เรื่องทั้งหมดโดย admin

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / งาน Thailand KIDS International Fashion Show 2025 ควบคู่กับพิธีมอบรางวัล KIDS e-Influencer 2025

แชร์เนื้อหานี้

งาน Thailand KIDS International Fashion Show 2025 ควบคู่กับพิธีมอบรางวัล KIDS e-Influencer 2025 ซึ่งจัดขึ้นภายในมหกรรม Thailand Friendly Design & Tourism for All Expo 2025 ได้จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่และงดงาม เมื่อวันเสาร์ที่ 13 พฤศจิกายน 2025 ณ ฮอลล์ 101 ไบเทค บางนา โดยมีเด็ก เยาวชน และครอบครัวเข้าร่วมกิจกรรมกว่า 100 คน ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความสร้างสรรค์ อบอุ่น และเป็นมิตรกับทุกคนในสังคม

ภายในงานมีการนำเสนอแฟชั่นโชว์จากเด็กและเยาวชน ถ่ายทอดพลังความคิดสร้างสรรค์ ความมั่นใจ และตัวตนของเด็กยุคใหม่ พร้อมพิธีมอบรางวัลเพื่อเชิดชูเยาวชนที่สร้างสรรค์คอนเทนต์ออนไลน์อย่างมีคุณภาพ มีความรับผิดชอบ และเหมาะสมกับวัยการจัดงานในครั้งนี้ได้รับการผลักดันจากผู้บริหารและภาคีเครือข่ายสำคัญ ได้แก่

  • คุณนาคาญ์ ทวิชาวัฒน์ ประธานคณะกรรมการ FTI Influencer และประธานคลัสเตอร์อุตสาหกรรมสุขภาพและความงาม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยคุณณัฐริกา ทวิชาวัฒน์ ประธานจัดงาน และ CEO ณายด์ สตูดิโอคุณทรงสิทธา จันทรา อุปนายกสมาคมอินฟลูเอนเซอร์และเคโอแอลแห่งประเทศไทย และกรรมการส่งเสริมธุรกิจภูมิภาคอาเซียน CLMVT+China สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
  • คุณเรืองชัย จินตรุ่งเรืองชัย นายกสมาคมพ่อค้าไทยในพระบรมราชูปถัมภ์

สำหรับกิจกรรม Thailand KIDS International Fashion Show 2025 บนรันเวย์ ได้มีการนำเสนอผลงานจาก 2 ดีไซเนอร์ไทย ได้แก่ Intelligence Love โดย คุณกมลทิพย์ ศิริธาดาเจริญ และ ณายด์ สตูดิโอ โดย คุณณัฐริกา ทวิชาวัฒน์ ถ่ายทอดแฟชั่นเด็กที่ผสานความงดงาม จินตนาการ และเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเยาวชนไทยได้อย่างโดดเด่น

ไฮไลต์สำคัญของงานคือการมอบรางวัล KIDS e-Influencer 2025 ให้แก่เด็กและเยาวชนที่มีผลงานโดดเด่นด้านการสร้างสรรค์คอนเทนต์ออนไลน์ ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ช่วยพัฒนาทักษะการสื่อสาร ความคิดสร้างสรรค์ วินัย ความรับผิดชอบต่อสังคม และความกล้าแสดงออกอย่างเหมาะสม อีกทั้งยังส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีภายในครอบครัว ผ่านการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองในการดูแล วางแผน และสนับสนุนบุตรหลานอย่างใกล้ชิดงานในครั้งนี้จึงไม่เพียงเป็นเวทีแฟชั่นสำหรับเด็กและเยาวชนเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างเด็กและครอบครัว ผ่านการทำคอนเทนต์อย่างสร้างสรรค์ ปลอดภัย และมีคุณค่า พร้อมสานความฝันและแรงบันดาลใจให้เยาวชนเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน

ในช่วงท้ายของงาน มีพิธีมอบเงินบริจาคจำนวน 30,000 บาท จากผู้จัดงาน มอบให้แก่ คุณกฤษนะ ละไล ประธานมูลนิธิอารยสถาปัตย์เพื่อคนทั้งมวล เพื่อนำไปสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุ และผู้พิการงาน Thailand KIDS International Fashion Show 2025 & KIDS e-Influencer 2025 นับเป็นอีกก้าวสำคัญที่ตอกย้ำศักยภาพของเด็กไทยในสายแฟชั่นและคอนเทนต์ครีเอเตอร์ พร้อมผลักดันประเทศไทยสู่เวทีระดับนานาชาติอย่างภาคภูมิ

mrglobalstrategymaven #onevisionmanyroles #einfluencer #influencer #thailandkidsinternationalfashionshow #fdfriendlydesign #NYNDstudio #ณายด์สตูดิโอ #kidseinfluencer #fashion #contest #awards

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เกษตร อ.เวียงสา จัดอบรมพัฒนาเกษตรกร สินค้าเกษตร GAP ภายใต้โครงการระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ เพื่อการผลิต พัฒนาคุณภาพ

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 15-16 ธันวาคม 2568 นางสาวฐิติกาญจน์ ชะนะมาร นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ รักษาราชการแทน เกษตรอำเภอเวียงสา มอบหมายให้นางสาววิภาพร ศรีวิไชย นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ

พร้อมด้วยนักวิชาการส่งเสริมการเกษตร สำนักงานเกษตรอำเภอเวียงสา จัดอบรมถ่ายทอดความรู้พัฒนาเกษตรกรเข้าสู่ระบบคุณภาพมาตรฐานสินค้าเกษตร GAP ภายใต้โครงการระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่

เพื่อปรับเพิ่มผลิตภาพการผลิต พัฒนาคุณภาพสินค้าเกษตรให้มีความปลอดภัยตรงความต้องการตลาด ได้รับการรับรองมาตรฐาน โดยมีเกษตรกรเข้าร่วมอบรมจำนวน 70 ราย

พร้อมกันนี้ได้ประชาสัมพันธ์การขึ้นและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกพืชฤดูแล้ง นาปรัง พืชหลังนา ประจำปีการผลิต 2568/69 และไม้ผล ไม้ยืนต้น ประจำปี พ.ศ. 2569 รวมถึงการ

จัดการวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรหลังการเก็บเกี่ยวผลผลิตเพื่อลดการเผา ณ ห้องประชุมเทศบาลตำบลขึ่ง อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / คณะพาณิชยศาสตร์และการจัดการ ม.อ.ตรัง ประชุมหารือแนวทางจัดตั้งศูนย์นวัตกรรมธุรกิจอันดามัน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2568 คณะพาณิชยศาสตร์และการจัดการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตตรัง จัดการประชุมหารือแนวทางการจัดตั้ง ศูนย์นวัตกรรมธุรกิจอันดามัน ณ ห้องประชุม MBA ระหว่างเวลา 09.00–12.00 น. โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปาริชาติ มณีมัย คณบดีคณะพาณิชยศาสตร์และการจัดการ เป็นประธานในการประชุม พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร คณาจารย์ และผู้ทรงคุณวุฒิจากภาควิชาการและภาคธุรกิจเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

การประชุมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อกำหนดกรอบแนวคิดและทิศทางการดำเนินงานในการจัดตั้งศูนย์นวัตกรรมธุรกิจอันดามัน ซึ่งมีเป้าหมายในการยกระดับการบริการวิชาการของคณะพาณิชยศาสตร์และการจัดการ ควบคู่กับการสร้างรายได้อย่างเป็นระบบ โดยมุ่งปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์จากการดำเนินงานในกรอบมหาวิทยาลัยแบบดั้งเดิม ไปสู่การเป็นหน่วยงานที่มีแนวคิดเชิงธุรกิจ สามารถบูรณาการองค์ความรู้ งานวิจัย และบริการวิชาการ เพื่อพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน และสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่ฝั่งอันดามัน

ในการนี้ ได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกเข้าร่วมให้ข้อเสนอแนะและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ได้แก่
คุณสมประสงค์ พยัคฆพันธ์ ประธานคณะทำงานขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย และผู้อำนวยการโครงการวิจัยคลัสเตอร์ โครงการสร้างเครือข่ายธุรกิจชุมชนร่วม (Cluster) เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก,คุณทรงสิทธา จันทรา อุปนายกสมาคมอินฟลูเอนเซอร์และเคโอแอลแห่งประเทศไทย และกรรมการส่งเสริมธุรกิจภูมิภาคอาเซียน CLMVT+China สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย,
รองศาสตราจารย์ ดร.วรรณดี สุทธินรากร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และดร.สมเกียรติ สุทธินรากร มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

นอกจากนี้ ยังมีคณะผู้บริหารและคณาจารย์คณะพาณิชยศาสตร์และการจัดการเข้าร่วมประชุม ประกอบด้วย
ดร.สิปปกานต์ กลัดสวัสดิ์ รองคณบดีฝ่ายบริหาร,
อาจารย์ณฐ ย่าหลี รองคณบดีฝ่ายพัฒนานักศึกษาและองค์กรสัมพันธ์,ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นราภรณ์ ไชยรัตน์ ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิชาการและคุณภาพการศึกษา,ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุพัฒธณา สุขรัตน์ ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ,
ดร.อรชนก ช่องสมบัติ ประธานสาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศทางธุรกิจ,

อาจารย์วิญญู วัฒนยนต์กิจ ประธานสาขาวิชาการตลาด,
อาจารย์กมลชนก เซ่งสวัสดิ์ อาจารย์สาขาวิชาการตลาด,
อาจารย์สุรนัย ช่วยเรือง ประธานสาขาวิชาการบัญชี,
อาจารย์กิ่งกนก รัตนมณี อาจารย์สาขาวิชาการบัญชี และ
อาจารย์ปาริชาติ บูรพาศิริวัฒน์ อาจารย์สาขาวิชาการบัญชี

การประชุมครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญในการวางรากฐานการจัดตั้งศูนย์นวัตกรรมธุรกิจอันดามัน ซึ่งจะเป็นศูนย์กลางในการบูรณาการความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย ภาคธุรกิจ และชุมชน เพื่อส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก ยกระดบศักยภาพผู้ประกอบการ และสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจในพื้นที่ฝั่งอันดามันอย่างยั่งยืนต่อไป

einfluencer #einfluencerthailand #liveติดปีก #มอตรัง #ssutrang #PSU #โอลีฟโตเกียวเนยกรอบ #mrglobalstrategymaven #onevisionmanyroles #influencer

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สทนช.1จัดการประชุมเตรียมการเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของคณะกรรมการลุ่มน้ำยม

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 09.30น.ของวันที่ 16ธันวาคม2568ณ.ห้องประชุม สมเด็จพระนเรศวรมหาราช (772)ชั้น7ศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก นาย อนันต์ เพ็ชร์หนู ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติภาค1

ได้มาเป็นประธานการจัดการประชุมเตรียมการเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของคณะกรรมการลุ่มน้ำยม ในการทบทวนแผนป้องกันและแก้ไขภาวะน้ำท่วมลุ่มน้ำยมและถอดบทเรียนอุทกภัยที่ผ่านมาในพื้นที่ลุ่มน้ำยม

ทั้งนี้ นาง วชิรญาณ์ สุนทร ผู้อำนวยการกลุ่มประสานงานลุ่มน้ำยมทำหน้าที่ฝ่ายเลขานุการฯดำเนินการประชุม.โดย ผู้เข้าร่วมประชุมครั้งนี้ประกอบด้วยคณะกรรมการลุ่มน้ำยม อาทิ

สำนักงานชลประทานที่3 สำนักงานชลประทานที่4 สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แพร่ ,สุโขทัย,พิษณุโลก, พิจิตร ฯลฯ พร้อมสรุปผลการถอดบทเรียนการบริหารจัดการน้ำทุ่งบางระกำปี2568 และแนวทางการบริหารจัดการน้ำปี2568

โดยสำนักงานชลประทานที่3 พร้อมพิจราณา ปัญหา อุปสรรค ข้อจำกัด แนวทางการแก้ไขการบริหารจัดการน้ำฤดูฝนที่ผ่านมาในพื้นที่ลุ่มน้ำยมและข้อเสนอแนะแนวทางการดำเนินงาน แนวทางการทบทวนแผนป้องกันและแก้ไขภาวะน้ำท่วมลุ่มน้ำยมเพื่อเตรียมความพร้อมบริหารจัดการน้ำฤดูฝน ปี2569 ในพื้นที่ลุ่มน้ำยมต่อไป.
กิตติ พรดวงจันทร์ สุโขทัย.

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตร.โคราช ตรวจเข้ม รร.กลางเมือง / ผบก.โคราชย้ำชัด ข่าวลือชาวต่างชาติแฝงตัว สั่งคุมเข้มด่านตรวจที่พัก ห้ามบินโดรน / ตำรวจทางหลวงลำตะคองสกัดไอซ์ล็อตใหญ่ 500 กก. มูลค่า 300 ล้าน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2568 ระหว่างเวลา 10.00–12.30 น. สถานีตำรวจภูธรเมืองนครราชสีมา บูรณาการร่วมกับฝ่ายปกครองอำเภอเมืองนครราชสีมา ลงพื้นที่ตรวจสอบความเรียบร้อยและความมั่นคง ภายใต้มาตรการเฝ้าระวังบุคคลต่างชาติที่อาจเข้ามาพักอาศัยในพื้นที่ โดยเฉพาะกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าอาจเป็นทหารรับจ้าง

การปฏิบัติการครั้งนี้นำโดย พ.ต.ท.ยุทธพงษ์ โคขุนทด รองผู้กำกับการป้องกันปราบปราม สภ.เมืองนครราชสีมา พร้อมด้วย ร.ต.อ.สากล รอดคำทุย รองสารวัตรป้องกันปราบปราม (ร้อยเวร 20) และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ร่วมกับ นางสาวสมทรง เขียวเกษม ปลัดอำเภอเมืองนครราชสีมา รักษาราชการแทนนายอำเภอเมืองนครราชสีมา และคณะฝ่ายปกครอง

เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบโรงแรมและที่พักในเขตอำเภอเมืองนครราชสีมา จำนวน 8 แห่ง ได้แก่ โรงแรมเดอร์ฟอร์จูน, โรงแรม KS พาวิลเลี่ยน, โรงแรมซิตี้ ปาร์ค, โรงแรมแคนทารี่, โรงแรมโครานารี, โรงแรมเดอ วี ลอฟท์, โรงแรมเซ็นเตอร์ พอยต์ และโรงแรมไทยโฮเต็ล 2

จากการตรวจสอบไม่พบว่ามีบุคคลต้องสงสัยหรือชาวต่างชาติที่เข้าข่ายเป็นทหารรับจ้างเข้าพักแต่อย่างใด ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้กำชับและประชาสัมพันธ์ผู้ประกอบการโรงแรม หากพบเห็นบุคคลต้องสงสัยหรือมีพฤติการณ์ผิดปกติ ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่โดยทันที เพื่อดำเนินการตรวจสอบตามขั้นตอนของกฎหมาย

การลงพื้นที่ดังกล่าวเป็นไปตามมาตรการเชิงรุกในการดูแลความสงบเรียบร้อยและสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่อำเภอเมืองนครราชสีมา.

ภาพ นายประสิทธิ์ วนะชกิจ / ข่าว กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา

ผบก.โคราชย้ำชัด ข่าวลือชาวต่างชาติแฝงตัว ยังไม่พบสิ่งผิดปกติ สั่งคุมเข้มด่านตรวจที่พัก ห้ามบินโดรน และเล่นว่าว

เมื่อวันจันทร์ที่ 15 ธันวาคม 2568 เวลา 11.00 น ที่ ห้องสวนปฏิบัติการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ พรหมทา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา ได้เรียกประชุม เตรียมความพร้อมและติดตามผลการปฏิบัติสถานการณ์ด้านแนวชายแดน ไทยกัมพูชา

โดยมี พ.ต.อ.นิรันดร์ แก้วอิน รอง ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา , พ.ต.อ.ชูสิทธิ์ หล่อแสง ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา พ.ต.อ.ศิริชัย ศรีชัยปัญญา ผกก.สภ.เมืองนครราชสีมา,พ.ต.อ.พัชรดนัย การินทร์ ผกก.สภ.โพธิ์กลาง , พ.ต.อ.ศิวภาคย์ พวงจันทร์ ผกก.สภ.จอหอ , พ.ต.อ.โกสินทร์ สะอาดวงศ์ ผกก.สภ.มะเริง , พ.ต.อ.พิเชษฐ์ จันทรัตน์ ผกก.สภ.พลกรัง เข้าร่วมประชุม

พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ พรหมทา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา ชี้แจงกรณีกระแสข่าวที่มีการแชร์อย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์เกี่ยวกับการพบ ชาวต่างชาติหรือบุคคลต้องสงสัยแฝงตัวอยู่ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ว่าเป็นการประชาสัมพันธ์เชิงป้องกันจากความห่วงใยของเจ้าหน้าที่ ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา เพื่อให้ประชาชนรับทราบสถานการณ์และช่วยกันเป็นหูเป็นตา โดยยืนยันว่า ขณะนี้ยังไม่พบพฤติกรรมหรือสิ่งผิดปกติที่เป็นภัยต่อความมั่นคงแต่อย่างใด

พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ ระบุว่า ในช่วงสถานการณ์ดังกล่าว ตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมาได้ปฏิบัติตามข้อสั่งการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติและตำรวจภูธรภาค 3 อย่างเคร่งครัด โดยมีการตั้งจุดตรวจ จุดสกัด ตรวจตราพื้นที่เสี่ยง รวมถึงสถานที่พักต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม รีสอร์ท เกสต์เฮาส์ และบ้านเช่า เพื่อคัดกรองบุคคลต้องสงสัยหรือวัตถุที่อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคง ซึ่งการปฏิบัติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีความเข้มแข็ง และจนถึงขณะนี้

ยังไม่พบสิ่งผิดปกติทั้งในส่วนของบุคคลหรือวัตถุต้องสงสัย สำหรับการดูแลชาวต่างชาติในพื้นที่นั้น ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา ระบุว่า จังหวัดนครราชสีมาเป็นเมืองท่องเที่ยวสำคัญ มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาในแต่ละปีเกือบ 9 ล้านคน ตำรวจภูธรได้บูรณาการร่วมกับตำรวจท่องเที่ยวและสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติเป็นประจำอยู่แล้ว และในช่วงสถานการณ์ปัจจุบันได้เพิ่มความเข้มงวดเป็นพิเศษ แต่ยังไม่พบความผิดปกติใด ๆ

ในส่วนกรณีการบินโดรน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า ได้มีการกำชับและประชาสัมพันธ์ข้อห้ามการบินโดรนในช่วงสถานการณ์พิเศษดังกล่าว โดยเมื่อได้รับแจ้งจากประชาชน เจ้าหน้าที่ได้ออกตรวจสอบทุกกรณี และจนถึงขณะนี้ยังไม่พบโดรนหรือการกระทำใดที่เป็นภัยต่อความมั่นคงพร้อมกันนี้

ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา ได้ฝากถึงพี่น้องประชาชนให้ช่วยกันเป็นหูเป็นตา หากพบเห็นสิ่งผิดปกติ บุคคลต้องสงสัย หรือเหตุการณ์ที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อน ขอให้รีบแจ้งสายด่วน 191 เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบทันที อย่างไรก็ตาม ขอความร่วมมือประชาชนงดการแจ้งข้อมูลที่ไม่เป็นความจริง เพื่อไม่ให้กระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่และการให้บริการประชาชนในเหตุเร่งด่วนอื่น ๆ

ภาพ ประสิทธิ์ วนะชกิจ/ข่าว กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา

ตำรวจทางหลวงลำตะคองสกัดไอซ์ล็อตใหญ่ 500 กก. มูลค่าเกือบ 300 ล้าน

กลางดึกสีคิ้ว คนร้ายไหวตัวทิ้งรถหลบหนี เมื่อคืนวันที่ 14 ธันวาคม 2568 เวลาประมาณ 23.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง สถานีตำรวจทางหลวง 3 กองกำกับการ 8 กองบังคับการตำรวจทางหลวง ภายใต้นโยบาย “ห่วงใยทุกชีวิต เป็นมิตรทุกเส้นทาง” สามารถสกัดตรวจยึดยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 เมทเอมเฟตามีน หรือยาไอซ์ ได้จำนวนมากถึง 12 กระสอบ รวมน้ำหนักประมาณ 500 กิโลกรัม

บริเวณริมถนนหน้าหน่วยสอบสวนตำรวจทางหลวงสีคิ้ว กิโลเมตรที่ 155 อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา การปฏิบัติการครั้งนี้นำโดย พ.ต.ท.ปริญญ์ โคตรมณี สวญ.ส.ทล.3 กก.8 บก.ทล. พร้อมด้วย พ.ต.ท.ภาณุ พละศักดิ์ สว.ส.ทล.3 กก.8 บก.ทล., พ.ต.ต.ธีรพงศ์ ตาบัวตูม สว.(สอบสวน), ร.ต.อ.ณัฐพล ฤทธิรงค์ รอง สว.(สอบสวน) รวมถึงข้าราชการตำรวจทางหลวงชุดปฏิบัติการ

สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งข้อมูลจากสายลับไม่ประสงค์ออกนาม ว่าจะมีขบวนการลำเลียงยาเสพติดใช้รถยนต์กระบะสี่ประตู ยี่ห้ออีซูซุ สีเทา ทะเบียนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ต้นทาง มุ่งหน้าเข้าสู่จังหวัดนครราชสีมา

เจ้าหน้าที่จึงวางกำลังเฝ้าระวังบนถนนทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 6 เมื่อพบรถต้องสงสัย เจ้าหน้าที่ได้ส่งสัญญาณเรียกให้หยุดตรวจ แต่ผู้ขับขี่ได้จอดรถบริเวณไหล่ทาง ก่อนเปิดประตูวิ่งหลบหนีไปในความมืด ทิ้งรถยนต์ไว้ในที่เกิดเหตุ จากการตรวจสอบภายในรถ พบกระสอบสีดำจำนวน 12 กระสอบ บรรจุยาไอซ์เป็นจำนวนมาก

นอกจากนี้ ยังตรวจยึดรถยนต์กระบะสี่ประตู ยี่ห้ออีซูซุ สีเทา ซึ่งตรวจสอบพบว่าใช้ทะเบียน กษ 7347 นครราชสีมา และพบแผ่นป้ายทะเบียน กษ 183 พระนครศรีอยุธยา จำนวน 2 แผ่น คาดว่าเป็นการสวมทะเบียนเพื่ออำพรางการขนส่ง เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดของกลางทั้งหมด และนำส่งพนักงานสอบสวน กองกำกับการ 3 กองบังคับการปราบปราม เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย พร้อมเร่งติดตามตัวผู้ต้องหาที่หลบหนีมาดำเนินคดี

ภาพ ประสิทธิ์ วนะชกิจ/ข่าว กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ทลายแก๊งขน จยย. ข้ามชาติ ลอบส่งขายลาวผ่านทางมุกดาหาร ยึด 15 คัน ผู้ต้องหาสารภาพทำกว่า 20 ครั้ง เสียหายทะลุ 20 ล้าน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง ภายใต้การอำนวยการของผู้บังคับบัญชาที่เกี่ยวข้อง ได้สั่งการให้ชุดตรวจยึดออกปฏิบัติการปราบปรามขบวนการลักลอบขนรถจักรยานยนต์ส่งออกนอกราชอาณาจักรไปยัง สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยไม่ผ่านพิธีการศุลกากร

การจับกุมเกิดขึ้นระหว่างเวลา 23.00 น. วันที่ 13 ธันวาคม ถึงเวลา 01.00 น. วันที่ 14 ธันวาคม 2568 เจ้าหน้าที่สามารถสกัดจับรถกระบะตู้ทึบต้องสงสัยได้ 2 คัน พร้อมผู้ต้องหา 3 ราย บริเวณทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 292 ถนนเลี่ยงเมืองยโสธร และทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 12 เขต อ.คำชะอี จ.มุกดาหาร ต่อเนื่องพื้นที่ จ.ยโสธร

ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุม ได้แก่ นายพัฒนพงษ์ อายุ 22 ปี ผู้ขับขี่รถกระบะตู้ทึบ ทำหน้าที่ลำเลียงรถจักรยานยนต์จากกรุงเทพมหานครไปยังพื้นที่ชายแดน นายณัฐพงษ์ อายุ 30 ปี คนขับรถกระบะตู้ทึบอีกคัน รับหน้าที่รับรถจักรยานยนต์จากหลายจังหวัดตามคำสั่งผู้ว่าจ้าง และท้าว ก้องมะนี อายุ 19 ปี สัญชาติลาว มีบทบาทเกี่ยวข้องกับการรับรถจักรยานยนต์ปลายทาง

ส่วนของกลางที่ตรวจยึด ประกอบด้วย รถกระบะตู้ทึบ ยี่ห้ออีซูซุ สีเทา ทะเบียน 3 ฒฐ 4275 กรุงเทพมหานคร บรรทุกรถจักรยานยนต์ 9 คัน และรถกระบะตู้ทึบ ยี่ห้อโตโยต้า สีขาว ทะเบียน บษ 5962 ฉะเชิงเทรา บรรทุกรถจักรยานยนต์ 6 คัน รวมตรวจยึดรถจักรยานยนต์ทั้งสิ้น 15 คัน

สอบถามนายณัฐพงษ์ คนขับรถกระบะตู้ทึบทะเบียน บษ 5962 ฉะเชิงเทรา รับสารภาพ ไปรับรถจักรยานยนต์ทั้ง 6 คัน (ทะเบียน กรุงเทพมหานคร 3 คัน ,สระบุรี 2 คัน และนครราชสีมา 1 คัน โดยจะติดกันกับคนว่าจ้างผ่านทางแอปพลิเคชั่น Line แจ้งว่าให้ไปรับจยย. ตามจุดที่แจ้ง และจะได้รับค่าจ้างขนส่งคันละ 1,500 บาท

เมื่อส่งรถจักรยานยนต์ถึงมือผู้รับแล้ว ในครั้งนี้ผู้จ้างให้นำรถจักรยานยนต์ทั้งหมดไปส่ง อ.เลิงนกทา จ.ยโสธร และ อ.ดอนตาล จ.มุกดาหาร ทำมาแล้ว 5 ครั้ง จนกระทั่งถูกตรวจยึดในครั้งนี้ ส่วนนายพัฒนพงษ์ ผู้ขับขี่รถกระบะตู้ทึบทะเบียน 3ฒฐ 4275 กรุงเทพมหานคร รับสารภาพ ได้ไปรับรถจักรยานยนต์ 9 คนจาก ชุมชนในเขตประชาอุทิศ กรุงเทพฯ โดยได้รับการติดต่อจาก นายขิงฯ ผ่านทางแอพพลิเคชั่น Line ว่าจ้างให้นำรถไปส่งที่ จ.มุกดาหาร ติดชายแดน สปป.ลาว

เมื่อไปถึงสถานที่นัดหมายแล้วจะมีคนมารับต่อ จะได้รับค่าจ้างขนส่งคันละ 1,500 บาท เมื่อส่งรถจักรยานยนต์ถึงมือผู้รับแล้ว นอกจากนี้ยังให้การว่าได้ทำลักษณะนี้ต่อเนื่องกว่า 3 เดือน รวมมากกว่า 20 ครั้งการสืบสวนเชิงลึกพบว่า รถจักรยานยนต์ที่ตรวจยึดได้ส่วนใหญ่ยังอยู่ระหว่างการเช่าซื้อ บางคันเพิ่งออกรถได้เพียง 2 วัน ก่อนถูกนำไปขายต่อให้กับขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติ ส่งผลให้เกิดความเสียหายรวมไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาท

ทั้งนี้ ขบวนการดังกล่าวมีการแบ่งหน้าที่อย่างเป็นระบบ แยกเป็นกลุ่มจัดหารถ กลุ่มขนส่ง และกลุ่มนายทุนผู้สั่งการ ใช้แอปพลิเคชัน LINE และ Telegram เป็นช่องทางสื่อสาร กำหนดพิกัด เส้นทาง และช่วงเวลาในการลำเลียงอย่างชัดเจนเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้นำของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวนในพื้นที่เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมเดินหน้าขยายผลไปยังกลุ่มนายทุน ผู้ว่าจ้าง และเครือข่ายที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดต่อไป

ทลายแก๊งข้ามชาติ #ขนรถจักรยานยนต์ตำรวจทางหลวง #บชก #อาชญากรรมข้ามชาติลอบส่งออก #ดอนตาล #มุกดาหาร #ยโสธร #ข่าวอาชญากรรม #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้_////ภาพ/ข่าว เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รถน้ำมัน รอข้ามด่านมุกดาหาร หลังกองทัพภาคที่ 2 คุมเข้มชายแดนช่องเม็ก

แชร์เนื้อหานี้

ตามคำสั่งของ กองทัพภาคที่ 2 ที่ให้ควบคุมการส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิงทุกประเภท รวมถึงยุทโธปกรณ์และสิ่งของที่เกี่ยวข้อง ณ จุดผ่านแดนถาวรช่องเม็ก ต.ช่องเม็ก อ.สิรินธร จ.อุบลราชธานี

โดยงดการส่งออกเฉพาะสินค้าประเภทน้ำมันเชื้อเพลิงทุกชนิดและยุทโธปกรณ์ต่าง ๆ มีผลตั้งแต่เวลา 24.00 น. ของวันที่ 14 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป ส่งผลให้รถบรรทุกน้ำมันจำนวนมากไม่สามารถข้ามแดนไปยัง สปป.ลาว ได้

ล่าสุด เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจความเคลื่อนไหวการขนส่งน้ำมันผ่านด่านพรมแดนมุกดาหาร บริเวณ สะพานมิตรภาพแห่งที่ 2 (มุกดาหาร–สะหวันนะเขต) อ.เมือง จ.มุกดาหาร พบรถขนส่งน้ำมันจอดรอข้ามแดนกว่า 20 คัน

จากการสอบถามพนักงานขับรถรายหนึ่งเปิดเผยว่า การจอดรอข้ามด่านลักษณะนี้เกิดขึ้นเป็นประจำ โดยเฉพาะวันจันทร์จะมีรถเป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม ภายหลังมีคำสั่งห้ามขนส่งทางฝั่งอุบลราชธานี

ต้องจับตาว่าจะมีรถน้ำมันหลั่งไหลมาใช้เส้นทางด่านมุกดาหารเพิ่มขึ้นหรือไม่ เนื่องจากหากมีการนำส่งน้ำมันผ่านมุกดาหารแล้วต่อไปยัง กัมพูชา จะทำให้ระยะทางและต้นทุนการขนส่งเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

คุมส่งออกน้ำมัน #ช่องเม็ก #ด่านมุกดาหาร #สะพานมิตรภาพไทยลาว #ข่าวชายแดน #โลจิสติกส์ #กองทัพภาคที่2 #มุกดาหาร #อุบลราชธานี #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้__////ภาพ/ข่าว เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / มหากุศลครั้งใหญ่สำเร็จแล้ว! มูลนิธิพุทธภูมิธรรม x พล.1 รอ. มอบชีวิตใหม่ให้โค-กระบือ ดูแลตลอดอายุขัย

แชร์เนื้อหานี้

มหากุศลครั้งใหญ่สำเร็จแล้ว! มูลนิธิพุทธภูมิธรรม x พล.1 รอ. มอบชีวิตใหม่ให้โค-กระบือ ดูแลตลอดอายุขัย ขอให้ทุกท่านมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง🐄🎉

✨ มูลนิธิพุทธภูมิธรรม นำโดย อาจารย์ วิจักษณ์ สองจันทร์ ประธานมูลนิธิฯ และ น.ส.สาธิมา ลาชโรจน์ ผอ.ศูนย์อำนวยการฯ เป็นตัวแทนทุกท่าน “ไถ่ชีวิตโค-กระบือ” เพื่อเฉลิมพระเกียรติและถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9)
📋 เราได้ช่วยห้าชีวิตสำเร็จแล้ว
🔴 โคแม่แดง (เพศเมีย) 1 ตัว
⚪ โคแม่ขาว (เพศเมีย) และลูกโค
🐃 กระบือ (เพศเมีย) 2 ตัว
🏡 สร้างคอก โค-กระบือ

โดยส่งมอบให้หน่วยในพื้นที่ จ.ลพบุรี ดำเนินการอภิบาลดูแล “ตลอดอายุขัย” (ห้ามนำไปใช้งานส่วนตัว หรือจำหน่าย)ตอนทำการส่งมอบ เหมือนโคกระบือจะรับรู้ว่ารอดแล้ว กระดิกหูดีใจ และไม่มีการตื่นกลัว อยู่นิ่งสงบกระดอกหางไปมาน่ารักมาก ขอบคุณท่านผู้ใจบุญทั้งหลาย บุญของท่านสำเร็จแล้ว

✨ อานิสงส์แห่งการให้ชีวิต (อภัยทาน) ✨
🌿 อายุยืนยาว: สุขภาพร่างกายแข็งแรง ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ
🌿 พ้นจากความทุกข์: ช่วยสะเดาะเคราะห์ แก้กรรม ผ่อนหนักให้เป็นเบา
🌿 ความสุขความเจริญ: ชีวิตมีความสุข ความเจริญรุ่งเรือง ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน
🌿 เมตตาธรรม: เป็นการเจริญเมตตาธรรมในจิตใจ ส่งผลให้เป็นที่รักของมนุษย์และเทวดา

🙏 ขออนุโมทนาบุญกับทุกท่าน สาธุสาธุสาธุ อนุโมทามิฯ 🙏

โดยภายในพิธีไถ่ชีวิตโคกระบือนี้ ได้รับเกียรติจาก กองพลที่ 1 รักษาพระองค์ (พล.1 รอ.) โดย พล.ต.กิตติ ประพิตรไพศาล ผบ.พล.1 รอ. พร้อมด้วย คุณ ปณิกา ประพิตรไพศาล ประธาน สม.ทบ.สาขา พล.1 รอ., กำลังพล และคณะแม่บ้าน บก.พล.1 รอ. ขอขอบพระคุณอย่างสูง และขอให้อานิสงส์ไถ่ชีวิตโคกระบือนี้ โปรดคุ้มครองป้องกันทหารไทยที่กำลับรบชายแดน ให้แคล้วคลาดปลอดภัยจากอันตรายทั้งปวงเทอญ สาธุๆๆ อนุโมทามิฯ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กรมโยธาธิการและผังเมือง จัดประชุมครั้งที่ 3 โครงการฟื้นฟูบูรณะและปรับปรุงภูมิทัศน์เขื่อนป้องกันตลิ่งริมทะเล จังหวัดนราธิวาส

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ 15 ธ.ค.68 นายอาทิตย์ ศรีสุวรรณ วิศวกรโยธาชำนาญการพิเศษ สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดนราธิวาส เปิดการประชุมรับฟังความคิดเห็น ครั้งที่ 3 โครงการฟื้นฟูบูรณะและปรับปรุงภูมิทัศน์เขื่อนป้องกันตลิ่งริมทะเล

พื้นที่ชายฝั่งทะเลตำบลโคกเคียน อำเภอเมืองนราธิวาส ที่ห้องประชุมโคกเคียน อบต.โคกเคียน อำเภอเมืองนราธิวาส ซึ่งมีผู้แทนหน่วยงานราชการ ระดับจังหวัด/อำเภอ ผู้แทน อปท. ผู้นำท้องที่ และประชาชนที่เกี่ยวข้อง กว่า 120 คน เข้าร่วม ขณะนี้เดียวกันจะมีผู้เข้าประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (Zoom)


โดยนายศารทูล รัตนบุญ วิศกรโยธาชำนาญการ กรมโยธาธิการและผังเมือง กล่าวว่า โครงการดังกล่าวอยู่ภายใต้งานจ้างศึกษาความเหมาะสมและออกแบบรายละเอียดเพื่อแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งอย่างเป็นระบบ ในระบบกลุ่มหาดหลักอ่าวไทยตอนล่าง (T6) ระยะที่ 1 การจัดประชุมในวันนี้ (15 ธ.ค.68)

เพื่อชี้แจงรายละเอียดของรูปแบบการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง ผลกระทบสิ่งแวดล้อม สรุปผลการประชุมรับฟังความคิดเห็น ครั้งที่ 2 มาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม รวมถึงมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีนายไมตรี ประทีป ณ ถลาง นายอรินทร์ โสมบ้านกวย ผู้ชำนาญการสิ่งแวดล้อม ดำเนินการให้ข้อมูลต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง

โดยจะนำผลจากการประชุมรับฟังความคิดเห็น ครั้งที่ 3 เสนอไปยังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พิจารณาและดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป เนื่องด้วยพื้นที่ชายฝั่งทะเลตำบลโคกเคียน อำเภอเมืองนราธิวาส มีโครงสร้างป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งรูปแบบเขื่อนหินทิ้งตั้งแต่ปากคลองโคกเคียน จนถึงบ้านโคกพะยอม ความยาวรวมประมาณ 5,000 เมตร แต่บ่งช่วงโครงสร้างหินทิ้งทรุดตัวชำรุดเสียหาย

โดยโครงสร้างไม่สามารถป้องกันคลื่นน้ำทะเลกัดเซาะในช่วงมรสุมที่มีคลื่นลมแรงได้ ก่อให้เกิดความเสียหานต่อพื้นที่ชุมชน รวมถึงบ้านเรือนประชาชนหลังแนวชายฝั่ง การดำเนินโครงการของกรมโยธาธิการและผังเมือง จึงเป็นการแก้ไขปัญหาเพื่อความมั่นคงแข็งแรงและถาวร ทางกรมโยธาธิการและผังเมือง จึงได้ว่าจ้างกลุ่มบริษัทที่ปรึกษา ประกอบด้วย บริษัท แมคโครคอนซัลแตนท์ จำกัด บริษัท เอส ที กรีน จำกัด ดำเนินโครงการฯ

สำหรับพื้นที่โครงการฯ ตั้งอยู่บริเวณชายฝั่งทะเล หมู่ที่ 1 บ้านโคกเคียน และหมู่ที่ 13 บ้านบาโร๊ะบูตอเหนือ ตำบลโคกเคียน อำเภอเมืองนราธิวาส มีวัตถุประสงค์เพื่อดำเนินการออกแบบรายละเอียดเพื่อแก้ไขปัญหากัดเซาะชายฝั่งในลักษณะการบูรณาการเป็นระบบกลุ่มหาดในพื้นที่ศึกษา ตลอดจนศึกษาความเหมาะสมด้านเศรษฐศาสตร์ในการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะ

ชายฝั่งตามพื้นที่ที่ได้ศึกษาออกแบบรายละเอียด โดยประเมินความคุ้มค่า ผลประโยชน์ที่จะได้รับจากการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งทะเลในพื้นที่ และเพื่อศึกาา/จัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) โครงการก่อสร้างกำแพงป้องกันคลื่นริมชายทะเล หรือเขื่อนป้องกันตลิ่งริมทะเล ตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ทั้งนี้ คาดว่าประโยชน์ที่จะได้รับจากโครงการฯ สามารถป้องกันและแก้ไขปัยหาการกัดเซาะชายฝั่งทะเลได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อลดการสูญเสียพื้นที่ และลดการเกิดความเสียหายด้านทรัพยากรชายฝั่ง ป้องกันทรัพย์สินของทางราชการและประชาชนไม่ให้ถูกคลื่นกัดเซาะ ทำให้สภาพชายฝั่งมีทัศนียภาพสวยงาม และส่งเสริมการท่องเที่ยว และส่งเสริมคุณภาพชีวิตของประชาชนในท้องถิ่นอีกด้วย
////////////////////////////////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / อบต.ทุ่งขวางได้จัดการประชุมประจำเดือนธันวาคม 2568

แชร์เนื้อหานี้

วันจันทร์ ที่ 15 ธันวาคม 2568 เวลา 09.00 น.องค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งขวางได้จัดการประชุมประจำเดือนธันวาคม 2568
โดยมีนายสุนทร สมัยนิยมนายกองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งขวางเป็นประธานในการประชุม พร้อมด้วยคณะผู้บริหารนายพุธิชัย หนุ่มกันนารองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งขวางนางสาววรรณภา คำดีรองนายองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งขวางนางสาวอำพร อินทร์คงเลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งขวางนายจอมใจ กองเกตุใหญ่ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งขวางนางแสงเทียน

เศรษฐวิทยารองปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งขวาง
นายวิเชียร คำจุ้ย กำนันตำบลทุ่งขวางผู้ใหญ่บ้าน, ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน, ตำรวจชุมชน, เจ้าหน้าที่จากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลทุ่งขวาง, ตัวแทน อสม., ตัวเเทนสตรีแม่บ้าน, ตัวแทนคุณครู, ตัวแทนผู้สูงอายุ,กศน.ตำบลทุ่งขวาง,หัวหน้าส่วนราชการ
เข้าร่วมประชุมโดยพร้อมเพรียงกัน
ณ ห้องประชุมสภาองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งขวาง
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม