เรื่องทั้งหมดโดย admin

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ศึกมวยไทยการกุศล ณ.วัดบางปร้ว ต.ศรีจุฬา อ.เมือง จ.นครนายก

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2568 ศึกมวยไทยการกุศล จัดโดย สมพงษ์ ทวีวงษ์+มรกตแดง เพชรบางปร้ง+วัชระชัย เพชรบางปร้ง ประธานเปิดการแข่งขันชกมวย

นาย ปิยวัฒน์ กิตติธเนศวร เลขานุการ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร
และผู้มีเกียรติอีกหลายท่านให้เกียรติขึ้นคล้องพวงมาลัยให้กับนักมวย นาย สมชาย นุ่มพูล สมาชิกวุฒิสภา

นายบัญชา แก่นคลองแดง กำนัน ต.ศรีจุฬา นาย ประสงค์ ตรีเนตร์ รองนายก นาย บุณปลูก อบอวน

นาย สิทธิพร ภู่โต้ะยา ผู้ใหญ่ ม.11 นาย บรรจบ พวงดอกไม้ ผู้ใหญ่หมู่ 7 ศรีจุฬา
ประกบคู่มวยโดย ปุ้ย ปราจีน จัดมวยดีๆให้แฟนมวยได้รับชม

ณ.วัดบางปร้ว ต.ศรีจุฬา อ.เมือง จ.นครนายก
เอ.คนข่าวรายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ประชาสัมพันธ์เขต 3 ประชุมเชิงปฏิบัติการเครือข่าย “นักข่าว” สร้างพลังร่วม / “ทักษิณ”มนต์ไม่ขลัง.ประชาชนไม่เชื่อยังเลือกนายกอบจ.คนเก่า

แชร์เนื้อหานี้

ศูนย์ JIC เชียงใหม่ ร่วมบูรณาการป้องกันแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองPM2.5 ใช้เชียงใหม่โมเดล แก้ปัญหาแบบยั่งยืน ขอแรงเครือข่ายนักประชาสัมพันธ์ ช่วยเป็นสื่อช่วยกระจายข่าวและดึงสื่อ นักประชาสัมพันธ์ทุกระดับชั้น มีส่วนร่วมเผยแพร่ข่าวอย่างแม่นยำ ถึงการป้องกันความเสียหายจากภับพิบัติลดการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน เตือนภัยล่วงหน้า เชื่อภัยพิบัติมีแน้วโน้มสูงขึ้นอย่างแน่นอนเตือนให้ประชาชนตื่นตัว โดยมีศูนย์ฐานข้อมูลร่วมแพร่ข่าวสารโดยมีข้อมูลที่แม่นยำในการเตอนภัยล่วงกหน้าอย่างมีประสิทธิภาพ

เมื่อวันที่3ก.พ2568 เวลา13.00น.ที่โรงแรมเมอเวนพิค สุริยวงศ์ โฮเต็ล เชียงใหม่ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ นางเหมือนใจ วงศ์ใหญ่ ผู้อำนวยการสำนักประชาสัมพันธ์เขต3 กล่าวรายงานโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการเครือข่ายร่วมบูรณาการและแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 โดยมีนายศิวะ ธมิกานนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่เป็นประธานพิธีเปิดโครงการประชุมสัมนาเชิงปฏิบัติการฯระหว่างวันที่3-4ก.พ.2568

เวลา13.00น.-15.00น.เสวนาอภิปรายในหัวข้อจัดการศูนย์ข้อมูลร่วมโครงการวิกฤต(JIC)โอยใช้กรณีอุทกภัยเชียงใหม่ เชียงใหม่โมเดลสู่JICฝุ่นละอองPM2.5จังหวัดเชียงใหม่ระหว่างนายศิวะ ธมิกานนท์ รองผวจ.เชียงใหม่ รศ.ชูโชค อายุพงศ์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ นายเดโช ไชยทัพ มูลนิธิเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ภาคเหนือ โดยมีนางสาวสุชญา มหาอินทร์ ผู้ช่วยประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงใหม่เป็นพิธีกร

เวลา15.00น.บรรยายหัวข้อแนวทางป้องกันและดูแลสุขภาพจากฝุ่นบะอองPM 2.5โดยนายแพทย์ปัณณวิช จันทกลาง นายแพทย์ชำนาญการโรงพยาบาลนครพิงค์และในเวลา16.30น.-18.00น.มีการบรรยายหัวข้อเรื่อง “การเฝ้าระวังและเตือนภัยปัญหาฝุ่นละออง PM.2.5” โดยรศ.ดร.เศรษฐ์ สัมภัตตะกุล มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ส่วนในวันที่4ก.พ.08.00น.คณะเดินทางไปศึกษาดูงานพื้นที่ต้นแบบปลอดการเผาจ.เชียงใหม่ ณ.วิสาหกิจชุมชนป่าต้นผึ้ง หมู่ที่7ต.แม่โป่ง อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ เวลา 13.00 น. นางนวพรรณ ไชยวรรณ์ อุทัยยศ ส่วนข่าวและรายการภูมิภาคสปข.3บรรยายในหัวข้อ เรื่องการสื่อสารเพื่อการประชาสัมพันธ์ แก่คณะที่เข้าร่วมประชุมและในเวลา14.00น. พิธีมอบเกียรติบัตรแก่ผู้เข้าร่วมประชุมฯและพธีปิดการประชุม

ในการประชุมดังกล่าวได้มุ่งเน้นให้เครือข่ายสื่อมวลชนและอาสาสมัครประชาสัมพันธ์ได้สร้างเสริมความเข้าใจในการใช้สื่อที่มีอยู่ สร้างเครือข่ายทุกระดับเพื่อกระจายข่าวข้อมูลที่ถูกต้องได้ อย่างแม่นยำอาทิเช่นนักข่าวพลเมือง ที่ได้รับข้อมูลและกระจายข่าวเตือนภัยล่วงหน้าลดความเสียหายในชีวิตทรัพย์สินประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสร้างศูนย์JIC หรือ ศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วม

สื่อสารข้อมูล สร้างการรับรู้ บูรณาการทุกภาคส่วน (Joint Information Center .JIC) เชียงใหม่เกิดความเข้มแข็งด้านข้อมูล อันเป็นประโยชน์รวดเร็วฉับไว ทันเหตุการณ์ อันเป็นการเตือนภัยล่วงหน้าอย่างมีประสิทธิภาพและสามารถนำสื่อสารข้อมูลแก่ประชาชนอย่างรวดเร็วด้วยสื่อเทคโนโลยีสมัยใหม่.

นายธนกฤต วรรมณี ผู้สื่อข่าวเชียงราย รายงาน


“ทักษิณ”มนต์ไม่ขลัง.ประชาชนไม่เชื่อยังเลือกนายกอบจ.คนเก่าทั้งห่างเกือ สองหมื่นคะแนน สนามเลือกตั้งเชียงราย- ลำพูนแพ้ยับ
ล้มแชมป์เก่าไม่ได้ผู้ช่วยหาเสียงเพื่อไทย ยั๊ว!! ขู่ เสื้อแดงกลับใจเชียงราย หักหน้า หยามบ้านใหญ่ ช่วยอดีตนายก”นก” ชนะเลือกตั้งคาดเรื่องยังไม่จบ เพื่อไทยเคลื่อนไหวกดดันกกต.ใบแดง ฝั่ง”นก”อทิตาธร หลังชนะเลือกตั้ง ถือศีลกินเจ แผ่เมตตาให้เจ้ากรรมนายเวรแล้ว

บรรยากาศการละคะแนนเลือกตั้งในส่วนของ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงรายและสมาชิกภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย ในวันที่1ก.พ ที่ผ่านมาเป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีเหตุผู้มีสิทธิ์ลงคะแนนฉีกบัตรเลือกตั้ง ที่ 1 บ้านแม่คี หมู่ที่7ต.ป่าซาง อำเภอแม่จัน จ.เชียงราย จำนวน 1 ถูกจับกุมดำเนินคดีที่สภ.แม่จัน จ.เชียงราย ผู้สื่อข่าวเชียงราย รายงานบรรยากาศการส่งหีบบัตรเลือกตั้งณ.ศูนย์ จีเอส เอ็ม เทศบาลนครเชียงราย ตำบลริมกก อ.เมือง จ.เชียงราย ตั้งแต่เวลา 19.00 น. เป็นไปอย่างเรียบร้อย โดย กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง(กปน.)ทุกหน่วยเลือกตั้งในเขตอำเภอเมืองเชียงรายเริ่มทะยอยเดินทางส่วงหีบ บัตรเลือกตั้ง

โดยมีเจ้า หน้าที่ในส่วนอส.และเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอเมืองรักษาความสงบเรียบร้อย จัดเจ้าหน้าที่ตรวจรับหีบบัตรและอุปกรณ์ กปน.ทุกหน่วยได้ส่งหีบบัตรเสร็จสิ้นเวล22.00 เศษ สามารถส่งผลคะแนนต่อให้กับศูนย์รวบรวมคะแนน ห้องคชสาร อบจ.เชียงรายที่ทางคณะกรรมการเลือกตั้งท้องถิ่นจังหวัดเชียงรายได้กำหนดไว้และขณะนี้ทีมงานข่าวได้รับการเปิดเผย จากกกต.ว่าสามารถรวบรวมคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ ทั้งในส่วนของนายก.อบจ.และส.อบจ.100,%แล้วโดยหลังจากทาง องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงรายได้ประกาศผลคะแนนทั้งสองส่วนผู้สมัครที่ได้รับการเลือกตั้งตามลำดับและอยู่ระหว่างระยะการตรวจสอบและข้อร้องเรียนเกี่ยวกับตัวผู้สมัครเบอร์ใด กระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งหรือไม่ หากไม่พบก็จะทะยอยประกาศการรับรองอย่างเป็นทางการภายใน30 วันถัดจากวันเลือกตั้ง

ในส่วนความเคลื่อนไหวทางการเมืองท้องถิ่น ภายหลังจากผลการนับคะแนนจาก 36 เขตเลือกตั้ง18 อำเภอ ประชากรหญิง-ชายผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จำนวน 936,351 คน มีผู้มาใช้สิทธิ์จำนวน 605,780 คนไม่มาใช้สิทธิ์รวม 330,581 คน คิดเฉลี่ย จำนวน 64.68%ในแต่ละอำเภอ ส่วนใหญ่นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ เบอร 1 ได้ 249,845 คะแนน นำห่างนางสักจฤฎดิ์ ติยะไพรัช เบอร์2 ได้230,262 คะแนน ทั้งห่างกันที่ 1 9,592คะแนน และจากการประเมินภาพรวมแล้วคะแนนนิยมในตัวของเบอร์1ซึ่งครองฐานคะแนนเดิมในส่วนทั้ง18 อำเภอ และสามารถพาลูกทีม ส.อบจ.จำนวน 17 คน ส่วนลูกทีมเพื่อไทยเข้าได้จำนวน12 คน
ความเคลื่อนไหวฝั่งของเพื่อไทยขณะนี้เร่งจี้ประเด็นการยึดเงินและทรัพย์สินอื่นๆที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยึดไว้ตรวจสอบแต่ยังไม่แจ้งข้อกล่าวหา ในเรื่องดังกล่าวทางด้านนายสุธีระพงษ์ วันไชยธนวงศ์ ฝ่ายยุทธศาสตร์การหาเสียงได้ออกมาโพสบนเฟสบุ๊คสื่อสังคมออนไลน์ ว่าขณะนี้ได้ร้องเรื่องดังกล่าวไปยังสำนักงานคณะกรรมการเลือกตั้งประจังหวัดจังหวัดเชียงรายแล้ว

อย่างไรก็ตามทางด้านผู้สื่อข่าวตั้งข้อสังเกตกรณีแกนนำ ผู้ช่วยหาเสียงเสื้อแดงกลับใจ ที่ช่วยหาเสียงเบอร์ 1ที่เข้าหาเสียงในเขตพื้นที่อำเภอหนึ่งของเชียงรายถิ่นเพื่อไทย ได้ถูกผู้ช่วยหาเสียงเบอร์2 คนหนึ่ง ข่มขู่ให้หวาดกลัวเกี่ยวกับการปราศัย บนรถ หาเสียงกลุ่มของเสื้อแดงในเขตพื้นที่อำเภอหนึ่งยามบ้านใหญ่ เป็นเหตุการณ์ที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นเพราะเป็นเรื่องการหาเสียงโดยปกติ
ซึ่งภายหลังการเลือกตั้งครั้งนี้คาดว่าเรื่องจะยังไม่จบเพราะมีข่าวความเคลื่อนไหวของการร้องเรียนในวิธีการหาเสียง การซื้อเสียง ฯลฯโดยทางสำนักงานคณะกรรมการเลือกตั้งประจำจังหวัดเชียงรายเริ่มได้รับการร้องเรียนเป็นบางเรื่องๆยังอยู่ในระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงและยังไม่ได้แข้งข้อกล่าวหาผู้สมัครว่าฝ่าฝืนจงใจกระผิดกฎหมายเลือกตั้งหรือไม่ ซึ่งความคืบหน้าจะเสนอให้ทราบกันต่อไป.

ทีมข่าวการเมือง เชียงรายรายงาน..

สิ่งที่น่าสังเกตการเลือกตั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ทำไมบัตรเสียถึงเยอะมาก//#แทบจะไม่เชื่อว่าบัตรพวกนั้นเสียจริงหรือไม่เพราะทำไมถึงมากมายมหาศาลขนาดนี้เกือบจะเป็นแสน.#มีคนออกมาใช้สิทธิ์ 870 564 #จากรายชื่อผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งของจังหวัดเชียงใหม่.1324913 คน.เป็นบัตรดี 772-129 ใบ.บัตรเสีย 41 124 ใบ//และไม่ประสงค์ลงคะแนนมีจำนวน 5753 3 ใบรวม#/กันแล้วทั้งบัตรเสียและไม่ประสงค์จะลงคะแนนมีจำนวนถึง 9 8 6 5 7 คน..#มันเกิดจากอะไรนั่นหรือ.1 #ในช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดของการเลือกตั้งคือ #การนับคะแนน ซึ่งผู้สมัครมักจะมองข้าม

วิธีโกงการเลือกตั้งแบบง่ายๆ คือ การทำให้บัตรดีกลายเป็นบัตรเสีย อาจจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจของกรรมการประจำหน่วยก็สุดแล้วแต่ แต่วิธีนี้ก็ทำให้คู่แข่งที่มีคะแนนสูสีแพ้มาแล้วมากมาย(ทั้งที่จริงต้องชนะ) ดังนั้นผู้สมัครหรือพรรคการเมืองที่เก๋าเกมส์ จะส่งคนของตัวเองไปเป็นผู้สังเกตุการณ์ประจำหน่วยเลือกตั้งทุกหน่วยๆละ 2 คน ผู้สังเกตุการณ์ประจำหน่วยเลือกตั้ง จะทำหน้าที่คอยตรวจสอบการขานคะแนน บัตรดี บัตรเสีย ของกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งว่าถูกต้องเป็นประโยชน์กับผู้สมัครของตัวเองหรือไม่ เช่น ผู้สมัครหมายเลข 1 ส่งผู้สังเกตุการณ์มาเฝ้าตอนนับคะแนน แต่ผู้สมัครหมายเลข 2 ไม่ได้ส่งผู้สังเกตุการณ์มา(อาจจะประหยัดค่าใช้จ่าย)

เวลากรรมการขานคะแนน สมมติถ้ากาเบอร์ 1 แล้วบัตรเสีย ผู้สังเกตุการณ์ที่เป็นตัวแทนของเบอร์ 1 จะขอตรวจสอบทันทีว่าเป็นบัตรเสียได้อย่างไร หลายครั้งที่มีการตรวจสอบสุดท้ายจาก #บัตรเสียกลายเป็นบัตรดี ทำให้เบอร์ 1 ได้คะแนนเต็มเม็ดเต็มหน่วย ส่วนเบอร์ 2 ที่โหมกระหน่ำหาเสียงมาเป็นเดือนแต่ไม่ยอมส่งผู้สังเกตุการณ์มาตรวจสอบตอนนับคะแนน ก็จะทำให้ เวลาขานบัตรเสียที่กาเบอร์ 2 จะไม่มีการคัดค้านหรือขอตรวจสอบแต่อย่างใด บัตรดีจะกลายเป็นบัตรเสียทันที น่าเสียดายครับมาตกม้าตายตอนจะเข้าเส้นชัย จึงอยากฝากเพื่อนๆช่วยกระซิบบอกผู้สมัครที่ท่านรัก พรรคการเมืองที่ท่านชอบ ว่าเรื่องนี้สำคัญ💥

ปล.ในช่องสีแดงคือตัวอย่างบัตรดีที่ขานเป็นบัตรเสียบ่อยมากๆๆๆๆๆๆ กรรมการขานคะแนน จะอ้างว่ามีจุดตัด 2 จุด ในช่องลงคะแนน จึงเป็นบัตรเสีย แต่ความจริงมันคือบัตรดี แค่ชาวบ้านเขากาทับ 2 ครั้งเพราะปากกาไม่ดีเท่านั้นเอง ด้วยเหตุนี้บางหน่วย บางจังหวัด เราจึงได้เห็นบัตรเสียมากกว่าส่วนต่างคะแนนของผู้แพ้กับผู้ชนะเสียอีก…

เก็บเอามาบอกเล่าโดยทีมข่าวกองบก

สมจิตร แสงบัลลังก์ รายงาน.

สื่อรัฐทีวี – สื่อรัฐนิวส์ / สภาสังคมสงเคราะห์ฯ พันธมิตร มอบถุงยังชีพ ผ้าห่มกันหนาว ตามโครงการ “หนึ่งใจช่วยเหลือผู้ประสบภัย” และ “หนึ่งใจให้การศึกษา”

แชร์เนื้อหานี้

สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ร่วมกับพันธมิตร มอบสิ่งของ (ถุงยังชีพ) และผ้าห่มกันหนาวให้นักเรียนโรงเรียนเพียงหลวง 7 (ห้วยสะแตง)และประชาชน ตามโครงการ “หนึ่งใจ…ช่วยเหลือผู้ประสบภัย” และโครงการ “หนึ่งใจ…ให้การศึกษา”

วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 10.30 น. ที่ โรงเรียนเพียงหลวง 7 (ห้วยสะแตง) ในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ตำบลงอบ อำเภอทุ่งช้าง จังหวัดน่าน ร้อยตำรวจโท ดร.มนัส โนนุช ประธานกรรมการมูลนิธิ มิราเคิล ออฟไลฟ์ และประธานสมาคมสภาสังคมสงเคราะห์ฯ ร่วมกับ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล และบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด(มหาชน)

ลงพื้นที่มอบสิ่งของ (ถุงยังชีพ) และผ้าห่มกันหนาว ตามโครงการ “หนึ่งใจ…ช่วยเหลือผู้ประสบภัย” และโครงการ “หนึ่งใจ…ให้การศึกษา” ให้กับนักเรียน โรงเรียนเพียงหลวง 7 (ห้วยสะแตง) และประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนในสถานการณ์การอากาศหนาว

โดยมีนายนิวัฒน์ งามธุระ รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน นายทวีศักดิ์ พุ่มมรดก นายอำเภอทุ่งช้าง นายวรวิทย์ อินต๊ะใจ หัวหน้าสนง.ปภ.จังหวัดน่าน พร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้การต้อนรับ

โดยในโอกาสนี้ ประธานกรรมการ มูลนิธิมิราเคิล ออฟไลฟ์ และประธานสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ พร้อมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้มอบผ้าห่มกันหนาว พร้อมทุนทรัพย์บรรเทาความเดือดร้อนพร้อมให้กำลังใจแก่นักเรียน และประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนในสถานการณ์การอากาศหนาว เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้ผู้ประสบภัย/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ตร.ภูธรภาค 3 แถลงข่าว การจับกุมผู้ต้องคดียาเสพติดพร้อมของกลางยาบ้า 400,000เม็ด

แชร์เนื้อหานี้

ตามที่คณะรัฐมนตรี โดยนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แถลงนโยบายต่อรัฐสภา กำหนดกรอบนโยบายในการบริหารและพัฒนาประเทศตามกรอบความเร่งด่วน เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี นำความปลอดภัย สร้างศักดิ์ศรี และนำความภาคภูมิใจมาสู่ประชาชนไทย นโยบายด้านความปลอดภัย จะทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนเพื่อดำเนินการปราบปรามผู้มีอิทธิพลและยาเสพติดให้หมดไปจากสังคมไทย ผู้ผลิตผู้ค้าคือผู้ที่ต้องได้รับโทษตามกระบวนการยุติธรรม โดยใช้มาตรการปราบปรามทางกฎหมายอย่างจริงจัง ซึ่งรวมถึงการ “ยึดทรัพย์” เพื่อตัดวงจรการค้ายาเสพติด พร้อมทั้งควบคุมการลักลอบนำเข้า ยาเสพติดมาในประเทศไทย และดึงประชาชนออกจากวงจรการค้ายาเสพติดอย่างถาวร โดยเฉพาะ อย่างยิ่ง ปฏิบัติการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด “Seal Stop Safe” เพื่อสกัดกั้นและปราบปราม ยาเสพติดตามแนวชายแดน ถือเป็นนโยบายของรัฐบาลที่ต้องดำเนินการเร่งด่วน

ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง รอง ผบ.ตร./ผอ.ศอ.ปส.ตร. พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศอ.ปส.ตร. พล.ต.ท. อัคราเดช พิมลศรี ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศอ.ปส.ตร. และ พล.ต.ท.สรายุทธ สงวนโภคัย ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศอ.ปส.ตร. ได้นำนโยบายรัฐบาลมาเป็นแนวทางในการป้องกันปราบปรามยาเสพติดของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ การแก้ไขปัญหายาเสพติดในทุกมิติอย่างเป็นระบบ และขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าวสู่การปฏิบัติทุกพื้นที่ เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2568 ณ (บก.สส.ภ.3) ถ.สุรนารายณ์ ต.จอหอ อ.เมือง จ.นครราชสีมา ตำรวจภูธรภาค ๓ โดย พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.๓ แถลงข่าว พร้อมด้วย ผอ.ศอ.ปส.ภ.3 พล.ต.ต.รุทธพล เนาวรัตน์ ผบก.ภ.จว.บุรีรัมย์ รรท.รอง ผบช.ภ.๓ /รอง ผอ.ศอ.ปส.ภ.3 นายมานพ แสงโสทร ผู้อำนวยการสำนักงาน ปปส.ภาค 3 ได้สั่งการให้ทุกหน่วยในสังกัดเร่งรัดสืบสวนจับกุมผู้ค้ายาเสพติด ในเขตพื้นที่รับผิดชอบ กวาดล้างยาเสพติดในทุกมิติ การทำลายเครือข่ายตัดวงจรยาเสพติดทุกระดับ สกัดกั้นการลักลอบลำเลียงยาเสพติดตามแนวชายแดน และพื้นที่ตอนใน

โดยการอำนวยการของ พล.ต.ต.สนธยา แต่แดงเพชร ผบก.สส.ภ.3 พล.ต.ต.ไพโรจน์ ขุนหมื่น ผบก.อก.ภ.๓ รรท.ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา พ.ต.อ.ธรรมนูญ ฉิมวงษ์ รอง.ผบก.สส.ภ.3 พ.ต.อ.คเชนท์ เสตะปุตตะ รอง.ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา พ.ต.อ.ทศพร เพียรปรุ ผกก.สืบสวน ๒ บก.สส.ภ.๓ พ.ต.อ.วีณวัฒน์ ศรีแย้ม ผกก.สภ.โพธิ์กลาง พ.ต.อ.สิทธิพล ทิมสูงเนิน ผกก.สภ.โนนสูง พ.ต.ท.ยุทธพล บุษบา รอง.ผกก.สืบสวน 2 บก.สส.ภ.3 พ.ต.ท.วิโรจน์ เจริญชัย รอง.ผกก.สืบสวน 2 บก.สส.ภ.3 พ.ต.ท.สมาน เชาว์มะเริง รอง ผกก.สส.สภ. โพธิ์กลาง พ.ต.ท.ภคพล สมควร รอง ผกก.สส.สภ.โนนสูง พ.ต.ต.เฉลียว เจริญสุข สวป.สภ.โนนสูง สั่งการให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการสืบสวน 2 บก.สส.ภ.3 และ ร.ต.อ.หญิงเพ็ญแข ชัยรัตน์กรกิจ/เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. เจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองกำกับการสืบสวน 3 บก.สส.ภ.3 และ พ.ต.ท.คำพู พลอยผักแว่น รอง ผกก.สืบสวน 3 บก.สส.ภ.3/เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โพธิ์กลาง จว.นครราชสีมา พ.ต.ท.ชัยพล คงขุนทด สว.สส.ฯ พร้อมพวก ร่วมสืบสวนจับกุมตัว  
1.นายสุริยา หรือเหยิน น้อยแก้ว อายุ 52 ปี ที่อยู่ 308 ม.7 ต.บ้านผึ้ง อ.เมืองนครพนม จว.นครพนม

  1. MISS PHONETHIP SENGMANY อายุ ๒1 ปี ที่อยู่ แขวงบอลิคําไซ เชื้อชาติลาว สัญชาติลาว พร้อมของกลาง1.ยาบ้าจำนวน 10 แพค แพคละ 3 มัด(ประทับตราสัญลักษณ์ Y-1) มัดละ 2,000 เม็ด แต่ละแพคห่อด้วยถุงพลาสติกใส พันด้วยอลูมิเนียมฟอยล์ รวมยาบ้า 30 มัด (ยาบ้าประมาณ 60,000 เม็ด)
    2.ยาบ้าจำนวน 22 แพค แพคละ 3 มัด(ประทับตราสัญลักษณ์ Y-1) มัดละ 2,000 เม็ด และยาบ้าจำนวน 1 มัด แต่ละแพคห่อด้วยถุงพลาสติกใส พันด้วยอลูมิเนียมฟอยล์ รวมยาบ้า 67 มัด (ยาบ้าประมาณ 134,000 เม็ด)
    3.ยาบ้าจำนวน 34 แพค แพคละ 3 มัด(ประทับตราสัญลักษณ์ Y-1) มัดละ 2,000 เม็ด และยาบ้าจำนวน 1 มัด แต่ละแพคห่อด้วยถุงพลาสติกใส พันด้วยอลูมิเนียมฟอยล์ รวมยาบ้า 103 มัด (ประมาณ 206,000 เม็ด) รวมยาบ้าทั้งหมดประมาณ 400,000 เม็ด พฤติการณ์แห่งคดี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 ได้สั่งการให้ทุกสถานีตำรวจและ บก.สส.ภ.3 ดำเนินการสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดเข้ามาในพื้นที่ตอนในโดยเฝ้าสังเกตรถยนต์ยานพาหนะที่มีความเคลื่อนไหวผิดปกติจากพื้นที่ชายแดน และเข้ามาในเขตพื้นทีตำรวจภูธรภาค 3 โดยสืบสวนจากฐานข้อมูลจากการสืบสวนจับกุมยาเสพติดในเขตพื้นที่รับผิดชอบและพื้นที่อื่น ๆ จนพบว่ารถยนต์กระบะยี่ห้อ โตโยต้า คันหมายเลขทะเบียน 3ฒฬ 3964 กรุงเทพมหานคร มีความเคลื่อนไหวผิดปกติเข้ามาในพื้นที่ จึงเฝ้าติดตามพฤติการณ์จนพบว่าเมื่อวันที่ 2 ก.พ.2568 รถยนต์คันดังกล่าวเดินทางมาจาก จว.นครพนม เข้ามาในพื้นที่รับผิดชอบ ตำรวจภูธรภาค 3 เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการสกดรอยติดตามมาจนพบว่าผู้ต้องหาเข้าไปบริเวณจุดทิ้งขยะ ในพื้นที่ ต.ตลาด อ.เมืองนครราชสีมา จว.นครราชสีมา เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแฝงตัวเข้าไปซุ่มสังเกตการณ์ พบว่าผู้ต้องหาชายและหญิงได้หยิบยาเสพติดลงใส่ถุงปุ๋ยสีเขียวเพื่อบรรจุยาเสพติดนำไปวางไว้ในดงหญ้าข้างบ่อขยะดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แสดงตัวจับกุมพร้อมของกลางดังกล่าว

สอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ได้รับการว่าจ้างจากนักค้ายาเสพติดชาวลาวในราคา 50,000 บาท มาเพื่อส่งมอบให้กับนักค้ายาเสพติดในพื้นที่ โดยไม่ทราบว่าเป็นผู้ใด เนื่องจากนักค้าชาวลาว จะติดต่อกับผู้รับยาเสพติดในพื้นที่เอง ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสืบสวนขยายผลต่อไป
จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำรถยนต์กระบะคันดังกล่าว นำมาตรวจค้นสแกนด้วยเครื่องมือพิเศษเครื่องแสกนเฮล (เครื่องแสกนมือถือ) และพบยาเสพติดที่ได้ซุกซ่อนไว้ในรถยนต์กระบะ จึงได้ร่วมกันทำการตรวจยึดยาเสพติดนำส่งพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
ตำรวจภูธรภาค ๓ จึงขอความร่วมมือพี่น้องประชาชน และสถานประกอบการทุกแห่งแจ้งเบาะแส/ข้อมูล ผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ทั้งผู้เสพ ผู้ค้า ในสถานประกอบการฯ และอาศัยสถานประกอบการฯ ในการกระทำผิด โดยแจ้งข้อมูลผ่านสายด่วนยาเสพติด ๑๕๙๙ สายด่วน ๑๙๑ และ Application Police I lert U ได้ตลอด ๒๔ ชม. หรือสายด่วน 1386 ของสำนักงาน ป.ป.ส. เพื่อดำเนินการปราบปราม จับกุม ดำเนินคดีผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด และลดปัญหา ยาเสพติด ในภาพรวมอย่างต่อเนื่องและเข้มข้นเพื่อให้สังคมมีความปลอดภัยจากปัญหายาเสพติด ปัญหาอาชญากรรมที่เกี่ยวเนื่องกับยาเสพติด ต่อไป
ขอขอบคุณสื่อมวลชนทุกท่านที่ให้การสนับสนุนตำรวจภูธรภาค ๓ ด้วยดีเสมอมา

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผลเลือกตั้ง อบจ.ชลบุรี อำเภอบางละมุง อย่างไม่เป็นทางการ บ้านใหญ่เรารักชลบุรีกวาดไม่หมดทุกที่นั่ง พรรคส้มเสียบ 3 เขต

แชร์เนื้อหานี้

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการนับคะแนนหลังปิดหีบเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรีและนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี อำเภอบางละมุง รวมทั้ง 9 เขตเลือกตั้ง พบว่าเจ้าหน้าที่ได้มีการนับคะแนนเสียงตามหน่วยเลือกตั้งต่างๆ ก่อนจะเดินทางนำบัตรลงคะแนนส่งให้กับศูนย์รวมคะแนนการเลือกตั้งฯ โดยเขตที่ 1-5 ใช้บริเวณศาลาประชาคมที่ว่าการอำเภอยาวละมุง และเขตที่ 6-9 ใช้บริเวณโดมกีฬาโรงเรียนบางละมุง เป็นจุดรับส่ง โดยมี นายพัชรพัชร์ ศรีธัญญนนท์ นายอำเภอบางละมุง คอยอำนวยความสะดวก

ด้าน นายพรชัย สังข์เอียด ปลัดอาวุโสอำเภอบางละมุง ในฐานะประธานอนุกรรมการ กกต.ชลบุรี ประจำอำเภอบางละมุง เปิดเผยว่า สำหรับการเลือกตั้งครั้งนี้ เบื้องต้นตลอดทั้งวันยังไม่พบข้อร้องเรียน หรือมีปัญหาอุปสรรคใดๆ เจ้าหน้าที่ต่างเตรียมความพร้อมปฏิบัติงานอย่างเต็มที่ โดยขณะนี้การวมคะแนนมีความคืบหน้าไปมาก คาดว่าภายในเวลา 22.00 น.ของวันนี่้ จะทราบผลการเลือกตั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรีอย่างไม่เป็นทางการ ก่อนรอ กกต. ประกาศอย่างเป็นทางการตามลำดับ

สำหรับอำเภอบางละมุงมีจำนวนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งจำนวน 247,452 คน จำนวนผู้มีสิทธิที่มาแสดงตน 76,574 คน บัตรไม่ประสงค์จะลงคะแนน 5,521 ใบ ผลรวมคะแนนการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี อำเภอบางละมุง อย่างไม่เป็นทางการ เบอร์ 1 นายวิทยา คุณปลื้ม กลุ่มเรารักชลบุรี ได้ 42,060 คะแนน เบอร์ 2 นางสาวชุดาภัค วสุเนตรกุล พรรคประชน ได้ 28,674 คะแนน และเบอร์ 3 นายประมวล เอมเปีย ผู้สมัครอิสระ ได้ 5,840 คะแนนในส่วนของผลรวมคะแนนอันดับหนึ่งการเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี อำเภอบางละมุง แต่ละเขต อย่างไม่เป็นทางการ

เขต 1 ดร.วรพต พงษ์พาลี กลุ่มเรารักชลบุรี เบอร์ 2 ได้ 3,647 คะแนน
เขต 2 นายนคร ผลลูกอินทร์ กลุ่มเรารักชลบุรี เบอร์ 1 ได้ 3,440 คะแนน
เขต 3 นายกมลกฤตย์ มีเงิน พรรคประชาชน เบอร์ 1 ได้ 2,696 คะแนน
เขต 4 นายปภาวิชยญ์ ศรีบริสุทธิ์ พรรคประชาชน เบอร์ 1 ได้ 3,289 คะแนน
เขต 5 นายสาวอรุณรัศมี บุญเกิด พรรคประชาชน เบอร์ 1 ได้ 4,530 คะแนน
เขต 6 นายสาธิต นุชประมูล กลุ่มเรารักชลบุรี เบอร์ 1 ได้ 7,835 คะแนน
เขต 7 นางมาลิณี สิงหสุวิช กลุ่มเรารักชลบุรี เบอร์ 1 ได้ 5,232 คะแนน
เขต 8 นายอนุรักษ์ อินทร์พิทักษ์ กลุ่มเรารักชลบุรี เบอร์ 1 ได้ 5,163 คะแนน
และเขต 9 นายสิทธิไชย อาจทรง กลุ่มเรารักชลบุรี เบอร์ 1 ได้ 2,528 คะแนน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / นายกเมืองพัทยาออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง อบจ.ชลบุรี ตั้งแต่เช้า

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 1 ก.พ.68 ซึ่งทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้กำหนดให้เป็นวันเลือกตั้งนายกและสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดทั่วประเทศ ในส่วนของอำเภอบางละมุง จ.ชลบุรี บรรยากาศเป็นไปอย่างเรียบง่าย ประชาชนทยอยออกไปใช้สิทธิกันตั้งแต่ช่วงเช้าตามหน่วยเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งต่างๆ ที่ทาง กตต.กำหนดไว้

มีรายงานว่า ที่เขตเลือกตั้งที่ 2 หน่วยเลือกตั้งที่ 24 โบสถ์เซนต์นิโคลัส ถนนสุขุมวิทพัทยากลาง ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา ได้ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งนายกและสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี ตามครรลองของระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข โดยได้ต่อแถวร่วมกับประชาชนเพื่อเข้าคิวตามลำดับเข้าคูหาเลือกตั้ง โดยมีบัญชีรายชื่อลำดับที่ 567

หลังเสร็จสิ้น นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา ได้กล่าวทักทายเจ้าหน้าที่ กกต.ประจำหน่วยเลือกตั้ง พร้อมพูดคุยกับ พ.ต.อ.นาวิน ธีระวิทย์ ผกก.สภ.เมืองพัทยา และ พ.ต.ท.ศิรชัช หนูเทศ รอง ผกก.ป.สภ.เมืองพัทยา ที่เดินทางมาดูแลความเรียบร้อยในวันเลือกตั้ง และสอบถามสถานการณ์ช่วงระหว่างคืนก่อนเลือกตั้งพบว่าเทืองพัทยาไม่มีปัญหาใดๆ

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / พ่อเมืองน่าน ใช้สิทธิเลือกตั้ง ที่วัดหัวข่วง พร้อมเชิญชวนประชาชนให้ออกมาใช้สิทธิ (1 ก.พ. 68)

แชร์เนื้อหานี้

พ่อเมืองน่าน ใช้สิทธิเลือกตั้ง ที่วัดหัวข่วง พร้อมเชิญชวนประชาชนให้ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งเช้าวันนี้ (1 ก.พ. 68) นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ในฐานะพ่อเมืองน่าน

ได้ออกเดินทางมาใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด และนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน ที่หน่วยเลือกตั้งที่ 15 ของเขตเลือกตั้งที่ 1 ชุมชนวัดหัวข่วง ตำบลในเวียงอำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน

โดยได้เริ่มใช้สิทธิเลือกตั้งตั้งแต่เริ่มเปิดหีบบัตร หรือ ตั้งแต่หลังเคารพธงชาติในเวลา 08.00 น. เป็นต้นมา สำหรับหน่วยเลือกตั้งนี้ มีผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จำนวน 1,029 คน โดยมีการอำนวยความสะดวกจากทุกภาคส่วน ทั้งเจ้าหน้าที่ กกต. และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย

ซึ่งบรรยากาศตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา พบว่า มีประชาชนทยอยเดินทางมาใช้สิทธิกันอย่างต่อเนื่อง

สำหรับผลการนับคะแนนนั้นคาดว่าจะสามารถรายงานผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการหลังปิดหีบ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด อย่างไรก็ตามสิ่งสำคัญคือจะต้องมีความถูกต้องและแม่นยำด้วยเช่นกัน

โดยช่องทางติดตามการรายงานผลคะแนนการเลือกตั้ง อบจ.น่าน (ไม่เป็นทางการ) ผ่านจอโปรเจคเตอร์ หน้าสำนักงาน อบจ.น่าน ศูนย์ราชการจังหวัดน่าน และ เพจองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน

เลือกตั้ง68 องค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

​สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / น้ำโขงลด ตำรวจน้ำมุกดาหาร พบรถผุดในแม่น้ำ คาดแก๊งค้ารถข้ามชาติทำงานพลาด /เลือกตั้ง อบจ.มุกดาหาร ช่วงเช้าเงียบเหงา ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุและผู้พิการออกมาใช้สิทธิ์

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ต.ท.พงษ์พิพัฒน์ บูรณะบัญญัติ สว.ส.รน.3 กก.1 บก.รน. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สว.ส.รน.3 กก.10 บก.รน. ได้ทำการออกตรวจ สืบสวนหาข่าวการกระทำความผิดและอาชญากรรมต่างๆ

ในพื้นที่รับผิดชอบ เมื่อตรวจไปถึงที่บริเวณท่าน้ำริมแม่น้ำโขง ม.4 บ้านหว้านใหญ่ ต.หว้านใหญ่ อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร ได้สังเกตเห็นวัตถุสีเหลี่ยมสีขาวลอยพ้นน้ำลักษณะคล้ายหลังคารถยนต์

จึงได้เข้าทำการเข้าทำการตรวจพิสูจน์เบื้องต้นพบว่าเป็นรถกระบะที่จมน้ำอยู่ และคาดว่าจะป็นรถที่ขบวนการค้ารถยนต์ข้ามชาติลักลอบนำข้ามแม่น้ำโขงเพื่อจะนำส่งไปยังฝั่งแขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว

แต่เกิดผิดพลาดและทำให้รถยนต์จมน้ำในระหว่างที่จะนำขึ้นเรือข้ามฝั่ง จึงได้แจ้ง พ.ต.อ.อดิศักดิ์ มีศิลป์ ผกก.10 บก.รน.,พ.ต.ท.อัศรายุทธ ทองลอง รอง ผกก.10 บก.รน.,พ.ต.ท.ดุษฎียากร กองทองพิพัฒน์ รอง ผกก.10 บก.รน. รับทราบและได้นำรถเครนมาทำการยกรถยนต์คันดังกล่าวขึ้นจากแม่น้ำโขง ในเวลาต่อมา

จากการตรวจสอบพบว่าเป็นรถยนต์ยี่ห้อ ISUZU สีขาว รุ่น D-MAX ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน หมายเลขตัวถัง MP1TFR87JKG007743 หมายเลขเครื่องยนต์ RZ4ETF0962 สภาพมีดินโคลนปกคลุมไปทั่วตัวรถ สันนิษฐานว่ารถยนต์คันดังกล่าวน่าจะพลัดตกลงไปในแม่น้ำโขงช่วงฤดูฝน

ที่มีระดับน้ำขึ้นสูง กระทั่งต่อมาเมื่อระดับน้ำในแม่น้ำโขงลดลงจึงทำให้หลังคารถยนต์คันดังกล่าวโผล่ขึ้นเหนือน้ำและทำให้ถูกพบเห็นดังกล่าว จากนั้นเจ้าหน้าที่ จึงได้ทำการตรวจยึดไว้เป็นของกลางและนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ตำรวจน้ำมุกดาหาร #น้ำโขงลดรถยนต์ผุด #แก๊งคารถยนต์ข้ามชาติ #ลักลอบนำรถยนต์ข้ามแม่น้ำโขง #จังหวัดมุกดาหาร

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

มุกดาหาร​ -​เลือกตั้ง อบจ.มุกดาหาร ช่วงเช้าเงียบเหงา ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุและผู้พิการออกมาใช้สิทธิ์

เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2568​ ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดมุกดาหารว่า บรรยากาศการใช้สิทธิ์ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งสมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัดและนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหาร ในช่วงเช้าตามหน่วยเลือกตั้งต่างๆ เป็นไปด้วยความเงียบเหงามีประชาชนมาใช้ลงคะแนนเสียงค่อนข้างบางตา โดยผู้มาใช้สิทธิ์ลงคะแนนเสียงส่วนใหญ่จะเป็นผู้สูงอายุและผู้พิการ

โดยเฉพาะหน่วยเลือกตั้งที่ 2 ตำบลบางทรายใหญ่ อำเภอเมืองมุกดาหาร มีผู้สูงอายุเดินทางมาต่อคิวเพื่อใช้สิทธิ์ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งเป็นจำนวนมาก จนต้องจัดเจ้าหน้าที่ไว้คอยให้การช่วยเหลือเป็นกรณีพิเศษทั้งในเรื่องการช่วยพยุงและการอธิบายว่าบัตรสีใดใช้กับการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งนายกหรือสมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัด

ขณะที่บริเวณหน่วยเลือกตั้งที่ 6 ตำบลบางทรายใหญ่ อำเภอเมืองมุกดาหาร นายวรญาณ บุญณราชผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร ได้เดินทางมาใช้สิทธิ์ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งในเวลา 9:00 น. จากนั้นได้กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งที่สามารถดำเนินการจัดการเลือกตั้งให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ขณะที่จังหวัดมุกดาหาร

ก็ได้จัดเจ้าหน้าที่เข้าไปให้การสนับสนุนในการจัดการเลือกตั้งอย่างเต็มกำลังความสามารถ และต้องขอบคุณผู้สมัครสมาชิกและนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหาร ที่ได้ให้ความร่วมมือในการสร้างภาพลักษณ์ส่งเสริมการเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตยในครั้งนี้ ส่วนผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการคาดว่าจะทราบได้ภายในเวลาประมาณ 20:00 น.ของวันนี้

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ศึกมวยไทย วันเจ้าพ่อเขากา อ.ท่าตะเกียบ จ.ฉะเชิงเทรา

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 30 มกราคม 2568 ศึกมวยไทย วันเจ้าพ่อเขากา ประธานกล่าวเปิดงาน
นายศักดิ์ชาย ตันเจริญ สส.เขต 3 ฉะเชิงเทรา ได้กล่าวเปิดงานในศึกมวยไทย วันเจ้าพ่อเขากา จัดโดย องค์การบริหารส่วนตำบลท่าตะเกียบ ชิงถ้วยรางวัลดุเดือดจากนายทวี สาธุชาติ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าตะเกียบ

และชิงถ้วยรางวัลศิลปะยอดเยี่ยมและไหว้ครูสวยงามจากผู้ใหญ่แพง ศรีมณี ชิงถ้วยรางวัลชิงแชมป์จากท่านศิริพงษ์ รัศมี ( อดีต สส.เขตหนองจอก ) และขาดไม่ได้ถ้าไม่มีโปรโมเตอร์ท่านนี้

คุณ ไพโรจน์ น้ำดื่มโชคปรีชา เอ๋ โชคปรีชา ฟรีซ์ ระยอง โขง สนามชัย เสี่ยแม็ก รถตู้ท่าตะเกียบ ไฟต์ เรสซิ่งซ็อป เอิร์ธ บางกะปิ ศึกมวยครั้งนี้จัดให้ชมฟรีตลอดงาน
เอ.คนข่าวรายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ หารือร่วมกับทูตนานาประเทศ ปราบอาชญากรรมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ลักลอบข้ามแดนของต่างชาติ

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ (31 มกราคม 2568) เวลา 13.30 น. พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนต์ต่อต้านการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (จตช./ผอ.ศตคม.ตร./ผอ.ศปอส.ตร.) เป็นประธานการประชุมหารือความร่วมมือระหว่างประเทศปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติและอาชญากรรมออนไลน์ โดยมีเอกอัครราชทูตและผู้แทนจากนานาประเทศ ได้แก่ ศรีลังกา อินโดนีเซีย ลาว เมียนมา แทนซาเนีย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย จีน บราซิล สหรัฐอเมริกา โมร๊อคโค อินเดีย เคนยา ยูเครน บังกลาเทศ รัสเซีย และผู้แทนจากสำนักงานป้องกันยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) , กระทรวงการต่างประเทศ , การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เข้าร่วมประชุมร่วมกับผู้แทนหน่วยงานต่างๆ ในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ อาทิ พล.ต.ท.กิติศักดิ์ ดุรงควิบูลน์ ผบช.ภ.6 , พล.ต.ต.พงษ์สยาม มีขันทอง รอง ผบช.ทท. , พล.ต.ต.ณัฐพงษ์ สัตยานุรักษ์ รอง ผบช.ก. ณ ห้องศรียานนท์ อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

สำนักงานตำรวจแห่งชาติมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาคนต่างด้าวที่หลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย คนต่างด้าวตั้งกลุ่มแก๊งกระทำความผิดหรือประกอบธุรกิจผิดกฎหมาย และอาชญากรรมข้ามชาติ อย่างเต็มกำลัง เพื่อขจัดปัญหาเหล่านี้ให้หมดไปโดยเร็ว รวมทั้งการช่วยเหลือเหยื่อที่ถูกหลอกลวง เช่น กรณีที่ตำรวจไทยช่วยเหลือนายหวังซิง นักแสดงชาวจีน ซึ่งการแก้ไขปัญหาดังกล่าว พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ออก 7 มาตรการ อย่างเข้มงวด ได้แก่ มาตรการก่อนคนต่างด้าวเดินทางเข้าประเทศไทย , มาตรการ ณ ท่าอากาศยาน และด่านตรวจคนเข้าเมือง (ชายแดน) , มาตรการตั้งจุดตรวจตามเส้นทาง , มาตรการตรวจสอบที่พัก พื้นที่ท่องเที่ยว และสกัดกั้นพื้นที่ชายแดน , มาตรการเชิงรุกในการตรวจสอบเส้นทางและจุดพักคอย , มาตรการเข้มข้นในพื้นที่ชายแดน และมาตรการประสานงาน ให้ความช่วยเหลือ และสืบสวนขยายผล นอกจากนี้ ยังได้ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งในระดับประเทศ และหน่วยงานระดับสากล เพื่อร่วมมือในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างเป็นรูปธรรม

ในการประชุมครั้งนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงได้เชิญผู้แทนสถานเอกอัครราชทูตนานาประเทศ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหารือในการประสานความร่วมมือในการป้องกันแก้ไขปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติและอาชญากรรมออนไลน์แก๊งคอลเซ็นเตอร์ และเข้าร่วมในการจัดตั้งศูนย์ประสานงานระหว่างประเทศ ซึ่งมี พล.ต.อ.ธัชชัยฯ เป็นหัวหน้าศูนย์ประสานงานดังกล่าว ซึ่งสถานเอกอัครราชทูตทุกประเทศยินดีอย่างยิ่งในการให้ความร่วมมือกับไทย มีเป้าหมายร่วมกันเพื่อพัฒนามาตรการป้องกันการลักลอบข้ามแดนโดยผิดกฎหมายของชาวต่างชาติ การบังคับใช้อย่างเข้มงวดต่อการเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย ตลอดจนเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างมีประสิทธิภาพ โดยศูนย์ประสานงานดังกล่าวจะทำให้สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูล ติดต่อประสานงานกันอย่างรวดเร็ว ได้ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง

พล.ต.อ.ธัชชัยฯ กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีความยินดีที่ได้รับความร่วมมือจากสถานเอกอัครราชทูตนานาประเทศ ในการเข้าร่วมศูนย์ประสานงานระหว่างประเทศ ในการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เพื่อยุติปัญหาดังกล่าวให้หมดสิ้นไปโดยเร็ว อย่างไรก็ตาม ในระหว่างการเตรียมการจัดตั้งศูนย์ประสานงานระหว่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะมีการประชุมติดตามประเมินสถานการณ์ทุกวัน ในเวลา 08.30 น. โดยเริ่มตั้งแต่วันจันทร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2568 เป็นต้นไป
…#สมจิตรแสงบันลังค์รายงาน.