สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กิจกรรมเพื่อสังคม “Life Vaccine for Social” คณะนักศึกษา หลักสูตรวัคซีนชีวิต เพื่อสังคม สำหรับผู้บริหารระดับสูง รุ่นที่ 1 ได้จัดกิจกรรมดีๆ CSR ภาคเหนือ เป็นครั้งที่ 2

แชร์เนื้อหานี้

กิจกรรมเพื่อสังคม “Life Vaccine for Social” คณะนักศึกษา หลักสูตรวัคซีนชีวิต เพื่อสังคม สำหรับผู้บริหารระดับสูง รุ่นที่ 1 ได้จัดกิจกรรมดีๆ CSR ภาคเหนือ เป็นครั้งที่ 2 โดยมอบอุปกรณ์การศึกษาการกีฬาและทุนการศึกษาให้แก่ นักเรียน

โรงเรียน ตชด.พร้อมมอบถุงยังชีพให้แก่พี่น้องประชาชนที่ขาดโอกาสในพื้นที่จังหวัดสิงห์บุรีและเชียงใหม่ พร้อมมอบสิ่งของบำรุงขวัญให้แก่ทหารอากาศกอง

บิน 41 ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ และ ตำรวจตระเวนชายแดน กก.33 เชียงใหม่ และตำรวจภูธรสิงห์บุรีระหว่างวันที่ 22-25 สิงหาคม 2568

เมื่อวันศุกร์ ที่ 22 - 25 สิงหาคม พ.ศ. 2568 คณะผู้เข้ารับการศึกษาในหลักสูตร “วัคซีนชีวิตเพื่อสังคม (Life Vaccine for Social)” สำหรับผู้บริหารระดับสูง รุ่นที่ 1 นำโดย พล.ต.อ. สมพงษ์ ชิงดวง รองนายกสมาคมตำรวจ/ประธานหลักสูตรฯ นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ นางจุรีภรณ์ เมฆินไกรราช ในฐานะผู้แทนนักศึกษา วชส.1 ร่วมกับ สมาคมตำรวจ, และ บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน)ได้จัดกิจกรรมศึกษาดูงานในพื้นที่ภาคเหนือ ครั้งที่ 2 พร้อมทั้งดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) รุดเยี่ยมให้กำลังใจ บำรุงขวัญมอบถุงยังชีพ และ เครื่องตัดหญ้า เครื่องกีฬา ให้แก่ทหารอากาศ กองบิน 41 ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 33 ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่และตำรวจภูธรสิงห์บุรี พร้อมจัดทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม  โดยการมอบถุงยังชีพให้แก่ชาวบ้านที่ขาดโอกาส พร้อมมอบอุปกรณ์การศึกษา การกีฬา ให้แก่นักเรียนและพี่น้องประชาชนที่ขาดโอกาสในพื้นที่ จ.สิงห์บุรี - จ.เชียงใหม่ รวม 500 ชุด อุปกรณ์การศึกษาการกีฬาทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนยากจน 150 ชุด โดยได้รับการสนับสนุนจากคณะผู้เข้ารับการอบรมวัคซีนชีวิต เพื่อสังคม สำหรับผู้บริหารระดับสูง รุ่นที่ 1 (วชส.1)ทุกๆ ท่าน

ตำรวจภูธรภาค 1 เตือนภัย นักดื่มแอลกอกอฮออล์พึงระวัง พลาดถูกจับ นอนคุก ขึ้นศาล เสียเวลา เสียเงิน เสียประวัติ พร้อมกับแจงข้อกฎหมายและโทษ ที่จะเกิดขึ้น หลังจากเมาแล้วขับ…” ตำรวจภูธร ภาค 1

เตือนประชาชน ที่อยู่หรือเข้ามาทำภารกิจ ในเขตพื้นที่ 9 จังหวัดซึ่งตำรวจภูธรภาค 1 รับผิดชอบ เมาแลัวขับ โดนเป่าเครื่องวัดแอลกอฮอลล์ เสี่ยงติดคุกและถูกปรับเงินพร้อมโทษทางอาญา ยังเช็คตัวอย่างที่กำลังเป็นข่าวดัง….”

พลตำรวจตรี ภัคพงศ์สายอุบล ผู้บังคับการอำนวยการตำรวจภูธรภาค 1 ในฐานะหัวหน้าฝ่ายอำนวยการ ตำรวจภูธรภาค 1 ซึ่งควบคุมงานประชาสัมพันธ์ข่าวและแถลงข่าวเปิดเผยว่า

พลตำรวจโท สุรพลเปรมบุตร ผบช.ภ.1 ได้ มีความห่วงใย ในการขับรถ ของประชาชนซึ่งเดิมแอลกอฮอล์ซึ่งอาจ จะก่อให้เกิดอันตรายแก่ ตนเองและ ประชาชนที่ใช้ ท้องถนนและ พื้นที่ที่เกี่ยวข้องร่วมกัน อาจก่อให้เกิด อันตรายและเสียชีวิตได้

จึงให้ งานประชาสัมพันธ์ ฝอ.5 บก.อก.ภ.1 ดำเนินการประชาสัมพันธ์ในเพจ Facebook ของ ตำรวจภูธรภาค 1 จำนวน 2 เรื่อง คือ1.) 🚨รู้หรือไม่ หากปฏิเสธการเป่าตรวจวัดแอลกอฮอล์ กฎหมายให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่า “เมาแล้วขับ””เมาขับ“ อันตรายถึงชีวิต ผิดกฎหมาย อาจต้องโทษสูงสุด จำคุก 10 ปี 🚨

🌡️ เช็กเลย ปริมาณ ”แอลกอฮอล์“ แค่ไหน = เมาแล้วขับ
▪️ปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเกิน 50 มิลลิกรัม % ( สำหรับบุคคลทั่วไป )
▪️ปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเกิน 20 มิลลิกรัม % ( สำหรับผู้ที่อายุน้อยกว่า 20 ปี หรือ มีใบอนุญาตขับรถชั่วคราว ) 📍กฎหมายเกี่ยวกับเมาแล้วขับ ขับขี่ขณะดื่ม – เมาสุรา

เมาแล้วขับ – กระทำผิดครั้งแรก มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือ ปรับ 5,000 – 20,000 บาทเมาแล้วขับ – หากทำผิดซ้ำ ภายใน 2 ปี นับแต่กระทำผิดครั้งแรก เพิ่มโทษเป็นจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับ 50,000 – 100,000 บาท ( ถูกพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ไม่น้อยกว่า 1 ปี หรือถูกเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ )

เมาแล้วขับ – หากทำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ หรือ เสียชีวิต โทษสูงสุด 10 ปี ปรับ 200,000 บาท เพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ ❗️ทั้งนี้หากต่อสู้ ขัดขวางเจ้าหน้าที่ ❗️

จะเข้าข่ายความผิดฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่ โทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ถ้าใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย โทษจำคุกไม่เกิน 2 ปีหรือปรับไม่เกิน 40,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ ( ป.อาญา ม.138 ) “เมาไม่ขับ“ ด้วยความห่วงใยจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติเมาไม่ขับ #ขับขี่ปลอดภัยสำนักงานตำรวจแห่งชาติRoyalthaipolice

2.) สภ.นครหลวง ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา🚨⛑⛑ สวมหมวกนิรภัย ขับขี่ปลอดภัยในท้องถนน⛑⛑⛑ 👮🚨🪖 ตำรวจ สภ.นครหลวง ร่วมกับนายก อบต.แม่ลา รับมอบหมวกกันน็อก จำนวน 70 ใบ

จากบริษัทโรงผลิตไฟฟ้าเอกชน นิคมนครหลวง เพื่อสนับสนุนโครงการ “ขับขี่ปลอดภัยในท้องถนน” แจกจ่ายให้ประชาชน ขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมสนับสนุนความปลอดภัยบนท้องถนน👮🚨🪖 Cr.#ตำรวจทำดี

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / โครงการป้องกันโรค มือ เท้า ปาก ประจำปี งบประมาณ 2568 งบสนับสนุนจากกองทุนหลักประกันสุขภาพ ต.โนนหัน

แชร์เนื้อหานี้

วันจันทร์ 25 สิงหาคม 2568 เวลา 09.00 น. นายนิโรจน์ แพ่งศรีสาร นายกองค์การบริหารส่วนตำบลโนนหัน กล่าวเปิดงาน โครงการป้องกันโรค มือ เท้า ปาก ประจำงบประมาณ 2568

ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านหนองคลอง กล่าวรายงาน ซึ่งมีวัตถุประสงค์ เพื่อเป็นการส่งเสริมกิจกรรมเฝ้าระวังโรค มือ เท้า ปาก ให้แก่ ครู/ ผู้ดูแลเด็ก ผู้ปกครอง นายนิโรจน์ แพ่งศรีสาร นายกองค์การบริหารส่วนตำบลโนนหัน กล่าวถึงโครงการ ได้รับงบสนับสนุนจากกองทุนหลักประกันสุขภาพตำบลโนนหัน มีวัตถุประสงค์ในการเฝ้าระวังโรค มือ เท้า ปาก

ให้กับผู้ปกครอง บุคคลากร ในสังกัดองค์การบริหารส่วนตำบลโนนหัน และประชาชนทั่วไป ซึ่งเป็นโรคติดต่อในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก และอบรมความรู้เรื่องการเฝ้าระวังในครั้งนี้ มีกิจกรรมฝึกปฏิบัติทักษะการล้างมือที่ถูกวิธี
นางสาวณัฐริกา ทาเชาว์

ผู้อำนวยการกองการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม กล่าวขอบคุณผู้ปกครอง และเด็กในศูนย์พัฒนาจำนวน 60 คน ที่พาบุตรหลานร่วมกิจกรรมฯครั้งนี้
ผู้มีเกียรติ ทั้งท้องที่ และท้องถิ่น ร่วมงานครั้งนี้ เช่น

นายสันติ แก้วมูลตรี รองนายก อบต โนนหัน-นายกิตพศ นามนัย เลขานุการนายก อบต โนนหัน-นางขนิษฐา เลิศอุดมโชค ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมประจำตำบลโนนหัน-นางสาวจตุรภัทร จันหา รองปลัด อ.บ.ต.โนนหัน
-นางสาวณัฐริกา ทาเชาว์ ผู้อำนวยการกองการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
-นางสาวรุ่งศริ ภูมิคอนสาร

นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ โครงการป้องกันโรค มือ เท้า ปาก มีการฝึกทักษะการล้างมือที่ถูกต้องแก่ผู้ปกครองและเด็ก ร่วมกันทำความสะอาด อาคาร สถานที่อุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้ และของเล่นต่างๆ ภายในศูนย์ ณ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านหนองคอง

ขอนแก่นเมืองหัตกรรมโลกแห่งผ้ามัดหมี่สื่อรัฐทีวี/สื่อรัฐนิวส์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตร.ภูธรภาค 5 แถลงผลการสืบสวนจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายสำคัญ ของ ภ.จว.ลำปาง และ ภ.จว.น่าน

แชร์เนื้อหานี้

วันจันทร์ที่ 25 สิงหาคม 2568 เวลา 11.00 น.พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 เป็นประธานการแถลงผลการปฏิบัติคดีรายสำคัญ ของ สภ.แม่พริก จว.ลำปาง และ สภ.เวียงสา จว.น่าน ดังนี้

  1. วันที่ 23 ส.ค.68 – สภ.แม่พริก จว.ลำปาง ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จับกุมผู้ต้องหา 2 คน, รถยนต์บรรทุก 1 คัน พร้อมของกลาง ยาบ้า จำนวน 8,000,000 เม็ด
  2. วันที่ 24 ส.ค.68 – สภ.เวียงสา จว.น่าน ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจับกุมผู้ต้องหา จำนวน 2 คน, รถยนต์กระบะ 1 คัน พร้อมของกลาง ยาบ้า จำนวน 200,000 เม็ด

โดยมี พล.ต.ต.ภูมิปัญญา นวตระกูลพิสุทธิ์ ผบก.ภ.จว.ลำปาง, พล.ต.ต.วรพงศ์ คำลือ ผบก.สส.ภ.5 , น.ส.นิตยา พงษ์พาณิช รอง ผวจ.ลำปาง, พ.อ.กวิน ยาวิชัย รอง ผบ.มทบ.32, พ.อ.สันทัด ภัทรกิตตินนท์ ผู้แทน กอ.รมน.ลำปาง, ผู้แทน ผอ.ปปส.ภาค 5, รอง ผบก.ภ.จว.ลำปาง, รอง ผบก.ภ.จว.น่าน, ผกก.สภ.แม่พริก, ผกก.สภ.เวียงสา ร่วมแถลงผลการจับกุม

ณ ลานแถลงข่าวตำรวจภูธรจังหวัดลำปาง ถ.ลำปาง – แจ้ห่ม ต.ต้นธงชัย อ.เมืองลำปาง จว.ลำปางสรุปผลการจับกุมยาเสพติด ของ ตำรวจฎธรภาค 5 ห้วงตั้งแต่ 1 ต.ค.67 – 24 ส.ค.68จับกุมคดียาเสพติด จำนวน 22,734คดีรายสำคัญ 232 คดี
ยึดของกลางยาเสพติด

ยาบ้า 240 ล้านเม็ดเศษ ไอซ์ 11,400 กิโลกรัมเศษ เฮโรอีน 197 กิโลกรัมเศษเคตามีน 1,840 กิโลกรัมเศษ ฝิ่น 155 กิโลกรัมเศษ ตรวจยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับยาเสพติด ประมาณ 1,130 ล้านบาทเศษ….

สมจิตร แสงบันลังค์ รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตำรวจทางหลวง รวบหนุ่มเมียนมา ลักลอบขนแรงงานเถื่อน อัดแน่นกระบะ 13 ชีวิต

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันที่ 24 สิงหาคม 2568 ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก., พล.ต.ต.คงกฤช เลิศสิทธิกุล ผบก.ทล., พ.ต.อ.แมน เม่นแย้ม, พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น รอง ผบก.ป. ปฏิบัติราชกาา บก.ทล., พ.ต.อ.ภคพล สุชล ผกก.2 บก.ทล., พ.ต.ท.อุดมศักดิ์ สุวรรณแสง, พ.ต.ท.ณรงค์ฤทธิ์ งามแฉ่ง รอง ผกก.2 บก.ทล.

 เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ท.กล้า  สมบัติพิบูลย์ สว.ส.ทล.4 กก.2 บก.ทล., ร.ต.อ.ชรัณ ปาณะศรี รอง สว. ส.ทล.4 กก.2 บก.ทล., ด.ต.วงศ์วริศ ทรัพย์คนาสกุล ผบ.หมู่ ส.ทล.4 กก.2 บก.ทล., จ.ส.ต.สราวุธ กรรณสุรางค์ ผบ.หมู่ ส.ทล.4 กก.2 บก.ทล.,
สถานที่จับกุม บริเวณเหตุเกิด ทล.41 (เอเชีย) กม.24 ต.ครน อ.สวี จ.ชุมพร     ร่วมกันจับกุมตัว  1. นายจอ ตู ยะ อายุ 42 ปี เชื้อชาติ มอญ  สัญชาติ เมียนมา 2. บุคคลต่างด้าวสัญชาติ เมียนมา ชาย 7 คน หญิง 6 คน รวมทั้งหมด 13 คน  พร้อมยึดของกลาง 1 รถยนต์ส่วนบุคคล ยี่ห้อ MAZDA สีเทา   2. โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อ OPPO หมายเลขโทรศัพท์ (ซิม2)

วันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ.68 เวลา 05 : 55 น. น. ขณะเจ้าหน้าที่รวจทางหลวงชุมพร ขับรถวิทยุ 2408 ออกตรวจบนถนนเอเชีย (ทล.41) กม.24 ต.ครน อ.สวี เจอรถมาสด้า สีเทา ทะเบียน ผก 4743 นครปฐม ขับแซงขึ้นมาช่องขวา กระจกติดฟิล์มทึบ และท้ายรถปิดคลุมมิดชิด จึงใช้ไฟฉายส่อง พบมีคนนั่งเต็มคัน
เจ้าหน้าที่จึงเรียกตรวจ พบผู้ขับคือ นายจอ ตู ยะ ชาวเมียนมา ภายในรถมีแรงงานต่างด้าวเพื่อนร่วมชาติ 13 คน (ชาย 7 หญิง 6) ไม่มีเอกสารอนุญาตเข้าประเทศ จึงควบคุมตัวทั้งหมดมาที่ ส.ทล.4 กก.2 บก.ทล.

สอบสวน นายจอ ตู ยะ รับสารภาพว่าได้รับการว่าจ้างจากนายหน้าคนมอญในชุมพร ติดต่อผ่านเบอร์โทร ให้ไปรับแรงงานต่างด้าวที่ ต.ขุนกระทิง อ.เมือง ชุมพร ช่วงตี 2 วันที่ 24 ส.ค. 68 แล้วจะขนไปส่งปลายทาง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยได้ค่าจ้าง 12,000 บาท

ตำรวจจึงแจ้งข้อหา “ให้ที่พักพิง ซ่อนเร้น หรือช่วยเหลือคนต่างด้าวที่เข้ามาโดยผิดกฎหมาย” ในความผิดฐาน ผู้ใดรู้ว่าคนต่างด้าวคนใด เข้ามาในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืนพระราชบัญญัตินี้ ให้เข้าพักอาศัย ซ่อนเร้น หรือช่วยด้วยประการใด ๆ เพื่อให้คนต่างด้าวนั้นพ้นจากการจับกุม, เป็นบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอานาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนส่งตัวผู้ต้องหา พร้อมแรงงานต่างด้าว และรถของกลาง ให้พนักงานสอบสวน สภ.สวี ดำเนินคดีตามกฎหมาย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ก๊วนกอล์ฟชุมพรระดมทุนสร้างศาลาพลับพลาพิธี มทบ.44 ได้ยอดบริจาครวม 336,180 บาท

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 เมื่อช่วงค่ำวันที่ 23 สิงหาคม 2568 ณ คลับเฮ้าส์ สนามกอล์ฟ ค่ายเขตอุดมศักดิ์ มณฑลทหารบกที่ 44 (มทบ.44) จังหวัดชุมพร มีพิธีมอบรางวัลการแข่งขันกอล์ฟการกุศลชิงถ้วยรางวัลแม่ทัพภาคที่ 4 และผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อระดมทุนสร้างศาลาพลับพลาพิธีประจำค่ายเขตอุดมศักดิ์ พลตรีสมคิด ชูเผือก ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 44 (ผบ.มทบ.44) เป็น

ประธานในพิธี พร้อมด้วยนางณัฐวรรณ ฉายะบุตร ประธานจริยธรรมจังหวัดชุมพร และนักธุรกิจชื่อดังในพื้นที่เข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง ภายในงานมีผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคเงินสมทบทุนสร้างศาลาพลับพลาฯ ดังนี้:

นางณัฐวรรณ ฉายะบุตร ประธานจริยธรรมจังหวัดชุมพร มอบเงิน 100,000 บาทนายนิษกัณฐ์ ยังสุข โดยมีนายนันพิพัฒน์ ดวงธิราช เป็นผู้แทนมอบเงิน 100,000 บาทดร.ธน บุญเกิด

โดยมีนายสุธานน บุญเกิด เป็นผู้แทนมอบเงิน 36,180 บาทโปรอวย ศิริธร นาแพง มอบเงิน 60,000 บาทนายอนุวัติ วัชรพงษ์ เจ้าของบริษัท อีซูซุสุพรภัณฑ์ชุมพร จำกัด มอบเงิน 20,000 บาทนายสรไกร เมืองเทียน มอบเงิน 10,000 บาท

นายภาคย์ นวษุกร มอบเงิน 10,000 บาท ยอดบริจาคในครั้งนี้รวมทั้งสิ้น 336,180 บาท ซึ่งจะถูกนำไปใช้ในการก่อสร้างศาลาพลับพลาพิธีเพื่อประโยชน์ของค่ายเขตอุดมศักดิ์และชุมชนต่อไป

พลตรีสมคิด ชูเผือก ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 44 เปิดเผยว่า ในวันนี้ได้เห็นบรรยากาศนักกอล์ฟอยู่ในกิจกรรมจนวินาทีสุดท้ายถือว่าทุกท่านทุกคนให้ความเป็นกันเองกับ มทบ.44 บรรยากาศมีความอบอุ่นมาก และในโอกาสครั้งต่อๆไปคง

จะได้มีโอกาสจัดงานในลักษณะนี้อีก แล้วหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความร่วมมือจากนักกอล์ฟในจังหวัดชุมพร จังหวัดระนอง จังหวัดสุราษฎร์ธานี จังหวัดพัทลุงแล้วก็จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

มาให้มากยิ่งขึ้นไป ในวันนี้ประสบความสำเร็จที่ได้ร่วมมือร่วมแรงร่วมใจจากกำลังพลและครอบครัวของมณฑลทหารบกที่ 44 แล้วก็นักกอล์ฟทุกท่านที่ได้มาร่วมกันในวันนี้ขอขอบคุณมากๆครับผม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เวทีเอฟเคไอไอ.ฟอรั่ม“ฟันธงเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์คือคานงัดศักยภาพใหม่ประเทศไทยสู่ “เศรษฐกิจเอไอ.”(AI Economy)และรัฐบาลเอไอ.(AI Government)

แชร์เนื้อหานี้

สถาบันเอฟเคไอไอไทยแลนด์ (Field for Knowledge Integration and Innovation:FKI Thailand) โดย นายอลงกรณ์ พลบุตร ประธานสถาบัน FKII Thailand และ นายชยดิฐ หุตานุวัชร์ประธานสถาบันทิวา และผู้อำนวยการสถาบัน FKII Thailand จัดงานสัมมนาFKII National Forum ในหัวข้อ “AI Thailand: อัปเกรดศักยภาพประเทศไทย” โดยเน้นย้ำถึงบทบาทของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการขับเคลื่อนประเทศให้ก้าวข้ามความท้าทายทางเศรษฐกิจ สังคม และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันบนเวทีโลก จากผู้ทรงคุณวุฒิและผู้ประกอบการหลากหลายภาคส่วนนายอลงกรณ์ พลบุตร ประธานสถาบัน FKI Thailand และรองประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคประชาธิปัตย์ได้เน้นย้ำว่า เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์( AI Technology )คือคานงัดสร้างจุดหักเห(Turning Point)สู่การเป็นเอไอ. ไทยแลนด์ (AI Thailand) ซึ่งจะสร้างศักยภาพใหม่และระบบเศรษฐกิจใหม่ที่เรียกว่าระบบเศรษฐกิจเอไอ.(AI Economy)ให้ประเทศไทยสามารถแก้ปัญหาหลักๆเช่น ปัญหาขีดความสามารถในการแข่งขันประสิทธิภาพภาครัฐ-ภาคเอกชน ความเหลื่อมล้ำ การคอรัปชัน เศรษฐกิจโตต่ำโตช้า หนี้สาธารณะ หนี้ครัวเรือนและการขาดดุลงบประมาณเรื้อรังพร้อมกับก้าวพ้นกับดักประเทศรายได้ปานกลางสู่ประเทศรายได้สูง“เอไอ. เทคโนโลยีดิจิตอลและระบอัโมัติ(Automation)เป็นเครื่องมือสร้างศักยภาพใหม่ในทุกภาคส่วนเช่น รัฐบาลเไอ. (AI Government) เอไอ.การศึกษา (AI Education) เอไอ.พาณิชย์(AI Commerce) เอไอ.การคลัง (AI Finance) เอไอ.อุตสาหกรรม (AI Industry) เอไอ.เกษตรกรรม (AI Agriculture) เอไอ.การท่องเที่ยว (AI Tourism) ฯลฯ ไปจนถึงการป้องกันและปราบปรามการทุจริต และการพัฒนานโยบายสาธารณะ“ นายอลงกรณ์ยังได้ยกตัวอย่างหลายประเทศที่ปรับเปลี่ยน(Transformation)ศักยภาพประเทศใหม่โดยใช้AIและเทคโนโลยีดิจิตอล เช่นประเทศเดนมาร์กจัดตั้งAgency for Digital Government จนประสบความสำเร็จได้รับการจัดอันดับ1ของโลกในด้านรัฐบาลดิจิตอลประเทศเกาหลีใต้สร้างโครงสร้างเครือข่ายGovernment Superhighway Network (GSN)บริการภาครัฐอย่างทั่วถึง ประเทศเอสโตเนียเปิดบริการภาครัฐออนไลน์ 99%ตลอด 24 ชั่วโมง ประเทศสิงคโปร์อัพเกรด70% ระบบราชการบนคลาวด์และทุกกระทรวงใช้เทคโนโลยี AI จนได้ฉายาว่า” Smart Nation”สหราชอาณาจักรจัดตั้งความร่วมมือภาครัฐภาคเอกชนภายใต้โครงการ”Digital Skills Partnership“ สำหรับประเทศไทยต้องปรับตัวเร่งมือให้ทันต่อการพัฒนาAIและเทคโนโลยีดิจิตอลที่พัฒนาอย่างก้าวกระโดดจากAI สู่Generative AI , Agentic AIและปีนี้AGI (Artificial General Intelligence)มาแล้วหากเราตื่นรู้ตื่นตัวทันสามารถใช้เทคโนโลยีนี้เพิ่มเศรษฐกิจดิจิตอลให้มีสัดส่วน 30% ของ GDP ภายในปี 2570ขณะเดียวกันก็ต้องเร่งออกกฎหมายส่งเสริมและกำกับเอไอ.ให้ทันภายในปีนี้ด้วยในขณะที่นายชยดิฐ หุตานุวัชร์ ผู้อำนวยการสถาบันเอฟเคไอไอ.และประธานสถาบันทิวาได้ฉายภาพความผันผวนของโลก (Global Storm) ทั้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ สังคมสูงวัย ปัญหาโลกร้อน และการแข่งขันด้านเทคโนโลยีที่รุนแรง โดยเฉพาะการเร่งพัฒนา AI ของจีนและสหรัฐอเมริกา ดังนั้น FKI Thailand ซึ่งย่อมาจาก “Field for Knowledge Integration and Innovation” ที่ดำเนินงานแบบไม่แสวงหาผลกำไร มุ่งเน้นการยกระดับประเทศผ่านองค์ความรู้และนวัตกรรม ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ เช่น National Dialogue, National Forum และ Study Tripเป็นต้น ซึ่ง FKII Thailand เน้นย้ำที่ 5 จุดแข็งและนวัตกรรมที่ประเทศไทยควรโฟกัส ได้แก่ 1) Forest & Farm 2) Food Safety & Security 3)Longevity 4) AI Innovation และ 5) Soft Powerโดยระบุว่า “AI ไม่ใช่ยาวิเศษ แต่เป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ทรงพลังมาก” ในการแก้ปัญหาและพัฒนาประเทศ“AI พัฒนามาอย่างยาวนานเพื่อเป็นเครื่องมือในการเปลี่ยนโลก เครื่องมืออัพเกรดศักยภาพประเทศและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน
ในทุกมิติทั้งด้านภาคธุรกิจ ภาคประชาสังคม และภาครัฐ อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จนี้ขึ้นอยู่กับความร่วมมือของทุกภาคส่วน โดยเฉพาะภาครัฐเป็นผู้อำนวยความสะดวก การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน การจัดการข้อมูล และการออกกฎหมายที่ส่งเสริมและกำกับดูแลอย่างสมดุล รวมถึงภาคเอกชนในการปรับตัวและลงทุนใน AI โดยเฉพาะกลุ่ม SME และการพัฒนาบุคลากร AI ของไทยให้พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้ทั้งนี้ FKII Thailand จะเป็นจุดเริ่มต้นในการเป็นคลังความคิดภาคประชาสังคมที่สะท้อนปัญหาและระบุแนวทางการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ รวมทั้งอุปสรรคในการประกอบธุรกิจของผู้ประกอบการไทยไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศให้เติบโตได้อย่างยั่งยืนต่อไป”

ด้าน รศ.ดร.ชิต เหล่าวัฒนา ประธานคณะกรรมการ Robotics และ AI หอการค้าไทย เปิดเผยว่า “ขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยที่ลดลงอย่างน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะในกลุ่ม SME และ Micro Enterprise ซึ่งเป็นฐานรากสำคัญของเศรษฐกิจ โดยชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการยกระดับจากการ “Being Digital” ไปสู่ “Being Digital-Driven” โดยต้องคำนึงถึง “Human Loop” ในระบบ AI เพื่อป้องกันปัญหา AI คุยกันเอง และเตือนถึงความเสี่ยงด้าน Cyber Security โดยเฉพาะ Ransomware ที่อาจมาพร้อมกับการนำ AI มาใช้ ดังนั้น จึงเรียกร้องให้ภาครัฐทำหน้าที่เป็น Enabler หรือ Facilitator มากกว่าเป็นController และเสนอมาตรการสนับสนุนด้านภาษีและการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐเพื่อสร้างโอกาสให้บริษัท AI ของไทย นอกจากนี้ได้เสนอผลการศึกษาที่ระบุว่าโรงงานที่ลงทุนใน AI สามารถเพิ่ม Productivity ได้ถึง 32-40%”
 ทางด้านดร.ชาญวิทย์ บุญช่วย นายกสมาคมผู้ประกอบการปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย (AIEAT) ได้เปิดเผยว่า “ปัจจุบันขนาดของตลาด AI ในไทยที่อยู่ประมาณ 40,000-50,000 ล้านบาท และคาดว่าจะเติบโตขึ้น 3 เท่าในอีก 5 ปีข้างหน้า อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยยังมีบริษัทที่พัฒนา AI จริง ๆ ไม่ถึง 100 แห่ง ซึ่งน้อยกว่าเวียดนามและสิงคโปร์เป็นอย่างมาก แม้ว่าประเทศไทยไม่ได้เป็นผู้นำในการสร้าง AI โมเดลพื้นฐาน (Base Model) แต่มีศักยภาพในการพัฒนา Domain-Specific AI เช่น AI ด้านการเกษตร, การแพทย์, หรือภาษาไทย. โดยเน้นย้ำว่า AI จะเข้ามาแทนที่งานบางประเภท แต่จะสร้าง “อุตสาหกรรมใหม่ ๆ” และงานใหม่ ๆ ขึ้นมา นอกจากนี้ ขอเตือนถึงความเสี่ยงจากการใช้ LLM ของต่างประเทศ โดยเฉพาะประเด็น “อธิปไตยข้อมูล” (Data Sovereignty) และเสนอให้ภาครัฐจัดการข้อมูลอย่างเหมาะสม ไม่เปิดเผยทั้งหมด และให้โอกาสคนไทยเป็นหุ้นส่วนในการพัฒนา”

ส่วนนายอาศิสกานต์ ศรีลาธมาตย์ Chief Executive Officer บริษัท ซอร์สโค้ด จำกัด และ บริษัท แคส ค็อกไนเซอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับ นายคเชนทร์ สิทธิโชค Chief Technology Officer (CTO) ได้นำเสนอตัวอย่างการประยุกต์ใช้ AI ในภาคอุตสาหกรรม (Industry 4.0) เพื่อเพิ่มผลผลิตและลดต้นทุน โดยครอบคลุม 4 ด้านหลัก ได้แก่1) Smart Design: AI ช่วยในการออกแบบลดระยะเวลาจาก 3 เดือนเหลือ 1 เดือน (เพิ่มประสิทธิภาพ 200%) เช่น ในอุตสาหกรรมต่อเรือ2) Digital Manufacturing: การนำ IoT มาใช้เพื่อดึงข้อมูลจากเครื่องจักรแบบ Real-time และใช้ AI ตรวจสอบกระบวนการผลิต ลดความสูญเสีย
3) Intelligent Equipment: การใช้หุ่นยนต์ (Robotics) ในการผลิต เช่น การเชื่อมโลหะ และใช้ AI ตรวจสอบคุณภาพงาน ทำให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพสม่ำเสมอ4) Safety & Security: ใช้ AI ในการเฝ้าระวังกิจกรรมต่าง ๆ ในโรงงาน เช่น การวางสินค้าในพื้นที่อันตราย การสูบบุหรี่ หรือการไม่สวมเครื่องแบบ ช่วยป้องกันเหตุการณ์ร้ายก่อนที่จะเกิดขึ้น.สำหรับนายพุทธิพงษ์ สิริโชดก Chief AI Innovate Committee จาก Max Up AI Innovate Co., Ltd.นำเสนอแนวคิด AI Commerce ที่จะก้าวข้ามยุค E-commerce โดยเปิดเผยว่า “ปัจจุบันมีการค้นหาข้อมูลใน AI Search Engine สูงถึง 30 ล้านครั้งต่อวัน และ 10% ของการค้นหานั้นเกี่ยวข้องกับสินค้าและบริการ ซึ่ง AI จะเข้ามาเป็น ผู้ช่วยส่วนตัว (Assistant) ในการช้อปปิ้ง ค้นหาสินค้าจากหลากหลายแหล่ง และยังผลักดัน AI Affiliate ซึ่ง AI จะช่วยแนะนำสินค้าและคำนวณคะแนน Affiliate ให้กับผู้แนะนำโดยอัตโนมัติ นี่คือโอกาสสำหรับผู้ประกอบการไทยในการสร้างอธิปไตยทางเศรษฐกิจและข้อมูลกลับมาสู่ประเทศไทย ทางด้านนายสุทัศน์ สุระกุล Chief Technology Officerบริษัท วีทูเอส มาร์เก็ตติ้ง จำกัด สรุปถึงประโยชน์ของการนำ AI มาใช้ในธุรกิจจริง โดยมุ่งเน้น 3 ข้อหลัก ดังนี้
1) ลดต้นทุน: โดยเฉพาะต้นทุนด้านพนักงานและงานซ้ำซ้อน ลดได้ 30-90%
2) ทำงานได้เร็วขึ้น: AI Chatbot สามารถตอบลูกค้าได้เร็วขึ้น 20 เท่า (จาก 15 นาทีเหลือ 20วินาที) และเพิ่มยอดขายได้ถึง 50%
3) เพิ่มยอดขาย: การขยายธุรกิจทำได้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้องเพิ่มต้นทุนคน. ท่านยังได้แสดงตัวอย่างการทำงานของ AI Personal Assistant ที่สามารถจัดการอีเมล, สรุปเอกสาร, สรุปวิดีโอ YouTube และจัดการนัดหมายต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว.

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สมการรอคอย!มงลง “วีนา” มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์2025 ตัวแทนสาวไทย ชิงมงจักรวาล “Miss Universe” ครั้งที่ 74 ปลายปีนี้

แชร์เนื้อหานี้

23 สิงหาคม 2568 กรุงเทพฯ : นับเป็นค่ำคืนที่แสงระยิบระยับเมื่อ บริษัท มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MGI ผู้ถือสิทธิ์ในการจัดประกวด “Miss Universe Thailand” โดย คุณณวัฒน์ อิสรไกรศีล ประธานกองประกวด Miss Universe Thailand & Vice President of Miss Universe Asiana จัดการประกวดรอบตัดสิน (Final Competition)

มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2025 ( Miss Universe Thailand 2025) ณ MGI Hall ชั้น 6 ศูนย์การค้า Bravo BKK พระราม 9 โดยมีคณะกรรมการ แขกผู้มีเกียรติ เหล่าซุป’ตาร์ตัวแม่ในสังกัด MGI เดินพรมแดงเข้างาน THE NEW ERA Celebrations: Red Carpet with MGI STARS! อาทิ อิงฟ้า วราหะ ,ชาล็อต ออสติน , อุ้ม-มีนา , หลิน-ใบมิ้นท์ ฯลฯ รวมถึง ฟ้าใส ปวีณสุดา ดรูอิ้น ฯลฯ และทัพ

สื่อมวลชน เข้าร่วมงาน รวมถึงที่กำลังรับชมผ่านทาง Youtube Live : Grand TV
ความตื้นเต้นเริ่มต้นขึ้นและเรียกเสียงเชียร์เต็มฮอลล์ เมื่อกองประกวดฯเปิดฉากด้วยโอเพนนิ่งโชว์ เปิดตัว 77 สาวงามตัวแทนจาก 77 จังหวัด เต็มไปด้วยความสนุกสนาน แสง สี เสียง โปรดักชั่นของเวทีที่ระดับบอสณวัฒน์ไม่เคยทำให้แฟนนางงามผิดหวัง อลังการงานละเอียด โดยมี แมทธิว ดีน และ นาตาลี เกลโบว่า Miss Universe 2005 รับหน้าที่พิธีกร

ต่อมา พิธีกรได้ประกาศรางวัลชุดประจำชาติยอดเยี่ยม (Best National Costume) ได้แก่ MUTจันทบุรี “เฟนิษ ณิชารีย์ ชิงดวง” ได้รับเงินรางวัล 100,000 บาท และรองชนะเลิศชุดประจำชาติยอดเยี่ยม ได้แก่ MUT กรุงเทพมหานคร ภูเก็ต พิจิตร นราธิวาส ได้รับเงินรางวัล 30,000 บาท ตามด้วยรางวัล นางงามผู้เปล่งประกายด้วยความพยายาม ได้แก่ MUTสระแก้ว “แตงกวา อภิรตา พุทธชัย” ได้รับเงินรางวัล 30,000 บาท

รางวัล Best Tiktok Content Creator By Numju Rachi ได้แก่ MUT กรุงเทพมหานคร “แพรววณิชยฐ์ เรืองทอง” ได้รับเงินรางวัล 50,000 บาท รางวัล นางงามผิวสวยออร่า By Numju Rachi ได้แก่ MUT สระบุรี “วีนา ปวีนา ซิงห์” ได้รับเงินรางวัล 50,000 บาท รางวัล KATHY POWER OF UNIVERSE ได้แก่ MUTสระบุรี “วีนา ปวีณา ซิงห์” ได้รับเงินรางวัล 100,000 บาท
รางวัล Miss Beleaf Natural ได้แก่ MUTปทุมธานี อมองดีน กลาสเซต์ ได้รับเงินรางวัล100,000 บาท รางวัล Friend of Glass Skin ได้แก่ MUTสระบุรี “วีนา ปวีนา ซิงห์” ได้รับเงินรางวัล100,000 บาท

จากนั้นพิธีกรประกาศ 18 คนสุดท้าย โดยผู้ที่เข้ารอบอัตโนมัติจากการเป็นผู้ชนะในแคมเปญดังนี้ รางวัล Best Seller Award ได้แก่ MUTสระบุรี แคมเปญ Inspire U to The Universe ได้แก่ สุราษฏร์ธานี “ขิง ชุติกาญจน์ สุวรรณโคตร” และรางวัล Miss Popular Vote ได้แก่ MUTกรุงเทพมหานคร ตามด้วยนางงามที่เข้ารอบ 18 คนสุดท้าย ได้แก่ MUTนครนายก เชียงใหม่ นครศรีธรรมราช พังงา ภูเก็ต สงขลา สมุทรสงคราม สุพรรณบุรี สมุทรปราการ นครปฐม ขอนแก่น ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี ปทุมธานี ลพบุรี

ตามด้วยการอวดโฉมสาวงาม 18 คนที่เข้ารอบ ในชุดว่ายน้ำ ต่างจัดเพอร์ฟอร์แมนซ์ แบบไม่มีกั๊ก รางวัลชุดว่ายน้ำยอดเยี่ยม ได้แก่ MUTกรุงเทพมหานคร “แพรววณิชยฐ์ เรืองทอง”
แต่ละวินาทีตื่นเต้นขึ้นเรื่อยๆเมื่อพิธีกรประกาศผลผู้ที่เข้ารอบ TOP 10 ได้แก่ MUTปทุมธานี ภูเก็ต สุพรรณบุรี ลพบุรี นครนายก สระบุรี นครศรีธรรมราช พังงา กรุงเทพมหานคร สงขลา

และประกาศรางวัล “Best in Evening Gown” presented by Janua (น้ำหอมแจนยัวร์) ได้แก่ MUTลพบุรี “เจ้าหญิง สุมิตา คุมาประโคน” รางวัล Miss Photogenic Award Presented by Aura Rich ได้แก่ MUTอุตรดิตถ์ “ ยีนส์ พิชญาวี โยโกยาม่า” ตามด้วยการประกวดชุดราตรี พร้อมโชว์พิเศษจากศิลปิน เจมีไนน์ – โฟร์ท กับเพลง หนึ่งในร้อย เรียกเสียงกรี๊ดสนั่นฮอลล์ พิธีกรประกาศ TOP 5 ได้แก่ MUTสระบุรี ปทุมธานี กรุงเทพมหานคร ภูเก็ต และ นครศรีธรรมราช ทำให้อีก 5 สาวงาม สุพรรณบุรี ลพบุรี นครนายก พังงา สงขลา รั้งตำแหน่งรองอันดับ 5 ทันที

พิธีกรนำเข้าสู่รอบตอบคำถามโดยค่ำคืนสุดพิเศษสิ้นสุดลงเมื่อพิธีกรประกาศผล TOP 3 ท่ามกลางเสียงเชียร์ที่มีทั้งผู้ที่ผิดหวังและสมหวัง โดยสาวงามผู้เข้ารอบสุดท้ายนี้ ได้แก่ MUTภูเก็ต MUT กรุงเทพมหานคร และ MUTสระบุรี ส่งผลให้ MUTนครศรีธรรมราช และ ปทุมธานี ดำรงตำแหน่งรองอันดับ 3

ทั้ง 3 สาวเดินเฉิดฉายอีกครั้งเป็นรอบสุดท้าย พร้อมตอบคำถามและวินาทีสำคัญที่ทำให้ทั้งฮอลล์แทบหยุดหายใจ เมื่อพิธีกรได้ประกาศผู้ได้ครองมงกุฏมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2025( Miss Universe Thailand 2025) ได้แก่ MUTสระบุรี “วีนา ปวีนา ซิงห์” คว้ามงกุฎ “The Shining of the New Era” ประกายแห่งการกำเนิดใหม่ของจักรวาล” มูลค่า 1,500,000 บาท ให้เกียรติสวมมงกุฎโดย นาตาลี เกลโบว่า มิสยูนิเวิร์ส 2005 และรับเงินสดมูลค่า 2,000,000 บาท

รวมถึงรางวัลจากผู้สนับสนุนอีกมากมาย โดย วีนา มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2025 ( Miss Universe Thailand 2025) จะเป็นตัวแทนประเทศไทยในการประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2025 (Miss Universe 2025) ที่จะจัดขึ้นที่ประเทศไทย ในปลายปี 2568 นี้ ตำแหน่งรองอันดับ 1 มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2025 ได้แก่ MUT กรุงเทพมหานคร แพรววณิชยฐ์ เรืองทอง

รองอันดับ 2 มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2025 ได้แก่ MUTภูเก็ต อเดล นฤมล พิมพ์ภักดีรับชมจัดการแข่งขันรอบตัดสิน (Final Competition) Miss Universe Thailand 2025 : The New Era ย้อนหลังได้ที่ Youtube : Grand TV
ติดตามทุกความเคลื่อนไหวของกองประกวดฯ

ที่จะพาทุกท่านไปสู่จักรวาล
ได้ในช่องทาง Facebook : Miss Universe Thailand
Instagram @missuniversethailand / X : @missu_thailand / TikTok : @officialmuthTheNewEraofMUT #MissUniverseThailand #MissUniverseThailand2025 #MGIxMUT

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ศป.ปส.อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น “ปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด No Drugs No Dealers ผลึกกำลังชุมชนปลอดยาเสพติด จับกุมผู้ค้าผู้เสพ”

แชร์เนื้อหานี้

วันศุกร์ ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ.2568 ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลโนนหัน อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ได้จัดโครงการ ฟ.ฟันยิ้มสวย กองทุนหลักประกันสุขภาพนายบุญส่ง ทองมูล นายกเทศมนตรีตำบลโนนหัน เป็นประธานในพิธี

พร้อมด้วย นายอัมรินทร์ อารัมภวิโรจน์ รองนายกเทศมนตรีตำบลโนนหัน
นายณัฐวุฒิ วิเศษวงษา ผู้อำนวยการสถานศึกษา
นายประจวบ ดีบุญมี ณ ชุมแพ ประธานกรรมการสถานศึกษา
นายณัฐวุฒิ เเสงสว่าง สมาชิกสภาเทศบาล/กรรมการสถานศึกษา

รวมถึงปลัดเทศบาล รองปลัดเทศบาล หัวหน้าฝ่าย เเละได้รับความรู้จาก
วิทยากร นางสาวกัญญารัตน์ สอนเวียง เจ้าพนักงานทันตสาธารณสุขปฏิบัติงาน
เเละผู้ปกครองเด็กนักเรียนศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก เป็นการอบรมให้ความรู้ในเรื่องการดูเเลสุภาพในช่องปากเเละเคลือบฟลูออไรด์วานิชให้กับเด็กนักเรียน

สื่อรัฐทีวี /สื่อรัฐนิวส์

วันที่ 21 สิงหาคม 2568 ตัั้งแต่เวลา 11.30 น. นางสาวอ้อยใจ คำบุญเรือง นายอำเภอชุมแพ /ผอ.ศป.ปส.อ.ชุมแพ พ.ต.อ.รักชาติ เรืองเจริญ ผกก.สภ.ชุมแพ นายนคร สุพรรณ์ ปลัดอาวุโส สั่งการให้ นายสมคิด ชำนิกุล ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง พร้อมด้วยชุดปฏิบัติพิเศษฝ่ายปกครอง

ลงพื้นที่ตรวจสอบตามข้อมูลบัญชีผู้ค้าผู้เสพ(Re x-ray) ประกอบกับมีคำร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่ว่ามีลูกหลานมั่วสุมเสพยาบ้า และเกิดทรัพย์สินในหมู่บ้านสูญหาย จึงได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบและดำเนินการจับกุมผู้ทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

อำเภอชุมแพ จึงได้เปิดปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นตามนโยบาย “ปฏิบัติการ กวาดล้างยาเสพติด No Drugs No Dealers ผลึกกำลังชุมชนปลอดยาเสพติด” ในพื้นที่ตำบลวังหินลาด และตำบลโนนหัน อำเภอชุมแพ และจับกุมผู้ทำความผิดดังนี้

1) นายศราวุธ (นามสมมุติ) อายุ 34 ปี ชาวตำบลนาจาน อำเภอสีชมพู จังหวัดขอนแก่น ของกลางยาบ้า 15 เม็ด และผลตรวจปัสสาวะ 1 ชุด2) นายกฤตยศชญ์ (นามสมมุติ) อายุ 26 ปี ชาวตำบลโนนหันอำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ของกลางอาวุธปืนไทยประดิษฐ์จำนวน 2 กระบอก พร้อมลูกกระสุนปืน ขนาดจุด .38 special 15 นัด กระสุนลูกซองเบอร์ 12 จำนวน 2 นัด

3) นายราวี (นามสมมุติ) อายุ 48 ปี ชาวตำบลโซ่ อำเภอโซ่พิสัย จังหวัดบึงกาฬ ของกลางผลตรวจปัสสาวะ 1 ชุด4) นายสุริยา (นามสมมุติ) อายุ 27 ปี ชาวตำบลวังหินลาด อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ของกลางผลตรวจปัสสาวะ 1 ชุดจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางมาทำบันทึกจับกุม ณ ที่ว่าการอำเภอชุมแพ และนำตัวส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรชุมแพ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ศป.ปส.อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น “ปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด No Drugs No Dealers ผลึกกำลังชุมชนปลอดยาเสพติด จับกุมผู้ค้าผู้เสพ”

ปกครองอำเภอชุมแพ จับตำรวจยศนายดาบเสพยา!! ที่แท้ตำรวจเวียงเก่า นำส่ง พงส.สภ.ชุมแพ ดำเนินคดี

วันที่ 22 สิงหาคม 2568 ตัั้งแต่เวลา 14.30 น. นางสาวอ้อยใจ คำบุญเรือง นายอำเภอชุมแพ /ผอ.ศป.ปส.อ.ชุมแพ พ.ต.อ.รักชาติ เรืองเจริญ ผกก.สภ.ชุมแพ นายนคร สุพรรณ์ ปลัดอาวุโส พ.ต.ท.ลักษ์ ด้วงลำพันธ์ รอง ผกก.สว.สส. สั่งการให้ นายสมคิด ชำนิกุล ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง

พร้อม ชุดปฏิบัติพิเศษฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสอบสวน สภ.ชุมแพ อำเภอชุมแพ เปิดปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นตามนโยบาย “ปฏิบัติการ กวาดล้างยาเสพติด No Drugs No Dealers ผลึกกำลังชุมชนปลอดยาเสพติด” ในพื้นที่ อำเภอชุมแพ และจับกุมผู้ทำความผิดตามบัญชีผู้ค้า ผู้เสพ (Re x ray) ดังนี้

1) นายพิเชษฐ์ (ตามสมมุติ) อายุ 44 ปี ชาวตำบลหนองเสาเล้า อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่นของกลาง ยาบ้า จำนวน 3,840 เม็ด และอาวุธปืนลูกซอง 1 กระบอก พร้อมกระสุนปืน 2 นัด2) นายไพรวัลย์ (นามสมมุติ) อายุ 52 ปี ชาวตำบลหนองสองเล้า อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ของกลาง ยาบ้า จำนวน 1 เม็ด

3)นายมาลี (นามสมมุติ) อายุ 42 ปี ชาวตำบลหนองเขียด อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ของกลางผลตรวจปัสสาวะ 1 ชุด

 จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางมาทำบันทึกจับกุม และนำตัวส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรชุมแพ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สื่อรัฐทีวี/น.ส.พ.สื่อรัฐนิวส์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ที่ทหารบก 44 การแข่งขันกอล์ฟการกุศลชิงถ้วยเกียรติยศ พลโทไพศาล หนูสังข์ แม่ทัพภาคที่ 4 และนายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ผู้ว่าฯจ.ชุมพร

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันเสาร์ที่ 23 สิงหาคม 2568 จะมีการแข่งขันกันในช่วงเช้าหนึ่งรอบ เวลา 07.00 น และช่วงบ่ายอีกหนึ่งรอบ เวลา 12.30 น ณ สนามกอล์ฟค่ายเขตอุดมศักดิ์ อ.เมือง จ.ชุมพการแข่งขัน เป็นการแข่งขันแบบ Stroke Play จำนวน 18 หลุม

ในการแข่งขัน ประเภทบุคคลจำกัดไฟล์ท ใช้ Handicap มาแบ่งไฟล์ท ใช้กฎข้อบังคับ USGA. และ The Royal $ Ancient Golf Clup of St. Andrews ร่วมกับ Local Rules ของ สนามแข่งขัน ประเภทการแข่งขัน ประเภททีมทั่วไป

ทีมละ 6 คน ใช้ผลคะแนนสุทธิ (Net Score) ผู้เล่นที่มีแต้มต่อสูงกว่า 18 ให้คิดแต้มต่อ 18 ประเภทบุคคล ผู้แข่งขันประเภททีม มีสิทธิรับรางวัล ประเภทบุคคลด้วย

โดยแบ่งการแข่งขันออกเป็น 3 Fight ดังนี้ – Flight A แต้มต่อ 0-12 Flight B แต้มต่อ 13-18 – Flight C แต้มต่อ 19 – 24 คุณสมบัติของผู้เข้าร่วมการแข่งขัน ต้องเป็นนักกอล์ฟสมัครเล่น

ประเภทบุคคล – LOW GROSS ถ้าแต้ม GROSS เท่ากันให้ผู้ที่มีแต้ม ต่อมากกว่าเป็นผู้ชนะ ถ้าแต้มต่อเท่ากันให้เปรียบแต้ม หลุมต่อหลุม โดยเริ่มตั้งแต่หลุมที่ 18 ของสนามย้อนขึ้นไป

ใครทำแต้มได้น้อยกว่าเป็นผู้ชนะ – LOW NET ถ้าแต้ม NET เท่ากันให้ผู้ที่มีแต้มต่อน้อยกว่า เป็นผู้ชนะ ถ้าแต้มต่อเท่ากันให้เปรียบเทียบแต้มหลุมต่อหลุม โดยเริ่มตั้งแต่หลุมที่ 18 ของสนามย้อนขึ้นไป ใครทำแต้ม ได้น้อยกว่าเป็นผู้ชนะ

ผู้เล่นต้องส่ง SCORE CARD ให้กับคณะกรรมการจัดการ แข่งขัน เพื่อตรวจสอบภายใน 30 นาที หลังจากเสร็จการแข่งขัน – กรณีประท้วงผลการตัดสิน ต้องทำภายใน 30 นาที หลังจากตัดสินผลการแข่งขัน – การตัดสินของคณะกรรมการ ถือว่าสิ้นสุด

หลังเสร็จสิ้นการแข่งขัน ขอเชิญผู้เข้าร่วมแข่งขันทุกท่าน ร่วมงานเลี้ยงสังสรรค์ และร่วมพิธีมอบรางวัลทุกประเภท ณ คลับเฮ้าส์ สนามกอล์ฟค่ายเขตอุดมศักดิ์ ถ้วยรางวัล

ประเภททีม รับถ้วยรางวัลเกียรติยศ จากแม่ทัพภาคที่ 4ประเภทบุคคล Low gross รับถ้วยรางวัลเกียรติยศ จากแม่ทัพภาคที่ 4 Flight A รับถ้วยฯ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร Flight B รับถ้วยฯ

ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดชุมพร Flight C รับถ้วยฯ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชุมพร อาวุโส (70 ปีขึ้นไป) และสุภาพสตรี รับถ้วยฯ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 44

เยาวชน อายุไม่เกิน 14 ปี รับถ้วยฯ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร
วัตถุประสงค์การแข่งขันกอล์ฟการกุศลชิงถ้วยเกียรติยศ พลโท ไพศาล หนูสังข์ แม่ทัพภาคที่ 4

และนายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร รายได้เพื่อสมทบทุนสร้างศาลาพลับพลาพิธี บริเวณลานพื้นแข็งค่ายเขตอุดมศักดิ์ และ เป็นสวัสดิการให้กับกำลังพลและครอบครัว

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นักท่องเที่ยววอนจัดระเบียบอ่าวไข่ หาดหรูเมืองสุนทรภู่ ครูกวีศรียูเนสโก้

แชร์เนื้อหานี้

ผู้สื่อข่าวได้รับข้อมูลจากนักท่องเที่ยวต่างจังหวัดที่เดินทางไปพักผ่อนยังอ่าวไข่ สถานที่ท่องเที่ยวที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นหาดหรูแห่งเมืองระยอง แต่ยังพบว่ามีหลายจุดที่ยังต้องจัดระเบียบปรับปรุงแก้ไขเพื่อความเป็นมาตรฐานของแหล่งท่องเที่ยวที่พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวนานาชาติจากทุกมุมโลกที่ต้องการมาเยือน

โดยยังพบว่าในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวดังกล่าวยังไม่มีความเป็นระเบียบเรียบร้อยในเรื่องของการไม่มีจุดจอดรถสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชัดเจน, การจัดวางถังขยะใกล้ทางระบายน้ำลงทะเล, การยึดพื้นที่จอดรถสองข้างถนนของผู้ประกอบการเอกชน รวมการความหมิ่นเหม่เรื่องการก่อสร้างอาคารรุกล้ำที่สาธารณะ

อย่างไรก็ตาม อยากให้ทางจังหวัดระยอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการปรับปรุงแก้ไขเพื่อที่จะให้อ่าวไข่ เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ทรงคุณค่าของจังหวัดระยองอย่างแท้จริง และเพื่อภาพลักษณ์ที่ดีด้านการท่องเที่ยวของภาคตะวันออกและประเทศไทย อันจะส่งผลถึงเม็ดเงินด้านการท่องเที่ยวที่จะเข้ามาอีกเป็นจำนวนมากในอนาคต

อนึ่ง อ่าวไข่ จ.ระยอง เป็นอ่าวเล็กๆ ความยาวประมาณ 500 กม. อยู่ใกล้กับหาดแม่พิมพ์ เป็นชายหาดที่มีความสงบ และเป็นที่ถูกใจของผู้ที่ชื่นชอบกิจกรรมทางทะเล และเป็นเป้าหมายของการเดินทางของนักเซิร์ฟจากทั่วโลก ความสวยงาม

ที่เห็นได้ด้วยตาเปล่าคือ เกาะขี้ปลา ที่อยู่ห่างจากชายหาดไม่ไกล ด้วยความโดดเด่นทางธรรมชาติความสมบูรณ์ของธรรมชาติ อ่าวไข่ จึงได้ชื่อว่าเป็นชายหาดหรูแห่งเมืองสุนทรภู่ บรมครูกวีศรีแห่งชาติ ที่ยูเนสโก้ยกย่อง