เรื่องทั้งหมดโดย admin

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /โครงการ “ศรีสัชนาลัย สีขาว” ภายใต้โครงการมหาดไทยสีขาว สร้างพื้นที่ปลอดภัย หยุดยั้งยาเสพติด (SAVE ZONE NO DRUGS)

แชร์เนื้อหานี้

อ.ศรีสัชนาลัยลุยเข้มตรวจปัสสาวะพระสงฆ์พบสารเสพติด.อนึ่งเป็นการขานรับนโ ยบ ายขับเคลื่อนโครงการ“ศรีสัชนาลัย สีขาว” หมู่บ้านยั่งยืน (Sustainable Village) เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567อำเภอบำบัดทุกข์ บำรุงสุข แบบบูรณาการอย่างยั่งยืน ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงโครงการสร้างความปรองดองสมานฉันท์โดยใช้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา “หมู่บ้านรักษาศีล 5 ขยายผลสู่หมู่บ้านศีลธรรม”ร่วมปรึกษา ร่วมคิด ร่วมทำ และร่วมรับประโยชน์ นอ.ศรีสัชนาลัยสนธิกำลังจู่โจมตรวจปัสสาวะพระสงฆ์วัดเกาะระเบียง และวัดท่าโพธิ์ ตำบลแม่สำ อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย

เมื่อวันที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2568 เวลา 13.00 น. อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย ภายใต้การอำนวยการของ นายนพฤทธิ์ ศิริโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย โดย นายเอกสิฏฐ์ วิไลศิลป์ นายอำเภอศรีสัชนาลัย มอบหมายปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง พร้อมด้วยปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง เจ้าหน้าที่ปกครอง และ สมาชิกกองอาสารักษาดินแดนอำเภอศรีสัชนาลัยที่ 6 บูรณาการความร่วมมือกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.ศรีสัชนาลัย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลท่าโพธิ์ พร้อมด้วยผู้นำฝ่ายปกครองตำบลแม่สำ ดำเนินการขับเคลื่อนโครงการ “ศรีสัชนาลัย สีขาว”

ภายใต้โครงการมหาดไทยสีขาว สร้างพื้นที่ปลอดภัย หยุดยั้งยาเสพติด (SAVE ZONE NO DRUGS) โดยดำเนินการตรวจปัสสาวะหาเสพติดในปัสสาวะพระสงฆ์ จำนวน 2 วัด ได้แก่วัดเกาะระเบียง จำนนวน 3 รูป ผลตรวจปัสสาวะเป็นลบทั้ง3รูป และวัดท่าโพธิ์ จำนวน 2 รูป ผลตรวจปัสสาวะเป็นผลบวก 1 รูป พระสงฆ์ที่มีผลบวกได้ดำเนินการตามขั้นตอนของสงฆ์ต่อไป อนึ่งการดำเนินการในครั้งนี้ เป็นการบูรณาการการแก้ไขปัญหายาเสพติดร่วมกันระหว่างนายอำเภอ เจ้าคณะอำเภอ หัวหน้าส่วนราชการ กำนัน และผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ ที่ดำเนินการ

จัดทำพิธีลงนาม MOU แก้ไขปัญหายาเสพติด เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2567 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันมิให้พระสงฆ์ ข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้าง และบุคลากรในสังกัดของหน่วยงานและองค์กรภาคีในพื้นที่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ในทุกรูปแบบ และเป็นการรวมพลังเชิงสัญลักษณ์ กวาดบ้านตนเอง สร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนในพื้นที่ และเป็นการแสดงเจตจำนงค์ในการร่วมมือกันในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและบรรลุผลสัมฤทธิ์ตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล
กิตติ พรดวงจันทร์ สุโขทัย

สื่อรัฐนิวส์-สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทอดพระเนตรโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำห้วยบางทรายตอนบน มุกดาหาร

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 18 เมษายน 2567 เวลา 10.10 น. สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเป็นการส่วนพระองค์ไปทอดพระเนตรผลการดำเนินงาน

โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำห้วยบางทรายตอนบน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ณศูนย์ประสานงานโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำห้วยบางทรายตอนบน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ และบ้านเกษตรกรต้นแบบ นายพงษ์ไพร ศรีพงค์พยอม ที่ตำบลกกตูม อำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร

โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำห้วยบางทรายตอนบน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นหนึ่งในศูนย์สาขาของศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพาน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดสกลนคร เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2538

ตามแนวพระราชดำริ ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มีลักษณะการดำเนินงานในรูปแบบการพัฒนาพื้นที่แบบเบ็ดเสร็จ โดยประสานส่วนราชการที่เกี่ยวข้องมาดำเนินการร่วมกัน

เพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ พัฒนาแหล่งน้ำ พัฒนาอาชีพด้านเกษตรกรรม และศิลปาชีพ ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 184,000 ไร่ ครอบคลุม 14 หมู่บ้านในตำบลกกตูม อำเภอดงหลวง 3 หมู่บ้าน 2 ชุมชน

ในตำบลบ้านค้อ อำเภอคำชะอี จังหวัดมุกดาหาร ภายในบริเวณเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูสีฐาน และป่าสงวนแห่งชาติป่าดงภูสีฐาน ปัจจุบันได้ดำเนินการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำ

พร้อมระบบส่งน้ำ แล้วเสร็จจำนวน 7 แห่ง ถือเป็นการดำเนินการตามพระราชปณิธานที่จะพัฒนาป่าไม้ควบคู่ไปกับการพัฒนาแหล่งน้ำ และได้ดำเนินการพัฒนาด้านโครงสร้างพื้นฐาน ได้แก่ ถนน ไฟฟ้า การจัดอบรม การส่งเสริมให้ความรู้แก่ราษฎรในด้านการบริหารจัดการน้ำ

จัดสรรพื้นที่ให้แก่ราษฎร จัดระเบียบชุมชน และกำหนดแนวทางการพัฒนาอาชีพในด้านต่างๆทางด้านเกษตรกรรม การเลี้ยงสัตว์ ประมง และการฝึกอบรมอาชีพ เพื่อให้ราษฎรสามารถสร้างรายได้ให้กับตนเองและสามารถพึ่งพาตนเองได้ต่อไป

ภาพ​/ข่าว​ สนง.ประชาสัมพันธ์จังหวัดมุกดาหาร​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / วันไหล!!ประเพณีแห่น้ำจั้นทิพย์-ขอขมาคารวะสรงน้ำ”หลวงพ่อพระใหญ่”ปิดท้ายสงกรานต์ จ.บึงกาฬ

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 09.49 น. วันที่ 19 เม.ย. 68 นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ พร้อมด้วย นายนคร ศิริปริญญานันท์ รองผวจ.บึงกาฬ, นายสมหวัง อารีย์เอื้อ รองผวจ.บึงกาฬ, นางแว่นฟ้า ทองศรี นายกอบจ.บึงกาฬ, นายนิพนธ์ คนขยัน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จ.บึงกาฬ เขต 3, นายสยาม เพ็งทอง

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จ.บึงกาฬ เขต 1, หัวหน้าส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชน ได้ร่วมกันหาบน้ำจั้นศักดิ์สิทธิ์ และขบวนแห่ทางบกและทางน้ำเพื่อนำไปประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์ และสรงน้ำองค์หลวงพ่อพระใหญ่ พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองจังหวัดบึงกาฬ ซึ่งประดิษฐาน ณ วัดโพธาราม (หรือ วัดท่าไคร้) ถือเป็นประเพณีดั้งเดิมของชาวบ้านในพื้นที่ที่ปฏิบัติสืบต่อกันมาทุกปีในช่วงหลังเทศกาลสงกรานต์

นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผวจ.บึงกาฬ ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ได้ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนำพุทธศาสนิกชนชาวจังหวัดบึงกาฬทุกหมู่เหล่า ทำพิธีบวงสรวงและแห่น้ำจั้นศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อของบรรพบุรุษ โดยนำเอาน้ำจั้นหรือน้ำจากบ่อซึมที่มีความสูงจากระดับน้ำในแม่น้ำโขงในหน้าแล้ง และไหลลงสู่แม่น้ำโขงตลอด

ทั้งปีไม่มีเหือดแห้ง ซึ่งน้ำบ่อซึมนี้เมื่อครั้งในอดีตผ่านมาชาวบ้านได้ใช้เป็นแหล่งน้ำดื่มสำหรับคนในตำบลบึงกาฬ ตั้งอยู่บริเวณริมแม่น้ำโขงบ้านท่าไคร้ หมู่ที่ 5 ต.บึงกาฬ อ.เมืองบึงกาฬ และทุกๆ ปีหลังจากวันสงกรานต์ จะมีพิธีแห่น้ำจั้นศักดิ์สิทธิ์ทั้งในทางบกและทางน้ำ และเมื่อไปถึงหน้าวัดท่าไคร้หรือวัดโพธารามก็

จะอัญเชิญน้ำจั้นศักดิ์สิทธิ์ไปสรงน้ำหลวงพ่อพระใหญ่ในอุโบสถ ปีนี้จังหวัดได้จัดขบวนแห่ฟ้อนรำอันสวยงาม มีชาวจังหวัดบึงกาฬจากหลายเชื้อชาติ หลายชนเผ่า จำนวนกว่า 200 คน ต่างพร้อมใจกันแต่งกายด้วยชุดฟ้อนรำตามขบวนแห่น้ำจั้นศักดิ์สิทธิ์ เพื่ออัญเชิญน้ำไปสรงน้ำหลวงพ่อพระใหญ่ ซึ่งถือเป็นพระคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดบึงกาฬ

ณ วัดโพธาราม บ้านท่าไคร้ อ.เมืองบึงกาฬ ที่นับเป็นศูนย์รวมจิตใจของพุทธศาสนิกชน ทั้งชาวไทยและชาวลาว เป็นพระพุทธรูปที่มีความศักดิ์สิทธิ์ ตลอดสองฝั่งแม่น้ำโขงต่างให้ความเคารพศรัทธา มาเข้าร่วมพิธีกันอย่างเนืองแน่นลูกหลานที่ไปเรียนหนังสือหรือไปทำงานในต่างจังหวัดจะต้องกลับมาบ้านบึงกาฬ เพื่อมาเข้าร่วมพิธีนี้ทุกคนและถือปฏิบัติกันมาเป็นประเพณีทุกปี

ในพิธีหาบน้ำจั้นศักดิ์สิทธิ์เพื่อนำมาสรงน้ำหลวงพ่อพระใหญ่ ซึ่งเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของชาวจังหวัดบึงกาฬ โดยภายในพิธีในพระอุโบสถได้รับเกียรติจากนายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ

ประธานประกอบพิธีฝ่ายฆารวาส มีพระเดชพระคุณ พระราชภาวนาโสภณ วิ. เจ้าอาวาสวัดเซกาเจติราม(พระอารามหลวง) เจ้าคณะจังหวัดบึงกาฬ ฝ่ายมหานิกาย เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นำพระเถระและพุทธศาสนิกชนกล่าวนำคารวะขอขมาและร่วมกันสรงน้ำหลวงพ่อพระใหญ่

จากนั้น พ่อเมืองบึงกาฬ ประธานพิธีตีฆ้องเปิดงานประเพณีแห่น้ำจั้นศักดิ์สิทธิ์สรงน้ำขอพร“หลวงพ่อพระใหญ่” วัดโพธาราม บ้านท่าไคร้ ประจำปี 2568 อย่างเป็นทางการ และนำคณะผู้บริหารจังหวัดบึงกาฬ หัวหน้าส่วนราชการ และพุทธศาสนิกชน รดน้ำขอพระคณะสงฆ์พระเถรานุเถระ และรดน้ำขอพรผู้สูงอายุ เนื่องในเทศกาลสงกรานต์68อีกด้วย

ส่วนประวัติหลวงพ่อพระใหญ่ ไม่มีหลักฐานว่าสร้างขึ้นเมื่อใด แต่เล่าขานต่อๆ กันว่าราว 200 กว่าปีก่อน ชาวบ้านอพยพย้ายถิ่นฐานมาจากเมืองยศ หรือยโสธร มาปักหลักแผ้วถางบุกเบิกป่าทึบ

ริมฝั่งแม่น้ำโขงแล้วพบหลวงพ่อพระใหญ่ ในสภาพมีเถาวัลย์ปกคลุมรกรุงรังก็พบว่าพระเกศของหลวงพ่อหักเพราะถูกช้างป่ากระชากเถาวัลย์ลงมาเพื่อหากินตามธรรมชาติของสัตว์ป่า และเห็นเป็นรูปร่างของสถานที่บำเพ็ญบุญ

หรือสถานที่ประกอบกิจกรรมทางพุทธศาสนา อีกทั้งยังพบซากเครื่องปั้นดินเผา โอ่งโบราณ รวมทั้งเครื่องใช้อีกหลายอย่างองค์พระพุทธรูปนั้นตั้งแต่ได้พบมาถึงปัจจุบันจึงช่วยกันบูรณะเสริมพระเกศขึ้นใหม่ให้สมบูรณ์ และฟื้นฟูพื้นที่โดยรอบสร้างเป็นวัดขึ้น หลวงพ่อพระใหญ่เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 2 ศอก 1 คืบ 4 นิ้ว สูง 3 ศอก 1 คืบ ศิลปะสมัยล้านช้าง แสดงถึงสายสัมพันธ์ศิลปวัฒนธรรมสองฝั่งโขง

พุทธศาสนิกชนมักไปกราบไหว้บูชาตั้งจิตอธิษฐานขอพร ขอให้ทำสิ่งใดๆ ได้สำเร็จ เช่น การสอบเข้าเรียน การเข้าทำงานหรือแม้การขอมีบุตร เมื่อได้สมหวังตามที่ขอหรือบนบานเอาไว้ ก็จะมาแก้บนด้วยการจุดบั้งไฟเล็กจำนวน 9 ดอกเป็นการถวายบูชาหลวงพ่อพระใหญ่

ณ จุดที่เตรียมไว้ข้างอุโบสถด้านติดแม่น้ำโขง สำหรับพิธีกรรมสรงน้ำหลวงพ่อพระใหญ่นั้น ผู้ชายสามารถเข้าไปสรงน้ำได้ภายในอุโบสถ ส่วนผู้หญิงเป็นสิ่งต้องห้ามสำหรับการเข้าไปในอุโบสถไม่ว่ากรณีใดๆ หรือเวลาไหน

แต่การสรงน้ำพระครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ทำบันไดเทียบข้างอุโบสถไว้ให้ขึ้นไปสรงน้ำผ่านท่อหรือรางน้ำที่จัดเตรียมไว้ให้ หรือจะสรงน้ำที่องค์หลวงพ่อพระใหญ่องค์จำลอง ที่ประดิษฐานอยู่นอกอุโบสถก็ได้ ซึ่งในปีนี้การจัดงานได้ทำขึ้นระหว่างวันที่ 18 – 20 เม.ย. 2568

โดยให้ถือปฏิบัติในวันเสาร์-อาทิตย์ หลังสงกรานต์เป็นประเพณีทุกปี และจัดให้มีงานมหรสพสมโภช 3 วัน 2 คืนเป็นงานปิดท้ายวันสงกรานต์ของจังหวัดบึงกาฬนั่นเอง
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ทีมนรา ปราศรัยแรกชิงนายกเล็กเมืองนราฯ ชูนโยบายสามารถทำได้จริง ประชาชน ตรวจสอบได้

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 20.30 น. วันที่ 18 เมษายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่บริเวณถนนยะกัง 2 ตำบลบางนาค อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส ด.ต.มโณ วารีวะนิช ผู้สมัครนายกเทศมนตรีเมืองนราธิวาส พร้อมด้วยนายสมโชติ เสาร์ศรีอ่อน (พี่อิ๋วร้านฟิล์ม)น.ส.บุษรา เบนอะสาร (ดีเจ นา) นายเจ๊ะอิสมาแอ เบญเจ๊ะอาลี (แบแอ) นายอนันต์ มะมิง (แบยี)

นายพรชัย โต๊ะกะหรีม) บังหมัด ตลอดจน สมาชิกสภาเทศบาลเมืองนราธิวาส ทีมนราโปร่งใส ซึ่งล้วนแล้วแต่มีประสบการณ์ด้านงานบริหาร โดยเวทีนี้เป็นเวทีแรกของ ด.ต.มโณ วารีวะนิช ผู้สมัครนายกเทศมนตรีเมืองนราธิวาส เบอร์ 1 ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนแห่ไปฟังการปราศรัยในครั้งนี้โดยด.ต.มโณ วารีวะนิช ผู้สมัครนายกเทศมนตรีเมืองนราธิวาส ได้ขึ้นปราศรัยแนะนำทีมบริหารและสมาชิกสภาเทศบาลเมืองนราธิวาส โดยอาสารับใช้ประชาชนภายใต้หลักการที่เน้นความ โปร่งใสประชาชนสามารถตรวจสอบได้ พัฒนา แก้ปัญหา เข้าหาได้ง่าย และในส่วนของการขึ้นเวทีปราศรัยในครั้งนี้ ได้พูดถึงแนวทางการพัฒนาในพื้นที่ หากได้รับการเลือกเข้ามา โดยมีนโยบายที่ชัดเจนประกอบด้วย การแก้ปัญหาน้ำท่วมอย่างยั่งยืน นราต้องเป็นเมืองท่องเที่ยว สนับสนุนอุปกรณ์กีฬาชุมชน พัฒนาศักยภาพผู้สูงอายุ (ผ่าน อสม.)

สนับสนุนอุปกรณ์เครื่องมือ ในการปฏิบัติหน้าที่ของ อสม. ขยะ เศรษฐกิจ และในด้านการศึกษา พัฒนาทักษะด้านการศึกษาอย่างเป็นรูปรรรมและยั่งยืน พัฒนาและสนับสนุนบุคลากรครูสู่ครูมืออาชีพ โรงเรียนกีฬาเทศบาล รถรับส่งนักเรียน และศูนย์การเรียนรู้อัลกุอ่านกีรออาตี โดยเฉพาะในการบริหารงานจะต้องไม่มีการกู้เงินมาบริหารเพราะจะทำให้เกิดหนี้สินตามมา โดยจะต้องมีการของบประมาณเพื่อมาบริหารให้เกิดผลประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน และจะไม่มีการสนับสนุนการพนันทุกรูปแบบ

ด้านด.ต.มโณ วารีวะนิช ผู้สมัครนายกเทศมนตรีเมืองนราธิวาส กล่าวว่าหากได้รับการเลือกเข้ามาสิ่งแรกที่อยากทำเลยก็คือในเรื่องของเศรษฐกิจ ในเรื่องของการท่องเที่ยว ที่จะมาเชื่อมกับเศรษฐกิจ จะทำอย่างไรให้การท่องเที่ยวดีขึ้น เพราะฉะนั้นต้องทำเลย ทีมนราโปร่งใส่สามารถเข้าไปทำได้เลย เรื่องที่ทำโดยไม่มีค่าใช้จ่ายอย่างเช่น ลานวัฒนธรรมต่างๆ เราก็พร้อมที่จะทำได้เลย และที่สำคัญถ้าเราได้เข้าไป 11 พฤษภาคม กว่าจะรับรองอะไรต่างๆ พฤษภาคม มิถุนายน กรกฎาคม ช่วงนั้นเริ่มเข้าสู่ฤดูฝนแล้ว เพราะฉะนั้นตรงนี้สิ่งที่ต้องเตรียมก็คือเรื่องของปัญหาน้ำท่วม เราต้องมาดูเรื่องของคูระบายน้ำ เรื่องของการแก้ปัญหาน้ำท่วม ทำอย่างไรให้น้ำไม่ท่วมในปีนี้

ซึ่งเราต้องมาดูตรงนั้นก่อน เรื่องแก้ปัญหาน้ำท่วมก่อน เพราะว่าพอน้ำท่วมเขตเศรษฐกิจ เช่นบางร้านเขาเสียหายเป็นล้าน เราต้องดูตรงนี้ก่อนเลย ถ้าหากว่าเข้าไปได้ในเรื่องของการศึกษาก็ต้องไปพูดไปคุยกัน มีการวางนโยบายอะไรต่างๆให้ไว้ อาจจะไม่ทำได้ทันที แต่ว่าอีกหนึ่งปีข้างหน้า ให้โอกาสกับทางโรงเรียนได้เตรียมในการที่จะปรับเปลี่ยน เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของการศึกษาให้ได้ในหลาย ๆ ด้านที่ต้องเข้าไปทำ
ด.ต.มโณ วารีวะนิช ยังกล่าวอีกว่าในเรื่องของสถานที่ท่องเที่ยวเมืองนราธิวาสมีจุดเด่นๆของเราในวันนี้คือหาดนราทัคน์ซึ่งจริงๆแล้ว เรามีธรรมชาติที่สวยงามเราเป็นเทศบาลที่อยู่ในเมือง โดยที่อื่นเขาไม่ได้มีแบบเรา ซึ่งมูลค่าของหเนี่หาดนราทัศน์มีมากมายมหาศาล แต่วันนี้เราใช้ประโยชน์ยังไม่เต็มที่ แล้วจะทำอย่างไรที่เราจะใช้ให้มันเต็มที่ โดยเราจะต้องมีการทำคอนทัวร์ก่อน คือการปรับพื้นที่เราต้องมีการปรับภูมิทัศน์ตัดแต่งต้นไม้ให้มันลงมาก่อน ให้มันลดต่ำให้มันเกิดวัฒนธรรม เกิดที่ละหมาด เกิด ห้องน้ำ เกิดสุขา และอื่นๆ อย่างน้อย 2-3 จุด แล้วหาดนราทัศน์ต้องเปิดตลอดไม่ใช่เปิด-ปิดแค่ตอนเย็น และแสงสว่างตลอดทาง ทำจัดระบบให้ดี และมีที่จอดรถ โดยเฉพาะสินค้ามือสองทำอย่างไร จัดแบ่งเป็นโซนให้เรียบร้อยเพื่อที่มาถ้าจะซื้อสินค้ามือสองต้องไปตรงนี้ และมีการเชื่อมประมงกับการท่องเที่ยวให้ได้เรามีเรือเราก็ต้องมีตลาดที่เป็นของชุมชน

โดยในส่วนของตรงนี้ซึ่งเราก็ทำได้เลยเพราะมองว่ามันไม่ได้ยาก แต่ถ้าเราทำตลาดปลาได้ ก็สามารถเพิ่มรายได้ให้กับพี่น้องประมงได้เยอะแยะมากมายเลย และในเรื่องของการท่องเที่ยว เมื่อนักท่องเที่ยวเข้ามาเราก็จะลงไปดูพื้นที่ต่างๆต้องสะอาด ซึ่งถ้าเราได้ความสะอาดนักท่องเที่ยวมาเยอะก็สามารถเดินไปและชมวิถีชีวิตของชาวประมงภายในตัว และเราสามารถมีสินค้ามีอะไรสามารถขายหน้าบ้านตนเองได้เลย ถ้าเราทำการท่องเที่ยวให้คนมาเที่ยวดี แต่ความสะอาดคือสิ่งสำคัญ และความปลอดภัยเรื่องคือเรื่องของศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ในเมื่อนักท่องเที่ยวต้องมีศูนย์บริการนักท่องเที่ยวที่หาดนราทัศน์สำคัญอย่างน้อยกลางค่ำในช่วงกลางคืนถ้าเรามีศูนย์บริการอยู่มีเจ้าหน้าที่คอยดูแล และการเข้า-ออกให้สองทางให้ได้สะพานที่มันชำรุดอยู่ต้องมีการซ่อมให้มันเสร็จให้เร็วที่สุดเพื่อจะใช้สัญจรไปมาได้สะดวก ด.ต.มโณ วารีวะนิช กล่าว
////////////////////////////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สภ.โชคชัย รณรงค์ขับขี่ปลอดภัย เมาไม่ขับ ป้องกันเหตุอาชญากรรม ช่วงเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี 2568

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2568 เวลา 18.00น. ณ ปั๊ม ปตท. ต.กอโจทย์ ถ.24 อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา ภายใต้การอำนวยของพ.ต.อ.ชวาลย์ วงษ์รอด ผกก.สภ.โชคชัยได้มอบหมาย

ให้พ.ต.ต.คุณากร วรเมธานนท์ พร้อมชุดชุมชนสัมพันธ์ รณรงค์ขับขี่ปลอดภัย ปฏิบัติตามกฎจราจร เมาไม่ขับ การป้องกันและระมัดระวังเหตุอาชญากรรมในช่วงเทศการสงกรานต์

และอำนวยความสะดวกจราจร และมีประชาชนร่วมมอบอาหารและเครื่องดื่มเป็นกำลังใจให้กับชุดชุมชนสัมพันธ์ ณ ปั๊มปตท. อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ตรวจเข้มรถโดยสารสาธารณะ เน้นขับขี่ปลอดภัย ตรวจสอบทางออกฉุกเฉิน อำนวยความสะดวกแก่ประชาชนเดินทางถึงจุดหมายปลายทางอย่างปลอดภัย

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่16 เมษายน 2568 เวลา 18.00 น. ที่สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดน่าน นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน มอบหมายให้นายบรรจง ขุนเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ลงพื้นที่เพื่อตรวจเยี่ยมจุดบริการและตรวจความเรียบร้อยในการเดินทางของประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2568 โดยมี นายนพพร เรืองสว่าง นายอำเภอเมืองน่าน

นางสาวรัชนี ศรีชัยตัน ขนส่งจังหวัดน่าน นายวรวิทย์ อินต๊ะใจ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดน่าน พ.ต.ท.ธีระพงษ์ วงค์ทาฟั่น สว.จร.สภ.เมืองน่าน นายเอกฉันท์ มูลศรี หัวหน้าสำนักปลัดเทศบาลเมืองน่าน และเจ้าหน้าที่จากส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง

ร่วมลงพื้นที่ตรวจความพร้อมของรถโดยสารสาธารณะ และคนขับรถตาม Checklist ที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้บริการรถโดยสารสาธารณะ ทั้งนี้มีประชาชนมาใช้บริการรถโดยสารสาธารณะ ณ สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดน่าน เป็นจำนวนมาก

สำหรับการตรวจความพร้อมของรถโดยสารสาธารณะ และคนขับ ประกอบด้วย ตรวจสภาพตัวรถทั้งภายนอกและภายใน รวมทั้งอุปกรณ์ต่าง ๆ ต้องครบถ้วน และมีความปลอดภัย เช่น ตรวจสอบทางออกฉุกเฉิน ถังดับเพลิง ค้อนทุบกระจก ระบบเบรก ยาง ล้อ เข็มขัดนิรภัย ประตูรถ เป็นต้น ด้านพนักงานขับรถ ต้องมีใบอนุญาตขับรถที่ถูกต้อง แอลกอฮอล์เป็นศูนย์ ไม่มีสารเสพติด ชั่วโมงการทำงานขับรถไม่เกินที่กฎหมายกำหนด

ด้านรองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน กล่าวว่า ได้ตรวจเยี่ยมการอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยรองรับการเดินทางของประชาชนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2568 บริเวณจุดตรวจความพร้อมรถโดยสารสาธารณะ สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดน่าน ซึ่งจุดนี้จะมีการสุ่มตรวจหาสารเสพติดของพนักงานขับรถและการเฝ้าระวังการใช้ความเร็ว ในการขับรถ

โดยสารให้เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัย เพื่อให้พี่น้องประชาชนเดินทางถึงที่หมายโดยสะดวก สบาย ปลอดภัยไม่เกิดอุบัติเหตุ โอกาสรองผู้ว่าราชการจังหวัดน่านและคณะ ยังได้มอบของที่ระลึก ให้กับผู้ที่เดินทางมาใช้บริการรถโดยสารสาธารณะ พร้อมพบปะพูดคุย และอวยพรขอให้เดินทางสู่จุดหมายปลายทางโดยสวัสดิภาพ/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ​แรงงานลาวเริ่มเดินทางกลับ แน่น บขส.มุกดาหาร ตรวจเข้มแอลกอฮอล์-สารเสพติด คนขับทุกราย

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 16 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดมุกดาหารว่า ที่สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดมุกดาหาร (บขส.มุกดาหาร)

แน่นขนัดไปด้วยแรงงานชาวลาวและประชาชนจำนวนมากที่มารอต่อคิวเพื่อซื้อตั๋วโดยสารและรอขึ้นรถยนต์โดยสาร เพื่อจะกลับเข้ากรุงเทพฯและจังหวัดทางภาคตะวันออก ภายหลังจากที่สิ้นสุดเทศกาลสงกรานต์ ปีใหม่ไทย-ลาว

โดยประชาชนเริ่มทยอยเดินมาตั้งแต่ในช่วงบ่ายและเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ขณะเดียวกันได้มีเจ้าหน้าที่จากสำนักงานขนส่งจังหวัดมุกดาหาร นำโดยนางสาวพัชรีวรรณ หอมหวล

หัวหน้ากลุ่มวิชาการขนส่ง เจ้าหน้าที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมุกดาหารโดยนายอนุชิต พิกุลศรี นางสาวขวัญตา สารธิตย์

นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ และเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเมืองมุกดาหาร เข้ามาอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยให้กับผู้โดยสารด้วย

นางสาวพัชรีวรรณ หอมหวล หัวหน้ากลุ่มวิชาการขนส่ง สำนักงานขนส่งจังหวัดมุกดาหาร เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่จะเดินทางกลับทาง บริษัท ขนส่ง จำกัด

ได้เตรียมรถโดยสารไม่ประจำทาง หรือ รถเสริม 30 ไว้รองรับการเดินสำหรับการเดินทางเที่ยวกลับเข้ากรุงเทพฯ อย่างเพียงพอ เพื่อไม่ให้มีผู้ใดตกค้าง พร้อมกันนี้เพื่อเป็นการสร้างความปลอดภัย

ให้กับผู้โดยสารเจ้าหน้าที่ยังได้ทำการตรวจวัดแอลกอฮอล์และสารเสพติดกับผู้ขับขี่รถโดยสารทุกรายอีกด้วย

แรงงานลาวเริ่มเดินทางกลับแน่นสถานีขนส่งมุกดาหาร #จังหวัดมุกดาหาร

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ชลบุรีเต้น! อนุทิน สั่งตรวจสอบเหตุทำร้ายนักท่องเที่ยวอินเดียที่พัทยา / อ.เมย์ จัดโครงการบรรพชาอุปสมบท สามเณรภาคฤดูร้อน ปี 2568

แชร์เนื้อหานี้

สืบเนื่องจาก เกิดเหตุทำร้ายร่างกายนักท่องเที่ยวชาวอินเดีย บริเวณถนนเลียบชายหาดพัทยา ปากทางเข้าวอล์คกิ้งสตรีทพัทยาใต้ เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ส่งผลให้ภาพพจน์การท่องเที่ยวของจังหวัดชลบุรี และเมืองพัทยาเสียหาย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย ได้สั่งการให้ตรวจสอบเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน

  ล่าสุด เวลา 13.30 น. วันที่ 15 เมษายน 2568 นายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานประชุมหารือแนวทางการป้องกันเหตุเกี่ยวกับนักท่องเที่ยวในพื้นที่พัทยา จังหวัดชลบุรี ณ ห้องประชุม ชั้น 3 สถานีตำรวจภูธรเมืองพัทยา เมืองพัทยา อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี โดยมีพ.ต.อ.ชาตรี สุขศิริ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี นายพัชรพัชร์ ศรีธัญญนนท์ นายอำเภอบางละมุง นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา พ.ต.อ.เอนก สระทองอยู่ ผกก.สภ.เมืองพัทยา พร้อมตัวแทนเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปรามปราม ตำรวจสืบสวน ตำรวจท่องเที่ยว ฝ่ายปกครอง และเมืองพัทยา เข้าร่วมประชุมฯ เบื้องต้น ได้เชิญตัวบุคคลที่อยู่ในเหตุการณ์มาเปิดเผยรายละเอียดขณะเกิดเหตุให้สื่อมวลชน และประชาชนในพื้นที่ได้รับทราบ และยืนยันว่า เมืองพัทยา และจังหวัดชลบุรี เป็นมีที่มีความปลอดภัย แต่ในบางครั้งอาจจะเกิดเหตุกระทบกระทั่งกันบ้าง เนื่องกันอาการมึนเมาและสื่อสารกันไม่เข้าใจ ระหว่างนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติกับชาวไทย ซึ่งทางฝ่ายปกครอง และ สภ.เมืองพัทยา รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการประชุมจัดระเบียบกับ ผู้ประกอบการวิน จยย.รับจ้าง และรถสองแถว อยู่อย่างต่อเนื่อง หากมีการกระทำผิดจะมีโทษตามกฎหมาย และดำเนินการขั้นเด็ดขาดหากกระทำผิดซ้ำ

ด้าน นายเอ ผู้อยู่ในเหตุการณ์ เปิดเผยว่า ในวันเกิดเหตุกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวอินเดียได้เดินมาสอบถามหารถโดยสาร เพื่อเดินทางไปโรงพยาบาล หลังจากตกลงราคาเรียบร้อยตนจึงให้ น้องชาย พากลุ่มนักท่องเที่ยวไปส่งที่รถสองแถว แต่ผ่านไปสักพักก็แปลกใจว่า ทำไมยังไม่ไปสักที จึงเดินตามไปกลับพบว่า 1 ในชาวอินเดียกำลังมีปากเสียงกับน้องชาย จากนั้นกลุ่มอินเดียจึงเริ่มด่าทอให้ของลับ และจะเข้ามารุมทำร้าย น้องชายจึงเริ่มถอยหนี ตนจึงเข้าไปห้ามปราม ก่อนจะบานปลายถึงขั้นชกต่อยกันคนละหมัด จากนั้นคนที่อยู่ใกล้เคียงจึงกรูกันเข้ามาห้ามเพื่อให้แยกกัน แต่บุคคลที่ใส่เสื้อวิน ที่ผ่านมาและเข้ามาทำร้ายนักท่องเที่ยวเสริม พวกตนไม่รู้จักแต่อย่างใด สุดท้ายอยากขอโทษสังคมและเมืองพัทยา ซึ่งตนเองไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ขึ้น แต่เป็นเพราะอารมณ์ที่ถูกด่าทอ และจะถูกรุมทำร้ายก่อน จึงต้องป้องกันตัวเอง

อย่างไรก็ตาม อยากขอแจ้งว่า เหตุการณ์ดังกล่าวนั้นไม่ใช่เหตุรุนแรง หรือกลุ่มแก๊ง มาเฟียรุมทำร้ายนักท่องเที่ยว ตามที่ข่าวนำเสนอไป เป็นเพียงเหตุกระทบกระทั่งกันส่วนบุคคลซึ่งเกิดจากการสื่อสารไม่เข้าใจ เบื้องต้น จึงได้ว่ากล่าวตักเตือนชาวไทยทั้ง 2 ราย ว่า หากนักท่องเที่ยวกริยาไม่ดี ก็ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ไม่ควรชกต่อยหรือตัดสินเอง ส่วนผู้เสียหายชาวอินเดียนั้นเจ้าหน้าที่ยังติดต่อไม่ได้และยังไม่มาแจ้งความในการนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี จึงได้สั่งการให้จัดประชุมหารือวางมาตรการร่วมกันเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะเกิดขึ้นอีก เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว และภาพลักษณ์ที่ดีของเมืองพัทยา และจังหวัดชลบุรี ต่อไป

มีรายงานว่า ณ วัดโคกมน อำเภอน้ำหนาว จังหวัดเพชรบูรณ์ ระหว่างวันที่ 30 มีนาคม ถึง 30 เมษายน 2568 ได้มีการจัดโครงการบรรพชาอุปสมบท สามเณรภาคฤดูร้อน ปี 2568 ถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีเนื่องด้วยในช่วงปิดเทอมฤดูร้อนปีนี้ เด็กๆและเยาวชน ให้ความสนใจเป็นอย่างมาก จาก 30 หมู่บ้าน 4 ตำบล ทั่วอำเภอน้ำหนาว จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้เข้าร่วม โครงการบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อน โดยได้รับความเมตตาจากพระครูพัชรคณาภิรักษ์ เจ้าอาวาสวัดโคกมน และเจ้าคณะอำเภอน้ำหนาว ที่เล็งเห็นถึงคุณค่าของการใช้เวลาช่วงปิดเทอมอย่างมีความหมาย

เด็ก ๆ ได้ฝึกวินัย ฝึกความอดทน ตื่นตีห้าสวดมนต์ เดินบิณฑบาตโดยไม่สวมรองเท้าช่วยกันทำความสะอาดวัด ใช้ชีวิตร่วมกันอย่างมีระเบียบ และไม่มีการใช้โทรศัพท์มือถือตลอดระยะเวลา เพื่อฝึกสมาธิอย่างแท้จริง โดยบางคนมาจากครอบครัวที่ไม่มีโอกาส บางคนอยู่กับปู่ย่า บางคนไม่เคยได้กินอาหารดี ๆแต่เมื่อมาบวชกลับมีรอยยิ้ม ได้เพื่อน ได้กำลังใจ ได้สัมผัสความเมตตา และสิ่งดี ๆ จากสังคมเด็กบางคนถึงกับร้องไห้ ไม่อยากสึกเมื่อครบกำหนดเด็กๆหลายคน คุณพ่อคุณแม่ ปู่ย่า ตายาย สนับสนุนให้ใช้เวลาอย่างมีคุณค่า ในช่วงเวลาปิดเทอมที่วัด มากกว่าปล่อยให้เล่นอยู่ที่บ้าน ติดมือถือ ติดเพื่อน ติดทีวี ติดเกมหรืออาจเสี่ยงในการคบเพื่อนไม่ดี ติดยาเสพติด​ ​

ทั้งนี้ พิธีมอบทุนการศึกษาสามเณรและถวายภัตตาหารแด่ภิกษุ สามเณร 13 เมษายน 2568 ณ วัดโคกมน จุดประสงค์​เพื่อเป็นกำลังใจ เป็นแรงจูงใจให้แก่กับสามเณรน้อยที่ฝึกปฏิบัติตน ด้วยความมานะอดทน เพียรพยายาม ขันติบารมี วิริยะบารมี มาตลอดระยะเวลาในการบรรพชา ภาคฤดูร้อน​

ซึ่งในงานได้รับเกียรติจากอาจารย์​เมย์ ซินแสฮวง​จุ้ยชื่อดัง ประธานโครงการ “ทำดีให้คนมองเห็น” ดร.จินต์วยา เบญญจิ​นดาพิศุทธ์​ นักธุรกิจหญิง​ที่ได้รับรางวัลเกียรติ​คุณนานาชาติ รางวัลคชจักร ประเภทองค์กรเพื่อสังคมดีเด่น เดินทางมาเป็นเจ้าภาพ​ ในการมอบทุนการศึกษา และถวายภัตตาหาร ร่วมกับ คุณวรากุล ภัคธัญญานนท์ อดีตจิตอาสาเผยแผ่พระพุทธศาสนาในวัดไทย และต่างประเทศที่เคยร่วมงานกับวัดไทยกว่า 848 แห่ง ใน 9 ประเทศทั่วโลก ซึ่งครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากคณะลูกศิษย์​อาจารย์เมย์ กัลยาณมิตร​สายบุญ ร่วมด้วยช่วยกัน สร้างความสุขให้สามเณรน้อย ด้วยความอิ่มใจ

ชลบุรีแถลงแผนเตรียมความพร้อมการรักษาความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกการจราจร เทศกาลงานวันไหลเมืองพัทยา และในพื้นที่จังหวัดชลบุรี ประจำปี 2568

 วันที่ 15 เม.ย.68 นายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ร่วมประชุมแถลงแผนเตรียมความพร้อมการรักษาความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกการจราจร เทศกาลงานวันไหลเมืองพัทยา และในพื้นที่จังหวัดชลบุรี ประจำปี 2568 ณ ห้องประชุมชั้น 3 สถานีตำรวจภูธรเมืองพัทยา เมืองพัทยา อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี  โดยมี พล.ต.ต.ธวัชเกียรติ จินดาควรสนอง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี นายพัชรพัชร์ ศรีธัญญนนท์ นายอำเภอบางละมุง นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรในพื้นที่จังหวัดชลบุรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมฯ
ด้วยเทศกาลสงกรานต์ของทุกปี จังหวัดชลบุรีได้กำหนดให้มีงานประเพณีวันไหลในหลายพื้นที่ โดยจัดรูปแบบงานการอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย และสร้างความสนุกสนาน เพิ่มสีสันในช่วงเทศกาลวันไหลในแต่ละพื้นที่ อาทิเช่น วันไหลนากลือ วันที่ 18 เมษายน 2568 วันไหลเมืองพัทยา วันที่ 19 เมษายน 2568 วันไหลบ้านบึง วันที่ 20 แมษายน 2568 และวันไหลบางเสร่ วันที่ 20 แงชายน 2568 โดยมีการกำหนดให้ปิดการจราจรในพื้นที่ดังกล่าว เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เดินเล่นน้ำสงกรานต์ ซึ่งคาดว่าจะมีประชาชนจากที่ต่างๆ มาเล่นน้ำสงกรานต์เป็นจำนวนมากในห้วงดังกล่าว เพื่อรักษาความปลอดภัย และอำนวยความละดวกในการจราจร ผู้ที่มาเล่นน้ำสงกรานต์ ผู้ที่มาท่องเที่ยว และประชาชนในพื้นที่ ในการนี้จึงได้บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมเตรียมความพร้อมในช่วงเทศกาลดังกล่าว






สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯเชียงราย ฝ่าสายฝน ลงตรวจพื้นแม่สรวยแพเปียก สั่งเข้มด่านเป่า เมาขับถูกจับขึ้นศาล

แชร์เนื้อหานี้


เมื่อเวลา14.00น.วันที่ 23เมษายน 2568นายชรินทร์ ทองสุข พร้อมด้วยนางสินีนาฎ ทองสุขนายกเหล่ากาชาดจังหวัดเชียงราย นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย และป้องกันจังหวัดเชียงราย และคณะ 
ได้ลงพื้นที่อำเภอแม่สรวย จ.เชียงราย เพื่อตรวจเยี่ยมการตั้งด่านกวดขันวินัยจราจร บริเวณปากทางเข้าเขื่อนแม่สรวย  ซึ่งเป็นจุดทางเข้าออกการท่องเที่ยวแพเปียกอำเภอแม่สรวยโดยมีนายปฤษฎางค์ สามัคคีนิชย์ อำเภอแม่สรวย และพ.ต.อ. กฤษฎา งามจิตต์ ผกก.สถานีตำรวจอำเภอแม่สรวยให้การต้อนรับ โดยผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ได้ตรวจแถวและได้กำชับนโยบายเข้มการตั้งด่าน เพื่อเป็นการลดอุบัติเหตุและลดการสูญเสียชีวิตทรัพย์สินของประชาชน โดยผู้ว่าราชการจังหวัดชียงราย  ยังได้มอบสิ่งของให้กับบรรดาเจ้าหน้าที่ ที่ได้สนธิกำลังระหว่างฝ่ายปกครองและเจ้าหน้าที่ตำรวจในการตั้งด่านตรวจครั้งนี้ด้วยหลังจากมีการตรวจด่านกวดขันวินัยจราจรแล้วยังได้ตรวจเยี่ยมบริเวณจุดล่องแพเปียกที่มีคนเล่นน้ำเป็นจำนวนมากท่ามกลางสายฝน โดยกำชับให้ผู้ประกอบการร้านค้าห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้กับเยาวชนต่ำกว่า18ปี และขายตามเวลากฎหมายกำหนดเท่านั้น สำหรับการตรวจพื้นที่อำเภอแม่สรวยครั้งนี้เกิดจากภายหลังรัฐบาลมีคำสั่งให้ลดอุบัติเหตุบนท้องถนนลดการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ถือเป็นการป้องปรามตามมตรการ7วันอันตราย ที่อยู่ในช่วงสงกรานต์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากการตั้งด่านจุดดังกล่าวทำให้มีผู้ดื่มแอลกอฮอล์ และเดินทางกลับออกจากจุดการล่องแพโดนจับกุมดำเนินคดีเป็นจำนวนมาก โดยถูกควบคุมตัวไปที่สภ.แม่สรวย และถูกคุมขังเพื่อส่งศาลแขวงจังหวัดเชียงราย บางรายที่สามารถประกันตัวด้วยวงเงิน20,000 บาท ก็จะส่งตัวขึ้นศาลในวันทำการศาลแต่หากวันใดถูกจับก็จะต้องถูกส่งฟ้องศาลวันถัดไป แต่รายใดที่ไม่มีเงินค่าประกันตัวก็จะถูกนอนในห้องควบคุมผู้ต้องหาไปจนกว่าเจ้าหน้าที่จะสามารถส่งตัวฟ้องศาล หลังจากจ่าวนี้ได้แพร่กระจายตามสื่อโซเซียล ทำให้นักท่องเที่ยวลดลงเป็นจำนวนมาก เนื่องจากหวั่นถูกจับกุมดำเนินคดี เนื่องจากได้ดื่มเหล้า เบียร์ ในบริเวณโซนท่องเที่ยวดังกล่าว ส่งผลให้นักท่องเที่ยวเลิกจองแพเป็นจำนวนมากอีกด้วย อย่างไรก็ตามจุดการท่องเที่ยวล่องแพเปียกมีการ จำหน่าย เหล้า เบียร์กันเป็นจำนวนมาก รวมทั้งนักท่องเที่ยวก็จะนำจากบ้านไปดื่มกิน ในซุ้มอาหาร และบนแพเปียกอย่างสนุกสนาน แต่ละรายมีแอลกอฮอล์เกินมาตรฐาน 50มิลกรัมเปอร์เซ็น ถ้าหากดื่มเบียร์เพียงกระป๋องเดียวก็ตาม ดังนั้นการตั้งด่านเป่าแอลกอฮอล์เข้มมีผลให้นักท่องเที่ยวบางราย ถึงกับยกเลิกและบอกว่าไม่อยากไปแล้ว นั่งดื่มกินที่บ้านดีกว่า ส่วนนักท่องเที่ยวที่ยังอยากจะไปล่องแพและดื่มกินก็จะยอมจ้างรถตู้และรถโดยสาร เพราะไหนๆก็เสีย ค่าค่าซุ้มนั่ง ค่าล่องแพ รวมทั้งหากเอาอาหารและเครื่องดื่มไปก็จะถูกปรับ รวมรายการเที่ยวก็จะเสียเงินหลายพันบาทแต่ถ้าหากเมาแล้วขับ ถูกจับก็จะเสียเงินเป็นจำนวนมากถือว่าท่องเที่ยวในราคาแพง ด้วยปัจจัยดังกล่าวส่งผลสภาพภาพผู้ประกอบการมียอดขายอาหารเครื่องดื่มลดลงบางรายยอมถอนตัวสละซุ้มขายของเนื่องจากประกอบการไปแล้วไม่คุ้มทุน ดังนั้นปีต่อไปหากผู้จัดไม่มีมาตรการควบคุมระเบียบการค้าขาย อาจเป็นไปได้ที่จะส่งผลให้ธุรกิจท่องเที่ยวแพเปียกปิดตัวลงเร็วขึ้นเนื่องจากผู้ประกอบการทั้งรายเก่าและรายใหม่ประสพปัญหาหลายด

สงกรานต์เมืองแพร่สนุกฉ่ำทุกเวทีNon-Stop 4 วัน 4 อำเภอยกระดับสู่เมืองหลักสงกรานต์เฟสติวัล จนลืมไปเลยว่าที่นี่คือเมืองรอง!! ” สงกรานต์สีสันมหัศจรรย์เมืองแพร่ 2568″ และ”IndigoBlueCity:PhraeSplashFestival 2025″

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุลสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแพร่ เปิดเผยถึง การจัดงานสงกรานต์เมืองแพร่ปี 2568 ว่างาน” สงกรานต์สีสัน
มหัศจรรย์เมืองแพร่ 2568″ และ” Indigo Blue City: Phrae Splash Festival 2025″ พร้อมแล้วที่จะปลดล็อคเมืองแพร่ให้กลายเป็นเมืองหลักในการจัดเทศกาลสงกรานต์ ชูจุดเด่นด้วยการนำเสนอเสน่ห์เมืองแพร่กับเรื่องราวความสร้างสรรค์แห่งวัฒนธรรมพลังซอฟต์พาวเวอร์ไลฟ์สไตล์ร่วมสมัย ผสมผสานความดั้งเดิมและความนำสมัย อันควรค่าต่อการมาเยือนสู่กิจกรรม
การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ช่วงเทศกาลสงกรานต์ท่ามกลางบรรยากาศการเฉลิมฉลองในรูปแบบเฟสติวัล

สำหรับการจัดงาน” สงกรานต์สีสันมหัศจรรย์เมืองแพร่ 2568″ ในปีนี้เตรียมมอบประสบการณ์ความสนุกฉ่ำระหว่างวันที่ 13-16 เมษายน2568 นี้ ภายใต้คอนเซ็ปต์GrandPhrae… GrandMomentนำเสนอเรื่องราวความงดงามของเมืองที่น่าค้นหา 3อำเภอ 3 ธีมได้แก่ ชนเผ่าแห่งขุนเขาอำเภอวังชิ้น เมืองแห่งมรดกธรรมชาติและวัฒนธรรมล้ำค่า (ไทลี้อไทใหญ่)พร้อมขบวนแห่อลังการสะท้อนวิถีชนเผ่าในวันที่ 13 เมษายน2568 ณ.บริเวณหน้าวัดใหม่กลาง มรดกแห่งเส้นใยล้านนา อ.ลองเมืองแห่งผ้าจกโบราณตำนานทอผ้าของชาวลอง

ในวันที่ 15 เมษายน 2568รื่นรมย์กับขบวนแห่พลังแห่งผ้าทอโบราณที่ผ่านการบูรณาการสู่แฟชั่นผ้าพื้นเมืองร่วมสมัยไปตลอดเส้นทางถนนสายเทศบาล 1 เริงระบำคาร์นิวัลอ.เด่นชัยประตูสู่ล้านนา เส้นทางแห่งศิลปะประวัติศาสตร์วัฒนธรรมและความโรแมนติกบริเวณริมถนนสายเด่นชัยพร้อมเวทีคอนเสิร์ตใจกลางเมืองบนถนนสายหลักของการเล่นนำสงกรานต์เมืองเด่นชัยในวันที่ 16 เมษายน 2568 รูปแบบการจัดงานในปีนี้ จึงเป็นความมหัศจรรย์ของเมืองแพร่ ที่เชิญชวนทุกคนได้มาสัมผัสความตระการตาของขบวนแห่สืบสานงานประเพณีสงกรานต์ชุมชน โดยกลุ่มชนเผ่าชาติพันธุ์ล้านนา ขบวนแห่มหาสงกรานต์เฟสติวัล

ภายใต้ธีมเมืองแห่งผ้าโบราณ ตำนานล้านนา สู่ศิลปะบนผืนผ้าและแฟชั่นดีไซน์ร่วมสมัยและขบวนแห่สืบสานงานประเพณีสงกรานต์เริงระบำคาร์นิวัลเปิดประตูสู่ล้านนารวมถึงพลาดไม่ได้กับปาร์ตี้ฟรีคอนเสิร์ตนำโดยSEKLOSOSOPOTATO
กระแตอาร์สยาม เป๊กกี้ศรีธัญญา TG TIGER และยูกิไหทองคำในส่วนการจัดงาน” Indigo BlueCity: Phrae Splash Festival 2025″ ปีนี้ชูแนวคิดการร่วมสืบสานศิลปวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่นด้วยความหลากหลายของกิบ 9 กรรมพลังแห่ง Soft Power-Food Fashion Festival

พบกับกิจกรรมความบันเทิงอันหลากหลาย ควบคู่กับความเท่าเทียมกันของกลุ่ม
LGBTQ การเฉลิมฉลองท่ามกลางบรรยากาศเฟสติวัล เปิดเมืองเล่นน้ำสาดความสุขตระการตากับขบวนรถแห่เสน่ห์ไทย คาร์นิวัลโชว์พลังแห่งผ้าไทยแฟชั่น Indigofabricพร้อมด้วยขบวนแห่ LGBTQนอกจากนี้ ยังตื่นตาตื่นใจกับการตกแต่งสีสันเวทีใหญ่กลางแจ้งแลนด์มาร์คสงกรานต์เฟสติวัลที่เต็มไปด้วยดีไซน์ร่วมสมัย เชื่อมโยงเรื่องราวของศิลปะ และผ้าIndigoอัตลักษณ์เมืองแพร่ บริเวณหน้าตลาดสดเทศบาล จัดกันเต็มถึง 2 เวทีใหญ่บริเวณช่วงน้ำคือและวงเวียนประตูชัยพร้อมเสิร์ฟสนุกฉ่ำกับปาร์ตี้ฟรีคอนเสิร์ตโดยศิลปินชั้นชั้นนำ

Fellow Fellow MEAN อม วิทวัล MILLIURBOYTJและยีนส์TheVoice เรียกได้ว่าเป็นปรากฏการณ์เปิดเมืองจัดเฟสติวัลขนาดใหญ่ของจังหวัดที่เปิดโอกาสผู้คนในจังหวัดแพร่ได้มีส่วนร่วมในทุกอำเภอและเปิดเมืองเชื่อมโยงให้นักท่องเที่ยวจากทุกสารทิศเดินทางมาร่วมสนุกกับการเฉลิมฉลองวันปีใหม่ไทยใน
จ.แพร่ได้อย่างหลากหลายสถานที่สงกรานต์สีส้นมหัศจรรย์เมืองแพร่2568 และ Indigo Blue City: Phrae Splash Festival 2025 ภายใต้การสนับสนุนหลักของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

และองค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่ ในระหว่างวันที่13-17 เมษายน2568 นี้
นับเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่ช่วยจุดประกายส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดและตอกย้ำความเป็น’เมืองสร้างสรรค์’ของจังหวัดแพร่ประตูสู่ภาคเหนือของประเทศไทยที่นำเอาต้นทุนทางวัฒนธธรรมพลังแห่งซอฟต์พาวเวอร์มาต่อยอดด้านการท่องเที่ยว ด้วยเป้าหมายในการยกระดับสู่เทศกาลระดับโลก

สงกรานต์สีสันมหัศจรรย์เมืองแพร่ #PhraeSplashFestival2025

สมจิตรแสงบัลลังก์กินข้าวภาคเหนือ
ธีรพงษ์ ธงออนแพร่ 061-595-5297

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / มท.2 ตรวจเยี่ยม อาชีวะ อาสาดูแลประชาชน ช่วงเทศกาลสงกรานต์จังหวัดบึงกาฬ

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 14 เมษายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ณ จุดบริการประชาชนในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ รวม 3 จุด ประกอบด้วย

จุดบริการหน้าบริษัทอีซูซุ สาขาบึงกาฬ, จุดบริการ “Fix It – อาชีวะขนส่งร่วมใจช่วยประชาชน” และจุดบริการหน้าสถานีตำรวจภูธรศรีวิไล โดยมีนายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ และเจ้าหน้าที่จากทุกภาคส่วนร่วมให้การต้อนรับ

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ของทุกปี รัฐบาลให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน โดยได้กำชับให้ทุกภาคส่วนร่วมกันบูรณาการ

ในการลดอุบัติเหตุและความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นบนท้องถนน พร้อมเน้นย้ำว่า “ดื่มไม่ขับ ขับไม่เร็ว” และ “สวมหมวกกันน็อก” โดยเฉพาะผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเกิดอุบัติเหตุในทุกปี

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า “เจ้าหน้าที่ทุกคนต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ไม่มีการผ่อนผัน หากพบผู้กระทำผิด ต้องดำเนินการตามกฎหมายทันที

เพื่อให้การเดินทางของพี่น้องประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์เป็นไปด้วยความปลอดภัยสูงสุด”

โอกาสนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ยังได้อวยพรเนื่องในวันขึ้นปีใหม่ไทย ขอให้พี่น้องชาวไทยและชาวจังหวัดบึงกาฬเดินทางโดยสวัสดิภาพ และขออำนาจสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองบึงกาฬ

ไม่ว่าจะเป็นหลวงพ่อพระใหญ่ เจ้าแม่สองนาง และหลวงปู่ทองพูล ประทานพรให้ประชาชนประสบแต่ความสุข ความเจริญ สมหวังในสิ่งที่ปรารถนาทุกประการ