เรื่องทั้งหมดโดย admin

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สภ.เมืองชุมพร ตั้งจุดสกัดเข้ม แก้ปัญหากลุ่มวัยรุ่นขับรถเสียงดัง/กระบะชนจยย. ดับ 1 สาหัส 1 “ความประมาทแลกชีวิตคน”/วอนผู้ใจบุญช่วยเหลือ “ตา–ยายวัย 80 ปี”

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514วันนี้ (16 พ.ย. 68) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองชุมพร ได้สนธิกำลังออกตั้งจุดสกัดบริเวณทางขึ้นเขาพาง ตำบลหาดพันไกร ในวันที่ 15 พฤศจิกายน 2568 หลังได้รับการร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่ว่า มีกลุ่มเยาวชนรวมตัวขับขี่รถจักรยานยนต์แต่งท่อ ส่งเสียงดังรบกวนในช่วงกลางคืน และก่อให้เกิดความไม่ปลอดภัยแก่ผู้ใช้เส้นทางโดยเจ้าหน้าที่ได้จัดกำลังเข้าดำเนินการกวดขันวินัยจราจร ตรวจสอบรถต้องสงสัย รวมถึงควบคุมความเรียบร้อยในพื้นที่อย่างใกล้ชิด เพื่อยับยั้งพฤติกรรมที่สร้างความเดือดร้อนรำคาญ พร้อมทั้งสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้กับประชาชนที่อาศัยบริเวณดังกล่าว

เจ้าหน้าที่ระบุว่าการตั้งจุดสกัดครั้งนี้เป็นมาตรการต่อเนื่อง และจะเพิ่มความถี่ในการออกตรวจตรา เพื่อแก้ไขปัญหาให้เกิดผลเป็นรูปธรรมและยั่งยืน
คำแนะนำประชาชนสภ.เมืองชุมพร ขอความร่วมมือประชาชนหากพบเห็นกลุ่มวัยรุ่นรวมตัวขับขี่รถจักรยานยนต์แต่งท่อเสียงดัง แข่งรถ หรือประพฤติเสี่ยงอันตรายบนท้องถนน ขอให้รีบแจ้งเบาะแสผ่านสายด่วน 191 หรือแจ้งตรงที่ สภ.เมืองชุมพร ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าดำเนินการได้อย่างทันท่วงที พร้อมขอให้ประชาชนตรวจสอบความเรียบร้อยของรถและปฏิบัติตามกฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยของทุกคนบนถนนร่วมกัน

กระบะชนจยย. ดับคาที่ 1 สาหัส 1 “ความประมาทเสี้ยววินาที แลกชีวิตคน”
ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514
เมื่อเวลา 18.20 น. วันที่ 16 พฤศจิกายน 2568 ร.ต.ต.นฤพล ชูช่วย รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองชุมพร รับแจ้งเหตุรถกระบะเฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์ บริเวณยูเทิร์นป้อมตำรวจปฐมพร ถนนเพชรเกษม หลักกิโลเมตรที่ 484 ขาล่องใต้ จึงรายงานให้ พ.ต.อ.ปัญญา ท้วมศรี ผกก.สภ.เมืองชุมพร ทราบ ก่อนนำกำลังพร้อมเจ้าหน้าที่กู้ชีพ–กู้ภัยสายชลรุดไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบชายผู้บาดเจ็บนอนอยู่กลางถนน อาการสาหัส เจ้าหน้าที่เร่งปฐมพยาบาลก่อนนำส่งโรงพยาบาล ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ยามาฮ่าสีดำ–แดง ทะเบียน กรษ 349 ชุมพร ตกอยู่ในร่องกลางถนน ห่างจากจุดพบผู้บาดเจ็บกว่า 5 เมตรห่างออกไป 200 เมตร พบรถกระบะ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นรั้ว สีขาว–ดำ ทะเบียน บท 2187 ยะลา บรรทุกผักเต็มคันจอดอยู่ริมถนน ใต้ท้องรถพบร่างหญิ่งอีกหนึ่งราย เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำร่างออกมา พบว่า เสียชีวิตแล้วคาที่ ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตยังไม่ทราบชื่อ

นายกัมพล หิมวังทอง อายุ 57 ปี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 13 ต.บางไผ่ ระบุว่าผู้ตายเป็นแรงงานชาวลาว ช่วยงานเฝ้าสวนให้กับนายจ้าง คาดว่าขี่รถออกมาซื้ออาหารและจะไปฉีดยาที่โรงพยาบาลเนื่องจากถูกสุนัขกัดเมื่อช่วงกลางวัน ก่อนเกิดเหตุสลดในครั้งนี้ ด้าน นายอิมรอน สะเตาะ อายุ 23 ปี คนขับรถกระบะ ให้การว่า ขับรถขนผักมาจากจังหวัดราชบุรี มุ่งหน้าไปส่งที่จังหวัดปัตตานี เมื่อมาถึงหน้าศูนย์ฮอนด้าชุมพร

จู่ ๆ มีสามีภรรยาขี่รถจักรยานยนต์ออกจากยูเทิร์นปาดหน้าเข้ามากะทันหัน แม้ได้บีบแตรและพยายามหักหลบ แต่ไม่สามารถหยุดรถได้ทัน เนื่องจากวิ่งมาประมาณ 90 กม./ชม. จึงพุ่งชนอย่างจัง ร.ต.ต.นฤพล ชูช่วย อยู่ระหว่างตรวจสอบหลักฐานในที่เกิดเหตุ พร้อมตรวจกล้องวงจรปิดและสอบปากคำพยานผู้เห็นเหตุการณ์ เพื่อสรุปสาเหตุที่แท้จริง และดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สภ.เมืองชุมพร ขอฝากเตือนผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคน การขับออกจากยูเทิร์น ต้องแน่ใจว่าปลอดภัยเสมอ การประมาทเพียงเสี้ยววินาที อาจทำให้คนหนึ่งต้องตาย อีกคนต้องพิการ และครอบครัวต้องร้องไห้ไปตลอดชีวิต ขับรถช้า–ชิดซ้าย–มีวินัยบนท้องถนน… ชีวิตคุณและคนอื่นสำคัญเสมอ

วอนผู้ใจบุญช่วยเหลือ “ตา–ยายวัย 80 ปี” อาศัยบ้านเช่ารถไฟตามลำพัง ตามองไม่เห็น – ยายหูตึง ป่วยหลายโรค ชีวิตลำบากหนัก

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันที่ 17 พฤศจิกายน 2568 ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ตรวจสอบชีวิตความเป็นอยู่ของ คุณตานพ ทองเกลี้ยง อายุ 79 ปี และ คุณยายถนอม ทองเกลี้ยง อายุ 80 ปี คู่สามีภรรยาวัยชรา ที่อาศัยอยู่ตามลำพังในบ้านเช่ารถไฟ เลขที่ 411/2 หมู่ 5 ตำบลนาโพธิ์ อำเภอสวี จังหวัดชุมพร โดยได้รับอนุเคราะห์ให้พักอาศัยฟรีจากเจ้าหน้าที่การรถไฟ แต่ต้องรับผิดชอบค่าไฟฟ้าประมาณเดือนละ 500 บาท

สภาพความเป็นอยู่ของทั้งสองน่าเวทนาอย่างยิ่ง คุณตามองไม่เห็นมานานกว่า 5–6 เดือน ทำให้ไม่สามารถทำงานหรือออกไปไหนได้เหมือนในอดีตที่เคยเก็บของเก่าขายประทังชีวิต ขณะที่ คุณยายหูตึงแทบไม่ได้ยินเสียง และยังมีโรคประจำตัวหลายอย่าง ทำให้การรักษาพยาบาลเป็นไปด้วยความยากลำบาก
ลูกของตายายมี 2 คน ต่างเดินทางไปทำงานรับจ้างในต่างพื้นที่ ฐานะฝืดเคืองเช่นกัน จึงกลับมาเยี่ยมได้เป็นครั้งคราว และช่วยเหลือด้านค่าใช้จ่ายเพียงเล็กน้อยเท่าที่ทำได้ ทำให้ตายายต้องพึ่งพาเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเล็กน้อยในการประทังชีวิต

ชาวบ้านในละแวกดังกล่าวเล่าว่า เห็นความลำบากของตายายมานาน มักนำอาหารมาแบ่งปันให้เป็นระยะ แต่หลายครั้งก็อดสงสารไม่ได้ โดยเฉพาะเวลาที่ต้องไปพบแพทย์ เนื่องจาก ตายายไม่สามารถเดินทางไปเองได้ การรักษาต่อเนื่องจึงยิ่งลำบากกว่าเดิม

ผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับคุณตา ซึ่งเล่าว่า “ตามองไม่เห็นมาเกือบครึ่งปีแล้ว แต่ก่อนยังเก็บของเก่าขายได้ พอมองไม่เห็นก็ทำงานไม่ได้เลย ถ้าออกไปไหนก็กลัวถูกรถชน ส่วนยายก็ป่วย เดินเหินไม่สะดวก รายได้มีแค่เบี้ยคนชราเท่านั้น เลยอยากวอนหน่วยงานหรือคนใจบุญช่วยเหลือบ้างครับ”

ด้วยสภาพความเป็นอยู่ที่ตกทุกข์ได้ยาก ผู้สื่อข่าวขอเป็นสื่อกลางประชาสัมพันธ์ไปยังหน่วยงานรัฐ องค์กรการกุศล และผู้มีจิตศรัทธา หากประสงค์ช่วยเหลือด้านอาหาร ยารักษาโรค หรือสนับสนุนค่าใช้จ่ายจำเป็น สามารถร่วมบริจาคได้โดยตรงที่บัญชี ธนาคารออมสิน ชื่อบัญชี “นาย นพ ทองเกลี้ยง” หมายเลข 020177651062 ชุมชนในพื้นที่หวังว่าข่าวนี้จะช่วยให้สองตายายวัยชราที่กำลังลำบาก ได้รับการดูแลและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในบั้นปลายชีวิต.

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผวจ.ศรีสะเกษ สมโภชศาลหลักเมืองปรางค์กู่ และเฉลิมฉลองวันสถาปนาอำเภอปรางค์กู่ พร้อมส่งเสริมการท่องเที่ยว ชูเมืองน่าเที่ยว

แชร์เนื้อหานี้

***เมื่อวันนี้ 16 พ.ย. 68 ที่บริเวณหน้าศาลหลังเมืองปรางค์กู่ อำเภอปรางค์กู่ จังหวัดศรีสะเกษ นายอนุรัตน์ ธรรมประจำจิต ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ประธานเปิดโครงการส่งเสริมและประชาสัมพันธ์กิจกรรมการท่องเที่ยว กิจกรรมสมโภชศาลหลักเมืองปรางค์กู่ ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 15-20 พ.ย. 68 ณ บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอปรางค์กู่

เพื่อส่งเสริมและประชาสัมพันธ์กิจกรรมการท่องเที่ยวที่หลากหลาย ทั้งด้านศิลปวัฒนธรรมภูมิปัญญาโบราณ ตลอดจนโบราณสถานทางประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ เพื่อยกระดับการท่องเที่ยว

ให้มีคุณภาพ พร้อมผลักดันส่งเสริมด้านการตลาด และการประชาสัมพันธ์ โดยมี นายสุวรรณ เนตรเนติกุล นายอำเภอปรางค์กู่ นำหัวหน้าส่วนราชการ ให้การต้อนรับลักล่าวรายงาน

***โดยกิจกรรมหลังพิธีเปิดมีการนำนางรำกว่า 800 คน มาร่วมรำถวายความอาลัยแด่ สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงเสด็จสวรรคต เมื่อวันที่ 24 ต.ค. 68 ที่ผ่านมา นอกจากนี้ภายในงานระหว่างวันที่ 15-20 พ.ย. 68 จะมีการจัด

จำหน่ายสินค้าสินค้า OTOP ของดีในอำเภอปรางค์กู่ และของดีของจังหวัดศรีสะเกษ กิจกรรมการประกวดผลผลิตทางการเกษตร กล้วยน้ำว้า มะพร้าวน้ำหอม กิจกรรมร้องเพลงลูกทุ่งประกอบห่างเครื่อง กิจกรรมการประกวดไก่พื้นเมืองสวยงาม กิจกรรมการประกวดอาหารพื้นถิ่น
ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / อุทยานฯ ศรีลานนา ร่วมกับทหารและตำรวจ จับกุมชายอ้างรับจ้างเฝ้าไม้ที่ลักลอบตัดในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ

แชร์เนื้อหานี้

(14 พ.ย. 68) #นายอานนท์ #กุลนิล หัวหน้าอุทยานแห่งชาติศรีลานนา กล่าวว่า เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2568 เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติศรีลานนา โดยการนำของนายอานนท์ กุลนิล หัวหน้าอุทยานแห่งชาติศรีลานนา พร้อมด้วย หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติฯ ที่ ศล.2 (ปางมะเยา) หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติฯ ที่ ศล.3 (บ้านออน) หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติฯ ที่ ศล.6 (ห้วยกุ่ม) สายตรวจส่วนกลางอุทยานแห่งชาติ สถานีตำรวจภูธรเชียงดาว และทหารกองบังคับการควบคุมสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดที่ 1

ผลจากการสืบสวนหาข้อเท็จจริงต่อเนื่องจากคดีเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 และได้รับแจ้งจากผู้หวังดีเพื่อหวังสินบนนำจับว่า มีการลักลอบตัดไม้มีค่า บริเวณป่าดอยผาหมวก ท้องที่หมู่ 7 ตำบลปิงโค้ง อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ภายในเขตอุทยานแห่งชาติศรีลานนา จึงร่วมกันออกตรวจลาดตระเวนป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับการป่าไม้ ตามที่ได้รับแจ้งในพื้นที่ดังกล่าว

เมื่อคณะเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนถึงบริเวณดังกล่าว พบชายบุคคลหนึ่ง เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตนว่าเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ ทราบชื่อภายหลังว่า นายกฤษณะ อยู่ที่ตำบลปิงโค้ง อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ จากการสอบถาม นายกฤษณะ ให้การรับสารภาพว่าได้รับจ้างจากกลุ่มบุคคลหนึ่ง ให้ตนเองมาเฝ้าระวังดูต้นทาง และเฝ้าระวังไม้ (เวรยาม)

โดยได้รับค่าจ้างเป็นจำนวนเงิน 2,000 บาท ครั้ง/วัน คณะเจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวไว้ และได้ตรวจสอบบริเวณพื้นที่เกิดเหตุพบไม้ประดู่ท่อน จำนวน 12 ท่อน กองกระจัดกระจาย จึงได้ตรวจวัด ตรวจนับไม้ของกลางไม้ประดู่ จำนวน 12 ท่อน ปริมาตร 26.88 ลูกบาศก์เมตร

คณะเจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งให้นายกฤษณะ ทราบว่า การกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับการป่าไม้ จึงร่วมกันตรวจสอบ/ตรวจนับ พร้อมตรวจยึดไม้ประดู่ท่อน จำนวน 12 ท่อน ปริมาตร 26.88 ลูกบาศก์เมตร ค่าเสียหายของรัฐ 940,800 บาท พร้อมจัดทำเรื่องราวร้องทุกข์กล่าวโทษนำส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อดำเนินคดีต่อผู้กระทำผิด และทางอุทยานแห่งชาติศรีลานนา จะดำเนินการขยายผลขบวนการทำไม้มีค่าต่อไป

ทั้งนี้ เป็นไปตามนโยบายรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (นายสุชาติ ชมกลิ่น) และตามข้อสั่งการของท่านอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช (นายอรรถพล เจริญชันษา) และอำนวยการโดยท่านผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 (นายกริชสยาม คงสตรี) ให้ดำเนินการเข้มงวด การออกตรวจลาดตระเวน ป้องกัน ป้องปราม และปราบปราม เกี่ยวกับการกระทำผิดเกี่ยวกับกฎหมายการป่าไม้ และการลักลอบทำไม้มีค่าในพื้นที่ป่าอนุรักษ์////

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ไม่รอด! หนุ่ม 25 ค้าบ้า 507 เม็ด จนท.รวบตัวทันควัน /ตชด.235 ซุ่มจับ “แป มุกดาหาร” ขนยาบ้า 126,000 เม็ด รับงานจากท้าวป้อม สปป.ลาว

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2561 ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.เจด็จ ปรีพูล ผกก.สภ.หว้านใหญ่ และ พ.ต.ท.ต่อฤทธิ์ ศิลาคุปต์ รอง ผกก.สส.ฯ ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.สนิท ภักดิ์วรรณสิทธิ์ สว.สส.ฯ

พร้อมด้วย ร.ต.อ.พงษ์ศักดิ์ คำศรีระภาพ รองสว.สส.สภ.หว้านใหญ่ นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.หว้านใหญ่ สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหาร กกล.สุรศักดิ์มนตรี, เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง, ชุด ตชด.2342 และตำรวจน้ำมุกดาหาร ลงพื้นที่ปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมายในพื้นที่ ต.หว้านใหญ่ อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร

จากการปฏิบัติ เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหา คือนายวรพัฒน์ หรือ “ท็อป” พุทธษาวงษ์ อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 78 หมู่ 9 ตำบลหว้านใหญ่ อำเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหารพร้อมของกลางยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวน 507 เม็ด
โทรศัพท์มือถือซัมซุง Galaxy A05s สีขาว

โดยแจ้งข้อกล่าวหาว่าจำหน่ายและมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต การกระทำเข้าลักษณะเพื่อการค้าและแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย

เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวผู้ต้องหารวมทั้งของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.หว้านใหญ่ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไปหว้านใหญ่ #มุกดาหาร #ยาเสพติด #จับกุมผู้ต้องหา #ยาบ้า #ปราบปรามยาเสพติด #ตำรวจไทย #กกลสุรศักดิ์มนตรี #ข่าวมุกดาหาร #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้////ภาพ/ข่าว เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

ตชด.235 ซุ่มจับ “แป มุกดาหาร” ขนยาบ้า 126,000 เม็ด รับงานจากท้าวป้อม สปป.ลาว รับสารภาพทั้งเสพ-ส่งต่อ เตรียมขยายผลล่าผู้บงการ

เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2568 เจ้าหน้าที่ชุดปราบปรามยาเสพติด กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 235 ได้รับรายงานข่าวเชิงลึกว่า ในช่วงเวลาประมาณ 20.00 – 21.00 น. จะมีการลำเลียงส่งมอบยาเสพติดบริเวณศาลาริมถนนทางหลวงหมายเลข 212 หมู่

ที่ 3 บ้านดอนสวรรค์ ตำบลอุ่มเหม้า อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม เจ้าหน้าที่จึงรายงานผู้บังคับบัญชา และประสานกับตำรวจน้ำธาตุพนมเพื่อร่วมกันวางแผนจับกุม กระจายกำลังเข้าดักซุ่มโดยรอบพื้นที่เป้าหมาย

จนกระทั่งเวลา 20.20 น. เจ้าหน้าที่ตรวจพบชายต้องสงสัย อายุราว 35-40 ปี กำลังนั่งอยู่ริมทางใกล้เพิงพัก โดยมีกระเป๋าใบใหญ่ 1 ใบตั้งอยู่ข้างตัว ลักษณะมีพิรุธคล้ายผู้เสพยาเสพติดหรือ

พกพาสิ่งผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่จึงเข้าควบคุมสถานการณ์ แต่เมื่อชายคนดังกล่าวเห็นว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้พยายามวิ่งหนีอย่างรวดเร็ว แต่ถูกสกัดจับได้ในทันที

จากการตรวจสอบทราบชื่อผู้ต้องหา คือ นายวัชรินทร์ ว่องไว หรือ “แป” อายุ 35 ปี บ้านอยู่ ต.ป่งขาม อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร ตรวจค้นในกระเป๋าพบ ยาบ้า 3 ห่อ จำนวนรวม 126,000 เม็ด จึงนำตัวพร้อมของกลางกลับมาทำการตรวจนับที่ กองร้อย ตชด.235เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา“จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) เพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่ระบาดในหมู่ประชาชน กระทบต่อความมั่นคงของรัฐ”ผลตรวจปัสสาวะพบสารเสพติดเป็นบวก ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเสพยาบ้าจริง และ

รับว่าเป็นผู้รับจ้างขนยาบ้ามาจาก “ท้าวป้อม” ชาว สปป.ลาว เพื่อนำมาส่งให้ลูกค้าตามนัดหมายในจุดเกิดเหตุจากนั้นชุดจับกุมได้นำผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.ธาตุพนม จังหวัดนครพนม ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ยาบ้า #จับยาเสพติด #ธาตุพนม #ตชด235 #นครพนม #มุกดาหาร #ฝั่งโขง #ยาเสพติดข้ามชาติ #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้///เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผบ.ทบ. เยี่ยมกำลังพลบาดเจ็บ เหยียบกับระเบิดที่ห้วยตามาเรีย ตรวจเยี่ยมหน่วยฝึกทหารใหม่ มณฑลทหารบกที่ 22 ค่ายสรรพสิทธิประสงค์ อ.วารินชำราบ จ.อุบลฯ

แชร์เนื้อหานี้

ผบ.ทบ. เยี่ยมกำลังพลบาดเจ็บจากเหตุเหยียบกับระเบิดที่ห้วยตามาเรีย กำชับดูแลสิทธิสวัสดิการอย่างเต็มที่ พร้อมตรวจหน่วยฝึกทหารใหม่ มณฑลทหารบกที่ 22 ค่ายสรรพสิทธิประสงค์ อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี

พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก/ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก พร้อมด้วยคณะผู้บังคับบัญชา เดินทางเข้าเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทหารสังกัดกองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 16 ที่บาดเจ็บจากการเหยียบกับระเบิดระหว่างปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนชายแดนไทย-กัมพูชา

ในพื้นที่ห้วยตามาเรีย อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ เมื่อ 10 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา โดยมี พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 /ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 ร่วมให้การต้อนรับ ซึ่งปัจจุบันกำลังพลทั้ง 4 นาย ได้เข้ารับการรักษา ณ โรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์ จังหวัดอุบลราชธานี ประกอบด้วย

  1. จ่าสิบเอก เทอดศักดิ์ สมาพงษ์ ได้รับบาดเจ็บที่ข้อเท้าขวาท่อนล่างขาด รวมถึงมีแผลฉีกขาดที่ขาซ้ายและมือขวา แพทย์ได้ทำการผ่าตัดแล้ว 3 ครั้ง และยังคงทำแผลเป็นประจำทุกวัน ควบคู่กับการให้ยาปฏิชีวนะป้องกันการติดเชื้อและยาแก้ปวดบรรเทาอาการอย่างต่อเนื่อง
  2. พลทหาร อภิรักษ์ ศรีชมไชย มีอาการบาดเจ็บจากแรงระเบิด แผลฉีกขาดที่ขาขวา ปัจจุบันได้รับการทำแผล ยาปฏิชีวนะป้องกันการติดเชื้อและยาบรรเทาอาการปวด
  1. พลทหาร วชิระ พันธะนา มีอาการบาดเจ็บจากแรงระเบิด แผลจากการถูกสะเก็ดระเบิดตามร่างกาย และที่ตาซ้าย ปัจจุบันได้รับการทำแผล ยาปฏิชีวนะป้องกันการติดเชื้อและยาบรรเทาอาการปวด
  2. พลทหาร อนุชา สุจารี มีอาการบาดเจ็บจากแรงระเบิด และมีสิ่งแปลกปลอมเข้าตาทั้งสองข้าง ปัจจุบันได้รับการล้างตา หยอดตาเป็นประจำ และยาบรรเทาอาการปวด

กำลังพลทั้ง 4 นายยังคงอยู่ในกระบวนการรักษาอย่างต่อเนื่อง และมีอาการดีขึ้นตามลำดับ โดยแพทย์ยังคงเฝ้าติดตามอาการอย่างใกล้ชิด ในการเข้าเยี่ยมครั้งนี้ ผู้บัญชาการทหารบกได้ให้กำลังใจและยกย่องในความเสียสละของทุกนายที่ปกป้องอธิปไตยของชาติ พร้อมให้ผู้บังคับหน่วยดูแลสิทธิสวัสดิการและครอบครัวของกำลังพลอย่างดีที่สุด

จากนั้น ผู้บัญชาการทหารบก/ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบกพร้อมด้วยคณะผู้บังคับบัญชา ได้เข้าตรวจเยี่ยมหน่วยฝึกทหารใหม่ มณฑลทหารบกที่ 22 มณฑลทหารบกที่ 22 ค่ายสรรพสิทธิประสงค์ อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี ทั้งยังได้ตรวจสภาพความเป็นอยู่ในโรงนอน พื้นที่การฝึก ตลอดจนระบบสาธารณูปโภคต่างๆ

ในหน่วยฝึก ในการนี้ ผู้บัญชาการทหารบกได้พบปะพูดคุยพร้อมมอบสิ่งของบำรุงขวัญกับทหารกองประจำการ ผลัดที่ 2/68 โดยมีแม่ทัพภาคที่ 2 และคณะผู้บังคับบัญชาให้การต้อนรับ ซึ่งได้เน้นย้ำถึงการปฏิบัติตามระเบียบการฝึกของกองทัพบกอย่างเคร่งครัด ควบคู่ไปกับการดูแลสุขภาพร่างกายและจิตใจตลอดห้วงระยะเวลาการฝึก

เดวิท โชคชัย รายงาน

ผบ.ทบ. ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมหน่วยฝึกทหารใหม่ มทบ.22 ย้ำผู้บังคับบัญชาดูแลทหารใหม่ทุกมิติ ทั้งร่างกาย จิตใจ ครอบครัว พร้อมเร่งเสริมทักษะอาชีพ กำชับฝึกเข้มทหารใหม่ ปลอดภัย ไม่ละเมิดสิทธิ

วันที่ 15 พฤศจิกายน 2568 พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก/ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก พร้อมด้วยคณะ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการฝึกทหารใหม่ มณฑลทหารบกที่ 22 โดยมีทหารใหม่ผลัดล่าสุดจำนวน 432 นาย พร้อมรับฟังการรายงานด้านการบริหารการฝึก การเตรียมกำลังป้องกันชายแดน และแผนเผชิญเหตุของกองทัพบกในพื้นที่ภาคอีสาน โดยมี พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 /ผู้

บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 พร้อมผู้บังคับหน่วยขึ้นตรงร่วมให้การต้อนรับ ในการตรวจเยี่ยมครั้งนี้ ผู้บัญชาการทหารบก/ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก ได้รับฟังข้อมูลด้านการแพทย์และการดูแลสุขภาพทหารใหม่จากโรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์ พร้อมเน้นย้ำให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้นดูแลทหารใหม่อย่างใกล้ชิด ทั้งด้านสภาพร่างกาย จิตใจ ความเป็นอยู่ และบริบทครอบครัว เพื่อให้ทหาร กองประจำการได้พัฒนาศักยภาพอย่างเต็มที่

ต่อจากนั้น ผู้บัญชาการทหารบก/ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก และคณะได้ลงพื้นที่กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 6 ตรวจการฝึกทฤษฎี การปฏิบัติในท่าอาวุธ รวมถึงตรวจโรงนอน อาคารสถานที่ที่ใช้ในการฝึก พร้อมกำชับให้ทุกหน่วยดำเนินการฝึกตามหลักเกณฑ์ของกองทัพบกและกรมยุทธศึกษา

ทหารบกอย่างเคร่งครัด ผู้บัญชาการทหารบก/ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก ย้ำชัดว่า การฝึกต้องมีมาตรฐาน มีความปลอดภัย และต้องไม่มีการลงโทษผิดระเบียบทุกรูปแบบ ควบคู่กับการสร้างความเข้าใจเรื่องบทบาททหารอาชีพในสถานการณ์ปัจจุบัน ที่ต้องมีความอดทน เสียสละ มีวินัย และพร้อมทำงานเพื่อประชาชน

เดวิท โชคชัย รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ชมรมโฮปฯ มอบน้ำดื่ม 1,200 ขวด ส่งต่อช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม อ.เสนา อยุธยา

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 15 พฤศจิกายน 2568 ที่สำนักงานชมรมโฮป สะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธา ภายในวัดมหาวงษ์ (ปากน้ำ) ตำบลปากน้ำ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ ดร.ปิยนุช (แนนซี่) พาณิชย์พิศาล

ประธานชมรมโฮปฯ พร้อมเจ้าหน้าที่ ได้ร่วมกันมอบน้ำดื่มขนาด 600 มิลลิลิตร จำนวน 100 แพ็ก รวม 1,200 ขวด ให้แก่ตัวแทนชมรมอาสาสมัครบรรเทาสาธารณภัยเมืองแพรกษาใหม่ นำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ อำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ดร.ปิยนุช(หรือแนนซี่) พาณิชย์พิศาล ประธานชมรมโฮปฯ กล่าวว่า วันนี้ทางชมรมโฮป สะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธา ได้มอบน้ำไปร่วมกับชมรมอาสาสมัครบรรเทาภัย เมืองแพรกษาใหม่ เพื่อไปช่วยน้ำท่วมที่ อ.เสนา จังหวัดอยุธยา ทางชมรมอยากเป็นสะพานบุญร่วมช่วยเหลือเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ เพราะระดับน้ำ

ที่นั่นสูงเกือบ 3 เมตร และได้ยินว่าขาดแคลนน้ำดื่ม ทางชมรมจึงมีความยินดีที่ได้เป็นสะพานบุญ ช่วยเหลือน้ำดื่ม แก่พ่อแม่พี่น้องที่จังหวัดอยุธยาในครั้งนี้การมอบสิ่งของช่วยเหลือดังกล่าว

สะท้อนถึงความร่วมมือระหว่างชมรมโฮปฯ และเครือข่ายอาสาสมัครในพื้นที่สมุทรปราการ เพื่อร่วมบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จัดยิ่งใหญ่เทศกาลงานสักนานาชาติพัทยา Marina International Tattoo Festival 2025

แชร์เนื้อหานี้

เย็นวันที่ 15 พ.ย.68 ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลมารีน่า พัทยา จ.ชลบุรี ได้มีการจัดงานส่งเสริมการท่องเที่ยวภายใต้ชื่องาน Marina International Tattoo Festival 2025 โดยมี นายบรรจง บัณฑูรย์ประยุกต์ นายจิรวัฒน์ ปลุกใจ สมาชิกสภาเมืองพัทยา นายกวิน สินเสรีกุล ผช.ผจก.ศูนย์การค้าฯ และนายปราโมทย์ แก้วหล้า นายกสมาคมช่างสักพัทยา ร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิดงาน

งาน Marina International Tattoo Festival 2025 กำหนดจัดขึ้นวันที่ 15-16 พ.ย.68 ที่ Marina Walk ศูนย์การค้าฯ ฝั่งชายหาด เป็นกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวด้วยเรื่องราวของศาสตร์และศิลปะบนผิวหนังที่นิยมกันทั่วโลก เหมือนเมืองพัทยาเป็นเวทีที่พบปะสังสรรค์คนในวงการงานสักจากทั่วโลกไว้ในที่เดียว

กิจกรรมได้รับความร่วมมือจากเมืองพัทยา ททท.สำนักงานพัทยา ศูนย์การค้าเซ็นทรัลมารีน่า พัทยา และสมาคมช่างสักพัทยา จัดขึ้นโดบรวบรวมช่างสักนานาชาติ ทั่งจากจีน ไต้หวัน ฮ่องกง สิงคโปร์ เวียดนาม พม่า และไทย กว่า 100 ชีวิต มาร่วมสร้างปรากฏการณ์ยิ่งใหญ่ในเทศกาลงานสักที่ใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออก

นอกจากจะมีการออกร้าสักชื่อดังรวมกว่า 40 บูท ยังมีการประกวดรอยสักกว่า 22 ประเภท ชิงถ้วยเกียรติยศ การแสดงวัฒนธรรมไทย การรำไทย และอื่นๆ ถือเป็นการเปิดพื้นที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบรอยสักให้มาพักผ่อนยังเมืองพัทยาอีกทางหนึ่งด้วย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นายกโต้ง เล็งพัฒนาเส้นทางเข้าแหล่งท่องเที่ยวน้ำตกสีเสียด มาบอำมฤต/รวบมิจฉาชีพแอบอ้างเป็น “หัวหน้าภาคเฉพาะกิจในส่วนพระราชวัง–จนท.กอ.รมน.” ต้มเหยื่อสูญกว่า 4.8 หมื่นบาท

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 15 พ.ย.68 ที่น้ำตกสีเสียด หมู่ 13 ตำบลดอนยาง อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร นายนพพร อุสิทธิ์นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร (นายกโต้ง) นายอภิชาติ มากยอด นายปรีชา งามผิว นายอติชาต วรรณณีต สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร เขตอำเภอปะทิว ได้เดินทางไป

พบปะกับผู้นำท้องที่นำโดย นายศราวุธ ทองเหลือ กำนันตำบลดอนยาง ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วย แพทย์ สารวัตร ผู้นำท้องถิ่น นำโดย นายกฤษณ์ สุขแก้ว นายก อบต.ดอนยาง สมาชิกสภา อบต.นายณพล เอื้องเรืองโรจน์ รองนายกเทศมนตรีตำบลมาบอำมฤต สมาชิกสภาฯ กลุ่มพลังสตรี อำเภอเมืองรอบนอก ตำบลสะพลี ทรัพย์อนันต์ ปากคลอง ดอนยาง ชุมโค และประชาชนในพื้นที่

นายนพพร อุสิทธิ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร (นายกโต้ง) เปิดเผยว่า ต้องการมาพบปะกับผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น เพื่อมารับฟังปัญหาในการพัฒนาพื้นที่ เพราะองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร มีงบประมาณที่จะเข้ามาช่วยพัฒนาท้องถิ่นร่วมกับ เทศบาล และ อบต.ได้หากได้รับการร้องขอ เช่นถนนเส้นทางที่จะเข้ามาเที่ยวน้ำตกสีเสียด ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามร่มรื่น แต่ปัจจุบันถนนทางเข้าชำรุดเป็นหลุมหลายแห่ง

เท่าที่ทราบเป็นเขตติดต่อทั้ง อบต.ดอนยางและเทศบาลตำบลมาบอำมฤต อีกทั้งในพื้นที่น้ำตกยังเป็นพื้นที่ของกรมป่าไม้ ในเบื้องต้นจากการประชุม ท้องถิ่น ต้องการให้ อบจ.เข้ามาร่วมพัฒนาเส้นทาง ดังนั้น จะส่งเครื่องจักรกล หนักเข้ามาช่วยพัฒนาปรับปรุงเส้นทางเบื้องต้นก่อน และหากเทศบาล หรือ อบต.ได้จัดทำแผนโครงการไว้ สามารถที่จะส่งโครงการเข้าไปขอรับการสนับสนุนจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดเข้ามาพัฒนาเส้นทางเข้าสู่แหล่งท่องเที่ยวได้ต่อไป

นอกจากนี้ยังได้พบปะพูดคุยประเด็นปัญหาต่างๆในการพัฒนา แนวทางแก้ไขปัญหาร่วมกัน และได้เปิดตัว นายกิตติศักดิ์ พรหมรัตน์ รองนายก อบจ.ชุมพร ที่จะส่งลงสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคภูมิใจไทยในครั้งต่อไปด้วย

ด้านนายอนวัช สุคนธฉายา อดีต ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 12 หรือผู้ใหญ่ติ๊ก ได้เชิญชวนนักท่องเที่ยวเข้ามาท่องเที่ยวที่น้ำตกสีเสียดซึ่งสามารถที่จะเข้ามา กางเต็นท์ หรือพาบุตรหลานมาเล่นน้ำ ถ้ามาเป็นหมู่คณะสามารถ โทรหาผู้ใหญ่ติ๊กได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 0921654595
ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514

รวบมิจฉาชีพแอบอ้างเป็น “หัวหน้าภาคเฉพาะกิจในส่วนพระราชวัง–จนท.กอ.รมน.” ต้มเหยื่อหวังฝากเข้าทำงาน สูญกว่า 4.8 หมื่นบาท ก่อนนัดรับเงินงวดสุดท้ายไม่รอดถูกล่อซื้อคาวัด

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 081-892-3514 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ภ.จว.ชุมพร ผนึกกำลังเจ้าหน้าที่ กอ.รมน.จังหวัดชุมพร เปิดปฏิบัติการจับกุมชายวัย 42 ปี หลังแอบอ้างตำแหน่งใหญ่โตระดับ “หัวหน้าภาคเฉพาะกิจในส่วนพระราชวัง” ควบ “เจ้าหน้าที่ กอ.รมน.” หลอกลวงชาวบ้านว่าสามารถฝากเข้าทำงานราชการได้ แลกกับเงินก้อนโตรวมหลายครั้ง รวมมูลค่ากว่า 48,000 บาท ก่อนถูกวางแผนล่อซื้อขณะนัดรับเงินรอบสุดท้ายที่ศาลาวัด

เหตุจับกุมเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2568 เจ้าหน้าที่เข้าควบคุมตัว นายจิระศักดิ์ หรือหนุ่ม (สงวนนามสกุล) อายุ 42 ปี ภายในศาลาวัดท่ายางกลาง (วัดพิชัยยาราม) ต.ท่ายาง อ.เมือง จ.ชุมพร พร้อมของกลางธนบัตรล่อซื้อ 15,000 บาท, โทรศัพท์มือถือ และเอกสารส่วนตัวของผู้เสียหายหลายรายการ นอกจากนี้ยังพบชุดสีกากีติดป้ายชื่อปลอม อ้างตำแหน่ง “หัวหน้าภาคเฉพาะกิจในส่วนพระราชวัง” เพื่อเสริมความน่าเชื่อถือในการหลอกลวง

ผู้เสียหาย นายอภิชาตฯ อายุ 45 ปี เปิดเผยว่า ถูกผู้ต้องหาหลอกเมื่อวันที่ 29 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยอ้างว่าสามารถฝากให้ไปขับรถประจำหน่วยงานของ กอ.รมน. เป็นชุดเคลื่อนที่เร็ว ดูแลเหตุอุทกภัยและงานชลประทานในพื้นที่จังหวัดชุมพร อีกทั้งอ้างว่าจะให้ไปรายงานตัวที่ค่ายวิภาวดีรังสิต พร้อมส่งข้อมูลปลอมว่าตนมีภารกิจจับยาเสพติด ประชุมต่างจังหวัด ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อสนิทใจ

แรกเริ่ม ผู้ต้องหาเรียกเก็บเงิน 100,000 บาท อ้างว่าเป็น “ค่าดำเนินการเข้าทำงาน” ก่อนจะต่อรองเองเหลือ 63,000 บาท โดยให้หักส่วนที่เหลือจากเงินเดือนในอนาคต ผู้เสียหายจึงนำเงินสด 48,000 บาท พร้อมเอกสารสำคัญต่าง ๆ ส่งมอบให้ตามนัดหมาย

แต่ไม่เพียงเท่านั้น ผู้ต้องหายังนัดขอเงินเพิ่มอีก 15,000 บาท อ้างเป็นค่าชุดปฏิบัติการและอุปกรณ์ทำงาน เจ้าหน้าที่จึงวางแผนล่อซื้อ และสามารถจับกุมได้ทันทีหลังรับเงินและซุกไว้ในกระเป๋ากางเกงด้านหลัง

ต่อเนื่องจากการจับกุม เจ้าหน้าที่ตรวจค้นห้องพักรายวันของผู้ต้องหาในโรงแรมแห่งหนึ่ง พบชุดเครื่องแบบสีกากีปลอม ป้ายชื่อปลอม และเอกสารสำคัญของผู้เสียหายจำนวนมากวางกองอยู่ในห้องพัก ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา อ้างตกงาน มีปัญหาการเงิน จึงซื้อเครื่องแบบและเครื่องหมายมาหลอกชาวบ้านเพื่อหาเงินใช้

เจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหา “ฉ้อโกง” และนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองชุมพร ดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมรายงานเรื่องต่อสำนักงานอัยการจังหวัดชุมพรทันที หน่วยงานรัฐและหน่วยงานด้านความมั่นคง ไม่มีนโยบายรับเงินหรือเอกสารส่วนตัวเพื่อแลกกับการบรรจุเข้าทำงานเด็ดขาด หากพบการติดต่อในลักษณะนี้ให้ปฏิเสธทันที และแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อป้องกันตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพประเภทนี้

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ค่ายเขตอุดมศักดิ์ จัดพิธีต้อนรับทหารใหม่สุดยิ่งใหญ่ จุดประกายความภาคภูมิใจชายชาติไทย รุ่นปี 2568 ผลัดที่ 2

แชร์เนื้อหานี้

ข่าว ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2568 ที่ค่ายเขตอุดมศักดิ์ จ.ชุมพร พล.ต.สมคิด ชูเผือก ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 44 ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีต้อนรับและเปิดการฝึกทหารใหม่

รุ่นปี 2568 ผลัดที่ 2 ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่นและเปี่ยมด้วยความฮึกเหิมของกำลังพล โดยมีนายทหารชั้นผู้ใหญ่ ข้าราชการ และทหารกองประจำการร่วมเป็นสักขีพยาน ในปีนี้มีทหารใหม่เข้ารับการฝึกจาก 3 หน่วยฝึก รวมทั้งสิ้น 299 นาย ประกอบด้วย มณฑลทหารบกที่ 44 จำนวน 116 นาย

กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 25 จำนวน 118 นาย
กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 25 กรมทหารปืนใหญ่ที่ 5 จำนวน 65 นาย
การฝึกทหารใหม่เป็นไปตามหลักสูตรของกรมยุทธศึกษาทหารบก มุ่งพัฒนาทหารใหม่ให้มีความแข็งแกร่งทั้งร่างกายและจิตใจ ปลูกฝังวินัย ความเสียสละ และความจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ รวมถึงการเป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกสถานการณ์

ภายในพิธี พลฯ อมตะ ทองเหลือง ตัวแทนทหารกองประจำการปีที่ 2 กล่าวต้อนรับน้องใหม่ด้วยน้ำเสียงหนักแน่น สะท้อนความภูมิใจในหน้าที่ “การได้เข้ามาเป็นทหาร คือการได้ทำหน้าที่อันทรงเกียรติ ปกป้องแผ่นดินที่บรรพบุรุษรักษาไว้ด้วยเลือดเนื้อ” เขากล่าว พร้อมให้กำลังใจทหารใหม่มุ่งมั่นรับการฝึกด้วยความอดทน

ด้านตัวแทนทหารใหม่ พลฯ จักรกฤษณ์ เหรัญญะ ได้กล่าวคำปฏิญาณ สะท้อนถึงความตั้งใจเต็มร้อยของชายไทยเลือดรักชาติ “ข้าพเจ้าจะตั้งใจรับการฝึก ปฏิบัติตามคำสั่ง และรักษาเกียรติศักดิ์ศรีแห่งทหารกองประจำการอย่างสุดกำลัง” เสียงปฏิญาณดังดุจประกาศก้องถึงความมุ่งมั่นพร้อมรับใช้ประเทศ

ปิดท้ายด้วยโอวาทจาก พล.ต.สมคิด ชูเผือก ซึ่งกล่าวชื่นชมความเสียสละของทหารใหม่ พร้อมย้ำว่ากองทัพบกจะเป็นบ้านหลังที่สองที่อยู่ด้วยความอบอุ่น สามัคคี และมุ่งพัฒนาทุกนายให้เป็นกำลังสำคัญของชาติ พร้อมขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองให้ทหารใหม่ทุกนายปลอดภัย แข็งแรง และปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างสง่างาม

พิธีครั้งนี้ไม่เพียงเป็นการเริ่มต้นเส้นทางชีวิตทหารของชายไทยกว่า 200 ชีวิต แต่ยังเป็นภาพสะท้อนความรักชาติ ความเสียสละ และหัวใจที่มุ่งมั่นของเหล่าทหารใหม่ ผู้พร้อมยืนหยัดปกป้องผืนแผ่นดินไทยตราบเท่าชีวิตจะหาไม่

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ทสภ. จัดซ้อมแผนฉุกเฉินระบบลำเลียงกระเป๋า จำลองแผ่นดินไหว–รังสีรั่วไหล ยกระดับความปลอดภัยสร้างความมั่นใจผู้โดยสาร

แชร์เนื้อหานี้

ทสภ. จัดซ้อมแผนฉุกเฉินระบบลำเลียงกระเป๋า จำลองแผ่นดินไหว–รังสีรั่วไหล ยกระดับความปลอดภัยสร้างความมั่นใจผู้โดยสาร
ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิจัดฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุของระบบสายพานลำเลียงกระเป๋าสัมภาระ กรณีอพยพเจ้าหน้าที่เหตุภัยพิบัติแผ่นดินไหว รวมถึงสถานการณ์เพิ่มเติมกรณีการเกิดรังสีรั่วไหลจากม่านกั้นรังสีของเครื่อง X – ray ชำรุด เพื่อสร้างความมั่นใจแก่ผู้โดยสาร สายการบิน และผู้ประกอบการ พร้อมรับมือฟื้นฟูการให้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ

วันที่ 14 พฤศจิกายน 2568 เวลา 09.00 น. นายสืบพงษ์ คำโฮงค์ รองผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (สายบำรุงรักษา) เป็นประธานเปิดการฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุของฝ่ายระบบลำเลียงกระเป๋าสัมภาระ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (Contingency Plan) ระดับ 3 แบบเต็มรูปแบบ (Full – Scale) ประจำปีงบประมาณ 2569 (Baggage Handling Emergency Exercise 2025 : BHEMEX-25) กรณีอพยพเจ้าหน้าที่เมื่อเกิดเหตุภัยพิบัติแผ่นดินไหว รวมถึงสถานการณ์เพิ่มเติมกรณีการเกิดรังสีรั่วไหลจากม่านกั้นรังสีของเครื่อง X – ray ชำรุด

เพื่อให้พนักงาน ผู้ประกอบการในพื้นที่ปฏิบัติงาน ได้ร่วมฝึกซ้อมเพื่อสร้างความเข้าใจในการปฏิบัติงานด้านความปลอดภัยของระบบลำเลียงกระเป๋าสัมภาระให้เป็นไปตามมาตรฐาน ตลอดจนการฟื้นคืนระบบฯ ให้สามารถกลับมาเปิดบริการได้อย่างรวดเร็ว ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพ โดยการฝึกซ้อมฯ มีนายอดิศักดิ์ ทูลสูงเนิน รองผู้อำนวยการท่าอากาศยาน (สายปฏิบัติการ 1) ผู้บริหารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมสังเกตการณ์ ณ ศูนย์อาหารฝั่งตะวันออก ชั้น 2 อาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่ 1 (SAT – 1)

นายสืบพงษ์ เปิดเผยว่า การฝึกซ้อมฯ ดังกล่าวเป็นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภายใน ทสภ. อาทิ ฝ่ายระบบลำเลียงกระเป๋าสัมภาระ ฝ่ายมาตรฐานท่าอากาศยานและอาชีวอนามัย ฝ่ายไฟฟ้าและเครื่องกล ฝ่ายสนามบินและอาคาร ฝ่ายการแพทย์ และหน่วยงานภายนอกที่เกี่ยวข้อง อาทิ บริษัท ล็อกซเล่ย์ อีโวลูชั่น เทคโนโลยี จำกัด บริษัท แอโร่ คอร์ปอเรชั่น จำกัด บริษัทให้บริการภาคพื้น (GHA) คณะกรรมการดำเนินงานธุรกิจการบินกรุงเทพ (AOC) และสายการบิน เข้าร่วมการฝึกซ้อม เพื่อเพิ่มพูนความรู้ ความเข้าใจ และทักษะในการปฏิบัติเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ตลอดจนลดความเสี่ยงต่อการให้บริการ โดยเฉพาะด้านการบริหารจัดการกระเป๋าสัมภาระในช่วงสถานการณ์ไม่ปกติ

ทั้งนี้ การฝึกซ้อมฯ ได้เพิ่มเติมสถานการณ์ กรณีเกิดรังสีรั่วไหลจากม่านกั้นรังสีของเครื่อง X – ray ชำรุด ที่บริเวณ Sorting Area ชั้น G เพื่อให้การฝึกเป็นไปตามกฎกระทรวงที่กำหนดมาตรฐานการทำงานเกี่ยวกับรังสี พ.ศ. 2564 (ข้อ 18) ซึ่งระบุให้มีการฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุเกี่ยวกับรังสีเป็นประจำทุกปี เพื่อให้บุคลากรมีความพร้อมในการปฏิบัติงานอย่างถูกต้องและปลอดภัยเมื่อเกิดเหตุจริงการฝึกซ้อมในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ ทสภ. ในการยกระดับมาตรฐาความปลอดภัยสู่ระดับสากล สร้างความมั่นใจแก่ผู้ปฏิบัติงาน สายการบิน และผู้ใช้บริการ พร้อมขับเคลื่อนการดำเนินงานตามพันธกิจของ ทสภ. ในการเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาค (Regional Aviation Hub) อย่างมั่นคงและยั่งยืน


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ