เรื่องทั้งหมดโดย admin

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / วัดกุดสมิง ศรีสะเกษ จัดพิธี สมโภชน์ พระพุทธกรุตสมิงชัยมงคล พุทธาภิเษก เตรียมติดตั้งที่ฐานภูมะเขือ และชายแดน

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 30 พฤศจิกายน 2568 ที่ ศาลาการเปรียญ วัดป่ากุดสมิง บ้านกุดสมิง ตำบลหนองหว้า อำเภอเบญจลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ในช่วงเมื่อคืนที่ผ่านมา ได้มีพ่อขาว – แม่ขาว ได้มาร่วมสวดมนต์ข้ามคืน ร่วมปฎิบัติธรรม สมโภชน์ พระพุทธกรุตสมิงชัยมงคล ที่ เทหล่อจากปลอกลูกกระสุนปืนใหญ่ ที่ทหารไทย ยิงปะทะชายแดน ไทย – กัมพูชา ในช่วงเดือนกรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา จนได้รับชัยชนะ สามารถขึ้นไปตียึดฐานภูมะเขือ มาได้เป็นผลสำเร็จ ก่อนที่นายทหารจะได้นำปลอกกระสุนปืนใหญ่มาถวายให้กับ พระครู สมนึก ปิยะสีโล เจ้าอาวาสวัดกุดสมิง

ซึ่งภายหลังจากได้จัดพิธีเทหล่อ เป็นองค์ พระพุทธกรุตสมิงชัยมงคล ขนาดหน้าตักกว้าง 39 นิ้ว สูง 1.99 นิ้ว จำนวน 4 องค์ เพื่อเตรียมนำไปตั้งยังฐานทหาร ที่รักษาอธิปไตยของไทย ทั้ง 4 จังหวัด คือ จังหวัดศรีสะเกษ ที่ฐานภูมะเขือ, จังหวัดสุรินทร์, จังหวัดบุรีรัมย์ และช่องบก จังหวัดอุบลราชธานี พร้อมมี “พระผงกรุตสมิงชัยมงคล” รุ่น “ปิตุภูมิพิทักษ์2568” ที่มีทั้งหมด 5 รูปแบบ ทั้งเป็นรูปสีธงชาติไทย, สีแดง, สีลายพรางทหารไทย, สีเขียวเข้ม และสีขาวพื้นน้ำตาล และบ่ายของวันนี้ ได้ทำพิธีพุทธาภิเษก โดยมี พันเอก สุรกิจ กาฬเนตร ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจที่1 กองกำลังสุรนารี ร่วมเป็นประธานจุดเทียน

โดย ในพิธีพุทธาภิเษก จัดขึ้นภายในศาลาการเปรียญ วัดป่ากุดสมิง พันเอก สุรกิจ กาฬเนตร ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจที่1 กองกำลังสุรนารี ร่วมเป็นประธานจุดเทียน พร้อมมีเกจิอาจารย์ ที่มีชื่อเสียง ร่วมนั่งปรก ทั้ง 4 ทิศ อันได้แก่ 1.หลวงปู่ เร็ว ฉนฺโก 2.พระครู เกษม ธมฺมาณุวัตร 3.หลวงปู่ อุดมทรัพย์ สิริพุฒโต และ 4.พระครูปิย วนานุรัต หรือพระครู สมนึก ปิยะสีโล เจ้าอาวาสวัดกุดสมิง ร่วมนั่งปรกล้อมรอบ วัตถุมงคล พระพุทธกรุตสมิงชัยมงคล ขนาดหน้าตักกว้าง 39 นิ้ว สูง 1.99 นิ้ว จำนวน 4 องค์ เพื่อเตรียมนำไปตั้งยังฐานทหาร ที่รักษาอธิปไตยของไทย, “ปิตุภูมิพิทักษ์2568” ที่มีทั้งหมด 5 รูปแบบ รวมทั้งวัตถุมงคง ของญาติโยม

ที่ขอนำมาวางร่วมในพิธีอีดเป้นจำนวนมากด้วย โดยภายหลังจากที่คณะสงฆ์ ได้สวดพิธีพุทธราภิเษก เสร็จ ประธานฝ่ายฆารวาส ประธานฝ่านสงค์ ได้ร่วมประพรมน้ำพระพุทธมนต์ โปรยข้าวตอก ดอกไม้ ให้พรแก่ญาติโยม ที่มาร่วมพิธี ก่อนที่จะเปิดโอกาสให้ญาติโยม ร่วมร่วมบูชา “ปิตุภูมิพิทักษ์2568” ที่มีทั้งหมด 5 รูปแบบ ที่เป็นการบูกชาแบบสุ่ม ว่าเมื่อเปิดกล่องออกมา จึงจะทราบารู้ได้ว่า ได้รุ่นสีอะไรไปบูชา และจากนี้ญาติโยม ที่ประสงค์อยากจะได้ไปบูชา ปกป้องคุ้มครองตนเอง เรียกทรัพย์อุดม ค้าขายร่ำรวย ก็วสามารถมาขอบูชาได้ที่วัดกุดสมิง และจะได้ทำการประสานทหาร เพื่อเตรียมนำ พระพุทธกรุตสมิงชัยมงคล ที่เทหล่อด้วยปลอกลูกกระสุนปืนใหญ่ ขนาดหน้าตักกว้าง 39 นิ้ว สูง 1.99 นิ้ว จำนวน 4 องค์ เพื่อเตรียมนำไปตั้งยังฐานทหาร ที่รักษาอธิปไตยของไทย ทั้ง 4 จังหวัด และนำพระผง 5 สี ไปมอบให้ทหารที่ฐาน ด้วย
///////////////////////
ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / พรรคโอกาสใหม่ลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม หาดใหญ่ ทุกภาคส่วนร่วมมือกันอย่างสามัคคี

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 29 พฤศจิกายน 2568 จตุพร บุรุษพัฒน์ หัวหน้าพรรคโอกาสใหม่ และคณะกรรมการบริหารพรรคได้ลงพื้นที่สำรวจสถานการณ์น้ำท่วมในอำเภอหาดใหญ่ โดยเฉพาะเขตที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง พร้อมนำข้าวสารและอาหารแห้งจำนวน สองคันรถหกล้อ ได้ที่ฝากประสานมาจากหลากหลายภาคเพื่อแจกจ่ายและบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่พี่น้องประชาชนที่ประสบอุทกภัย

นายจตุพรกล่าวว่า ขณะนี้ยังมีประชาชนจำนวนมากที่รอความช่วยเหลือจากภาครัฐซึ่งเข้าไม่ถึงในหลายพื้นที่ พร้อมเน้นย้ำว่า ในสถานการณ์วิกฤตเช่นนี้ ทุกคนต่างเดือดร้อนและต้องการกำลังใจอย่างมาก เพื่อให้สามารถผ่านพ้นเหตุการณ์ครั้งนี้ไปได้ จึงอยากให้ทุกภาคส่วนร่วมมือกันอย่างสามัคคี ไม่แบ่งพรรคแบ่งฝ่าย และร่วมกันช่วยเหลือพี่น้องที่กำลังเผชิญปัญหา รวมถึงส่งกำลังใจให้ครอบครัวผู้สูญเสียจากเหตุการณ์น้ำท่วมในครั้งนี้ด้วย

โดยยังกล่าวเพิ่มเติมว่า หลังน้ำลด สิ่งสำคัญที่สุดคือการเยียวยาประชาชนและเร่งฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบให้กลับมาเป็นปกติโดยเร็ว โดยจำเป็นต้องมีระบบบริหารจัดการที่รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ เพื่อให้หาดใหญ่กลับมาฟื้นตัวได้อย่างทันเวลา พร้อมทั้งเสนอว่ารัฐบาลและทุกภาคส่วนควรนำเหตุการณ์ครั้งนี้มาเป็นบทเรียน เพื่อวางแผนการจัดการน้ำที่เป็นระบบมากขึ้น ป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสียซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ทั้งนี้พรรคโอกาสได้ขบวนปล่อยคาราวาน เพื่อช่วยน้ำท่วมภาคใต้ตั้งแต่วันที่ 26 พฤศจิกายน และได้ส่ง กรรมการบริหารพรรค และ อาสาสมัครของพรรค เข้าร่วมช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในพื้นที่อุทกภัยทันทีล่วงหน้าตั้งแต่เกิดเหตุการณ์

พรรคโอกาสใหม่/บุญยงค์ สดสอาด รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ระนองเดือด! ตร.ทางหลวงสนธิกำลังบุกจับหนุ่มวัย 22 ซุกยาบ้าในด้ามแปรง ก่อนวิ่งหนีเข้าป่าทุเรียน แต่ไม่รอดเฮือกสุดท้าย

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธี ผู้สื่อข่าว จังหวัดระนอง 0818923514 ระนอง – วันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 เวลา 10.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง กก.2 ส.ทล.4 สนธิกำลังบุกปิดล้อมบ้านหลังหนึ่งใน

พื้นที่หมู่ 3 ตำบลในวงเหนือ อำเภอละอุ่น จังหวัดระนอง หลังได้รับรายงานลับว่ามีการมั่วสุมเสพยาเสพติดภายในบ้านเลขที่ 48 โดยมี ร.ต.ท.สนอง ยิ้มศรี และ ร.ต.ต.นรินทร์ มณฑิราช รอง สว.(ป) ส.ทล.4 กก.2 บก.ทล. เป็นหัวหน้าชุดเข้าปฏิบัติการในครั้งนี้

เมื่อเจ้าหน้าที่มาถึงที่เกิดเหตุ บ้านหลังดังกล่าวตั้งอยู่ลึกเข้าไปในสวนทุเรียน พบนาย ณัชนนท์ ชุ่มแน่น อายุ 22 ปี อยู่ภายในห้องนอน เจ้าหน้าที่ประกาศให้เปิดประตูออกมามอบตัว แต่ทันทีที่เห็นตำรวจ ผู้ต้องหากลับวิ่งหนีสุดชีวิตออกทางหลังบ้าน มุ่งหน้าสู่สวนทุเรียนหวังหลบหนีเข้าป่า

แต่ด้วยความชำนาญพื้นที่และไล่ตามอย่างกระชั้นชิดของเจ้าหน้าที่ ทำให้นายณัชนนท์หนีไม่พ้น ถูกจับกุมได้กลางสวนทุเรียน โดยระหว่างการหลบหนี ผู้ต้องหาได้ขว้างสิ่งของสีดำคล้ายแปรงทิ้งลงพื้นหญ้า เมื่อตรวจสอบพบว่าเป็น แปรงที่

ดัดแปลงเป็นที่ซุกซ่อนยาเสพติด ภายในมีถุงพลาสติกบรรจุ ยาบ้า 19 เม็ด สีส้ม ปิดผนึกด้วยไฟลนอย่างแน่นหนา ผู้ต้องหาให้การยอมรับทันทีว่า ยาบ้าทั้งหมดเป็นของตนเอง ซื้อมาจากชายชื่อ “บิ๊ก” บ้านอยู่ในพื้นที่คลองหินดำ อำเภอสวี จังหวัดชุมพร จำนวน 20 เม็ด ราคา 1,000 บาท และได้เสพไปแล้ว 1 เม็ดก่อนถูกจับกุม

จากนั้น เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจปัสสาวะด้วยชุดทดสอบเบื้องต้น พบผลเป็นบวก ก่อนนำตัวส่งตรวจยืนยันที่โรงพยาบาลละอุ่น ซึ่งผลตรวจยืนยันชัดเจนว่า พบสาร เมทแอมเฟตามีน อยู่ในร่างกายของผู้ต้องหา เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหา

  1. มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต
  2. เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย

พร้อมนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ละอุ่น จังหวัดระนอง ดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยบันทึกจับกุมลงใน ปจว.ข้อ 3 เวลา 14.47 น. คดีอาญาที่ 169/2568 ยึดทรัพย์ที่ 107/2568

การจับกุมครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงมาตรการเข้มของเจ้าหน้าที่ในการกวาดล้างยาเสพติดในพื้นที่ พร้อมย้ำว่า “หนีอย่างไรก็ไม่รอด เมื่อคิดจะท้าทายกฎหมาย”

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / อ.หลังสวน ฮือฮา! คู่รักวัยทอง 77/79 จัดพิธีมงคลสมรสตามคำทำนายหมอดู สร้างความประทับใจให้ลูกหลานและชาวบ้านทั้งตำบล

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514
เมื่อเวลา 09.09 น. ของวันอาทิตย์ที่ 30 พฤศจิกายน 2568 บริเวณบ้านเลขที่ 101 หมู่ที่ 9 ตำบลนาพญา อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร ได้เกิดเรื่องราวสุดฮือฮาและอบอุ่นหัวใจ เมื่อครอบครัว “สุดใจ” ได้จัดพิธีมงคลสมรสให้กับ

คุณแม่สมพร สุดใจ อายุ 79 ปี และ คุณพ่อจรูญ สุดใจ อายุ 77 ปี หลังใช้ชีวิตคู่ร่วมกันมานานหลายสิบปี โดยไม่เคยมีพิธีแต่งงานอย่างเป็นทางการ

พิธีครั้งนี้จัดขึ้นโดย นางจิรา พราหมณี บุตรสาว และ นายจรัส พราหมณี บุตรเขย ซึ่งได้ร่วมแรงร่วมใจนำประเพณีโบราณกลับมาฟื้นฟู สร้างความประทับใจให้กับลูกหลานและชาวบ้านทั้งตำบลนาพญา

สาเหตุที่จัดพิธีแต่งงานในครั้งนี้ เกิดจากคุณพ่อจรูญมีอาการป่วยระยะหนึ่ง รักษาที่โรงพยาบาลหลายแห่งก็ไม่ดีขึ้น ต่อมาคุณแม่สมพรได้ปรึกษาลูกๆ

และตัดสินใจไปพบหมอดูที่นับถือ ซึ่งทำนายว่า “ครูอาจารย์ หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ผู้คุ้มครองท่านทั้งสองยังไม่ได้รับรู้พิธีสมรส จึงเกิดความติดขัดทางโชคชะตา ให้จัดพิธีแต่งงานเสีย แล้วอาการเจ็บป่วยจะทุเลา”

คำทำนายดังกล่าวทำให้ลูกหลานร่วมกันเห็นพ้อง พร้อมจัดพิธีมงคลสมรสแบบไทยพื้นบ้านขึ้นอย่างเรียบง่าย แต่เต็มไปด้วยความหมาย โดยมีญาติพี่น้องและชาวบ้านร่วมเป็นสักขีพยานจำนวนมาก

สร้างบรรยากาศอบอุ่นและเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้ม
พิธีมงคลครั้งนี้สร้างความฮือฮาและประทับใจไปทั่วทั้งหมู่บ้าน เนื่องจากเป็นภาพที่หาได้ยาก—คู่รักวัยเกือบ 80 ปี สวมชุดแต่งงาน ยิ้มแย้มเคียงคู่กัน เสมือนย้อนวันวานที่ไม่เคยมีโอกาสเฉลิมฉลองมาก่อน

ชาวบ้านต่างกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่าเรื่องราวนี้จะเป็น “แบบอย่างความรัก” ให้ลูกหลาน และเป็นความทรงจำงดงามของตำบลนาพญา ที่สะท้อนถึงความกตัญญู ความเชื่อ ประเพณี และสายใยครอบครัวอย่างแท้จริง.

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เปิดงาน “ดินของพ่อ สานต่อของดีคีรีขันธ์” เนื่องในวันดินโลก อย่างยิ่งใหญ่ ที่ จ.ประจวบฯ

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 29 พ.ย.68 ที่เวทีกลางสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ ร.9 หน้าศาลากลางจังหวัดประจวบฯ นายวิวัฒน์ ศัลยกำธร นายกสมาคมดินโลก เป็นประธานพิธีเปิดงาน “ดินของพ่อ สานต่อของดีคีรีขันธ์” เนื่องในวันดินโลก ประจำปี 2568

โดยมี นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ นายกุลรัศมิ์ อนันต์พงษ์สุข กรรมการสมาคมดินโลก นายมนัส กำเนิดมณี กรรมการสมาคมดินโลก นายต่อพงศ์ ปุ้ยพันธวงศ์ ประธานเครือข่ายกสิกรรมธรรมชาติ พญ.บุษกร สวัสดิ์แสน นายกเหล่ากาชาด จ.ประจวบฯ นายประทีป บริบูรณ์รัตน์ นายปรีดา สุขใจ พันจ่าเอก สาคร สิทธิศักดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ นางศันสนีย์ เกษตรสินสมบัติ เกษตรจังหวัดฯ

นายจำนงค์ พร้อมมูล ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินประจวบฯ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ เอกชน ประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมพิธี โดยงานดังกล่าวกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 พ.ย.- 8 ธ.ค.68 ที่บริเวณสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ ร.9 เพื่อเทิดพระเกียรติและเผยแพร่พระราชกรณียกิจของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และ

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในด้านการพัฒนาดิน การจัดการน้ำ การเกษตรยั่งยืน และการอนุรักษ์ผ้าไทย ส่งเสริมความรู้ทักษะด้านดิน น้ำ ทรัพยากรธรรมชาติ การท่องเที่ยวและการผลิต สินค้าเกษตรของดีจังหวัดประจวบฯ สร้างรายได้และโอกาสทางการตลาดให้แก่เกษตรกร และผู้ผลิตสินค้าชุมชน รวมทั้งส่งเสริมองค์ความรู้ด้านดินและด้านการเกษตรให้แก่เกษตรกรและประชาชนที่สนใจ
โอกาสนี้

นายวิวัฒน์ ศัลยกำธร นายกสมาคมดินโลก ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษ เนื่องในวันดินโลก ซึ่งตรงกับวันที่ 5 ธันวาคมของทุกปี น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณและเทิดพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงมีพระราชกรณียกิจที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมและพัฒนาดินในประเทศไทยมาอย่างยาวนานและทรงได้รับการทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายรางวัล The Humanitarian Soil Scientist หรือรางวัลนักวิทยาศาสตร์ดินเพื่อมนุษยธรรม จากสหภาพวิทยาศาสตร์ทางดินนานาชาติ และรณรงค์ให้ทุกภาคส่วนเห็นถึงความสำคัญของการอนุรักษ์พัฒนาดิน ซึ่งเป็นรากฐานของความมั่นคงทางอาหาร

ความมั่นคงของชีวิต และเป็นทรัพยากรที่ต้องร่วมกันฟื้นฟูดูแล การทำให้ประชาชนทุกภาคส่วนเห็นคุณค่าของดิน คือการสืบสานพระราชปณิธานของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร จากนั้นได้มอบรางวัลให้แก่ผู้ชนะเลิศและรองชนะเลิศการประกวดผลผลิตการเกษตร ได้แก่ สับปะรดพันธุ์ปัตตาเวีย สับปะรดพันธุ์ MD2 มะพร้าวแก่ มะพร้าวอ่อน มะพร้าวน้ำหอม และขนุนยักษ์

สำหรับงาน “ดินของพ่อ สานต่อของดีคีรีขันธ์” มีกิจกรรมมากมายหลากหลายภายในงานตลอด 10 วันของการจัดงาน ได้แก่ วันที่ 29 พ.ย.68 การเสวนาวิชาการ เรื่อง ดินของพ่อ สู่วันดินโลก การประกวดสับปะรดพันธุ์ปัตตาเวีย สับปะรดพันธุ์ MD2 มะพร้าวแก่ มะพร้าวอ่อน มะพร้าวน้ำหอม และขนุนยักษ์ / วันที่ 30 พ.ย.68 กิจกรรมเปิดตัวเส้นทางท่องเที่ยวเชิงนิเวศคลองบางนางรม อ.เมืองประจวบฯ การเสวนาวิชาการ เรื่อง การท่องเที่ยวยั่งยืนบนฐานชีวภาพ /

วันที่ 1 ธ.ค.68 การเสวนาวิชาการ เรื่อง Coco Next Gen พลิกอนาคตมะพร้าวไทย และการสาธิตผลิตภัณฑ์จากมะพร้าว การเสวนาน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง / วันที่ 2 ธ.ค.68 การเสวนาการรับรองคุณภาพคนด้วยคุณวุฒิวิชาชีพ / วันที่ 3 ธ.ค.68 การเดินแบบชุดไทยพระราชนิยม 8 แบบ “สืบสานภูษาศิลป์ น้อมถวายพระพันปีหลวง” / วันที่ 4 ธ.ค.68 กิจกรรมประจวบรักษ์สุขภาพ สานต่อของดีคีรีขันธ์ / วันที่ 5 ธ.ค.68 กิจกรรม “ชวนชิมกุ้งกระพง ดินดีวิถีพ่อ” และการแสดงดนตรีแจ๊ส บทเพลงพระราชนิพนธ์ และวันที่ 6-8 ธ.ค.68 กิจกรรมการแสดงของนักเรียน

ขณะที่ตลอดทั้ง 10 วันของการจัดงาน มีการจัดนิทรรศการดิน นิทรรศการผ้าไทย ชุดผ้าไทยพระราชนิยม 8 แบบ การจำหน่ายสินค้าโอทอป สินค้าชุมชนกว่า 30 ร้านค้า บูธสาธิตอาชีพ 10 บูธ เริ่มตั้งแต่เวลา 17.00-19.00 น.ของทุกวัน เช่น การทำซาซิมิปลากะพง หมี่ผัดสับปะรด สมูทตี้สับปะรด จึงขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมชมงานดังกล่าวโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย.

นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 0909944781

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /ผู้ตรวจฯ ยผ. ลุยตรวจโครงการระบายน้ำ 257 ล้านบาท ป้องกันน้ำท่วมเมืองนราธิวาส ชี้ระบบระบายน้ำหลักช่วยลดปัญหาน้ำท่วมสำเร็จ “น้ำท่วมลดลงอย่างเห็นได้ชัด”

แชร์เนื้อหานี้

จากสถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ตั้งแต่วันที่ 20 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา ทำให้เกิดภาวะอุทกภัยรุนแรงครอบคลุมพื้นที่ทั้ง 13 อำเภอ ของจังหวัดนราธิวาส โดยมีปริมาณน้ำฝนสะสมรวม 4 วันแรกสูงถึง 1,453.8 มิลลิเมตร ส่งผลให้ 3 ลุ่มน้ำหลัก ได้แก่ ลุ่มน้ำบางนราและลุ่มน้ำสายบุรีมีระดับน้ำล้นตลิ่ง และลุ่มน้ำโก-ลก มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ล่าสุดวันนี้ (28 พฤศจิกายน 2568 ) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.สุภัทรา ชัยเทวารัณย์ ผู้ตรวจราชการกรม กรมโยธาธิการและผังเมือง (ยผ.) ได้ลงพื้นที่จังหวัดนราธิวาส เพื่อติดตามและตรวจความพร้อมของโครงการก่อสร้างระบบระบายน้ำหลักเพื่อบรรเทาปัญหาน้ำท่วมพื้นที่ชุมชนเมืองนราธิวาส ระยะที่ 1 หลังจังหวัดนราธิวาสเผชิญฝนตกหนักต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 20 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ซึ่งประสบความสำเร็จในการลดระยะเวลาการท่วมขังและระดับน้ำท่วมในพื้นที่เสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับโครงการดังกล่าวมีวงเงินก่อสร้าง 257,241,600 บาท เริ่มสัญญาเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2563 และขยายเวลาสัญญาถึงวันที่ 1 ธันวาคม 2568 โดยมี บริษัท ตากใบการโยธา จำกัด เป็นผู้รับจ้าง และ บริษัท เมกก้าเทค คอนซัลแตนท์ จำกัด เป็นผู้ควบคุมงาน

โดยในพื้นที่ได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำจำนวน 2 เครื่อง เร่งระบายน้ำรวม 4 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลให้พื้นที่ชุมชนยะกังที่ปกติน้ำท่วมขังนานกว่าหนึ่งสัปดาห์ ลดระยะเวลาท่วมเหลือเพียง 1–2 วัน แม้ปริมาณฝนปีนี้จะมากเท่าปีก่อนก็ยังสามารถระบายน้ำได้เร็วกว่าชัดเจน ขณะเดียวกันในพื้นที่คลองศูนย์ราชการ ซึ่งมักถูกน้ำท่วมระดับประมาณ 1.5 เมตรทุกปี ปีนี้กลับ ไม่เกิดน้ำท่วม เนื่องจากระบบสูบน้ำและการจัดการน้ำทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

น.ส.สุภัทรา ชัยเทวารัณย์ ผู้ตรวจราชการกรมโยธาธิการและผังเมือง เปิดเผยว่าสำหรับการลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายกำกับดูแลของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และ นายพงศ์นรา เย็นยิ่ง อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง ที่มอบหมายให้เร่งรัดการเตรียมความพร้อมในการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ โดยเฉพาะในโครงการสำคัญทั้งเมืองนราธิวาสและสุไหงโกลก หลังมีประชาชนแจ้งว่าน้ำลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับปีก่อน

น.ส.สุภัทรา ระบุว่า โครงการระยะที่ 1 ได้ก่อสร้างคลองคอนกรีตบริเวณคลองศูนย์ราชการ ระยะทางกว่า 6,000 เมตร รวมถึงติดตั้งเครื่องสูบน้ำหลัก 2 เครื่อง เครื่องละ 1 ลบ.ม./วินาที และเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่ (โมบายปั๊ม) 2 เครื่อง ขนาด 0.5 ลบ.ม./วินาที เพื่อเป็นเครื่องสำรองในกรณีฉุกเฉิน และก่อนฝนหลาก ยังได้ดำเนินการขุดลอกตะกอนและวัชพืช เพื่อให้การไหลของน้ำเป็นไปตามการออกแบบ ส่งผลให้ระบบสามารถรองรับปริมาณน้ำมากได้อย่างมีประสิทธิภาพ

น.ส.สุภัทรา ได้เน้นย้ำถึงประสิทธิภาพของโครงการที่มีวงเงินก่อสร้างกว่า 257 ล้านบาท โดยเฉพาะการดำเนินการ จัดคลองคอนกรีตที่คลองศูนย์ราชการ และการติดตั้งเครื่องสูบและระบายน้ำถาวร 2 เครื่อง ที่มีกำลังเร่งระบายน้ำรวม 4 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

สำหรับพื้นที่ยะกังได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมขังลดลงอย่างชัดเจน จากเดิมที่เคยท่วมขังนานกว่าหนึ่งสัปดาห์ แต่ปัจจุบันสามารถระบายน้ำได้อย่างรวดเร็วจนเหลือเพียง 1-2 วัน เท่านั้น แม้ปริมาณฝนสะสมล่าสุดจะสูงถึง 1,453.8 มม. ซึ่งเทียบเท่ากับปีที่ผ่านมา และคลองศูนย์ราชการสามารถบริหารจัดการน้ำได้ดีมาก จนทำให้น้ำไม่ท่วมขังในบริเวณนี้เลย จากปกติที่ระดับน้ำจะสูงถึง 1.5 เมตร

นอกจากนี้ ยังมีการเตรียมความพร้อมของเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่ (Mobile Pump) กำลัง 0.5 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จำนวน 2 เครื่อง เพื่อเป็นเครื่องสำรองในกรณีฉุกเฉิน ซึ่งได้มีการขุดลอกตะกอนดินและวัชพืชเพื่อเปิดทางน้ำก่อนฤดูฝนเพื่อรักษาประสิทธิภาพการไหลของน้ำตามที่ออกแบบไว้

ด้านนายวีรภัทธ อิทธิสมัย ผู้ประกอบการร้านอาหารในพื้นที่ เปิดเผยว่า ปีก่อนน้ำท่วมระดับเอวและระบายออกช้ามาก แต่ปีนี้แม้น้ำจะท่วมบ้างแต่น้อยลงมาก และลดระดับเร็วกว่าปีที่ผ่านมา ทำให้สามารถเก็บของได้ทัน ร้านค้าได้รับผลกระทบน้อยลง และลูกค้าที่เคยหลีกเลี่ยงพื้นที่น้ำท่วมก็กลับมาใช้บริการตามปกติ ตั้งแต่มีโครงการนี้ ระบายน้ำเข้าคลองได้เร็วมาก น้ำไม่ขังนานเหมือนปีที่แล้ว ต้องขอบคุณโครงการจริงๆ ” นายวีรภัทธกล่าว

ทั้งนี้การลงพื้นที่ครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่าระบบระบายน้ำหลักของเมืองนราธิวาสเริ่มเห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม ช่วยบรรเทาความรุนแรงของอุทกภัย ลดระดับน้ำท่วมและลดระยะเวลาน้ำขัง แม้ต้องเผชิญฝนหนักต่อเนื่องในระดับใกล้เคียงกับปีก่อน สะท้อนถึงความพร้อมและประสิทธิภาพของโครงการที่สามารถช่วยประชาชนได้จริงในช่วงวิกฤตน้ำหลาก
//////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “เพื่อนร่วมโลกต้องช่วยกัน” กลุ่มชาติพันธุ์ไทยพลัดถิ่นผนึกกำลังชุมชนชายแดน รวมสิ่งของช่วยชาวหาดใหญ่ น้ำใจไร้พรมแดน

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514
วันที่ 29 พฤศจิกายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ตำบลสองพี่น้อง จังหวัดชุมพร นายหนูไกล วงธรรม กำนันตำบลสองพี่น้อง

พร้อมด้วยผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน สารวัตรกำนัน แพทย์ประจำตำบล และประชาชนในพื้นที่ รวมถึงกลุ่มชาติพันธุ์ชาวไทยพลัดถิ่น ได้ร่วมกันระดมสิ่งของอุปโภคบริโภค อาหารแห้ง น้ำดื่ม และเสื้อผ้าจำนวนมาก เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

โดยมีรถกระบะหลายคันลำเลียงสิ่งของไปขนถ่ายขึ้นรถบรรทุกขนาดใหญ่ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากเจ้าของรถที่ไม่คิดค่าบริการ ขณะที่ พันตรีวินัย บุญคงมาก หัวหน้าชุดพัฒนาสัมพันธ์ที่

4101 ได้นำกำลังทหารมาร่วมอำนวยความสะดวกในการบรรทุกสิ่งของครั้งนี้ด้วย บรรยากาศเต็มไปด้วยความร่วมแรงร่วมใจของพี่น้องทั้งสองฝั่งชายแดน

นายหนูไกล วงธรรม เปิดเผยว่า หลังรับทราบข่าวสถานการณ์น้ำท่วมที่จังหวัดสงขลา จึงรีบประสานงานกับเพื่อนฝ่ายปกครองที่เคยศึกษาในวิทยาลัยการปกครอง เพื่อสอบถามถึงผลกระทบ พบว่าพื้นที่หลายแห่งขาดแคลนสิ่งจำเป็นอย่างหนัก ทั้งอาหารแห้งและเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม

จึงได้ร่วมกับผู้นำหมู่บ้านและประชาชน รวมถึงชาวไทยพลัดถิ่น ทั้งที่มีบัตรประชาชนแล้วและที่ยังอยู่ระหว่างดำเนินการขอสัญชาติ ร่วมกันบริจาคสิ่งของจำนวนมาก พร้อมได้เดินทางไปมอบให้นายอุทัย สุขสว่างผล กำนันตำบลท่าข้าม อำเภอหาดใหญ่ เพื่อนำไปช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ทันที

สำหรับกลุ่มชาติพันธุ์ไทยพลัดถิ่นในจังหวัดชุมพร มีประวัติความเป็นมายาวนาน เดิมอาศัยอยู่ในพื้นที่มะริด ทวาย และตะนาวศรี ก่อนจะถูกแบ่งแยกดินแดนในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ต่อมาเมื่อพม่าเข้ากวาดล้างชนกลุ่มน้อย

“จดหมายจากพลังใจของชุมพร” เด็กนักเรียนภูบดินทร์พิทยาลัยส่งต่อความรัก ความหวัง และกำลังใจถึงผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ ธนากร โกศลเมธีรายงาน 081-892-3514
ชุมพร – เต็มเปี่ยมด้วยความงดงามของน้ำใจและพลังแห่งการแบ่งปัน เมื่อโรงเรียนภูบดินทร์พิทยาลัยร่วมส่งต่อความห่วงใยผ่านกิจกรรม “จดหมาย..จากพลังใจของชุมพร”

เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้ประสบอุทกภัยในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ซึ่งกำลังเผชิญสถานการณ์น้ำท่วมอย่างรุนแรงในขณะนี้ วันนี้ นักเรียนทุกระดับชั้นได้ร่วมกันเขียน “การ์ดให้กำลังใจ” ด้วยลายมือและหัวใจที่บริสุทธิ์ ถ่ายทอดความอบอุ่น ความหวัง และคำปลอบโยนผ่านถ้อยคำและภาพวาดที่เปี่ยมด้วยความหมาย การ์ดแต่ละใบสะท้อนความตั้งใจของเยาวชนชุมพร ที่เชื่อมั่นว่า “กำลังใจ คือพลังสำคัญที่ช่วยให้ทุกคนผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากได้”

จดหมายและการ์ดให้กำลังใจเหล่านี้กำลังถูกรวบรวมและจัดส่งไปพร้อมกับสิ่งของจำเป็นที่ประชาชนในอำเภอหลังสวนและพื้นที่ใกล้เคียงร่วมบริจาค เพื่อบอกกับพี่น้องผู้ประสบภัยว่า
“เราอยู่เคียงข้างคุณเสมอ… คนไทยไม่ทิ้งกัน”

กิจกรรมนี้ไม่เพียงเป็นการช่วยเหลือผู้ประสบภัยเท่านั้น แต่ยังเป็นบทเรียนชีวิตที่สร้างความเอื้ออาทร น้ำใจ และความเป็นมนุษย์ให้แก่เยาวชนอย่างลึกซึ้ง สะท้อนบทบาทของโรงเรียนที่เป็นมากกว่าสถานศึกษา แต่คือพื้นที่ปลูกฝังคุณธรรม สร้างอนาคต และสร้างหัวใจที่งดงามตามเจตนารมณ์ของสถานศึกษา

โดยการ์ดและจดหมายทุกฉบับจากนักเรียน จะถูกนำไปบรรจุในถุงยังชีพที่โรงเรียนจัดเตรียม ก่อนส่งมอบให้ที่ว่าการอำเภอหาดใหญ่ เพื่อดำเนินการแจกจ่ายต่อให้ถึงมือผู้ประสบภัยอย่างทั่วถึงNot only the education,But also the future
ไม่ใช่แค่การศึกษา…แต่ให้มากกว่าถึงอนาคต

ภูบดินทร์พิทยาลัย ❤️

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กองทัพภาค 2 ร่วมกับ พสบ.ทภ.2 เติมพลังใจให้กับน้องๆนักเรียนผู้ห่างไกลโอกาส โรงเรียนบ้านโนนแดง อำเภอปักธงชัย นครราชสีมา

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 ที่โรงเรียนบ้านโนนแดง อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา พันเอกพันเอกจิรัฏฐ์ ช่วงฉ่ำ หัวหน้าฝ่ายทหารพราน กองทัพภาคที่ 2 พร้อมด้วยนายฉัตรชัย ทองมาลัย ประธานชมรมหลักสูตรพัฒนาความสัมพันธ์ระดับผู้บริหาร กองทัพภาคที่ 2 และคณะ ได้จัดโครงการ“เต็มพลังใจให้กับน้องๆนักเรียนผู้ห่างไกลโอกาส” โดยนายวรพงษ์ นิธิการุณย์เลิศ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านโนนแดง คณะครูและนักเรียน

ให้การต้อนรับ พันเอกพันเอกจิรัฏฐ์ ช่วงฉ่ำ หัวหน้าฝ่ายทหารพราน กองทัพภาคที่ 2 เปิดเผยว่า การทำกิจกรรมให้กำลังใจนักเรียน เสริมสร้างความรักชาติ เป็นนโยบายที่ พลโทวีรยุทธ์ รักษ์ศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 นอกจากการป้องกันประเทศ การสร้างขวัญให้กำลังใจกำลังพล การปลูกฝังจิตสำนึกให้กับเยาชนในเรื่องการรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ก็เป็นภารกิจที่สำคัญของกองทัพ และวันนี้ก็ร่วมกับชมรมหลักสูตรพัฒนาความสัมพันธ์ระดับผู้บริหาร กองทัพภาคที่ 2 มามอบสิ่งของและร่วมรับประทานอาหารกับน้องๆนักเรียน เป็นการสร้างภาพจำที่ดีให้กับน้องๆนักเรียนกับทหาร

ทางด้านนายฉัตรชัย ทองมาลัย ประธานชมรมหลักสูตรพัฒนาความสัมพันธ์ระดับผู้บริหาร กองทัพภาคที่ 2 (พสบ.ทภ.2) กล่าวว่า ทางชมรมฯทำงานควบคู่ไปกับทางกองทัพภาคที่ 2 นอกจากนโยบายที่ร่วมสนับสนุนในการป้องกันประเทศ การสนับสนุนเครื่องอุปโภค บริโภคทหารตามแนวชายแดน การสร้างขวัญกำลังใจให้กำลังพล เช่น โครงการซ่อม สร้างบ้าน การมอบทุน

การศึกษา ทางชมรมฯยังร่วมมือกับกองทัพภาคที่ 2 ในการร่วมทำกิจกรรมทสร้างภาพลักษณ์และให้กำลังใจให้นักเรียนที่ห่างไกลโอกาส โดยวันนี้ได้มามอบชุดพละ รองเท้า ทุนการศึกษาแล้ว ยังได้ร่วมรับประทานไก่ KFC กับน้องๆนักเรียนที่โรงเรียนบ้านโนนแดง ซึ่งกิจกรรมดีๆแบบนี้ทางชมรมเราจะร่วมกับทางกองทัพภาคที่ 2 ทำในอีก 20 จังหวัดทางภาคอีสานต่อไป

กันตินันท์ เรืองประโคน /รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผอ.สรรพสามิตภาค 3 คนใหม่ เข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ เดินหน้าสรรพสามิตยุคใหม่โปร่งใส เพื่อประชาชน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันศุกร์ที่ 28 พฤศจิกายน 2568 ที่สำนักงานสรรพสามิตภาคที่ 3 ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่นและเป็นกันเอง หลัง นายณธัชพงศ์ เผ่าผาง ได้เดินทางเข้ารับตำแหน่ง ผู้อำนวยการสำนักงานสรรพสามิตภาคที่ 3 คนใหม่ อย่างเป็นทางการ ท่ามกลางการต้อนรับจากผู้บริหารและเจ้าหน้าที่จำนวนมาก

นายณธัชพงศ์ปรากฏตัวด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม พร้อมเริ่มภารกิจแรกด้วยพิธีบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำหน่วยงาน โดยมีการจุดธูป กราบไหว้ศาลเจ้าที่–เจ้าทาง เพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนจะร่วมถ่ายรูปกับเจ้าหน้าที่จากทั้งในจังหวัดนครราชสีมา และจากต่างจังหวัดที่เดินทางมาร่วมแสดงความยินดีและส่งกำลังใจ

ภายหลังจากพิธีการด้านนอก ผอ.คนใหม่ได้เดินขึ้นห้องทำงานเพื่อสักการะพระพุทธรูปประจำห้อง พร้อมนั่งโต๊ะทำงานใหม่และลงนามเอกสารแรกของการปฏิบัติหน้าที่เพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนกลับลงมาร่วมถ่ายภาพกับคณะทำงานและเจ้าหน้าที่อีกครั้ง บรรยากาศเป็นไปด้วยความเรียบง่ายและอบอุ่นสะท้อนความสัมพันธ์อันดีในองค์กร

การรับตำแหน่งครั้งนี้ ยังมี นายไชยรัตน์ ชื่นใจฉ่ำ ผู้อำนวยการส่วนตรวจสอบป้องกันและปราบปราม สำนักงานสรรพสามิตภาคที่ 3 พร้อมด้วยข้าราชการและเจ้าหน้าที่จำนวนมากร่วมต้อนรับอย่างพร้อมเพรียง

นายณธัชพงศ์เปิดเผยแนวนโยบายสำคัญว่า ยึดตามสโลแกน
“สรรพสามิตยุคใหม่ – สร้างรายได้ให้รัฐ สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน คืนต้นทุนให้สังคม” โดยเน้นการทำงานอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ ให้ประชาชนเป็นศูนย์กลาง และขับเคลื่อนการจัดเก็บรายได้ของรัฐอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่ไปกับการดูแลคุณภาพชีวิตของประชาชน

ผู้อำนวยการคนใหม่ย้ำว่า พร้อมทำงานร่วมกับทุกฝ่าย เพื่อพัฒนางานสรรพสามิตให้เป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันเศรษฐกิจและสังคมของภาคอีสานให้เติบโตอย่างยั่งยืน

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /ฟอกไตฟรี ได้ทุกแห่ง ขยายบริการปลูกถ่ายไต” เปิดโครงการอย่างเป็นทางการที่ รพ.ชุมพร เขตรอุดมศักดิ์

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 ที่ห้องประชุมอาภากร อาคารอุบัติเหตุฉุกเฉินหลังใหม่ โรงพยาบาลชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ ได้รับเกียรติจาก พญ เหมือนแพร บุญล้อม สสจ.ชุมพร

ร่วมกับ พญ ปัทมพันธ์ อนันตาพงศ์ ผอ. โรงพยาบาลชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ จัดพิธีเปิดโครงการขับเคลื่อนนโยบายระดับชาติ “ฟอกไตฟรี ได้ทุกแห่ง และขยายบริการปลูกถ่ายไต” เพื่อยกระดับการเข้าถึงบริการรักษาโรคไตของประชาชนในจังหวัดชุมพร

พิธีเปิดได้รับเกียรติจากพญ เหมือนแพร บุญล้อม สสจ.ชุมพรเป็น
ประธานในพิธี กล่าวถึงความสำคัญของนโยบายนี้ว่า เป็นการสร้างหลักประกันสุขภาพให้ประชาชนอย่างเท่าเทียม โดยเน้นให้ผู้ป่วยเข้าถึงบริการฟอกไตใกล้บ้าน

ลดภาระค่าใช้จ่าย และเพิ่มโอกาสในการรักษา เช่น การล้างไตทางช่องท้อง การฟอกเลือด การปลูกถ่ายไต รวมถึงการดูแลแบบประคับประคอง ตลอดจนส่งเสริมการป้องกันโรคและการคัดกรองในกลุ่มเสี่ยง

ประธานยังกล่าวชื่นชมการบูรณาการความร่วมมือของ โรงพยาบาลชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดชุมพร อสม. และทุกภาคส่วน ที่ร่วมขับเคลื่อนให้โครงการเกิดผลเป็นรูปธรรม พร้อมเปิดโครงการอย่างเป็นทางการ เพื่อให้หน่วยบริการในเครือข่ายร่วมกันดำเนินงานอย่างเป็นเอกภาพตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

ด้าน แพทย์หญิงปัทมพันธ์ อนันตาพงศ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ กล่าวรายงานถึงความเป็นมาและวัตถุประสงค์ของโครงการว่า ประเทศไทยมีผู้ป่วยไตวายเรื้อรังกว่า 71,000 ราย และมีผู้ป่วยฟอกไต–ล้างไตรวมกว่า 3,400 ราย แนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จำเป็นต้องได้รับการดูแลที่มีคุณภาพและเข้าถึงได้อย่างทั่วถึง

โรงพยาบาลชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ได้เตรียมความพร้อมทั้งด้านบุคลากร เครื่องมือแพทย์ ระบบส่งต่อ และความร่วมมือกับหน่วยบริการในเครือข่าย เพื่อให้บริการเป็นไปตามมาตรฐานตามนโยบายของกระทรวงสาธารณสุขและ สปสช.

กิจกรรมในวันเปิดโครงการประกอบด้วย การคัดกรองกลุ่มเสี่ยงโรคไต การให้ความรู้เรื่องการดูแลสุขภาพไต การให้คำปรึกษาด้านการรักษา และการรณรงค์บริจาคอวัยวะ โดยมีผู้เข้าร่วมต่อเนื่องกว่า 1,000 คน

โครงการนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของจังหวัดชุมพรในการยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน ให้สามารถเข้าถึงบริการด้านไตที่มีมาตรฐานได้ “ทุกที่–ทุกแห่ง–ทุกคน” อย่างแท้จริง