เรื่องทั้งหมดโดย admin

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / จเรตำรวจ ฉก.88 ร่วมกับ 32 เดินหน้าปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ภายใน 3 เดือน เน้นใช้มาตรการ “ระเบิดสะพานโจร” อย่างเคร่งครัด

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ (21 เมษายน 2568) เวลา 14.00 น. พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการ ศูนย์ปฏิบัติการเฉพาะกิจปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและการค้ามนุษย์ที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน (ผอ.ฉก.88) เป็นประธานการประชุมศูนย์ปฏิบัติการเฉพาะกิจปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและการค้ามนุษย์ ที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน (ฉก.88) ครั้งที่ 1/2568 โดยมีผู้บัญชาการตำรวจนครบาล , ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1-9 , ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง , ผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล , ผู้บัญชาการสำนักงบประมาณและการเงิน , ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง

, ผู้บัญชาการสำนักงานยุทธศาสตร์ตำรวจ , ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ผบช.สอท.) พร้อมด้วย นายบุญช่วย หอมยามเย็น ที่ปรึกษาด้านความมั่นคง สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย/รอง ผอ.ฉก.88 , นายวิรุฬห์ สิทธิวงศ์ รองอธิบดีกรมการปกครอง ฝ่ายความมั่นคง/รอง ผอ.ฉก.88 , พล.ต.ต.อรรถสิทธิ์ สุดสงวน รอง ผบช.สอท./รอง ผอ.ฉก.88 , พล.ต.ต.พงษ์สยาม มีขันทอง รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว/ผู้ช่วย ผอ.ฉก.88 , ผู้แทนฝ่ายตำรวจทุกหน่วย และผู้แทนหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง จำนวน 32 หน่วยงาน เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมศรียานนท์ ชั้น 2 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และผ่านทางระบบอิเล็กทรอนิกส์

ตามที่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ลงนามในคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 83/2568 เรื่อง การจัดตั้งกลไกอำนวยการขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยคุกคามที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยบูรณาการทุกภาคส่วนทั้งตำรวจ ทหาร ภาครัฐ เอกชน ฝ่ายปกครอง โดยตั้งคณะกรรมการอำนวยการขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยคุกคามที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน (คณะกรรมการ ปชด.) มีศูนย์ปฏิบัติเฉพาะกิจ 4 ศูนย์ ซึ่งศูนย์ปฏิบัติการเฉพาะกิจปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและการค้ามนุษย์ที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน (ฉก.88) มี พล.ต.อ.ธัชชัยฯ เป็นผู้อำนวยการฯ ทำหน้าที่ในการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี แก๊งคอลเซ็นเตอร์ และการค้ามนุษย์ ตามแนวชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะพื้นที่แนวชายแดนที่ติดกับประเทศเมียนมาและประเทศกัมพูชา

ในที่ประชุมได้มีการติดตามสถานการณ์ภาพรวมของอาชญากรรมทางเทคโนโลยีแก๊งคอลเซ็นเตอร์และการค้ามนุษย์ในปัจจุบัน โดยเฉพาะสถานการณ์ตามพื้นที่แนวชายแดนที่ติดกับประเทศเมียนมา และแนวชายแดนที่ติดกับประเทศกัมพูชา และแนวทางการดำเนินการในการป้องกันปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์และการค้ามนุษย์ ซึ่งเจ้าหน้าที่ของไทยจะไม่ยอมให้กลุ่มคนไทยที่เดินทางไปทำงานแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เมื่อถูกจับกุมแล้วอ้างว่าตกเป็นเหยื่อค้ามนุษย์เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกจับกุม

โดยล่าสุดจากปฏิบัติการกวาดล้างแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ผ่านมา โดยเฉพาะฝั่งกัมพูชามีการกวาดล้าง 2 ครั้ง จับกุมคนไทยที่มีส่วนเกี่ยวข้องส่งกลับประเทศรวมจำนวน 175 คน พบว่าทุกคนไม่ใช่เหยื่อการค้ามนุษย์ แต่เป็นคนที่มีส่วนร่วมกับอาชญากรรมข้ามชาติแก๊งคอลเซ็นเตอร์ทุกคน ปัจจุบันอยู่ระหว่างการดำเนินคดีในไทยใน 4 ข้อหาใหญ่พล.ต.อ.ธัชชัยฯ กล่าวว่า วันนี้เป็นการประชุมร่วมทุกหน่วยงานครั้งแรก โดยเชิญผู้เกี่ยวข้องทุกหน่วยงานเข้าร่วมประชุม เพื่อให้เกิดความชัดเจนในการดำเนินการแก้ไขปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยเน้นการใช้มาตรการ “ระเบิดสะพานโจร” อย่างเคร่งครัด ได้แก่

  1. ป้องกันการลักลอบส่งเสา สาย ซิม โดยการตัดสายเคเบิ้ลผิดกฎหมาย ตัดเสาสัญญาณผิดกฎหมาย ปราบปรามซิมผี วิเคราะห์จุดที่ตั้งแก๊งคอลเซ็นเตอร์จาก IP address และที่ตั้งทางกายภาพ
  2. ตรวจสอบป้องกันการใช้บัญชีธนาคารและบัญชีคริปโตเคอร์เรนซี โดยตรวจสอบสาขาของธนาคารที่มีการเปิดบัญชีม้าจำนวนมาก การถอนเงินจากธนาคารและตู้กดเงินสดตามแนวชายแดน การลักลอบขนเงินสดข้ามแดนผ่านช่องทางธรรมชาติและด่านศุลกากร และการวิเคราะห์เส้นทางการเงินจากบัญชีธนาคารและบัญชีคริปโตเคอร์เรนซี
  3. ป้องกันการลักลอบเดินทางเข้าออกประเทศไทยของชาวไทยและชาวต่างชาติตามแนวชายแดน เพื่อปิดกันไม่ให้ใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่านเพื่อเดินทางไปทำงานแก๊งคอลเซ็นเตอร์ยังประเทศเพื่อนบ้าน

นอกจากนี้ พล.ต.อ.ธัชชัยฯ กล่าวว่า ปัจจุบันปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์เป็นภัยความมั่นคงของชาติรูปแบบใหม่ เรียกว่า Cyber War ที่ต้องรีบดำเนินการแก้ไขโดยบูรณาการการปฏิบัติร่วมกันทุกหน่วยงาน เชื่อว่าหากทุกหน่วยงานร่วมมือร่วมใจกันทำจริง และเด็ดขาดพอ จะทำให้การปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์เห็นผลสัมฤทธิ์ภายใน 3 เดือน สมจิตร แสงบัลังก์ ภาพ/ข่าว

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สภ.นิคมคำสร้อย จับยาบ้า 4 แสนเม็ด พร้อม 2 นักบิน มุกดาหาร

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2568 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.ไพโรจน์ ไทยพุทรา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร พ.ต.อ.กิตเตชิษฐ์ บำรุง รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร พ.ต.อ.พิชญ์วุฒิ โพธิ์จันทร์ ผกก.สภ.นิคมคำสร้อย พ.ต.ท.มงคล แวงวรรณ รอง ผกก.ป.สภ.นิคมคำสร้อย พ.ต.ต.ไพรบูรณ์ เทพนา สวป.สภ.นิคมคำสร้อย มอบหมายให้ ร.ต.อ.ภูเบชร์ แจ่มจันทร์ รอง สวป.ฯ ร.ต.ท.อิทธิฤทธิ์ แซ่ลิ้ม รอง สว.ป.ฯ พร้อมชุดสายตรวจตำบลโชคชัย ปฏิบัติหน้าที่ประจำด่านตรวจกวดขันดำเนินตามแผนสกัดกั้น

เพื่อป้องกันปราบปรามการลักลอบเข้าเมืองของแรงงานต่างด้าว ยาเสพติด อาวุธปืน ผู้มีอิทธิพล และการกระทำผิดเกี่ยวกับกฎหมาย ที่หน้าวิทยาลัยการอาชีพนิคมคำสร้อย ตำบลโชคชัย อำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร ขณะปฏิบัติหน้าที่ประจำด่านตรวจดังกล่าว พบรถเก๋งยี่ห้อโตโยต้าวีออส สีเทา ทะเบียน ญฐ 5275 กรุงเทพมหานคร วิ่งเข้ามาจากเส้นทางอำเภอนิคมคำสร้อย เมื่อมาพบด่านตรวจได้เลี้ยวกลับรถอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร จึงได้ขับรถไล่ติดตาม

เมื่อคนร้ายเห็นเจ้าหน้าที่ขับรถไล่ติดตามจึงได้กลับอีกครั้งแต่เจ้าหน้าที่สามารถเข้าสกัดได้ทันและหยุดคนร้ายไว้ได้ เมื่อตรวจผลภายในรถยนต์พบถุงสีดำขนาดใหญ่บรรจุสิ่งของ 3 ถุง วางอยู่บริเวณที่นั่งด้านหลัง เจ้าหน้าที่เปิดถุงดำดังกล่าว พบว่าเป็นห่อยาบ้าจำนวน 67 ก้อน รวมประมาณ 400,000 เม็ด และยาไอซ์ ประมาณ 0.6 กิโลกรัม (6 ขีด) จึงได้ควบคุมตัวนายวัทธิกร ฯ (นามสมมุติ) อายุ 28 ปี อยู่ ต.กุดลาด อ.เมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี และนายคเนตร (นามสมมุติ) อายุ 34 ปี อยู่ ต.ท่าตูม อ.ศรีมหาโพธิ์ จ.ปราจีนบุรี ซึ่งนั่งมาในรถและตรวจยึดของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.นิคมคำสร้อย ดำเนินคดีและทำการขยายผลต่อไป

ตำรวจนิคมคำสร้อยจับยาบ้าสี่แสนเม็ดไอซ์หกขีดพร้อมสองนักบิน​ #จังหวัดมุกดาหาร​

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / คุณยาย อายุ 86 ปี คนจังหวัดนครราชสีมา ออกตลาดขายขนม ช่วยเบาภาระครอบครัว

แชร์เนื้อหานี้

คุณยายมีชื่อว่า นางฝ่าย หลุนกระโทก อายุ 86 ปีอีกสี่เดือนจะครบ 87 ปี มีสัมโนครัวที่ ต.ด่านเกวียน อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา ปัจจุบัน คุณยายไม่มีบ้าน ได้ เช่าห้องอยู่ที่ ต.กระโทก อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา อยู่กับ ลูกสาว 2 คน หลานชาย 1 คน ลูกสาวอายุ 40 กว่าชื่อนาง(ก)นามสมมุติ และอีกคนอายุ 50 กว่าชื่อนาง(ข)นามสมมุติ ส่วนหลานชาย อีก 1 คน อายุ 26 ปี ไม่มีวุฒิการศึกษา ไม่มีอาชีพติดตัว จึงหาเงินได้น้อย คุณยายเล่าว่า ลูกสาวทำงานเป็นแม่บ้านที่ รพ.มหาราช ลูกสาวอีกคน ช่วยทำขนมที่บ้าน ลูกสาวทั้งสองคนเลิกกับสามีนานแล้ว และลูกสาวทั้งสองคนป่วยด้วยโรคกระดูกทับเส้น ทำงานได้ไม่เต็มร้อย รายได้จึงไม่เพียงพอ

คุณยาย หู ไม่ค่อยได้ยิน และ จะปวดขาบ่อยๆ เพราะเดินมาก บางวันปวดมากทนไม่ไหว ก็นอนลงไปตรงที่นั่งขายของ คุณยายเล่าต่อไปว่า ตัวเองนั้น สมัยยังสาว ทำงานเป็นลูกจ้างที่ กทม. หลังจากนั้น กลับมาอยู่ โคราช เมื่ออายุได้ 30กว่า จากนั้นจึงขายขนมเรื่อยมา จนถึงวันนี้ คุณยายได้ขายขนมมาเป็นเวลา 50 กว่าปีแล้ว ขนมที่คุณยายขายคือ ขนมไทย ใส่ไส้ห่อใบตอง ขนมกล้วย ขนม ตาล สมัยนั้นคุณยายจะเอาขนมใส่ตะกร้าใบใหญ่และหิ้วสองมือ ปัจจุบันใส่ตะกร้าใบเล็กขาย ขนมที่คุณยายขาย จะเป็นขนมที่ทำสำเร็จมาแล้ว เช่น บ๊วย ท๊อฟฟี่ ขนมปังกรอบสอดไส้ ขนมเหล่านี้ หลานสาวคุณยายซึ่งเป็นลูกของนาง(ก)จัดหามาให้ คุณยายได้ขายทุกวันนี้

สถานที่คุณยายขายมีสองที่ คือ ตลาดไนท์กระโทก อ.โชคชัย (ที่อยู่ปัจจุบัน)และในตัวอำเภอเมืองนครราชสีมา คุณยายเล่าต่อไปว่า ได้นั่งรถประทาง สาย โชคชัย – นครราชสีมา เข้าไปขายในเมือง บริเวณ กรมที่ดิน เดินต่อไป ธ.ออมสิน เดินต่อไป ศาลากลางจังหวัด และ รพ.มหาราช อาจจะนั่งรถเมย์บ้าง แต่ส่วนใหญ่จะเดิน เพราะได้ขายไปด้วย หากวันไหนขายที่ตลาดไนท์กระโทก อ.โชคชัย(ที่อยู่ปัจจุบัน) คุณยายจะนั่งวินไปขาย บางวันก็เดินไป ระยะทางประมาณ เกือบครึ่งกิโลเมตร จากที่พัก ไปยัง ตลาดไนท์กระโทก ขายขนมเสร็จ เวลา 20.00 น.หากคุณยายไม่มีรถกลับบ้าน หาวินมอไซค์ไม่ได้ ก็จะมีแม่ค้าใจบุญที่ตลาดไนท์กระโทก อ.โชคชัย ขับรถมอไซค์พ่วงมาส่งยังที่พัก

ส่วนรายได้จากการขายขนม คุณยายเล่าว่า ขายในเมืองนครราชสีมาโดยเฉลี่ย ได้วันละ 1000 บาท หักค่ารถ และต้นทุน เหลือกำไรวันละ ร้อยกว่า ถึง สองร้อยกว่าบาท หากขายที่ตลาดไนท์กระโทก อ.โชคชัย รายได้โดยเฉลี่ย วันละ 200 บ.รวมต้นทุน

กันตินันท์ เรืองประโคน/ รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / พอ.สว. หน่วยแพทย์เคลื่อนที่ บำบัดทุกข์บำรุงสุข แก่ประชาชน และกิจกรรมปกป้องเชิดชูสถาบันพระมหากษัตริย์

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้( 23 เม.ย.68 ) เวลา 09.30 น. ที่องค์การบริหารส่วนตำบลดงบัง ตำบลดงบัง อำเภอบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ นายนคร ศิริปริญญานันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานเปิดโครงการ ปกป้องเชิดชูสถาบันพระมหากษัตริย์ และนำหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. และโครงการจังหวัดบึงกาฬเคลื่อนที่ บำบัดทุกข์ บำรุงสุข และสร้างรอยยิ้มให้ประชาชน

โดยมีนายวรพันธ์ ชำนิยันต์ ปลัดจังหวัดบึงกาฬ นายประเสริฐ บินตะคุ รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดบึงกาฬ หัวหน้าส่วนราชการทุกหน่วย นายทวี ชิณรงค์ นายอำเภอ ฝ่ายปกครองอำเภอบึงโขงหลง หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และพี่น้องประชาชนชาวอำเภอบึงโขงหลง เข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก ได้รวมพลังกล่าวคำปฏิญาณถวายความจงรักภักดี แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

จังหวัดบึงกาฬ ได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระอนุญาตจากสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒนวรขัติยราชนารี ให้เป็นจังหวัด พอ.สว. ลำดับที่ 54 ในปี พ.ศ. 2554 เพื่อเป็นการแสดงความจงรักภักดีในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน จังหวัดบึงกาฬ

จึงได้จัดกิจกรรมหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. และโครงการจังหวัดบึงกาฬคลื่อนที่ บำบัดทุกข์ บำรุงสุข และสร้างรอยยิ้มให้ประชาชน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 ณ องค์การบริหารส่วนตำบลดงบัง ตำบลดงบัง อำเภอบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ

เพื่อให้ความช่วยเหลือในการรักษาพยาบาลป้องกันโรค ส่งเสริมและฟื้นฟูสุขภาพอนามัย รวมถึงการนำบริการต่าง ๆ จากภาครัฐและภาคเอกชน ไปให้ความช่วยเหลือ แก้ไขปัญหา และอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน ให้ได้รับบริการอย่างสะดวก รวดเร็ว ประหยัด และทั่วถึง

โดยมีกิจกรรม เช่น การมอบสิ่งของ เครื่องอุปโภค บริโภค และทุนการศึกษาให้แก่นักเรียน ผู้พิการ และผู้ด้อยโอกาส การออกหน่วยบริการแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. หน่วยบริการของส่วนราชการ/หน่วยงานราชการ และภาคเอกชน การออกเยี่ยมและมอบสิ่งของช่วยเหลือผู้ป่วยติดเตียงและฐานะยากจนในพื้นที่

นายประเสริฐ บินตะคุ รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดบึงกาฬ ในนามของหัวหน้าชุดหน่วยแพทย์ พอ.สว. กล่าวว่า การปฏิบัติงานของหน่วยแพทย์ในวันนี้ เป็นการออกหน่วยแพทย์ พอ.สว. เพื่อให้บริการประชาชน ที่อยู่ในพื้นที่ ที่ห่างไกลสถานบริการสาธารณสุข ได้เข้าถึงบริการทางการแพทย์ โดยให้บริการ ด้านการรักษาพยาบาล ส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค บริการทันตกรรม และการแพทย์แผนไทย

การเข้าถึงบริการสาธารณสุข ประชาชนในพื้นที่ตำบลดงบัง และหมู่บ้านใกล้เคียงเมื่อมีการเจ็บป่วย จะเดินทางไปรับบริการที่โรงพยาบาลบึงโขงหลง และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลดงบัง ปัญหาด้านสุขภาพส่วนใหญ่ของประชาชน พบว่า ป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูง ไข้หวัด โรคเบาหวาน โรคผิวหนัง ปัญหาสุขภาพช่องปาก และฟัน เป็นต้น ซึ่งการออกปฏิบัติงานครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากทุกภาคส่วน ตลอดจนประชาชนสนใจรับบริการตรวจรักษาโรคทั่วไป 49 ราย

บริการทันตกรรม 32 ราย บริการแพทย์แผนไทย 24 ราย และกายภาพบำบัด 16 ราย รวมผู้รับบริการทั้งหมด 121 ราย และมีเยี่ยมบ้านผู้ป่วยติดเตียง 2 ราย ประชาชนทุกคน มีความซาบซึ้งถึงพระมหากรุณาธิคุณ ของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ที่ทรงมีพระเมตตาให้ปวงประชามีสุขภาพดี ทรงห่วงใยในทุกข์สุขของราษฎร โดยทรงจัดให้มีหน่วยแพทย์ พอ.สว.ไปบำบัดความทุกข์จากโรคภัยและดูแลสุขภาพของประชาชน ในท้องถิ่นทุรกันดาร ตั้งแต่ปี พ.ศ.2507 เป็นต้นมา

นอกจากนี้ยังมีการจำหน่าย สินค้า OTOP สินค้าการเกษตรจากผู้ผลิตถึงผู้บริโภคในราคาที่เป็นธรรมอีกด้วย

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / อบจ.นครปฐม เข้ารับฟังการบรรยายและสาธิตการใช้ระบบหุ่นยนต์ตำรวจอัจฉริยะ “Police Cyborg 1.0”

แชร์เนื้อหานี้

วันพุธที่ 23 เมษายน 2568 พลตำรวจโท นัยวัฒน์ ผะเดิมชิด ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค7 พร้อมด้วย นายจิรวัฒน์ สะสมทรัพย์ นายก อบจ.นครปฐม เข้าร่วมรับฟังการบรรยายและสาธิตการใช้ระบบหุ่นตำรวจอัจฉริยะ “Police Cyborg 1.0” ณ ห้องประชุมสถานีตำรวจภูธร ภาค 7 อ.เมืองนครปฐม ซึ่งเป็นการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้เพื่อยกระดับความปลอดภัยในจังหวัดนครปฐม โดย อบจ.นครปฐม ได้ให้การสนับสนุนการดำเนินการของตำรวจ ไม่ว่าจะเป็นการติดตั้งกล้อง CCTV ในเขตชุมชน, การต่อต้านปราบปรามเสพยาติด และโครงการอื่นๆ ที่ได้รับการร้องขอ เพื่อจะมาส่งเสริมการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ อันจะเป็นการสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยให้กับประชาชนมากยิ่งขึ้น สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าวนครปฐม

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / จัดประชุมคณะอนุกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร จังหวัดน่าน ครั้งที่ 4/2568

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 23 เมษายน 2568 เวลา 09.30 น. สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดน่าน จัดประชุมคณะอนุกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร จังหวัดน่าน ครั้งที่ 4/2568

โดยมี นายบุญยงค์ สดสอาด เป็นประธาน และนางณัติกานต์ บุญเจริญ หัวหน้าสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดน่าน ทำหน้าที่อนุกรรมการและเลขานุการ ณ ห้องประชุมเจ้าสุมนเทวราช (ชั้น 6) ศาลากลางจังหวัด อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน

โดยมีวาระพิจารณาในที่ประชุม ดังนี้
1.พิจารณาเห็นชอบการขึ้นทะเบียนหนี้เกษตรกร ประจำปี 2568 ระหว่างวันที่ 7 มีนาคม 2568 – 22 เมษายน 2568 จำนวน 142 ราย จำนวน 447 บัญชี มูลหนี้ 80,287,422.64 บาท (แปดสิบล้านสองแสนแปดหมื่นเจ็ดพันสี่ร้อยยี่สิบสองบาทหกสิบสี่สตางค์)

2.พิจารณาเห็นชอบการขึ้นทะเบียนองค์กรเกษตรกร (องค์กรใหม่) ประจำปี 2568 จำนวน 1 องค์กร สมาชิก 53 ราย

3.พิจารณากลั่นกรองแผนและโครงการฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ปีงบประมาณ 2568 จำนวน 2 องค์กร

4.พิจารณาการอุทธรณ์การขึ้นทะเบียนหนี้ จำนวน 2 ราย/บุญยงค์ สดสอาด น่ยกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / คุมประพฤติประจวบฯ ร่วมกับ กก.สส.ภ.จว.ประจวบฯ รวบผู้ต้องหากระทำความผิดเงื่อนไขการคุมประพฤติ ส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 21 เมษายน 2568 สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ภายใต้การอำนวยการของ นายวสันต์ เภรีวิค ผู้อำนวยการสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มอบหมายให้ นายปิยชาติ ไฮ้คง พนักงานคุมประพฤติชำนาญการ พร้อมด้วย นายวรวุฒิ ใบแย้ม พนักงานขับรถยนต์ ได้บูรณาการประสานความ

ร่วมมือกับ กองกำกับการตำรวจสืบสวนภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.ครรชิต โขวัฒนชัย ผกก.สส.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ สั่งการให้ พ.ต.ท.อธิธัช นิยมดี รอง ผกก.สส.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ พ.ต.ท.มานิตย์ ปลอดโปร่ง สว.สส.ภ.จว.จังหวัดประ จวบคีรีขันธ์ ร.ต.อ.สุเทพ เขียวประชุม ร.ต.อ.ณรงค์ บุญตามทัณฑ์ รอง สว.สส.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ และ จ.ส.ต.รัชตะ กรุดจันทร์ ตำรวจชุดสืบสวน ภ.จว.ประจวบฯ

ได้ประสานความร่วมมือ นำหมายค้นของศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่ ค. 134 / 2568 ลงวันที่ 19 เมษายน 2568 เพื่อค้นบ้านเลขที่ 80 / 3 หมู่ 9 ตำบลเขาล้าน อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งมีบุคคลที่มีหมายจับของศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พักอาศัยอยู่ เมื่อไปถึงบ้านหลังดังกล่าวพบ

นายพลกฤษณ์ หรือเอฟ คอนกำลัง อายุ 35 ปี เจ้าพนักงานตำรวจจึงได้แสดงหมายค้นและหมายจับ ของศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์และได้แสดงหมายจับให้บุคคลดังกล่าวดู ซึ่งรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง และยังไม่เคยถูกจับกลุ่มในคดีนี้มาก่อน เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้แจ้งข้อกล่าวหา และแจ้งสิทธิ์ตามกฎหมายให้ผู้ถูกจับทราบว่า

โดยการจับกุมได้ดำเนินจับกุมตามหมายจับของศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่ 314 / 2567 ลงวันที่ 3 กรกฎาคม 2567 คดีอาญาหมายเลขดำที่ ย 449 / 2566 คดีอาญาหมายเลขแดง ที่ ย 495 / 2566 ในความผิดเรื่องต้องหาว่ากระทำผิดฐานมีไว้ในความครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภทหนึ่ง โดยไม่ได้รับอนุญาต และเสพยาเสพติดให้โทษประเภทหนึ่งเมทแอมเฟตามีน โดยฝ่าฝืนตามกฎหมาย ซึ่ง นายพลกฤษณ์ หรือเอฟ คอนกำลัง ผู้ถูกจับกุม ได้กระทำความผิดเงื่อนไขการคุมประพฤติ จึงมีหมายจับของศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จากนั้นได้นำตัวผู้ถูกจับกุมส่ง สภ.ทับสะแก เพื่อดำเนินการตามกฏหมายต่อไป

/////////////////////////////
ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ทหารยึดยาบ้า 2 กระสอบ !! 330,000 เม็ด ในพื้นที่ อ.บึงโขงหลง จ.บึงกาฬ

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ (21เม.ย.68) ที่หมวดสกัดกั้นยาเสพติดที่2 กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี ร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ และฝ่ายปกครอง อ.บึงโขงหลง จ.บึงกาฬ โดย ร.ท.ศุภนิจ อุดมทรัพย์ ผบ.หมวดสกัดกั้นฯที่ 2 กกล.สุรศักดิ์มนตรีร่วมกับร้อย.ฉก.ทพ.2108, มว.ตชด244

ฝ่ายปกครองอำเภอบึงโขงหลง, บก.ควบคุมที่ 2 (ร.13) กกล.สุรศักดิ์มนตรี นบ.ยส.24, กก.3 บก.ป, นรข.เขตนครพนม สน.เรือบ้านแพง โดยมีนายทวี ชิณรงค์ นายอำเภอบึงโขงหลง เป็นประธานการตรวจนับ/ตรวจยึด ยาเสพติดประเภท (ยาบ้า)

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 20 เม.ย.68 จนท.ได้ทำการขยายผลเพื่อเพื่อกวาดล้างยาเสพติดตามโครงการ SEAL STOP SAFE หมวดสกัดกั้นฯที่ 2 และหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่โดย

ได้รับรายงานจากแหล่งข่าว ว่าจะมีการลำเลียงยาเสพติดข้ามมาจากประเทศเพื่อนบ้านและจะมีการลำเลียงยาเสพติดเข้าสู่พื้นที่โซนใน จนท.มว.สกัดกั้นฯที่ 2 และหน่วยงานในพื้นที่จึงได้ทำการวางกำลังบริเวณลานซื้อขายยางพารา ตามที่ได้รับแจ้งข่าว ครั้นเมื่อเวลา 2130

ได้มีรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่นเวฟ 110 I ไม่ติดแผนป้ายทะเบียน ได้ขับเข้ามาบริเวณลานยางพาราและมีคนเดินเข้ามาบริเวณหลังห้องน้ำ หยิบกระสอบสีขาว 1 กระสอบและสีเหลือง1กระสอบจนท.จึงได้แสดงตัวขอตรวจค้น กลุ่มคนดังกล่าวซึ่งได้ตื่นตกใจและได้ขับรถจักรยายยนต์หลบหนีไป จากการตรวจสอบบริเวณดังกล่าวพบ กระสอบ จำนวน 2 กระสอบ และห่างจากจุดดังกล่าว 200 เมตร พบจักรยานยนต์จอดคว่ำอยู่บริเวณข้างถนน

จนท.ได้ทำการตรวจยึดและนำมาตรวจสอบเบื้องต้นที่ฐานปฏิบัติการ มว.สกัดกั้นฯที่ 2 เมื่อวันที่ 21เม.ย.68 หมวดสกัดกั้นฯที่ 2 กกล.สุรศักดิ์มนตรีและหน่วยความมั่นคงในพื้นที่ได้ร่วมทำการตรวจนับของกลาง โดยทำการตรวจสอบของกลางโดยละเอียดแล้วพบ ยาเสพติดประเภท (ยาบ้า)

จำนวน 53 แพ็ค (ใหญ่) 318,000 เม็ด และอีก 3 แพ็ค (เล็ก) จำนวน 12,000 เม็ด รวมทั้งสิ้น 330,000 เม็ด และรถจักรยานยนต์จำนวน 1 คัน จากนั้นได้ร่วมกันบันทึกภาพและวิดีโอพร้อมนำของกลางทั้งหมด นำส่งให้กับ สภ.เหล่าหลวงเพื่อดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สท.ทต.ทุ่งโฮ้ง “เข้มข้น” วชิรพงศ์ โกสิน”ผู้สมัครนายก เบอร์ 2 พร้อมผู้สมัคร ส.ท.กลุ่มทุ่งโฮ้งรวมใจ/ชมรมธุรกิจเกษตรพัฒนานานาชาติ แพร่ เปิดการประชุมกับกรรมการและสมาชิกชมรมศูนย์เรียนรู้ศาสตร์

แชร์เนื้อหานี้

เลือกนายกและสท.ทต.ทุ่งโฮ้ง “เข้มข้น” วชิรพงศ์ โกสิน”ผู้สมัครนายก เบอร์ 2 พร้อมผู้สมัคร ส.ท.กลุ่มทุ่งโฮ้งรวมใจ ออกเดินพบปะพี่น้องประชาชนฯตั้งแต่เช้ามืด ได้รับกำลังใจมากมายตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง กำหนดให้มีการเลือกตั้งนายกและสมาชิกสภาเทศบาล ในส่วนจังหวัดแพร่มีการเลือกตั้ง 26 แห่ง

ที่เทศบาลตำบลทุ่งโฮ้ง อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่ เป็นอีกหนึ่ง ที่มีการเลือกตั้งในครั้งนี้ด้วย ทางกลุ่มทุ่งโฮ้งรวมใจ นำโดย นายวชิรพงศ์ โกสิน ผู้สมัครนายก เบอร์ 2 และส.ท. เบอร์ 7-12 ที้งสองเขต ลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชน

“วันนี้พวกเราทีมผู้สมัครนายกและส.ท. กลุ่มทุ่งโฮ้งรวมใจ ออกเดินพบปะพี่น้องประชาชนชาวบ้านทุ่งโฮ้งใต้ หมู่ 1 และหมู่ 5 ตั้งแต่เช้ามืดจนถึงสาย รวมถึงเดินตลาดสดทั้ง 2 แห่ง และเข้ากราบพระที่วัดทุ่งโฮ้งใต้ ได้รับกำลังใจกลับมามากมาย ต้องขอขอบพระคุณจากใจครับ”

ช่วงเย็น พวกเราลุยต่อที่ หมู่ 5 เดินครบทุกซอย พูดคุยอย่างใกล้ชิดกับพ่อแม่พี่น้อง เพื่อแนะนำตัวผู้สมัคร ขอแรงสนับสนุนในการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึงนี้ ด้วยทีมงานคุณภาพโปรดให้โอกาสพวกเราได้เข้าไปทำงาน พวกเรา กลุ่มทุ่งโฮ้งรวมใจ มีความพร้อมที่จะเข้ามาบริหารเทศบาลตำบลทุ่งโฮ้ง ต่อยอด การพัฒนาให้บ้านทุ่งโฮ้งมีความเจริญ เป็นเมืองน่าอยู่พวกเรามีความรู้ความสามารถมีประสบการณ์ ไม่ต้องเสียเวลาศึกษางานใหม่ ทำงานต่อได้ทันที ประสานงานไวใส่ใจพ่อแม่พี่น้องประชาชนชาวบ้านทุ่งโฮ้ง

ในวันที่ 11 พฤษภาคมนี้ ขอแรงใจจากพี่น้องทุกท่านเลือก บัตรสีเหลือง เลือกนายก เบอร์ 2 “นายวชิรพงศ์ โกสิน” พร้อมทีมบริหารที่พร้อมลุยงานทันที
เลือก สมาชิกสภาเทศบาล (ส.ท.) บัตรสีเขียว เลือก ส.ท.ยกทีม เบอร์ 7-12
เขต 1 เบอร์ 7 – จำรัส เสนาธรรม เบอร์ 8 – เรวัต (แม้ว)

หมื่นโฮ้ง เบอร์ 9 – คาร ข้ามหนึ่ง เบอร์ 10 – ชัยวัฒน์ (อ๊อด) วงศ์ศิริ เบอร์ 11 – ศุภกิจ (ตี๋) เสนาธรรม เบอร์ 12 – จรัญ (รัญ) หมื่นโฮ้งเขต 2 เบอร์ 7 – สามารถ วงค์ฉายา เบอร์ 8 – สรณ์สิริ (เบิร์ด) วรินทร์ เบอร์ 9 – ภูบดินทร์ (แก่ง) ยอดเมือง
เบอร์ 10 – อรุโณทัย (ส้ม) จิตรใจ เบอร์ 11 – จุฑาทิพย์ (เบอะ) พลแหลม
เบอร์ 12 – ดำรง (นาท) ทองคำโฮ้ง “กลุ่มทุ่งโฮ้งรวมใจ” ทำต่อไม่หยุดพัฒนาต่อเนื่อง

ธีรพงษ์ ธงออน/แพร่ 061-595-5297

ชมรมศูนย์เรียนรู้ศาสตร์พระราชานานาชาติ / ชมรมธุรกิจเกษตรพัฒนานานาชาติ จังหวัดแพร่ เปิดการประชุมกับกรรมการและสมาชิกชมรมศูนย์เรียนรู้ศาสตร์ เพื่อติดตามงานของชมรมฯ

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 20 เมษายน 2568 ณ.ห้องปฎิบัติธรรมวัดนํ้าบ่อ ตำบลเวียงทอง อำเภอสูงเม่น จังหวัดแพร่โดยมี นายเจษฎา แก้วศล ผู้ช่วยผู้อำนวยการภาคเหนือ/ผู้จัดการจังหวัดแพร่ นายไพศาล จินดามณี ผู้ช่วยผู้จัดการจังหวัดแพร่ และ น.ส.สุธาสินี ตันศิริ ผู้ช่วยผู้จัดการจังหวัดแพร่ ได้เปิดการประชุมกับกรรมการและสมาชิกชมรมศูนย์เรียนรู้ศาสตร์พระราชานานาชาติ / ชมรมธุรกิจเกษตรพัฒนานานาชาติ จังหวัดแพร่

นายเจษฎา แก้วศล ผู้ช่วยผู้อำนวยการภาคเหนือ/ผู้จัดการจังหวัดแพร่ กล่าวว่า ทางชมรมศูนย์เรียนรู้ศาสตร์พระราชานานาชาติ / ชมรมธุรกิจเกษตรพัฒนานานาชาติ จังหวัดแพร่ มีการประชุมฯ เพื่อทำความเข้าใจในการขอรับทุนพัฒนาคุณภาพชีวิตชุดที่ 1

ธีรพงษ์ ธงออน/แพร่ 061-595-5297

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / แขวงทางหลวงน่านที่ 1 จัดการประชุมการมีส่วนร่วมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน โครงการก่อสร้างทางจักรยาน ทางหลวง 1168 ตอน น่าน – น้ำใส

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ (22 เมษายน 2568) เวลา 10.00 น. ณ หอประชุมที่ว่าการอำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน นายนิวัฒน์ งามธุระ รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานการประชุมการมีส่วนร่วมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน โครงการก่อสร้างทางจักรยาน ในทางหลวงหมายเลข 1168 ตอน น่าน – น้ำใส

โดยมี พระราชนันทวัชรบัณฑิต รองเจ้าคณะจังหวัดน่าน เจ้าอาวาสวัดพระธาตุแช่แห้ง พระอารามหลวง และ นายพงษ์ศิลป์ ผาลา นายอำเภอภูเพียง พร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการ ท่านผู้แทนภาคเอกชน

ท่านผู้นำท้องถิ่น สื่อมวลชน และประชาชน เข้าร่วมการประชุมฯ โดยมี นายมงคปิ่นสกุล ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงน่านที่ 1 เป็นผู้กล่าวรายงาน

การประชุมการมีส่วนร่วมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน โครงการเพิ่มขีดความสามารถด้านการแข่งขันและยกระดับ การท่องเที่ยว น่านสู่ท่องเที่ยวคุณภาพสูง ในโครงการก่อสร้างทางจักรยาน

ในทางหลวงหมายเลข 1168 ตอน น่าน – น้ำใส รวมระยะทาง 1.5 กิโลเมตร เพื่อให้ประชาชนสองข้างทาง นักท่องเที่ยวและผู้ที่สนใจ สามารถมาออกกำลังกาย

ทั้งการปั่นจักรยานและการวิ่งที่ปลอดภัยและใกล้บ้าน ใกล้ที่พัก เป็นการส่งเสริมด้านสุขภาพของคนน่าน และส่งเสริมการท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำในเขตเมืองน่าน โดยผู้เข้าร่วมการประชุมการมีส่วนร่วมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในวันนี้ จะช่วยให้ทุกภาคส่วนในท้องถิ่น

ทั้งภาคราชการ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ได้มีส่วนร่วมในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารและให้ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ต่อโครงการฯ เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องต่อการดำเนินการโครงการฯ และลดความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้น/บุญยงค์ สดสอาด ยายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน