เรื่องทั้งหมดโดย admin

สื่อรัฐนิวส์ / อุทยานสวรรค์มีเฮ!! นายก สนตอ. เชิญชวนครอบครัวปิ่นหทัย จังหวัดรอบๆนครสวรรค์ มาร่วมสนุกใน “ปิ่นหทัยรัน City Run” ครั้งแรกของ สนตอ. ที่ไปทำกิจกรรมกับพี่น้องนักเรียนเก่าเตรียมอุดมฯนครสวรรค์วันอาทิตย์นี้ ตี5 ไม่อยากให้พลาด สมัครวันงานได้เลย!

แชร์เนื้อหานี้
CREATOR: gd-jpeg v1.0 (using IJG JPEG v62), quality = 82


  รศ.นพ.ดิลก ภิยโยทัย นายกสมาคมนักเรียนเก่าเตรียมอุดมศึกษา ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า “งานวิ่งครั้งแรกที่ออกมาจัดที่ต่างจังหวัดนี้ มุ่งหวังที่จะสร้างความสามัคคี สนับสนุนการออกกำลัง สร้างสุขภาพแข็งแรง และCONNECT เติมเต็มมิตรภาพนักเรียนเก่าในภูมิภาคต่างๆ พร้อมยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดนครสวรรค์”

  งาน “ปิ่นหทัยรัน City Run” ระยะทาง 5 กิโลเมตร ผู้เข้าร่วมจะได้สัมผัสความงามของอุทยานสวรรค์ ขณะเดียวกันจะมีนักวิ่งระดับวีไอพีมาร่วมงานและสร้างสีสันตลอดเส้นทาง วิ่ง (พา)สาน สุข(ภาพ) … ปลุกสายสัมพันธ์ชาวปิ่นหทัยภูมิภาค   ยกพลชาวเตรียมอุดมฯ บุกอุทยานสวรรค์  สานไมตรีให้แน่นปึ้ก เริ่มต้นวันใหม่ด้วยใจเดียวกัน  
“เพื่อนเก่า… พลังใจใหม่… นครสวรรค์คือจุดหมายของการรวมกัน”

“วิ่งด้วยกัน… ผูกพันด้วยใจ… เตรียมอุดมฯ ไม่ว่าไกลแค่ไหนก็คือบ้าน”

“5K… ไม่ใช่แค่เลข… แต่คือพลังแห่งมิตรภาพที่กำลังจะเบ่งบาน”

งานนี้ไม่ได้มีดีแค่เหงื่อ แต่มี “ใจ” ที่พร้อม Connect ทุกรุ่น ทุกภาคส่วน เชิญพบกันที่อุทยานสวรรค์ สูดอากาศบริสุทธิ์ เติมพลังกายใจ แล้วมาสร้างความทรงจำดี ๆ ร่วมกัน

ใครพร้อม… เจอกัน! อาทิตย์ 27 เมษายน นี้ ที่อุทยานสวรรค์ นครสวรรค์ ตั้งแต่ตีห้าเป็นต้นไป
สนใจสอบถามที่ไลน์ @dektriam

#ปิ่นหทัยรันCityRun #เตรียมอุดม #นครสวรรค์ #วิ่งสานสัมพันธ์ #เพื่อนเราไม่เก่าเลย

ขอบพระคุณที่ให้ความอนุเคราะห์ประชาสัมพันธ์กิจกรรมของ สนตอ.
พล.ต.ต.ภัคพงศ์ สายอุบล กรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์ สนตอ.

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / อ.แม่สะเรียง ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ “คนร้ายยิงราษฎรเสียชีวิต” บ้านแม่กองคา ต.แม่ยวม

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ 23 เมษายน 2568 เวลาประมาณ 07:00 น. ตามที่ได้รับแจ้ง”มีคนร้ายผู้ก่อเหตุใช้อาวุธอื่นลูกซองยาว ยิงราษฎรเสียชีวิต จำนวน 1 ราย และยังตามหาตัวไม่พบ อีก 1 ราย ท้องที่เกิดเหตุ หมู่ที่ 10 บ้านแม่กองคา ตำบลแม่ยวม อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน นายอำเภอแม่สะเรียงได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ทหาร ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ได้ติดตามจับกุมตัวผู้กระทำความผิด ตั้งแต่เวลา 13:30 น. ซึ่งยังไม่สามารถจับกุมตัวผู้กระทำความผิดได้

ผู้ถูกยิงเสียชีวิต นายดิเก สุกุลกิจ อายุ 65 ปี ราษฎรหมู่ที่ 10 บ้านแม่กองคา ตำบลแม่ยวมราษฎรที่คาดว่าจะถูกยิง 1 ราย แต่ยังหาตัวไม่พบ ชื่อ กมล สุกุลกิจ อายุ 41 ปี ราษฎรหมู่ที่ 10 แม่กองคา ตำบลแม่ยวมผู้กระทำความผิด/ผู้ก่อเหตุ ชื่อ ยุทธนา จตุพรสีวลี อายุ 37 ปี ซึ่งเป็นบุคคลที่ครอบครัวแจ้งความหายออกจากบ้านเมื่อประมาณ 10 กว่าวันที่ผ่านมา และอยู่ระหว่างการติดตามค้นหาของเจ้าหน้าที่

วันนี้ 23 เมษายน 2568 เวลา 18:30 น. นายวรศักดิ์ พานทอง นายอำเภอแม่สะเรียง ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ด้วยตนเอง พร้อมทั้ง ร่วมวางแผนวางกำลังเจ้าหน้าที่ ดูแลความปลอดภัยให้แก่ราษฎรในหมู่บ้าน โดยบูรณาการหน่วยงานฝ่ายความมั่นคงทุกภาคส่วน ประกอบด้วย ปลัดอำเภอ สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.) เจ้าหน้าที่ทหารกรมทหารพรานที่สาม 36 เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรท่าตาฝั่งร่วมกับ ผู้ใหญ่บ้านท้องที่ และผู้ใหญ่บ้านจากหมู่บ้านใกล้เคียง จำนวนมากกว่า 50 นาย

จัดกำลังรักษาความปลอดภัยดูแลความสงบเรียบร้อยภายในหมู่บ้าน เพื่อสร้างความอุ่นใจและความปลอดภัยให้แก่ราษฎรในพื้นที่ จนกว่าจะติดตามจับกุมตัวผู้กระทำความผิด มาดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยศัพท์เปลี่ยนหมุนเวียนกำลังรักษาความปลอดภัย ตลอด 24 ชั่วโมงทั้งนี้ เนื่องจากเกรงว่าจะมีการกระทำความผิดเพิ่มเติม ประกอบกับได้รับแจ้งจากราษฎรในพื้นที่ว่าผู้กระทำความผิดอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการใช้สารเสพติด และมีการประกาศว่าจะกลับมาทำร้ายราษฎรในหมู่บ้านอีก

สมจิตร แสงบัลลังก์ ภาพ/ข่าว ทีมข่าว บก. รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / จับหนุ่มเมืองจำพอน ลักลอบนำแลน-คอลลาเจน เข้าไทย/ตะลึง! เสาไฟ อบจ.มุกดาหาร ใช้เศษไม้เสียบแก้ไขงานมาตรฐานต่ำ/​ตร.มุกดาหาร​ ปิดจ๊อบโจร ใช้ปืนจี้ร้านทองยโสธร

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 24 เมษายน เจ้าหน้าที่หน่วยเฉพาะกิจทหารพราน 2015 ประจำด่านพรมแดนมุกดาหาร ร่วมกับเจ้าหน้าที่จุดตรวจร่วมช่องทางขาเข้า ตรวจ

ค้นรถกระบะ 4 ประตู ฟอร์ด เรนเจอร์ ทะเบียน กส 6866 สะหวันนะเขต ซึ่งขับข้ามสะพานมิตรภาพ 2 (มุกดาหาร-สะหวันนะเขต) มาจากเมืองไกสอนพมวิหาน แขวงสะหวันนะเขต พบตะกวดหรือแลน จํานวน 1 ตัว

ซึ่งเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองซึ่งนำเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต และยังพบคอลลาเจน จํานวน 6 ซอง นํ้าหนัก 90 กรัม ไม่ผ่านพิธีการทางศุลกากร เจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจยึดไว้เป็นของกลางและควบคุมตัวนายวีละพง พิมมะสอน อยู่บ้านแก้งกอกทุ่ง เมืองจําพอน แขวงสะหวันนะเขต ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

จับหนุ่มเมืองจำพอนลักลอบนำแลนและคอลลาเจนเข้าไทย #จังหวัดมุกดาหาร​ ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

ตะลึง! เสาไฟ อบจ.มุกดาหาร ใช้เศษไม้เสียบแก้ไขงานมาตรฐานต่ำ

เมื่อวันที่ 25 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดมุกดาหารว่า มีประชาชนพบการก่อสร้างติดตั้งเสาไฟแอลอีดีที่ไม่ได้มาตรฐานในการก่อสร้างและวัสดุที่นำมาใช้ก่อสร้าง ที่บริเวณถนนหน้าอาคารร่วมใจ กองการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม องค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหาร(อบจ.มุกดาหาร) บ้านดานคำ อ.เมือง จ.มุกดาหาร

โดยอาจก่อให้เกิดอันตรายแก่ประชาชนและผู้ขับขี่ยานพาหนะที่ผ่านบริเวณดังกล่าว และจากการลงพื้นที่สอดส่องโครงการดังกล่าวของคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดมุกดาหาร เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา พบว่าเป็นโครงการจัดซื้อและติดตั้งเสาไฟพร้อมโคมไฟถนนแอลอีดีประกอบแบตเตอรี่และอุปกรณ์การประจุแบตเตอรี่ในตัวแบบใช้พลังงานแสงอาทิตย์

งบประมาณ 2,208,000บาท ของ อบจ.มุกดาหาร จากการตรวจดูพบว่าที่บริเวณฐานเสาบางต้นมีการนำเศษไม้มาใช้ในงานก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐานโดยใช้เศษไม้เสียบเข้าไปในช่องว่างระหว่างเสาไฟและฐานเสาคอนกรีตเพื่อแก้ไขงานก่อสร้างฐานตั้งเสาที่ไม่ได้ระดับ บิดเบี้ยว เสี่ยงอันตราย ให้เสามีสภาะตั้งตรง และยังพบว่าบริเวณกลางท่อเสาไฟมีการเชื่อมต่อท่อและการทาสีบริเวณโคนเสาที่ดูไม่เรียบร้อย

ทั้งนี้ ในเวลาต่อมาได้มีการเข้าไปซ่อมแซมแก้ไขงานก่อสร้างที่บริเวณฐานเสาไฟ แต่ประชาชนก็ยังคงวิตกกังวลว่าการแก้ไขก่อสร้างจะได้มาตรฐานและมีความปลอดภัยหรือไม่ จึงอยากให้จังหวัดมุกดาหาร ปปช. สตง. ปปท. และหน่วยงานตรวจสอบที่เกี่ยวข้องเข้าทำการตรวจสอบว่างงานก่อสร้างได้มาตรฐานหรือไม่ การควบคุมงานและการตรวจรับงานจ้างเป็นไปตามระเบียบ ข้อกฎหมายหรือไม่ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยแก่ประชาชนโดยเร่งด่วนต่อไปด้วย

เสาไฟแอลอีดีองค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหาร #ก่อสร้างไม่ได้มาตรฐาน #ปปท #จังหวัดมุกดาหาร #ปปช #สตง #กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น #กระทรวงมหาดไทย #บันทึกไว้เป็นพยานหลักฐานให้หน่วยงานตรวจสอบ​ ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

​ตร.มุกดาหาร​ ปิดจ๊อบโจร ใช้ปืนจี้ร้านทองจังหวัดยโสธร

เมื่อวันที่​ 23 เมษายน 2568​ เวลาประมาณ 12.30 น. ภายใต้การอำนวยการของ​ พ.ต.อ.ประยุทธ์ เรือนทองคำ​ ผกก.สภ.เมืองมุกดาหาร พ.ต.ท.ฉัตรมงคล บุญกลาง​ รอง ผกก.สส.สภ.เมืองมุกดาหาร​ สั่งการให้ พ.ต.ท.เจษฎากร ไชยศรีหา สว.สส.สภ.เมืองมุกดาหาร พร้อมชุดสืบสวนสภ.เมืองมุกดาหาร​ ร่วมกับ พ.ต.อ.ภูมิ ทองโพธิ์ ผกก. สืบสวน ภ.จว.ยโสธร พ.ต.ท.ภณภัทร รัตนศรี รอง ผกกฯ พ.ต.ท.โชตินันต์ โชติเนตร รอง ผกก. พ.ต.ท.วรวุฒิ นามมั่น

สว. พ.ต.ต. หญิง ภัคพร ทองสลับ สว.ฯ “สารวัตรหญิงกองสืบ” กก.สส.ภ.จว.ยโสธร และ ชุดสืบสวน สภ.เมืองยโสธร จับกุมนายยศธนา เกาะน้ำใส อายุ 29 ปี ที่อยู่ 30 หมู่ที่8 ต.แสนสุข อ.พนมไพร จ.ร้อยเอ็ด​ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดยโสธร ที่ จ.58/2569 ลง 22 เม.ย.68

กระทำความผิดฐาน “ พยายามชิงทรัพย์โดยปิดบังใบหน้าเพื่อไม่ให้เห็น หรือจำใบหน้าได้โดยใช้ยานพาหนะ เพื่อกระทำผิดเพื่อ การพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นจากการจับกุม“ โดยสามารถจับกุมได้ที่ หลังปั้มคาลเท๊ก บ.กุดแข้ ต.กุดแข้ อ.เมืองฯ จ.มุกดาหาร​ เจ้าหน้าที่จึงนำตัวผู้ถูกจับส่งพนักงานสอบสวน สภ.ยโสธร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 21 เมษายน เวลา 14:41 น ภาพจากกล้องวงจรปิด ภายในร้านทองแห่งหนึ่งจังหวัดยโสธร สามารถบันทึกภาพขณะที่ มีชายสวมกางเกงขายาว สวมเสื้อแขนยาวสีขาวสวมหมวกกันน็อคสีดำ และสวมหน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้า เดินเข้ามาภายในร้าน ใช้อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ ที่เตรียมมา พร้อมกับขู่เจ้าของร้านบอกขอทอง 5 บาท เจ้าของร้านบอกให้เอาปืนลงถ้าอยากได้​ ระหว่างนั้น หลานของเจ้าของร้าน ที่นั่งอยู่ใกล้กันได้พยายามเดินเข้าไปประชิดตัว ชายที่ก่อเหตุก่อนจะพยายามเข้าแย่งปืน จนชายคนก่อเหตุถอยออกห่างและวิ่งหลบหนีออกจากร้านไปทันที

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / จัดพิธีมอบแบบลายผ้าพระราชทาน “ผ้าลายสิริราชพัสตราภรณ์” เดินหน้าสืบสานภูมิปัญญาผ้าไทยสู่สากล

แชร์เนื้อหานี้
วันที่ (25 เม.ย.68)  เวลา 10.30 น. ณ ห้องประชุมสิรินธรวัลลี ชั้น ๔ ศาลากลางจังหวัดบึงกาฬ  นายจุมพฏ  วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ ประกอบพิธีถวายราชสักการะเปิดกรวยดอกไม้ธูปเทียนแพ และกล่าวสำนึกในพระกรุณาธิคุณ  เบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ในพิธีมอบแบบลายผ้าพระราชทาน “ผ้าลายสิริราชพัสตราภรณ์” ตามโครงการสร้างการรับรู้ ภูมิปัญญาผ้าไทยและผ้าลายพระราชทาน ให้แก่ เหล่ากาชาดจังหวัดบึงกาฬ  ชมรมแม่บ้านมหาดไทย หัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอ และผู้แทนกลุ่มทอผ้า 16 กลุ่มจากทั้ง 8 อำเภอของจังหวัดบึงกาฬ เพื่อนำแบบลายผ้าพระราชทานอันทรงคุณค่ามาประยุกต์ใช้เป็นต้นแบบ พัฒนาและต่อยอดภูมิปัญญางานหัตถศิลป์พื้นถิ่น เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ผ้า ด้วยการออกแบบตามความคิดสร้างสรรค์ของศิลปิน เป็นการฟื้นฟูและสืบทอดภูมิปัญญาตั้งเดิมควบคู่ไปกับการยกระดับมาตรฐานและพัฒนาศักยภาพงานหัตถศิลป์ไทย ตลอดจนเป็นการน้อมนำแนวพระดำริฯ ในการส่งเสริมภูมิปัญญาผ้าไทย นำแบบลายผ้าพระราชทานมาใช้เป็นต้นแบบพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าและหัตถกรรม เพื่อขับเคลื่อนการใช้และสวมใส่ผ้าไทยให้เกิดผลเป็นรูปธรรม สร้างการรับรู้และประชาสัมพันธ์แบบลายผ้าพระราชทานอย่างแพร่หลาย  สำหรับ “ผ้าลายสิริราชพัสตราภรณ์” เป็นลายผ้าที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงออกแบบจากการศึกษาลวดลายไทยดั้งเดิม ผสานแนวคิดร่วมสมัย สะท้อนเอกลักษณ์ วัฒนธรรม และธรรมชาติของไทย โดยทรงพระราชทานแบบลายประเภทผ้ามัดหมี่ ยก จก บิด แพรวา และบาติก ให้แก่ช่างทอผ้าทั่วประเทศ นับเป็นพระกรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ เพื่อให้สามารถนำไปต่อยอดสร้างสรรค์ผลงานคุณภาพ สู่เวทีสากลต่อไป

ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / “อนุทิน” ลงพื้นที่ บึงกาฬ ติดตามการพัฒนาผังเมืองรวม เสริมการท่องเที่ยว ยกระดับคุณภาพชีวิตและรายได้ชุมชน

แชร์เนื้อหานี้

น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขานุการรมว.มหาดไทยและโฆษกกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า วันนี้ (20 เม.ย. 68) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เดินทางลงพื้นที่ จ.นครพนม และ จ.บึงกาฬ ตลอดทั้งวัน

โดยในช่วงเช้า ได้ติดตามมาตรการป้องกันไฟป่าหมอกควันในพื้นที่อุทยานแห่งชาติภูลังกา อ.บ้านแพง จ.นครพนม จากนั้นได้ลงพื้นที่ติดตามการพัฒนาพื้นที่เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีชุมชน ณ ถ้ำนาคา อุทยานแห่งชาติภูลังกา อ.บึงโขงหลง จ.บึงกาฬ

ในการนี้ นายอนุทิน ได้เน้นย้ำให้ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ และนายอำเภอบึงโขงหลง ให้ความสำคัญกับการต่อยอดเส้นทางการท่องเที่ยวให้ดึงดูดความสนใจทั้งนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ

ที่แสวงหาสถานที่ท่องเที่ยวลักษณะ trekking คือการเที่ยวที่ต้องเดินเท้าไปในสถานที่ธรรมชาติไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ควบคู่การส่งเสริมการสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่

ในช่วงบ่าย นายอนุทิน ได้เดินทางติดตามการขับเคลื่อนงานตามนโยบายรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทย บริเวณพื้นที่โครงการพัฒนาตามผังเมืองรวมเมืองบึงกาฬ (Landmark) นายอนุทิน

ได้กล่าวแสดงความชื่นชมประชาชนชาว จ.บึงกาฬ ที่ได้ร่วมกันพัฒนาจังหวัดมาตลอดเวลา 15 ปี นับแต่ได้มีการตั้ง จ.บึงกาฬ เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจของภาคอีสานตอนบนให้มีมูลค่าการค้าชายแดนได้ถึง 4 แสน – 5 แสนล้านบาท

“ภาครัฐยังคงเดินหน้าพัฒนาความเจริญ ความสะดวก และรายได้ของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ให้ดีขึ้น ทั้งด้านคุณภาพชีวิต การคมนาคมขนส่ง ควบคู่การเป็นเมืองวัฒนธรรมที่มีความสวยงาม เป็นเอกลักษณ์

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โครงการพัฒนาผังเมืองรวมเมืองบึงกาฬ โดยกรมโยธาธิการและผังเมือง ดำเนินการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง และ Landmark แห่งใหม่ นั่นคือ อุทยานพระพุทธโลกนาถนาคาไชยบุรี ที่จะทำให้ จ.บึงกาฬ

เป็นจุดหมายสำคัญของการท่องเที่ยวดินแดนอีสานเหนือในอนาคตอันใกล้นี้ รวมถึงโครงการพัฒนาพื้นที่ภูทอก เพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ ธรรมะ วัฒนธรรม และการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน อ.ศรีวิไล จ.บึงกาฬ

ซึ่งมี วัดเจติยาคีรีวิหาร (วัดภูทอก) เป็นจุดเริ่มต้นเดินเท้าขึ้นสู่ยอดภูทอก อันจะยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน สร้างโอกาส สร้างอาชีพ สร้างรายได้ที่เพิ่มพูนมากขึ้นต่อไป”นายอนุทิน

สำนักความมั่นคง ภาพ/ข่าว

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ไทย-กัมพูชา ร่วมสรงน้ำพระ ตักบาตร 2 แผ่นดิน สานสัมพันธ์แน่นแฟ้นรับปีใหม่ 2568

แชร์เนื้อหานี้

***เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2568 ที่บริเวณจุดผ่านแดนถาวรช่องสะงำ ตำบลไพรพัฒนา อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ น.ส. ชนมณัฐ รอดบุญธรรม รองผู้ว่าราชจังหวัดศรีสะเกษ

พ.อ.บุญเสริม บุญบำรุง รองผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี พร้อมหัวหน้าส่วนราชการทั้งฝ่ายปกครอง ฝ่ายทหาร ร่วมกันเปิดกิจกรรมสรงน้ำพระ ทำบุญตักบาตร สงกรานต์ไทย – กัมพูชา สืบสานประเพณี เชื่อมสัมพันธไมตรี ไทย – กัมพูชา

โดยมี นายอุน โซเพียก รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรมีชัย ราชอาณาจักรกัมพูชา พ.อ.ชิน เมา รองเสนาธิการภูมิภาคทหารที่ 4 และส่วนราชการฝั่งกัมพูชา ร่วมกิจกรรมในครั้งนี้

มีโดยได้นิมนต์พระสงฆ์ไทยและกัมพูชา จำนวน 100 รูป นำโดย พระครูโกศลสิกขกิจ เจ้าคณะ อ.ภูสิงห์ และเจ้าอาวาสวัดไพรพัฒนา พระครูเตโช สีนาน เจ้าคณะอำเภออัลลองเวง จ.อดุดรมีชัย เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ มีประชาชนชาวไทยและชาวกัมพูชา จำนวนร่วมกิจกรรมกันอย่างคึกคัก

***ทั้งนี้กิจกรรมมีพิธีสรงน้ำพระประธาน รดน้ำขอพรพระสงฆ์ และผู้ใหญ่ทั้งสองฝั่งไทย-กัมพูชา และทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ทั้งฝั่งไทย-กัมพูชา บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ด้วยความสัมพันธภาพที่ดีงามต่อกัน เนื่องจากทั้งชาวไทยและชาวกัมพูชาล้วนนับถือพุทธศาสนา

***พระครูโกศลสิกขกิจ เจ้าคณะ อ.ภูสิงห์ กล่าวว่า การทำบุญตักบาตร สรงน้ำพระในเทศกาลสงกรานต์ เป็นกิจกรรมที่จังหวัดศรีสะเกษ ประเทศไทย ร่วมกับจังหวัดอุดรมีชัย ราชอาณาจักรกัมพูชา จัดขึ้น โดยเป็นกิจกรรมที่ปฏิบัติต่อเนื่องมาประจำทุกปีในช่วงเทศกาลสงกรานต์หรือ

วันขึ้นปีใหม่ไทย เป็นการส่งเสริมสัมพันธไมตรีด้วยมิติทางพระพุทธศาสนา และเป็นการสร้างความเชื้อมั่นให้กับประชาชนทั้ง 2 ประเทศ ว่าชายแดนไทย-กัมพูชา ไม่มีปัญหาความรุนแรงแต่อย่างใด เหมือนที่เป็นข่าวออกไป และยังคงรักเคารพกันดั่งพี่กับน้อง

ภาพ/ข’าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สวนสัตว์โคราช เร่งพ่นน้ำคลายร้อน ลดความเคลียดของสัตว์จากสภาพอากาศร้อนจัด

แชร์เนื้อหานี้

นายธนชน เคนสิงห์ ผู้อำนวยการสวนสัตว์นครราชสีมา เปิดเผยว่า ในช่วงเดือนเมษายน สภาพอากาศในพื้นที่ จ.นครราชสีมา ร้อนขึ้นอย่างต่อเนื่องติดต่อกันมาแล้วหลายวัน โดยเฉพาะในเขตอำเภอเมืองนครราชสีมา ในช่วงเวลากลางวัน วัดอุณหภูมิเฉลี่ยได้ประมาณ 36-38 องศาเซลเซียส ซึ่งส่งผลกระทบต่อสัตว์ชนิดต่างๆ อาจจะทำให้เกิดอาการหงุดหงิด ไม่ยอมกินอาการ และอาจจะเจ็บป่วยได้ ดังนั้นทางสวนสัตว์นครราชสีมาจึงมีการพ่นน้ำและติดสปริงเกอร์ฉีดน้ำ คลายร้อนให้กับสัตว์ โดยให้เจ้าหน้าที่ ดูแลสุขภาพของสัตว์ทุกตัวอย่างใกล้ชิด ทั้งสัตว์ปีก สัตว์เลื้อยคลาน และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม อาทิ เต่ายักษ์อัลดาบรา งูเห่า งูทับสมิงคลา นกเงือก พญาแร้ง แรดขาว ฮายีนา และสัตว์อื่นๆ ที่ชอบอาศัยอยู่กลางแจ้ง อีกทั้ง มีการทำซุ้มบังแดดเพิ่มขึ้น เพื่อให้สัตว์เข้าไปหลบแดดในร่มเงาคลายร้อนได้

กันตินันท์ เรืองประโคน/ รายงาน

สื่อรัฐทีวี/สื่อรัฐนิวส์ / ผบ.ทร.ตรวจเยี่ยมการฝึกปฏิบัติการยุทธ์สะเทินน้ำสะเทินบก ในการฝึกกองทัพเรือ ประจำปี 2568 ที่ค่ายจุฬาภรณ์ นราธิวาส

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ (24 เมษายน 2568) พลเรือเอก จิรพล ว่องวิทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ เดินทางไปตรวจเยี่ยมการฝึกปฏิบัติการยุทธ์สะเทินน้ำสะเทินบก การฝึกกองทัพเรือ ประจำปี 2568 ณ หาดบ้านทอน ตำบลโคกเคียนอำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส โดยมีผู้บังคับบัญชาระดับสูงของกองทัพเรือ และผู้บังคับบัญชาในกองอำนวยการฝึกกองทัพเรือ ประจำปี 2568 ให้การต้อนรับ ในโอกาสนี้ ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้มอบโอวาทให้กับกำลังพลที่เข้าร่วมการฝึก และชมการสาธิตการปฏิบัติการทางทหาร ซึ่งมีการประกอบกำลังจากหน่วยกำลังรบ และหน่วยสนับสนุนต่าง ๆ ในกองทัพเรือมาเข้าร่วมการปฏิบัติการสาธิตฯ

การฝึกปฏิบัติการยุทธ์สะเทินน้ำสะเทินบกในวันนี้ เป็นการปฏิบัติการต่อต้านกำลังรบยกพลขึ้นบก กำลังปฏิบัติการพิเศษ และอาวุธจากเรือผิวน้ำและอากาศยาน โดยจะมีการสาธิตของหน่วยกำลังรบยกพลขึ้นบกนาวิกโยธิน ซึ่งประกอบกำลังจากกรมทหารราบที่ 2 กองพลนาวิกโยธิน เป็นส่วนควบคุมการฝึก กองพันทหารรราบที่ 5 กรมทหารราบที่ 2 เป็น กองพันยกพลขึ้นบก สนับสนุนด้วยส่วนต่าง ๆ คือ กองพันรถสะเทินน้ำสะเทินบก กองพันรถถัง กองพันทหารช่าง กองพันลาดตระเวน กองร้อยสนับสนุนการยกพลขึ้นบก กรมสนับสนุน กองพลนาวิกโยธิน ร่วมด้วยกำลังทางเรือจากกองเรือยกพลขึ้นบกและยุทธบริการ กองเรือยุทธการ และอากาศยานจาก กองการบินทหารเรือ กองเรือยุทธการ

โดยลำดับเหตุการณ์ที่สำคัญ ประกอบด้วย – การแทรกซึมทางน้ำ เข้าสู่พื้นที่ด้วยเรือยางของชุดปฏิบัติการพิเศษ โดยกำลังพลนักทำลายใต้จู่โจม หน่วยสงครามพิเศษทางเรือ กองเรือยุทธการ เข้าทำลายสิ่งกีดขวางหน้าหาด เพื่อสร้างช่องทางในการเคลื่อนที่จากเรือสู่ฝั่ง ให้กับกำลังรบยกพลขึ้นบก
– การขัดขวางทางอากาศในพื้นที่การรบ (BAI : Battlefield Ari
Interdiction) โจมตีต่อเป้าหมายที่สำคัญบนฝั่งด้วยกำลังทางอากาศ
– การระดมยิงฝั่งด้วยปืนเรือในกองเรือเฉพาะกิจสะเทินน้ำสะเทินบก จาก เรือหลวงทยานชล เพื่อทำลายสิ่งกีดขวาง ที่ตั้งและการวางกำลังข้าศึก
– การขัดขวางทางอากาศในพื้นที่การรบ (BAI : Battlefield Ari
Interdiction) โจมตีต่อเป้าหมายที่สำคัญบนฝั่งด้วยกำลังทางอากาศ
– การระดมยิงฝั่งด้วย ยานเกราะโจมตีสะเทินน้ำสะเทินบก VN-16 เพื่อทำลายสิ่งกีดขวาง ที่ตั้ง และการวางกำลังของข้าศึก
– การเคลื่อนที่จากเรือสู่ฝั่ง ของกำลังรบยกพลขึ้นบก โดย คลื่นที่ 1 ประกอบด้วย ยานเกราะโจมตีสะเทินน้ำสะเทินบก VN-16 จำนวน 1 ลำ
และรถสะเทินน้ำสะเทินบกแบบ AAV จำนวน 3 ลำ พร้อมกำลังรบยกพลขึ้นบก คลื่นที่ 2 ประกอบด้วย รถหุ้มเกราะล้อยาง 8×8 ชนิดลำเลียงพล AWAV จำนวน 4 คัน


พร้อมกำลังรบยกพลขึ้นบก คลื่นที่ 3 เป็นคลื่นโจมตีทางอากาศ ประกอบด้วย เฮลิคอปเตอร์ลำเลียงพล จำนวน 2 ลำ
พร้อมกำลังรบของ กองพันลาดตระเวน กองพลนาวิกโยธิน ปฏิบัติการยุทธ์เคลื่อนที่ทางอากาศ
Fast Rope เข้ายึดที่หมาย
– การขอรับการสนับสนุนทางอากาศโดยใกล้ชิดสนับสนุนกำลังรบยกพลขึ้นบกเพื่อทำลายที่ตั้ง และการวางกำลังของข้าศึก
– การปฏิบัติของคลื่นตามคำขอ ของหน่วยสนับสนุนกำลังพลยกพลขึ้นบก
ด้วยเรือลำเลียง จากเรือหลวงมันใน (LCU) และ เรือลำเลียงพลขนาดกลาง (LCM) เพื่อลำเลียงอาวุธ
ยุทโธปกรณ์ต่างๆ ขึ้นฝั่ง ประกอบด้วย รถฮัมวี่ (HMWWVw) ติดตั้งอาวุธต่อสู้รถถังนำวิถีโทว์ (TOW)
จำนวน 1 คัน ยานเกราะล้อยาง (First win 4×4) จำนวน 1 คัน และรถตักหน้าขุดหลังเจซีบี (JCB) จำนวน 1 คัน
– การปฏิบัติสุดท้ายของวันนี้ เป็นการส่งกลับทางสายแพทย์ (Medivac)
ด้วยเฮลิคอปเตอร์

การฝึกปฏิบัติการยุทธ์สะเทินน้ำสะเทินบก เป็นส่วนหนึ่งของการฝึกภาคสนาม/ทะเล ในการฝึกกองทัพเรือประจำปี 2568  ซึ่งเป็นการฝึกที่มีความสำคัญสูงสุดของกองทัพเรือ โดยใช้แนวความคิดในการฝึกว่า “รบอย่างไร ฝึกอย่างนั้น” 
นอกจากการฝึกที่เกิดขึ้นในในวันนี้แล้ว จะมีการฝึกที่สำคัญอื่น ๆ อาทิ การฝึกยิงอาวุธปล่อยนำวิถีป้องกันภัยทางอากาศแบบ Mistral ของเรือหลวงจักรีนฤเบศร การฝึกปฏิบัติการร่วมระหว่างกองทัพเรือและกองทัพอากาศ   การฝึกต่อต้านการก่อการร้ายบนแท่นผลิตก๊าซธรรมชาติ การฝึกให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและบรรเทาภัยพิบัติ (HADR) การค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยในทะเล (SAR) และการขจัดมลพิษทางน้ำเนื่องจากน้ำมันและเคมีภัณฑ์ในทะเล (Oil and chemical spill) การฝึกเป็นหน่วยกรมผสมนาวิกโยธิน และการดำเนินกลยุทธ์ด้วยกระสุนจริง (CALFEX) การฝึกของหน่วยวิชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่งประจำพื้นที่และการฝึกยิงอาวุธทางยุทธวิธี โดยมีการเชิญกำลังพลจากกองทัพบกกองทัพอากาศรวมถึงศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลเข้าร่วมการฝึกในครั้งนี้  ผลที่คาดว่าจะได้รับจากการฝึกกองทัพเรือประจำปี 2568 นั้น นอกจากกำลังพลที่เข้าร่วมการฝึกจะได้รับความรู้ ความชำนาญเพิ่มขึ้นจากการฝึกแล้ว ยังทำให้กองทัพเรือได้รับทราบถึงขีดความสามารถและข้อจำกัดของกำลังทางเรือที่มีอยู่ในปัจจุบัน รวมทั้งการปฏิบัติการร่วมกันกับ ศรชล. และเหล่าทัพ เพื่อนำไปใช้ในการวางแผนพัฒนาขีดความสามารถสำหรับการปฏิบัติภารกิจ โดยเฉพาะในการป้องกันประเทศให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยขีดความสามารถของกำลังทางเรือที่เตรียมไว้สำหรับการทำสงคราม ยังสามารถนำมาใช้ในการรักษาผลประโยชน์ของชาติ การช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ประสบภัยพิบัติต่าง ๆ ในยามปกติได้อีกด้วย
 ///////////////////

ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ประชุมฟังความคิดเห็นประชาชน ครั้งที่ 3 โครงการจัดทำรายงาน EIA และสำรวจออกแบบถนนเลี่ยงเมืองแนวใหม่ บึงกาฬ

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 24 เมษายน 2568 ที่โรงแรมเดอะวัน อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ กรมทางหลวงชนบท โดยสำนักสำรวจและออกแบบ ได้จัด การประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนครั้งที่ 3

โครงการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) และสำรวจออกแบบ ถนนเลี่ยงเมืองแนวใหม่ ด่านศุลกากรบึงกาฬ – ทล.212 อ.เมือง จ.บึงกาฬ

โดยได้รับเกียรติจาก นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมจังหวัดบึงกาฬ ถือเป็นเมืองเศรษฐกิจชายแดนที่มีศักยภาพสูง เป็นศูนย์กลางการค้าและการท่องเที่ยว เชื่อมโยงกับเมืองปากซัน แขวงบอลิคำไซ สปป.ลาว

ซึ่งส่งผลให้การขยายตัวของเมืองและการจราจรเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ด้วยเหตุนี้ กรมทางหลวงชนบท จึงได้ดำเนินโครงการออกแบบถนนเลี่ยงเมืองแนวใหม่ พร้อมศึกษาส่วนต่อขยายจาก ทล.222 ถึง ทล.212

เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพเครือข่ายการคมนาคม แก้ไขปัญหาการจราจร และ ส่งเสริมเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และคุณภาพชีวิตของประชาชน

สำหรับโครงการนี้ อยู่ในรัศมีใกล้แหล่งพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญในระดับนานาชาติ จึงต้องจัดทำรายงาน EIA โดยมีบริษัทที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ ได้แก่
• บริษัท เอพซิลอน จำกัด
• บริษัท อาร์มมี่เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ เอ็นไวโรนเมนท์ จำกัด
• บริษัท เอเชีย แล็ป แอนด์ คอนซัลแตนท์ จำกัด

การประชุมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ
นำเสนอผลการศึกษาโครงการในแต่ละด้าน
รับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากประชาชน
นำข้อมูลไปประกอบการศึกษาให้เหมาะสมและตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนในพื้นที่อย่างแท้จริง

รวมกันพัฒนาเมืองบึงกาฬให้เติบโตอย่างยั่งยืน
“เสียงของประชาชน คือพลังสำคัญในการขับเคลื่อนอนาคต”

ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / มทภ.ที่4 ตรวจสอบเหตุลอบวางระเบิดและกราดยิงในพื้นที่ จ.นราธิวาส เด็กและประชาชนบาดเจ็บหลายราย

แชร์เนื้อหานี้

วันที่22เม.ย.68 พลโท ไพศาล หนูสังข์ แม่ทัพภาคที่ 4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุความไม่สงบในจังหวัดนราธิวาส หลังเกิดเหตุลอบวางระเบิดบริเวณสถานีตำรวจภูธรโคกเคียน และเหตุกราดยิงในพื้นที่บ้านฆอเลาะทูวอ อำเภอแว้ง ส่งผลให้เด็กและประชาชนได้รับบาดเจ็บรวมหลายรายเหตุการณ์แรกเกิดขึ้น

เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2568 เวลาประมาณ 18.45 น. คนร้ายลอบวางระเบิดบริเวณริมกำแพงหลังแฟลตตำรวจ สภ.โคกเคียน อ.เมืองนราธิวาส แรงระเบิดส่งผลให้เด็กและเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 10 ราย รวมถึงเด็กนักเรียนอายุระหว่าง 3-13 ปี ซึ่งเป็นบุตรหลานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขณะกำลังเดินทางไปเรียนอัลกุรอ่าน เจ้าหน้าที่ได้เร่งช่วยเหลือผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ และโรงพยาบาลกัลยาณิวัฒนาการุณย์

จากการสอบสวนเบื้องต้น ทราบว่า คนร้ายใช้รถจักรยานยนต์พ่วงข้างประกอบระเบิดแสวงเครื่องมาวางไว้บริเวณหลังรั้วแฟลต และหลบหนีไปก่อนก่อเหตุโดยมีการบันทึกภาพจากกล้องวงจรปิดไว้เป็นหลักฐาน ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์อย่างเร่งด่วน
นอกจากนี้ ในพื้นที่อำเภอแว้ง จังหวัดนราธิวาส ยังเกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดกราดยิงใส่ประชาชนที่กำลังนั่งรับประทานอาหารหน้าบ้านเลขที่ 229/11 บ้านฆอเลาะทูวอ หมู่ที่ 7 ต.แว้ง ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 7 ราย ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลแว้งและโรงพยาบาลสุไหงโก-ลก เพื่อรับการรักษา
ด้านภรรยาของ ดาบตำรวจ อนุชา ศรีสุวรรณ์ หนึ่งในผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว เปิดเผยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า “เมื่อทราบข่าวว่าสามีของตน

ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์คนร้ายกราดยิง ตนตกใจและแอบกลัวว่าสามีจะเกิดอันตราย ตนและลูกจึงได้รีบเดินทางมายังโรงพยาบาลสุไหงโก-ลก เพื่อติดตามอาการของสามี และเมื่อทราบว่าอาการของสามีได้พ้นขีดอันตรายก็รู้สึกโล่งใจ พร้อมทั้งแสดงความหวังว่าเหตุการณ์รุนแรงในพื้นที่ชายแดนใต้จะยุติลงเสียที โดยอยากให้ทุกฝ่ายหันหน้าเข้าหากัน พูดคุยปรองดองกัน หยุดความรุนแรง เพราะแม้ว่าเราจะมีวิถีชีวิตหรือความเชื่อที่ต่างกัน แต่เราสามารถอยู่ร่วมกันได้ เพราะเราก็คือคนไทยด้วยกัน

อยากให้รักกัน เหมือนที่เคยเป็นมาในอดีต”อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งความรุนแรงที่สร้างความหวาดกลัวและส่งผลกระทบต่อความรู้สึกของประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ด้าน แม่ทัพภาคที่ 4 จึงได้กำชับและเน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยให้เข้มงวดและรัดกุมยิ่งขึ้น พร้อมบูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำอีก ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ส่วนที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างเร่งรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุ มาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็วที่สุด

ทั้งนี้ แม่ทัพภาคที่ 4 ขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่ร่วมเป็นหูเป็นตา หากพบเบาะแสหรือบุคคลต้องสงสัย สามารถแจ้งข้อมูลได้ที่สายตรงแม่ทัพภาคที่ 4 โทร. 061-1732999 หรือสายด่วน กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า โทร. 1341 รวมถึงหน่วยเฉพาะกิจใกล้บ้านได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อร่วมกันสร้างพื้นที่ปลอดภัยและคืนความสงบสุขให้กับประชาชนทุกคน
//////////////////////////////////////////////

ข่าว/กรียา/นราธิวาส