สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯ จ.ชลบุรี เป็นประธานพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ ดร.มาย ไชยนิตย์ อดีตนายกเทศมนตรีเมืองหนองปรือ

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2569 นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ และมีแขกผู้มีเกียรติร่วมแสดงความไว้าลัย จำนวนหลายท่ าน อาทิ

นายอนุศักดิ์ พิริยอมร นายอำเภอบางละมุง นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา นายบรรลือ กุลละวณิขย์ ประธานสภา

เมืองพัทยา นางจิดาภา สุวัตถาภรณ์ สมาชิกสภาเมืองพัทยา นายมีชัย อินทร์พิทักษ์ ประธานกรรมการบริหาร

บริษัท เอ็มไอ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ จำกัด นายวิชัย รอดเปีย อดีตรองประธานสภาเมืองพัทยา นายวินัย อินทร์พิทักษ์ นายกเทศมนตรีเมืองหนองปรือ

นายยศพงศ์ ลินทอง นายกเทศมนตรีตำบลหนองปลาไหล นายแมน อินทร์พิทักษ์ ว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัด

ชลบุรี เขต 9 พรรคภูมิใจไทย นายชาญยุทธ เฮงตระกูล ว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชลบุรี เขต 8

พรรคเพื่อไทย นายรัฐกิจ เฮงตระกูล ว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชลบุรี เขต 9 พรรคเพื่อไทย

นายเรวัติ ผลลูกอินทร์ อดีตรอง นายกอบจ.ชลบุรี นายสกล ผลลูกอินทร์ รองนายก อบจ.ชลบุรี

นายนคร ผลลูกอินทร์ สมาชิก อบจ.ชลบุรี นายไพโรจน์ ประวัติเลิศอุดม ประธานที่ปรึกษากต.ตร.สภ.บางละมุง พร้อมด้วยผู้นำ

องค์กรปกครองท้องถิ่น คณะผู้บริหารเมืองพัทยา ตลอดจนหน่วยงานภาครัฐ เอกชน สมาคม ชมรมและประชาชน เข้าร่วมพิธีฯ เป็นจำนวนมาก

“ดร.มาย ไชยนิตย์ อดีตนายกเทศมนตรีเมืองหนองปรือ” ได้ถึงแก่อนิจกรรม ด้วยโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง ได้ตั้งศพบำเพ็ญกุศล ณ ศาลาธรรมสังเวช 2 วัดบุญสัมพันธ์ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / พล.อ.รังษี หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจ บุก อ.ชายแดน ขอคะแนนเสียง ทำลายบ่อ ปราบสแกมเมอร์ ตัดเส้นทางเงิน ฮุนเซ็น

แชร์เนื้อหานี้

***ผู้สื่อข่าวรางาน เมื่อเวลา 17.30 วันที่ 9 มกราคม 2569 พล.อ. รังษี กิติญาณทรัพย์ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจ ลงพื้นที่อำเภอกันทนลักษ ช่วยลูกพรรคอย่า นายอนุบาล ขันทอง ผู้สมัคร สส. เขต 4 และผู้สมัครเขตอื่นๆ หาเสียงขอคะแนนเสียงจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่ชายแดน

โดยก่อนจะไปขอคะแนนเสียงได้มาที่ศาลหลักเมืองกันทรลักษ์ เพื่อไว้สิ่งศํกดิ์สิทธิประจำอำเภอ และเพื่อเป็นสิริมงคล ก่อนจะเดินทางไปยังปั๊มน้ำมัน ปตท. บ้านผือ ตำบลเมือง อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ

ซึ่งเป็นปั๊มน้ำมันที่ถูกลูกระเบิด BM-21 ของกัมพูชาตักใส่ร้านสะดวกซื้อ จนมีทั้งคนเจ็บ และเสียชีวิตหลายราย ก่อนจะเดินทางไปยังตลาดทันใจ ซึ่งเป็นยามเย็นของึคนอำเภอกันทรลักษ์ เพื่อเดินเท้าของคะแนนกับพี่น้องชาวอำเภอกันทรลักษ์

***โดย พล.อ. รังษี กิติญาณทรัพย์ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจ ได้ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวที่ปั๊มน้ำมัน ปตท. บ้านผือ กับผู้สื่อข่าวว่า วันนี้เนี่ยผมได้ไปที่บริเวณช่องจอบ จ.สุรินทร์ และมาที่อำเภอกันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ เพราะผมเป็นห่วงประชาชนที่อยู่ชายแดน เพราะว่าอย่างที่เรายืนอยู่ ณ ปัจจุบันก็คือเซเว่นที่ไอ้ ฮุนเซ็น มายิงกระสุนเข้ามาแล้วทำให้แม่ลูกเสียชีวิตอ่ะนะครับ เซเว่นข้างหลังเนี่ย เพิ่งปรับปรุงเสร็จ คือวันนี้ผมมองแล้วว่า

ประชาชนเขตชายแดนเนี่ยลำบากมาก ไหนจะต้องระวังว่าไอ้ ฮุนเซ็น จะยิงกระสุนอะไรมาอีก เศรษฐกิจเองก็ไม่ดี เพราะฉะนั้นผมว่ามันต้องหาวิธีการที่ปิดแก๊ง ฮุนเซ็น ให้เร็วที่สุด คือเราปล่อยให้ ฮุนเซ็น มันดึงเกมส์ยาวแบบนี้ไม่ได้ต่อไป เพราะว่าประชาชนเริ่มที่จะเป็นหนี้เป็นสิน ไม่มีเงินซื้อกินซื้อใช้ แล้วผมเชื่อว่าการจัดการ ฮุนเซ็น คงไม่ใช่เรื่องยาก แต่ว่ามันมีผู้สมคมคิดเท่านั้นเอง ที่มันเลยทำให้ ฮุนเซ็น มันกล้ากับเราขนาดนี้

***แต่เพราะว่ายังดีใจที่ว่าวันนี้เราได้ข่าวว่า ทางการเนี่ยเค้าจะดำเนิน 10 นักการเมืองที่เกี่ยวพันกับสแกมเมอร์ และจะจับตัว แล้วโดยเฉพาะนักการเมือง ที่จะเลือกตั้งปี 69 ประชาชนต้องตื่นตัว ไอ้พวกจ่ายเงินอย่าไปเลือกมัน เพราะอาจจะเป็นเงินสแกมเมอร์ ก็เป็นได้ แล้วถ้ามันซื้อเสียงได้เกินมาครึ่งสภา มันก็จะไปเป็นทาสรับใช้ ฮุนเซ็น เมื่อที่เกิดขึ้น ณ เวลานี้

***พล.อ. รังสี กล่าวต่อไปว่า ผมจะใช้มาตรการทางเชิงรุก ทั้งทางการทูตและการทหาร คำว่าเชิงรุกทางการทูต คือว่า เราจะปล่อยให้ทั้ง มาลี ฮุนเซ็น ฮุนมาเน็ต มาโกหกแบบนี้ไม่ได้แล้ว ถ้ามันพูดโกหกเราจะต้อง ดำเนินการเอาความจริงให้ชาวโลกรู้ว่ามันโกหกยังไง และมันทำอะไรกับเราบ้าง อย่างที่มันยิงปืนคอมามันก็พูดแบบหน้าๆด้านว่าทำปืนลั่น

ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้ เพราะฉะนั้นราจะต้องดำเนินการมันขั้นเด็ดขาด และโดยเฉพาะมาตรการทางทหารเชิงรุก ถ้า พรรค เราได้เข้าไปเป็นรัฐบาล ถ้าเมื่อไหร่ที่มันยิง BM 21 เข้ามา แล้วโดยเฉพาะเป้าหมายพลเรือน เหมือนร้านสะดวกซื้อในปั๊มน้ำมัน ปตท. เราควรจะต้องจัดการกับบ่อนคาสิโนตลอดแนวชายแดนตั้งแต่ปอยเปต จนถึง ท่าสงัด เราไม่ควรปล่อยทิ้งแล้ว

***ทำลายคาสิโนมัน เราจะได้สองอย่าง คือหนึ่ง ปราบสแกมเมอร์ และตัดเส้นเงินของไอ้ ฮุนเซ็น มันจะได้ไม่มีแรงไปซื้ออาวุธมาสู้กับเรา เพราะว่า GDP ของมันเนี่ย 60% มันมาจากการบ่อ มาจากสแกมเมอร์ มั่นใจว่านโยบายของเราเนี่ยจะถูกประชาชน

***พล.อ. รังสี ยังกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังมีนโยบายข้อ 1 ข้อ 2 ที่เราจะสร้างให้กับโปรเจกต์ ซึ่งจะทำให้เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ และไม่เคยมีในประวัติศาสตร์ของประเทศไทย โดนใจประชาชนเพราะจะสามารถทำให้ประชาชนหลุดจากกับดักหนี้ นักธุรกิจ และพ่อค้าแม่ขาย จะหลุดจากกับดักหนี้ และรัฐบาลหลุดจากกับดักหนี้ ถ้าพรรคเศรษฐกิจ เป็นผู้นำรัฐบาลเมื่อไหร่ ผมจะเซ็น MOU กับรัฐบาลจีนภายใน 1 เดือน ในการที่เข้ามาสำรวจความเป็นไปได้ที่จะสร้างโปรเจกต์รถไฟความเร็วสูง กับโครงการโอเชียนลิงค์

ซึ่ง 2 โครงการนี้เป็นโครงการระดับโลก ไม่ใช่โครงการระดับภูมิภาค และตรงกับยุทธศาสตร์ของมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ ทางเศรษฐกิจดับ 1 ของโลก คือจีน แล้วใน MOU นี้ผมจะมีพ่วงอยู่ 2 ใบก็คือ MOU ที่เป็นความร่วมมือรัฐบาลไทย กับ จีน ในเรื่องการท่องเที่ยว และร่วมซื้อสินค้าทางการเกษตร ตนมั่นใจว่าเมื่อ 2 โครงการเริ่มได้จะทำให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวขึ้นอย่างแน่นอน
ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “กสทช-สมาคมศิลปินแห่งประเทศไทย” จัดโครงการ “K-Script Lab”สร้างโอกาสนักเขียนไทยร่วมเวิร์คช็อปทีมผู้เชี่ยวชาญเกาหลี

แชร์เนื้อหานี้

สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และ กิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช) ร่วมกับ สมาคมศิลปินแห่งประเทศไทย, สมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ และ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี มุ่งต่อยอดศักยภาพทักษะการเขียนบทเยาวชนไทย จัดงานแถลงข่าวเปิด โครงการ “K-Script Lab”

เพื่อยกระดับทักษะการเขียนบทและพัฒนาบุคลากรในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของไทย ให้ก้าวสู่ระดับสากล โดย คุณอรรณพ ตรึกตรอง ผู้อำนวยการส่วนวิเคราะห์และติดตามประเมินผล 3 สำนักงานกองทุนวิจัยและพัฒนา สำนักงาน กสทช. เป็นประธานในพิธี เมื่อวันพุธที่ 7 มกราคม 2569 ณ ลานกิจกรรม โรงภาพยนตร์ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ สุขุมวิท (เอกมัย)

คุณศิริศักดิ์ คชพัชรินทร์ ในฐานะผู้ดำเนินโครงการ กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของโครงการครั้งนี้ว่า “จุดเริ่มต้นของ โครงการ K–Script Lab เกิดขึ้นจาก สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และ กิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช) ร่วมกับ สมาคมศิลปินแห่งประเทศไทย, สมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ และ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี โดยมีผู้สนับสนุนหลักคือ กสทช ได้เล็งเห็นถึงการทำโครงการพิเศษ

ซึ่งไม่ซ้ำรูปแบบเดิม คือการสอนเขียนบท แต่เป็นการนำไอเดียที่มีอยู่ของนักเขียนหรือ นักสร้างสรรค์แต่ละคน นำมาปรับปรุง พัฒนา ให้มีความเป็นสากลมากยิ่งขึ้น โดยครั้งนี้จะเป็นการนำไอเดียของผู้เข้าอบรม ที่ผ่านกา คัดเลือกจำนวน 60 เรื่อง จะได้รับซอฟต์แวร์ final draft เป็นระยะเวลา 1 ปี จากนั้นทีมผู้เชี่ยวชาญจาก สถาบันนักเขียนบทมืออาชีพของประเทศเกาหลี (Screenwriters Guild of Korea) จะคัดเลือกรอบสุดท้ายที่จะะได้เวิร์คช็อปกับผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันนักเขียนบทมืออาชีพ ของประเทศ เกาหลี

เพื่อช่วยยกระดับทักษะการเขียนบทของนักเขียนไทยอย่างเป็นระบบและนำไปสู่การสร้างผลงานภาพยนตร์ และซีรีส์ไทยที่มีคุณภาพ พร้อมก้าวสู่ตลาดสากลครับ
คุณพรชัย ว่องศรีอุดมพร เลขาธิการสมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ กล่าวว่าสืบเนื่องจากนโยบายของรัฐบาล ที่ผ่านมาที่สนับสนุนอุตสาหกรรมภาพยนตร์และซีรีส์ของไทยโดยการจัดสรรงบประมาณใน การ Research, Develop และ Training

ซึ่งเป็นการเตรียมความพร้อมให้กับเยาวชนและบุคคลที่สนใจงานด้านนี้ ตนมองว่าโครงการนี้จะช่วยต่อ ยอดคนในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ที่มีความต้องการที่จะสร้างสรรค์ผลงาน ช่วยสร้างนักเขียนรุ่นใหม่ และให้มุมมองที่มากขึ้น ต่อกลุ่มนักเขียนเดิมด้วย การนำผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศมาถ่ายทอดประสบการณ์, วิธีการคิด และมุมมอง

จะช่วยเติมเต็ม ปรับปรุงและพัฒนาให้คอนเทนต์ไทยมีบทที่หลากหลายและดีขึ้น เพื่อสื่อสารและเจาะตลาดต่างประเทศ ได้มากขึ้นครับ
สำหรับโครงการ “K-Script Lab” เปิดรับสมัคร นักเขียนบทมืออาชีพและมือสมัครเล่น, นักเรียน, นักศึกษา, เยาวชน และบุคคลที่สนใจจำนวน 500 คน สามารถลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 7-29 ม.ค.นี้

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / พลทหารเรืองศักดิ์ กลับบ้านสู่อ้อมกอดครอบครัว พร้อมโชว์ของดีประจำกาย

แชร์เนื้อหานี้

จากกรณี พลทหารเรืองศักดิ์ รัตนพันธ์ หน่วยทหารราบ (หน่วยเฉพาะกิจ) ซึ่งประจำการ บริเวณ ช่องตาเฒ่าพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ในอำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชาช่วงต้นเดือนธันวาคม 2568 และได้รับการผ่าตัดหลายครั้ง

ปัจจุบันทรงได้รับพระมหากรุณาธิคุณให้เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ ซึ่งพลทหารเรืองศักดิ์ รัตนพันธ์ ทหารแนวหน้าที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส ต้องเข้าห้องผ่าตัดถึง 5 ครั้ง จากเหตุการณ์ในพื้นที่ชายแดน ซึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัส ต้องเข้าห้องผ่าตัดถึง 5 ครั้ง บาดแผลกระจายตั้งแต่ลำคอด้านหลัง ใกล้แนวกระดูกสันหลัง คิ้ว ขมับ ใต้ตา แก้ม ฟันกรามแตกถึง 6 ซี่ ซึ่งหลังจากกลับมาทางชาวบ้านและญาติได้ทำการผูกข้อมือสู่ขวัญเมื่อว่านที่ผ่านมาก (7 มกราคม 69)

ผู้สื่อข่าวได้พบกับครอบครัวและพลทหารเรืองศักดิ์ ซึ่งวันนี้ได้กลับมาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตาครอบครัวที่บ้านเกิด คือบ้าน บ้านเลขที่ 107 หมู่ 2 บ้านหนองน้ำเต้า ตำบลนาโสก อำเภอเมือง จังหวัดมุกดหาร โดยทางพลทหารเรืองศักดิ์ เปิดเผยว่าตนเองเป็นทหารสกัด ร.3 พัน3. ค่ายพระยอดเมืองขวาง จ.นครพนม ซึ่งที่ผ่านมาได้เข้าร่วมการต่อสู้กับเขมรทั่ง2 ครั้ง

ซึ่งครั้งที่หนักสุดก็เป็นครั้งที่ 2 เพราะตนเองถูกฝ่ายเขมรยิงปืนคอมาตกตรงหน้าบังเกอร์ซึ่งขนาดนั้นกำลังวิ่งออกไปเอาปืนจนทำให้ตนเองโดนสะเก็ดปืนคอบาดเจ็บสาหัส จนต้องนำส่งรักษาตัวที่โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี

ซึ่งระหว่างนั้น สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงเยี่ยมและพระราชทานสิ่งของ ซึ่งตนเองอยู่รักษาอาการบาดเจ็บ และได้กลับมาที่บ้านเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บภายในช่องปาก เมื่อหายดีแล้วก็จะกลับไปทำหน้าที่ของทหารต่อ พร้อมกับเตรียมตัวสอบเป็นนายสิบ เพราะรักในอาชีพของทหารและเลือกทางนี้แล้ว ปล่อยเสียง

ด้านนายกองศิลป์ รัตนพันธ์ อายุ 59 ปี พ่อของพลทหารบอกกับผู้สื่อข่าวว่า อยากให้ลูกชายมีอาชีพเป็นทหารเพราะเขาชอบ พ่อก็เลยพาลูกไปสมัครโดย ร้องขอผ่านระบบออนไลน์ ซึ่งตั้งแต่ตอนนั้นมากก็รู้สึกเลยว่าลูกชายเป็นเสาหลักของครอบครัวแบ่งเงินที่เป็นเงินเดือนมาช่วยเหลือครอบครัวตลอดตอนนี้ก็หวังว่าลูกชายจะได้เป็นนายสอบต่อไป

นอกจากนี้ทางพลทหารเรืองศักดิ์ ได้บอกกลับผู้สื่อข่าวตนเองเชื่อว่าที่ตนเองรอดมาได้ในครั้งนี้นอกจากการได้รับความช่วยเหลือจากทางหมอแล้วยังมีสิ่งที่ยึด ยึดเหนี่ยวจิตใจ คือตะกรุดที่ทำจากลูกปืนพร้อมเหรียญหลวงปู่เจียม อติสโย ที่ แม่ทัพเติ่ง พลโทวีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 เป็นคนมอบให้โดยตนเองเชื่อว่าสิ่งของเหล่านี้ปกปักรักษาให้ปลอดภัยในการรบแต่ละครั้ง

ภาพ/ข่าว เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯนครปฐม สั่งเปิดปฏิบัติการ ตรวจคัดกรองสารเสพติด กำนัน ผู้ใหญ่ย้าน ใน อ.นครชัยศรี

แชร์เนื้อหานี้

วันพฤหัสบดีที่ 8 มกราคม 2569 เวลา 11.30 น. อำเภอนครชัยศรี เปิดปฏิบัติการ ตรวจคัดกรองสารเสพติด กำนัน ผู้ใหญ่ย้าน ในสังกัดอำเภอนครชัยศรีภายใต้การอำนวยการของ นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม โดยนายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี พร้อมด้วยนายพุฒศิษฐ์ โชคสิริหิรัญ ปลัดอาวุโสอำเภอนครชัยศรี หัวหน้าส่วนราชการ

หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ปลัดอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล สารวัตรกำนัน เจ้าหน้าที่ เข้าร่วมการเปิดปฏิบัติการ “เมืองพระปฐมเจดีย์ ไม่มีผู้เสพ” ของอำเภอนครชัยศรี บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการตรวจคัดกรองสารเสพติด กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ฯลฯ ในสังกัดอำเภอนครชัยศรี จำนวน 403 ราย ผลการปฏิบัติ “ไม่พบสารเสพติด” ในผู้เข้ารับการตรวจแต่อย่างใด

ปฏิบัติการครั้งนี้ เพื่อการป้องกันปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด ตามนโยบายจังหวัดนครปฐม กรมการปกครอง และกระทรวงมหาดไทย อย่างเคร่งครัด
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เนื่องในโอกาสวันคล้ายประสูติ 8 มกราคม 2569

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 8 มกราคม 2569 เวลา 09.00 น. ที่ศาลาอปฏิบัติธรรม 101 ปี หลวงพ่อสงัด วัดบางช้างเหนือ อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เป็นประธานพิธีเจริญพระพุทธมนต์เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา

เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ 8 มกราคม 2569 โดยมีพระราชวชิรสุตาภรณ์ เจ้าคณะจังหวัดนครปฐม เจ้าอาวาสวัดบางช้างเหนือ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วย รองผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชนร่วมพิธี

เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่พระองค์ทรงมีพระวิริยอุตสาหะ และพระปณิธานอันแน่วแน่ในการบำเพ็ญพระกรณียกิจด้วยพระหฤทัยเปี่ยมด้วยพระเมตตากรุณา เพื่อบำบัดทุกข์ บำรุงสุขแก่อาณาประชาราษฎร์ ล้วนเป็นที่ประจักษ์อยู่ในดวงใจของพสกนิกรชาวไทยตลอดมา

โอกาสนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย เปิดกรวยดอกไม้ธูปเทียนแพ เบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา กล่าวราชสดุดีถวายพระพรชัยมงคล พระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ 10 รูป

เจริญพระพุทธมนต์ ประธานสงฆ์กล่าวนำเจริญจิตตภาวนา เพื่อถวายพระกุศล จากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐมและผู้เข้าร่วมพิธี ถวายจตุปัจจัยไทยธรรม ภัตตาหาร พระสงฆ์อนุโมทนา
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /เปิดงานกาชาดและของดีจังหวัดมุกดาหาร ประจำปี 2559

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 7 มกราคม 2567 เวลา 18.00 น. ที่เวทีกลางงานกาชาดและของดีจังหวัดมุกดาหาร ประจำปี 2569 หน้าศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานเปิดงานกาชาดและของดีจังหวัดมุกดาหาร ประจำปี 2569

โดยได้รับเกียรติจากท่านอนุชา ไกสอน รองประธานคณะกรรมการปกครองนครไกสอนพมวิหาน แขวงสะหวันนะเขต สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว นายปัฐม์ ปัทมจิตร กงสุลใหญ่ ณ แขวงสะหวันนะเขต พร้อมคณะจากแขวงสะหวันนะเขตให้เกียรติมาร่วมงาน

นางอัญชลี กัลมาพิจิตร นายกเหล่ากาชาดจังหวัดมุกดาหาร และประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดมุกดาหาร กล่าวว่า “งานกาชาดและของดีจังหวัดมุกดาหาร ถือ

เป็นกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวและการกุศลของจังหวัดมุกดาหาร สำหรับปี 2569 นี้ กำหนดจัดงานในระหว่างวันที่ 7-15 มกราคม 2569 เป็นเวลา 9 วัน 9 คืน

เพื่อสืบสานและอนุรักษ์ศิลปะวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของท้องถิ่น ส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดมุกดาหาร

และนำเสนอผลงานของส่วนราชการต่างๆ ตลอดจนผลิตภัณฑ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นของจังหวัดมุกดาหารให้เป็น

ที่รู้จักแพร่หลาย กว้างขวางมากขึ้น และเพื่อจัดหารายได้สนับสนุนกิจการสาธารณกุศล และสาธารณประโยชน์ต่างๆในการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบความเดือดร้อนจากสาธารณภัย

ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร ร่วมลั่นฆ้องชัยพร้อมด้วย รองประธานคณะกรรมการปกครองนครไกสอนพมวิหาน สปป.ลาว และกงสุลใหญ่ ณ แขวงสะหวันนะเขต

เพื่อเป็นมงคลชัยแก่การเปิดงานให้สำเร็จลุล่วงตามวัตถุประสงค์ และความสุขแก่พี่น้องประชาชนชาวมุกดาหาร และนักท่องเที่ยวทั้งสองฝั่ง ที่ได้มาร่วมงานนี้อีกด้วย

ในพิธีเปิดงานมีการแสดงแสง สี เสียง “แสงศรัทธาลีลานาคาศิลป์”และการประกวดฟ้อนรำ การแสดงศิลปะวัฒนธรรมจาก 7 อำเภอ ของจังหวัดมุกดาหาร

ซึ่งรางวัลชนะเลิศ ได้แก่ อำเภอคำชะอี โดยตลอด 9 วันของการจัดงานระหว่างวันที่ 7 – 15 มกราคม 2569 ยังมีการออกร้านนิทรรศการของหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชน

และมีการจำหน่ายสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่ง ผลิตภัณฑ์ OTOP จากท้องถิ่นและชุมชน การเดินแบบแฟชั่นผ้าไหมและผ้าพื้นเมือง การแสดงของศิลปินที่มีชื่อ

เสียง และยังร่วมทำบุญกุศลพร้อมลุ้นรับรางวัลมากมายในร้านนาวาพาโชคและการออกรางวัลสลากกาชาดด้วย เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ยกกองทัพไดโนเสาร์บุกศาลาว่าการเมืองพัทยา สร้างสีสันวันเด็กPNBA/ จัดเลี้ยงปีใหม่ สร้างความกลมเกลียว ผู้ประกอบการธุรกิจ พัทยา

แชร์เนื้อหานี้

ตามที่เมืองพัทยากำหนดจัดงานวันเด็กแห่งชาติประจำปี 2569 ที่บริเวณลานปู่ตาก หน้าศาลาว่าการเมืองพัทยา เพื่อเปิดพื้นที่ต้อนรับเด็กและเยาวชนโดยมีหน่วยงานต่างๆ มาร่วมออกร้านบริการสร้างความสุขให้เด็กๆ ในวันเสาร์ที่ 10 ม.ค.69 นี้นั้น

มีรายงานว่า ทางสวนไดโนเสาร์พัทยา ได้เตรียมความพร้อมร่วมฉลองวันเด็กแห่งชาติ 2569 โดยร่วมกับหน่วยงานราชการต่างๆ ภายในพื้นที่ท้องถิ่น ศาลาว่าการเมืองพัทยา, ที่ว่าการอำเภอบางละมุง

และเทศบาลตำบลหนองปรือ ยกกำลังไดโนเสาร์บุกให้เด็กๆ ได้ตื่นตาตื่นใจกับไดโนเสาร์ขยับได้ขนาดยักษ์ใหญ่อย่างใกล้ชิด มุ่งเน้นเสริมสร้างจินตนาการและความรู้ให้กับเด็กๆ ที่ร่วมงานวันเด็กแห่งชาติในปีนี้

ที่ผ่านมาสวนไดโนเสาร์พัทยาได้ดำเนินการตอบแทนสังคมในโอกาสและวาระต่างๆ มาโดยตลอด และกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติก็ถือเป็นกิจกรรมหนึ่งที่ทางสวนไดโนเสาร์พัทยาได้ให้ความสำคัญสนับสนุนเมืองพัทยาในทุกๆ ปีด้วยเช่นกัน

PNBA จัดเลี้ยงปีใหม่ สร้างความกลมเกลียวในหมู่ผู้ประกอบการธุรกิจกลางคืนเมืองพัทยา

ค่ำวันที่ 8 มกราคม 2569 สมาคมผู้ประกอบการธุรกิจกลางคืนเมืองพัทยา Pattaya Nightlife Business Association (PNBA) โดย นางลิซ่า แฮมิลตัน นายกสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจกลางคืนเมืองพัทยา พร้อมคณะกรรมการบริหารสมาคมฯ ได้จัดเลี้ยงสังสรรค์เนื่องในวันปีใหม่ 2569 ที่ร้านลิซ่า เกสต์เฮ้าส์ หาดจอมเทียน เมืองพัทยา จ.ชลบุรี

ในงานได้มีการจัดเลี้ยงบุฟเฟ่ต์อาหารนานาชาติ ทั้ง กระเพาะปลา ขนมจีน ไก่ย่าง ส้มตำ ข้าวผัด แซนวิส ผัดซีอิ้ว และเนื้อทอดพริกไทย พร้อมเครื่องดื่มให้บริการผู้เข้าร่วมงาน โดยบรรยากาศเป็นการพบปะสังสรรค์ พูดคุยแลกเปลี่ยนแนวคิดการบริหารธุรกิจแบบอบอุ่นและเป็นกันเอง

นางลิซ่า แฮมิลตัน นายกสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจกลางคืนเมืองพัทยา เผยว่า สมาคมผู้ประกอบการธุรกิจกลางคืนเมืองพัทยาได้จัดเลี้ยงปีใหม่ให้เพื่อนพี่น้องสมาชิกได้ผ่อนคลาย เป็นการพบปะพูดคุยสร้างความสัมพันธ์ที่ดีเพื่อต่อยอดธุรกิจอันเป็นการที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจเมืองพัทยาให้คึกคักยิ่งขึ้นไปด้วย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จับกุมสามีภรรยา ยาบ้า 740,000 เม็ด รถยนต์เก๋ง 1 คัน เงินสด 32,000 บาท สภ.ชุมแพ และ ผอ.ศป.ปส.อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 23.10 น.วันที่ 7 ม.ค.68 นางสาวอ้อยใจ คำบุญเรือง นายอำเภอชุมแพ ในนาม ผอ.ศป.ปส.อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น พร้อมด้วย พ.ต.อ.รัฐพล เหลาพรม ผกก.สภ.ชุมแพ นายสมคิด ชำนิกุล ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคงอำเภอชุมแพ นำเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรชุมแพ สนธิกำลังร่วมกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติดจาก กก.3 บก.ปส.2 (บช.ปส.) ตชด.ภาค 2

ร่วมกันจับกุมตัวนายชัยวัฒน์ เต็มใจ อายุ 40 ปี และ น.ส.ศรัณย์พร เต็มใจ อายุ 27 ปี 2 สามีภรรยา พร้อมด้วยของกลาง ยาบ้า จำนวน 740,000 เม็ดรถยนต์เก๋ง พาหนะที่ใช้กระทำความผิด จำนวน 1 คัน เงินสด จำนวน 32,000 บาท โทรศัพท์มือถือ จำนวน 1 เครื่อง โดยจับกุมได้ในพื้นที่ตำบลโนนสะอาด อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น หลังผู้ต้องหาจอดรถทิ้งวิ่งหลบหนี ก่อนติดตามจับกุมตัวได้ในที่สุด

ทั้งนี้สืบเนื่องจาก เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติด (บก.ปส.2) ได้สืบสวนและสะกดรอยติดตามรถยนต์เป้าหมายซึ่งมีพฤติการณ์ลักลอบขนลำเลียงยาเสพติดมาจากจังหวัดอุดรธานี จนกระทั่งรถคันดังกล่าวได้แวะจอด ณ สถานีบริการน้ำมัน ปตท. (หนองตุ้มนก) อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น โดยฝ่ายหญิง น.ส.ศรัณย์พร ได้ลงจากรถเพื่อเข้าห้องน้ำ

ในระหว่างนั้น นายชัยวัฒน์ สามีผู้ขับขี่ สังเกตเห็นเจ้าหน้าที่จึงไหวตัวทันและรีบขับรถหลบหนีออกจากสถานีบริการน้ำมันไปโดยไม่รอภรรยา เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวฝ่ายหญิงไว้ และจัดกำลังอีกส่วนเร่งติดตามรถคันดังกล่าวไปอย่างกระชั้นชิด เมื่อถึงเขตพื้นที่ตำบลโนนสะอาด นายชัยวัฒน์

ได้ตัดสินใจทิ้งรถยนต์และวิ่งหลบหนีเข้าพื้นที่ป่าข้างทาง เจ้าหน้าที่ได้สนธิกำลังร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ปูพรมค้นหาบริเวณจุดที่พบรถยนต์ถูกจอดทิ้งไว้ จนกระทั่งพบตัวนายชัยวัฒน์ ซ่อนตัวห่างจากจุดทิ้งรถประมาณ 100 เมตร จึงได้เข้าทำการควบคุมตัวเพื่อดำเนินคดี พร้อมของกลางที่ซุกซ่อนอยู่ภายในรถยนต์ได้

ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางไปยัง หน่วยปราบปรามยาเสพติดอุดรธานี เพื่อจัดทำบันทึกจับกุม สอบปากคำเพื่อขยายผลเครือข่าย และจัดเก็บพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ จากนั้นจะดำเนินการส่งตัวให้พนักงานสอบสวน บช.ปส. กรุงเทพมหานคร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

winฅนชนข่าว/สื่อรัฐทีวี

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รพ.นครปฐม จัดโครงการฝึกอบรมการปฐมพยาบาลและการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน กิจกรรม “รวมพลังแห่งความดี”

แชร์เนื้อหานี้

นายแพทย์สุรชัย โชคครรชิตไชย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครปฐม มอบหมายให้ แพทย์หญิงบุญเพ็ญ จงเสรีจิตต์ รองผู้อำนวยการด้านตรวจอบภายใน

เป็นประธานเปิดโครงการฝึกอบอรมการปฐมพยาบาลและการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน (BLS) ภายใต้กิจกรรม “รวมพลังแห่งความดี”

เพื่อถวายความอาลัยและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนี้พันปีหลวง โดยมี คุณสุรักขณา คงคา

เพชร รองหัวหน้าพยาบาลด้านยุทธศาสตร์และสารสนเทศ กล่าวรายงาน วัตถุประสงค์ เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติในการช่วยฟื้นคืนชีพ ที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล

สำหรับบุคลากรของโรงพยาบาลนครปฐมให้ สามารถเลือกใช้อุปกรณ์ช่วยชีวิตได้เหมาะสมกับผู้รับบริการ เพื่อให้มีความรู้และทักษะในการปฏิบัติการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน (BLS) และการใช้เครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าอัตโนมัติ (AED) ทั้งในและ

นอกโรงพยาบาล สมารถนำไปใช้ได้ ณ ห้องประชุมจตุภัทร ชั้น 4 อาคารผู้ป่วยนอกและอำนวยการ โรงพยาบาลนครปฐม
สมคิด พรมมี ผู้ข่าว นครปฐม