เรื่องทั้งหมดโดย admin

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิงว์ / สันติบาลบึงกาฬจัดโครงการ ‘ปลูกฝังความรักชาติ’ ตอกย้ำความจงรักภักดีสถาบันพระมหากษัตริย์

แชร์เนื้อหานี้

ตำรวจสันติบาลบึงกาฬ ผนึกกำลังโรงเรียนปากคาดพิทยาคม จัดอบรม “โครงการสร้างจิตสำนึกฯ รุ่น 1/2569” แก่นักเรียนมัธยมปลาย 100 คน มุ่งเน้นปลูกฝังความรักชาติและความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ พร้อมเชิญชวนร่วมเป็นเครือข่ายแหล่งข่าวเพื่อความมั่นคงของชาติ

วันที่ 18 ธันวาคม 2568 เวลา 09.30 น. ณ หอประชุมโรงเรียนปากคาดพิทยาคม อำเภอปากคาด จังหวัดบึงกาฬ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยกองบัญชาการตำรวจสันติบาล นำโดย พ.ต.ท.พิพัฒน์ เจริญเดชธนกิจ

สารวัตรหัวหน้าหน่วยตำรวจสันติบาลบึงกาฬ พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัด ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมอบรม “โครงการสร้างจิตสำนึกความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และปลูกฝังความรักชาติ รุ่นที่ 1/2569” โดยมีนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายจำนวน 100 คน เข้าร่วมอบรมอย่างพร้อมเพรียง

นายธเนตร มีรัตน์ ผู้อำนวยการโรงเรียนปากคาดพิทยาคม ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิด โดยกล่าวเน้นย้ำถึงความสำคัญของสถาบันพระมหากษัตริย์ที่อยู่คู่สังคมไทยมาอย่างยาวนาน ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์ทุกพระองค์ที่ทรงปกครองแผ่นดินด้วยทศพิธราชธรรม

และบำบัดทุกข์บำรุงสุขประชาชนมาโดยตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ผู้ทรงเปี่ยมด้วยพระปรีชาสามารถหลากหลายด้าน ทรงอุทิศพระวรกายในการประกอบพระราชกรณียกิจเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของราษฎรมาตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์

ด้าน พ.ต.ท.พิพัฒน์ เจริญเดชธนกิจ สารวัตรหัวหน้าหน่วยตำรวจสันติบาลบึงกาฬ ได้กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของโครงการฯ ว่า เพื่อรณรงค์สร้างจิตสำนึกให้ประชาชนมีความเคารพรัก เทิดทูน และปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ พร้อมสร้างความรู้ความเข้าใจถึงพระมหากรุณาธิคุณของบรรพบุรุษที่ต่อสู้รักษาเอกราชและอธิปไตยของชาติไทยไว้

จนถึงปัจจุบัน นอกจากนี้ ยังมุ่งหวังให้นักเรียนนักศึกษาเข้ามามีส่วนร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผ่านการเป็นเครือข่ายภาคประชาชน เพื่อร่วมกันสอดส่องดูแลความมั่นคงของสถาบันฯ ต่อต้านภัยคุกคาม และเผยแพร่แนวทางตามพระบรมราโชวาทเพื่อการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน

ผู้เข้าร่วมอบรมยังได้รับชมวีดิทัศน์เกี่ยวกับการเสด็จขึ้นครองราชย์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบัน และบทบาทหน้าที่ของตำรวจสันติบาล โดยโครงการนี้ให้ความสำคัญกับการสร้างเครือข่ายภาคประชาชน เพื่อร่วมปลูกฝังค่านิยมความจงรักภักดี และปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ให้คงอยู่คู่ปวงชนชาวไทยตลอดไป

ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผู้การประจวบฯ ทำพิธีปล่อยแถวระดมควาดล้างอาชญากรรมเทศกาลคริสต์มาส และเทศกาลปีใหม่ 2569

แชร์เนื้อหานี้

วันพุธที่ 17 ธันวาคม 2568 ที่หน้าสถานี ตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ตำบลอ่าวน้อย อำเภอเมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พล.ต.ต.อาทร ชิ้นทองบก.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ ได้เป็นประธานในพิธีปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรมในช่วงเทศกาลคริสต์มาส และเทศกาลปีใหม่ 2569

โดยมี ผู้บังคับบัญชาระดับสูง ข้าราชการตำรวจในสังกัด ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ ผกก.สภ.ต่างๆในจังหวัดประจวบฯ ตร.ตชด 14 หน่วยปฐิบัติการพิเศษ ภ.จว.ประจวบฯ ฝ่ายปกครองจังหวัดประจวบฯ อาสามูลนิธิฯ และส่วนราชการ เข้าร่วมพิธี

ตามที่สำนักงานตำรวจภูธรภาค 7 ได้กำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมและให้มีการระดมกวาดล้างอาชญากรรมก่อนเทศกาลคริสต์มาส และเทศกาลปีใหม่ ประจำปี 2569 นั้นตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินของประชาชน ตลอดจนการรักษาความสงบเรียบร้อย และการอำนวยความสะดวกด้านการจราจร ในช่วงเทศกาลวันหยุดยาวดังกล่าว จึงได้จัดพิธีปล่อยแถวระดมกวาดล้าง อาชญากรรมขึ้นในวันนี้

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแสดงความพร้อมของกำลังพลในการปฏิบัติหน้าที่เชิงรุก ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทั่วไป รวมถึงอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ตลอดจนสร้างความเชื่อมั่น
ให้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว ที่เข้ามาท่องเที่ยวในจังหวัดประจวบฯ

//////////////////////////

ข่าว. ณัฐธภพ พันสาย. / จ.ประจวบคีรีขันธ์. 0649646443

“เคาะแล้ว” ว่าที่ผู้สมัคร เขต 3 ประจวบคีรีขันธ์ พรรคภูมิใจไทย ส่ง “นายกเดียร์” นายพงษ์พันธ์ เผ่าประทาน นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลทับสะแก ลงสู้สึกเลือกตั้งครั้งนี้ “นายกเดียร์” ดำรงตำแหน่ง นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลทับสะแก มา 15 ปี ลูกหม้อ ภูมิใจไทย ที่รับอาสาดูแลพี่น้องประชาชน เขต 3 ในครั้งนี้ สำหรับ เขต 3 จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีเขตเลือกตั้ง ต.ห้วยทราย อ.เมืองจ.ประจวบ อ.ทับสะแก อ.บางสะพาน อ.บางสะพานน้อย โดย กกต.กำหนดเลือกตั้ง วันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานน้ำหลวงสรงศพถวายแด่ พระราชมงคลวชิราคม วัดประชาราษฎร์บำรุง จ.นครปฐม

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 17 ธันวาคม 2568 เวลา 17.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานน้ำหลวงสรงศพถวายแด่ พระราชมงคลวชิราคม หรือ หลวงปู่แผ้ว ปวโร พระเกจิชื่อดัง ณ กุฏิร่มเย็น วัดประชาราษฎร์บำรุง (วัดรางหมัน) ตำบลรางพิกุล อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม

โดยนางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เป็นประธานพิธีสรงน้ำหลวงอาบศพ ถวายแด่พระราชมงคลวชิราคม ซึ่งมีพระเถรานุเถระ คณะสงฆ์ พร้อมด้วย รองผู้ว่าราชการจังหวัด รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอกำแพงแสน ข้าราชการ ผู้นำท้องถิ่น ประชาชนในพื้นที่ ตลอดจนศิษยานุศิษย์ ร่วมพิธีสรงน้ำและสักการะพระสรีระสังขารด้วยความอาลัยเป็นจำนวนมาก

สำหรับประวัติของ พระราชมงคลวชิราคม หรือ หลวงปู่แผ้ว ปวโร มีนามเดิมว่า แผ้ว บุญวัฒน์ มีฉายาว่า เทพเจ้าแห่งเมืองกำแพงแสน เกิดเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2466 ที่บ้านหนองม่วง ตำบลเตาอิฐ อำเภอบางแพ จังหวัดราชบุรี เป็นบุตรของนายพาน และนางจุ้ย บุญวัฒน์ จบการศึกษาประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนวัดหนองม่วง ตำบลเตาอิฐ อำเภอบางแพ จังหวัดราชบุรี จบนักธรรมชั้นเอก และศึกษาวิชาวิปัสสนากรรมฐาน อุปสมบทเป็นพระภิกษุ

ณ วัดหนองปลาไหล อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม โดยมีพระครูสุกิจธรรมสร (หลวงพ่อสว่าง ธัมมสโร หรือ พระอธิการหว่าง) อดีตเจ้าอาวาสวัดกำแพงแสน เป็นพระอุปัชฌาย์ หลวงพ่อปาน อรักโข วัดหนองปลาไหล เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระอาจารย์สนั่น วัดหนองปลาไหล เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ต่อมาเป็นเจ้าอาวาสวัดกำแพงแสน ตำบลห้วยหมอนทอง อำเภอกำแพงแสน เป็นเจ้าอาวาสวัดประชาราษฎร์บำรุง (วัดรางหมัน) ตำบลรางพิกุล อำเภอกำแพงแสน

และได้รับพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์ เป็นพระราชาคณะชั้นราชที่ พระราชมงคลวชิราคม อุดมธรรมสุนทร มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2565 มีวัตถุมงคลที่มีชื่อเสียง เช่น เหรียญระฆังที่ระลึกอายุ 87 ปีหลวงปู่แผ้ว, เหรียญพิทักษ์แดนใต้, วัตถุมงคลหลวงปู่แผ้ว รุ่นทรัพย์สมบูรณ์, พระนาคปรกใบมะขาม, เหรียญโล่ฉลองวัตถุมงคล 88 ปี และอื่นๆ อีกมากมาย

หลวงปู่แผ้ว ปวโร ได้มรณภาพอย่างสงบ ณ กุฏิร่มเย็น เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2568 เวลา 00.01 น. สิริอายุ 103 ปี 83 พรรษา สร้างความโศกเศร้าให้กับศิษยานุศิษย์ทั่วประเทศเป็นอย่างมาก โดยทางวัดได้มีกำหนดพิธีบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมเบื้องต้น 100 วัน เวลา 19.30 น. เริ่มตั้งแต่วันที่ 17 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป


สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครปฐม – ภาพ/ข่าว

นายก อบจ .นครปฐมมอบอุปกรณ์กีฬาให้กับ กลุ่มท่าจีนก้าวหน้า “ท่าจีนเกมส์“ครั้งที่ 10

วันพุธที่ 17 ธันวาคม 2568 อบจ.นครปฐม โดยการนำของ นายจิรวัฒน์ สะสมทรัพย์ นายก อบจ.นครปฐม มอบอุปกรณ์การแข่งกันกีฬา เหรียญรางวัล และถ้วยรางวัล ให้แก่ กลุ่มโรงเรียนท่าจีน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครปฐมเขต 2

ซึ่งจะใช้ในการจัดการแข่งขันกีฬาต้านยาเสพติด เสริมความสามัคคี กลุ่มท่าจีนก้าวหน้า “ท่าจีนเกมส์“ ครั้งที่ 10 ระหว่างวันที่ 22 – 24 ธันวาคม 2568 ณ สนามกีฬาโรงเรียนบ้านบางม่วง สนามกีฬาโรงเรียนวัดเชิงเลน และสนามกีฬาโรงเรียนวัดบางช้างใต้
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ททท.และกีฬาเชียงราย เปิดเส้นทางเดินตามรอยบ้านศิลปิน ร่วมกิจกรรม Chiangrai Life Artist Studio for Tourism Media FamTrip ครั้งที่ 1

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 16-17 ธันวาคม พ.ศ.2568 นางวิภาวี ลีไพบูลย์ นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงราย ได้กล่าวการต้อนรับและชี้แจงถึงวัตถุประสงค์การจัดทริปนี้

ให้แก่คณะสื่อมวลชนจังหวัดชียงรายเชียงใหม่ ผู้ประกอบการการท่องเที่ยว สถานที่แรก คณะได้ไปเยี่ยมชม พิพิธภัณฑ์ศิลปะ

ร่วมสมัยเมืองเชียงรำย จุดหมำยแรกแห่งโลกศิลป์ร่วมสมัยของจังหวัดเป็นที่ชมรวมศิลปและมีนักท่องเที่ยวเยี่ยมชมตลอดทั้งวัน

ได้รับการออกแบบให้เป็นศูนย์กลางด้านศิลปะร่วมสมัยของภาคเหนือ ชม นิทรรศการหมุนเวียน ซึ่งคัดสรรผลงานศิลปะจากทั้งศิลปินเชียงรายผู้มีบทบาทสำคัญในวงการศิลป์ และศิลปินระดับประเทศที่สร้างสรรค์ผลงานร่วมสมัยในหลากหลายแนวทางเดินทางกันต่อที่

บ้านศิลปิน คุณพุทธรักษ์ ดาษดา ศิลปิน ภาพวาดพฤกษาศาสตร์ คุณเอกพงษ์ ใจบุญ ศิลปินแนวนามธรรมและงานไม้นำคณะร่วมกิจกรรม Workshop สร้างสร้างสรรค์ ผลงานศิลปะจากเศษไม้เปิดประสบการณ์ความคิดสร้างสรรค์ผ่านวัสดุธรรรมชาติของเชียงราย

วันที่ 17 ธนวาคม พ.ศ.256 คณะสื่อมวลชนได้ออกเดินทางสู่ Emor Smith คาเฟ่-อาร์ตสเปชสุดเท่ของเชียงราย คุณรัชรินทร์ อินธุระ กล่าวต้อนรับ ชมนิทรรศการ ศิลปะที่จัดแสดงทั้งผลงานถาวรและหมุนเวียน อาทิ ภาพวาด

งานปั้น งานคราฟต์ งานเครื่องเงิน และแฟชั่นร่วมสมัย เป็นพื้นที่ที่ผสมงานศิลป์เข้ากับไลฟ์สไตล์ได้อย่างมีเอกลักษณ์ เดินทาง

กันต่อที่ ที่ก่อตั้งโดย อาจารย์สมลักษณ์ ปันติบุญ ศิลปินผู้ได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในผู้ขับเคลื่อนงานเครื่องปั้นร่วมสมัยของล้านนาอย่างแท้จริง

ภายในพื้นที่เต็มไปด้วยผลงานที่เกิดจาก “ดิน-น้ำ-ลม-ไฟ” ซึ่งถูกยกระดับสู่ศิลปะที่ทรงเอกลักษณ์ ผ่านกระบวนการปั้น เผา และเคลือบ

ที่อาจารย์ถ่ายทอดด้วยความปราณีต งานแต่ละชิ้นจึงเปี่ยมด้วยพลัง ความสงบ และสุนทรียภาพแบบเซน ผู้เข้าชมจะได้สัมผัสผลงานร่วมสมัยตั้งแต่ภาชนะดินเผา ประติมากรรม

ไปจนถึง ถ้วยชาวิถีเซน อันโด่งดังที่สะท้อนความงดงามของความเรียบง่าย ความไม่สมบูรณ์แบบที่งดงาม (Wabi-Sabi) และความลึกซึ้งในปรัชญาแห่งงานฝีมือ

พื้นที่ดอยดินแดงยังโอบล้อมด้วยธรรมชาติ ทำให้การเดินชมศิลปะที่นี่ป็นประสบการณ์ที่เชื่อมผู้มาเยือนกับความนิ่งสงบของงานดินเผาและจิตวิญญาณแห่งล้านนาได้อย่างกลมกลืน

หลังจากนั้นเดินทางสู่ หนึ่งในชุมชนศิลปะสำคัญของเชียงราย
ศิลปินซอย 8 บ้านป้าห้า ตำบลนางแล ชุนชนศิลปะซึ่งเป็นที่พำนักและสร้างสรรค์ผลงานของศิลปินเชียงรายหลายท่าน บรรยากาศของ

ซอยนี้เต็มไปด้วยความสงบ เรียบง่าย และแวดล้อมด้วยพลังสร้างสรรค์ของผู้คนที่รักในงานศิลปะอย่างแท้จริง คณะได้รับการต้อนรับโดย อาจารย์ชาญศิลป์ ใจคำ ศิลปินผู้มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนศิลปะร่วมสมัยของเชียงราย ก่อนนำชมบ้านศิลปินทั้ง 3 หลัง

ซึ่งตั้งเรียงรายภายในพื้นที่เดียวกันราวกับ “หมู่บ้านศิลปินขนาดย่อม” ที่สะท้อนรสนิยมและตัวตนของศิลปินแต่ละท่านได้อย่าง

เด่นชัด ถ่ายทอดความสงบ ความงาม และความเรียบง่ายในแบบล้านนาร่วมสมัย พื้นที่ของ ศิลปินซอย 8 จึงเป็นเสมือนจุดรวมตัวของศิลปะหลายแขนง

ที่อยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืน เปิดโอกาสให้ผู้มาเยือน ได้สัมผัสตัวตนของศิลปินอย่างใกล้ชิด และห็นถึงความหลากหลายของานศิลปะเชียงราย ได้ให้ประชาชนหลายๆพื้นที่ได้มาเยือนและชมศิลปะที่หลากหลาย และให้มาเยือนเชียงรายอีกครั้ง

พงศกร ตันสุวรรณ ภาพ/ข่าว

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตร.สมุทรปราการ กวาดล้างอาชญากรรมในช่วงวันคริสต์มาส เทศกาลปีใหม่ 2569 /ตร.น้ำ คุมเข้มทะเลชายแดนสกัดลอบขนเชื้อเพลิงไปกัมพูชา

แชร์เนื้อหานี้

ปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรมในช่วงวันคริสต์มาสและก่อนเทศกาลปีใหม่ประจำปี 2569 ตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ ระดมกำลังปล่อยแถวกวาดล้างอาชญากรรมช่วงวันคริสต์มาสและก่อนเทศกาลปีใหม่ 2569 เพื่อสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 17 ธันวาคม 2568 ที่ ลานจอดรถ ห้างสรรพสินค้าเมกา บางนา ต.บางแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ พล.ต.ต.ภูมินทร์ สิงหสุต ผบก.ภ.จ.ว.สมุทรปราการ เป็นประธานในพิธีปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรมในช่วงวันคริสต์มาสและก่อนเทศกาลปีใหม่ ประจำปี 2569

โดยมี พ.ต.อ.ธรากร เลิศพรเจริญ รอง ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ พ.ต.อ.ชาติ อาจเจริญ รอง ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ พ.ต.อ.ประภาส มั่งคั่ง รอง ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ พ.ต.อ.จารุวัตร สิงหศรีชัย รอง ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ พ.ต.อ.กริชนันท์ อินชู ผกก.ฝ่ายอำนวยการ ตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ

ผกก.ในสังกัด ภ.จว.สมุทรปราการ กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และอาสาสมัคร เข้าร่วมในการปฏิบัติ จำนวน 400 นาย รถยนต์ จำนวน 40 คัน รถจักรยานยนต์ จำนวน 90 คัน โดยมีเป้าหมายสำคัญในการระดมกวาดล้าง อาชญากรรม ในคดีความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืน ยาเสพติด หมายจับค้างเก่า

คดีความผิดเกี่ยวกับแหล่งอบายมุข และสถานบริการทุกประเภท ที่เป็นภัยต่อสังคมและความสงบสุขเรียบร้อย
สืบเนื่องมาจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติและตำรวจภูธรภาค 1 ได้สั่งการให้ทุกหน่วยในสังกัด

ระดมกวาดล้างอาชญากรรม ในช่วงวันคริสต์มาส และก่อนเทศกาลปีใหม่ ประจำปี 2569 ระหว่าง วันที่ 17 ธันวาคม 2568 ถึง วันที่ 26 ธันวาคม 2568 รวม 9 วัน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

ตำรวจน้ำคุมเข้มทะเลชายแดน ปล่อยเรือตรวจการณ์สกัดลอบขนเชื้อเพลิง หนุนมาตรการรัฐรับมือสถานการณ์ไทย–กัมพูชา ตำรวจน้ำปล่อยเรือตรวจการณ์ออกลาดตระเวนแนวชายแดนทางทะเลไทย–กัมพูชา สกัดการลักลอบขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงและยุทธภัณฑ์ หลังรัฐบาลมีคำสั่งงดนำเข้า–ส่งออกเชื้อเพลิง ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดบริเวณชายแดน

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 17 ธันวาคม 2568 ที่กองบังคับการตำรวจน้ำ จังหวัดสมุทรปราการ ผู้บังคับบัญชาตำรวจน้ำได้สั่งการระดมกำลังเรือตรวจการณ์ออกลาดตระเวนตลอดแนวชายแดนทางทะเลไทย–กัมพูชา เพื่อสกัดกั้นการลักลอบขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง ยุทธภัณฑ์ และสิ่งของต้องห้าม ภายหลังเกิดสถานการณ์การปะทะบริเวณแนวชายแดนระหว่างสองประเทศ ตั้งแต่วันที่ 7 ธันวาคมที่ผ่านมา

ทั้งนี้ รัฐบาลได้มีคำสั่งงดการนำเข้า–ส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิงไปยังประเทศกัมพูชา เพื่อควบคุมและรักษาความมั่นคงของประเทศ อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลด้านการข่าวพบว่ายังคงมีกลุ่มผู้ประกอบการบางส่วนพยายามลักลอบลำเลียงน้ำมันเชื้อเพลิงออกนอกประเทศอย่างต่อเนื่อง ทั้งการใช้เส้นทางอ้อมผ่านประเทศเพื่อนบ้าน และการลักลอบขนส่งทางทะเลโดยใช้เรือประมงดัดแปลงหรือเรือผิดกฎหมาย

จากการสืบสวนสอบสวน กองบังคับการตำรวจน้ำจึงสั่งการให้เรือตรวจการณ์หมายเลข 1301 “ชัยจินดา” พร้อมกำลังพล ออกปฏิบัติภารกิจลาดตระเวน ตรวจสอบ และสกัดกั้นเรือที่มีพฤติการณ์ต้องสงสัยตลอดแนวชายแดนทางทะเล โดยมุ่งเน้นการป้องกันการลักลอบขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง ยุทธภัณฑ์ และสิ่งของต้องห้ามที่อาจถูกนำไปสนับสนุนประเทศกัมพูชา ซึ่งการปฏิบัติการดังกล่าวถือเป็นส่วนหนึ่งของภารกิจสนับสนุนด้านความมั่นคงของรัฐ

พ.ต.อ.ศราวุฒิ ลิจฉวีราช รองผู้บังคับการตำรวจน้ำ กล่าวว่า วันนี้ได้รับมอบหมายจาก ผู้บังคับบัญชา พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปนม.ตร. ,พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. เนื่องจากเหตุการณ์ไม่สงบบริเวณชายแดนเพื่อนบ้าน ซึ่งทางตำรวจน้ำ ได้มีภารกิจในการสกัดกั้นและป้องปราม ไม่ให้เรือหรือยานพาหนะที่จะลำเลียงทรัพยากร โดยเฉพาะน้ำมันเชื้อเพลิง เข้าไปสนับสนุนประเทศเพื่อนบ้าน ตามนโยบายที่รัฐบาลสั่งการมา ซึ่งวันนี้เป็นนิมิตรหมายที่ดีได้รวบรวมกำลังพลตำรวจน้ำทั้งประเทศ โดยใช้เรือตรวจการณ์ชัยจินดา เป็นเรือที่ออกปฏิบัติภารกิจ

โดยจะมุ่งหน้าออกไปไปยังชายแดนไทยกัมพูชา ซึ่งเป้าหมายจะรู้อยู่แล้วว่าเรือที่ประกอบกิจการน้ำมันอยู่จุดไหนบ้าง โดยจะได้เข้าไปตรวจสอบ ว่าทำธุรกิจอยู่ในกรอบหรือไม่ โดยจะตรวจสอบ 3 อย่าง คือ 1.คน 2.เรือง 3.สิ่งของ โดยจะบูรณาการร่วมกับหน่วยงานอื่น โดยเฉพาะศรชล เพื่อให้ภาพการทำงาน มาในรูปแบบหน่วยราชการที่ทำงานทางทะเล ซึ่งในเรือจะมีอุปกรณ์พิเศษ ทั้งเรดาร์ และโซดาร์ รวมถึง GPS โดยจะรู้ถึงกลุ่มเรือเหล่านั้น ที่เป็นเรือสถานีบรรทุกน้ำมัน ว่าอยู่ตามพิกัด และเรือที่ขนถ่ายน้ำมันจะมีข้อมูลชื่อเรือ ว่า GPS

ขึ้นอยู่บริเวณไหน โดยท่าเรือลำไหนวิ่งนอกเหนือเส้นทางที่เขาขอ ก็จะเข้าไปตรวจสอบ ซึ่งทางทะเลจะไม่เหมือนถนนที่จะมีกล้องวงจรปิด จึงจำเป็นต้องมีการข่าวนำ อาจจะไม่สามารถสกรีนได้ 100% แต่ก็จะผนึกกำลังเพื่อตอบสนองนโยบายของรัฐบาล ถ้าหากเจอเหลือที่ขนน้ำมันให้ทางกัมพูชาจริงอันดับแรก จะต้องตรวจสอบก่อนเพราะไม่สามารถสันนิษฐานได้ว่าเรือลำนั้นจะไปส่งที่กัมพูชาจริง ซึ่งจะตรวจสอบจากใบข้อมูล ว่าปลายทางอยู่ที่ไหน ซึ่งความผิดอาจจะยังไม่สำเร็จ ก็ต้องป้องปราม และสกัดกั้น

ซึ่งการทำงานทางทะเลจะทำได้ประมาณนี้ แต่จะให้จับกุมจะต้องเป็นความผิดซึ่งหน้า ในกรณีที่อยู่นอกราชอาณาจักรจะต้องแจ้งไปยังบริษัทอย่างเดียว หากเขามีเหตุผลรองรับ การดำเนินคดีหากหลักฐานไม่เพียงพอก็ไม่สามารถดำเนินการได้ ต้องขอความร่วมมือไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบ อยากฝากให้ ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ ซึ่งทางตำรวจน้ำก็เป็นส่วนหนึ่งในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อบ้านเมือง โดยจะต้องไปอยู่บนเรืออย่างต่ำ 4-5 วัน แล้วแต่ภารกิจ


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตร..ปะทิว ไล่ล่ารวบ “โจรนกขมิ้นเหลืองอ่อน” งัดตู้หยอดเหรียญ ยึดปืนเถื่อน–จับเสพยา / สนง.อัยการในพื้นที่จ.ชุมพร ภาค 8 / สภ.เมืองชุมพร ปล่อยแถว “กวาดล้างอาชญากรรม”

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514วันที่ 17 ธันวาคม 2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปะทิว ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.ธเนศ มีทอง ผกก.สภ.ปะทิว และ พ.ต.ท.ณรงค์ธรรม พันธ์พฤกษ์ รอง ผกก.สส.สภ.ปะทิว สนธิกำลังชุดสืบสวน เปิดปฏิบัติการกวาดล้างอาชญากรรมเชิงรุก ไล่ล่าคนร้ายก่อเหตุงัดตู้หยอดเหรียญในพื้นที่อย่างอุกอาจ สร้างความเดือดร้อนให้ผู้ประกอบการจำนวนมากการจับกุมครั้งนี้นำโดย พ.ต.ต.ธรรมรักษ์ ศรีสังข์ สว.สส.สภ.ปะทิว พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 ราย คือนายนัทธพล หรือเอก ( สงวนนามสกุล ) อายุ 25 ปี ชาวตำบลชุมโค อำเภอปะทิวตรวจยึดของกลาง อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ ขนาด .22 จำนวน 1 กระบอก พร้อมผลตรวจปัสสาวะพบสารเสพติดเมทแอมเฟตามีนแจ้งข้อหา มีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1นายอาทร หรือ ต่าย ( สงวนนามสกุล )อายุ 31 ปี ชาวตำบลชุมโค อำเภอปะทิวตรวจปัสสาวะพบสารเมทแอมเฟตามีน

แจ้งข้อหา เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 โดยไม่ได้รับอนุญาต
จากการสอบสวนเชิงลึกพบว่า นายนัทธพล เป็นตัวการสำคัญ ขโมยรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟตั้งแต่ปลายเดือนพฤศจิกายน 2568 แล้วนำรถที่ได้มาใช้ตระเวนก่อเหตุ งัดตู้ซักผ้า ตู้เติมเงิน ตู้เติมน้ำมัน และตู้หยอดเหรียญ ในพื้นที่ สภ.ปะทิว ไม่น้อยกว่า 8 จุด รวมถึงในเขตเมืองและพื้นที่ใกล้เคียง โดยเลือกก่อเหตุในจุดเปลี่ยว ไม่มีคนสัญจร และไม่มีการติดตั้งกล้องวงจรปิด หากพบกล้องภายหลังก็จะรีบลงมือก่อเหตุแล้วหลบหนีทันที
ตำรวจระบุพฤติกรรมผู้ต้องหา ไม่มีที่พักเป็นหลักแหล่ง ทำตัวเป็น “นกขมิ้นเหลืองอ่อน ค่ำไหนนอนนั่น” อาศัยศาลาริมทาง ใต้สะพาน หรือพื้นที่รกร้างเป็นที่ซ่อนตัว ก่อนตระเวนก่อเหตุซ้ำซาก สร้างความเสียหายเป็นวงกว้างนางสุจิตรภัณฑ์ เพชรคีรี ผู้เสียหาย ชาวหมู่ 6 ตำบลชุมโค อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร เปิดเผยว่า ได้เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.ปะทิว หลังทราบว่าผู้ก่อเหตุรายดังกล่าวได้ตระเวนก่อเหตุงัดตู้หยอดเหรียญในพื้นที่ใกล้เคียงบ้านตนเป็นจำนวนมาก

แม้ตู้หยอดเหรียญของตนจะได้รับความเสียหายไม่มาก เนื่องจากก่อนเกิดเหตุได้เปิดตู้เก็บเงินออกไปแล้ว แต่ก็ถือเป็นการกระทำที่สร้างความเดือดร้อนและหวาดผวาให้กับประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างยิ่งผู้เสียหายระบุว่า ในช่วงที่ผ่านมา มีตู้หยอดเหรียญของชาวบ้านและผู้ประกอบการรายย่อยถูกงัดโจรกรรมหลายจุด มีผู้เสียหายจำนวนมากทยอยเข้าแจ้งความ ทำให้ประชาชนเกิดความไม่มั่นใจในความปลอดภัยทั้งชีวิตและทรัพย์สิน จึงตัดสินใจเข้าแจ้งความเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุอย่างถึงที่สุด และหวังว่าจะเป็นอุทาหรณ์ไม่ให้เกิดเหตุลักษณะเช่นนี้ขึ้นอีกในพื้นที่ พ.ต.อ.ธเนศ มีทอง ผกก.สภ.ปะทิว เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนเร่งติดตามคดีงัดตู้หยอดเหรียญมาตั้งแต่ปลายปี หลังมีผู้ประกอบการร้องเรียนจำนวนมาก จนสามารถรวบตัวผู้ต้องหาได้ในที่สุด พร้อมย้ำชัดว่า ตำรวจจะไม่ปล่อยให้กลุ่มอาชญากรฉวยโอกาสสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชน และจะขยายผลดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดกับผู้เกี่ยวข้องทุกรายเบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาเพิ่มเติมในคดี ร่วมกันลักทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะ ทำอันตรายสิ่งกีดกั้น และลักทรัพย์รถจักรยานยนต์ ก่อนนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.ปะทิว ดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด พร้อมย้ำเดินหน้าปราบปรามอาชญากรรมเข้มข้น เพื่อคืนความสงบสุขให้ประชาชนในพื้นที่ต่อไป.

    ผู้ตรวจการอัยการลงพื้นที่ตรวจติดตามการปฏิบัติราชการ สำนักงานอัยการในพื้นที่จังหวัดชุมพร ภาค 8

    วันที่ 17 ธันวาคม 2568 นายสัญจัย จันทร์ผ่อง ผู้ตรวจการอัยการ เดินทางลงพื้นที่ตรวจติดตามการปฏิบัติราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ของสำนักงานอัยการในพื้นที่ภาค 8 ประกอบด้วย สำนักงานอัยการจังหวัดชุมพร สำนักงานอัยการคดีเยาวชนและครอบครัวจังหวัดชุมพร และสำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดชุมพร

    ในการนี้ มีนายณัฐพงษ์ บุญทอง อัยการจังหวัดชุมพร นายขวัญชัย ขุมไชยรักษ์ อัยการคดีเยาวชนและครอบครัวจังหวัดชุมพร และนายยศสรัล พัศระ อัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดชุมพร พร้อมด้วยข้าราชการและบุคลากรในสังกัด ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น พร้อมร่วม

    รายงานผลการปฏิบัติราชการและแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นในการพัฒนางานด้านกระบวนการยุติธรรม ผู้ตรวจการอัยการได้ติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติราชการ พ.ศ. 2569 พร้อมกำชับให้ข้าราชการฝ่ายอัยการและบุคลากรปฏิบัติหน้าที่ตามระเบียบข้อบังคับอย่างเคร่งครัด โดยเน้นย้ำการบันทึกข้อมูลในระบบ e-survey และระบบสารบบคดีอิเล็กทรอนิกส์ให้ถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นปัจจุบัน

    นอกจากนี้ ยังได้รับฟังปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะจากหน่วยงานในพื้นที่ อาทิ เรื่องอัตรากำลังบุคลากร อุปกรณ์ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ อาคารสถานที่ ยานพาหนะราชการ รวมถึงประเด็นข้อกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงาน ซึ่งจะได้นำข้อมูลดังกล่าวสรุปเสนอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาดำเนินการแก้ไขต่อไป พร้อมทั้งได้ลงพื้นที่ตรวจสอบความเรียบร้อยของ

    โครงการก่อสร้างในความรับผิดชอบของสำนักงานอัยการโอกาสนี้ นายสัญจัย จันทร์ผ่อง ผู้ตรวจการอัยการ ได้กล่าวชื่นชมและให้กำลังใจแก่บุคลากรทุกภาคส่วนที่ร่วมกันปฏิบัติงานอย่างเข้มแข็ง สามารถให้บริการประชาชนได้อย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับนโยบายของสำนักงานอัยการสูงสุด ภายใต้แนวคิด “ซื่อสัตย์ สุจริต เที่ยงธรรม สร้างความยุติธรรมแก่ประชาชน”

    ตำรวจ สภ.เมืองชุมพร ปล่อยแถว “กวาดล้างอาชญากรรม” พร้อมรับเทศกาลคริสต์มาส–ปีใหม่ 2569

    ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันที่ 17 ธันวาคม 2568 เวลา 16.00 น. พ.ต.อ.ปัญญา ท้วมศรี ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองชุมพร เป็นประธานในพิธีปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรมอย่างเข้มข้น ก่อนช่วงเทศกาลคริสต์มาสและวันหยุดยาวเทศกาลปีใหม่ 2569 โดยกำหนดปฏิบัติการต่อเนื่องในห้วงวันที่ 17 – 25 ธันวาคม 2568 รวม 9 วันเต็ม เพื่อสร้างความอุ่นใจและความปลอดภัยให้ประชาชนในพื้นที่

    ในการนี้มี พ.ต.ท.สุรศักดิ์ พนัสนาชี รอง ผกก.ป.สภ.เมืองชุมพร, พ.ต.ท.สกฤชญ สุขนิตย์ รอง ผกก.สส.สภ.เมืองชุมพร, พ.ต.ท.ปฏินันท์ จันทร์หนองไทร สว.จร.สภ.เมืองชุมพร และ พ.ต.ท.ประคอง แก้วประสม สวป.(ชส.)สภ.เมืองชุมพร พร้อมด้วยฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ อส. และ อส.ตร.สภ.เมืองชุมพร เข้าร่วมพิธี ณ บริเวณหน้าที่ทำการ สภ.เมืองชุมพร

    พ.ต.อ.ปัญญา ท้วมศรี ได้ชี้แจงภารกิจและข้อสั่งการให้กำลังเจ้าหน้าที่ เน้นการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังและเด็ดขาด โดยมุ่งเป้ากวาดล้างความผิดเกี่ยวกับการพนัน ยาเสพติด การกระทำผิดตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 อาชญากรรมทั่วไป รวมถึงอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

    นอกจากนี้ยังเน้นปราบปรามการจำหน่ายอาวุธปืน วัตถุระเบิด และเครื่องกระสุนปืนผิดกฎหมาย ทั้งในพื้นที่ (On Ground) และผ่านระบบออนไลน์ (Online) การติดตามจับกุมบุคคลตามหมายจับ กลุ่มผู้มีอิทธิพล ผู้ปล่อยเงินกู้นอกระบบ ตลอดจนคดีประทุษร้ายต่อทรัพย์ การแข่งรถในทาง และการตรวจแหล่งมั่วสุมต่าง ๆ โดยเพิ่มวงรอบการตรวจตรา กำชับสถานบริการให้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

    ขณะเดียวกัน ได้สั่งการตั้งจุดตรวจ จุดสกัด บนถนนสายหลักและสายรอง ตรวจค้นบุคคลและยานพาหนะอย่างเข้มงวด พร้อมกำชับเจ้าหน้าที่ทุกนายให้ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย ระเบียบที่เกี่ยวข้อง และหลักยุทธวิธีตำรวจ (SOP) อย่างเคร่งครัด เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนตลอดช่วงเทศกาลสำคัญ

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เปิดทำการแข่งขัน อย่างเป็นทางการแล้ว การแข่งขันกรีฑานักเรียน สพป.น่าน เขต 1 เกมส์ ประจำปีการศึกษา 2568

    แชร์เนื้อหานี้

    วันพุธที่ 17 ธันวาคม 2568 เวลา 09.30 น. ที่สนามกีฬาองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน ด้วยสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต 1 ร่วมกับ องค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน และสหกรณ์ออมทรัพย์ครูน่าน จำกัด ผู้บริหารโรงเรียนในสังกัด และสถานศึกษาเอกชนจังหวัดน่าน จัดให้มีการแข่งขันกรีฑานักเรียน ประจำปี 2568

    ระหว่างวันที่ 17-18 ธันวาคม 2568 เพื่อส่งเสริมสนับสนุนสถานศึกษาในการจัดการเรียนการสอน และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีสุขภาพพลานามัยที่สมบูรณ์ แข็งแรง ทั้งร่างกายและจิตใจ มีน้ำใจเป็นนักกีฬา เติบโตเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ ซึ่งสถานศึกษาได้ดำเนินการจัดการเรียนการสอนมาโดยตลอดจนสิ้นปีการศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต 1

    จึงได้จัดการแข่งขันกรีฑานักเรียน เยาวชน ระดับประถมศึกษา ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต 1 และสังกัดโรงเรียนเอกชน ประจำปีการศึกษา 2568 ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์ คือ เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนได้มีการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ มีร่างกายที่แข็งแรงสมบูรณ์ นักเรียนและเยาวชนได้พัฒนาการทางด้านทักษะกีฬา และทักษะด้านอารมณ์ รู้แพ้ รู้ชนะ และรู้อภัย

    ครูได้จัดการเรียนการสอนเป็นไปตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน และป้องกันปัญหายาเสพติดในสถานศึกษา ส่งเสริมให้นักเรียนมีการพัฒนาความเป็นเลิศด้านการกีฬา เกิดความสมัครสมานสามัคคีทั้งในสังกัดและต่างสังกัดการแข่งขันในครั้งนี้ แบ่งรุ่นนักกีฬาเป็น 4 รุ่นอายุ คือ รุ่นอายุไม่เกิน 8 ปี, รุ่นอายุไม่เกิน 10 ปี, รุ่นอายุไม่เกิน 12 ปี และรุ่นอายุ 13 ปี ขึ้นไป กำหนดการแข่งขัน 2 วัน คือวันที่ 17 และ 18 ธันวาคม 2568 มีนักเรียนเข้าร่วมการแข่งขัน จำนวน 1,500 คน

    ครูและบุคลากรทางการศึกษา จำนวน 500 คน โดยได้รับงบประมาณสนับสนุนจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน จำนวน 300,000 บาท สหกรณ์ออมทรัพย์ครูน่าน จำกัด จำนวน 10,000 และ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต 1 จำนวน 100,000 บาท บริษัทสยามสไมล์

    โบรกเกอร์(ประเทศไทย) จำกัด 3,000 บาท และ สำนักงานส่งเสริมสวัสดิการสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา 500 บาท โรงพยาบาลน่าน สนับสนุนบุคลากรทางกสนแพทย์ จำนวน 10 ท่าน และได้รับเกียรติจาก นายสังคม คัดเชียงแสน ปลัดจังหวัดน่าน เป็นประธานเปิดการแข่งขัน โดยมี ดร.วิเชียร วาพัด

    ไทย ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต 1 ประธานคณะกรรมการดำเนินการจัดการแข่งขันกรีฑานักเรียนประถมศึกษาน่าน เขต 1 เกมส์ กล่าวรายงาน มานพ เถรหมื่นไวย ภาพ/ข่าว/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตร.นครปฐม แถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาในคดียาเสพติด อาวุธปืน ภายใต้ปฏิบัติการ “อรุณ พิทักษ์นครปฐม”

    แชร์เนื้อหานี้

    จังหวัดนครปฐม ร่วมกับตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม แถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาในคดียาเสพติด อาวุธปืน บุคคลตามหมายจับ และการป้องกันปราบปรามการแข่งรถในทาง ภายใต้ปฏิบัติการ “อรุณ พิทักษ์นครปฐม”

    วันที่ 16 ธันวาคม 2568 ที่ตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม ภายในศูนย์ราชการจังหวัดนครปฐม นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม พร้อมด้วย พลตำรวจตรี พิทักษ์ อุปพงษ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด นครปฐม ปลัดจังหวัด นครปฐม พ.ต.อ.ยงลิต ศุภผล

    ผกก.สภ.ดอนตูม อ.ดอนตูม จ .นครปฐมร่วมแถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาในคดียาเสพติด อาวุธปืน บุคคลตามหมายจับ และการป้องกันปราบปรามการแข่งรถในทาง ภายใต้ปฏิบัติการ “อรุณ พิทักษ์นครปฐม”

    ระหว่างวันที่ 8 – 15 ธันวาคม 2568 เพื่อสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน และรักษาความสงบเรียบร้อยของสังคม ซึ่งการดำเนินการมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนในทุกมิติ ได้แก่ การปราบปรามอาวุธปืนผิดกฎหมาย

    การป้องกันและปราบปรามยาเสพติด การกวดขันรถจักรยานยนต์และรถยนต์ที่มีการดัดแปลงสภาพ ท่อไอเสียเสียงดัง การป้องกันและปราบปรามการแข่งรถในทาง รวมถึงการปราบปรามขบวนการใช้ บัญชีม้า ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญของ

    อาชญากรรมทางเทคโนโลยีและการฉ้อโกงประชาชนเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัด ได้ร่วมกันดำเนินการจับกุมผู้ต้องหาในคดียาเสพติด คดีอาวุธปืน บุคคลตามหมายจับ รวมถึงการป้องกันและปราบปรามการแข่งรถในทาง อันเป็นการสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน โดยมีผลการปฏิบัติ ดังนี้

    1. สรุปผลการตรวจค้นตามหมายค้น จำนวน 38 เป้าหมาย พบการกระทำผิด 18 เป้าหมาย
    2. ผลการจับกุมอาวุธปืน ผู้ต้องหา จำนวน 10 ราย พร้อมของกลาง อาวุธปืน จำนวน 8 กระบอก แบ่งเป็น อาวุธปืนที่มีทะเบียน 4 กระบอก และอาวุธปืนไม่มีทะเบียน 4 กระบอก กระสุนปืน 106 นัด
    3. ผลการจับกุมยาเสพติด ผู้ต้องหา จำนวน 96 ราย 97 คน แบ่งเป็น
    • ข้อหาจำหน่าย 10 ราย 11 คน
    • ข้อหาเพื่อจำหน่าย 4 ราย 4 คน
    • ข้อหาเพื่อครอบครอง 32 ราย 32 คน
    • ข้อหาเพื่อครอบครองเพื่อเสพ 5 ราย 5 คน
    • ข้อหาเสพ 29 ราย 29 คน
    • ข้อหาขับเสพ 16 ราย 16 คน พร้อมของกลาง ยาบ้า จำนวน 96,958 เม็ด ยาไอซ์ 14.61 กรัม เคตามีน 15.14 กรัม ยาอี 2.0 กรัม และยึดทรัพย์มูลค่าทั้งสิ้น 2,923,500 บาท
    1. ผลการจับป้องกันปราบปรามการแข่งรถในทาง แบ่งเป็น
    • การตรวจร้านขายอะไหล่ 17 แห่ง
    • การตรวจร้านอู่ซ่อมรถ 53 แห่ง
    • การยึดรถดัดแปลงสภาพ 37 คัน
    • การยึดท่อไอเสียไม่ได้มาตรฐาน 40 อัน

    โดยแถลงผลการปฏิบัติคดีสำคัญ 4 ราย ดังนี้
    เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2568 สภ. ดอนตูม เข้าตรวจสอบพบรถยนต์ต้องสงสัย เป็นรถยนต์เก๋ง toyota cross หมายเลขทะเบียน 5 ขถ 5936 กรุงเทพมหานคร บริเวณหมู่ที่ 5 ตำบลดอนรวก อำเภอดอนตูม

    จังหวัดนครปฐม เจ้าหน้าที่ได้แสดงตัว แต่ผู้ต้องสงสัยขับขี่หลบหนีการตรวจค้นมุ่งหน้าเส้นทาง ไปยังดอนรวก- พะเนียงแตก เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการติดตามเข้าคู่ขนานมอเตอร์เวย์ m81 รถผู้ต้องหาพลิกคว่ำ จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ. ดอนตูม สภ.สามควายเผือก และสภ. เมืองนครปฐม

    ได้เข้าทำการตรวจค้นพบยาบ้าจำนวน 95,400 เม็ดเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2568 เวลาประมาณ 01.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนครปฐม ได้ดำเนินยุทธการ “ปิดเมืองสยบแว้นนครปฐม” โดยได้จับกลุ่มผู้ต้องหาจำนวน 7 ราย บริเวณถนนสาธารณะเส้นทางหน้าศาลากลางจังหวัดนครปฐม

    ในข้อหาร่วมกันพยายามแข่งรถในทางโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากพนักงานจราจร และเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2568 ศาลแขวงนครปฐม ได้มีคำพิพากษาลงโทษจำเลยทั้ง 7 คน จำคุกคนละ 1 เดือน ปรับคนละ 2,500 บาท ทั้งนี้โทษจำคุกให้รอลงอาญา 2 ปี และริบรถจักรยานยนต์ของกลางตกเป็นของแผ่นดิน

    เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2568 เวลาประมาณ 19.54 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางเลน ได้รับแจ้งจากกำลังตำบลนราภิรมย์ นึกว่ามีคนร้ายลักทรัพย์ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุด “ปะ ฉะ ดะ” สภ.บางเลน ถึงได้เดินทางไปตรวจสอบพบผู้ต้องหา และได้ตรวจสอบพบของกลางเป็นหัวก๊อกน้ำยี่ห้อ Sanwa 12 อัน มีดปลายแหลม 20 ซม. ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา พร้อมพาไปชี้จุดที่หลักทรัพย์ จึงทำการควบคุมตัวนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางเลน เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

    และเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2568 เวลาประมาณ 17:00 น เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางเลน ตั้งจุดตรวจเส้นทางบางเลน-ไทรน้อย ตรวจค้นรถกระบะต้องสงสัยพบผู้ต้องหา 3 ราย พร้อมโทรศัพท์มือถือ 12 เครื่อง และสมุดบัญชีธนาคารหลายรายการ ผู้ต้องหารับสารภาพมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเปิดบัญชีม้าเพื่อส่งต่อให้

    กระบวนการอาชญากรรมทางการเงิน ตรวจปัสสาวะผู้โดยสาร 2 ราย พบสารเสพติดเมทแอมเฟตามีน เจ้าหน้าที่จึงจับกุมผู้ต้องหาทั้งหมด พร้อมยึดของกลางส่งพนักงานสอบสวนสภ. บางเลน ดำเนินคดีตามกฎหมาย ทั้งนี้ สภ.บางเลนได้ตรวจประวัติไม่พบประวัติการต้องโทษหรือหมายจับผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย

    ………………………………………………………..
    สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครปฐม ภาพ/ข่าว

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รองผบช.สตม.ตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายที่ ตม.นครราชสีมา เน้นย้ำการบริการเพื่อให้นักท่องเที่ยวมีความสุข

    แชร์เนื้อหานี้

    เมื่อวันที่(16ธ.ค.68) พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รองผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติหน้าที่ และมอบนโยบายที่ ตม.จว.นครราชสีมา โดยมี
    พ.ต.อ.เกรียงไกร อาริยะยิ่ง ผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วยข้าราชการตำรวจในสังกัดร่วมรับมอบนโยบาย

    ในการนี้ รอง ผบช.สตม. ได้รับทราบข้อมูลของตม.นครราชสีมาพร้อมกับมอบนโยบายการปฏิบัติราชการ ให้แก่ข้าราชการตำรวจในสังกัด โดยกำชับให้มีการบริการนักท่องเที่ยวที่เข้ามาในพื้นที่จ.นครราชสีมาอย่างเป็นรูปธรรม สำหรับกรณีนักท่องเที่ยวหรือชาวต่างชาติที่เข้ามาทำงานมีเหตุฉุกเฉินหรือได้รับความเดือด

    ร้อนขอให้ตม.นครราชสีมาบูรณาการกับตำรวจท่องเที่ยวและตำรวจพื้นที่เพื่อให้การช่วยเหลือนักท่องเที่ยวและผู้ที่เข้ามาทำงานให้ได้รับการดูแลและท่องเที่ยวหรือพักอาศัยในประเทศไทย และที่จังหวัดนครราชสีมาอย่างมีความสุข เพื่อที่เขากลับไปแล้วจะได้บอกต่อนักท่องเที่ยวคนอื่นถึงความประทับใจต่อบริการของตำรวจไทยต่อไป

    กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา / รายงาน

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ส่งออกน้ำมัน ชายแดนมุกดาหาร ยังปกติ ศุลกากร ป้องกันความเสี่ยงทุกมิติ / โชเฟอร์รถน้ำมันมุกดาหาร เปิดใจโต้ดราม่าโซเชียล ยันส่งแค่ “ลาว” ปัดขนเข้าเขมร

    แชร์เนื้อหานี้

    เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม นายณัชพล คงคาหลวง ผู้อำนวยการส่วนบริการศุลกากร แบะนางสาวกัลย์ณภัส มณีธนกิตติ์
    หัวหน้าฝ่ายบริการศุลกากรที่1 ส่วนบริการศุลกากร ด่านศุลกากรมุกดาหาร เปิดเผยถึงสถานการณ์การส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิงผ่านด่านพรมแดนมุกดาหารว่า ในช่วง 3 เดือนสุดท้ายของปี 2568 ตั้งแต่เดือนตุลาคมถึงธันวาคม พบว่าปริมาณการส่งออกลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2567

    นายณัชพลระบุว่า จากการเก็บข้อมูลสถิติ ปริมาณรถบรรทุกน้ำมันที่ผ่านด่านในแต่ละวันยังอยู่ในระดับปกติ เฉลี่ยประมาณวันละ 20 คัน โดยบางวันมีจำนวนมากถึง 30 คัน และบางวันลดลงเหลือราว 17–19 คัน ซึ่งถือว่าเป็นความผันผวนตามสภาพการค้า ไม่ได้มีสัญญาณผิดปกติแต่อย่างใด

    สำหรับภาพรวมรายเดือน ปริมาณการส่งออกน้ำมันผ่านด่านมุกดาหารอยู่ที่ประมาณ 15–20 ล้านลิตรต่อเดือน โดยเป็นน้ำมันดีเซลมากที่สุด คิดเป็นสัดส่วนราว 70–80 เปอร์เซ็นต์ ที่เหลือเป็นน้ำมันเบนซินและน้ำมันเชื้อเพลิงประเภทอื่น รวมถึงน้ำมันอากาศยาน

    ขณะเดียวกัน ด่านศุลกากรมุกดาหารได้เริ่มดำเนินมาตรการเพิ่มความเข้มข้นในการติดตามข้อมูลผู้ส่งออกและผู้รับสินค้า โดยเริ่มบันทึกข้อมูลเชิงลึกมากขึ้น ทั้งชื่อบริษัทผู้รับปลายทางและเส้นทางการส่งออก เพื่อนำมาเปรียบเทียบก่อนและหลังสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาค หากพบความผิดปกติจะมีการรายงานและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันที

    นายณัชพลย้ำว่า ปัจจุบันผู้ประกอบการส่งออกน้ำมันผ่านด่านยังเป็นกลุ่มเดิม ไม่เกิน 10 ราย และยังไม่พบผู้ประกอบการรายใหม่เข้ามาเพิ่มเติม ทั้งนี้ หากมีความเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ ด่านศุลกากรจะรายงานตามลำดับชั้นไปยังส่วนกลาง พร้อมให้ความร่วมมือในการให้ข้อมูลกับทุกหน่วยงานที่ร้องขอ

    ศุลกากรมุกดาหาร #ส่งออกน้ำมัน #ชายแดนไทยลาว #เศรษฐกิจชายแดน #ข่าวเศรษฐกิจ #ด่านพรมแดน #มุกดาหาร////ภาพ/ข่าว เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

    โชเฟอร์รถน้ำมันมุกดาหาร เปิดใจโต้ดราม่าโซเชียล ยันส่งแค่ “ลาว” ปัดขนเข้าเขมร ลั่นจ้างให้ไปก็ไม่ไป!

    เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2568 ที่ด่านพรมแดนมุกดาหาร สืบเนื่องจากกรณีที่มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกโซเชียลมีเดีย เผยแพร่ภาพขบวนรถบรรทุกน้ำมันจำนวนมากจอดรอข้ามแดนบริเวณด่านพรมแดนมุกดาหาร สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 2 โดยมีการตั้งข้อสังเกตและโจมตีทำนองว่า เป็นการลักลอบขนส่งน้ำมันไปยังประเทศกัมพูชา หรือกล่าวหาด้วยถ้อยคำรุนแรงถึงขั้น “ขายชาติ” นั้น

    ล่าสุด ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่สอบถามกลุ่มพนักงานขับรถบรรทุกน้ำมันที่จอดรอพิธีการทางศุลกากรอยู่บริเวณดังกล่าว เพื่อสอบถามข้อเท็จจริง โดยตัวแทนกลุ่มคนขับรถ (ขอสงวนชื่อ) ได้ออกมาชี้แจงด้วยความอัดอั้นตันใจว่า ข้อมูลที่แชร์กันในโซเชียลนั้นไม่เป็นความจริง และสร้างความเสียหายให้กับคนทำงาน

    แจงยิบเหตุรถแน่น “เคลียร์ออเดอร์สิ้นปี” ตัวแทนโชเฟอร์ระบุว่า สาเหตุที่เห็นรถบรรทุกน้ำมันจอดต่อแถวกันยาวเหยียดในช่วงนี้ ประมาณ 20-25 คัน เนื่องจากเป็นช่วงปลายปี บริษัทคู่ค้าจำเป็นต้องเร่งระบายโควตาและเคลียร์คำสั่งซื้อ (Order) ที่ค้างอยู่ให้หมดก่อนขึ้นปีใหม่ ประกอบกับต้องรอเจ้าหน้าที่สรรพสามิตและศุลกากรเข้ามาตรวจสอบเอกสารและวัดปริมาณน้ำมันอย่างละเอียด จึงทำให้เกิดการสะสมของปริมาณรถ ไม่ใช่การขนส่งผิดปกติแต่อย่างใด

    ยันปลายทางคือ “สะหวันนะเขต” พวกผมไปส่งแค่ สปป.ลาว ข้ามสะพานมิตรภาพแห่งที่ 2 ไปลงคลังน้ำมันที่แขวงสะหวันนะเขต วิ่งเข้าไปประมาณ 20 กิโลเมตร ลงน้ำมันเสร็จก็ตีรถเปล่ากลับไทยทันที ไม่มีการวิ่งทะลุไปประเทศอื่นตามที่เขากล่าวหา” โชเฟอร์รายหนึ่งกล่าว

    เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงประเด็นดราม่าเรื่องการส่งน้ำมันไปกัมพูชา กลุ่มคนขับรถต่างยืนยันเสียงแข็งว่า “ไม่ไป” โดยระบุว่าเป็นความรู้สึกส่วนตัวที่ไม่ต้องการเดินทางไป และหากบริษัทมีคำสั่งให้ไปส่งจริง ตนยอมทิ้งกุญแจรถหรือลาออกดีกว่า แต่ยืนยันว่าที่ผ่านมาวิ่งงานเส้นทางนี้มาตลอด ไม่เคยมีการข้ามไปส่งฝั่งกัมพูชาแม้แต่ครั้งเดียว

    ทิ้งท้าย วอนชาวเน็ตหยุดโจมตีด้วยถ้อยคำรุนแรง เพราะพวกตนเป็นเพียงพนักงานรับจ้างขับรถหาเช้ากินค่ำเพื่อเลี้ยงดูครอบครัว รายได้ก็ไม่ได้มากมาย เดือนหนึ่งได้วิ่งงานเพียง 3-4 เที่ยวเท่านั้น ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องการเมืองระหว่างประเทศแต่อย่างใด

    รถน้ำมัน #มุกดาหาร #สะพานมิตรภาพไทยลาวแห่งที่2 #ดราม่าโซเชียล #สปปลาว #ข่าวชาวบ้าน #โชเฟอร์รถบรรทุก #ความจริงจากพื้นที่ #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้///ภาพ/ข่าว เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน