สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รร.นันทบุรีวิทยา จัดการแข่งขันกีฬาสีต้านภัยยาเสพติดนันทบุรีเกมส์ ปีการศึกษา 2568

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2568 ณ โรงเรียนนันทบุรีวิทยาในพระบรมราชานุเคาระห์บ้านปางค่า ต.ไชยสถาน อ.เมืองน่าน จ.น่าน นายเสรี พิมพ์มาศ คณะกรรมการสถานศึกษา ผู้ทรงคุณวุฒิทางการศึกษา เป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาสี ต้านภัยยาเสพติด “นันทบุรีเกมส์ประจำปีการศึกษา 2568

โรงเรียนนันทบุรีวิทยา ในพระบรมราชานุเคราะห์
โดยมีนางสาวอัญรินทร์ ฉัตรโชติวรกิตติ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนนันทบุรีวิทยา ในพระบรมราชาชานุเคราะห์กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงานในนามคณะกรรมการจัดการแข่งขัน คณะ

ครู นักเรียน ตลอดจนคณะกรรมการจัดการแข่งชัน นักกีฬาและผู้มีส่วนร่วมสนับสนุนกีฬา และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย
การแข่งแข่งกีฬาสี ต้านภัยยาเสพติด “นันทบุรีเกมส์” ของโรงเรียนนันทบุรีวิทยา ในพระบรมราชานุเคราะห์
ประจำปีการศึกษา ๒๕๖๖๘ โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อ

เพื่อให้นักเรียนมีสุขภาพพลานามัยแข็งแรงเพื่อให้นักเรียนใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์และห่างไกลยาเสพติดเพื่อฝึกการเป็นผู้นำ ผู้ตามที่ดี มีน้ำใจเป็นป็นนักกีฬา รู้แพ้ รู้ขนะ รู้อภัย มีความเป็นประชาธิปไตย

เพื่อให้นักเรียนรู้จักการทำงานเป็นหมู่คณะ ทำงานร่วมกับผู้อื่นได้การจัดกิจกรรมแข่งขันกีฬาสีประกอบด้วย คณะครูและนักเรียนสี 4 สี คือ สีน้ำเงิน สีเหลือง สีแดงและสีม่วง กีฬาที่จัดการแข่งขัน ได้แก่ กีฬาฟุตบอล วอลเลย์บอล เซปัคตะกร้อ และ เปตอง

การจัดงานวันนี้ได้รับเกียรติจากนายบุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนนันทบุรีวิทยาในพระบรมราชานุเคราะห์ ร.ต.อ.สุิตย์ ศรีประสม คณะกรรมการสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่านร่วมพิธีเปิดงานคณะครู บุคลาการทางการศึกษา

ได้ร่วมกันจัดการแข่งขันกีฬาสีภายในขึ้นโดยมีคณะครูเป็นที่ปรึกษาอย่างใกล้ชิดเพื่อให้นักเรียนได้มีโอกาสร่วมแข่งขันกีฬาอันจะก่อให้เกิดความสามัคคีและมีพลานามัยที่สมบูรณ์ สามารถศึกษาเล่าเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ/บุญยงค์ สดสอาดนายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/ร.ต.อ.สถิตย์ ศรีประสม รายงาน

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / EEP Group ร่วมกับเทศบาลเมืองแพรกษาใหม่ จัดกิจกรรมจิตอาสาเพื่อน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ ในหลวงรัชกาลที่ 9

    แชร์เนื้อหานี้


    วันที่ 3 ธันวาคม 2568 กลุ่มบริษัท อีสเทิร์น เอเนอร์จี้ พลัส จำกัด (EEP Group) ผู้นำด้านการจัดการขยะสู่พลังงาน นำโดยนายสราวุฒิ ภูมิถาวร ที่ปรึกษาด้านพัฒนาธุรกิจ และนายอนุพงศ์ มุทราอิศ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ เข้าร่วมพิธีเปิดกิจกรรม “ทำดีเพื่อพ่อ” โดยมีนายอำนวย บุญริ้ว นายกเทศมนตรีเมืองแพรกษาใหม่ เป็นประธานในพิธี

    กิจกรรมจิตอาสาพัฒนาชุมชนครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลและน้อมรำลึกเนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ พระบาท

    สมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ตลอดจนเนื่องในวันชาติ วันพ่อแห่งชาติ และวันสิ่งแวดล้อมไทย ประจำปี 2568

    ทั้งนี้ EEP Group ได้สนับสนุนอุปกรณ์ทำความสะอาด รถบรรทุกน้ำสำหรับล้างถนน รวมถึงพนักงานร่วมทำความสะอาดและเก็บขยะบริเวณถนนสาธารณะ ตั้งแต่พื้นที่ด้านข้างกองป้องกันและ

    บรรเทาสาธารณภัยจนถึงศาลเจ้าพ่อโคกพร้าว ตำบลแพรกษาใหม่ โดยมีหน่วยงานราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนใน

    พื้นที่กว่า 200 คน เข้าร่วมกิจกรรม สะท้อนพลังความร่วมมือในการสร้างสังคมที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม และส่งต่อการทำความดีอย่างยั่งยืนต่อไป


    เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ประชุมชี้แจงแผนฝึกสอบสวน รุ่นที่14 ขับเคลื่อนกำลัง 9 นาย ลงพื้นที่ฝึกงาน

    แชร์เนื้อหานี้

    วันที่ 3 ธ.ค.2568เวลา 11.30 น.พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ผบก.ภ.จว.นครปฐมพร้อมด้วยพ.ต.อ.พงษ์สวัสดิ์ คำปาเชื้อ
    รอง ผบก.ภ.จว.นครปฐมพ.ต.อ.ไพรัตน์ รอดทอผก(สอบสวน)กลุ่มงานสอบสวนฯหน.งานสอบสวน และครูพี่เลี้ยง สภ.เมืองนครปฐม,สภ.กำแพงแสน,สภ.โพธิ์แก้ว,สภ.พุทธมณฑล
    และผู้เข้ารับการฝึกปฏิบัติงานสอบสวนหลักสูตรประกาศนียบัตร

    ด้านการสืบสวนสอบสวนคดีอาญารุ่นที่ 14 (กอต.(สอบสวน))
    เข้าร่วมประชุมชี้แจงแนวทางการส่งตัวผู้เข้ารับการฝึกอบรมหลักสูตรประกาศนียบัตรด้านการสืบสวนสอบสวนคดีอาญา รุ่นที่ 14 (กอต.(สอบสวน)) ประจำปึงบประมาณ พ.ศ.2568 ฝึกภาคปฏิบัติงานสอบสวนตั้งแต่วันที่ 4 ต.ค.68 – 23 ม.ค.69 จำนวน 9 นายณ ห้องประชุม ชั้น 3 ภ.จว.นครปฐมต.ถนนขาด อ.เมือง จ.นครปฐม
    สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เรือนจำกลางนครปฐม ตรวจเยี่ยมนิทรรศการเรือนจำกลางนครปฐม ในงานเกษตรกำแพงแสน ครั้งที่ 28 / อบจ.นครปฐมได้จัดเตรียมสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้

    แชร์เนื้อหานี้

    วันที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2568 นายจักร ลิ่มบุตร ผู้บัญชาการเรือนจำกลางนครปฐม เข้าตรวจเยี่ยมและติดตามการดำเนินงานนิทรรศการศูนย์การเรียนรู้โครงการพระราชทานในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว “โคก หนอง นา แห่งน้ำใจและความหวัง กรมราชทัณฑ์” นิทรรศการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ราชทัณฑ์ และนิทรรศการศูนย์ประสานงานและส่งเสริมการมีงานทำ (Care)

    ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนภารกิจกรมราชทัณฑ์ด้านการพัฒนาผู้ต้องขัง สร้างทักษะอาชีพ และเตรียมความพร้อมคืนคนดีสู่สังคม ภายในงานเกษตรกำแพงแสน ครั้งที่ 28 ประจำปี 2568 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2568 ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม
    สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

    อบจ.นครปฐมได้จัดเตรียมสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้

    นายจิรวัฒน์ สะสมทรัพย์ นายก อบจ.นครปฐม และ นางวิลาสินี สะสมทรัพย์ ภริยา, นายฐิรวิชญ์ สะสมทรัพย์ บุตรชาย พร้อมด้วย ผู้ช่วยผู้บริหาร ประธานสภาฯ รองประธานสภา สมาชิกสภาฯ รก.ปลัด อบจ. และเจ้าหน้าที่ อบจ.นครปฐม พร้อมกับประชาชนจังหวัดนครปฐมได้ร่วมกันมอบสิ่งของต่างๆ อาทิ และน้ำดื่ม ยาสามัญ อาหารแห้ง อาหารสัตว์ ผ้าอนามัย นม ผ้าห่ม และของอื่นๆอีกจำนวนมาก

    เพื่อนำไปส่งต่อให้แก่ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากเหตุอุทกภัย ในพื้นที่ภาคใต้ และ นายกอบจ.นครปฐม ต้องขอขอบคุณพี่น้องประชาชนทุกท่าน และทุกภาคส่วน ที่่ได้นำเครื่องอุปโภคบริโภค และสิ่งของจำเป็นต่างๆ มาร่วมช่วยเหลือบรรเทาความทุกข์แก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ ในครั้งนี้ ชาวนครปฐมขอส่งความห่วงใยโดยการส่งมอบสิ่งของจำเป็น ขอให้ผ่านช่วงเวลานี้ไปให้ได้ และขอให้สถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว

    สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / โครงการชลประทานเชียงใหม่ เข้าร่วมการประชุมกลุ่มผู้ใช้น้ำและหน่วยที่เกี่ยวข้อง ทั้งเชียงใหม่และลำพูน วางแผนป้องกันภัยแล้ง

    แชร์เนื้อหานี้

    วันพุธ ที่ 3 ธ.ค. 68 นายศิวกร บัวป้อง รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานเปิดการประชุมชี้แจงแผนการบริหารจัดการน้ำฤดูแล้ง ปี 2569 พื้นที่ลุ่มน้ำปิงตอนบน (จังหวัดเชียงใหม่-ลำพูน) โดยมี นายอัฏฐวิชย์ นาควัชระ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 1, นายเกื้อกูล มานะสัมพันธ์สกุล ผู้อำนวยการโครงการชลประทานเชียงใหม่, นายจิรชัย พัฒนพงศา ผู้อำนวยการส่วนบริหารจัดการน้ำและบำรุงรักษา สำนักงานชลประทานที่ 1, นายสุภรณ์วัฒน์ สุรการ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานลำพูน รวมทั้งเจ้าหน้าที่ชลประทาน กลุ่มผู้ใช้น้ำเชียงใหม่ และลำพูน หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมการประชุม ณ ห้องประชุมสำนักงานชลประทานที่ 1 ถนนทุ่งโฮเต็ล อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่

    นายจิรชัย พัฒนพงศา ผู้อำนวยการส่วนบริหารจัดการน้ำและบำรุงรักษา สำนักงานชลประทานที่ 1 กล่าวว่า ปริมาณฝนสะสมเฉลี่ยของประเทศไทยในปี 2568 สูงกว่าปกติ 9 เปอร์เซ็นต์ ปัจจุบันอยู่ในสถานการณ์ลานีญา ปัจจุบันเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล มีน้ำก็บกัก 279.327 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 105.41 เปอร์เซ็นต์ น้อยกว่าปี 67 ประมาณ 1.164 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 0.41 เปอร์เซ็นต์ เขื่อนแม่กวงอุดมธารา มีปริมาณน้ำเก็บกัก 255.827 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 97.27 เปอร์เซ็นต์ มากกว่าปี 67 ประมาณ 37.122 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 16.97 เปอร์เซ็นต์ อ่างเก็บน้ำขนาดกลาง และอ่างเก็บน้ำขนาดเล็ก ปีนี้มีปริมาณน้ำเต็มเก็บกักเต็มความจุ พร้อมกันนี้ได้วางแผนการบริหารจัดการน้ำ ส่งน้ำเป็นรอบเวร โดยจะเริ่มส่งน้ำก้อนแรก ในวันที่ 2 ม.ค. 69 ไปสิ้นสุดวันสุดท้าย 28 พ.ค. 69 รวม 21 รอบเวร อัตราการส่งน้ำรวมทั้งหมด 80 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งปีนี้ได้ส่งน้ำน้อยกว่าปีทีที่ผ่านมา ในปี 67/68 ที่ผ่านมา ได้ส่งน้ำ 21 รอบเวร ปริมาณน้ำรวม 91.41 ล้าน ลบ.ม. เนื่องจากปริมาณน้ำในแม่น้ำปิงยังคงมีปริมาณมาก

    นายอัฏฐวิชย์ นาควัชระ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 1 กล่าวว่า พื้นที่สองฝั่งแม่น้ำปิงตอนบน ตั้งแต่ด้านท้ายฝายแม่แฝกจนถึงบริเวณเหนือเขื่อนภูมิพล มีความต้องการใช้น้ำจากแม่น้ำปิงมากขึ้นในด้านอุปโภค-บริโภค (ประปา) และด้านการเกษตร แต่แม่ม่น้ำปิงมีปริมาณต้นทุนจำกัดโดยเฉพาะฤดูแล้ง จึงจำเป็นต้องส่งน้ำจากเขื่อนแม่งัดฯ ให้การสนับสนุนเป็นประจำทุกปี ดังนั้นจึงจำเป็นต้องบูรณาการร่วมกันทุกภาคส่วน เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำลุ่มน้ำปิงตอนบนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมดำเนินการตามมาตรการของสำนักงานชลประทานที่ 1 ในการบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูแล้ง ได้ขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ประหยัดน้ำเพื่อสำรองน้ำไว้ใช้กรณีฝนทิ้งช่วงในฤดูฝนหรือต่อเนื่องไปในฤดูแล้งปีถัดไป จึงได้มีการจัดการประชุมในวันนี้

    พร้มดำเนินการตามนโยบายของกรมชลประทาน และแผนการปฏิบัติอย่างเคร่งครัดที่ทางสำนักงานชลประทานที่ 1 ได้วางไว้ 6 มาตรการ คือ 1.ประตูระบายน้ำ/ฝาย เปิด รับน้ำเฉพาะการอุปโภค-บริโภค และน้ำเพื่อการเกษตร ตามแผนการเพาะปลูกและจัดสรรน้ำที่กำหนดไว้เท่านั้น 2.จะรักษาเสถียรภาพของตลิ่งลำน้ำปิง เพื่อความมั่นคงของตลิ่ง และควบคุมการปิดกั้นทางน้ำที่จะเป็นอุปสรรคในการบริหารจัดการน้ำ 3.เฝ้าระวังและควบคุมไม่ให้มีการปล่อยน้ำเสียลงในแม่น้ำ คู คลองและแหล่งน้ำต่างๆ 4.การประปาส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น สูบน้ำได้ตามปกติ 5.ขอความร่วมมืองดเลี้ยงปลาในกระชังในแม่น้ำปิงและในระบบชลประทาน (คลองส่งน้ำ/เหมืองส่งน้ำ) และ 6.ขอความร่วมมือสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าเพื่อการเกษตร สูบน้ำเข้าพื้นที่เพาะปลูกตามปฏิทินการสูบน้ำที่ได้วางแผนรอบเวรไว้แล้ว

    มีการจัดทำแผนที่และข้อมูลเจ้าหน้าที่ พร้อมเบอร์โทรของผู้ดูแลในส่วนงานต่างๆ อย่างชัดเจน ทั้งฝาย ประตูระบายน้ำ อ่างเก็บน้ำ รวมทั้งกลุ่มผู้ใช้น้ำกลุ่มต่างๆ เพื่อให้การบริหารน้ำและการประสานงานได้สะดวก รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ก่อนส่งน้ำได้ให้กลุ่มผู้ใช้น้ำติดตามข่าวสถานการณ์น้ำต้นทุน เพื่อวางแผนการเพาะปลูกพืชฤดูแล้ง ทางกลุ่มไลน์ “ลุ่ม น้ำปิง” พร้อมแจ้งความต้องการเพาะปลูกพืชให้เจ้าหน้าที่ เพื่อวางแผนการเพาะ

    ปลูกและแผนการส่งน้ำ ให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำต้นทุนและความต้องการ ร่วมประชุมชี้แจงแผนการบริหารจัดการน้ำประจำปี เพื่อร่วมจัดทำข้อตกลงการส่งน้ำและการใช้น้ำร่วมกัน ส่วนช่วงระหว่างส่งนน้ำ ในพื้นที่เพาะปลูกพืชให้เป็นไปตามแผนฯ ใช้น้ำตามข้อตกลงอย่างเคร่งครัด แจ้งผลการส่งน้ำ และช่วยติดตามแก้ไขปัญหาการส่งน้ำร่วมกับเจ้าหน้าที่ และสามารถขอรับการสนับสนุนเครื่องสูบน้ำฯ เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำ และหลังส่งน้ำ จะมีการแจ้งผลความก้าวหน้าการเพาะปลูกพืช / ผลผลิต เพื่อรายงานให้เจ้าหน้าที่ทราบและเก็บรวบรวมข้อมูลต่อไป…

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / โคราชระดมพลังน้ำใจ ส่งขบวนสิ่งของกว่า 8 พันกิโลและเงินบริจาค 8.7 แสน ช่วยผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ ขึ้น C-130 ลำเลียงสู่หาดใหญ่

    แชร์เนื้อหานี้

    ที่ ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 5 จังหวัดนครราชสีมา นาย อนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานปล่อยขบวนลำเลียงสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ หลังจังหวัดนครราชสีมาเปิดศูนย์รับบริจาคตั้งแต่วันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 โดยได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งหัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ นายอำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมถึงองค์กรการกุศล ที่ร่วมบริจาคสิ่งของและเงินช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง

    สำหรับสิ่งของที่ประชาชนและหน่วยงานต่าง ๆ ร่วมบริจาค ประกอบด้วย ข้าวสาร 6,500 กิโลกรัม น้ำดื่ม 7,600 แพ็ค อาหารสำเร็จรูปและปลากระป๋อง 4,350 ลัง เสื้อผ้า–เครื่องนุ่งห่ม 1,860 ลัง รวมถึง เงินบริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยเป็นจำนวนทั้งสิ้น 875,051.92 บาท ซึ่งได้ผ่านการรวบรวมและจัดลำเลียงเพื่อส่งมอบต่ออย่างเป็นระบบ

    จังหวัดนครราชสีมาได้ประสานการลำเลียงสิ่งของจากโคราชไปยัง ที่ว่าการอำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น เพื่อจัดเตรียมนำขึ้นเครื่องบินลำเลียง C-130 ของกองทัพอากาศ จากสนามบินฝูงบิน 237 (น้ำพอง) ส่งตรงไปยังสนามบินหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ก่อนกระจายต่อให้ผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ต่าง ๆ ของภาคใต้

    ทั้งนี้ การดำเนินการเป็นไปด้วยความร่วมมือใกล้ชิดจากหน่วยงานในพื้นที่ โดยมี
    นางสาววรางคณา ถนอมวงษ์ ผู้อำนวยการส่วนฝึกอบรม ศูนย์ปภ.เขต 5 นครราชสีมา ,นายกฤษฏิ์ พูนเกษม เป็นหัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครราชสีมา

    และ พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ พรหมทา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา (ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา) ร่วมอำนวยความสะดวกและกำกับดูแลกระบวนการลำเลียงสิ่งของทั้งหมด เพื่อให้การช่วยเหลือพี่น้องภาคใต้เป็นไปอย่างรวดเร็วและปลอดภัยที่สุด จังหวัดนครราชสีมายืนยันจะเดินหน้ารวบรวมความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง พร้อมขอบคุณทุกน้ำใจจากชาวโคราชที่ร่วมกันส่งต่อพลังแห่งความห่วงใยสู่ผู้ประสบอุทกภัยในครั้งนี้.

    กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สมุทรปราการ ส่งกำลังสมาชิก อส.ปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่หาดใหญ่ จ.สงขลา

    แชร์เนื้อหานี้

    จังหวัดสมุทรปราการ ส่งกำลังพลสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.) ลงพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ปฏิบัติภารกิจเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย
    นายศุภมิตร ชิณศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ ในฐานะผู้บังคับการกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดสมุทรปราการ

    ปล่อยแถวกำลังพลสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.) จังหวัดสมุทรปราการ จำนวน 12 นาย เดินทางไปปฏิบัติภารกิจในการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ตามนโยบายเร่งด่วนของกระทรวงมหาดไทยและรัฐบาล เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์อุทกภัยในครั้งนี้

    ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ ได้ให้โอวาทแก่ สมาชิก อส.ที่ไปปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยของจังหวัดสมุทรปราการว่า ขอปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่ เต็มกำลังความสามารถ ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มแข็ง มุ่งมั่น ทุ่มเท เสียสละ

    เพื่อให้งานสำเร็จตามเป้าหมายที่กำหนด และปฏิบัติภารกิจด้วยความระมัดระวังคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนและของตนเอง และขอให้การเดินทางไปปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ของสมาชิก อส.จังหวัดสมุทรปราการมีความปลอดภัย และขอให้การเดินทางกลับมีความปลอดภัยเมื่อภารกิจเสร็จสิ้น

    นอกจากนี้สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดสมุทรปราการ โดยนางสาวอรวรรณ ชิณศรี นายกล่ากาชาดจังหวัดสมุทรปราการ ได้ตั้งจุดรับบริจาคเงินและสิ่งของเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดภาคใต้

    ณ สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดสมุทรปราการ โดยมี หน่วยงานราชการ ผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคเงินและสิ่งของ อาทิ น้ำดื่ม บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง อาหารพร้อมรับประทาน นม นมผงสำหรับเด็ก แพมเพอร์ส สำหรับเด็กและผู้ใหญ่

    สำหรับผู้มีจิตศรัทธาที่ไม่สะดวกบริจาคเป็นสิ่งของ สามารถบริจาคเป็นเงิน ผ่านบัญชีสภากาชาดไทย เพื่อภัยพิบัติ ธนาคาร ไทยพาณิชย์ สาขาสภากาชาดไทย ประเภทบัญชี กระแสรายวัน เลขที่บัญชี 045 3 04637 0 โดยสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า


    เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / แถลงข่าวจัดงาน “เสด็จเตี่ย” กรมหลวงชุมพรฯ และงานกาชาดจังหวัดชุมพร ประจำปี 2568 คึกคัก

    แชร์เนื้อหานี้

    ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันที่ 3 ธันวาคม 2568 เวลา 09.00 น. ณ บริเวณพระตำหนักเสด็จในกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ตำบลหาดทรายรี อำเภอเมืองชุมพร นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร เป็นประธานแถลงข่าวการ

    จัดงานเทิดพระเกียรติพลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ และงานกาชาดจังหวัดชุมพร ประจำปี 2568 พร้อมด้วยนางพณณกร ชูกิตติวิบูลย์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดชุมพร หัวหน้าส่วนราชการ และสื่อมวลชนทุกแขนงเข้าร่วมอย่างคับคั่ง

    ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร เปิดเผยว่า งานเทิดพระเกียรติฯ และงานกาชาดจังหวัดชุมพร เป็นงานประจำปีที่จัดต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2528 เพื่อรำลึกถึงพระเกียรติคุณของ “เสด็จเตี่ย” กรมหลวงชุมพรฯ

    เนื่องในวันคล้ายวันประสูติวันที่ 19 ธันวาคม อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว เผยแพร่ของดีจังหวัดชุมพร และหารายได้ช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัยและผู้ด้อยโอกาส ผ่านภารกิจของเหล่ากาชาดจังหวัดชุมพร

    สำหรับปี 2568 กำหนดจัดงานระหว่างวันที่ 18–26 ธันวาคม 2568 ณ โครงการพัฒนาพื้นที่หนองใหญ่ตามพระราชดำริ ตำบลบางลึก อำเภอเมืองชุมพร โดยปีนี้จัดอย่างยิ่งใหญ่กว่าทุกปี พร้อมการมีส่วนร่วมของชุมชนทุกอำเภอในจังหวัด

    ไฮไลต์สำคัญ วันที่ 19 ธันวาคม 2568
    • พิธีเจริญพระพุทธมนต์
    • พิธีบวงสรวง
    • พิธีเปลี่ยนธงราชนาวี
    • การแสดงรำเทิดพระเกียรติจากนางรำกว่า 2,000 คน

    ถือเป็นกิจกรรมเชิดชูพระเกียรติที่ยิ่งใหญ่ที่สุดกิจกรรมหนึ่งของชุมพร
    • ขบวนแห่เทิดพระเกียรติฯ และขบวนของดีชุมพรช่วงบ่าย
    • พิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการในช่วงค่ำ บริเวณเวทีหลักภายในงาน

    กิจกรรมภายในงานที่น่าสนใจ
    • การประกวดร้องเพลง วันที่ 20 ธ.ค.
    • การประกวด Miss Chumphon 2025 วันที่ 23 ธ.ค.
    • การออกรางวัลสลากกาชาดจังหวัดชุมพร วันที่ 26 ธ.ค. ชิงรางวัลใหญ่รถกระบะ TOYOTA HILUX REVO 4 ประตู พร้อมของรางวัลอีกมากมาย
    • การออกร้าน OTOP ภายใต้แนวคิด

    “เทิดพระเกียรติองค์อาภากร เสน่ห์ OTOP ชุมพร ภูมิปัญญาไทย สู่กาชาดชุมพร 2568”
    • นิทรรศการจากหน่วยงานรัฐและเอกชน
    • การแข่งขันและสาธิตด้านการเกษตร
    • กิจกรรม “ดริปหรอย” ชิมกาแฟชุมพร
    • ชิมเมนูสร้างสรรค์ “จิ้งหรีดหม่าล่า & สุกี้”
    • ไฮไลต์การแข่งขันสุดฮือฮา “ศึกชิงแชมป์จ้าวนักดูด & ดื่ม (นม)” จังหวัดชุมพร

    ด้านความบันเทิง มีการแสดงศิลปวัฒนธรรม การแสดงท้องถิ่น และคอนเสิร์ตศิลปินชื่อดังหมุนเวียนขึ้นเวทีกลางทุกคืน รวมถึงกิจกรรมจากบูธเอกชนตลอดทั้งงาน คาดว่าจะดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งในจังหวัดและจากต่างพื้นที่ สร้างรายได้หมุนเวียนให้จังหวัดชุมพรจำนวนมาก

    จังหวัดชุมพรขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมงานใหญ่ปลายปี เพื่อแสดงความจงรักภักดีต่อเสด็จเตี่ย กรมหลวงชุมพรฯ สนับสนุนภารกิจของกาชาด และร่วมสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นอันงดงามของเมืองชุมพรอีกด้วย.

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /ปากคาดคึกคัก! จัดกีฬาเยาวชนฉลองครบรอบ 47 ปี / ศรัทธารวมใจ 50 ปี เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว จะจัดกิจกรรม “เดิน–วิ่ง รวมใจเพื่อผู้ประสบภัยจากช้างป่า ครั้งที่ 3” อ.บุ่งคล้าจ.บึงกาฬ

    แชร์เนื้อหานี้

    เป็นไปตามคาด…บรรยากาศความสุขล้นอำเภอปากคาด เมื่อ นายวุฒิชัย ชัยภูวนารถ นายอำเภอปากคาด เป็นประธานให้โอวาทแก่นักกีฬา

    ในการแข่งขัน วอลเลย์บอลเยาวชนประชาชนหญิง และ ฟุตบอล 7 คน รุ่นอายุไม่เกิน 12 ปี เนื่องในโอกาสวันสถาปนาอำเภอปากคาด ครบรอบ 47 ปี จัดขึ้นระหว่างวันที่ 1–4 ธันวาคม 2568

    กิจกรรมครั้งนี้ถือเป็นเวทีกีฬาที่สร้างทั้ง คุณค่าและมูลค่าทางเศรษฐกิจและสังคม ให้กับพื้นที่อย่างแท้จริง ด้วยการเปิดโอกาสให้เยาวชนได้แสดงศักยภาพ เสริมสร้างสุขภาพ และสร้างความสามัคคีของคนในชุมชน

    ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ อำเภอพรเจริญ ก็ได้ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จัดการแข่งขันกีฬาฉลองวันสถาปนาอำเภออย่างคึกคักเช่นกัน สะท้อนให้เห็นถึงพลังความร่วมมือของพื้นที่ในการพัฒนากีฬาอย่างต่อเนื่อง

    ด้าน สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ ได้บูรณาการนำเจ้าหน้าที่พลศึกษาลงพื้นที่สนับสนุนภารกิจของนายอำเภอทั้งสองอำเภอ เพื่อส่งเสริมการพัฒนากีฬาชุมชนและ

    เยาวชนให้ตระหนักถึงความสำคัญของการออกกำลังกาย สอดคล้องกับ แผนพัฒนาการกีฬาชาติ ฉบับที่ 7 ภายใต้การขับเคลื่อนของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

    ภาพ/ข่าว ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

    ประชุมศรัทธารวมใจ 50 ปี เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว จัดกิจกรรม “เดิน–วิ่ง รวมใจเพื่อผู้ประสบภัยจากช้างป่า ครั้งที่ 3”อ.บุ่งคล้าจ.บึงกาฬ

    วันที่ 3 ธันวาคม 2568 ที่ห้องประชุมศรัทธารวมใจ 50 ปีเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว อำเภอบุ่งคล้า จังหวัดบึงกาฬ นายคมกฤต บุญทอง นายอำเภอบุ่งคล้า เป็นประธานประชุมเตรียมความ

    พร้อมการจัดกิจกรรม “เดิน–วิ่ง รวมใจเพื่อผู้ประสบภัยจากช้างป่า ครั้งที่ 3” โดยมีหัวหน้าส่วนราชการระดับจังหวัด หน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น คณะทำงานแก้ไขปัญหาช้างป่าอย่างยั่งยืน รวมทั้งเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว เข้าร่วมประชุมเพื่อบูรณาการการทำงานร่วมกัน

    การจัดกิจกรรมครั้งนี้ดำเนินโดย คณะกรรมการกองทุนช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากช้างป่าอำเภอบุ่งคล้า และภาคประชาชนในพื้นที่ เพื่อระดมทุนช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุช้างป่า พร้อมส่งเสริมการรับรู้ด้านการอนุรักษ์และอยู่ร่วมกับสัตว์ป่าอย่างสมดุล

    กิจกรรม เดิน–วิ่ง รวมใจเพื่อผู้ประสบภัยจากช้างป่า ครั้งที่ 3 กำหนดจัดขึ้นในวันที่ 14 ธันวาคม 2568 ณ บริเวณ สะพานกิ้งกำ – เสาค้ำบ้านชูเมือง อำเภอบุ่งคล้า ริมฝั่งแม่น้ำโขง บ้านบุ่งคล้า ตำบลบุ่งคล้า และที่ สำนักงานเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว บ้านขามเปี้ย ตำบลบุ่งคล้า จังหวัดบึงกาฬ

    โดยที่ประชุมได้ร่วมพิจารณาแนวทางบริหารจัดการเส้นทางวิ่ง มาตรการด้านความปลอดภัย การแพทย์ฉุกเฉิน การอำนวยความสะดวกผู้เข้าร่วมกิจกรรม ตลอดจนการประสานงานระหว่างหน่วยงาน เพื่อให้การจัดงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนในพื้นที่

    ภาพ/ข่าว ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล/บึงกาฬ 0961464326

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “เกษตรจังหวัดน่านจับมือเลมอนฟาร์ม ดันส้มสีทองเข้าตลาด Modern Trade”

    แชร์เนื้อหานี้

    วันที่ 2 ธันวาคม 2568 นายศักดิ์สิทธิ์ ศรีวิชัย เกษตรจังหวัดน่าน มอบหมายให้นายธนัย บุญมาธิวัฒน์ หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร

    พร้อมด้วยนางสาวพัชราภรณ์ บุญมา นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ และนางสาวนฤมล อำพร นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ

    กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร ดำเนินการส่งเสริมและขับเคลื่อนการตลาดผลผลิตส้มของกลุ่มแปลงใหญ่ส้มเขียวหวานที่สูงตำบลสะเนียน โดยเชื่อมโยงผลผลิตเข้าสู่ตลาด Modern Trade กับร้านเลมอนฟาร์ม

    ซึ่งเป็นคู่ค้าที่ร่วมรับซื้อผลผลิตมาตลอดระยะเวลา 1 ปี สร้างรายได้ที่มั่นคงให้แก่เกษตรกรในพื้นที่ แนวทางการส่งเสริมและพัฒนาตลาดในปี 2569 ได้กำหนดแนวปฏิบัติสำคัญ ได้แก่

    1. การคัดคุณภาพผลผลิตอย่างเข้มงวด เพื่อให้ได้ส้มคุณภาพดีตามมาตรฐานที่ตลาดต้องการ
    2. การจัดการขนส่งที่มีประสิทธิภาพ ลดความเสียหายของผลผลิต และส่งมอบสินค้าได้ทันตามกำหนด
    3. การรักษามาตรฐานการผลิตและความปลอดภัยอาหาร เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภคและคู่ค้า ทั้งนี้ เลมอนฟาร์มยังได้ดำเนินการ “ตรวจสอบย้อนกลับ” ทุกครั้งที่พบผลผลิตไม่เป็นไปตามคุณภาพที่กำหนด เพื่อร่วมแก้ไขและพัฒนาปรับปรุงกระบวนการผลิตของเกษตรกรให้ดียิ่งขึ้น เป็นการยกระดับมาตรฐานผลผลิตส้มสะเนียนสู่ตลาดสุขภาพระดับประเทศ ณ กลุ่มแปลงใหญ่ส้มเขียวหวานที่สูงตำบลสะเนียน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวนจังหวัดน่าน รายงาน