว่าตรงกับนายชุษณะ จึงนำไปสู่การขอออกหมายจับนายชุษณะ ผู้ต้องหาเครือข่ายค้ายารายใหญ่ในภาคอีสาน ซึ่งมีพฤติกรรมนำยาบ้าส่งกระจายไปยังจังหวัดต่างๆ

ต่อมา ตำรวจทางหลวงอำนาจเจริญ ได้รับการประสานให้ช่วยติดตามจับกุม กระทั่งพบเบาะแสว่านายชุษณะกำลังเดินทางออกจาก จ.อุบลราชธานี หลังเสร็จจากการทำหนังสือเดินทาง คาดว่าเตรียมหลบหนีออกนอกประเทศ กระทั่งเวลาประมาณ 16.30 น. พบรถอีซูซุ ดีแม็กซ์ สีดำ ทะเบียน ขว 3593 ขอนแก่น ตรงตามที่ได้รับแจ้งข่าวขณะกำลังแล่นมุ่งหน้าเข้าอำเภอเมืองมุกดาหารที่บริเวณ กม. 442-443 ถนนชยางกูร ต.หนองแวง อ.นิคมคำสร้อย

จึงส่งสัญญาณให้หยุดและตรวจสอบพบนายขจรวิทย์ ซึ่งเป็นผู้ขับให้ความร่วมมือในการตรวจค้น และพบว่านายชุษณะ นั่งโดยสารมาด้วย เมื่อตรวจสอบพบเป็นบุคคลตามหมายจับ เจ้าหน้าที่จึงแสดงหมายจับและทำจับกุมทันทีเบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง กำลังเดินทางกลับจากทำพาสปอร์ตที่ จ.อุบลราชธานี เพื่อเตรียมเดินทางข้ามไป สปป.ลาว เจ้าหน้าที่จึงแจ้งสิทธิ์และข้อหา ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.คำชะอี ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ข่าวจับกุมพ่อค้ายาบ้า #ยาเสพติด #คำชะอี #นิคมคำสร้อย #มุกดาหาร #ตำรวจทางหลวงอำนาจเจริญ #คดียาเสพติดรายใหญ่ #จับกุมผู้ต้องหา #ยาบ้า1600000ล้านเม็ด #ข่าวอีสาน #หนีไม่พ้นกฎหมาย #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้​ ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “ห้วยบังอี่” ระดับน้ำเริ่มลด – เปลี่ยนธงเป็นสีเหลือง เตือนประชาชนเฝ้าระวังต่อเนื่อง

แชร์เนื้อหานี้

​เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2568 สืบเนื่องจากที่ นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่อย่างใกล้ชิด ล่าสุด

นายคมเพชร สีดามาตร์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดมุกดาหาร พร้อมด้วย นายวิรัตน์ เจริญจิตร์ นายอำเภอนิคมคำสร้อย ลงพื้นที่ติดตามระดับน้ำบริเวณสะพานข้ามห้วยบังอี่ อำเภอนิคมคำสร้อย หลังเกิดฝนตก

ต่อเนื่อง ส่งผลให้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นจนท่วมจุดกลับรถบริเวณใต้สะพานอย่างไรก็ตาม ขณะนี้ระดับน้ำในห้วยบังอี่มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง การระบายน้ำดำเนินไปได้ด้วยดี ทำให้สถานการณ์คลี่คลายลงในระดับหนึ่ง

ในวันเดียวกัน โครงการชลประทานมุกดาหาร ได้เปลี่ยนสัญลักษณ์เตือนภัยจาก “ธงสีแดง” เป็น “ธงสีเหลือง” หมายถึง ระดับน้ำอยู่ในเกณฑ์เฝ้าระวัง พร้อมขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลข่าวสารอย่างใกล้ชิด เนื่องจากสภาพอากาศในภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง อาจส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันได้

ทั้งนี้ หากประชาชนพบเหตุสาธารณภัยหรือต้องการความช่วยเหลือ สามารถแจ้งเหตุได้ที่ หมายเลข 042-633101 หรือ สายด่วน 1784 ตลอด 24 ชั่วโมงสถานการณ์น้ำมุกดาหาร #ห้วยบังอี่ #น้ำท่วมภาคอีสาน #ข่าวมุกดาหาร #ฝนตกหนัก #ระดับน้ำลดแล้ว #ปภมุกดาหาร #ชลประทานมุกดาหาร #ภัยพิบัติ #สายด่วน1784 #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้​ ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​

​สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / วงจรปิดมัดชัด! เด็กชายวัย 14 ปี แอบย่องขโมยเงินร้านของชำผู้ใหญ่บ้าน สุดท้ายยอมให้จับเพราะ “สำนึกผิด”

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อช่วงเช้ามืดเวลาประมาณ 06.00 น. ของวันที่ 18 กรกฎาคม 2568 กล้องวงจรปิดสามารถจับภาพชายต้องสงสัยแอบลักลอบเข้ามาทางหลังบ้านของนายยุทธพัฒน์ ทับแสง ผู้ใหญ่บ้านบ้านคำผักหนอก หมู่ที่ 7 ตำบลบางทรายใหญ่ อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร ซึ่งบริเวณดังกล่าวเปิดเป็นร้านขายอะไหล่รถมือสอง และด้านหน้าบ้านยังเปิดเป็นร้านขายของชำ

กล้องวงจรปิดบันทึกภาพผู้ก่อเหตุเดินวนเข้ามาบริเวณหน้าร้าน ก่อนจะลักทรัพย์เป็นเงินสำหรับไว้ทอนลูกค้าจำนวนกว่า 300 บาท แล้วหลบหนีไป

ต่อมานายยุทธพัฒน์ ผู้ใหญ่บ้าน ได้สังเกตเห็นวัยรุ่นคนหนึ่งมีลักษณะตรงกับภาพจากกล้องวงจรปิด ขับขี่รถจักรยานยนต์ผ่านหน้าบ้านของตน จึงร้องบอกชาวบ้านให้ช่วยกันสกัดจับตัวไว้ได้ ทราบชื่อภายหลังคือ เด็กชายบอย อายุ 14 ปี ตรวจค้นพบเงินสดจำนวน 360 บาท และบุหรี่ไฟฟ้าอีก 1 พอดในตัว

ผู้สื่อข่าวสอบถามเด็กชายบอยถึงสาเหตุการขโมย เจ้าตัวยอมรับว่า ป่วยเป็นไข้ ไม่มีเงินซื้อยา ตั้งใจจะเข้าไปหายาในร้านของชำ แต่ไม่พบใครอยู่ จึงตัดสินใจขโมยเงินไว้ไปซื้อยาเอง พร้อมเผยว่าขี่จักรยานยนต์กลับมาผ่านหน้าบ้านที่ก่อเหตุก็เพราะสำนึกผิด อยากนำเงินมาคืน จึงยอมให้จับ

ด้านผู้ใหญ่บ้านได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มารับตัวเด็กชายรายนี้ไปดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

ขโมยเงิน #เด็กชายวัย14 #บางทรายใหญ่ #มุกดาหาร #กล้องวงจรปิด #สำนึกผิด #ร้านของชำ #ข่าวอาชญากรรม #วงจรปิดจับภาพ #ข่าวท้องถิ่น #ผู้ใหญ่บ้าน #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้​ ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / โมเดลเด็กไทยดังไกลระดับโลกโมเดลเด็กไทยดาวรุ่งแห่งปี น้องทีเร็กซ์

แชร์เนื้อหานี้

เด็กชายภาคิน พงศ์ศร้อยเพ็ชร อายุ 4 ปี และน้องนัมซึลวัน เด็กหญิงครองขวัญ วงค์เนียม อายุ 7 ปี ได้รับคัดเลือกให้เป็นตัวแทนโมเดลจากประเทศไทยโดยร่วมเป็นโมเดลให้กับแบรนด์ CASADEMODA แบรนด์หรูจากประเทศฟิลิปปินส์ คอลเลคชั่น SARUNG BANGI in VIETNAM ดีไซเนอร์ คือ เจมส์

พอล ผู้มีชื่อเสียงโด่งดังและคร่ำหวอดในวงการแฟชั่นของฟิลิปปินส์และเอเชีย ภายใต้การดูแลของคุณแนตตี้ ปิยพร สุนทรเนตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารแบรนด์เสื้อผ้าเด็กชั้นนำ Darling By NattyT ในงาน Global Junior Fashion Week 2025 ณ ฮานอยมิวเซียม เมืองฮานอย ประเทศเวียดนาม เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2568

SARUNG BANGI in VIETNAM คอลเลคชั่นนี้มีแรงบันดาลใจจากผ้าพื้นเมืองของประเทศฟิลิปปินส์ แสดงให้เห็นถึงความงดงามเรียบง่ายในชุดประจำชาติของประเทศฟิลิปปินส์ โดยชุดผู้ชาย คือ บารอง ตากาล็อก (Barong Tagalog) น้องทีเร็กซ์หล่อเท่ในชุดเสื้อแขนยาว

ที่ทำจากผ้าใยสับปะรด มีการปักลวดลายบริเวณช่วงอกและแขนเสื้อ ส่วนชุดสำหรับผู้หญิง คือ บาโรต์ ซายา น้องนัมซึลวันได้สวมใส่ซึ่งเป็นชุดที่ประกอบด้วยเสื้อและกระโปรง มีการจับจีบยกตั้งขึ้นเหนือไหล่คล้ายปีกผีเสื้อ เรียกว่า บาลินตาวัก(Balintawak) สวยน่ารักสดใสสมวัย

ในปีนี้ งาน Global Junior Fashion Week 2025 มีแบรนด์เสื้อผ้าชั้นนำจากหลายประเทศทั้งในทวีปเอเชียและทวีปยุโรปเข้าร่วม มีโมเดลทั้งเด็กและผู้ใหญ่รวมทั้งหมด 200 กว่าคน จึงเป็นความภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่ในปีนี้โมเดลเด็กไทยได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของความยิ่งใหญ่ในงานแฟชั่นวีคประจำปีที่ใหญ่ที่สุดของประเทศเวียดนาม

ChildModel #Casademoda #DarlingByNattyTGlobalJuniorFashionWeek

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “ รับรางวัลหมวดชุดรักษาความปบอดภัยหมู่บ้าน(ชรบ.) ดีเด่น รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ในวันชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ประจำปี 2568”

แชร์เนื้อหานี้

16 กรกฎาคม 2568  เวลา 09.00 น. นางสาวอ้อยใจ คำบุญเรือง นายอำเภอชุมแพ  นำชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน บ้านแสนสุข หมู่ 5 ตำบลโนนสะอาด เข้ารับรางวัล “ หมวดชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ขรบ.) ดีเด่น  รางวัลรองชนะเลิศอัน 2 จาก นายคารม  คำพูิทูรย์ ปลัดจังหวัดขอนแก่น  พร้อมกันนี้ได้จัดนิทรรศการแสดงผลงานของชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน(ชรบ.)ของอำเภอชุมแพ มาร่วมแสดงเนื่องในวันชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ประจำปี 2568   ณ ห้องประชุมแก่นเมือง  ศาลากลาง จังหวัดขอนแก่น

สื่อรัฐทีวี/สื่อรัฐนิวส์ ขอนแก่น สื่อสร้างสรรค์ข่าวสารเพื่อท้องถิ่น

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / บ้านดอนตัน 100 กว่าหลังคาจมน้ำ ขณะที่เยาวชนฝีพายเรือแข่ง อ.ท่าวังผา ขนน้ำลงเรือแจกจ่ายช่วยชาวบ้าน

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 18 กรกฎาคม 2568 – สถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดน่านยังคงน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะที่ บ้านดอนตัน หมู่ 4 ตำบลศรีภูมิ อำเภอท่าวังผา ซึ่งมีชาวบ้านกว่า 100 หลังคาเรือนยังคงอาศัยอยู่ท่ามกลางน้ำท่วมขัง ระดับน้ำในพื้นที่ยังสูงกว่า 1 เมตร ส่งผลให้ประชาชนต้องย้ายสิ่งของขึ้นชั้น 2 ของบ้านเพื่อความปลอดภัย ส่วนผู้ที่อาศัยอยู่ในบ้านชั้นเดียวจำเป็นต้องอพยพไปพักอาศัยอยู่กับญาติในพื้นที่ใกล้เคียงหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และจิตอาสาได้ระดมกำลังเข้าช่วยเหลือประชาชนอย่างเร่งด่วน

โดยมีการจัดส่งอาหาร น้ำดื่ม และสิ่งของจำเป็นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเยาวชนฝีพายเรือแข่งจากบ้านสบหนอง อำเภอท่าวังผา ได้นำเรือออกให้ความช่วยเหลือในการขนส่งน้ำดื่มและอาหารไปยังบ้านที่ถูกน้ำล้อม เพื่อส่งต่อถึงมือผู้ประสบภัยที่ยังติดอยู่ภายในบ้าน ดร.เชาวฤทธิ์ ขจรพงศ์กีรติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคกล้าธรรม ได้ลงพื้นที่นำข้าวสาร อาหารแห้ง และน้ำดื่มเข้าไปแจกจ่ายให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบ พร้อมรับฟังปัญหาและให้กำลังใจถึงพื้นที่ด้วยตนเอง

นายเดโชพล คำเขียว ผู้ใหญ่บ้านดอนตัน เปิดเผยว่า ขณะนี้ระดับน้ำเริ่มทรงตัวและมีแนวโน้มลดลง แต่บริเวณท้ายหมู่บ้านซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำและอยู่ติดแม่น้ำ ยังคงมีน้ำท่วมสูง โดยเฉพาะในพื้นที่การเกษตรที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง ทั้งไร่ข้าวโพดและลำไยรวมกว่า 2,000 ไร่ ถูกน้ำท่วมเสียหายทั้งหมด
ขณะที่หมู่บ้านใกล้เคียงในพื้นที่ ตำบลป่าคา อำเภอท่าวังผา

ได้แก่ บ้านสบหนอง บ้านหนองบัว บ้านดอนมูล และบ้านดอนแก้ว ระดับน้ำได้ลดลงอยู่ที่ประมาณ 50-80 เซนติเมตร ส่วนในเขตเทศบาลตำบลท่าวังผา ระดับน้ำได้ลดลงจนเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว โดยเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้เร่งลงพื้นที่ช่วยเหลือชาวบ้านในการทำความสะอาดบ้านเรือนและถนน เพื่อขจัดคราบโคลนและป้องกันไม่ให้โคลนแห้งกลายเป็นฝุ่นฟุ้งเข้าสู่บ้านเรือน

ขณะเดียวกัน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังดำเนินการสำรวจความเสียหายในพื้นที่การเกษตร เพื่อวางแผนการช่วยเหลือและเยียวยาเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบต่อไป ข้อมูลระดับน้ำ ณ เวลา 14.00 น. ของวันที่ 18 กรกฎาคม 2568 ในจุดสำคัญต่าง ๆ ของจังหวัดน่าน พบว่าจุดวัดน้ำ N64 บ้านผาขวาง อ.เมืองน่าน: ระดับน้ำ 9.56 เมตร (แนวโน้มลดลง) – เกินระดับวิกฤติ 9.50 เมตร จุดวัดน้ำ N1 หน้า สนง.ป่าไม้ อ.เมืองน่าน: ระดับน้ำ 7.55 เมตร – เกินระดับวิกฤติ 7.00 เมตร จุดวัดน้ำ N13A บ้านไผ่งาม อ.เวียงสา: ระดับน้ำ 7.59 เมตร – เกินระดับวิกฤติ 6.50 เมตร จุดวัดน้ำ N75 สะพานท่าลี่ อ.เวียงสา: ระดับน้ำ 7.02 เมตร (แนวโน้มลดลง) – ต่ำกว่าระดับวิกฤติ 10.00 เมตร

สำหรับเหตุการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินสไลด์ที่เกิดขึ้นในจังหวัดน่าน ระหว่างวันที่ 15–17 กรกฎาคม 2568 ส่งผลกระทบรวม 7 อำเภอ 13 ตำบล 20 หมู่บ้าน ซึ่งอยู่ระหว่างการประเมินสถานการณ์และความเสียหาย
ด้าน นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ได้สั่งการให้ทุกอำเภอที่ได้รับผลกระทบเร่งติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมจัดตั้งศูนย์ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ และให้หน่วยงานท้องถิ่นจัดตั้งโรงครัวประกอบอาหาร แจกจ่ายข้าวกล่องให้กับประชาชน

พร้อมทั้งระดมสรรพกำลัง อุปกรณ์ และเครื่องจักรกลสาธารณภัย เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างทันท่วงที อย่างไรก็ตามจังหวัดน่านยังคงต้องเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด โดยประชาชนในพื้นที่เสี่ยงขอให้ติดตามข่าวสารจากทางราชการอย่างต่อเนื่อง และปฏิบัติตามคำแนะนำเพื่อความปลอดภัย/ภาพข่าวระพีพร เพชรเจริญ/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กอ.รมน.จ. ส.ท. ลงพื้นที่มอบของช่วยเหลือผู้ประสบวาตภัย ในพื้นที่ อ.สวรรคโลก จว.ส.ท.

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อ เวลา 09.00ของวันที่17ก.ค.2568 พ.อ.พิทยา ราชะพริ้ง รอง ผอ.รมน.จังหวัด ส.ท. (ท.) มอบหมายให้ พ.ท.ดุสิต อยู่นิ่ม หน.ฝ่ายนโยบายและแผนฯ พรัอมด้วย จนท.กอ.รมน.จังหวัด ส.ท. ลงพื้นที่มอบสิ่งของช่วยเหลือครอบครัวของ พลทหารอัสนีย์ สีแดงสุวรรณ​ สังกัด​ ร้อย.ซ​บร​.1​ พัน.ซ​บร​.23​ บ​ชร​.3​ อยู่บ้านเลขที่ 28/1 ม.8 ต.คลองยาง อ.สวรรคโลก จว.ส.ท. ได้รับผลกระทบจากวาตภัยเมื่อวันที่ 15 ก.ค.68 ทำให้หลังคาบ้านบ้านเรือนเสียหายทั้งหลัง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้น สร้างขวัญกำลังใจให้แก่ผู้ประสบภัย และครอบครัว พร้อมทั้งให้กำลังใจแก่ครอบครัวที่ได้รับผลกระทบต่อไป
กิตติ พรดวงจันทร์ สุโขทัย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / อากาศร้อนคนหัวร้อนระทึกขับรถ ปาดหน้าเฉี่ยวชน จนเกิดมวยกลางถนนจบด้วนยิง3นัดต่อหน้าผู้ใช้รถติดไฟแดง

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันที่ 17 กรกฎาคม เวลา 14.30 น ร.ต.อ.ชวกุล สิทธิ ศักดิ์ พงส. ได้รับแจ้งเหตุมีบุคคลใช้อาวุธปืนยิงกันที่ บริเวณสี่แยกหอนาฬิกา ถนนปรมินทรมรรคา ต.ท่าตะเภา อ.เมืองชุมพร จ.ชุมพร ด้วยอาวุธปืนจึงรายงาน พันตำรวจเอกปัญญาท่วมสีผู้กำกับการตำรวจภูธรเมืองชุมพรทราบจึงรุดไปยังที่เกิดเหตุเพื่อตรวจสอบ

เมื่อเดินทางไปถึงที่เกิดเหตุพบ นายเกรียงศักดิ์ ชูราศี และนางกัญญภัทร รติภัชรสิริ ให้ข้อมูลว่า บุคคลทั้งสองได้นั่งโดยสารมาด้วยรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นฟอร์จูนเนอร์ สีขาว ทะเบียน งบ 26 ชุมพร โดยมีนายสุริยา บัวหอม เป็นผู้ขับขี่ เมื่อเดินทางมาถึงบริเวณสี่แยกหอนาฬิกาที่เกิด เหตุ รถยนต์โดยสาร(รถสองแถว) ไม่ทราบยี่ห้อ ทะเบียน สีแดง

ได้หยุดรถทำให้นายสุริยาฯที่ขับขี่ รถตามหลังมา เฉี่ยวชนบริเวณท้ายรถยนต์โดยสารดังกล่าวจากนั้นนายสุริยาฯและคนร้ายได้ลงมาจากรถมีปากเสียงกัน คนร้ายได้ใช้ อาวุธปืนที่ พกไว้ในกระเป๋าสะพายยิงไปที่นายสุริยาฯ ทำให้นายสุริยาฯได้รับบาดเจ็บที่แขนซ้ายและถูกนำตัวส่ง โรงพยาบาลชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ ส่วนคนร้ายได้ขับขี่รถหลบหนีไป จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุเบื้องต้นพบ ปลอก กระสุนปืนไม่ทราบขนาดจำนวน 3 ปลอก ได้ตรวจยึดไว้เป็นของกลาง และได้รับคำร้องทุกข์กล่าวโทษไว้เป็น คดีอาญาที่ 751/2568 เพื่อจะได้ทำการสืบสวนสอบสวนหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ทำการสอบสวนนาย นายเจนณรงค์ ดวงสกุล ผู้ก่อเหตุได้ติดต่อขอเข้ามอบตัวขณะที่ผมขับรถมาก็เห็นไฟเขียวพอดีกำลังจะเลี้ยวขวาจากแยกไฟแดงเพื่อที่จะเดินทางไปทางปากน้ำแต่ผมอยู่ในช่องเดินรถที่สองที่จะเลี้ยวขวาก็ได้ตรงไป

ก็ได้พอดีผมขับรถมาผมได้ยินเสียงแตรผมก็ไหลไปไม่ได้ดูรถเลยผมเข้าใจว่าผมตัดหน้ารถทางตรงหรือเปล่าก็เลยแตะเบรค ทำให้เขามาชนท้ายผมตอนที่ผมกำลังจะลงไปผมเห็นว่ามีรถชนท้ายผมก็ได้เปิดประตูเพื่อที่จะลงไปแต่ก็เห็นเค้ากระโดดถีบเข้ามาเลยหลังจากนั้นได้ลงไปจากรถก็ได้ต่อยกันและเขาก็มารุมผม แต่ผมว่าจะวิ่งหนีเข้าไปในปั๊มน้ำมันเพื่อหลบนึกขึ้นได้ว่าลูกเมียได้อยู่ในรถ

เพราะลูกก็อยู่ในรถอายุแค่ขวบเดียวกลัวจะได้รับอันตรายเกิดขึ้นผมก็เลยหันกลับมาตัดสินใจชักปืนขึ้นมา ยิงตั้งใจยิงนัดแรกผมยิงลงพื้นแล้วก็นัดสองก็กะว่าจะยิงให้ถูกขาแต่ไม่ทราบว่าถูกหรือเปล่าผมยิงไปสามนัด ส่วนรถสองแถวคันนี้ผมเพิ่งซื้อมา ผมทำอาชีพ อู่รับซ่อมรถกระบะแล้วก็ทำสวน ในวันนี้ได้ไปซื้อไม้และไปเหมาไม้ก็เลยได้ซื้อรถคันนี้เป็นรถตอนเดียวเพื่อจะนำไปขนไม้ที่ไปรับเหมา ต่อมาผมเกรงกลัวความผิดก็เลยได้ติดต่อขอเข้ามอบตัวในครั้งนี้
นางกัญญาภัทร รติภัชรสิริ อายุ 67 ปี

เจ้ารถเล่าว่า ก็วันนี้ได้พาหลานออกมาขับรถเที่ยวรถเล่นเพราะอากาศมันร้อนก็เลยมาเกิดเหตุขึ้นในครั้งนี้สร้างความตกใจตื่นตระหนกมากเพราะว่ายังไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ที่มีการเอาปืนมาไล่ยิงกัน ต้อนที่ ใกล้จะติดไฟแดงแต่รถสองแถวสีแดงมาปาดหน้าเดินทางมาด้วยกันแต่รถเค้ามาปาดหน้าทำเกิดการเฉี่ยวชนกันด้านหน้าซ้ายทำให้เด็กที่อยู่ในรถหัวทิ่มลงไปในเบาะเด็กเด็กที่ขับรถมันเลยโกรธโมโหก็เลยออกไปต่อยกันคนขับรถสีแดงก็เดินอ้อมออกไปทางด้านซ้ายแล้วก็กลับมาชักปืนยิงยิงสามนัดยิงโดนแขนผู้บาดเจ็บแตกคราวนี้อาการปลอดภัยอยู่อาศัยอยู่ที่บางไผ่รถก็อยู่ที่นี่แต่ว่าใช้ทะเบียนที่ชลบุรี

ร.ต.อ.ชวกุล สิทธิ ศักดิ์ รวบรวมเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุพร้อมทั้งสอบถามพยานคนเห็นเหตุการณ์อย่างละเอียดอีกครั้งเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งข้อกล่าวหาว่า พยามฆ่าผู้อื่น มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ได้พาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต และไม่มีเหตุอันควรและยิงปืนโดยใช้ดินระเปิดโดยใช่เหตุ ในเมือง หมู่บ้าน หรือที่ชุมชน และดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

​สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เจ้าของธุรกิจให้เช่าสินสอดสุดช้ำ! ถูกหญิงสาวหลอกเช่าเงิน 5.5 ล้าน ก่อนเชิดหนี – พบเคยก่อเหตุซ้ำที่ชลบุรี

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2568 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากลูกสาวของหญิงวัย 60 ปี เจ้าของธุรกิจปล่อยเช่าสินสอดในจังหวัดขอนแก่น ว่ามารดาของตนตกเป็นเหยื่อแก๊งมิจฉาชีพชาย-หญิง

ชื่อ น.ส.พรทิพย์ หรือ แป้ง นายปั๊ก และ น.ส.หมวย โดย น.ส.พรทิพย์ ได้หลอกเช่าเงินจำนวน จำนวน 5,500,000 บาท โดยอ้างว่าจะนำไปถ่ายรูปคู่กับเงินเพื่อสร้างเครดิตให้ดูน่าเชื่อถือ โดยจะนำไปแสดงต่อนายทุน คือ นายปั๊ก และ น.ส.หมวย เพื่อร่วมลงทุนทำธุรกิจเต้นท์รถกัน แต่ภายหลังกลับหลอกล่อให้ทั้ง 2 คน นำเงินจำนวน 5,500,000 บาท หลบหนีไป

จากการสอบถาม ลูกสาวของผู้เสียหายเล่าว่า เหตุเกิดเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดย น.ส.พรทิพย์ ผู้ก่อเหตุได้ติดต่อขอเช่าเงินจำนวน 8 ล้านบาท แต่ผู้เสียหายมีเงินไม่พอจึงลดลงมาเหลือจำนวน 5,500,000 บาท ตกลงจะจ่ายค่าเช่าเป็นเงิน 76,500 บาท

โดย น.ส.พรทิพย์ ได้เงินโอนเงินมัดจำมาให้ก่อนเป็นจำนวน 5,000 บาท และได้มีการนัดส่งมอบเงินกันในเวลา 14:00 น. วันที่ 13 กรกฎาคม ซึ่งในวันดังกล่าว น.ส.พรทิพย์ มารับเงินด้วยตนเองที่ร้านข้าวเปียกช็อปเปอร์ เขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร ก่อนส่งต่อเงินให้เพื่อนร่วมแก๊งที่มาด้วยกันสองคน คือ นายปั๊ก และ น.ส.หมวย นำขึ้นรถหลบหนีไป โดยอ้างว่านำไป “นับเงิน” แล้วจะกลับมา แต่สุดท้ายทั้งสองก็หายตัวไปเลย

ขณะที่ผู้เสียหายพยายามสอบถาม น.ส.พรทิพย์ เจ้าตัวกลับอ้างว่าตนเองก็ถูกหลอกเช่นกัน ไม่มีเจตนาหลอกลวงหรือยักยอก และจะพยายามติดตามเงินกลับมาให้ จึงได้มีการพาตัวน.ส.พรทิพย์ไปลงบันทึกประจำวันที่ สภ.เมืองมุกดาหาร และนัดหมายว่าจะนำเงินมาคืนภายในวันที่ 16 กรกฎาคม แต่เมื่อถึงวันนัดกลับไม่มาตามที่ใดมีการลงบันทึกประจำวันตกลงกันไว้

ต่อมา ผู้เสียหายตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมพบว่า กลุ่มบุคคลดังกล่าวเป็นชาวตำบลคำป่าหลาย อำเภอเมืองมุกดาหาร และเคยก่อเหตุลักษณะเดียวกันในพื้นที่ สภ.ศรีราชา จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคมที่ผ่านมา ก็ได้ใช้วิธีหลอกเช่าเงินแบบเดียวกัน และมีชื่อ น.ส.พรทิพย์ เป็นผู้ติดต่อในทั้งสองกรณีเบื้องต้นผู้เสียหายได้แจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองมุกดาหาร เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2568 และขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการติดตามตัวผู้ต้องหาทั้งหมดเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

หลอกเช่าสินสอด #เชิดเงิน5ล้าน #มุกดาหาร #พรทิพย์ #มิจฉาชีพหญิง #ให้เช่าสินสอดขอนแก่น #อาชญากรรม #เตือนภัย #หลอกลงทุน #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้​ ภาพ/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหา​ร​ รายงาน​