สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “ลูกสาวสุดทน! พ่อแม่บาดเจ็บสาหัสจากอุบัติเหตุ รถคู่กรณีไร้การเยียวยา – คดีเงียบเกือบ 3 เดือน วอน ผบก.ภ.จว.มุกดาหาร – ผกก.คำชะอี เร่งรัดความยุติธรรม”

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2568 นางสาวลลาวัลย์ ฤทธิวงค์ ได้ร้องเรียนต่อผู้สื่อข่าว สำนักข่าว CIA ประเทศไทย ประจำจังหวัดมุกดาหาร ว่า บิดาและมารดาของตนประสบอุบัติเหตุถูกรถยนต์พุ่งข้ามเลนมาชนจนได้รับบาดเจ็บสาหัส

ตั้งแต่วันที่ 3 มิถุนายน 2568 แต่จนถึงปัจจุบันคดียังไม่มีความคืบหน้า อีกทั้งฝ่ายผู้ก่อเหตุยังไม่ได้ถูกดำเนินคดี และไม่เคยเข้ามาให้การช่วยเหลือหรือเยียวยาความเสียหายแต่อย่างใด

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นบนถนนสาย มุกดาหาร–กุฉินารายณ์ บริเวณหน้า อบต.คำชะอี ต.คำชะอี อ.คำชะอี จ.มุกดาหาร เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2568 โดยรถยนต์โตโยต้า สีเทา–ดำ ทะเบียน กจ 5415 มุกดาหาร ซึ่งมี นายประพง คนซื่อ ขับมาจาก อ.หนองสูง มุ่งหน้าไป อ.คำชะอี

ได้ข้ามเลนไปชนอย่างแรงกับรถยนต์กระบะมิตซูบิชิ สีขาว ทะเบียน กท 7596 สกลนคร ที่ขับสวนทางมาแรงกระแทกทำให้รถทั้งสองคันพังเสียหาย และผู้ที่นั่งมาในรถกระบะคือ นายอนันต์ โลหะสาร คนขับ และ นางเพลินฉวี โลหะสาร ภรรยา ได้รับบาดเจ็บสาหัส กระดูกขาและนิ้วหัก ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลจนถึงขณะนี้ยังไม่สามารถกลับมาใช้ชีวิตปกติได้

นางสาวลลาวัลย์เผยว่า ครอบครัวได้รับความทุกข์ร้อนอย่างมาก ทั้งเรื่องค่ารักษาพยาบาลและความเสียหายของรถยนต์ที่ยังไม่ได้รับการซ่อมแซม พร้อมทั้งเรียกร้องให้ พล.ต.ต.ไพโรจน์ ไทยพุทรา ผบก.ภ.จว.มุกดาหาร และ พ.ต.อ.ศรีนคร นัยวัฒน์ ผกก.สภ.คำชะอี กำชับพนักงานสอบสวน สภ.คำชะอี เจ้าของคดี เร่งรัดการดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุ เพื่อให้ครอบครัวได้รับความเป็นธรรมโดยด่วนด้วย

คดีล่าช้า #คดีไม่คืบหน้า #มุกดาหาร #อุบัติเหตุ #ความยุติธรรม #รถชนข้ามเลน #ตำรวจคำชะอี #สถานีตำรวจภูธรคำชะอี #กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร #สำนักงานตำรวจแห่งชาติ #สตช #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้////ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​มุกดาหาร​ รายงาน​

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จัดประชุมคณะอนุกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร จังหวัดน่าน ครั้งที่ 8/2568

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 28 สิงหาคม 2568 เวลา 13.30 น. สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดน่าน

จัดประชุมคณะอนุกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร จังหวัดน่าน ครั้งที่ 8/2568

โดยมีนายบุญยงค์ สดสอาด เป็นประธาน และนางณัติกานต์ บุญเจริญ หัวหน้าสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขา

จังหวัดน่าน ทำหน้าที่อนุกรรมการและเลขานุการ ณ ห้องประชุมเจ้าสุมนเทวราช (ชั้น 6) ศาลากลางจังหวัด อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน


โดยมีวาระพิจารณาในที่ประชุม ดังนี้
1.พิจารณากลั่นกรองแผนและโครงการฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ปีงบประมาณ 2568 จำนวน 27 โครงการ

2.พิจารณาการขึ้นทะเบียนหนี้เกษตรกร ประจำปี 2568 ระหว่างวันที่ 30 กรกฎาคม 2568 – 27 สิงหาคม 2568 จำนวน 169 ราย

จำนวน 518 บัญชี มูลหนี้ 83,108,363.74บาท (แปดสิบสามล้านหนึ่งแสนแปดพันสามร้อยหกสิบสามบาทเจ็ดสิบสี่สตางค์)

3.พิจารณาการอุทธรณ์การขึ้นทะเบียนหนี้ จำนวน 1 ราย/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

วัดห้วยปลากั้ง อ.เมือง จ.เชียงราย พระไพศาลประชาทร วิ. หลวงพ่อพบโชค.เป็นเจ้าอาวาส (ท่องไปกับเอกสิทธิ์)

แชร์เนื้อหานี้

วัดห้วยปลากั้ง อ.เมือง จ.เชียงราย พระไพศาลประชาทร วิ. หลวงพ่อพบโชค.เป็นเจ้าอาวาส

https://youtu.be/TltlQ6ds82A

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เรือนจำหลังสวน ปล่อยนักโทษ 200 คน ตามเงื่อนไข ราชกิจจานุเบกษา / ตร.จับยาบ้า 2 หมื่นเม็ด คาด่านบ้านพละ อ.ประทิว จ.ชุมพร

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันที่ 27 สิงหาคม 2568 เวลา 10.30 น. เรือนจำอำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร ถนนหลังสวน ตำบล หลังสวน อำเภอหลังสวน ชุมพร นายสมชบ แก้วภราดัย ผู้บัญชาการเรือนจำอำเภอหลังสวนเป็นประธานในพิธี อภัยโทษ ปล่อยนักโทษ 200 คน เบื้องต้นดำเนินการในวันนี้ จำนวน 44 คน ตามเงื่อนไข ราชกิจจานุเบกษา ได้ลงประกาศพระราชกฤษฎีกา

เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2568 พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า  โดยที่ทรงพระราชดำริเห็นว่า ในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2568 เพื่อเป็นการแสดงพระมหากรุณาธิคุณในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมควรพระราชทานอภัยโทษแก่ผู้ต้องราชทัณฑ์ เพื่อให้โอกาสแก่บุคคลเหล่านั้นกลับประพฤติตนเป็นพลเมืองดี อันจะเป็นคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติสืบไป
นายสมชบ แก้วภราดัย  เปิดเผยว่า นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ แก่พสกนิกรที่เป็นผู้ก้าวพลาด ให้ได้รับโอกาสในการเริ่มต้นชีวิตใหม่และประพฤติตนเป็นพลเมืองดีของสังคม กรมราชทัณฑ์พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและภาคเอกชน โดยการเตรียมความพร้อมก่อนปล่อยให้กับผู้ต้องราชทัณฑ์ทุกคนที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษลดโทษ และจะพ้นโทษในคราวเดียวกันตามพระราชกฤษฎีกานี้จะต้องผ่านการอบรมโครงการเตรียมความพร้อมก่อนปล่อย โครงการพระราชทานในพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว “โคกหนองนาแห่งน้ำใจและความหวัง กรมราชทัณฑ์” ที่มีการอบรมในหลักสูตรฝึกปฏิบัติการเกษตรทฤษฎีใหม่ในพื้นที่ขนาดเล็กให้แก่ผู้ต้องราชทัณฑ์ เพื่อให้มีความรู้ติดตัว สามารถนำไปประกอบอาชีพภายหลังพ้นโทษได้ รวมทั้งร่วมมือกับเครือข่ายภาคสังคมและชุมชน ในการติดตามดูแลและให้ความช่วยเหลือ เพื่อให้ผู้ก้าวพลาดได้สร้างคุณค่าในตนเอง สามารถประกอบอาชีพสุจริต โดยไม่หวนกลับไปกระทำผิด ซ้ำอีก อันถือเป็นการป้องกันและคุ้มครองสังคม ดังคำว่า  "ราชทัณฑ์แก้ไข คนไทยให้โอกาส" เป็นแนวคิดและโครงการของกรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม ที่มุ่งเน้นการฟื้นฟูและแก้ไขผู้ต้องขัง เพื่อให้พวกเขากลับคืนสู่สังคมอย่างมีคุณภาพ ให้มีความปลอดภัยอย่างยั่งยืนต่อไป

ตำรวจจับคาด่านตรวจบ้านพละ จับยาบ้า 20,000 เม็ด

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันที่ 27 สิงหาคม 2568 เวลา 03.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำด่านตรวจความมั่นคงบ้านพละ อ.ปะทิว จ.ชุมพร ได้จับกุมผู้ต้องหาชาย 2 ราย พร้อมของกลางเป็นยาบ้าจำนวน 20,000 เม็ด ผู้ต้องหาทั้งสองรายได้แก่ นายวนัส (ลี่) อายุ 33 ปี และ นายสุริยา (เอ็ม) อายุ 36 ปี ถูกจับกุมพร้อมรถยนต์เก๋งมิตซูบิชิ เอสเตท สีดำ ทะเบียน กร 1846 พระนครศรีอยุธยา ที่ใช้ในการขนลำเลียงยาเสพติด ขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารประจำด่าน ตรวจบ้านพละร่วมกันตั้งด่านตรวจอยู่บนถนนเพชรเกษม ม.๓. ต.เขาไชยราช อ.ปะทิว จว.ชุมพร จากการสืบสวน – ของ ร.ต.ต.ภาณุวัฒน์ เกตุสะอาด เจ้าหน้าที่ตำรวจด่านตรวจบ้านพละ

ทราบว่ามีรถส่วนบุคคล(รถเก๋ง)ยี่ห้อมิตซูบิชิ สี ดำ รุ่น ATTRAGE ติดแผ่นป้ายทะเบียนหมายเลข กร 1846 พระนครศรีอยุธยา มีพฤติกรรมต้องสงสัยว่าจะเป็นรถที่ นำยาเสพติดมาส่งมอบให้บุคคลในพื้นที่ อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร โดยใช้เส้นทางเพชรเกษมผ่านด่านตรวจความมั่นคงบ้าน พละ จากการตรวจสอบประวัติการเดินทางของรถคันดังกล่าวผ่านระบบกล้อง LICENSR PLATE RECOGNITION(LPR) ทำให้ทราบประวัติเส้นทางการเดินรถของคันดังกล่าวโดยในเดือนกรกฎาคมและเดือน สิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๘ รถคันดังกล่าวได้ผ่านด่านตรวจความมั่นคงบ้านพละจำนวน๓ครั้ง ในครั้งแรกวันที่๓ กรกฎษ คม ๒๕๖๘ ครั้งที่๒ วันที่๑๙ กรกฎาคม ๒๕๖๘ และครั้งที่๓ วันที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๖๘ เจ้าหน้าที่ตำรวจด่านตรวจ บ้านพละจึงได้วางแผนเพื่อทำการตรวจสอบรถคันดังกล่าว จนกระทั่งวันที่ ๒๗ สิงหาคม ๒๕๖๘ เวลาประมาณ ๐๐.๕๐ น.ร.ต.ต.ภานุวัฒน์ฯ

ได้ทำการตรวจสอบรถคันดังกล่าวผ่านระบบกล้อง LICENSR PLATE RECOGNITION(LPR) พบว่ารถคันดังกล่าวได้ผ่านถนนเพชรเกษม อ.บ้านลาดท่าเสน จ.เพชรบุรี ขาล่องใต้ เวลา ประมาณ ๐๐.๓๙น. ของวันที่ ๒๗ สิงหาคม ๒๕๖๘ เจ้าหน้าที่ตำรวจด่านตรวจบ้านพละพร้อมเจ้าหน้าที่ทหาร จึงได้ วางแผนตั้งด่านเพื่อตรวจสอบรถคันดังกล่าว บริเวณหน้าด่านตรวจความมั่นคงบ้านพละ ต่อมาเมื่อเวลาประมาณ ๐๓.๒๐น. ขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจด่าตรวจความมั่นคงบ้านพละและเจ้าหน้าที่ทหารได้ทำการตั้งด่านตรวจพบรถคัน ดังกล่าววิ่งมาบนถนนเพชรเกษมขาล่องใต้จึงได้ส่งสัญญาณให้รถคันดังกล่าวหยุดรถเพื่อทำการตรวจค้น แต่รถคัน ดังกล่าวได้ขับผ่านไปโดยไม่ได้หยุดรถให้เจ้าหน้าที่ทำการตรวจค้น เจ้าหน้าที่ตำรวจด่านตรวจความมั่นคงบ้านพละจึง ได้ขับรถติดตามรถคันดังกล่าวไป จนกระทั่งถึงบริเวณริมถนนเพชรเกษมทางเข้าวัดพรุตะเคียน ม.๒ ต.สลุย อ.ท่า แซะ จ.ชุมพร จึงได้ส่งสัญญาณให้รถคันดังกล่าวหยุดรถ จากการตรวจค้นเบื้องต้นพบนายสุริยา (เอ็ม) อายุ ๓๖ ปี ชาว ต.ปากเพรียว อ.เมืองสระบุรี จ. สระบุรี เป็นผู้ขับขี่ และมีนายวนัส(สี่) อายุ๓๓ปี ชาว ต.ลุมพลี

อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นผู้นั่งโดยสารตอนหน้า จากการตรวจค้นเบื้องต้น ณ ที่สั่งให้ทำการ หยุดรถไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย แต่นายวนัสฯและนายสุริยาฯท่าทางมีพิรุท ต้องสงสัยว่าในรถคันดังกล่าวมีสิ่งของผิด กฎหมายและยาเสพติดซุกซ่อนอยู่ภายในรถ จึงได้นำรถคันดังกล่าวพร้อมผู้ขับขี่และผู้โดยสารทั้ง๒คน มาทำการ ตรวจค้นโดยละเอียดที่ด่านตรวจความมั่นคงบ้านพละ เมื่อถึงที่ทำการด่านตรวจความมั่นคงบ้านพละ ได้ตรวจค้นโดย ละเอียดต่อหน้านายสุริยาฯและนายวนัสฯ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจทำการตรวจค้นบริเวณฝากระโปรงท้ายรถ พบแผ่น พลาสติกสีดำปิดกั้นบริเวณเบาะผู้โดยสารตอนหลัง จึง

ได้น้าแผ่นพลาสติกสีดำดังกล่าวออก พบถุงพลาสติกสีเหลือง จำนวน ๒ ถุง ซุกซ่อนอยู่ที่หลังเบาะที่นั่งผู้โดยสารตอนหลัง จึงได้นำออกมาเปิดดู ภายในถุงพลาสติกสีเหลืองนั้นมี วัตถุก้อนสีเหลืองรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าห่อด้วยกระดาษไขสีเหลือง มีตัวเลขอาราบิกสีน้ำเงิน เลข ๙๙๙ และรูปดาว ๕ แฉก จำนวนสดวง อยู่ด้านบนของตัวเลขอาราบิกสีนำเงิน เลข ๙๙๙ ประทับอยู่บนวัตถุก้อนสีเหลืองรูปทรง สี่เหลี่ยมผืนผ้าห่อด้วยกระดาษไขสีเหลือง จำนวน ๒ ก้อน แยกบรรจุถุงละ ๑ ก้อน ภายใน ๑ ก้อน บรรจุก้อนละ ๕ มัด มัดละ ๒,๐๐๐เม็ด รวมยาบ้า ๒ ก้อน ประมาณ ๒๐,๐๐๐ เม็ด จากประสบการณ์การจับกุมยาเสพติดและกลิ่น ของวัตถุดังกล่าวทำให้ทราบว่า

วัตถุดังกล่าวคือเมทแอมเฟตามีนชนิดเม็ด(ยาบ้า) จึงได้แจ้งสิทธิตามกฎหมายให้กับ นายสุริยาฯและนายวนัสฯทราบและเข้าใจดีแล้ว ทั้ง๒คนรับว่าได้นำยาเสพติดดังกล่าวมาจาก จ.สระบุรีเพื่อไปส่งที่ อ ท่าแซะ จ.ชุมพร จากการ สอบถามนายวนัสฯ รับสารภาพว่ายาบ้าที่เจ้าหน้าที่ตำรวจด่านตรวจความมั่นคงบ้านพละตรวจค้นพบ เป็นของ ตน และกำลังจะนำไปส่งที่ อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร และให้การต่อไปว่าตนได้รับยาบ้ามาจากนายบูมไม่ทราบชื่อสกุลจริง โดยการใช้โทรศัพท์หมายเลข๐๘๒-๐๗๕-๑๙๖๖

ส่งข้อความไปหานาย บูมผ่าน แอปพลิเคชั่นไลน์ และได้มีการนัดรับ ของที่ถนนตากฟ้า เขต จังหวัด นครสวรรค์ ในวันที่ ๒๕ ส.ค.๒๕๖๘ เวลาประมาณ ๒๐.๐๐น. ตนได้เดินทางไปรับ ยาบ้าเพียงคนเดียวโดยใช้รถคันดังกล่าวในการไปรับยาบ้าที่วางไว้ ณ จุดนัดหมายริมถนนตากฟ้า เขต จ.นครสวรรค์ และนำเงินสดจำนวน ๒๐,๐๐๐ บาท ใส่ถุงวางไว้ ณ จุดที่นัดรับยาบ้า เมื่อได้รับยาบ้าแล้วตนได้นำยาบ้าซุกซ่อนใส่ใน ฝากระโปรงท้ายรถคันดังกล่าว จึงได้ขับรถกลับมายังที่บ้านพัก ต่อมาในวันที่๒๖ ส.ค.๒๕๖๘ นายวนัสฯได้ไปทำงาน ที่บริษัทขนส่งพัสดุเจแอนต์ทีเอ็กซ์เพรส (J&T EXPRESS)เลิกงานประมาณ๑๙.๐๐น.

จึงได้กลับไปยังที่บ้านพักและ ได้ใช้โทรศัพท์หมายเลข๐๘๒-๐๓๗๕-๑๙๖๖ โทรผ่านแอปพลิเคชั่น MESSENGER ชักชวนนายสุริยาฯ ให้ร่วมเดินทาง ไปส่งยาบ้าที่จ.ชุมพร นายสุริยาฯตอบตกลงว่าจะไปด้วย ต่อมาเมื่อเวลาประมาณ ๒๓.๐๐น.ของวันที่ ๒๖ ส.ค. ๒๕๖๘ นายวนัสฯได้ขับรถคันดังกล่าวออกจากที่พักเพื่อไปรับนายสุริยาฯ เมื่อไปถึงบ้านนายสุริยาฯได้ให้นายสุริยาฯ เป็นผู้ขับขี่รถคันดังกล่าวจนมาถึงจ.ชุมพร โดยใช้เส้นทางมาชุมพรโดยผ่าน อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา อ.บาง บัวทอง จ.นนทบุรี

ถนนพระราม๒ ถนนเพชรเกษมจนกระทั่งมาถึงด่านตรวจความมั่นคงบ้านพละ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ขับรถติดตามและแสดงตนเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจส่งสัญญาณให้จอดรถและนำรถคันดังกล่าวมาตรวจค้นที่ด่านตรวจ ความมั่นคงบ้านพละ พบยาเสพติดดังกล่าวที่ซุกซ่อนมาภายในรถ จากการสอบถามนายวนัสฯ ให้การเพิ่มเติมว่าใน เดือนส.ค.๒๕๖๘ ตนและนายสุริยาฯได้นำยาบ้ามาส่งที่ อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร จำนวน ๒ ครั้ง และได้กำไรจากการ จำหน่ายยาบ้าดังกล่าว ครั้งละประมาณ ๑๐,๐๐๐บาท และได้แบ่งเงินให้นายสุริยาฯครั้งละ ๓,๐๐๐ บาท

จากการสอบถามนายสุริยาฯ รับสารภาพว่าเมื่อวันที่ ๒๖ส.ค.๒๕๖๘ เวลาประมาณ ๒๐.๐๐น.นายวนัสฯได้ ใช้โทรศัพท์หมยเลข ๐๘๗๒-๐๗๕-๑๙๖๖ โทรผ่านแอปพลิเคชั่น MESSENGER มาหาโทรศัพท์ของตนหมายเลข๐๙๐-๓๓๓-๘๗๓๖ เพื่อชักชวนไปส่งยาบ้าที่ อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร ตนได้ตอบตกลงให้มารับที่บ้านพัก เมื่อถึงเวลาประมาณ ๒๑.๓๐น. นายวนัสฯได้เดินทางมารับตนที่บ้านพัก และได้ให้ตนเป็นผู้ขับรถคันดังกล่าวจนกระทั่งถึง จ.ชุมพร เมื่อได้ ทำการส่งยาบ้าเสร็จ จะได้รับส่วนแบ่งกำไรจากการจำหน่ายยาบ้า ครั้งละ๓,๐๐๐ บาท จากการสอบถามนายสุริยาฯ ถึงพฤติกรรมในการส่งยาบ้า นายสุริยาฯจะเป็นผู้ขับรถคันดังกล่าวทุกครั้ง โดยมีนายวนัสฯเป็นผู้นั่งอยู่เบาะโดยสาร ข้างคนขับ เมื่อถึงจุดนัดส่งยาบ้า นายวนัสฯจะเป็นผู้ลงไปนำยาบ้าออกจากรถและวางไว้ในจุดที่นัดหมาย โดยที่นาย สุริยาฯไม่ได้ลงจากรถ
จากนั้นเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมตัวจึงได้ควบคุมตัวและแจ้งข้อหาให้นายวนัสฯและนายสุริยาฯทราบว่ามี

ความผิดฐานร่วมกันจำหน่ายโดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งยาเสพติดให้โทษชนิดร้ายแรงประเภท ๑ (ยาบ้า) โดยเป็น การกระทำที่มีลักษณะกระทำเพื่อการค้า และก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และทำให้เกิดผลกระทบ ต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไปโดยไม่ได้รับอนุญาตแล้วจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชา รับทราบ เจ้าหน้าที่ได้ตั้งข้อหาดำเนินคดีกับผู้ต้องหาในข้อหา “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 โดยมีไว้เพื่อการค้า ก่อให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐและความปลอดภัยของประชาชน” ซึ่งเป็นการกระทำที่ส่งผลกระทบต่อสังคมและความมั่นคงของประเทศอย่างร้ายแรง จากนั้นเจ้าพนักงานผู้จับได้นำตัวผู้ต้องหา/ผู้ถูกจับพร้อมของกลาง นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ้านมาบ อำมฤต ดำเนินคดีตามกฎหมายในวันที่ ๒๗ สิงหาคม ๒๕๖๘ เวลา 13.30 น.

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “เหนือ-ดิสรยา” นำทีมบวงสรวงซีรีส์แซฟฟิกโรแมนติกดราม่าเรื่อง “Dangerous Queen The Series คนโปรดของควีน”รั้งตำแหน่ง “ผู้จัดฯ หน้าใหม่ ” ในนาม “แสงเหนือ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์”

แชร์เนื้อหานี้

เรียกได้ว่าเป็น “ลูกไม้หล่นใต้ต้น” จริงๆ สำหรับลูกสาวคนสวยของผู้จัดฯ คนเก่ง กบ-ปภัสรา เตชะไพบูลย์ แห่งค่ายปภัสราโปรดักชั่น อย่าง เหนือ-ดิสรยา เตชะไพบูลย์ เดินตามรอยคุณแม่มาติดๆ ด้วยการขึ้นแท่นเป็น “ผู้จัดฯ ป้ายแดง” เปิดบริษัทผลิตซีรีส์แซฟฟิกแนวโรแมนติกดราม่าเรื่องแรก “Dangerous Queen The Series คนโปรดของควีน” ในนาม บริษัท แสงเหนือ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด”

“แสงเหนือ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์” ถือฤกษ์ดีจัดงานบวงสรวงซีรีส์เรื่องแรกของบริษัทฯ “Dangerous Queen The Series คนโปรดของควีน” จากปลายปากกา “คุณผู้หญิง” บทโทรทัศน์โดย เทวรินทร์ ศิริเลิศ / ทิพย์ทิวา วะเท กำกับการแสดงโดย กษมา นิสสัยพันธุ์ จำนวนออกอากาศ 8 ตอน

งานนี้มีนักแสดงนำและทีมงานเข้าร่วมพิธีบวงสรวง ณ ลานพระพิฆเนศวร ห้างสรรพสินค้ายู เนี่ยนมอลล์ พร้อมด้วยสื่อมวลชนที่ให้ความสนใจเข้าร่วมทำข่าวอย่างคับคั่ง นำทีมโดย เหนือ-ดิสรยา เตชะไพบูลย์ ที่มาพร้อมคุณแม่ กบ-ปภัสรา เตชะไพบูลย์ ร่วมด้วยนักแสดงมากฝีมือ อาทิ อั๋น-อัครพรรฒ บุนนาค, เอี๊ยง-สิทธา สภานุชาติ, แทน-บุรันช์รัตน์ หอมบุตร, ชาลี กรีชัย

ขอแนะนำนักแสดงหน้าใหม่ แตงกวา-พิญญาเนศวร์ อั้งสุวรรณ กับงานแสดงครั้งแรกของเธอ และการกำเนิด Girl Love คู่ใหม่ของวงการบันเทิง “เหนือ-แตงกวา” ที่จะมาทำให้แฟนๆ ตกหลุมรักในความน่ารักและความฟินเฟร่อ…ของเธอทั้งคู่!!!
โดย “เหนือ-ดิสรยา” เผยถึงที่มาของการผลิตซีรีส์แซฟฟิกเรื่องแรกของบริษัทฯ ว่า

“หลังจบละคร สองทระนง แล้วว่าง แล้วรู้สึกว่าตัวเองชอบการแสดง แล้วก็อยากจะทำซีรีส์แนวแซฟฟิก ก็เริ่มจากการหาเรื่องมาทำก่อน ซึ่งก่อนหน้านี้ก็อ่านนิยายเยอะมาก จนกระทั่งมาถึงเรื่องนี้ อ่านแล้วชอบมาก ก็เลยเล่นเองด้วยค่ะ

พอมาได้มาทำจริงๆ อยากจะบอกว่าเหนื่อยมาก คือตอนที่เปิดกล้องวันแรก ตอนนั้นคือเหนื่อยมากแล้ว ยังแยกไม่ออกคือเหมือนแยกตัวเองไม่ออกว่า ตอนนี้เรากำลังเป็นนักแสดงนะ เราไม่ใช่ผู้จัดฯ แล้วก็คือจะมึนๆ พอวันนั้นคือเหมือนถ่ายวันแรกไปเหนือก็ต้องกลับบ้านไป เหมือนมานั่งแบบสมาธิแบบตอนนี้

เหมือนมีหมวกหลายใบแล้วนะ ซึ่งเราก็ต้องใส่ทีละใบ พอเราเข้าซีนตอนนี้เราเป็นนักแสดง เราฟังผู้กำกับฯ เราทำงาน พอในมุมที่เรากลับมาเป็นผู้จัดฯ เราก็จะมีการไปเช็คงาน ไปดูหน้ามอนิเตอร์บ้างว่า อยากได้แบบนี้นะ ขออันนี้เพิ่มได้ไหม แล้วก็ต้องแยกแยะให้มันขาดจริงๆ

ไม่งั้นพอเราไปแสดงมันจะกลายเป็นว่าเราจะกังวลตลอดเวลา ด้วยความพอเราเป็นผู้จัดฯ เราก็อยากให้งานออกมาดี แล้วต้องไว้ใจทีมงานทุกคนว่า เค้าจะทำให้งานออกมาดีแน่นอน เราไม่ต้องห่วงเลย เพราะทุกคนเต็มที่มากๆ แล้วก็สามารถทำหน้าที่นักแสดงได้อย่างเต็มที่”

แม้จะมีฐานะเป็น “ลูกผู้จัดฯ” อย่าง กบ-ปภัสรา แน่นอนว่า คุณแม่ต้องช่วยซัพพอร์ตในด้านต่างๆ ด้วย แต่เธอกลับบอกว่า
“ขอนับว่าคุณแม่ซัก 2 เปอร์เซ็นต์แล้วกันในการช่วยซัพพอร์ตหรือว่าแบบตบๆ รวมถึงคุณพ่อ (เอ๋-พรเทพ เตชะไพบูลย์) ด้วยให้อีก 2 เปอร์เซ็นต์ในการที่ให้กำลังใจอยู่ที่บ้าน แล้วทั้งพ่อทั้งแม่ก็มากองบ่อยมากมาคอยให้กำลังใจ บางทีถ่ายไกลมากก็ยัง

อุตส่าห์มาหาที่กอง เราก็แบบสบายใจมากเลยที่มีพ่อกับแม่คอยซัพพอร์ต คือเราก็ไม่รู้ว่าเราจะไปได้ถึงขนาดไหน แต่ในเมื่อเราทำเต็มที่สุดๆ แล้วพ่อกับแม่เค้าก็จะคอยหนุนหลังเราตลอด ก็รู้สึกอุ่นใจแล้วก็รู้สึกเซฟว่าอย่างน้อยถ้าสมมติว่าเราล้มขึ้นมา เค้าก็จะช่วยดันเราขึ้นมาเพื่อให้เราก้าวต่อไป”

ถือได้ว่าเป็น “ลูกไม้” ที่สวยและเก่งตามรอยคุณแม่แบบไม่ผิดเพี้ยน ตามไปเป็นกำลังใจให้กับ เหนือ-ดิสรยา เตชะไพบูลย์ ในฐานะ “ผู้จัดฯ หน้าใหม่” และ “นักแสดงซีรีส์แซฟฟิก” เรื่องแรกของเธอได้ใน “Dangerous Queen The Series คนโปรดของควีน” ทางช่อง Youtube : S.nur entertainment เร็วๆ นี้nurdesorayaTKphinyanechTKNurDangerousQueenTheSeriesคนโปรดของควีน Snurentertainment

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เร่งพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กเยาวชน ผู้สูงวัย และคนไทยพลัดถิ่น

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 26 ส.ค.68 ที่ห้องประชุมโรงเรียนศรียาภัย 2 นายนพพร อุสิทธิ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร มอบหมายให้ ผศ.เสนีย์ นิลทจันทร์ ที่ปรึกษานายกฯ เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการความร่วมมือสร้างหุ้นส่วนทางสังคมจังหวัดชุมพร พัฒนาคุณภาพชีวิตคนไทยพลัดถิ่นและประชากรกลุ่มเปราะบาง โดยมี ผศ.ดร.
ชุมพล อังคณานนท์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ชุมพร

นางสาวจีรดา ธรรมาภิมุข พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดชุมพร คณะกรรมการศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้-ชุมพร สมาคมประชาสังคมชุมพร สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดชุมพร ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร ทีมพลังชุมพร และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกันจัด “เวทีการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อแลกเปลี่ยนสถานการณ์และวางแนวทางดำเนินงาน เพื่อยกระดับเครือข่ายการทำงานพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็ก เยาวชน และครอบครัวกลุ่มคนไทยพลัดถิ่น จังหวัดชุมพร”

สืบเนื่องจากจังหวัดชุมพรเป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางประชากร และเป็นที่อยู่อาศัยของประชากรกลุ่มเปราะบาง รวมถึงกลุ่มคนไทยพลัดถิ่นที่ยังคงเผชิญกับปัญหาด้านสิทธิสถานะ ส่งผลให้การเข้าถึงสิทธิและสวัสดิการพื้นฐานด้านการศึกษาและสุขภาพยังไม่ทั่วถึง การพัฒนาที่ยั่งยืนจึงจำเป็นต้องเริ่มจากรากฐานที่มั่นคง นั่นคือการคุ้มครองเด็กและเยาวชน ซึ่งถือเป็นเป้าหมายสำคัญในการสร้างภูมิคุ้มกันทางสังคมในระยะยาว ทั้งนี้จึงเกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาควิชาการ และภาคประชาสังคม 
โดยมีวัตถุประสงค์หลัก  

1. เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องให้แก่เจ้าหน้าที่ภาครัฐ ผู้นำชุมชน และผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ เกี่ยวกับสิทธิ หน้าที่ และสวัสดิการที่ประชากรกลุ่มเปราะบาง โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนพึงได้รับ 

2. เพื่อเป็นเวทีซักซ้อมและสร้างแนวทางการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น โรงเรียน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้การช่วยเหลือและการส่งต่อเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและราบรื่น 

3. เพื่อยืนยันหลักการสำคัญว่า “เด็กทุกคนในแผ่นดินไทยต้องได้รับการคุ้มครอง ไม่ว่าจะมีสถานะทางทะเบียนเป็นอย่างไร” โดยเฉพาะสิทธิขั้นพื้นฐานด้านการศึกษาและสุขภาพเพื่อเสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือและกลไกการทำงานเชิงบูรณาการที่เข้มแข็ง อันจะนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็ก เยาวชน และครอบครัวกลุ่มคนไทยพลัดถิ่นอย่างยั่งยืน 
4.
การประชุมเชิงปฏิบัติการในครั้งนี้มีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้แทนจากหลายภาคส่วน ที่จะมาร่วมถ่ายทอดความรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และร่วมกันวางแนวทางปฏิบัติที่สอดคล้องกับสภาพปัญหาของพื้นที่ เพื่อให้มั่นใจได้ว่า จะไม่มีเด็กหรือเยาวชนคนใดในจังหวัดชุมพรต้องถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เปิดโครงการเสริมสร้างความรู้ การปกครองระบอบประชาธิ ปไตย เพื่อสร้างพรรคการเมืองคุณภาพ (รุ่นที่ 1)

    แชร์เนื้อหานี้

    วันอังคาร ที่ 26 สิงหาคม 2568 ณ โรงแรมน่านกรีนเลค วิว รีสอร์ท อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน นายโชคดี ด้วงแป้น ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการเลือกตั้งประจำจังหวัดน่าน กล่าวรายงานต่อนายเกรียงไกร พานดอกไม้ รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง

    ประธานในพิธีเปิดโครงการเสริมสร้างความรู้เกี่ยวกับการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เพื่อสร้างพรรคการเมืองคุณภาพ กิจกรรมที่ 4 อบรมเสริมสร้างความรู้หลักสูตรพรรคการเมืองคุณภาพ(รุ่นที่1 )ตามที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งได้ดำเนินโครงการ

    เสริมสร้างความรู้เกี่ยวกับการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์
    ทรงเป็นประมุข เพื่อสร้างพรรคการเมืองคุณภาพ โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นกรรมการสาขาพรรคการเมือง ตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด สมาชิกพรรคการเมือง

    และประชาชนทั่วไป โดยมีเนื้อหาครอบคลุมทั้งในเรื่องของการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข การเป็นพลเมืองคุณภาพ และการเป็นพรรคการเมืองคุณภาพ จากทีมวิทยากรพรรคการเมืองคุณภาพ

    ที่ผ่านการอบรมจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง
    เพื่อให้การดำเนินโครงการเสริมสร้างความรู้เกี่ยวกับการปกครอง
    ในระบอบประชาธิบไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข กิจกรรมที่ 4
    อบรมเสริมสร้างความรู้หลักสูตรพรรคการเมืองคุณภาพ

    เป็นไปตามวัตถุประสงค์มีความมุ่งหวังให้เกิดการมแพร่ควายแพร่ความรั
    สร้างความเข้าใจและสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปใช้ในการดำเนินกิจกรรม
    ทางการเมือง ให้เป็นไปตามมาตรา 23 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรระ
    ด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560

    สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดน่าน มีสาขาพรรคการเมือง
    และตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด ที่ดำเนินกิจกรรมอยู่ในเขตพื้นที่รับผิดชอบ รวมจำนวน 9 สาขาพรรคการเมือง 4 ตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด จึงได้กำหนดให้มีการดำเนินกิจกรรมตามโครงการฯ ดังกล่าว แบ่งการอบรมออกเป็น 2 รุ่นๆ ละ 100 คน

    รวม 200 คน ดังนี้ รุ่นที่ 1 วันที่ 26 สิงหาคม 2568 ณ โรงแรมน่านกรีนเลค วิว รีสอร์ท อำเภอเมืองน่าน จำนวน 100 คน รุ่นที่ 2 วันที่ 27 สิงหาคม 2568 ณ โรงแรมดิ อิมเพรส น่านอำเภอเมืองน่าน จำนวน 100 คน/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จัดแถลงข่าวการจัดงาน เทศกาลส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอาหาร ( Gastronomy Tourism ) เพื่อนกระตุ้นเศรษกิจ สร้างงาน สร้างรายได้ จากการท่องเที่ยว

    แชร์เนื้อหานี้

    ช่วงค่ำ วันที่ 25 สิงหาคม 2568 ที่โรงแรมเวอร์โซ หัวหิน อะวิรันดา คอลเลคชัน ตำบลหนองแก อำเ ภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายปรีดา สุขใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานในการแถลงข่าวการจัดงาน เทศกาลส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอาหาร ( Gastronomy Tourism ) เพื่อกระตุ้นเศรษกิจ สร้างงาน สร้างรายได้ จากการท่องเที่ยว ให้กับจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

    โดยมี นายสุทิน ประเสริฐศักดิ์ นายอำเภอบางสะพาน นายราม สิงหโศภิษฐ์ นายอำเภอปราณบุรี ร.ท.สิทธิชัย ตัณฑสิทธิ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ น.ส.ศิริวรรณ คณะศร พาณิชย์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เชฟนพดล นุชเจริญ ประธานที่ปรึกษาชมรมพ่อครัว ชะอำ/หัวหิน นายทวีสิน พัฒนาภิรัส ประธานสภา อบจ.ประจวบคีรีขันธ์ นายอิศรา กาญจนรัตน์ นายกเทศบาลตำบลบ้านกรูด พร้อม หัวหน้าส่วนราชการ คณะผู้บริหารท้องถิ่น ผู้ประกอบการ สื่อมวลชน ร่วมกิจกรรม

    สำหรับวัตถุประสงค์ในการจัดงานครั้งนี้ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก เพื่อสร้างงาน สร้างรายได้จากการท่องเที่ยว ส่งเสริมและประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และ เพื่อยกระดับฯ มาตรฐานอาหารไทยจากระดับชุมชนสู่นักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ ภายในงาน รวม เมนูอาหารคาว- หวานกว่า 100 เหนู อร่อยกับอาหารทะเลปลอดภัย IG OTOP อาหารสายสุขภาพ ฮาลาล Food Truck กับบรรยากาศบนชายหาดริมทะเลสุดชิลล์ ทั้ง 8 อำเภอ ในจังหวัดประจวบ ย๊าวยาว!! จุกๆไปเลย! กับงานดีๆ 2 ครั้ง

    ครั้งที่ 1 “จากคลื่นสู่ครัว” 29-31 สิงหาคม 2568 ณ บริเวณ หาดเขากะโหลก อำเภอปราณบุรี จ.ประจวบ ฟังเพลงเพราะๆกับศิลปิน เอ๊ะ จิรากร หน้ากากอีกาดำ” จากรายการ The Mask Singer อินฟูเอ็นเซอร์สายอาหาร โหน่งโชว์ ปรุงเมนู “กุ้งผัดกะปีตะไคร่” แจกชิมฟรี!! และพูดคุยกับอินฟูเอ็นเซอร์สายสุขภาพ “ฟิตกับแพม” คุณปาเมลา ปาสิเนตดี หรือ เปมิกา ปาสิเนตตี้ ชื่อ เล่น แพม มิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2017

    พิธีกรรายการ สามแซ็ป ช่อง 3 รวมชิมเมนูรังสรรค์ กับกิจกรรม แข่งขันทำอาหาร รางวัลรวมกว่า 3 หมื่นบาท จำนวน 10 ทีมครั้งที่ 2 “รสมือแม่” 12-14 กันยายน 2568 ณ บริเวณชายหาดบ้านกรูด อำเภอบางสะพานฟังเพลงจากหนุ่มประมงเสียงเล็ก “เล็ก-รัชเมศฐ์” นักร้องสักลาย ร้อยล้านวิวอินฟูเอ็นเซอร์สายอาหาร ชื่อดัง ปรุงอาหาร แจกซิมฟรี!!รู้จักกับเมนูอาหารชุมชนรสดังเดิม

    จากการโชว์ 8 ชุมชนทั้งสองครั้ง ชมไฮไลท์ควงกระบองไฟทุกค่ำคืน เวลา 20.40 น. ดนตรี การแสดง เกมรับของที่ระลึก สัมผัสอาหารแบบ Fine Dining และซมพลุสุดอรังการพาณิชย์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ร่วมบูรณาการ จัดกิจกรรมนาทีทอง โดยจำหน่ายกุ้งขาวแวนนาไมสด จำนวน 1,100 กิโลกรัม นำมาจำหน่ายราคาพิเศษ ไม่ต่ำกว่า 150 กิโลกรัมต่อวัน มีทั้งปรุงสุก และสดกลับบ้านงานเริ่ม 16.00-24.00 น. ทุกวัน

    ////////////////////

    ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / มทบ.38 ตรวจความพร้อมรับมือพายุ “คาจิกิ” จัดกำลัง 60 ชุดปฏิบัติการช่วยเหลือประชาชน

    แชร์เนื้อหานี้

    เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2568 เวลา 18.00 น. ณ หน้าค่ายสุริยพงษ์ อำเภอเมือง จังหวัดน่าน พลตรีบุญญฤทธิ์ เกษตรเวทิน ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 38 / ผู้อำนวยการศูนย์บรรเทาสาธารณภัย มณฑลทหารบกที่ 38 เป็นประธานตรวจความพร้อมกำลังพล ยานพาหนะ และเครื่องมือ

    เพื่อเตรียมการรับมือกับสถานการณ์อิทธิพลพายุโซนร้อน “คาจิกิ” ซึ่งทวีความรุนแรงขึ้นและคาดว่าจะส่งผลกระทบต่อหลายพื้นที่ของประเทศไทย โดยเฉพาะจังหวัดน่าน อาจก่อให้เกิดฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก

    ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย มณฑลทหารบกที่ 38 ได้จัดกำลัง 60 ชุดปฏิบัติการเข้าประจำพื้นที่ เพื่อช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที โดยมุ่งเน้นการปฏิบัติที่รวดเร็ว รอบคอบ และปลอดภัย รวมถึงการบูรณาการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การช่วยเหลือมีประสิทธิภาพสูงสุด

    การตรวจความพร้อมครั้งนี้ มีหน่วยงานเข้าร่วม ได้แก่ กำลังพลจากมณฑลทหารบกที่ 38, กรมทหารพรานที่ 32, กองพันทหารม้าที่ 10 กรมทหารม้าที่ 2, กองพันทหารม้าที่ 15 กรมทหารม้าที่ 2, กองพลพัฒนาที่ 3, โรงพยาบาลค่ายสุริยพงษ์ และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร จังหวัดน่าน

    พลตรีบุญญฤทธิ์ กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมครั้งนี้ว่า มทบ.38 มีหน่วยรับผิดชอบในพื้นที่โดยตรง หากเกิดสถานการณ์วิกฤต จะต้องรีบเคลื่อนย้ายประชาชนและผู้ป่วยไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราวที่กองพันทหารม้าที่ 2 กรมทหารม้าที่ 15 ซึ่งสามารถรองรับได้กว่า 150 เตียง เพื่อดูแลประชาชนให้ได้รับความปลอดภัยอย่างเร่งด่วน พร้อมย้ำว่าทุกกำลังพลต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ อดทน รอบคอบ และคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นสำคัญ

    พลตรีบุญญฤทธิ์ ยังกล่าวชื่นชมกำลังพลและทุกหน่วยงานที่เข้าร่วม พร้อมยืนยันว่าการเตรียมการครั้งนี้จะสร้างความมั่นใจให้พี่น้องประชาชนจังหวัดน่านว่า หากเกิดภัยพิบัติขึ้น หน่วยงานภาครัฐจะสามารถเข้าถึงพื้นที่และให้ความช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/ร.ต.อ.สถิตย์ ศรีประสม รายงาน

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ขายแอลกอฮอล์ ในวันทางศาสนาได้ กำหนดโซนนิ่ง 5 ตำบลใน อ.เมือง / สภ.ละแมจับกุมผู้ต้องตามหมายจับของ ศาลจังหวัดหลังสวน 1ราย

    แชร์เนื้อหานี้

    ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 ตามที่จังหวัดชุมพร แจ้งให้อำเภอเมืองชุมพร พิจารณากำหนดพื้นที่หรือบริเวณที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว สามารถจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวันมาฆบูชา วันวิสาขบูชา วันอาสาฬหบูชา วันเข้าพรรษา และวันออกพรรษา ตามข้อ 3 ของประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง กำหนดวันห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2568 โดยให้คำนึงถึงสภาพสังคม วัฒนธรรม และประเพณีของพื้นที่ ยุทธศาสตร์ชาติ แผนพัฒนาจังหวัด หรือแผนพัฒนากลุ่มจังหวัด ข้อมูลด้านการท่องเที่ยว เช่น ข้อมูลสถานการณ์พักแรม จำนวนผู้เยี่ยมเยือน รายได้จากผู้เยี่ยมเยือนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ รวมทั้งคำนึงถึงการรักษาความสงบเรียบร้อยภายในพื้นที่เป็นสำคัญ และวิเคราะห์ข้อดีที่จะได้รับและข้อเสียที่อาจจะเกิดขึ้นในทุกมิติ และจัดทำแผนมาตรการป้องกันการกระทำความผิดตามกฎหมาย เพื่อรองรับการกำหนดพื้นที่หรือบริเวณดังกล่าว ตลอดจนรวบรวมข้อมูลต่างๆ ที่จำเป็นต่อการพิจารณากำหนดพื้นที่หรือบริเวณที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวนั้น

    เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 25 สิงหาคม 2568 ที่ห้องประชุมที่ว่าการอำเภอเมืองชุมพร นายเจริญโชค พรหมชุติมา นายอำเภอเมืองชุมพร ได้เชิญคณะกรรมการพิจารณากำหนดพื้นที่หรือบริเวณที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวดังกล่าว เข้าร่วมประชุมเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นรวมทั้งรับฟังข้อเสนอแนะในกรณีดังกล่าวผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วย ผู้แทนจาก สภ.เมืองชุมพร สภ.ปากน้ำชุมพร สภ.บ้านวิสัยเหนือ สาธารณสุข อ.เมืองชุมพร พัฒนาการ อ.เมืองชุมพร ท้องถิ่น อ.เมืองชุมพร ผู้แทนจากเทศบาลเมืองชุมพร เทศบาลเมืองท่ายาง นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดชุมพร ผู้แทนสมาคมโรงแรมจังหวัดชุมพร ประธานหอการค้าจังหวัดชุมพร ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดชุมพร ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดชุมพร ประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านจังหวัดชุมพร ประธานชมรมร้านอาหารจังหวัดชุมพร ผู้แทนสื่อมวลชน และเจ้าหน้าที่ราชการ อ.เมืองชุมพรที่เกี่ยวข้อง

    ที่ประชุมใช้เวลาในการพิจารณาประมาณ 1 ชั่วโมง และมีมติให้กำหนดพื้นที่จำหน่ายแอลกอฮอล์ในวันสำคัญทางศาสนาจำนวน 5 พื้นที่คือ 1.เขตเทศบาลเมืองชุมพร (ต.ท่าตะเภา) 2.ตำบลนาทุ่ง 3.ตำบลนาชะอัง 4.ตำบลท่ายาง และ 5.ตำบลปากน้ำ โดยสถานที่สามารถจำหน่ายแอลกอฮอล์ในสำคัญทางศาสนาทั้ง 5 วัน ในพื้นที่ 5 ตำบล จะต้องเป็นสถานประกอบการที่เปิดให้บรืการในลักษณะที่คล้ายกับสถานบริการ และร้านอาหารจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม ที่ได้รับอนุญาตตาม พ.ร.ฎ.กำหนดพื้นที่ (Zonning), คำสั่ง หน.คสช.ที่ 22/2558, ปว.50 กฎหมายว่าด้วยทะเบียนพาณิชย์

    กฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข กฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข (กรณีที่มีการแสดงมหรสพ การแสดงดนตรี เต้นรำ รำวง รองเง็ง ดิสโกเธค คาราโอเกะ ตู้เพลง หรือการแสดงอื่นๆ ในทำนองเดียวกัน) กฎหมายว่าด้วยภาษีสรรพสามิต กฎหมายว่าด้วยการรักษาความสะอาดและความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง และกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติอนึ่ง ในการลงมติมีกรรมการงดออกเสียง 2 คนคือ นายอำเภอเมืองชุมพร (ประธานการประชุม) และ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดชุมพร ซึ่งอำเภอเมืองชุมพรจะนำมติของที่ประชุมเสนอต่อที่ประชุมในระดับจังหวัดต่อไป

    สภ.ละแมจับกุมผู้ต้องตามหมายจับของ ศาลจังหวัดหลังสวน 1ราย
    ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514
    วันที่ 25 สิงหาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงาน พ.ต.อ.อนันท์ อนุตรเวสารัช ผกก.สภ.ละแม ผู้ต้องหาตามหมายจับของ ศาลจังหวัดหลังสวน จ.153/2568 ลงวันที่ 16 กรกฎาคม 2568 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ยักยอก” มอบหมายให้
    พ.ต.ท.พชร อ่วมทองดี รอง ผกก.ป.สภ.ละแม, พ.ต.ท.สุชาติ สิงหา รอง ผกก.สส.สภ.ละแม, พ.ต.ท.โตษณ พันธุ์ทอง,พ.ต.ท.วรรณโน จิตภิบาล สวป.สภ.ละแม ประกอบด้วย ร.ต.อ.สุชาติ หนูชัยแก้ว รอง สวป.สภ.ละแม,ร.ต.ท.ธรรมนูญ นกเขา, จ.ส.ต.อาทิตย์ อิศเรนทร์. จ.ส.ต.อภิชัย เผือกเกิด
    เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสอบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบ บริเวณหน้าบ้านเลขที่ 36 ม.6 ต.สวนแตง อ.ละแม จว.ชุมพร
    ชุดจับกุมได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาให้ออกสืบสวนจับกุมความผิดต่างๆ ในเขตพื้นที่รับผิดชอบ ในห้วงระดมกวาด ล้างอาชญากรรมระยะแต่วันที่ 18 กรกฎาคม 2568 – 30 กันยายน 2568 จากการสืบสวนและสายลับแจ้งว่า บ้านเลขที่ 239 หมู่ที่ 9 ตำบลละแม อำเภอละแม จังหวัดชุมพร มีพฤติการณ์จำหน่ายยาเสพติดให้กับกลุ่มวัยรุ่นและมักมีกลุ่มวัยรุ่นมา มั่วสุมเสพยาเสพติด จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบมาโดยตลอด และวันนี้ 24 สิงหาคม 2568 เวลาประมาณ 11.00 น.ชุดจับกุมได้รับแจ้งจากสายลับว่าที่บ้านหลังดังกล่าวมีการมั่วสุมจำหน่ายและเสพยาเสพติด จึงได้เดินทางไปตรวจสอบ เมื่อไปถึงบ้านหลังดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้เรียก และแจ้งว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบ ได้พบเจ้าของบ้าน และ นางสาว วัดนาหรือหนู (สงวนนามสกุล) ทราบชื่อภายหลัง อยู่ที่บ้านหลังดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้สอบถามว่ามา ทำอะไร นางสาว รัตนาหรือหนู แจ้งว่าตนเป็นคนดูแลทำความสะอาดบ้าน จากการสังเกตของเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ เห็น นางสาวรัตนาฯ แสดงอาการทำที่มีพิรุธกระวนกระวายตลอดเวลา ต่อมา นางสาวรัตนาฯขอเข้าห้องน้ำอ้างว่าจะขอเปลี่ยนเสื้อผ้า หลังจากที่ผู้ต้องหาออกมาจากห้องน้ำเป็นคนแรกและคนสุดท้ายในเวลานั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ โดย พ.ต.ต.โดษณ พันธุ์ทอง สว.สส.สภ.ละแม เจ้าพนักงาน ปปส.เลขที่ ๖๗๐๓๒๙๐ ได้แสดงบัตร และได้แสดงความบริสุทธิ์ให้ดูจนเป็นที่พอใจ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ขอทำการทดสอบหาสารเสพติดในปัสสาวะเบื้องต้น พบว่าให้ผลบวก (เป็นสีม่วง) แสดงว่ามีสาร เสพติดในตัวอย่างแต่ดูลักษณะท่าทางของผู้ต้องหา ท่าทางมีพิรุธสั่นกลัว ชุดจับกุมเชื่อว่าภายในบ้านอาจมียาเสพติดหรือสิ่งของผิดกฎหมายอื่นซุกซ่อนอยู่หากเนิ่นช้ากว่าจะขอหมายค้นมาทำการตรวจค้นทรัพย์สินซึ่งมีไว้เป็นความผิดอาจถูก โยกย้าย ซุกซ่อน ทำลายทำให้เสื่อมสภาพไปหรือบุคคลที่มีเหตุอันควรสงสัยว่ากระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดหลบซ่อนอยู่ บุคคลนั้นจะหลบหนีไปหรือมีทรัพย์สินได้มาจากการกระทำความผิด หรือได้ใช้ในการกระทำความผิดหรืออาจจะใช้เป็น พยานหลักฐานสิ้นสภาพไปจากเดิมเมื่อแจ้งเหตุแห่งการตรวจค้นให้ผู้ต้องหาทราบ และ พ.ต.ต.โตษณ พันธุ์ทอง ได้แสดงบัตร พร้อมตรวจสอบเอกสารบัตร ปปส.เข้าใจ และพอใจแล้วยินยอมให้ตรวจค้น และนำตรวจค้นตลอด โดย ร.ต.อ.ธนธัช ประเทียบดินทร์ เป็นผู้ตรวจค้น และผู้ต้องหานำตรวจค้น จากการตรวจค้นภายในห้องน้ำที่ผู้ต้องหาเข้าเป็นคนสุดท้ายพบของ กลางข้างต้น สอบถาม ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธและขอให้คำให้การตามข้างต้น จึงได้ตรวจยึดไว้เป็นของกลาง และได้นำตัว ผู้ต้องหามา สภ.ฯ และได้ตรวจเก็บปัสสาวะโดยนำปัสสาวะใส่ขวดปิดฉลาก ระบุชื่อ และเซ็นชื่อกำกับที่ฝ่าขวดเรียบร้อย และ ได้ทำหนังสือส่งโรงพยาบาลละแม เพื่อตรวจผลหาสารเสพติดยืนยันอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งผลการตรวจจากโรงพยาบาลละแม แพทย์ ยืนกันว่าพบสารเสพติดในตัวอย่างปัสสาวะของผู้ต้องหาตามหนังสือข้างต้น จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบ เมื่อผู้ต้องหา ทราบ สิทธิ์ และข้อกล่าวหาดีแล้วให้การรับสารภาพตามรายละเอียดข้างต้น จากนั้นจึงได้นำตัวผู้ต้องหา พร้อมของกลางส่ง พง ส.สภ.ละแม เพื่อดำเนินคดีต่อไป