เรื่องทั้งหมดโดย admin

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / มีดแรกของฤดูกาลตัดทุเรียนชุมพร ผู้ว่าฯ ชุมพร เปิดงานวันเก็บเกี่ยวทุเรียนคึกคัก กงสุลจีนร่วมยินดี

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 18 มิถุนายน 2568 ณ แปลงใหญ่ทุเรียน ตำบลถ้ำสิงห์ หมู่ที่ 1 อำเภอเมืองชุมพร ได้มีการจัด “งานวันเปิดฤดูการเก็บเกี่ยวผลผลิตทุเรียนชุมพร” ประจำปี 2568 อย่างเป็นทางการ โดยมี นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร ให้เกียรติมาเป็นประธานในพิธีเปิด

งานนี้ได้รับความสนใจจากทั้งภาครัฐและเอกชน โดยมี นายคลองศักดิ์ สงรักษา รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร มาร่วมเป็นเกียรติในงาน และที่สำคัญคือได้รับเกียรติจาก นายวัง จื้อเจียง กงสุลใหญ่แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำจังหวัดสงขลา ที่ได้เดินทางมาร่วมงานและพบปะกับเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนอย่างใกล้ชิด ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของทุเรียนชุมพรในตลาดต่างประเทศ

โดยเฉพาะตลาดจีน การจัดงานในวันนี้ไม่เพียงแต่เป็นการประกาศเริ่มต้นฤดูกาลเก็บเกี่ยว แต่ยังเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนในจังหวัดชุมพร พร้อมทั้งกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ให้คึกคักอีกด้วย นายปรีชา เสนแก้ว ประธานแปลงใหญ่ทุเรียน ตำบลถ้ำสิงห์-วังใหม่ ในนามพี่น้องเกษตรกร ชาวบ้านควนจำปา ตำบลถ้ำสิงห์

มีความยินดีอย่างยิ่งที่ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร ท่านกงสุลใหญ่แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำจังหวัดสงขลา ท่านหัวหน้าส่วนราชการ และท่านผู้มีเกียรติ ที่ได้ให้เกียรติ มาเยี่ยมเยือนตำบลถ้ำสิงห์ อำเภอเมืองชุมพร ในวันนี้ครับ วันนี้เป็นวันเปิดฤดูกาลเก็บเกี่ยวผลผลิตทุเรียน ประจำปี 2568 ของ จังหวัดชุมพร ถือเป็นวันที่มีความหมายสำคัญยิ่งต่อชาวสวนทุเรียนในพื้นที่ของเรา

ซึ่งการเก็บเกี่ยวผลผลิตนั้น ถือเป็นผลแห่งความอุตสาหะ ความขยันหมั่นเพียร
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ที่ชาวสวนทุกท่าน ได้ดูแลการผลิตทุเรียนด้วยความเอาใจใส่ตั้งแต่การเตรียมดิน การใส่ปุ๋ย การรดน้ำ การป้องกันศัตรูพืช จนกระทั่งให้ผลผลิต เพื่อให้ได้ผลผลิตทุเรียนที่มีคุณภาพออกสู่ตลาด และถึงมือผู้บริโภค

ทุเรียนถ้ำสิงห์ของเราได้รับการยอมรับในด้านคุณภาพ รสชาติหวานหอม เนื้อเหลือง และส่งกลิ่นหอมชวนรับประทาน ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของพื้นที่นี้ที่มีดินดี และสภาพอากาศเหมาะสม ผลผลิตของเราไม่เพียงแต่ได้รับความนิยมในท้องถิ่น แต่ยังได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคทั่วประเทศ และสามารถส่งออกไปต่างประเทศได้อีกด้วย และความร่วมมือร่วมใจของทุกฝ่าย ทั้งชาวสวน สถาบันเกษตรกร เจ้าหน้าที่ภาครัฐ และเอกชน ที่ได้ทำงานเป็นทีม แลกเปลี่ยนความรู้ ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน เพื่อให้เกิด

ห่วงโซ่มูลค่าของทุเรียนที่สมบูรณ์ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ เกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนตำบลถ้ำสิงห์ และตำบลวังใหม่ได้รวมกลุ่มและจัดตั้งเป็นแปลงใหญ่ทุเรียนขึ้น ในปี 2567 ในนาม แปลงใหญ่ทุเรียน ตำบลถ้ำสิงห์-วังใหม่ โดยมีกระผมเป็นประธานของกลุ่ม

ปัจจุบันมีสมาชิก 53 คน พื้นที่รวมกว่า 730 ไร่ โดยมีเป้าหมายมุ่งเน้นพัฒนาด้านการบริหารจัดการกลุ่ม ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิตและการบริหารจัดการด้านการตลาดร่วมกัน สมาชิกมีการผลิตทุเรียนตามมาตรฐานเกษตรที่ดีและเหมาะสม (GAP) เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภค ทุเรียนทุกผล มีอายุการเก็บเกี่ยวที่ 120 วัน หลังดอกบาน ทำให้มั่นใจได้ว่า เป็นทุเรียนแก่จัด มีคุณภาพ หวาน มัน เหมาะแก่การบริโภค

นายสุบรรณ์ รักษ์ทอง เกษตรจังหวัดชุมพร ยินดีและเป็นเกียรติ
อย่างยิ่ง ที่ท่านได้กรุณาให้เกียรติมาเป็นประธานในพิธีเปิดงาน วันเปิดฤดูกาลเก็บเกี่ยวผลผลิตทุเรียน ประจำปี 2568 จังหวัดชุมพรนับเป็นหนึ่งในแหล่งปลูกทุเรียนที่สำคัญของประเทศไทย มีสภาพภูมิศาสตร์ที่เหมาะสมกับการเจริญเติบโตของผลไม้ในเขตเมืองร้อน

เนื่องมาจากดินอุดมสมบูรณ์ และสภาพภูมิอากาศ เหมาะสมในการผลิตทุเรียน จึงทำให้ปัจจุบันจังหวัดชุมพรถือเป็นแหล่งผลิตไม้ผลเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศ รวมทั้งเกษตรกรมีประสบการณ์ในการผลิตทุเรียน และมีการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม ทำให้ทุเรียนจังหวัดชุมพรเป็นที่รู้จักในด้านรสชาติและคุณภาพ นอกจากนี้ จังหวัดชุมพรยังเป็น
แหล่งรวบรวมผลผลิตที่สำคัญสำหรับการส่งออกไปต่างประเทศและในประเทศอีกด้วย


การผลิตทุเรียนของจังหวัดชุมพร มีแนวโน้มขยายพื้นที่ปลูกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยปี 2568 มีพื้นที่ปลูกทุเรียนเพิ่มขึ้นจากการปลูกทดแทนพืชชนิดอื่น และจากความต้องการบริโภคทุเรียนของประเทศคู่ค้าที่สำคัญ คือ สาธารณรัฐประชาชน

จีน ซึ่งนำเข้าทุเรียนผลสดจากประเทศไทยมูลค่ากว่า 1 แสนล้านบาทต่อปี โดยปัจจุบันจังหวัดชุมพร มีเนื้อที่ปลูกทุเรียน 334,576 ไร่ ซึ่งให้ผลผลิตแล้ว 240,775 ไร่ และคาดการณ์ว่าจะมีปริมาณผลผลิตทุเรียนออกสู่ตลาด 302,739 ตัน ซึ่งให้ผลผลิตในช่วงเดือนพฤษภาคม และกระจายถึงเดือนธันวาคม ส่วนช่วงที่ผลผลิตออกมากคือ ตั้งแต่เดือนมิถุนายนถึงเดือนสิงหาคม สร้างรายได้ให้กับจังหวัดชุมพรมากกว่า 3 หมื่นล้านบาท

เพื่อแสดงถึงศักยภาพในการผลิต และประชาสัมพันธ์คุณภาพของผลผลิตทุเรียนจังหวัดชุมพรซึ่งเป็นไม้ผล อัตลักษณ์ที่สำคัญ รวมถึงเป็นมาตรการในการควบคุมป้องกัน แก้ไขปัญหาการตัดทุเรียนด้อยคุณภาพออกสู่ตลาด เพื่อให้ทุเรียนที่ออกจาก สวนเกษตรกร ได้คุณภาพตรงกับความต้องการของตลาดและสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ ได้รับประทานทุเรียนที่อร่อย และพึงพอใจต่อสินค้าทุเรียนของ จังหวัดชุมพร

จึงได้จัดกิจกรรมวันเปิดฤดูกาลเก็บเกี่ยวผลผลิตทุเรียน ประจำปี 2568 ในวันที่ 18 มิถุนายน 2568 ณ แปลงใหญ่ทุเรียน ตำบลถ้ำสิงห์-วังใหม่ หมู่ที่ 3 ตำบลถ้ำสิงห์ อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร โดยภายในงานประกอบด้วยกิจกรรม การเปิดฤดูกาลเก็บเกี่ยวผลผลิตทุเรียน (ตัดทุเรียนลูกแรก) การชิมทุเรียนและผลิตภัณฑ์จากทุเรียน นอกจากนี้ มีการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของชุมชนตำบลถ้ำสิงห์

นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ จังหวัดชุมพรถือเป็นแหล่งปลูกทุเรียนคุณภาพที่สำคัญของภาคใต้และของประเทศไทย ด้วยสภาพภูมิประเทศและภูมิอากาศที่เหมาะสม ทำให้ทุเรียนชุมพรมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีรสชาติหวานมัน เนื้อละเอียด และกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ ตลอดจนมีการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพผลผลิตทุเรียน มีกระบวนการส่งออกที่รักษาคุณภาพจนถึงผู้บริโภค และมีมาตรการป้องกันควบคุม ป้องกัน แก้ไขปัญหาทุเรียนด้อยคุณภาพ จนได้รับการยอมรับให้เป็นสินค้าเกษตรที่เป็นที่ต้องการของตลาด สร้างรายได้ให้กับเกษตรกร

จังหวัดชุมพรจึงได้จัดกิจกรรมวันเปิดฤดูกาลเก็บเกี่ยวผลผลิตทุเรียน ประจำปี 2568 ในครั้งนี้ เป็นการประชาสัมพันธ์ให้นักธุรกิจ ผู้ประกอบการ ตลอดจนนักท่องเที่ยวเดินทางมาจังหวัดชุมพร ได้รับทราบถึงการเริ่มฤดูกาลทุเรียนของจังหวัดชุมพร และเป็นการสร้างมั่นใจให้ผู้บริโภคได้ว่า จังหวัดชุมพรของเราผลิตทุเรียนที่มีคุณภาพ มีรสชาติหวานมัน กรอบอร่อย ท้ายที่สุดนี้ กระผมขอขอบคุณคณะผู้จัดทุกคน และขออวยพรให้การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ สำเร็จลุล่วงตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ทุกประการ

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สส. อนุชา สะสมทรัพย์ พร้อมด้วยสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด

แชร์เนื้อหานี้

นครปฐม(กลุ่มชาวบ้าน) และผู้นำส่วนท้องถิ่น ได้เข้าเยี่ยมโรงพยาบาลนครชัยศรี เพื่อร่วมกันหารือในการปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณรอบโรงพยาบาล พร้อมตรวจเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ปฎิบัติงาน และผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาฯ

พร้อมกันนี้ กลุ่มคนรักอนุชา ทีมงานคุณหนิงชัยศรี และ สจ. บรรทูล สนน้อย ( สจ.จั้น) ได้ร่วมกันนำอาหารคาวหวานและเครื่องดื่มมาแจกจ่ายให้กับพี่น้องประชาชนที่มาใช้บริการที่โรงพยาบาล ซึ่งมีจำนวนมาก

และขอขอบคุณโรงพยาบาลนครชัยศรี ที่อำนวยความสะดวกในการจัดกิจกรรม และขอเป็นกำลังใจให้บุคลากรทางการแพทย์ทุกท่านที่ทำงานอย่างเต็มที่เพื่อประชาชนครับ
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / วัฒนธรรมน่าน จัดการประกวดเยาวชนต้นแบบด้านมารยาทไทย และมารยาทในสังคม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 25688

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2568 เวลา 09.30 น. ที่อาคารสิริเมตตาธรรม ตำบลดู่ใต้ อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน สำนักงานวัฒธรรมจังหวัดน่าน จัดการประกวดเยาวชนต้นแบบด้านมารยาทไทย และมารยาทในสังคม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 นายบรรจง ขุนเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานในพิธีเปิดการประกวด

ซึ่งมีพระครูสิรินันทวิทย์ เจ้าคณะอำเภอเมืองน่าน เจ้าอาวาสวัดดอนมูล พระพระภิกษุสามเณรเมตาร่วมพิธีเปิด นางภัทราภรณ ชัยวัฒนกุล วัฒนธรรมจังหวัดน่าน กล่าวพบปะให้กำลังใจแก่เด็กนักเรียน นักศึกษา โดยมีนายจิรศักดิ์ เพชรสุทธิ์ ผอ.กลุ่มยุทธศาสตร์และและเฝ้าระวังทางวัฒนธรรมกล่าวรายงาน มีคณะครู นักเรียน เข้าร่วมกิจกรรม

ด้วยจังหวัดน่าน โดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดน่าน ร่วมกับกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ได้ดำเนินกิจกรรมการประกวดเยาวชนต้นแบบด้านมารยาทไทย และมารยาทในสังคม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 จังหวัดน่าน เพื่อเป็นแนวทางและเครื่องมือสำคัญในการเผยแพร่และเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ

หลักปฏิบัติ เรื่องมารยาทไทย และมารยาทในสังคม รวมทั้งการรณรงค์เผยแพร่ประชาสัมพันธ์การไหว้เป็นเอกลักษณ์ประจำชาติ ประเภทการทักทายและการแสดงความเคารพแบบไทย รวมทั้งเป็นการตอบสนองนโยบายและยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ โดยการปลูกฝังวัฒนธรรมและค่านิยมที่พึงประสงค์ประกวดเยาวชนต้นแบบด้านมารยาทไทย และมารยาทในสังคม

จังหวัดน่าน มีนักศึกษาที่สมัครเข้าร่วมประกวดฯ จำนวน 98 คน แบ่งเป็นระดับประถมศึกษา (ป.1 – ป.6)จำนวน 19 ทีมระดับมัธยมศึกษาตอนต้น (ม.1 – ม.3) จำนวน 10 ทีม ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.4 – ม.6) และประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) จำนวน 9 ทีม และระดับอุดมศึกษา และประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง(ปวส.) จำนวน 1 ทีม ผลการประกวดเยาวชนต้นแบบมารยาทไทยและมารยาทสังคม ประจำปี 2568 ระดับประถมศึกษา ชนะเลิศได้แก่โรงเรียนบ้านเป้า รองชะ

เลิศอันดับ 1 โรงเรียนจุมปีวนิดาภรณ์ เทศบาลเมืองน่าน(บ้านภูมินทร์)รองชนะเลิศอันดับ 2 โรงเรียนบ้านนาราบ(จุลเกษตรศึกษานาคาร )ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ชนะเลิศได้แก่โรงเรียนศรีสวัสดิ์วิทยาคาร รองชนะเลิศอันดับ 1 โรงเรียนน่านนคร รองชนะเลิศอันดับ 2

โรงเรียนบ้านปางเป๋ย มัธยมศึกษาตอนปลาย ชนะเลิศได้แก่ โรงเรียนสตรีศรีน่าน รองชนะเลิศอับดับ1โรงเรียนศรีสวัสดิ์วิทยาคาร รองชะเลิศอันดับ 2 โรงเรียนน่านนคร และระดับอุดมศึกษา(ปวส.) ชนะเลิศไดเแก่ มหาวิทยาลัยรภัฏอุตรดิตถ์
/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/ร.ต.อ.สถิตย์ ศรีประสม รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / พล.ต.ต.อภิรักษ์ เวชกาญจนา ผบก. ภ. จว.ลพบุรี พร้อมข้าราชการตำรวจในสังกัดร่วมมอบทุนฯ

แชร์เนื้อหานี้

17 มิ.ย.2568 เวลา 16.30 น. พล.ต.ต.อภิรักษ์ เวชกาญจนา ผบก.ภ.จว.ลพบุรี พร้อมด้วย รอง ผบก. ในสังกัด ภ.จว.ลพบุรี, ข้าราชการตำรวจ ในสังกัด สภ.โคกสำโรง สภ.หนองม่วง สภ.เพนียด, สภ.บ้านหมี่ สภ.โคกเจริญ สภ. สระ

โบสถ์ และคณะ กต.ตร.ภ.จว.ลพบุรี คณะ กต.ตร.สภ.โคกสำโรง ที่ปรึกษา กต.ตร.สภ.โคกสำโรง ร่วมพิธีมอบทุนการศึกษาให้แก่บุตร-ธิดา ของข้าราชการตำรวจ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้แก่ข้าราชการตำรวจ

การร่วมมอบทุนการศึกษาใน “โครงการทุนการศึกษา บุตร-ธิดาข้าราชการตำรวจ สังกัด ภ.จว.ลพบุรี ประจำปี 2568” โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการศึกษา ลดภาระค่าใช้จ่าย และเสริมสร้างขวัญกำลังใจให้กับบุตร-ธิดาข้าราชการตำรวจที่มีความประพฤติดีและมีผลการเรียนดี

โดยมุ่งหวังที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนมีความมุ่งมั่นตั้งใจในการศึกษาเล่าเรียน เพื่อเติบโตเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศในอนาคต การสนับสนุน

ด้านการศึกษาถือเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างสังคมที่เข้มแข็งและมีคุณภาพ เพราะการศึกษาคือกุญแจสู่ความสำเร็จและการพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไป

สนอง แท่นสูงเนิน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตร.สันติบาล จัดโครงการสร้างจิตสำนึก” รุ่นที่ 4 ประจำปี 2568 ณ รร.ยางชุมวิทยา ต.หาดขาม อ.กุยบุรี จ.ประจวบฯ

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ (18 มิ.ย. 2568) เวลา 08.30 น. ร.ต.อ.กฤษฎา จิณะไชย รองสารวัตร กก.4 บก.ส.1 และหัวหน้าสถานีตำรวจจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ จัดกิจกรรมอบรม “โครงการสร้างจิตสำนึก” รุ่นที่ 4 ประจำปี 2568

ณ โรงเรียนยางชุมวิทยา ตำบลหาดขาม อำเภอกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
โดยมี นายนพพล เสียงกล่อม ผู้อำนวยการโรงเรียน เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วย นายก อบต.หาดขาม, กำนัน และผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่

เข้าร่วมกิจกรรม มีนักเรียนเข้าร่วมอบรมจำนวน 120 คน เนื้อหาการอบรมเน้นให้เยาวชนรู้จักหน้าที่ มีวินัย และอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างมีความรับผิดชอบ

กิจกรรมในครั้งนี้ได้รับความสนใจและความร่วมมือจากทุกฝ่ายเป็นอย่างดี.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 0909944781

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / หน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. เคลื่อนที่บำบัดทุกข์บำรุงสุข แก่ประชาชน และกิจกรรมปกป้องเชิดชูสถาบันพระมหากษัตริย์

แชร์เนื้อหานี้

วันที่( 18 มิ.ย.68 ) เวลา 09.30 น. ที่โรงเรียนบ้านนาดง ตำบลนาดง อำเภอปากคาด จังหวัดบึงกาฬ นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานเปิดโครงการ ปกป้องเชิดชูสถาบันพระมหากษัตริย์ และนำหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. และโครงการจังหวัดบึงกาฬเคลื่อนที่ บำบัดทุกข์ บำรุงสุข และสร้างรอยยิ้มให้ประชาชน

โดยมีนายสมหวัง อารีย์เอื้อ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ นายวรพันธ์ ชำนิยันต์ ปลัดจังหวัดบึงกาฬ นายภมร ดรุณ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดบึงกาฬ หัวหน้าส่วนราชการทุกหน่วย นายวุฒิชัย ชัยภูวนารถ นายอำเภอปากคาด ฝ่ายปกครองอำเภอปากคาด หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ข้าราชการ และพี่น้องประชาชนชาวอำเภอปากคาด เข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก ได้รวมพลังกล่าวคำปฏิญาณถวายความจงรักภักดี แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

จังหวัดบึงกาฬ ได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระอนุญาตจากสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒนวรขัติยราชนารี ให้เป็นจังหวัด พอ.สว. ลำดับที่ 54 ในปี พ.ศ. 2554 เพื่อเป็นการแสดงความจงรักภักดีในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน จังหวัดบึงกาฬ

จึงได้จัดกิจกรรมหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. และโครงการจังหวัดบึงกาฬเคลื่อนที่ บำบัดทุกข์ บำรุงสุข และสร้างรอยยิ้มให้ประชาชน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 ณ โรงเรียนบ้านนาดง ตำบลนาดง อำเภอปากคาด จังหวัดบึงกาฬ เพื่อให้ความช่วยเหลือในการรักษาพยาบาลป้องกันโรค ส่งเสริมและฟื้นฟูสุขภาพอนามัย รวมถึงการนำบริการต่าง ๆ

จากภาครัฐและภาคเอกชน ไปให้ความช่วยเหลือ แก้ไขปัญหา และอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน ให้ได้รับบริการอย่างสะดวก รวดเร็ว ประหยัด และทั่วถึง โดยมีกิจกรรม เช่น การมอบสิ่งของ เครื่องอุปโภค บริโภค และทุนการศึกษาให้แก่นักเรียน ผู้พิการ และผู้ด้อยโอกาส การออกหน่วยบริการแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. หน่วยบริการของส่วนราชการ/หน่วยงานราชการ และภาคเอกชน การออกเยี่ยมและมอบสิ่งของช่วยเหลือผู้ป่วยติดเตียงและฐานะยากจนในพื้นที่

นายภมร ดรุณ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดบึงกาฬ ในนามของหัวหน้าชุดหน่วยแพทย์ พอ.สว. กล่าวว่า การปฏิบัติงานของหน่วยแพทย์ในวันนี้ เป็นการออกหน่วยแพทย์ พอ.สว. เพื่อให้บริการประชาชน ที่อยู่ในพื้นที่ ที่ห่างไกลสถานบริการสาธารณสุข ได้เข้าถึงบริการทางการแพทย์ โดยให้บริการ ด้านการรักษาพยาบาล ส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค บริการทันตกรรม และการแพทย์แผนไทย การเข้าถึงบริการสาธารณสุข

ประชาชนในพื้นที่ตำบลดงบัง และหมู่บ้านใกล้เคียงเมื่อมีการเจ็บป่วย จะเดินทางไปรับบริการที่โรงพยาบาลปากคาด และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลนาดง ปัญหาด้านสุขภาพส่วนใหญ่ของประชาชน พบว่า ป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูง ไข้หวัด โรคเบาหวาน โรคผิวหนัง ปัญหาสุขภาพช่องปาก และฟัน เป็นต้น ซึ่งการออกปฏิบัติงานครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากทุกภาคส่วน ตลอดจนประชาชนสนใจรับบริการตรวจรักษาโรคทั่วไป 17 ราย บริการทันตกรรม 23 ราย บริการแพทย์แผนไทย 27 ราย และกายภาพบำบัด 25 ราย

บริการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมและมะเร็งปากมดลูก(self test) 10 ราย บริการคัดกรองภาวะซึมเศร้าและให้คำปรึกษา 9 ราย และรับผู้ป่วยเข้าเป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ 1 ราย รวมผู้รับบริการทั้งหมด 111 ราย และมีเยี่ยมบ้านผู้ป่วยติดเตียง 2 ราย ประชาชนทุกคน มีความซาบซึ้งถึงพระมหากรุณาธิคุณ ของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ที่ทรงมีพระเมตตาให้ปวงประชามีสุขภาพดี ทรงห่วงใยในทุกข์สุขของราษฎร โดยทรงจัดให้มีหน่วยแพทย์ พอ.สว.ไปบำบัดความทุกข์จากโรคภัยและดูแลสุขภาพของประชาชน ในท้องถิ่นทุรกันดาร ตั้งแต่ปี พ.ศ.2507 เป็นต้นมา

นอกจากนี้ยังมีหน่วยงานราชการออกบูธประชาสัมพันธ์และการจำหน่าย สินค้า OTOP สินค้าการเกษตรจากผู้ผลิตถึงผู้บริโภคในราคาที่เป็นธรรมอีกด้วย
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล ผู้สื่อข่าวบึงกาฬ รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตำรวจ PCT ภาค 5 บุกจับ “3หนุ่มจีนเทา” คาบ้านพักหรูย่านสันทราย เนียนเข้าไทยใช้วีซ่านักเรียน แอบกบดานทำเว็บพนันออนไลน์ ปั่นรายได้ฉ่ำ 5 ล้านบาท

แชร์เนื้อหานี้

โดยการอำนวยการของ พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.พิเชษฐ จีระนันตสิน รอง ผบช.ภ.5 พล.ต.ต.นพดล กรึงไกร รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.พรพิทักษ์ รู้ยืนยง รอง ผบช.ภ.๕, พล.ต.ต.ธนะรัชต์ ชุ่มสวัสดิ์ รอง ผบช. ภ.5, พล.ต.ต.พิชญา บุญขจร รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย รอง ผบช. ภ.5, พล.ต.ต.วรพงศ์ คำลือ ผบก.สส.ภ.5, และ พล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่
ก่อนการจับกุมเจ้าหน้าตำรวจชุด

จับกุมได้รับแจ้งว่ามีคนจีนการลักลอบพักอาศัยอยู่ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ จนเจ้าหน้าที่ ศปอส.ภ.๕ สืบทราบว่ามีการเช่าบ้านในโครงการแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.สันทราย จว.เชียงใหม่ จึงได้รวบรวมพยาน
หลักฐานขออนุมัติศาลจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อขอหมายค้นบ้านหลังดังกล่าว
ต่อมาวันที่ 16 มิถุนายน 2568 เวลาประมาณ 10.00 น. พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 แลพล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย รอง ผบช.ภ.5 พร้อมชุดปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโยโลยีสารสนเทศ ตำรวจภูธรภาค 5 นำหมายค้นศาลจังหวัดเชียงใหม่ เข้าทำการตรวจค้นบ้านหลังดังกล่าวผลการตรวจค้นพบ

  1. นายกง สงวนนามสกุล เชื้อชาติ-สัญชาติ จีน อายุ 30 ปี
  2. นายวู สงวนนามสกุล เชื้อชาติ-สัญชาติ จีน อายุ 30 ปี
  3. นายหวัง สงวนนามสกุล เชื้อชาติ-สัญชาติ จีน อายุ 34 ปี
    กำลังนั่งทำงานอยู่บริเวณห้องนอนชั้น2 เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวพร้อมหมายค้น ทั้ง 3 คนรับยอมรับว่าทำหน้าที่เป็นแอดมินตอบคำถามแก้ไขปัญหาลูกค้าที่เข้าเล่นเว็บไซต์พนันออนไลน์จึงควบคุมตัว แล้วแจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบว่า
    “ร่วมจัดให้มีการเล่น หรือทำอุบายล่อ ช่วยประกาศโฆษณาหรือชักชวนโดย ทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่นหรือเข้าพนันในการเล่นซึ่งมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานหรือรับ อนุญาตแล้วแต่เล่นพลิกแพลง หรือผู้ใดเข้าเล่นหรือเข้าพนันในการเล่นอันขัดต่อบทแห่งพระราชบัญญัตินี้ หรือกฎกระทรวง หรือข้อความในใบอนุญาต ตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ.๒๔๗๘ มาตรา ๑๒”และนำตัวส่งพงส. สภ.สันทราย จ.เชียงใหม่ ดำเนินคดีตามกฎหมายทันที
    จากการสอบถามทั้ง 3 คน ให้การว่าเป็นชาวเมืองเจ้อเจียง ประเทศจีน ใช้วีซ่าท่องเที่ยวเดินทางเข้าประเทศไทย จากนั้นสมัครเรียนที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ก่อนได้วีซ่านักศึกษาแล้วมาเช่าบ้านหลังดังกล่าวตั้งเป็นสำนักงานทำเว็บพนันให้ลูกค้าชาวจีน โดยได้ค่าจ้างคนละ 50,000 บาทต่อเดือนโดยมีสมาชิกกว่า 4,000 คน โดยจะกลับไปรับเงินเดือนกับบอสชาวจีน 6เดือนต่อครั้งแล้วกลับมาทำงานใหม่ ยอมรับว่าทำมาประมาณ 1 ปี มีเงินเดือนหมุนเวียนหลายสิบล้านต่อเดือน

ตำรวจภาค5 #PCTภาค5 #จับกุม #พนันออนไลน์…สมจิตรแสงบันลังค์รายงาน…

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / พ่อเมืองประจวบฯ รณรงค์ให้คนไทยดื่มนมเพิ่มขึ้นในวันดื่มนมโลก 2568/ ตร.สันติบาลจัดโครงการ ปันรัก ปันน้ำใจ ส่งความสุข สู่ความพอเพียง

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 17 มิ.ย.68 ที่ลานอเนกประสงค์ ศาลากลางจังหวัดประจวบฯ นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการ จ.ประจวบฯ เป็นประธานเปิดกิจกรรมการรณรงค์บริโภคนมประจวบคีรีขันธ์ ประจำปี 2568

เนื่องในวันดื่มนมโลก ( World Milk Day 2025) เพื่อกระตุ้นให้ผู้บริโภคเห็นถึงคุณค่าประโยชน์ของการบริโภคนมและมีการบริโภคมากขึ้น อันจะส่งผลดีต่อการพัฒนาทางด้านสุขภาพของประชาชน และช่วยให้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมมีรายได้เพิ่มขึ้น โดยมี นายสินาทร โอ่เอี่ยม รองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ

นายสัตวแพทย์จามร ศักดินันท์ ปศุสัตว์จังหวัดฯ พร้อมด้วย สหกรณ์โคนมภายในจังหวัดจำนวน 6 สหกรณ์ อาทิ สหกรณ์โคนมไทย-เดนมาร์คห้วยสัตว์ใหญ่จำกัด / สหกรณ์โคนมไทย-เดนมาร์คประจวบคีรีขันธ์ จำกัด /สหกรณ์โคนมกุยบุรี จำกัด/ สหกรณ์โคนมไทย-เดนมาร์คอ่าวน้อย จำกัด /

สหกรณ์โคนมไทยเดนมาร์คบ้านเนินดินแดง จำกัด และสหกรณ์โคนมบางสะพาน จำกัด องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.ภาคใต้ ปราณบุรี) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมกิจกรรม ซึ่งรูปแบบการจัดกิจกรรมในวันนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “นมไทยก้าวไกล มีคุณค่า ดื่มง่าย สุขภาพดี เริ่มที่ประจวบส่งถึงทุกครอบครัว Next Move Prachuap นมโคประจวบต้องไปต่อ”

ภายในงานมีการแจกนมให้กับเด็กนักเรียนและผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้ดื่มฟรี และมีบูธจำหน่ายนมและผลิตภัณฑ์นมราคาถูกจากสหกรณ์โคนมในจังหวัดประจวบฯ องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) และสหกรณ์โคนมหนองโพราชบุรี จำกัด (ในพระบรมราชูปถัมภ์) ตามที่องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (Food and Agriculture Organization of the United Nations : FAO) ได้กำหนดให้วันที่ 1 มิถุนายนของทุกปีเป็นวันดื่มนมโลก ( World Milk Day) สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดประจวบฯ

จึงได้ร่วมกับสหกรณ์โคนมภายในจังหวัดจำนวน 6 สหกรณ์ องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค. ภาคใต้ ปราณบุรี) คณะครู นักเรียน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดกิจกรรมรณรงค์บริโภคนม เนื่องในวันดื่มนมโลก ประจำปี 2568 ขึ้น

เพื่อรณรงค์ให้คนประจวบฯและประชาชนคนไทยทั่วประเทศได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการดื่มนม เกิดการรับรู้และเข้าใจถึงคุณประโยชน์ของนมอันส่งผลดีต่อสุขภาพร่างกาย อีกทั้งเป็นส่วนช่วยให้อุตสาหกรรมนมและเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมให้มีความมั่นคงทางด้านอาชีพอีกทางหนึ่งด้วย.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

ตร.สันติบาลจัดโครงการ ปันรัก ปันน้ำใจ ส่งความสุข สู่ความพอเพียง

วันที่ 16 มิถุนายน 2568 พ.ต.อ.วีรชาติ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ผู้กำกับการ 4 กองบังคับการตำรวจสันติบาล 1 พร้อมข้าราชการตำรวจสันติบาลจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และสมุทรสงคราม

ร่วมกับข้าราชการครู อาจารย์ และนักเรียน กว่า100รายณ.โรงเรียนคุณหญิงเนื่องบุรี จัดกิจกรรมปันรัก ปันน้ำใจ ส่งความสุข สู่ความพอเพียง โดยมีการสร้างเยาวชนสู่อินฟลูเอนเซอร์ (Influencer)

ประกวดสื่อโซเชียลสร้างสรรค์ เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ในกิจกรรมมีนักเรียนจัดทำวิโอสั้นในการเผยแพร่พระราชกรณียกิจพระมหากษัตริย์ วิดีโอสั้น

การทำความดีเพื่อสังคม และมีการมอบรางวัลให้วิดิโอสั้น จำนวน 4 รางวัล และรางวัล รางวัล Popular Vote อีก 1 รางวัล
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / วัดธรรมถาวร จ.ชุมพร มียอดเงินเหลือ 89 ล้านบาท ชี้แจงชาวบ้าน กรรมการ บริหารเงินวัด

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 16 มิถุนายน 2568 เวลา 13.30 น พระเทพสิริวชิรเวที เจ้าคณะภาค16 ธรรมยุต เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ร่วมกับ พระครูถาวรสีลาจาร เจ้าคณะจังหวัดชุมพรธรรมยุต

พระครูถาวรธรรมนิเทศ เจ้าคณะอำเภอละแม ,ทุ่งตะโก พระครูวิสุทธิ์ธรรมโฆษิต เจ้าคณะตำบลทุ่งตะไคร ธรรมยุต พระครูจันทปัญโญภาส เจ้าอาวาสวัดพระบรมธาตุสวี

ประชุม รับฟังจากคณะกรรมการเฉพาะกิจวัดธรรมถาวร ถึงแนวทางการบริหารจัดการ ดำเนินงาน ด้านการเงินและส่วนที่เกี่ยงข้อง ในวัดให้ไปตามระเบียบ ทีมีหน้าที่กำกับ ดูแลบริหารจัดการเงินและทรัพย์สินของวัดธรรมถาวร

จนกว่าจะมีการแต่งตั้งเจ้าอาวาส และคณะกรรมการวัดชุดใหม่ โดยมี 1พระครูวิสุทธิ์ธรรมโมชิต ประธาน 2.นายธวัช เกษแก้ว กรรมการ 3.นายชุมพล เยาวละออง กรรมการ 4นายญานุวัตร สุวรรณวิหค กรรมการ 5.นายคงคา คงทอง กรรมการ 6นายพรหมาตย์ อิฐกอกรรมการ 7

นายเจียมรัตน์ บุญเกิด กรรมการ 8นายธวัชชัย อรุณโรจน์ กรรมการ 9.นายณรงค์ คงทอง กรรมการ 10.นายศุภชัย เกษแก้ว กรรมการ 11นายวิรัช คงทอง กรรมการ 12.นายกู้ชาติ จินาห้อง กรรมการ 13นางทิพวรรณ เนตรกลัด กรรมการ 14.นางสาวธัญทิพย์ สุขอาจ กรรมการ 15นางวรชยา อินทรักษ์ กรรมการ/เลยานุการ

นายกฤษณะ จารุประพาฬ และ ญานุวัฒน์ สุวรรณวิหค ชีแจ้งการทำงานคณะกรรมการ เฉพาะกิจ ได้ดำเนินการด้านการเงินและทรัพย์สินของวัดโดยจัดทำบัญชีที่มีรายชื่อเป็นของเจ้าอาวาสองค์ก่อนให้มาเป็นบัญชีของวัด และจัดการให้มีการเบิกถอนโดน

ให้มีชื่อเจ้าคณะจังหวัดชุมพร และกรรมการ อีก 3 ราย ในยอดที่มากกว่า 1แสนขี้น ไป และมีรายชื่อ เจ้าอาวาสรักษาการ และกรรมการ 3 รายในวงเงิน ไม่เกิน 1 แสนบาท รวมยอดเงินที่เป็นทรัพย์สินของวัดในปัจจุบันมียอด 89,256,750.80 บาท

พระเทพสิริวชิรเวที เจ้าคณะภาค16ธรรมยุต ให้แนวทางบริหารจัดการในวัดโดยสรุปทรัพย์สินของวัดก็ได้ดำเนินการไปในแนวทางที่ดีแล้วโดยจัดการให้เป็นทรัพย์สินของวัดธรรมถาวรให้คณะกรรมการและพี่น้องช่วยกันบริหารจัดการเพื่อที่จะซ่อมสร้างศาลาและสิ่งปลูกสร้างที่ยังค้างอยู่เช่นตึกสงฆ์

จึงขอให้ร่วมมือร่วมใจในการจัดสร้างและคณะกรรมการก็ขอให้เป็นหน้าที่ของเจ้าอาวาสรักษาการดำเนินการจัดตั้งแต่งตั้งคณะกรรมการของวัดส่วนกรรมการ

จัดสร้างอาคารสงก็ให้คณะกรรมการที่ดำเนินการอยู่ดำเนินการต่อไปจะได้ไม่เกิดการสะดุดส่วนคณะกรรมการที่ต้องแต่งตั้งใหม่ก็ให้เป็นหน้าที่ของเจ้าอาวาสรักษาการต่อไป

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รณรงค์ฉีดวัคซีนป้องกันโรคแอนแทรกซ์ในโค กระบือ แพะ พื้นที่เสี่ยง

แชร์เนื้อหานี้

ปศุสัตว์จังหวัดบึงกาฬ ร่วมกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน รณรงค์ฉีดวัคซีนป้องกันโรคแอนแทรกซ์ให้แก่ โค กระบือ และแพะ ของเกษตรกรในหมู่บ้านชายแดนของ 4 อำเภอ แล้ว 2,152 ตัว

นายสัตวแพทย์ธีร์ พูดเพราะ ปศุสัตว์จังหวัดบึงกาฬ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่าตามที่มีข่าวผู้ป่วยและเสียชีวิตจากโรคแอนแทรกซ์ในจังหวัดมุกดาหาร กรมปศุสัตว์จึงสั่งการให้จังหวัดชายแดนได้เข้มงวดดำเนินการป้องกันโรคในสัตว์ เนื่องจากโรคแอนแทรกซ์เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย

ที่ทำให้สัตว์ป่วยและตายกระทันหัน ซากจะนิ่ม เน่าอืดเร็ว โดยจะเริ่มแสดงอาการหายใจลำบาก เดินโซเซ กล้ามเนื้อสั่น และอาจจะเห็นมีเลือดออกทางปาก จมูก และทวาร ซึ่งเลือดจะมีกลิ่นเหม็นและไม่แข็งตัว โดยโรคนี้จะสามารถติดต่อได้จาก การหายใจเอาสปอร์ของเชื้อโรค การกินหญ้าที่มีสปอร์ของเชื้อโรค หรือการสัมผัสเชื้อโรคทางบาดแผล หรือผิวหนังเยื่ออ่อน

ดังนั้นจึงได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดบึงกาฬ และเจ้าหน้าที่สำนักงานปศุสัตว์อำเภอ พื้นที่ชายแดนทั้ง 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองบึงกาฬ อำเภอปากคาด อำเภอบุ่งคล้า และอำเภอบึงโขงหลง ร่วมกับ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน รณรงค์ฉีดวัคซีนป้องกันโรคแอนแทรกซ์ให้แก่ โค กระบือ และแพะ ของเกษตรกรในหมู่บ้านชายแดน

ตั้งแต่เดือน พฤษภาคม 2568 เป็นต้นมา เพื่อป้องกันการเกิดโรคแอนแทรกซ์ในสัตว์ ซึ่งได้ฉีดวัคซีนให้แก่ โค กระบือ และแพะ ยอดสะสม ณ วันที่ 17 มิถุนายน 2568 จำนวน 2,152 ตัว คิดเป็นร้อยละ 71.73 ของเป้าหมาย 3,000 ตัว โดยเป็นโคเนื้อ จำนวน 1,309 ตัว กระบือ จำนวน 821 ตัว และ แพะ จำนวน 22 ตัว และจะเร่งดำเนินการให้ครบตามเป้าหมายที่กำหนดโดยเร็ว เพื่อให้เกิดภูมิกันฝูงที่สามารถป้องกันโรคในสัตว์ในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ปศุสัตว์จังหวัดบึงกาฬ กล่าวเพิ่มเติมว่า โรคแอนแทรกซ์เป็นโรคสัตว์ติดคน แต่ไม่เคยมีรายงานการเกิดโรคในสัตว์ในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ และจากความร่วมมือของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในการเฝ้าระวังโรคอย่างเข้มข้นและอย่างต่อเนื่อง จนถึงปัจจุบันก็ไม่พบการเกิดโรคในสัตว์แต่อย่างใด เพื่อความปลอดภัย จึงขอให้พี่น้องเกษตรกรและประชาชนชาวจังหวัดบึงกาฬ

หากพบสัตว์ป่วยที่มีอาการดังกล่าวข้างต้นให้แจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ อาสาปศุสัตว์ หรือกำนัน ผู้ใหญ่บ้านโดยด่วน และขอให้บริโภคเนื้อสัตว์ที่มีการฆ่าในโรงฆ่าสัตว์ที่มีใบอนุญาต ผ่านการตรวจจากพนักงานตรวจโรคสัตว์ประจำโรงฆ่าสัตว์แล้ว และสถานที่จำหน่ายสะอาดหรือได้รับการรับรองปศุสัตว์โอเค (ปศุสัตว์ OK) และบริโภคเนื้อสัตว์ที่ปรุงสุกเท่านั้น

ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล จ.บึงกาฬ รายงาน