สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / บริษัท อีสเทิร์น เอเนอร์จี้ พลัส แถลงความคืบหน้าเกี่ยวกับกระบวนการทางกฎหมายในคดีที่เกี่ยวข้องกับการกระทำอันถูกกล่าวหาว่ามิชอบ

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อช่างบ่ายวันที่ 26 มกราคม 2569 บริษัท อีสเทิร์น เอเนอร์จี้ พลัส จำกัด (“บริษัท”) มี นาย อบีนาช มาจี้ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารเป็นผู้แทนบริษัท แถลงความคืบหน้าเกี่ยวกับกระบวนการทางกฎหมายในคดีที่เกี่ยวข้องกับการกระทำอันถูกกล่าวหาว่ามิชอบของฝ่ายบริหารชุดเดิมของบริษัท
นับตั้งแต่เดือนตุลาคม ปี พ.ศ. 2562 ผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ

ได้ตรวจพบข้อสงสัยอันมีมูลเกี่ยวกับการทุจริตและการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายของฝ่ายบริหารชุดเดิม อดีตประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ในขณะนั้น ส่งผลให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการและผู้บริหารชุดใหม่ของบริษัทฯ ซึ่งได้รับความไว้วางใจจาก ผู้ถือหุ้นในการเข้าบริหารบริษัทฯ และเริ่มดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเป็นทางการภายหลังจากการตรวจ พบพฤติการณ์หลายประการที่เข้าข่ายความรับผิดทั้งทางแพ่งและอาญา บริษัทฯ ได้ดำเนินคดีโดยยื่นร้องทุกข์ต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ซึ่งต่อมากรมสอบสวนคดีพิเศษได้ดำเนินการสอบสวนอย่างละเอียด จนพบหลักฐานที่เกี่ยวข้องยืนยันว่าฝ่ายบริหารชุดเดิมมีพฤติการณ์ทุจริตและยักยอกเงินของบริษัทฯ กรมสอบสวนคดีพิเศษพิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นเรื่องสำคัญจึงได้มีคำสั่งรับเป็นคดีพิเศษ และรายงานผลการสอบสวนดังกล่าวได้ถูกส่งต่อให้พนักงานอัยการ

โดยพนักงานอัยการพิจารณาแล้วเห็นว่ามีเหตุอันควรดำเนินคดี และได้ สั่งฟ้อง อดีตกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ อดีตประธานคณะกรรมการ และพวก ต่อศาลอาญาเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 15 มกราคม 2569 ในข้อหาลักทรัพย์ ปลอมเอกสาร ใช้เอกสารปลอม เป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินธุรกิจของบริษัทกระทำการลวงให้บริษัทได้รับความเสียหาย และความผิดฐานฟอกเงิน ซึ่งเป็นค่าเสียหายขั้นต้นรวมกว่า 371 ล้านบาท โดยศาลอาญาได้มีคำสั่งรับฟ้องคดีและกำหนดวันนัดตรวจสอบพยานหลักฐานในกระบวนการพิจารณาคดีต่อไปแล้ว นอกจากนี้ บริษัทฯ คาดว่ากรมสอบสวนคดีพิเศษจะดำเนินการกล่าวโทษเพิ่มเติมเพื่อฟ้องร้องบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดอื่นๆที่ยังอยู่ระหว่างการสอบสวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษในเร็ววันนี้ ซึ่งนับเป็นความพยายามของคณะกรรมการและผู้บริหารชุดใหม่ในการปกป้องผลประโยชน์ของบริษัทฯ และผู้ถือหุ้น

คณะกรรมการ คณะผู้บริหารชุดใหม่ และผู้ถือหุ้นขอยืนยันว่าการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ยังคงเป็นไปตามปรกติ โครงการก่อสร้างและการดำเนินงานโรงไฟฟ้ากำลังการผลิต 8 เมกะวัตต์ จำนวน 1 โครงการ และกำลังการผลิต 3 เมกะวัตต์ อีก 2 โครงการ ของบริษัทในเครือยังคงดำเนินต่อเนื่องโดยไม่หยุดชะงัก โดยทั้งนี้ในการดำเนินธุรกิจ บริษัทฯ ให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการดูแลสิ่งแวดล้อม การมีส่วนร่วมกับชุมชน และความรับผิดชอบต่อสังคม ตลอดช่วงที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้ยกระดับมาตรฐานการดำเนินงาน และได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 45001 ระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (OH&S) พร้อมทั้งได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 9001 ระบบ

การจัดการคุณภาพ และ ISO 14001 ระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ บริษัทฯ มีการติดตามและควบคุมผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมอย่างสม่ำเสมอ โดยใช้เทคโนโลยีขั้นสูง อาทิ ระบบตรวจวัดกลิ่น (E-nose) เพื่อควบคุมกลิ่น น้ำเสีย และฝุ่นละออง บริษัทฯ ยังได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศหลายแห่งในการวางแผนบริหารพื้นที่และมาตรการด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินงานจะไม่ส่งผลกระทบต่อชุมชนโดยรอบ พร้อมทั้งมีการดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง อาทิ การมอบทุนการศึกษา การตรวจสุขภาพประจำปีให้แก่ชุมชน และการสนับสนุนการทำงานของหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับชุมชนในพื้นที่


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / โครงการแข่งขันกีฬาและกรีฑาเชื่อมความสามัคคี ผู้สูงอายุ จ.น่าน งบประมาณ 2569

แชร์เนื้อหานี้

ผู้สูงอายุจังหวัดน่าน ร่วมแข่งขันกีฬา–กรีฑา สร้างสุขภาพดี เชื่อมความสามัคคีทั้ง 15 อำเภอ ในโครงการแข่งขันกีฬาและกรีฑาเชื่อมความสามัคคี ของผู้สูงอายุจังหวัดน่าน ประจำปีงบประมาณ 2569

วันที่ 23 มกราคม 2569 ณ สนามกีฬาองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน นายนพรัตน์ ถาวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน เป็นประธานเปิดโครงการแข่งขันกีฬาและกรีฑาเชื่อมความสามัคคีของผู้สูงอายุจังหวัดน่าน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยมีนายสวัสดิ์ สิงห์ธนะ ประธานสาขาสมาคมสภาผู้สูงอายุแห่งประเทศไทยฯ ประจำจังหวัดน่าน กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดโครงการโครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้ผู้สูงอายุในทุกอำเภอของ

จังหวัดน่านตระหนักถึงความสำคัญของการออกกำลังกายและการมีกิจกรรมทางกายที่เหมาะสมกับวัยอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเสริมสร้างสุขภาพกายและสุขภาพใจที่ดี เป็นแบบอย่างและแรงบันดาลใจให้ผู้สูงอายุในชุมชน รวมถึงสร้างความสามัคคีและความสัมพันธ์อันดีระหว่างกลุ่มผู้สูงอายุในจังหวัดน่านผ่านกิจกรรมร่วมกันสำหรับการแข่งขันในครั้งนี้ประกอบด้วยการแข่งขันกรีฑา กีฬาพื้นบ้าน และการประกวดกองเชียร์ มีผู้เข้าร่วมการแข่งขันจำนวนกว่า 1,000 คน จากผู้สูงอายุ 15 อำเภอ และชมรมผู้สูงอายุเขตเทศบาลเมืองน่าน

การจัดการแข่งขันได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน ในรูปแบบเงินอุดหนุนให้แก่สมาคมกีฬาแห่งจังหวัดน่าน ดำเนินโครงการร่วมกับสาขาสมาคมสภาผู้สูงอายุแห่งประเทศไทยฯ ประจำจังหวัดน่าน และได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนหลายภาคส่วนในการสนับสนุนการจัดกิจกรรมครั้งนี้

องค์การบริหารส่วนจังหวัดน่านน่านน่าอยู่น่านหนึ่งเดียว/ทีมข่าวสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “พิธา” ขึ้นปราศรัยใหญ่ปากน้ำ ปลุกพลังเลือกเบอร์ 46 ดัน “เท้ง” นั่งนายกรัฐมนตรีคนต่อไป

แชร์เนื้อหานี้

บรรยากาศการเมืองสมุทรปราการร้อนแรง “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ในฐานะผู้ช่วยหาเสียง ขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่พรรคประชาชน ที่ย่านปากน้ำ ปลุกกระแสโค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง ชวนประชาชนเทคะแนนเลือกเบอร์ 46 ผลักดัน “เท้ง” เข้าสู่ทำเนียบรัฐบาเมื่อช่วงเย็น

วันที่ 25 มกราคม 2569 นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ในฐานะผู้ช่วยหาเสียง ขึ้นปราศรัยใหญ่พรรคประชาชน ที่ ตลาดแบล็คมาร์เก็ต บริเวณสถานีรถไฟฟ้า BTS แพรกษา จังหวัดสมุทรปราการ

เพื่อช่วยผู้สมัคร ส.ส.สมุทรปราการ หาเสียงในช่วง โค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งปี 2569 ท่ามกลางบรรยากาศคึกคัก โดยทันทีที่ก้าวขึ้นเวทีมีเสียงกรี๊ดและเสียงเชียร์จากประชาชนดังกระหึ่ม

นายพิธา กล่าวทักทายและชักชวนชาวสมุทรปราการให้เลือก หมายเลข 46 เพื่อส่ง “นายกฯเท้ง” เข้าทำเนียบรัฐบาล พื้นที่สมุทรปราการเป็นพื้นที่ที่ผูกพันกับผู้นำพรรคมาตั้งแต่ต้น ตอนที่อนาคตใหม่ยกขึ้นมาเป็นหัวหน้าพรรคก้าวไกล การประชุมพรรคครั้งแรกก็จัดที่สมุทรปราการ หลังจากนั้นไม่นานก็เกิดวิกฤตโควิด

โดยจังหวัดสมุทรปราการเป็นพื้นที่แรกที่ได้รับผลกระทบ เพราะมีสนามบินสุวรรณภูมิอยู่ในพื้นที่ การลงพื้นที่ครั้งแรกในช่วงวิกฤตก็เกิดขึ้นที่สมุทรปราการ รวมถึงเหตุการณ์ภัยพิบัติด้านสิ่งแวดล้อม

ในช่วงที่เป็น ส.ส. ก็เกิดขึ้นที่จังหวัดนี้เช่นกัน ก่อนวันโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ผู้นำพรรคได้สัญญากับชาวสมุทรปราการว่าจะกลับมา และตั้งใจว่าจะกลับมาในฐานะนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 แม้จะยังทำไม่ได้ตามที่พูดไว้

สมุทรปราการเป็นจังหวัดที่ให้คะแนนกับพรรคก้าวไกลมากกว่า 440,000 คะแนน คิดเป็น 54 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นคะแนนสูงที่สุดในประเทศไทย จึงถูกเรียกว่าเป็น “เมืองหลวงแห่งก้าวไกล” จังหวัดนี้มี ส.ส. ครบทั้ง 8 เขต และเป็นพื้นที่แรงงานขนาดใหญ่ มีผู้ประกันตนในระบบประกันสังคมจำนวนมาก ทั้งมาตรา 33 มาตรา 39 และมาตรา 40 ทำให้สมุทรปราการเป็นฐานสำคัญของพรรค

ตนเองอาจยังไม่สามารถกลับมาในฐานะนายกรัฐมนตรีได้ตามที่เคยพูดไว้ แต่ยังยืนยันว่าจะสนับสนุนให้ประชาชนเลือกหมายเลข 46 เพื่อส่ง “เท้ง” เป็นนายกรัฐมนตรีเข้าสู่ทำเนียบรัฐบาล และจะกลับมาที่สมุทรปราการเป็นที่แรก นอกจากนี้

ยังกล่าวถึง คุณศิริกัญญา ตันสกุล ว่าเป็นคนที่ไว้ใจมากที่สุด เป็นคนที่ตอบคำถามได้ถูกต้องเรื่องข้อมูลและนโยบาย เปรียบเหมือนสารานุกรม และเป็นผู้ที่จะขึ้นมาปราศรัยปิดเวทีแทนตน


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /ระทึกกลางดึก! ไฟไหม้ดงหลวงบ้านไม้ 2 ชั้น วอดเสียหายเกือบทั้งหลัง

แชร์เนื้อหานี้

มุกดาหาร – เมื่อเวลาช่วงค่ำของวันที่ 25 มกราคม 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชนอย่างรุนแรง บริเวณหมู่บ้านหนองหนาว ตำบลหนองบัว อำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร โดยต้นเพลิงเป็นบ้านลักษณะครึ่งไม้ครึ่งปูน 2 ชั้น ตั้งอยู่ริมถนนสายหลักในหมู่บ้าน

ในที่เกิดเหตุพบเปลวไฟกำลังโหมลุกไหม้อย่างหนัก แสงเพลิงสว่างจ้าไปทั่วบริเวณและมีกลุ่มควันพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าจำนวนมาก เนื่องจากโครงสร้างชั้นบนเป็นไม้ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี ทำให้ไฟลุกลามอย่างรวดเร็วจนวอดไปทั้งหลัง โชคดีไม่มีผู้ใดได้รับอันตรายหรือบาดเจ็บ

จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบรถยนต์ 2 คัน จอดอยู่บริเวณหน้าบ้านได้รับความเสียหายเล็กน้อย โชคดีที่ขณะเกิดเหตุพลเมืองดีและเพื่อนบ้านช่วยกันนำรถออกมาได้ทันก่อนที่เพิ่งจะลุกไหม้

ส่วนสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้และมูลค่าความเสียหายทั้งหมด อยู่ระหว่างการตรวจสอบอย่างละเอียดของเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป

ภาพ/ข่าว เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /พรรคปวงชนไทย พรรคสายเลือดใหม่ของคนสมุทรปราการ เข้าสักการะองค์พระสมุทรเจดีย์ รวมพลังสู้ศึกเลือกตั้ง หวังพัฒนาบ้านเกิด

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 08.23 น. วันที่ 25 มกราคม 2569 นายเอกสิทธิ์ คุณานันทกุล หัวหน้าพรรคปวงชนไทย นำทีมผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

จังหวัดสมุทรปราการ ทั้ง 8 เขต เข้าสักการะองค์พระสมุทรเจดีย์ สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองสมุทรปราการ เพื่อความเป็นสิริมงคลก่อนลงสนามเลือกตั้ง

โดยเลือกฤกษ์มงคลเวลา 08.23 น. ซึ่งสอดคล้องกับหมายเลขพรรค เบอร์ 23 ในการกราบไหว้ขอพร เพื่อความเป็นสิริมงคลและกำลังใจในการทำงานเพื่อประชาชน

นายเอกสิทธิ์ กล่าวว่า ในฐานะที่ตนเป็นคนสมุทรปราการโดยกำเนิด และเป็นหัวหน้าพรรคปวงชนไทย มีความตั้งใจอย่างยิ่งที่จะเข้ามาพัฒนาบ้านเกิดให้ดียิ่งขึ้น

หลังจากที่ผ่านมา จังหวัดสมุทรปราการยังคงเผชิญกับปัญหาหลายด้าน ทั้งจากผู้แทนหน้าเดิมที่ยังไม่สามารถผลักดันการ

พัฒนาได้อย่างเต็มที่ หรือผู้แทนหน้าใหม่ที่ประชาชนเคยให้โอกาสแล้วแต่ยังไม่ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชน

จึงขอฝากพรรคปวงชนไทย ในฐานะพรรคทางเลือกใหม่ ที่เกิดจากเลือดเนื้อเชื้อไขของลูกหลานชาวสมุทรปราการอย่าง

แท้จริง ให้ได้มีโอกาสเข้ามาร่วมพัฒนาบ้านเกิด “พรรคใหม่ ทางเลือกใหม่ ของคนสมุทรปราการอย่างแท้จริง”


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / พิธีบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรม เพื่ออุทิศถวายพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

แชร์เนื้อหานี้

วันศุกร์ที่ 23 มกราคม 2569 เวลา 18.00 น. ที่ศาลากองอำนวยการ องค์พระปฐมเจดีย์ อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม นายอรรถวุฒิ พึ่งเนียมรองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม

เป็นประธานพิธีบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรม เพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

โดยมี นายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี พร้อมด้วย ปลัดอาวุโส สาธารณสุขอำเภอ พัฒนาการอำเภอ ปศุสัตว์อำเภอประมงอำเภอ สัสดีอำเภอ ผู้แทนเกษตรอำเภอ ปลัดอำเภอ เสมียนตราอำเภอ เจ้าหน้าที่ รพ.สต.

ในพื้นที่ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ องค์กร สมาคม ของอำเภอนครชัยศรี และหน่วยงานราชการในจังหวัดนครปฐม เข้าร่วมพิธีฯ ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้ ที่พระองค์ทรงอุทิศพระวรกายปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการ เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนชาวไทย

ทั้งนี้ จังหวัดนครปฐม กำหนดจัดพิธีบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรม เพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ระหว่างวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 ถึงวันที่ 30 มกราคม 2569 (ทุกวันศุกร์)

พร้อมทั้งเชิญชวนประชาชนร่วมกิจกรรมบำเพ็ญกุศลด้วยการสวดมนต์ เจริญจิตตภาวนา รักษาศีล ฟังธรรม และปฏิบัติธรรม เพื่ออุทิศถวายพระราชกุศล ตลอดระยะเวลาตามประกาศไว้ทุกข์ในพระราชสำนัก
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นายอำเภอแม่สาย จัดพิธีสืบชะตาและวันสถาปนาเมืองเชียงราย ณ วัดหิรัญญาวาส อ.แม่สาย จ.เชียงราย

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2569 นายวรายุทธ ค่อมบุญ นายอำเภอแม่สาย เป็นประธานพิธีสืบชะตาเมืองเชียงราย ณ วัดหิรัญญาวาส อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย

โดยมีหน่วยงานราชการ ทหาร ตำรวจ โรงพยาบาลแม่สาย เทศบาลแม่สายมิตภาพ กำนันผู้ใหญ่บ้าน กลุ่มวัฒนธรรมแม่สาย ตลอดจนประชาชนชาวอำเภอแม่สาย ร่วมพิธีจำนวนมาก

โอกาสนี้ นายอำเภอแม่สาย ยังได้นำส่วนราชการ พี่น้องประชาชนชาวอำเภอแม่สาย ร่วมกว่า 100 คนได้รำถวายแด่ พ่อขุนเม็งรายมหาราช และทำพิธีสืบ

ชะตาในโอกาสวันสถาปนาเมืองเชียงราย เพื่อความเป็นสิริมงคล ณ ศาลาปฎิบัติธรรมเยาวนิจ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “พจนารถ” ผู้สมัคร สส.ปชป. เขต 8 ชลบุรี ลุยงานเดินกินถิ่นนาเกลือ ขอคะแนนเสียงชาวบ้าน-พ่อค้าแม่ค้า

แชร์เนื้อหานี้

ค่ำวันที่ 24 ม.ค.69 นางพจนารถ แก้วผลึก ผู้สมัคร สส.ชลบุรี เขต 8 เบอร์ 2 ในนามพรรคประชาธิปัตย์ ได้ลงพื้นที่เดินเท้าพบปะพี่น้องประชาชนและผู้ประกอบ

การพ่อค้าแม่ค้าภายในงานเดินกินถิ่นนาเกลือ ประจำปี 2568 ที่เมืองพัทยาจัดขึ้นเป็นงานอีเว้นต์การท่องเที่ยวส่งเสริมชุมชนบ้านนาเกลือที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากตลอดทุกปี

โดยนางพจนารถ แก้วผลึก หรือ เจ๊หมวย อดีตเคยเป็น สส.ชลบุรี ในนามพรรคประชาธิปัตย์มาแล้ว ในครั้งนี้ได้ลงสมัครเลือกตั้ง สส.ชลบุรี ในเขตเลือกตั้งที่ 8

อำเภอบางละมุง เฉพาะ ต.บางละมุง-หนองปลาไหล-นาเกลือ-ตะเคียนเตี้ย-เขาไม้แก้ว-โป่ง และห้วยใหญ่ โดยได้ชูนโยบายการเมืองสุจริตแก้ไขปัญหาปากท้องประชาชนเป็นเรื่องสำคัญที่พรรคประชาธิปัตย์ปักธงเป็นยุทธศาสตร์หลัก

ทั้งนี้ ทางคณะหาเสียงของนางพจนารถ แก้วผลึก ผู้สมัคร สส.ชลบุรี เขต 8 เบอร์ 2 ในนามพรรคประชาธิปัตย์ ได้เดินเท้าแจกแผ่นพับแนะนำตัว พร้อมรณรงค์ให้ชาวบ้านประชาชนตลอด

จนผู้ประกอบการพ่อค้าแม่ค้าย่านตลาด 100 ปีบ้านนาเกลือ ออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 8 ก.พ.69 นี้เพื่อสร้างการเมืองใหม่ที่ไม่ทุจริตไปด้วยกัน ขอให้เลือกประชาธิปัตย์ทั้งคนทั้งพรรคสองใบ

‘รังสิมา‘ ควง ‘พจนารถ‘ ลุยตลาดเช้านาเกลือ ชี้ ปชป.ชูการเมืองสุจริต-เพิ่มเงินเดือนให้ผู้สูงอายุ

เช้าวันที่ 23 ม.ค.69 นางสาวรังสิมา รอดรัศมี อดีต สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยนางพจนารถ แก้วผลึก ผู้สมัคร สส.ชลบุรี เขต 8 พรรคประชาธิปัตย์ เบอร์ 2 และทีมงาน

ได้ลงพื้นที่ขอคะแนนเสียงจากพ่อแม่พี่น้องประชาชนชาวเมืองพัทยาเขตตำบลนาเกลือที่มาจับจ่ายใช้สอยและผู้ประกอบการแม่ค้าตลาดเช้าภายในตลาดสดอมรนครและตลาดใหม่นาเกลือ

นางพจนารถ แก้วผลึก ผู้สมัคร สส.ชลบุรี เขต 8 เบอร์ 2 พรรคประชาธิปัตย์ ได้กล่าวเชิญชวนให้พี่น้องประชาชนชาวตำบลนาเกลือออกไปใช้สิทธิ์ลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง สส. ในวันอาทิตย์ที่ 8 ก.พ.69 นี้

โดยพรรคประชาธิปัตย์ เบอร์ 27 และสำหรับพื้นที่ตำบลนาเกลือแห่งนี้ พรรคประชาธิปัตย์ โดยตนเองเคยมีผลงานประสานงบประมาณก่อสร้างโรงพยาบาลพัทยาปัทธมคุณอย่างเห็นผลมาแล้ว

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี อดีต สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ถ้าประชาชนอยากเห็นบ้านเมืองดีขึ้นอย่างถูกต้องต้องสนับสนุนการเมืองสุจริต ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ได้ดำเนินแนวทางการเมืองสุจริตนี้มา

โดยตลอด และชูนโยบานไทยหายจนโดยให้ความสำคัญในเรื่องของการดูแลและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ จะปรับขึ้นเงินผู้สูงอายุเป็นเดือนละ 1,000 บาท

“ประเทศไทยมีคนสูงอายุกว่า 12.6 ล้านคน หรือคิดเป็น 1 ใน 5 ของประชากรทั้งหมด ถือเป็นกลุ่มประชากรที่ละทิ้งไม่ได้ และโครงการเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุริเริ่มเป็นแนวคิดขึ้นในสมัยรัฐบาลนาย ชวน หลีกภัย (ชวน1)

เมื่อปี พ.ศ.2535 ด้วย ทางพรรคประชาธิปัตย์จึงต้องสานต่อในเรื่องนี้” นางสาวรังสิมา รอดรัศมี อดีต สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /รองนายกฯ ธรรมนัส เยือนจ.เชียงราย ขับเคลื่อนนโยบายทางด้านการเกษตร

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 24 มกราคม 2569 ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจราชการ ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย โดยมีนายนพดล น้อยไพโรจน์ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 2

พร้อมด้วยนายทวีชัย โค้วตระกูล ผู้อำนวยการโครงการชลประทานเชียงราย นายทรงพล พงษ์มุกดา ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแม่ลาว นายชาคริต ไทยประดิษฐ์ ผู้อำนวยการสำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดกลางที่ 2 และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมลงพื้นที่

สำหรับการลงพื้นที่ในครั้งนี้ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เดินทางไปยังโรงเรียนเชียงของพิทยาคม ตำบลเวียง อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย และบริเวณลานหน้าศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ตำบลแม่พริก อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย เพื่อพบปะประชาชน

พร้อมรับฟังปัญหาของเกษตรกรในพื้นที่ และข้อเสนอแนะจากผู้นำท้องถิ่น เพื่อนำมาวางแนวทางในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะเรื่องการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ และ การยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกร ผ่านนโยบาย “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

โดยได้เน้นย้ำถึงแนวทางการขับเคลื่อนนโยบายที่สำคัญ ได้แก่การเปลี่ยน ส.ป.ก.4-01 เป็นโฉนดเพื่อการเกษตร การแก้ไขปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ การผลักดันให้เกิด พ.ร.บ. ลำใยให้เกิดความมั่นคงทางรายได้ให้ชาวสวนลำใย การส่งเสริมเกษตรมูลค่าสูง และการนำเทคโนโลยีมา

ใช้เพื่อลดต้นทุนการผลิตเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน พร้อมกันนี้ได้กำชับให้กรมชลประทาน โดยสำนักงานชลประทานที่ 2 เร่งดำเนินการโครงการปรับปรุงแหล่งน้ำและระบบส่งน้ำในพื้นที่จังหวัดเชียงราย เพื่อรักษาระดับน้ำและกระจายน้ำให้ครอบคลุมพื้นที่ของเกษตรกรให้มากที่สุด…

สมจิตรแสงบันลังค์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ตั้งจุดคัดกรองผู้โดยสารเที่ยวบินจากประเทศอินเดีย เฝ้าระวังโรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ (Nipah Virus)

แชร์เนื้อหานี้

ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) ร่วมกับกองด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศและกักกันโรค กระทรวงสาธารณสุข ดำเนินการตั้งจุดคัดกรองผู้โดยสารที่เดินทางมาจากประเทศอินเดีย เพื่อเฝ้าระวังและป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ (Nipah Virus) โดยเริ่มดำเนินการตั้งแต่ วันที่ 25 มกราคม 2569 เวลา 04.00 น. เป็นต้นไปนายกิตติพงศ์ กิตติขจร ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เปิดเผยว่า การดำเนินการดังกล่าว เป็นมาตรการเชิงป้องกันตามหลักสาธารณสุข สำหรับเที่ยวบินขาเข้าที่เดินทางมาจากเมืองกัลกัตตา (Kolkata: CCU) ประเทศอินเดีย โดยได้จัดเตรียมพื้นที่สำหรับการคัดกรองผู้โดยสาร พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็น เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ แล งประเทศด้วยเครื่องเทอร์โมสแกน บริเวณหน้า Gate ขาเข้าที่เดินทางมาจากเขตติดโรค พร้อมแจกบัตรคำแนะนำด้านสุขภาพ (Health Beware Card) แก่ผู้โดยสาร

เพื่อให้ข้อมูลอาการเบื้องต้นและช่องทางการติดต่อเจ้าหน้าที่ในกรณีพบความผิดปกติ รวมถึงประสานความร่วมมือกับด่านตรวจคนเข้าเมืองในการตรวจสอบประวัติการเดินทางของผู้โดยสารที่เดินทางมาจากหรือเคยผ่านพื้นที่เฝ้าระวังในช่วง 14 – 21 วันทั้งนี้ ผลการปฏิบัติในวันที่ 25 มกราคม 2569 ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิได้ดำเนินการคัดกรองผู้โดยสารจากประเทศอินเดีย ซึ่งเดินทางมาจากเมืองกัลกัตตา (Kolkata: CCU) จำนวน 2 เที่ยวบิน ได้แก่ เที่ยวบิน 6E1911 และเที่ยวบิน TG314

รวมผู้โดยสารที่ได้รับการคัดกรองทั้งสิ้น 332 ราย ไม่พบผู้โดยสารเข้าเกณฑ์ผู้ป่วยต้องสงสัย (PUI) อย่างไรก็ตาม หากมีการตรวจพบผู้โดยสารที่มีอาการเข้าข่ายตามเกณฑ์เฝ้าระวัง เช่น มีไข้สูง ปวดศีรษะ หรือมีอาการทางระบบทางเดินหายใจ ทสภ. จะดำเนินการตามแผนรับมือด้านสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด และประสานส่งตัวเข้ารับการตรวจรักษาในโรงพยาบาลเครือข่ายทันที มาตรการดังกล่าวเป็นการเฝ้าระวังเชิงรุกตามแนวทางด้านสาธารณสุข โดยขณะนี้ยังไม่พบสถานการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อการให้บริการผู้โดยสารโดยรวม ทั้งนี้ หากมีข้อสงสัยหรือประสงค์สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อกองด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โทรศัพท์หมายเลข 0 2132 0139 – 40


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ