เรื่องทั้งหมดโดย admin

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ททท.อุดรธานี เปิดเส้นทางท่องเที่ยว คาราวาน “พืชสวนโลก สบายดี อุดร หนองคาย บึงกาฬ”

แชร์เนื้อหานี้

นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ มอบหมายให้ นายณรงค์ศักดิ์ คุรุพันธ์ ท่องเที่ยวและกีฬา จ.บึงกาฬ ให้การต้อนรับและรับมอบธง “งานมหกรรมพืชสวนโลก จ.อุดรธานี พ.ศ.2569” โดยมี นายสหรัถ พิศาลเศรษฐพงศ์ ประธานหอการค้า จ.บึงกาฬ นายปรีชา ศิริผลา ประธานสภาอุตสาหกรรม จ.บึงกาฬ นายบุญทวี สาลี นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยว จ.บึงกาฬ พร้อมหน่วยงานภาค ภาคเอกชนร่วมให้การต้อนรับในครั้งนี้

คาราวานพืชสวนโลก โดยจังหวัดอุดรธานี ร่วมกับสภาอุตสาหกรรมจังหวัดอุดรธานี สภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจังหวัดอุดรธานี สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดอุดรธานีและการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) สำนักงานอุดรธานี จัดกิจกรรม Udon Thani “คาราวาน พืชสวนโลก สบายดี” ซึ่งจัดระหว่างวันที่ 5-6 กรกฎาคม 2568 เส้นทางอุดรธานี-หนองคาย-บึงกาฬ โดยภาคเอกชนจัดเป็น Package เสนอขาย

เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวกระตุ้นเศรษฐกิจและเป็นการประชาสัมพันธ์การจัดงานมหกรรมพืชสวนโลก จ.อุดรธานี พ.ศ.2569 ตามเส้นทางการท่องเที่ยวกลุ่มสบายดี 5 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 จัดเป็นครั้งแรกโดยใช้เส้นทาง Naga Route : อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ แสดงถึงความพร้อมในด้านอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและการเสนอขายเส้นทางท่องเที่ยวช่วงงานมหกรรมพืชสวนโลก มีผู้ร่วมกิจกรรม 70 ท่าน รถ 16 คัน มาจากจังหวัดร้อยเอ็ด สกลนคร ชลบุรี หนองคายและอุดรธานี

แหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ จ.หนองคาย คณะคาราวานฯได้เข้ากราบสักการะขอพร “หลวงพ่อพระใส” ณ วัดโพธิ์ชัย พระอารามหลวง อ.เมือง จ.หนองคายแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ จ.บึงกาฬ คณะคาราวานฯสักการะขอพรพระพุทธชินราช ชมวิวของแม่น้ำโขงและขอพรพญานาคในถ้ำพญานิลกาฬนาคราช ณ วัดอาฮงศิลาวาส อ.เมือง จ.บึงกาฬ

ชมความสวยงามของธรรมชาติ ถ่ายภาพกับวิวอันเขียวขจีของป่าเขาบนหินสามวาฬ ณ ภูสิงห์ อ.เมือง จ.บึงกาฬ ร่วมกิจกรรม CSR ชุมชนส่งเสริมการศึกษาและอาหารกลางวันสามเณร ผ่านการสร้างสรรค์ Art Toy นาคกี้ ณ วัดสามัคคีธรรม อ.ศรีวิไล จ.บึงกาฬ เรียนรู้วิถีชุมชนผ่านเรื่องราวความผูกพันของคนในชุมชนและ Street Art พญานาค รับประทานอาหารชุมชนที่รังสรรค์โดยฟู้ดสไตลิสต์ระดับโลก ณ พิพิธภัณฑ์ชุมชนมีชีวิต อ.โซ่พิสัย จ.บึงกาฬ

นางสาวกนกวรรณ ดุงศรีแก้ว ผู้อำนวยการสำนักงาน ททท.สำนักงานอุดรธานี กล่าวว่าการจัดกิจกรรมคาราวานฯ ในครั้งนี้ถือเป็นความพร้อมการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคเอกชน ประชาชนชาว จ.อุดรธานี และการเชื่อมโยงการเดินทางไปยัง กลุ่มยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวจังหวัด “สบายดี” อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ เลยและหนองบัวลำภู

ทั้งนี้ยังเป็นการกระตุ้นและสร้างการรับรู้การท่องเที่ยวท่ามกลางสายฝนที่ซุ่มฉ่ำเต็มไปด้วยความเขียวขจีของธรรมชาติในพื้นที่แห่งความศรัทธา จึงอยากเชิญชวนนักท่องเที่ยวร่วมเดินทางมาเปิดประสบการณ์ช่วงเวลาที่ธรรมชาติเบ่งบานที่สุด ทุ่งนาเขียวสด ภูเขาห่มหมอกบาง ๆ เสียงฝนตกกระทบใบไม้เบา ๆ อิ่มอร่อยกับร้านอาหารทมิชลิน

เลือกซื้อเสื้อผ้าแฟชั่นผ้าพื้นเมืองจากชุมชน แล้วพบกันกับพื้นที่ “สบายดี” อุดรธานี หนองคายและบึงกาฬ สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ททท.สำนักงานอุดรธานี โทร. 042 325 407 และ Facebook Fanpage ททท.สำนักงานอุดรธานี TAT Udon Thani Office
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จัดกิจกรรมหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. ครั้งที่ 22 ให้บริการด้านสุขภาพแก่ประชาชน

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ (4 ก.ค.68) เวลา 09.00 น. ที่วัดอ่างทอง หมู่ที่ 1 ตำบลอ่างทอง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายประทีป บริบูรณ์รัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานในพิธีถวายสดุดีพระเกียรติคุณ เนื่องในวันคล้ายวันประสูติ สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี และพิธีเปิดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. ครั้งที่ 22

โดยมี นายแพทย์ธนกร ศรัณยภิญโญ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด นางณัฐชาลัคนา สุขภาคกุล รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายสราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด นายสิทธิพร คงหอม นายอำเภอทับสะแก

นายบังเอิญ พึ่งโพธิ์ทอง นายก อบต.อ่างทอง นายลือยศ ภู่ทอง สจ.เขตอำเภอทับสะแก นพ.นพรัตน์ ชัยเจริญวิมลกุล รักษาการ ผอ.รพ.ทับสะแก นางสาวณุกานดา จันทราภรณ์ สาธารณสุขอำเภอทับสะแก นายผดุงศักดิ์ อิ่มทั่ว ประธาน

ชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านอำเภอทับสะแก นายชลิต เพชรดี กำนัน ต.อ่างทอง
พร้อม หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เหล่ากาชาดจังหวัดฯ บุคลากรจากหน่วยงานสาธารณสุข อาสาสมัคร พอ.สว. ประจำจังหวัด ประชาชนและนักเรียน เข้าร่วมพิธีฯ

การจัดกิจกรรมหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. ในวันนี้ จัดขึ้นเพื่อเทิดพระเกียรติเนื่องในวันคล้ายวันประสูติสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี โดยรองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ

ได้ประกอบพิธีถวายสดุดีแด่พระองค์ และได้ร่วมกับเหล่ากาชาดจังหวัดและหัวหน้าส่วนราชการ มอบถุงสิ่งของอุปโภคบริโภคจากสำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ให้แก่ประชาชน และทุนการศึกษามอบให้แก่นักเรียนจำนวน 39 ราย จากนั้นจึงได้เดินเยี่ยมชมและให้กำลังใจแก่บุคลากรจากหน่วยงานสาธารณสุขที่มาออกให้บริการแก่ประชาชน

สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ร่วมกับโรงพยาบาลทับสะแก สำนักงานสาธารณสุขอำเภอทับสะแก หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในระดับจังหวัดและอำเภอ จัดกิจกรรมเทิดพระเกียรติ เพื่อเป็นกิจกรรมโดยเสด็จพระราชกุศล และแสดงออกถึงความจงรักภักดี สืบสานพระปณิธานของพระองค์ท่าน ด้วยการนำหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ออกให้บริการแก่ประชาชน โดยมี

วัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือประชาชน ในด้านการรักษาพยาบาล การป้องกันโรค การส่งเสริมสุขภาพและการฟื้นฟูสมรรถภาพ บริการตรวจรักษาโรคทั่วไป บริการตรวจสุขภาพช่องปาก บริการตรวจหาเชื้อมาลาเรีย บริการแพทย์แผนไทย และตรวจสุขภาพนักเรียน โดยมีหน่วยงานสาธารณสุข องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมกิจกรรมให้บริการตรวจสุขภาพแก่ประชาชนโดยไม่มีค่าใช้จ่าย

โดยจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ได้รับพระราชทานเป็นจังหวัด พอ.สว. ลำดับที่ 15 ของประเทศ ตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2512 จนถึงปัจจุบัน รวมระยะเวลา 56 ปีที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ได้จัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. หน่วยทันตกรรมเคลื่อนที่ และรถทันตกรรมเคลื่อนที่ให้บริการประชาชน ในท้องถิ่นทุรกันดารมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนองพระปณิธานในองค์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ซึ่งพระองค์ทรงห่วงใยในสุขภาพอนามัย ความเป็นอยู่ ตลอดจนการศึกษาและการพัฒนาศักยภาพของปวงชนชาวไทยในพื้นที่ถิ่นทุรกันดาร

////////////////////

ข่าว. ณัฐธภพ พันสาย. / จ.ประจวบคีรีขันธ์. 0649646443

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / วิ่งเพื่อสุขภาพ ชมความสวยงามของเมืองชุมพรช่วงกลางคืน “Night Run Chumphon”

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันที่ 5 กรกฎาคม 2568 เวลา 18.30 น. ณ สนามกีฬากลางจังหวัดชุมพร อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร
นายอภิชาติ สาราบรรณ์ท่านรองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร ให้เกียรติมาเป็น

ประธาน พิธีเปิดและร่วมกิจกรรมการวิ่งเพื่อสุขภาพ “Night Run Chumphon”ร่วมกับ นายนุกูล แก้วสวี นายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดชุมพร คณะกรรมการจัดการแข่งขันฯ หัวหน้าส่วนราชการ แขกผู้มีเกียรติ นักวิ่งผู้เข้าร่วมกิจกรรม และสื่อมวลชน ทุกท่าน

นายนุกูล แก้วสวี กล่าว ในนามของคณะกรรมการจัดการแข่งขันฯ ขอขอบคุณท่าน รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร เป็นอย่างสูงที่ให้เกียรติมาเป็น ในวันนี้ ด้วยสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดชุมพร ร่วมกับชมรมวิ่งจังหวัด ชุมพร จัดกิจกรรมวิ่งเพื่อสุขภาพ “Night Run Chumphon” เพื่อเป็น การส่งเสริมการออกกำลังกาย ส่งเสริมการท่องเที่ยว และกระตุ้นเศรษฐกิจ ของจังหวัดชุมพร

โดยกำหนดจัดวิ่งฟันรัน ระยะ ๔.๕ กิโลเมตร มีผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมประมาณ ๗๐๐ คน ฝ่ายจัดการแข่งขันฯ หวังเป็นอย่างว่ากิจกรรมดังกล่าวจะเป็นประโยชน์ในการส่งเสริมและ พัฒนากีฬาของจังหวัดชุมพร และส่งเสริมการท่องเที่ยว ให้นักวิ่งได้ดื่ม ต่ำธรรมชาติ แสง สี เสียง ความสวยของเมืองชุมพร ในช่วงเวลาค่ำคืน

นายอภิชาติ สาราบรรณ์ กล่าว กระผมรู้สึกยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มาเป็นประธาน พิธีเปิดการจัดกิจกรรมวิ่งเพื่อสุขภาพ “Night Run Chumphon” ในวันนี้
จากคำกล่าวรายงานจะเห็นได้ว่าฝ่ายจัดการแข่งขันฯ ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญและประโยชน์ของการจัดกิจกรรมวิ่ง เพื่อสุขภาพดังกล่าว

โดยมุ่งเน้นให้เยาวชน และประชาชนหันมาสนใจ กีฬา ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ทำให้มีสุขภาพพลานามัยที่แข็งแรง สมบูรณ์ มีคุณภาพชีวิตที่ดีปลอดภัยจากโรคภัยไข้เจ็บ ตามสโลแกนที่ว่า “สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเล่นกีฬา” ประกอบกับปัจจุบัน การออกกำลังกายโดยการเดิน-วิ่ง เป็นที่นิยมกันมากที่สุด

ซึ่งจะเห็นได้ จากสถานที่ออกกำลังกายต่างๆ จะมีประชาชนทุกกลุ่มอายุไปใช้บริการ อาทิเช่น สนามกีฬากลางจังหวัดชุมพร แห่งนี้ ทั้งนี้การจัดกิจกรรมกีฬา ดังกล่าว ยังส่งผลให้นักกีฬาตัวแทนจังหวัดชุมพร ไม่ว่าจะเป็นกีฬา เยาวชนแห่งชาติ กีฬาแห่งชาติ หรือกีฬาอาวุโสแห่งชาติ

ได้รับการ พัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทำผลงานอยู่ในอันดับต้นๆ ของภาคใต้ และ ที่สำคัญเส้นทางวิ่งล้อมเมือง เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬาของ จังหวัดชุมพร กระตุ้นเศรษฐกิจและรายได้สู่คนในชุมชนอย่างทั่วถึง

ท้ายที่สุดนี้ขอขอบคุณคณะกรรมการจัดงานฯ หน่วยงานท เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน ที่ทำให้เกิดกิจกรรมวิ่ง เพื่อสุขภาพ “Night Run Chumphon” และขอให้การจัดกิจกรรม ครั้งนี้บรรลุผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์ของการจัดงานทุกประการ และขออวยพรให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมมีสุขภาพที่แข็งแรงทุกท่าน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ดร.ธน บุญเกิด บรรยายเกษตรทฤษฎี ใหม่ไม่ใช้ สารเคมีที่เป็นอันตรายต่อพืชและเกษตรกร

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันที่ 5 กรกฎาคม 2568 เวลา 12.00 น.ถึง 16.30 น. ดร.ธน บุญเกิด บรรยายพิเศษ ณ เพื่อนใจรีสอร์ทจังหวัดชุมพร

หัวข้อการสังเคราะห์แสงของพืชทำทุเรียนไม่ใช้ปุ๋ยเคมีและสารเคมีป้องกันรักษาวัยท็อปเทอร่าป้องกันรักษาใบร่วงยางตายนึ่งป้องกันรักษาเห็ดปาล์มน้ำมันปาล์มทะลายดกป้องกันรักษามะพร้าวและพืชทุกชนิด

เกษตรทฤษฎีใหม่โดยใช้ยิปซัมผลิตจากแร่ธรรมชาติสามชนิดปลอดสาร 100% ยิปซัม ดีที 1 Dr.Thon มีคุณสมบัติ มีแคลเซียมออกซิเจน

กำมะถันช่วยสร้างคลอโรฟิลล์ ช่วยสร้างจุลินทรีย์ ดินและอินทรียวัตถุ ทำให้รากพืชแข็งแรง เร่งการแตก

ยอดของพืช ออกดอกง่าย ติดดอกไว ผลโต ขั้วเหนียว ได้น้ำหนัก บำรุงราก หัว ต้น ใบ ดอก ผล เนื้อหนา รสชาติดี และป้องกันเชื้อราราก

เน่าโคนเน่าไฟท็อปเทอร่า และ ไวรัส พร้อมยังต่อสู้แมลงสตูพืชรบกวน เก็บผลผลิตได้นาน วันนี้มีเกษตรกรเข้าร่วมรับฟัง เกษตรทฤษฎี ใหม่ จำนวนมาก

ดร.ธน บุญเกิดกล่าว่า ในตอนนี้ผมก็ได้มาสอน แนะนำให้ เกษตรกร คือไม่ให้ใช้ปุ๋ยเคมีไม่ต้องฉีดพ่นทางใบในปัจจุบันนี้เกษตรกรจะเข้าใจผิด

ว่าปุ๋ย NPK เป็นอาหารของพืชจริงๆแล้วมันไม่ใช่ในธรรมชาติของพืชจะใช้ใบสังเคราะห์แสงเป็นสารอาหารเราถูกสอนมาห้า 60 ปีแล้วว่าปุ๋ย NPK ที่ใส่สูตรเสมอ มันเป็นอาหารพืชซึ่งเราใส่ใน

ระยะนานนานจะทำให้ทุเรียนป่วยแล้วก็ตายผมก็เลยคิดค้น ยิปซัม เพื่อช่วยให้ต้นทุเรียนหายป่วยโดยจดสิทธิบัตร ยิปซัมเพื่อช่วย การเกษตรแล้วก็ยับยั้งไม่ให้พืชป่วยในวันนี้ได้มาที่จังหวัดชุมพรเป็นบ้านเกิดของ

ผมอยากมาช่วยแนะนำแล้วก็บอกวิธีการปลูกต้นทุเรียนโดยไม่ต้องใช้ปุ๋ยเคมี ไม่ต้องใช้ยาฆ่าแมลงอย่างไร เพระสิ่งเหล่านี้มีแต่โทษไม่มีประโยชนในระยะยาว จึงอย่างให้เกษตรกรรู้เท่าทันผลร้ายของปุ๋ยเคมี

หลังจากจบบรรยาย ผู้ลงทะเบียน เข้ารับฟังก็ได้รับ ยิปซัมเพื่อการเกษตร Dr.Thon เป็นนวัตกรรม ใหม่ เพื่อพี่น้องเกษตร ไปใช้เพื่อให้พืชสังเคราะห์แสง และช่วยการสร้างอาหารของพืช ฟรี 25 กม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / พิธีเปิดการเเข่งขันวอลเลย์บอลเยาวชน PEA – DOMESTIC POWER ครั้งที่ 21

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 4 ก.ค.68 เวลา 16.00 น. ที่หอประชุมสำราญรมย์ โรงเรียนบึงกาฬ (ยิมโรงเรียนบึงกาฬ) อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ ร่วมกับ สมาคมวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย(TVA)

สำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทย จังหวัดบึงกาฬ (กกท.) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดบึงกาฬ(PEA) สมาคมกีฬาแห่งจังหวัดบึงกาฬ(SABK) สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ จัดการแข่งขันวอลเลย์บอลเยาวชน PEA – DOMESTIC POWER ชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 21 (ปีที่ 41)

ประจำปี 2568 ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี รอบคัดเลือกภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตอนบน ระหว่างวันที่ 4-11 กรกฏาคม 2568

โดยมีนายสมหวัง อารีย์เอื้อ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขันฯ มีนายมนัส มะเส ผู้อำนวยการสำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทย จังหวัดบึงกาฬ กล่าวรายงาน

พร้อมด้วย ดร.กษมา ป้องกัน ผอ.สพม.บึงกาฬ นายพิชิต ศรีบุตรโคตร ผู้จัดการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดบึงกาฬ นายณรงค์ศักดิ์ คุรุพันธ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ

นายธนาพงศ์ แสนสุภา นายกเทศมนตรีเมืองบึงกาฬ ดร.ชวนะ ทวีอุทิศ ผู้อำนวยการโรงเรียนบึงกาฬ ครูผู้ฝึกสอน นักกีฬา และแขกผู้เกียรติร่วมในงานอย่างคับคั่ง

จังหวัดบึงกาฬ เป็นจังหวัดที่มีนักกีฬาและผู้สนใจก็ฬาวอลเลย์บอลในระดับต้นๆของประเทศ อีกทั้งยังมีศักยภาพ มีความพร้อมทั้งทางด้านสถานที่จัดการแข่งขัน
การคมนาคม มีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ

และเป็นเมืองที่มีเศรษฐกิจความเป็นอยู่ที่ที่ดีอีกด้วย ซึ่งทีมจากโรงเรียนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ให้ความสนใจสมัครเข้าร่วม แบ่งเป็นประเภททีมชาย จำนวน 36 ทีมประเภททีมหญิง จำนวน 15 ทีม รวมจำนวนทั้งสิ้น 51 ทีม

ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / วัดพรหมทินใต้ อ.โคกสำโรง จัดพิธีทอดผ้าป่าสามัคคีและวางศิลาฤกษ์สร้างมณฑปประดิษฐาน “พระพนัสบดี ศรีทวารวดี” อายุกว่า 1,400 ปี

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันศุกร์ที่ 4 กรกฎาคม 2568 ณ วัดพรหมทินใต้ ตำบลหลุมข้าว อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี ได้จัดพิธีทอดผ้าป่าสามัคคีและวางศิลาฤกษ์สร้างมณฑปจตุรมุข เพื่อประดิษฐาน “พระพนัสบดี ศรีทวารวดี” พระพุทธรูปศิลปะทวารวดี อายุเก่าแก่กว่า 1,400 ปี

ซึ่งถือเป็นพระพุทธรูปสำคัญของจังหวัดลพบุรีและมีคุณค่าทางโบราณคดีและประวัติศาสตร์อย่างยิ่ง พิธีเริ่มต้นตั้งแต่ช่วงเช้า เวลา 08.09 น. มีพิธีบวงสรวงก่อสร้างมณฑป จากนั้น เวลา 10.09 น. เป็นพิธีทอดผ้าป่าสามัคคีเพื่อสมทบทุนการก่อสร้าง และในเวลา 13.09 น. มีพิธีวางศิลาฤกษ์สร้างมณฑปจตุรมุขอย่างเป็นทางการ

โดยพลโทชนินทร์ สิงหนาทนิติรักษ์ ผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 3 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (ศปป.3 กอ.รมน.) เป็นประธานฝ่ายฆราวาส และมี พระอธิการสนทร โอกาโส เจ้าอาวาสวัดพรหมทินใต้ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์

การก่อสร้างมณฑปในครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่ออนุรักษ์โบราณวัตถุสำคัญของชาติ ส่งเสริมพระพุทธศาสนา และสร้างศาสนสถานเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวลพบุรีและผู้มีจิตศรัทธาทั่วประเทศ ทั้งนี้ ผู้จัดงานได้เชิญชวนร่วมอนุโมทนาบุญ โดยอานิสงส์ของการร่วมบุญครั้งนี้ เชื่อกันว่าจะส่งผลให้ชีวิตมั่นคงดั่งฐานพระ เกิดสิริมงคล ปกป้องคุ้มภัย เสริมบารมี และนำพาความเจริญรุ่งเรืองแก่ชีวิตและครอบครัว

“การสร้างศาสนสถาน คือ การวางรากฐานของความดี ความมั่นคง และสันติสุขให้บ้านเมือง”บรรยากาศของงานเต็มไปด้วยความศรัทธาและความร่วมแรงร่วมใจของประชาชนในพื้นที่และผู้มีจิตศรัทธาที่เดินทางมาร่วมพิธีอย่างคับคั่ง

สนอง แท่นสูงเนินผอ.ศูนย์ข่าวฯ
และอนุกรรมการสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์จังหวัดลพบุรี

นายปรัชญา เปปะตัง
รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรีโชว์ลีลาผัดไทย พร้อมร่วมงานโครงการ “ถนนสายวัฒนธรรม ปันน้ำใจสู่ผู้ยากไร้” ณ ที่ว่าการอำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ชาวบ้าน จ.บุรีรัมย์ เยี่ยมชมโรงงานน้ำตาลพิมายและชื่นชมโรงงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 3-5 กรกฎาคม 2568 บริษัท อุตสาหกรรมโคราชจำกัด (โรงงานน้ำตาลพิมาย) โดยคุณประเสริฐ เสถียรถิระกุล ประธานกรรมการ และคุณมงคล เสถียรถิระกุล กรรมการผู้จัดการ มอบหมายให้ นายสมบูรณ์ จาตุรชาต ผู้จัดการฝ่ายส่งเสริมและพัฒนาอ้อย

พร้อมด้วยผู้บริหารและพนักงานโรงงานน้ำตาลพิมาย ให้การต้อนรับคณะผู้เยี่ยมชมโรงงานน้ำตาลพิมาย ชาวหมู่บ้านหนองปล่อง ,หนองหัวลาว,หนองตาเสาร์,โคกขาม,สำโรง,ดอนหวาย,หนองใหญ่,ตาเหล็ง อีกหลายหมู่บ้าน จาก อ.ชำนิ จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งได้เดินทางมาเยี่ยมชมการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม และด้านการพัฒนาสังคมของโรงงานน้ำตาลพิมาย

 ในการเยี่ยมชมครั้งนี้ คณะผู้เยี่ยมชมโรงงานน้ำตาลพิมาย ได้รับฟังการบรรยายเกี่ยวกับการบำบัดน้ำเสีย การควบคุมคุณภาพอากาศ การจัดการของเสีย และการนำทรัพยากรเหลือใช้กลับมาใช้ประโยชน์ (Zero Waste) โดยเฉพาะการใช้กากอ้อยและเศษวัสดุทางการเกษตรเป็นพลังงานทดแทน  นอกจากนี้ยังได้เยี่ยมชมพื้นที่จริง เช่น การจัดการมลพิษทางอากาศที่ระบายออกจากปล่องหม้อไอน้ำ  พื้นที่จัดเก็บกองกากอ้อย  การจัดการผันน้ำของโรงงาน  และชมการพัฒนาชุมชนรอบโรงงานน้ำตาลพิมาย  คณะผู้เยี่ยมชมโรงงานน้ำตาลพิมาย  ได้แสดงความชื่นชมต่อความมุ่งมั่นของโรงงานน้ำตาลพิมาย ในการดำเนินงานตามหลักเกณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม  อันจะส่งผลดีต่อชุมชนและระบบนิเวศโดยรอบในระยะยาว
หลังจากได้รับทราบข้อมูลและลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมในจุดต่าง ๆ  คณะผู้เยี่ยมชมโรงงานฯ ได้แสดงความเชื่อมั่นว่าโรงงานมีการดำเนินงานที่โปร่งใส ตรวจสอบได้  และให้ความสำคัญต่อสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง ทั้งยังมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล การได้รับความไว้วางใจจากผู้เยี่ยมชมครั้งนี้ ถือเป็นแรงผลักดันสำคัญให้โรงงานน้ำตาลพิมาย  มุ่งมั่นพัฒนาระบบการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมให้ดียิ่งขึ้น สอดคล้องกับแนวทางของการพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน และสร้างความเชื่อมั่นต่อชุมชนและสังคมโดยรอบอย่างมั่น

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ต้อนรับคาราวาน “แวะ ชิม ช้อป ชม” ชมแหล่งท่องเที่ยวตามลำน้ำโขง สัมผัสวัฒนธรรม ดูวิถีชีวิต ชุมชนริมโขงตลอดเส้นทาง 5 จังหวัดริมโขง

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 4 กรกฎาคม 2568 เวลา 10.30 น. ที่ ดารานาคี (กลุ่มทอผ้าพื้นเมืองบ้านสะง้อ) ต.หอคำ อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ นายสมหวัง อารีย์เอื้อ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานกล่าวต้อนรับ พร้อมด้วย นายณรงค์ศักดิ์ คุรุพันธ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ

นายธนิต รามัญวงศ์ ประชาสัมพันธ์จังหวัดบึงกาฬ นายอนุชิต บุญชม ผอ.สวท.บึงกาฬ ผู้แทนพัฒนาชุมชนจังหวัดบึงกาฬ ผู้บริหารเทศบาลตำบลหอคำ นายสหรัถ พิศาลเศรษฐพงศ์ ประธานหอการค้าจังหวัดบึงกาฬ ผู้แทนประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดบึงกาฬ และสมาชิกกลุ่มทอผ้าพื้นเมืองบ้านสะง้อ ให้การต้อนรับ

โครงการคาราวานรถยนต์ส่งเสริมการท่องเที่ยวตามเส้นทาง “แวะ ชิม ช็อป ชม” แหล่งท่องเที่ยวและวัฒนธรรมชุมชนในเขตพัฒนาการท่องเที่ยววิถีชีวิตลุ่มแม่น้ำโขง เพื่อขับเคลื่อนรูปแบบการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (Sustainable Tourism) และประชาสัมพันธ์เส้นทางท่องเที่ยวให้เป็นที่รู้จักทั้งในประเทศและระดับอาเซียน

กิจกรรมดังกล่าวกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 3 – 6 กรกฎาคม 2568 บนเส้นทางเชื่อมโยง 5 จังหวัดริมโขง ได้แก่ เลย หนองคาย บึงกาฬ นครพนม และมุกดาหาร ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยว ทั้งจากต้นทุนธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม และวิถีชีวิตท้องถิ่น มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวในเขตลุ่มแม่น้ำโขง เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวให้เกิดราย

ได้หมุนเวียนตลอดทั้งปี เพื่อยกระดับกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์บนฐานทุนวัฒนธรรม เพื่อเชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยวในเขตลุ่มแม่น้ำโขงให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนและเชื่อมโยงกับแนวคิด Soft Power ซึ่งมีนักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศ ได้แก่ ไทย จีน เวียดนาม และ สปป.ลาว เครือข่ายชุมชนท่องเที่ยว จากพื้นที่ 5 จังหวัดในเขตลุ่มแม่น้ำโขง ร่วมเดินทางกับคณะคาราวานในครั้งนี้

สำหรับ “ดารานาคี” สินค้าผ้าคุณภาพดีที่บึงกาฬ ผ้าหมักโคลนแม่น้ำโขง ย้อมสีจากเปลือกไม้ “กลุ่มทอผ้าพื้นเมืองบ้านสะง้อ” ตั้งอยู่เลขที่ เลขที่ 91 หมู่ที่ 2 บ้านสะง้อ ตำบลหอคำ อำเภอเมือง จังหวัดบึงกาฬ มีผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายเป็นงานผ้าขาวม้าทอมือที่ย้อมด้วยสีธรรมชาติจากเปลือกไม้ที่มีในชุมชน แล้วนำไปหมักโคลนแม่น้ำโขงช่วยทำให้ผ้านุ่ม สีเข้มสวย มีความทนทาน กลุ่มทอผ้าพื้นเมืองบ้านสะง้อ

มีแม่สมพรทำหน้าที่ประธานกลุ่ม มีสมาชิกประจำจำนวน 35 คน กับสมาชิกเครือข่ายอีกเป็นจำนวนมากทั่วบึงกาฬ ถ้านับจำนวนทั้งหมดประมาณ 70 กว่ากี่ กลุ่มนี้รวบรวมสาวโรงงานตัดเย็บผ้าที่มีประสบการณ์มายาวนานในโรงงานใหญ่หลายแห่งมาร่วมงานเพื่อต้องการยกระดับการตัดเย็บผ้าให้เป็นมืออาชีพได้มาตรฐาน จนได้รับรางวัลด้านการออกแบบจากกรมพัฒนาชุมชน อีกทั้งยังได้รับมาตรฐาน 5 ดาวทางด้านคุณภาพเนื้อผ้าประจำจังหวัดบึงกาฬ

ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล/บึงกาฬ รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เปิดตลาดด่านสิงขรคึกคัก ชาวไทย-เมียนมา นำสินค้ามาวางขายกระตุ้นเศรษฐกิจชายแดน 2 ประเทศ

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 4 ก.ค.68 บรรยากาศการเปิดตลาดการค้าด่านสิงขร วันแรก ที่บริเวณจุดผ่อนปรนพิเศษด่านสิงขร บ้านไร่เครา ต.คลองวาฬ อ.เมือง จ.ประจวบฯ เริ่มคึกคัก มีบรรดาผู้ค้าทั้งชาวไทยและชาวเมียนมาพากันนำสินค้าอุปโภคบริโภค สินค้าเกษตร สินค้าพื้นถิ่นมาวางจำหน่าย โดยครั้งนี้เป็นการนำร่องเปิดตลาด 10 วัน

ตั้งแต่วันที่ 4-13 ก.ค.68 จากนั้นจะมีการเปิดตลาดทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจการค้าชายแดนไทย-เมียนมา ผ่านช่องทางด่านสิงขร อีกครั้ง หลังจากทางเมียนมาได้มีการปิดด่านมูด่อง อ.ตะนาวศรี จ.มะริด ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับช่องทางสิงขรไปนานตั้งแต่ช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ต่อเนื่องมาถึงการเกิดสถานการณ์ความไม่สงบในฝั่งเมียนมา

โดยผ่อนปรนให้เฉพาะการขนส่งสินค้าข้ามแดนเท่านั้น แต่ปัจจุบันสถานการณ์ฝั่ง จ.มะริด เป็นปกติจึงมีการกลับมาเปิดด่านให้บุคคลสามารถเดินทางข้ามแดนระหว่างกันไดนายวิษณุลักษณ์ คุ้มเดช และ นางสาวอุไร อีคฮูท ประชาชนที่เดินทางมาท่องเที่ยวที่ด่านสิงขร กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ได้เห็นด่านสิงขรกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง หลังจากที่เงียบเหงาไปนานตั้งแต่ช่วงเกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 วันนี้เป็นวันแรกที่เปิดตลาด

ผู้ค้าอาจจะยังไม่มาก ประกอบกับนักท่องเที่ยวยังไม่ค่อยรู้มากนัก เชื่อว่าถ้าเป็นช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ บรรยากาศน่าจะคึกคักมากกว่านี้ โดย จ.ประจวบฯ มีแหล่งท่องเที่ยวหลายแห่ง มาที่นี่แล้วก็สามารถที่จะเดินทางต่อไปเที่ยวที่อื่นได้อีก ส่วนตัวชอบที่ชาวเมียนมามักจะนำต้นไม้แปลก ๆ มาวางขาย อยากเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวมาที่ด่านสิงขรกันมาก ๆ เพื่อให้มีความคึกคัก มีการจับจ่ายใช้สอยอุดหนุนสินค้าของชาวบ้านในพื้นที่ชายแดนทั้ง 2 ประเทศ ด่านตรงนี้มีความปลอดภัย มีเจ้าหน้าที่คอยดูแล และหากเป็นไปได้ก็อยากจะเดินทางข้ามไปท่องเที่ยวที่ฝั่งเมียนมาเช่นกัน

ทั้งนี้ ศูนย์สั่งการชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้านด้านเมียนมา จ.ประจวบคีรีขันธ์ ได้มีคำสั่งที่ 1/2568 เรื่องการกำหนดมาตรการในการใช้ช่องทางผ่านแดน ณ จุดผ่อนปรนพิเศษด่านสิงขร ต.คลองวาฬ อ.เมืองประจวบฯ ในช่วงวันที่ 4-13 ก.ค.68 โดยอนุญาตให้บุคคลสัญชาติเมียนมา สามารถเดินทางเข้ามาในฝั่งไทยได้ตั้งแต่เวลา 06.30 น.และต้องเดินทางกลับภายในเวลา 18.30 น. โดยใช้หนังสือรับรองบุคคล บัตรผ่านแดนและบัตรผ่านแดนชั่วคราว และอนุญาตให้เข้าถึงเฉพาะบริเวณพื้นที่บ้านไร่เครา ต.คลองวาฬ อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ เท่านั้น

โดยให้ที่ทำการปกครอง อ.เมืองประจวบฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตั้งจุดตรวจจุดสกัดเพื่อป้องกันการหลบหนีออกนอกพื้นที่และตรวจสอบสิ่งของผิดกฎหมายลักลอบนำเข้า จัดรถรับส่งบุคคลและสินค้า เพื่อบริการประชาชนทั้ง 2 ประเทศ และจัดเจ้าหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อยตลอดระยะเวลาจัดกิจกรรม ขณะเดียวกัน บุคคลสัญชาติไทยสามารถเดินทางออกไปยังสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาได้ ตั้งแต่เวลา 06.30 น.ด้วยการใช้บัตรผ่านแดนและบัตรผ่านแดนชั่วคราว และต้องเดินทางกลับภายในเวลา 18.30 น. เช่นกัน.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รองผู้ว่าจ.ลพบุรี ร่วมงานโครงการ “ถนนสายวัฒนธรรม ปันน้ำใจสู่ผู้ยากไร้” อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี

แชร์เนื้อหานี้

วันศุกร์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2568 เวลา 06.30 น. ณ บริเวณหน้าอาคารที่ว่าการอำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี นายปรัชญา เปปะตัง รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี ประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี วัฒนธรรมจังหวัดลพบุรี ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดลพบุรี หัวหน้าส่วนราชการจังหวัดลพบุรี ร่วมงาน “ถนนสายวัฒนธรรม ปันน้ำใจสู่ผู้ยากไร้”

ทั้งนี้มี นายเจตน์พงศ์ โชคสวัสดิ์วรกุล นายอำเภอโคกสำโรง ผู้จัดทำโครงการฯ นางสาวนงลักษณ์ อยู่พุ่ม ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครองอำเภอโคกสำโรง นายนรินทร์ คลังผา สส.จังหวัดลพบุรี เขต4 พ.ต.อ. จาตุรนต์ อนุรักษ์บัณฑิต ผกก. สภ. โคกสำโรง พ. ต. อ. มาโนช จันเที่ยง ผกก. สภ. เพนียด นางสาวพรพรรณ ศรีเมือง

(คีรีตา รีสอร์ท แอนด์ คาเฟ่) ต.วังเพลิง พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการอำเภอ, หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ, กิ่งกาชาดอำเภอ , ผู้บริหารสถานศึกษา , ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น , คณะกรรมการตรวจสอบการติดตามการบริหารงานตำรวจ (กต. ตร.) สภ. โคกสำโรง. กต.ตร.สภ.เพนียด, กำนัน, ผู้ใหญ่บ้าน,องค์กรภาคเอกชน, สถานประกอบการ และประชาชนอำเภอโคกสำโรงทุกท่านร่วมงานฯ

ด้วยโครงการ“ถนนสายวัฒนธรรม ปันน้ำใจสู่ผู้ยากไร้” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ในวันนี้ อำเภอโคกสำโรง ร่วมกับคณะสงฆ์อำเภอโคกสำโรง จัดทำโครงการ “ถนนสายวัฒนธรรม ปันน้ำใจสู่ผู้ยากไร้” โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อ

เฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 73 พรรษา 28 กรกฎาคม 2568 ตลอดจนเพื่อบูรณาการ ความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายในพื้นที่เกิดความรักสามัคคีเป็นการขับเคลื่อน และสร้างความปรองดองสมานฉันท์ให้เกิดขึ้นในชุมชน อีกทั้งเป็นพลังเสริมการทำงานตามแนวพระราชดำริ หลัก “บวร” และ “บรม”

การจัดทำโครงการ ฯ ครั้งนี้ ประกอบไปด้วย กิจกรรมทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง เพื่อนำไปมอบให้แก่ครัวเรือนเปราะบางในพื้นที่อำเภอโคกสำโรง 13 ตำบล 173 หมู่บ้านโดยทั้งนี้มีกิจกรรมจัดแสดงและสาธิตวัฒนธรรมอาหารพื้นถิ่น

จากกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน 13 ตำบล และกิจกรรมประกวดแข่งขันผัดไทยลีลา จากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 14 แห่ง แบ่งเป็นชุดละ 5 ทีม แต่ละประเภท โดยได้รับความร่วมมือจากส่วนราชการ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ผู้บริหารสถานศึกษา
ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กิ่งกาชาดอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์กรภาคเอกชน

สถานประกอบการ และภาคประชาชน นำสิ่งของข้าวสารอาหารแห้ง มาร่วมทำบุญตักบาตรซึ่งอำเภอโคกสำโรงจักได้รวบรวมสิ่งของที่ได้จากกิจกรรมในวัน

นี้จัดเป็นถุงยังชีพไปมอบให้แก่ประชาชนกลุ่มเปราะบาง ผู้ยากไร้ และผู้พิการในพื้นที่ 13 ตำบล 137 หมู่บ้านอันจะนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนครัวเรือนเปราะบางในพื้นที่อำเภอโคกสำโรง ต่อไป

สนอง แท่นสูงเนิน
ผอ. ศูนย์ข่าวฯ ประจำจังหวัดลพบุรี และอนุกรรมการสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์จังหวัดลพบุรี ภาพ/ข่าว