สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / มุกดาหารแตก! “ธรรมนัส” ขนทัพกล้าธรรมปราศรัยใหญ่คนทะลักหน้าศาลากลาง พร้อมฟาดเดือดพวกพรรคการเมืองสร้างภาพ “ผ้าขาว” แต่ใจ “ดำปิ๊ดปี๋” ลั่นเลิกขายฝันนโยบายหลอกลวงประชาชน!

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2569 ที่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ประธานยุทธศาสตร์พรรค เดินทางเปิดปราศรัยใหญ่ ท่ามกลางประชาชนที่แห่มาร่วมฟังจนมืดฟ้ามัวดิน เพื่อช่วยหาเสียงให้กับ นายพนมชัย พันธุ์พุทธ (เขต 1) และ นายเลขาดำไตรสรณคมน์ หนองเรือง (เขต 2)

ร.อ.ธรรมนัส ได้เน้นย้ำถึงความสำเร็จในอดีตเรื่องการผลักดันที่ดิน สปก. 4-01 ให้เป็นโฉนดเพื่อเกษตรกร พร้อมประกาศเดินหน้ายกระดับให้เป็นโฉนดที่ดิน (ครุฑแดง) ทั่วประเทศหากได้รับความไว้วางใจ “นโยบายพรรคกล้าธรรมไม่เน้นความสวยหรูที่ทำไม่ได้จริง แต่เราเน้นสิ่งที่ผ่านการกลั่นกรองและทำได้ทันทีเพื่อพี่น้องเกษตรกรและกลุ่มเปราะบาง” ร.อ.ธรรมนัส กล่าว

ในช่วงหนึ่งของการปราศรัย ร.อ.ธรรมนัส ได้กล่าวถึงประเด็นความมั่นคงและการค้าชายแดน โดยเฉพาะปัญหาการลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรและยาเสพติด โดยระบุว่าต้องมีการ “ซีลชายแดน” ให้เข้มงวด และต้องทบทวน MOU 43 (ทางบก) และ MOU 44 (ทางน้ำ) กับกัมพูชา หากไทยเสียเปรียบต้องกล้าปรับปรุงหรือยกเลิก

นอกจากนี้ยังสร้างความฮือฮาด้วยการประกาศว่า ในการจัดตั้งรัฐบาลครั้งหน้า ตนเล็งตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ไว้เพื่อแก้ปัญหาความมั่นคงด้วยตัวเอง “แค่มีชื่อผม ฝ่ายตรงข้ามก็เกรงแล้ว เพราะผมเป็นคนชัดเจน เรื่องอธิปไตยต้องมาที่หนึ่ง หากเจรจาไม่ได้ผลก็ต้องเด็ดขาดเพื่อให้จบปัญหา”

นอกจากนี้ยังได้กล่าวถึงบรรยากาศการเมืองในปัจจุบัน โดยเปรียบเปรยพรรคคู่แข่งบางพรรคที่พยายามสร้างภาพลักษณ์เป็นคนดีบริสุทธิ์เหมือน “ผ้าขาว” แต่เบื้องหลังกลับล้มเหลวและมีมลทิน

“พรรคการเมืองบางพรรคทำตัวสะอาดเหมือนผ้าขาว แต่ความจริงแล้วเบื้องหลัง ‘ดำปิ๊ดปี๋’ เหมือนนํ้าพริกตาแดงบ้านผม สิ่งที่พวกคุณพูดมันย้อนกลับเข้าตัวหมด ผมขอเตือนพี่น้องอย่าไปเชื่อพวกนโยบายขายฝันที่ทำไม่ได้จริง เพราะคนไทยวันนี้ไม่โง่และดูออกว่าใครคือของจริง” ร.อ.ธรรมนัส กล่าวเสียงกร้าว

นอกจากประเด็นปากท้อง ร.อ.ธรรมนัส ยังได้ตอบโต้กลุ่มการเมืองที่ตั้งคำถามว่า “มีทหารไว้ทำไม?” โดยระบุว่ากองทัพคือรากฐานสำคัญที่ปกป้องบ้านเมืองมาทุกยุคสมัย การคิดจะปฏิรูปประเทศหรือเลียนแบบตะวันตกโดยไม่ดูบริบทของคนไทยคือความผิดพลาด พร้อมย้ำว่าตนเองเป็นคนพูดภาษาชาวบ้าน ตรงไปตรงมา รักคือรัก เกลียดคือเกลียด ไม่ต้องใช้พจนานุกรมแปล

ด้าน น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ประธานยุทธศาสตร์พรรค ได้ย้ำถึงความพร้อมของพรรคกล้าธรรมในการสู้ศึกเลือกตั้งครั้งนี้ โดยชูความพร้อมของตัวผู้สมัครทั้งเขต 1 และ เขต 2 จังหวัดมุกดาหาร ว่าเป็นคนพื้นที่ที่เข้าใจปัญหาและพร้อมรับใช้พี่น้องประชาชนทันที

ธรรมนัสพรหมเผ่า #อนุดิษฐ์นาครทรรพ #พรรคกล้าธรรม #มุกดาหาร #เลือกตั้ง2569 #พนมชัยพันธุ์พุทธ #เลขาดำไตรสรณคมน์ #ดำปิ๊ดปี๋ #สปกเป็นโฉนด #การเมืองไทย #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้_/////ภาพ/ข่าว เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / งานประเพณีบุญข้าวจี่ ประเพณีเดือน 3 “สืบสานบุญคุ้ม ตุ้มโฮม วัฒนธรรม” สานต่อภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมและส่งเสริมการท่องเที่ยว

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 24 มกราคม 2569 เวลา 17.00 น. นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานในพิธีเปิดงานบุญข้าวจี่ ประเพณีเดือน 3 “สืบสานบุญคุ้ม ตุ้มโฮมวัฒนธรรม”

ณ วัดชัยภูมิบ้านค้อ ตำบลบ้านค้อ อำเภอคำชะอี จังหวัดมุกดาหาร พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอคำชะอีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงาน สถานศึกษา ผู้นำชุมชน ชาวตำบลบ้านค้อ และประชาชนเข้าร่วมงาน

เพื่อสืบสานประเพณีที่ดีงามของท้องถิ่น ทั้งนี้ ยังช่วยความสามัคคีในชุมชน ในการสืบสาน อนุรักษ์ภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม อาหารท้องถิ่น และศิลปวัฒนธรรม ซึ่งเป็นการสานต่อมรดกทางวัฒนธรรมที่มีคุณค่า

นอกจากนี้ ยังเป็นการนำวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่นมาส่งเสริมการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่เป็นอัตลักษณ์ของชุมชน และของจังหวัดมุกดาหารให้เป็นที่รู้จัก ดึงดูดนักท่องเที่ยว ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างคุณค่าทางสังคม สร้างรายได้แก่ประชาชน และเกิดประโยชน์โดยรวมร่วมกันต่อไป

ในการจัดงานครั้งนี้ เป็นการบูรณาการจัดงานโดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดมุกดาหาร องค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหาร อำเภอคำชะอี องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านค้อ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สภาวัฒนธรรมตำบลบ้านค้อ

ผู้นำชุมชน และชาวตำบลบ้านค้อ ระหว่างวันที่ 23-25 มกราคม 2569 มีกิจกรรมประกอบด้วย พิธีทำบุญตักบาตรข้าวจี่ การประกวดขบวนแห่ข้าวจี่ประยุกต์ 15 คุ้ม บูธแสดงวิถีชีวิต และการสาธิตทำข้าวจี่

ภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมแต่ละคุ้ม การประกวดร้องเพลง การประกวดพาแลง การแสดงแสงสีเสียงตำนานบุญข้าวจี่ “นางปุณณาทาสี” การแสดงศิลปวัฒนธรรม รำวงชาวบ้าน และเปิดตลาดวัฒนธรรม ถนนข้าวจี่ จำหน่ายสินค้า ผลิตภัณฑ์ชุมชน

📌รายงานโดย : สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดมุกดาหาร

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ดร.เอ้ หัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ ลุยบางพลี ช่วยผู้สมัคร ส.ส. หาเสียง ชูนโยบาย เรียนฟรี / ลดค่าไฟ / แก้หนี้ / แก้น้ำท่วมจบในครั้งเดียว

แชร์เนื้อหานี้

“ดร.เอ้” หัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ ลงพื้นที่บางพลี ช่วยผู้สมัคร ส.ส.สมุทรปราการ เขต 4 และ เขต 5 หาเสียง พบปะประชาชนตามตลาด ชูนโยบายการศึกษา หนี้สิน ปากท้อง และพลังงาน ย้ำแก้ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากแบบเบ็ดเสร็จ

เมื่อช่วงเย็น วันที่ 26 มกราคม 2569 ดร.เอ้ หรือ ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ และเป็นหนึ่งในแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เดินทางลงพื้นที่อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อช่วยผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หาเสียงในพื้นที่โดยมี นายฐาพล(หรือพีท) ณ น่าน ผู้สมัคร ส.ส.สมุทรปราการ เขตเลือกตั้งที่ 4 หมายเลข 3 และ นายชวกร(หรือซี) อุบลรัตน์ ผู้สมัคร ส.ส.สมุทรปราการ เขตเลือกตั้งที่ 5 หมายเลข 7 ร่วมลงพื้นที่พร้อมทีมงาน

โดยได้นัดรวมตัวกันที่ตลาดทิพนิมิต ก่อนจะขึ้นรถแห่ เดินทางไปที่ตลาดนัดเรือบิน จากนั้นลงเดินหาเสียง พบปะพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนอย่างใกล้ชิด ท่ามกลางบรรยากาศเป็นกันเอง
สำหรับการลงพื้นที่ครั้งนี้ พรรคไทยก้าวใหม่ ได้ชูนโยบายสำคัญที่มุ่งแก้ปัญหาปากท้องและคุณภาพชีวิตของประชาชน อาทิ เรียนฟรีถึงปริญญาตรี / ครูมีไว้สอนเลิกงานฝาก / เพิ่มอาหารเช้าให้เด็กประถม / 60 ปี ปิดหนี้เสียไม่เกิด 2 แสนบาท / SME ได้เงินก่อนไม่ต้องรอตกเบิก / 20,000 .- เข้าถึงได้ทุกอาชีพอิสระ / ปลดหนี้ กยศ. ชีวิตดีไม่ติดลบ / แก้ครั้งเดียวจบ หยุดท่วมซ้ำซาก / ค่าไฟ 3 บาท ติดโซลาร์เซลล์ฟรี

ดร.เอ้ หรือ ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ และเป็นหนึ่งในแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า วันนี้ได้มาหาเสียงที่บางพลี โดยมาที่ตลาดนัดเรือบิน ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ในโซนบางพลี วันนี้ได้มาขอคะแนน เพราะตนก็เป็นคนสมุทรปราการ อยู่ในโซนบางพลีอยู่แล้ว ซึ่งปัญหาที่เจอจะเป็นปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก จนทำมาหากินไม่ได้ พรรคไทยก้าวใหม่ขออาสาหยุดปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากด้วยการแก้ครั้งเดียวจบ ดร.เอ้ สุชัชวีร์ ขอทำเรื่องนี้ แต่ต้นจะทำไม่ได้เลยถ้าไม่มีใครช่วยทีมสส.สมุทรปราการของตน

นโยบายของพรรค คือการสร้างคนด้วยการศึกษา เพราะการศึกษาคือยาแก้จน ไม่ใช่ยิ่งเรียนยิ่งจนยิ่งเรียนยิ่งเป็นหนี้ เรียนฟรีไม่มีจริง พรรคไทยก้าวใหม่ขอประกาศจะบรรจุไว้ในรัฐธรรมนูญกฎหมาย ว่าทุกคนต้องได้เรียนฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายทั้งทางตรงและทางอ้อม และปลดหนี้กยศ.

เพราะเป็นหนี้ที่ไม่ควรจะเสียแต่วันแรกอยู่แล้ว นอกจากนั้นแล้วการปลดหนี้ และกองทุนไทยก้าวใหม่ 20,000 บาท ทุกอาชีพอิสระด้วยบัตรประชาชนใบเดียว เพราะพ่อค้าแม่ค้า หรืออาชีพอิสระไม่สามารถไปกู้เงินได้ นอกจากไปกู้เงินนอกระบบ ด้านผู้สูงอายุก็มีสวัสดิการผู้สูงอายุ โดยการปลดหนี้เสียให้ผู้สูงอายุ 60 ปี ไม่เกิน 200,000 บาท

รวมถึงsme ขายของไม่เคยได้เงิน พรรคไทยก้าวใหม่มี นโยบายแคชฟอร์เอสเอ็มอี คือขายของได้ออกให้ก่อนแล้วค่อยตกเบิกทีหลัง และขอย้ำเรื่องการหยุดปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากของสมุทรปราการ วันที่ 8 ก.พ. หรือเลือกตั้งล่วงหน้าที่กำลังจะถึง อยากเชิญชวนให้ออกมาเลือกตั้ง และอยากขอฝากถ้ายังเลือกคนเดิมเหมือนเดิม

ก็เหมือนเครนที่ถล่ม เพราะมันผุแล้วเอามาทาสีใหม่ สุดท้ายรอวันถล่ม อยากให้เปิดใจเลือกคนใหม่ๆ ที่มีมีความรู้ความสามารถ คนมืออาชีพอย่างพรรคไทยก้าวใหม่ ถ้าอยากจะใช้ดร.เอ้ ต้องเลือกเบอร์ 49 และเลือก สส.ของพรรคไทยก้าวใหม่ และขอแนะนำผู้สมัคร พีท ฐาพล ณ น่าน สมุทรปราการ เขต4 เบอร์3 ทำเพื่อประชาชนและเป็นนักนโยบาย และ ซี ชวกร อุบลรัตน์ สมุทรปราการ เขต5 เบอร์ 7

นายฐาพล(หรือพีท) ณ น่าน ผู้สมัคร ส.ส.สมุทรปราการ เขตเลือกตั้งที่ 4 หมายเลข 3 บอกว่า อยากฝากถึงพ่อแม่พี่น้องชาวบางพลี วันนี้พรรคไทยก้าวใหม่ ที่นำโดย ดร.เอ้ สุชัชวีร์ มีความตั้งใจจริง ที่อยากจะเข้ามาแก้ปัญหาที่สะสมมานาน สำหรับชาวสมุทรปราการ ขอโอกาสให้คนที่ทำงานเป็น รู้ปัญหาและแก้ได้ตรงจุด อยากขอให้สนับสนุนพรรคไทยก้าวใหม่บัดสีชมพูกาเบอร์ 49 บัตรสีเขียวหมายเลข 3 พีท ฐาพล ณ น่าน สมุทรปราการ เขต 4

นายชวกร(หรือซี) อุบลรัตน์ ผู้สมัคร ส.ส.สมุทรปราการ เขตเลือกตั้งที่ 5 หมายเลข 7 บอกว่า อยากให้พี่น้องคนไทยทุกคน ออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง การเลือกตั้งที่จะถึงนี้เพราะตนมองว่าสำคัญ เพราะเป็นการกำหนดอนาคตของประเทศ และอย่างที่ ดร.เอ้ พูดถ้าเลือกคนเดิมก็ได้แบบเดิม อยากให้ลองเปิดใจให้พรรคไทยก้าวใหม่ บัตรสีชมพูเบอร์ 49 บัตรสีเขียว ซี ชวกร อุบลรัตน์ สมุทรปราการ เขต 5 เบอร์ 7


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / บขส. เปิดเดินรถสายที่ 16 “บึงกาฬ – บอลิคำไซ” เชื่อมไทย–ลาวอย่างเป็นทางการ หนุนเศรษฐกิจ–ท่องเที่ยวสองฝั่งโขง

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 27 มกราคม 2568 เวลา 09.30 น. ณ สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดบึงกาฬ นายสุรพล เจริญภูมิ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานในพิธีเปิดการเดินรถโดยสารประจำทางระหว่างประเทศไทย – สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เส้นทางสายที่ 16 (จังหวัดบึงกาฬ – แขวงบอลิคำไซ) เพื่อยกระดับการคมนาคมขนส่งระหว่างประเทศ และส่งเสริมการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจในพื้นที่ชายแดนลุ่มแม่น้ำโขง

ในพิธีมีนายอรรถวิท รักจำรูญ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) นายสมหวัง อารีย์เอื้อ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ ท่านคำเพ็ด สิปะเสิด ผู้อำนวยการบริษัท SPS ท่องเที่ยวและขนส่งโดยสารภายใน–ต่างประเทศ จำกัด (สปป.ลาว) พร้อมด้วยผู้บริหารจากภาครัฐและเอกชนเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

นายอรรถวิท รักจำรูญ เปิดเผยว่า การเปิดเดินรถเส้นทางสายที่ 16 เป็นความร่วมมือระหว่างประเทศไทยและ สปป.ลาว ตามนโยบายของกระทรวงคมนาคม ที่มุ่งพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะให้สามารถเชื่อมต่อระหว่างประเทศได้อย่างไร้รอยต่อ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว ให้ได้รับบริการที่สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย โดยเริ่มเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

สำหรับเส้นทางบึงกาฬ – บอลิคำไซ มีระยะทางรวมประมาณ 27 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางราว 3 ชั่วโมง ให้บริการด้วยรถโดยสารปรับอากาศมาตรฐาน 42 ที่นั่ง อัตราค่าโดยสาร 100 บาทตลอดสาย โดยมีตารางเดินรถวันละ 4 เที่ยว ทั้งเที่ยวไปและเที่ยวกลับ คือ เวลา 08.00 น. 10.30 น. 13.00 น. และ 15.30 น.

นอกจากนี้ บขส. ยังเปิดให้บริการรถ Shuttle Bus รับ–ส่งผู้โดยสารข้ามสะพานมิตรภาพไทย–ลาว แห่งที่ 5 (บึงกาฬ – บอลิคำไซ) ระยะทาง 1.4 กิโลเมตร ตั้งแต่เวลา 08.00–17.00 น. ค่าโดยสาร 20 บาท เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางข้ามแดน

การเปิดเส้นทางเดินรถในครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการเชื่อมโยงโครงข่ายคมนาคมระดับภูมิภาค ช่วยลดต้นทุนการเดินทาง เพิ่มโอกาสทางการค้า การท่องเที่ยว และการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างจังหวัดบึงกาฬและแขวงบอลิคำไซ อันจะส่งผลดีต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศอย่างยั่งยืน

ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ซูเปอร์สตาร์ กู่เทียนเล่อ กับการคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ของการทำงานใน “Back To The Past – เจาะเวลาหาจิ๋นซี เดอะ มูฟวี่”

แชร์เนื้อหานี้

ซูเปอร์สตาร์ กู่เทียนเล่อ กับการคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ของการทำงานใน “Back To The Past – เจาะเวลาหาจิ๋นซี เดอะ มูฟวี่”“Back To The Past – เจาะเวลาหาจิ๋นซี เดอะ มูฟวี่” ถูกสร้างขึ้นโดยการดัดแปลงมาจากนวนิยายยอดนิยมของ “หวงอี้” ที่ดำเนินเรื่องหลังจาก 19 ปีในตอนจบของฉบับทีวีซีรีส์ โดยยังคงรักษาความเป็นเอกลักษณ์เอาไว้อย่างครบถ้วน โดยเฉพาะการว่าด้วยการเดินทางข้ามกาลเวลา

“หัวใจของหนังบ่งบอกให้เห็นว่า ความผิดพลาดร้ายแรงอาจเกิดขึ้นได้หากประวัติศาสตร์ของมนุษย์ถูกเปลี่ยนแปลงไป” ซูเปอร์สตาร์ กู่เทียนเล่อ ผู้เป็นทั้งนักแสดงและโปรดิวเซอร์ของเรื่องกล่าว “นอกจากนี้ Back To The Past ยังมอบความบันเทิงให้กับผู้ชมในทุกกลุ่มด้วยการผสมผสานฉากแอ็คชั่นที่ได้รับการออกแบบท่าทางการต่อสู้อย่างเชี่ยวชาญเข้ากับองค์ประกอบทาง

ประวัติศาสตร์ที่เข้มข้นและนิยายวิทยาศาสตร์อันล้ำสมัย ทำให้กลายมาเป็นภาพยนตร์ไซไฟ-แอ็คชั่นที่เต็มไปด้วยความน่าตื่นเต้นตามแบบฉบับที่แฟนๆ คิดถึงมากกว่า 2 ทศวรรษ“ เตรียมพบกับความยิ่งใหญ่เหนือความยิ่งใหญ่ของ ”Back To The Past – เจาะเวลาหาจิ๋นซี เดอะ มูฟวี่“ โดย Right Beyond และ Onpa Cine ในระบบเสียง 2 ภาษา

(จีนกวางตุ้ง/บรรยายไทย และพากย์ไทย) รอบพิเศษดูก่อนใคร 18 กุมภาพันธ์ และรอบปกติเริ่มตั้งแต่ 19 กุมภาพันธ์เป็นต้นไปในโรงภาพยนตร์เท่านั้น

เจาะเวลาหาจิ๋นซีเดอะมูฟวี่

ขอได้รับความขอบพระคุณจาก
ฝ่ายประชาสัมพันธ์ ไร้ท์ บิยอนด์
สมปอง วิวัฒน์วรศิลป์ โทร 095-4925241

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “อาจารย์เชน” ปลุกโคราช ขอเพื่อไทย 16 เขต เปิดเพลงใหม่รณรงค์เลือกตั้ง

แชร์เนื้อหานี้

นครราชสีมา – เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2569 ที่ตลาดเซฟวัน อำเภอเมืองนครราชสีมา พรรคเพื่อไทยจัดเวทีปราศรัยท่ามกลางบรรยากาศคึกคัก มีประชาชนแห่จับจองที่นั่งแน่นเต็มพื้นที่

นำโดย นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย นายเทวัญ ลิปตพัลลภ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ลงพื้นที่ช่วยผู้สมัครในจังหวัดนครราชสีมา ได้แก่ นายประเสริฐ บุญชัยสุข เขต 1, นายวัชรพล โตมรศักดิ์ เขต 2 และ นายสมบัติ กาญจนวัฒนา เขต 3

ภายในงานมีการมอบพวงมาลัยของดีเมืองโคราช ทั้งหมี่โคราช พวงมาลัยแคบหมู น้ำพริกปลาร้า กุนเชียง ข้าวตัง และหมูแท่ง สร้างสีสันให้เวทีอย่างคึกคัก พร้อมเปิดตัวเพลงหาเสียงใหม่ชื่อ “อาจารย์เชน” เป็นครั้งแรก โดยเตรียมนำไปใช้เป็นเพลงรณรงค์หาเสียงตลอดช่วงเลือกตั้ง

นายยศชนันขึ้นปราศรัยประกาศความพร้อมว่า “ลูกหลานคนโคราชมาหาแล้ว” พร้อมเดินหน้าเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 33 โดยยืนยันว่าการเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ จะเป็นวันทำความฝันของประชาชนให้เป็นจริง พร้อมขอแรงสนับสนุนให้พรรคเพื่อไทยคว้า 16 เขตของโคราช

นายยศชนันยังชูวิสัยทัศน์ยกระดับจังหวัดเป็น “โคราชมหานคร” ครอบคลุมทั้งด้านเกษตร อุตสาหกรรม บริการ ท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมผลักดันการพัฒนาเมืองสร้างสรรค์อย่างยั่งยืน ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนทุกกลุ่ม

ด้านนโยบายเศรษฐกิจ นายยศชนันย้ำว่าเกษตรกรคือกระดูกสันหลังของชาติ พร้อมเปิด “สงครามกับความยากจน” เดินหน้าล้างหนี้ทั้งระบบ ทั้งหนี้เกษตรกร หนี้ กยศ. และหนี้ครู รวมถึงการฟื้นฟูเศรษฐกิจท่องเที่ยวให้กลับมาคึกคัก พร้อมดึงนักท่องเที่ยวกลับเข้ามาปักหมุดโคราชให้เป็นเมืองเป้าหมายระดับโลก

ส่วนโครงสร้างพื้นฐาน นายยศชนันเสนอแนวคิดระบบขนส่งแบบมหานคร อาทิ รถรางโคราช 10 บาทตลอดสาย ควบคู่การแก้ปัญหาน้ำท่วมในเมือง และปัญหาการจราจรติดขัด เพื่อให้โคราชเดินหน้าได้อย่างเป็นระบบ

นอกจากนี้ นายยศชนันยังประกาศไทม์ไลน์นโยบาย “เพื่อไทยทำได้ พร้อมทำทันที” โดยนำเสนอผ่านสไลด์ แบ่งเป็นช่วงทำทันทีจนถึงภายใน 1 ปี เน้นแก้ปัญหาปากท้อง ฟื้นฟูเศรษฐกิจ และยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างเป็นรูปธรรม

โดยนโยบายทำทันทีประกอบด้วย การปราบยาเสพติด ยึดทรัพย์ผู้ค้ายาให้แล้วเสร็จใน 6 เดือน กำจัดแหล่งผลิตภายใน 1 ปี ปราบสแกมเมอร์ ยึด–อายัดทรัพย์ผู้กระทำผิด และผลักดันรัฐเป็นลูกค้าให้ SME ไทยเพื่อกระจายรายได้สู่รายย่อย

ขณะที่ช่วง 3 เดือนแรกมีมาตรการเพิ่มรายได้ ลดภาระหนี้ และแยกผู้เสพเข้าสู่ระบบบำบัด ส่วน 6 เดือนแรกครอบคลุมนโยบายประกันกำไรสินค้าเกษตร ลดค่าไฟ

การศึกษาและสาธารณสุข รวมถึง Smart City และเมืองปลอดอาชญากรรม ก่อนเดินหน้าภายใน 1 ปีด้วยโครงการบ้านเพื่อคนไทย เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงที่อยู่อาศัยราคาย่อมเยาอย่างทั่วถึง

พรรคเพื่อไทยย้ำว่า นโยบายทั้งหมดออกแบบเพื่อ “ทำได้จริง เห็นผลจริง” พร้อมผลักดันสู่รัฐบาลดิจิทัล เพื่อให้การแก้ปัญหาเดินหน้าได้รวดเร็วและไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

ภาพ นายประสิทธิ์ วนะชกิจ /ข่าว กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สุดยิ่งใหญ่….งานบวงสรวงเจ้าพ่อเขาใหญ่ ประจำปี 2569 นักเรียนกว่า 300 คน จัดขบวนเครื่องไหว้สักการะ รำบูชาศรัทธา ความดีผู้พิทักษ์ป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 26 มกราคม 2569 ที่ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ต.หมูสี อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา นายยศวัฒน์ เธียรสวัสดิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 ร่วมกับ นายชัยยา ห้วยหงษ์ทอง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ พระอธิการกัมปนาท สุเขธิโต เป็นเจ้าอาวาสวัดหมูสี

นายกฤษณธร เลิศสำโรง นายอำเภอปากช่อง นายเทอดไท แสงผล นายอำเภอวังน้ำเขียว และดร.วัชรี ปรัชญานุสรณ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดนครราชสีมา ร่วมพิธีบวงสรวงเจ้าพ่อเขาใหญ่ ซึ่งถือเป็นธรรมเนียมประเพณีที่ปฏิบัติติดต่อกันมา วันที่ 26 มกราคมของทุกปี ปีนี้ตรงวันจันทร์ วันพระขึ้น 8 ค่ำ เดือน 3 ถือเป็นวันดีโชคลาภ ร่ำรวย

โดยมี อดีตหัวหน้าอุทยานฯเขาใหญ่ สมาคมท่องเที่ยวเขาใหญ่ ชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านตำบลหมูสี ชมรมฮักเขาใหญ่ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ ลูกจ้างอุทยานฯเขาใหญ่ ฝ่ายปกครอง สถานศึกษา องค์กรภาคเอกชน ผู้ประกอบการ และประชาชนทั่วไป

ร่วมพิธีอันยิ่งใหญ่ พิธีพราหมณ์ ถวายของเซ่นไหว้จุดธูปเทียนบูชาหน้าศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ เทพเจ้าผู้ดูแลผืนป่าดงพญาเย็นเขาใหญ่ ที่ปกปักรักษาเจ้าหน้าที่ นักท่องเที่ยวและสัตว์ป่าในผืนป่าเขาใหญ่ พิธีสงฆ์ การมอบทุนการศึกษาให้บุตรธิดาลูกหลาน ผู้พิทักษ์ป่า

ส่วนไฮไลท์คือ การรำบูชาศรัทธาเจ้าพ่อเขาใหญ่ ประจำปี 2569 โดยนักเรียน โรงเรียนปากช่อง จำนวนกว่า 300 ชีวิต มีการจัดรูปขบวนเครื่องไหว้สักการะบูชา เดินจากหน้าด่านอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ มายังศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ ก่อนทำพิธีไหว้และรำบูชาอย่างยิ่งใหญ่สวยงามตระการตา

ขณะที่ประชาชน ผู้ประกอบการ นำข้าว อาหารหวาน คาว มาจัดบูธเป็นโรงทาน ด้านในประตู กว่า 50 โรงทาน ด้านริมถนน เพื่อให้ผู้ที่เข้ามาร่วมงานทานฟรี ถือเป็นการทำบุญ อีกด้วย

ภาพ นายประสิทธิ์ วนะชกิจ/ข่าว กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /งาน ไหว้สาพ่อขุนเม็งรายครบรอบ764 ปี นครเชียงราย

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 26 มกราคม 2569 เป็นวันครบรอบการสถาปนาเมือง 764 ปีนายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายประกอบพิธีบวงสรวงพ่อขุนพญาเม็งรายมหาราชเวลา 09.00 น.เพื่อเป็นสิริมงคลเมืองเชียงรายก่อนที่จะมีพิธีไหว้สา”พญามังราย” พ่อขุนพ่อขุนเม็งรายมหาราช เจ้าผู้สร้างนครเชียงรายให้เจริญรุ่งเรืองสืบมาจนมาถึงปัจจุบันก่อนที่จะมีขบวนแห่เดินทางไปยังสนามบิน 416 สถานที่จัดงานพ่อขุนเม็งรายมหาราชและงานกาชาดจังหวัดเชียงรายประจำปี 2569 ระหว่างวันที่ 26 มกราคมถึงวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 สำหรับริ้วขบวนแห่ในภาคบ่าย สวยสดงามตระการตา จากอำเภอจาก 18 อำเภอ จะสิ้นสุดเวทีกลางและจะมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ ในงานจะมีบูธส์การจัดแสดงอัตตลักษณ์ และของดีแต่ละอำเภอของจังหวัดเชียงรายอีกด้วยธนกฤต วรรมณี รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ ผู้ว่าฯจ.นครปฐม จัดกิจกรรมสวดมนต์ไหว้พระและเจริญจิตตภาวนา ตามโครงการเผยแผ่หลักธรรมทางพระพุทธศาสนาสู่การปฏิบัติในชีวิตประจำวัน

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 26 มกราคม 2569 ที่ห้องประชุมพิมานปฐม ศาลากลางจังหวัดนครปฐม นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม

พร้อมด้วย รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม พล.ต.ต. พิทักษ์ อุปพงษ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม และหัวหน้าส่วนราชการ ร่วมประชุมคณะกรมการจังหวัดและหัวหน้าส่วนราชการ ประจำเดือนมกราคม 2569

โดยมีพระศรีวิสุทธิวงศ์ รองเจ้าคณะจังหวัดนครปฐม นำสวดมนต์ไหว้พระ, อาราธนาศีล 5 กล่าวสัมโมทนียกถาให้ข้อคิดหลักธรรม และเจริญจิตตภาวนา ตามโครงการเผยแผ่หลักธรรมทาง

พระพุทธศาสนาสู่การปฏิบัติในชีวิตประจำวัน แก่ผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ผู้บริหารองค์กรเอกชน ผู้บริหารสถานศึกษา และอื่นๆ ก่อนการประชุมคณะกรมการจังหวัด

สำหรับการประชุมในครั้งนี้ เพื่อติดตามการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทย การมอบแนวทางข้อราชการของผู้ว่าราชการจังหวัด และรองผู้ว่าราชการจังหวัด การติดตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ

ด้านการบริโภค ผลการเบิดจ่ายงบประมาณ ผลการดำเนินงานของตำรวจภูธรจังหวัด ผลการดำเนินงานป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน การป้องกันปราบปรามยาเสพติด และแนะนำตัวข้าราชการที่ย้ายมาดำรงตำแหน่งใหม่

สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ เต้007 นำทีมผู้สมัครตะลุยราชภัฏ ชูนโยบาย นิสิตแห่ขอถ่ายรูปกันเพียบพร้อมท้าประลองวิดพื้นโชว์

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 26 มกราคม 2569 นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคทางเลือกใหม่ ลงพื้นที่หาเสียงพบปะพี่น้องประชาชน ที่มหาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์

เพื่อชูนโยบายนักรบอวกาศ ซึ่งทำให้นิสิตชื่นชอบ พร้อมกันนี้นิสิตมหาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ได้ เข้าคิวแถวยาวเพื่อขอถ่าย และชวนนายมงคลกิตติ์ วิดพื้นโชว์ ตามกระแสที่มาแรงอยู่ในขณะนี้ ตามสื่อและโซลเชียล

นายมงคลกิตติ์ กล่าวว่า การลงพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์ในครั้งนี้ เพื่อมาพบกับประชาชนและนิสิตนักศึกษา พร้อมพูดคุยนโยบายของพรรคทางเลือกใหม่ ซึ่งมี 3 นโยบายหลักคือ นโยบายเงินทุนเจ้าบ้าน

โดยเพียงเป็นเจ้าบ้านจะได้สิทธิรับเงินทุน 36,000 บาท นโยบายเงินผดุงเกียรติ สำหรับทหารผ่านศึกรับ 36,000 บาทต่อปี และนโยบายเบี้ยยังชีพผู้สูงวัย ให้ผู้สูงวัย 36,000 บาทต่อปี เพื่อยกระดับสวัสดิการให้มั่นคงยั่งยืน ต่อมานโยบายไปอวกาศ

นโยบายนี้ทำให้นักเรียน นักศึกษา ที่มีความฝันเป็นนักบินอวกาศ เป็นนักรบอวกาศ ให้เป็นจริง โดยนโยบายด้านการพัฒนาอวกาศของไทย เป้าหมาย ภายใน 4 ปี ไทยสามารถสร้างยานอวกาศ เพื่อขนส่งดาวเทียมขึ้นสู่วงโคจร และพัฒนาสู่การท่องเที่ยว

โคจรรอบโลก เป้าหมาย ภายใน 8 ปี ไทยสามารถสร้างยานอวกาศ บิน ไป-กลับ ดวงจันทร์ และพัฒนาสู่การท่องเที่ยวไปดวงจันทร์ เป้าหมาย ภายใน 12 ปี ไทยสามารถสร้างยานอวกาศ บิน ไป-กลับ ดาวศุกร์ ดาวอังคาร เป็นต้น

ทั้งนี้ นายมงคลกิตติ์ ยืนยันว่า นโยบายของพรรคทางเลือกใหม่นั้น ใหม่จริงๆ ประชาชนให้ความสนใจ ที่สำคัญพรรคทางเลือกใหม่ไม่ซื้อ ประเทศไทยมีซื้อเสียงอยู่ประมาณ 7 พรรคจาก 57 พรรค กกต.คงรู้ดีว่าใครซื้อ ซึ่งเป็นสิทธิ์ของเขาจะซื้อ ส่วนประชาชนมีสิทธิ์จะเลือกหรือไม่เลือกเป็นอีกเรื่อง ส่วนพรรคทางเลือกใหม่ไม่ได้ขายอะไรเลย ขายแต่ไอเดีย

ขายอนาคตที่จับต้องได้ วันนี้อาจเป็นสิ่งที่พูดไปว่า เพ้อเจ้อ ปัญญาอ่อน หลังจากเลือกตั้ง ผมมีอำนาจทุกสิ่งทุกอย่างคือเรื่องจริงทั้งหมด พรรคทางเลือกใหม่ยังคงเดินหน้าลงพื้นที่พบปะประชาชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อรับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะ เพื่อนำมาปรับเป็นนโยบายที่ตอบโจทย์ประชาชนทุกกลุ่ม พร้อมขอแรงสนับสนุนในการผลักดันแนวคิดใหม่ๆ เพื่ออนาคตของประเทศ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นิสิต นักศึกษาที่มาพบนายมงคลกิตติ์ ต่างสอบถามแนวนโยบายที่ตนสนใจ โดยเฉพาะนโยบายนโยบายนักรบอวกาศ ตั้งกระทรวงเวทมตน์ ขณะที่น้องๆเยาวชน ขอร่วมวิดฟื้นกับ ถึง 2 รอบ โดบรอบแรก 20 ครั้ง ,รอบที่สอง 10 ครั้ง

สร้างความประทับใจให้เยาวชนที่ไปรอเป็นอย่างมาก และในขณะที่นายมงคลกิตติ์ พร้อมคณะพูดคุยกับนักศึกษาเกี่ยวกับนโยบายของทางพรรคอยู่นั้น ได้มีคณะจาก กกต.ประจำจังหวัดอุตรดิตถ์ทราบข่าวการเดินทางมาในครั้งนี้ของพรรคจึงได้เดินทางมาร่วมรับฟังนโยบายและสังเกตการณ์ในครั้งนี้ด้วย

นาคา คะเลิศรัมย์/อุตรดิตถ์