สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ธ.ก.ส.มุกดาหาร ขับเคลื่อนมาตรการตัดอ้อยสด ลดฝุ่น PM 2.5 จ่ายเงินสนับสนุนเกษตรกรแล้วกว่า 37 ล้านบาท

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2568 ที่ห้องประชุมธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จังหวัดมุกดาหาร นายอติพิชญ์ จันทร์เพ็ง ผู้อำนวยการสำนักงาน ธ.ก.ส. จังหวัดมุกดาหาร แถลงข่าวยกระดับมาตรการสนับสนุนการตัดอ้อยสดคุณภาพดี เพื่อช่วยลดปัญหาฝุ่น PM 2.5 ซึ่งเป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญของภาคเกษตรยุคใหม่ที่มุ่งสู่การผลิตอย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
ในการนี้มีนายชัยวัฒน์ โภคสวัสดิ์ ผู้บริหารโรงงานน้ำตาลสหเรืองมุกดาหาร และนายวิละ สุดวิเศษ นายกสมาคมชาวไร่อ้อยมุกดาหาร ร่วมแถลงข่าวด้วย

นายอติพิชญ์ เปิดเผยว่า ธ.ก.ส. ได้สนับสนุนเงินช่วยเหลือเกษตรกรที่ตัดอ้อยสดในอัตรา 69 บาทต่อตัน ในฤดูการผลิตปี 2567/2568 ภายใต้กรอบ Green Box ตามพันธกรณี WTO ซึ่งมุ่งเน้นการส่งเสริมการผลิตอย่างยั่งยืน

โดยปัจจุบัน ธ.ก.ส. ได้โอนเงินเข้าบัญชีเกษตรกรแล้วจำนวน 4,326 ราย รวมปริมาณอ้อยสดทั้งสิ้น 541,582.190 ตัน คิดเป็นมูลค่ารวม 37,369,171.11 บาท ซึ่งนับเป็นความสำเร็จเชิงรูปธรรมในการลดการเผาอ้อยที่เป็นต้นตอของฝุ่น PM 2.5

นอกจากนี้ ธ.ก.ส. จังหวัดมุกดาหาร ยังได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับบริษัท สหเรือง จำกัด ในการรับซื้ออ้อยปลายฝน และสนับสนุนการตัดอ้อยสดในเชิงพาณิชย์ให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับนโยบาย BCG (Bio-Circular-Green Economy) ที่ธนาคารให้ความสำคัญในการพัฒนาเกษตรไทยอย่างยั่งยืน

ด้านนายชัยวัฒน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า โรงงานน้ำตาลสหเรืองมุกดาหารได้สนับสนุนเงินช่วยเหลือเกษตรกรที่ตัดอ้อยสดในอัตรา 40 บาทต่อตัน สำหรับฤดูการผลิตที่จะถึงนี้ทางโรงงานจะจำกัดการรับซื้ออ้อยเผาไม่เกิน 15% ของปริมาณอ้อยเข้าหีบในแต่ละวัน เพื่อร่วมลดปัญหาฝุ่น PM 2.5

“อ้อยไฟไหม้นั้นจะต้องเข้าคิวรอนานถึง 48 ชั่วโมง เพื่อสนับสนุนให้เกษตรกรหันมาตัดอ้อยสดมากขึ้น” นายชัยวัฒน์ กล่าว

ธกส #มุกดาหาร #อ้อยสดลดฝุ่น #PM25 #เกษตรปลอดการเผา #BCGmodel #ตัดอ้อยสด #ลดฝุ่นพิษ #อ้อยมุกดาหาร #เกษตรยั่งยืน #ข่าวมุกดาหาร #สิ่งแวดล้อม #โรงงานน้ำตาลสหเรืองมุกดาหาร #สมาคมชาวไร่อ้อยมุกดาหาร #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้​ ภาพ/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /“พีค-พิชญะ ชัยวรากุล” 1 ในนักแสดงนำของทีวีซีรีส์ “คู่เตะแข้งบิน” โชว์ศักยภาพคว้าตำแหน่งกองหน้าทีมชาติไทย

แชร์เนื้อหานี้

ข่าวดีล่าสุดของนักฟุตบอลที่ก้าวเข้ามาเป็น 1 ในนักแสดงนำของทีวีซีรีส์ “คู่เตะแข้งบิน” ผู้ได้รับคัดเลือกให้มาสวมบทเป็น ทีน นักฟุตบอลเยาวชนตัวหลักของทีมในต่างจังหวัด ที่มีความฝันจะก้าวขึ้นมาเป็นนักเตะทีมชาติไทย ถึงแม้ว่าในซีรีส์ จะเป็นเพียงฝันที่เด็กๆอยากก้าวไปให้ถึง แต่ในชีวิตจริงนั้น ล่าสุดชื่อของ พีค-พิชญะ ชัยวรากุล ก็สามารถโชว์ศักยภาพจนก้าวมาเป็นหนึ่งใน 30 แข้ง ที่ได้รับการคัดเลือกให้มาเป็นนักฟุตบอลชายทีมชาติไทย U17 เพื่อเข้าไปเก็บตัวครั้งที่ 2 เตรียมลุยศึกชิงแชมป์เอเชีย รอบคัดเลือก

โดยสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ประกาศรายชื่อ 30 นักฟุตบอลชายทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี เก็บตัวฝึกซ้อมเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนทำการแข่งขันฟุตบอลชายชิงแชมป์อาเซียนรุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี (AFC U-17 Asian Cup 2025 Qualification) ระหว่างวันที่ 22-30 พฤศจิกายน 2568 สำหรับ ช้างศึก U17 ภายใต้การคุมทัพของ มาร์โค ก็อคเคิ่ล หัวหน้าผู้ฝึกสอน โดย พีค-พิชญะ ชัยวรากุล

ซึ่งเป็นนักฟุตบอลจากโรงเรียนราชวินิตบางแก้ว และเป็น 1 ในนักแสดงนำจากทีวีซีรีส์ คู่เตะแข้งบิน สำหรับการเก็บตัวครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมทีมลุยศึกชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี รอบคัดเลือก ซึ่งจะมีการจับสลากแบ่งสายการแข่งขันอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 7 สิงหาคม 2568 นี้ นอกจากจะเห็นบทบาทนักแสดงของ พีค-พิชญะ ในบท “ทีน” ในซีรีส์ “คู่เตะแข้งบิน”แล้ว ยังจะได้เห็นนักฟุตบอลดาวรุ่งดวงใหม่ ที่จะมาเปล่งประกายในวงการกีฬาของไทยต่อไป

​”คู่เตะแข้งบิน” เป็นทีวีซีรีส์ส์ที่นำเอาเรื่องราวของเยาวชนกลุ่มหนึ่งที่กล้าจะก้าวเพื่อไปตามหาและคว้าความฝันในกีฬาฟุตบอลที่เขารัก กำกับฯ โดย บอมบ์ อัศจรรย์ สัตโกวิท ผู้กำกับมากฝีมือที่เคยฝากผลงานเด่นอย่าง “ถอดรหัสวิญญาณ” และ “มึง กู เพื่อนกันจนวันตาย” โดยได้รับการสนับสนุนจาก กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

มากกว่าความสนุก คือแรงบันดาลใจ “คู่เตะแข้งบิน” ไม่ได้เป็นแค่ซีรีส์กีฬาทั่วไป แต่เป็นเรื่องราวของความฝัน ความพยายาม และการต่อสู้ของเยาวชนไทยที่มุ่งมั่นเดินตามเส้นทางของตัวเอง “เพราะทุกความฝันมีค่า และทุกความพยายามจะนำไปสู่ความสำเร็จ” ออกอากาศทุกวันศุกร์ เริ่มตอนแรกวันศุกร์ที่ 22 สิงหาคม 2568 นี้เวลา 22.25-23.25 นาที ทางช่อง 3HD กด 33

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “แจ็ค” เอาจริง! กำกับ “ฟู้ดทรัค ลัก(รัก)หมูเด้ง”ขอปั้น “แจ๊ส-หม่ำ” ฉีกทุกคาแร็คเตอร์ที่เคยเล่น

แชร์เนื้อหานี้

ถึงจะชวนเพื่อนที่น้องที่สนิทอย่าง พระเอกตัวท็อป มาริโอ้ เมาเร่อ, ตลกขวัญใจคนรุ่นใหม่ แจ็ส-ผดุง ทรงแสง และตลกซุป’ตาร์ระดับตำนาน หม่ำ จ๊กมก มาร่วมแสดงภาพยนตร์ไทย “ฟู้ดทรัค ลัก(รัก) หมูเด้ง” ซึ่งเกิดขึ้นจากความร่วมมือของ บริษัท แม็คโก กรุ๊ป ลิมิเต็ด จำกัด,บริษัท คุณแม่แจ็ค จำกัด, บริษัท เอ็น ชานเนล (ไทยแลนด์) จำกัด และ สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ กำกับโดย แจ็ค-เฉลิมพล ทิฆัมพรธีรวงศ์ หรือ แจ็ค แฟนฉัน และ เอ็กซ์-วัชรพงษ์ ปัทมะ แต่งานนี้แจ็คขอไม่จำเจ จับรุ่นพี่และเพื่อนพลิกคาแร็คเตอร์มาเล่นในบทที่ไม่เคยมีใครเห็นมาก่อนแน่นอน แจ็ค แฟนฉัน เผยว่า “ในส่วนของนักแสดงทุกคนในเรื่องนี้ไม่ว่าจะเป็นนางเอก ชเว ยูริ หรือนักแสดงเด็กทั้ง 3 คน  น้องชุณห์-ด.ช.ปัชชุน หิรัญประทีป, น้องดีดี-ด.ญ.ดีดีด์ เปี่ยมวิริยะกุล และ น้องโทลเวย์-ด.ช.วราวิชญ์ จันทะเมนชัย ทุกคนตั้งใจและทุ่มเทมาก อย่างคุณยูริ ถึงจะเป็นชาวเกาหลี แต่การแสดงของเขาเล่นออกมาได้ดีมาก ตอนแรกก็กังวลว่าจะมีอุปสรรคด้านภาษาและการสื่อสาร แต่ไม่เลยครับ ก่อนจะมาเวิร์คช็อปก็มีการเตรียมตัวศึกษาบททำการบ้านมาอย่างดี เขาทำได้เกินกว่าที่เราคาดไว้ไปเยอะมาก ส่วนเด็ก ๆ ถึงจะซนวิ่งเล่น ต้องใช้พลังในการเรียกเข้าฉากเยอะหน่อย แต่พอพวกเขาเข้าฉากคือได้ดังใจ อย่างพี่เบียร์ บัฟฟ์ ทอล์ก ที่แสดงเรื่องนี้แบบเต็มตัว เขาเติมสิ่งที่ผมต้องการไปเยอะมาก มีการช่วยดีไซน์คาแร็คเตอร์และเปลี่ยนชื่อตัวละครให้ด้วย พี่เขาสนุกกับงานชิ้นนี้มากครับ”
“ในส่วนเพื่อนรักอย่าง มาริโอ้ และพี่ชายที่รักอย่าง พี่แจ๊ส จะมาในบทพ่อครั้งแรก เขาเล่นคุ้มค่าตัวมากครับ ผมบอกเขาเลยที่เคยขายของเพื่อนราคาแรง ๆไป เพื่อนเอาคืนจากเงินค่าตัวได้เลยนะ (หัวเราะ) สำหรับพี่หม่ำกับพี่แจ๊ส ผมขอปั้นเขาเลย อย่างพี่แจ๊สคุณจะเห็นเขาในบทบาทที่ไม่มีวันจะได้เห็นใน “ก็มาดิคร้าบ” หรือในหนังเรื่องอื่น ๆ ที่เขาเล่นแน่นอน เรื่องอื่นเขาเล่นเป็นตัวเอง แต่ในฟู้ดทรัค ลัก(รัก) หมูเด้ง เขาต้องเล่นเป็นพ่อที่ยอมให้ลูกทุกอย่าง ในส่วนของ น้าหม่ำ เล่นเป็นมัคทายกวัด ตัวซีเครทเลยครับ เขาไม่เคยเล่นบทแบบนี้มาก่อน ผมเชื่อว่าทุกคนจะว้าว!กับคาแร็คเตอร์ในเรื่องนี้ของน้าหม่ำแน่นอนครับ” 

ติดตามชมตัวอย่างแรก “ฟู้ดทรัค ลัก(รัก) หมูเด้ง” ได้ทาง https://www.youtube.com/watch?v=on5ygtFpDgg
และเตรียมเหยียบคันเร่งผจญภัยไปทั้งคัน แล้วกอดกันให้แน่นกว่าที่เคย วันที่ 28 สิงหาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “สงวนวงษ์อุตสาหกรรม” โชว์ศักยภาพมันสำปะหลังไทยในเวทีโลก ในงาน WTC 2025

แชร์เนื้อหานี้

เดินหน้าขับเคลื่อนเกษตรไทยสู่ความยั่งยืน เสริมแกร่งเศรษฐกิจฐานรากกลุ่มบริษัทสงวนวงษ์อุตสาหกรรม ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านอุตสาหกรรมมันสำปะหลังของประเทศไทย บนเวทีระดับนานาชาติ ด้วยการเข้าร่วมงาน World Tapioca Conference 2025 (WTC 2025) ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 29–31 กรกฎาคม 2568 ณ ทรู ไอคอน ฮอลล์ ไอคอนสยาม กรุงเทพมหานคร ภายใต้แนวคิด “Thailand Tapioca Next: Go Global Go Together”

งานประชุมในครั้งนี้จัดโดย กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ภายใต้การกำกับดูแลของ นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ และได้รับเกียรติจาก นายจตุพร บุรุษพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานในพิธีเปิดงาน โดยมีผู้เข้าร่วมกว่า 1,000 คน จาก 16 ประเทศและเขตเศรษฐกิจทั่วโลก

กลุ่มบริษัทสงวนวงษ์อุตสาหกรรม โดย คุณธิดารัตน์ รอดอนันต์ และ คุณโชติมา ลีอังกูร กรรมการผู้จัดการ ได้นำเสนอศักยภาพและเทคโนโลยีการแปรรูปมันสำปะหลังของบริษัท ผ่านนิทรรศการสุดล้ำ พร้อมลงนาม สัญญาซื้อขายและบันทึกความเข้าใจ (MOU) ร่วมกับพันธมิตรระดับนานาชาติ รวมมูลค่าการค้ากว่า 10,900 ล้านบาท คิดเป็นปริมาณมันสำปะหลังกว่า 1.48 ล้านตัน และสามารถใช้หัวมันสดในประเทศได้สูงถึง 3.57 ล้านตัน

ไฮไลต์สำคัญของงาน คือ การลงนามความร่วมมือระหว่าง บริษัท สงวนวงษ์สตาร์ช จำกัด โดย คุณธิดารัตน์ รอดอนันต์ กับคู่ค้าต่างชาติ เพื่อขยายโอกาสทางการตลาดของผลิตภัณฑ์แปรรูปมันสำปะหลังไทยสู่ระดับสากล

การเข้าร่วม WTC 2025 ครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของกลุ่มบริษัทสงวนวงษ์ ในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการเกษตรของไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน พร้อมผลักดันเศรษฐกิจฐานรากของประเทศให้เข้มแข็ง และยกระดับเกษตรกรไทยให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กิจกรรมประกวดผ้าลายพระราชทาน “ผ้าลาย สิริราชพัสตราภรณ์” และงานหัตถกรรมระดับจ.น่าน ประจำปี 2568

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 7 สิงหาคม 2568 ที่ห้องกัลปพฤกษ์ น่านกรีนเลควิว รีสอร์ท ตำบลไชสถาน อำเภอเมืองน่านจังหวัดน่าน นางวิไลวรรณ บุดาสา รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานประกวดผ้าลายพระราชทาน “ผ้าลายสิริราชพัสตราภรณ์” และงานหัตถกรรมประเภทต่าง ๆ

ระดับจังหวัด ประจำปี 2568 โดยมีนางณัฐนรี ศรีชัยยะ ผู้อำนวยการกลุ่มงานส่งเสริมการพัฒนาชุมชน กล่าวรายงาน พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ คณะกรรมการกลั่นกรองระดับจังหวัด เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน และผู้ประกอบการ ช่างทอผ้า ช่างหัตถกรรม เข้าร่วม

จังหวัดน่านมีผลงานที่ส่งคัดเลือกเข้าสู่กระบวนการพิจารณา ซึ่งประกอบด้วยผ้าทอ ผ้าปัก ผ้ามัดย้อม เทคนิคต่างๆ และงานหัตถกรรม จำนวนรวมทั้งสิ้น 81 ชิ้นงาน สะท้อนถึงศักยภาพ ความมุ่งมั่น และทักษะฝีมือของผู้ผลิต ผู้ประกอบการ และช่างหัตถกรรมในพื้นที่จังหวัดน่านได้เป็นอย่างดี

กิจกรรมครั้งนี้นับเป็นการน้อมนำพระราชดำริอันทรงคุณค่าของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ที่ทรงส่งเสริมการอนุรักษ์และพัฒนาหัตถกรรมไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ผ้าไทยและงานหัตถกรรมพื้นบ้าน” ให้

สามารถดำรงอยู่ในสังคมไทยได้อย่างมั่นคง และมีศักยภาพในการแข่งขันในระดับสากล ทั้งในเชิงวัฒนธรรมและเศรษฐกิจ/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/ ร.ต.อ.สถิตย์ ศรีประสม รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตำรวจภูธรภาค 1 จับกุมทีมลำเลียงยาเสพติด ตี๋หน้าพระลานยึดยาบ้า 2,000,000 เม็ด มูลค่ากว่า 60,000,000 บาท

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 7 ส.ค.68 นำโดย พล.ต.ต.ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1 พ.ต.อ.ฉัตรชัย จันอ้น ผกก.ฝอ.6 บก.อก.ภ.1 พร้อมคณะตรวจฯ ได้เดินทางตรวจประเมินศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน 191

ภ.จว.ปทุมธานี พบ พ.ต.อ.ชุมวร ชมะทัต รอง ผบก.ภ.จว.นนทบุรี ช่วยราชการ ภ.จว.ปทุมธานี พ.ต.ต.ชิต จันท่าม่วงสว.กก.สส.ภ.จว./หัวหน้าศูนย์ฯ 191 ภ.จว.นนทบุรี พบ พ.ต.อ.จักรพงศ์ นุชผดุง รอง ผบก.ภ.จว.นนทบุรี พ.ต.อ.จิรายุส

วานิชกูล ผกก.สส.ภ.จว.นนทบุรี พ.ต.ท.ศุภชัย ศรีศักดิ์ รองผกก.สส.ภ.จว.นนทบุรี พ.ต.ท.จิรัตน์เดช ภุมรินทร์ สว.กก.สส.ภ.จว./หัวหน้าศูนย์ฯ 191 และเจ้าหน้าที่ รอรับการตรวจประเมิน จากคณะตรวจฯ ตามแผนละกรอบระยะเวลาที่ ตร. กำหนด เป็นไปด้วยความเรียบร้อย เหตุการณ์ทั่วไปปกติ

สืบเนื่องจากมีการแพร่ระบาดเครือข่ายยาเสพติดในพื้นที่ตำรวจภูธรจังหวัดสระบุรีจึงได้ทำการสืบสวนพบเครือข่ายของนายตี๋หน้าพระลานได้มีการนำยาเสพติดจากเทพเพื่อนบ้านเข้ามาแพร่กระจายอยู่ในพื้นที่ตำรวจภูธรจังหวัดสระบุรีจึงได้ทำการสืบสวนหาที่ลำเลียงจนสามารถจับกุมได้ครับ

ตำรวจภูธรภาค 1 จับกุมทีมลำเลียงยาเสพติด ตี๋หน้าพระลานยึดยาบ้า 2,000,000 เม็ด มูลค่ากว่า 60,000,000 บาท

ตามนโยบายของรัฐบาลเน้นแก้ไขปัญหายาเสพติดทั้งระบบด้วยการสืบสวนขยายผลและวิเคราะห์ความเชื่อมโยงเครือข่ายของนักค้ายาเสพติด อย่างรู้เท่าทัน เพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาตั้งแต่ต้นทาง – กลางทาง – ปลายทางได้อย่างมีประสิทธิภาพสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร.,พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง รอง ผบ.ตร. ,พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร. ,พล.ต.อ.ประจวบ วงศ์สุข รอง ผบ.ตร. ,พล.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. ,พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร., จึงสั่งการให้มีการสืบสวนสอบสวนขยายผลจากกรณีจับกุมยาเสพติดรายสำคัญ

ทุกราย รวมถึงวิเคราะห์ความเชื่อมโยงไปถึงกลุ่มผู้ผลิต นำเข้า ผู้ลำเลียง ผู้จัดเก็บ ผู้จำหน่าย และสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดจากแนวชายแดนเข้ามาถึงพื้นที่ตอนในของประเทศตำรวจภูธรภาค 1 โดย พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.นราเดช ทิพย์รักษ์ รอง ผบช.ภ.1, และพล.ต.ต.ชยานนท์ มีสติ รอง ผบช.ภ.1, บช.ปส. โดย พล.ต.ท.สันติ ชัยนิรามัย ผบช.ปส., พล.ต.ต.สมบูรณ์ เทียนขาว รอง

ผบช.ปส. และ พล.ต.ต.ออมสิน ตรารุ่งเรือง รอง ผบช.ปส., ขกท. โดย พล.ต.ธีรนันท์ นันทขว้าง ผบ.ขกท. , ขกท.ศปก.นสศ. โดย พ.อ.สุพจน์ สวาคฆพรรณ ผบ.ขกท.ศปก.นสศ., ภ.จว.สระบุรี โดย พล.ต.ต.ธรรมนูญ เชาวะวนิชย์ผบก.ภ.จว.สระบุรี , พ.ต.อ.เกษดา วัชรานนท์ รอง ผบก.ภ.จว.สระบุรี , พ.ต.อ.ไกรสร ศรีอำพร ผกก.สส.ภ.จว.สระบุรี/หัวหน้า ชปส.ศอ.ปส.ภ.1 ชุดที่ 2 และ พ.ต.อ.วีระวุฒิ ดำสุวรรณ ผกก.สภ.พระพุทธบาท , บก.สส.ภ.1 โดยพล.ต.ต.วรชาติ แสนคำ ผบก.สส.ภ.1 และ พ.ต.อ.ประธาน นันทกอบกุล รอง ผบก.สส.ภ.1, สำนักงาน ป.ป.ส. ภาค 1

โดย นายทิพเมษฐ์ สังขะวรรณะ ผอ.ปปส.ภาค 1 และว่าที่ร้อยตรีอากาศ ปานแย้ม ผู้เชี่ยวชาญด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด และจังหวัดสระบุรี โดย นายบัญชา เชาวรินทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทุกนายในสังกัดบูรณาการร่วมกันสืบสวนจับกุมบุคคลในเครือข่ายยาเสพติด พฤติการณ์ในการจับกุมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดตำรวจภูธรภาค 1 ชุดที่ 2 และเจ้าหน้าที่ทหาร

จากหน่วยข่าวกรองทางทหาร ศูนย์ปฏิบัติการ หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ ได้สืบสวนขยายผล จากการจับกุมคดียาเสพติดรายสำคัญจำนวนหลายคดี จนนำไปสู่การจับกุมนักค้ายาเสพติด รวมไปถึงทีมลำเลียงยาเสพติดได้จำนวนมาก และจากประสานข้อมูลผู้ค้ ายาเสพติดรายสำคัญกับ ภ.จว.บึงกาฬทำให้ทราบว่ามีนายมณเฑียร หรือต๋องน.ส.ชนันธิดา หรือเค้ก และนายไชยรัตน์ หรือกบ มีภูมิลำเนาอยู่ที่ จ.สระบุรี นั้นมีพฤติการณ์ลักลอบลำเลียง ยาเสพติดจากบริเวณภาคอีสานตอนบนลงมายังพื้นที

ภาคกลาง โดย จะมีรถสำรวจเส้นทางขับนำหน้ารถขนยาเสพติดจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบโดยได้รับคำสั่งให้สืบสวนตำรวจภูธรภาค 1 จับกุมทีมลำเลียงยาเสพติด ตี๋หน้าพระลานยึดยาบ้า 2,000,000 เม็ด มูลค่ากว่า 60,000,000 บาท – 2 –ขอประชาสัมพันธ์ประชาชน หากพบบุคคล รถต้องสงสัย หรือมีข้อมูลการกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดสามารถติดต่อให้ข้อมูลได้ที่สถานีตำรวจที่ท่านสะดวก หรือ สายด่วน 191 และ 1599 ตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจจะนำข้อมูลดังกล่าวไปสืบสวนขยายผลจับกุมผู้กระทำผิดต่อไปจับกุมและบูรณาการร่วมกันกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำการสืบสวนติดตามความเคลื่อนไหวกลุ่มผู้กระทำผิดมาโดยตลอด

*** ต่อมาในวันที่ 6 สิงหาคม 2568 จากการสืบสวนทราบว่า กลุ่มผู้กระทำผิดได้เดินทางไปรับยาเสพติดบริเวณภาคอีสานตอนบน โดยจะใช้รถยนต์ยี่ห้อ อีซูซุ มิวเอ็กซ์ สีดำ เป็นยานพาหนะในการลำเลียงยาเสพติดเข้าสู่ภาคกลาง และมีรถเก๋งยี่ห้อ มิตซูบิชิ แอทราจ สี แดง เป็นรถคอยสังเกตการ์ด่านตรวจ โดยใช้เส้นทางถนนหมายเลข 3334ต.ธารเกษม อ.พระพุทธบาท จ.พระพุทธบาท จึงประสานให้ สภ.พระพุทธบาท ตั้งจุดสกัดรถลำเลียงยาเสพติดที่บริเวณหน่วยบริการประชาชน ต.ธารเกษม ส่วนกำลังเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมที่เหลือ ได้วางกำลังเฝ้าสังเกตุการณ์ตามเส้นทางหลัก

และรองเพื่อจะสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดในครั้งนี้ และเมื่อเวลาประมาณ 16.30 น. ของวันที่ วันที่ 6 สิงหาคม2568 นายมณเฑียรฯ และน.ส.ชนันธิดาฯ ได้ขับรถลำเลียงยาเสพติดมาถึงจุดสกัดของ สภ.พระพุทธบาท เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงเรียกให้หยุดและแสดงตนเข้าตรวจ ผลการตรวจค้นพบยาเสพติดของกลางซุกซ่อนอยู่ภายในกระเป๋าเดินทางจำนวน 5 ใบ วางอยู่บริเวณเบาะด้านหลังคนขับ และสามารถติดตามไปจับกุมนายไชยรัตน์ ฯ ที่ขับรถนำสำรวจเส้นทางซึ่งอยู่ห่างจากรถขนยาเสพติดประมาณ 3 กม. อีก ๑ ราย ได้ทันที

โดยสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาได้พร้อมของกลางดังนี้1. ยาเสพติดให้โทษประเภท ๑ (ยาบ้า) ซุกซ่อนอยู่ภายในกระเป๋าเดินทาง จำนวน 5 ใบ โดยกระเป๋าแต่ละใบบรรจุยาบ้าจำนวน 400,000 เม็ด รวมจำนวนยาบ้าทั้งหมด 2,000,000 เม็ด2. ผู้ต้องหาที่ร่วมกันกระทำผิด จำนวน 3 ราย2.1) นายมณเฑียร หรือต๋อง (ขับรถขนยาเสพติด)2.2) น.ส.ชนันธิดา หรือเค้ก (โดยสารมาด้วยกันกับรถขนยาเสพติด)2.3) นายไชยรัตน์ หรือกบ (ขับรถนำสำรวจเส้นทาง)3. รถยนต์ที่ใช้ในการกระทำผิด จำนวน 2 คัน3.1) รถยนต์ยี่ห้อ อีซูซุ มิวเอ็กซ์ สีดำ จำนวน 1 คัน3.2) รถเก๋งยี่ห้อ มิตซูบิชิ แอทราจ สี แดง จำนวน 1 คัน

โดยกล่าวหาว่ากระทำผิดฐาน ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยเป็นการกระทำเพื่อการค้า และก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไปเหตุเกิดที่ บริเวณริมถนนพระพุทธบาทเขาสูง ม.๒ ต.ธารเกษม อ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี ต่อเนื่องบริเวณริมถนนสาธารณะ ม.๘ ต.หนองแก อ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี เมื่อวันที่ ๖ สิงหาคม 256๘ เวลาประมาณ ๑๖.๓0 น

การจับกุมในครั้งนี้ เป็นการยับยั้งการแพร่กระจายของยาเสพติดไปสู่ประชาชนได้เป็นจำนวนมาก ซึ่งยาเสพติดของกลางหากถูกนำออกขายสู่ท้องตลาดจะมีมูลค่ากว่า 60,000,000 บาท (หกสิบล้านบาท) และเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจะขยายผลถึงกลุ่มลูกค้า ผู้สั่งการ และบุคคลในเครือข่ายยาเสพติด รวมถึงทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดโดยจะนำมาตรการสมคบ สนับสนุนช่วยเหลือ ฟอกเงิน และยึดทรัพย์สิน มาใช้ดำเนินการกับบุคคลในเครือข่าย ยาเสพติดต่อไป

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ศาล จ.ชุมพร จัดพิธีทางศาสนาและถวายพวงมาลา เนื่องในวันรพี

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ 7 สิงหาคม 2568 เวลา 08.30 น. ที่ศาลจังหวัดชุมพร ตำบลนาชะอัง อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร ศาลจังหวัดชุมพร ได้จัดกิจกรรม เนื่องในวันรพี “พระบิดาแห่งกฎหมายไทย” ซึ่งตรงกับวันที่ 7 สิงหาคมของทุกปี เพื่อรำลึกถึงคุณงามความดีและคุณูปการของ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้ารพีพัฒนศักดิ์ กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์

โดยมีนายมงคล ฌายีเนตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดชุมพร เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย พล.ต.ต.สมคะเน โพธิ์ศรี ผบก.ภ.จว.ชุมพร พ.อ.สิทธิชัย โกศล รอง เสธ.มทบ.44 พร้อมด้วย พ.ต.อ.นิรันดร์ กันจู รอง ผบก.ภ.จว.ชุมพร และข้าราชการตำรวจในสังกัด นายจรินทร์ ก๋งม้า ประธานสภาทนายความจังหวัดชุมพร และ

หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ศาล อัยการ ทนาย หน่วยงานในสังกัดกระทรวงยุติธรรม องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ร่วมเป็นเกียรติในพิธี สำหรับกิจกรรม “เนื่องในวันรพี” เริ่มจากพิธีทางศาสนา เสร็จแล้ว พิธีวางพวงมาลาถวายราชสักการะหน้าพระรูปพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้ารพีพัฒนศักดิ์ กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์

นายมงคล ฌายีเนตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดชุมพร ได้กล่าวถวายสดุดี และยืนสงบนิ่งเพื่อระลึกถึงคุณงามความดีของพระองค์ท่าน พระผู้มีคุณูปการในการพัฒนาปฏิรูปประเทศไทยยุคเปลี่ยนผ่านในหลาย ๆ ด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการพัฒนา ปรับปรุงการเรียนการสอนวิชากฎหมาย ระบบกฎหมาย และระบบ

การศาลยุติธรรมของประเทศไทย ให้เจริญรุดหน้าทัดเทียมอานารยประเทศในยุคล่าอาณานิคมของชาติตะวันตก เป็นรากฐานให้ระบบการศึกษากฎหมาย และระบบงานศาลไทยมีความเจริญ ก้าวหน้ามั่นคง เป็นที่ศรัทธาเชื่อมั่นของประชาชนในหลักนิติธรรมตราบจนถึงทุกวันนี้

พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ประสูติเมื่อวันพุธ ขึ้น 11 ค่ำ เดือน 11 ปีจอ จุลศักราช 1236 ตรงกับวันที่ 21 ตุลาคม พ.ศ.2417 มีพระนามเมื่อแรกประสูติว่า พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้ารพีพัฒนศักดิ์ เป็นพระราชโอรสพระองค์ที่ 14 ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และเป็นพระองค์ที่ 2 ในเจ้าจอมมารดาตลับ พระองค์ทรงพัฒนาระบบงานยุติธรรมทั้งระบบ และมีการจัดทำประมวลกฎหมายเป็นลายลักษณ์อักษร

เพื่อให้ศาลสามารถตัดสินคดีได้รวดเร็วยิ่งขึ้น และมีฝ่ายธุรการคอยให้ความสะดวก และทรงได้วางนโยบายให้ศาลสามารถตัดสินคดีโดยปราศจากการแทรกแซงของฝ่ายปกครอง ซึ่งเป็นไปในแนวทางเดียวกันกับอารยประเทศ ด้วย

คุณาณุปการอันล้นพ้น เนติบัณฑิตยสภาจึงได้ถวายการยกย่องพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ เป็น “พระบิดาแห่งกฎหมายไทย” เมื่อปี 2497 ทั้งเริ่มต้นเรียกวันที่ 7 สิงหาคมของทุกปี เป็น “วันรพี” เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงวันคล้ายวันสิ้นพระชนม์ของพระองค์ท่าน
ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ธ.ก.ส. ยกหนี้ให้ครอบครัว “จ่าโต๋” ทหารกล้า – ภรรยาเผย “จะเลี้ยงลูกชายให้โตขึ้นเป็นทหารอย่างพ่อ เพื่อรับใช้ชาติ”

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม ที่ห้องประชุม ธ.ก.ส. จังหวัดมุกดาหาร นายอติพิชญ์ จันทร์เพ็ง ผู้อำนวยการสำนักงาน ธ.ก.ส. จังหวัดมุกดาหาร แถลงข่าวการยกหนี้ให้แก่ครอบครัวของทหารผู้เสียสละ

โดยมีครอบครัวของจ่าสิบเอก ธวัชชัย บุสภา หรือ “จ่าโต๋” เข้าร่วมประกอบด้วย นายเฉลิมชัย บุสภา บิดา, นางวิไล บุสภา มารดา, นางสาวรจรินทร์ สิงห์ศร ภรรยา และเด็กชายธนดล บุสภา บุตรชาย พร้อมด้วย พ.อ.อำนวย ยอดพันธ์ รอง ผอ.รมน.จังหวัดมุกดาหาร ร่วมเป็นสักขีพยาน

จ่าโต๋ สังกัดกองพันทหารปืนใหญ่ที่ 106 กรมทหารปืนใหญ่ที่ 6 เสียชีวิตจากเหตุปะทะ ณ ฐานปฏิบัติการฟ้าลั่น อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งสร้างความเสียใจแก่ครอบครัวและประชาชนทั้งประเทศ

มารดาของจ่าโต๋เป็นลูกค้าของ ธ.ก.ส. สาขาคำชะอี ได้กู้เงินประกอบอาชีพเลี้ยงโคขุน 11 ตัว เมื่อเกิดเหตุการณ์สูญเสีย ธ.ก.ส. ได้เร่งให้ความช่วยเหลือ โดยอนุมัติ “การยกหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยทั้งหมด” ตามนโยบายช่วยเหลือเป็นกรณีพิเศษแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่เพื่อชาติ

นายอติพิชญ์ กล่าวว่า นโยบาย “ช่วยเหลือด้วยหัวใจ” ของ ธ.ก.ส. ไม่ใช่เพียงเรื่องการเงิน แต่สะท้อนถึงการยืนหยัดในฐานะสถาบันที่เคียงข้างประชาชนในทุกมิติของชีวิต

นางวิไล บุสภา มารดาจ่าโต๋กล่าวทั้งน้ำตาคลอเบ้าว่า “ลูกชายคือความภูมิใจของครอบครัว รู้สึกซาบซึ้งใจและขอขอบคุณที่ ธ.ก.ส. และทุกหน่วยงานช่วยเหลือไม่ทอดทิ้ง”

ขณะที่ นางสาวรจรินทร์ สิงห์ศร ภรรยาจ่าโต๋ก็เผยว่า จะเลี้ยงดูลูกชายคนเดียวให้ดีที่สุดในแบบที่พ่อของเขาหวังไว้ “ทุกครั้งที่จ่าโต๋โทรมา ต้องวิดีโอคอลหาลูกก่อนเสมอ… ลูกจะโตขึ้นเป็นคนดีและจะให้เดินตามรอยพ่อเป็นทหารรับใช้แผ่นดินไทย”

ธวัชชัยบุสภา #ธกส #ธกสมุกดาหาร #ทหารกล้า #ยกหนี้ #ชายแดนไทยกัมพูชา #เพื่อชาติ #จ่าโต๋ #มุกดาหาร #ช่วยเหลือด้วยหัวใจ #NewsUpdate #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้////ภาพ​/ข่าว​ ธวัชชัย​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สภ.โคกสำโรง ภจ.ว.ลพบุรี ประชุมชี้แจงการบริหารงานต่อคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจสถานีตำรวจภูธรโคกสำโรง ครั้งที่ 3 /2568

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 6 สิงหาคม 2568 เวลา 13.00 น. ณ ห้องประชุมสถานีตำรวจภูธรโคกสำโรง โดยมี พ.ต.อ. จาตุรนต์ อนุรักษ์บัณฑิต ผกก. สภ. โคกสำโรง นางสาวนงลักษณ์ อยู่พุ่ม ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครองอำเภอโคกสำโรง

นายณัฎพงษ์ อารยางกูร ประธาน กต.ตร.สภ.โคกสำโรง พร้อมด้วยคณะกรรมการ กต.ตร.สภ.โคกสำโรง และที่ปรึกษา กต.ตร.สภ.โคกสำโรง เข้าร่วมประชุมรับฟังการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจสถานีตำรวจภูธรโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี

โดยนางสาวนงลักษณ์ อยู่พุ่ม ปลัดอำเภอโคกสำโรง หัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครองอำเภอโคกสำโรง ได้รับคำสั่งจากอธิบดีกรมการปกครอง สั่งการด่วน ถึงนายอำเภอทั่วประเทศ X-Ray “โดรน” เชิงรุกสืบหาความเคลื่อนไหว การนำเข้าโดรนในพื้นที่ นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมการปกครอง ได้สั่งการนายอำเภอทั่วประเทศ X-Ray โดรน เชิงรุก สืบหาความเคลื่อนไหว

การนำเข้าโดรนในพื้นที่ โดยให้เร่งประสานการปฏิบัติกับผู้กำกับการทุกสถานีตำรวจภูธร หาข่าวการนำเข้า การมีอยู่ การเตรียมนำไปใช้ของโดรน และอุปกรณ์ควบคุมที่ผิดสังเกตทุกกรณี พร้อมเร่งตรวจสอบหน่วยควบคุมการใช้งานโดรนผิดกฎหมาย และได้ชี้แจงเกี่ยวกับชุด ชรบ.หมู่บ้านในเขตพื้นที่อำเภอโคกสำโรง ให้ที่ประชุมรับทราบ

จากนั้นประธานแจ้งให้ที่ประชุมทราบตามระเบียบวาระประชุม พร้อมทั้งรายงานสถานภาพอาชญากรรมของ สภ.โคกสำโรง งานป้องกันปราบปราม การจับกุมอาวุธปืน ( พร้อมภาพนำเสนอโดย) พ.ต.ท.มนตรี เล่ห์อิ่ม รอ ผกก.ป.สภ.โคกสำโรง งานสืบสวน สถิติการจับอาวุธปืน,ยาเสพติด ( พร้อมภาพนำเสนอโดย) พ.ต.ท.ณฐรัช สินธุโคตร รอง ผกก.สส.สภ.โคกสำโรง

งานสอบสวน พ.ต.ท.อนันต์ ปานทอง รอง ผกก.(สอบสวน)สภ.โคกสำโรง) การดำเนินการตามโครงการและนโยบายต่าง ๆ และรายงานผลการปฏิบัติร่วมกับหน่วยงานต่างๆ เช่น อำเภอ อบต. สาธารณสุข เทศบาล เป็นต้น ร่วมกับเทศบาลตำบลโคกสำโรง

จัดระเบียบการวาง “ขายของ” ในเขตเทศบาลโคกสำโรง รวมถึงการแก้ไขปัญหาการร้องเรียนข้าราชการตำรวจเรื่องทั่วไป เรื่องทุจริตคอร์รัปชั่น และการได้รับความร่วมมือหรือสนับสนุนจากประชาชน ชุมชน ท้องถิ่นหน่วยงานอื่นๆ
ทั้งนี้ในที่ประชุม

ได้ยกย่องชมเชยข้าราชการตำรวจที่มีผลการงานดีเด่นในด้านความซื่อสัตย์สุจริต ส.ต.ท.สุรชัย พลเทพ ผบ.หมู่(ป.)สภ.โคกสำโรง ข้าราชการตำรวจดีเด่น ด้านงานป้องกันปราบปราม ประจำปี 2568

รวมถึงการรับฟังปัญหาข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะของ กต.ตร.สภ.โคกสำโรง เพื่อนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการให้บริการประชาชน และปฏิบัติหน้าที่ให้ดีที่สุดยิ่งๆขึ้นต่อไป

สนอง แท่นสูงเนิน
ภาพ/ข่าว

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯ ชลบุรี แถลงข่าวกวาดล้างยาเสพติดอำเภอบางละมุง ภายใต้ปฏิบัติการ “No Drugs No Dealers” ก่อนเป็นเชฟทอดไข่ให้ จนท. รับประทาน

แชร์เนื้อหานี้

 วันที่ 6 ส.ค.68 ที่สถานีตำรวจภูธรบางละมุง จ.ชลบุรี นายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ร่วมแถลงข่าวผลการจับกุมคดีร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดรายสำคัญ ตามโครงการของรัฐบาลภายใต้ชื่อปฏิบัติการ “No Drugs No Dealers” ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของนายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

การแถลงข่าวจัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่างฝ่ายปกครองอำเภอบางละมุง และสถานีตำรวจภูธรบางละมุง โดยมี พล.ต.ต.ธวัชเกียรติ จินดาควรสนอง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี, นายพัชรพัชร์ ศรีธัญญนนท์ นายอำเภอบางละมุง, พ.ต.อ.สราวุธ นุชนารถ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรบางละมุง เจ้าหน้าที่ตำรวจ และฝ่ายปกครองอำเภอบางละมุง ร่วมในพิธี พร้อมด้วยสื่อมวลชนที่เข้าร่วมทำข่าวอย่างคับคั่ง

สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเบาะแสจากสายลับว่ามีการซื้อขายยาเสพติดผ่านแอปพลิเคชันไลน์ โดยใช้ชื่อ “เจริญ...” เป็นช่องทางในการติดต่อซื้อขาย โดยมีการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารต่าง ๆ และมีการวางยาเสพติดตามจุดนัดหมายต่าง ๆ เจ้าหน้าที่จึงวางแผนสั่งซื้อยาบ้า จำนวน 3 มัด ประมาณ 6,000 เม็ด และยาไอซ์ 200 กรัม เพื่อล่อซื้อ

 ต่อมาได้เข้าตรวจสอบพื้นที่เป้าหมายบริเวณซอยเขามะกอก 1/1 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง และสามารถจับกุมผู้ต้องหา 1 ราย คือ นายวัฒน์ ซึ่งให้การว่านำยาเสพติดมาจากบ้านพักของผู้ร่วมขบวนการอีก 2 รายที่ซอยหนองหิน 1 ถึง 1/1 ต.หนองปรือ เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจค้นและจับกุมผู้ต้องหาเพิ่มเติมอีก 2 ราย ได้แก่ นายมนตรี และนายศุภพัฒน์ พร้อมของกลางประกอบด้วยยาบ้า 24,440 ยาไอซ์ 751 กรัม อาวุธปืนพกสั้น ยี่ห้อ Norinco สีดำ 1 กระบอก

 รวมของกลางที่ตรวจยึดได้ประกอบด้วย: ยาบ้า จำนวน 30,440 เม็ด, ยาไอซ์น้ำหนักรวม 951 กรัม, อาวุธปืนพกสั้น ยี่ห้อ Norinco สีดำ จำนวน 1 กระบอก ผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ประกอบด้วย 1. นายวชิระ หรือวัฒน์ อายุ 33 ปี, 2. นายมนตรี หรือนุ๊ก อายุ 28 ปี และ3. นายศุภพัฒน์ หรือตี๋ อายุ 27 ปี

ทั้งหมดถูกแจ้งข้อหา“ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า, ยาไอซ์) โดยการขายอันเป็นการกระทำเพื่อ การค้า โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมายและร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้ายาไอซ์) ไว้ในความครอบครองเพื่อ จำหน่ายโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย และนายมนตรีหรือบุ๊ก (ผู้ถูกจับที่ 2) มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ใน ความครอบครองโดยผิดกฎหมาย”

ภายหลังการแถลงข่าว นายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี พร้อมคณะ ได้เดินทางไปยังศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอำเภอบางละมุง (ศอ.ปส.อ.บางละมุง) ณ อาคารกองร้อยอาสารักษาดินแดนที่ 5 ที่ว่าการอำเภอบางละมุง เพื่อเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน และร่วมประกอบอาหารกลางวันมอบแก่เจ้าหน้าที่ เพื่อสร้างขวัญกำลังใจในการปฏิบัติภารกิจอย่างต่อเนื่องด้วยมิตรไมตรีที่ดีร่วม