เรื่องทั้งหมดโดย admin

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐทีวี / กิจกรรมศิลปะพื้นบ้านดีเกฮูลูนี้ สถานีวิทยุกระจายเสียง 912 จ.นราธิวาส

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 17 ธ.ค.67 กองบัญชาการกองทัพไทย โดย สถานีวิทยุกระจายเสียง 912 สำนักงานพัฒนาภาค 4 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา จัดโครงการจัดประกวดดีเกฮูลูสานวัฒนธรรมสัมพัธ์ชายแดนใต้

ประจำปีงบประมาณ 2568 เพื่อเป็นการส่งเสริมกิจกรรมการละเล่นที่เป็นศิลปะพื้นบ้านภาคใต้ของพี่น้องชาวไทยมุสลิมในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งนิยมเล่นกันเป็นคณะในพื้นที่สามจังหวัด คือ ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส

ซึ่งกิจกรรมศิลปะพื้นบ้านดีเกฮูลูนี้ สถานีวิทยุกระจายเสียง 912 จ.นราธิวาส ได้จัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่องทุกปี ตามนโยบายหลักของหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา กองบัญชาการกองทัพไทย ในการเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ และการส่งเสริมให้ประชาชนและเยาวชน

ร่วมกันอนุรักษ์และสืบสานศิลปะวัฒนธรรมท้องถิ่นให้ดำรงอยู่สืบไป อีกทั้งร่วมกันสร้างความรักความสามัคคีปรองดองในท้องถิ่น และสังคมให้มีความสุขอย่างยั่งยืน
/////////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ททท.เพชรบุรี ชวนสัมผัสธรรมชาติบ้านโป่งลึก-บางกลอย ดินแดนปกาเกอะญอ ม.ต้นน้ำเพชรบุรี/“หัวหิน” จัดใหญ่ “113 ปี ถิ่นมนต์ขลัง” พานักท่องเที่ยวย้อนยุค สถานีหัวหิน 

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 17 ธ.ค.67 นางดวงใจ คุ้มสอาด ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเพชรบุรี พร้อมด้วยคณะสื่อมวลชนและช่างภาพ เดินทางสำรวจแหล่งท่องเที่ยว สินค้าและบริการทางการท่องเที่ยว ณ บ้านโป่งลึก-บางกลอย อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี

เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ซ่อนตัวอยู่ในผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์ที่อยู่ในความดูแลของอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน มรดกโลกทางธรรมชาติแห่งที่ 3 ของประเทศไทย ที่นี่จะได้พบกับหมู่บ้านแห่งแรกของต้นแม่น้ำเพชรบุรี สองชุมชนบ้านบางกลอย-บ้านโป่งลึก ที่มีลำน้ำเพชรแยกออกเป็นสองฝากฝั่งและเชื่อมต่อกันด้วยสะพานแขวนที่ข้ามได้เฉพาะคนกับรถจักรยานหรือมอเตอร์ไซค์เท่านั้น รถยนต์ไม่สามารถข้ามผ่านสะพานแห่งนี้ได้

นางดวงใจ คุ้มสอาด กล่าวว่า หากนักท่องเที่ยวมีเวลาสัก 2 วัน 1 คืน ใช้ชีวิตสไตล์แค้มป์ปิ้ง กับกิจกรรมที่น่าสนใจ ได้แก่ low carbon เส้นทางสาย green และชมวิถีชีวิตของชาวปกาเกอะญอ สองหมู่บ้านที่นับถือศาสนาพุทธกับศาสนาคริสต์ ยังคงวิถีชีวิตและป่าไว้อย่างแน่นหนา ท่ามกลางวิถีชีวิตที่เรียบง่ายและสงบ รวมถึงการทานอาหารขันโตกที่มีเมนูน้ำพริกตาละเว ผักต้ม ปลาทอด และอีกหนึ่งเสน่ห์ที่ต้องมาสัมผัสกับประสบการณ์ Adventure ล่องแพไม้ไผ่บนลำน้ำเพชรบุรี เพียงแค่ 30 นาทีกับแก่งหินและสายน้ำใสจนอดใจไม่กระโจนลงน้ำไม่ได้ ค่าใช้จ่ายล่องแพไม้ไผ่ 1 ลำ/ 3 คน

พร้อมคนถ่อแพ เพียง 550 บาทเท่านั้น
การเดินทางสู่โป่งลึก-บางกลอย ขอให้มาลงทะเบียนชำระค่าธรรมเนียมที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานก่อน และเดินทางจากศูนย์ฯ สู่ที่ทำการหน่วยด่านมะเร็ว อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ถนนราดยางเพียง 20 กม.และเดินทางต่อบนถนนภูเขาสลับลูกรัง 30 กม.จะถึงหมู่บ้านโป่งลึก-บางกลอย ใช้เวลาเดินทางรวม 3 ชั่วโมง แนะนำให้ใช้พาหนะรถยนต์ท้องถิ่นหรือรถกระบะยกสูงขับเคลื่อน 4 ล้อ ความน่ามาสัมผัสกับประสบการณ์ทางการท่องเที่ยวแนวผจญภัยที่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ มากนัก สักครั้งในชีวิตที่ต้องมาค้นหา สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ททท.สำนักงานเพชรบุรี โทรศัพท์ 032-471005-6 และ 1672 เบอร์เดียวทั่วไทย.
นายนิพล ทองเก่า นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

“หัวหิน” จัดใหญ่ “113 ปี ถิ่นมนต์ขลัง” พานักท่องเที่ยวย้อนยุคในบรรยากาศแสงสีเสียงตระการตาสถานีหัวหิน 

เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 17 ธ.ค.67 ที่สถานีรถไฟหัวหิน (อาคารเก่า) จ.ประจวบฯ นายพลกฤต พวงวลัยสิน นายอำเภอหัวหิน นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน เป็นประธานแถลงข่าวการจัดงาน “หัวหินถิ่นมนต์ขลัง 113 ปี” พร้อมด้วย นางสาววรกานต์ ถาวร รอง ผอ.ททท.สำนักงานประจวบฯ นางวาสนา ศรีกาญจนา

นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ ร่วมการแถลงข่าว มี นางอุษา พวงวลัยสิน นายกกิ่งกาชาดอำเภอหัวหิน นางสาวกิรดา ลำโครัตน์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดประจวบฯ นางสาวบุษบา โชคสุชาติ รองนายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน แขกผู้มีเกียรติ สื่อมวลชน ร่วมรับฟังพร้อมชมการแสดงแสง สี เสียงและสื่อผสม “มนต์เสน่ห์แห่งเรื่องเล่า” อย่างสวยงามตระการตา

เทศบาลเมืองหัวหิน ร่วมกับ ททท.สำนักงานประจวบฯ สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ บริษัทบุญรอด เทรดดิ้ง จำกัด และหน่วยงานต่างๆ กำหนดจัดงาน “หัวหินถิ่นมนต์ขลัง 113 ปี” ขึ้น ระหว่างวันที่ 20-21 ธ.ค.นี้ ที่บริเวณสถานีรถไฟหัวหิน (อาคารเก่า) เพื่อส่งเสริมอัตลักษณ์วิถีชีวิตความเป็นเมืองหัวหินอันเก่าแก่จากอดีตสู่ปัจจุบัน โดยถ่ายทอดเรื่องราวประวัติของหัวหินในอดีต เช่น วังไกลกังวล สถานีรถไฟหัวหิน สนามกอล์ฟหลวงหัวหิน ตลาดฉัตร์ไชย เป็นต้น รวมถึงการประกอบอาชีพ วิถีชีวิตการกินอยู่ของชาวหัวหินที่มีมายาวนานถึง 113 ปี ให้นักท่องเที่ยวและเยาวชนรุ่นหลังได้รับทราบ และเพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างรายได้ให้ความสุขแก่ประชาชน

ภายในงานมีการจัดกิจกรรมต่างๆ แบ่งเป็น 6 โซน โซนที่ 1 “มนต์เสน่ห์แห่งเรื่องเล่า” การแสดงแสงสีเสียงและสื่อผสม 113 ปี หัวหินถิ่นมนต์ขลัง ชุด “มนต์เสน่ห์จากสมอเรียงสู่หัวหิน” การแสดงที่จะพาคุณไปพบเรื่องราวแห่งมนต์เสน่ห์และปลุกความสว่างไสวแห่งเรื่องเล่าประวัติศาสตร์อันมีความงดงามจากสถาปัตยกรรมสมัยวิกตอเรียนของสถานีรถไฟหัวหินเป็นฉากหลัง / โซนที่ 2 “มนต์กาลแห่งล้นเกล้า” นิทรรศการที่จะพาคุณย้อนรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและความผูกพันอันลึกซึ้งของ “ในหลวงรัชกาลที่ 9” กับ “หัวหิน” เมืองเล็กๆ ที่มีความหมายยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์ไทย / โซน 3 “มนตราแห่งราตรี” นิทรรศการแสงไฟ (Lighting Show) เพลิดเพลินไปกับการประดับประดาดวงไฟที่จะเนรมิตค่ำคืนแห่งลมหนาวให้กลายเป็นค่ำคืนอันอันสุกสกาวท่ามกลางบรรยากาศกลิ่นอายอันอบอวลอดีตวันวานของ “สถานีรถไฟหัวหิน” 

โซน 4 “มนต์วิถีแห่งหัตถศิลป์” กิจกรรมสาธิต Art and Craft Workshop ที่คุณสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเรียนรู้ และสนุกสนานไปกับการประดิษฐ์งานฝีมือระดับภูมิปัญญาจากศิลปินพื้นถิ่นที่พร้อมจะถ่ายทอดเรื่องราวและคุณค่าผ่านงานหัตถศิลป์ อาทิ การสาธิตทำขนมลูกชุบ การสาธิตจากร้านผ้าโขมพัสตร์หัวหิน / โซน 5 “มนต์มหัศจรรย์แห่งแดนดิน” โชว์การเดินแบบย้อนยุคการกุศลชุด “มนต์สมัยแห่งอาภรณ์” ในธีมชุดไทย รัชกาลที่ 7, ชุดแกสบี้ วนิดา และปริศนา จากนางแบบและนายแบบกิตติมศักดิ์ รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายมอบให้คลินิกทะเลใจ โรงพยาบาลหัวหิน และ โซน 6 “มนต์จวักพื้นถิ่นแห่งภูมิปัญญา”

การออกบูธอาหารและสินค้าพื้นถิ่นที่จะมาสำแดงรสชาติอันเป็นอัตลักษณ์พื้นถิ่นให้นักท่องเที่ยวได้เลือกซื้อเลือกชม นอกจากนี้พบกับการประกวดมนต์มหัศจรรย์หนูน้อยหัวหินชิงเงินรางวัล 3 หมื่นบาท วาดลีลาลีลาศไปพบกับวงโฟร์ซิงเกิ้ลและวงค่ายธนะรัชต์ จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวทุกท่านแต่งชุดไทยร่วมชมงานดังกล่าวได้ ระหว่างวันที่ 20-21 ธ.ค.นี้ ที่บริเวณสถานีรถไฟหัวหิน (อาคารเก่า) โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย.
นายนิพล ทองเก่า นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงทอดพระเนตรการดำเนินงานโครงการทหารพันธุ์ดีน่าน

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 17 ธันวาคม 2567 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงทอดพระเนตร โครงการทหารพันธุ์ดีน่าน ณ ฐานปฏิบัติการแสงเพ็ญ ตำบลฝายแก้ว อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน โดยมีนายสุริยพล นุชอนงค์ อธิบดีกรมชลประทาน

พร้อมด้วย ดร.วัชระ เสือดี ผู้ทรงคุณวุฒิด้านวิศวกรรมชลประทาน (ด้านบำรุงรักษา) นายนพดล น้อยไพโรจน์ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 2 นายไพโรจน์ วงศ์สูง ผู้อำนวยการโครงการชลประทานน่าน นายชูเกียรติ์ วินยพงศ์พันธ์ ผู้อำนวยการโครงการศูนย์ภูฟ้าพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ นายภาณุวัสส์ ยิ้มศิริวัฒนะ ผู้อำนวยการส่วนแผนงาน หัวหน้าฝ่าย และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมเฝ้าทูลละอองพระบาทรับเสด็จ

ในการนี้ อธิบดีกรมชลประทาน ได้กราบบังคมทูลรายงานผลการดำเนินโครงการจัดหาน้ำสนับสนุนโครงการทหารพันธุ์ดีน่าน โดยกรมชลประทาน ได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2562 ด้วยการขุดลอกตะกอนดินอ่างเก็บน้ำห้วยทรายขาวอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จำนวน 39,730 ลูกบาศก์เมตร เพื่อเพิ่มความจุเก็บกักให้กับแหล่งน้ำ ต่อมาในปี 2565

ได้ดำเนินการสูบน้ำจากแม่น้ำน่าน มาเติมอ่างเก็บน้ำ จำนวน 250,000 ลูกบาศก์เมตร และในปี 2566 อีกจำนวน 205,000 ลูกบาศก์เมตร พร้อมวางแผนดำเนินการก่อสร้างสถานีสูบน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ อัตราการสูบน้ำเฉลี่ย 500 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน ปัจจุบัน ปี 2567 ได้มีการขุดลอกอ่างเก็บน้ำห้วยทรายขาว จำนวน 80,600 ลูกบาศก์เมตร ซึ่งอ่างเก็บน้ำห้วยทรายขาวอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นแหล่งน้ำต้นทุนที่สำคัญในการอุปโภคบริโภคของกรมทหารพรานที่ 32 และราษฎรพื้นที่ใกล้เคียง โดยมีพื้นที่รับประโยชน์กว่า 74 ไร่ 3 งาน

ทั้งนี้ โครงการทหารพันธุ์ดี เป็นการน้อมนำแนวพระราชดำริ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในการพัฒนาองค์ความรู้ด้านเกษตรกรรมขยายสู่ชุมชนใกล้เคียง กรมชลประทาน ได้มีส่วนร่วมในการจัดหาน้ำสนับสนุนการดำเนินโครงการ

เพื่อให้มีปริมาณน้ำเพียงพอสำหรับการดำเนินกิจกรรมภายในโครงการ รวมถึงราษฎรในพื้นที่ได้รับประโยชน์ สร้างความมั่นคงและความยั่งยืนด้านแหล่งน้ำ ที่เป็นพื้นฐานสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นต่อไป….

สมจิตรแสงบัลลังก์ทีมข่าวภาคเหนือรายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์/ ผู้ว่าฯโคราช พบสื่อ การรวมตัวครั้งยิ่งใหญ่ของสื่อมวลชนโคราช

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่( 17 ธันวาคม 2567 ) ที่ห้องโคราช 2 ชั้น 2 โรงแรมเซนทารา โคราช อ.เมือง จ.นครราชสีมา นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานเปิดโครงการสื่อสารการสร้างการรับรู้สู่สื่อมวลชนและเครือข่ายประชาสัมพันธ์ จัดขึ้นโดยสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครราชสีมา โดยมีนางศศิธร สุขเจริญ ประชาสัมพันธ์จ.นครราชสีมา , นางสาวรุ่งทิพย์ บุกขุนทด ผอ.ททท.นครราชสีมา หัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ จ.นครราชสีมา รวมทั้งมีนายสุรพันธ์ ศิลปสุวรรณ รอง ผวจ.นครราชสีมา สื่อมวลชน และ เครือข่ายประชาสัมพันธ์ร่วมกิจกรรมกว่า 70

นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า การจัดกิจกรรมมุ่งหวังให้สื่อมวลชนและเครือข่ายประชาสัมพันธ์ทุกคนได้นำข้อมูลข่าวสารนโยบายและการทำงานของหน่วยงานภาครัฐ ไปสื่อสารต่อยังพี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาให้ได้รับข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์ เพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สื่อมวลชนและเครือข่ายประชาสัมพันธ์เป็นเหมือนโซ่ข้อกลางในการเชื่อมต่อระหว่างหน่วยงานภาครัฐกับประชาชน และสะท้อนข้อมูลปัญหา ความเดือดร้อนจากพี่น้องประชาชนมายังหน่วยงานภาครัฐ

ซึ่งจะนำมาถึงการแก้ไขปัญหา ของพี่น้องประชาชน ซึ่งนโยบายการทำงานของส่วนราชการ คำนึงถึงปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องชาวโคราชเป็นสำคัญ พร้อมกันนี้ยังได้มอบนโยบายแก่หน่วยงานราชการหลายเรื่อง อาทิ การกำหนดวาระจังหวัด “KORAT FIRST” โดยให้หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน เลือกใช้สินค้าและบริการ ตลอดจนผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่ผลิตขึ้น ภายในจังหวัดนครราชสีมาก่อน เช่น Korat Kitchen Original Korat Resorch Korat Tourism and Trade Agriculture และกำหนดให้มี Korat Brand เป็นตราสัญญาลักษณ์ ผลิตภัณฑ์โคราช ที่บ่งบอกถึงอัตลักษณ์ของจังหวัด ,

โครงการบ้านพักมิตรภาพบำบัดผู้ป่วยมะเร็ง , โครงการผู้ว่าฯ พานับคาร์บ ลดน้ำหนัก 1 ล้านกิโล เพื่อคนโคราช , โครงการเปิดจวนผู้ว่าฯ ให้เป็นที่พักนักเรียน นักศึกษาที่เดินทางมาสอบในจังหวัดฯ , โครงการบำนาญประชาชน ปลูกต้นไม้เป็นเงินออม ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นโครงการเพื่อยกระดับความเป็นอยู่ คุณภาพชีวิตของพี่น้องชาวโคราชให้มี คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ห่างไกลจากโรคภัยไข้เจ็บ และ หลุดพ้นความยากจน อย่างไรขอให้พี่น้องสื่อมวลและเครือข่ายประชาสัมพันธ์ช่วยกันสื่อสารสิ่งที่ส่วนราชการในจังหวัดมีความตั้งใจ ที่จะพัฒนา เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องชาวโคราชให้ดียิ่งขึ้น นายชัยวัฒน์ กล่าว

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ม.แสตมฟอร์ด จัดพิธีประสาทปริญญาบัตร บัณฑิตนานาชาติกว่า 1,300 คน จาก 40 ประเทศ ความสำเร็จระดับโลก

แชร์เนื้อหานี้

มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด จัดพิธีประสาทปริญญาบัตรครั้งที่ 25 ขึ้น เมื่อวันที่ 15 ธ.ค. ที่ผ่านมา ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพฯ โดยในปีนี้ มีบัณฑิตนานาชาติทั้งระดับปริญญาเอก ปริญญาโท และปริญญาตรีที่สำเร็จการศึกษารวมทั้งสิ้น 1,314 คน จาก 40 ประเทศทั่วโลก และ

ในโอกาสครบรอบการก่อตั้ง 29 ปีในปีนี้ มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ดได้เน้นย้ำถึงความสำเร็จของเส้นทางการศึกษาในระดับโลก ภายใต้แนวคิด “Global Education Success: The Journey of Academic and Career Excellence” ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาหลักสูตรและการเรียนการสอน เพื่อสร้างบัณฑิตที่พร้อมด้วยทักษะความรู้ ความคิดสร้างสรรค์ และความเชี่ยวชาญที่จำเป็นต่อการสร้างอนาคตที่ยั่งยืน ทั้งในชีวิตส่วนตัวและสายอาชีพ พร้อมเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในเวทีระดับนานาชาติอย่างมั่นคงและภาคภูมิใจ

ภายในพิธีประสาทปริญญาบัตรครั้งนี้ ยังได้รับเกียรติจากคณะทูตและตัวแทนจากสถานทูตกว่า 21 ประเทศ ที่มาร่วมแสดงความยินดีแก่บัณฑิต พร้อมเป็นสักขีพยานในความสำเร็จของมหาวิทยาลัยที่ยังคงยืนหยัดในฐานะสถาบันการศึกษาที่มีมาตรฐานระดับสากล ในปีนี้ มหาวิทยาลัยได้คัดเลือกศิษย์เก่าดีเด่นประจำปี 2567 ขึ้นรับโล่รางวัลเกียรติยศเป็นผู้ที่ประสบความสำเร็จในสาขาอาชีพต่างๆ จากวิทยาเขตหัวหิน-ชะอำ คุณอุไร กาลปักษ์ หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์

สนง.เกษตรจังหวัดเพชรบุรี ศิษย์เก่าปริญญาโทรัฐประศาสนศาสตร์ / คุณจำนงค์ บุตรสงค์ ผู้จัดการทั่วไป วีรันดา รีสอร์ทแอนด์วิลล่า หัวหิน-ชะอำ ศิษย์เก่าปริญญาตรีรัฐประศาสนศาสตร์ / คุณธนพันธ์ ชูสุวรรณ หรือเชฟบอล เจ้าของร้านบอลเชฟเทเบิ้ลชะอำ และเป็นเชฟอีเว้นท์โชว์ทำอาหารให้กับบริษัท ซีโน่ แปซิฟิค หนึ่งในผู้เข้าร่วมการแข่งขันทำอาหาร เชฟออนเทรน (ทำอาหารบนรถไฟ รายการแรกของไทย) ศิษย์เก่าปริญญาโทบริหารธุรกิจ MBA / กภ.วันเพ็ญ เหลืองนฤทัย หัวหน้างานกายภาพบำบัด รพ.หัวหิน ศิษย์เก่าปริญญาโทบริหารธุรกิจ MBA และคุณนัชชา พรยิ่ง ผู้อำนวยการฝ่ายขายและปฏิบัติการ CE Logistics (Thailand)

ศิษย์เก่าปริญญาตรี บริหารธุรกิจ สาขาการจัดการฯ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนมหาวิทยาลัยอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านการพัฒนาวิชาการ การสนับสนุนกิจกรรม สร้างชื่อเสียงให้มหาวิทยาลัย หรือการสร้างเครือข่ายที่เข้มแข็ง และมีความพร้อมที่จะร่วมช่วยเหลือนักศึกษาปัจจุบัน รวมถึงการส่งเสริมศิษย์เก่าให้สามารถต่อยอดธุรกิจหรือสร้างความสำเร็จในสายอาชีพได้อย่างยั่งยืน.
นายนิพล ทองเก่า นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสยามโฟกัสไทม์/4เหล่าทัพ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / พลอ.อ.สถิตย์พงษ์ สุขวิมล ราชเลขานุการในพระองค์ฯ ติดตาม อนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งต้นน้ำคลองแม่ข่า ณ น้ำตกมนฑาธาร อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 16 ธันวาคม 2567 เวลา 09.00 น. พลอากาศเอกสถิตย์พงษ์ สุขวิมล ราชเลขานุการในพระองค์ฯ พร้อมด้วยนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและคณะ

ได้เดินทางตรวจเยี่ยมและติดตามการอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งต้นน้ำคลองแม่ข่า ณ น้ำตกมนฑาธาร อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย โดยมีนายนรินทร์ ประทวนชัย รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และ

นายกริชสยาม คงสตรี ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 ข้าราชการสังกัดสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 ฝ่ายปกครอง ประชาชนและเยาวชนในพื้นที่ให้การต้อนรับ

โดยในการนี้ ราชเลขานุการในพระองค์ฯ ได้รับฟังการบรรยายสรุปผลการดำเนินงานโครงการฟื้นฟูป่าต้นน้ำคลองแม่ข่า เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ โดยผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16

และร่วมจัดทำฝายต้นน้ำ(แบบคอกหมูหินทิ้ง) ร่วมกับเจ้าหน้าที่ ประชาชนและเยาวชน ในพื้นที่จำนวน 3 จุด และเยี่ยมชมน้ำตกมณฑาธาร อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ในลำดับถัดมา……

สมจิตรแสงบันลังค์รายงาน.

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / บึงกาฬ หนาวมาแล้วเช้านี้ 13 องศา ต้องก่อกองไฟผิงถึงเอาอยู่ /”นายกแว่นฟ้า” ชิงลาออกนายก อบจ.บึงกาฬ ก่อนหมดวาระ 3 วัน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 07.30 น.วันที่ 16 ธ.ค.ที่หมู่ 7 บ้านโนนยางคำ ต.บ้านต้อง อ.เซกา จ.บึงกาฬ ชาวบ้านที่ตื่นจากที่นอนตอนเช้าตรู่ ต้องนำฟืนที่หามาจากหัวไร่ปลายนาหรือไม้ยางพาราเก็บตระเตรียมเอาไว้ทำฟืน เพื่อก่อไฟผิงกันหนาว เนื่องจากมีคำเตือนจากกรมอุตุวิทยาแจ้งว่า ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนจะมีอากาศเย็นลงถึงหนาว อุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส

ซึ่งที่ผ่านมาชาวบ้านก็ยังไม่ได้สัมผัสอากาศหนาวอย่างจริงจัง เหมือนคราวนี้ มีทั้งอากาศหนาวเย็น ลมพัดกระโชกแรง บางครั้งก็มีฝนตกปรอยๆ แจมมาด้วย 2 วันแล้ว นอกจากเสื้อก้นหนาวที่พอช่วยได้ระดับหนึ่งแล้วยังต้องก่อไฟผิงกันหนาวไปด้วยจึงต้องเอาอยู่ บางครอบครัวก็ปั้นข้าวเหนียว มาปิ้งย่างกินคลายหนาวไปด้วย บางคนก็ตีไข่เป็ดหรือไข่ไก่นำมาทาปั้นข้าวเหนียวใหม่ปิ้งหอมๆ กินเป็นอาหารเช้าไปด้วยก่อนออกไปทำงาน ก็ถือว่าเสร็จไปหนึ่งมื้อ.
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล/บึงกาฬ 0961464326

“นายกแว่นฟ้า” ชิงลาออกนายก อบจ.บึงกาฬ ก่อนหมดวาระ 3 วัน
“นายกแว่นฟ้า” แชมป์เก่า คุณนาย มท.2 “ทรงศักด์” รมช.มหาดไทย ชิงลาออกนายก อบจ.บึงกาฬ ก่อนหมดวาระแค่ 3 วัน คาดเป็นเทคนิคทางการเมือง ขณะที่ กกต. ยันพร้อมจัดเลือกตั้ง ทั้ง 24 เขต

วันที่ 16 ธันวาคม 2567 ว่า ที่ จ.บึงกาฬ ผู้สื่อข่าวรายงาน ความเคลื่อนไหวการเมืองท้องถิ่นเลือกตั้ง อบจ. ที่จะครบวาระลงวันที่ 19 ธันวาคม 2567 ว่า วันนี้ นางแว่นฟ้า ทองศรี หรือ นายกแว่นฟ้า นายก อบจ.บึงกาฬ แชมป์เก่า ภรรยา นายทรงศักด์ ทองศรี รมช.มหาดไทย สังกัดพรรคภูมิใจไทย ได้ยื่นหนังสือลาออกก่อนหมดวาระแค่ 3 วัน ทำให้มีผลพ้นจากตำแหน่งทันที คาดว่าเป็นเทคนิคทางการเมือง และเตรียมพร้อมลงสู้ศึกสนามเลือกตั้ง อบจ.บึงกาฬ ที่จะมีการรับสมัครวันแรก ในวันที่ 23 – 27 ธันวาคม 2567 ทั้งผู้สมัคร นายก อบจ.บึงกาฬ และ ผู้สมัคร ส.อบจ.บึงกาฬ ทั้ง 24 เขตเลือกตั้ง

นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ ระบุว่า นายกแว่นฟ้า ได้ยื่นใบลาออกวันนี้ ซึ่งจะมีผลนับตั้งแต่วันที่ยื่น ก็จะทำหนังสือผ่านท้องถิ่นจังหวัดที่เสนอขึ้นมาส่งไปยังอบจ.บึงกาฬ แล้วแจ้งเรื่องไปกกต.จังหวัด ต่อไปกกต.จังหวัดก็จะทำหน้าที่ตามระเบียบขั้นตอนตามกฎหมาย ในการเลือกตั้งท้องถิ่นครั้งนี้อยากให้พี่น้องประชาชนคนบึงกาฬไปใช้สิทธิ์กันเยอะๆ เพื่อให้จะได้ผู้บริหารนายกอบจ. ที่ถูกใจเพื่อให้พัฒนาท้องถิ่นจังหวัดบึงกาฬ และในฐานะผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ ก็พร้อมที่จะทำให้การเลือกตั้งมีความบริสุทธิ์ยุติธรรม
ส่วนนายกริชชัย ศิลปะรายะ ท้องถิ่นจังหวัดบึงกาฬ กล่าวว่า

เมื่อช่วงบ่ายวันนี้ทางผวจ.บึงกาฬ ได้เซ็นหนังสือลาออกของนายกแว่นฟ้า ทองศรี นายกอบจ.บึงกาฬ แล้ว ซึ่งจะมีผลตั้งแต่วันที่ 16 ธันวาคม 67 นี้เป็นต้นไป ซึ่งการลาออกนี้ปลัดอบจ.บึงกาฬ จะปฏิบัติหน้าที่นายกอบจ.บึงกาฬ เพื่อให้อบจ.ได้ประสานการปฏิบัติไปทางกกต.จังหวัด เพื่อวางแผนกำหนดการเลือกตั้ง ให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อยโปร่งใสและเป็นธรรม
ด้าน ไพรัต คัณทักษ์ ผอ.กกต.บึงกาฬ เปิดเผยว่า สำหรับการเลือกตั้ง อบจ.บึงกาฬ กำหนดวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2568 โดยให้มีการเลือกตั้งพร้อมกันทั้ง นายก อบจ.บึงกาฬ รวมถึง ส.อบจ.บึงกาฬ ถึงแม้ นายก อบจ.บึงกาฬ คนปัจจุบันจะลาออกจากตำแหน่ง ก่อนครบวาระแค่ 3 วัน แต่ไม่มีผลทางการเมือง ส่วน

สาเหตุน่าจะเป็นเหตุผลทางการเมือง และไม่มีผลต่อวันเลือกตั้ง
อย่างไรก็ตามทาง กกต.บึงกาฬ มีความพร้อมในการจัดการเลือกตั้ง ทั้งนายก อบจ. และ ส.อบจ.บึงกาฬ ทั้ง 24 เขต รวมทั้ง 8 อำเภอ ส่วนวันรับสมัคร กำหนดในวันที่ 23-27 ธันวาคม 2567 สำหรับการลาออก “นายกแว่นฟ้า” ครั้งนี้ไม่มีผลทางการเมือง ไม่มีผลต่อการเลือกตั้ง และจะส่งผลดีต่อการปฏิบัติงานของข้าราชการในสังกัด อบจ.บึงกาฬ จะได้เป็นไปตามระเบียบขั้นตอนตามกฎหมาย นอกจากนี้ถือเป็นการเตรียมพร้อมเข้าสู่โหมดเลือกตั้ง อบจ.บึงกาฬ ที่จะมาถึงด้วย
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผอ.ทหารผ่านศึก ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจนักรบทหารผ่านศึกผลักดัน “เงินผดุงเกียรติ”

แชร์เนื้อหานี้

ผู้อำนวยการองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ลงพื้นที่พบปะเยี่ยมเยียนทหารผ่านศึกในพื้นที่จ.บึงกาฬ พร้อมชี้แจงการแก้ไขกฎหมาย เพื่อผลักดัน “เงินผดุงเกียรติ” ให้ทหารผ่านศึก และครอบครัว เป้าหมายแรก 3,000 บาท/ เดือน และองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก เตรียมไปนำโครงกระดูกนักรบนิรนามที่เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ในประเทศเพื่อนบ้านกลับประเทศไทย ที่ หอประชุมที่ว่าการอำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ พล.อ.เดชนิธิศ เหลืองงามขำ ผู้อำนวยการองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก (ผอ.อผศ.) ลงพื้นที่พบปะเยี่ยมเยียนทหารผ่านศึกและครอบครัวทหารผ่านศึก และครอบครัวทหารผ่านศึกในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ เพื่อสร้างขวัญกำลังใจ ช่วยในการประสานงานอำนวยความสะดวกให้กับทหารผ่านศึก และครอบครัวทหารผ่านศึก ให้เข้าถึงสิทธิการให้การสูงเคราะห์ได้อย่างทั่วถึง รวดเร็ว มีส่วนร่วมในการดูแลช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และร่วมกิจกรรมจิตอาสา และบำเพ็ญสาธารณะประโยชน์ต่าง ๆ โดยจังหวัดบึงกาฬ มีเครือข่ายทหารผ่านศึกผ่านศึก ทั้ง 8 อำเภอเข้าร่วมการพบปะ และมีนางสาวณัฏฐา ประเทืองบูลย์ รองหัวหน้าสำนักงานสงเคราะห์ทหารผ่านศึก เขตอุดรธานี, นายธีระพล ขุนพาลเพลิง นายอำเภอเมืองบึงกาฬ, พันเอก บัณฑิต คำเคน สัสดีจังหวัดบึงกาฬ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้การต้อนรับ

พลเอก เดชนิธิศ เหลืองงามขำ ผู้อำนวยการองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก กล่าวว่า จะดูแลและผลักดันสิทธิและสวัสดิการของพี่ ๆ นักรบทหารผ่านศึกให้ดีที่สุด ขอบคุณพี่ ๆ ที่สละเวลามาพบปะพูดคุยกันในวันนี้ และองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกจะนำปัญหา ข้อขัดข้อง ความเดือดร้อน รวมทั้งความต้องการ ผลักดันเข้าสู่กระบวนการเพื่อช่วยเหลือในด้านต่างๆ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่พี่ ๆ ทหารผ่านศึก และครอบครัวต่อไป ขณะเดียวกัน ผู้อำนวยการองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ได้กล่าวถึงการผลักดันแก้ไขกฎหมาย เสนอ ร่างพระราชบัญญัติองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก พ.ศ…

เพื่อผลักดัน “เงินผดุงเกียรติ” ให้ทหารผ่านศึกผู้ถือบัตรชั้น 2,3 และ 4 เป้าหมายแรกเดือนละ 3,000 บาท ประมาณ 6 แสนกว่าคน ซึ่งพ.ร.บ.ปัจจุบัน กล่าวถึงไว้เฉพาะเงินผดุงเกียรติของผู้ถือบัตรชั้น 1 และครอบครัว คือ ทหารผ่านศึกที่ แขน-ขา ขาด, ตาบอด แต่ผู้ถือบัตรชั้นอื่น ๆ ได้เงินช่วยเหลือครั้งคราว ไม่ได้รวมไปถึงครอบครัว จึงนำมาสู่การผลักดัน เพื่อจะแก้ไขพระราชบัญญัติดังกล่าว เพื่อให้พี่ ๆ ทหารผ่านศึกทุกท่านได้รับการดูแลอย่างดีที่สุด นอกจากนี้ ผู้อำนวยการองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก กล่าวว่าได้มีโอกาสพูดคุยกับ ผอ.สำนักงบประมาณ และที่ประชุมแล้ว ทุกคนก็เห็นเป็นเสียงเดียวกัน และไม่มีใครคัดค้านว่า ควรให้พี่ ๆ ทหารผ่านศึกจริง ๆ แต่ขอดูตัวเลขงบประมาณ และภาระของรัฐบาลที่ต้องดูแลพี่น้องคนไทย ในแต่ละปีก่อน อย่างไรก็ตาม ตนยืนยันว่า จะยังคงผลักดันแก้ไขร่าง พ.ร.บ.องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ให้ได้

นอกจากนี้ องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ยังมีโครงการที่จะไปขุดโครงกระดูกนักรบนิรนามที่เสียชีวิตขณะไปปฏิบัติหน้าที่ในประเทศลาว สมัยสงครามเย็นด้วย ซึ่งได้มีการพูดคุยกับผู้หลักผู้ใหญ่ในแวดวงทหารของประเทศลาวแล้ว ท่านก็เห็นว่าถือเป็นเรื่องที่ดีที่จะนำโครงกระดูกของทหารกล้ากลับบ้าน โดยจะมีโครงกระดูกของนักรบนิรนามที่มีวีรกรรมเป็นที่กล่าวขานจนถึงปัจจุบัน เช่น “อินทนิล” หรือ ร.ท.ชูเกียรติ สินค้าเจริญ ผู้ขอปืนใหญ่ยิงถล่มฐานตนเองบนภูเทิง ทุ่งไหหิน ด้วยโดยในโอกาสนี้ ผู้อำนวยการองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก

มอบของที่ระลึกแก่ผู้แทนทหารผ่านศึก จำนวน 10 นาย ได้แก่ สิบเอกเติม ผลจันทร์ เคยรับราชการสังกัด หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 26 ได้รับบาดเจ็บ ทำให้พิการทุพพลภาพ ขาซ้ายขาด เมื่อปีพุทธศักราช 2530, ร้อยตรีคำไหล สร้อยโสม เคยรับราชการสังกัด กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 3 ณ อำเภอนาแก จังหวัดสกลนคร ได้รับบาดเจ็บทำให้พิการทุพพลภาพตาข้างขวาบอด เมื่อปีพุทธศักราช 2522, พลทหารทวี โนนบริบูรณ์ อดีตกองพลเสือดำ ตำแหน่ง พลปืนเล็ก เมื่อปีพุทธศักราช 2511, สิบเอกบัวเรียน คำพินันท์ เคยรับราชการสังกัด กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 3 ณ ช่องโอบก อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์

ได้รับบาดเจ็บทำให้พิการทุพพลภาพขาซ้ายขาด เมื่อปีพุทธศักราช 2531, สิบเอกอินทฉันท์ พุทธามาตย์ เคยรับราชการสังกัด กองพันทหารราบที่ 4 กรมทหารราบที่ 23 ณ อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ ตำแหน่งสนามพลปืนเล็กได้รับบาดเจ็บทำให้พิการทุพพลภาพที่แขนซ้ายข้อมือขาด เมื่อปีพุทธศักราช 2534, สิบเอกอุดม โพธิ์ใต้ เคยรับราชการสังกัด กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 13 ตำแหน่งพลปืนเล็ก ได้รับบาดเจ็บทำให้พิการทุพพลภาพขาขวาขาดใต้เข่า เมื่อปีพุทธศักราช 2522, อาสาสมัครทหารพราน สุทัศน์ บุตรเจริญ เคยรับราชการสังกัด กองกำลังสุรนารี ได้รับบาดเจ็บในสนามทำให้พิการทุพพลภาพตาขวาบอด เมื่อปีพุทธศักราช 2529 ได้รับบาดเจ็บ, ร้อยตรีบังเอิญ โนนริบูรณ์ เคยรับราชการสังกัดกรมผสมที่ 13 ร.พัน 3 ในสนามทำให้พิการทุพพลภาพที่ลำตัว ขาแขน และมือซ้าย ใช้การไม่ได้ เมื่อปีพุทธศักราช 2517, ร้อยตรีสุริยา คำเจริญ เคยรับราชการสังกัด กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 13 ได้รับบาดเจ็บในสนามทำให้พิการทุพพลภาพที่ขาซ้ายใต้เข่าขาด เมื่อปีพุทธศักราช 2556 และพลทหารสมพงษ์ โคตรสี ประธานเครือข่ายจังหวัดบึงกาฬ เคยรับราชการสังกัดกองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 13 เมื่อปีพุทธศักราช 2532
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ชาวนราจะแนะ ร่วมรณรงค์ต่อต้านความรุนแรงไฟใต้ทุกรูปแบบ

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 16ธ.ค.67 ที่ หอประชุมอำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส จากกรณีกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงจำนวน 4 คน ใช้อาวุธปืนยิงทหารสังกัดชุดช่าง หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 49 ขณะกำลังบรรจุทรายใส่กระสอบบริเวณริมคลองหัวสะพาน บ้านมะนังกาแยง หมู่ที่ 3 ตำบลจะแนะ จังหวัดนราธิวาส เพื่อเตรียมไว้ให้กับชาวบ้านในการรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมระลอกใหม่ ก่อนที่ผู้ก่อเหตุจะขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป ทำให้อาสาสมัครทหารพราน วุฒิชัย ไทยประดิษฐ์ ถูกยิงบริเวณหัวไหล่และมุมปากขวา

ได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตในเวลาต่อมา และอาสาสมัครทหารพราน จักรพงษ์ ฤทธิรุตม์กูล ถูกยิงบริเวณแขนซ้าย บาดเจ็บสาหัส ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความสะเทือนใจให้แก่ประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก จึงร่วมกันปฏิเสธความรุนแรง

โดยการจัดกิจกรรมประชาชนจะแนะ ร่วมอำนวยพร สู่อำเภอสันติสุขอย่างยั่งยืนขึ้น โดยกิจกรรมเป็นการประกอบพิธีละหมาดฮายัต นำโดย นายโยฮัน เบ็ญฮาวัน นายอำเภอจะแนะ เป็นผู้นำละหมาดฯ ,นายอับดุลอาซิ บาโด ประธานชมรมอิหม่านอำเภอจะแนะ /กรรมการอิสลามประจำจังหวัดนราธิวาส , นายอับดุลฮาดี เจ๊ะแต รองประธานชมรมอิหม่าม คอเต็บ บีหลั่น อำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส

ร่วมนำบรรดาเจ้าหน้าที่รัฐและผู้นำศาสนา ผู้นำชุมชน ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น จาก 44 มัสยิด 10 หมู่บ้าน และนักเรียน กว่า 500 คน เพื่อขอพรจากพระเจ้า (อัลลอฮฺ ซ.บ.) เรียกร้องให้เกิดความสันติสุขในพื้นที่ ภายในกิจกรรมดังกล่าว นายอำเภอจะแนะ , ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 49 , ผู้นำศาสนา และกลุ่มสตรี พร้อมมวลชนทุกคนต่างพร้อมใจกันแสดงพลัง เพื่อแสดงออกถึงการต่อต้านความรุนแรง และประกาศเจตนารมณ์

รวมพลังต่อต้านการใช้ความรุนแรงในทุกรูปแบบโดยพร้อมใจกันชูป้ายข้อความว่า ชาวจะแนะต้องการสันติสุข“ชาวจะแนะไม่ต้องการความรุนแรง,หยุดใช้ความรุนแรง ทั้งนี้ มวลชนพร้อมใจกล่าว เจตนารมณ์ว่า ”ประชาชนจะแนะ ร่วมอำนวยพร สู่อำเภอสันติสุข ” เป็นการส่งสัญญาณว่าชาวจะแนะไม่มีใครเห็นด้วยกับการใช้ความรุนแรง พร้อมเรียกร้องให้สันติสุขกลับคืนสู่พื้นที่ให้เร็ววัน

ด้าน นางสุภาพร หริกจันทร์ ชาวบ้านจะแนะ หนึ่งในผู้เข้าร่วมกิจกรรม กล่าวว่า “วันนี้มาร่วมแสดงเจตนารมณ์ไม่เห็นด้วยกับความรุนแรงที่เกิดขี้น และเพื่อร่วมแรงร่วมใจแสดงออกถึงการไม่เห็นด้วยและต้องการไม่ให้เกิดความรุนแรงในลักษณะแบบนี้อีก ชาวอำเภอจะแนะรักในความสันติสุขและพร้อมจะต่อต้านความรุนแรงในทุกรูปแบบ และขอเป็นกำลังใจกับเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนที่เสียสละช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในพื้นที่”
//////////////////////////////////////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / รพ.กรุงเทพพัทยา จัดกิจกรรม Healthy Living 2025 EXPO ตรวจคัดกรองสุขภาพฟรี /นักสิ่งสายบุญร่วมชิงชัย SVT RUN 2024 หารายได้ช่วยผ่าตัดหัวใจเด็ก

แชร์เนื้อหานี้


โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา ได้จัดกิจกรรม Health Living 2025 EXPO ตรวจคัดกรองสุขภาพฟรี 25 รายการ ทุกวัน ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 ธันวาคม 2567 พร้อมเสวนาสุขภาพ ในหัวข้อ "สุขภาพกายและใจ เติบโตไปพร้อมกัน” โดย มี พญ.พีรพรรณ เจรจาปรีดี ผู้ช่วยผู้อำนวยการ รพ.กรุงเทพพัทยากล่าวเปิดงาน ต่อจากนั้น มีการบรรยายในหัวข้อ "สุขภาพกายและใจ เติบโตไปพร้อมกัน”  นพ. จิระวัฒน์ พฤกษศรี กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคต่อมไร้ท่อ และการแสดงของเด็ก ๆ จากหน่วยงานต่าง ๆ ในเมืองพัทยา
 
การจัดกิจกรรมตรวจคัดกรองสุขภาพฟรี 25 รายการ อาทิ  แบบทดสอบทดสอบการได้ยิน ตรวจค่าสายตาและหาความผิดปกติ  แบบคัดกรองสมรรถภาพความจำ 14 คำถาม แบบสอบถามความเสี่ยงต่อภาวะหยุดหายใจขณะหลับ  แบบประเมินความเสี่ยงโรคพาร์กินสัน  แบบประเมินโรคซึมเศร้า  แบบประเมินความเครียด  แบบประเมินภาวะวิตกกังวล  ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจปลายนิ้ว แบบประเมินความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด (ASCVD) ตรวจคัดกรองโรคต่อมไร้ท่อ โรคกระดูกพรุน/Osteoporosis 

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์/Sexually Transmitted Disease (STD) คัดกรองความเสี่ยงโรคไต ตรวจสุขภาพฟันฟรี วิเคราะห์องค์ประกอบของร่างกาย แบบประเมินการจัดการน้ำหนัก แบบสอบถาม เวชศาสตร์วิถีชีวิต คัดกรองความเสี่ยงต่อการพลัดตก หกล้ม  ให้คำปรึกษาเรื่องยา ตรวจคัดกรองความเสี่ยงพัฒนาการเด็กอายุ 0-5 ปี แบบประเมินคัดกรองความเสี่ยงโรคอ้วนในเด็ก แบบประเมินคัดกรองความเสี่ยงภาวะหนุ่มสาวก่อนวัย  ตรวจคัดกรองความเสี่ยงมะเร็งลำไส้ การตรวจหาเลือดแฝงในอุจจาระ คัดกรองความเสี่ยงมะเร็งเต้านม ซึ่งผู้สนใจสามารถมาตรวจคัดกรองได้ตามวันและเวลาดังกล่าว

     ในโอกาสส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ รพ.กรุงเทพพัทยา มีการจัดแพ็กเกจตรวจสุขภาพ Healthy Living 2025 ลดสูงสุด 70% เพื่อให้ทุกท่านได้เลือเป็นของขวัญให้คนที่คุณรัก ซึ่งแพ็กเกจออกแบบให้เหมาะสมกับทุกช่วงอายุ ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 ธันวาคม 2567 นี้

นักสิ่งสายบุญร่วมชิงชัย SVT RUN 2024 หารายได้ช่วยผ่าตัดหัวใจเด็ก

ตามที่ โรงเรียนศรีสุวิช จ.ชลบุรี ได้จัดกิจกรรมวิ่งการกุศล SVT RUN เพื่อระดมทุนจัดหารายได้สนับสนุนข่วยเหลือสังคมมาอย่างยาวนาน โดยกำหนดจัดงานวิ่ง SVT RUN ทุกวันที่ 15 ธันวาคมของทุกปี และในปีนี้จัดขึ้นภายใต้ชื่องาน SVT RUN 2024 CHARITY FOR KIDS STEPPING TO THE HEARTS.

วันที่ 15 ธ.ค.67 ดร.ประถมาภรณ์ ฟักฤกษ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนศรีสุวิช เป็นประธานเปิดงาน SVT RUN 2024 CHARITY FOR KIDS STEPPING TO THE HEARTS. ที่บริเวณจุดสตาร์ทหน้าโรงเรียน ท่ามกลางนักวิ่งสายบุญเข้าร่วมชิงชัยรายการนี้หลายพันคน

การแข่งขันออกเป็น 6 รุ่น คือ รุ่น KIDS SPIRIT อายุไม่เกิน 6 ปี, รุ่น ALPHA อายุ 7-15 ปี, รุ่น Z-RUN อายุ 16-29 ปี, รุ่น Y-RUN อายุ 30-39 ปี, รุ่น X-RUN อายุ 40-49 ปี และรุ่น XL-RUN อายุ 50 ปีขึ้นไป รายได้จาการจัดงานหลังหักค่าใช้จ่ายจะได้ร่วมสมทบทุนบริจาคช่วยเหลือในการผ่าตัดหัวใจให้เด็กที่ป่วยเป็นโรคหัวใจตามลำดับ

วอนเมืองพัทยาปรับภูมิทัศน์ที่สาธารณะให้แล้วเสร็จ หลังงานค้างมาร่วมเดือน

ตามที่เมืองพัทยาดำเนินการปรับภูมิทัศน์พื้นที่สาธารณะหลังห้องเช่าหลังเจ๊ะมะดีแมนชั่น ซอยสุขุมวิท 28 ซอยตัดโรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา เพื่อแก้ปัญหาความทุกข์ใจของชาวบ้านผู้เช่าพักที่หวั่นได้รับอันตรายจากสัตว์มีพิษชุกชุมตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุด วันที่ 16 ธ.ค.67 หลังจากมีการดำเนินการกินระยะเวลามาร่วมเดือน ทีมข่าวได้ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าของการทำงานปรับปรุงพื้นที่สาธารณะบริเวณดังกล่าว พบว่าได้ดำเนินการจากทางเข้าไปได้ประมาณ 100 เมตร งานยังไม่แล้วเสร็จแต่อย่างใด

ข่าวรายงานด้วยว่า หลังจากชาวบ้านร้องเรียนไปเมืองพัทยาได้ส่งเจ้าหน้าที่มาดำเนินการแต่ยังไม่แล้วเสร็จ ทำได้แค่ครึ่งทางเท่านั้น อยากให้มาเร่งรัดจัดการให้เสร็จโดยเร็วเพื่อความปลอดภัยของชาวบ้านที่อาศัยที่ติดกับพื้นที่สาธารณะเพราะได้ดำเนินการมาร่วมเดือนแล้ว