สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /จับแรงงานต่างด้าวลักลอบเข้าเมือง 20 รายปลายทางจังหวัดสงขลาส่งต่อประเทศเพื่อนบ้าน

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันที่ 22 ตุลาคม 2568 ได้รับรายงานจาก พ.ต.กอบศักดิ์ นาคหาญ หน.ชรด.๔๐๓ (ชพ) กอ.รมน.จังหวัด.ชุมพร ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าว มีแรงงานต่างด้าวมาแอบพักพิงอยู่บริเวณ เพิงพักชายเขา ในพื้นที่ บ.หาดหนองหอย ม.6 ต.ท่าข้าม อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร

จึงได้ประสานหน่วยงานรับผิดชอบ สนธิกำลัง ฝ่ายปกครอง จนท.ทหารกอ.รมน.จว.ชุมพร จนท.ตร.กก.สส.ภ.จว.ชุมพร ตม.จว.ชุมพร ลงพื้นที่ตรวจสอบ พบเพิงพักชั่วคราวจำนวนสามหลังคุมด้วยผ้าใบสีฟ้าขาวและพบแรงงานชาวต่างด้าวจำนวน 20 รายต่อจากนั้น เจ้าหน้าที่ ได้ร่วมจับกุมบุคคลต่างด้าว สัญชาติพม่า เป็นชาย จำนวน 18 คน หญิงจำนวน 2 คน และร่วมกันนำตัวมาที่ สภ.ท่าแซะ

เพื่อคัดกรองเบื้องต้น และขณะนี้อยู่ระหว่างการคัดกรองฯ 1.MR.KYAW HTAY (นายจอ เท) อายุ 42 ปี สัญชาติ เมียนมา 2.MR.SOE MYINT AUNG (นาย โซ เมี๊ยะ อาว) อายุ 22 ปี สัญชาติ เมียนมา 3.MR.AUNG KO MYINT (นาย อาว โก มิ) อายุ 21 ปี สัญชาติ เมียนมา 4.MR.MYO HTET NING (นาย มิว เทด นาย) อายุ 35 ปี สัญชาติ เมียนมา 5.MR.THEIN THAN HTAY (นาย เต ทาน เท้)

อายุ 34 ปี สัญชาติ เมียนมา 6.MR.AUNG ZAYA (นาย อาว เซ ยะ) อายุ 25 ปี สัญชาติ เมียนมา 7.MR.MOE WIN (นายมู เวน) อายุ 41 ปี สัญชาติ เมียนมา 8.MR.THEIN ZAW LWIN (นายเต ซอ ลุย) อายุ 19 ปี สัญชาติ เมียนมา

9.MR.MAUNG NAING (นาย มาว นาย) อายุ 37 ปี สัญชาติ เมียนมา 10.MR.U MYO (นายอู มิ้ว) อายุ 34 ปี สัญชาติ เมียนมา 11.MR.THAN TONE AUNG (นายตาน เต อาว) อายุ 18 ปี

สัญชาติเมียนมา 12.MR.NAY MYO AUNG (นายเน มิว อาว) อายุ 18 ปี สัญชาติเมียนมา 13.MR.AUNG MYO THUYA (นายอาว มิว ตู ยะ) อายุ 21 ปี สัญชาติ เมียนมา 14.MR.MIN WAI AUNG (นายเม เว อาว) อายุ 23 ปี สัญชาติเมียนมา 15.MR.ZAW LIN AUNG

(นายซอ ลิน อาว) อายุ 18 ปี สัญชาติ เมียนมา 16.MR.MAUNG LWIN (นายเมา ลวย) อายุ 44 ปี สัญชาติ เมียนมา 17.MR.AUNG THAN

(นายเอา แตะ) อายุ 42 ปี สัญชาติเมียนมา 18.MR.NAING TUN (นายไน ทอน) อายุ 32 ปี สัญชาติ เมียนมา 19.MISS AYE AYE SOE (น.ส.เอ้ เอ้ ซู) อายุ 18 ปี สัญชาติ เมียนมา 20.MRS.YIN YIN HTAY (นาง เย เยน เท่) อายุ 25 ปี สัญชาติ เมียนมา
จากการตรวจสอบชาวเมียนมาจำนวนดังกล่าวไม่มีเอกสารหนังสือเดินทาง (พาสสปอร์ต )

จากการสอบถามชาวเมียนมา ให้การว่าตนเองเดินทางมาจากพื้นที่ต่างๆในพื้นที่ สมม. ขึ้นรถโดยสารมาลงที่ย่างกุ้ง สมม. จากนั้นนายหน้าพาเดินทางต่อโดยรถโดยสารไปยัง เมาะลำไย สมม. และโดยสารรถตู้มาลงที่ เจดีย์สามองค์ จว.ก.จ. เมื่อวันที่ 21 ต.ค. 68 เวลา 0145 จากนั้นเดินทางต่อโดยรถเอสยูวี สีดำ (1 ในรถขน) โดยมีการสลับรถจำนวน 4 คัน

จนมาลงที่บริเวณสวนปาล์มน้ำมัน วันที่ 21 ต.ค.68 เวลา 1700 จากนั้นเดินเท้ามายังบริเวณ ป่าใกล้สวนปาล์มน้ำมัน และพักอยู่บริเวณดังกล่าวเป็นระยะเวลา 1 วัน เพื่อรอเดินทางต่อไปไปยัง พื้นที่ อ.หาดใหญ่ จว. ส.ข. และประเทศมาเลเซีย โดยเสียค่าเดินทางไป จว.ส.ข. เป็นเงินจำนวน 22,000 บาท

และประเทศมาเลเซียเป็นเงินจำนวน 45,000 บาท โดยจะจ่ายเมื่อเดินทางไปถึงจุดหมายปลายทางเรียบร้อยแล้ว
เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมแรงงาน ฯ ส่ง สภ.ท่าแซะ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / มทบ.44จัดพิธีถวายราชสักการะและวางพวงมาลา พระบรมรูป ร.5

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันที่ 22 ตุลาคม 2568 เวลา 07.30 น ชุมพร พลตรี สมคิด ชูเผือก ผู้บัญชาการมณฑล ทหารบก ที่ 44 นำ ผอ. กองกำลังฝ่ายต่างๆ ตลอดจนเหล่าข้าราชการทหาร

ในสังกัด มทบ. 44(ค่ายเขตรอุดมศักดิ์) ผบ.หน่วยภายในค่ายเขตอุดมศักดิ์ นขต.มทบ.44 ผศ.ช.พ. -รพ.ค่ายเขตอุดมศักดิ์ – นศ.นศท.มทบ.44 – ป5พัน 25 และร.25 พัน 1 สมาคมแม่บ้านทหารบก สาขามณฑลทหารบกที่ 44 ร่วมพิธี ถวายราชสักการะและวางพวงมาลา พระบรมรูป ร.

พลตรี สมคิด ชูเผือก คำกล่าวพระเกียรติคุณ เนื่องในงานน้อมรำลึก ครบ 115 ปี วันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จ พระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เวียนมาครบ ๑๑๕ ปี ในวาระนี้

ข้าพระพุทธเจ้า พลตรี สมคิด ชูเผือก/ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 44 พร้อมด้วยสมาคมแม่บ้านทหารบก ข้าราชการ ภายในค่ายเขตอุดมศักดิ์ ต่างน้อมจิตตั้งมั่น เพื่อร่วมแสดง ความจงรักภักดี และน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ/แห่งองค์พระมหากษัตริย์ ผู้ทรงคุณอันประเสริฐ อย่างหาที่สุดมิได้

ตลอดรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า เจ้าอยู่หัว/ทรงปกครองอาณาประชาราษฎร์/ด้วยทศพิธราชธรรม พระอัจฉริยภาพอันล้ำเลิศ และพระปรีชาญาณอันกว้างไกล ทรงบำเพ็ญ พระราชกรณียกิจนานัปการ

ทั้งภายในและภายนอก ราชอาณาจักร เพื่อวางรากฐาน การพัฒนากิจการด้านต่าง ๆ ให้ก้าวหน้าทัดเทียมอารยประเทศ อาทิ ด้านการปกครอง ด้านกฎหมาย ด้านการพาณิชย์ ด้านการคมนาคม ด้านการสาธารณสุข ด้านความมั่นคง

และทรงปกป้องประเทศ ให้รอดพ้นจากวิกฤตต่าง ๆ จนสามารถธำรงไว้ ซึ่งเอกราชของชาติไทย ยังความร่มเย็น เป็นสุข แก่ราษฎรโดยถ้วนหน้า ในขณะเดียวกัน/ทรงปฏิรูปกิจการทางทหาร พัฒนากองทัพให้มีความ

เจริญก้าวหน้า มีความทันสมัยตามแบบสากล และมี ศักยภาพพร้อมต่อ การป้องกันประเทศ ตลอดจน/พระราชทานกำเนิด โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า สถาบันอันทรงเกียรติ ที่ผลิตนายทหารสัญญาบัตรหลัก ที่มีความรู้ ความสามารถ ให้แก่กองทัพ

ในการปฏิบัติ หน้าที่เพื่อพิทักษ์ปกป้องสถาบันชาติ/ศาสนา พระมหากษัตริย์ มาตราบจนปัจจุบัน ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ อันหาที่สุดมิได้ ที่ทรงมีต่อปวงชนชาวไทย ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลาย

ขอน้อมจิตแสดงความจงรักภักดี ถวายเป็นราชสักการะ ขอเดชะพระบารมี แห่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า เจ้าอยู่หัว/ทรงโปรดดลบันดาล ให้เหล่าอาณา ประชาราษฎร์ และผืนแผ่นดินไทย ประสบแต่ ความเจริญรุ่งเรืองผาสุก ตราบนิจนิรันดร์เทอญ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / มุกดาหาร 🌕🎆✨ ขอเชิญร่วมสืบสานประเพณีลอยกระทง ประจำปี 2568 ✨🎆🌕

แชร์เนื้อหานี้

ในวันเสาร์ที่ 1 พฤศจิกายน 2568 📍ณ ชั่งทองฟาร์ม บ้านคำเม็ก ตำบลคำอาฮวน อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหารร่วมสนุกกับกิจกรรมสุดพิเศษ 💖พร้อม ชิงเงินรางวัลรวมมูลค่ากว่า 42,000 บาท!!🏅ผู้ชนะการประกวดมี “สายสะพายและมงกุฎ” มอบให้ด้วยนะ 👑

👧 การประกวดหนูน้อยนพมาศ
✨ สำหรับน้อง ๆ อายุ 5–10 ปี
💵 ค่าสมัคร 400 บาท
🏆 รางวัลที่ 1 — 6,000 บาท
🥈 รางวัลที่ 2 — 4,000 บาท
🥉 รางวัลที่ 3 — 2,000 บาท
💰 รวมมูลค่ารางวัล 12,000 บาท

💃 การประกวดนางนพมาศ
👑 สำหรับสาวงามอายุ 15 ปีขึ้นไป (หญิง และสาวประเภทสอง)
💵 ค่าสมัคร 800 บาท
🏆 รางวัลที่ 1 — 10,000 บาท
🥈 รางวัลที่ 2 — 5,000 บาท
🥉 รางวัลที่ 3 — 3,000 บาท
💰 รวมมูลค่ารางวัล 18,000 บาท

🌸 การประกวดกระทงสวยงาม
🌿 ใช้วัสดุจากธรรมชาติ ย่อยสลายได้ ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม
📏 กำหนดรัศมีรอบฐาน 50 เซนติเมตรขึ้นไป
💵 ค่าสมัคร 400 บาท
🏆 รางวัลที่ 1 — 6,000 บาท
🥈 รางวัลที่ 2 — 4,000 บาท
🥉 รางวัลที่ 3 — 2,000 บาท
💰 รวมมูลค่ารางวัล 12,000 บาท

📅 เปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 27 ตุลาคม 2568
📣 ประกาศรายชื่อผู้เข้าประกวด วันที่ 29 ตุลาคม 2568
📲 สนใจสมัครหรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่เพจ 👉 ชั่งทองฟาร์ม (Changthong Farm)

🌕 มาร่วมแต่งชุดไทยสุดงดงาม 💐
จุดเทียน ลอยกระทงกลางสระน้ำ 💦
พร้อมดนตรี แสงสี เสียงสุดอลังการ 🎶
มาร่วมสืบสานวัฒนธรรมไทยไปด้วยกันที่ “ชั่งทองฟาร์ม” 💛

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ศรัทธาเชื่อมใจ ปันน้ำใจสู่ผู้เปราะบางเมืองปัตตานี พร้อมมอบสิ่งของจำเป็น สร้างสุข สร้างความปรองดองในชุมชน

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 22 กันยายน 2568 เวลา 15.30 น. นายวันสุกรี แวมามะ นายอำเภอเมืองปัตตานี และผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการอำเภอเมืองปัตตานี พร้อมด้วยนางหัสนัย หะยีมะสาและ

เจ้าหน้าที่ปกครองตำบลสะบารัง ร่วมกับวัดตานีนรสโมสร พระอารามหลวง และชุมชนตลาดโต้รุ่ง ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนกลุ่มเปราะบางในเขตเทศบาลเมืองปัตตานี

การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “สร้างสุข ส่งต่อ ปันน้ำใจ” ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมความปรองดองสมานฉันท์ในชุมชน โดยใช้อัตลักษณ์ทางศาสนาเป็นเครื่องมือขับเคลื่อนสู่หมู่บ้านศีลธรรม สร้างความเข้าใจและความร่วมมือระหว่างประชาชนทุกกลุ่ม ทุกศาสนา ลดปัญหาความขัดแย้ง และสร้างสังคมแห่งความเมตตา

ในกิจกรรมดังกล่าว คณะผู้ร่วมงานได้มอบอุปกรณ์ทางการแพทย์และเครื่องอุปโภคบริโภคให้แก่กลุ่มเปราะบางจำนวน 2 ราย ณ บ้านเลขที่ 56/1 ถนนโรงอ่าง และบ้านเลขที่ 28/4 ถนนสะบารัง ตำบลสะบารัง อำเภอเมืองปัตตานี

ซึ่งกิจกรรมในครั้งนี้ ประสานงานกันอย่างดีเยี่ยม โดยมี นายกุมโชค แสงธรรมนาถ ประธานชุมชนตลาดโต้รุ่ง คณะกรรมการชุมชนตลาดโต้รุ่ง ประธานชุมชนโรงอ่าง สมาชิกเทศบาลเมืองปัตตานี อสม. และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง

สำหรับกิจกรรมนี้สะท้อนถึงพลังของความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ศาสนา และชุมชน ที่มุ่งเน้นการเข้าถึงกลุ่มเปราะบางอย่างแท้จริง พร้อมส่งต่อความหวังและน้ำใจให้แก่ผู้ที่ต้องการการดูแล สร้างสังคมที่อบอุ่น ปรองดอง และยั่งยืน

ตอริก สหสันติวรกุล รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / แม่ทัพภาคที่ 4 ร่วมให้การต้อนรับ ฮาบีบ อูมัร อิบนีมูฮำหมัดผู้นำจิตวิญญาณมุสลิมโลก เยือนอาเซียนและประเทศไทย/ “แผน ถปภ.904 สานพลังความมั่นคง ปกป้องสถาบันหลักของชาติ”

แชร์เนื้อหานี้

แม่ทัพภาคที่ 4 ร่วมให้การต้อนรับ ฮาบีบ อูมัร อิบนีมูฮำหมัดผู้นำจิตวิญญาณมุสลิมโลก เยือนอาเซียนและประเทศไทย พร้อม
ลงพื้นที่ จชต. ในฐานะแขกผู้ทรงเกียรติของ สมช. หวังเสริมสร้างความเข้าใจของหลักศาสนาที่ถูกต้องและเพื่อสันติสุขในพื้นที่

ผู้สื่อข่าวรายงาน (วานนี้) วันที่ 21 ตุลาคม 2568 ณ โรงแรมอัลมีรอช กรุงเทพมหานคร พลโท นรธิป โพยนอกแม่ทัพภาคที่ 4 /ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ร่วมให้การต้อนรับ ผู้นำศาสนาระดับโลกอิสลาม

ฮาบีบ อุมัร มูฮัมหมัด ซาเล็ม บิน ฮาฟิส ผู้สืบเชื้อสาย จากท่านศาสดา นบี มูฮัมหมัดแห่งศาสนาอิสลามลำดับที่ 33 ผู้นำจิตวิญญาณของพี่น้องมุสลิมอันดับหนึ่งของโลกจากประเทศเยเมน และคณะ

ในโอกาสมายืนประเทศไทย ในฐานะแขกของ สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) โดยมี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ, หัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้, ผู้แทนจากกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร, ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้,

ผู้แทนจากกระทรวงการต่างประเทศ และส่วนที่เกี่ยวข้อง ร่วมติดตามและนำคณะ ผู้นำศาสนาระดับโลกอิสลาม ฮาบีบ อุมัร มูฮัมหมัด ซาเล็ม บิน ฮาฟิส ผู้สืบเชื้อสายจากท่านศาสดา นบี มูฮัมหมัดแห่งศาสนาอิสลามลำดับที่ 33 ผู้นำจิตวิญญาณของ พี่น้องมุสลิมอันดับหนึ่งของโลกจากประเทศเยเมน

ในการนี้ได้เข้าเยี่ยมนาย อรุณ บุญชม จุฬาราชมนตรีและพบปะผู้นำศาสนาอิสลาม ประจำสำนักจุฬาราชมนตรี ซึ่งเป็นผู้นำกิจการด้านศาสนาอิสลามในประเทศไทย เพื่อเป็นการกระชับความสัมพันธ์และแลกเปลี่ยนความร่วมมือในด้านศาสนาอิสลามร่วมกัน

ทั้งนี้ ผู้นำศาสนาระดับโลกอิสลาม ฮาบีบ อุมัร มูฮัมหมัด ซาเล็ม บิน ฮาฟิส ผู้สืบเชื้อสายจากท่านศาสดา นบี มูฮัมหมัด แห่งศาสนาอิสลามลำดับที่ 33 ผู้นำจิตวิญญาณของพี่น้องมุสลิมอันดับหนึ่งของโลกจากประเทศเยเมน และ

โดยคณะมีหมายกำหนดการ เยือนพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในระหว่างวันที่ 21 -23 ตุลาคม 2568 ซึ่งการมาเยือนของผู้นำศาสนาระดับโลก จะเป็นผลดีต่อพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในมิติการเสริมสร้างความเข้าใจเกี่ยว

กับหลักศาสนาอิสลามที่ถูกต้อง แก่ประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เนื่องจากประชาชนในพื้นที่จะได้ทำความเข้าใจในหลักศาสนาอิสลามที่ถูกต้อง ผ่านผู้นำศาสนาระดับโลกอิสลาม ที่ทุกคนยอมรับและเคารพนับถือ

ตอริก สหสันติวรกุล รายงาน

“แผน ถปภ.904 สานพลังความมั่นคง ปกป้องสถาบันหลักของชาติ”ประชุมแถลงแผนถวายความปลอดภัย (ถปภ.904) ผ่านระบบ VTC ขับเคลื่อนภารกิจถวายความปลอดภัยแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ด้วยหัวใจแห่งความจงรักภักดี

📅 วันที่ 22 ตุลาคม 2568 เวลา 10.00 น.
ณ ห้องประชุมกองบัญชาการกองพลทหารราบที่ 15
ค่ายสมเด็จพระสุริโยทัย ตำบลบ่อทอง อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี

พลตรี ณรงค์ ตันติสิทธิพร ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 15 / ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี / ผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริเข้าร่วมการประชุมแถลงแผน “ถปภ.904” ผ่านระบบการประชุมทางไกล (VTC)
โดยมี พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 เป็นประธานการประชุม

📡 การประชุมในครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อเตรียมความพร้อมในการถวายความปลอดภัย แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ในการเสด็จปฏิบัติพระราชกรณียกิจในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

โดยมุ่งเน้นให้ทุกหน่วยงานในสังกัดกองทัพภาคที่ 4 บูรณาการกำลังร่วมกันวางมาตรการถวายความปลอดภัยอย่างรอบด้าน ทั้งด้านการข่าว การรักษาความสงบเรียบร้อย การอำนวยความสะดวกด้านเส้นทาง และการประสานความร่วมมือกับส่วนราชการและประชาชนในพื้นที่

💬 พลตรี ณรงค์ ตันติสิทธิพร ได้กล่าวเน้นย้ำถึงความสำคัญของภารกิจถวายความปลอดภัยในครั้งนี้ ว่าเป็นภารกิจอันทรงเกียรติสูงสุดของกองทัพ ซึ่งต้องดำเนินการด้วยความระมัดระวัง รอบคอบ และเต็มเปี่ยมด้วยจิตสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ พร้อมยืนยันความพร้อมของหน่วยในพื้นที่ที่จะปฏิบัติภารกิจด้วยความจงรักภักดีอย่างหาที่สุดมิได้

🌿 การแถลงแผน “ถปภ.904” ในครั้งนี้ ยังถือเป็นการสานต่อเจตนารมณ์ของกองทัพบกในการปกป้องสถาบันหลักของชาติ และสร้างความมั่นคงปลอดภัยให้แก่พสกนิกรในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ภายใต้หลัก “หนึ่งใจเดียวกัน เพื่อถวายความปลอดภัยแด่องค์ราชันและพระราชินีของปวงชนชาวไทย”

ตอริก สหสันติวรกุล รายงาน ปัตตานี

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กฐินพระราชทาน ทอดวัดณ วัดราชสิทธารามราชวรวิหารบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร โดย.มูลนิธิพุทธภูมิธรรม

แชร์เนื้อหานี้

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
พระราชทานให้ มูลนิธิพุทธภูมิธรรม น้อมนำผ้าพระกฐินพระราชทาน ไปทอดถวายยังที่ชุมนุมสงฆ์ จำพรรษาถ้วนไตรมาสณ วัดราชสิทธารามราชวรวิหาร เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร วันอาทิตย์ ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ.2568 เวลา 09.59 น.

มูลนิธิพุทธภูมิธรรม นำโดย พลเอก เอกชัย หาญพูนวิทยา ประธานอำนวยการ มูลนิธิพุทธภูมิธรรม, นางสาว เรณู มีผดุง
ที่ปรึกษามูลนิธิฯ (เจ้าภาพหลัก), มูลนิธิช่วยการสาธารณสุขชุมชน ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้า พี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ และสำนักงานเขตบางกอกใหญ่

ร่วมจัดกิจกรรมพิธี ถวายผ้ากฐินพระราชทาน ที่ได้รับพระราชทานนำมาจัดทำขึ้นในปีนี้ โดยได้รับเมตตาจาก พระราชวิสุทธิโสภณ เจ้าอาวาสวัดราชสิทธารามราชวรวิหาร พร้อมด้วยคณะสงฆ์ กระทำพิธีอปโลกน์และสวดญัตติทุติยกรรม พระสงฆ์รูปที่ได้รับฉันทานุมัติให้เป็นผู้ครองกฐิน
ณ พระอุโบสถ วัดราชสิทธารามราชวรวิหาร

โดยมี หน่วยงานข้าราชการ,ทหาร,ตำรวจ,
จิตอาสา ,พ่อค้า, แม่ค้า, ประชาชนและผู้มีจิตศรัทธาร่วมทำบุญกันอย่างคับคั่ง

การจัดงานในปีนี้มีบรรยากาศ ที่เต็มไปด้วยความอิ่มบุญอิ่มใจ
และความศรัทธาในการสนับสนุนพระพุทธศาสนา พร้อมทั้งมีการ
มอบทุนการศึกษาให้กับนักเรียน โรงเรียนวัดราชสิทธาราม

มูลนิธิพุทธภูมิธรรม เป็นตัวแทนท่านถวายกฐิน 1,001,999 บาทนอกจากนี้ยังมีการออกบูธ หน่วยแพทย์เคลื่อนที่
ตรวจสุขภาพ ,นวดเพื่อสุขภาพ,จิตอาสาตัดผม ,ของหน่วยงานราชการ , พร้อมทั้งโรงทานอาหาร คาวหวาน ,น้ำดื่มต่างๆ
เป็นจำนวนมาก ให้ผู้มาร่วมบุญในครั้งนี้ได้รับประทาน

ขอโมทนาสาธุการและขอขอบคุณผู้ที่มีส่วนร่วมในการจัดงานในครั้งนี้ รวมถึงผู้ที่ได้ถวายปัจจัยและแรงใจในการดำเนินกิจกรรมทำบุญที่มีความหมายอย่างยิ่งในครั้งนี้ ขอให้บุญกุศลที่ได้ทำร่วมกันส่งผลให้ทุกท่านประสบแต่ความสุขและความเจริญรุ่งเรืองในชีวิตต่อไป สาธุๆๆอนุโมทามิฯ

20 ตุลาคม 2568 : 13.00 น. สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดย ร.ต.ท.ดร.มนัส โนนุช ประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ มอบหมายให้ พ.ต.ศิริชัย ทรัพย์ศิริ กรรมการอำนวยการสภาสังคมสงเคราะห์ฯ/นายกสมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล,นางเพ็ญศรี สุขเขียว ประธาน มพม.ภาค 18,นางสิริพร เรืองปาน ประธาน มพม.จ.สุราษฎร์ธานี พร้อมด้วยคณะแม่ดีเด่นแห่งชาติ จ.สุราษฎร์ธานี ร่วมกับ นายจรัญ ไชยฤทธิ์ รอง หส.ผศ.เขตนครศรีธรรมราช พร้อมคณะเจ้าหน้าที่,พล.ต.สรรเสริญ พุ่มเกิด

รอง ผอ.ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน ภาค 4,จ.ส.อ.รุ่งวิทย์ มีภพ นายกสมาคมทหารผ่านศึก จ.นครศรีธรรมราช,เครือข่ายทหารผ่านศึก อ.ช้างกลาง/อ.เมือง/อ.ลานสะกา/อ.ร่อนพิบูลย์/อ.พระพรหม/อ.ปากพนัง/อ.เชียรใหญ่/อ.หัวไทร/อ.ท่าศาลา,ประธานเครือข่ายทหารผ่านศึก ต.นาเคียน,น.ส.นันทิยา เรืองจรูญ หัวหน้ากลุ่มนโยบายและวิชาการ

สนง.พมจ.นครศรีธรรมราช,ผญบ. ม.1 ต.ปากพูน : ลงพื้นที่ให้ความรู้เรื่องสิทธิประโยชน์ของคนพิการ พร้อมมอบชุดเยี่ยมให้กับทหารผ่านศึก คนพิการ ผู้ยากไร้ จำนวน 20 ราย ซึ่งมี นายจรัญ ไชยฤทธิ์ รอง หส.ผศ.เขตนครศรีธรรมราช เป็นประธานในพิธีมอบ ณ ห้องประชุมสโมสรวีรไทย ค่ายวชิราวุธ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช

*** ขอขอบคุณ สมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล : บริจาคชุดเยี่ยมจำนวน 20 ชุด มา ณ โอกาสนี้เป็นอย่างสูง ***

สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “ฟิลิปินส์” สร้างตำนาน B2B“เอ็มม่า แมรี่ ทิกเลา” คว้ามงกุฎ “มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล 2025”“กชเบล” สู้ยิบตา ได้รองอันดับ1 ควบ ชุดประจำชาติ-ชุดว่ายน้ำยอดเยี่ยม

แชร์เนื้อหานี้

ติดโผมาตั้งแต่แรก และผลก็ไม่พลิกล็อค เมื่อ เอ็มม่า แมรี่ ทิกเลา (EMMA MARY TIGLAO) มิสแกรนด์ ฟิลิปปินส์ โชว์ศักยภาพ 4B ครบเครื่อง เก็บคะแนนทุกรอบได้แบบไม่มีตกหล่น ทัชใจ บอสณวัฒน์ อิสรไกรศีล ประธานกองประกวด และผู้ถือลิขสิทธิ์ มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล จนมาถึงรอบสุดท้าย เฉิดฉายลอยลำคว้าตำแหน่ง มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล 2025 ไปครอง สร้างตำนาน B2B

เมื่อรุ่นพี่มิสแกรนด์ฟิลิปปินส์ ซีเจ คริสติน จูเลียน โอเปียซา มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล 2024 มอบมงให้ เอ็มม่า แมรี่ ทิกเลา มิสแกรนด์ ฟิลิปปินส์ “มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล คนที่ 13 ของโลก” ในขณะที่ “กชเบล ศรัณย์รัชต์ เผือกพิพัฒน์” มิสแกรนด์ไทยแลนด์ คู่จับมือพ่ายสู่ตำแหน่งรองอันดับ1

ควบรางวัลชุดประจำชาติ และชุดว่ายน้ำยอดเยี่ยม สำหรับตำแหน่งรองอันดับ 2 ได้แก่ มิสแกรนด์ สเปน ไอทาน่า แคโรไลนา ฮิเมเนซ (AITANA CAROLINA JIMENEZ) ตำแหน่งรองอันดับ 3 ได้แก่ มิสแกรนด์กาน่า เฟธ มาเรีย พอร์เตอร์ (Faith Maria Porter) ตำแหน่งรองอันดับ 4 ได้แก่ มิสแกรนด์ เวเนซุเอลา นาริมาน บัตติคา (NARIMAN BATTIKHA )

ตำแหน่งรองอันดับ 5 มี 5 นางงามที่ได้ครองตำแหน่งนี้ได้แก่ มิสแกรนด์โคลอมเบีย ลอร่า รามอส (Laura Ramos) มิสแกรนด์ เช็ค รีพับบลิค มาร์เกต้า มอร์วิคโควา((MARKETA MORWICKOVA) มิสแกรนด์ เม็กซิโก มอนต์เซอร์ราท วิลลาลวา (MONTSERRAT VILLALVA) มิสแกรนด์ กัวเตมาลา อานา เลนเดิล (Ana Lendl) และ มิสแกรนด์ แทนซาเนีย เบียทริซ อาคยู ท่ามกลางกองเชียร์จากทั่วโลกที่บินตรงมาเชียร์กันแน่น

MGI HALL ชั้น 6 ศูนย์การค้า BRAVO BKK พระราม 9 โดยผู้ครองตำแหน่ง มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล คนที่ 13 ของโลก จะร่วมปฏิบัติภารกิจต่างๆทั่วโลกร่วมกับองค์กร MGI หรือ บริษัท มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ตลอด 1 ปีเต็ม
ติดตามกิจกรรม Miss Grand ได้จากทุกช่องทาง
YouTube Channel : Grand TVFacebook : Miss Grand International , Miss Grand Thailand
Instagram : missgrandinternational , missgrandthailand และ TikTok

MissGrandInternational #MissGrandInternational2025

MissGrandThailand #MissGrandThailand2025 #WeAreGRANDthe1andOnly

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ฝ่ายประชาสัมพันธ์ Miss Grand International และ Miss Grand Thailand
เนตรดาว จตุพงษา (เต้ย PR) 062 395 5642

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / โครงการสำรวจทางหลวง 4 ช่องจราจร ทางหลวงหมายเลข 228 สายชุมแพ-หนองบัวลำภู ตอนชุมแพ-สีชมพู จ.ขอนแก่น

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2568 เวลาประมาณ 13.45 น. นางสาวอ้อยใจ คำบุญเรือง นายอำเภอชุมแพให้เกียรติเป็นประธาน โครงการจ้างวิศวกรสำรวจและออกแบบทางหลวง 4 ช่องทางจราจร บนทางหลวงหมายเลข 228 สายอำเภอชุมแพ-อำเภอหนองบัวลำภู ตอนชุมแพ-สีชมพู

ดำเนินงานระหว่าง 4 มีนาคม 2568-27 พฤษภาคม 2569 รวม 450 วัน โดยมีนายนพดล นุ่มน้อย วิศวกรโยธาเชี่ยวชาญ เจ้าของโครงการ กล่าวรายงานและวัตถุประสงค์ในการจัดประชุมสัมนาตอบข้อซักถามสื่อมวลชน ผู้ได้รับผลกระทบและปัญหาต่างๆจากการสำรวจออกแบบทาลงหลวง 4ช่องจราจร

ในบางครั้งอาจมีผลกระทบต่อชุมชน แหล่งการศึกษา สาธารณะสถาน วัดวาอาราม โรงเรียนและสิ่งแวดล้อมต่างๆตามรายทาง การออกแบบในเชิงวิชาการติดตั้งไฟสว่าง ไฟเขียว-ไฟแดง แหล่งชุมชน ตามทางร่วมทางแยกเพื่่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

จากเส้นทางหลวงขยาย 4 ช่องจราจร ชุมแพ- สีชมพู ผ่านหลายหมู่บ้านหลายตำบลย่อมเกิดปัญหาหลายด้าน บางแห่งติดที่ดินทำกินบางตำบลมีบ้านติดถนน การให้ค่าตอบแทนของรัฐในการเวนคืนที่ดินสมเหตุสมผลและเป็นธรรม

จนผู้ได้รับผลกระทบยินยอมเป็นที่พอใจโดยไม่เกิดข้อพิพาทคืองานสำเร็จในการขยายเส้นทางหลวง 4 ช่องจราจร การประชุมสัมนาจนถึงเวลา 15.50น.จึงได้ปิดการประชุม

ภาพ/ข่าว กบชุมแพ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ชายแดนใต้คึกคัก! “รมช.อามินทร์” เปิดงาน Thai Deep South Connect ครั้งที่ 2 ผนึกภาคี 5 จ.แดนใต้ คาดเงินสะพัดกว่า 50 ล้านบาท

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 19.15 น.วันที่ 18 ตุลาคม 2568 ที่บริเวณลานคนเดิน สนามกีฬามหาราช อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส นายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดมหกรรม “Thai Deep South Connect ของดีพื้นที่ วิถีพื้นถิ่นชายแดนใต้ ครั้งที่ 2“ตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลที่มุ่งเน้นการกระตุ้นเศรษฐกิจและการกระจายตัวของการท่องเที่ยว โดยมีนายวีรพัฒน์ บุณฑริก รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ผู้แทนจาก ศอ.บต.นายอนิรุทร บัวอ่อน ปลัดจังหวัดนราธิวาส หัวหน้าส่วนราชการ ตลอดจนประชาชนทั้งในและนอกพื้นที่

รวมถึงประเทศเพื่อนบ้านเข้าร่วมเป็นจำนวนมากสำหรับมหกรรมฯดังกล่าวเป็นความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่าง ศอ.บต. กับ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก เพื่อส่งเสริมการค้าขาย สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับประชาชนในพื้นที่ โดยกิจกรรมหลักคือการจัด “ตลาดนัดชุมชนเชิงเศรษฐกิจ” เปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการรายย่อยและชุมชนได้นำสินค้าและผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นกว่า 300 คูหามาจำหน่าย

โดยไม่มีค่าใช้จ่ายในการเช่าพื้นที่ ซึ่งเป็นมาตรการสำคัญในการลดภาระและเพิ่มช่องทางการสร้างรายได้ให้กับประชาชนอย่างแท้จริง โดยการจัดงานในพื้นที่อำเภอสุไหงโก-ลก ซึ่งเป็นเมืองชายแดนที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจสูง และอยู่ติดกับประเทศมาเลเซียนั้น มุ่งหวังที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยวและผู้บริโภคจากประเทศเพื่อนบ้านให้เข้ามาจับจ่ายใช้สอย

โดยคาดหวังว่ากิจกรรมตลอด 3 วันนี้ (18-20 ตุลาคม 2568 เวลา 17.00 – 23.00 น.) จะสามารถเพิ่มยอดขายและสร้างความคึกคักทางการค้าอย่างมีนัยสำคัญ
นอกจากโอกาสในการซื้อขายสินค้าแล้ว ภายในงานยังมีการแสดงศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นและการแสดงดนตรีสดจากศิลปินชื่อดังตลอด 3 วันเต็ม อาทิ วง “กานดา อาร์สยาม” (18 ต.ค.), วง “วงทัพห้า” (19 ต.ค.) และ วง “แทมมะริน” (20 ต.ค.)
ทั้งนี้เพื่อกระตุ้นยอดซื้อและความคึกคักทางการค้าอย่างต่อเนื่อง ศอ.บต. ยังได้เตรียมกิจกรรมส่งเสริมการขายมูลค่ารวมกว่า 30,000 บาท เช่น กิจกรรมเช็คอินรับคูปองเงินสด, ช็อปดี มีคืน, วงล้อลุ้นโชค

รวมถึงกิจกรรมสร้างกระแสประชาสัมพันธ์ยุคใหม่อย่าง Tiktok Challenge แข่งขันทำคลิปวิดีโอคอนเทนต์ ชิงเงินรางวัลมูลค่ารวมกว่า 10,000 บาท อนึ่ง มหกรรม “Thai Deep South Connect” ได้จัดครั้งที่ 1 ไปแล้วที่จังหวัดปัตตานี และมีแผนจะเดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจต่อไปในอีก 3 พื้นที่ ได้แก่ อำเภอเบตง จังหวัดยะลา, อำเภอเมือง จังหวัดสตูล และอำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา ในช่วงระหว่างเดือนกันยายนถึงธันวาคม 2568 เพื่อผลักดันเศรษฐกิจชายแดนใต้ให้เติบโตอย่างต่อเนื่องและทั่วถึง นายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้เป็นความมุ่งมั่นของรัฐบาล ที่ต้องการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ด้วยการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ กระจายรายไ

ด้สู่ฐานรากอย่างแท้จริง โดยการเปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการรายย่อย วิสาหกิจชุมชน และกลุ่มแม่บ้าน มีเวทีในการนำสินค้าของตนมาเสนอขายโดยตรง ถือเป็นนโยบายที่มุ่งเน้น “การสร้างรายได้ที่จับต้องได้” ให้กับประชาชนในพื้นที่ อีกทั้งยังเป็นการเสนอ

ความงดงามทางวัฒนธรรมวิถีชีวิต และภูมิปัญญาท้องถิ่น ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเวิร์กช็อป การสาธิตงานหัตถกรรม การแสดงศิลปวัฒนธรรมจากชุมชน และการนำเสนออาหารฮาลาลที่มีชื่อเสียง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่เพียงสร้างความภาคภูมิใจแก่คนในพื้นที่ แต่ยังเป็นเสน่ห์ที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศต่อไป
///////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

คิกออฟแคมเปญ “77th Waterfall Province of Bueng Kan Passport” กระตุ้นการท่องเที่ยวปลายปี

แชร์เนื้อหานี้

จังหวัดบึงกาฬ เตรียมเปิดตัวแคมเปญ “77th Waterfall Province of Bueng Kan Passport” เพื่อส่งเสริมและกระตุ้นการท่องเที่ยวในช่วงปลายฝนต้นหนาว ซึ่งเป็นช่วงที่อากาศเย็นสบาย เหมาะแก่การท่องเที่ยวธรรมชาติและชุมชน

นายณรงค์ศักดิ์ คุรุพันธ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ เปิดเผยว่า สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ ได้ร่วมกับ วิทยาลัยนวัตกรรมแห่งบึงกาฬ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี, หอการค้าจังหวัดบึงกาฬ,

สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดบึงกาฬ และ กลุ่ม YEC จังหวัดบึงกาฬ ดำเนินโครงการดังกล่าว โดยได้รับการสนับสนุนและคำปรึกษาจาก นายสมหวัง อารีย์เอื้อ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ

แคมเปญนี้ถือเป็นความร่วมมือของทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและเอกชนในจังหวัด โดยไม่ได้ใช้งบประมาณของทางราชการ แต่เป็นการรวมพลัง “ร่วมคิด ร่วมทำ” เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากและสร้างภาพลักษณ์การท่องเที่ยวบึงกาฬในฐานะเมืองแห่งน้ำตก

ทั้งนี้ จังหวัดบึงกาฬได้กำหนดจัดกิจกรรม “คาราวานท่องเที่ยวเส้นทางน้ำตก 7 แห่ง” พร้อมทดลองใช้ “Bueng Kan Passport” สำหรับสะสมตราประทับสัญลักษณ์ประจำจังหวัด ในวันที่ 23 ตุลาคม 2568 โดยจะมีพิธีปล่อยขบวนคาราวาน ณ บริเวณด้านหน้าศาลากลางจังหวัดบึงกาฬ

กิจกรรมดังกล่าวยังเป็นการเตรียมความพร้อมของจังหวัดบึงกาฬ ในการต้อนรับนักท่องเที่ยวและนักกีฬาจากต่างประเทศ ที่จะเดินทางเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ในภูมิภาคอาเซียน รวมทั้งการเปิด สะพานมิตรภาพไทย–ลาว แห่งที่ 5 (บึงกาฬ–บอลิคำไซ) ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ภ.จว.บึงกาฬ จับกุมขบวนการฟอกเงินข้ามชาติ เชื่อมโยงแก๊งคอลเซ็นเตอร์

เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2568 เวลา 12.00 น. ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ตำรวจภูธรจังหวัดบึงกาฬ ภายใต้การอำนวยการของพล.ต.ต.ศิรสัณห์ เยื้อนสงวนชัย ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบึงกาฬ ได้รับแจ้งข้อมูลจากศูนย์บริหารเหตุการณ์แก๊งคอลเซ็นเตอร์และการค้ามนุษย์นานาชาติ (ศกค.) เกี่ยวกับกลุ่มคนร้ายที่ทำธุรกรรมถอนเงินสดจากบัญชีในพื้นที่อำเภอปากคาด อำเภอเมืองบึงกาฬ และจังหวัดใกล้เคียง

เจ้าหน้าที่จึงได้ติดตามพฤติกรรมของกลุ่มต้องสงสัย กระทั่งพบกลุ่มบุคคล 3 ราย ประกอบด้วยชาย 2 ราย และหญิง 1 ราย เข้าทำธุรกรรมถอนเงินสดจำนวน 260,000 บาท จากธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาหน้าโรงเรียนบึงกาฬ ก่อนนำเงินไปฝากต่อที่ธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขาตลาดสดบึงกาฬ เข้าบัญชีหญิงชาวต่างชาติ สัญชาติ สปป.ลาว เพื่อฟอกให้เป็นเงินสะอาด

จากการสืบสวนเพิ่มเติม ทราบว่ากลุ่มผู้ต้องหามีเครือข่ายรวมประมาณ 10 คน พักอาศัยอยู่ในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ โดยเช่าห้องพักจำนวน 3 ห้อง มี “เจ้นาง” ชาวลาว เป็นนายทุนผู้ออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด

นอกจากนี้ ยังพบข้อมูลว่า เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2568 หนึ่งในผู้ต้องหาที่ถูกจับในครั้งนี้ได้เดินทางโดยเครื่องบินจากจังหวัดหาดใหญ่ มาลงที่จังหวัดอุดรธานี ก่อนเข้าพักที่จังหวัดบึงกาฬ และในวันที่ 16 ตุลาคม 2568 ได้เปิดบัญชีธนาคารในพื้นที่ เพื่อใช้เป็นบัญชีรับโอนเงินจากผู้เสียหาย ก่อนถอนเงินสดมาฝากต่อเข้าบัญชีของเครือข่ายข้ามชาติ

เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างขยายผลการสอบสวน เพื่อติดตามจับกุมผู้ร่วมขบวนการที่เหลือ รวมถึงตรวจสอบเส้นทางการเงินเชื่อมโยงไปยังกลุ่มแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในต่างประเทศ
ทั้งนี้ การปฏิบัติการดังกล่าวอยู่ภายใต้การอำนวยการของ
พลตำรวจตรีศิรสัณห์ เยื้อนสงวนชัย ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบึงกาฬ

พร้อมด้วยรองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบึงกาฬ
พ.ต.อ.อารัก มะสาธานัง พ.ต.อ.พีระวุฒิ สุวรรณประสิทธิ์
พ.ต.อ.ดำรงศักดิ์ แก้วสมนึก พ.ต.อ.ชิษณุพงษ์ พรมมีเดช
และพ.ต.อ.ประยุทธ์ พิทักษ์เผ่าสกุล