เรื่องทั้งหมดโดย admin

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผู้การทหารพราน 23 นำกำลังเดินเท้าลาดตระเวน ชายแดนไทย – กัมพูชา พื้นที่รับผิดชอบ อ.น้ำขุ่น จ.อุบลราชธานี

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2567 ที่บริเวณอำเภอน้ำขุ่น จังหวัดอุบลราชธานี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พันเอก กัญญณัต ไชยโอชะ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 23 นำกำลังพลเดินเท้าลาดตระเวนตรวจภูมิประเทศในพื้นที่รับผิดชอบ ในพื้นที่ชายแดนไทย – กัมพูชา อำเภอน้ำขุ่น จังหวัดอุบลราชธานี

เพื่อเป็นการป้องกันการกระทำความผิดเงื่อนไขชายแดน การสกัดกั้นและป้องกันผู้หลบหนีเข้าเมือง การกระทำผิดกฎหมายทุกรูปแบบ และการละเมิดข้อตกลง MOU พร้อมทั้งให้คำแนะนำเพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติงานตามแนวชายแดน โดยได้มอบนโยบายให้กับกำลังป้องกันชายแดนของหน่วย

เน้นย้ำให้กำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ทุกนายเข้มงวดในเรื่องของการป้องกันการกระทำความผิดกฎหมาย ตามแนวชายแดน เพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อยในห้วงการปฏิบัติงาน ให้เพิ่มความถี่ในการลาดตระเวนเฝ้าตรวจและป้องกันชายแดนอย่างต่อเนื่อง ตามนโยบายของกองทัพบก ซึ่งพื้นที่ชายแดนไทย – กัมพูชา อำเภอน้ำขุ่น จังหวัดอุบลราชธานี

มีความสำคัญ ที่จะต้องรักษาไว้อย่างเข้มงวด ไม่ให้เกิดการละเมิด MOU การลักลอบหลบหนีเข้าเมือง และการเข้ามากระทำผิด พรบ.ป่าไม้ ซึ่งในพื้นที่นี้เป็นเขตป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์แห่งหนึ่งของประเทศไทย ซึ่งกำลังพลของหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 23

ต่างปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ เข้มแข็งทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจในการที่จะปกป้องประเทศชาติ และผืนแผ่นดินไทยตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้ประชาชนที่อยู่พื้นที่ตามแนวชายแดนได้ปลอดภัยทั้งทางด้านร่างกายและทรัพย์สินสืบไป

ภาพ : ฉก.ทพ.23
ข่าว : นายพรพิพัฒน์ เพ็ชรสังหาร
เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / งานวิ่งเลาะเวียงล้านนาตะวันออก สนามที่ 3 วิ่งเวียงสา จ.น่าน 4 สนาม รางวัลกว่า 720,000 บาท

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 15 ธันวาคม 2567 ณ บริเวณข่วงเวียงสา อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน เวลา 06.30 น. นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน พร้อมด้วยนางสาวนพรัตน์ ศตะรัตน์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดน่าน และผู้แทนท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดพะเยา พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดน่าน เข้าร่วมพิธีเปิดกิจกรรม วิ่งเลาะเวียงล้านนาตะวันออก กิจกรรมวิ่งเวียงสา

ภายใต้โครงการบูรณาการการท่องเที่ยวของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 (พะเยา เชียงราย น่าน แพร่) ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน กล่าวว่า กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 (พะเยา เชียงราย น่าน แพร่) โดยสำนักงานการท่องเที่ยวจังหวัดพะเยา ได้กำหนดจัดโครงการบูรณาการการท่องเที่ยวของกลุ่มจังหวัด กิจกรรมหลัก “วิ่งเลาะเวียง ล้านนาตะวันออก” กิจกรรมวิ่งเวียงสา ณ บริเวณข่วงเวียงสา อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน ขึ้นมาในครั้งนี้มีประโยชน์อย่างยิ่ง

สอดคล้องตามนโยบายของรัฐบาลที่ส่งเสริมและสนับสนุนการออกกำลังกายด้วยการเล่นกีฬาตามความถนัด ตามความสมัครใจ พัฒนาส่งเสริมด้านการท่องเที่ยวเชิงกีฬา (Sport Tourism) ในกลุ่มจังหวัดล้านนาตะวันออก ส่งเสริมการท่องเที่ยวควบคู่ไปกับการออกกำลังกาย ตลอดจนสร้างเสริมสุขภาพของผู้มาเข้าร่วมกิจกรรม อีกทั้งเป็นการส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่จัดกิจกรรมได้เป็นอย่างดี

กิจกรรมด้านการกีฬาเพื่อการท่องเที่ยว มีแนวโน้มและทิศทางที่ได้รับความนิยมสูงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ประชาชนหันมาใส่ใจสุขภาพและออกกำลังกายกันมากขึ้น ขณะเดียวกันการจัดกิจกรรมด้านการกีฬาเพื่อการ ท่องเที่ยว ยังเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนการท่องเที่ยวของแต่ละจุดหมายปลายทางที่จัดกิจกรรม ทั้งยังเป็นการ พัฒนาด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดน่าน กระจายรายได้สู่ชุมชน กระตุ้นเศรษฐกิจภาพรวมของชุมชน และกระตุ้นภาคธุรกิจด้านการท่องเที่ยวอีกด้วย

สำหรับกิจกรรมวิ่งเวียงสาในครั้งนี้ มีผู้เข้าร่วมกิจกรรม จำนวนกว่า 750 คน โดยการแข่งขันจะแบ่งออกเป็น 3 ประเภทคือ มาราธอน ระยะทาง 42 กิโลเมตร จำนวน 10 รุ่น ,ฮาล์ฟมาราธอน ระยะทาง 21 กิโลเมตร จำนวน 10 รุ่น และ วิ่ง Fun RUN ระยะทางไม่น้อยกว่า 5 กิโลเมตร จำนวน 2 รุ่น การแข่งขันวิ่งเลาะเวียงสานี้ เป็นสนามที่ 3 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 14-15 ธ.ค. 67

โดยมีจุดสตาร์ทและเส้นชัยที่ ณ บริเวณข่วงเวียงสา ทั้งนี้ ในระยะ 42 กม. ผู้ชนะลำดับที่ 1-3 ในแต่ละรุ่น จะได้รับเงินรางวัลรวม 120,000 บาท ในระยะ 21กม. ผู้ชนะในลำดับที่ 1-3 ในแต่ละรุ่น จะได้รับเงินรางวัลรวม 60,000 บาท รวมเงินรางวัลในสนามที่ 3 วิ่งเวียงสาเป็นจำนวน 180,000 บาท สำหรับนักกีฬาที่สนใจเข้าร่วมการแข่งขันสามารถติดตามรายละเอียดได้ที่ FB: วิ่งเลาะเวียง เมืองล้านนาตะวันออก
/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ชาวบ้านแห่!! ให้กำลังใจ สท.ดังเมืองสระแก้ว หลังโดนกล่าวหาแจ้งความ หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2567 เวลา 11.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้านมากกว่า 70 คน ได้เดินทางไป สถานีตำรวจภูธรเมืองสระแก้ว เพื่อไปให้กำลังใจ สท.ดังเมืองสระแก้ว ที่ได้โดนกล่าวหาแจ้งความคดี หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา เรื่องประชุมชี้แจงคณะกรรมการ “วัดหนองกะพ้อ” เหตุการณ์เกิดเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2567 เวลา ประมาณ 12.00 น.

โดยวันนี้ นางสาวพิมพ์กมน กงแก้ว (สท.หล่อ) สมาชิกสภาเทศบาลเมืองสระแก้ว เขต 1 ได้เดินทางไปให้ปากคำ รับทราบข้อเท็จจริง ต่อพนักงานตำรวจสอบสวน สภ.เมืองสระแก้ว ผู้ถูกกล่าวหา หมิ่นประมาทผู้เสียหายในที่ประชุมคณะกรรมการ สถานที่ วัดหนองกะพ้อ ต.สระแก้ว อ.เมืองสระแก้ว จ.สระแก้ว

สท.หล่อ กล่าวว่า…ไปรับฟังข้อเท็จจริงจากร้อยเวร ซึ่งร้อยเวร ก็ได้สอบถามมาว่า เรื่องเป็นมายังไง เราก็ได้ชี้แจงว่าสิ่งที่พูดมันเป็นข้อสงสัย ในที่ประชุมคณะกรรมการ เกี่ยวกับเรื่องค่าใช้จ่ายในงานกฐินที่ผ่านมา และการบำรุงบูรณะซ่อมแซมหลังคาอุโบสถ ของ“วัดหนองกระพ้อ” เรื่องที่พูดออกมาเป็นความจริง และพี่น้องพร้อมคณะกรรมการเป็นพยานได้..

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / รองนายกฯ “อนุทิน”หลวงปู่ศิลา พระอ.สุริยัน เททองหล่อนำฤกษ์ “พระพุทธโลกนาถนาคาไชยบุรี” แลนด์มาร์คแห่งใหม่จังหวัดบึงกาฬ

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ (14 ธ.ค. 67) เวลา 13.39 น. ที่บริเวณโครงการพัฒนาตามผังเมืองรวมเมืองบึงกาฬ (Landmark) อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เป็นประธานพิธีเททองนำฤกษ์และพิธีพุทธาภิเษกพระพุทธโลกนาถนาคาไชยบุรี

พร้อมด้วย นายทรงศักดิ์ ทองศรี รมช.มหาดไทย นายขจร ศรีชวโนทัย รองปลัดกระทรวงมหาดไทย นายพรพจน์ เพ็ญพาส อธิบดีกรมที่ดิน นายสยาม ศิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน นายภาสกร บุญญลักษม์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

นายพงษ์นรา เย็นยิ่ง อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง นายวินัย โตเจริญ รองอธิบดีกรมการปกครอง น.ส.มรกต ศรีสวัสดิ์ เอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์ นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการ จ.บึงกาฬ นางแว่นฟ้า ทองศรี นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬ นายนคร ศิริปริญญานันท์ รองผวจ.บึงกาฬ หัวหน้าส่วนราชการ ภาคราชการ ภาคเอกชน และพุทธศาสนิกชน ศิษยานุศิษย์ร่วมพิธีจำนวนมาก

การประกอบพิธีครั้งนี้ ได้รับเมตตาจากพระสงฆ์สมณศักดิ์นั่งปรกอธิฐานจิต อาทิ พระธรรมวชิรเมธี (เจ้าคุณมีชัย) เจ้าอาวาสวัดหงส์รัตนาราม ราชวรวิหาร พระเทพวัชรเมธี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศาราม(ธ) พระราชภาวนาโสภณ วิ. เจ้าคณะจังหวัดบึงกาฬ เจ้าอาวาสวัดเซกาเจติยาราม พระอารามหลวง

พระราชวัชรธรรมโสภณ (หลวงปู่ศิลา) เจ้าอาวาสวัดพระธาตุหมื่นหิน พระวชิระสาสนคุณ เจ้าคณะจังหวัดบึงกาฬ(ธ) เจ้าอาวาสวัดป่าเทพวิมุต พระวชิรญาณวิศิษฏ์ วิ. (เจ้าคุณสุริยันต์) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดมหาชัย พระอารามหลวง ประธานสงฆ์วัดพุทธวนาราม (วัดป่าวังน้ำเย็น) พระครูบวรธรรมรักขิต(หลวงตาเลิศ) เจ้าอาวาสวัดอรัญญานี ครูบาเจ้าเทือง นาถสีโล วัดเด่นสะหลีศรีเมืองแกน จังหวัดเชียงใหม่ และพระเถราจารย์จำนวนมาก ร่วมประกอบพิธี

โครงการ Landmark จ.บึงกาฬ เป็นการพัฒนาสวนสาธารณะริมแม่น้ำโขงให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวและพักผ่อนหย่อนใจที่สำคัญของทั้งคนในพื้นที่และนักท่องเที่ยว มีไฮไลท์สำคัญคือ “พระพุทธโลกนาถนาคาไชยบุรี” เป็นพระพุทธรูปนาคปรก 9 เศียร สูง 16.09 เมตร ขนาดหน้าตักกว้าง 4.77 เมตร ประดิษฐานริมแม่น้ำโขง

ซึ่งนอกจากจะทำให้เป็นสถานที่แห่งความเลื่อมใสศรัทธาของพุทธศาสนิกชนแล้ว ยังจะเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของจังหวัดลุ่มแม่น้ำโขง ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาเยี่ยมชม สนับสนุนเศรษฐกิจของ จ.บึงกาฬ และจังหวัดใกล้เคียงตามนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน สร้างอาชีพ เพิ่มรายได้ให้ประชาชนด้วย
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ตลาดน้ำ4 พัทยา เปิดตัวให้บริการ “เรือสะเทินน้ำสะเทิ้นบก” / The Riviera Santa Monica Jomtien เปิดจอง ลูกค้าไทย-เทศเข้าคิวจองทะลุ 60%

แชร์เนื้อหานี้

มีรายงานว่า ตลาดน้ำภาค พัทยา สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังจังหวัดชลบุรี ได้เปิดให้บริการ “เรือสะเทินน้ำ สะเทินบก” หนึ่งเดียวในประเทศไทย โดย นายมนัส มีพงษ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ตลาดน้ำ 4 ภาค พัทยา จำกัด พร้อมทีมบริหาร พนักงาน และผู้ประกอบการร้านค้า ร่วมเปิดตัวการกลับมาให้บริการของ “เรือสะเทินน้ำ สะเทินบก” ภายใต้แนวคิด “ย้อนอดีตกับเรือเอี้ยมจุ๊นโบราณ”

นายมนัส ประธานฯ ตลาดน้ำ 4 ภาค พัทยา เล่าว่า เรือสะเทินสะเทินบก ของตลาดน้ำ 4 ภาค (ฝพัทยา เป็นเรือเอี้ยมจุ๊นโบราณที่ในอดีตเป็นพาหนะที่ใช้นงานขนส่งสินค้าทางการเกษตรจากหัวเมืองภาคกลางตอนเหนือ เพื่อลำเลียงลงมาค้าขายที่พระนคร (หรือกรุงเทพฯ ในปัจจุบัน) ที่ตลาดน้ำ 4 ภาค พัทยา ได้เก็บรักษาและดูแลหมู่เรือเอี้ยมจุ๊นโบราณจำนวน 4 ลำมาตั้งแต่ครั้งบรรพบุรุษในยุคสงครามโลกครั้งที่ 2

เนื่องจากหมู่เรือเอี้ยมจุ๊นเป็นเรือที่ถือได้ว่าคู่บุญมากับครอบครัว เพราะในสงครามครั้งนั้น ครอบครัวได้ล่องเรือเอี้ยมจุ๊นขนส่งสินค้ามาจากพระนครศรีอยุธยา และมาจอดเรือพักอยู่ที่เชิงสะพานพุทธ ช่วงเวลานั้นมีเสียงสัญญาณเตือนภัยดังขึ้น ทางครอบครัวได้ตัดสินใจถอยเรือออกมาจากสะพาน ทำให้รอดพ้นจากการโดนทิ้งระเบิดของข้าศึกได้ เหตุการณ์ในครั้งนั้นจึงเป็นต้นเหตุของความเชื่อในเรื่องความแคล้วคลาดปลอดภัย และเจริญรุ่งเรือง

ดังนั้นตลาดน้ำ 4 ภาค พัทยา จึงได้นำเรือเอี้ยมจุ๊นโบราณที่เก็บรักษาไว้อย่างดี มาดัดแปลงเครื่องยนต์และระบบขับเคลื่อน ให้สามารถวิ่งในน้ำเป็นเรือ และขึ้นวิ่งบนบกเหมือนรถยนต์ได้อีกด้วย โดยเรียกขานใหม่ว่า “เรือสะเทินน้ำสะเทินบก” เปิดให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัส พร้อมนั่งชมทัศนียภาพย้อนอดีตวันวานมาแล้ว ก่อนจะเปิดตัว ให้บริการอีกครั้งพร้อมชมการแสดงนาฏศิลป์ การแสดงมวยทะเล การดวลระนาดเอก และวงดนตรีพื้นบ้าน ได้ตลอดทั้งวัน และทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ Riviera Group ผู้คร่ำหวอดในวงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ห้องพักที่อยู่อาศัยในเมืองพัทยา โดย คุณเอ๋ สุกัญญา เกล ผู้บริหารฯ ได้เปิดรับจองโครงการลำดับที่ 7 ของ Riviera Group ภายใต้ชื่อโครงการ The Riviera Santa Monica Jomtien ด้วยมูลค่าโครงการกว่า 2,000 ล้านบาท

The Riviera Santa Monica Jomtien เปิดจองวันแรก ลูกค้าไทย-เทศเข้าคิวจองทะลุ 60%

The Riviera Santa Monica Jomtien เป็นโครงการอาคารห้องพักความสูง 34 ชั้น รวม 446 ยูนิต เป็นแบบห้องชุด เพนท์เฮ้าส์ 4 ห้องนอน และ 1 ห้องเมด ขนาด 325 ตร.ม. ห้องชุด 3 และ 4 ห้องนอน ขนาด 180 ตร.ม. ห้องชุด 2 ห้องนอน ขนาด 50-73 ตร.ม. และ 1 ห้องนอน ขนาด 29-38 ตร.ม. สนนราคาเริ่มต้นที่ 2.1 ล้านบาท พร้อมเฟอร์นิเจอร์

The Riviera Santa Monica Jomtien ตั้งอยู่ในทำเลที่ดีที่สุดระหว่างถนนพัทยา-จอมเทียนสาย 2 (ซ.ชัยพฤกษ์ 1) และถนนสุขุมวิท (ซ.สุขุมวิท-พัทยา 68) บนพื้นที่รวม 3.7 ไร่ มีเส้นทางเข้าออกรวม 4 เส้นทาง เริ่มต้นการก่อสร้างในเดือนตุลาคม 2568 และจะมีกำหนดแล้วเสร็จในเดือนพฤศจิกายน 2571

สำหรับในวันนี้ซึ่งเป็นวันแรกของการเปิดรับจองห้องพัก The Riviera Santa Monica Jomtien พบว่ามีลูกค้า-เอเยนซี่ ทั้งชาวไทยและต่างประเทศที่ให้ความสนใจในโครงการนี้ทยอยเข้ารับบัตรคิวในการรับจองห้องพักกันอย่างคึกคัก ซึ่งทีมขายคาดว่าในวันแรกยอดจองจะมีสูงกว่า 60%

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผอ.ศปป.2 กอ.รมน.ตรวจเยี่ยม ตามโครงการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร/แม่ทัพภาค 2 แถลงข่าว จับกุม ผู้ต้องหา 4 ราย ยาไอซ์ 6 กระสอบ 200 กก. มูลค่า 200 ล้านบาท อ.ปากชม จ.เลย

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2567 เวลา 15.00 น. ที่ค่ายพระยอดเมืองขวาง ตำบลกุรุคุ อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม พลโทบุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2/ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

มอบหมาย พลตรีฉัฐชัย มีชั้นช่วง ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 210/รองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ให้การต้อนรับ พลโท กัณห์ สถิตยุทธการ ผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 2

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร และคณะ ในโอกาศเดินทางมาตรวจเยี่ยมหน่วย และติดตามผลการปฏิบัติงานตามโครงการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร และพัฒนาประเทศ ประจำปี 2568 ในพื้นที่ จังหวัดนครพนม

โดยได้รับฟังบรรยายสรุปผลการปฏิบัติงาน สถานการณ์ยาเสพติดในพื้นที่ในห้วง ที่ผ่านมา พร้อมทั้งมอบนโยบาย ข้อสั่งการ และข้อเน้นย้ำ แนวทางการปฏิบัติงาน รวมถึงรับทราบปัญหาข้อขัดข้องต่างๆ เพื่อกำหนดแนวทางการบูรณาการในการพัฒนาความร่วมมือด้านการข่าว

ในพื้นที่รับผิดชอบสู่แผนการปฏิบัติ พร้อมทั้งให้กำลังใจกับกำลังพลที่เสียสละในการปฏิบัติงานต่อไป ณ ห้องประชุมหน่วยบัญชาการหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ค่ายพระยอดเมืองขวาง ตำบลกุรุคุ อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม

ภาพ : นบ.ยส.24
ข่าว : พรพิพัฒน์ เพ็ชรสังหาร
เด​วิท​ โชคชัย​ รายงาน​ 092-5259777​

แม่ทัพภาค 2 แถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องหา 4 ราย พร้อมของกลาง ไอซ์ จำนวน 6 กระสอบน้ำหนัก 200 กก. มูลค่า 200 ล้านบาท ในพื้นที่ อ.ปากชม จ.เลย

เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2567 ที่กรมทหารพรานที่ 21 ค่ายศรีสองรัก อำเภอเมือง จังหวัดเลย พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2/ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2/ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (มทภ.2/ผบ.ศปก.ทภ.2/ผบ.นบ.ยส.24)

แถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องหา 4 ราย พร้อมของกลาง ไอซ์ จำนวน 6 กระสอบน้ำหนัก 200 กก. และรถยนต์ จำนวน 2 คัน ในพื้นที่ อำเภอปากชม จังหวัดเลย โดยมี นายกิตติคุณ บุตรคุณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเลย พลตรี สุคนธรัตน์ ชาวพงษ์ ผู้บัญชาการกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี พลตรี พุทธิวัฒน์ สิริพงศ์พล ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 28

พลตำรวจตรี พงพิพัฒน์ ศิริพรวิวัฒน์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเลย พันเอก สุพรเทพ ไชยยงค์ ผู้บังคับการกองบังคับการควบคุมที่ 3 กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี พันเอก อินทราวุธ ทองคำ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 นายสามารถ หมั่นนอก ปลัดจังหวัดเลย นายยศวัฒน์ พัชระศักดิ์สกุล นายอำเภอปากชม พร้อมหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดเลย ร่วมแถลงข่าว
สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ทหารพรานกองร้อยเฉพาะกิจทหาพรานที่ 2109 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 ได้รับทราบจากสายข่าว ว่ากลุ่มกระบวนการลักลอบขนยาเสพติดเข้ามาเคลื่อนไหวในพื้นที่ เมื่อเวลา 19.00 น.

วันที่ 11 ธันวาคม 2567 จึงได้จัดกำลังชุดเคลื่อนที่เร็วของหน่วย ทำการลาดตระเวนเฝ้าตรวจจุดเพ่งเล็ง และตรวจพบรถยนต์ต้องสงสัยที่ดัดแปลงกระบะตู้ทึบ ไว้เพื่อปิดบังอำพรางในการกระทำผิด เจ้าหน้าที่จึงได้ขับติดตามดูพฤติกรรม และตั้งจุดตรวจจุดสกัด รถต้องสงสัยที่คาดว่าจะเป็นรถนำ บริเวณสามแยกบ้านห้วยเป้า หมู่ 5 ตำบลปากชม อำเภอปากชม จังหวัดเลย เมื่อสบโอกาสจึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ แต่บุคคลดังกล่าวท่าทางมีพิรุธ เจ้าหน้าที่จึงได้ให้ลงจากรถ ควบคุมตัวไว้ตรวจสอบหาความเชื่อมโยงสามารถทำตรวจยึด/จับกุม ผู้ต้องหาพร้อมของกลางยาไอซ์ จำนวน 6 กระสอบ ประมาณ 200 กิโลกรัม รถยนต์กระบะ จำนวน 2 คัน รถยนต์กระบะ โตโยต้า รีโว้ สีบรอนซ์ ทะเบียน บม 5410 เพชรบุรี (รถยนต์กระบะ ดัดแปลงตู้ทึบ) รถขนยาไอซ์, รถยนต์กระบะ นิสสัน นาวารา สี่ประตู สีดำ ทะเบียน กต 4383 ชุมพร (รถนำทาง) และจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด จำนวน 4 ราย

พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวว่า ในวันนี้ได้มาให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติงานตามแนวป้องกันชายแดนของเรา ในห้วงที่ผ่านมา ได้มีการจับกุมยาบ้า 50 ล้านเม็ด ซึ่งทราบได้ว่ามีการใช้อย่างกว้างขวาง ซึ่งมีมูลค่าสูง ในครั้งนี้ที่สำคัญมีการได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ซึ่งมีกลุ่มขบวนการจากภาคกลางตอนล่าง ยังคงมีความพยายามที่จะลำเลียงยาเสพติดเหล่านี้เข้าสู่พื้นที่ตอนใน ในครั้งนี้เป็นอีกครั้งหนึ่ง ที่เราจับกุมผู้ต้องหาได้ และเป็นยาเสพติด (ยาไอซ์) จำนวน 200 กก. มูลค่ากว่า 200 ล้านบาทโดยปัจจัยสำคัญคือ มีผู้ต้องการยาเสพติดเป็นอย่างมาก ในพื้นที่ภาคกลาง ทางแม่ทัพภาคที่ 2 จึงแจ้งต่อตำรวจภูธรจังหวัดเลย ขอให้นำผู้ต้องหาไปขยายผล นำไปสู่กลุ่มกระบวนการผู้สั่งการ และกลุ่มนายทุนที่อยู่เบื้องหลัง เป็นคดีสมคบคิด จนสามารถนำไปสู่การยึดทรัพย์ให้ได้ สาเหตุที่มียาเสพติดจำนวนมากเข้าในพื้นที่ เนื่องจากช่วงนี้ใกล้เทศกาลปีใหม่ มีความต้องการของลูกค้าในตลาดสูงมาก

ท้ายที่สุดนี้ ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21และทุกส่วนราชการที่ได้ปฏิบัติงานอย่างเข้มแข็ง และบูรณาการร่วมกัน จนทำให้การจับกุมในครั้งนี้ประสบความสำเร็จ ขอขอบคุณสื่อมวลชนทุกท่าน ที่มาร่วมเป็นสักขีพยาน และช่วยประชาสัมพันธ์ ข้อมูลข่าวสาร ขอให้สื่อได้ช่วยเป็นกระบอกเสียง เชิญชวนประชาชนร่วมแจ้งข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการลักลอบค้ายาเสพติด หรือข้อมูลผู้ค้ายาเสพติดผ่านช่องทางตรงของ เจ้าหน้าที่ในหน่วยกำลังป้องกันชายแดนทุกหน่วย และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้ปัญหายาเสพติดลดลง และพี่น้องประชาชนมีความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สิน

ภาพ : นบ.ยส.24
ข่าว : นาย พรพิพัฒน์ เพ็ชรสังหาร
เด​วิท​ โชคชัย​ รายงาน​092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์กอ.รมน.สมุทรสาคร.จับกุมแรงงานต่างด้าว 140 คน ไม่มีใบอนุญาตทำงาน

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 12 ธันวาคม 2567 พ.อ.สมเกียรติ นุตะวณิช จังหวัดสมุทรสาคร(ท) พันโท ธีระพงษ์ นามสละ หัวหน้าฝ่ายการข่าว ร้อยตรีทิติพงษ์ เรียงรวมหัวหน้าชุด ชรต. 105 ร่วมบูรณาการกับหน่วยงานเจ้าหน้าที่ตมจังหวัดสมุทรสาครเจ้าหน้าที่ตำรวจสภเมืองสมุทรสาครเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอเมืองจังหวัดสมุทรสาคร

เจ้าหน้าที่จัดหางานจังหวัดสมุทรสาครเจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสมุทรสาครเจ้าหน้าที่สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดสมุทรสาคร ร่วมบูรณาการจับกุมแรงงานต่างด้าวได้ทั้งหมด 140 คนโดยพฤติกรรมมีรายงานต่างด้าวรับรอบทำงาน

โดยผิดกฎหมายโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา98 ประกอบกับมาตรา 100 แห่งพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของต่างด้าวพ.ศ 2560 และแก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 2 พ.ศ 2561 ขณะที่เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจโกดังขนถ่ายสินค้าแห่งหนึ่งในพื้นที่บางน้ำจืดอำเภอเมืองจังหวัดสมุทรสาคร

พบเป็นโรงงานคัดแยกพัสดุสินค้าภายในบริเวณโกดังดังกล่าวตรวจพบแรงงานต่างด้าวไม่มีเอกสารประจำตัวมาแสดงจำนวน 128 คนโดยเป็นต่างด้าวที่ไม่มีใบอนุญาตทำงานตามมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

นาย วุฒิชัย ตงรุม หัวหน้าศูนย์ข่าวจังหวัดสมุทรสาคร

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ตร.น้ำ มุกดาหาร จับกุม สุนทรา ทองผา ยาบ้า 1 เม็ด /หนุ่มหลอนยาคลั่ง จุดไฟเผาคอกวัว จนวัวท้องแก่ 2 ตัว ถูกย่างสดตายอนาถ

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่​ 12 ธันวาคม 2567​ พ.ต.ท.พงษ์พิพัฒน์ บูรณะบัญญัติสว.ส.รน.3 กก.10 บก.รน.ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีและสายลับ(ขอปิดนาม) ว่ามีบุคคลผู้มีพฤติการณ์ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดในพื้นที่ ต.บางทรายน้อย อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร จึงได้สืบสวนหาข่าวเพิ่มเติมเพื่อดำเนินการจับกุม ตามหมายค้นศาลจังหวัดมุกดาหารที่ ค.188/2567 ลง 11 ธ.ค.67 ตำรวจน้ำมุกดาหาร นำโดย พ.ต.ท.พงษ์พิพัฒน์ บูรณะบัญญัติ พร้อมด้วยชุดสืบสวนและหน่วยงานในพื้นที่

ได้ปิดล้อมตรวจค้นและเข้าค้นตามหมายดังกล่าวผลการตรวจค้นพบนายสุนทรา ทองผา อยู่บ้านเลขที่ 18 หมู่ที่ 2 ต.บางทรายน้อย อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร พร้อมด้วยของกลางยาเสพติดให้โทษประเภท 1​ เมทแอมเฟตามีน (ยาบ้า) ชนิดเม็ดสีเขียวด้านหนึ่งปรากฏตัวอักษรอังกฤษ “V” อีกด้านหนึ่งปรากฏตัวอักษร “Y1” จำนวน 1 เม็ดซึ่งเป็นไปตามนโยบายของกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางและกองบังคับการตำรวจน้ำ

การดำเนินการทั้งหมดในครั้งนี้ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก.,พล.ต.ต.ภูมินทร์ พุ่มพันธ์ม่วง รอง ผบช.ก.,พ.ต.อ.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย รอง ผบก.ป.รรท.ผบก.รน.,พ.ต.อ.ธรากร เลิศพรเจริญ รอง ผบก.รน.,พ.ต.อ.ราม รสหอม รอง ผบก.รน.,พ.ต.อ.อดิศักดิ์ มีศิลป์ ผกก.10 บก.รน.,พ.ต.ท.อัศรายุทธ ทองลอง รอง ผกก.10 บก.รน.,พ.ต.ท.ดุษฎียากร กองทองพิพัฒน์ รอง ผกก.10 บก.รน. จากนั้นจึงได้ควบคุมตัวนายสุนทราฯพร้อมของกลางทั้งหมด ส่งพนักงานสอบสวน สภ.หว้านใหญ่อ.หว้านใหญ่จ.มุกดาหาร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

หนุ่มหลอนยาคลั่ง จุดไฟเผาคอกวัว จนวัวท้องแก่ 2 ตัว ถูกย่างสดตายอนาถ

เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2567​ ภายใต้การอำนวยการของนายชายสิทธิ์ สุวรรณโชติ นายอำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร ฝ่ายความมั่นคง กองร้อย อส.อ.นิคมคำสร้อยที่ 7 ได้รับแจ้งจากกำนัน บ้านเตาถ่าน ตำบลหนองแวง ว่ามีการลอบวางเพลิงเผาคอกวัวชาวบ้านได้รับความเสียหาย จึงลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบเป็นคอกวัวของนางสาวกรรณิการ์ พุฒป่า อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 6 หมู่ที่ 7 ตำบลหนองแวง

โดยเหตุเกิดเมื่อเวลา 02.00 น. ของวันที่ 12 ธันวาคม 2567 มีวัวตั้งท้อง 2 ตัว ถูกเผารวมทั้งคอกวัวและบริเวณพื้นที่ใกล้เคียง ชาวบ้านที่อยู่บริเวณใกล้เคียงแจ้งว่าผู้ก่อเหตุยังคงอยู่ในพื้นที่ เจ้าหน้าที่จึงออกติดตามกระทั่งสามารถจับกุมตัวได้ในเวลา 07.10 น. ทราบชื่อว่าคือ นายรุ่งราวี มูลสาร อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 110 หมู่ 11 บ้านเหล่าหลวง ตำบลหนองแวง

โดยเจ้าตัวยอมให้การรับสารภาพ อ้างว่ารำคาญไม่ได้หลับได้นอน จึงจุดไฟเผา เบื้องต้นตรวจหาสารเสพติดในร่างกาย พบผลเป็นบวก (มีสารเสพติด) จึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.นิคมคำสร้อย เพื่อสอบสวน ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / รร.เสริมสวยจุฑามาศพัทยา จัดพิธีมอบประกาศนียบัตร ผู้สำเร็จการศึกษา 2567 รุ่นที่ 20 สู่มืออาชีพ

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 9 ธ.ค.67 ที่โรงแรมไดอาน่าการ์เด้นท์รีสอร์ทพัทยา จ.ชลบุรี ดร.ลลิดา ธรรมบุตร ผู้อำนวยการ กลุ่มนิเทศ ติดตามและประเมินผล สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดชลบุรี ร่วมเป็นเกียรติในพิธีมอบประกาศนียบัตรผู้สำเร็จการศึกษาของโรงเรียนเสริมสวยจุฑามาศประจำปี 2567 รุ่นที่20 มีผู้สำเร็จการศึกษาจำนวน 28 คน

นส.จันฑิมันต์ สิริโพธิษาสุข ผอ.โรงเรียนเสริมสวยจุฑามาศพัทยา กล่าวว่า โรงเรียนเสริมสวยจุฑามาศ เริ่มก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2548 โดยได้รับความอนุเคราะห์จากคุณพ่อสุรนิตย์ อาจฤทธิ์ อดีตรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชลบุรี เขต 3 เป็นที่ปรึกษาและคอยให้คำแนะนำ คณะผู้บริหาร ครูและนักเรียนทุกคน ช่วยกันขับเคลื่อนความสำเร็จเสมอมา โดยได้ผลิตช่างฝีมือคุณภาพออกสู่วงการธุรกิจเสริมสวย ปัจจุบันรวม 20 รุ่น รวมจำนวนกว่า 8,000 ชีวิต

ทางโรงเรียนเสริมสวยจุฑามาศพัทยา ยังได้ร่วมทำกิจกรรมสังคมมากมายร่วมกับทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ส่งเสริมพัฒนาศักยภาพอาจารย์และนักเรียนให้ทันตามโลกยุคใหม่ตลอดเวลา มีการนำเทรนด์ใหม่ๆ แฟชั่นทันสมัย โดยผู้เชี่ยวชาญจากต่างชาติเข้ามาสอนเทคนิคอยู่เสมอ และยังได้ส่งเข้าร่วมแข่งขันชิงแชมป์ผมระดับโลก จนได้รับรางวัลชนะการแข่งขันสร้างชื่อเสียงมากมาย กิจกรรมบางส่วนของทางโรงเรียน ผลงานดีเด่นมากมายจึงได้รับคัดเลือกให้เป็นโรงเรียนที่มีระบบการประกันคุณภาพดีเด่นอยู่ในระดับประเทศ ประจำปี 2552 จากกระทรวงศึกษาธิการ สำนักบริหารคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาการก้าวสู่ประชาคมอาเซียนในอนาคต 

อย่างไรก็ตามการศึกษาจึงเป็นสิ่งสำคัญ ในการสร้างรากฐานความรู้ คือ อาวุธทางปัญญาขับเคลื่อนท้องถิ่น ให้ก้าวไกล วิชาชีพเสริมสวยจึงเป็นการศึกษาอย่างหนึ่ง ที่สร้างรายได้ สร้างอาชีพ สร้างคุณภาพชีวิต มุ่งสู่การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมเปลี่ยนแปลงสู่ประชาคมอาเซียน และเชื่อว่าเมืองพัทยาของเรามีความพร้อมที่จะก้าวความเป็นสากลต่อไป

เมืองพัทยาประชุมเตรียมความพร้อมจัดโครงการวันเด็กแห่งชาติ 2568 ภายใต้แนวคิด “วันเด็ก ปลอดขยะ”

บ่ายวันที่ 11 ธ.ค.67 นายกฤษณะ บุญสวัสดิ์ รองนายกเมืองพัทยา เป็นประธานการประชุมเตรียมความพร้อมจัดโครงการวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2568 โดยมี คณะผู้บริหารเมืองพัทยา หัวหน้าส่วนราชการ ภาคเอกชน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมหารือ ที่ห้องประชุมศาลาว่าการเมืองพัทยา จ.ชลบุรี

ทั้งนี้ เมืองพัทยา โดยสำนักการศึกษา ฝ่ายกิจกรรมเด็กและเยาวชน ได้กำหนดจัดโครงการวันเด็กแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ในวันเสาร์ที่ 11 มกราคม 2568 ที่ศาลาว่าการเมืองพัทยา โดยในวันนี้เป็นการประชุมหารือเพื่อพิจารณารูปแบบการจัดงาน ภายใต้แนวคิด “วันเด็ก ปลอดขยะ” อาทิ ขั้นตอนการลงทะเบียนเข้าร่วมงาน เพื่อรับสายรัดข้อมือ (ริสแบนด์) รับคูปองอาหาร, การจัดเตรียมของรางวัล สำหรับเกมและจับฉลากแจกรางวัลที่กำหนดจัดเตรียมไว้กว่า 2,500 ชิ้น โดยได้รับการสนับสนุนของรางวัลจากหน่วยงานภาครัฐ-ภาคเอกชนในพื้นที่

ในงานจะได้มีมีการจัดบูธกิจกรรม นิทรรศการ/เกม จัดซุ้มอาหาร
พร้อมเวทีการแสดง จำนวน 3 เวที ได้แก่ เวทีกลาง (บริเวณลานเสาธง), เวทีเล็ก (บริเวณร้านขายยาฟาซิโน), เวทีเล็ก (บริเวณหน้าเวิลด์ เจมส์) อีกทั้งยังจัดให้มีกิจกรรมการแสดงดนตรีของนักเรียนในสังกัดโรงเรียนเมืองพัทยา และฐานกิจกรรม /เกมส์ จำนวน 10 ฐาน เพื่อเป็นเวทีให้เด็กและเยาวชนได้แสดงความสามารถ กล้าแสดงออก พัฒนาตนเอง ตามความถนัดและสนใจ และอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข

นายกฤษณะ บุญสวัสดิ์ รองนายกเมืองพัทยา เล็งเห็นถึงความสำคัญของกิจกรรม ที่จะสร้างความสนุกสนานและความสุขให้กับเด็กๆ ที่เติบโตขึ้นเป็นกำลังสำคัญของสังคมในอนาคต ให้มีสติปัญญาเฉลียวฉลาด ซึ่งสิ่งสำคัญในกิจกรรมวันเด็กที่จะจัดจะมุ่งเน้นการปลุกจิตสำนึก ปลูกฝังพฤติกรรมรักษ์โลกให้กับเด็กๆ โดยเริ่มจากการคัดแยกขยะให้ถูกต้องเพื่อเป็นต้นแบบที่ดีในสังคม สอดคล้องกับนโยบาย Pattaya Go Green ของเมืองพัทยาต่อไป

เปิดยิ่งใหญ่! ชิงชัยเจ็ตสกีชิงแชมป์โลก “WGP#1 WATERJET WORLD CUP 2024”

วันนี้ 12 ธันวาคมพ.ศ 256 7 เวลา 17.00 น. พล.ต.อ.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา นายกสมาคมเจ็ทสกีแห่งประเทศไทย เป็นประธานเปิดจัดการแข่งขันเจ็ตสกีนานาชาติ รายการ “WGP#1 WATERJET WORLD CUP 2024” ที่หาดจอมเทียน เมืองพัทยา จ.ชลบุรี

กิจกรรมการแข่งขันจัดขึ้น ระหว่างวันที่ 11-15 ธันวาคม 2567 โดยในปีนี้พบว่ามีนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันจากกว่า 40 ประเทศทั่วโลก รวมทั้งสิ้นกว่า 300 คนเข้าร่วมชิงชัย

การแข่งขันครั้งนี้ ถือเป็นการแข่งขันวอร์เตอร์เจ็ตนานาชาติแชมป์โลก สนามชิงชนะเลิศตัดสินตำแหน่งแชมป์เวิลด์คัพ แชมป์เวิลด์ซีรี่ส์ และแชมป์เอเชีย ประจำปี 2024 โดยพบว่าในวันแรกมีคนเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เชิญสิ่งของพระราชทาน มอบให้ผู้ประสบอัคคีภัย 2 หลัง โคกสำโรง ลพบุรี

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 11 ธันวาคม 2567 เวลา 14.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ นำสิ่งของพระราชทานไปมอบให้กับ ผู้ประสบอัคคีภัยในพื้นที่ตำบลตำบลโคกสำโรง อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี

โดยมี นายปรัชญา เปปะตัง รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี เป็นผู้เชิญสิ่งของพระราชทานมอบให้แก่ นายไพบูรณ์ มีทรัพย์ อายุ 59 ปี ที่พักอาศัยอยู่บ้านเลขที่ 140/14 ม.5 ตำบลโคกสำโรง อำเภอโคกสำโรง และ นางเตือนใจ ศรสิทธิ์ ที่พักอาศัยอยู่บ้านเลขที่ 140/13 ม.5 ตำบลโคกสำโรง อำเภอโคกสำโรง รวม 2 หลังคาเรือน

โดยเหตุการณ์เกิดเมื่อวันอาทิตย์ที่ 8 ธันวาคม 2567 เวลาประมาณ 12.00 น. ได้เกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านพักอาศัย จำนวน 2 หลัง ที่ บ้านเลขที่ 140/14 หมู่ ที่ 5 ตำบลโคกสำโรง อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี โดยมีนายไพบูรณ์ มีทรัพย์ อายุ 59 ปี เป็นเจ้าของบ้านมีผู้พักอาศัยอยู่ 3 ราย ลักษณะเป็นบ้านไม้ 2 ชั้น ได้รับความเสียหายทั้งหลัง สาเหตุเบื้องต้นเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต และบ้านเลขที่ 140/13 หมู่ ที่ 5 ตำบลโคกสำโรง อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี

โดยมีนางเตือนใจ ศรสิทธิ์ อายุ 57 ปี เป็นเจ้าของบ้านมีผู้พักอาศัยอยู่ 2 ราย ลักษณะเป็นบ้านไม้ 2 ชั้น ได้รับความเสียหายที่ฝาผนังบ้าน และหน้าต่างบางส่วน สาเหตุมาจากไฟลุกลามจากหลังข้างเคียง ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตโดยเหตุการณ์ในครั้งนี้ มีผู้ได้รับความเดือดร้อน จำนวน 5 ราย
ซึ่งการได้รับสิ่งของพระราชทาน ยังความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว องค์พระบรมราชูปถัมภก แห่งมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นล้นพ้นโอกาสนี้ หน่วยงานต่าง ๆ

ในพื้นที่จังหวัดลพบุรี อาทิ เหล่ากาชาดจังหวัดลพบุรี หัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัดลพบุรีและเครือข่าย สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดลพบุรี สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดลพบุรี นายเจตน์พงศ์ โชคสวัสดิ์วรกุล นายอำเภอโคกสำโรง

นางสาวนงลักษณ์ อยู่พุ่ม หัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครองอำเภอโคกสำโรง ที่ทำการปกครองอำเภอโคกสำโรง คณะกรรมการอิสลามจังหวัดลพบุรี ผู้นำท้องที่ท้องถิ่น และนายปรีชา กิจรัตนกาญจน์ ที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหารตำรวจภูธรจังหวัดลพบุรี ได้ร่วมมอบเงินและสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภค เพื่อช่วยเหลือครอบครัวผู้ประสบภัยอีกด้วย

สนอง แท่นสูงเนิน ผอ.ศูนย์ข่าวฯ ประจำจังหวัดลพบุรี อนุกรรมการสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์จังหวัดลพบุรี รายงาน