เรื่องทั้งหมดโดย admin

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / แถลงข่าว เที่ยวสวนส้มโอศรีสะเกษ ที่บ้านตาด อ.เมืองจันทร์ ทิปทัวร์สวน 450 ไร่ ไว้ต้อนรับนักท่องเที่ยว

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 9 พฤษภาคม 2568 จังหวัดศรีสะเกษ ภูมิใจนำเสนอ สวนส้มโอบ้านตาด ตำบลตาโกน อำเภอเมืองจันทร์ ( ภาพมุมสูง โดรน ) ในการนำทัวร์สวนส้มโอ กว่า 450 ไร่ และกำลังปลูกเพิ่ม ขยายเพิ่ม ตามความต้องการของตลาด โดยมีเป้าหมายที่จะส่งเสริมให้แหล่งชุมชนท่องเที่ยวบ้านตาด อำเภอเมืองจันทร์ ที่ผลิตส้มโอ ของจังหวัดศรีสะเกษ จำนวน 3,000 ไร่

เป็นการส่งเสริมวิสาหกิจของชุมชน ตามตัวบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ผลผลิตตามความต้องการของตลาด จากที่เกษตรกรไปเที่ยวภาคกลาง แล้วซื้อส้มโอมาเพาะ มาทดลองปลูก 1 ต้น ก่อนที่พัฒนาแยกสายพันธุ์ จนปัจจุบันนี้ มีส้มโอที่บ้านตาด จำนวน 7 สายพันธุ์ คือ พันธ์ขาวน้ำผึ้ง, พันธ์ทับทิมสยาม, พันธุ์ทองดี, พันธุ์ขาวแตงกวา, พันธุ์ขาวใหญ่ และพันธุ์แดงเวียดนาม เป็นต้น ซึ่งวันนี้เกษตรกรรวมตัวกัน

เตรียมจัดงาน วันส้มโอศรีสะเกษ ระหว่างวันที่ 14 พฤษภาคม – วันที่ 16 พฤษภาคม 2568 ณ.บริเวณสวนแห่งนี้ โดยในงานจะมี การแสดงของกลุ่มแม่บ้าน ต้อนรับนักท่องเที่ยว ในสวนส้มโอ ที่กำลังออกลูกเต็มต้น การทำเมนูจากส้มโอ ที่แซบที่สุดนั้นก็คือ ยำส้มโอสด ซึ่งเครื่องก็จะประกอบด้วย ส้มโอ ในทุกสายพันธ์ กะทิ, มะพร้าวคั่ว, ถั่วลิลงคั่ว, เมล็ดมะม่วงหิมพานต์, กระเทียมทอด, หอมแดงศรีสะเกษเจียว, น้ำพริกเผาสูตรบ้านตาด และน้ำปรุงรสสูตรบ้านตาด นำมาคลุกเคล้าตามสูตร

ก็จะได้ยำส้มโอที่สุดอร่อย สุดแซบแบบไทยๆ ไม่เผ็ด แต่กลมกล่อมพอดี นอกนั้นยังมีผลิตภัณฑ์จากส้มโอ อธิ ขนมเปี๊ยะจากเปลือกส้มโอ, ส้มโอเชื่อม, ยาหม่องส้มโอ, ยาดมสมุนไพรส้มโอ และเปลือกส้มโอตากแห้ง จากที่เคยแกะเอาเนื้อมาทานแล้วทิ้ง วันนี้นำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ได้เป็นอย่างดี โดยได้รับความร่วมมือ จากมหาวิทยาลัยราชภัฎศรีสะเกษ มาทำงานวิจัย และสอนทำ ในการเพิ่มมูลค่าของเปลือกส้มโอ นับเป็นแห่งแรกของศรีสะเกษ และของไทย ที่นำเปลือกมาพัฒนาต่อยอด ด้วย

นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ และนายแท่ง สุระ นายก อบต.ตาโกน เจ้าของพื้นที่ในการส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกขยายผลผลิตส้มโอบ้านตาด พร้อมด้วยหอการค้าจังหวัด, สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวศรีสะเกษ, เกษตรจังหวัด, นายณัฎฐพงษ์ บุดดี เจ้าของสวนส้มโอรายแรก และนายอำเภอเมืองจันทร์ ได้ร่วมกันเปิดแถลงข่าว แก่สื่อมวลชน พร้อมนำทำเมนู ยำส้มโอศรีสะเกษ และเปิดตัวผลิตภัณฑ์ ทั้งขนมเปี๊ยะจากเปลือกส้มโอ, ส้มโอเชื่อม, ยาหม่องส้มโอ, ยาดมสมุนไพรส้มโอ และเปลือกส้มโอตากแห้ง จากที่เคยแกะเอาเนื้อมาทานแล้วทิ้งเปลือกเป็นขยะ

วันนี้นำเปลือกส้มโอ ทั้งหมด มาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ได้อย่างดี โดยได้รับความร่วมมือ จากมหาวิทยาลัยราชภัฎศรีสะเกษ มาทำงานวิจัย และสอนทำ ในการเพิ่มมูลค่า วันนี้สวนส้มโอพร้อมแล้ว จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก มาเที่ยวงาน “ส้มโอศรีสะเกษ” ระหว่างวันที่ 14 พฤษภาคม 2568 ถึงวันนี้ 16 พฤษภาคม 2568 ณ.สวนส้มส้มโอ บ้านตาด ตำบลตาโกน อำเภอเมืองจันทร์ จังหวัดศรีสะเกษ โดยจะมีพิธีเปิดงานในวันที่ 16 พฤษภาคม 2568 นี้ กับพาทัวร์สวนส้มโอ ครั้งของของศรีสะเกษ ด้วย
/////////////////////////
ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / พล.ต.ต.ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1 การแข่งขัน บช. ของ ตร.( S.W.A.T.) งบประมาณ 2568 และเข้ารับการแข่งขันใน Stage 5 (Obstacle Course) เข้าร่วมแข่งขัน 27 ทีม

แชร์เนื้อหานี้

พลตำรวจตรี ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1 ในฐานนะหัวหน้าฝ่ายอำนวยการ ที่ควบคุมงาน ฝอ.5 บก.อก.ภ.่่(งานประชาสัมพันธ์และงานแถลงข่าว) ตำรวจภูธรภาค 1 เปิดเผยว่า

วันที่ 8 พ.ค.68 เวลา 14.30 น.
พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.ภ.1 ได้ให้โอวาทแก่ ทีมปราบไพรีอริศัตรูพ่ายทั้ง 2 ทีม ที่เข้ารับการฝึกอบรมตามโครงการฝึกทบทวนและเตรียมความพร้อมการแข่งขันหน่วยปฏิบัติการพิเศษ ระดับ บช. ของ ตร.( S.W.A.T.) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 และเข้ารับการแข่งขันใน Stage 5 (Obstacle Course) สถานีข้ามสิ่งกีดขวาง มีทีมเข้าร่วมการแข่งขัน 27 ทีม ผลการแข่งขัน

– ปราบไพรีอริศัตรูพ่าย ทีม A ได้ลำดับที่ 13
– ปราบไพรีอริศัตรูพ่าย ทีม B ได้ลำดับที่ 21
การแข่งขันเสร็จสิ้น ผลรวม จำนวน 5 Stage ดังนี้
– ปราบไพรีอริศัตรูพ่าย ทีม A ได้ลำดับที่ 5
– ปราบไพรีอริศัตรูพ่าย ทีม B ได้ลำดับที่ 12

โดยมี พ.ต.อ.จักรพันธ์ โอสถากันต์ ผกก.ปพ.บก.สส.ภ.1, พ.ต.ท.กฤษณพงษ์ ชูตระกูล รอง ผกก.ฯ, พ.ต.ท.ชยากร บุญมา รอง ผกก.ฯ, พ.ต.ท.สมพร ลอยกระโทก สว.ฯ, ร.ต.อ.ศุภร ภาวมิ่งมงคล รอง สว.ฯ ส่วนควบคุม และ จนท.ส่วนปฏิบัติ จำนวน 2 ทีม พร้อมผู้สังเกตการณ์ ร่วมขอบคุณและรับโอวาทจากผู้บังคับบัญชา ณ ตำรวจภูธรภาค 1

จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขา.น่าน กลุ่มเกษตรกรเลี้ยงสัตว์ และ กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการเกษตร

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 7 พฤษภาคม 2568 เวลา 09.30 น. นางณัติกานต์ บุญเจริญ หัวหน้าสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดน่าน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงาน ลงพื้นที่ อำเภอเวียงสา เพื่อสนับสนุนกระบวนการพัฒนาและประเมินแผนและโครงการฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ขององค์กรเกษตรกร จำนวน 2 องค์กร ดังนี้

1.กลุ่มเกษตรกรเลี้ยงผู้เลี้ยงสัตว์ บ้านทุ่งทอง หมู่ 1 ชื่อโครงการ”จัดซื้อวัวแม่พันธุ์ลูกผสมบราห์มันให้กับสมาชิก” สมาชิกเข้าร่วมโครงการ จำนวน 10 คน ณ หอประชุมบ้านทุ่งทอง หมู่ 1 ตำบลทุ่งศรีทอง อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน

2.กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการเกษตรบ้านชื่นใหม่ ชื่อโครงการ”จัดชื้อแม่พันธุ์และลูกสุกรขุนให้กับสมาชิก” สมาชิกเข้าร่วมโครงการ จำนวน 10 คน ณ หอประชุมบ้านชื่นใหม่ หมู่ 5 ตำบลทุ่งศรีทอง อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน

โดยมี นายวุฒิพันธุ์ เนตรวิชัย ปศุสัตว์จังหวัดน่าน (อนุกรรมการภาคราชการ) ร.ต.อ.วินัย ก้อนสมบัติ รองประธานอนุกรรมการฯ นายอุไร สารถ้อย และนายสุบรรณ นรินทร์ อนุกรรมการฯ จังหวัดน่าน คณะทำงานเพื่อสนับสนุนกระบวนการพัฒนาและประเมินแผนและโครงการฯ ร่วมลงพื้นที่ด้วย/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / กรมศุลกากรบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลดการลักลอบเติมน้ำมันเขียว

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ 8 พฤษภาคม 2568 นายธีรัชย์ อัตนวานิช อธิบดีกรมศุลกากร พร้อมด้วย นายวิศิษฐ วชิรวิรุฬห์ ผู้อำนวยการสำนักงานสรรพสามิตภาคที่ 7 ผู้แทนจากกรมสรรพสามิต และ ว่าที่ พ.ต.ต.ธีรพงษ์ ดีนุช สารวัตรสถานีตำรวจน้ำ 6 กองกำกับการ 4 กองบังคับการตำรวจน้ำ ผู้แทนจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เข้าร่วมสังเกตการณ์วิธีปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับโครงการจำหน่ายน้ำมันดีเซลสำหรับชาวประมงในเขตต่อเนื่องของราชอาณาจักร (โครงการน้ำมันเขียว) และเข้าตรวจเยี่ยมผู้ประกอบการสถานีบริการจำหน่ายน้ำมันในเขตต่อเนื่อง (Tanker) ณ สถานีบริการ วีนัส 10 ของ บริษัท ไทยแหลมทองค้าน้ำมันประมง จำกัด เพื่อรับฟังปัญหาและอุปสรรค รวมถึงข้อเสนอแนะและข้อเรียกร้องต่าง ๆ ของผู้ประกอบการที่เข้าร่วม โครงการน้ำมันเขียว

นายธีรัชย์ อัตนวานิช อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า กรมศุลกากรได้ออกประกาศกรมศุลกากรที่ 210/2567 เรื่อง พิธีการศุลกากรว่าด้วยการนำน้ำมันดีเซลออกไปจำหน่ายในเขตต่อเนื่องของราชอาณาจักรไทย ลงวันที่ 8 พฤศจิกายน 2567 ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ผ่านมา โดยประกาศกรมศุลกากรฉบับดังกล่าว เป็นการปรับปรุงแก้ไขประกาศกรมศุลกากร ที่ 68/2561 ลงวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2561 ให้มีความทันสมัย และสอดคล้องกับประกาศกรมสรรพสามิตที่เกี่ยวข้อง ซึ่งการจัดทำประกาศกรมศุลกากรฉบับล่าสุด เป็นผลจากการหารือร่วมกันของผู้แทนจากหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง รวมถึงสมาคมการประมงแห่งประเทศไทยและสมาคมผู้ค้าน้ำมันในเขตต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ชาวประมง
และเกิดประสิทธิภาพสูงสุดในด้านการป้องกันการกระทำความผิดตามกฎหมายอีกด้วย

อธิบดีกรมศุลกากร ยังกล่าวอีกว่า สำหรับโครงการน้ำมันเขียวจะช่วยสนับสนุนผู้ประกอบการในการลดต้นทุนด้านน้ำมันเชื้อเพลิง และเพิ่มขีดความสามารถของผู้ประกอบการในกิจการประมง อันจะเป็นการเสริมสร้าง ความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจในระดับชุมชนอีกทางหนึ่ง ทั้งสามหน่วยงานจึงให้ความสำคัญกับการกำกับดูแล การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในส่วนงานที่เกี่ยวข้อง จึงเป็นที่มาของการตรวจเยี่ยมในวันนี้ หลังจากนี้ ทั้งสามหน่วยงานจะบูรณาการ การทำงานร่วมกัน เพื่อให้การปฏิบัติตามโครงการดังกล่าวเป็นไปตามวัตถุประสงค์ ของโครงการฯ เกิดประสิทธิภาพ และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ประกอบการ ในส่วนของกรมศุลกากร จะมุ่งเน้นและให้ความสำคัญกับการตรวจสอบการขนถ่ายน้ำมันดีเซลที่จำหน่ายให้กับเรือประมงในเขตต่อเนื่อง เพื่อให้การปฏิบัติเป็นไปตามกฎหมาย มิให้มีการกระทำความผิดทางศุลกากรเกิดขึ้น
////////////////////////////
ข่าว ณัฐธภพ พันสายท / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / กรอ. มน.สุโขทัยลงช่วยเหลือประชาชนจากพายุฤดูร้อน. / สทนช.ภาค1จัดประชุมคณะกรรมการลุ่มน้ำยมครั้งที่2/2568

แชร์เนื้อหานี้

ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่าเมื่อวันที่ 6 พ.ค. 68 เวลา 1100 พ.อ.พิทยา ราชะพริ้ง รอง ผอ.รมน.จังหวัด ส.ท. (ท) พร้อมด้วย จนท.กอ.รมน.จังหวัด ส.ท. บูรณาการความร่วมมือ นายชูชีพ จันทร์หอม นายก อบต.ท่าฉนวน และจนท.อบต.ท่าฉนวน ลงพื้น

ที่มอบถุงยังชีพเพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุวาตภัย ในพื้นที่ ต.ท่าฉนวน อ.กงไกรลาศ จว.ส.ท. เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้นแก่ประชาชน สร้างขวัญกำลังใจให้แก่ผู้ประสบภัย และครอบครัว พร้อมทั้งให้กำลังใจแก่

ครอบครัวที่ได้รับผลกระทบ และสำรวจความเสียหายในพื้นที่ฯ ในการประสานการฟื้นฟูในลำดับถัดไปอย่างรวดเร็วทั้งนี้เมื่อช่วงเช้าเวลา 09.30น. พ.อ.พิทยา ราชะพริ้ง รอง ผอ.รมน.จังหวัด ส.ท. (ท)

พร้อมด้วย จนท.กอ.รมน.จังหวัด ส.ท. บูรณาการความร่วมมือ นายชูชีพ จันทร์หอม นายก อบต.ท่าฉนวน และจนท.อบต.ท่าฉนวน ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพให้กับผู้สูงอายุ ที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ในพื้นที่ ต.ท่าฉนวน อ.กงไกรลาศ จว.ส.ท.

เพื่อขับเคลื่อนด้านความมั่นคงควบคู่กับการพัฒนาสังคม มุ่งเน้นการดูแล และพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนกลุ่มเปราะบาง โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่อยู่ในภาวะพึ่งพิง ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความจำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง
กิตติ พรดวงจันทร์ สุโขทัย

สทนช.ภาค1จัดประชุมคณะกรรมการลุ่มน้ำยมครั้งที่2/2568
เมื่อเวลา09.30น.ของวันที่8พฤษภาคม2568ณ.ห้องประชุมจดหมายเหตุ ชั้น2 ศาลากลางจังหวัดแพร่

โดยมีนาย คุณากร คชหิรัญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่เป็นประธานจัดการประชุม พร้อมนาย อนันต์ เพชร์หนู ผอ.สทนช 1ทั้งนี้ได้มีคณะกรรมการเข้าร่วมประชุมทั้งในห้องประชุมและประชุมทางออนไลน์

โดยมีนาง วชิรญาณ์ สุนทร ผู้อำนวยการกลุ่มประสานงานลุ่มน้ำยม สทนช.1เลขานุการฯการประชุมได้กล่าววาระการประชุมทั้ง6วาระอนึ่งการประชุมครั้งนี้ได้มีวาระสำคัญคือความก้าวหน้า

โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำเพื่อรองรับสถานการณ์ภัยแล้งและฝนทิ้งช่วงปี2568และการจัดการทำแผนบริหารจัดการน้ำหลากที่จะมาถึงโดยทั้งนี้ได้จัดการประชุมตามระเบียบวาระจนถึงเวลา12.00น
กิตติ พรดวงจันทร์ สุโขทัย

สื่อรัฐทีวี-สือรัฐนิวส์ / ผบ.ทบ.ประชุมหน่วยงานความมั่นคง นราธิวาส ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสถานการณ์ เพื่อป้องกันการบิดเบือนข้อมูล

แชร์เนื้อหานี้

พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก/รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร เป็นประธานการประชุมหน่วยงานด้านความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ หลังเกิดสถานการณ์ความรุนแรงหลายครั้ง ที่ห้องประชุมหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ค่ายกัลยาณิวัฒนา อำเภอเมืองนราธิวาส ซึ่งมีพลโท ไพศาล หนูสังข์ แม่ทัพภาคที่ 4/

ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 พลตำรวจโท ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม เพื่อหารือปรับแผนยุทธวิธีการปฏิบัติงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์จริง เน้นการทำงานเชิงรุกและบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และภาคประชาชน เพื่อยกระดับความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ ความมั่นคงของประชาชน คือหัวใจสำคัญของภารกิจในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

โดยผู้บัญชาการทหารบก ระบุว่า การลงพื้นที่ในครั้งนี้เพื่อให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติภารกิจภายใต้ความเสี่ยงสูง พร้อมเน้นย้ำทุกภารกิจต้องยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางซึ่งตกเป็นเป้าหมายของผู้ก่อเหตุรุนแรง จำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด พร้อมขอให้เจ้าหน้าที่ยืนหยัด มุ่งมั่น และปรับใช้ประสบการณ์ในการแก้ไขปัญหาอย่างเหมาะสม

นอกจากนี้ ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเสริมสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ ชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อป้องกันการบิดเบือนข้อมูลที่อาจนำไปสู่ความแตกแยกทางสังคมได้ โดยสนับสนุนกิจกรรมที่สะท้อนการต่อต้านความรุนแรง และการประณามผู้ก่อเหตุ รวมถึงการแสดงออกถึงความรัก ความห่วงใย และความสามัคคีระหว่างพี่น้องไทยพุทธและไทยมุสลิม ในพื้นที่ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นของพี่น้องประชาชนต่อการทำงานของภาครัฐ
////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / อุทยานแห่งชาติน้ำตก ห้วยยางบุกจับผู้ต้องหาลักลอบล่าสัตว์ป่า คุ้มครองในพื้นที่ป่าสงวน หลังพบหลักฐานการกระทำผิดกฎหมายหลายข้อหา

แชร์เนื้อหานี้

นายนพพร ประทุมเหง่า ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (สาขาเพชรบุรี) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2568 เจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ หย.2 (น้ำตกขาอ่อน) ได้ออกตรวจลาดตระเวนในพื้นที่ป่าบ้านหนองโปร่ง (ช่องหนองบอน) และจับกุม นายชิต (สงวนนามสกุล) อายุ 65 ปี อยู่บ้านเลขที่ 464 ตำบลชัยเกษม อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นผู้ถือบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย

เจ้าหน้าที่พบซากลิงกัง 1 ซาก พร้อมของกลางอื่นๆ ประกอบด้วย อาวุธปืนลูกซองเดี่ยว 1 กระบอก กระสุน 9 นัด มีดพก 1 ด้าม หนังสติ๊ก 1 อัน ไฟคาดหัว 3 อัน กระสอบปุ๋ยสีขาว 1 ใบ และเปลนอน 1 ผืน ณ จุดเกิดเหตุในป่าหนองโปร่ง บ้านหนองโปร่ง หมู่ที่ 9 ตำบลชัยเกษม อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

นายจิรายุ พูลทวี หัวหน้าอุทยานแห่งชาติน้ำตกห้วยยาง กล่าวว่า ผู้ต้องหาถูกดำเนินคดีในข้อหาร้ายแรงหลายข้อ ทั้งตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 ฐานเก็บหาของป่าและกระทำการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนโดยไม่ได้รับอนุญาต พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 ฐานล่าและครอบครองซากสัตว์ป่าคุ้มครอง

และพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 ฐานนำออกและทำอันตรายต่อทรัพยากรธรรมชาติ รวมถึงนำเครื่องมือสำหรับล่าสัตว์และอาวุธเข้าไปในเขตอุทยาน และยิงปืนภายในอุทยานแห่งชาติ นอกจากนี้ ยังถูกร้องขอให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืนอีกด้วย ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สถานีภูธรธงชัย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

การจับกุมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของ​การดำเนินงานตามนโยบายของ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในการปราบปรามการลักลอบล่าสัตว์ป่าคุ้มครองและการบุกรุกพื้นที่อนุรักษ์ ซึ่งเจ้าหน้าที่ยังคงเข้มงวดตรวจตราเพื่อปกป้องทรัพยากรธรรมชาติ.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสยามโฟกัสไทม์/4เหล่าทัพ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผบ.ตร. ประธาน วันสถาปนากองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ครบรอบ72 ปี รับโล่รางวัล กก.ตชด.23 ปรามยาเสพติดดีเด่น

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 6 สมาคม 2568​ พ.ต.อ.วุทธยา สิงห์กิ้ง ผกก.ตชด. 23 เป็นประธานเป็นประธานมอบโล่เกียรติคุณกองกำกับการที่มีผลการสกัดกั้นยาเสพติดตามแนวชายแดนดีเด่น (กก.ตชด.23)
กองกำกับการที่มีผลการปราบปรามเครือข่ายยาเสพติดดีเด่น อันดับ 1 ประจำปี 2567 (กก.ตชด.23) ให้แก่หน่วยงาน, ตำรวจตระเวนชายแดน ที่ขับเคลื่อนงานด้านยาเสพติด

ตามที่รัฐบาลมีนโยบายสำคัญในการแก้ไขปัญหายาเสพติด ด้วยการใช้หลัก “การลดความต้องการการใช้ยาเสพติด และลดปริมาณยาเสพติดรวมทั้งดำเนินการกับ ผู้ค้ายาเสพติด อย่างเด็ดขาด” ดังนั้น ทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานราชการ องค์กรต่าง ๆ และภาคประชาชน จึงต้องร่วมมือกันในการแก้ไขปัญหายาเสพติด อย่างเต็มกำลัง

จึงมีนโยบายเน้นหนักด้านการแก้ไขปัญหายาเสพติด ในทุกมิติอย่างเป็นระบบ ด้านการป้องกันยาเสพติด ได้ดำเนินการนําผู้เสพเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษาในสถานพยาบาล และการบำบัดด้วยการมีส่วนร่วมของชุมชน การเสริมสร้างให้ประชาชนและชุมชนเข้าใจ

และรับรู้ปัญหายาเสพติดที่มีผลกระทบต่อตนเอง ครอบครัวชุมชน ส่วนด้านการปราบปรามยาเสพติด

ได้ดำเนินการจับผู้ค้ารายย่อยในชุมชน การขยายผลจับกุมและยึดทรัพย์ผู้ค้าทุกระดับ เพื่อทำลายเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติดอย่างเด็ดขาดรวมทั้งการสกัดกั้นการลักลอบลำเลียงยาเสพติดเข้าสู่ประเทศ

อย่างไรก็ตามหน่วยงานที่ได้รับรางวัลผลการปฏิบัติงานด้านการปราบปรามยาเสพติด​ กก.ตชด.23 ได้รับโล่รางวัลการปราบปรามยาเสพติดดีเด่น เนื่องในวันสถาปนากองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ครบรอบปีที่ 72

พ.ต.อ.วุทธยา สิงห์กิ้ง ผกก.ตชด. 23 พร้อมด้วย พ.ต.ท.จิรวัฒน์ รางสาตร์ ผบ.ร้อย ตชด.236 และ พ.ต.ท.วัฒนพล ดาแก้ว ผบ.ร้อย ตชด.234 รับมอบโล่รางวัลจาก พล.ต.ท.นิตินัย หลังยาหน่าย ผบช.ตชด. จำนวน 4 รางวัล ได้แก่
🏆 กองกำกับการที่มีผลการสกัดกั้นยาเสพติดตามแนวชายแดนดีเด่น (กก.ตชด.23)
🏆 กองกำกับการที่มีผลการปราบปรามเครือข่ายยาเสพติดดีเด่น อันดับ 1 ประจำปี 2567 (กก.ตชด.23)


🏆 กองร้อยที่มีผลการปราบปรามเครือข่ายยาเสพติดดีเด่น อันดับ 1 ประจำปี 2567 (ร้อย ตชด.236)
🏆 กองร้อยที่มีผลการปราบปรามเครือข่ายยาเสพติดดีเด่น อันดับ 2 ประจำปี 2567 (ร้อย ตชด.234)การปราบปรามยาเสพติดตามแนวชายแดนตำรวจตระเวนชายแดนตชด23สกลนครตชด236นครพนมตชด234มุกดาหาร

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777

ผบ.ตร. ประธานพิธีวันสถาปนากองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ครบรอบปีที่ 72


.
พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ( ผบ.ตร. ) เป็นประธานีพิธีสดุดีและวางพวงมาลัยสักการะอนุสาวรีย์ พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์ อดีตอธิบดีกรมตำรวจ ผู้ก่อตั้งกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน เนื่องในวันสถาปนากองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ครบรอบปีที่ 72

โดยมี พล.ต.ท.นิตินัย หลังยาหน่าย ผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ( ผบช.ตชด. ) อดีต ผบ.ตร อดีต ผบช.ตชด. อดีตข้าราชการตำรวจ ตชด. แม่บ้าน ตชด. และข้าราชการตำรวจ ร่วมพิธีฯ วันที่ 6 พฤษภาคม 2568 เวลา 09.00 น. ณ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ Royalthaipolice เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / Movie Copyright (Thailand) คอหนังเตรียมรับมือ ความกลัวของอสุรกาย ภาพยนตร์แอ็คชั่น-ระทึกขวัญ ”Kraken – คราเคน เลื้อยสยอง 20000 โยชน์“

แชร์เนื้อหานี้

ที่ผ่านมาคอหนังอาจเคยได้ยินชื่อของ “คราเคน” (Kraken) กันมาบ้าง นั่นก็เพราะ ”คราเคน“ ก็คือ “สัตว์ทะเลในตำนาน” ที่มีลำตัวขนาดมหึมา โดยอสูรร้ายตนนี้เคยปรากฏตัวให้เห็นมาบ้างแล้วในภาพยนตร์หลายเรื่องอาทิเช่น Clash of the Titans และ Pirates of the Caribbean: Dead Man’s Chest ปีนี้อสุรกายใต้ทะเลลึกจะมาปรากฏกายให้คนดูหนังได้เห็นถึงความน่าสะพรึงกลัวของมันอีกครั้งในผลงานของผู้กำกับฯ ชาวรัสเซีย นิโคไล เลเบเดฟ ”Kraken – คราเคน เลื้อยสยอง 20000 โยชน์“ เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อเรือดำน้ำขีปนาวุธของรัสเซียหายไปอย่างไร้ร่องรอยในระหว่างปฏิบัติภารกิจลับในทะเลกรีนแลนด์ เรืออีกลำหนึ่งจึงถูกส่งออกไปเพื่อค้นหาตัวของกัปตันซึ่งเป็นผู้บัญชาการเรือดำน้ำลำที่หายไป และเพื่อป้องกันไม่ให้อาวุธลับสุดยอดตกไปอยู่ในมือของศัตรู ในขณะเดียวกัน ปฏิบัติการค้นคว้าทางธรณีวิทยาที่ขั้วโลกเหนือก็ปลุกให้ ”คราเคน“ สัตว์ประหลาดใต้น้ำขนาดยักษ์ที่มีความสามารถในการพรางตัวและสติปัญญาอันน่าเหลือเชื่อให้ตื่นขึ้นมา และเมื่อนั้นพวกเขาก็ได้ประจักษ์ถึงความน่าสะพรึงกลัวที่ไม่เคยคิดว่าจะได้พบนอกจากในฝันร้ายเท่านั้น…

”Kraken – คราเคน เลื้อยสยอง 20000 โยชน์“ นำแสดงโดย อเล็กซานเดอร์ เปตรอฟ, ไดอาน่า โพซาร์สกายา, อเล็กเซย์ กุสคอฟ และ วิกเตอร์ โดบรอนราฟอฟเตรียมรับมืออสุรกายในตำนาน ”Kraken – คราเคน เลื้อยสยอง 20000 โยชน์“ โดย Movie Copyright (Thailand) 29 พฤษภาคมนี้ในโรงภาพยนตร์เท่านั้นที่ผ่านมาคอหนังอาจเคยได้ยินชื่อของ “คราเคน” (Kraken) กันมาบ้าง นั่นก็เพราะ ”คราเคน“ ก็คือ “สัตว์ทะเลในตำนาน” ที่มีลำตัวขนาดมหึมา โดยอสูรร้ายตนนี้เคยปรากฏตัวให้เห็นมาบ้างแล้วในภาพยนตร์หลายเรื่องอาทิเช่น Clash of the Titans และ Pirates of the Caribbean: Dead Man’s Chest

ปีนี้อสุรกายใต้ทะเลลึกจะมาปรากฏกายให้คนดูหนังได้เห็นถึงความน่าสะพรึงกลัวของมันอีกครั้งในผลงานของผู้กำกับฯ ชาวรัสเซีย นิโคไล เลเบเดฟ ”Kraken – คราเคน เลื้อยสยอง 20000 โยชน์“ เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อเรือดำน้ำขีปนาวุธของรัสเซียหายไปอย่างไร้ร่องรอยในระหว่างปฏิบัติภารกิจลับในทะเลกรีนแลนด์ เรืออีกลำหนึ่งจึงถูกส่งออกไปเพื่อค้นหาตัวของกัปตันซึ่งเป็นผู้บัญชาการเรือดำน้ำลำที่หายไป และเพื่อป้องกันไม่ให้อาวุธลับสุดยอดตกไปอยู่ในมือของศัตรู ในขณะเดียวกัน ปฏิบัติการค้นคว้าทางธรณีวิทยาที่ขั้วโลกเหนือก็ปลุกให้ ”คราเคน“ สัตว์ประหลาดใต้น้ำขนาดยักษ์ที่มีความสามารถในการพรางตัวและสติปัญญาอันน่าเหลือเชื่อให้ตื่นขึ้นมา และเมื่อนั้นพวกเขาก็ได้ประจักษ์ถึงความน่าสะพรึงกลัวที่ไม่เคยคิดว่าจะได้พบนอกจากในฝันร้ายเท่านั้น… ”Kraken – คราเคน เลื้อยสยอง 20000 โยชน์“ นำแสดงโดย อเล็กซานเดอร์ เปตรอฟ, ไดอาน่า โพซาร์สกายา, อเล็กเซย์ กุสคอฟ และ วิกเตอร์ โดบรอนราฟอฟเตรียมรับมืออสุรกายในตำนาน ”Kraken – คราเคน เลื้อยสยอง 20000 โยชน์“ โดย Movie Copyright (Thailand) 29 พฤษภาคมนี้ในโรงภาพยนตร์เท่านั้น

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ชาวบ้านเครียด! จนท. – ปศุสัตว์ บุกเก็บสิ่งของส่งตรวจหาเชื้อแอนแทรกซ์ แต่กลับปกปิดไม่แจ้งผลการตรวจ / พบติดติดเชื้อแอนแทรกซ์เพิ่มอีก 1 ราย จนท.ขึงรั้วตาข่ายกั้นพื้นที่จุดชำแหละซากวัว

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดมุกดาหารถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคแอนแทรกซ์ในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร ว่า ในวันนี้ได้มีการนำดินมาถมบริเวณที่มีการชำแหละวัวในบริเวณสวนยาง บ้านโคกสว่าง หมู่ 6 ตำบลเหล่าหมีอำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร

จนเป็นเหตุให้มีผู้ติดเชื้อแอนแทรกซ์เสียชีวิต 1 ราย และเป็นผู้ป่วยเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลอีก 2 ราย เพื่อป้องกันไม่ให้สปอร์ของเชื้อแอนแทรกซ์แพร่กระจายออกไป โดยได้มีเจ้าหน้าที่สำนักงานปศุสัตว์อำเภอดอนตาล นำโซดาไฟมาผสมน้ำแล้วใส่ฝักบัวไปเทราดลงพื้นดินทั่วทั้งบริเวณที่มีการชำแหละวัว ก่อนที่จะให้รถขนดินนำดินมาถมแล้วใช้รถไถบดอัดจนได้ระดับความสูงระดับเหนือพื้นดินเดิม 50 เซนติเมตร

นายทัศนเทพ รักพิทักษ์กุล ผู้ใหญ่บ้านโคกสว่าง ม.6 ตำบลเหล่าหมี กล่าวว่า หลายวันที่ผ่านมานับตั้งแต่มีข่าวผู้เข้ามาชำแหละวัวในสวนยางบ้านโคกสว่างเสียชีวิต 1 คน และป่วยอีก 2 คน ด้วยโรคแอนแทรกซ์ จากนั้นก็ได้มีส่วนราชการจากหลายหน่วยงานเข้ามาในหมู่บ้านทั้งสาธารณสุข

ฝ่ายปกครอง และปศุสัตว์ ในตอนแรกชาวบ้านก็รู้สึกดีใจเพราะเห็นหลายหน่วยงานเข้าทำให้มีความมั่นใจว่าจะได้รับการดูแลสุขภาพให้ปลอดภัยจากการแพร่ระบาดของโรคแอนแทรกซ์ ขึ้นในตอนแรกทางเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ก็ได้มานำดินจากบริเวณจุดที่มีการชำแหละวัว และขอเนื้อวัวซึ่งได้มาจากการชำแหละวัวในวันที่ 28 เมษายน ที่ชาวบ้านแช่ไว้ในตู้เย็น

เพื่อส่งไปตรวจที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการสัตวแพทย์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน โดยมีข่าวว่าจะรู้ผลประมาณตรวจวันศุกร์ที่ 2 พฤษภาคม แต่จนถึงวันนี้ซึ่งมีทั้งปศุสัตว์เขต 4 ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาสุขภาพสัตว์และบำบัดโรคสัตว์ ปศุสัตว์จังหวัดมุกดาหาร และหัวหน้าด่านกักกันสัตว์มุกดาหาร เข้ามาในพื้นที่หมู่บ้านโคกสว่าง แต่กลับไม่มีผู้ใดหรือหน่วยงานใดแจ้งให้ชาวบ้านทราบถึงผลการตรวจดินบริเวณจุดชำแหละ

ตลอดจนสิ่งของที่เอาไปจากชาวบ้านเป็นจำนวนมาก อาทิ เนื้อวัวและเครื่องในวัวจากการชำแหละเมื่อวันที่ 28 เมษายนที่ผ่านมาที่ชาวบ้านเก็บไว้ในตู้เย็น เขียงและมีด ที่ใช้หั่นเนื้อ ว่าผลการตรวจเป็นอย่างไรบ้าง

โดยมีแต่เจ้าหน้าที่เข้ามาสั่งห้ามไม่ให้บริโภคของที่อยู่ในตู้เย็นโดยต้องเอาทิ้งและทำความสะอาดตู้เย็นให้ปลอดเชื้อ แต่กลับไม่บอกว่าสิ่งที่เอาไปติดเชื้อหรือไม่อย่างไร และสิ่งของที่ถูกเอาไปแม้กระทั่งเขียงและมีดจนถึงบัดนี้ก็ไม่ได้มีหน่วยงานใดออกมารับผิดชอบคืนใหเ้แก่ชาวบ้านแต่อย่างใด

การที่หน่วยราชการโดยเฉพาะปศุสัตว์แจ้งผลใดๆให้ชาวบ้านทราบ ทำให้ชาวบ้านต่างยิ่งต่างพากันวิตกกังวลและเกิดความเครียดซ้ำหนักขึ้นไปอีก ทั้งที่เรื่องดังกล่าวเกี่ยวข้องกับชีวิตและสุขภาพอนามัยของตัวชาวบ้าน จึงเป็นสิ่งที่ชาวบ้านควรจะได้รับทราบข่าว

สารของทางราชการแต่กลับถูกปิดบังอำพรางดังกล่าว จึงอยากเรียกร้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และกรมปศุสัตว์ ช่วยสั่งการแก้ไขปัญหาความทุกข์ร้อน ความเดือดเนื้อร้อนใจและความเครียดของชาวบ้านในเรื่องดังกล่าวด้วย

ชาวบ้านเครียดหน่วยงานรัฐปกปิดไม่แจ้งผลการตรวจเชื้อแอนแทรกซ์ #รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ #รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข #กรมปศุสัตว์ #จังหวัดมุกดาหาร #โรคแอนแทรกซ์มุกดาหาร ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ ​รายงาน​ 092-5259777​

พบติดติดเชื้อแอนแทรกซ์เพิ่มอีก 1 ราย จนท.ขึงรั้วตาข่ายกั้นพื้นที่จุดชำแหละซากวัว

เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคแอนแทรกซ์ในพื้นที่จังหวัดมุกดาหารในวันนี้ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร ได้รายงานว่สพบผู้ป่วยยืนยันเป็นโรคแอนแทรกซ์เพิ่มขึ้นอีก 1 ราย

ทำให้มียอดผู้ป่วยที่ยืนยันผลการตรวจแล้วทั้งสิ้น 4 ราย โดยรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลมุกดาหาร 2 ราย ที่โรงพยาบาลดอนตาล 1 ราย และเสียชีวิตแล้ว 1 ราย และมีผู้ป่วยที่อยู่ในระยะการเฝ้าระวังโรคทางผิวหนังและโรคทางเดินอาหารจำนวน 98 ราย

ส่วนในพื้นที่บ้านโคกสว่างหมู่ 6 ตำบลเหล่าหมี อำเภอดอนตาล ซึ่งเป็นพื้นที่ซึ่งผู้เสียชีวิตและผู้ป่วยทั้ง 4 ราย

ที่เป็นโรคแอนแทรกซ์เคยใช้เป็นจุดชำแหละซากวัว เจ้าหน้าที่ได้เข้าทำการผสมน้ำยาฆ่าเชื้อแล้วใส่ฝักบัวนำไปรดทั่วบริเวณโดยรอบ และทำการขึงรั้วตาข่ายเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ใดเข้าไปในพื้นที่อย่างเด็ดขาดเพื่อป้องกันการติดเชื้อ

ต่อมา เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์จังหวัดมุกดาหาร ได้เดินทางไปยังบริเวณริมลำห้วยบางทราย บ้านโคกสว่าง ซึ่งเป็นจุดที่ผู้ชำแหละซากวัวเมื่อวันที่ 28 เมษายนที่ผ่านมาได้นำเอาเศษซากวัวที่เหลือ

จากการชำแหละแล้วแบ่งปันให้กับคนในหมู่บ้านไปทิ้ง โดยเจ้าหน้าที่ได้เข้าทำการผสมน้ำยาฆ่าเชื้อแล้วใส่ฝักบัวนำไปรดทั่วบริเวณที่เคยใช้ทิ้งซากวัวดังกล่าว ส่วนซากวัวเจ้าหน้าที่ได้นำไปฝังกลบในที่ปลอดภัยเรียบร้อยแล้ว

สถานการณ์โรคแอนแทรกซ์มุกดาหาร #จังหวัดมุกดาหาร​ ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

มุกดาหาร​ -​บุญบั้งไฟดอนตาลเป็นเหตุ ทหารพรานจ่อหัวยิงน้องเมียปางตาย

เมื่อเวลา 21.30 น. วันที่ 4 พฤษภาคม พ.ต.ต.เสกสรร คุณาวัน สว.(สอบสวน) สภ.ดอนตาล จ.มุกดาหาร ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า มีเหตุยิงกันอยู่ที่บ้านบ้านเลขที่ 222 หมู่ 1 อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร จึงนำกำลังเจ้าหน้าที่รุดไปยังที่เกิดเหตุทราบว่ามีผู้ถูกยิงได้รับบาดเจ็บ 1 ราย ชื่อนายสุธิวัฒน์ ทานะเวช 27 ปี พักอาศัยอยู่บ้านที่เกิดเหตุ ถูกยิงที่บริเวณศีรษะ 1 นัดและที่แขวนขวาอีก 1 นัด ได้รับบาดเจ็บสาหัสถูกนำส่งไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลดอนตาลและถูกส่งต่อไปโรงพยาบาลมุกดาหาร

ส่วนผู้ก่อเหตุที่ใช้อาวุธปืนยิงนายสุทธิวัฒน์ ชื่อ นายธวัชชัย พาลี อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 57 หมู่ 11 ตำบลวังหลวง อำเภอเฝ้าไร่ จังหวัดหนองคาย เป็นทหารพรานอยู่กรมทหารพราน 23 อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ มีศักดิ์เป็นพี่เขยของผู้ถูกยิง ซึ่งหลังก่อเหตุไม่หนีไปไหน อยู่รอมอบตัวเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมของกลางอาวุธปืน ขนาด 9 มม. 1 กระบอกและกระสุนอยู่ในรังเพลิง 1 นัด

เจ้าหน้าที่จึงนำตัวผู้ก่อเหตุพร้มของกลางอาวุธปืนมาดำเนินคดีที่ สภ.ดอนตาล โดยผู้ก่อเหตุให้การยอมรับว่าได้ใช้อาวุธปืนยิงน้องเมียจริง เนื่องจากตนกับกับน้องเมียไม่ค่อยลงรอยกันโดยมีสาเหตุทะเลาะกันเป็นประจำล่าสุดไปงานประเพณีบุญบั้งไฟที่อำเภอดอนตาล เมื่อกลับมาบ้านแล้วเกิดมีปากเสียงทะเลาะกันอย่างรุนแรงจนทำให้ตนเกิดบันดาลโทสะจึงได้ใช้อาวุธปืนก่อเหตุยิงนายสุธิวัฒน์ ดังกล่าว

บุญบั้งไฟดอนตาลเป็นเหตุทหารพรานจ่อหัวยิงน้องเมียปางตาย #จังหวัดมุกดาหาร

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777