สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตร.ภาค.5.แถลงการณ์จับกุมคดียาเสพติดรายสำคัญ หลายราย/สภ.เมืองเชียงใหม่ เพิ่มความเข้มป้องกันเหตุอาชญากรรมเกี่ยวกับร้านทอง

แชร์เนื้อหานี้

วันพุธที่ 28 มกราคม 2569 เวลา 13.30 น.​ตามนโยบายของ รัฐบาลสั่งการให้หน่วยงานของรัฐที่ทำหน้าที่ในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดบูรณาการแก้ไขปัญหายาเสพติดในทุกมิติ
​สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยการอำนวยการของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร, พล.ต.อ.สำราญ นวลมารอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผู้ช่วย ผบ.ตร., พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. และ พล.ท.วรเทพ บุญญะ มทภ.3 ได้รับบัญชาและข้อสั่งการนำไปสู่การปฏิบัติตำรวจภูธรภาค 5 โดย พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.นพดล กรึงไกร, พล.ต.ต.ธนะรัชต์ ชุ่มสวัสดิ์, พล.ต.ต.อนุสรณ์ พัฒนถาบุตร, พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย, พล.ต.ต.สุทธิพงษ์ เป๊กทอง, พล.ต.ต.วรพงศ์ คำลือ รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.จิตร์พิสุทธิ์ อิ่มสงวน ผบก.สส.ภ.5, พล.ต.ต.มานพ เสนากูล ผบก.ภ.จว.เชียงราย, พล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ และ พล.ต.ต.พงษ์เดช คำใจสู้ ผบก.ภ.จว.แพร่ฝ่ายทหาร นบ.ยส.35​โดย พล.ท.วรเทพ บุญญะ​มทภ.3ฝ่ายปกครอง โดย
นายชูชีพ พงษ์ไชย​​ผวจ.เชียงรายนายรัฐพล นราดิศร​​ผวจ.เชียงใหม่นายสมชัย เลิศประสิทธิพันธ์​ ผวจ.แพร่
​สำนักงาน ปปส.ภาค 5 ​โดย พ.ต.ท.นริช สอนดิษฐ​ผอ.ปปส.ภาค 5
แถลงผลการจับกุมคดียาเสพติดรายสำคัญ จำนวน 3 คดี รวมผู้ต้องหา 5 คน ของกลางยาบ้ารวม จำนวน 3,262,000 เม็ด

บก.สส.ภ.5, สภ.เมืองแพร่ จว.แพร่ ร่วมหน่วยเกี่ยวข้อง จับกุมผู้ต้องหา 3 คน พร้อมยาบ้า จำนวน 1,220,000 เม็ดสภ.แม่สาย, กก.สส.ภ.จว.เชียงราย ร่วมหน่วยเกี่ยวข้อง จับกมุผู้ต้องหา 2 คน พร้อมยาบ้า จำนวน 972,000 เม็ดบก.สส.ภ.5, สภ.แม่แตง จว.เชียงใหม่ ร่วมหน่วยเกี่ยวข้อง ตรวจยึดยาบ้า จำนวน 1,070,000 เม็ดคดีที่ 1หน่วยที่ตรวจยึด กก.ปพ., กก.สืบสวน 2, กก.สืบสวน 3 บก.สส.ภ.5 และ สภ.เมืองแพร่ จว.แพร่ ร่วมหน่วยเกี่ยวข้องวัน/เดือน/ปี ที่เกิดเหตุ 24 ม.ค.2569 เวลาประมาณ 00.30 น.สถานที่เกิดเหตุ ​บริเวณจุดกลับรถบ้านประทุม ถนนสายแพร่-น่าน ต่อเนื่อง บ้านสวนไม่มีเลขที่ หมู่ที่ 9 บ้านแดนชน
ต.เหมืองหม้อ อ.เมืองแพร่ จว.แพร่พฤติการณ์แห่งคดี ก่อนเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน กก.สืบสวน 2, กก.สืบสวน 3 และ กก.ปพ.ฯ บก.สส.ภ.5 ได้เฝ้าติดตามพฤติการณ์กลุ่มผู้ต้องหา ซึ่งมีพฤติการณ์ลักลอบลำเลียงนำยาเสพติดมาพักไว้ที่บ้านสวนไม่มีเลขที่ หมู่ที่ 9 บ้านแดนชน ต.เหมืองหม้อ อ.เมืองแพร่ จว.แพร่ เฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวและสังเกตการณ์ บริเวณใกล้บ้านหลังดังกล่าวเรื่อยมา

จนกระทั่งวันที่ 23 มกราคม 2569 เวลา 23.00 น. ได้มีรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อฮอนด้า เลขทะเบียน กน 467 แพร่ ขับมาจอดบริเวณหน้าบ้านดังกล่าว จากนั้นได้มีชายรูปร่างอ้วนลงมาจากรถเปิดฝากระโปรงหลังแล้วยกกระสอบยาเสพติดลงมาไว้บริเวณหน้าบ้านดังกล่าวแล้วขับออกไป เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้ติดตามไปและเรียกให้หยุดทำการควบคุมตัวไว้ ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกส่วนหนึ่งซึ่งเฝ้าอยู่บริเวณหน้าบ้าน สังเกตเห็นชาย 2 คน ออกมาขนกระสอบเข้าไปเก็บไว้ภายในบ้าน จึงได้แสดงตัวเพื่อทำการขอตรวจค้นผลการตรวจค้นพบ ยาบ้า จำนวน 1,200,000 เม็ด วางอยู่ภายในห้องหลังบ้าน จากนั้นจึงได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมดนำส่ง พนักงานสอบสวน สภ.เมืองแพร่ จว.แพร่ ดำเนินการตามกฎหมายต่อไปคดีที่ 2หน่วยที่จับกุม สภ.แม่สาย จว.เชียงราย, กก.สส.ภ.จว.เชียงราย และ กก.สืบสวน 3 บก.สส.ภ.5 ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องวัน/เดือน/ปี ที่เกิดเหตุ ​

26 ม.ค.2569 เวลาประมาณ 13.30 น.สถานที่จับกุม ​บริเวณลานจอดรถโรงแรมเชนวิลล่า เลขที่ 412 หมู่ที่ 10 ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จว.เชียงราย ​พฤติการณ์แห่งคดี​เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2569 เวลาประมาณ 23.30 น. เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีการลักลอบขนยาเสพติด บริเวณบ้านผาแตก ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จว.เชียงราย โดยจะมีการนัดรับ-ส่ง ยาบ้าใกล้พื้นที่ชายแดนเพื่อลำเลียงไปยังประเทศตอนใน โดยแจ้งว่าจะใช้รถยนต์เก๋งสีขาว หมายเลขทะเบียน กธ 5727 เชียงราย เพื่อใช้ในการลักลอบลำเลียงยาเสพติด เมื่อได้รับแจ้ง จึงได้รายงานผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นและได้รับคำสั่งให้ทำการเฝ้าติดตามตรวจสอบกลุ่มบุคคลดังกล่าว ต่อมาพบรถยนต์คันดังกล่าวจอดอยู่บริเวณลานจอดรถ โรงแรมเซนวิลล่า เลขที่ 412 หมู่ 10 ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จว.เชียงราย จึงได้ร่วมกันเฝ้าระวังติดตามจนกระทั่งเวลาประมาณ 13.20 น. ของวันที่ 26 มกราคม 2569 ได้มีชาย 1 คน และหญิง 1 คน เดินออกจากห้องพักมายังที่บริเวณรถยนต์ จากนั้นชายคนดังกล่าวก็ได้เปิดประตูรถยนต์เข้าไปทางประตูคนขับ และหญิงคนดังกล่าวก็ได้ขึ้นรถยนต์ฝั่งโดยสารข้างคนขับด้านข้างซ้าย เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมเห็นดังนั้น จึงได้แสดงตัวเพื่อขอเข้าทำการตรวจสอบรถยนต์คันดังกล่าวพบ นายธวัตชัย ผู้ขับขี่ และ น.ส.สุวจี ผู้โดยสาร จากการตรวจค้นพบยาบ้าจำนวน 972,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ภายในรถยนต์จากนั้นจึงได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมด นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่สาย จว.เชียงราย ดำเนินการตามกฎหมายต่อไปคดีที่ 3หน่วยที่จับกุม กก.ปพ.บก.สส.ภ.5 และ สภ.แม่แตง จว.เชียงใหม่

ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องวัน/เดือน/ปี ที่เกิดเหตุ ​26 ม.ค.69 เวลาประมาณ 22.30 น.สถานที่จับกุม ​บริเวณบ่อขยะในหมู่บ้านหนองโค้ง หมู่ 4 ต.ขี้เหล็ก อ.แม่แตง จว.เชียงใหม่พฤติการณ์แห่งคดี​เจ้าหน้าที่ตํารวจชุดสืบสวน กก.ปพ.บก.สส.ภ.5 ได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีการรับส่งมอบยาเสพติดบริเวณพื้นที่ ต.ขี้เหล็ก อ.แม่แตง จว.เชียงใหม่ จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบและได้รับคําสั่งจาก ผบก.สส.ภ.๕ โดยมอบหมายให้ พ.ต.อ.ทักษิณ จันทะวงศ์ รอง ผบก.สส.ภ.5 เป็นผู้ควบคุมและสั่งการสืบสวนหาข่าว และติดตามอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งวันนี้ เวลา 20.30 น. ได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีการส่งมอบยาเสพติด ในบริเวณบ่อขยะ ของหมู่บ้านปางเปา จึงได้ทำการไปยังจุดตามที่สายลับแจ้งไว้ เมื่อไปถึงบ่อขยะในหมู่บ้านและได้ขับรถผ่านไป ได้สังเกตเห็นแผ่นโฟมสีขาววางอยู่ริมถนนข้างขวา ซึ่งตรงกับข้อมูลที่สายลับได้แจ้งไว้ จึงได้ลงจากรถเพื่อไปทําการตรวจสอบจากการตรวจสอบพบถุงพลาสติกสีดำจำนวน 5 ถุง ตรวจสอบภายในพบยาบ้า จํานวน 1,070,000 เม็ด จากนั้นจึงได้ทำการตรวจยึดของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่แตง จว.เชียงใหม่ เพื่อสืบสวนหาตัวผู้กระทําผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป..

สภ.เมืองเชียงใหม่ #ออกมาตราการเพิ่มความเข้มป้องกันเหตุอาชญากรรมเกี่ยวกับร้านทองในพื้นที่ อัพเดทกล้อง cctv ทั้งภาครัฐและเอกชนให้พร้อมใช้งาน
นับ 1,000 ตัว สร้างความเชื่อมั่นในความปลอดภัยและทรัพย์สินให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่

สืบเนื่องในภาวะตลาดทองคำที่มีราคาสูงขึ้นทุกวัน ราคาทองคำ ประมาณ 80,000 บาท ต่อน้ำหนักทองคำ 1 บาท
ซึ่งอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดความเสี่ยงเกี่ยวกับอาชญากรรมตามมาเช่นกันโดยการอำนวยการสั่งการของ พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 และพล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ ผบก.ภ.จว.เชัยงใหม่

ได้มีข้อห่วงใยถึงสถานการณ์ราคาทองสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องและเพื่อความปลอดภัยในทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนในพื้นที่
จึงมีข้อสั่งการให้ สถานีตำรวจในสังกัดเพิ่มมาตราการในการป้องกันเหตุ เกี่ยวกับร้านทองและออกประชาสัมพันธ์เตือนประชาชนให้ระมัดระวังเพื่อเป็นการป้องกันเหตุที่จะเกิดขึ้นวันนี้ 30 ม.ค. 69พ.ต.อ.ปรัชญา ทิศลาผกก.สภ.เมืองเชียงใหม่

พ.ต.ท.ทัตตวีย์ ด่านพิทักษ์ตระกูล รอง ผกก.ป.ฯ พ.ต.ท.วิษณุ นวนมุสิด สวป.ฯพร้อมด้วย เจ้าหน้าที่สายตรวจ สภ.เมืองเชียงใหม่ได้ร่วมปล่อยแถวชุดปฏิบัติการสายตรวจ เพื่อเฝ้าระวังการเกิดเหตุอาชญากรรมเกี่ยวกับร้านทองบริเวณ ตลาดวโรรส ซึ่งมีร้านทองและประชาชนนักท่องเที่ยวมาจับจ่ายใช้สอย
เป็นจำนวนมาก จากนั้นออกตรวจดูแลความปลอดภัย ร้านทองภายในตลาดวโรรส อ.เมือง จ.เชียงใหม่ โดยได้มีการประชาสัมพันธ์ถึงมาตรการป้องกันเหตุอาชญากรรม
ดังนี้

-การอัพเดทกล้อง cctv ให้พร้อมใช้งาน 100%
-การติดสัญญาณแจ้งเตือนไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจ
-แนะนำ วิธีการสังเกตุผู้มีพฤติการณ์ต้องสงสัย
-การติดตั้ง ระบบล็อคประตู
-การติดตั้งลูกกรงเหล็ก
-เพิ่มช่องทางการติดต่อสื่อสาร จนท.ตร. ทุกช่องทาง
ซึ่งได้รับการตอบรับและให้ความร่วมมือจากร้านทางทองเป็นอย่างดี

จากนั้นได้เข้าพบ นายสุรพล โอวิทยากุลประธานชมรมร้านทองจังหวัดเชียงใหม่และเป็นเจ้าของร้านทอง ย่งเชียงล้ง
เพื่อประสานความร่วมมือและให้มีความพร้อมในการประสานการทำงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจคอยแจ้งข่าวให้กับเพื่อนสมาชิกร้านทองหากมีเหตุเกิดขึ้น สามารถกระจ่ายข่าวได้ทันที ซึ่งนาย สรุพลฯ ยินดีเป็นสื่อกลางประสานข้อมูลให้ระหว่างร้านทองและ เจ้าหน้าที่ตำรวจพ.ต.อ.ปรัชญา ทิศลาผกก.สภ.เมืองเชียงใหม่กล่าวว่า ในภาวะทองคำราคาสูงเช่นนี้ต้องมีมาตราการป้องกันที่เข้มข้นเพิ่มความถี่ให้สายตรวจหมั่นออกตรวจตราStop walk talk ร้านทองอย่างสม่ำเสมอและนำเทคโนโลยีมาใช้ในการทำงานให้มากที่สุด และแนะนำช่องทางการแจ้งเหตุหรือแจ้งเบาะแสอาชญากรรม ทางหมายเลขโทรศัพท์ 053-327191

หรือ สายด่วน 191 แนะนำประชาสัมพันธ์ แอปพลิเคชั่น ตำรวจห่วงใยประชาชน (POLICE CARE) รวมทั้งหาความร่วมมือกับชมรมร้านทองจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อคงการสื่อสาร และแจ้งเบาะแสกันได้ตลอดเวลาทั้งนี้ จนท.ตร. ต้องทำงานอย่างเต็มที่ เพื่อสร้างความปลอดภัย และความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชนให้อยู่อย่างปกติสุข

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สิงห์แมงกะไซค์ทั่วโลก ร่วมฉลองงานบูรพา พัทยา ไบค์วีค ปีที่ 29 คาดแก๊ง MC ทำเม็ดเงินท่องเที่ยวท้องถิ่นสะพัดหลายล้าน

    แชร์เนื้อหานี้

    ค่ำวันที่ 30 มกราคม 2569 ที่ลานเครื่องบิน ศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 พัทยา จ.ชลบุรี ดร.ศิวัช บุญเกิด รองปลัดเมืองพัทยา นายประสาร นิกาจิ นายกสมาคมบูรพามอเตอร์ไซค์เคิลคลับ

    พ.ต.อ.เอนก สระทองอยู่ ผกก.สภ.เมืองพัทยา และผู้เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงข่าวการจัดงานบูรพา พัทยา ไบค์วีค 2026 โดยมี สมาชิกผู้ชื่นชอบรถจักรยานยนต์ ตลอดจนประชาชนและนักท่องเที่ยวที่สนใจร่วมงานอย่างคับคั่ง

    สำหรับงานบูรพา พัทยา ไบค์วีค 2026 กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-14 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ศูนย์กีฬาแห่งชาติภาคตะวันออก ซอยชัยพฤกษ์ 2 เมืองพัทยา จ.ชลบุรี

    ถือเป็นอีเว้นต์ส่งเสริมการท่องเที่ยวที่พี่น้องชาวไบค์เกอร์จากทั่วโลกตอบรับเดินทางมาร่วมงานเป็นจำนวนมากสร้างเม็ดเงินการท่องเที่ยวจำนวนหลายล้านบาทตลอด 29 ปีเต็ม

    การจัดงานในปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Wheels of Nostalgia” สะท้อนความคลาสสิก ความทรงจำ และมิตรภาพของชาวไบค์เกอร์จากรุ่นสู่รุ่น โดยภายในงานแบ่งพื้นที่กิจกรรมออกเป็น 8 โซนหลัก ได้แก่ Rock Stage, King Stage, Junior Stage,

    Cowboy Indian, Stunt Show, โซนรถเครื่องเสียง, โซนร้านค้า และโซนอาหาร โดยคาดว่าในปีนี้จะได้รับการตอบรับจากคลับ Bike Week จากทั่วโลกที่เคยมาร่วมงานจำนวนมาก เฉกเช่นปีที่ผ่านมา

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ปค.หว้านใหญ่ แท็กทีม นรข.-ทหารพราน-ยส.24 บุกยึดยาบ้า 7 กระสอบใหญ่ 2.8 ล้านเม็ดซุกริมโขงบ้านป่งขามใต้ เตรียมส่งต่อเข้าพื้นที่ชั้นใน

    แชร์เนื้อหานี้

    มุกดาหาร – เมื่อเวลา 22.30 น. ของวันที่ 29 มกราคม 2569 ภายใต้การอำนวยการของ นางศศิธร โพดาพล นายอำเภอหว้านใหญ่ ได้สั่งการให้ นายหมวดเอกวิชัย ทาธร ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง

    นำกำลังเจ้าหน้าที่ อส. บูรณาการร่วมกับหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (นรข.เขตนครพนม), สถานีเรือมุกดาหาร, กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี และหน่วยบัญชาการสกัดกั้นยาเสพติด (ยส.24) เปิดปฏิบัติการสายฟ้าแลบสกัดกั้นการลักลอบขนยาเสพติดข้ามชาติ

    จากการลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง ใกล้รีสอร์ทสองใจ บ้านป่งขามใต้ หมู่ที่ 1 ต.ป่งขาม อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร เจ้าหน้าที่พบวัตถุต้องสงสัยถูกซุกซ่อนไว้ จึงเข้า

    ตรวจสอบพบเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) บรรจุภายในกระสอบจำนวน 7 กระสอบ รวมประมาณ 2.8 ล้านเม็ด โดยที่ห่อบรรจุภัณฑ์ปรากฏตราสัญลักษณ์ “999” และดาว 5 ดวง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่มักพบในยาเสพติดล็อตใหญ่

    การจับกุมครั้งนี้ถือเป็นผลสำเร็จจากการยกระดับมาตรการเข้มข้นในการเฝ้าระวังชายแดน เพื่อตัดวงจรยาเสพติดไม่ให้หลุดรอดเข้าสู่พื้นที่ตอนในและชุมชน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจยึดของกลางทั้งหมดเพื่อส่งพนักงานสอบสวนดำเนินการขยายผลหาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมายต่อไป

    จับยาบ้า #มุกดาหาร #หว้านใหญ่ #สกัดยาเสพติด #นรข #กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี #ข่าวอาชญากรรม #ยาบ้าล็อตใหญ่ #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้/////เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ”ดร.ทราย ศรีสุวิช“ จัดมิติสัมพันธ์ Active Learner 2026 พัฒนาสกิลเด็กปฐมวัย 4 มิติ

    แชร์เนื้อหานี้

    วันที่ 30 มกราคม 2569 โรงเรียนศรีสุวิช จ.ชลบุรี โดย ดร.ประถมาภรณ์ ฟักฤกษ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนศรีสุวิช ได้จัดกิจกรรมมิติสัมพันธ์ อนุบาล 3 Active Learner 2026 โดยมีคณะครูผู้สอน ร่วมให้การต้อนรับกลุ่มผู้ปกครองนักเรียนที่ตอบรับเข้าร่วม

    กิจกรรมมิติสัมพันธ์ อนุบาล 3 Active Learner 2026 จัดขึ้นเพื่อพัฒนาทักษะให้นักเรียน โดยแบ่งเป็นฐานการเรียนรู้รวม 4 สถานี ประกอบด้วย 1.มิติด้านทักษะชีวิต“Food Station” เรียนรู้เกี่ยวกับอาหารแปรรูป 2.มิติด้านวิทยาศาสตร์ “Rash to Treasure trail” เรียนรู้วิธีการคัดแยกขยะ รู้จัดขยะแต่ละประเภท วิธีจัดการขยะและรีไซเคิลเพื่อปลูกฝังการรักษาสิ่งแวดล้อม

    3.มิติด้านการคิดคำนวณ “Food Shelf Life“สอนวิธีใช้เงินซื้ออาหาร ดูคิวอาร์โค้ดวันหมดอายุสินค้า ระบบการจ่ายเงิน-ทอนเงิน และ 4.มิติด้านศิลปะและภาษา “จากจานสู่ผืนผ้า สร้างงานศิลป์” ให้นักเรียนฝึกสร้างสรรค์งานพิมพ์กระเป๋าด้วยผักและผลไม้

    ดร.ประถมาภรณ์ ฟักฤกษ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนศรีสุวิช เผยว่า กิจกรรมมิติสัมพันธ์นอกจากจะเป็นการเสริมสร้างทักษะให้กับเด็กนักเรียนปฐมวัยแล้ว สิ่งสำคัญคือเป็นกิจกรรมที่เชื่อมระหว่างบ้านกับโรงเรียน และผู้ปกครองกับคุณครู ให้ได้เป็นส่วมร่วมในกิจกรรมของโรงเรียเพื่อช่วยกันการดูแลบุตรหลานและนักเรียนศรีสุวิชร่วมกันอย่างดีต่อไป

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “สานสัมพันธ์ศรัทธาสู่ความสำเร็จแห่งเยาวชน” รร.นราธิวาส จัดพิธีใหญ่ ‘รักษ์อัล-กรุอาน’ เชิดชูนักเรียน ม.3 – ม.6 จบ เล่ม

    แชร์เนื้อหานี้

    โรงเรียนนราธิวาสจัดพิธี “คอตัมอัล-กรุอาน” สุดยิ่งใหญ่ รวบรวมเยาวชนมุสลิมชั้น ม.3 และ ม.6 กว่า 500 ชีวิต ร่วมแสดงพลังแห่งศรัทธาและการเรียนรู้ มุ่งปลูกฝังคุณธรรมนำความรู้ตามหลักศาสนา พร้อมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างโรงเรียนและชุมชน

    เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2569 ณ หอประชุมจำลองศรีเลขา โรงเรียนนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส ได้มีพิธีเปิดกิจกรรม “รักษ์อัล-กรุอาน (คอตัมอัล-กรุอาน)” ประจำปีการศึกษา 2568 อย่างสมเกียรติ โดยได้รับเกียรติจาก

    นายอับดุลอาซิซ เจ๊ะมามะ รองประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดนราธิวาส เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย ดร.อภิวรรณ ยอดมงคล ผู้อำนวยการโรงเรียนนราธิวาส คณะครู อาจารย์ บุคลากรทางการศึกษา นักเรียน และผู้ปกครองที่มาร่วมยินดีกับความสำเร็จของบุตรหลานอย่างพร้อมเพรียง

    สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้คือจุดหมายสำคัญของนักเรียนมุสลิมที่ได้ศึกษาหลักสูตรอัล-กุรอานผ่านระบบ “กีรออาตี” ซึ่งเน้นการอ่านที่ถูกต้องตามหลักตัญจวีดและอักขระวิธี เมื่อนักเรียนสามารถอ่านจนจบเล่ม (30 ญูซ) จึงได้มีพิธีทบทวนหรือ “คอตัมอัล-กุรอาน” เพื่อทดสอบความแม่นยำและสร้างแรงจูงใจในการรักษาหลักธรรมคำสอนไว้ในจิตใจ
    เจาะลึกสถิติผู้เข้าร่วม: พลังขับเคลื่อนสังคมมุสลิมรุ่นใหม่

    โดยในปีนี้มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมรวมทั้งสิ้น 558 คน โดยมีไฮไลต์สำคัญอยู่ที่ความสำเร็จของนักเรียน ดังนี้:

    • นักเรียนมุสลิมชั้น ม.3: เข้าร่วม 159 คน (คอตัมจบเล่ม 76 คน)
    • นักเรียนมุสลิมชั้น ม.6: เข้าร่วม 236 คน (คอตัมจบเล่ม 113 คน)
    • รางวัลเกียรติยศ: มอบรางวัลนักเรียนมุสลิมดีเด่น 26 คน และทุนการศึกษาแก่เด็กกำพร้า 4 ราย

    นายอับดุลอาซิซ เจ๊ะมามะ ได้กล่าวชื่นชมการจัดงานว่า “การพัฒนาเยาวชนให้เป็นคนดี มีปัญญา และความสุข ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ต้องอาศัยการปลูกฝังจริยธรรมที่เข้มแข็ง ซึ่งอัล-กุรอานคือรากฐานสำคัญที่จะช่วยขัดเกลาจิตใจและสร้างเยาวชนที่มีคุณภาพให้แก่สังคมและศาสนาอิสลามสืบไป”

    สำหรับกิจกรรมนี้ไม่เพียงแต่เป็นความสำเร็จทางวิชาการศาสนา แต่ยังเป็นภาพสะท้อนของความร่วมมือที่เข้มแข็งระหว่าง โรงเรียนนราธิวาส, มูลนิธิการกุศลเพื่อการศึกษาอัล-กุรอาน (มกก.) และชมรมกีรออาตีประจำจังหวัดนราธิวาส ที่ร่วมกันผลักดันงบประมาณกว่า 64,100 บาท เพื่อสร้างพื้นที่แห่งภาคภูมิใจให้แก่เยาวชนในพื้นที่ชายแดนใต้
    //////////////
    ข่าว/กรียา/นราธิวาส

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ให้โชค !! พ่อปู่สม-สรวง ศีรษะจระเข้ โบราณ อายุกว่า 133 ปี พบปี2539 ตรวจสอบประเมินอายุถึงปัจจุบันกว่า 133 ปี

    แชร์เนื้อหานี้

    ให้โชค !! พ่อปู่สม-สรวง ศีรษะจระเข้ โบราณ อายุกว่า 133 ปี
    เผย พบตั้งแต่ปี พ.ศ.2539 หน่วยงานภาครัฐเข้ามาตรวจสอบประเมินว่ามีอายุถึงปัจจุบันกว่า 133 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ความเคารพศรัทธา เคยให้โชคถูกรางวัลไปแล้วหลายครั้ง

    เมื่อเวลา 18.30 น.วันที่ 28 ม.ค.2569 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังบ้านเลขที่ 25 หมู่ที่ 3 ต.บางเสาธงอ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ พบกับ นายพิทักษ์ จวบกระโทก อายุ 38 ปี เจ้าของบ้าน ได้พาไปชี้จุดที่ตั้งศาลพ่อปู่สม-สรวง ศีรษะจระเข้ โบราณ อายุกว่า 133 ปี

    ซึ่งพบโดยบังเอิญเมื่อประมาณ 30 กว่าปีที่ผ่านมา บริเวณริมตลิ่งคลองข้างบ้าน พร้อมเล่าเหตุการณ์ย้อนอดีตให้ฟัง ทั้งเรื่องความเชื่อ ความศรัทธาและโชคลาภ นายพิทักษ์ จวบกระโทก หรือ เดียว เจ้าของบ้าน กล่าวว่า ย้อนไป 30 ปีขณะที่ตนกำลังเล่นน้ำ

    อยู่ริมคลอง และพยายามทำเป็นทางดินสไลด์ ตามความซุกซนในวัยเด็ก ขณะที่ปล่อยตัวลื่นไถลจากตลิ่งลงไปในคลอง หลังไปสะดุดกับปุ่มแข็ง เหมือนรางไม้หรือก้อนหิน ตน จึงบอกญาติผู้ใหญ่มาดึงออกให้ พบว่าเป็นซากศีรษะจระเข้ หลังจากนั้นมีหน่วยงานภาครัฐเข้ามาขอตรวจสอบประเมินว่ามีอายุถึงปัจจุบันกว่า 133 ปี

    และเคยเข้ามาพยายามจะนำออกไป แต่ก็เกิดเหตุการณ์ต่าง ๆ ทำให้ไม่สามารถนำออกไปได้ เจ้าหน้าที่จึงบอก งั้นฝากให้เจ้าของบ้านดูแลไว้ก่อน ตอนพบครั้งแรกฟันอยู่ครบ จากนั้นก็หลุดร่วงไปตามเวลา แต่ระยะหลัง เห็นคล้ายกับจะมีลักษณะ

    เป็นกระดูกอ่อนงอกขึ้นมาใหม่อยู่ในร่องฟันเดิม ส่วนเรื่องความเชื่อและให้โชคกับชาวบ้านนั้น ก็มีหลายคนมาดู มาขอ ก็ได้โชคไปหลายราย หลังจากนั้นก็นำของมาแก้บน ส่วนใหญ่จะเป็น ไก่ต้ม หัวหมู หมากพลู บุหรี่ เหล้าขาว แต่ห้ามนำของสด ๆ มาเซ่นไหว้เด็ดขาด

    นายสุรเดช ไทยเที่ยง อายุ 38 ปี เพื่อนสนิทฯ กล่าวว่า ตนเคยฝันเห็นชายสูงอายุ สวมโจมกระเบน สะพายสังวาล ขึ้นมาจากน้ำบริเวณจุดที่ตั้งศาลแห่งนี้ และบ่อยครั้งที่มานั่งแถวนี้ มักจะเห็นจากหางตาเหมือนมีคนเดินผ่านมาด้านข้าง เมื่อหันไปมองกลับไม่พบ

    ส่วนตัวเป็นคนไม่เชื่อเรื่องไสยศาสตร์ แต่ก็หาคำตอบทางวิทยาศาสตร์จากเหตุการณ์ที่พบยังไม่ได้ถึงอย่างไรก็ตาม ศาลพ่อปู่สม-สรวง ศีรษะจระเข้ โบราณ อายุกว่า 133 ปีแห่งนี้ ชาวบ้านในพื้นที่ยังให้ความเคารพศรัทธา เข้ามากราบไหว้ขอพรกันเป็นประจำ อย่างน้อยก็เป็นที่พึ่งทางใจ ให้มีพลังต่อสู่กับชีวิตในภาวะที่เศรษฐกิจไม่ดีแบบนี้ต่อไป


    เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / อดีตนายกอุ๊งอิ๊ง หาเสียงช่วย อดีตนายกเอ อ.แม่สาย ผู้สมัครและพรรคเพื่อไทยจ.เชียงราย

    แชร์เนื้อหานี้

    นางสาวแพรทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ไปช่วยหาเสียงให้กับผู้สมัครและพรรคเพื่อไทย ที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย โดยในการปราศรัยตอนหนึ่งได้บอกว่า

    ภูมิใจที่ช่วงหนึ่งของการเป็นนายกรัฐมนตรีแล้วได้ช่วยเหลือชาวแม่สาย พร้อมกับย้ำว่าความมุ่งมั่นที่จะให้ความช่วยเหลือประชาชนเป็น DNA ของทุกคนในพรรคเพื่อไทย

    วันนี้(27มค69) นางสาวแพรทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางไปที่บริเวณด่านพรมแดนถาวร สะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 1 อ.แม่สาย จ.เชียงราย เพื่อพบปะกับประชาชน, รับฟังรายงานความคืบหน้าของการจัดทำระบบป้องกันน้ำท่วม

    แม่สาย จากนายชัยยนต์ ศรีสมุทร ผู้สมัคร สส. เชียงราย เขต 6 ซึ่งเป็นอดีตนายกเทศมนตรีตำบลแม่สาย โดยมีส่วนราชการที่

    เกี่ยวข้อง ให้การต้อนรับ และมีประชาชนมวลชนเสื้อแดงไปมอบช่อดอกไม้รุมล้อมถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกันอย่างคึกคักและหนาตา

    จากนั้น นางสาวแพรทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางไปที่ชุมชนเกาะทราย ซึ่งเป็น 1 ในชุมชนที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักจากเหตุการณ์มหาอุทกภัยแม่สาย โดยมีผู้แทนประชาชน กลุ่มมวลชน องค์กรต่างๆ

    กล่าวขอบคุณอดีตนายกรัฐมนตรีที่ให้ความช่วยเหลือเมื่อครั้งที่เกิดเหตุการณ์น้ำท่วมแม่สาย และขอให้พรรคเพื่อไทยให้การ

    สนับสนุนแก้ไขปัญหาต่างๆ ของชาวแม่สาย อาทิ ปัญหาเรื่องเอกสารสิทธิ์ที่ดินทำกิน ปัญหาคนพิการและด้อยโอกาส ปัญหาคนไร้สัญชาติ เป็นต้น

    นายชัยยนต์ ศรีสมุทร ผู้สมัคร สส เชียงราย เขต 6 ซึ่งเป็นอดีตนายกเทศมนตรีตำบลแม่สาย บอกกับประชาชนที่มารอต้อนรับ ว่า การให้ความช่วยเหลือชาวแม่สายที่ถูกน้ำท่วม ของนายกรัฐมนตรี แพรทองธาร ชินวัตร ที่ได้สั่งการให้รัฐมนตรี 2 คนมา

    ประจำการในพื้นที่ ทำให้การประสานงานต่างๆ รวดเร็วมากขึ้น แต่ว่างานยังไม่สำเร็จ 100 เปอร์เซ็นต์ ตนจึงอาสาเข้ามาเป็น สส เพื่อไปอยู่ในสภาผู้แทนราษฎร จะได้มีส่วนร่วมในการผลักดันงบประมาณมาดำเนินการตามโครงการต่างๆ ให้กับชาวแม่สายต่อไป

    ทางด้าน นางสาวแพรทองธาร ชินวัตร แม้ว่าจะไม่ได้ “อู้คำเมือง” กับชาวแม่สาย แต่ได้ปราศรัยหาเสียง โดยตอนหนึ่งของการปราศรัยหาเสียงได้บอกว่า ช่วงที่เกิดเหตุการณ์มหาอุทกภัยที่แม่สาย ตนเองลงพื้นที่บ่อยมาก เมื่อได้กลับมาแม่สายอีกครั้ง จึง

    รู้สึกภาคภูมิที่ช่วงหนึ่งของการเป็นนายกรัฐมนตรีแล้วได้มีโอกาสทำงานให้ความช่วยเหลือคนแม่สาย ที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัสจากเหตุการณ์น้ำท่วม รวมทั้งผลักดันให้การฟื้นฟูเมือง การสร้างระบบป้องกันน้ำท่วมแม่สายอย่างยั่งยืน เพื่อไม่ให้ชาวแม่สายต้องประสบกับความเดือดร้อนจากอุทกภัยอีก

    นางสาวแพรทองธาร ชินวัตร ยังบอกด้วยว่า แม้ว่าตนเองจะเป็นนายกรัฐมนตรีไม่ได้แล้ว ไม่ได้ทำหน้าที่หัวหน้าพรรคเพื่อไทยแล้ว แต่ยืนยันว่าตนเองยังคงทำงานเพื่อการพัฒนาประเทศชาติและประชาชนในนามพรรคเพื่อไทยต่อไป การมุ่งมั่นที่จะทำงาน

    เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนถือว่าเป็น DNA ของทุกคนในพรรคเพื่อไทย เพราะฉะนั้นการเลือกตั้งที่จะมาถึงนี้ จึงอยากให้ประชาชนชาว

    แม่สายได้ช่วยกันสนับสนุนผู้สมัครของพรรคเพื่อไทยทั้งการเลือกตั้งในระบบเขตและในระบบบัญชีรายชื่อ เพื่อที่จะได้ให้พรรคเพื่อไยได้กลับมารับใช้ประชาชนอีกครั้ง


    /////////////
    ลำดับภาพ 1.บรรยากาศการลงพื้นที่ที่บริเวณด่านพรมแดน 2.บรรยากาศลงพื้นที่พบปะประชาชนที่ชุมชนเกาะทราย 3.บางส่วนของเสียงพูดหาเสียงของ นายชัยยนต์ ศรีสมุทร ผู้สมัคร สส พรรคเพื่อไทย 4.เสียงปราศรัยยาวๆของ นางสาวแพรทองธาร ชินวัตร
    ///////////////

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / คิดว่าเนียนแต่ไม่รอด! ตร.มุกดาหารบุกทลายเครือข่ายไอซ์รายใหญ่ ซุกช่องลับรถสไลด์ 50 กก. ยึดทรัพย์กว่า 6 ล้าน รวบ 4 ผู้ต้องหา

    แชร์เนื้อหานี้

    เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2569 ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร พร้อมด้วย พล.ต.ต.ไพโรจน์ ไทยพุทรา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร และ พ.ต.อ.ณภัทรพงศ์ สมใจ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร

    ร่วมแถลงข่าวผลการจับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร หลังเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 4 คน พร้อมตรวจยึดยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) น้ำหนักรวม 50 กิโลกรัม และอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดรวม 11 รายการ เป็นรถยนต์ 7 คัน รถจักรยานยนต์ 4 คัน รวมมูลค่าประมาณ 6,035,000 บาท

    คดีดังกล่าวสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 26 มีนาคมที่ผ่านมา พ.ต.ต.ทวีศักดิ์ สอนจันทร์ สว.กก.สส.ภ.จว.มุกดาหาร หัวหน้าชุดปราบปรามยาเสพติด ได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีการลักลอบลำเลียงยาไอซ์จำนวนมาก โดยมีการดัดแปลงซุกซ่อนภายในรถยนต์สไลด์เพื่อลำเลียงเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ และอยู่ระหว่างการบรรจุซุกซ่อนภายในบ้านเลขที่ 30/1 ซอยตาดแคน 13 ตำบลมุกดาหาร อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร

    หลังรับแจ้งเจ้าหน้าที่จึงรายงาน พ.ต.อ.กิตเตซิษฐ์ บำรุง รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร และ พ.ต.อ.ณัฏฐพล แพนพา ผู้กำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร ผู้บังคับบัญชาและวางแผนเข้าตรวจค้น เมื่อเดินทางไปถึง พ.ต.ต.ทวีศักดิ์ ได้แสดงตัวเป็นเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. และแจ้งเหตุแห่งการตรวจค้นต่อเจ้าบ้าน

    แต่กลุ่มชายที่อยู่ภายในบ้านพยายามวิ่งหลบหนี เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวไว้ได้ 4 คน คือ นายกรวิวัฒน์ จันดี อายุ 25 ปี ทำหน้าที่ประสานงานและควบคุมการลำเลียง นายชยุต ไชยช่วย อายุ 28 ปี เป็นผู้จัดเตรียมสถานที่และร่วมบรรจุซุกซ่อนยาเสพติด นายธีระพงษ์ คงสุนทร อายุ 31 ปี ทำหน้าที่ดูแลรถยนต์สไลด์และเส้นทางการขนส่ง และนายสุวิทย์ ขันทพร อายุ 35 ปี ทำหน้าที่เฝ้าระวังและสนับสนุนการลำเลียงยาเสพติด

    จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่ามียาไอซ์ซุกซ่อนอยู่ภายในช่องเก็บแบตเตอรี่ของรถยนต์สไลด์ ยี่ห้ออีซูซุ สีดำ ทะเบียน 67-1668 กรุงเทพมหานคร ซึ่งจอดอยู่ภายในบ้านเมื่อตรวจค้นพบห่อชาสีเหลืองยี่ห้อ GUANYINWANG จำนวน 50 ห่อ ภายในบรรจุยาไอซ์น้ำหนักรวม 50 กิโลกรัม เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดไว้เป็นของกลาง จากนั้นได้ขยายผลเข้าตรวจค้นบ้านของนายชยุต ผู้ต้องหาหนึ่งในเครือข่าย พบยาไอซ์เพิ่มเติมอีกจำนวน 1.54 กรัม จึงตรวจยึดไว้เป็นของกลางเช่นกัน

    เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาผู้ต้องหาทั้งหมดในความผิดฐาน “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) โดยมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย” และแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมในความผิดฐาน “เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน)” แก่นายกรวิวัฒน์ และนายชยุต ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

    ทลายเครือข่ายยาเสพติด #ไอซ์50กิโล #มุกดาหารยาเสพติด #ปราบยาเสพติดข่าวอาชญากรรมยึดทรัพย์6ล้าน #ตำรวจภูธรมุกดาหาร #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้/////ภาพ/ข่าว เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ ตร.เมืองโคราชเข้ม รับมือเหตุชิงทองซ้อมแผนเต็มรูปแบบ สร้างความอุ่นใจร้านทอง

    แชร์เนื้อหานี้

    เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 29 มกราคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเมืองนครราชสีมา ได้ดำเนินการซักซ้อมแผนเผชิญเหตุชิงทรัพย์ร้านทอง ณ ร้าน ไท้เฮงล้ง(ตราช้าง) TGG ถนนชุมพล อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน และเสริมสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน การซ้อมแผนเริ่มต้นด้วยสถานการณ์จำลอง คนร้ายสวมหมวกกันน็อก ขับขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาก่อเหตุใช้อาวุธปืนข่มขู่พนักงานเพื่อชิงทองคำ จากนั้นเป็นการฝึกขั้นตอนการรับมือของร้าน การแจ้งเหตุ การติดต่อประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ การส่งต่อข้อมูลคนร้ายและทิศทางหลบหนี เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถติดตามและเข้าจับกุมได้อย่างทันท่วงทีหากเกิดเหตุจริง

    พ.ต.อ.ศิริชัย ศรีชัยปัญญา ผู้กำกับการ สถานีตำรวจภูธรเมืองนครราชสีมา เปิดเผยว่า การซ้อมแผนในครั้งนี้ได้บูรณาการกำลังทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งหัวหน้าสายตรวจ พนักงานสอบสวน เจ้าหน้าที่สืบสวน และผู้ปฏิบัติหน้าที่ในแต่ละจุด เพื่อให้ทุกคนเข้าใจบทบาทและขั้นตอนการปฏิบัติอย่างชัดเจน เมื่อเกิดเหตุจริงจะสามารถดำเนินการได้อย่างเป็นระบบ รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ โดยการซ้อมในวันนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย เจ้าหน้าที่ทุกนายมีความเข้าใจตรงกัน ซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนว่าตำรวจมีความพร้อมในการดูแลความปลอดภัยอย่างเต็มที่

    ด้านนางสาวภัทรียา รัตนศิริมณีเวทย์ หรือ “คุณนิด” เจ้าของร้านไท้เฮงล้ง(ตราช้าง) TGG กล่าวว่า การซ้อมแผนในวันนี้ช่วยให้ร้านและพนักงานมีความเข้าใจขั้นตอนการปฏิบัติเมื่อเกิดเหตุจริงมากขึ้น ทั้งการแจ้งเหตุ การติดต่อประสานงาน และการดูแลความปลอดภัยภายในร้าน ทำให้รู้สึกอุ่นใจและมั่นใจมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่ราคาทองคำปรับตัวสูง พร้อมยืนยันว่าการดูแลของเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่โคราชมีความเข้มงวดและใส่ใจมาโดยตลอด ขอให้ลูกค้ามั่นใจว่าสามารถซื้อ–ขายทองได้อย่างปลอดภัย

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / การประชุมคณะกรรมการอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 2 ประจำปี 2569 ครั้งที่ 1

    แชร์เนื้อหานี้

    เมื่อวันที่ ( 29 ม.ค. 69) เวลา 09.30 น. ณ ห้องศรีพัชรินทร สโมสรร่วมเริงไชย ค่ายสุรนารี อำเภอเมืองฯ จังหวัดนครราชสีมา พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 ในฐานะ ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 2 เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 2 ประจำปี 2569 ครั้งที่ 1 เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและการให้ข้อเสนอแนะของผู้บริหารเพื่อนำไปสู่การ “ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมรับผิดชอบ” ต่อการขับเคลื่อนการปฏิบัติงานแบบบูรณาการให้มีความประสานสอดคล้อง และสร้างความเข้าใจระหว่างหน่วยงาน อันจะทำให้การปฏิบัติงานมีประสิทธิภาพและเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม อีกทั้งยังเพื่อสร้างความรู้จัก และความสัมพันธ์ที่ดีในระดับผู้บริหาร โดยมี ผู้ว่าราชการจังหวัด หน่วยงานด้านความมั่นคง ทหาร ตำรวจ และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง จากพื้นที่ 20 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร่วมในการประชุมฯ

    โดยเป็นการประชุมเกี่ยวกับแนวทางการปฏิบัติ ในการแก้ไขปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประชาชนในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยในครั้งนี้ ได้มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาเร่งด่วนตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ได้แก่ การป้องกันภัยคุกคามเร่งด่วนการสกัดกั้นภัยคุกคามข้ามชาติ และปัญหายาเสพติดตามแนวชายแดนการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี แก๊งคอลเซ็นเตอร์ สแกมเมอร์ อาชญากรรมออนไลน์ และการก่อการร้ายข้ามชาติการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ มาตรการสกัดกั้นข่าวปลอม (Fake News) ซึ่งปัญหาดังกล่าว นับว่าเป็นภัยคุกคามซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชนเป็นส่วนรวม

    ซึ่ง กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 2 ได้กำหนดเป้าหมายการดำเนินงานในห้วงต่อไป โดยมุ่งเน้นการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องและชัดเจนเกี่ยวกับอำนาจ ขอบเขต บทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบ เพื่อให้การปฏิบัติงานด้านความมั่นคงเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ถูกต้องตามกรอบกฎหมาย มีความเป็นรูปธรรม และสามารถสร้างผลสัมฤทธิ์ที่ประจักษ์ต่อทุกภาคส่วน โดยกำหนดเป้าหมายหลักในการขับเคลื่อนงานด้านความมั่นคง จำนวน 5 ประการ ได้แก่ การสร้างความชัดเจนในบทบาทหน่วยงานด้านความมั่นคง การยกระดับศักยภาพในการรับมือภัยคุกคามทุกรูปแบบ การทำงานเชิงรุกโดยอาศัยข้อมูล การประเมินสถานการณ์ และความร่วมมือจากประชาชน การบูรณาการการทำงานทุกภาคส่วนอย่างเป็นระบบ พร้อมการติดตามประเมินผล และการเสริมสร้างบทบาทกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัด ในการช่วยเหลือประชาชน ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยอย่างมีประสิทธิภาพ

    ในโอกาสนี้ แม่ทัพภาคที่ 2/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 2 ได้ขอความร่วมมือจากทุกหน่วยงานในการปฏิบัติงานด้านความมั่นคงอย่างบูรณาการ โดยให้ความสำคัญกับการประเมินและรับมือภัยคุกคามเชิงรุก การดูแลความปลอดภัยของประชาชน โดยเฉพาะพื้นที่ชายแดน การแก้ไขปัญหายาเสพติด อาชญากรรมทางเทคโนโลยี สาธารณภัย และการเสริมสร้างความเข้มแข็งในระดับพื้นที่ ควบคู่กับการวางตัวเป็นกลางทางการเมืองในห้วงการเลือกตั้งและประชามติ

    ทั้งนี้ หวังว่าความร่วมมือดังกล่าว จะทำให้การรักษาความมั่นคงภายในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถแก้ไขปัญหาด้านความมั่นคงให้แก่ประชาชนและประเทศชาติได้อย่างเป็นรูปธรรม และขอขอบคุณทุกภาคส่วน ที่ร่วมกันแก้ไขปัญหา จากสถานการณ์ชายแดนไทย – กัมพูชา จังหวัดชายแดนที่มีการแจ้งเตือน, การอพยพประชาชน, การจัดระเบียบในพื้นที่อพยพ, การตรวจสอบสายลับ และการดูแลพื้นที่ส่วนหลังจังหวัดตอนใน รวมถึงการมอบสิ่งของบริจาค, จัดพิธีศพทหาร, การตรวจสอบแรงงานต่างด้าว ความมุ่งมั่นตั้งใจ เสียสละของทุกภาคส่วน รวมทั้งสร้างการรับรู้แก่ประชาชน เพื่อให้ความร่วมมือสนับสนุน และการมีส่วนร่วม ในการปฏิบัติภารกิจให้เกิดความมั่นคงของชาติ ประชาชนมีความกินดีอยู่ดี มีความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินมีความรัก ความสามัคคี ยึดมั่นในสถาบันชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์ อย่างยั่งยืนสืบไป

    ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพภาคที่ 2

    กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา