เรื่องทั้งหมดโดย admin

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รองพ่อเมืองสุโขทัย นายอำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย แถลงข่าวเชิญชวนมาเที่ยวงาน “ย้อนอดีตศรีสัชนาลัย นุ่งผ้าไทย ใส่เงิน ทอง ลายโบราณ สืบสานวัฒนธรรม อันล้ำค่า “ประจำปี พ.ศ.2568

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 08.30น.ของวันที่2ธ.ค.2568ณ.หอประชุม อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย นาย สมลักษ์ ยกน้อยวงษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย ได้มาเป็นประธานจัดการแถลงข่าวการจัดงาน “ย้อนอดีตศรีสัชนาลัย นุ่งผ้าไทย ใส่เงิน ทอง ลายโบราณ สืบสานวัฒนธรรม อันล้ำค่า”ประจำปี พ.ศ.2568 ระหว่างวันที่ 6-10 ธันวาคม2568 ณ.อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย ทั้งนี้ นาย เอกสิฏฐ์ วิไลศิลป์นายอำเภอ ศรีสัชนาลัยได้กล่าวถึง

วัตถุประสงค์อดีตความเป็นมาของงานพร้อมเชิญชวนนักท่องเที่ยวทั้งในจังหวัดและต่างจังหวัดพร้อมชาวต่างชาติด้วย อนึ่งงานแถลงข่าวนี้ได้มี หัวหน้าส่วน การท่องเที่ยวจังหวัดวัฒนธรรมจังหวัด นายกเทศมนตรี อพท.พร้อม หัวหน้าส่วนราชการ ท้องถิ่นและท้องที่ นายกเทศมนตรี กำนัน ผู้ใหญ่บ้านโดยทั้งนี้ได้มีสื่อสารมวลชนจากหลายสำนักเข้าร่วมการแถลงข่าวในครั้งนี้ด้วย. อนึ่งภายในงานนี้ทางอำเภอ

ได้จัดกิจกรรมอย่างมากมายอาทิ.การจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชน ผลิตภัณฑ์OTOP ผ้าไทยพื้นเมือง เงิน ทองลายโบราณ ตลาดโบราณอาหารพื้นบ้าน ใครใคร่ค้า ค้า การจำลองวิถีชีวิต “หมู่บ้านวิถีไทย” การแสดงวัฒนธรรมชนเผ่าผ้าพื้นเมือง การแสดงประกอบ แสง สี เสียง(Light and Sound) เล่าเมืองศรีสัชนาลัย ณ.บริเวณวัดช้างล้อม การถวายคำอาลัยและจุดตะคัน

เบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ.บริเวณวัดช้างล้อม ทั้งนี้.มีพิธีเปิดงานที่จัดอย่างอลังกาลในวันที่6ธค.2568โดยมีการจัดกิจกรรมตั้งแต่เวลา07.00น.โดยมีพิธีตักบาตรยามรุ่งอรุณณ.บริเวณบันไดทางขึ้นวัดเขาพนมเพลิงเป็นต้น.
กิตติ พรดวงจันทร์ สุโขทัย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ทลายแก๊งลักรถข้ามชาติ! ปูพรมจับ 8 ผู้ต้องหา ยึดรถจักรยานยนต์ 20 คัน เตรียมขนขายประเทศเพื่อนบ้าน

แชร์เนื้อหานี้

ตำรวจสมุทรปราการเปิดยุทธการกวาดล้างขบวนการโจรกรรมรถจักรยานยนต์รายใหญ่ ตระเวนลักรถหลายพื้นที่ก่อนรวบรวมส่งขายชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน ได้ค่าหัวคันละ 20,000 บาท ยึดรถคืนได้ 20 คัน ผู้เสียหายบางรายถึงขั้นต้องกู้เงินออกรถใหม่ใช้ทั้งน้ำตา ขอบคุณตำรวจที่ติดตามคืนมาให้

วันที่ 2 ธันวาคม 2568 ภายใต้นโยบายกวาดล้างอาชญากรรมของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยการอำนวยการของ พลตำรวจตรี ภูมินทร์ สิงหสุต ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ พร้อมกำลังตำรวจจากทุกโรงพักในพื้นที่ เปิดยุทธการไล่ล่าขบวนการโจรกรรมรถจักรยานยนต์รายสำคัญ หลังได้รับแจ้งเบาะแสจากพลเมืองดี ก่อนแกะรอยขยายผลนำไปสู่การจับกุมผู้ต้องหารวม 8 ราย ซึ่งในจำนวนนี้เป็นเยาวชนถึง 3 ราย พร้อมยึดของกลางรถจักรยานยนต์รวม 20 คัน และรถตู้ที่ใช้ลำเลียงอีก 1 คัน

เหตุการณ์เริ่มขึ้นเมื่อค่ำวันที่ 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เวลา 20.00 น. ตำรวจ สภ.สำโรงเหนือ รับแจ้งจากชาวบ้านว่า มีหญิงไทยนำรถจักรยานยนต์จำนวน 8 คันมาฝากจอดในบ้านเลขที่ 170 หมู่ 8 ซอยมังกร–นาคดี 6 ถนนเทพารักษ์ อำเภอเมืองสมุทรปราการ จากนั้นไม่นานมีรถกระบะตู้ทึบเข้ามารับรถทั้งหมด แต่รถยังไม่มีป้ายทะเบียนและมีลักษณะผิดสังเกต เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจสอบและตรวจยึดรถทั้ง 8 คันไว้

ต่อมาตรวจสอบพบว่ารถจำนวนดังกล่าวถูกโจรกรรมมาจากพื้นที่ สภ.บางเสาธง 3 คัน สภ.บางพลี 2 คัน สภ.บางปู 2 คัน และอีก 1 คันอยู่ระหว่างตรวจสอบ กองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการจึงลงพื้นที่สืบสวนต่อเนื่อง จนทราบตัวผู้ต้องสงสัยและขอศาลออกหมายจับได้ 1 ราย

การสืบสวนยังนำไปสู่การพบจุดพักรถโจรกรรมภายในหอพักสุทิน แมนชั่น ตำบลบางปลา อำเภอบางพลี ก่อนวางแผนเข้าปิดล้อมจับกุม สามารถรวบผู้ต้องหา 4 รายแรก ได้รถของกลางเพิ่มอีก 4 คัน จาก สภ.บางพลี และ สภ.คลองด่านเมื่อขยายผลต่อ พบโครงข่ายลักรถส่งขายให้ นายหน้า ฝั่งชายแดน โดยได้ค่าจ้างคันละราว 20,000 บาท ตำรวจจึงเปิดปฏิบัติการอีกระลอก ไล่จับผู้ต้องหาเพิ่มอีก 3 ราย พร้อมยึดรถเพิ่มอีก 8 คัน รวมรถจักรยานยนต์ที่ยึดได้ทั้งหมด 20 คัน และรถตู้สีเทาทะเบียน นข 4216 กรุงเทพมหานคร ซึ่งใช้สำหรับลำเลียงรถที่โจรกรรม

ผู้ต้องหาทั้งหมดให้การซัดทอดไปยังหญิงไทยวัยกลางคน ซึ่งอาศัยอยู่ใกล้ชายแดน เป็นผู้ว่าจ้างและเป็นนายหน้ารับซื้อรถเพื่อนำไปขายต่อ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย โดยผู้ต้องหาที่จับกุมได้ประกอบด้วย น.ส.สมพิศ เจริญทัศน์ อายุ 44 ปี (ผู้ต้องหาตามหมายจับ) / นายอำพล ศรีประสงค์ อายุ 33 ปี / เยาวชนชาย อายุ 13 ปี / เยาวชนชาย อายุ 16 ปี / เยาวชนชาย อายุ 16 ปี / นายเชิดชัย ศรีเชษฐา อายุ 35 ปี / นายณัฐวุฒิ แสนภูวา อายุ 34 ปี / และ นายณัฐพงษ์(หรือบอย) ทองพั้ว อายุ 29 ปี

นายวรภพ อายุ 43 ปี เดินทางมาดูรถที่ตำรวจตรวจยึดไว้ หลังได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ เปิดเผยว่า หลายวันก่อนรถตนหายที่ซอยวิทยุการบิน ตนแจ้งความไว้แล้ว วันนี้ตำรวจโทรมาบอกให้มาดูรถ พอเห็นก็รู้เลยว่าใช่รถตน ตนอยากเห็นหน้าคนร้าย เพราะทำให้เดือดร้อนมาก ต้องไปกู้เงินมาออกรถใหม่ไว้ขี่ทำงานไรเดอร์ ผ่อนทั้งเก่า ทั้งใหม่จนเป็นหนี้เป็นสิน ต้องขอบคุณตำรวจที่ช่วยติดตามรถคืนมาให้

พ.ต.อ.ประภาส มั่งคั่ง รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ ระบุถึงพฤติการณ์ของขบวนการนี้ว่า จากการสืบสวนพบว่ากลุ่มคนร้ายตระเวนลักรถจักรยานยนต์ตามพื้นที่ต่าง ๆ ของสมุทรปราการ แล้วนำไปรวมไว้ที่จุดหนึ่งประมาณ 8–10 คัน ก่อนสับเปลี่ยนหมุนเวียนสำหรับการขนส่ง จากนั้นจะลำเลียงด้วยรถตู้ขึ้นภาคอีสานเพื่อนำออกขายต่อไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ทำเช่นนี้เป็นประจำ เดือนหนึ่งหลายคัน การปฏิบัติการครั้งนี้มีผู้ต้องหา 8–10 ราย พบของกลางรวม 20 คัน และจะเดินหน้าขยายผลจับกุมเครือข่ายที่เหลือต่อไป

ทั้งนี้ตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการฝากเตือนประชาชนให้เพิ่มความระมัดระวัง เพราะคนร้ายใช้เวลาลงมือไม่ถึง 5 นาที พร้อมแนะนำไม่เก็บสำเนาทะเบียนรถไว้ใต้เบาะเพื่อป้องกันการนำไปใช้ประกอบการขายต่ออย่างผิดกฎหมาย หากพบเบาะแสลักรถแจ้งได้ที่สายด่วน 191 ตลอด 24 ชั่วโมง


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เทศบาลชุมแพ จัดแถลงข่าวการแข่งขันกีฬาฟุตบอล”ชุมแพคัพ”ครั้งที่ 33 ชิงถ้วยพระราชทานฯ 9-29 ธค. 2568

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 2 ธันวาคม 2568 เวลาประมาณ 09.45 น. นายเสกสิทธิ์ สัธนะกุล นายกเทศมนตรี เทศบาลเมืองชุมแพ เป็นประธานพิธีจัดแถลงข่าวการแข่งขันกีฬาฟุตบอลประจำปี ชิงถ้วยพระราชทานพร้อมเงินรางวัล ” ชุมแพคัพ,” ครั้งที่ 33

การแข่งขันแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ประเภทอายุไม่เกิน 12 ปีและประเภทประชาชนทั่วไป การแข่งขันเริ่มขึ้นระหว่าง 9-29 ธันวาคม 2568 ณ.สนามโรงเรียนเทศบาล 1(สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลอุปถัมภ์)มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อส่งเสริมสนับสนุนการกีฬา เพื่อให้เด็ก เยาวชนและประชาชน

ได้ออกกำลังกายโดยใช้กีฬาเป็นสื่อการกีฬาทำให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์เป็นการส่งเสริมพัฒนาการกีฬาและเศรษฐกิจให้เจริญยั่งยืน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมในการแข่งขันจึงมีการจับฉลากแบ่งสาย

โดยมีผู้ร่วมแถลงข่าวเป็นสักขีพยาน พ.ต.ท.ดำรงศักดิ์ ศิริแก้ว สวป.สภ.ชุมแพ นางสาวรติมา สิริวรพิทักษ์ รองนายกฯ นายราชันย์ ดาวังปา ประธานกรรมการตัดสิน นายอาทิตย์ ถนอมทุน รองนายกฯ ฝ่ายบริหาร สมาชิกสภาเทศบาลเมืองชุมแพ หัวหน้าส่วนราชการและคณะสื่อมวลชน ร่วมเป็นสักขีพยาน เสร็จภาระกิจจึงได้ปิดการแถลงข่าว

ภาพ/ข่าว กบชุมแพ

สื่อรัฐทีวีสื่อรัฐนิวส์ / รวมน้ำใจซับน้ำตาชาวใต้ ปภ.จังหวัด และปกครองอำเภอ- จังหวัด ทั้ง 22 อำเภอ คุณแม่โฆษกรัฐบาล นำชมรมแม่ดีเด่นแห่งชาติ ร่วมมอบเงินสด

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 2 ธันวาคม 2568 ที่ ศาลากลางถนนเทพา อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ นาย อนุรัตน์ ธรรมประจำจิต ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ และ ปภ.จังหวัด ได้มารับมอบสิ่งของ “รวมน้ำใจซับน้ำตาชาวใต้” ซึ่งวันนี้ ได้มี ชมรมแม่ดีเด่นจังหวัดศรีสะเกษ นำโดย นางสกุลทิพย์ อังคสกุลเกียรติ คุณแม่ของโฆษกรัฐบาล นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ นำเงินสดมาร่วมบริจาคจำนวนหนึ่ง พร้อมกับประชาชนชาวจังหวัดศรีสะเกษ

ได้นำข้าวของเครื่องใช้ ที่จำเป็น ข้าวสาร อาหารแห้ง พริก – หอม – กระเทียม ยารักาโรค แป้งนาคา ผ้าอนามัย น้ำดื่ม เงินสด อื่นๆ ตามจิตศรัทธา เพื่อนำส่งมอบไปให้พี่น้องชาวใต้ โดยเฉพาะชาวหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ที่กำลังประสบอุทกภัยใหญ่ที่สุด ที่จะเกิดขึ้นได้ในประเทศไทย สร้างความเสียหาย กับการสูญเสีย ของพี่น้องชาวใต้เป็นอันมาก แม้วันนี้น้ำจะลดลง แต่การฟื้นฟูก็ยังมีความต้องน้ำใจจากพี่น้องคนไทยทั้งประเทศ ซึ่งก่อนหน้านี้ จังหวัดศรีสะเกษเอง โดยป้องกันบรรเทาสาธารรภัยจังหวัดศรีสะเกษ ได้ลำเลียงสิ่งของเครื่องใช้ ที่นำเป็น ส่งผ่านเครื่องบิน ซี300 ที่สนามบินอุบล ส่งตรงลงใต้มาแล้ว แต่ก็ยังมีความช่วยเหลือจากคนศรีสะเกษ ได้นำสิ่งของมามอบผ่าน ปภ.ศรีสะเกษ ตลอด วันนี้จึงได้ทำการรวบรวมอีกรอบ เพื่อนำส่งไปขึ้นเครื่องบิน ที่สนามบิน กองบิน21 จังหัดอุบล ส่งตรงลงใต้ ส่วนเงินสดก็ได้โอนเข้าบัญชี ที่รับบริจาคที่ภาคใต้โดยตรง เพื่อนำไปจัดสรรแบ่งไปตามหมู่บ้าน ชุมชน กระจายไปตามครอบครัว ตามระบบ เพื่อให้ถึงผู้ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยครั้งใหญ่ที่สุดของไทย ในครั้งนี้

โดย อนุรัตน์ ธรรมประจำจิต ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า อันดับแรกต้องขอเป็นกำลังใจให้กับชาวหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ชาวภาคใต้ ที่พบเจอกับมหาอุทกภัย เชื่อว่าเป็นภัยที่ใหญ่สุดในรอบหลายสิบปี ที่เกิดเหตุขนาดนี้ ก็เนื่องจากน้ำฝนที่ตกมาก ตกหนักในระยะสั้นๆ ต่อเนื่อง และจากเหตุการณ์นี้ ตนเชื่อว่าพวกเราชาวจังหวัดศรีสะเกษ รวมทั้งคนไทยทุกคนก็คงไม่อยากให้เกิดขึ้น ซึ่ง ท่านนายก อนุทิน บอกว่า ทุกข์ของชาวบ้าน ก็คือ ทุกข์ของเราชาวข้าราชการทุกคน ซึ่งในขณะนี้อุทกภัยในอำเภอหาดใหญ่ กำลังเข้าสู่การฟื้นฟู และท่านนายก อนุทิน ก็ได้เร่งในการเยียวยา ซึ่งในส่วนของจังหวัดศรีสะเกษ สิ่งของต่างๆ ที่มารวบรวมกันในวันนี้ ส่วนหนึ่งได้รับการบริจาคมาจากส่วนราชการต่างๆ ข้าราชการในจังหวัด ในอำเภอ และภาคเอกชน พร้อมวันนี้ยังได้รับการบริจาคเงินสด จากชมรมแม่ดีเด่นแห่งชาติ มาร่วมบริจาค เพื่อส่งความห่วงใยไปสู่พี่น้องชาวหาดใหญ่ ชาวใต้ เพื่อเข้าสู่กระบวนการเยียวยา การฟื้นฟู พี่น้องชาวหาดใหญ่ ชาวใต้ ต่อไป.

ขณะเดียวกันที่ ปกครองอำเภอ ทั้ง 22 อำเภอ ก็ได้เปิดรับสิ่งของ เครื่องใช้ ในการรวมน้ำใจเพื่อซับน้ำตาชาวใต้ เหมือนกันกับที่อำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ นาย พศิน ทาศิริ นายอำเภออุทุมพรพิสัย และ นายสมพงษ์ จิริวิภากร นายกเทศมนตรี เทศบาลตำบลกำแพง เป็นหัวเรือใหญ่ในการเปิดรับสิ่งของเครื่องใช้ และที่ชาวบ้าน นำมามอบให้มากที่สุดก็เห็นจะเป็น ข้าวสาร เพราะชาวอีสาน ทำนา ปลูกข้าว จึงได้นำข้าวสารมามอบให้มากที่สุด ขณะนี้มีมากกว่า 10 ตันแล้ว ซึ่งจะได้ลำเลียงโดยรถยนต์ขนส่ง รถบรรทุกใหญ่ ส่งไปในวันพรุ่งนี้ก่อน พร้อมกับข้าวของอื่นๆ ที่ได้รับบริจาคมา ซึ่งตอนนี้เชื่อน่าจะเต็มรถบรรทุก 10 ล้อแล้ว มากกว่า 5 คัน เฉพาะในอำเภออุทุมพรพิสัย ตอนนี้ วันนี้
///////////////////////
ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /นายก อบจ. ลงพื้นที่ ตรวจสอบถนนที่ชำรุด เป็นหลุมเป็นบ่อลึกส่งผลทำให้เกิดน้ำท่วมขัง

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 1 ธันวาคม 2568 เวลา 10.30 น. นายสุนทร ปานแสงทอง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ พร้อมด้วย นายพิษณุวัส คำงาม เลขานุการนายก อบจ.สมุทรปราการ นายสิทธิชัย เกษรสิทธิ์ ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ

นางสาวจันทร์เพ็ญ สมาชิกสภา อบจ.สมุทรปราการ และเจ้าหน้าที่ อบจ. ลงพื้นที่ ตรวจสอบถนน สป.3075 หมู่ 19 ตำบลบางพลีใหญ่ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ชำรุด พื้นผิวถนนเป็นหลุมเป็นบ่อลึก ท่อระบายน้ำอุดตัน ส่งผลทำให้เกิดน้ำท่วมขัง เป็นระยะเวลานาน

โดยทาง อบจ.สมุทรปราการ ได้ทำการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นโดยการนำหินคลุกมาลงเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนชั่วคราว แต่เนื่องด้วยถนนเส้นนี้มีรถยนต์และรถบรรทุกขนาดใหญ่ ใช้งานตลอดเวลา ทำให้ถนนเกิดความเสียหายเพิ่มมากขึ้น จนอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนที่ใช้รถจักรยานยนต์ขนาดเล็ก สัญจรไปมาเกิดความเดือดร้อน และอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุในการใช้ถนนได้


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ทนายความ จ.พัทยา รวมพลัง “รวมน้ำใจ สู้มหาอุทกภัยภาคใต้ 68”/ Treee Time Cafe จัดกิจกรรมวันขอบคุณพระเจ้า ลูกค้าร่วมงานอบอุ่น

แชร์เนื้อหานี้

มีรายงานว่าที่สำนักงานยศสุภาทนายความ (ตลาดจีนซากแง้ว) หมู่ 10 ตำบลห้วยใหญ่ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ทีมทนายความจังหวัดพัทยา ร่วมกันจัดกิจกรรมโครงการ
“รวมน้ำใจ สู้มหาอุทกภัย ภาคใต้ 68” เพื่อรับบริจาคสิ่งของจำเป็นในการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ โดยการรับบริจาคครั้งนี้จัดขึ้นเพียง 1 วันเท่านั้น และสิ่งของทั้งหมดจะถูกรวบรวมเพื่อนำไปสมทบกับชุดช่วยเหลือของ มูลนิธิสว่างบริบูรณ์ธรรมสถาน เมืองพัทยา (นาเกลือ) เพื่อส่งต่อถึงมือผู้ประสบภัยอย่างรวดเร็ว

ภายในงานมีประชาชน ผู้ประกอบการ และผู้ที่เดินทางผ่านตลาดจีนซากแง้ว เข้าร่วมบริจาคสิ่งของอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นข้าวสาร อาหารแห้ง น้ำดื่ม อาหารกระป๋อง ขนม นม ผ้าอนามัย ยาสามัญประจำบ้าน และของใช้จำเป็นต่าง ๆ โดยทางคณะผู้ดำเนินงานขอรับเฉพาะ สิ่งของเท่านั้น (งดรับเงินสด) เพื่อให้การจัดส่งและการคัดแยกทำได้อย่างเป็นระบบและทันการช่วยเหลือ

คณะทำงานทนายความจังหวัดพัทยาที่ร่วมดำเนินการในครั้งนี้ประกอบด้วย นายสุขสันต์ มิสสาจันทร์ ประธานสภาทนายความจังหวัดพัทยา นายสมยศ นานาประเสริฐ รองประธานฯ นายพีระชัย ชวรัตน์โชติวงศ์ รองประธานฯ นายปรเมศ อักษรดี รองประธานฯ นายบุญมี เอกอุ่น กรรมการ นายประเวศ คำสว่าง กรรมการ นายสิทธิชัย ตีย์วัฒน์ กรรมการ นายชนะชล อ่อนสะอาด ที่ปรึกษา นายลือชัย ทีคาสุข ที่ปรึกษา

นายสุขสันต์ คณะทำงานกล่าวว่า การรวมพลังน้ำใจของชาวพัทยาครั้งนี้ แม้จะเป็นระยะเวลาสั้น ๆ เพียงหนึ่งวัน แต่ทุกสิ่งของที่ได้รับบริจาค จะถูกนำไปช่วยเหลือพี่น้องภาคใต้ที่ยังคงประสบปัญหาน้ำท่วมอย่างต่อเนื่อง และยังต้องการสิ่งของจำเป็นอีกจำนวนมาก การร่วมมือกับมูลนิธิสว่างบริบูรณ์จึงเป็นช่องทางที่ทำให้ความช่วยเหลือส่งต่อถึงพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด

Treee Time Cafe จัดกิจกรรมวันขอบคุณพระเจ้า ลูกค้าร่วมงานอบอุ่น น.ส.ศิรณัฐ พงษ์พิระ ผู้บริหารร้าน Treee Time Cafe ได้จัดกิจกรรมวันขอบคุณพระเจ้า โดยมีกลุ่มลูกค้าเข้าร่วมงานเพื่อพบปะพูดคุย ด้วยบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง

ทั้งนี้ ทางร้านได้ให้บริการอาหารไทย อาหารนานาชาติ และเครื่องดื่ม ทั้งบริเวณชั้น 1 และบริเวณชั้นดาดฟ้าของร้าน เพื่อเพิ่มอรรถรสให้การเข้ารับบริการ ด้วยดีเจมากความสามารถคอยเปิดแผ่นเล่นเพลง

วันขอบคุณพระเจ้า หรือ Thanksgiving Day เป็นวันหยุดประจำชาติ ซึ่งจัดขึ้นในวันของเดือนตุลาคมและพฤศจิกายนในสหรัฐอเมริกา แคนาดา ไลบีเรีย เซนต์ลูเซีย และไม่เป็นทางการในบางประเทศ เช่น บราซิล เยอรมัน และฟิลิปปินส์

โดยเริ่มต้นมาจากวันขอบคุณพระเจ้าหลังสิ้นสุดฤดูเก็บเกี่ยว แม้ว่าวันขอบคุณพระเจ้าจะมีรากฐานประวัติศาสตร์จากประเพณีทางศาสนาและวัฒนธรรม แต่ก็ได้รับการเฉลิมฉลองในฐานะวันหยุดมาอย่างยาวนานเช่นกัน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / คึกคัก !! วันรับสมัครศึกชิงนายก อบต.คลองด่าน ลั่นวาจา “ รู้แพ้ รู้ชนะ ”ผู้สมัคร 3 คน สมาชิก13 คน อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ

แชร์เนื้อหานี้

คึกคัก !! วันรับสมัครศึกชิงนายก อบต.คลองด่าน ลั่นวาจา “ รู้แพ้ รู้ชนะ ” เผย มีผู้สมัครชิงนายกจำนวน 3 คน สมาชิกทีมละ 13 คน บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก หลังได้เบอร์ประจำทีม ว่าที่นายกฯ จับมือกันลั่นวาจาลูกผู้ชาย จะแข่งกันด้วยความบริสุทธิ์ ให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสิน เมื่อรู้ผลแพ้-ชนะ ต้องยอมรับและไม่ร้องเรียนกันในภายหลัง

เมื่อเวลา 9.00 น.วันที่ 1 ธ.ค.2568 ที่สำนักงานองค์การบริหารส่วนตำบลคลองด่าน ต.คลองด่าน อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ ได้เปิดรับสมัครผู้ที่มีความประสงค์เป็นนายกองค์การบริหารส่วนตำบลคลองด่าน และ สมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลคลองด่าน

โดยเปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 1-5 ธ.ค.2568 เวลา 8.30 – 16.30 น.ไม่เว้นวันหยุดราชการ เช้านี้มีผู้สนใจเดินทางเข้ามาสมัครชิงตำแหน่งนายกฯ จำนวน 3 คน แต่ละคนมาพร้อมทีมงานและกองเชียร์ก่อนเวลาเปิดรับสมัคร ดังนั้นคณะกรรมการ จึงต้องใช้วิธีให้จับเลือกเบอร์โดยเปิดเผย ปรากฏว่า นายอำนาจ หล่อนิล (ทีมพัฒนาคลองด่านยั่งยืน)

ผู้สมัครนายกฯ ได้เบอร์ 1 , นายสัมฤทธิ์ จันทร (ทีมเรารักคลองด่าน) ได้เบอร์ 2 และ นายณัฐนันท์ จิระนนท์เสถียร (ทีมพลังชุมชน)ได้เบอร์ 3 สำหรับเป็นเบอร์ประจำตัวของนายกฯและสมาชิกในการใช้หาเสียงกับประชาชน หลังจากที่ดำเนินการเรื่องเอกสารเสร็จแล้ว ทั้ง 3 ทีม

ได้ลงมาหากองเชียร์รับดอกไม้ คล้องพวงมาลัยและถ่ายรูปกันอย่างคึกครื้นโดยจุดสำคัญนั้น ผู้สมัครขิงตำแหน่งนายกฯ ได้เข้ามาพูดคุยจับมือกัน พร้อมให้คำมั่นสัญญา จะแข่งขันกันอย่างโปร่งใส ให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินใจเลือก หลังรู้ผลแพ้-ชนะในวัน

ที่ 11 ม.ค.2569 แล้ว ว่าใครได้เป็นนายกฯ จะไม่แกล้งหรือร้องเรียนกันในภายหลัง ซึ่งก็ทำให้บรรยากาศของการเริ่มต้นแข่งขันชิงผู้ที่จะเข้ามาเป็นผู้บริหารขององค์การบริหารส่วนตำบลคลองด่าน เต็มเปี่ยมไปด้วยความมีน้ำใจเป็นนักกีฬา “ รู้แพ้ รู้ชนะ ”


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

AOT สร้างความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม สนามบินทุกแห่งประเมินและจัดการก๊าซเรือนกระจกครบวงจร
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (AOT) เดินหน้ารักษามาตรฐานความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง โดยท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) ท่าอากาศยานดอนเมือง (ทดม.) ท่าอากาศยานเชียงใหม่ (ทชม.) ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย (ทชร.) และท่าอากาศยานหาดใหญ่ (ทหญ.) ได้รับการรับรองตามโปรแกรม Airport Carbon Accreditation (ACA) ของ Airports Council International (ACI) ในระดับที่ 3 Optimisation ท่าอากาศยานภูเก็ต (ทภก.) ได้รับการรับรองในระดับที่ 2 Reduction นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ รักษาการผู้อำนวยการใหญ่ AOT กล่าวว่าการที่ท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่งของ AOT

เข้าร่วมโปรแกรม ACA สะท้อนถึงเจตนารมณ์ในการรับผิดชอบต่อปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยการประเมินปริมาณก๊าซเรือนกระจกในรูปคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (CO₂e) ที่ปล่อยจากกิจกรรมภายในขอบเขตการปฏิบัติการของท่าอากาศยานตามแนวทาง Airport Carbon Accreditation Guidance Document ซึ่งผลการประเมินนี้ช่วยให้ท่าอากาศยานสามารถวางแนวทางบริหารจัดการและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างเป็นระบบ ทั้งนี้ โปรแกรม ACA มีทั้งหมด 5 ระดับ โดยระดับที่สูงขึ้นสะท้อนถึงความเข้มข้นในการบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกของท่าอากาศยาน โดย AOT ได้ตั้งเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างชัดเจน โดย ทสภ. ทดม. ทชม และ ทภก.ตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในกิจกรรมที่อยู่ภายใต้การควบคุมของท่าอากาศยานต่อผู้โดยสาร ร้อยละ 10 ภายในปี 2571 เมื่อเทียบกับปี 2566 ขณะที่ ทชร. และ ทหญ. ตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อหน่วยรายได้ ร้อยละ 7 ภายในปีเดียวกัน เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

นางสาวปวีณา กล่าวว่า การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกถือเป็นหนึ่งในแนวปฏิบัติทางธุรกิจมาตรฐาน (Standard Business Practice) ที่องค์กรชั้นนำทั่วโลกให้ความสำคัญ เพราะเป็นตัวชี้วัดความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม นักลงทุนจึงให้ความสนใจข้อมูลดังกล่าวเพื่อตัดสินใจลงทุนอย่างรอบคอบ เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอาจส่งผลต่อความยั่งยืนของธุรกิจ ด้วยความมุ่งมั่นนี้ AOT จึงพัฒนาการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ท่าอากาศยานทุกแห่งที่อยู่ภายใต้ความรับผิดชอบเป็นต้นแบบด้านความยั่งยืน ลดผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศ และสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุนและผู้โดยสารอย่างยั่งยืนต่อไป


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นายก.หน่อย อบจ.โคราช ผนึกกำลังเจ้าหน้าที่ มอบถุงน้ำใจ 500 ชุด ช่วยผู้ประสบอุทกภัยพัทลุง

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2568 ที่สำนักงานช่าง ตำบลมะเริง อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา เดินหน้าส่งต่อพลังน้ำใจสู่พี่น้องชาวภาคใต้ที่กำลังประสบอุทกภัยรุนแรง

โดย ดร.ยลดา หวังศุภกิจโกศล (นายกหน่อย) นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา พร้อมคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ อบจ.นครราชสีมา ร่วมจัดเตรียมและมอบ “ถุงน้ำใจช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมจังหวัดพัทลุง” จำนวน 500 ชุด เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้นแก่ประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

ภายในถุงยังชีพประกอบด้วยอาหารแห้ง สิ่งของจำเป็น น้ำดื่ม และอุปกรณ์ดูแลสุขภาพพื้นฐาน โดยทีมงาน อบจ.โคราช ได้เร่งบรรจุและส่งมอบสิ่งของอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ถึงมือผู้ประสบภัยอย่างรวดเร็วและทั่วถึง

นางยลดา เปิดเผยว่า การช่วยเหลือครั้งนี้เป็นความตั้งใจของ อบจ.นครราชสีมา และเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน ที่ต้องการส่งกำลังใจไปยังพี่น้องชาวใต้ในช่วงเวลาที่ยากลำบาก พร้อมย้ำว่าทางจังหวัดโคราชจะยังคงติดตามสถานการณ์และพร้อมสนับสนุนเพิ่มเติมหากมีความจำเป็น

การส่งมอบถุงน้ำใจครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งบทบาทสำคัญของท้องถิ่นเมืองย่าโม ในการยืนเคียงข้างพี่น้องคนไทยทั่วประเทศเมื่อเกิดวิกฤต พร้อมเดินหน้าสานต่อภารกิจช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง.

กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา/รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กรมทรัพยากรน้ำ1 ลงพื้นที่ ดูโครงการก่อสร้างระบบกระจายน้ำฯ สนับสนุนน้ำต้นทุนระบบประปาตำบลบุญนาคพัฒนา จ.ลำปาง

แชร์เนื้อหานี้

กรมทรัพยากรน้ำ #โดยสำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 1ลงพื้นที่ตรวจราชการ “โครงการก่อสร้างระบบกระจายน้ำฯ สนับสนุนน้ำต้นทุนระบบประปาตำบลบุญนาคพัฒนา จ.ลำปาง” (กำชับติดป้ายสัญลักษณ์เพื่อแจ้งการเตือนภัย และการดูแลรักษาความสะอาด)

วันนี้ (28 พฤศจิกายน 2568) #นางสาวสุพัดสอน #สีมืด #ผุ้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 1 ลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงานโครงการก่อสร้างระบบกระจายน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์สนับสนุนน้ำต้นทุนระบบประปาตำบลบุญนาคพัฒนา หมู่ที่ 5 หมู่บ้าน นิคมเขต 15 ตำบลบุญนาคพัฒนา อำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง งบประมาณ พ.ศ.2568 (งบกลาง)

โดยมีช่างควบคุมงาน ลงพื้นที่ติดตามและรายงานผลการดำเนินงานให้ทราบ ซึ่งโครงการดังกล่าว ปัจจุบันมีผลการดำเนินงาน 20% หากดำเนินการแล้วเสร็จ จะสามารถสูบน้ำ กระจายน้ำได้ 900 ลบม./วัน ประชาชนในพื้นทีได้รับประโยชน์กว่า 20 ไร่ 2,000 ครัวเรือน

ทั้งนี้ ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 1 ได้มีการกำชับให้ช่างควบคุมงาน และผู้รับจ้าง ให้ติดป้ายสัญลักษณ์เพื่อแจ้งการเตือนให้ประชาชนทราบ ตลอดจนให้มีการติดไฟกระพริบหรือติดไฟให้สว่าง เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับประชาชนที่สัญจรผ่าน นอกจากนี้

ให้ปฏิบัติงานด้วยความรอบครอบ โดยไม่ให้ส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ เช่น การรักษาความสะอาดบนพื้นผิวถนน และการไม่สร้างสิ่งกีดขวางต่างๆ ให้กับประชาชน///

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ปลัดกระทรวงคมนาคม พิธีเปิดสะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 5 บึงกาฬ – บอลิคำไซ ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 25 ธันวาคม 2568

แชร์เนื้อหานี้

ที่ ด่านตรวจพรมแดนบึงกาฬ อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ตรวจสอบความพร้อม พิธีเปิดสะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 5 บึงกาฬ – บอลิคำไซ ที่จะเกิดขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 25 ธันวาคม 2568 ร่วมกับอธิบดีกรมทางหลวง

และหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม ปลัดจังหวัดบึงกาฬ และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง โดยขณะนี้สะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 5 บึงกาฬ – บอลิคำไซ ก่อสร้างสมบูรณ์แล้ว 100 % ทั้ง 2 ฝั่งโขง ซึ่งปลัดกระทรวงคมนาคม เน้นย้ำในเรื่องความพร้อมของพิธีเปิดงาน ไฟส่องสว่าง และจุดให้บริการประชาชนที่มาร่วมในพิธีเปิด

สำหรับโครงการก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 5 บึงกาฬ-บอลิคำไซ มีจุดก่อสร้างฝั่งไทยตั้งอยู่ที่บ้านดอนยม หมู่ที่ 5 ตำบลไคสี อำเภอเมืองบึงกาฬ และฝั่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ตั้งอยู่ที่บ้านกล้วย แขวงบอลิคำไซ มูลค่าการลงทุน 3,930,000,000 บาท

โดยแยกเป็นฝั่งประเทศไทยวงเงิน 2,630,000,000 บาท และฝั่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว วงเงิน 1,300,000,000 บาท โดยหากเปิดใช้งาน จะสามารถเชื่อมโยงการค้าการลงทุนการท่องเที่ยวและการคมนาคมขนส่งโลจิสติกส์ ระหว่างราชอาณาจักรไทย กับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ได้เป็นอย่างด
ภาพ/ข่าว ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326