เรื่องทั้งหมดโดย admin

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / จัดพิธีสรงน้ำพระราชทาน พระพุทธมหามุนี หรือ หลวงพ่อโต พระคู่เมืองศรีสะเกษ

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ (10 เม.ย. 68) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานน้ำสรง เพื่อเชิญไปสรงพระพุทธมหามุนี (หลวงพ่อโต) ในงานนมัสการและสรงน้ำหลวงพ่อโต “บูชาพระใหญ่ ไหว์ตรุษสงกรานต์ สนานธรรมราช” ประจำปี 2568 ณ วัดมหาพุทธาราม พระอารามหลวง ตำบลเมืองเหนือ อำเภอเมืองศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ

ระหว่างวันที่ 10 – 16 เมษายน 2568 เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้นมัสการและสรงน้ำหลวงพ่อโต เป็นการรักษาไว้ซึ่งประวัติศาสตร์ ความเชื่อ ประเพณีและวัฒนธรรมอันดีงาม ตลอดจนเป็นการสร้างความสามัคคีของชุมชน วัด และส่วนราชการ

โดยมี พระพรหมวชิรดม เจ้าคณะภาค 10 เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ มีนายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เป็นประธานฝ่ายฆาราวาส นางสาวชนมณัฐ รอดบุญธรรม นายธาตรี สิริรุ่งวนิจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ และพุทธศาสนิกชนชาวจังหวัดศรีสะเกษ ร่วมในพิธีเป็นเจ้านวนมาก

พระพุทธมหามุนี หรือ หลวงพ่อโต เป็นพระนามของพระพุทธรูปองค์ใหญ่ ที่ชาวบ้านชาวเมืองศรีสะเกษและพุทธบริษัททั่วไปเรียกขานจนติดปากถึงทุกวันนี้ เป็นพระพุทธรูปเก่าแก่ ปางมารวิชัย ศิลปะแบบนครจำปาสัก สกุลช่างเจ้าราชครูหลวงโพนสะเม็ก สร้างเมื่อราวปี พ.ศ. 2328 สร้างด้วยก่ออิฐฉาบปูน

หรือหล่อด้วยปูน หรือแกะสลักหิน ยังสันนิษฐานไม่ถนัดนัก มีขนาดตั้งแต่รากฐานถึงยอดพระเมาลีสูง 6.85 เมตร หน้าตักกว้าง 3.5 เมตร เฉพาะพระพาหา (แขน) ไม่สามารถจะโอบรอบได้ พุทธลักษณะงดงามตามยุคสมัย ปัจจุบันประดิษฐานอยู่ภายในวิหารวัดมหาพุทธารามหลวงพ่อโต เป็นพระพุทธรูปที่ได้รับการเคารพ สักการะบูชา และยกย่องเป็นพระคู่บ้านคู่เมืองศรีสะเกษ มาตั้งแต่สมัยเมืองศรีนครเขต จนถึงปัจจุบัน มีอายุราว 240 ปี (พ.ศ.2568)

ภาพ)ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ส่องเลขเด็ด!! พิธีไหว้ครู สำนักพรหมมหาญาณ ต.ทัพราช อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ (9 เม.ย.68) เวลา 09.09 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ สำนักพรหมมหาญาณ บ.222 หมู่ 11 ต.ทัพราช อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว (ละลุดินแดนมหัศจรรย์) อาจารย์จุฬามุณี พรหมญาณพยากรณ์ องค์ประธานพระโพธิสัตว์กวนอิม

โหราจารย์พรหมมุนีศรีวโลโพธิญาณ องค์ประธานปู่ฤาษีเศรษฐีนวโกฏิ ประธานในพิธี ได้ร่วมกันจัดพิธีไหว้ครูบูรพาจารย์ประจำปี ๒๕๖๘ โดยมี คณะหมอพราห์มผู้ประกอบพิธี หมอนัดวัดโบสถ์ พิณแคน ขวัญใจคนเดิม วันชาติ ได้มาร่วมพิธีในครั้งนี้

โดยในพิธี..มีนางรำสายญาณมากมาย และ อาคันตุกะมาร่วมพิธีทั่วสารทิศ ช่วงสุดท้ายพิธีก็มีพิธีการสู่ขวัญบายศรีให้แก่เจ้าภาพ และลูกศิษย์ลูกหาลูกหลานได้ร่วมผูกแขนอวยพรให้ เจ้าตำหนักเจ้าภาพในพิธีต่อไปอีกด้วย.

ช่วงกลางคืนวันที่ 8 เมษายน เวลา 22:30 น ก่อนวันงานช่วงเวลาลูกศิษย์ร่วมด้วยช่วยกันจัดตั้งปรำพิธีบายศรีได้มีปรากฏก็มี “พระจันทร์เกิดการทรงกลด” ตรงหน้าบนยอดปรำพิธี สื่อถึงความหมายที่ดีมาก.

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สวนสัตว์นครราชสีมา ร่วมสืบสานประเพณีไทย เล่นน้ำกับสัตว์ป่าน่ารัก 12-16 เมษายน ศกนี้ /อธิบดีอัยการ สนง.คดีปกครอง นำคณะร่วมรดน้ำขอพรท่านอัยการอาวุโส

แชร์เนื้อหานี้

ชมการแสดงแมวน้ำแสนรู้ทุกรอบ ฟรี!!! ตลอดช่วงเทศกาลสงกรานต์นายธนชน เคนสิงห์ ผู้อำนวยการสวนสัตว์นครราชสีมา เปิดเผยว่า สวนสัตว์นครราชสีมา จัดกิจกรรมวันสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 12 ถึง 16 เมษายน 2565 เพื่อร่วมสืบสานประเพณีไทย กับกิจกรรมสรงน้ำพระเสริมสร้างสิริมงคล ทำบุญพระประจำวันเกิด เพื่อความเป็นสิริมงคลในวันขึ้นปีใหม่ไทย

กิจกรมร่วมรณรงค์การแต่งกายแบบไทย กิจกรรมกองทุนอุปถัมภ์สัตว์ป่า สนุกสนานรื่นเริงกับขบวนมาสคอทเริงร่า ยกทัพสร้างสีสันตลอดทั้งวัน กิจกรรมชุ่มฉ่ำกับเส้นทางอุโมงค์น้ำ, กิจกรรมภายในห้องสมุดมีชีวิต, นิทรรศการข้อมูลความรู้สัตว์ป่าและสิ่งแวดล้อม, กิจกรรม DIY ศิลปะเพื่อการอนุรักษ์, กิจกรรมเกมบิงโก สัตว์ป่าและธรรมชาติ การละเล่นพื้นบ้านสืนสานวัฒนธรรมไทย

ชมการแสดงความสามารถของสัตว์นานาชนิด ร่วมสนุกเล่นน้ำสงกรานต์กับสัตว์ป่าอย่างใกล้ชิด ได้แก่ ฮิปโปแคระ, ส่วนแสดง Mini Zoo, ช้างแอฟริกา, คาปิบาร่า, แรดขาว, และฮิปโปโปเตมัส พร้อมรับโปรโมชั่นสุดพิเศษ เข้าชมการแสดงแมวน้ำแสนรู้ 12-16 เมษายน 2568 ฟรี ทุกรอบการแสดง

นายธนชน เคนสิงห์ ผู้อำนวยการสวนสัตว์นครราชสีมา กล่าวเพิ่มเติมว่า สวนสัตว์นครราชสีมา ร่วมฉลองเทศกาลสงกรานต์ กับสมาชิกใหม่ 3 สายพันธุ์และพร้อมที่จะให้นักท่องเที่ยวได้ชมความน่ารักในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ได้แก่ ม้าแคระ สายพันธุ์เชตแลนด์ เพศเมีย ชื่อน้องใบเฟิร์น เกิดวันที่ 1 เมษายน 2568 / อีแลนด์ เพศผู้ ชื่อน้องสงกรานต์ เกิด วัน 5 เมษายน 2568 และ แพะจิ๋ว เพศผู้ ชื่อน้องเมษา เกิด วันที่ 4 เมษายน 2568

จึงขอเชิญชวน ประชาชนและนักท่องเที่ยว ร่วมฉลองเทศกาลสงกรานต์ ส่งเสริม อนุรักษ์ ขนบธรรมเนียมประเพณีไทย พร้อมทั้งร่วมกิจรรมและรับโปรโมชั่นอีกมากมาย ที่สวนสัตว์นครราชสีมา
สอบถามรายละเอียด เพิ่มเติม ได้ที่ ฝ่ายรายได้ ธุรกิจและสารสนเทศ 083-3720404 หรือทางแฟนเพจ สวนสัตว์นครราชสีมา

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

อธิบดีอัยการ สนง.คดีปกครองนครราชสีมา นำคณะข้าราชการในสังกัดร่วมรดน้ำขอพรท่านอัยการอาวุโส

เมื่อวันที่ ๙ เมษายน ๒๕๖๘ เวลา ๑๑.๐๐ น. นายเอกคม ด้วงชะเอม อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีปกครองนครราชสีมา นำคณะข้าราชการฝ่ายอัยการและเจ้าหน้าที่ สำนักงานคดีปกครองนครราชสีมา ร่วมสรงน้ำพระและรดน้ำขอพรท่านอัยการอาวุโส (อดีตอธิบดีอัยการภาค ๓ อธิบดีอัยการสำนักงานคดีศาลสูงภาค ๓ และอธิบดีอัยการ สำนักงานคดีปราบปรามการทุจริตภาค ๓ )

จากนั้นข้าราชการฝ่ายอัยการและเจ้าหน้าที่ร่วมสรงน้ำพระและรดน้ำขอพรอธิบดีอัยการ สำนักงานคดีปกครองนครราชสีมา และรองอธิบดีอัยการ สำนักงานคดีปกครองนครราชสีมา เนื่องในประเพณีสงกรานต์ ๒๕๖๘ กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ร่วมงานประเพณีแห่พระคันธารราฐ ลอดซุ้มประตูเมือง “มหาสงกรานต์โคราช”12-15 เมย.2568 ณ วัดพระนารายณ์มหาราช วรวิหาร ลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี

แชร์เนื้อหานี้

ระหว่างวันที่ ๑๒ – ๑๕ เมษายน ๒๕๖๘ ณ วัดพระนารายณ์มหาราช วรวิหาร บริเวณลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี และสวนสุรนารี (สวนรัก) อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา๙ เมษายน ๑๘.๐๐ น. เชิญร่วมแถลงข่าวการจัดงานสืบสานประเพณีแห่พระคันธารราฐ ลอดซุ้มประตูเมือง “มหาสงกรานต์โคราช” ณ วัดพระนารายณ์มหาราช วรวิหาร

๑๒ เมษายน ๑๐.๐๐ น. ชมการประกวดเจดีย์ทราย ณ สวนสุรนารี (ส่วนรัก)
๑๖.๓๐ น. พิธีอัญเชิญพระคันธารราฐ ออกจากพระเจดีย์ ณ พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนารายณ์มหาราช วัดพระนารายณ์มหาราช วรวิหาร
๑๗.๐๐ น. เชิญร่วมขบวนแห่อัญเชิญพระคันธารราฐ เดินทางตามเส้นทางถนนจอมพล ประชาชนร่วมโปรยดอกไม้ตลอดสองข้างทาง เดินทางไปยังลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี

ชมริ้วขบวนอัญเชิญพระคันธารราฐแบบประเพณีไทยอีสาน และชมขบวนแห่สงกรานต์ (Songkran Carnival) สุดตระการตา
๑๘.๐๐ น. ร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์สมโภชพระคันธารราฐ ร่วมสรงน้ำพระคันธารราฐ เขียนคำอธิษฐานบนผ้าทองผ้าเงิน และชมการแสดงศิลปวัฒนธรรม ณ ศาลาไทย ลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี

๑๓ เมษายน ๐๗.๐๙ น. ร่วมพิธีทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง พระสงฆ์ ๒๙ รูป เนื่องในวันขึ้นปีใหม่ไทย ณ ลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี
๑๔.๐๐ น. ชมการแข่งขันประกวดขั่วหมี่โคราช และตำส่มโคราช ๒๔ กระทะเหล็ก ณ สวนสุรนารี (สวนรัก) ๑๖.๐๐ น. ชมการขั่วหมี่โคราชกระทะยักษ์ บนถนนเล่นสงกรานต์จังหวัดนครราชสีมา “ถนนขั่วหมี่” มากิ๋นขั่วหมี่โคราชกันเด้อ ณ สวนสุรนารี (สวนรัก)

๑๗.๐๐ น. พบกับพิธีเปิดงานสุดอลังการ ร่วมต้อนรับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธีเปิดงาน ๑๗.๒๐ พิธีสวดขอขมา พิธีสรงน้ำพระคันธารราฐ สรงน้ำพระสงฆ์ รดน้ำขอพรผู้สูงอายุ กิจกรรมไฮไลท์พิธีแห่พระคันธารราฐลอดซุ้มประตูเมือง (ประตูชุมพล) เพื่ออัญเชิญกลับวัดพระนารายณ์มหาราช วรวิหาร ร่วมจับชายผ้าทองผ้าเงิน ความยาว ๕๕๗ เมตร และสรงน้ำพระคันธารราฐตลอดสองข้างทางถนนจอมพล ๑๙.๓๐ น.

ชมการแสดงศิลปวัฒนธรรมของเด็ก เยาวชน และศิลปินพื้นบ้าน ณ วัดพระนารายณ์มหาราช วรวิหาร ๑๔ เมษายน ๑๐.๐๐ – ๒๑.๐๐ น. สรงน้ำพระคันธารราฐ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว ณ วัดพระนารายณ์มหาราช วรวิหาร และกิจกรรมต่าง ๆ ภายในงาน ๑๕ เมษายน ๑๘.๐๐ น. พิธีอัญเชิญพระคันธารราฐเข้าสู่พระเจดีย์ และพิธีห่มผ้าพระเจดีย์ ณ วัดพระนารายณ์มหาราช วรวิหาร

๑๓-๑๕ เมษายน ตั้งแต่เวลา ๑๐.๐๐ – ๒๑.๓๐ น. ณ ลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี และสวนสุรนารี (สวนรัก) พบกับกิจกรรมจัดเต็ม เล่นน้ำเสริมมงคลบนถนนราชดำเนิน อุโมงค์น้ำมนต์ ๙ วัด สรงน้ำพระพุทธรูปประจำวันเกิด ถ่ายภาพจุดเช็คอินโคราชเมืองน่าเที่ยว ร่วมกิจกรรมการประกวดทางศิลปวัฒนธรรม ชมการแสดงศิลปวัฒนธรรมและการแสดงดนตรีร่วมสมัย

กันตินันท์ เรืองประโคน / รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สร้างแลนด์มาร์คแห่งใหม่ จัดงาน”นาหูกวาง สตรีทอาร์ต 2025″ (Na HuKwang Street Art 2025) หาดแหลมกุ่ม 14 – 15 เมษายน 2568 ประจวบฯ

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 10 เม.ย. 2568 ที่หาดแหลมกุ่ม หมู่ที่ 7 ตำบลนาหูกวาง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ องค์การบริหารส่วนตำบลนาหูกวาง ได้จัดงานแถลงข่าวการจัดโครงการ “นาหูกวาง สตรีทอาร์ต 2025” (Na Hu Kwang Street Art 2025) โดยมี นายปรีดา สุขใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานในพิธีแถลงข่าว

พร้อม นายสิทธิพร คงหอม นายอำเภอทับสะแก นายลือยศ ภู่ทอง สจ.เขต 3 อำเภอทับสะแก นายเชาว์ เอี่ยมสุขขา นายกอบต.นาหูกวาง นายสายชล ชนะภัย น.ส.ทิฆัมพร ยอดใหญ่ รองนายก อบต.นาหูกวาง นายอรุษ ห้วยหงส์ทอง กำนันตำบลนาหูกวาง น.ส.แอนนา ศิลปินชาวรัสเซีย นายพนม ปัถวี หัวหน้าแผนกโรงไฟฟ้าทับสะแก นางสาวชิดชนก กอวัฒนาวรานนท์ หัวหน้าแผนกพัฒนาเครือข่ายภาครัฐ นายมหยศ โกศิน หัวหน้าศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. ทับสะแก พร้อม ผู้บริหารท้องถิ่น สมาชิกสภาอบต.ผู้ใหญ่บ้าน ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้นำชุมชน พนักงาน เข้าร่วมกิจกรรม

ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวเป็นงานศิลปะมหาชนที่ตื่นตาตื่นใจ โดยนำเอาศิลปะร่วมสมัยมาผสมผสานกับแนวคิดการรีไซเคิลและ การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยมีหาดแหลมกุ่มเป็นพื้นที่จัดแสดงผลงานศิลปะที่สร้างสรรค์จากวัสดุเหลือใช้ต่างๆ ภายใต้ธีม “นาหูกวาง อัพไซเคิล” เพื่อส่งเสริมจิตสำนึกในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและสร้างสรรค์สังคมที่ยั่งยืน สร้างความตระหนักให้กับประชาชนเกี่ยวกับปัญหาขยะและความสำคัญของการรึไซเคิล

กระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนผ่านการท่องเที่ยวและการจำหน่ายสินค้า สร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับทาดแหลมกุ่มและตำบลนาหูกวาง ซึ่งกำหนดจัดงานในระหว่างวันที่ 14 – 15 เมษายน 2568 ณ หาดแหลมกุ่ม หมู่ที่ 7 ตำบลนาหูกวาง อำเภอทับสะแก โดยพิธีเปิดช่วงเย็นวันที่ 14 เมษายน มีผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ให้เกียรติเดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิด

ไฮไลท์กิจกรรมภายในงาน1) การออกร้านจำหน่ายลาหารที่สด สะอาด และอร่อย พบกับร้านอาการหลากหลายที่คัดสรรเมนูคุณภาพ ทั้งอาหารทะเลสดใหม่ อาหารพื้นบ้านรสเด็ด และของหวานท้องถิ่นสุดอร่อย ทุกเมนูผ่านการคัดเลือกเพื่อความสะอาด ปรุงสดใหม่ พร้อมเสิร์ฟให้ผู้ร่วมงานได้ลิ้มลองรสชาติที่หลากหลายและประทับใจ ไปกับความอร่อยแบบต้นตำรับของตำบลนาหูกวาวาง
2) ร่วมลงสีสันบนสตรีทอาร์ตใหญ่ที่สุดในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ : ภาพ Street Art ออกแบบโดย “Miss Anna” ศิลปินอิสระชาวรัสเซีย รังสรรค์ผลงงานที่สร้าง

จากเอกลักษณ์ และอัตลักษณ์ของตำบลนาหูกวาง ศิลปินจะทำการร่างโครงแล้วให้นักท่องเที่ยว ประชาชน นักเรียน นักศึกษา ศิลปินพื้นที่ร่วมกันลงสีเพื่อแสดงถึงพลังความสามัคคี ที่พร้อมต้อนรับการท่องเที่ยวตำบลนาหูกาง 3) ชมมินิคอนเสิร์ตจากศิลปิน นั่งฟังสบาย ๆ ริมทะเล ผ่อนคลายไปกับเพลงที่คุณชื่นชอบในบรรยากาศชิลล์ ๆ ริมทะเล รับลมเย็น ๆ เพลิดเพลินกับบทเพลงสบาย ๆ ที่เหมาะกับทุกเพศทุกวัย ไม่ว่าจะมากับครอบครัว คนรัก หรือเพื่อนฝูงก็สามารถนั่งฟังและตื่นด่ำไปกับช่วงเวลาพิเศษได้

4) ชมประติมากรรมจากขยะพลาสติก ประติมากรรมสุดสร้างสรรค์ที่รังสรรค์ขึ้นจากขยะพลาสติกในชุมชน เปลี่ยนสิ่งของไร้ค่าให้กลายเป็นผลงานทรงคุณค่า แฝงแนวคิดการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และกระตุ้นจิตสำนึกในการลดใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง

5) มุมถ่ายภาพเก๋ ๆ จากขยะเป็นงานศิลป์ พบกับจุดถ่ายภาพสุดครีเอทีฟที่นำขยะมาเปลี่ยนเป็นงานศิลป์สุดชิค ไม่ว่าจะเป็นฉากหลัง หรือโครงสร้างที่สร้างจากวัสดุเหลือใช้ กลายเป็นสถานที่ให้ผู้เข้าร่วมงานได้มาถ่ายรูป เช็คอิน และแชร์ความประทับใจลงโชเชียล พร้อมทั้งเรียนรู้แนวคิดรีไซเคิลและเห็นคุณค่าของสิ่งของรอบตัวในมุมมองใหม่ ซึ่งกิจกรรมจะมีทุกเย็น
///////////////////////////////
ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

รถพ่วงวูบหลับใน เสียหลักพลิกคว่ำขวางถนน รถติดยาวนับ 10 กิโล

เมื่อเวลาประมาณ 09.30 น. วันที่ 10 เมษายน 2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถบรรทุกพ่วงพลิกคว่ำขวางถนนเหตุเกิด ช่วงระหว่าง หลัก กม.ที่ 352 – 353 หมู่ที่ 1 ตำบลนาหูกวาง อำเภอทับสะแก จึงพร้อมด้วยสายตรวจ เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงทับสะแก กู้ภัยทางหลวง หมวดการทางทับสะแก มูลนิธิสว่างรุ่งเรืองธรรมสถานอำเภอทับสะแก และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคทับสะแก รุดไปตรวจสอบ

พบที่เกิดเหตุ บริเวณขาขึ้น กทม.ช่วงก่อนถึงโค้ง โรงพยาบาลทับสะแก พบรถยนต์บรรทุกพ่วง 18 ล้อ สีแดงชมพู ตัวแม่ หมายเลขทะเบียน 70-0684 พังงา ตัวลูก 80-6689 พังงา บรรทุก พลิกคว่ำขวางถนน กะลาปาล์มสับที่บรรทุกมาตกกะจายเกลื่อนถนน โดยตัวลูกหลุดจากหางลากตัวแม่ ข้างทางพบลอยรถเสียหลักชนเสาไฟขาดสะบั้น ด้านหน้ารถกระจกแตกได้รับความเสียหาย เจ้าหน้าที่ต้องประสานรถแบคโฮมากวาดไกล่เกลี่ยกะลาปาล์มและยกรถขึ้นลากไปโรงพักเพื่อเปิดการจราจรให้รถวิ่งเพียง 1 ช่องทางก่อน

จากการสอบถาม นายจักรกฤษ มากละม้าย อายุ 31 ชาว ต.รัชฎา อ.เมือง ภูเก็ต ผู้ขับขี่ซึ่งได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ให้การว่า ตนเองขับรถบรรทุกคันดังกล่าวบรรทุกกะลาปาล์มจากจังหวัดกระบี่จะไปส่งที่จังหวัดสมุทรสาคร เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุได้เกิดอาการวูบหลับในทำให้รถเสียหลักตกลงข้างทางและชนเสาไฟฟ้าจากถนนตนจึงหักรถขึ้นมาพลิกคว่ำอยู่บนถนนกีดขวางการจราจรซึ่งหลังจากเกิดอุบัติเหตุพบว่าบนถนนเพชรเกษมฝั่งขาขึ้น กทม.มีรถสัญจรจำนวนมากทำให้รถติดสะสมยาวนับ 10 กิโล ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้รีบยกรถออกจากจุดเกิดเหตุเพื่อเร่งระบายรถดังกล่าว

////////////////

ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าเพชรฯ ไปร่วมงานเปิดงาน ตามไปดูกัน ธารน้ำใจหลั่งไหลร่วมบริจาคของรางวัลงาน “มหัศจรรย์เมืองสามอ่าว และงานกาชาด ครั้งที่ 15”

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 10 เม.ย.68 ที่จวนผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการ จ.ประจวบฯ เป็นประธานงานวันรวมน้ำใจให้กาชาดจังหวัดประจวบฯ เพื่อรับสิ่งของและเงินสดสนับสนุนในการออกร้านกาชาด ในงาน “มหัศจรรย์เมืองสามอ่าว และงานกาชาด ครั้งที่ 15” ประจำปี 2568

โดยมี พญ.บุษกร สวัสดิ์แสน นายกเหล่ากาชาดจังหวัดฯ รองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ ปลัดจังหวัดฯ นายอำเภอ หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ และผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐ และเอกชน

เข้าร่วมกิจกรรมฯ พร้อมทั้งร่วมรดน้ำขอพรจากผู้ว่าราชการจังหวัดฯ เนื่องในวันสงกรานต์ ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอุ่นตามแบบประเพณีไทย สำหรับงานท่องเที่ยวประจวบคีรีขันธ์ มหัศจรรย์เมืองสามอ่าว และงานกาชาด ครั้งที่ 15

จัดขึ้นระหว่างวันที่ 25 เม.ย. – 4 พ.ค.68 ที่บริเวณสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติฯ ร.9 หน้าศาลากลางจังหวัดฯ และถนนเลียบชายทะเลอ่าวประจวบฯ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจ

และหารายได้สนับสนุนกิจกรรมสาธารณะประโยชน์ของสำนักงานเหล่าชาดจังหวัดฯ ภายในงานมีการจัดโซนแสดงนิทรรศการของส่วนราชการ 20 กระทรวง ภายใต้แนวคิด “Next Move Prachuap ประจวบต้องไปต่อ”

เพื่อให้ผู้ร่วมงานได้รับทราบถึงแนวทางและเป้าหมายการพัฒนาของจังหวัดใน 10 ประเด็น ส่วนในวันเปิดงาน 25 เม.ย.68 จะมีการจัดขบวนแห่ประเพณีวัฒนธรรมของทั้ง 8 อำเภอ

เคลื่อนออกจากกองบิน 5 ตั้งแต่เวลา 16.00 น.มาตามเส้นทาง ถ.สละชีพ เข้าสู่บริเวณสถานที่จัดงานสวนสาธารณ เฉลิมพระเกียรติ ร.9 พร้อมด้วยชุดการแสดงประกอบขบวน

ขณะที่ในพิธีเปิดงานบนเวทีกลาง จะมีการแสดงแสง สี เสียง ชุด “ผีพุ่งไต้” ซึ่งเป็นการละเล่นพื้นบ้านของชาวหัวหิน พร้อมการจุดพลุสวยงามตระการตา
นอกจากนี้ ในแต่ละค่ำคืนของการจัดงาน ทั้ง 8 อำเภอจะมีการจัดชุดการแสดงมินิไลต์ แอนด์ ซาวน์ บนเวทีกลาง สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ ร.9 คืนละ 1 ชุดการแสดง เพื่อเผยแพร่อัตลักษณ์วิถีชีวิต ประเพณีวัฒนธรรมของแต่ละอำเภอให้ผู้ร่วมงานได้รับชม

พร้อมกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย เช่น การประกวดสาวงามเมืองสามอ่าว / การประกวดสินค้าเกษตร / การแข่งขันกีฬามวยไทย ตะกร้อลอดบ่วง / กิจกรรมเดินแบบผ้าไทย ใครใส่ก็สวย โดยนายแบบและนางแบบกิตติมศักดิ์ / กิจกรรม Night Run เดิน-วิ่ง ชมเมืองสามอ่าว / กิจกรรมการออกร้านกาชาด รวมทั้งการจำหน่ายสินค้าโอทอป สินค้าชุมชน

คาราวานสินค้าอุปโภคบริโภค และการแสดงคอนเสิร์ตจากศิลปินที่มีชื่อเสียงในทุกค่ำคืน โดยในวันสุดท้ายของการจัดงานจะมีการหมุนวงล้อออกรางวัลสลากกาชาดการกุศล ลุ้นรางวัลใหญ่รถยนต์ 3 คัน

พร้อมของรางวัลอื่นๆ มากมาย จึงขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมชมงานดังกล่าวได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

ผู้ว่าเพชรฯ นำทีมบุกค้นเรือนจำกลางเพชรบุรี หาสิ่งผิดกฎหมายโดยเฉพาะยาเสพติด

เมื่อวันที่ 10 เม.ย.68 ร้อยตำรวจโท ภพชนก ชลานุเคราะห์ ผู้ว่าราชการ จ.เพชรบุรี เปิดปฏิบัติการบุกจู่โจมตรวจค้นเรือนจำกลางเพชรบุรี อ.แก่งกระจาน เป็นกรณีพิเศษ เพื่อเป็นการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างเด็ดขาด รวมถึงสิ่งของผิดกฎหมายหรือของต้องห้ามภายในเรือนจำ โดยได้สนธิกำลังร่วมกับ หน่วยปฏิบัติการพิเศษตำรวจภูธรจังหวัดเพชรบุรี

เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. ภาค 7 ฝ่ายปกครอง อ.แก่งกระจาน สภ.แก่งกระจาน สาธารณสุข อ.แก่งกระจาน และ จนท.ราชทัณฑ์ กว่า 100 นาย โดยมี นายมิตรารุณห์ พรหมอินทร์ ผู้บัญชาการเรือนจำกลางเพชรบุรี นำเข้าตรวจค้นจุดต่างๆ ภายในเรือนจำ อาทิ ล็อกเกอร์เก็บของของผู้ต้องขัง

ห้องนอน ห้องน้ำ และตามจุดสุ่มเสี่ยงต่างๆ ซึ่งผลการตรวจค้นไม่พบสิ่งของผิดกฎหมายหรือสิ่งของต้องห้ามแต่อย่างใด นอกจากนี้ ยังได้สุ่มทำการตรวจปัสสาวะของผู้ต้องขัง จำนวน 150 คน ผลปรากฎว่าไม่พบสารเสพติดในปัสสาวะผู้ต้องขังแต่อย่างใด

ร้อยตำรวจโท ภพชนกฯ กล่าวว่า จ.เพชรบุรีได้รับการประสานจากเรือนจำกลางเพชรบุรี โดยได้บูรณาการร่วมกันหลายหน่วยงานในการปฏิบัติการบุกจู่โจมตรวจค้นภายในที่พักของผู้ต้องขัง เพื่อค้นหาสิ่งของผิดกฎหมายและสิ่งของต้องห้ามต่างๆ ที่เล็ดลอดเข้ามาในเรือนจำ

ไม่ว่าจะเรื่องของยาเสพติด อาวุธ หรือโทรศัพท์มือถือ ซึ่งเป็นสิ่งของต้องห้ามเด็ดขาด ผลการตรวจค้นไม่พบสิ่งของต้องห้ามหรือสิ่งของผิดกฎหมาย ส่วนผลการตรวจปัสสาวะก็ไม่พบปัสสาวะสีม่วงในกลุ่มผู้ต้องขัง สำหรับเรือนจำกลางเพชรบุรี เป็นเรือนจำขนาดกลาง

มีผู้ต้องขังรวมทั้งสิ้น 2,530 คน เป็นผู้ชาย จำนวน 2,177 คน เป็นผู้หญิง จำนวน 323 คน เป็นกลุ่มที่รอการตรวจพิสูจน์ความผิด รวมถึงกลุ่มที่ถูกตัดสินโทษแล้วและมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 15 ปี.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

ผู้ว่าประจวบฯ เปิดศูนย์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงสงกรานต์ ตั้งเป้าเสียชีวิตน้อยกว่า 5 คน

เมื่อวันที่ 10 เม.ย.68 ที่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ (หลังใหม่) นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการ จ.ประจวบฯ เป็นประธานในพิธีเปิดศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2568 โดยมีนายธนวัฒน์ เรืองเดช หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดประจวบฯ คณะกรรมการและคณะทำงานศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาล และช่วงวันหยุด พ.ศ. 2568

จังหวัดประจวบฯ หัวหน้าส่วนราชการ ตำรวจ ทหาร ตชด. มูลนิธิ อาสาสมัคร อปพร. จิตอาสาพระราชทาน เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานร่วมพิธี ภายหลังผู้ว่าราชการจังหวัดฯ ได้กล่าวเปิดศูนย์ฯ พร้อมรับมอบของสนับสนุนจุดตรวจจุดบริการช่วงเทศกาลสงกรานต์จากภาคเอกชนแล้ว ได้ชมการสาธิตการใช้เครื่องมือ การช่วยเหลือผู้ประสบอุบัติเหตุทางถนนจากองค์กรการกุศล หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมเป็นประธานปล่อยขบวนรณรงค์ หน่วยงานภาครัฐ เอกชน มูลนิธิกู้ภัย ร่วมกันออกปฏิบัติงานในช่วงควบคุมเข้มข้นระหว่างวันที่ 11-17 เม.ย.68 พร้อมตั้งจุดตรวจจุดบริการประชาชนริม ถ.เพชรเกษม เพื่อให้บริการประชาชนที่สัญจรผ่านพื้นที่ จ.ประจวบฯ ตลอดระยะทางกว่า 200 กม. เดินทางอย่างปลอดภัยไร้อุบัติเหตุ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้

นายธนวัฒน์ เรืองเดช กล่าวว่า การเปิดศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 2568 ในวันนี้ ใช้ชื่อการรณรงค์ว่า “ขับขี่ปลอดภัย เมืองไทยไร้อุบัติเหตุ” มีการกำหนดช่วงเทศกาลสงกรานต์ ช่วงควบคุมเข้มข้นระหว่างวันที่ 11-17 เมษายน 2568 โดยมีมาตรการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน 5 มาตรการหลัก ได้แก่ 1. มาตรการด้านการบริหารจัดการ 2. มาตรการด้านลดปัจจัยเสี่ยงด้านถนนและสภาพแวดล้อม 3. มาตรการด้านลดปัจจัยเสี่ยงด้านยานพาหนะ 4. มาตรการ

ด้านผู้ใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย 5. มาตรการด้านการช่วยเหลือหลังเกิดอุบัติเหตุ ตลอดจนมุ่งเน้นลดสาเหตุและพฤติกรรมเสี่ยงหลักที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุ ได้แก่ ไม่ขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนดดื่มไม่ขับ การสวมหมวกนิรภัย 100 เปอร์เซ็นต์ การคาดเข็มชัดนิรภัย และการรณรงค์ลดอุบัติเหตุบริเวณทางข้าม โดยบูรณาการปฏิบัติงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐภาคเอกชน ภาคประชาชน อาสาสมัคร จิตอาสาพระราชทานและองค์กรสาธารณกุศล เพื่อลดความสูญเสียในชีวิต และทรัพย์สินของประชาชนจากปัญหาอุบัติเหตุทางถนนให้ได้มากที่สุด

ทั้งนี้จากสถิติการเกิดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2567 ในระดับประเทศ มีจำนวนครั้งการเกิดอุบัติเหตุ 2,044 ครั้ง จำนวนผู้เสียชีวิต 287 ราย และจำนวนผู้บาดเจ็บ (Admit) 2,060 ราย ส่วนสถิติการเกิดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2567 ของจังหวัดประจวบฯ มีจำนวนครั้งการเกิดอุบัติเหตุ 58 ครั้ง จำนวนผู้เสียชีวิต 9 ราย และจำนวนผู้บาดเจ็บ (Admit) 55 ราย ซึ่งเป้าหมายในการดำเนินการของจังหวัดประจวบฯ คือ

จำนวนครั้งการเกิดอุบัติเหตุ จำนวนผู้เสียชีวิต และจำนวนผู้บาดเจ็บ (Admit) ของจังหวัดลดลงไม่น้อยกว่า 5 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับสถิติในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เฉลี่ย 3 ปีย้อนหลัง ทำให้จังหวัดประจวบฯ มีเป้าหมาย ดังนี้ การเกิดอุบัติเหตุน้อยกว่า 41 ครั้ง ผู้เสียชีวิตน้อยกว่า 5 ราย และผู้บาดเจ็บ (Admit) น้อยกว่า 41 ราย. นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

เจ้าคณะภาค 15 เปิดงาน “เดือนห้านมัสการหลวงพ่อในกุฏิ วัดกุยบุรี” ครบรอบ 154 ป


เมื่อวันที่ 10 เม.ย.68 ที่วัดกุยบุรี อ.กุยบุรี จ.ประจวบฯ พระธรรมวชิรสิทธาจารย์ เจ้าคณะภาค 15 เจ้าอาวาสวัดคลองวาฬ พระอารามหลวง เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นายสินาทร โอ่เอี่ยม รองผู้ว่าราชการ จ.ประจวบฯ ประธานฝ่ายฆราวาส ในพิธีเปิดงานเดือนห้านมัสการหลวงพ่อในกุฏิ วัดกุยบุรี ครบรอบ 154 ปี โดยมี พระราชรัตนวิสุทธิ์ เจ้าคณะจังหวัดประจวบฯ (มหานิกาย)

เจ้าอาวาสวัดกุยบุรี พร้อมด้วยพระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ นายปรีดา สุขใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ นางอรษา โอ่เอี่ยม รองประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดฯ นายอร่าม ญาณแก้ว นายอำเภอกุยบุรี หัวหน้าส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แขกผู้มีเกียรติและ พุทธศาสนิกชนจำนวนมากเข้าร่วมงาน โดยก่อนเปิดงานมีขบวนแห่อัญเชิญหลวงพ่อในกุฏิ เพื่อให้ชาวบ้านกราบนมัสการบูชาพร้อมเครื่องสักการะ ซึ่งงานดังกล่าวทางวัดจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีเพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้มานมัสการปิดทองรูปหล่อ “หลวงพ่อในกุฏิ” ในระหว่างวันที่ 10-18 เมษายน 2568 เป็นเวลา 9 วัน 9 คืน


“หลวงพ่อในกุฏิ” เดิมชื่อมาก หรือบุญมาก ท่านเกิดในราวปีมะเส็ง สมัยแผ่นดินพระเจ้าเอกทัศ กรุงศรีอยุธยาตอนปลาย เป็นน้องคนสุดท้องของ 3 พี่น้อง คือ ท่านอินทร์ ท่านม่วง และท่านมาก ท่านมีพี่น้องสี่คน น้องคนสุดท้องเป็นผู้หญิง ท่านเป็นคนปักษ์ใต้โดยกำเนิดน่าจะอยู่จังหวัดชุมพร ตระกูลของหลวงพ่อเป็นตระกูลที่มีศรัทธาเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาเป็นอันมาก เมื่ออายุครบบวชท่านและพี่ชายได้ออกบวชและครองสมณเพศตลอดชีวิต หลวงพ่อทั้งสามเชี่ยวชาญเรื่องเวชกรรม ไสยศาสตร์ และวิปัสสนากัมมัฏฐาน

เมื่อบวชเป็นเวลาพอสมควรแล้วจึงชวนกันออกธุดงค์ มีความแตกฉานในสรรพวิชาทั้ง 3 องค์ เมื่อได้อยู่จำพรรษาที่วัดเดิมกันมาตามสมควรแล้วจึงได้ชักชวนกันเดินธุดงค์โดยหลวงพ่ออินทร์ เลือกมาจำพรรษาที่เมืองกำเนิดนพคุณ หรือเมืองบางสะพาน ปัจจุบันมีรูปเหมือนของท่านประดิษฐานอยู่ที่วัดเขาโบสถ์ อำเภอบางสะพาน หลวงพ่อม่วง น้องคนกลาง เลือกจำพรรษาที่ถ้ำแห่งหนึ่งระหว่างบ้านกรูดและทับสะแก ถ้ำแห่งนั้น คือ ถ้ำคีรีวงศ์ และกลายเป็นวัดถ้ำคีรีวงศ์ ในปัจจุบัน ส่วนหลวงพ่อมาก หรือหลวงพ่อในกุฏิ เลือกจำพรรษาที่เมืองกุยบุรี ที่วัดกุยบุรี วัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองมีแม่น้ำกุยบุรีไหลผ่านทางด้านหลังวัดและตั้งอยู่ไม่ไกลจากหมู่บ้าน

ที่พระภิกษุจะต้องออกไปบิณฑบาตในเวลาเช้า นับเป็นสับปายะของผู้อยู่อาศัยถึงจะไม่ไกลจากหมู่บ้านแต่ก็ปราศจากเสียงอื้ออึงเข้ามารบกวน สมเป็นที่หลีกอยู่ของสมณะผู้ใคร่หาความสงบ หลวงพ่อในกุฏิเป็นผู้ที่ใฝ่ใจในด้านหาความสงบทางจิตยู่แล้ว จึงได้รับอาราธนาจากเจ้าเมืองและชาวกุยบุรี ปกครองวัดกุยบุรีตลอดมา ปฏิปทาของหลวงพ่อในกุฏิ ท่านเป็นผู้เคร่งครัดในด้านวิปัสสนากัมมัฏฐาน และชำนิชำนาญคล่องแคล่วด้านไสยศาสตร์คาถานับว่าหลวงพ่อเป็นผู้มีอาคมขลังพร้อมทั้งเป็นผู้มีเมตตาจิตอย่างสูง ทั้งเป็นผู้มีวาจาศักดิ์สิทธิ์อีกด้วย คือเมื่อพูดคำใดแล้วจะต้องเป็นอย่างนั้น

เมื่อเป็นดังนี้ชาวเมืองกุยบุรี เมืองคลองวาฬ เมืองปราณ ตลอดจนถึงเมืองใกล้เคียงจึงได้ศรัทธาเลื่อมใสในบุญบารมีเป็นอันมาก เมื่อใดได้รับทุกข์ก็จะต้องหาโอกาสมาบนบานศาลกล่าว ขอให้ช่วยปัดเป่าให้ผ่อนคลายหายจากทุกข์นั้นๆ ครั้นเมื่อได้รับความสำเร็จแล้วหรือสมความปรารถนาจากที่ตนได้บอกกล่าวกับหลวงพ่อไว้แล้วก็จะต้องนมัสการและปิดทองที่ตัวท่านเป็นจำนวนมาก แม้ในปัจจุบันรูปเหมือนหลวงพ่อในกุฏิก็ยังมีคนมาปิดทองท่านอยู่ตลอดมา.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

พ่อเมืองประจวบฯ นำทีม “ลงแขก – ลงคลอง” กำจัดปลาหมอคางดำให้หมดจากแหล่งน้ำธรรมชาติที่คลองบางนางรม

เมื่อวันที่ 10 เม.ย.68 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการ จ.ประจวบฯ เป็นประธานเปิดกิจกรรมร่วมด้วย ช่วยกัน “ลงแขก – ลงคลอง” กำจัดปลาหมอคางดำออกจากแหล่งน้ำธรรมชาติ “Next Move Prachuap ประจวบต้องไปต่อ” ที่คลองบางนางรม บริเวณด้านหลังสำนักงานประมงจังหวัดประจวบฯ อ.เมืองประจวบฯ โดยมี นายสมนึก พรหมศร ประมงจังหวัดฯ นายสมเจตน์ จันทนา ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดฯ นายบรรพต รัตนจันทร์ ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดฯ

นายธนวัฒน์ เรืองเดช หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดประจวบฯ หัวหน้าส่วนราชการ และชาวประมงพื้นบ้านร่วมกิจกรรม เพื่อประชาสัมพันธ์สร้างความตระหนักรู้ และการมีส่วนร่วมในการกำจัดปลาหมอคางดำให้กับทุกภาคส่วน ควบคุมและกำจัดปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำธรรมชาติ โดยมีเจ้าหน้าที่สำนักงานประมง เจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ชาวประมงพื้นบ้าน และผู้ต้องขังในเรือนจำจังหวัดฯ

มาร่วมบำเพ็ญสาธารณะประโยชน์ ช่วยกันจับปลาหมอคางดำออกจากคลองบางนางรม พร้อมมีกิจกรรมสาธิตการทำน้ำหมักชีวภาพโดยสถานีพัฒนาที่ดินประจวบฯ ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดฯ และหัวหน้าส่วนราชการได้ร่วมกันทำน้ำหมักชีวภาพด้วย ก่อนร่วมกันปล่อยปลากะพงขาว ขนาด 5-7 นิ้ว ซึ่งเป็นปลาผู้ล่าลงสู่คลองบางนางรมเพื่อไปกินลูกปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำธรรมชาติ

นายสมนึก พรหมศร กล่าวว่า จ.ประจวบฯ พบการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำในพื้นที่ 8 อำเภอ ซึ่งสำนักงานประมงจังหวัดฯ ได้ดำเนินมาตรการต่าง ๆ ของกรมประมง เพื่อควบคุมและกำจัดปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำทุกแห่งที่พบการแพร่ระบาด โดยดำเนินการร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการกำจัดโดยการ “ลงแขก ลงคลอง” และการนำขึ้นมาใช้ประโยชน์ ตั้งแต่เดือนมีนาคม 67 ซึ่งครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 68 และยังต้องปฏิบัติการอย่างต่อเนื่องในทุกอำเภอ อย่างน้อยอำเภอละ 1-2 ครั้งต่อเดือน เพื่อควบคุมจำนวนปลาหมอคางดำให้เหลือน้อยที่สุด ให้เกิดความสมดุลของระบบนิเวศ ไม่ส่งผลกระทบต่อสัตว์น้ำประจำถิ่น ซึ่งที่คลองบางนางรมนี้ได้มีการทำกิจกรรมลงแขกลงคลองไปแล้ว 4 ครั้ง

พบว่าปลาหมอคางดำเริ่มลดน้อยลง จึงได้ปล่อยปลากะพงผู้ล่าลงไป ทั้งนี้ จากการดำเนินการกำจัดปลาหมอคางดำมากว่า 1 ปี พบความชุกชุมในแหล่งน้ำลดลงชัดเจน เหลือเพียงลำคลองไม่กี่แห่งที่ยังมีความชุกชุม ส่วนการระบาดในบ่อเลี้ยงของเกษตรกรที่เลี้ยงแบบบ่อธรรมชาติ หลังจากที่ได้มีการรับซื้อปลาหมอคางดำจากเกษตรกรเพื่อนำไปทำน้ำหมักชีวภาพก็พบว่าไม่ค่อยมีปลาหมอคางดำหลงเหลือแล้ว อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ จ.ประจวบฯ ได้รับโควต้ารับซื้อปลาหมอคางดำจากกรมประมงเพิ่มอีก 104 ตัน เพื่อเร่งกำจัดปลาหมอคางดำออกจากแหล่งน้ำอย่างต่อเนื่อง.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / พิธีเปิดด่าน 7 วันอันตราย 10 เมษายน 2568 – 17 เมษายน 2568 อ.แม่ออน จ. เชียงใหม่

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 10 เมษายน 2568 เวลา 9:00 น. ทางตำบลบ้านสหกรณ์ อ.แม่ออน จ. เชียงใหม่ ได้มีพิธีเปิดด่าน 7 วันอันตราย ตั้งแต่วันที่ 10 เมษายน 2568 ถึง วันที่ 17 เมษายน 2568

โดยมี นายดำรงชัย สุขติ๊บ กำนันตำบลบ้านสหกรณ์ พร้อมด้วยนายประเสริฐ ตันคำ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านสหกรณ์ ซึ่งในงานพิธีได้รับเกียรติจากนายสิทธิชัย ตรีศิลป์สัตย์ นายอำเภอแม่ออน มาเป็นประธานในการเปิดโครงการ 7 วันอันตรายของตำบลบ้านสหกรณ์ และ

ได้มีนายประพัฒน์ วงศ์ชมภู ปลัดอาวุโส อำเภอแม่ออนน้ำพุร้อนสันกำแพง มอบเงินสนับสนุนด่าน 5,000 บาท พร้อมกับนายดำรงชัย สุขติ๊บ ประธานกองทุนสวัสดิการชุมชน ตำบลบ้านสหกรณ์ได้ร่วมมอบเงินสนับสนุนในการตั้งด่าน เป็นจำนวนเงิน 10,000 บาท สหกรณ์การเกษตรหมู่บ้านสหกรณ์สันกำแพง ได้มอบเครื่องดื่มและน้ำดื่ม

พร้อมกันนี้ต้องขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่มีส่วนร่วมสนับสนุนในการตั้งด่าน 7 วันอันตรายปี 2568 เทศกาลสงกรานต์ปีนี้ ขอให้ทุกท่านเที่ยวให้สนุก เมาไม่ขับเพื่อความปลอดภัยของทุกๆคน ที่สัญจรและใช้บริการเดินทางด้วยยานพาหนะบนท้องถนน

วันที่ 8 เมษายน 2568 นายดำรงชัย สุขติ๊บ กำนันตำบลบ้านสหกรณ์ ได้ดำเนินการประสานงานไปยัง นายประเสริฐตันคำ นายกองค์การบริหารตำบลบ้านสหกรณ์ หัวหน้าชุด ชปแม่ลาย อุทยานแห่งชาติแม่ตะไคร้และศูนย์ควบคุมไฟป่าจังหวัดเชียงใหม่

โดยได้นำกำลังพร้อมทีมงานชาวบ้านจิตอาสา เข้าร่วมปฏิบัติการจัดทำแนวกันไฟเพื่อป้องกันไฟป่าลุกลามในช่วงเทศกาลสงกรานต์ พร้อมกันนี้ยังได้ร่วมกันจัดทำแนวเขตป้องกันไฟป่า บริเวณระหว่างบ้านสหกรณ์ 6 บ้านแม่รวมหมู่ 1 ออนเหนือ อ. แม่ออน จ. เชียงใหม่

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สืบสานประเพณี กฟภ.บึงกาฬ จัดกิจกรรมทำบุญตักบาตร และรดน้ำดำหัวขอพรผู้บริหารและผู้อาวุโส เพื่อเป็นสิริมงคล

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2568 เวลา 09.00 น. ที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดบึงกาฬ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ นายพิชิต ศรีบุตรโคตร ผู้จัดการฯ นำคณะผู้บริหารและพนักงาน

จัดกิจกรรมทำบุญตักบาตรถวายภัตตาหารเช้าแด่พระภิกษุสงฆ์ 9 รูป เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต และรดน้ำดำหัวขอพรอดีตผู้บริหารและพนักงานที่เกษียณอายุราชการไปแล้ว เนื่องในเทศกาลสงกรานต์ปีใหม่ไทย ประจำปี 2568

เพื่อยึดโยงสายใยสัมพันธ์ลูกหม้อ กฟภ. หรือ PEA ที่ยึดถือกันเป็นธรรมเนียมประเพณีอันดีงามและอัตลักษณ์ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคที่สืบทอดต่อกันมา โดยมอบหมายให้ นางจุฬารัตน์ สุทธิพงษ์

ได้เรียนเชิญอดีตผู้บริหาร นายนิธิศักดิ์ เศรษฐแสงศรี อดีตพนักงานบัญชี และพนักงานอาวุโส นั่งให้น้องๆได้รดน้ำดำหัวขอพรเพื่อเป็นสิริมงคล

โดยเบื้องต้นได้อันเชิญพระพุทธรูปที่ประดิษฐานตามห้องและแผนกต่างๆ ลงมาสรงน้ำอบน้ำหอม ตามด้วยผู้เกษียณอายุราชการและคณะผู้บริหารตามลำดับต่อไป ประกอบด้วย

นายพิชิต ศรีบุตรโคตร ผู้จัดการฯ นายองอาจ หัตถแสน รองผู้จัดการฯ นางจุฬารัตน์ สุทธิพงษ์ รองผู้จัดการฯ และสุดท้ายพนักงานทุกคนก็ร่วมรดน้ำดำหัวกันเองอย่างสนุกสนาน




สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ” เป็นปลื้ม “น.ส.เกตน์ศิรณี บุญมา ฮ.นกเอี้ยงตาโตผู้จัดละคร ผู้กำกับโทรทัศน์ MV TV

แชร์เนื้อหานี้

ได้รับ การแต่งตั้งตำแหน่งผู้ช่วย น.ส. ภิญญาพัชญ์ ศันสนียชีวิน สมาชิกวุฒิสภา (สว.) อย่างเป็นทางการ โดยได้เป็นข้าราชการการเมือง ผ่านการพิจารณาเห็นชอบและ อนุมัติ จากรัฐสภา ถูกต้องตามกฏหมาย น.ส.เกตน์ศิรณี บุญมา ( ฮ.นกเอี้ยงตาโต ) กล่าว ” ตนดีใจมาก ที่ ท่าน สว. ภิญญาพัชญ์ ศันสนียชีวิน สมาชิกวุฒิสภา ได้คัดเลือก ตนเอง เข้ารับมอบตำแหน่ง หน้าที่ผู้ช่วย สว. ซึ่งเล็งเห็นถึง ความสามารถ ศักยภาพ ในการทำงาน การเสียสละตนเพื่อสังคม และ แผ่นดิน ในกิจกรรม ต่างๆ ที่ตนได้ทำมา อาทิ โครงการร้อยมือล้านใจช่วยเด็กไทยในถิ่นทุรกันดาร ซึ่งปีนี้ เข้าสู่ปีที่13. ที่ตนได้ อุทิศตน

โดย ปณิธาน ส่วนหนึ่งของชีวิตขออุทิศตนเพื่อสังคม พร้อมตอบแทนคุณแผ่นดิน เพราะเราคือคนของแผ่นดิน และ ที่สำคัญ ที่ผ่านมา ตนก็ ลงพื้นที่ ไปทั่วทุกภาคของประเทศไทย สร้างสรรค์ ส่งเสริมด้านการศึกษาในท้องถิ่นทุรกันดารแก่ เยาวชน ได้เสริมสร้าง สร้างสรรค์กิจกรรมต่างๆแก่ผู้สูงอายุ จัดหาอุปกรณ์เครื่องทางการแพทย์ สนับสนุนให้แก่ ผู้ป่วยติดเตียง ผู้ป่วยติดบ้าน ร่วมถึง ส่งเสริม ด้านการอาชีพที่ยั่งยืน แก่พ่อแม่พี่น้องประชาชน ในทุกๆ พื้นที่ที่ได้ลงจัดกิจกรรม
มาตลอดระนะเวลา 13 ปีที่ผ่านมา อย่างจริงจัง และ จริงใจ

ตนขอ ปฏิญาณตน จะปฏิบัติหน้าที่ ด้วยความซื่อสัตย์ จงรักภักดี ต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และ ขออุทิศตน ต่อพ่อแม่พี่น้องประชาชน ก้าวตาม สนับสนุน
นโยบายที่สร้างสรรค์ ตามที่ สว. ภิญญาพัชญ์ ศันสนียชีวิน สมาชิกวุฒิสภา ที่มอบหมายหน้าที่ให้ตน เป็นอย่างดีด้วยความรัก ความซื่อสัตย์ ความตั้งใจ ที่จะทำต่อแผ่นดิน ” ขอกราบขอบพระคุณทุกๆ กำลังใจที่มอบให้แก่ น.ส.เกตศิรณี บุญมา ( ฮ.นกเอี้ยงตาโต ) กราบขอบคุณคุณแม่สุมาลี ตันตยกุล และ พี่ๆ น้องๆ ลูกๆ ครอบครัวที่สนับสนุน เป็นกำลังใจให้ตลอดมา

จุฬาเฮิร์บเปิดแคมเปญใหญ่รับซัมเมอร์
“เสิร์ฟผิวสวยท้าแสง” แจกกันแดดจุฬาเฮิร์บฟรีทั่วไทย
พร้อมลุ้นรางวัลรวมกว่า 1.5 ล้านบาท

จุฬาเฮิร์บมุ่งสู่การเป็นผู้นำด้านการดูแลผิวที่เข้าถึงคนไทยทุกพื้นที่ พร้อมเดินหน้าสร้างสุขภาพผิวที่ดีผ่านการกระตุ้นการป้องกันแสงแดดอย่างทั่วถึง และมีประสิทธิภาพ บริษัท เจแอลซี กรุ๊ป จำกัด ผู้ผลิต และจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ดูแลผิว เมคอัพสกินแคร์ รวมถึงผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปาก ภายใต้แบรนด์ “จุฬาเฮิร์บ” แบรนด์ไทยที่อยู่เคียงข้างผู้บริโภคมาอย่างยาวนาน เปิดตัวแคมเปญใหญ่รับซัมเมอร์ “จุฬาเฮิร์บเสิร์ฟผิวสวยท้าแสง” แจกกันแดดฟรีทั่วไทย ภายใต้แนวคิดที่ต้องการมอบสุขภาพผิวที่ดีให้คนไทยทั่วประเทศ ผ่านตู้กดครีมกันแดดจุฬาเฮิร์บฟรี กว่า 100 ตู้ทั่วประเทศ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์กันแดดตัวล่าสุดของจุฬาเฮิร์บ “กันแดดแตงโม 3D Aura” กันแดดหน้าพุ่ง พร้อมปกป้องผิวทุกมิติ รวมทั้งสามารถแสกน QR CODE

เพื่อร่วมสนุกพร้อมลุ้นรางวัลรวมมูลค่ากว่า 1.5 ล้านบาท โดยภายในงานพบกับ คุณแพนเค้ก-เขมนิจ จามิกรณ์ พรีเซ็นเตอร์แบรนด์จุฬาเฮิร์บ เป็นตัวแทนร่วมรณรงค์การดูแลผิวหน้าท้าแดดในแคมเปญนี้ด้วย
การจัดแคมเปญนี้ขึ้นนับเป็นการขับเคลื่อนแบรนด์จุฬาเฮิร์บให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น และเพื่อกระตุ้นให้ประชาชนเห็นความสำคัญของการ “ทาครีมกันแดด” ก่อนออกจากบ้าน นอกจากนี้ทางแบรนด์ยังได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย โดยสนับสนุนให้มีการจัดตั้งตู้แจกกันแดดจุฬาเฮิร์บไว้ตามจุดต่างๆ ในช่วงสงกรานต์ พร้อมกันนี้ยังผลักดันแนวคิดการเข้าถึงการดูแลผิวอย่างเท่าเทียม ได้จัดตั้งตู้แจกกันแดดจุฬาเฮิร์บในช่วงวันแรงงานอีกด้วย
โดยประชาชนทั่วไปสามารถทดลองใช้กันแดดจุฬาเฮิร์บฟรีได้ง่าย ๆ เพียงไปที่ตู้แจกกันแดดของแบรนด์จุฬาเฮิร์บ ที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ พร้อมร่วมกิจกรรมลุ้นรับของรางวัลผ่านการสแกน QR Code ที่ตู้ หรือจากหลังซองสินค้าจุฬาเฮิร์บที่ร่วมรายการ

โดยแคมเปญ “เสิร์ฟผิวสวยท้าแสง” นี้ เริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 8 เมษายน – 31 พฤษภาคม 2568 ครอบคลุมพื้นที่กว่า 35 จังหวัดทั่วประเทศ พร้อมเตรียมมอบของรางวัลให้กับผู้ร่วมสนุกมากมาย อาทิเช่น iPhone 16, ทองคำหนัก 1 สลึง, บัตรกำนัลแทนเงินสดมูลค่า 1,000 บาท, รถจักรยานยนต์ Honda Scoopy และของรางวัลใหญ่ Toyota Yaris Cross รวมทั้งสิ้นมูลค่ากว่า 1.5 ล้านบาท
นายอาทิตย์ สีตาไว ผู้บริหารแบรนด์จุฬาเฮิร์บ กล่าวว่า “เรามุ่งหวังให้แคมเปญนี้เป็นมากกว่าการทำการตลาด แต่คือภารกิจเพื่อสังคม เราอยากให้คนไทยใส่ใจการปกป้องผิวด้วยวิธีที่ง่าย เข้าถึงได้ และสามารถสนุกกับกิจกรรมในแบบที่จุฬาเฮิร์บตั้งใจจัดแคมเปญนี้ขึ้นเพื่อตอบแทนลูกค้าจุฬาเฮิร์บรวมถึงคนไทยทั่วประเทศ จึงเป็นที่มาของการทำตู้แจกกันแดดฟรีทั่วประเทศ”

โดยการเปิดตัวแคมเปญนี้จะมีขึ้นในวันที่ 8 เมษายน 2568 เวลา 10.00 – 12.00 น. ณ บริษัท คัดไว้ มีเดีย จำกัด & บริษัท ธรรมตา แอ๊ดเวอร์ไทซิ่ง จำกัด พร้อมทั้งเรียนเชิญสื่อมวลชนเข้าร่วมงานพร้อมเก็บภาพบรรยากาศ และสัมภาษณ์ คุณแพนเค้ก รวมถึงรับฟังข้อมูลรายละเอียดกิจกรรมต่าง ๆ ณ วันดังกล่าว พร้อมสามารถทดลองใช้ตู้กดกันแดดจุฬาเฮิร์บฟรีภายในงาน
ซึ่งแคมเปญนี้นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของแบรนด์จุฬาเฮิร์บ ในการเดินหน้าสู่การเป็น แบรนด์ที่เข้าใจคนไทย และใส่ใจในสุขภาพผิวของทุกคนอย่างแท้จริง “จุฬาเฮิร์บ สวยจบ..ครบทุกสภาพผิว”

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / แถลงข่าว แห่นาคมหาโหด หนึ่งในพิธีกรรมที่แปลกที่สุดแห่งเดียวในภาคอีสาน

แชร์เนื้อหานี้

พิธีจัดแถลงข่าวแห่นาคมหาโหดหนึ่งในพิธีกรรมที่แปลกที่สุดแห่งเดียวในภาคอีสาน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความศรัทธาอันแรงกล้าที่มีต่อการบวชซึ่งเอกลักษณ์อันลือชื่อแห่งบ้านโนนเสลาและสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นมายาวนาน โดยนายบัลลังก์ ไวทย์ศิริ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ เป็นประธาน

เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2568 เวลาประมาณ 16.00 น.นายบัลลังก์ ไวทย์ศิริ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ พร้อมด้วยนายวรศิษย์ พุฒจีบ นายอำเภอภูเขียว พ.ต.อ.สมิต นันท์นฤมิตร ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรภูเขียว

นายวิษณุ ชัยมีเขียว นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองตูม น.ส.วรวรรณ ปราณีตพลกรัง รองผู้อำนวยการ ททท.นครราชสีมา นายศักดิ์สิทธิ์ สิงหรา ณ อยุธยา ผอ.รพ.สต.โนนเสลาและนางธิดารัตน์ อากรตน ประชาสัมพันธ์จังหวัดชัยภูมิ

ร่วมกันจัดแถลงข่าวประเพณีแห่นาคมหาโหดซึ่งเป็นพิธีกรรมเก่าแก่ซึ่งสืบทอดกันมายาวนาน การแห่นาคของหมู่บ้านโนนเสลาเป็นการทดสอบกำลังใจ ความอดทนสุขภาพร่างกายของนาคก่อนเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์

โดยนาคจะนั่งบนแคร่ไม้ไผ่ซึ่งมีเพื่อนฝูงแบกหามแคร่ไปตามถนนในหมู่บ้าน ระหว่างทางจะมีการโยนนาคขึ้นลงเป็นระยะอย่างรุนแรงเป็นที่น่าหวาดเสียวและเป็นการฝึกจิตใจของนาคให้แข็งแกร่งพร้อมจะละทิ้งทางโลก

เพื่อเข้าสู่เพศสมณะและเป็นการโปรโมทแหล่งท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดชัยภูมิ กำหนดงานระหว่าง 1-2 พฤษภาคม 2568 ณ.วัดตาแขก บ้านโนนเสลา ตำบลหนองตูม อำเภอภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ

ภาพ/ข่าว กบชุมแพ