สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จัดกิจกรรม “วิ่งไป เที่ยวไป กับแม่บ้านมหาดไทย” เพื่อส่งเสริมสุขภาพ และ การท่องเที่ยวใน จ.ชุมพร /เร่งช่วยชาวไทยพลัดถิ่น ที่ยังไม่มีสัญชาติไทย

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 เมื่อเวลา 16.45 น.วันที่ 5 ตุลาคม 2568 ท่าเทียบเรือเพื่อการท่องเที่ยวเทศบาลตำบลปากน้ำชุมพร นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร

พร้อมด้วย นางพณณกร ชูกิตติวิบูลย์ ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดชุมพร ร่วมกันเป็นประธานเปิดกิจกรรม “วิ่งไป เที่ยวไป กับแม่บ้านมหาดไทยชุมพร มีหัวหน้าส่วนราชการและข้าราชการในสังกัดกระทรวงมหาดไทย

รวมทั้งหัวหน้าส่วนราชการและข้าราชการของหน่วยงานต่างๆ ตลอดจนผู้ที่รักและชื่นชอบการออกกำลังกาย ร่วมกิจกรรมกว่า 300 คน โดยเริ่มต้นวิ่งที่ท่าเทียบเรือฯ ไปรอบตัวเมืองปากน้ำชุมพร กลับมาสิ้นสุดที่ท่าเทียบเรือฯ ระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร

ผู้เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว ยังมีโอกาสถ่ายภาพสวยๆ ที่ชุมชนปากน้ำชุมพร ชม Street Art แลนด์มาร์กใหม่ของเมือง เที่ยว, ชม, ชิม, ช้อป ที่ “หลาดแค่เล” (ตลาดริมทะเล) และสามารถร่วมสนุก (ลุ้นรางวัล) ด้วยการสวมเสื้อ

โครงการฯ ออกไป วิ่งหรือเดิน ที่แลนด์มาร์ก/สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญในจังหวัดชุมพร แล้วโพสต์ภาพลงใน Facebook ส่วนตัว (ตั้งค่าเป็น สาธารณะ) ติด แฮชแท็ก ให้ครบ #วิ่งไปเที่ยวไปกับแม่บ้านมหาดไทย #สถานที่วิ่ง

จังหวัดที่วิ่ง เพื่อร่วมลุ้นรางวัลเที่ยวฟรี! ช่วงเวลาลุ้นรางวัลตั้งแต่วันนี้ – 26 ตุลาคม 2568 ถือเป็นโอกาสที่ดีในการออกกำลังกายและโปรโมทสถานที่ท่องเที่ยวของจังหวัดชุมพรไปพร้อม ๆ กันเลย

เร่งช่วยชาวไทยพลัดถิ่น ที่ยังไม่มีสัญชาติไทย ยังไม่ได้รับบัตรประชาชนคนไทย

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514ชาวไทยพลัดถิ่น ขอภาครัฐเร่งแก้ปัญหาสิทธิคนไทย หลังตกอยู่ฝั่งพม่าจากการถูกปันเขตแดนสยาม เมื่อเวลา 08.00 น.วันที่ 5 ต.ค 68 ที่โรงเรียนบ้านร้านตัดผม หมู่ที่ 4 ตำบลสองพี่น้อง อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร

นายหนูไกร วงธรรม กำนันตำบลสองพี่น้อง พร้อมด้วย นายชาญณรงค์ เสนเผื่อก อดีตกำนัน นายสายัณห์ สุธานินทร์ อดีตกำนัน นายสมพูล มีสุวรรณ ผู้ใหญ่บ้านทรายขาวหมู่ 1 ต.สองพี่น้อง นายสุชน สินสมบูรณ์ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร พร้อมด้วยผู้ประสานงานนายนพพร อุสิทธิ์ นายก อบจ.ชุมพร นายปรีชา มีสุวรรณ นายก อบต.สองพี่น้อง พร้อมด้วยคณะบริหารและสมาชิกสภา ฯ นายทวีวัฒน์ เครือสาย นายกสมาคมประชาสังคมจังหวัดชุมพร

ได้ร่วมประชุมกับ ชาวไทยพลัดถิ่น ที่ยังไม่มีสัญชาติไทย ยังไม่ได้รับบัตรประชาชนคนไทย เพื่อรับฟังปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้น และ ร่วมกัน แก้ไขปัญหา โดยมีชาวไทยพลัดถิ่นที่เดินทางมาร่วมประชุม ในส่วนที่มีบัตรขึ้นต้นด้วยเลข 0 เลข 6 เลข 077 และอื่นๆ จำนวน 250 คน คนที่ยังไม่มีบัตรอะไรเลยจำนวน 289 คน และบัตรตัว G ที่เป็นนักเรียนนักศึกษา 4 คน ที่ เข้าร่วมประชุม โดยเรียกร้องให้หน่วยงานรัฐออกเอกสารบัตรประชาชนเพื่อจะได้รับสิทธิคนไทยโดยเท่าเทียมกัน

สำหรับความเป็นของของชาวไทยพลัดถิ่น เมื่อปี พ.ศ.2411 ยุคล่าอาณานิคมอังกฤษได้เข้าครอบครองพม่าโดยขอดินแดนตอนใต้ฝั่งตะวันตกของสยามคือ มะริด ทวาย ตะนาวศรี ให้เป็นของอังกฤษ ทำสนธิสัญญาแบ่งแยกดินแดน ทำให้สยามเสียดินแดนบริเวณดังกล่าวไป ส่งผลให้คนไทยที่อาศัยอยู่ในดินแดนนั้นติดไปกับดินแดน แต่คนไทยพลัดถิ่นไม่ได้สูญเสียความเป็นไทย บรรพบุรุษปลูกฝังความเป็นไทยอย่างเหนียวแน่นมาหลายชั่วอายุคน

แต่หลังจากประเทศพม่าได้อิสรภาพจากอังกฤษเมื่อปี พ.ศ. 2491 และเกิดรัฐบาลทหารพม่าปกครองแบบเผด็จการทหาร ส่งผลด้านลบต่อชนกลุ่มน้อยของประเทศพม่าทุกกลุ่ม กลุ่มคนไทยที่ติดแผ่นดินอยู่ในฝั่งพม่าได้รับความลำบาก บางส่วนจึงอพยพโยกย้ายกลับเข้ามายังแผ่นดินไทย มาอยู่กับญาติพี่น้องในฝั่งไทย ในพื้นที่จังหวัดระนอง ชุมพร

และ ประจวบคีรีขันธ์ พวกเขาพูดไทยปักษ์ใต้ มีวัฒนธรรมประเพณีเหมือนไทยปักษ์ใต้ แต่ปัญหาของการไม่มีบัตรประชาชนไทย ทำให้คนไทยพลัดถิ่น ไม่สิทธิตามความเป็นพลเมืองไทยในแง่ของกฎหมาย บางครั้งถูกจับกุม คุมขังข้อหาคนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง เผชิญปัญหาสารพัน แต่บางส่วนมีญาติพี่น้องที่สามารถยืนยันผังเครือญาติได้ ก็ได้รับสิทธิ์เป็นคนไทย

อย่างไรก็ดีในครั้งนี้ได้มีการสะท้อนปัญหาต่างๆที่เกิดกับชาวไทยพลัดถิ่นเช่น การไม่ได้รับสิทธิ์ต่างๆจากทางภาครัฐ การมีบ้านไม่สามารถขอบ้านเลขที่ได้ มีที่ดินก็ไม่มีสิทธิครอบครอง เจ็บป่ายก็ต้องจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลเอง ลูกเรียนหนังสือก็ไม่มีสิทธิ์รับในปริญญา เรียนจบไม่สามารถสอบเข้างานราชการ หรืองานบริษัทได้ เพราะไม่มีบัตรประชาชน และยังขาดสิทธิต่างๆอีกมายมาย

ที่ผ่านมา มีผู้เข้าร้องขอการขอมีบัตรประชาชนกับสำนักทะเบียนอำเภอท่าแซะ และได้รับบัตรประชาชนไปแล้วกว่า 1,000 คน แต่ส่วนหนึ่งยังไม่ได้รับ เนื่องจากมีชาวไทยพลัดถิ่นจำนวนมาก ที่ต้องรอสอบผังเครือญาติ รอการตรวจ ดีเอ็นเอ จากสำนักนิติวิทยาศาสตร์ ล่าสุด

นายนพพร อุสิทธิ์ นายก อบจ.ชุมพร จึงมอบหมายให้ นายกิตติศักดิ์ พรหมรัตน์ เลขา นายก อบจ.ชุมพร นำลูกจ้างจำนวน 2 คน เข้าช่วยงานสำนักทะเบียนอำเภอท่าแซะ เพื่อเป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงานในการจัดเรียงเอกสารให้กับสำนักทะเบียนในการเรียกผู้ที่มีรายชื่ออยู่มาสอบปากคำดำเนินการตามขั้นตอนการขอรับสิทธิ์คนไทยได้เร็วยิ่งขึ้น


สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ครอบครัวพาณิชย์พิศาล ร่วมกับชมรมโฮปฯ จัดกิจกรรมเนื่องในวันคล้ายวันเกิด คุณแม่ธัญยธรณ์ ฯ แจกข้าวสารอาหารแห้ง จำนวน 1,000 ชุด ให้กับประชาชนผู้ยากไร้ และผู้พิการ

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 5 ตุลาคม 2568 ที่ วัดมหาวงษ์ ตำบลปากน้ำ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ ครอบครัวพาณิชย์พิศาล ร่วมกับชมรมโฮปสะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธา จัดกิจกรรมเนื่องในวันคล้ายวันเกิด

คุณแม่ธัญยธรณ์ พาณิชย์พิศาล ประธานกิตติมศักดิ์ชมรมโฮปสะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธา คหบดีผู้ใจบุญ แจกข้าวสาร ถุงละ 5 กิโลกรัม และอาหารแห้ง

ประกอบไปด้วยปลากระป๋อง 1 แพ็ค บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป 1 แพ็ค และขนมปังปิ๊บ 1 ปิ๊บ ให้กับประชาชนผู้ยากไร้ และผู้พิการ ในจังหวัดสมุทรปราการ จำนวน 1,000 ชุด

โดยมีนายอัครนันท์ พาณิชย์พิศาล นางสาวปิยนุชพาณิชย์พิศาล ประธานชมรมโฮปสะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธา นายธนิตพงษ์-นางทิพย์ประภา วรัณวงศ์เจริญ

พร้อมด้วยกัลยาณมิตร ผู้ใจบุญ ตลอดจนคณะกรรมการ อาสาสมัครชมรมโฮปฯ และสมาคมกู้ภัยจังหวัดสมุทรปราการ

ร่วมกันแจกข้าวสาร และอาหารแห้ง และไอศรีม ให้กับผู้ยากไร้ และผู้พิการ โดยบรรยากาศเต็มไปด้วยรอยยิ้มและความสุขทั้งผู้รับและผู้ให้

จากนั้น เป็นพิธีเจริญพระพุทธมนต์ โดยได้รับความเมตตาจากพระครูสมุทรวชิรธรรม (สราวุฒิ โรจนธมฺโม) เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พระอาจารย์สวย แห่งวัดกลางวรวิหาร นำคณะพระสงฆ์ 10 รูป เจริญพระพุทธมนต์

คุณแม่ธัญยธรณ์ พาณิชย์พิศาล พร้อมครอบครัวพาณิชย์พิศาล ชมรมโฮปฯ และกัลยาณมิตร ผู้ใจบุญ ร่วมกันถวายภัตตาหารเพล จตุปัจจัยไทยธรรม แด่พระสงฆ์

พระสงฆ์อนุโมทนา กรวดน้ำ รับพร ประพรมน้ำพระพุทธมนต์ เพื่อความเป็นสิริมงคล * ปล่อยเสียง**นางสาวปิยนุช พาณิชย์พิศาล ประธานชมรมโฮปสะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธา


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / อบจ.สมุทรปราการ จัดแข่งกีฬาสานสัมพันธ์การแข่งกีฬาสานสัมพันธ์ครอบครัว คณะผู้บริหารอบจ. หัวหน้าส่วนราชการ ประชาชน สมุทรปราการ ประจำปี 2568

แชร์เนื้อหานี้

อบจ.สมุทรปราการ จัดแข่งกีฬาสานสัมพันธ์ องค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ ได้จัดการแข่งกีฬาสานสัมพันธ์ครอบครัว อบจ.สมุทรปราการ ประจำปี 2568 เพื่อสร้างความสัมพันธ์ ความรัก และความสามัคคี ระหว่างคณะผู้บริหาร สมาชิกสภา อบจ.หัวหน้าส่วนราชการ และฝ่ายกองงานต่างๆ ของ อบจ.สมุทรปราการ

วันที่ 4 ตุลาคม 2568 ที่สนามกีฬา อบจ.สมุทรปราการ ซอยวัดราษฎร์โพธิ์ทอง ตำบลท้ายบ้าน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ องค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ ได้จัดการแข่งขันกีฬาสานสัมพันธ์ครอบครัว อบจ.สมุทรปราการ ประจำปี 2568

โดยมีนายสุนทร ปานแสงทอง นายก องค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ เป็นประธาน เปิดงาน และมี นายสิทธิชัย เกษรสิทธิ์ ปลัด อบจ.สมุทรปราการ กล่าวรายงาน โดยมีคณะผู้บริหาร สมาชิกสภา อบจ.หัวหน้าส่วนราชการ และฝ่ายกองงานต่างๆ เข้าร่วมกิจกรรม

เพื่อสร้างความสัมพันธ์ ความรัก และความสามัคคี ความผูกพัน และการทำงานเป็นทีมขององค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ ภายในงานมีขบวนพาเหรดที่สวยงาม เข้าสู่สนามกีฬา อบจ.ประกอบไปด้วย สีเหลือง ภายใต้การดูแลของ

นายสิทธิชัย เกษรสิทธิ์ ปลัด อบจ. สมุทรปราการ สีฟ้า นายวรพร อัศวเหม รองนายก อบจ.สมุทรปราการ สีเขียว นายอัครวัตน์ อัศวเหม รองนายก อบจ.สมุทรปราการ และ สีชมพู ภายใต้การดูแลของนายต่อศักดิ์ อัศวเหม รองนายก อบจ.สมุทรปราการ

จากนั้น เป็นการแข่งขันวอลเลย์บอลหญิง การแข่งชันแชร์บอลหญิง การแช่งกีฬาพื้นบ้าน ประเภทกีฬาตีกอล์ฟมะเขือยาว กีฬาปิดตาตีปี๊บ และกีฬากินวิบาก

และการแข่งขันฟุตชอลหญิง การแข่งขันประเภทกองเชียร์ การแข่งขันฟุตซอลชาย การแช่งกีฬาพื้นบ้าน ประเภทวิ่ง 3 ขา การแข่งขันกีฬาชักเย่อ และการแข่งขันกีฬาฟุตซอล VIP

โดยมีคณะผู้บริหาร และสมาชิกสภา อบจ. หัวหน้าส่วนราชการ ฝ่ายกองงานต่างๆ ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ เข้าร่วมกิจกรรมกันอย่างพร้อมเพรียง โดยใช้งบประมาณส่วนตัวของนายสุนทร ปานแสงทอง นายก องค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ

ส่วนช่วงเย็นได้มีงานเลี้ยงสังสรรค์สานสัมพันธ์ครอบครัว อบจ.สมุทรปราการ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน

ผู้ใหญ่บ้าน แขกผู้มีเกียรติ โดยมี นายสุนทร ปานแสงทอง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ เป็นประธานกล่าวเปิดงานเลี้ยงสังสรรค์

พร้อมด้วย นายอัครวัฒน์ อัศวเหม นายวรพร อัศวเหม นายต่อศักดิ์ อัศวเหม รองนายก อบจ.สมุทรปราการ พล.ต.ต.วิชิต บุญชินวุฒิกุล รอง ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.ภูมินทร์ สิงหสุต

ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ และนายสิทธิชัย เกษรสิทธิ์ ปลัด อบจ.สมุทรปราการ ได้ร่วมขึ้นร้องเพลงภายในงานบรรยากาศเป็นไปด้วยความสนุกสนานและเป็นกันเอง


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐนิวส์*สื่อรัฐทีวี / พิธีรับมอบหน้าที่ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบึงกาฬ

แชร์เนื้อหานี้

ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบึงกาฬ​ รับมอบหน้าที่​ และมอบนโยบาย​ พร้อมปฏิญานตนต่อธงประจำหน่วย​ จะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์​ และปกครองผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยความเที่ยงธรรม

ที่บริเวณลานด้านหน้าอาคารที่ทำการตำรวจภูธรจังหวัดบึงกาฬ​ อ.เมือง​บึงกาฬ​ จ.บึงกาฬ​ พล.ต.ต.ดร.ศิรสัณห์​ เยื้อนสงวนชัย​ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบึงกาฬ​ เข้ารับมอบหน้าที่​ และมอบนโยบาย​ แก่ผู้ใต้บังคับบัญชา​

โดยมี พ.ต.อ.อารัก มะสาธานัง รอง ผบก.ภ.จว.บึงกาฬ (บก.2), พ.ต.อ.พีระวุฒิ สุวรรณประสิทธิ์ รอง ผบก.ภ.จว.บึงกาฬ (บก.3), พ.ต.อ.ดำรงศักดิ์ แก้วสมนึก รอง ผบก.ภ.จว.บึงกาฬ (บก.4),

พ.ต.อ.ชิษณุพงษ์ พรมมีเดช รอง ผบก.ภ.จว.บึงกาฬ (บก.5), ผกก.หัวหน้าสถานีตำรวจฯทั้ง 13 สภ., ​แม่บ้านตำรวจฯ​ และข้าราชการตำรวจ​ ร่วมให้การต้อนรับ​ และรับมอบนโยบาย​

โดยในเวลา​ 10.30​ น.​ พล.ต.ต.ดร.ศิรสัณห์​ เยื้อนสงวนชัย​ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบึงกาฬ​ รับความเคารพ​ และตรวจแถวกองเกียรติยศ

จากนั้นทำพิธีส่งมอบธงประจำหน่วย​ โดย​มี พ.ต.อ.​อารักษ์​ มะสาธานัง​ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบึงกาฬ​ ส่งมอบธงประจำหน่วย​ และส่งมอบหน้าที่​ ต่อผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบึงกาฬ​

พล.ต.ต.ดร.ศิรสัณห์​ เยื้อนสงวนชัย​ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบึงกาฬ​ กล่าวว่า​ “​… ผมขอปฏิญานตน​ต่อธงประจำหน่วย​ พี่น้องข้าราชการตำรวจ​ และพี่น้องประชาชนว่า​ จะปฏิบัติหน้าที่ด้วย

ความซื่อสัตย์สุจริต​ ปกครองผู้ใต้บังคับบัญชา​ด้วยความเที่ยงธรรม​ ยุติธรรม​ สิ่งไหนที่ดีอยู่แล้ว​ จะสานต่อ​ สิ่งไหนที่ไม่ดี​ จะปรับปรุงแก้ไข… “

นอกจากนี้​ ภายหลังพิธีรับมอบหน้าที่เรียบร้อยแล้ว​ ยังมีประชาชน​ และผู้ใต้บังคับบัญชา​ จากทั้งจังหวัดร้อยเอ็ด​ กาฬสินธุ์​ และบึงกาฬ​ ร่วมให้กำลังใจ​ และมอบดอกกุหลาบ​ ให้กับ​

พล.ต.ต.ดร.ศิรสัณห์​ เยื้อนสงวนชัย​ ผู้บังคับการตำรวจ​ภูธรจังหวัด​บึงกาฬ​ และนางจุรีพร​ สินธุไพร​ ประธานแม่บ้านตำรวจภูธร​จังหวัด​บึงกาฬ​ โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยความชื่นมื่น​ และอบอุ่น
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / พิธีรับ-มอบหน้าที่ พลตรี ณรงค์ ตันติสิทธิพร ผบ.ราบที่ 15 ให้ พลตรี ยอดอาวุธ พึ่งพักตร์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส (ท่านใหม่)

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ (4 ต.ค.68) พลตรี ณรงค์ ตันติสิทธิพร ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 15/ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส (ท่านเก่า) และพลตรี ยอดอาวุธ พึ่งพักตร์ รองแม่ทัพภาคที่ 1/ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส (ท่านใหม่)

ร่วมพิธีรับ-มอบ หน้าที่ และการบังคับบัญชาของผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ที่หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ค่ายกัลยาณิวัฒนา อำเภอเมืองนราธิวาส ซึ่งมีนาวาเอก บัญญัติ วงศ์จำปา ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน กองทัพเรือ พันตำรวจเอก ธัญ ศิริขันธ์ ผู้กำกับการกองกำกับการปฏิบัติการพิเศษ ตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม

พลตรี ณรงค์ ตันติสิทธิพร ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 15/ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส (ท่านเก่า) กล่าวว่า ตามที่ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก ได้อนุมัติแนวคิดในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ กรอบโครงสร้างการจัดกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ประจำปี 2569 และกำหนดหน่วยรับผิดชอบจัดตั้งหน่วยเฉพาะกิจจังหวัด ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 เพื่อเป็นกรอบแนวทางให้หน่วยต่าง ๆ ยึดถือปฏิบัติ และดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง

โดยให้กองพลทหารราบที่ 15 รับผิดชอบจัดตั้งหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี โดยมีผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 15 เป็นผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี และกองทัพภาคที่ 1 รับผิดชอบจัดตั้งหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส โดยมีรองแม่ทัพภาคที่ 1 เป็นผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 เป็นต้นไป

พลตรี ณรงค์ ตันติสิทธิพร ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 15 กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาที่ได้มาปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2568 จนถึงวันนี้ รวมเวลา 6 เดือน ขอขอบคุณความร่วมมือ มุ่งมั่น ทุ่มเท และเสียสละจากผู้บังคับหน่วยทุกระดับชั้น และกำลังพลทุกนาย ตลอดจนกลุ่มสมาชิกมวลชนในพื้นที่

ซึ่งส่งผลให้หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส มีผลการดำเนินงานเจริญก้าวหน้าจนเป็นที่ประจักษ์และยอมรับจากผู้บังคับบัญชา ตลอดจนหน่วยงานราชการในทุกระดับ รวมถึงฝ่ายอำนวยการสำนักต่าง ๆ //สำหรับผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ท่านใหม่ เป็นผู้มีความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ และวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล จึงเชื่อมั่นและมั่นใจได้ว่าจะขับเคลื่อนพัฒนาและนำพาหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ให้เป็นที่ยอมรับและสร้างความเชื่อมั่นศรัทธาต่อไป

ด้านพลตรี ยอดอาวุธ พึ่งพักตร์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส กล่าวว่า ตลอดระยเวลา 6 เดือน ที่หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ภายใต้การนำของพลตรี ณรงค์ ตันติสิทธิพร ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 15 ได้ดำเนินการตามแผนงานของหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า โดยมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหา เพื่อส่งผลให้การปฏิบัติงานมีความต่อเนื่อง

เกิดประสิทธิภาพและยั่งยืน ทั้งยังน้อมนำแนวพระราชดำริมาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อการแก้ไขปัญหาตามเจตนารมณ์ คือ การสืบสาน รักษา และต่อยอด จนเป็นที่ประจักษ์แก่หน่วยงานราชการและประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะจังหวัดนราธิวาส //ทั้งนี้ ขอยืนยันว่า จะดำรงรักษาเจตนารมณ์ของอดีตผู้บังคับบัญชาในการที่จะมุ่งมั่นพัฒนาและทำให้หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส คงเป็นที่ยอมรับ เป็นที่รัก และเชื่อมั่นศรัทธาจากประชาชนในพื้นที่สืบต่อไป
///////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จัดการประกวดเมนูอาหารพื้นถิ่น ยกระดับสู่อาหารเพื่อสุขภาพ สร้างเสน่ห์การท่องเที่ยวเชิงอาหาร Gastronomy tourism

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2568 จังหวัดน่าน โดยสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดน่าน และภาคีเครือข่าย จัดกิจกรรม การประกวดเมนูอาหารพื้นถิ่นจังหวัดน่าน ระดับจังหวัด ภายใต้โครงการเพิ่มขีดความสามารถด้านการแข่งขันและยกระดับการ

ท่องเที่ยวน่านสู่การท่องเที่ยวคุณภาพสูง ณ ข่วงเมืองน่าน (ข่วงน้อย) อำเภอเมืองน่าน โดยมีนางวิไลวรรณ บุดาสา รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานในพิธี ซึ่งมีนางสาวนพรัตน์ ศตะรัตน์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดน่าน พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ภาคเอกชน ให้การต้อนรับ

การจัดงานครั้งนี้มุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพการท่องเที่ยวเชิงอาหาร (Gastronomy Tourism) เพื่อยกระดับอาหารพื้นบ้านสู่อาหารเพื่อสุขภาพ (อาหารเป็นยา) ต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่เมนูร่วมสมัย พร้อมสร้างคุณค่าใหม่ให้แก่วิถีชีวิต วัฒนธรรม และเศรษฐกิจชุมชนในจังหวัดน่าน

อีกทั้งเพื่อยกระดับอาหารพื้นเมืองสู่อาหารเพื่อสุขภาพจากภูมิปัญญาท้องถิ่น สร้างมาตรฐานด้านความสะอาด ปลอดภัย และโภชนาการในเมนูพื้นบ้าน พัฒนาอาหารพื้นถิ่นให้เป็นสินค้าวัฒนธรรมที่สร้างความประทับใจแก่นักท่องเที่ยว ส่งเสริมเครือข่ายการท่องเที่ยวเชิงอาหาร เพิ่มรายได้ให้กับชุมชนอย่างยั่งยืน

การประกวดเมนูอาหารพื้นถิ่นระดับจังหวัด โดยมีทีมผู้ชนะจากระดับอำเภอทั้ง 14 ทีมเข้าร่วม นำเสนอเมนูอัตลักษณ์ อาทิ แกงแคไก่บ้าน, น้ำพริกรวมเห็ดหมูสับ, เมี่ยงคำปลา 3 รส, ลาบไก่ประดู่หางดำ, แกงหยวกกล้วยใส่ไก่บ้าน และเมนูพื้นบ้านอีกหลากหลาย ซึ่งการประกวดครั้งนี้ไม่เพียงแต่แสดงถึงความหลากหลายทางวัฒนธรรมอาหารพื้นบ้านของชาวน่าน แต่ยังเป็นเวทีสำคัญ

ในการสร้างคุณค่าใหม่ให้กับอาหารท้องถิ่น เชื่อมโยงสู่การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและการพัฒนาเศรษฐกิจของจังหวัดในอนาคตต่อไปผลการประกวดชนะเลิศ อำเภอเวียงสา ทีมส้านสร้างสุข ล๊ำลำ เมนูเมี่ยงคำปลา 3 รสรองชนะเลิศอันดับที่ 1 อำเภอสองแคว ทีมตำบลยอด เมนูแกงแคไก่รองชนะเลิศอันดับที่ 2 อำเภอสันติสุข

ทีมแม่ครัวตำบลดู่พงษ์ เมนูแกงแคไก่บ้านชมเชย อำเภอเมืองน่าน ทีมแม่บ้านผาตูบหมู่ 7เมนูแกงแคไก่บ้านชมเชย อำเภอปัว ทีมบ้านเสี้ยว เมนูแกงแคไก่เมนูยอดนิยม อำเภอนาหมื่น ทีมกลุ่มทำอาหารบ้านวังน้ำเย็น เมนูแกงยอดต๋าวใส่ไก่เมือง/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/ ร.ต.อ.สถิตย์ ศรีประสม รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / แถลงข่าว The Iconic Star Serch การแข่งขันเพื่อเฟ้นหาดาวดวงใหม่ สู่การเป็นนักแสดง ซีรีส์..วาย เข้าสู่วงการบันเทิง เงินรางวัล กว่า 600,000 บาท

แชร์เนื้อหานี้

2 ตุลาคม 2568 (กรุงเทพมหานครฯ) “คุณสมชัย รัตนวรางกูร ผู้จัดการประกวด พร้อมด้วย คุณหนุ่ม นันท์นภัทร เจิมจุติธรรม ,คุณสถาพร นาควิไลโรจน์ ผู้กำกับภาพยนต์ ละคร และ คุณขิง ชัญญานุช Project Manager “แถลงข่าวเปิดตัวอย่างเป็นทางการ เพื่อค้นหาหนุ่มหล่อ นักแสดงซีรีส์..วาย The Icon Star Serch เวทีการประกวดที่มีเป้าหมาย เพียงหนึ่งเดียว คือ ค้นหานักแสดงซีรีส์

The search for a new star begins now : ถึงเวลาตามหาดาวดวงใหม่!การแข่งขันเพื่อเฟ้นหาดาวดวงใหม่ สู่การเป็นนักแสดง

ซีรีส์วายกับ Project : The Iconic Star Search หากคุณคือคนที่มีความฝันอยากเข้าสู่วงการบันเทิง พร้อมร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสรรค์ผลงานซีรีส์วาย

บรรยากาศงานแถลงข่าวการประกวด The Iconic Star Search เวทีการประกวดด้วยเป้าหมายเพียงหนึ่งเดียว คือการค้นหานักแสดงซีรีส์หน้าใหม่ โดยปลายทางคือการได้มีโอกาสเป็นเป็นนักแสดง และโอกาสอีกมากมายในวงการบันเทิง

โดยงานแถลงข่าวในครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก สองหนุ่มนักแสดง ต๋อง ธนายุทธ ฐากูรอรรถยา,น็อต ณัฐสิทธิ์ ปัญญางาม และ ท่านเปา อนุชา ศรีเหรา ศรีเอเตอร์ ชื่อดัง เข้าร่วมงานแถลงข่าว

และถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของ Boys’ Love Series ที่เราจะมาร่วมกันเฟ้นหานักแสดงหน้าใหม่ ที่มีความฝันพร้อม Passion อันแรงกล้า ที่จะมาร่วมเดินบนเส้นทาง นี้ไปด้วยกัน ซึ่งต้องบอกเลยว่า Project : The Iconic Star Search

ในครั้งนี้ทางทีม ผู้จัดตั้งใจเป็นอย่างยิ่ง เพื่อเป็นอีกหนึ่งเส้นทางที่จะนำพาน้องๆ รุ่นใหม่ไปสู่ความสำเร็จในวงการบันเทิง พร้อมชิงเงินรางวัลมูลค่ารวมกว่า 600,000 บาท และต่อยอดเข้าสู่วงการบันเทิง

Overall Timeline5 พฤศจิกายน 2568 ประกาศผลผู้ที่ผ่านเข้ารอบ20 พฤศจิกายน 2568 Voice Class /Modeling Class
21 พฤศจิกายน 2568 Acting Class22 พฤศจิกายน 2568 Black Room Interview23 พฤศจิกายน 2568 Final Competitionเตรียมตัวให้พร้อมแล้วกรอกใบสมัครมาได้เลย : https://forms.gle/r2YwGUxdb3Yftgmv6

theiconicstarsearchติดตามรายละเอียดได้ที่
The lconic Star Search

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รมช.อามินทร์ เปิดโครงการเร่งรัดทำหมันสุนัข-แมว จ.นราธิวาส คุมโรคพิษสุนัขบ้าในพื้นที่เสี่ยง จ.นราธิวาส

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 3 ตุลาคม 2568 ที่โรงเรียนนราสิกขาลัย ตำบลบางนาค อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส นายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธาน เปิดโครงการเร่งรัดผ่าตัดทำหมันสุนัขและแมวเพื่อควบคุมป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าในพื้นที่เสี่ยงจังหวัดนราธิวาส

ปีงบประมาณ 2569 ภายใต้โครงการสัตว์ปลอดโรคคนปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้า ตามพระปณิธานศาสตราจารย์ดร.สมเด็จเจ้าฟ้าฯกรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี โดยมีนายสัตวแพทย์บุญญกฤช ปิ่นประสงค์ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ นายวีรพัฒน์ บุณฑริก รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส นายจักรพงษ์ ขานโบ ปศุสัตว์จังหวัดนราธิวาส หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง

นายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวในโอกาสเป็นประธานพิธีเปิดโครงการเร่งรัดผ่าตัดทำหมันสุนัขและแมว เพื่อควบคุมป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าในพื้นที่เสี่ยง จังหวัดนราธิวาสประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ภายใต้โครงการสัตว์ปลอดโรค คนปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้า ตามพระปณิธาน ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จเจ้าฟ้าฯ

กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ว่าปัญหาประชากรสุนัขและแมวจรจัด เป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบในหลายมิติ ทั้งด้านสุขอนามัย ความปลอดภัยของประชาชน และที่สำคัญคือความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคพิษสุนัขบ้า ซึ่งเป็นโรคร้ายแรงที่สามารถติดต่อจากสัตว์สู่คนได้ และเป็นเรื่องที่เราทุกคนต้องเฝ้าระวัง อย่างใกล้ชิด แม้ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาสยังไม่พบผู้ป่วยเสียชีวิตก็ตาม

ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมปศุสัตว์ ได้ตระหนักถึงความสำคัญของปัญหานี้เป็นอย่างยิ่ง และได้น้อมนำพระปณิธาน ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ตามโครงการสัตว์ปลอดโรค คนปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้า มาเป็นแนวทางในการดำเนินงานโครงการเร่งรัดผ่าตัดทำหมันสุนัขและแมว

เพื่อควบคุมป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ไม่ใช่แค่การควบคุมประชากรสัตว์ แต่ยังเป็นการป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าอย่างยั่งยืน และช่วยลดโอกาสการแพร่เชื้อโรคพิษสุนัขบ้าทั้งในคนและสัตว์ ซึ่งจะนำไปสู่การมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในชุมชน โดยตั้งเป้าหมายขยายผลโครงการดังกล่าวเพิ่มขึ้นอีก 30% ฟรีไม่เสียค่าใช้จ่าย ด้านนายสัตวแพทย์บุญญกฤช ปิ่นประสงค์ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การดำเนิน

โครงการในครั้งนี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญ ในการแก้ไขปัญหาระยะยาว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจังหวัดนราธิวาส ซึ่งเป็นจังหวัดชายแดนภาคใต้ และมีพื้นที่ติดต่อกับประเทศมาเลเซีย การควบคุมประชากรสัตว์จรจัดอย่างมีประสิทธิภาพ จึงเป็นมาตรการสำคัญในการป้องกันและควบคุมโรคพิษสุนัขบ้า ซึ่งเป็นโรคร้ายแรงที่สามารถติดต่อสู่คนได้ และกรมปศุสัตว์จะยังคงเดินหน้าประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อให้การแก้ไขปัญหาประชากรสุนัขและแมว และการป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

ทั้งนี้นายอามินทร์ ได้มีการมอบนโยบายในการทำงานแก่เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน พบปะประชาชน และมอบปัจจัยการผลิตให้แก่เกษตรกร อีกทั้งได้รณรงค์ส่งเสริมการบริโภคไข่ไก่ โดยภายในงานรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มอบนโยบายแก่เจ้าหน้าที่ พบปะประชาชน และมอบปัจจัยการผลิตให้แก่เกษตรกรในพื้นที่ ประกอบด้วย มอบ ส.ป.ก. 4-01 จำนวน 41 ราย มอบพันธุ์สัตว์ (โคพื้นเมือง, กระบือ, แพะ ฯลฯ) และเวชภัณฑ์ให้เกษตรกร


มอบพันธุ์ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 100 กก. และหญ้าอาหารสัตว์ 70 กก.แจกอาหารสุนัข-แมว จำนวน 500 กก.และแจกไข่ไก่เพื่อรณรงค์การบริโภค จำนวน 1,000 ฟองพร้อมกันนี้ได้เยี่ยมชมนิทรรศการเกี่ยวกับการผ่าตัดทำหมันสัตว์เลี้ยง การฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า และกิจกรรมส่งเสริมความรู้ด้านการเลี้ยงสัตว์ปลอดโรค เพื่อสร้างความมั่นใจแก่ประชาชนในพื้นที่
//////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นราธิวาสคึกคัก! เปิดฉากงาน “NARA มาหาสนุก มหกรรมการค้า 2025 @ สีสันเมืองนรา” ดันเศรษฐกิจ ชวนประชาชน-นักท่องเที่ยว ช็อป ชิม ชม สินค้า

แชร์เนื้อหานี้

นราธิวาสคึกคัก! เปิดฉากงาน “NARA มาหาสนุก มหกรรมการค้า 2025 @ สีสันเมืองนรา” ดันเศรษฐกิจชายแดน เพิ่มรายได้ผู้ประกอบการ ชวนประชาชน-นักท่องเที่ยว ช็อป ชิม ชม สินค้าและการแสดงตลอดที่บริเวณลานนกเงือก เขื่อนท่าพระยาสาย อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส

นายกฤษณนันท์ กำไร รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เป็นประธานเปิดงานกิจกรรมมหกรรมการค้าชายแดน “NARA มาหาสนุก มหกรรมการค้า 2025 @ สีสันเมืองนรา” ภายใต้โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจการค้าชายแดนจังหวัดนราธิวาส ประจำปีงบประมาณ 2568 โดยมีนางนฤมล แก้วมุกดากุล พาณิชย์จังหวัดนราธิวาส หัวหน้าส่วนราชการ ตลอดจนประชาชนในพื้นที่และพื้นที่ใกล้เคียงเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก

นางนฤมล กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างรายได้และเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าให้แก่ผู้ประกอบการ รวมทั้งประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์การท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ และสร้างความมั่นใจในการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจในจังหวัด

โดยภายในงานมีผู้ประกอบการเข้าร่วมกว่า 100 คูหา แบ่งเป็นผู้ประกอบการจากจังหวัดนราธิวาส 58 ราย ปัตตานีและยะลา 18 ราย และจากจังหวัดอื่น ๆ อีก 24 ราย ครอบคลุมทั้งสินค้า OTOP, SMEs, วิสาหกิจชุมชน และร้านอาหารท้องถิ่น นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมเสริมสร้างความคึกคัก อาทิ จุดถ่ายภาพเช็คอิน การแสดงศิลปวัฒนธรรมและการแสดงร่วมสมัย

รวมถึงโชว์พิเศษจากศิลปินนักร้อง การแจกคูปองเงินสด และลุ้นรับรางวัลใหญ่ ทั้งเครื่องใช้ไฟฟ้าและทองคำตลอดการจัดงานนายกฤษณนันท์ กำไร รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า โครงการนี้ถือเป็นการต่อยอดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากงบประมาณเหลือจ่ายประจำปี 2568 เพื่อสร้างโอกาสทางการตลาด ยกระดับรายได้ผู้ประกอบการ สนับสนุนภาพลักษณ์สินค้า และสร้างความเชื่อมั่นแก่นักท่องเที่ยว ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของจังหวัดให้เติบโตอย่างยั่งยืน

สำหรับงาน “NARA มาหาสนุก มหกรรมการค้า 2025 @ สีสันเมืองนรา” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 1-5 ตุลาคม 2568 ณ ถนนภูผาภักดี โซนถนนคนเดิน และลานนกเงือก เขื่อนท่าพระยาสาย อำเภอเมืองนราธิวาส โดยมีการประดับแสงไฟสีสันสวยงามตลอดงาน ทำให้บรรยากาศยามค่ำคืนเต็มไปด้วยสีสันและความคึกคักจากผู้คนที่หลั่งไหลมาเที่ยวชมสินค้า ชิมอาหาร และร่วมกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นงานสำคัญที่ช่วยสร้างรายได้และกระตุ้นเศรษฐกิจการค้าชายแดนของจังหวัดได้อย่างเป็นรูปธรรม
//////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯสมุทรปราการ เป็นประธานเปิดงานประเพณีรับบัว หนึ่งเดียวในโลก

แชร์เนื้อหานี้

นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ เป็นประธานเปิดงานประเพณีรับบัว ประจำปี 2568 สืบสานอัตลักษณ์ท้องถิ่น ประเพณีหนึ่งเดียวในโลก แห่งเดียวในประเทศไทย สืบสานประเพณีท้องถิ่นของอำเภอบางพลี

วันที่ 3 ตุลาคม 2568 นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ เป็นประธานเปิดงานประเพณีรับบัว ประจำปี 2568 ณ วัดบางพลีใหญ่ใน พระอารามหลวง อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อสืบสานประเพณีท้องถิ่นของอำเภอบางพลี ตลอดจนเพื่อเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนการท่องเที่ยวของจังหวัดสมุทรปราการ

ประเพณีรับบัว เป็นประเพณีเก่าแก่ที่สืบทอดกันมาตั้งแต่โบราณของชาวอำเภอบางพลี ที่แสดงถึงความมีน้ำใจ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อคนต่างถิ่นที่อพยพเข้ามาอาศัยอยู่ในอำเภอบางพลี และแสดงให้เห็นถึงวิถีชีวิต ความผูกพันกับสายน้ำของชาวอำเภอบางพลี ที่มีมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ประเพณีรับบัว อำเภอบางพลี

ได้รับการประกาศเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติโดยกระทรวงวัฒนธรรม ประเพณีรับบัว จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยในวันขึ้น 14 ค่ำ เดือน 11 ซึ่งปีนี้ตรงกับวันที่ 6 ตุลาคม 2568 จะมีการอัญเชิญหลวงพ่อโตจำลอง ลงเรือแห่ไปตามลำคลองสำโรง เพื่อให้ประชาชนที่อยู่อาศัยบริเวณสองฝั่งคลอง และที่มาร่วมพิธีได้ร่วมสักการบูชา

โดยการโยนดอกบัวลงไปในเรือที่องค์หลวงพ่อโตประดิษฐานอยู่ มีความเชื่อกันว่า หากสามารถโยนดอกบัวลงไปในเรือที่องค์หลวงพ่อโตประดิษฐานอยู่ได้แล้ว อธิษฐานสิ่งใดไว้ก็จะประสบความสำเร็จดังหวังทุกอย่าง

สำหรับหลวงพ่อโตวัดบางพลีใหญ่ใน เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย (ปางสะดุ้งมาร) ศิลปะสมัยสุโขทัย ลักษณะเบิกเนตร ขัดสมาธิ ขนาดหน้าตักกว้าง 3 ศอก 1 คืบ ตามตำนานกล่าวว่า ประมาณ 200 กว่าปี

หลวงพ่อโตลอยน้ำมาจากทางเหนือ พร้อมหลวงพ่อพุทธโสธร และหลวงพ่อบ้านแหลม โดยหลวงพ่อโตลอยเข้ามาตามคลองสำโรง ชาวบ้านได้อัญเชิญขึ้นประดิษฐาน ณ วัดบางพลีใหญ่ใน พระอารามหลวง เป็นที่เคารพบูชาของชาวจังหวัดสมุทรปราการ และจังหวัดใกล้เคียง


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ