
วันนี้ 26 พฤศจิกายน 2567 นายชาญชัย กิจศักดาภาพ หัวหน้าชุดพยัคฆ์ไพร กรมป่าไม้ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดพยัคฆ์ไพร เดินทางเข้าตรวจสอบพื้นที่บริเวณลานพญานาคข้างบ้านเก่าลุงพล บ้านกกกอก ตำบลกกตูม อำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร สืบเนื่องจากมีผู้ร้องเรียนขอให้เจ้าหน้าที่กรมป่าไม้เข้าดำเนินการตรวจสอบ พื้นที่ดังกล่าวเพราะหลังจากที่มีคำสั่งศาลให้รื้อถอนรูปปั้นพญานาคแต่ลุงพลรื้อถอนออกไปเฉพาะตัวพญานาคโดยฐานตั้งและโครงสร้างด้านล่างไม่ได้รื้อออกให้เรียบร้อย

โดยสืบเนื่องจากเมื่อ 21 เมษายน 2565 ศาลจังหวัดมุกดาหาร ได้พิพากษาจำคุกนายไชย์พล วิภา หรือลุงพล จำเลยที่ 1 ในคดีบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติสร้างวังพญานาค เป็นเวลา 2 ปี 3 เดือน ปรับเป็นเงิน 45,000 บาท แต่โทษจำให้รอลงอาญา 2 ปี ส่วนยูทูปเบอร์อีก 2 คน จำคุกคนละ 1 ปี ปรับคนละ 20,000 บาท โทษจำให้รอลงอาญาคนละ 2 ปี และให้จำเลยที่ 1 ชดใช้ค่าเสียหายในการตัดไม้ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ กรมป่าไม้ เป็นจำนวนเงิน 23,054 บาท และให้รื้อถอนรูปปั้นพญานาคภายใน 30 วัน

ซึ่งต่อมาต่อมาลุงพลได้ทำการขนย้ายรูปปั้นพญานาคออกจากพื้นที่ตั้งไปที่บ้านวังเยี่ยม ตำบลหนองแวงใต้ อำเภอวานรนิวาส จังหวัดสกลนคร แต่รื้อถอนเอาไปแต่เฉพาะตัวพญานาคและได้ทิ้งโครงสร้างปูนปั้นฐานรากพญานาคและฐานพระพุทธรูปไว้ โดยไม่ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน30 วัน ซึ่งจนถึงบัดนี้ผ่านมาร่วม 2 ปี แล้ว ก็ยังคงอยู่ในสภาพพื้นที่ไม่เรียบร้อยเช่นเดิม กระทั่งมีผู้ร้องเรียนดังกล่าว

ภายหลังจาการตรวจสอบ หัวหน้าชุดพยัคฆ์ไพร กรมป่าไม้ เปิดเผยว่า ในการดำเนินการขั้นต่อไปจะให้จะมอบให้เจ้าหน้าที่ป่าไม้มุกดาหารยื่นคำร้องแจ้งไปยังสำนักงานบังคับคดีจังหวัดมุกดาหาร เพื่อเพื่อแจ้งให้ลุงพลเข้ามาดำเนินการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและปรับพื้นที่ให้เสร็จสิ้น แต่หากลุงพลไม่เข้ามารื้อถอนกระทั่งเจ้าหน้าที่ต้องดำเนินการเอง ก็จะได้ดำเนินการคิดค่ารื้อถอนปรับพื้นที่กับลุงพลต่อไป

สัมมนาหอการค้าทั่วประเทศ 42 “อนุทิน” แสดงวิสัยทัศน์ ตั้ง รองผวจ.เศรษฐกิจ ส่งออกสินค้าไทยทุกชายแดนเฟื่อง หนุนอุตสาหกรรมไทยรุ่ง

นายกานต์พนธ์ เตชะเดชอภิพัฒน์ ประธานหอการค้าจังหวัดมุกดาหาร เปิดเผยว่า คณะกรรมการหอการค้าจังหวัดมุกดาหาร ร่วมสัมมนาหอการค้าทั่วประเทศ ณ สวนนงนุช จ.ชลบุรี ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย เป็นประธานมอบรางวัลสำเภาทอง แก่ ผู้ว่าราชการจังหวัด 22 รางวัล ในการสัมมนาหอการค้าทั่วประเทศ ครั้งที่ 42 ของหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย พร้อมมอบ รางวัลผู้ว่าราชการจังหวัดสำเภาทอง ประจำปี 2567 ณ NICE HALL สวนนงนุช

นายอนุทิน ได้กล่าวในตอนหนึ่งว่า รัฐบาลจะพัฒนาระบบบริการเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน โดยมีเป้าหมายหนุนภาคเอกชนกลุ่มผู้ค้า ผู้จำหน่วย ผู้ผลิตทุกแห่ง สามารถส่งสินค้าออกไปจำหน่ายได้ทั่วโลกภายใต้การบริหารในรูปแบบใหม่ที่ภาครัฐจะดำเนินการอำนวยความสะดวกในทุกช่องทางแก่ผู้ประกอบการ ส่วนของกระทรวงมหาดไทยจะต้องเน้นย้ำให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกแห่ง เรียนรู้ ทราบถึงการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ

ในแต่ละท้องถิ่นของจังหวัดนั้น ดังเช่นเมืองชายแดนที่อยู่ติดประเทศเพื่อนบ้านทุกแห่ง จะต้องเน้นให้ส่งออกสินค้าไปยังประเทศเพื่อนบ้านให้ได้ในทุกรูปแบบ โดยไม่มีเงื่อนไขไม่ติดขัดเรื่องการส่งออกสินค้าแต่อย่างใด เพื่อความเจริญเติบโตทางด้านการผลิต เมื่อโรงงานมีใบสั่ง แรงงานก็มีงานทำ คนไทยทุกคนจะมีเงิน มีงานสร้างเศรษฐกิจพื้นฐานภายในครัวเรือน สร้างเศรษฐกิจการค้าให้โตขึ้นในทุกจังหวัด

โดยภาครัฐจะสนับสนุนอำนวยความสะดวกให้ภาคเอกชนในการประกอบธุรกิจทุกรูปแบบ ส่งเสริมให้ให้มีการเติบโตด้านเศรษฐกิจให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ จังหวัดจะต้องร่วมผลักดันขับเคลื่อนอำนวยความสะดวกให้เต็มที่ โดยเฉพาะการตั้งรองผู้ว่าราชการจังหวัดด้านเศรษฐกิจ

โดยเฉพาะ จากในปัจจุบันที่ผู้ว่าราชการจังหวัดจะต้องเป็นผู้ดูแล ดังนั้นรองผู้ว่าฯ ด้านเศรษฐกิจจะมาช่วยดูแลการพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่ โดยเฉพาะช่วงนี้ที่ประเทศกำลังต้องการฟื้นฟูระบบการค้าเพื่อให้เงินไหลเข้าประเทศ ดังที่ทางหอการค้าระบุว่าเศรษฐกิจไทยต้องโตอย่างน้อย 3% ดังนั้น ภาครัฐจะต้องมีส่วนผลักดันที่สำคัญ

นายกานต์พนธ์ กล่าวตอนท้ายว่า จากนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดจะเป็นผู้ดูแลเศรษฐกิจของจังหวัดทุกด้าน ทั้งอุตสาหกรรมการผลิต แรงงาน นโยบายต่าง ๆ ของรัฐบาล การเงินการคลัง ซึ่งรัฐบาลในทุกภาคส่วนในจังหวัดจะต้องพร้อมให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ ตามเป้าหมายหอการค้าไทยตั้งเป้าไว้ใน ปี 2568 เศรษฐกิจ จะโตมากกว่า 3% ภาครัฐจะฟื้นฟูเศรษฐกิจอย่างเร่งด่วน การสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของ SMEs
ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน 092-5259777