สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / การประกวดแข่งขันอาหาร เพื่อคัดสรรสุดยอดฝีมือ “สาจ้อย”อาหารชนเผ่าลาหู่ สู่เมนูหลากหลายไอเดียรังสรรค์เพื่อโกอินเตอร์ / จับวัยรุ่นไทใหญ่เลือดร้อน ดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2568 ณ สนามแข่งขันอบต.แม่พริก อำเภอแม่สวย จังหวัดเชียงรายที่สนับสนุนการจัดการแข่งขันโดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ดำเนินงานโดยหมวดคริสตจักรบ้านห้วยมะแกงภายใต้โครงการเทศกาลอาหารและภูมิปัญญาอาหารลาหู่ สู่เมืองสร้างสรรค์ เป็นการประกวดอาหาร”ลาหู่เชฟ ซาเรนจ์ “ได้เห็นภาพถึงการพัฒนาฝีมือที่ถ่ายทอดจากบรรพบุรุษสู่รุ่นลูกรุ่นหลาน สังคมยุคใหม่ ยุคที่โลกมีการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมการกินควบคู่ไปกับ การยกระดับมาตรฐานความเป็นอัตลักษณ์ของอาหารที่ได้รับการพัฒนาต่อยอด

เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม ที่ผ่านมานาย นายปุณทีต อิ่น ปลัดอำเภอแม่สวยจังหวัดเชียงราย นางสิริกัลพัชร จอมสว่าง พัฒนาการอำเภอแม่สวยจังหวัดเชียงราย นายจิราวุฒิ แก้วเขื่อน รองนายก อบจ.เชียงราย ร่วมกันเปิดงานเทศกาลอาหารและภูมิปัญญาลาหู่ “ลาหู่เชฟ ชาเลนจ์ “งานดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อการสืบสานและอนุรักษ์ภูมิปัญญาอาหารดั้งเดิมของชนเผ่าลาหู่

เปิดพื้นที่สร้างสรรค์ในการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านอาหาร กับเยาวชนและชุมชนของท้องถิ่น กิจกรรมประกอบด้วยการประกวดอาหารลาหู่หลากหลายเมนู การนำเสนอเรื่องราวภูมิปัญญาอาหารและสร้างสรรค์เมนูใหม่รากฐานวัฒนธรรมดั้งเดิมโดยมีผู้เข้าร่วมจากหลายชุมชนในพื้นที่ซึ่งเป็นการแสดงถึงความงดงามของภูมิปัญญาและวัฒนธรรมของพื้นที่ ซึ่งเป็นการแสดงถึงความงดงามของภูมิปัญญาและวัฒนธรรมที่ควรค่าแก่การเผยแพร่ต่อสังคม

ในการแข่งขันอาหารครั้งนี้ใช้ส้าจ้อย หมู่บดสับผสมเครื่องเทศลาหู่และราชู เป็นตัวตั้งเพื่อ บังคับ เพื่อให้รังสรรค์หลากหลายเมนูอันมีส่วนผสมของรากชูให้ความหอม และแต่ทีมแข่งขัน สามารถแปลงเมนู ได้ตามไอเดียร์ สำหรับผลการประกวดอาหารดังกล่าวทีมแข่งขันบ้านห้วยหญ้าไซ เป็นชนะเลิศ รับโลห์และเงินรางวัลจำนวน 10,000 บาท

รองชนะเลิศอันดับ2รับโล่และเงินรางวัล 7,000 บาท รองชนะเลิศอันดับ 3ได้แก่ทีมเอ็มเอสมีโปรรับโลห์และเวินรางวัล จำนวน5,000 บาทรางวัลชมเชย จำนวน3รางวัลๆละ 3,000 บาทได้แก่ทีมบ้านห้วยน้ำขุ่น ทีมบ้านห้วยมะแกง และทีมบ้านห้วยทรายขาว ส่วนรางวัล Popular โหวตได้แก่ทีมงานบ้านห้วยทรายขาวรับเงินรางวัล 5,000 บาท สิ้นสุดการแข่งขันได้ถ่ายรูปบันทึกภาพเป็นที่ระลึก.
นายธนกฤต วรรณมณี รายงาน

จับวัยรุ่นไทใหญ่เลือดร้อน #ดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด

#วัยรุ่นไทใหญ่ #ก่อเหตุใช้อาวุธมีดไล่ฟัน #กลุ่มนักศึกษาบริเวณสะพานจันทร์สม #ตลาดวโรรส (กาดหลวง) มี นศ.ได้รับบาดเจ็บเหตุเกิดเมื่อวันที่ 29 ส.ค.68 เวลาประมาณ 03.20 น. ได้รับแจ้งจากทางศูนย์วิทยุ 191 มีเหตุทะเลาะวิวาท บริเวณ สะพานจันทร์สม หน้าตลาดวโรรส ต.ช้างม่อย อ.เมือง จ.เชียงใหม่หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่สายตรวจและชุดสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบ พบ ผู้เสียหายชื่อ นายสุติธิปัญญ์ จีระสุพงศ์ อายุ19 ปี พร้อมพวกรวม 6 คน ซึ่งตนได้รับบาดเจ็บ มีแผลถูกมีดฟันบริเวณด้านข้างลำตัว ลักษณะรอยถลอก ไม่ได้รับอันตรายสาหัส ผู้เสียหายได้แจ้งว่า ถูกกลุ่มวัยรุ่นชาวไทใหญ่จำนวน 6 คน ได้เดินมาจากทางตลาดวโรรส และจากนั้นได้ถือมีดดาบวิ่งไล่ฟันตนพร้อมพวก และได้วิ่งหนีกันไปทางตลาดวโรรส ซึ่งตนได้ยืนยันว่ามิได้รู้จักหรือมีปัญหากับกลุ่มวัยรุ่นกลุ่มนี้มาก่อน จากนั้นได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนและทำการรักษาบาดแผล
พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 และ พล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ รับรายงานถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ได้สั่งการให้เร่งรัดติดตามจับกุมกลุ่มผู้ก่อเหตุ เนื่องจากเป็นเหตุการณ์ที่สร้างความหวาดกลัวกับพี่น้องประชาชนและนักท่องเที่ยว สร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของเมืองท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่

พ.ต.อ.ปรัชญา ทิศลา ผกก.สภ.เมืองเชียงใหม่ ,พ.ต.ท.ชุวาพล ชัยสาร รอง ผกก.สส.ฯ,พ.ต.ต.พูนศักดิ์ พักตร์ผ่องศรี สว.สส.ฯ,พ.ต.ต.วุฒิ ไกรทาหอม สว.สส.ฯ และชุดสืบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ และทำการติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

 หลังจากชุดสืบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ได้ทำการติดตามเส้นทางหลบหนีและจากการสอบถามพยานโดยรอบ จนสามารถพิสูจน์ทราบตัวบุคคลได้ทั้งหมด 6 คน
และสามารภจับกุมได้เเล้ว จำนวน 5 คน ดังนี้
1.นายจายอ่องเงิน อายุ 20 ปีสัญชาติเมียนมาร์ 2.นายไซนัมเค อายุ 19 ปี
สัญชาติเมียนมาร์ 3.นายจายโท้ อายุ 19 ปี สัญชาติเมียนมาร์ 4.นายหาร อายุ 20 ปี สัญชาติเมียนมาร์ 5.นายเจงหาร หรือจอมแสง อายุ19ปี สัญชาติเมินมาร์
6.นายจอมใหม่ความมะ(หลบหนี) หรือดำอายุ 22 ปี สัญชาติเมียนมาร์
พร้อมด้วยของกลางที่ใช้ก่อเหตุ คือ

อาวุธมีด 1 เล่มรถจักรยานยนต์ยี่ห้อ ฮอนด้ารุ่นPCXสีดำ ป้ายทะเบียน 3กด 2717 ชม จำนวน1คันรถจักรยานยนต์ยี่ห้อ ฮอนด้ารุ่นPCXสีเทา ไม่มีป้ายทะเบียนจำนวน1คันเสื้อผ้าที่ผู้ก่อเหตุสวมใส่ในส่วนคนที่ 6 อยู่ระหว่างการติดตามตัวและรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติหมายจับศาลจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีให้เร็วที่สุด

     พ.ต.อ.ปรัชญา  ทิศลา ผกก.สภ.เมืองเชียงใหม่ ได้สอบถามผู้ก่อเหตุทั้ง 5 คน ให้การรับสารภาพว่า ในคืนที่ก่อนพวกตนไปก่อเหตุ ได้กินเลี้ยงสังสรรค์ และเกิดอาการเมา จึงเกิดอารมณ์คึกคะนอง ได้พากันขี่รถจักรยานยนต์ออกมายังบริเวณสะพานจันทร์สม เพื่อที่จะเดินเล่น จนกระทั่งมาพบกับกลุ่มผู้เสียหายที่เป็นนักศึกษา มีด้วยกัน 6 คน ตนจึงคิดว่ากลุ่มนักศึกษาจะมาหาเรื่องตนกับพวก จึงได้ทำการดึงมีดดาบที่ติดตัวมาด้วย วิ่งไล่เข้าฟัน จนผู้เสียหายและพวกหนีไปยังตลาดวโรรส จนทำให้ผู้เสียหาย 1 ใน กลุ่มนักศึกษา ได้รับบาดเจ็บบริเวณด้านข้างลำตัว จากนั้นตนและพวกได้พากันหลบหนีไป ส่วนแรงจูงใจที่ก่อเหตุในครั้งนี้เกิดจากความเมา และคึกคะนองเบื้องต้นได้แจ้งข้อหาแก่ผู้ก่อเหตุ ในข้อหา 

    1.ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ2.พกพาอาวุธมีดไปในเมืองหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร”ควบคุมตัวทั้งหมดนำส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดี ต่อไป///

    สมจิตร แสงบันลังค์ รายงาน

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / มูลนิธิพุทธรรม 31โคราชแจกข้าวสารกว่า4พันถุงในเทศกาลทิ้งทานแจกข้าวสารอาหารแห้ง

    แชร์เนื้อหานี้

    เมื่อวันเสาร์ที่ 30 สิงหาคม 2568 เวลา 10.00น. นายสุวัจน์ ลิปตพัลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรีพรรคชาติพัฒนาและดร.ยลดา หวังศุภกิจโกศลนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา นายแพทย์วรรณรัตน์ ชาญนุกูล นายกฯเทศมนตรีนครนคราชสีมา

    ได้เดินทางมายังมูลนิธิฯพุทธธรรม31นครราชสีถนนบายพาสเลี่ยงเมืองนครราชสีมาเพื่อมาเป็นประธานในเทศกาลชิวโกวทิ้งทานแจกข้าวสารอาหารแห้งของมูลนิธิฯพุทธธรรม31นครราชสีมา(ฮุก31)ประจำปี2568ณสำนักงานมูลนิธิฯโดยมีนายประวิทย์ อัศวินชัย ประธานมูลนิธิฯพร้อมคณะกรรมการร่วมให้การต้อนรับ

    ซึ่งในปีนี้นายประวิทย์กล่าวว่าได้เตรียมข้าวสารจำนวนถุงละ20กิโลกรัมจำนวนกว่า4.000พันชุดเอาไว้แจกจ่ายให้กับประชาชนที่เดินทางมารับมอบในครั้งนี้และตนยังได้เตรียมข้าวสารอีก2.000พันชุดเอาไว้แจกแก่องค์กรและมูลนิธิต่างๆในจังหวัดนคราชสีมาอีกด้วย

    นอกจากนี้ทางมูลนิธิยังได้เชิญชวนผู้มีจิตศัทธามาออกโรงทานให้กับพี่น้องประชาชนที่มาร่วมงานกว่า5.000พันคนได้รับประทานอีกด้วยโดยมีผู้ใจบุญมาร่วมออกโรงทานกว่า100ราย

    ประธานมูลนิธิฯกล่าวต่อไปอีกว่านอกจากจะแจกข้าวสารแลเวทางมูลนิธิฯยังมีปลากระป๋องและมาม่าร่วมแจกให้กับพี่น้องที่มาอีกด้วยทั้งนี้ต้องขอขอบพระคุณบรรดาโรงสีข้าวต่างๆองค์กรภาคเอกชนนักธุรกิจองค์กรมูลนิธิต่างๆที่มาร่วมบริจาคในครั้งนี้และในวันที่20ตุลาคม2568นี้

    ทางมูลนิธิจะมีการจัดเทศกาลกินเขขึ้นจำนวน10วันขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนมาร่วมงานบุญในครั้งนี้เพื่ออมาสร้างบุญสร้างกุศลงดเว้นการฆ่าสัตว์ตัดชีวิตด้วยการมาถือศิลกินเจร่วมกันในปีนี้นายประวิทย์กล่าว

    กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตร.ภาค 5 ร่วมกับ ตร.เชียงใหม่ และ สภ.แม่โจ้ จับกุมเหตุร่วมกันฆ่าและเผาอำพรางศพ เหตุเกิดเขตพื้นที่ สภ.แม่โจ้ ต่อเนื่อง สภ.ดอยสะเก็ด

    แชร์เนื้อหานี้

    เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2568 ภายใต้การอำนวยการของ
    พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5,พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.วรพงศ์ คำลือ ผบก.สส.ภ.5, พล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่, พล.ต.ต.มนิต มณีตระกูลทอง ผู้ทรงคุณวุฒิ ช่วยราชการ ภ.จว.เชียงใหม่ , พ.ต.อ.สุรชัย ท่างาม ผกก.สส.ภ.จว.เชียงใหม่, พ.ต.อ.ไกรศรี จุฬพรรค์ ผกก.สส.1 บก.สส.ภ.5, พ.ต.อ.พลจักร บุนนาค ผกก.สภ.แม่โจ้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่โจ้, สภ.ดอยสะเก็ด, สภ.จอมทอง, กก.สส.1 บก.สส.ภ.5 และ กก.สส.ภ.จว.เชียงใหม่
    เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหา

    นายวชิรวิทย์ หรือเสือ หรือเจมส์ อายุ 28 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดเชียงใหม่ ที่ จ.1737/2568 ลงวันที่ 29 สิงหาคม 2568 (ได้รับบาดเจ็บอายัดตัวไว้ที่ รพ.มหาราชนครเชียงใหม่)

    นายดำรงฤทธิ์ หรือต้น อายุ 33 ปี ที่ ตามหมายจับศาลจังหวัดเชียงใหม่ ที่ จ.1738/2568 ลงวันที่ 29 สิงหาคม 2568
    ในข้อหา “ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา โดยตรองไว้ก่อน , ซ่อนเร้น ย้าย หรือทำลายศพเพื่อปิดบังการตายหรือเหตุแห่งการตาย และวางเพลิงเผาทรัพย์ผู้อื่น ” ของกลางที่ตรวจยึดได้ประกอบด้วย

      รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อซูซูกิ สีขาว ทะเบียน จย-3710 เชียงใหม่ (ของผู้ตาย)รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นแจ๊ส สีดำ ทะเบียน จฉ-1508 เชียงใหม่ เสื้อผ้าและรองเท้าขณะก่อเหตุของนายวชิรวิทย์ฯและนายดำรงฤทธิ์ฯวัน เดือน ปี และสถานที่เกิดเหตุ บริเวณบ้านที่เกิดเหตุ ม.13 ต.ป่าไผ่ อ.สันทรายฯ เกี่ยวพันกับบริเวณถนนปางไฮ-แม่ตอน ม.5 ต.เทพเสด็จ อ.ดอยสะเก็ดฯ วันที่ 28 ส.ค.2568 เวลาประมาณ 15.13 น.ถึงเวลาประมาณ 22.30 น.แผนประทุษกรรมของคนร้าย:

      นายวชิรวิทย์ฯ และนายดำรงฤทธิ์ฯทั้งสองได้วางแผนร่วมกันฆ่านายคุณาสินฯ หรือกอล์ฟ (ผู้ตาย) โดยนายวชิรวิทย์ฯ หรือเสือ และนายดำรงฤทธิ์ฯ หรือต้น ได้ลวงผู้ตาย เข้ามาที่บ้านที่เกิดเหตุ ม.13 ต.ป่าไผ่ อ.สันทรายฯ เมื่อวันที่ 28 ส.ค.2568 เวลาประมาณ 14.47 น.ผู้ตายได้ขับขี่รถยนต์เก๋งยี่ห้อซูซูกิ สีขาว ทะเบียน จย-3710 เชียงใหม่ มาที่บ้านหลังดังกล่าว นายดำรงฤทธิ์ฯ หรือต้น ก็หลบซ่อนตัวอยู่ภายในบ้านอยู่ก่อนแล้ว

      โดยนายวชิรวิทย์ฯ หรือเสือ จึงได้เดินออกไปรับผู้ตาย พาผู้ตายเข้าไปภายในบ้าน ทั้งสองจึงได้ลงมือฆ่าผู้ตายโดยใช้ค้อนทุบบริเวณศีรษะและร่างกายของผู้ตายจนถึงแก่ความตาย จากนั้นทั้งสองก็ได้ช่วยกันทำลายหลักฐานโดยนำโซฟาภายในบ้านที่เบื้อนเลือดมาล้างบริเวณหน้าบ้านฯลฯ และทั้งสองนำศพผู้ตายขึ้นรถยนต์เก๋งยี่ห้อซูซูกิ สีขาว ทะเบียน จย-3710 เชียงใหม่ ของผู้ตาย

      โดยนายวชิรวิทย์ฯหรือเสือเป็นผู้ขับขี่ และนายดำรงฤทธิ์ฯหรือต้น เป็นผู้ขับขี่รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นแจ๊ส สีดำ ทะเบียน จฉ-1508 เชียงใหม่ ขับขี่ออกจากบ้านที่เกิดเหตุ เพื่อนำศพไปเผาทิ้งอำพราง ที่บริเวณถนนปางไฮ-แม่ตอน ม.5 ต.เทพเสด็จ อ.ดอยสะเก็ด จว.เชียงใหม่

      โดยใช้นำมันราดรถยนต์เก๋งของผู้ตายเพื่ออำพรางศพ และให้รถไถลลงเนินเขาเพื่อให้เข้าใจว่าเป็นอุบัติเหตุ แต่ระหว่างนั้นพลาดพลั้งรถเฉี่ยวชนทำให้นายวชิรวิทย์ฯ หรือเสือ ได้รับบาดเจ็บ นายดำรงฤทธิ์ฯ หรือต้น จึงได้นำตัวส่ง รพ.ดอยสะเก็ด ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดเชียงใหม่ ออกหมายจับผู้ต้องหาทั้งสองคน ซึ่งศาลได้อนุมัติหมายจับและเจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองได้แล้ว
      ..#สมจิตร แสงบันลังค์รายงาน

        สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “กิจกรรมโรงเรียนผู้สูงอายุ” “ปฏิบัติการ กวาดล้างยาเสพติด No Drugs No Dealers ผลึกกำลังชุมชนปลอดยาเสพติด” ในพื้นที่ อำเภอชุมแพ

        แชร์เนื้อหานี้

        วันที่ 27 ส.ค 68 เมื่อเวลา 09:30น. นายบุญส่ง ทองมูล นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลโนนหัน อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น เป็นประธานเปิดงาน

        โครงการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ในรูปแบบกิจกรรม “โรงเรียนผู้สูงอายุ” ณ วัดแจ้งสว่างใน ต.โนนหัน อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น

        ภายในงานมีการจัดกิจกรรมต่างๆให้ผู้สูงอายุได้มีส่วนร่วม อาทิเช่น เวทีแสดง ความคิดเห็น แลกเปลี่ยน ประสบการณ์ ชองผู้สูงอายุ ร่วมกันรับประทานอาหาร สร้างความ สัมพันธ์

        รวมไปถึง การดูแล สุขภาพกาย 3 อ.(อาหาร, ออกกำลังกาย, อารมณ์) การดูแล สุขภาพในช่องปาก และ สุขภาพใจ ของผู้สูงอายุ. มีผู้สูงอายุร่วมกิจกรรมในครั้งนี้จำนวน 250 คน

        ชุดปฏิบัติพิเศษฝ่ายปกครอง อำเภอชุมแพ เปิดปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นตามนโยบาย “ปฏิบัติการ กวาดล้างยาเสพติด No Drugs No Dealers ผลึกกำลังชุมชนปลอดยาเสพติด” ในพื้นที่ อำเภอชุมแพ และจับกุมผู้ทำความผิดตามบัญชีและนอกบัญชีผู้ค้า ผู้เสพ (Re x ray)

        วันที่ 27 สิงหาคม 2568 ตัั้งแต่เวลา 14.30 น. นางสาวอ้อยใจ คำบุญเรือง นายอำเภอชุมแพ ผอ.ศป.ปส.อ.ชุมแพ นายนคร สุพรรณ์ ปลัดอาวุโส สั่งการให้ นายสมคิด ชำนิกูล ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง พร้อมชุดปฏิบัติพิเศษฝ่ายปกครอง อำเภอชุมแพ เปิดปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นตามนโยบาย

        และจับกุมผู้ทำความผิดตามบัญชีและนอกบัญชีผู้ค้า ผู้เสพ (Re x ray) ดังนี้ 1) นางสาวแนน (นามสมมุติ) อายุ 31 ปี หมู่ 2 ตำบลบ้านใหม่สุขเกษม อำเภอกงไกรลาส จังหวัดสุโขทัย ของกลางยาบ้า 34 เม็ด

        2) นางนวลจันทร์ (นามสมมุติ) อายุ 43 ปี หมู่ 7 ตำบลหนองคู อำเภอบ้านแท่น จังหวัดชัยภูมิ ของกลาง ยาบ้า 5 เม็ด 3) นายวันเฉลิม (นามสมมุติ) อายุ 24 ปี หมู่ 9 ตำบลหนองแดง อำเภอสีชมพู จังหวัดขอนแก่น ของกลางยาบ้า 2 เม็ด

        4) นางสาวดวงเดือน (นามสมมุติ) อายุ 48 ปี หมู่ 13 ตำบลหนองไผ่ อำเภอชุมแพ ของกลางยาบ้า 2 เม็ด
        5) นายหนูเวียง (นามสมมุติ) อายุ 43 ปี หมู่ 15 ตำบลศรีสุข อำเภอสีชมพู จังหวัดขอนแก่น ของกลางอุปกรณ์เสพและผลตรวจปัสสาวะ 1 ชุด

        6) นางนันทา (นามสมมุติ) อายุ 43 ปี หมู่ 9 ตำบลหนองไผ่ อำเภอชุมแพ ของกลางผลตรวจปัสสาวะ1 ชุด 7) นายเมษา (นามสมมุติ) อายุ 45 ปี หมู่ 9 ตำบลหนองไผ่ อำเภอชุมแพ ของกลางผลตรวจปัสสาวะ 1 ชุด

        จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางมาทำบันทึกจับกุม และนำตัวส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรชุมแพ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

        วินสื่อรัฐทีวี/สื่อรัฐนิวส์

        สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / พลังงานจังหวัดชุมพร สร้างความเข้าใจ เดินหน้ามาตรการลดการใช้พลังงานในภาครัฐ/ คลังชุมพร จัดฝึกอบรม หลักสูตร “การเพิ่มประสิทธิภาพการวิเคราะห์ ข้อมูลด้านเศรษฐกิจ

        แชร์เนื้อหานี้

        ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันนี้ (29 ส.ค. 68) เวลา 09.30 น. นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร เป็นประธานในพิธีเปิดการอบรม โครงการส่งเสริมการลดการใช้พลังงานในภาครัฐ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจให้หน่วยงานภาครัฐในจังหวัด สามารถดำเนินการลดใช้พลังงานในหน่วยงานให้ได้ร้อยละ 20 เมื่อเทียบกับค่ามาตรฐานการใช้พลังงานไฟฟ้าและน้ำมันของแต่ละกลุ่มประเภทหน่วยงานตามที่สำนักงานนโยบายและแผนพลังงานกำหนด

        โดยมี พันเอก โชติ ยิกุสังข์ รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 44/รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดชุมพร (ฝ่ายทหาร) นายศรีชัย วีระนรพานิช นายกเทศมลตรีเมืองชุมพร นายเกรียงไกร บัวมี พลังงานจังหวัดชุมพร นางเพ็ญลดา สายสวัสดิ์ คลังจังหวัดชุมพร นายทรงชัย ชูทิพย์ โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดชุมพร นางสาว ปานนภา สุภาพรเหมินทร์ หัวหน้าสำนักงานจังหวัดชุมพร นางสาวยุพาพร สวัสดี พาณิชย์จังหวัดชุมพร นางสาวประดับ ชูดำ พัฒนาการจังหวัดชุมพร นางสุนทรี โพธิ์ทักษิณ วัฒนธรรมจังหวัดชุมพร นางสาวสิริกานต์ กองทอง นักวิชาการพลังงานชำนาญการพิเศษ

        สำนักงานพลังงานจังหวัดกระบี่ มาเป็นวิทยากร และ ผู้แทนจากหน่วยงานราชการ ที่ว่าการอำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในจังหวัดชุมพร เข้าร่วมอบรม ณ ห้องปทุมทิพย์ ชั้น 2 โรงแรมมรกตทวิน ชุมพร นายเกรียงไกร บัวมี กล่าว สำนักงานพลังงานจังหวัดชุมพร ดำเนินโครงการส่งเสริมการลดใช้พลังงานในภาครัฐมาอย่างต่อเนื่อง สร้างความรู้ความเข้าใจให้หน่วยงานภาครัฐ ประกอบด้วย หน่วยงานราชการ ที่ว่าการอำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้สามารถดำเนินการลดใช้พลังงานในหน่วยงานให้ได้ร้อยละ 20 เมื่อเทียบกับค่ามาตรฐานการใช้พลังงานไฟฟ้าและน้ำมันของแต่ละกลุ่มประเภทหน่วย

        งานตามที่สำนักงานนโยบายและแผนพลังงานกำหนด สามารถบันทึกข้อมูลผ่านเว็บไซต์ www.e-report.energy.go.th ได้ถูกต้องและเป็นปัจจุบัน โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ผลการลดใช้พลังงานของหน่วยงานภาครัฐจังหวัดชุมพร มีหน่วยงานภาครัฐ จำนวน 28 หน่วยงาน สามารถลดการใช้พลังงานไฟฟ้าและน้ำมันเชื้อเพลิงได้มากกว่าร้อยละ 20 เมื่อเทียบกับค่ามาตรฐานการใช้ไฟฟ้าและน้ำมันเชื้อเพลิงของแต่ละองค์กร และผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร

        ได้มอบประกาศเกียรติคุณ ยกย่อง และชื่นชม หน่วยงานทั้ง 28 หน่วยงานดังกล่าวไปแล้ว สำหรับในงบประมาณ พ.ศ. 2568 นี้ สำนักงานพลังงานจังหวัดชุมพรจะได้สรุปผลการลดใช้พลังงานของหน่วยงานภาครัฐในจังหวัดชุมพร เมื่อสิ้นปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 เสนอผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพรพิจารณามอบประกาศเกียรติคุณ ยกย่อง และชื่นชมหน่วยงานที่ผ่านการประเมินในโอกาสต่อไป

        สำหรับโครงการส่งเสริมการลดใช้พลังงานในภาครัฐ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 จัดขึ้นเพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับหน่วยงานภาครัฐ ในด้านองค์ความรู้เกี่ยวกับการประหยัดพลังงาน ตลอดจนมาตรการและแนวทางการลดการใช้พลังงานในภาครัฐ ส่งเสริม สนับสนุน และให้คำปรึกษาแก่หน่วยงานภาครัฐ ในการดำเนินงานตามมาตรการลดการใช้พลังงานในภาครัฐ และการบันทึกข้อมูลการใช้พลังงานบนเว็บไซต์ www.e-report.energy.go.th และเพื่อเสริมสร้างภาพลักษณ์ ให้หน่วยงานภาครัฐ ในการเป็นต้นแบบและเป็นผู้นำภาคส่วนอื่น ๆ ในการใช้พลังงานอย่างประหยัดและมีประสิทธิภาพต่อไปอีกด้วย

        นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ กล่าวว่า มาตรการที่กำหนดให้หน่วยงานภาครัฐลดการใช้พลังงานร้อยละ 20 เมื่อเทียบกับค่ามาตรฐานการใช้ไฟฟ้าและน้ำมันเชื้อเพลิงของแต่ละองค์กร เป็นอีกมาตรการที่ทุกคนคุ้นเคยและปฏิบัติกันมาอย่างต่อเนื่อง สิ่งที่ส่วนราชการต้องทำความเข้าใจในเบื้องต้น คือ การลดการใช้พลังงานร้อยละ 20 มิใช่ร้อยละของการใช้พลังงานในปัจจุบัน แต่เป็นร้อยละ 20 เมื่อเทียบกับค่ามาตรฐานการใช้พลังงานไฟฟ้าและน้ำมันของแต่ละกลุ่มประเภทหน่วยงานตามที่สำนักงานนโยบายและแผนพลังงานกำหนด

        โดยที่ค่ามาตรฐานการใช้พลังงานไฟฟ้าและน้ำมันจะแตกต่างกันไปตามประเภทหน่วยงาน ขนาดของหน่วยงาน และลักษณะการปฏิบัติงาน ซึ่งแต่ละหน่วยงานต้องมีข้อมูลพื้นฐานที่ถูกต้องและครบถ้วน จึงจะส่งผลให้การคำนวณค่ามาตรฐานตรงตามความเป็นจริงมากที่สุด ในส่วนแนวทางการประหยัดไฟฟ้าและน้ำมันในเบื้องต้น เชื่อว่าทุกท่านทราบกันเป็นอย่างดีอยู่แล้ว แต่จะสามารถปฏิบัติได้ตามแนวทางนั้น ๆ ได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับการความมุ่งมั่นของแต่ละหน่วยงาน ทั้งนี้ เชื่อมั่นว่าจุดเริ่มต้นอยู่ที่ตัวบุคลากร ก่อนจะขยายผลไปยังระดับหน่วยงาน และทุกหน่วยงานสามารถลดการใช้ไฟฟ้าและน้ำมันบรรลุเป้าหมายร้อยละ 20 ได้อย่างแน่นอน

        คลังจังหวัดชุมพร จัดฝึกอบรม หลักสูตร “การเพิ่มประสิทธิภาพการวิเคราะห์ ข้อมูลด้านเศรษฐกิจ


        ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันที่ 29 สิงหาคม 2568 เวลา 09.00น ณ ห้องพุทธรักษา ชั้น ๒ โรงแรมมรกต ทวิน ตำบลท่าตะเภา อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร ได้รับเกียรติจากนายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร มาเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการฝึกอบรม หลักสูตร “การเพิ่ม ประสิทธิภาพการวิเคราะห์ข้อมูลด้านเศรษฐกิจการคลังจังหวัดชุมพร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๘”

        ร่วมกับ พันเอก โชติ ยิกุสังข์ รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 44/รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดชุมพร (ฝ่ายทหาร) นางเพ็ญลดา สายสวัสดิ์ คลังจังหวัดชุมพร นายทรงชัย ชูทิพย์ โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดชุมพร นางสาว ปานนภา สุภาพรเหมินทร์ หัวหน้าสำนักงานจังหวัดชุมพร นางสาวยุพาพร สวัสดี พาณิชย์จังหวัดชุมพร นายคณิต กายสอน อุตสาหกรรมจังหวัดชุมพร นางสาวประดับ ชูดำ พัฒนาการจังหวัดชุมพร นางสุนทรี โพธิ์ทักษิณ วัฒนธรรมจังหวัดชุมพร

        ดร.สุรินทร์ เหล่าพัทรเกษม ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดชุมพร ดร.อนันต์ รามพันธ์ นายกสมาคม ธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดชุมพร นายจาฏุพจน์ ไกรมาก ประธานหอการค้าจังหวัดชุมพรและท่านวิทยากร และผู้เข้าร่วมโครงการฝึกอบรมทุกท่านท นางเพ็ญลดา สายสวัสดิ์ กล่าว

        โครงการฝึกอบรมครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้าง องค์ความรู้ และพัฒนาศักยภาพ บุคลากรหน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชนในจังหวัดชุมพร ผู้สนับสนุนข้อมูลการจัดทำรายงาน ภาวะเศรษฐกิจการคลังจังหวัด และรายงานประมาณการเศรษฐกิจ จังหวัดของจังหวัดชุมพร มีความรู้ ความเข้าใจภาพรวมเศรษฐกิจ

        มีโอกาสแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ข้อคิดเห็น เพิ่มทักษะในการวิเคราะห์ ข้อมูลด้านเศรษฐกิจให้มีความแม่นยำ ทันสมัย น่าเชื่อถือ เป็นประโยชน์ ในการวางแผนเชิงยุทธศาสตร์ รวมถึงการกำหนดนโยบายในการ พัฒนาเศรษฐกิจของจังหวัดได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งสามารถ นำความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานต่อไป

        กิจกรรมในโครงการประกอบด้วย การบรรยายให้ความรู้ แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น และตอบข้อซักถามเกี่ยวกับแนวทาง การวิเคราะห์ข้อมูลด้านเศรษฐกิจ ประเด็นสำคัญของเศรษฐกิจ จังหวัดในช่วงที่ผ่านมา และการประมาณการแนวโน้มเศรษฐกิจ ในอนาคต

        ตลอดจนข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย โดยกลุ่มเป้าหมาย ในการอบรมครั้งนี้ ได้แก่ ผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน ในจังหวัดชุมพร จำนวน 70 คน ทั้งนี้ ได้รับความกรุณาจากท่าน อาจารย์สุวิทย์ สรรพวิทยศิริ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสถาบันวิจัยนโยบาย เศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจ เป็นวิทยากร

        ในวันนี้นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร กล่าว่า สำนักงานคลังจังหวัดชุมพร ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการเสริมสร้าง องค์ความรู้และเพิ่มศักยภาพของบุคลากร ในด้านการวิเคราะห์ ข้อมูลเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการจัดทำรายงานภาวะเศรษฐกิจการคลัง และรายงานประมาณการเศรษฐกิจระดับจังหวัด ซึ่งเป็นข้อมูลพื้นฐาน สำคัญในการกำหนดยุทธศาสตร์ และใช้ในการตัดสินใจเชิงนโยบาย ของภาครัฐและเอกชนในจังหวัด การจัดโครงการฝึกอบรม

        ในครั้งนี้ จึงมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มทักษะ และพัฒนาความรู้ให้แก่บุคลากรผู้สนับสนุน ผู้จัดทำ สามารถ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการวิเคราะห์ข้อมูลด้านเศรษฐกิจ จัดทำรายงานภาวะเศรษฐกิจการคลัง และรายงานประมาณการ เศรษฐกิจระดับจังหวัด ให้มีความถูกต้อง แม่นยำ ทันสมัย และน่าเชื่อถือ เป็นข้อมูลที่สำคัญของจังหวัด อันจะนำไปสู่การพัฒนา จังหวัดชุมพรอย่างยั่งยืน ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และเกิดประโยชน์

        สูงสุดกับประชาชน กระผมขอขอบคุณสำนักงานคลังจังหวัดชุมพร ที่ดำเนินการ จัดโครงการฝึกอบรมในครั้งนี้ ขอขอบคุณอาจารย์สุวิทย์ สรรพวิทยศิริ วิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ จากสถาบันวิจัยนโยบายเศรษฐกิจการคลัง ที่ได้สละเวลาให้เกียรติ มาถ่ายทอดความรู้ และประสบการณ์อันมีค่า ขอบคุณผู้เข้าร่วมโครงการฝึกอบรมทุกท่านที่ให้ความสนใจ

        สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รอง.ผบ.ตร.แถลงข่าวการจัดแข่งขันกีฬารักบี้ฟุตบอลประเพณีระหว่างตำรวจไทย – มาเลเซีย ชิงถ้วยรุจิรวงศ์ ครั้งที่ 36 ประจำปี 2568

        แชร์เนื้อหานี้

        วันนี้ (29 สิงหาคม 2568) เวลา 10.30 น. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มอบหมาย พล.ต.อ.กรไชย คล้ายคลึง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะประธานคณะทำงานการจัดการแข่งขันกีฬารักบี้ฟุตบอลประเพณีระหว่างตำรวจไทยและตำรวจมาเลเซีย

        พร้อมด้วย มูฮัมหมัด ฮาฟิซ อาบู บาการ์ เลขานุการเอก/ผู้ช่วยทูตตำรวจ ประจำสถานเอกอัครราชทูตมาเลเซีย ประจำประเทศไทย และ พล.ต.ต.เทอดศักดิ์ รุจิรวงศ์ ที่ปรึกษาคณะทำงานฯ แถลงข่าวการแข่งขันกีฬารักบี้ฟุตบอลประเพณีระหว่างตำรวจไทยและตำรวจมาเลเซีย ชิงถ้วยรุจิรวงศ์ ครั้งที่ 36 ประจำปี 2568 ณ ห้องสารสิน อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

        สำหรับการแข่งขันกีฬารักบี้ประเพณีระหว่างตำรวจไทยและตำรวจมาเลเซีย มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างตำรวจไทยและตำรวจมาเลเซีย ก่อให้เกิดความรักความสามัคคีระหว่างตำรวจไทยกับตำรวจมาเลเซียอย่างแน่นแฟ้น ในการบูรณาการทำงานร่วมกัน ตลอดจนเพิ่มศักยภาพการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติที่จะมา

        คุกคามประชาชนระหว่างสองประเทศ โดยการจัดการแข่งขันครั้งแรก เมื่อปีพุทธศักราช 2504 ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ในยุคสมัยของ พล.ต.อ.ประเสริฐ รุจิรวงศ์ ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมตำรวจ ได้ดำเนินมาจนถึงปัจจุบัน เป็นระยะเวลานานกว่า 64 ปี มีการจัดการแข่งขันมาแล้ว 32 ครั้ง โดยหมุนเวียนผลัดเปลี่ยนเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน

        การแข่งขันกีฬารักบี้ฟุตบอลชิงถ้วย “รุจิรวงศ์” ครั้งที่ 36 สำนักงานตำรวจแห่งชาติของไทย ได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน ระหว่างวันที่ 3 – 6 กันยายน 2568 และจะมีการแข่งขันจริงในวันที่ 4 กันยายน 2568 ณ สนามกีฬารักบี้ฟุตบอล โรงเรียนปริ้นส์รอยแยลส์วิทยาลัย อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ โดยแบ่งการแข่งขันออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่

        1. การแข่งขันชิงถ้วย “รุจิรวงศ์” ประเภทอายุไม่เกิน 45 ปี
        2. การแข่งขันชิงถ้วยรางวัลชนะเลิศ ประเภทอาวุโส อายุเกิน 45 ปีขึ้นไป

        พล.ต.อ.กรไชยฯ กล่าวว่า การแข่งขันในครั้งนี้มุ่งเน้นความสัมพันธ์ มิตรภาพของหน่วยงานระหว่างประเทศ โดยทีมสโมสรรักบี้ฟุตบอลของสำนักงานตำรวจแห่งชาติของไทย มีความพร้อมร่วมการแข่งขัน นักกีฬารักบี้ฟุตบอลทุกคนได้ฝึกซ้อมและมุ่งมั่นที่จะเข้าร่วมการแข่งขันอย่างเต็มที่ แต่อย่างไรก็ตาม สำหรับผลการแข่งขันแพ้ชนะ ไม่ได้เป็นการบ่งชี้มากไปกว่าความสัมพันธ์ระหว่างตำรวจทั้งสองประเทศที่จะยั่งยืนตลอดไป

        ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอประชาสัมพันธ์เชิญชวนพี่น้องประชาชนและข้าราชการตำรวจ ร่วมรับชมและส่งกำลังใจแก่นักกีฬาตำรวจไทย ในการแข่งขันกีฬารักบี้ฟุตบอลประเพณีระหว่างตำรวจไทยและตำรวจมาเลเซีย ชิงถ้วย “รุจิรวงศ์” ครั้งที่ 36 ในวันพฤหัสบดีที่ 4 กันยายน 2568 เวลา 15.00 น. เป็นต้นไป ณ สนามกีฬารักบี้ฟุตบอล โรงเรียนปริ้นส์รอยแยลส์วิทยาลัย อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ หรือผ่านช่องทาง Facebook : Royal Thai Police Rugby Club

        สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “โก๊ะตี๋” ซุ่มซ้อมรำมโนราห์เพียง 1 ชั่วโมง เข้าฉากปะทะ ครูไข่เหลี้ยมครูมโนราห์ชื่อดังงัดภูมิ “ลิเกเก่า” เทคเดียวผ่านฉลุยในซีรีส์ “คู่เตะแข้งบิน”

        แชร์เนื้อหานี้

        “โก๊ะตี๋ ชัยกฤต อ่อนละม้าย” ศิลปินนักแสดงชื่อดังเปิดประสบการณ์เรียน “รำมโนราห์” อย่างจริงจังกับ “ครูไข่เหลี้ยม” ผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปะการแสดงพื้นบ้านชื่อดังของจังหวัดนครศรีธรรมราช เผยแรงบันดาลใจอยากสืบสานมรดกวัฒนธรรมไทย เพื่อส่งต่อคุณค่าศิลปะให้เข้าถึงผู้ชมทุกวัย การเรียนรำมโนราห์ครั้งนี้เริ่มตั้งแต่ถ่ายทอดแก่นแท้และกริยาของมโนราห์ และความเคารพต่อครูบาอาจารย์เริ่มจากขั้นตอนพิธีไหว้ครู,จังหวะและท่วงท่าพื้นฐาน ไปจนถึงรายละเอียดการวางมือ ปลายเท้า ลมหายใจ และสมาธิในขณะรำ เพื่อให้ผู้เรียนเข้าใจถึงจิตวิญญาณของศิลปะ ไม่ใช่เพียงจำท่าเท่านั้น ซึ่งเพราะความเป็นลิเกเก่าของ โก๊ะตี๋ จึงทำให้ใช้เวลาในการเรียนเพียงแค่ 1 ชั่วโมง ก็สามารถร่ายรำท่วงท่าของมโนราห์ออกมาได้อย่างสวยงามจนครูไข่เหลี้ยมถึงกับปรบมือให้กับลูกศิษย์คนนี้“การก้าวจากเวทีบันเทิงสู่เวทีศิลปะพื้นบ้านเป็นความท้าทายใหม่ๆ ที่ต้องอาศัยวินัย ความอดทน และความตั้งใจจริง แต่กลับทำให้เรารู้สึกซาบซึ้งในความงามและคุณค่าของศิลปวัฒนธรรมไทยมากยิ่งขึ้น

        ผมมีความตั้งใจมากที่จะใช้พลังของสื่อและฐานแฟนคลับเพื่อชักชวนให้สังคมหันมาสนใจในมโนราห์มากขึ้น ยิ่งเมื่อได้มาร่วมแสดงในซีรีส์ “คู่เตะแข้งบิน” ที่มีเรื่องราวในภาคใต้ เราซึ่งเป็นน้องของครูสอนมโนราห์ คือ มโนราห์ไข่เหลี้ยม ก็ต้องรำให้เป็นก็เลยถือโอกาสเรียนซะเลย ซึ่งปรากฏว่าทุกท่วงท่าการรำ มีความคล้ายคลึงกับลิเกมากๆ ไม่ว่าจะจีบ จะรำ เพียงแต่จะต้องวาดแขน การจีบ การวางมืออีกแบบหนึ่ง ผมรู้สึกชอบมากๆ และที่สำคัญผมถ่ายฉากรำนี้แค่เทคเดียวผ่านเลย ก็ตะลึงกับตัวเองเหมือนกันครับ” โก๊ะตี๋กล่าว ด้านครูไข่เหลี้ยม (คุณภูมิพัฒน์ อนุวัฒนวงศ์) กล่าวว่า “การมีบุคคลสาธารณะเข้ามาเรียนรู้และสื่อสารอย่างถูกต้อง ช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้แก่เยาวชนและสังคมวงกว้าง ที่สำคัญคือการรักษามาตรฐานทางศิลปะ ตลอดจนความถูกต้องของแบบแผน และการเคารพรากเหง้าทางวัฒนธรรมควบคู่กันไปด้วยครับ ซึ่งผมรู้สึกดีใจมากๆที่ได้มีโอกาสสอนคุณโก๊ะตี๋ที่เป็นคนที่เก่งและมีพรสวรรค์ด้านศิลปะทุกรูปแบบจริงๆครับคนนี้ ” โดยฉากการรำมโนราห์ ของ โก๊ะตี๋ ปะทะ ครูไข่เหลี้ยม นี้ จะออนแอร์ในคืนวันศุกร์ที่ 29 สิงหาคม เวลา 22.25-23.25 น. ทาง ช่อง 3HD

        ”คู่เตะแข้งบิน” นำเสนอเรื่องราวของเยาวชนกลุ่มหนึ่ง ที่กล้าจะก้าวเพื่อไปตามหาและคว้าความฝันในกีฬาฟุตบอลที่เขารัก กำกับฯ โดย บอมบ์ อัศจรรย์ สัตโกวิท (แห่ง ถอดรหัสวิญญาณ และ มึง กู เพื่อนกันจนวันตาย) โดยได้รับการสนับสนุนจาก กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ที่เป็นกองหลังในการผลักดันให้เกิดการสร้างซีรีส์สร้างสรรค์สังคม แนว Sport and Inspiration นี้ขึ้นมา นำแสดงโดย โก๊ะตี๋ ชัยกฤต อ่อนละม้าย ร่วมด้วย จิ้ม ชวนชื่น, ต็อก ศุภกร,จุ๊บแจง ชาลีจังหาญ,เอ-วีระชัย หัตถโกวิท, อาเกรียง-พันธมิตร,สนธยา ชิดมณี,แจ็ค ไอเฟล ,ปู-ปริศนา ,โก้-ธีระศักดิ์ ,คุณภูมิพัฒน์ อนุวัฒนวงศ์ และยังได้รับเกียรติจาก “โจนาธาร เข็มดี” กองหลังทีมชาติไทยจากสโมสร Ratchaburi FC พร้อมดาวเด่นจากทีมบอลเยาวชนทั่วประเทศมาร่วมแสดงอาทิ วีเซนเต้-จรัสรวี วุฒิเจริญสุข รับบทพลุ (นักฟุตบอลเยาวชน ทีม การท่าเรือ) ,อิท- ขจรศักดิ์ สักกะณรงค์(นักฟุตบอลโรงเรียนสุรศักดิ์มนตรี), พีค-พิชญะ ชัยวรางกุล นักฟุตบอลเยาวชนที่ได้รับการคัดเลือกร่วมทีมชาติไทย U17, สแนค-ธีรเดช ชนะสุวรรณดำรง ฯลฯ และนางเอกดาวรุ่งหน้าใหม่ ไข่มุก-ชนัญญา เลิศวัฒนามงคล

        “คู่เตะแข้งบิน” ออกอากาศทุกวันศุกร์ เวลา 22.25- 23.25 น. ทางช่อง 33 และทางแอพพลิเคชั่น 3Plus

        สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / คัดเลือกศูนย์การเรียนรู้โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริต้นแบบ

        แชร์เนื้อหานี้

        ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันนี้(28 ส.ค. 68) นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร มอบประกาศเกียรติคุณ ให้แก่ศูนย์เรียนรู้โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริต้นแบบ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 จังหวัดชุมพร

        ณ ห้องประชุมเกาะเสม็ด ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดชุมพร ด้วยกรมการปกครองกำหนดโครงการสำคัญประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ภารกิจหลักด้าน 1 การพัฒนาคุณภาพชีวิตและสร้างรายได้ โดยการน้อมนำแนวพระราชดำริมาประยุกต์ใช้ โดยส่ง

        เสริมศูนย์การเรียนรู้โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริต้นแบบให้เป็นแหล่งการเรียนรู้สำคัญ และเพื่อให้อำเภอมีผลการดำเนินงานเป็นรูปธรรม เป็นต้นแบบและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนในพื้นที่

        โดยให้ที่ทำการปกครองจังหวัดชุมพร ดำเนินการพิจารณาคัดเลือกศูนย์การเรียนรู้โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริต้นแบบ จังหวัดชุมพร ผลปรากฏ ดังนี้ 1. รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ศูนย์เรียนรู้โรงเรียนชีวิต โคก หนอง นา บายใจ บ้านเขาหมาแหงน หมู่ที่ 2

        ตำบลช่องไม้แก้ว อำเภอทุ่งตะโก 2. รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ศูนย์เรียนรู้ โคก หนอง นา โมเดล บ้านห้วยทรายขาว หมู่ที่ 3 ตำบลทุ่งหลวง อำเภอละแม 3. รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ศูนย์เรียนรู้ฯ บ้านห้วยบอน หมู่ที่ 4 ตำบลหาดทรายรี อำเภอเมืองชุมพร

        กรมการปกครอง มอบประกาศเกียรติคุณให้ไว้เพื่อแสดงว่า รงเรียนชีวิต โคก หนอง นา บายใจ บ้านเขาหมาแหงน หมู่ที่ 2 ตำบลช่องไม้แก้ว อำเภอทุ่งตะโก จังหวัดชุมพร ได้รับรางวัล ชนะเลิศ ระดับจังหวัด

        ตามโครงการ 1 จังหวัด 1 ศูนย์เรียนรู้โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริต้นแบบ ประจำปี งบประมาณ พ.ศ. 2568 ให้ไว้ ณ วันที่ 30 เดือน มิถุนายน 2568 โดย นายไชยวัฒน์ จุนถิระพงษ์ อธิบดีกรมการปกครอง

        สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ มอบยางรถยนต์และเสบียงช่วยเหลือทหารในพื้นที่ปฏิบัติการภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

        แชร์เนื้อหานี้

        เมื่อวันที่(28 สิงหาคม 2568) นางเธียรรัตน์ นะวะมะวัฒน์ ประธานมูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ ได้นำทีมร่วมกับบริษัท ไทย สมายล์ บัส จำกัด, รายการข่าวสามมิติ และสำนักข่าวออนไลน์ The Reporters ลงพื้นที่ส่งมอบสิ่งของเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจของเจ้าหน้าที่ทหารกองทัพภาคที่ 2 โดยมีพลโทบุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 เป็นผู้แทนรับมอบ ณ ค่ายสุรนารี ตำบลหนองไผ่ล้อม อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา การลงพื้นที่ครั้งนี้ได้รับความร่วมมือด้านการประสานงานจากนางสาวปภิญญา ทองสมจิตร แรงงานจังหวัดนครราชสีมา

        สำหรับสิ่งของที่นำไปมอบ ได้แก่ ขนมเส้นบุกปรุงรสหม่าล่า 100 ลัง เมล็ดแตงโม 100 ลัง และข้าวโอ๊ต 50 ลัง ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากบริษัท ไบ่ ลี่ เอ็นเตอร์ไพร์ส จำกัด นอกจากนี้ยังมียางรถยนต์จำนวน 100 เส้น จากบริษัท ไทย สมายล์ บัส จำกัด โดยได้รับความร่วมมือด้านการขนส่งจากบริษัท บริดจสโตนเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด สิ่งของทั้งหมดนี้จัดเตรียมไว้เพื่อเป็นเสบียงและของว่างสำหรับเจ้าหน้าที่ระหว่างปฏิบัติหน้าที่สำหรับยางรถยนต์ที่มอบในครั้งนี้ บางส่วนจะถูกนำไปใช้ประโยชน์ในพื้นที่ปฏิบัติการของ หน่วยเฉพาะกิจที่ 2 กองกำลังสุรนารี ตำบลบ้านพลวง อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานด้านการสร้างเกราะป้องกัน และเสริมความปลอดภัยในภารกิจสร้างหลุมหลบภัยและเส้นทางยุทธวิธีสำคัญ

        นางเธียรรัตน์ เปิดเผยว่า การสนับสนุนครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของความตั้งใจในการเสริมสร้างความพร้อมและขีดความสามารถของเจ้าหน้าที่ทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่สำคัญ เพื่อให้สามารถดำเนินภารกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ซึ่งเราได้ตระหนักถึงความสำคัญของบทบาทกองทัพในการรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงของประเทศ อีกทั้งเล็งเห็นถึงความทุ่มเทและความเสียสละของเจ้าหน้าที่ทุกคน จึงมุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนและส่งเสริมขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

        ทั้งนี้ มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ยืนยันว่าจะเดินหน้าสานต่อภารกิจเพื่อสังคมและสนับสนุนผู้ปฏิบัติหน้าที่แนวหน้าอย่างต่อเนื่อง ด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อสร้างความแข็งแกร่งและประโยชน์ที่ยั่งยืนแก่ชุมชนและประชาชน

        กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

        กองพัฒนาเกษตรอุตสาหกรรม กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม
        ร่วมกับ สถาบันอุตสาหกรรมเพื่อการเกษตร สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยขอเชิญชวนทุกท่านร่วมงานแสดงเทคโนโลยีเกษตรและเครื่องจักรแปรรูปทางการเกษตรแห่งปี!

        วันที่ 9 กันยายน 2568เวลา 08:30 – 16:00 น.AgriTech & Agro-Processing Machinery Fair 2025 ณ ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 6 อ.สูงเนิน จ.นครราชสีมาไฮไลต์ภายในงาน ชมเทคโนโลยีและเครื่องจักรเกษตรรุ่นใหม่ล่าสุด
        เสวนาเจาะลึกอนาคตเกษตรไทยยุคเปลี่ยนผ่าน
        แนวทางสู่ “ เกษตรอัจฉริยะ” ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมพิเศษ! เข้าชมงาน ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่ายพร้อมสิทธิ์ลุ้นรับ เครื่องจักรแปรรูปสุดพรีเมียม ภายในงานลงทะเบียนล่วงหน้า ผ่าน QR Code หรือลิ้งก์ลงทะเบียนได้ที่https://forms.cloud.microsoft/r/u9nZwJYrtk

        สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สภ.ห้วยยาง ได้รับการตรวจประเมิน ได้ลำดับที่ 1จาก ภ.จว. ประจวบคีรีขันธ์ ดำเนินงานโครงการตำบลยั่งยืน ประจำปีงบประมาณ 2568

        แชร์เนื้อหานี้

        วันที่ 28 มีนาคม 2568 ที่ศาลาประชาคมบ้านไร่ใน ม.1 ตำบลแสงอรุณ อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พล.ต.ต.นครินทร์ สุคนธวิท ผบก.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ พ.ต.อ.ภาคภูมิ โห้ใย รอง ผบก.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ (สส./ปส.) มอบหมายสั่ง

        การให้ พ.ต.อ.วีระพัฒน์ เกตุษา ผกก.สภ.ห้วยยาง พ.ต.ท.สหธัญ กำบิลดีลิราช รอง ผกก.ป.สภ.ห้วยยาง ว่าที่ พ.ต.ท.กฤษดา เหนี่ยวพึ่ง สวป.สภ.ห้วยยาง พ.ต.ท.ทรงศักดิ์ รัศมี สว.อก.สภ.ห้วยยาง ชป.ตำบลยั่งยืน สภ.ห้วยยาง พร้อมด้วยภาคีเครือข่ายและผู้นำชุมชน ประกอบด้วย

        นายสิทธิพร คงหอม นายอำเภอทับสะแก นาย ภัทรดนัย สมศรี กำนันตำบลแสงอรุณนายสุรศิลป์ ยนปลัดยศ นายก อบต.แสงอรุณนายชาตรี วณิชวรสกุล ประธาน กต.ตร.สภ.ห้วยยาง น.ส.ณุกานดา จันทราภรณ์ สาธารณสุขอำเภอทับสะแก

        น.ส.วิภาภรณ์ ภัทรภิญโญ ผู้อำนวยการ สกร.อำเภอทับสะแก (กศน.) นางรัตนากร ศรวัฒนา พัฒนาการอำเภอทับสะแก ผญ.บ้านไร่ใน ม.1และ ผญ.บ้านแสงทอง ม.2 ต.แสงอรุณ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน,อสม.,ชรบ.,อส., และคณะกรรมการหมู่บ้าน

        ร่วมรับการตรวจประเมินผลการปฎิบัติงาน โครงการตำบลยั่งยืนเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติด แบบครบวงจรตามยุทธศาสตร์ชาติ ประจำปี พ.ศ.2568 ของ ตำรวจภูธรภาค 7โดยมี พ.ต.อ.สุภาพ วัยนิพิฐพงษ์ รอง ผบก.สส.ภ.7 พ.ต.อ.จรรยวรรธน์ วิเศษชูชาติกุลรอง ผบก.สส.ภ.7 พ.ต.อ.ภูวดิท คงเพ็ชร ผกก.(สอบสวน)ฯบก.สส.ภ.7 พร้อมคณะตรวจประเมิน ภ.7

        ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สภ.ห้วยยาง ได้ดำเนินงานโครงการตำบลยั่งยืน ประจำปีงบประมาณ 2568 มาอย่างต่อเนื่อง ที่บ้านไร่ใน ม.1 และ บ้านแสงทอง ม.2 ต.แสงอรุณ อ.ทับสะแกโดยได้รับการตรวจประเมิน จาก ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ ได้เป็นลำดับที่ 1 และ

        เข้ารับการตรวจประเมินจากคณะตรวจประเมินของตำรวจภูธรภาค 7 ในวันนี้ ผลการดำเนินการ ได้รับความร่วมมือจากภาคีเครือข่าย ทุกภาคส่วน ร่วมกันสร้างความรัก ความอบอุ่นให้กับชุมชนของตนเอง ส่งเสริมการศึกษาให้ผู้บำบัดได้เรียนต่อ ส่งเสริมอาชีพให้มีรายได้และมีเงินเหลือใช้เพิ่มมากขึ้น
        //////////////////////////////
        ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443