
ค่ำวันที่ 24 ม.ค.69 นางพจนารถ แก้วผลึก ผู้สมัคร สส.ชลบุรี เขต 8 เบอร์ 2 ในนามพรรคประชาธิปัตย์ ได้ลงพื้นที่เดินเท้าพบปะพี่น้องประชาชนและผู้ประกอบ

การพ่อค้าแม่ค้าภายในงานเดินกินถิ่นนาเกลือ ประจำปี 2568 ที่เมืองพัทยาจัดขึ้นเป็นงานอีเว้นต์การท่องเที่ยวส่งเสริมชุมชนบ้านนาเกลือที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากตลอดทุกปี

โดยนางพจนารถ แก้วผลึก หรือ เจ๊หมวย อดีตเคยเป็น สส.ชลบุรี ในนามพรรคประชาธิปัตย์มาแล้ว ในครั้งนี้ได้ลงสมัครเลือกตั้ง สส.ชลบุรี ในเขตเลือกตั้งที่ 8

อำเภอบางละมุง เฉพาะ ต.บางละมุง-หนองปลาไหล-นาเกลือ-ตะเคียนเตี้ย-เขาไม้แก้ว-โป่ง และห้วยใหญ่ โดยได้ชูนโยบายการเมืองสุจริตแก้ไขปัญหาปากท้องประชาชนเป็นเรื่องสำคัญที่พรรคประชาธิปัตย์ปักธงเป็นยุทธศาสตร์หลัก

ทั้งนี้ ทางคณะหาเสียงของนางพจนารถ แก้วผลึก ผู้สมัคร สส.ชลบุรี เขต 8 เบอร์ 2 ในนามพรรคประชาธิปัตย์ ได้เดินเท้าแจกแผ่นพับแนะนำตัว พร้อมรณรงค์ให้ชาวบ้านประชาชนตลอด

จนผู้ประกอบการพ่อค้าแม่ค้าย่านตลาด 100 ปีบ้านนาเกลือ ออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 8 ก.พ.69 นี้เพื่อสร้างการเมืองใหม่ที่ไม่ทุจริตไปด้วยกัน ขอให้เลือกประชาธิปัตย์ทั้งคนทั้งพรรคสองใบ

‘รังสิมา‘ ควง ‘พจนารถ‘ ลุยตลาดเช้านาเกลือ ชี้ ปชป.ชูการเมืองสุจริต-เพิ่มเงินเดือนให้ผู้สูงอายุ

เช้าวันที่ 23 ม.ค.69 นางสาวรังสิมา รอดรัศมี อดีต สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยนางพจนารถ แก้วผลึก ผู้สมัคร สส.ชลบุรี เขต 8 พรรคประชาธิปัตย์ เบอร์ 2 และทีมงาน

ได้ลงพื้นที่ขอคะแนนเสียงจากพ่อแม่พี่น้องประชาชนชาวเมืองพัทยาเขตตำบลนาเกลือที่มาจับจ่ายใช้สอยและผู้ประกอบการแม่ค้าตลาดเช้าภายในตลาดสดอมรนครและตลาดใหม่นาเกลือ

นางพจนารถ แก้วผลึก ผู้สมัคร สส.ชลบุรี เขต 8 เบอร์ 2 พรรคประชาธิปัตย์ ได้กล่าวเชิญชวนให้พี่น้องประชาชนชาวตำบลนาเกลือออกไปใช้สิทธิ์ลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง สส. ในวันอาทิตย์ที่ 8 ก.พ.69 นี้

โดยพรรคประชาธิปัตย์ เบอร์ 27 และสำหรับพื้นที่ตำบลนาเกลือแห่งนี้ พรรคประชาธิปัตย์ โดยตนเองเคยมีผลงานประสานงบประมาณก่อสร้างโรงพยาบาลพัทยาปัทธมคุณอย่างเห็นผลมาแล้ว

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี อดีต สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ถ้าประชาชนอยากเห็นบ้านเมืองดีขึ้นอย่างถูกต้องต้องสนับสนุนการเมืองสุจริต ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ได้ดำเนินแนวทางการเมืองสุจริตนี้มา

โดยตลอด และชูนโยบานไทยหายจนโดยให้ความสำคัญในเรื่องของการดูแลและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ จะปรับขึ้นเงินผู้สูงอายุเป็นเดือนละ 1,000 บาท

“ประเทศไทยมีคนสูงอายุกว่า 12.6 ล้านคน หรือคิดเป็น 1 ใน 5 ของประชากรทั้งหมด ถือเป็นกลุ่มประชากรที่ละทิ้งไม่ได้ และโครงการเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุริเริ่มเป็นแนวคิดขึ้นในสมัยรัฐบาลนาย ชวน หลีกภัย (ชวน1)

เมื่อปี พ.ศ.2535 ด้วย ทางพรรคประชาธิปัตย์จึงต้องสานต่อในเรื่องนี้” นางสาวรังสิมา รอดรัศมี อดีต สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว
