สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / อ.ดอนตาลจัดแข่งเปตอง “หมากบูน” เชื่อมสัมพันธ์สองฝั่งโขง กระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น

แชร์เนื้อหานี้

นายชาคริต ชุมจันทร์ นายอำเภอดอนตาล เปิดเผยว่า อำเภอดอนตาลเตรียมจัดกิจกรรมแข่งขันกีฬาเปตอง หรือ “หมากบูน” เชื่อมสัมพันธ์สองฝั่งโขง ระหว่างวันที่ 21 – 22 สิงหาคม 2568 ณ ลานอเนกประสงค์วัดท่าดอนตาล โดยเป็นส่วนหนึ่งของโครงการขับเคลื่อนเมืองแห่งการท่องเที่ยวและกีฬา (Tourism and Sports City)

กิจกรรมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว สนับสนุนกีฬาในพื้นที่ สร้างรายได้ กระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น และเปิดพื้นที่สร้างสรรค์ให้เยาวชน นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไป ได้ร่วมแสดงออกผ่านกิจกรรมสร้างสุขภาพแบบ Go Green และ Soft Power

📌 เปิดรับสมัครแล้ววันนี้ – 20 สิงหาคม 2568 ณ ที่ว่าการอำเภอดอนตาล ชั้น 2 ห้องปกครอง หรือเพจ Facebook: ที่ว่าการอำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร
☎️ โทร. 098-146-2543

ประเภทการแข่งขัน:
🔸 คู่ประชาชนทั่วไป (Open) – ค่าสมัคร 500 บาท
🔸 คู่ประชาชนทั่วไป ภายใน (เฉพาะผู้มีภูมิลำเนาหรือทำงานในเขตอำเภอดอนตาล) – ค่าสมัคร 300 บาท

💰 รางวัลรวมมูลค่ากว่า 30,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัล
ประเภท Open
🥇 รางวัลชนะเลิศ 10,000 บาท
🥈 รองชนะเลิศอันดับ 1 – 7,000 บาท
🥉 รองชนะเลิศอันดับ 2 – 5,000 บาท
🏅 รองชนะเลิศอันดับ 3 – 2,000 บาท
ประเภท ภายใน
🥇 รางวัลชนะเลิศ 5,000 บาท
🥈 รองชนะเลิศอันดับ 1 – 3,000 บาท
🥉 รองชนะเลิศอันดับ 2 – 2,000 บาท
🏅 รองชนะเลิศอันดับ 3 – 1,000 บาท

🏁 การแข่งขันจะใช้กติกาของสมาคมกีฬาเปตองแห่งประเทศไทย
พร้อมข้อกำหนดพิเศษเกี่ยวกับนักกีฬาทีมชาติ 100 รายชื่อ และแต้มต่อสำหรับผู้หญิง เพื่อความเท่าเทียมในการแข่งขัน

🎯 “เปตองเชื่อมใจ สองฝั่งโขง รวมพลังคนรักกีฬา เพื่อพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน”เปตองหมากบูน #สองฝั่งโขงสัมพันธ์ดี #TourismSportCity #SoftPowerGoGreen #กีฬาเพื่อชุมชน #อำเภอดอนตาล #มุกดาหาร #กิจกรรมดีดีเพื่อท้องถิ่น #หมากบูน2568 #กีฬาเชื่อมใจคนสองฝั่ง #DonTanSportCity #ເປຕັງ #ເມືອງໄຊພູທອງ #ສະຫວັນນະເຂດ #ສປປລາວ #ข่าววันนี้////ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ท

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เผาแล้ว 7 เหยื่อจากลูกระเบิดที่กัมพูชายิงตกลงมาใช้ประชาชน บรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า

แชร์เนื้อหานี้

***เมื่อเวลา 14.45 น. วันที่ 3 ส.ค. 68 ที่ศาลาพุทธคุณ วัดมหาพุทธาราม พระอารามหลวง ศาสตราจารย์ ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.กระทรวงศึกษาธิการ เดินทางมาเป็นประธานฝ่ายฆารวาส ประกอบพิธีพระราชเพลิงศพ 7 ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์การปะทะด้านชายแดนไทย-กัมพูชา โดยมี สมเด็จพระมหาธีราจารย์ เจ้าคณะใหญ่หนเหนือ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นำคณะสงฆ์ประกอบพิธี

***โดยพิธีพระสงฆ์ตั้งพัดยศ สวดมาติกา เจ้าหน้าที่อัญเชิญกล่องเพลิงและผ้าไตรพระราชทาน เจ้าหน้าที่อ่านหมายรับสั่ง ญาติอ่านสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ประธานในพิธีขึ้นทอดผ้าไตรบังสุกุลพระราชทาน จำนวน 5 ไตร

หน้าจิตกาธาน พระสงฆ์สมณศักดิ์ 5 รูป พิจารณาผ้าไตรพระราชทาน ประธานในพิธี ประกอบพิธีพระราชทานเพลิงศพ แขนผู้มีเกียรติและผู้เข้าร่วมในพิธีขึ้นวางดอกไม้จันทน์ ถือว่าเสร็จพิธี

***ทั้งนี้หลังวางดอกไม้จันทน์ เสร็จแล้วจะมีคลื่อนศพไปตามวัดที่จัดไว้เพื่อไปฌาปนกิจศพ ดังนี้ ที่เมรุวัดมหาพุทธธาราม พระอารามหลวง จะมี 4 ร่าง ได้แก่ นางสาวรุ่งรัตน์ ประชัน, เด็กหญิงทักษพร ประชัน, เด็กชายพงศภัค ประชัน และ

เด็กชายกิตติศักดิ์ คำวัง ขณะที่เมรุ วัดเจียงอี ศรีมงคลวราราม พระอารามหลวง จะมีร่างของ นางอรุณรัตน์ วันศรี ส่วนที่เมรุ วัดหลวงสุมังคลาราม พระอารามหลวง จะนำร่าง นางสาวสาวิตรี อ่อนทรวง ไปประกอบพิธี และที่เมรุ วัดเพียนาม อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ จะนำร่าง นายสมศรี ลาภบุญ ไปประกอบพิธีประเพลิง

***โดยหลังจากที่ ศาสตราจารย์ ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.กระทรวงศึกษาธิการ ว่างดอกไม้จันทน์เสร็จได้เดินเข้ามาคุยกับครอบครัวผู้สูญเสีย และกอดปลอบใจญาติผู้สูญเสีย พร้อมกับได้แลกเบอร์กันไว้เผื่นได้ติดต่อช่วยเหลือ โดยก่อนจะนำร่างไปฌาปนกิจได้มีการทำพิธีขอขมาผู้วายชนม์ ทั้งนี้บรรยากาศในแต่ละวัดที่นำร่างผู้เสียชีวิตทั้ง 7 ราย

ไปฌาปนกิจ ช่วงนำโลงศพขึ้นเมรุ และขึ้นเตาเผาศพ เป็นไปด้วยความโศกเศร้า ญาติๆ ผู้มาร่วมงาน ต่างร้องไห้กอดรูปถ่ายกันระงม ผู้สื่อข่าวได้คุยกับ นายเอกรัฐน์ วันศรี อายุ 39 ปี เป็นลูกชายคนโตของ นางนางอรุณรัตน์ วันศรี ที่เสียชีวิตที่สวนยางหลังปั๊มน้ำมันที่ระเบิดตกลงใส่ ได้เล่าให้ฟังว่า ตนรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ที่ต้องเสียคุณแม่ไป

วันที่เกิดเหตุตนได้คุยกับแม่ว่าวันที่ 5 หมอนัดแม่ตรวจหัวเข่าตนจะลางานเพื่อพาแม่ไปพบหมอที่โรงพยาบาล พอพูดเสร็จแม่ก็ปั่นจักรยานไปหยอดน้ำกรดที่สวนยางตรงจุดเกิดเหตุ แม่ไปไม่ถึงชั่วโมงระเบิดจากกัมพูชาก็มาลงจนทำให้แม่ตนเสียชีวิตคาที่ ตนอยากสะท้อนหรือถามทหารกัมพูชาว่าทำไมถึงต้องมายิงระเบิดใส่แม่ตนใส่ประชาชนจนทำให้ประชาชนที่ไม่รู้เรื่องอะไรด้วยต้องมาเสียชีวิต

***สุดท้ายนี้ตนอยากบอกแม่ว่า ตนรักและเป็นห่วงแม่เสมอเพราะที่ผ่านมาร่างกายแม่ก็ไม่ค่อยแข็งแรงขอให้แม่ไปสู่สุคติไม่ต้องเป็นห่วงลูกหลานอยู่ทางบ้าน จะดูแลกันเองตนจะเข้มแข็งและสู้ชีวิตต่อไป หลังจากที่ทำพิธีพระราชทาน

เพลิงศพเสร็จครอบครัวก็จะปรึกษากันกับญาติก่อนว่าจะเอาอัฐิแม่ไปทำพิธีตามประเพณีทางพระพุทธศาสนาแบบไหน แต่ก็ต้องดูสถานการณ์ความปลอดภัยด้วยเพราะตอนนี้อยู่ในช่วงอพยพไม่สามารถเข้าไปที่บ้านได้
ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ประธานคณะกรรมาธิการ การศาสนา คุณธรรม จริยธรรม ศิลปะและวัฒนธรรม เยี่ยมทหารที่ได้รับบาดเจ็บ จากชายแดนไทย – กัมพูชา

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่(3ส.ค.68) เวลา10.30น. นางเอมอร ศรีกงพาน ประธานคณะกรรมาธิการ การศาสนา คุณธรรม จริยธรรม ศิลปะและวัฒนธรรม พร้อมด้วยนายสมเกียรติ วิริยะกุลนันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ,

นายชุณห์ ศิริชัยคีรีโกศล ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดนครราชสีมา ,รองประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดนครราชสีมา, สมาชิกสภาจังหวัดนครราชสีมา,ศิลปินแห่งชาติ ,ผู้แทนจากมทส.และวิทยาลัยอาชีวศึกษานครราชสีมา

เยี่ยมให้กำลังใจผู้ได้รับบาดเจ็บจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนไทย – กัมพูชา พร้อมทั้งให้กำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานด้านการแพทย์และพยาบาล ณ โรงพยาบาลค่ายสุรนารีจังหวัดนครราชสีมา

\ โดยมี พ.อ. รัฐสรรค์ ภูวนาถวรกิตติ์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลค่ายสุรนารี พร้อมด้วยคณะแพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ ให้การต้อนรับและ

รายงานความคืบหน้าการดูแลรักษาผู้ได้รับบาดเจ็บ รวมถึงการเตรียมความพร้อมด้านการรักษาพยาบาลรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินในพื้นที่ชายแดน

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / มูลนิธิพุทธภูมิธรรม ปลัดกระทรวงกลาโหม ในพิธีถวายทุนแด่พระภิกษุ สามเณร ผู้สอบได้เปรียญธรรม 9 ประโยค ประจำปีพ.ศ.2568 (ปีที่ 4 )

แชร์เนื้อหานี้

บุญของท่านสำเร็จแล้ว❗️มูลนิธิพุทธภูมิธรรม ร่วมบุญกับ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ในพิธีถวายทุนแด่พระภิกษุ สามเณร ผู้สอบได้เปรียญธรรม 9 ประโยค ประจำปีพ.ศ.2568 (ปีที่ 4 )วันพุธที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ.2568 เวลา 11.00 น.นางสาว สาธิมา ลาชโรจน์ รองประธานและผอ.ศูนย์อำนวยการ มูลนิธิพุทธภูมิธรรมเป็นตัวแทนทุกท่าน เป็นเจ้าภาพถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์

จากนั้นเวลา 13.30 น.พลเอก สนิธชนก สังขจันทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม ประธานในพิธีและคณะบุญ ร่วมถวายทุนแด่พระภิกษุสามเณรสอบได้เปรียญธธรรม 9 ประโยค จำนวน 72 รูปโดยแบ่งเป็นพระภิกษุจำนวน 53 รูป สามเณร 19 รูป ณ ห้องพินิตประชานาถ ชั้น 2 ภายในศาลาว่าการกลาโหมเพื่อเป็นการถวายความอุปถัปถัมภ์พระภิกษุสามเณร

ผู้รับภาระสืบทอดอายุพระพุทธศาสนาให้มีขวัญและกำลังใจดำรงมั่นอยู่ในสนสมเพศ และเพื่อเจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาทของพระมหากษัตริย์ที่ทรงมีพระราชศรัทธาถวายความอุปถัมภ์พระภิกษุสามเณรที่ ได้พากเพียรเรียนพระบาลีอันเป็นภาษาที่ทรงไว้ ซึ่งหลักคำสอนอันเป็นแก่นแท้ของพระพุทธศาสนา

มูลนิธิพุทธภูมิธรรมกราบอนุโมทนาสาธุบุญ และนำบุญแด่กัลยาณมิตรทุกท่านที่ร่วมบุญในครั้งนี้เทอญ สาธุๆๆ อนุโมทามิฯ1 สิงหาคม 2568 : 09.30 น. สมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล โดย พ.ต.ศิริชัย ทรัพย์ศิริ นายกสมาคมฯ/กรรมการอำนวยการสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ : รับบริจาคอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ใช้แล้ว จาก รร.บรรจงรัตน์ ซึ่งมี นางวาม ดุลยากร ผอ.รร.,คณะผู้บริหาร รร.,นักเรียน,ประธานเครือข่าย รร.บรรจงรัตน์ทุกชั้น ร่วมในพิธีมอบ ณ รร.บรรจงรัตน์ อ.เมือง จ.ลพบุรี

***ขอขอบคุณผู้บริจาค มา ณ โอกาสนี้เป็นอย่างสูง ***สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์สมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากลโรงเรียนบรรจงรัตน์ทหารผ่นศึกบัตรชั้นที่1


1 สิงหาคม 2568 : 13.00 น. สมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล โดย พ.ต.ศิริชัย ทรัพย์ศิริ นายกสมาคมฯ/กรรมการอำนวยการสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์,

พล.อ.ทวี ณ ชาตรี รอง หส.ผศ.ล.บ. และคณะ : ลงพื้นที่มอบนมกล่องสำหรับเด็กนักเรียน จำนวน 22 ลัง ให้กับ รร.พลร่มอนุสรณ์มิตรภาพที่ 50 ซึ่งมี คณะครู นักเรียน ร่วมในพิธีรับมอบ ณ ห้องประชุม รร.พลร่มอนุสรณ์มิตรภาพที่ 50 ต.ป่าตาล อ.เมือง จ.ลพบุรี

*** ขอขอบคุณ รร.บรรจงรัตน์ : บริจาคนมกล่องสำหรับเด็กนักเรียน จำนวน 22 ลัง มา ณ โอกาสนี้เป็นอย่างสูง ***สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกในพระบรมราชูปถัมภ์สำนักงานสงเคราะห์ทหารผ่านศึกเขตลพบุรีทหารผ่านศึกบัตรชั้นที่1

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผู้สมัครนายกเทศมนตรีตำบลมุก ร้อง กกต.กลาง – ศูนย์ร้องทุกข์ฯทำเนียบรัฐบาล ปมถูกใส่ร้ายผ่านไลน์ เชื่อทำคะแนนพ่ายโหวตโน

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 1 สิงหาคม 2568 นางสาวนันท์นภัส ธนวงศ์ทวีสิน ผู้สมัครรับเลือกตั้งนายกเทศมนตรีตำบลมุก เทศบาลตำบลมุก อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร หมายเลข 2 ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ที่สำนักงาน กกต. กรุงเทพมหานคร และศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล ที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อขอให้ตรวจสอบกรณีที่เธออ้างว่า ถูกใส่ร้ายผ่านแอปพลิเคชันไลน์ก่อนการเลือกตั้ง

ผู้ร้องเรียนระบุว่า เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคมที่ผ่านมา ได้มีการเผยแพร่ข้อความผ่านไลน์จากบุคคลชื่อ “กัญจนา…” และ “นันทนา…” โดยมีเนื้อหาจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง “กาไม่เลือกใคร” หรือ “โหวตโน” และมีถ้อยคำระบุเจาะจงว่า “อย่าไปกาเบอร์ 2 ได้” พร้อมใส่ร้ายว่าผู้สมัคร “ไม่ใช่คนในพื้นที่”

นางสาวนันท์นภัสระบุว่า พฤติกรรมดังกล่าวเข้าข่ายการกระทำผิดตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 มาตรา 65 (5) และยังอ้างว่าบุคคลทั้งสองเป็นบุตรของนายสนั่น ซึ่งมีความเชื่อมโยงเป็นผู้สนับสนุนของนายอนุชา ศรีโยหะ ผู้สมัครหมายเลข 1

สำหรับผลการเลือกตั้งที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2568 ปรากฏว่า นางสาวนันท์นภัสได้รับคะแนนเสียงจำนวน 1,249 คะแนน ขณะที่จำนวนผู้ไม่ประสงค์ลงคะแนนให้ผู้ใด หรือ “โหวตโน” มีมากถึง 1,560 คะแนน ซึ่งมากกว่าคะแนนของเธอถึง 311 คะแนน

นางสาวนันท์นภัสจึงร้องเรียนให้ กกต. – หน่วยงานรัฐ ตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่เกี่ยวข้อง พร้อมขอให้ระงับการประกาศผลการเลือกตั้ง และแต่งตั้งตนเองเป็นนายกเทศมนตรี เนื่องจากเชื่อว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่สุจริตเที่ยงธรรม และอาจมีการชี้นำประชาชนด้วยข้อมูลเท็จอีกด้วย

นายกเทศมนตรีตำบลมุก #เทศบาลตำบลมุก #ร้องเรียนเลือกตั้ง #โหวตโน #มุกดาหาร #การเมืองท้องถิ่น #กกต #ข่าวเลือกตั้ง #ข่าวการเมือง ///// ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ ผู้สื่อข่าวสื่อรัฐทีวี ประจำจังหวัดมุกดาหาร

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / การแข่งขันกีฬาฟุตซอล กต.ตร.สภ.เมืองชุมพร Supper cup ชิงเงินรางวัลรวมมูลค่า 50,000 บาท

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันเสาร์ที่ ๒ สิงหาคม ๒๕๖๘ นายจรินทร์ ก๋งม้า ประธานสภาทนายความจังหวัดชุมพร /กต.ตร.สภ.เมืองชุมพร ให้เกียรติมาเป็นประธาน เปิดการแข่งขันกีฬาฟุต ซอล กต.ตร.สภ.เมืองชุมพร

Supper cup ณ สนามฟุตซอล โรงเรียนเทศบาล 1 บ้านท่าตะเภา จังหวัดชุมพร แบ่งประเภทการแข่งขันเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ประเภทเยาวชนอายุไม่เกิน 12 ปี และประเภทเยาวชนอายุไม่เกิน 18 ปี ชิงเงินรางวัลรวมมูลค่า 50,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัลเกียรติยศ จาก พล.ต.ต.สมคะเน โพธิ์ศรี ผบก.ภ.จว.ชุมพร

พันตำรวจเอก ปัญญา ท้วมศรี ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมือง ชุมพร ได้กำหนดจัดการแข่งขันกีฬาฟุตซอล กต.ตร.สภ.เมืองชุมพร Supper cup ชิงถ้วย ประธาน กต.ตร.สภ.เมืองชุมพร และ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชุมพร โดยกำหนด

จัดการแข่งขัน ในวันเสาร์ที่ ๒ และ วันอาทิตย์ที่ ๓ สิงหาคม ๒๕๖๘ โดยมีทีมเข้า ร่วมการแข่งขันในครั้งนี้จำนวน ๓๕ ทีม โดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้ ๑. เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนในพี้นที่ใกล้เคียงให้มีสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์

รู้จักใช้ เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ห่างไกลจากอบายมุข และยาเสพติด ๒. เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนตระหนักถึงการออกกำลังกายโดยใช้ กีฬาเป็นสื่อในการ พัฒนาร่างกายและจิตใจ ๓. เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนได้มีความสามัคคี รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย มี

น้ำใจนักกีฬา เกิดความสามัคคี และความสัมพันธ์อันดีภายในหมู่คณะ ๔. เพื่อให้เด็กและเยาวชนห่างไกลยาเสพติด ตามนโยบายของรัฐบาล ” No Drugs No Dealers ” รวมพลังยับยั้งปัญหายาเสพติด ผนึกกำลังชุมชนปลอดยาเสพติด

นายจรินทร์ ก๋งม้า การจัดการแข่งขันในครั้งนี้ เพื่อส่งเสริมให้เด็ก – และเยาวชน ได้หันมาเล่นกีฬา ออกกำลังกาย เสริมสร้างสุขภาพ ให้มีร่างกาย พลานามัยที่แข็งแรง สมบูรณ์ รู้จักการ ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ เพื่อลดปัญหาการยุ่งเกี่ยว

กับยาเสพติด ทั้ง ยังเป็นการสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน เพื่อสนองตามนโยบาย/ของ รัฐบาลอีกทางหนึ่งในการออกกำลังกาย ขอให้ทุกท่าน ที่เข้าร่วมกิจกรรมในวันนี้

จงมีสุขภาพร่างกาย ที่ สมบูรณ์แข็งแรง มีน้ำใจนักกีฬาอย่างแท้จริง รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัยต่อกัน โอกาสนี้ ผมขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัย พร้อมสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ทั้งหลาย ตลอดจนเดชะบารมีอันแผ่ไพศาล แห่งองค์พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ

พระบรมราชินี ได้โปรดดล บันดาลพระราชทานพรให้ท่าน และครอบครัว จงประสพแต่. ความสุขความเจริญ มีสุขภาพพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรง ปราศจาก โรคาพยาธิ และภยันตรายทั้งปวง มีความเจริญก้าวหน้าในชีวิต ตลอดไป

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / งานมอบรางวัล “FTI e-Influencer Awards 2025” ยกระดับพลังอินฟลูเอนเซอร์ไทยสู่เวทีสากล

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2568 ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (FTI) ร่วมกับสมาคมการค้าอินฟลูเอนเซอร์ไทย จัดงาน “FTI e-Influencer Awards 2025” เพื่อยกย่องอินฟลูเอนเซอร์ไทยทั้งในระดับบุคคลและองค์กร ที่ใช้พลังของสื่อออนไลน์อย่างสร้างสรรค์ มีความรับผิดชอบ และสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมไทยในยุคดิจิทัล

ภายในงานได้รับเกียรติจากผู้บริหารและผู้ทรงคุณวุฒิร่วมพิธีมอบรางวัล อาทิ
• คุณปณิธาน ปวโรฬารวิทยา รองเลขาธิการสภาอุตสาหกรรมฯ และรองประธานสถาบันดิจิทัลเพื่ออุตสาหกรรมฯ เป็นประธานในพิธี
• คุณนาคาญ์ ทวิชาวัฒน์ ประธานคลัสเตอร์อุตสาหกรรมสุขภาพและความงาม
• คุณก่อพงศักดิ์ ตันติสิริรักษ์ นายกสมาคมการค้าอินฟลูเอนเซอร์ไทย
• คุณทรงสิทธา จันทรา อุปนายกสมาคมฯ
• ดร.เมธวิน กิติคุณ กรรมการบริหารสมาคมฯ

ในปีนี้ มีอินฟลูเอนเซอร์และผู้สร้างสรรค์คอนเทนต์ที่ได้รับรางวัลรวม 46 ท่าน ครอบคลุม 3 สาขา ได้แก่ สาขาองค์กร สาขาบุคคล และสาขาเยาวชน ซึ่งแต่ละรางวัลล้วนสะท้อนถึงบทบาทที่โดดเด่นในการสร้างแรงบันดาลใจและใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อประโยชน์ของสังคม หนึ่งในไฮไลต์ของงาน คือการบรรยายพิเศษโดย Mr. Vikas R Jain (วิคาส อาร์ เจน) Founder & CEO จาก ACVISS Technologies ประเทศอินเดีย ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีความปลอดภัยและการป้องกันการปลอมแปลงสินค้า

โดยได้นำเสนอแนวทางการใช้ Blockchain และ QR Code ในการยกระดับความน่าเชื่อถือของสินค้าไทย ภายใต้ความร่วมมือกับบริษัท คิกิเมะ และสภาอุตสาหกรรมฯ เพื่อส่งเสริมนวัตกรรมสู่ผู้ประกอบการไทยอย่างยั่งยืนการจัดงาน FTI e-Influencer Awards 2025 ครั้งนี้ นับเป็นเวทีสำคัญที่ช่วยปลุกพลังอินฟลูเอนเซอร์ไทยให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และขยายบทบาทสู่ระดับนานาชาติ พร้อมสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างวงการครีเอเตอร์และภาคอุตสาหกรรมให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เวียนมาบรรจบครบรอบปีที่ 9 พร้อมก้าวเข้าสู่ปีที่10ของ สำนักข่าว Bangkok Wealth & Biz

แชร์เนื้อหานี้

วันเวลาผ่านไปไวปานวอก ขอฝากบอก เพื่อนพ้องน้องพี่ ที่เป็นFCของ คุณภูวนารถ ณ สงขลา บก. บห. Bangkok Wealth & Biz – บก.บห. BANGKOK TODAY และ นายกสมาคมวารสารศาสตร์ ธรรมศาสตร์ที่เวียนมาบรรจบครบรอบปีที่ 9 พร้อมก้าวเข้าสู่ปีที่10 บนอุดมการณ์ และจริยธรรมที่มั่นคง และ ตรงไปตรงมาโดยเฉพาะเป็นก้าวเดินในยุค Disrupt ที่สื่อพากันเหนื่อยล้ากันถ้วนหน้า
จากปี 2016 จนถึงวันนี้ครบ9ปีเต็ม สำหรับสำนักข่าว Bangkok Wealth & Biz ที่ยังเดินบนเส้นทางสายสื่อคุณภาพ จึงขอเชิญเพื่อนพ้องน้องพี่ กัลยาณมิตรทุกคนมาร่วมงานBangkok Wealth & Biz ก้าวสู่ปีที่ 10 ในวันศุกร์ที่ 22 สิงหาคม 2568 ณ หมู่บ้าน ดิ เอมเมอรัลด์ การ์เด้น 1 ปากเกร็ด นนทบุรีพร้อมทั้งร่วมสานต่อโครงการร่วมร้อยดวงใจสู่สังคม ครั้งที่ 8 บริจาคเงินให้กับ โรงพยาบาลอู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี สำหรับโครงการ “เพื่อจัดหาครุภัณฑ์ทางการแพทย์สำหรับคลินิกรักษ์ไต”


ยังมีเสียงกระซิบที่ส่งมาตามสาย จาก คุณภูวนารถ ณ สงขลา ว่า งานนี้งดรับกระเช้าดอกไม้ยินดี ขอเปลี่ยนเป็นการบริจาคเงินสดเพื่อมอบให้กับโรงพยาบาลอู่ทอง ไม่ว่าจะเป็นน้องรักนักร้องที่ไม่พกเงินสดสามารถสแกนคิวอาร์โค้ด ได้โดยไม่มีปัญหา !! งานเริ่มตั้งแต่10:30 น.เป็นการพบปะ ทักทาย ถ่ายรูปสังสรรค์ด้วยความผูกพันอันแน่น แฟ้นไม่ใช่แฟนทำแทนไม่ได้ พอได้เวลา อันสมควรแก่การบำรุงสุขภาพ ก่อนบ่ายอ่อนๆตอน11:45 น. ร่วมรับประทานอาหารกลางวัน ลิ้มรสอาหาร เมนูเด็ดเจ้าเก่า “ขนมจีนแกงเขียวหวานไก่” ตามคำเรียกร้อง นอกจากนั้นในปีนี้คุณภูวนารถ ได้มีการมอบต้นไม้ที่ระลึกซึ่งทุกต้นเป็นผลิตผลจากแม่พันธุ์ในบ้านทั้งหมด ในธีม “ต้นไม้ในบ้าน ร่วมรักษ์โลก” มีทั้งไม้ประดับ สมุนไพร และไม้กินไม้ผลหลังจากนั้น เวลา 14:30 น. ปิดงาน
ส่วนการเดินทาง มาร่วมงานก็ไม่ยากอย่างที่คิด ถ้ามาจากสะพานพระราม 4, สะพานพระนั่งเกล้าฯ, ถนนราชพฤกษ์ และถนนชัยพฤกษ์ ปักหมุดชุดแรกที่ “เกาเหลาอากง” เมื่อถึงแล้ว ค่อยปักหมุด “หมู่บ้าน ดิ เอมเมอรัลด์ การ์เด้น 1” เพื่อป้องกันการถูก Map พาไปด้านหลังหมู่บ้านฯ ซึ่งจะเข้าไม่ได้ นะขอบอกอย่าให้Mapมันหลอกก็แล้วกัน ห้ามพลาด !! วันศุกร์ที่ 22 สิงหาคม 2568 ณ หมู่บ้าน ดิ เอมเมอรัลด์ การ์เด้น 1 ปากเกร็ด นนทบุรี สวัสดี

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เครือซีพี ส่งมอบถุงกำลังใจ 1,000 ชุด พร้อมระดม “ซีพีอาสา” ลงพื้นที่ฟื้นฟูจังหวัดน่านหลังน้ำท่วม

แชร์เนื้อหานี้

1 สิงหาคม 2568 – เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) แสดงความห่วงใยต่อประชาชนในพื้นที่จังหวัดน่านที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย ส่งมอบ “ถุงกำลังใจ” ชุดอุปโภคบริโภค จำนวน 1,000 ชุด พร้อมผลิตภัณฑ์จากกลุ่มธุรกิจในเครือฯ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ประสบภัย

โดยมี คุณบัญชา โชติกำจร ผู้อำนวยการสำนักงานด้านความยั่งยืนและพัฒนาชุมชน เครือเจริญโภคภัณฑ์ และ คุณณปภัช จันทรแสง ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์และกิจกรรมเพื่อสังคม ธุรกิจข้าว ธุรกิจพืชครบวงจร และธุรกิจขนส่งและบริการ เป็นตัวแทน ส่งมอบให้แก่ นางวิไลวรรณ บุดาสา รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ณ สำนักงานด้านความยั่งยืนและพัฒนาชุมชน จ.น่าน เครือเจริญโภคภัณฑ์

ตลอดช่วงวิกฤตที่ผ่านมา เครือซีพีได้จัดตั้ง “ศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติอุทกภัย จังหวัดน่าน” เพื่อเป็นศูนย์กลางในการประสานการให้ความช่วยเหลือ โดยมี “ซีพีอาสา” ลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ส่งมอบของจำเป็นถึงชุมชนและเจ้าหน้าที่ด่านหน้า พร้อมทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคประชาสังคม และองค์กรภาคีในพื้นที่ ได้แก่ ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย วาตภัย น้ำป่าไหลหลากจังหวัดน่าน, เทศบาลเมืองน่าน, โรงครัวพระราชทาน, มูลนิธิเพชรเกษม, มูลนิธิฮักเมืองน่าน, โรงพยาบาลน่าน, ฝูงบิน 466 กองทัพอากาศน่าน และเหล่ากาชาดจังหวัดน่าน เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็ว ตรงจุด และครอบคลุมที่สุด

การสนับสนุนในครั้งนี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือของกลุ่มบริษัทในเครือฯ ได้แก่ บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด (CPG), บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF, บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน), บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน), บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัท ซี.พี. อินเตอร์เทรด จำกัด ที่ได้ร่วมกันส่งมอบวัตถุดิบสด อาหารแห้ง น้ำดื่มสะอาด พร้อมสนับสนุนระบบสื่อสาร สัญญาณโทรศัพท์ และอินเทอร์เน็ต เพื่ออำนวยความสะดวกในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่และการติดต่อสื่อสารของประชาชนในพื้นที่ประสบภัย

แม้ระดับน้ำจะลดลงแล้ว แต่หลายชุมชนยังคงต้องการการฟื้นฟูอย่างเร่งด่วน เครือซีพีจึงเดินหน้าสนับสนุนกิจกรรม Big Cleaning Day จ.น่าน โดยระดมทีม “ซีพีอาสา” ลงพื้นที่ร่วมกับเยาวชนจิตอาสาจากโรงเรียนน่านคริสเตียนศึกษา เข้าช่วยเก็บขยะ ทำความสะอาดพื้นที่สาธารณะ พร้อมจัดรถน้ำสะอาด รถขนขยะ และแจกไม้กวาดทางมะพร้าวจำนวน 1,000 ด้าม ให้ครัวเรือนที่ขาดแคลนอุปกรณ์ทำความสะอาด เพื่อช่วยให้ชุมชนกลับมาสะอาดและน่าอยู่อีกครั้ง

ตลอดระยะเวลาการดำเนินงาน เครือเจริญโภคภัณฑ์และกลุ่มธุรกิจในเครือฯ ได้บูรณาการการช่วยเหลือในทุกมิติ ทั้งด้านการจัดส่งถุงกำลังใจ การส่งมอบอาหาร น้ำดื่ม ระบบสื่อสาร การสนับสนุนภารกิจของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ ตลอดจนกิจกรรมฟื้นฟูหลังน้ำลด โดยประสานความร่วมมือกับหน่วยงานท้องถิ่นและองค์กรจิตอาสาอย่างใกล้ชิด เพื่อช่วยให้ชาวน่านสามารถฟื้นตัวจากวิกฤตและกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติโดยเร็วที่สุด/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สมาคมการประมงปัตตานี ร่วมกับ กำลังพลภาค 4 และ ศอ.บต. ร่วมส่งอาหารทะเลอบแห้งและของใช้จำเป็น จากใจชายแดนใต้ ช่วยแนวหน้าชายแดนไทย-กัมพูชา กว่า 6 พันชุด

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ ( 1 สิงหาคม 2568 ) เวลา 15.00 น. ที่สมาคมการประมงจังหวัดปัตตานี ตำบลบานา อำเภอเมืองปัตตานี จังหวัดปัตตานี พลโท ไพศาล หนูสังข์ แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4

พร้อมคณะผู้บังคับบัญชาและภาคีเครือข่าย นำโดย นายนันทพงศ์ สุวรรณรัตน์ รองเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ , คุณ อันน์เกตุ ลีลาไพบูลย์ นายกสมาคมการประมงจังหวัดปัตตานี, นายวีระ ศรีชัย หัวหน้าท่าเทียบเรือประมงปัตตานี และน้ำใจจากพี่น้องประชาชนชายแดนใต้

ร่วมส่งธารน้ำใจ ผ่านเครื่องอุปโภค บริโภค ข้าวสาร อาหารแห้ง จำนวนกว่า 1,000 ชุด และอาหารทะเลอบแห้งกว่า 5,000 ชุด โดยลำเลียงด้วยรถยนต์บรรทุกขนาดใหญ่ จากมณฑลทหารบกที่ 46 ไปยังมณฑลทหารบกที่ 25 ค่ายวีรวัฒน์โยธิน อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์

ส่งตรงถึงมือสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจของทหารหาญที่อยู่แนวหน้า รวมถึงพี่น้องประชาชนในพื้นที่ชายแดนที่ต้องอพยพออกจากบ้านเรือนไปอยู่ศูนย์พักพิงเพื่อความปลอดภัย

นอกจากนี้ กอ.รมน.ภาค 4 สน. ได้เปิดศูนย์รับบริจาคเครื่องอุปโภคและบริโภค สิ่งของจำเป็นในชีวิตประจำวันให้พี่น้องชาวใต้ ร่วมช่วยเหลือผู้ประสบภัยชายแดนอีสานใต้ จากสถานการณ์การสู้รบพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา และช่วยเหลือภัยน้ำท่วมในพื้นที่ภาคเหนือ

ด้วยการร่วมบริจาคแบ่งปัน เสื้อผ้า อาหารแห้ง หรือสิ่งของจำเป็นต่างๆ ที่ สำนักมวลชนและกิจการพิเศษ กอ.รมน.ภาค 4 สน. ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม หมายเลขโทรศัพท์ 095-949-5549 (พันโท พุฒิเศรษฐ์ ตั้งเชยวิไล)

“ร่วมส่งธารน้ำใจไทยจากแดนใต้…สู่ชายแดนอีสานใต้ บุรีรัมย์ สุรินทร์ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ และช่วยน้ำท่วม จังหวัดภาคเหนือของไทย”