เรื่องทั้งหมดโดย admin

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กระทรวงยุติธรรมลุยแก้หนี้ กยศ.ที่นราธิวาส รัฐบาลแจ้งมีหนี้ต้องใช้หนี้เพื่ออนาคตบุตรหลาน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 31 พ.ค.68 ที่ลานพิกุล มหิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ อ.เมืองนราธิวาส จ.นราธิวาส นายกูเฮง ยาวอหะซัน เลขานุการ รมว.ยุติธรรม ได้เป้ฯประธานในพิธีเปิดงาน มหกรรมแก้หนี้ สร้างวิถีแห่งความเป็นธรรม ปีที่ 2 โดยมีนางเอมอร เสียงใหญ่ อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ นายกฤษณนันท์ กำไร รอง ผวจ.นราธิวาส และส่วนราชการในสังกัดกระทรวงยุติธรรม ได้เดินทางมาร่วมงาน เพื่อสนองนโยบายรัฐบาลแก้ไขปัญหาหนี้สิน ภายใต้ปรัชญาที่จะไม่ขัดต่อวินัยทางการเงินของประชาชน และผู้มีหนี้สินที่ได้กู้ยืมเงิน กยศ.

โดยมีเป้าหมายการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมทุกฝ่าย เพื่อยุติข้อพิพาททางแพ่งและทางอาญในช่วงที่ผ่านมากระทรวงยุติธรรมได้จัดงานมหกรรมแก้หนี้มาแล้ว 89 ราย ช่วยเหลือลูกหนี้ได้ 132,303 ราย จำนวนทุนทรัพย์ 23,901.84 ล้านบาท แยกเป็นลูกหนีก่อนฟ้องช่วยเหลือได้ 66,132 ราย ทุนทรัพย์ 11,217.04 ล้านบาท

ลูกหนี้หลังศาลพิพากษา ช่วยเหลือลูกหนี้ไม่ให้ถูกยึดทรัพย์และอายัดทรัพย์ 66,131 ราย จำนวนทุนทรัพย์ 12,684.8 ล้านบาท สำหรับลูกหนี้ กยศ.รั้งที่ผ่านมา มีการคำนวณยอดหนี้ใหม่ 3.65 ล้านบัญชีแล้วเสร็จ ผู้กู้ 2.98 ล้านราย ได้รับประโยชน์ช่วยลดหนี้ผู้กู้เป็นเงินกว่า 56,326 ล้านบาท ปลดภาระผู้ค้ำ 2.8 ล้านราย ซึ่งในวันนี้มีประชาชนเดินทางมาเกลี่ยไกล่หนี้ กยศ. ประมาณ 300 ราย ที่มีกำหนดการจัดงานในครั้งนี้ขึ้น 3 วัน ตั้งแต่วันที่ 31 พ.ค. ถึง 2 มิ.ย.68

ด้านนายกูเฮง ยาวอหะซัน เลขานุการ รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า ซึ่งวันนี้ก็น่าจะเป็นปีที่ 2 ของโครงการปีนี้ ก็อยากให้ทุกคนมาร่วมเพราะว่าเรื่องกิจกรรมแก้หนี้เป็นเรื่องใหญ่เรื่อง และเป็นเรื่องอนาคตของน้องๆ บางคนอาจจะขาดความเข้าใจในเรื่องนี้ไปเชื่อบางอย่างไปเชื่อในโซเชียลบ้างอะไรก็แล้วแต่ แต่จริงๆแล้วข้อเท็จจริงจะเป็นยังไงให้ท่านมาพบมาคุยด้วยตัวเองและท่านจะรู้ว่าท่านจะได้กำไรกลับไปแน่นอน

ซึ่งผมเชื่อว่าท่านจะมีรอยยิ้มกลับไป วันนี้สิ่งที่ท่านทำคือท่านพยามหลีกเลี่ยงไม่อยากจะจ่ายหนี้ กยศ. ซึ่งเรื่องจะเป็นความทุกข์กับท่าน เรื่องหลักคือลดดอกเบี้ยปรับขยายเวลาไป 15 ปี นี่เงินที่ท่านจ่ายทั้งหมดที่ผ่านมาไม่คิดเป็นดอกเบี้ยปรับ แต่คิดเป็นเงินต้น เอาเงินทั้งหมดมาหักเลย กู้ไปเท่าไหร่ก็จะเหลือเท่านั้นอาจจะมีเบี้ยปรับ 1.5% ดอกเบี้ย 1% เบี้ยปรับอีก 0.5 % จากเมื่อก่อน 25.5% 18.5% คือดอกเบี้ย เบี้ยปรับก็ 7% เหลือแค่ 1% ของดอกเบี้ย เบี้ยปรับไม่มีอยู่แล้ว ถ้าชำระมาไม่ได้ขาดเกิน 3 ครั้ง

ก็ไม่ต้องเสียเบี้ยปรับ แต่อาจจะมีเบี้ยปรับที่ค้างจ่ายมานาน มันอาจจะมี 1.5 % แต่เพิ่มได้ไม่เยอะไม่เหมือน 25.5 % เมื่อมาปรับเมื่อไหร่เงินที่จ่ายทั้งหมดเป็นเงินต้นหักต้นที่ยืมมันก็จะเหลือไม่มาก บางคนเหลือเป็นหมื่น ถ้ามีงานทำที่ดีมีรายได้เยอะมีงานดีๆ ซึ่งวันนี้จะมีวอล์คอินเข้ามาหลายคนแล้ว บางคนจะเป็นส่วนที่อยู่มาเลเซียเขาก็ไม่สามารถเดินทางกลับด้วยตัวเอง ก็ให้แม่มาหรือว่าให้น้องมา ซึ่งหลายคนยังคิดว่าจะมีคนค้ำ

ยังมีค้ำประกันโดยวันนี้เราปลดหมด ทุกคนจะได้สบายใจ ซึ่งในชั้นบังคับคดี หรือว่าหลังศาลมีคำพิพากษาก็ไม่มีการยึดทรัพย์ จะไม่มีการขายทอดตลาด เราจะคืนให้หมด แต่ขอให้เข้ามาร่วมงาน ซึ่งการปรับโครงสร้างหนี้เป็นผลประโยชน์ได้กับท่านเต็มๆ แต่อย่างที่รัฐมนตรีกล่าวว่ามีหนี้ก็ต้องใช้หนี้ เพราะว่ามันเป็นหนี้ที่สร้างประโยชน์ให้กับน้องๆ สร้างอนาคตให้น้องๆต่อไป
/////////////////////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ท้าชิม ก๋วยเตี๋ยวเรือ คุณโรส สูตรเด็ด เผ็ดแซ่บอร่อยเข้มข้น พร้อมโปรเปิดร้านให้ 9 บาท 9 วัน

แชร์เนื้อหานี้

***ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่ ร้านคุณโรสก๋วยเตี๋ยวเรือ ที่อยู่ริมถนนสายศรีสะเกษ – อุบลราชธานี ฝั่งตรงข้ามมหาวิทยาลัยเฉลิมกาญจนา ข้างการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดศรีสะเกษ ตำบลหนองแก้ว อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ

ซึ่งภายในร้านมีคนต่างเข้ามาชิมก๋วยเตี๋ยวกันอย่างคึกคัก โดย นางรจนา สิงห์วงษา หรือ คุณโรส อายุ 44 ปี เจ้าของร้าน เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ก๋วยเตี๋ยวเรือคุณโรส ต้นกำเนิดมาจากญาติทำร้านก๋วยเตี๋ยวเรือตนจึงได้นำสูตรมาดัดแปลงเป็นรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ของร้านก๋วยเตี๋ยวเรือคุณโรส

จุดเริ่มต้นที่ทำให้ตนต้องมาเปิดร้านก๋วยเตี๋ยวเรือคุณโรสที่ศรีสะเกษ เกิดจากที่ตนมาทำก๋วยเตี๋ยวโรงทานที่วัดหลวงปู่หมุน ซึ่งเป็นพระเกจิอาจารย์ชื่อดัง ทำให้ลูกศิษย์ที่มาร่วมทำบุญได้ชิมรสชาติก๋วยเตี๋ยว แล้วบอกอร่อยจึงเรียกร้องให้มาเปิดที่ศรีสะเกษซึ่งปกติแล้วตนได้เปิดร้านก๋วยเตี๋ยวเรือคุณโรสที่กรุงเทพ และ อยุธยา มี 6 สาขา และมีแฟรนไชส์ อีก 10 กว่า สาขา โดยทำก๋วยเตี๋ยวเรือมานาน 10 กว่าปี

***คุณโรส กล่าวต่อไปอีกว่า เอกลักษณ์หรือรสชาติก๋วยเตี๋ยวเรือคุณโรส จะมีความเผ็ดแซ่บอร่อยเข้มข้นพริกคั่วเอง มีส่วนผสมสมุนไพร 10 ชนิด ที่เป็นความลับ ส่วนเส้นที่ทางร้านนำมาใช้ต้องเป็นเส้นที่นำมาจากกรุงเทพฯเท่านั่น ซึ่งมีทั้งหมด 6 เส้น คือ เส้นเล็ก, เส้นใหญ่, เส้นหมี่, เส้นบะหมี่เหลือง, วุ้นเส้น และ เส้นมาม่า อีกหนึ่งเอกลักษณ์ของร้าน คือ ลูกชิ้นที่ร้านจะมีเนื้อแน่นหอมอร่อย ของทุกอย่างที่นำมาใช้เน้นของดีมีคุณภาพ

***ทั้งนี้ช่วงนี้ทางร้านจะมีโปรเปิดร้านใหม่ ก๋วยเตี๋ยวถ้วยละ 9 บาท 9 วัน ตามความเชื่อเลข 9 ถือเป็นเลขมงคล ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 31 พ.ค. 68 ถึงวันที่ 8 มิ.ย. 68 แต่ถ้าหมดโปรเปิดร้าน ราคาก๋วยเตี้ยวก็จะเริ่มที่ ธรรมดาถ้วยละ 20 บาท พิเศษ ก้วยละ 40 บาท และ จัมโบ้ ถ้วยละ 50 บาท ตนมั่นใจว่าก๋วยเตี๋ยวเรือคุณโรส มีรสชาติอร่อยแตกต่างจากร้านอื่นแน่นอน

นอกจากก๋วยเตี๋ยวแล้วทางร้านยังมี กากหมูที่เจียวเองสดใหม่ทุกวัน ผัดไทย กุ้งสด หมู กากหมู ข้าวกระเพรา หมู เนื้อ เนื้อเปื่อย กุ้ง และกากหมู ข้าวผัดหมู หรือ กุ้ง และน้ำสมุนไพร ที่ต้มเอง อาทิเช่น น้ำอัญชันมะนาว,เก๊กฮวย,ชามะนาว,โอเลี้ยง อยากเชิญชวนให้ลูกค้ามาลองชิมกันเยอะๆร้านก๋วยเตี๋ยวเรือคุณโรสจะตั้งอยู่ตรงข้ามมหาลัยเฉลิมกาญจนาทางออกไปอุบลราชธานี ร้านจะเปิดตั้งแต่ 8 โมงเช้า ถึง 5 โมงเย็น
ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผบ.ตร.จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี วันเฉลิมพระชนมพรรษา 3 มิถุนายน 2568

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2568 เวลา 08.00 น. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานพิธีในการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี

เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 47 พรรษา 3 มิถุนายน 2568 พร้อมด้วย คุณกนกวรรณ พันธุ์เพ็ชร์ นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ , ผู้บังคับบัญชาระดับสูงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ , คณะสมาคมแม่บ้านตำรวจ และข้าราชการตำรวจในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เข้าร่วมพิธี

ด้วยความจงรักภักดีของข้าราชการตำรวจ พนักงานราชการ และลูกจ้างในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

ประกอบด้วย พิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระพรชัยมงคล ณ ห้องสารสิน , พิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 10 รูป ณ ห้องศรียานนท์ , พิธีถวายราชสักการะ พิธีถวายพระพรชัยมงคล และลงนามถวายพระพร ณ ห้องโถง ชั้น 1 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ทั้งนี้ เนื่องในโอกาสอันเป็นมหามงคล สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอประชาสัมพันธ์เชิญชวนข้าราชการตำรวจ พนักงานราชการ ลูกจ้างในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และประชาชนทุกหมู่เหล่า

ร่วมลงนามถวายพระพรสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 3 มิถุนายน 2568 ผ่านระบบออนไลน์ ที่เว็บไซต์หน่วยราชการในพระองค์ www.royaloffice.th ระหว่างวันที่ 1-5 มิถุนายน 2568

ทรงพระเจริญ สํานักงานตํารวจแห่งชาติ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นายกรัฐมนตรี นำทัพตำรวจลุยเดือด ปราบยาเสพติดทั่วประเทศ ยึดยาบ้า 29.93 ล้านเม็ด ไอซ์และคีตามีน 4,443 กิโลกรัม เฮโรอีน 126 กิโลกรัม ยึดอายัดทรัพย์สิน 1,900 ล้านบาท

แชร์เนื้อหานี้

นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แถลงต่อที่ประชุมรัฐสภา เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2567 ว่าปัญหายาเสพติดถือเป็นนโยบายเร่งด่วนที่รัฐบาลให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติ ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน และคุณภาพชีวิตของเยาวชนไทย รัฐบาลจึงได้ประกาศให้การแก้ไขปัญหายาเสพติดเป็น “วาระแห่งชาติ” โดยจะดำเนินการอย่างเด็ดขาด ครอบคลุม และเป็นระบบ ทั้งการตัดต้นตอการผลิตและจำหน่าย ด้วยความร่วมมือจากประเทศเพื่อนบ้าน การสกัดกั้นเส้นทางลำเลียงการปราบปรามจับกุมผู้ค้า และการยึดทรัพย์สินของเครือข่ายผู้กระทำผิดรายสำคัญ พร้อมทั้งมีระบบฟื้นฟูและติดตามผู้เสพ เพื่อป้องกันไม่ให้กลับเข้าสู่วงจรอีก และเพื่อให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพเกิดผลในทางปฏิบัติรัฐบาลได้ผลักดัน ยุทธศาสตร์ SEAL – STOP – SAFE อย่างเข้มข้นSEAL: ปิดล้อมพื้นที่ต้นทาง สกัดยาไม่ให้ทะลักเข้าไทยSTOP: หยุดยั้งการแพร่ระบาดในประเทศ โดยกวาดล้างผู้ค้าอย่างเด็ดขาดSAFE: ทำให้ชุมชนปลอดภัย ลูกหลานไทยห่างไกลยาเสพติดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภายใต้การนำของ พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. สนองนโยบายดังกล่าวทันที พร้อมเปิดยุทธการเชิงรุกปราบปรามยาเสพติดแบบเข้มข้นทั่วประเทศ ปิดล้อม–บุกจับ–ขยายผล-ยึดทรัพย์ ทั้งคน ทั้งเส้นทางการเงิน ทั้งทรัพย์สิน ไม่มีละเว้น!

ล่าสุดวันที่ 29 พฤษภาคม 2568 เวลา 09.30 ณ กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางมาเป็นประธานการประชุมมอบนโยบายและแถลงผลการปฏิบัติ พร้อมด้วย นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี, พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม, พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร., พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง รอง ผบ.ตร./ผอ.ศอ.ปส.ตร., พล.ต.อ.ประจวบ วงศ์สุข รอง ผบ.ตร./ประธานอนุกรรมการป้องกันปราบปรามการพักคอยยาเสพติดในพื้นที่ตอนในและสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดลงสู่พื้นที่ภาคใต้, พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศอ.ปส.ตร., พล.ต.ท.สันติ ชัยนิรามัย ผบช.ปส., พล.ต.ต.สมบูรณ์ เทียนขาว, พล.ต.ต.ออมสิน ตรารุ่งเรือง, พล.ต.ต.พรศักดิ์ สุรสิทธิ์, พล.ต.ต.ธนรัชน์ สอนกล้า รอง ผบช.ปส. รวมถึง ผบก.ในสังกัด เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง ตลอดระยะเวลากว่า 2 เดือน ที่ผ่านมา (1 เม.ย. – ปัจจุบัน) หลังจากการเปิดปฏิบัติการ SEAL – STOP – SAFE กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ได้เดินหน้า ปิดล้อม–บุกจับ–ขยายผล-ยึดทรัพย์ เครือข่ายรายสำคัญได้กว่า 31 คดี ผู้ต้องหา 34 คนยึดยาบ้า 29.93 ล้านเม็ด, เฮโรอีน 126 กิโลกรัม, ไอซ์และคีตามีน 4,443 กิโลกรัม ยึดอายัดทรัพย์สิน 1,900 ล้านบาท ยุทธการเชิงรุกในการสกัดกั้นและขยายผลการปราบปรามยาเสพติดในครั้งนี้ รายละเอียด ดังนี้- สกัดกั้นจากชายแดนภาคเหนือ 10 คดี ผู้ต้องหา 17 คน ของกลาง ยาบ้ากว่า 29.93 ล้านเม็ด, เฮโรอีน 70 กิโลกรัม, ไอซ์และคีตามีน 2,476 กิโลกรัม-

สกัดกั้นจากชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 2 คดี ผู้ต้องหา 8 คน ของกลาง ไอซ์ 697 กิโลกรัม- สกัดกั้นในพื้นที่ภาคใต้ไม่ให้ผ่านไปยังประเทศที่สาม 4 คดี ผู้ต้องหา 9 คน ของกลาง ไอซ์ 1,132 กิโลกรัม- สกัดกั้นลักลอบลำเลียงยาเสพติด ผ่านสนามบินสุวรรณภูมิ ปลายทาง ได้แก่ ออสเตรเลีย, ไต้หวัน, ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้ และกินี ตามโครงการ AITF 15 คดี ของกลาง ไอซ์ 137.68 กิโลกรัม และ เฮโรอีน 57.26 กิโลกรัม พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลเปิดปฏิบัติการ “SEAL-STOP-SAFE” เมื่อ 1 ก.พ.68 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้เพิ่มความเข้มในการสกัดกั้นจับกุมในพื้นที่ชายแดน โดยให้ทุกหน่วยเปิดปฏิบัติการบุกทะลวงเครือข่ายลักลอบลำเลียงยาเสพติดรายสำคัญแบบไม่ให้ตั้งตัว เข้าถึงเป้าหมายอย่างเฉียบขาด ทลายจุดพักยา และเส้นทางลำเลียงอย่างเด็ดขาด พร้อมยึดอายัดทรัพย์สินที่ได้จากการค้ายาเสพติด ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์หรู บ้านพักหรู เงินสด ทองรูปพรรณ หรือทรัพย์สินที่ซุกซ่อนในรูปแบบซับซ้อน ทุกชิ้นถูกกวาดล้างอย่างไม่ปรานีและไม่มีหลุดรอดแม้แต่รายการเดียว

ปฏิบัติการนี้สอดรับนโยบายอย่างเข้มข้น และที่สำคัญ ไม่ใช่แค่ “จับคนผิด” แต่ไล่ล่าทุกเส้นทางการเงิน ขยายผลถึงทรัพย์สิน ดำเนินการยึด อายัด และฟ้องร้องตามกฎหมายให้ถึงที่สุด ไม่มีละเว้น ไม่มียกเว้น! ทำให้มีผลการจับกุมและยึดทรัพย์สิน “เพิ่มขึ้นทุกมิติ” เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2567 และผลการปฏิบัติของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (7 เดือน)-ปิดล้อมตรวจค้น 25,745 เป้าหมาย, 6,549 เครือข่าย จับกุมผู้ค้ารายย่อย 34,563 คน ยึดยาบ้า 152 ล้านเม็ด, ไอซ์ 13,335 กิโลกรัม, อาวุธปืน 1,798 กระบอก, ระเบิด 4 ลูก และยึดทรัพย์สิน 2,795 ล้านบาท-จับกุมผู้กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดทุกข้อหาทั่วประเทศ 158,832 คดี ผู้ต้องหา 157,881 คน จับกุมตามหมายจับ 3,899 คน ดำเนินคดีข้อหาสมคบ สนับสนุน 2,338 คดีข้อหาฟอกเงิน 181 คดี ของกลางยาเสพติด ยาบ้า 645.93 ล้านเม็ด, ไอซ์ 34,223 กก., เฮโรอีน 938 กก., คีตามีน 4,471 กก. และยาอี 271,329 เม็ด ยึดอายัดทรัพย์ผู้ค้ายาเสพติด 8,064 ล้านบาท พร้อมทั้งได้สั่งการให้ขยายผลถึงระดับเครือข่ายและผู้สั่งการ ถือเป็นสัญญาณเตือนแรง! ถึงกลุ่มค้ายาที่ยังเหลืออยู่ว่า “ไม่มีที่ยืนในแผ่นดินไทย!”ประชาชนสามารถมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหายาเสพติดได้ โดยหากพบเบาะแส สามารถแจ้งได้ที่สถานีตำรวจใกล้บ้าน หรือโทรสายด่วน 191 หรือ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ปราบปรามยาเสพติดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรับนิวส์ / ผบ.ทอ. เททองสร้างยอดฉัตรพระเจดีย์ เตรียมประดิษฐานยอดดอยอินทนน์ ถวายเป็นพุทธบูชา

แชร์เนื้อหานี้

30 พ.ค.68 กองทัพอากาศ นำโดย พลอากาศเอก พันธ์ภักดี พัฒนกุล ผู้บัญชาการทหารอากาศ พร้อมด้วย คุณมนทิรา พัฒนกุล นายกสมาคมแม่บ้านทหารอากาศ เป็นประธานในพิธี นมัสการพระรัตนตรัย บวงสรวงอัญเชิญสิ่ง

ศักดิ์สิทธิ์ เททองหล่อยอดฉัตรพระเจดีย์และพระพุทธรูป พระพุทธมหาจักรพรรดิ ประทับยืนประทานพร ในโครงการสร้างพระสถูปเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ องค์ที่ 3 ยอดดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่

โดยมี สมเด็จพระมหาธีราจารย์ (ปสฤทธ์ เขมงฺกโร) เจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และพระเกจินั่งปรกทั้ง 8 ทิศ อาทิ พระอาจารย์สุริยันต์ โฆสปัญโญ, หลวงพ่อสมชาย ฉันทสโร
พร้อมทั้งนายทหารชั้นผู้ใหญ่กองทัพอากาศ กำลังพลกองทัพอากาศ รวมถึงผู้มีจิตศรัทธา ร่วมในมงคลพิธีฯ

ในการนี้ มูลนิธิพุทธภูมิธรรม นำโดย อาจารย์วิจักษณ์ สองจันทร์ ประธานมูลนิธิฯ เป็นตัวแทนร่วมพลังบุญกับกองทัพอากาศ เป็นเจ้าภาพร่วมถวายเครื่องสักการะบูชาพระรัตนตรัย ทำหน้าที่เจ้าพิธีนำกองทัพอากาศนมัสการบูชาพระรัตนตรัยและอัญเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากล … พร้อมทั้งเขียนแผ่นทองในนาม มูลนิธิพุทธภูมิธรรม ใส่ลงเบ้าหลอมร่วมเททองสร้างยอดฉัตรพระเจดีย์สูงสุดแผ่นดินสยาม ฯ

ขอน้อมนำบุญกุศลและมงคลอธิษฐานให้สำเร็จแด่กัลยาณมิตร มูลนิธิพุทธภูมิธรรม ให้เจริญสุข เจริญธรรม ประสบความสำเร็จสูงสุด ตราบถึง พระนิพพาน เทอญ…

ติดตามข่าวสาร และ โครงการงานบุญกองทัพอากาศ FacebookFanpageกดhttps://www.facebook.com/share/1dNH7zqtbEมูลนิธิพุทธภูมิธรรม FacebookFanpageกดhttps://www.facebook.com/share/1AeaaQ9Pc9/อากาเส ยฺนติ อิทธิยาผู้มีฤทธิ์ ย่อมไปได้ในอากาศมูลนิธิพุทธภูมิธรรมกองทัพอากาศแผ่นดินไทยร่มเย็น

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / เปิดคาแร็คเตอร์ “เพิร์ธ-แบงค์-สตางค์-ยูแอล” “Attack วิญญาณเลขที่ 13”

แชร์เนื้อหานี้

หลังก่อนหน้านี้ปล่อยโปสเตอร์คาแร็คเตอร์ของนักร้องสาวขวัญใจวัยรุ่น อ๊ะอาย-กรณิศ เล้าสุบินประเสริฐ ไปเมื่อวันก่อน  ล่าสุดภาพยนตร์ “Attack วิญญาณเลขที่ 13” ผลงานประเดิมเรื่องแรกของค่าย 13 สตูดิโอ (เธอธีน สตูดิโอ) ปล่อยโปสเตอร์นักแสดงวัยรุ่นของเรื่องออกมาแบบรัว ๆ ได้แก่  เพิร์ธ-วีริณฐ์ศรา ตั้งกิจสุวานิช, สตางค์-ตริษา  ปรีชาตั้งกิจ, ยูแอล-รมิตา รัตนภักดี และนักแสดงชายคนเดียวของเรื่อง แบงค์-ณฐวัฒน์ ธนทวีประเสริฐ โดยนักแสดงแต่ละคนล้วนผ่านการคัดสรรจากผู้กำกับมากฝีมือ คุ้ย-ทวีวัฒน์ วันทา เพิร์ธ-วีริณฐ์ศรา กล่าวว่า “เพิร์ธได้มีโอกาสเข้าไปแคสท์หลายบทค่ะ แต่หลังจากที่แคสท์เสร็จ พี่คุ้ยก็บอกว่าอยากให้เพิร์ธลองเล่นบท “หงส์” คาแร็คเตอร์ของหงส์ เป็นคนซื่อ แต่ก็ไม่ใสมาก เป็นคนเก็บความคิดความรู้สึก ในขณะเดียวกันก็มีความตรงไปตรงมาค่ะ ตัวละครมีความเทา ๆ บทนี้มีความยากมาก ๆ  แต่ก็รู้สึกว่าท้าทายดี  ละครตัวนี้ เขามีแบ็คกราวด์ตัวละครที่แตกต่างจากเพิร์ธมาก เขาจะเป็นคนนิ่ง ๆ เป็นผู้ฟังที่ดีในกลุ่ม เหมือนจะเป็นคนหัวอ่อน แต่ก็มีความแน่วแน่ในสิ่งที่เขาต้องการ เรื่องนี้เพิร์ธทำการบ้านกับครูสอนการแสดงเยอะพอสมควร เพราะเราอยากเข้าใจอารมณ์ตัวละคร และพอเราอ่านบทและเข้าซีนไปเรื่อย ๆ เราก็ซึมความคิดของเขาไปด้วย ทำให้เราปลดล็อคการเป็นหงส์ได้เลยค่ะ

สตางค์-ตริษา เผยว่า “ตอนแรกไปแคสท์บทอื่นค่ะ แต่พี่คุ้ยมองว่า สตางค์เหมาะที่จะเป็น “อร” มากกว่า อรเป็นคนสดใส มีรอยยิ้มตลอด อรจะขี้กลัว ขี้กังวล ก็มีความคล้ายกับหนูตรงที่กลัวผีเหมือนกัน และเชื่อเพื่อนมาก เพื่อนให้ทำอะไรก็ทำค่ะ สิ่งที่ อร และสตางค์แตกต่างกันคือ อรขี้กลัวเกินไป ซึ่งตัวสตางค์ยังมีความกล้าสู้มากกว่าอรนิดนึง สำหรับเรื่องนี้ถึงแม้จะเป็นผลงานภาพยนตร์เรื่องแรกของสตางค์ แต่ก็คิดว่าฉากที่ต้องกลัวผี หนูตีบทแตกแน่นอน เพราะหนูกลัวผีมากค่ะ ปกติคนกลัวผีจะชอบจินตนาการไปก่อนใช่ไหมคะ แต่เรื่องนี้เราสามารถกลัวได้โดยธรรมชาติค่ะ (หัวเราะ) พอทีมงานบอกว่าให้จินตนาการว่าเราเจอผีตามไล่ล่านะ ซึ่งในฉากที่ถ่ายทำจริง ๆ ไม่มีอะไรค่ะ แต่เราก็ใช้จินตนาการช่วยในการแสดง ก็ทำให้สตางค์แสดงออกมาได้เยอะเลยค่ะ”

ยูแอล-รมิตา กล่าวว่า “ที่ผ่านมายูแอลเล่นแต่ละครจักร ๆ วงศ์ ๆ ค่ะ ไม่เคยเล่นภาพยนตร์มาก่อนเลย เลยตัดสินใจมาแคสท์หนังเรื่องนี้ค่ะ พี่คุ้ยให้มาแคสท์บท “หยา”  ตอนที่อ่านบทก็ตีความได้ว่า หยาเป็นเด็กขี้เม้าท์ เอาแต่ใจ พอพูดอะไรแล้วใครไม่เชื่อ เขาก็จะเก็บไว้ในใจ และหนีปัญหา โดยไม่สนใจว่าใครจะได้รับผลกระทบจากสิ่งที่เขาทำบ้าง เรื่องนี้ทำให้ยูแอลได้อยู่กับตัวเองเยอะขึ้น เราจะรีเฟล็กซ์ตัวเอง และรีเฟล็กซ์ตัวละครตลอดเวลา ต้องทำการบ้านว่าเราจะสื่อสารตัวละครให้คนเข้าใจยังไงภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง เพราะหนังมีเวลาฉายแค่ 2 ช.ม. ด้วยความที่เรากลัวเล่นโอเว่อร์ไป ก็จะไม่ค่อยกล้าแสดงออกทางท่าทาง เน้นสื่อทางสายตา คิวแรกที่ถ่ายทำได้ว่า พี่คุ้ยติงว่าแอลต้องเล่นมากกว่านี้นะ ดูไม่มีสมาธิเลย เราก็พยายามหาตรงกลางให้ได้ค่ะ”  แบงค์-ณฐวัฒน์ กล่าวว่า “ดีใจมากครับที่ได้เล่นเรื่องนี้ เป็นผู้ชายคนเดียวในเรื่องเลยครับ ผมรับบท เป็น กรรณ คาแร็คเตอร์จะเป็นผู้ชายเจ้าชู้ มีความแพรวพราว เดิมทีเป็นแฟนกับ บุษบา (รับบทโดย ลิลลี่-ณิชภาลักษณ์) แต่ก็ไปชอบ จิน (แสดงโดย อ๊ะอาย-กรณิศ) เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดเรื่องราววุ่นวายของเรื่องครับ เรื่องนี้ก็ยากเหมือนกันครับ มีฉากที่ต้องแอ็คชั่นด้วย ก็ไม่ค่อยได้เลยแนวนี้เท่าไหร่ เป็นหนังผีที่สนุก ใช้พลังเยอะ สะใจดีครับ
 เตรียมพบกับความสยองของ “Attack วิญญาณเลขที่ 13” 19 มิถุนายนนี้ ในโรงภาพยนตร์

13studio #THIRTEENSTUDIO #ATTACK13 #วิญญาณเลขที่13 Aheye4EVE #stangtari #ULRamita #PerthKVSR #LillyNicha #BankNuttawat

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สจป.1 แม่ฮ่องสอน สั่งจับตาเส้นทางมอดไม้ 4 เขตรอยต่อข้ามจังหวัด ล่าสุด ลาดตระเวนพบอีก 2 จุด ตรวจยึดไม้พร้อมของกลางหลายรายการ

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 30 พ.ค.68 นายเกษม คำมา ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยา กรป่าไม้ที่ 1 สาขาแม่ฮ่องสอน และ นายสมจินต์ เนตรประดิษฐ์ ผู้อำนวยการส่วนป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า ได้สั่งการ กำชับเน้นย้ำ ให้เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยป้องกันรักษาป่าทุกอำเภอในการบูรณาการร่วมกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในการ เข้ม

งวดการลาดตะเวนตามจุดพื้นที่เสี่ยง และจับ ตาเส้นทางมอดไม้ พื้นที่รอยต่อข้ามจังหวัด 4 จุด ซึ่งประกอบไปด้วย พื้นที่เขตรอยต่อ อ.แม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน – บ้านแม่โถ อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ / อ.สบเมย จ.แม่ฮ่อง สอน – อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ / อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน – อ.แม่ แจ่ม จ.เชียงใหม่ และอ.ปาย จ.แม่ ฮ่องสอน – อ.สะเมิง จ.เชียงใหม่

ซึ่งจากการบูรณาการออกลาดตระเวนตามพื้นที่เป้าหมาย เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดไม้แปรรูปประดู่ และ ไม้สักท่อน พร้อมของกลางหลายรายการ โดยเมื่อวันที่ 29 พ.ค 68 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้มีการตรวจยึดไม้ประดู่ทั้งไม้ท่อนและไม้แปรรูป และอุปกรณ์กระ ทำผิด 2 จุด ในพื้นที่ อ.ขุนยวม และ อ.แม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน ซึ่ง จุดที่ 1 ในพื้นที่ อ.ขุนยวม เจ้าหน้าที่ป่าไม้หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ มส.3 (ขุนยวม), เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันและพัฒนาป่าไม้ขุนยวม, คณะกรรมการจัดการป่าชุมชนบ้านต่อแพ และเจ้าหน้าที่ทหารพรานร้อยที่ 3603ได้ร่วมกันออกตรวจปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายว่าด้วยการป่าไม้ บริเวณป่าห้วยผักห้า ตำบลแม่เงา อำเภอขุนยวม

จังหวัดแม่ฮ่องสอน คณะเจ้าหน้าที่ฯ ชุดดังกล่าวได้ทำการตรวจยึดไม้สักท่อน จำนวน 1 ท่อน ปริมาตร 1.289 ลบ.ม. คิดเป็นเงินค่าภาคหลวง จำนวน 256- บาท คิดเป็นค่าเสียหายที่รัฐพึงได้รับเป็นเงิน จำนวน 77,400- บาท และได้ตรวจยึดอุปกรณ์การประทำผิด จำนวน 4 รายการ ประกอบไปด้วย รถยนต์กระบะ ยี่ห้อ TOYOTA สีเทา ทะเบียนรถ บว 8415 เชียงใหม่ จำนวน 1 คัน เลื่อยโซ่ยนต์ พร้อมบาร์ ขนาด 25 นิ้ว ไม่ทราบยี่ห้อ สี ส้มขาว หมาย เลขเครื่อง 20180/06 จำนวน 1 เครื่อง รอกโซ่มือยก ยี่ห้อ LEVER HOIST สีส้ม ขนาด 3 ตัน ยาว 1.5 เมตร จำนวน 1 ชุด, และ โซ่นอกลากรถ ขนาด 3 หุน G43 USA พร้อมตะขอ 2 ข้าง จำนวน 1 เส้น ซึ่ง ไม้สักท่อนของกลางเก็บรักษาไว้ที่หน่วยฯ มส.3 (ขุนยวม)

ส่วนจุดที่ 2 ในพื้นที่ อ.แม่ลาน้อย นายอำนวย ยอดคำ หัวหน้าสายตรวจปราบปรามฯ สจป.ที่.1 สาขาแม่ฮ่องสอน สายที่ 2 พร้อมทั้งเจ้าหน้าที่หน่วยฯ มส.4 (แม่ลาน้อย) ร่วมกับเจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจ กรมทหารพรานที่ 36 และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองที่ว่าการอำเภอแม่ลา น้อย เข้าดำเนินการตรวจสอบ บริเวณป่าห้วยข้าวหลาม เขตปก ครองบ้านหัวลา หมู่ที่ 7 ต.สันติคีรี อ.แม่ลา น้อย จ.แม่ฮ่องสอน ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าแม่ยวมฝั่งซ้าย พบมีการลักลอบตัดและแปร รูปไม้ประดู่ จำนวน 3 แผ่น/เหลี่ยม ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดไม้ของกลางมาเก็บรักษาที่หน่วยฯได้ 1 แผ่น ส่วนอีก 2 แผ่น ไม่สามารถนำออกมาได้เนื่องจากจุดเกิดเหตุอยู่ไกลจากจุดที่รถจะเข้าถึงได้และมีน้ำหนักที่มากไม่สามารถเคลื่อนย้ายด้วยกำลังคนจึงขอพนักงานสอบสวนทิ้งไว้ในที่เกิดเหตุ.

สุกัลยา บัวงาม / ภาพ/ข่าว แม่ฮ่องสอน

สมจิตร แสงบันลังค์ ทีมข่าว บก. รายงาน.

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐทีวี / รวบ 2 นักบินพร้อมยาบ้าร่วม 1 ล้านเม็ด หลังขับแคมรี่หลบหนีการสกัดของ จนท.มุกดาหาร

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม พล.ต.ต. ไพโรจน์ ไทยพุทธรา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร นายชาคริต ชุมจันทร์ นายอำเภอดอนตาล ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่าจะมีขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติดเข้าสู่พื้นที่ผ่านเส้นทางตำบลเหล่าหมี อำเภอดอนตาล จึงสั่งการให้ พ.ต.อ.อุกฤษฎ์ สังฆะมณี ผกก.สภ.ดอนตาล พ.ต.ท. ภูวนาท สุขรมย์ รอง.ผกก ป. ร.ต.อ.รังสรรค์ สกุลไทย รอง สวป. ร่วมกับจ่าเอกสุรชัย ปราณี ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ดอนตาล และชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านที่ 1, 2 และ 6 ตั้งจุดสกัดตามเส้นทางต้องสงสัย

ต่อมา เจ้าหน้าที่ตรวจพบรถยนต์เก๋งโตโยต้า แคมรี่ สีดำ หมายเลขทะเบียน กบ 50 อุบลราชธานี ขับผ่านเข้ามาบริเวณหมู่บ้านคำเตาเหล็ก ม.4 เจ้าหน้าที่จึงแจ้งให้ชุดปฏิบัติการที่ 2 ติดตามรถคันดังกล่าว ซึ่งพยายามขับหลบหนีไปตามเส้นทางบ้านนาคำน้อย-เหล่าหมี และเมื่อถึงบริเวณสะพานบ้านโคกสว่าง คนร้ายได้หยุดรถและเปิดประตูหลบหนีเข้าไปในป่าข้างทาง

เจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้ง 2 คน และตรวจค้นรถยนต์ พบกระสอบปุ๋ยสีเขียว 5 กระสอบ วางอยู่บริเวณเบาะหลัง ภายในบรรจุยาบ้ารวมประมาณ 998,000 เม็ด จึงยึดไว้เป็นของกลางและนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.ดอนตาล ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

จับยาบ้าเกือบล้านเม็ด #จับแก๊งค้ายา #มุกดาหาร #ดอนตาล #ข่าวด่วน #ปราบยาเสพติด #ไล่ล่าคนร้าย #ข่าวอาชญากรรม #ตำรวจภูธร #ฝ่ายปกครอง

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ปกครอง ตำรวจ สาธารณสุข รวบพ่อค้าลักลอบขายกะท่อม พร้อมของกลางหลายรายการ

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 29 พ.ค. 68 ภายใต้ “ยุทธการเมืองสามอ่าวล้างบางยาเสพติด ” อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ภายใต้การอำนวยการของนายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผวจ.ประจวบคีรีขันธ์ /ผอ.ศอ.ปส.จ.ประจวบคีรีขันธ์ สั่งการให้ นายสิทธิพร คงหอม นายอำเภอทับสะแก /ผอ.ศป.ปส.อ.ทับสะแกมอบหมายให้ นายทนงศักดิ์ รุ่งรัศมี ปลัดอาวุโสอำเภอทับสะแก พร้อมด้วย พ.ต.ท. ชาญศักดิ์ วงษ์สิงห์ รอง ผกก.สส.สภ.ทับสะแก น.ส.ณุกานดา จันทราภรณ์ สาธารณสุขอำเภอ (สสอ.) นายฉัตรชัย ค้างาม ปลัดฝ่ายความมั่นคง

พร้อมเจ้าหน้าที่ ร่วมกันจับกุมการกระทำความผิดลักลอบจำหน่ายน้ำต้มพืชกระท่อม บริเวณริมถนนเพชรเกษม ม.7 ต.ทับสะแก จับกุมผู้ต้องหา 1 ราย โดยแจ้งข้อกล่าวหา มีน้ำต้มกระท่อมที่ผลิตไว้เพื่อขายซึ่งบรรจุในบรรจุภัณฑ์ (ขวดพลาสติก) ไม่มีการกล่าวอ้างสรรพคุณว่าส่งผลต่อร่างกาย บำบัด บรรเทาหรือรักษาโรค

โดยยังไม่ผ่านการประเมินความปลอดภัยของอาหารและยังไม่ได้ส่งมอบฉลากให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาตรวจสอบอนุมัติก่อนนำไปจัดเป็นอาหารที่ห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่าย มียาแก้ไอแผนปัจจุบันไว้จำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาตและขายใบกระท่อมหรืออาหารตามกฎหมายว่าด้วยอาหารที่มีใบกระท่อมเป็นวัตถุดิบ หรือส่วนประกอบโดยไม่แจ้งหรือปิดประกาศให้ทราบข้อห้ามขายตาม พ.ร.บ.พืชกระท่อม พ.ศ.2566

พร้อมของกลาง
1.ใบกระท่อมสดน้ำหนักรวม 13 กิโลกรัม
2.น้ำต้มใบกระท่อมบรรจุขวดพลาสติกจำนวน รวม 36 ขวด
3.ยาแก้ไอจำนวนรวม 4 ขวด
4.ยาแก้แพั จำนวนรวม 3 ขวด ส่งพนักงานสอบสวน สภ.ทับสะแก เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

///////////////////

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “เพชรบุรี” จัดใหญ่! แข่งขันวัวเทียมเกวียนบ้านลาด 108 ปี หนึ่งเดียวในโลก

แชร์เนื้อหานี้

ช่วงค่ำวันที่ 28 พ.ค.68 ที่บริเวณศูนย์วิสาหกิจชุมชน บ้านโป่งสลอด หมู่ 6 ต.หนองกะปุ อ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี นางวันเพ็ญ มังศรี รองผู้ว่าราชการ จ.เพชรบุรี เป็นประธาน พร้อมด้วย นายภคพัส ส่งวัฒนายุทธ นายชัยพล ภูต้องลม รองผู้ว่าราชการ จ.เพชรบุรี

นางธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ ส.ส.เพชรบุรี จ.อ.อภิชาติ แก้วโกศล ส.ส.เพชรบุรี นายชัยยะ อังกินันทน์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเพชรบุรี, นายปรีชา อนันต์วรนาถ นายอำเภอบ้านลาด หัวหน้าส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ร่วมในพิธีเปิดการแข่งขันวัวเทียมเกวียนและบ้านลาด 108 ปี

พร้อมร่วมขบวนแห่วัวเทียมเกวียน 108 เล่ม ซึ่งเป็นไฮไลต์ของงาน เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 108 ปี ของอำเภอบ้านลาด ท่ามกลางประชาชนและนักท่องเทียวจำนวนมากร่วมชมงาน

จังหวัดเพชรบุรี ร่วมกับ อำเภอบ้านลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานเพชรบุรี สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเพชรบุรี การท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเพชรบุรี และภาคีเครือข่าย จัดการแข่งขันวัวเทียมเกวียนและบ้านลาด 108 ปี ขึ้น ระหว่างวันที่ 28 พ.ค. – 1 มิ.ย.68

เพื่อสืบสานประเพณีไทยที่เป็นเอกลักษณ์หนึ่งเดียวในโลก สานต่อประเพณีที่สำคัญไม่ให้เลือนหายไป โดยวัวเทียมเกวียนเป็นประเพณีท้องถิ่นโบราณของชาวเพชรบุรี ที่แสดงให้เห็นถึงวิถีชีวิตและความเป็นอยู่ระหว่างคนกับวัวในอดีต อีกทั้งยังเป็นการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจในชุมชน ภายในงานตลอด 5 วันเต็ม

พบกับกิจกรรมที่น่าสนใจไม่ว่าจะเป็นการแข่งขันวัวเทียมเกวียนทั้งประเภทความเร็วและประเภทสวยงาม การแข่งขันวัววิ่งลู่ การแข่งขันล้มวัวด้วยมือเปล่า สนุกกับการแข่งขันพื้นบ้านอย่างเช่น การจับหมู การเฉาะตาล การกินตาล การประกวดทะลายตาล นอกจากนี้ยังมีซุ้มแสดงศิลปวัฒนธรรมและวิถีชีวิตบ้านลาด รวมถึงลานของกิน ของดีบ้านลาด ที่รวบรวมสินค้าและอาหารอร่อย ๆ จากชุมชนมาให้ได้เลือกซื้อเลือกชิมกันอย่างเต็มที่ และพลาดไม่ได้กับการแสดงพื้นบ้าน

“ไทยทรงดำ” ที่สวยงาม รวมถึงนิทรรศการมรดกภูมิปัญญาวัวเทียมเกวียนให้ได้เรียนรู้กันด้วย ในช่วงค่ำคืนยังมีการแสดงให้ได้ชมทั้งการแข่งขันวัวลาน รำวงย้อนยุค การแสดงดนตรี และมหรสพต่าง ๆ อีกมากมาย จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวร่วมชมการแข่งขันวัวเทียมเกวียนและบ้านลาด 108 ปี ได้ตามวันดังกล่าว.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 0909944781