
สนามเลือกตั้งศรีสะเกษ เขต 9 (ราษีไศล-ศิลาลาด-บึงบูรพ์-ยางชุมน้อย-โพธิ์ศรีสุวรรณ) ชั่วโมงนี้อุณหภูมิการเมืองพุ่งสูงทะลุปรอท! แม้พื้นที่จะเป็นชายขอบติดยโสธรและร้อยเอ็ด แต่สปอร์ตไลท์กลับฉายจับทุกการเคลื่อนไหว เพราะนี่คือการพิสูจน์ว่า “บารมีเก่า” หรือ “ผลงานใหม่” ใครจะกินขาดกว่ากันย้อนรอย ‘ล้มยักษ์’ จุดกำเนิด ‘ครูนุช’หากยังจำกันได้ การเลือกตั้งปี 66 คือตำนานบทใหม่ที่ต้องจารึก เมื่อ “ครูนุช” นุชนาถ จารุวงษ์เสถียร หญิงแกร่งต่างถิ่นจากหนองคายที่มาหยั่งรากสร้างตัวในราษีไศล อาศัยลูก “ขยัน-จริงใจ-ติดดิน” ควบกระแสพรรคเดิมล้มยักษ์หลับอย่างตระกูล ‘แซ่จึง’ ที่ผูกขาดพื้นที่มานานนมลงได้อย่างราบคาบ

จุดแข็งที่ปฏิเสธไม่ได้คือ “หัวใจสปอร์ต” ครูนุชปลุกปั้นทีมฟุตบอลราษีไศล ยูไนเต็ด จากทีมรากหญ้าจนผงาดเป็น “จ่าฝูงไทยลีก 2” กลายเป็นสัญลักษณ์ความภูมิใจของคนในพื้นที่ บวกกับบุคลิกที่ชาวบ้านบอกว่า “คุยง่ายเหมือนญาติ” ทำให้เธอรักษาแต้มต่อมาได้จนถึงนาทีนี้สงคราม ‘เงา’ และ ‘ตัวแทน’
ในศึกครั้งนี้ ฝ่ายตรงข้ามต่างปรับหมากแก้เกมกันถ้วนหน้า แต่ที่น่าสนใจคือทั้งสองพรรคใหญ่กลับเลือกใช้ “นอมินีการเมือง” เข้าสู้ เบอร์ 2 ‘เจ็ท’ วิทวัส ไตรสรณกุล (ภูมิใจไทย): ทายาทการเมืองตระกูลดังและลูกเขยอดีต สส.ปวีณ-ผ่องศรี งานนี้ “สีน้ำเงิน” หวังทวงแค้นโดยใช้ความสดของคนรุ่นใหม่พ่วงบารมีบ้านใหญ่ไตรสรณกุลมาเป็นเกราะกำบังเบอร์ 10 ‘หลอ’ นฤชิต จารุรัชกุล (เพื่อไทย): ตัวแทน “บ้านใหญ่เขต 8” ที่ข้ามห้วยมาหวังเสียบแทนใน

นามพรรคเดิมของแชมป์เก่า แม้โปรไฟล์ในสนามการเมืองจะยังเป็นสีขาวจั๊วะ แต่ก็ประมาทไม่ได้เพราะมี “เสื้อคลุมแดง” เป็นตัวช่วยดึงคะแนนส่วน เบอร์ 1 ‘บาส’ พงษ์เดช จากพรรคประชาชน คือ “ตัวสอดแทรก” ที่น่ากลัว ด้วยฐานคะแนนเดิมเกือบ 2 หมื่นเสียงในปี 66 หากกระแสเปลี่ยนสีส้มพัดแรงในพื้นที่ นี่อาจเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้คะแนนฝั่งอนุรักษ์นิยมแตกกระจายวิเคราะห์เจาะลึก: ชนะ ‘ครูนุช’ ไม่ยากจริงหรือ? หลายคนสบประมาทว่าพอครูนุชย้ายมาสวมเสื้อ “พรรคกล้าธรรม” จะกลายเป็น “ปลาผิดน้ำ” หรือไม่? แต่จากการลงพื้นที่จริงดูเหมือนว่า “ยี่ห้อตัวบุคคล” จะนำหน้า “ยี่ห้อพรรค” ไปแล้ว ผลงานการจัด Event กระตุ้นเศรษฐกิจและการเข้าถึงมวลชนแบบถึงลูกถึงคน ทำให้เสียงสะท้อนจากชาวบ้านอย่าง นายสาคร มหาสิงห์ แห่งตำบลเป๊าะ ยืนยันว่า “แม้อาจจะดูเป็นรองในเชิงพรรค แต่ความเข้าถึงใจคน ครูนุชยังนอนมา”

บทสรุป: ศึกเขต 9 ครั้งนี้ไม่ใช่แค่การเลือกว่า “จะเอาใคร” แต่เป็นการวัดพลังระหว่าง “ผลงานที่สัมผัสได้” ของแชมป์เก่า กับ “บารมีเงา” ของผู้ท้าชิงหน้าใหม่หากครูนุชยังรักษาฟอร์มการเล่นเหมือนฟุตบอลที่เธอเคยสร้างมา ที่เน้นการบุกต่อเนื่องและไม่ประมาทคู่ต่อสู้ โอกาสที่จะ “ย้ำแค้น” บ้านใหญ่ก็มีสูง แต่หาก “กระแสพรรค” และ “พลังสีน้ำเงิน” ผนึกกำลังกันเข้มแข็ง การรักษาเก้าอี้ครั้งนี้ก็อาจจะเป็นงานหินที่สุดในชีวิตการเมืองของเธอใครพลาดน้อยกว่า… คนนั้นคือผู้ชนะ!
ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์
