เรื่องทั้งหมดโดย admin

สื่อรัฐทีวี – สื่อรัฐนิวส์ / เกิดเหตุเฮลิคอปเตอร์ของ สนง.ตร. ตกในพื้นที่ จ.ประจวบฯ มีผู้เสียชีวิต 3 ราย เจ้าหน้าที่เร่งเก็บหลักฐานหาสาเหตุ

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ (24 พ.ค. 68) เวลาประมาณ 13.00 น. เกิดเหตุเบลล์ 212 #2215 ประจำหน่วยบินตำรวจกาญจนบุรี สำนักงานตำรวจแห่งชาติประสบอุบัติเหตุตกในพื้นที่บ้านหนองกก ตำบลอ่าวน้อย อำเภอเมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ขณะเดินทางจาก ค่ายอาภากร จังหวัดชุมพร มุ่งหน้าค่ายนเรศร อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี
เบื้องต้น รับแจ้งพบผู้เสียชีวิต 3 ราย คือ พ.ต.ต.ประเทือง ชูเลิศ  ร.ต.อ.ทรงพล  บุญชัย  และ ร.ต.ท.ทินกฤต สุวรรณน้อย ขณะนี้เจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการระดมรถบรรทุกน้ำดับเพลิงซากเฮลิคอปเตอร์ลำดังกล่าวจนดับสนิทแล้ว

นายกิตติพงศ์ สุขภาคกูล รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์นายสุวิทย์ เยื่อใย นายก อบต .เกาะหลัก พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ในที่เกิดเหตุ พร้อมกันพื้นที่ไม่ให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปในบริเวณจุดเกิดเหตุ ส่วนสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้จะเร่งทำการสอบสวนต่อไป
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

เจ้าหน้าที่เร่งเก็บหลักฐานหาสาเหตุ ฮ.ตำรวจตกพื้นที่ จ.ประจวบฯ มีผู้เสียชีวิต 3 ราย

เมื่อวันที่ 24 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานเฮลิคอปเตอร์ เบลล์ 212 #2215 ประจำหน่วยบินตำรวจกาญจนบุรี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เกิดอุบัติเหตุตกไฟลุกไหม้ท่วมลำบริเวณพื้นที่บ้านหนองกก ต.อ่าวน้อย อ.เมือง จ.ประจวบฯ ขณะเดินทางจากค่ายอาภากรเกียรติวงศ์ จ.ชุมพร มุ่งหน้าค่ายนเรศร อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี หลังเกิดเหตุ พล.ต.ต.นครินทร์ สุคนธวิท ผบก.ภ.จว.ประจวบฯ และเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ระดมรถบรรทุกน้ำดับเพลิงซากเฮลิคอปเตอร์ลำดังกล่าวจนดับสนิทก่อนเข้าตรวจสอบ เบื้องต้นพบผู้เสียชีวิต 3 ราย

คือ พ.ต.ต.ประเทือง ชูเลิศ (สบ 2) กลุ่มงานการบิน บ.ตร. เป็นนักบิน, ร.ต.อ.ทรงพล บุญชัย นักบิน และ ร.ต.ท.ทินกฤต สุวรรณน้อย ช่างเครื่อง ขณะที่ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์เกิดขึ้นพร้อมสั่งการด่วนไปยังหน่วยที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบเหตุการณ์โดยด่วน และช่วยเหลือเยียวยาให้กำลังครอบครัวผู้เสียชีวิต และในนามสำนักงานตำรวจแห่งชาติขอไว้อาลัยและแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อความสูญเสียในครั้งนี้

ขณะเดียวกัน นายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล รองผู้ว่าราชการ จ.ประจวบฯ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่เกิดเหตุ กันพื้นที่ไม่ให้ผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปในบริเวณจุดเกิดเหตุ เพื่อให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบเพื่อเร่งหาสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้ต่อไป.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสยามโฟกัสไทม์/4เหล่าทัพ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เกษตรอำเภอเฉลิมพระเกียรติ น่าน ต้อนรับคณะกรรมการคัดเลือกบุคคลทางการเกษตรและสถาบันเกษตรกรดีเด่น ระดับเขต ประจำปี 2568

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 23 พฤษภาคม 2568 นางสาวศุภาวดี สุทธิแสน เกษตรอำเภอเฉลิมพระเกียรติ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอเฉลิมพระเกียรติและเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรจังหวัดน่าน

ให้การต้อนรับคณะกรรมการคัดเลือกบุคคลทางการเกษตรและสถาบันเกษตรกรดีเด่น ระดับเขต ประจำปี 2568

จากสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 6 จังหวัดเชียงใหม่ ในการลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบผลการดำเนินงานของบุคคลทางการเกษตรและสถาบันเกษตรกรโรงเรียนบ้านสบปืน ตำบลห้วยโก๋น อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน

โดยได้รับชมการนำเสนอ เยี่ยมชมฐานการเรียนรู้ตามกิจกรรมในสาขาต่าง ๆ ดังนี้ สาขากลุ่มยุวเกษตรกร ได้แก่ กลุ่มยุวเกษตรกรโรงเรียนบ้านสบปืน สาขาที่ปรึกษากลุ่มยุวเกษตรกร ได้แก่

นางสาวกัลยา เจนจิจะ และสาขาสมาชิกกลุ่มยุวเกษตรกร ได้แก่ เด็กหญิงวรัญญา หอมดอก โดยมีหน่วยงานทุกภาคส่วนทั้งในระดับอำเภอและจังหวัดที่ร่วมบูรณาการ

ในการขับเคลื่อนงานกลุ่มยุวเกษตรกรของโรงเรียนบ้านสบปืน ให้การสนับสนุนข้อมูลประกอบการคัดเลือกในครั้งนี้/บุญยงค์ สดสอาเ นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / โครงการคนละลูก มอบลูกฟุตบอลมิกาซ่า ให้โรงเรียนบ้านยอดชาติวิทยา จังหวัดนครพนม

แชร์เนื้อหานี้

นางกฤติยา โพธิ์เสนา ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาจังหวัดนครพนม เขต 1(ที่ 6 ขวามือ) ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีมอบลูกฟุตบอลมิกาซ่า ให้กับ นางสาวประไพวัลย์ แสนเมือง ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านยอดชาติวิทยา จังหวัดนครพนม ณ.โรงเรียนบ้านยอดชาติวิทยา
มีกิจกรรมให้ความรู้เกี่ยวกับพิษภัยของบุหรี่ไฟฟ้าและเปิดคลินิกฟุตบอล
ในโครงการผู้นำเยาวชนกีฬา ร่วมทำความดี พี่ให้น้อง ปีที่ 7 ประจำปี 2568 มอบลูกฟุตบอลมิกาซ่า ให้โรงเรียนขาดแคลนอุปกรณ์กีฬา ทั่วไทย

ศุภชัย ตัณฑสมบูรณ์ ประธานโครงการคนละลูก กล่าว เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนมาสนใจการเล่นกีฬา ห่างไกลยาเสพติด ทางโครงการจึงจัดหาลูกฟุตบอล ให้โรงเรียนในจังหวัดต่างๆ อาทิเช่น จังหวัดตรัง จังหวัดพังงา จังหวัดปัตตานี จังหวัดนครพนม จังหวัดกาฬสินธุ์ จังหวัดสระแก้ว จังหวัดเชียงใหม่เป็นต้น โดยจะเริ่มโครงการในเดือนมีนาคม นี้เป็นต้นไป

ต้องขอขอบคุณผู้ใหญ่ใจดี ที่ให้การสนับสนุนโครงการนี้ บริษัท มิกาซ่า อินดัสตรี้ส์(ไทยแลนด์) จำกัด บริษัท กีล่า สปอร์ต จำกัด บริษัท ไทย.เจเพรส จำกัด บริษัท วัน วัน ทำแต่ป้าย จำกัด


และสำนักสื่อมวลชนที่นำเสนอข่าวโครงการนี้เป็นอย่างดีเช่นเคย ใน โครงการผู้นำเยาวชนกีฬา ร่วมทำความดี พี่ให้น้อง ปีที่ 7 ประจำปี 2568 มอบลูกฟุตบอลมิกาซ่าพร้อมเปิดคลีนิคฟุตบอล ให้โรงเรียนขาดแคลนอุปกรณ์กีฬา ทั่วไทย

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / มหาวิทยาลัยราชภัฏ เปิดอบรมการปฐมพยาบาลเบื้องต้นและการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน เพื่อพัฒนาศักยภาพของครูและบุคลากรทางการศึกษา

แชร์เนื้อหานี้

***เมื่อวันที่ 24 พ.ค. 68 ที่หอประชุมทีปังกรรัศมีโชติ มหาลัยราชภัฏศรีสะเกษ ดร.สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการ การปฐมพยาบาลเบื้องต้นและการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน โครงการเสริมสร้างความปลอดภัยในสถานศึกษา

ซึ่ง สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ร่วมกับ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี และ มหาวิทยาลัยราชภัฎศรีสะเกษ จัดขึ้นเพื่อพัฒนาศักยภาพของครูและบุคลากรทางการศึกษา ให้มีความรู้และทักษะในการดูแลช่วยเหลือนักเรียน และบุคลากรที่อาจประสบภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน โดยมีครูและบุคลากรทางการศึกษา เข้าร่วมการอบรมในครั้งนี้ จำนวน 180 คน

***โดยกิจกรรมจะเน้นการอบรมทั้งด้านทฤษฎีและปฏิบัติ ซึ่งเนื้อหาหลักในการอบรมประกอบด้วย ความรู้เกี่ยวกับภาวะฉุกเฉิน เช่น หัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน ลมชัก ภาวะแพ้รุนแรง การประเมินสถานการณ์และการปฐมพยาบาลเบื้องตัน การช่วยฟื้นคืนชีพทั้งในผู้ใหญ่และเด็ก

การใช้เครื่องกระตุกไฟฟ้าหัวใจชนิดอัตโนมัติ อย่างถูกต้อง การปฐมพยาบาลผู้บาคเจ็บจากเหตุการณ์ต่าง ๆ เช่น กระดูกหัก แผลไหม้ และการเคลื่อนย้ายผู้ป่วย การฝึกเวียนฐานเพื่อปฏิบัติจริงกับอุปกรณ์และสถานการณ์จำลอง
ภาพ)ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

สื่อรัฐทีวี * สื่อรัฐนิวส์ / ทวี ร่วมถกนักธุรกิจมาเลย์ เตรียมร่วมทุนเปิดตลาดอาเซียนแห่งแรกที่นราธิวาส

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 10.15 น. วันที่ 24 พ.ค.68 พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เดินทางพื้นที่มายังองค์การบริหารส่วนตำบลดุซงญอ อำเภอจะแนะ จ.นราธิวาส เพื่อเป็นประธานเปิดโครงการส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยมีนายกูเซ็ง ยาวอหะซัน นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนราธิวาส, นายกูเฮง ยาวอหะซัน เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม,

นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชาติ จังหวัดนราธิวาส, พลตำรวจโทพัฒนวุธ อังคะนาวิน ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำศาสนา ผู้นำชุมชน และประชาชนในพื้นที่ร่วมคอยให้การต้อนรับ จำนวนกว่า 2,500 คน พร้อมทั้งได้ถือโอกาสแจกรางวัลการประกวดซุ่มประตูมัสยิด

โดย พ.ต.อ.ทวี รมว.ยุติธรรม ได้ถือโอกาสพูดคุยพบปะกับพี่น้องประชาชนที่เดินทางมาร่วมงาน พอสรุปใจความได้ว่า โครงการส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่น ถือว่าเป็นการสืบสานองค์ความรู้ท้องถิ่น อัตลักษณ์วัฒนธรรม และวิถีชีวิตที่ทรงคุณค่าของประชาชนในพื้นที่

การพัฒนาคนคือหัวใจของการพัฒนาอย่างยั่งยืน ต้องทำให้เยาวชนมีพื้นที่ปลอดภัย มีทักษะชีวิต มีเวทีสร้างสรรค์และได้รับการยอมรับในฐานะ เจ้าของอนาคตของชุมชน อย่างไรก็ตามขณะที่เราร่วมกันอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น เราก็ไม่อาจละเลยภัยคุกคามจากยาเสพติด

ที่กำลังรุกคืบเข้าสู่ชุมชน โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกลและชายแดน ปัจจัยเชิงโครงสร้าง เช่น ความยากจน ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และครอบครัวที่เปราะบาง ล้วนทำให้เยาวชนตกเป็นเหยื่อของเครือข่ายค้ายาเสพติดได้ง่ายขึ้น

ซึ่งสะท้อนถึงแนวทางของการพัฒนาที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลางอย่างแท้จริง
ต่อมา พ.ต.อ.ทวี รมว.ยุติธรรม ได้เดินชมบูธอาหาร จำนวนกว่า 20 แห่ง พร้อมทั้งได้ชิมรสชาติอาหารคาวหวาน ซึ่งล้วนแล้วเป็นอาหารประจำถิ่น หรือ อาหารโบราณ ที่สามารถหากินได้ในเฉพาะพื้นที่ เช่น แกงกะทิปลาซ่อน ขนมต้ม ขนมไข่ เป็นต้น

ซึ่งก่อนดินทางกลับ พ.ต.อ.ทวี รมว.ยุติธรรม ได้ถือโอกาสพูดคุยนอกรอบเป็นการส่วนตัวกับคณะนักธุรกิจประเทศมาเลเซีย ที่มีโอกาสได้เดินทางมาร่วมงานในครั้งนี้ คือ นายซุลฟีกา ซูไฮมี Mr.Zulfika Suhaimi และนายนิอาซิม นิมูฮัมหมัด Mr.Niazim Nimuhammad ที่ห้องประชุม อบต.ดุซงญอ

ที่ทางนักธุรกิจมาเลเซียมีความสนใจที่จะเดินทางมาทำการค้าร่วมกับคนไทย ซึ่งการเจรจาในครั้งนี้ ทั้ง 2 ฝ่ายต้องมีการพูดคุยอย่างเป็นกิจลักษณะอีกครั้ง ในเรื่องของการลงทุนเปิดตลาดอาเซียนแห่งแรกในพื้นที่ จ.นราธิวาส ทั้ง 2 ฝ่ายต้องใช้เงินร่วมลงทุนประมาณ 30 ถึง 50 ล้านบาท โดยใช้เวลาประมาณ 1 ช.ม.จึงแล้วเสร็จ

ด้าน พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า วันนี้ทางนักธุรกิจของประเทศมาเลเซีย นายก อบต.ดุซงญอ และคณะ นายกอบจ.จ.นนราธิวาส ร่วมหารือกับนักธุรกิจมาเลเซีย ซึ่งนักธุรกิจมาเลเซียพบว่าอยากมีตลาดอาเซียนหรือตลาดสินค้าอาเซียน เพราะเราอยู่ในประชาคมอาเซียน ซึ่งคล้ายๆประเทศไทยไม่มี แต่จะมีที่ประเทศเวียดนาม

ซึ่งมีสินค้าของอาเซียนมาวางเป็นสินค้าคล้ายๆสินค้าพื้นเมือง โดยทางนักธุรกิจมาเลเซียก็อยากจะร่วมทุนกับทางประเทศไทย โดยมองไปที่พื้นที่ อ.สุไหงโกลก หรือ อ.แว้ง ที่ใดที่หนึ่งที่เป็นแนวชายแดน ซึ่งปัจจุบันนี้เรามีนักท่องเที่ยวค่อนข้างเยอะ แต่นักท่องเที่ยวไม่ค่อยได้ใช้เงินเต็มความสามารถ เราก็ยังไปมองนักท่องเที่ยวเข้ามาอีกก็ไม่มีประโยชน์ แต่จะทำอย่างไรที่จะทำให้นักท่องเที่ยวที่เข้ามาแล้วได้ใช้เงินเยอะขึ้น ซึ่งในขณะนี้ จ.นราธิวาสอย่างเดียวนักท่องเที่ยวก็ล้านคนแล้วต่อปี ทั้งนักท่องเที่ยวมาเลเซียและนักท่องเที่ยวต่างๆเข้ามาก็ควรที่จะต้องมีตลาดด้วย ซึ่งเป็นแนวความคิดหนึ่งที่มานำเสนอ

โดยทางรัฐบาลเองก็เห็นด้วย ซึ่งวันนี้เรื่องใหญ่ของเราจะต้องสร้างเศรษฐกิจให้กับพื้นที่ แล้วต้นทุนของจังหวัดชายแดนหรือแนวชายแดนเราต้องมีการพัฒนาศักยภาพซึ่งในเร็วๆนี้สะพานก็จะเกิดขึ้น ถ้านักธุรกิจเริ่มต้นด้วยความคิดของนักธุรกิจ แล้วก็คนในพื้นที่ร่วมด้วย รัฐบาลได้หนุน

ส่วนสถานที่นั้นก็มีบ้านเอื้ออาทรที่ค่อนข้างร้าง ซึ่งทางเราได้มีการพูดคุยกับพ.ม.แล้ว ก็มีแนวความคิดว่ามันต้องมีการรื้อ เพราะสภาพมันใช้ไม่ได้แล้ว ทั้งโครงสร้างตึก ซึ่งถ้าจะมีการแบ่งบางส่วน อันนั้นก็เป็นสถานที่ ที่ทางเราจะต้องเลือกว่าระหว่าง อ.แว้ง กับอ.สุไหงโกลกว่าอำเภอไหนจะดีกว่ากัน
//////////////////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี-สื่รัฐนิวส์ / พบสวนเกษตร 8 ไร่ ของสีกาเตยคนสนิททิดแย้มในเมืองมุกดาหาร ชาวบ้านยันไม่ใช่รีสอร์ท – แหล่งฟอกเงินจากวัดไร่ขิง/ตม.นครพนม ลงพื้นที่ตรวจเข้มยาเสพติด – แรงงานต่างด้าว ในร้านอาหาร-คาราโอเกะ

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดมุกดาหารถึงกรณีที่มีข่าวว่า สีกาเตย หรือ “ช่อฟ้า ใบเตย” หนึ่งในคนสนิทของทิดแย้มอดีตเจ้าอาวาสวัดไร่ขิง จ.นครปฐม นำเงินที่ได้มาจากการทำบุญ – บริจาค ในวัดไร่ขิงมาสร้างรีสอร์ทและฟอกเงินในจังหวัดมุกดาหาร นั้น มีสถานที่ซึ่งสีกาเตยเป็นเจ้าของอยู่ในชุมชนบ้านนาเตย ตำบลคำอาฮวน อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร

โดยมีลักษณะเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมกึ่งบ้านสวน โดยใช้ชื่อว่า “บ้านสวนเกษตรช่อฟ้า ใบเตย” มีเนื้อที่ประมาณ 8 ไร่ ภายในประกอบด้วยอาคารหลังใหญ่และหลังเล็กประมาณ 10 กว่าหลัง ขณะที่ผู้สื่อข่าวเดินทางไปถึงพบว่าประตูรั้วถูกปิดโดยมีโซ่คล้องและล็อคกุญแจไว้ มีป้ายติดไว้ที่รั้วว่า “พื้นที่ส่วนบุคคลห้ามเข้าก่อนได้รับอนุญาต ระวังสุนัขดุ”

นายประยงค์ (ขอสงวนนามสกุล) ชาวบ้านที่มีที่ดินติดกัน เปิดเผยว่า ปกติที่บ้านสวนเกษตรข่อฟ้า ใบเตย จะมีคนพักอาศัยอยู่ในที่ดิน 4 คน คือ แม่ของสีกาเตยกับสามี และคนสวนอีก 2 คน แต่ขณะนี้ทราบว่าแม่ของสีกาเตยไม่ได้อยู่โดยกลับไปบ้านที่สุโขทัยได้ประมาณ 3-4 เดือนแล้ว

ส่วนที่มีข่าวว่าเป็นรีสอร์ทและที่ฟอกเงินของสีกาเตยนั้น ตนเห็นว่าไม่เป็นความจริง โดยสถานที่ดังกล่าวเป็นเพียงบ้านพักธรรมดาไม่มีลักษณะการตกแต่งหรูหราที่จะบ่งชี้ว่าเป็นรีสอร์ท ส่วนใหญ่จะเป็นบ้านน็อคดาวน์ที่สีกาเตยเป็นผู้ซื้อมาปลูกสร้างบนที่ดิน ซึ่งก่อนหน้านี้ตนก็เคยเข้าไปกราบสักการะองค์หลวงพ่อวัดไร่ขิงจำลอง และท้าวเวสสุวรรณ ซึ่งประดิษฐานอยู่ภายในบ้านสวนดังกล่าว

โดยบ้านพักภายในสวนก่อนหน้านี้จะใช้สำหรับให้ทิดแย้มอดีตเจ้าอาวาสวัดไร่ขิง พระภิกษุและคณะ ใช้เป็นที่พำนักในระหว่างที่เดินทางมาตรวจเยี่ยมโครงการหมู่บ้านรักษาศีล 5 ในพื้นที่ภาคอีสานตอนบน

ซึ่งจะมีอาคารขนาดใหญ่ประมาณ 5 หลัง และอาคารขนาดเล็กที่เป็นบ้านน็อคดาวน์ประมาณ 8 หลัง ส่วนที่ดินแถวนี้จะมีราคาอยู่ที่ประมาณไร่ละ 160,000 บาท ซึ่งเมื่อรวมมูลค่าทั้งหมดแล้วก็ไม่น่าจะเกิน 4-5 ล้านบาท

“ส่วนจะเคยมีการนำตู้เซฟขนาดใหญ่สำหรับใช้เก็บเงินสดนับร้อยล้านบาทที่ยักย้ายถ่ายเทมาจากวัดไร่ขิงนำมาไว้ภายในบ้านสวนเกษตรช่อฟ้า ใบเตย หรือไม่นั้น ตนไม่ทราบเพราะไม่เคยเห็น ตอนตนเข้าไปก็เห็นมีเพียงแต่ตู้ใบเล็กๆ เท่านั้น ผมไม่เชื่อว่าจะเป็นสถานที่เก็บเงินเก็บหรือทรัพย์สมบัติอะไรที่ยักย้ายถ่ายเทมาจาก วัดไร่ขิง” นายประยงค์กล่าว

ภาพ/​ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

ตม.นครพนม ลงพื้นที่ตรวจเข้มยาเสพติด – แรงงานต่างด้าว ในร้านอาหาร-คาราโอเกะ

เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2568 ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.ภัทรพงศ์ อินวรรณา ผกก.ตม.จว.นครพนม พร้อมด้วย พ.ต.ท.สุภมิตร กะตะศิลา รอง ผกก.ตม.จว.นครพนม และ

พ.ต.ท.เกียรติคุณ ดวงแก้ว สว.ตม.จว.นครพนม ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนตรวจคนเข้าเมืองบูรณาการร่วมกับ สภ.หนองบ่อ อ.นาแก จ.นครพนม ออกตรวจสอบสถานประกอบการ ร้านอาหาร และร้านคาราโอเกะ จำนวน 8 แห่ง ในพื้นที่อำเภอนาแก

จากการตรวจสอบพบแรงงานต่างด้าวสัญชาติลาวทั้งหมดมีใบอนุญาตทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และได้มีการตรวจคัดกรองสารเสพติดในร่างกาย

แรงงานกลุ่มดังกล่าว ไม่พบสารเสพติดแต่อย่างใด รวมถึงไม่พบพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ การค้าประเวณี หรือความผิดอื่น ๆ

นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ได้ประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการกรอกแบบฟอร์ม ตม.6 (TM6) แบบดิจิทัล (TDAC) ซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางเข้าประเทศไทยสำหรับชาวต่างชาติทั้งทางอากาศ ทางบก และทางน้ำ

ตมนครพนม เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

​สื่อรัฐทีวี-สื่รัฐนิวส์ /ลาวส่ง “โจ้ จูมคำ” ผู้ต้องหาหนีประกันคดียิงหัวหน้าการ์ดศรีสะเกษเสียชีวิต พร้อม 10 ผู้ต้องหาชาวไทยกลับประเทศ หลังข้ามไปก่อคดีมั่วสุมเสพยา

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2568 พลตรี สุคนธรัตน์ ชาวพงษ์ ผู้บัญชาการกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี พร้อมด้วย พันเอก ศิวดล ยาคล้าย ผู้บังคับการกองบังคับการควบคุมที่ 1 (ร.3) กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี, พันเอก อินทราวุธ ทองคำ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21,

พันตำรวจเอก กิตเตชิษฐ์ บำรุง รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร และพันตำรวจโท จตุพล ยันต์นาวา รองผู้กำกับการตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดมุกดาหาร ได้เดินทางข้ามสะพานมิตรภาพแห่งที่ 2 (มุกดาหาร – สะหวันนะเขต) ไปยังด่านพรมแดนสะหวันนะเขต สปป.ลาว เพื่อรับมอบผู้ต้องหาชาวไทยจำนวน 11 คน ที่กระทำผิดกฎหมายในแขวงสะหวันนะเขต และถูกจับกุมดำเนินคดีจนพ้นโทษ ก่อนถูกผลักดันกลับมายังประเทศไทย

การส่งมอบดังกล่าวเป็นไปตามข้อตกลงความร่วมมือด้านความมั่นคงไทย-ลาว โดยมี พันโทแก้วอุดร สนทิกุมมาน หัวหน้าแผนก 303 ปกส. แขวงสะหวันนะเขต, พันตรี สีคูน สำลานไช รองแผนกตำรวจสกัดกั้นและต้านยาเสพติด และเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองลาว เป็นผู้แทนฝ่าย สปป.ลาว ในการส่งมอบผู้ต้องหาให้กับกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี

ในจำนวนผู้ต้องหา 11 คน ปรากฏว่า 1 ในนั้นคือนายจักรพงศ์ หรือ “โจ้” จูมคำ ผู้ต้องหาคดียิงนายเชิดศักดิ์ เงาศรี หัวหน้าการ์ดสถานบันเทิงใน อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ เมื่อวันที่ 18 มกราคมที่ผ่านมา แล้วหลบหนีมาที่ อ.ดอนตาล จ.มุกดาหาร ข้ามเรือหางยาวข้ามแม่น้ำโขงไปยังเมืองไซพูทอง แขวงสะหวันนะเขต แต่ถูกผลักดันกลับมาฝั่งไทย และถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวส่งดำเนินคดีในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และความผิดตาม พ ร.บ.อาวุธปืน

ต่อมาปรากฏว่านายโจ้ได้รับการอนุญาตให้ประกันตัวในชั้นศาล และหนีประกันตัว พาพวกข้ามไปมั่วสุมยาเสพติดก่อความเดือดร้อนรำคาญด้วยการเปิดเพลงเสียงดังในแขวงสะหวันนะเขต กระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ป้องกันความสงบแขวงสุวรรณเขตจับกุมตัวดำเนินคดีและผลักดันส่งกับประเทศไทยดังกล่าว

ทั้งนี้ ผู้ต้องหาทั้ง 11 ราย เป็นชาย 9 คน หญิง 2 คน แบ่งเป็นชาวจังหวัดศรีสะเกษ 10 คน และชลบุรี 1 คน โดยเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับในคดียาเสพติด 2 ราย, คดีฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา 1 ราย ส่วนผู้ที่ไม่มีหมายจับ เจ้าหน้าที่ได้นำตัวไปตรวจคัดกรองโรคและบันทึกประวัติอาชญากรรมเพื่อจัดเก็บข้อมูล ก่อนดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมายต่อไป

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่รัฐนิวส์ / ธรรมาภิบาลมุกดาหารลงพื้นที่ตลาดอินโดจีน พบราวกันตกเสี่ยงอันตราย เกรงเกิดอุบัติเหตุร้ายแรง

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม คณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดมุกดาหาร (ก.ธ.จ.มุกดาหาร) นำโดย นายอรรครัตน์ รัตนจันทร์ รองประธานคณะกรรมการฯ พร้อมที่ปรึกษาและคณะกรรมการฯ ได้ลงพื้นที่สอดส่องโครงการก่อสร้างซ่อมแซมและปรับปรุงตลาดอินโดจีน เทศบาลเมืองมุกดาหาร ซึ่งยังอยู่ระหว่างดำเนินการและยังไม่แล้วเสร็จ

ในการสอดส่องพบปัญหาด้านความปลอดภัยที่อาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงได้ โดยเฉพาะบริเวณราวกันตกสแตนเลสชั้นบนของตลาด ที่มีลักษณะไม่มั่นคงแข็งแรง โดยปลายราวกันตกทั้งสองด้านถูกเว้นไว้เป็นช่องว่าง ส่วนช่วงกลางของราวมีลักษณะนูนออก สามารถทำให้เด็กเล็กพลัดตกได้ ขณะที่ด้านล่างของอาคารยังมีเสาปูนพร้อมเหล็กเส้นจำนวนมากโผล่สูงขึ้นมาร่วม 1 เมตร ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงหากเกิดการพลัดตกจากด้านบน

นอกจากนี้ยังตรวจพบว่า ขายึดราวบางจุดไม่มีน็อตยึดติด หรือมีแต่ไม่ได้ขันแน่น และบางจุดน็อตอยู่ในสภาพหักงอ ซึ่งอาจส่งผลให้โครงสร้างพังถล่มได้โดยไม่คาดคิด

กรรมการและที่ปรึกษาฯ เห็นว่าประเด็นดังกล่าวอาจสะท้อนถึงความบกพร่องในการดำเนินการก่อสร้างและการปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ สภาพสิ่งก่อสร้างดังกล่าวสร้างความกังวลให้กับประชาชนต่อความมั่นคงแข็งแรงของโครงสร้าง ซึ่งอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงถึงชีวิต

กรณีดังกล่าวจึงอาจเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการที่เจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องไม่ได้ดำเนินการให้เป็นไปตามหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน และพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี

ทั้งนี้ ที่ปรึกษาและกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดมุกดาหารจะได้ดำเนินการตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อแจ้งให้เจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบและดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐและประโยชน์สุขของประชาชนต่อไปมุกดาหาร #คณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัด #ตลาดอินโดจีน #โครงการก่อสร้าง #ราวกันตกอันตราย #ตรวจสอบความปลอดภัย #สอดส่องภาครัฐ #ประโยชน์สุขของประชาชน #ความปลอดภัยสาธารณะ #กระทรวงมหาดไทย #สำนักนายกรัฐมนตรี​

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / อ.ท่าวังผา เปิดงาน “มหัศจรรย์เทศกาลมะม่วงบ้านสบเป็ด ครั้งที่ ๑ ” ระหว่าง 23 – 25 พค. 2568 ณ สนามกีฬาบ้านสบเป็ด อ.ท่าวังผา จ.น่าน

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 23 พฤษภาคม 2568 นายฐสิฐญ์ บำเพ็ญ ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “มหัศจรรย์เทศกาลมะม่วงบ้านสบเป็ด ประจำปี 2568” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 23 – 25 พฤษภาคม 2568 ณ สนามกีฬาบ้านสบเป็ด หมู่ที่ 6 ตำบลผาตอ อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน

โดยมี นายวาท เชียงหนุ้น สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน เขต 1 อำเภอท่าวังผา นายสันติ มณีอ่อน เกษตรอำเภอท่าวังผา เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอท่าวังผา นายกองค์การบริหารส่วนตำบลผาตอ คณะครูโรงเรียนบ้านสบเป็ด และผู้นำชุมชนในพื้นที่ตำบลผาตอ ให้การต้อนรับ

ซึ่งมี นายอภิชาติ เฉลิมบุญฤทธิ์ ผู้ใหญ่บ้านสบเป็ด กล่าวรายงาน การจัดงานในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริม สนับสนุน ผลผลิตและการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร โดยเฉพาะมะม่วงซึ่งถือเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของบ้านสบเป็ด เป็นแหล่งผลิตมะม่วงที่มีชื่อเสียงและมีคุณภาพของอำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน

สร้างรายได้ให้กับชุมชนปีละไม่น้อยกว่า ๕๐ล้านบาท และสร้างความภาคภูมิใจให้กับเกษตรกรในชุมชนมาอย่างยาวนาน พร้อมทั้งเป็นการประชาสัมพันธ์แหล่งปลูกมะม่วงที่มีคุณภาพดี มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์ และได้รับการรับรองมาตรฐานการผลิต GAP ของบ้านสบเป็ด อำเภอท่าวังผา ให้เป็นที่รู้จัก

ส่งเสริมช่องทางการตลาดมะม่วงโดยการเชื่อมโยงระหว่างผู้ประกอบการรับซื้อผลผลิตกับเกษตรกร เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่น ภายในงานมีกิจกรรมที่น่าสนใจ เช่น การออกร้านจำหน่ายสินค้าทางการเกษตรและผลิตภัณฑ์ชุมชน

การประกวดมะม่วงคุณภาพดี การประกวดธิดามะม่วง กิจกรรมการแข่งขันกีฬา และกิจกรรมบันเทิงพื้นบ้าน ที่สร้างสีสันและความประทับใจแก่ผู้ร่วมงานตลอดระยะเวลาการจัดงาน
/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / เปิดตัวรายการใหม่ สุดอลัง “Sing!Asia ร้องท่องเอเชีย”เวทีของเหล่านักร้องเอเชีย เจนใหม่! พร้อมเผยรายชื่อตัวแทนไทย!!เตรียมออกอากาศทั่วโลกทาง iQIYI Global

แชร์เนื้อหานี้

เตรียมพบกับปรากฏการณ์ครั้งสำคัญของวงการเพลง รายการ “Sing!Asia” หรือชื่อภาษาไทย “ร้องท่องเอเชีย”รายการประกวดร้องเพลง ศึกประชันเสียงของศิลปิน GEN ใหม่จาก 9 ประเทศทั่วเอเชียที่จะมารวมตัวบนเวทีเดียวกัน ที่รวบรวมศิลปินดาวรุ่งจากหลากหลายประเทศ มาประชันเสียง ความสามารถ และเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม ผ่านโชว์ที่ตระการตาและโปรดักชันสุดอลังการ ผลิตโดย iQIYI แพลตฟอร์มบันเทิงชื่อดังจากจีน ซึ่งนอกจากความบันเทิงแล้ว ยังเปิดโอกาสให้นักร้องรุ่นใหม่ได้แสดงตัวตนต่อสายตาผู้ชมจากทั่วโลก โดยจะออกอากาศให้ชมพร้อมกันทั่วโลกผ่านทาง iQIYI Global

“ร้องท่องเอเชีย” ตั้งใจจะทำลายทุกกำแพงของแนวดนตรี เปิดพื้นที่ให้ศิลปิน ได้แสดงศักยภาพแบบไร้ขีดจำกัด เน้นการเฟ้นหาศิลปิน “Generationใหม่” เพื่อเฟ้นหาผู้ชนะหนึ่งเดียวในตำแหน่ง “ราชาเสียงแห่งเอเชีย” ที่มากด้วยพลังและความสามารถแบบเต็มพิกัด ซึ่งทั้งหมดผ่านการคัดเลือกอย่างเข้มข้น พร้อมการแข่งขันที่ดุเดือดระหว่างศิลปินหน้าใหม่จากจีนและนานาชาติ ท่ามกลางเวทีกลางทะเลสุดตื่นตา

พร้อมเปิดตัวทีมเมนเทอร์สุดอลังการ!นำโดยเจสซี เจ (Jessie J ) ศิลปินป็อประดับโลกจากสหราชอาณาจักร จางเลี่ยงอิ่ง (Jane Zhang) นักร้องหญิงเสียงสูงระดับแนวหน้าของจีนและเป็นผู้นำทีมของรายการ SING!ASIA
โยวฉางจิ้ง (Yao Chang Jing) “โจ๊ก โย่ว” ศิลปินหนุ่มจากมาเลเซียที่โด่งดังในจีน ได้รับหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงนำทางให้แก่เหล่าศิลปินรุ่นใหม่ในรายการ SING!ASIA

ยังมีศิลปินและกรรมการรับเชิญจากประเทศต่าง ๆ ทั่วเอเชีย อาทิชิซึกะ คุโด (Shizuka Kudo) นักร้องหญิงระดับตำนานของญี่ปุ่นเจฟฟ์ จาง (Jeff Chang) หรือจางซิ่นเจ๋อราชาเพลงรักจากไต้หวันตานฉาง (Dan Chang) จากจีนซูโยวเผิง (Alec Su) อดีตสมาชิกวง “เสี่ยวหู่ตุ้ย” นักร้องและนักแสดงระดับตำนานทันยา ชัว (Tanya Chua) นักร้อง นักแต่งเพลงหญิงจากสิงคโปร์จิมมี่ หลิน (Jimmy Lin) อดีตนักร้องบอยแบนด์ขวัญใจวัยรุ่นยุค 90 จากไต้หวันลีโอ (Leo Ku) กูนักร้องชายจากฮ่องกง นักแสดงเจ้าบทบาท จูเลียน จาง (Julian Cheung) หรือ จางจื้อหลิน นักแสดง-นักร้องชายชื่อดังจากฮ่องกง

ประเทศไทยก็ไม่แพ้ชาติใด! เปิดตัว ตัวแทนประเทศซึ่งปีนี้ได้ส่งศิลปินเลือดใหม่เข้าร่วมแข่งขัน ที่มีพลังเสียงเฉียบคม มาพร้อมความมั่นใจและเสน่ห์เฉพาะตัว โดยศิลปินไทยได้โชว์ทั้งเพลงสากล เพลงไทย และมีเซอร์ไพรส์โชว์ ที่นำความเป็นไทยผสานเข้ากับความร่วมสมัยอย่างลงตัวและพิเศษสุด ซึ่งตัวแทนจากไทยที่ถูกคัดเลือกอย่างละเอียดเข้มข้น ผ่านหลายขั้นตอน จนได้เป็นหนึ่งใน 32 ทีมสุดท้ายของรายการ ซึ่งเริ่มเปิดเผยรายชื่อออกมาแล้วบางส่วน ได้แก่ Soilboy จากค่าย RSiam ,Flower.far จากค่าย YUPP! , Firzter จาก GMM Music

นอกจากนี้ ยังมีอีก 3 ทีมจากไทยที่ยังไม่เปิดเผยรายชื่อ ณ ตอนนี้ แต่ทั้งหมดล้วนเป็นศิลปินเจนใหม่ที่มีความสามารถล้นหลาม และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่น่าจับตาติดตามและส่งแรงใจให้ตัวแทนจากประเทศไทยได้ใน ออกอากาศวันแรก วันศุกร์ที่ 23 พฤษภาคม เวลา 17:00 น. ทาง iQIYI Global

SingAsia #ร้องท่องเอเชีย #iQIYIGlobal #ThailandToAsia #เสียงจากเอเชีย