
เมื่อเวลา 12.00 น.วันที่ 28 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าว จ.ประจวบคีรีขันธ์ ได้รับการร้องเรียนจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่ไปดำน้ำดูปะการังน้ำตื้นที่บริเวณอ่าวใหญ่ หน้าเกาะทะลุ หมู่ 3 ต.ทรายทอง อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ พบปะการังสวยงามถูกทำลายเสียหายยับเยิน โดยขอให้หน่วยงานสังกัดกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคประจวบคีรีขันธ์ ฝ่ายปกครอง อ.บางสะพานน้อย กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สมาชิก อบต. ทราบทอง ดำเนินการตรวจสอบตามอำนาจหน้าที่ กรณีที่เรือบาร์จจอดหลบลมบริเวณด้านตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะทะลุ ถูกคลื่นทะเลพัดหลุดเข้าไปในพื้นที่ปะการังน้ำตื้นทำให้เกิดความเสียหายเป็นบริเวณกว้างกว่า 1 ไร่ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2568 ขณะที่เรือลากจูงยังจอดในจุดเดิม แต่ยังไม่มี จนท.รัฐหน่วยใดไปตรวจสอบความเสียหายของปะการังน้ำตื้น ซึ่งคาดว่าจะต้องใช้เวลาฟื้นฟูสภาพนานหลายสิบปี

ต่อมาเมื่อเวลา 14.00 น. วันเดียวกันสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาประจวบคีรีขันธ์ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ประจำท่าเรือว่าเรือกลเดินทะเลเฉพาะเขต ชื่อ เรือสุขอุดมทรัพย์ 19 ทะเบียนเรือ 500051373ขนาด 75 ตันกรอส เรือดัน-ลากจูง พร้อมกับเรือบาร์จอีก 3 ลำทราบชื่อ 1. ป.พลายแก้ว 6 2. เพิ่มทรัพย์ภูมรินทร์ 3. เลิศวัฒนา 6 โดยเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2568 เรือสุขอุดมทรัพย์ 19 ได้ทำการลากพ่วงเรือทั้ง 3 ลำ โดยบรรทุกสินค้าปูนซีเมนต์จากกรุงเทพฯ ไป จ.ปัตตานี ระหว่างทางมีคลื่นลมแรง ผู้ควบคุมเรือจึงได้ทำการทอดสมอโดยทิ้งสมอจากเรือบาร์จลำแรก เพื่อหลบลมที่เกาะทะลุ เวลาประมาณ 03.00 น. และในเวลา 15.00 น. ของวันเดียวกันพบว่าโซ่สมอขาดส่งผลให้เรือบาร์จทั้งสามลำไปชนกับปะการังและโขดหิน ทำให้เกิดความเสียหายบริเวณท้องเรือจนทำให้เรือรั่ว จำเป็นต้องใช้ปั๊มน้ำเพื่อป้องกันไม่ให้เรือจม ผู้ควบคุมเรือจึงได้ลากเรือบาร์จลำแรกไปยังพิกัด 11°05.224’ N, 099°30.058’ E เพื่อรอการซ่อม

ขณะที่เรือบาร์จสองลำที่เหลือไม่สามารถลากออกมาได้เนื่องจากติดน้ำตื้น จำเป็นต้องรอให้น้ำทะเลขึ้นก่อน จากนั้นเรือสุขอุดมทรัพย์ 19 ได้ลากจูงเรือบาร์จทั้งสองลำที่เหลือมายังจุดเดียวกันเพื่อรอการซ่อม สำหรับเจ้าของเรือดังกล่าวคือ บริษัท เซ้าท์เธิร์นโลจิสติกส์ (2009) จำกัด เรือสุขอุดมทรัพย์ 19 ทะเบียนเรือ 500051373 ขนาด 75.00 ตันกรอส เรือดัน-ลากจูง ใบอนุญาตใช้เรือหมดอายุวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 และจาการตรวจสอบพบว่า นายสมเกียรติ ไชยะผู้ควบคุมเรือและใบประกาศนียบัตรที่ใช้หมดอายุ ตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคม 2567 ซึ่งมีความผิดตามมาตตรา 282 ตาม พ.ร.บ.การเดินเรือในน่านน้ำไทย 2456 จะต้องเดินทางไปพบเจ้าหน้าที่สำนักงานเจ้าท่าภายในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2568 เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ต่อมาสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคประจวบคีรีขันธ์ ได้ประสานงานกับผู้ควบคุมเรือ ซึ่งได้รับแจ้งว่าขณะนี้มีการดำเนินการแก้ไขสถานการณ์ในเบื้องต้น และหากมีความจำเป็นต้องขอรับการสนับสนุนเพิ่มเติม จะมีการติดต่อแจ้งขอความช่วยเหลือต่อไป ต่อมาสำนักงานเจ้าท่าได้ออกคำสั่งห้ามใช้เรือทั้งหมด 3 ลำได้แก่ 1. ป.พลายแก้ว 6 ทะเบียนเรือ 191089488 2. เพิ่มทรัพย์ภูมรินทร์ ทะเบียนเรือ 4310022173. เลิศวัฒนา 6 ทะเบียนเรือ 421003376 พร้อมออกประกาศที่ 35/2568 ให้ระมัดระวังการเดินเรือในบริเวณดังกล่าว รวมถึงเรือนำเที่ยวไปดำน้ำดูปะการังที่เกาะทะลุ
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

